<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ภัทระ คำพิทักษ์ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b0-%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 15 Aug 2024 04:49:29 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ภัทระ คำพิทักษ์ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“ลับแล ไม่แลลับ” ความร่วมมือโอบอุ้มเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาในจังหวัดอุตรดิตถ์ สร้างโมเดลการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-0100824/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Aug 2024 04:46:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[ภัทระ คำพิทักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.วีระเทพ ปทุมเจริญวัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษายืดหยุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.เมตตา แสวงลาภ]]></category>
		<category><![CDATA[ลับแล ไม่แลลับ]]></category>
		<category><![CDATA[อุตรดิตถ์]]></category>
		<category><![CDATA[ชัชวาลย์ บุตรทอง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=85393</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2567 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-0100824/">“ลับแล ไม่แลลับ” ความร่วมมือโอบอุ้มเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาในจังหวัดอุตรดิตถ์ สร้างโมเดลการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2567 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับพื้นที่ <strong>“ลับแล…ไม่แลลับ” กลไกโอบอุ้มคุ้มคุ้มครองเด็กและเยาวชน จังหวัดอุตรดิตถ์</strong> ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์เขต 1 อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้โมเดลพัฒนาการศึกษาสำหรับเด็กเยาวชนทั้งในและนอกระบบการศึกษาในจังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมกับวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุตรดิตถ์ และศูนย์การเรียนสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสังคม จังหวัดอุตรดิตถ์</p>



<p>ที่ผ่านมา กสศ. ได้ร่วมกับภาคีหลายภาคส่วนในจังหวัดอุตรดิตถ์ สร้างโอกาสทางการศึกษา ต่อยอดงานในพื้นที่ไปสู่เป้าหมาย Thailand Zero Dropout อันเป็นนโยบายรัฐบาลในการพาเด็กเยาวชนที่ไม่มีชื่ออยู่ในระบบการศึกษา ให้กลับสู่การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น มีทางเลือก และตอบโจทย์ชีวิต พร้อมวางแนวทางพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน สร้างหลักประกันโอกาสในการเข้าสู่การศึกษา ไม่หลุดซ้ำ มีทางเลือกที่เหมาะสมกับผู้เรียนที่มีความหลากหลายและข้อจำกัดแตกต่างกัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c8b84d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0815_ข่าว-177_PHOTO1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-58619b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0815_ข่าว-177_PHOTO2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(กลาง) ดร.เมตตา แสวงลาภ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.เมตตา แสวงลาภ</strong> <strong>รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์เขต 1</strong> กล่าวว่า จังหวัดอุตรดิตถ์ มีความตั้งใจที่จะจัดการศึกษาที่ครอบคลุมความต้องการของเด็กในพื้นที่ พร้อมทั้งพยายามหามาตรการมาช่วยทำให้เด็กและเยาวชนกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งยังตกหล่นอยู่ ให้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นด้วยโมเดลการศึกษา 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ สร้างพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนทั้งในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย สามารถเรียนรู้ร่วมกันได้</p>



<p>“จังหวัดอุตรดิตถ์มีการประชุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ความต้องการของเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาในจังหวัด ตั้งใจที่จะขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมในปีการศึกษา 2568 ทุกฝ่ายมาพูดคุยกันว่าจะทำอย่างไรให้เด็กและเยาวชนกลุ่มนี้มีโอกาสได้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาอีกครั้ง“โดยที่ผ่านมาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์เขต 1 ได้ติดตามการทำงานของศูนย์การเรียนสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสังคม จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งดูแลโดยครูติ๊ก ชัชวาลย์ บุตรทอง เพื่อหาช่องทางในการทำงานร่วมกัน ส่งเสริมและพัฒนากลไกที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ให้ครอบคลุมปัญหาให้ได้มากที่สุด เพื่อช่วยสร้างโมเดลให้พวกเขากลับมาเรียนได้อย่างมีความสุข และกลับมาสู่สังคมได้ต่อไป” ดร.เมตตา<strong> </strong>กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-085149"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0815_ข่าว-177_PHOTO3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.ดร.วีระเทพ ปทุมเจริญวัฒนา</figcaption></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-26e7dd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0815_ข่าว-177_PHOTO4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>รศ.ดร.วีระเทพ ปทุมเจริญวัฒนา</strong> <strong>ผู้จัดการโครงการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา กสศ.</strong> กล่าวว่า กสศ. พยายามหาจุดสำคัญของการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น เป็นโจทย์ที่ท้าทายในการพยายามค้นหาว่าจะทำอย่างไร ที่จะออกแบบระบบการศึกษาที่ตอบโจทย์ความต้องการของเด็กแต่ละกลุ่ม แต่ละพื้นที่ ซึ่งมีความจำเป็นและความต้องการที่หลากหลายแตกต่างกัน</p>



<p>“กสศ. ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เครือข่ายศูนย์การเรียนโดยสถาบันทางสังคมตามมาตรา  12 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และภาคีเครือข่าย โดยเฉพาะสถานประกอบการ ภาคเอกชน นักวิชาชีพสาขาต่าง ๆ และชุมชน ในการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา ให้พวกเขามีโอกาสได้กลับมาเรียนตามความสนใจและความถัด พร้อมทั้งมีวุฒิการศึกษารองรับสำหรับนำไปประกอบอาชีพหรือศึกษาต่อ ซึ่งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่โดยเฉพาะชุมชน มีบทบาทอย่างมากในการขับเคลื่อนรูปแบบการศึกษาที่เข้าใจปัญหาในพื้นที่ โดยโมเดลสำคัญที่ได้จากศูนย์การเรียนสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสังคมจังหวัดอุตรดิตถ์ คือ ศูนย์นี้ ไม่เพียงแต่สามารถโอกาสทางการเรียนรู้ได้ แต่ยังสามารถตอบโจทย์เรื่องของการสร้างกลไกให้เด็กและเยาวชนที่เข้ามาเรียนกับศูนย์กลับมามองเห็นคุณค่าในตัวเอง</p>



<p>“กลไกในเรื่องนี้ ถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะเด็กและเยาวชนที่ต้องไปอยู่นอกระบบการศึกษาส่วนใหญ่ มักจะเป็นผู้ที่สูญเสียในเรื่องนี้ ซึ่งการสร้างให้กลับมามองเห็นในส่วนนี้ ถือเป็นพลังสำคัญที่ดึงเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาในพื้นที่ จังหวัดอุตรดิตถ์ กลับมาสู่การเรียนรู้ได้อย่างยั่งยืน” รศ.ดร.วีระเทพ กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fb00de"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0815_ข่าว-177_PHOTO5.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ชัชวาลย์ บุตรทอง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายชัชวาลย์ บุตรทอง หรือ ครูติ๊ก ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสังคม </strong>กล่าวว่า ศูนย์การเรียนของเราซึ่งเราเรียกตัวเองว่าโรงเรียน 4 ตารางวา เป็นพื้นที่ที่จัดตั้งขึ้น เพื่อออกแบบการเรียนรู้สำหรับเด็กทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่ขาดโอกาสทางการศึกษา เยาวชนนอกระบบการศึกษาและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม จัดการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบการศึกษาทางเลือกที่ยืดหยุ่น ออกแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนซึ่งมีความหลากหลายมีความพร้อมและศักยภาพที่แตกต่างกัน</p>



<p>“การจัดการเรียนการสอนของศูนย์ เป็นการพยายามสร้างหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อโอบรับกับเด็กทุกคนที่มีความต้องการที่แตกต่างกัน เรามองว่า หากเด็กหลุดจากระบบการศึกษาไปแล้วก็เป็นเรื่องยากที่จะทำให้เด็กกลับเข้าสู่ระบบได้อีกครั้ง เพราะเด็กกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่กลัวห้องเรียน หากบังคับให้กลับมาเรียนแบบเดิม ก็อาจเสี่ยงหลุดซ้ำซ้อนได้ จึงจำเป็นต้องช่วยพวกเขาหาเส้นทางการศึกษาให้กับตัวเองใหม่ โดยต้องไม่ตีกรอบว่าต้องกลับมาเรียนเฉพาะในห้องเรียนเท่านั้น</p>



<p>“การจัดการศึกษาของเรา เป็นการจัดโดยอาศัยความร่วมมือของภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ทำงานร่วมกันตั้งแต่จุดเริ่มต้น คือ ค้นหาตัวและพยายามเข้าให้ถึงตัวเด็ก ๆ ในทุกพื้นที่ เพื่อรับทราบถึงปัญหาและสร้างความไว้ใจ รวมถึงสร้างความร่วมมือกับส่วนราชการในจังหวัด ซึ่งมีส่วนสำคัญในการทำงานความร่วมมือกับสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดอุตรดิตถ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์เขต 1 สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดอุตรดิตถ์ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดอุตรดิตถ์ เครือข่ายผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุตรดิตถ์ รวมถึงโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาในพื้นที่ ที่ทำหน้าที่ดูแล เด็กเยาวชนตั้งแต่ต้นทางก่อนหลุดจากระบบการศึกษา ถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนกลไกของพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-14ff69"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0815_ข่าว-177_PHOTO6.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ในปี 2564 มีข้อมูลระบุว่า มีเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาที่มีอายุระหว่าง 12 ถึง 17 ปี ประมาณ 9,069 คน หรือประมาณ 1 ใน 4 ของเยาวชนทั้งหมดที่มีอยู่ในพื้นที่ เด็กกลุ่มนี้มาจากหลายพื้นที่ ทั้งจากชุมชนห่างไกลและชุมชนแออัด ส่วนใหญ่มีปัญหาความยากจน บางครอบครัวมีปัญหาความรุนแรงในเด็กและปัญหายาเสพติด พวกเขาส่วนใหญ่ เป็นเด็กที่อยู่ในกลุ่มเปราะบางที่ปฏิเสธระบบโรงเรียน</p>



<p>“โจทย์การทำงานของเรา คือ การสร้างพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งชุมชน ครอบครัว มีส่วนช่วยกันสร้างขึ้น ให้กลายเป็นพื้นที่ที่สามารถช่วยฟื้นฟูให้เด็กยินดีที่จะกลับเข้าสู่ระบบ โดยแต่ละฝ่ายช่วยเขาหาเส้นทางที่ตรงกับโจทย์ชีวิตของแต่ละคน เราช่วยกันทำให้ท้องถิ่นเป็นพลังสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ไว้รองรับเด็ก ๆ กลุ่มนี้ได้ ผ่านศูนย์การเรียนรู้ในชุมชน มีภาคส่วนต่าง ๆ ช่วยกันเสริมแรงหนุนจนเกิดพื้นที่ในการพัฒนาร่วมกัน ช่วยกันพาเยาวชนกลับมาเป็นเป็นกำลังในการดูแลท้องถิ่น” ครูติ๊กกล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-494a5a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0815_ข่าว-177_PHOTO7.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</strong> <strong>ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ.</strong> กล่าวว่า เมื่อเห็นตัวเลขเด็กเยาวชนที่ไม่มีชื่ออยู่ในระบบการศึกษาจำนวนกว่า 1.02 ล้านคนทั่วประเทศ หลายพื้นที่อาจเกิดความวิตกกังวลว่า จะจัดการแก้ปัญหาหรือช่วยเหลือเด็กจำนวนดังกล่าวได้อย่างไร แต่สิ่งที่เห็น จากโมเดลการทำงานขับเคลื่อนการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ความต้องการของเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาในจังหวัดอุตรดิตถ์ ทำให้มองเห็นโอกาสในการจัดการกับปัญหานี้ ซึ่งแม้ในภาพรวมจะมีตัวเลขเป็นจำนวนมาก ว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปได้</p>



<p>“กสศ. พยายามอย่างมากที่จะส่งเสริมให้เกิดกลไกดูแลเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาที่เกิดจากความร่วมมือในแต่ละพื้นที่ จึงเป็นที่มาของการเปิดโอกาสให้หน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม มาออกแบบแนวทางที่สอดคล้องกับกลไกที่มีอยู่ในแต่ละพื้นที่ ซึ่งจังหวัดอุตรดิตถ์ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า สามารถสร้างพลังของความเชื่อมโยงในการทำงานให้เกิดขึ้นในพื้นที่ได้ เกิดเป็นคำตอบระดับชุมชน ที่สามารถนำไปขยายความไปสู่กรอบทำการทำงานในระดับประเทศได้” ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ. กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6bfa0e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0815_ข่าว-177_PHOTO8.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-91d6ca"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0815_ข่าว-177_PHOTO9.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption"><strong>ภัทระ คำพิทักษ์</strong></figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายภัทระ คำพิทักษ์</strong> <strong>ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร กสศ.</strong> กล่าวว่า โมเดลโอบอุ้มคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดอุตรดิตถ์ คือกลไกที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญ ของการทำงานที่สอดคล้องกันของการจัดการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบ</p>



<p>“พื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ สามารถสร้างบทเรียนในการจัดการเรียนรู้ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการประสานการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่สอดคล้องกัน เกิดเป็นโมเดลการศึกษาที่ยืดหยุ่น สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ซึ่งสมควรที่จะถูกนำมาขยายสเกลให้เห็นว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่สามารถหาแนวทางในการทำงานร่วมกัน ดำเนินการตามบทบาทและหน้าที่จนเกิดโมเดลที่สามารถผลักดันการศึกษาที่ยืดหยุ่นตอบโจทย์ชีวิตให้เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา และสามารถถ่ายทอดไปยังพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดประโยชน์และเป็นตัวอย่างของการเรียนรู้แก่ชุมชนและพื้นที่อื่น ๆ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ กสศ. สนับสนุนมาโดยตลอด” นายภัทระทิ้งท้าย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-0100824/">“ลับแล ไม่แลลับ” ความร่วมมือโอบอุ้มเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาในจังหวัดอุตรดิตถ์ สร้างโมเดลการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์ ร่วมพัฒนาเด็กและเยาวชนในอำเภอจอมพระ สู่การศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิต</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-040224/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Feb 2024 08:47:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สุรินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[ภัทระ คำพิทักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[เวทีสร้างความร่วมมือการพัฒนาเด็กและเยาวชนในระดับอำเภอจอมพระร่วมกับภาคีเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์ และเวทีลงนามความร่วมมือขับเคลื่อนระบบการศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.จำเนียร วรรัตน์ชัยพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.บัญชร แก้วส่อง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=76730</guid>

					<description><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมด้วยองค์กา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-040224/">กสศ. สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์ ร่วมพัฒนาเด็กและเยาวชนในอำเภอจอมพระ สู่การศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมด้วยองค์การบริหารส่วนตำบลหนองสนิท จัดงาน “เวทีสร้างความร่วมมือการพัฒนาเด็กและเยาวชนในระดับอำเภอจอมพระร่วมกับภาคีเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์ และเวทีลงนามความร่วมมือขับเคลื่อนระบบการศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิต” ทั้ง 19 เครือข่าย</strong> เพื่อบูรณาการความร่วมมือขับเคลื่อนแนวทางการทำงานพัฒนาเด็กและเยาวชนในระดับอำเภอจอมพระให้มี ‘ระบบการศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิต’ และ ‘การศึกษาทางเลือกที่ยืดหยุ่นกับคนทุกช่วงวัย’ รวมทั้งนำเสนอแผนการดำเนินงานของแต่ละหน่วยงานลงนามความร่วมมือในการร่วมกันขับเคลื่อนงานเกษตรอินทรีย์ไปกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนในภาพรวมของอำเภอจอมพระไปด้วยกัน ณ หอประชุม อบต.หนองสนิท อ.จอมพระ จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา</p>



<p>การจัดงานนำโดย <strong>นายภัทระ คำพิทักษ์ กรรมการบริหาร กสศ. และอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงานนอกระบบ</strong> และผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ. อาทิ <strong>ดร.จำเนียร วรรัตน์ชัยพันธุ์</strong> ที่ปรึกษาอาวุโส องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) <strong>ผศ.บงกชรัตน์ ล้ำเลิศ</strong> ผู้ทรงคุณวุฒิภาคเอกชน กสศ. <strong>ผศ.ดร.บัญชร แก้วส่อง</strong> ผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ. <strong>นางสาวกชกร วิสุทธิวสุธาร</strong> นักวิจัยอิสระ ร่วมด้วยคณะองค์การบริหารส่วนตำบลหนองสนิท อาทิ <strong>นายสมจิตร นามสว่าง</strong> นายก อบต.หนองสนิท <strong>นายสมเกียรติ สาระ</strong> หัวหน้าสำนักปลัด อบต.หนองสนิท และคณะทำงาน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f17775"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-850bf6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/นายภัทระ-คำพิทักษ์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายภัทระ คำพิทักษ์ กรรมการบริหาร กสศ. และอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงานนอกระบบ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายภัทระ คำพิทักษ์ กรรมการบริหาร กสศ. และอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงานนอกระบบ</strong> กล่าวเปิดงานและได้ชี้แจงถึงภารกิจการทำงานร่วมกันในครั้งนี้ว่า<strong><em> </em></strong>“จังหวัดสุรินทร์ได้รับการสนับสนุนจาก กสศ. กว่า 5-6 โครงการฯ มีทั้งโครงการใหม่และเก่าที่ทำอย่างต่อเนื่อง ต่อยอด เติมเต็ม และขยายผล นั่นแสดงให้เห็นว่าฐานของชุมชนนั้นมีความเข้มแข็ง</p>



<p>“เวทีนี้จึงเป็นเวทีที่จะให้ทุกภาคส่วนได้มารู้จักกัน เพราะฉะนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องมาทำความรู้จัก เพื่อหาแนวทางในการทำงานร่วมกัน เพราะแต่ละหน่วยงานก็มีหน้าที่และบทบาทที่สามารถหนุนเสริมเยาวชนในด้านต่าง ๆ ได้อย่างตอบโจทย์ไม่เหมือนกัน แต่มีเป้าหมายร่วมกันที่จะต้องร่วมผลักดันการศึกษาทางเลือกที่ตอบโจทย์ชีวิตให้เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา และผู้ที่ด้อยโอกาสได้มีทางเลือกตอบโจทย์กับตนเอง</p>



<p>“แสงแห่งความสำเร็จที่ทุกคนได้ทำผ่านโครงการฯ ที่ผ่านมา คือสิ่งที่พวกเรากำลังจะต่อยอดและขยายผลกันในวันนี้ ให้เป็นแสงที่สาดประกายเหมือนดั่ง ‘เพชร’ ที่สาดส่องไปยังพื้นที่อื่น ๆ และสร้างแรงบันดาลใจ ให้เกิดประโยชน์และเป็นตัวอย่างของการเรียนรู้แก่ชุมชนอื่น ๆ ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ กสศ. พยายามทำมาโดยตลอด การร่วมมือกันจากด้านล่างเพื่อส่งแรงกระเพื่อมไปถึงด้านบน จึงเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่ อปท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มาลงนาม MOU สัญญาร่วมกันในระดับเขตท้องที่อำเภอจอมพระ เพื่อขับเคลื่อนการทำงานพัฒนาเด็กและเยาวชนในพื้นที่ไปด้วยกันต่อไป”</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" data-id="76734" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-04.jpg" alt="" class="wp-image-76734" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-04.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-04-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-04-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-04-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-04-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="855" height="569" data-id="76735" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-05.jpg" alt="" class="wp-image-76735" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-05.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-05-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-05-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-05-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-05-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cedf67"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากนี้ ภายในงานได้มีการจัด<strong>เวทีเสวนาบทบาท อปท. และภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การจัดการ “ระบบการศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิต” ระดับพื้นที่</strong> และ <strong>เวทีเสวนาระดับนโยบาย “แนวทางการศึกษาและการจัดกระบวนการเรียนรู้ทางเลือกโดยใช้ทุนของพื้นที่เป็นฐาน”</strong> กับกลุ่มเยาวชนนอกระบบการศึกษาหรือกลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัย ที่ทำให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รู้ถึงบทบาทและหน้าที่ในการทำงานของแต่ละภาคส่วน มองเห็นถึงความสำคัญของการร่วมพัฒนาทักษะเด็กและเยาวชนโดยใช้ชุมชนเป็นฐานไปด้วยกัน และมองเห็นถึงแนวทางในการทำงานในระดับนโยบายที่ต้องใช้วิถีชีวิตจริงของเด็กและเยาวชนนำมาเป็นตัวตั้ง เพื่อให้เอื้อต่อการสร้างการเรียนรู้หรือการจัดระบบการศึกษาตามบริบทชีวิตของเขา เชื่อมโยงการทำงาน บูรณาการทำงานร่วมกัน ขับเคลื่อนเรื่องของการศึกษาที่ตอบโจทย์ชีวิตให้เป็นรูปธรรม เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเด็กและเยาวชนหรือคนในพื้นที่มากที่สุด&nbsp;</p>



<p>อีกทั้งยังมี<strong>บูธนำเสนอนิทรรศการผลการดำเนินงานการพัฒนาอาชีพสู่การมีงานทำ “ทางเลือก ทางรอด” ของการสร้างการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน</strong> ที่ทำให้เห็นว่าการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน สามารถต่อยอด สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ขยับขยายคนเล็ก ให้กลายเป็นคนใหญ่ในความรู้กับธรรมชาติที่ตนเองเติบโตมา และรอบรู้ในสิ่งที่ต้องเติมเต็มและสร้างสรรค์อยู่เสมอ เกิดทักษะทั้งวิชาการ วิชาชีพ และวิชาชีวิต และส่งผลให้ครอบครัว ชุมชน สังคมรอบข้างเกิดความเข้มแข็งอยู่ร่วมและอยู่รอดในสถานการณ์ปัจจุบันได้อย่างมีความสุข</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1c465b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-3 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="855" height="569" data-id="76743" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-02.jpg" alt="" class="wp-image-76743" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-02-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="76742" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-01.jpg" alt="" class="wp-image-76742" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-01.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-01-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-01-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-01-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/20240205_กสศ.-สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p>ทางด้าน <strong>ผศ.ดร.บัญชร แก้วส่อง ผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ.</strong> กล่าวว่า “สิ่งที่เรากำลังทำ คือการทำงานจากเรื่องเล็ก ๆ เพื่อส่งผลกระเพื่อมไปถึงเรื่องใหญ่ ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนช่วยกันหนุนเสริม เติมเต็ม เพื่อร่วมกันจัดการศึกษาที่ตอบโจทย์ชีวิต ดังเช่น อบต.หนองสนิท ที่ไม่ได้ทำงานกับคนข้างบน หากแต่เป็นการทำงาน ที่ อบต. มาทำงานร่วมกับชาวบ้าน กลายเป็นพื้นที่กลางที่โยงใยวิถีชีวิต วัฒนธรรม ธรรมชาติ และผู้คนทุกช่วงวัยเข้าด้วยกัน</p>



<p>“การเรียนรู้หรือการจัดการศึกษาที่เหมาะสมและตอบโจทย์ก็เช่นกัน เป็นเรื่องที่คนในครอบครัว ชุมชน สังคม ต่างต้องช่วยกันเป็นพื้นที่ที่โอบล้อมเด็กและเยาวชนในชุมชน ช่วยกันดูแล ไม่ใช่เพียงความรับผิดชอบใครเพียงคนหนึ่ง ฐานที่เข้มแข็งเกิดจากฐานชุมชนที่เข้มแข็ง หากอยากให้เด็กและเยาวชนได้รับการพัฒนา และเกิดพื้นที่เรียนรู้ที่ตอบโจทย์ชีวิตเขาจริง ๆ นิเวศแวดล้อมเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะต้องให้คนในครอบครัว ชุมชน สังคม ร่วมกันทำความเข้าใจลูกหลานในชุมชนอย่างแท้จริง เมื่อนั้นทุกอย่างจะเปิด ทั้งโอกาส เปิดทั้งใจ ทุกหน่วยงาน ทุกคนในชุมชน เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เรื่องนี้ได้ร่วมขับเคลื่อนต่อไปอย่างสร้างสรรค์”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c32017"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/ผศ.ดร.บัญชร-แก้วส่อง-ผู้ทรงคุณวุฒิ-กสศ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ผศ.ดร.บัญชร แก้วส่อง ผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ade726"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/ดร.จำเนียร-วรรัตน์ชัยพันธุ์-ผู้ทรงคุณวุฒิ-กสศ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.จำเนียร วรรัตน์ชัยพันธุ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ต่อมาทางด้าน <strong>ดร.จำเนียร </strong><strong>วรรัตน์ชัยพันธุ์ ที่ปรึกษาอาวุโส องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) และผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ.</strong> กล่าวว่า “เวทีนี้เป็นเวทียิ่งใหญ่มากในเรื่องของการบูรณาการระหว่างท้องที่และท้องถิ่น รวมทั้งบูรณาการการศึกษาภายในและภายนอกให้อยู่ร่วมกันได้บนพื้นฐานธรรมชาติ&nbsp;</p>



<p>วัฒนธรรม และความเป็นตัวเอง กล่าวคือการสร้างธรรมชาติให้มีมูลค่าโดยใช้ฐานชีวิตของตนเองเองเป็นตัวตั้ง ให้คนได้มองเห็นถึงคุณค่า และสร้างมูลค่า นำพารายได้มาให้ตนเองในที่สุด</p>



<p>“การศึกษาก็เช่นกัน บทเรียนที่เรามีในครั้งนี้ คือเรื่องของธรรมชาติและวัฒนธรรม สิ่งที่เราต้องอยู่อย่างเป็นกัลยานมิตรก็คือธรรมชาติ การศึกษาที่อยู่ในระบบ ต้องก้าวข้ามพรมแดนไปหาธรรมชาติของผู้คน เพราะการพัฒนาที่แท้จริง มันไม่มีพรมแดนมากั้น เพราะฉะนั้นการศึกษาในปัจจุบันต้องปรับและเปลี่ยนให้เหมาะสมตามธรรมชาติ และบริบทของผู้เรียน&nbsp; เชื่อว่าพลังของท้องถิ่น ท้องที่ และชุมชน สิ่งนี้จะเป็นฐานสำคัญ ที่จะนำพาชีวิตคนยากไปสู่ความมั่งคงและยั่งยืนได้ โดยใช้บทบาทหน้าที่ของตนเอง นำพาตนเองออกมาจากพรมแดนของความเชื่อ แล้วมาพบเจอกับความเป็นจริง ที่เราต้องร่วมกันจัดการ เพื่อเกิดกัลยาณมิตรที่เอื้อต่อชีวิตคนยากอย่างแท้จริง”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-040224/">กสศ. สานพลังเครือข่ายจังหวัดสุรินทร์ ร่วมพัฒนาเด็กและเยาวชนในอำเภอจอมพระ สู่การศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Wayfinder: แชร์ประสบการณ์ก้าวพลาด ขอโอกาสเพียงนิด เปลี่ยนชีวิตเด็กในกระบวนการยุติธรรม</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-wayfinder-260923/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Sep 2023 06:20:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ภัทระ คำพิทักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[พันตำรวจโทวรรณพงษ์ คชรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[จิตติมา กระสานติ์กุล]]></category>
		<category><![CDATA[Wayfinder]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องเปิดโอกาส Talk Event ‘Wayfinder: เส้นทาง-โอกาส-จุดเปลี่ยน’]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาส Open House]]></category>
		<category><![CDATA[หรั่ง พระนคร]]></category>
		<category><![CDATA[ร้อยตรีจิรัฎฐ์ ชยบัณฑิต]]></category>
		<category><![CDATA[มะลิวัลย์ บุญฤทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[แพท พาวเวอร์แพท]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=72319</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ร่วมกับกองทุนเพื่อความ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-wayfinder-260923/">Wayfinder: แชร์ประสบการณ์ก้าวพลาด ขอโอกาสเพียงนิด เปลี่ยนชีวิตเด็กในกระบวนการยุติธรรม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายจัดงาน <strong>‘โอกาส Open House: สร้างโอกาสทางการศึกษา เปิดเส้นทางชีวิตใหม่’</strong> ณ ลิโด้ คอนเน็คท์ ระหว่างวันที่ 8-10 กันยายน 2566 เปิดพื้นที่ให้กับเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมภายใต้การดูแลของกรมพินิจฯ ได้แสดงออกถึงศักยภาพ ความสามารถ และความสนใจตามที่ตนเองถนัด พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจให้กับสังคมว่า การหยิบยื่นโอกาสทางการศึกษาและการประกอบอาชีพ มีความสำคัญอย่างยิ่งในการฟื้นฟูบำบัดเด็กและเยาวชนให้กลับคืนสู่สังคมและไม่หวนกลับมากระทำผิดซํ้า โดยได้รับเกียรติจาก <strong>พันตำรวจโทวรรณพงษ์ คชรักษ์</strong> อธิบดีกรมพินิจฯ และ<strong>ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ</strong> กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ. ร่วมกล่าวเปิดงาน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-00a7e4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/1-6.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย กิจกรรมร้านไอศกรีม ‘โอกาสรวมมิตร’ เติมโอกาสชีวิต กิจกรรมการแข่งขันทักษะดนตรีรอบชิงชนะเลิศ ‘DJOP Music Contest 2023: ลานเปล่งแสงแสดงดนตรี’ กิจกรรมสาธิตการทำอาหารและการชงกาแฟจากเชฟและบาริสตามืออาชีพ กิจกรรม Movie Event ‘เรียนผ่านหนัง’ ชวนดูหนังตั้งวงคุยกับ กสศ. และ doc club และกิจกรรมที่สำคัญที่สุดคือ <strong>ห้องเปิดโอกาส Talk Event ‘Wayfinder: เส้นทาง-โอกาส-จุดเปลี่ยน’ </strong>กับแขกรับเชิญคนพิเศษ ผู้เคยกระทำผิดและอยู่ในกระบวนการยุติธรรม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้ให้โอกาสเด็กและเยาวชน ร่วมแชร์ประสบการณ์การได้รับโอกาสจนสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้กับน้องๆ เยาวชนในกระบวนยุติธรรม เพื่อเปิดโอกาสและเส้นทางชีวิตใหม่โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>หรั่ง พระนคร : จาก ‘นักโทษชั้นเลว’ ผู้ได้รับโอกาสจนเห็นคุณค่าในตัวเอง</strong></h2>



<p>การเสวนาเริ่มต้นจากการบอกเล่าเรื่องราวที่ตรงไปตรงมาของ <strong>อัครินทร์ ปูรี</strong> หรือ <strong>‘หรั่ง พระนคร’ </strong>ช่างทำกีตาร์มือฉกาจ ที่มีอดีตจากการเป็นนักโทษชั้นเลวที่เคยมองว่า ‘คุกคือบ้าน’ เพราะเขากระทำผิดซํ้าซากจนต้องติดคุก 9 ครั้ง และกลายเป็น ‘ขาใหญ่’ โดยเป็นการเข้าสถานพินิจฯ 7 ครั้ง และเรือนจำ 2 ครั้ง ส่วนใหญ่เป็นคดียาเสพติด&nbsp;</p>



<p>เวทีวันนี้เป็นการพูดถึงโอกาสและเส้นทางชีวิต หรั่งจึงขอยกคำพูดของเพื่อนคนหนึ่งในเรือนจำว่า “โอกาสเปรียบเสมือนไอศครีม ถ้าไม่รีบกินเดี๋ยวมันละลาย”&nbsp;</p>



<p>สำหรับเขาแล้ว โอกาสเพียงอย่างเดียวคงไม่รอด โอกาสต้องมาพร้อมกับกำลังใจ เปลี่ยนตัวเองทั้งความคิดและจิตใจไปพร้อมกัน ไม่เช่นนั้นการได้รับอิสรภาพอาจไม่มีความหมาย ด้วยสิ่งแวดล้อมที่เร้าอยู่จะนำพาพวกเขากลับไปยังเรือนจำอีกครั้ง ดังนั้น หากโอกาสที่เกิดขึ้นในศูนย์ฝึกหรือสถานพินิจฯ ไม่สามารถที่จะช่วยเขาได้ ทางเดียวที่เขาจะสามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้คือ โอกาสจากคนข้างนอก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-769caf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/หรั่ง.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">อัครินทร์ ปูรี หรือ ‘หรั่ง พระนคร’ ช่างทำกีตาร์มือฉกาจ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หรั่งบอกเล่าประสบการณ์ว่า เขาเคยสิ้นหวังภายในเรือนจำ ถึงขนาดเขียนจดหมายถึงญาติว่าจะไม่กลับบ้านแล้ว เนื่องด้วยเขาเป็นขาใหญ่ในเรือนจำ เขาจึงถูกกีดกันไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมในเรือนจำ เพราะเจ้าหน้าที่กลัวว่าเขาจะก่อเรื่อง ถูกตีตราไปแล้วว่าเลว ซึ่งการถูกปิดกั้นเช่นนี้จะทำให้ ‘สมองตาย’ ไม่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่เลย&nbsp;</p>



<p>การกระทำผิดเปรียบเสมือนการแสดงตัวตนและสร้างการยอมรับแบบหนึ่ง “แต่การแสดงตัวตนในด้านดีนั้นมันเห็นช้า เขาจึงเลือกไปทำตัวตนในด้านไม่ดี สีดำมันเห็นเร็ว เพราะต้องการการยอมรับ” หรั่งกล่าว&nbsp;</p>



<p>ในท้ายที่สุด หรั่งหลุดออกจากวงโคจรเช่นนี้จากการได้รับโอกาสใหม่จาก ‘บ้านพระพร’ ที่สอนให้ปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินชีวิตด้วยการฝึกฝนอาชีพ แต่การเปลี่ยนความคิดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ทำให้เขารู้สึกถึงคุณค่าในตัวเอง หรั่งได้กล่าวเน้นยํ้าว่า “ชีวิตคนจะมีคุณค่า ก็ต่อเมื่อเราได้ให้โอกาสเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน”&nbsp;</p>



<p>โอกาสต้องเริ่มจากตัวเรา และหลายครั้งมันเริ่มจากโอกาสเพียงเล็กๆ ที่จะไปจุดไฟในตัวของเขาให้ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตนเอง</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จิตติมา กระสานติ์กุล : เรื่องเล่า ‘แง่งาม’ ของเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม</strong></h2>



<p><strong>จิตติมา กระสานติ์กุล</strong> หรือ <strong>‘ครูยอด’</strong> ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน เขต 5 จังหวัดอุบลราชธานี แม่คนที่ 2 ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมจำนวนมาก ได้แบ่งปันเรื่องเล่าจากประสบการณ์ 20 ปี ถึง ‘แง่งาม’ ของเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับตนเอง&nbsp;</p>



<p>“เราอาจคิดว่าเขากระทำผิดและยากที่ปรับปรุงแก้ไข แต่พวกเขาก็ได้แสดงความงดงามทางจิตใจของเขาออกมาอย่างไม่คาดคิด”</p>



<p>จิตติมาเล่าประสบการณ์สมัยที่อยู่ในบ้านเกิดของตนเองคือ จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ซอยข้างบ้านซึ่งเป็นแหล่งซ่องสุมของผู้ค้ายาเสพติดเป็นจำนวนมากจนเป็นเรื่องปกติ กระทั่งจิตติมาได้เริ่มทำงานในตำแหน่งพนักงานคุมประพฤติของสถานพินิจฯ ซึ่งต้องรับผิดชอบคดียาเสพติดของเด็กซอยข้างบ้าน จิตติมากล่าวว่า เธอเอาตัวเองไปอยู่ในจุดที่เด็กเป็น ทำให้พบว่าเด็กคนนี้เติบโตในครอบครัวยากจนครอบครัวใหญ่ที่ขายยาบ้า “หากคนหนึ่งนอน อีกคนจะลุกขึ้นมาขาย”&nbsp;</p>



<p>จนวันหนึ่งเด็กคนนี้ขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดที่หน้าบ้านของจิตติมา ได้กล่าวทักทายและช่วยงานที่ร้านขายของของครอบครัวจิตติมา จนพี่สาวของเธอที่เคยกลัว เกิดความเอ็นดูและผูกพันกับเด็กเหล่านี้</p>



<p>เรื่องเล่าเรื่องที่ 2 จิตติมาได้เล่าเรื่อง ‘ดอกปีบ’ ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างที่จิตติมาทำงานอยู่ในสถานพินิจฯ ลำปาง ซึ่งมีเด็กชาวพม่าชื่อ ‘ฮัสซัน’ เก็บดอกปีบมาวางไว้ที่โต๊ะทำงานของเธอทุกวันในช่วงที่ดอกปีบบาน และฮัสซันก็ถูกปล่อยตัวไปพร้อมกับฤดูกาลของดอกปีบที่หมดลง แต่แล้ววันหนึ่งก็มีดอกปีบมาวางบนโต๊ะของเธออีกครั้ง ใจหนึ่งเธอก็ภาวนาขออย่าให้เป็นฮัสซันเลย จึงได้ไปสอบถามเจ้าหน้าที่รายอื่นว่าใครเป็นผู้เอามาไว้ จนได้คำตอบว่า เป็นเด็กชาวพม่าอีกคนที่ฮัสซันเคยบอกเขาไว้ว่า จิตติมานั้นชอบดอกปีบ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c8ffd2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/จิตติมา.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">จิตติมา กระสานติ์กุล หรือ ‘ครูยอด’ ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน เขต 5 จังหวัดอุบลราชธานี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เรื่องที่ 3 คือ ‘ก้าวพลาด’ เรื่องราวของ ‘คิง’ นักเลงหัวไม้ที่ชอบเอาเท้าขยี้หน้าคู่อริ คิงมาจากครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์แบบ แต่เขาคือคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งแม่เพื่อขายของที่ตลาดตอนตี 4 เป็นคนที่เรียกแทนตัวเองว่า ‘หนู’ กับผู้ใหญ่ที่สนิทและนอนหนุนตักแม่ตอนดูโทรทัศน์ แต่จิตติมาเกิดคำถามว่า ทำไมคิงถึงต้องเอาเท้าขยี้หน้าคู่อริตลอด จนได้คำตอบว่า คิงเลียนแบบพ่อ ตอนที่พ่อลงมือทำร้ายร่างกายแม่ด้วยการเอาเท้าเหยียบหน้า&nbsp;</p>



<p>เรื่องที่ 4 คือ ‘เข้มแข็ง’ เรื่องเล่าของ ‘ป๊อป’ เด็กเทคนิคฯ ที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมจากคดีทะเลาะวิวาทและพกพาอาวุธปืน แต่ครูนักจิตวิทยาพบว่า ป๊อปเป็น ‘เด็กจีเนียส’ ทั้งที่เขามีเกรดเฉลี่ยเพียง 1.9 เท่านั้น ซึ่งจิตติมาไม่เชื่อเมื่อทราบจากครูนักจิตวิทยา จากการสืบประวัติไปยังผู้ปกครองพบว่า แม่ของป๊อปมีอาการผิดปกติ ต่อมาแม่ของเขาได้รับการรักษา แต่ด้วยอาการทางจิตเวชทำให้ลูกชายของเธอซึ่งเป็นเด็กจีเนียสไม่เปล่งประกายส่องแสงออกมา</p>



<p>ด้วยเรื่องเล่าทั้งหมดนี้ มักจะนำมาสู่ข้อสรุปแบบเดิมๆ ว่าทำไมเด็กเหล่านี้ถึงก้าวพลาด เช่น ปัญหาครอบครัว การเลี้ยงดู ตัวเด็กเอง เป็นต้น จิตติมายํ้าว่า “หากเรามองในจุดที่ใช้ใจมอง ปัญหาของเด็กที่กระทำความผิด ก็คือปัญหาในเชิงโครงสร้างของสังคม ดังนั้นต้องให้โอกาสพวกเขาให้ได้เปล่งแสงออกมา ให้พวกเขามีที่ยืน”&nbsp;</p>



<p>พร้อมยํ้าว่า สิ่งที่จะทำให้พวกเขาเข้มแข็งคือ ‘โอกาส’ และนำข้อดีของเขามาพัฒนาต่อ ที่สำคัญจิตติมาชี้ว่า “action ต้องเท่ากับ reaction ถ้าครูอยากให้เด็กๆ อ่อนโยน ครูก็ต้องอ่อนโยนกับเด็กๆ ซึ่งหมายความว่าครูจะต้องเป็นต้นแบบที่ดีให้กับเขา”&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ จิตติมายังได้ยกโมเดลของกรมพินิจฯ ขึ้นมาคือ Good Life Model หรือ GLM ที่ทางกรมพินิจฯ อยากให้เด็กๆ มีครอบครัวที่ดูแลพวกเขาได้ มีการศึกษา ที่อยู่อาศัย ชุมชนดี การประกอบอาชีพ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และมีสุขภาพจิตที่ดี แต่ในความเป็นจริงเราไม่สามารถหยิบยื่นสิ่งเหล่านี้ได้ ดังนั้น จึงมีเพียง ‘โอกาสที่ดี’ ที่เราจะให้ได้ เพื่อให้พวกเขาเข้มแข็ง นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางทัศนคติและดำเนินชีวิตบนเส้นทางที่ดี ซึ่งสุดท้ายแล้วสังคมจะต้องให้โอกาส</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ร้อยตรีจิรัฎฐ์ ชยบัณฑิต : โอกาสควรเป็นของทุกคน</strong></h2>



<p><strong>ร้อยตรีจิรัฎฐ์ ชยบัณฑิต</strong> นายทหารปฏิบัติการจิตวิทยา กองร้อยปฏิบัติการจิตวิทยา กองพันปฏิบัติการจิตวิทยา ได้แบ่งปันประสบการณ์ในฐานะผู้ก้าวพลาด จากการกระทำผิดร่วมกันมียาเสพติดให้โทษเป็นยาบ้า 218,000 เม็ด และเฮโรอีน 58 กิโลกรัม ซึ่งเป็นการกระทำผิดร้ายแรงตอนอายุ 17 ปี 11 เดือน เพียงเพราะคิดว่าเด็กอายุไม่ถึง 18 ปี ไม่ต้องเข้าเรือนจำ ซึ่งเป็นกฎหมายข้อเดียวที่เขารู้ และด้วยกฎหมายข้อเดียวข้อนี้ ทำให้เขาต้องเข้าสถานพินิจฯ และศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน&nbsp;</p>



<p>ร.ต.จิรัฎฐ์ เล่าว่า ชีวิตในวัยเด็กของเขาขาดโอกาสหลายอย่าง ทั้งชีวิตความเป็นอยู่ การเงิน และการศึกษา ด้วยความยากจนเขาจึงต้องออกจากระบบการศึกษาหลังจบชั้นมัธยมต้น และต้องทำงานหลังจากนั้น จนถูกเพื่อนร่วมงานที่อายุมากกว่าชักจูงไปในทางที่ผิด ขาดทักษะในการปฏิเสธและเกรงใจ เพราะความอยากได้อยากมี&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c6aa25"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/ร้อย.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ร้อยตรีจิรัฎฐ์ ชยบัณฑิต นายทหารปฏิบัติการจิตวิทยา กองร้อยปฏิบัติการจิตวิทยา กองพันปฏิบัติการจิตวิทยา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>อย่างไรก็ตาม เขาอยู่ในกระบวนการยุติธรรมเพียง 3 ปีเท่านั้น จากทั้งสิ้น 12 ปี เพราะได้รับโอกาสในระหว่างอยู่ที่ศูนย์ฝึกฯ ทำให้เขาได้พัก คิด ลุกขึ้นใหม่ จากคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ จนทำให้เขาได้กลับมาเรียนต่ออีกครั้งจนถึงระดับปริญญาตรีระหว่างที่ยังใช้ชีวิตในศูนย์ฝึกฯ และจากรายงานความประพฤติ ทำให้ศาลตัดสินลดโทษการคุมขัง และสามารถสอบบรรจุรับราชการทหารได้ในที่สุด</p>



<p>ร.ต.จิรัฎฐ์ เน้นยํ้าถึงการมองเห็นคุณค่าในตนเองว่า “โอกาสต่างๆ ที่เราได้รับมา ทำให้ผมมีวันนี้นะครับ ไม่ใช่เพียงแค่โอกาสจากทุกคนที่มอบให้เรา แต่มันเป็นโอกาสที่เรามองเห็นว่า เราไม่ใช่คนที่ไม่ดี เป็นโอกาสที่เรามองเห็นคุณค่าในตัวเอง ทำให้เราสามารถวางแผนชีวิต ตั้งเป้าหมาย เพื่อก้าวข้ามจุดนั้นได้”&nbsp;</p>



<p>สุดท้ายนี้ ร.ต.จิรัฎฐ์ ฝากไว้ว่า “ไม่ว่าใครที่เคยพลาด ไม่ว่าใครที่ยังอยู่ข้างนอก ไม่ว่าใครที่อาจจะไม่เคยเข้าสถานพินิจฯ แต่ผมมองว่าโอกาสไม่ควรมีเฉพาะแค่ผม แต่โอกาสควรเป็นของคนทุกคน”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>มะลิวัลย์ บุญฤทธิ์ : Life = Water</strong></h2>



<p><strong>มะลิวัลย์ บุญฤทธิ์ </strong>พนักงานภาคพื้น สายการบินนกแอร์ ได้แชร์เรื่องราวชีวิตของเธอที่เคยหลงผิดด้วยการเปรียบเทียบชีวิตเป็นเหมือนดั่งนํ้า Life = Water</p>



<p>มะลิวัลย์เล่าว่า เธอเติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ มีคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องรับผิดชอบพี่น้องของตนรวมอีก 3 ชีวิต และแม่จำเป็นต้องทำงานตลอดเวลา พี่น้องจึงต้องดูแลกันเอง ในช่วงชีวิตวัยรุ่นของเธอเป็นชีวิตที่พึ่งพาเพื่อน จนนำไปสู่การก้าวพลาดในชีวิตจากความอยากรู้อยากลองยาเสพติด&nbsp;</p>



<p>ชีวิตที่วนลูปหลงผิด ทำให้ชั่วขณะหนึ่งเธอมีความปรารถนาที่อยากจะออกจากวงจรเช่นนี้ เพื่อที่จะเปลี่ยนแปลง ขอเพียงแค่โอกาสอะไรก็ได้ จนกระทั่งเธอพลาดพลั้งกระทำความผิดและต้องเข้าศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนในที่สุด สิ่งที่เธอฝันมาตลอดคือ ทางเลือกในการรับการศึกษา ฝึกอาชีพ และการอยู่ในสังคมแวดล้อมที่ดี ทำให้เธอมองเห็นคุณค่าของตนเองมากขึ้น มีความฝันที่อยากสื่อสารภาษาอังกฤษและทำงานเป็นแอร์โฮสเตส ภายใต้การสนับสนุนของครูที่ปรึกษาในศูนย์ฝึกฯ เธอจึงได้ย้ายจากศูนย์ฝึกฯ ออกไปฝึกอาชีพภายนอกด้วยการเป็น ‘พี่เลี้ยงเด็ก’ ของมูลนิธิต่างชาติ ทำให้เธอรู้สึกว่า โอกาสที่เธอได้รับช่วยเติมเต็มความฝันในการสื่อสารภาษาอังกฤษได้มากขึ้น นอกจากนี้ ทำให้เธอรู้สึกรักในงานบริการ จนได้รับทุนการศึกษาต่อในระดับ ปวช. และปริญญาตรี</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2add49"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/มะลิวัลย์.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ความรักในงานบริการและทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษจากการได้รับโอกาส ทำให้เธอได้ประกอบอาชีพเป็นพนักงานบริการภาคพื้นของสายการบินนกแอร์ การได้งานนี้เป็นเพราะหัวหน้างานได้มองเห็นศักยภาพงานบริการในตัวของมะลิวัลย์</p>



<p>มะลิวัลย์เปรียบเทียบตนเองเป็นดั่งนํ้าว่า “ไม่ว่าเราจะอยู่ในสภาพแบบไหน นุ่นจะเปรียบตัวเองเป็นนํ้า เพราะว่านํ้ามีสถานะเป็นของเหลว เราสามารถเลือกภาชนะได้ ว่าเราอยากอยู่ในภาชนะแบบไหน ถ้าสมมติเปรียบเป็นตัวนุ่นเอง นุ่นเลือกที่จะอยู่ในสังคมแบบนี้ ก็เลยเป็นคนแบบนี้ แต่นุ่นสามารถเลือกเส้นทางให้กับตนเองได้”&nbsp;</p>



<p>มะลิวัลย์ทิ้งท้ายว่า “นุ่นไม่เคยรู้สึกด้อยค่าตัวเอง ไม่ว่าครอบครัวของเราจะเป็นแบบไหน สังคมที่เจอมาจะเป็นแบบไหน นุ่นก็รู้สึกไม่เคยเสียใจเลย แต่กลับยินดีด้วยซํ้าที่ตัวเองมีทุกวันนี้ได้ และเลือกเส้นทางให้กับตัวเองได้”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong><strong>แพท พาวเวอร์แพท</strong> : โอกาสเริ่มต้นที่ตัวเรา</strong></h2>



<p><strong>วรยศ บุญทองนุ่ม </strong>หรือ <strong>‘แพท พาวเวอร์แพท’ </strong>นักร้องยุค Y2K ผู้มีพรสวรรค์ทางดนตรีและประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย ผู้เคยก้าวพลาดในชีวิตจากคดีมียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและเสพ จนทำให้อนาคตในวงการบันเทิงของเขาต้องจบสิ้นเพียงชั่วพริบตา แต่เมื่อได้รับโอกาสทำให้เขากลับตัว เดินทางบนเส้นทางชีวิตใหม่ เขามีความสุขทุกครั้งที่ได้เดินทางไปบรรยายสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้กระทำผิดในเรือนจำและสถานพินิจฯ ทั่วประเทศ&nbsp;</p>



<p>แพท พาวเวอร์แพท เป็นลูกคนเดียวของครอบครัว เขารู้สึกว่าตนเองเป็นคนเก็บตัว แปลกแยก แตกต่างจากคนอื่นตั้งแต่เด็ก จนทำให้ไม่มีเพื่อน เขาจึงเอานักดนตรีเพลงร็อกเป็น ‘ไอดอล’ โดยลืมคิดถึงเป้าหมายและข้อดีจากพวกเขา แต่กลับเอาด้านลบของพวกเขามาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต ทั้งที่รู้ว่าไอดอลร็อกส่วนใหญ่มีจุดจบจากยาเสพติดแทบทั้งสิ้น ซึ่งเป็นการมองแค่ภาพฉาบฉวยเท่านั้น และด้วยความที่เขาไม่มีเพื่อน เขาจึงเห็นยาเสพติดเป็นเพื่อนเวลาเหงา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0d664b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/แพท.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">‘แพท พาวเวอร์แพท’ นักร้องยุค Y2K</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>แพท พาวเวอร์แพท เสพยาเสพติดแทบทุกประเภทจนทำให้อนาคตของเขาในวงการบันเทิงดิ่งลงเหว ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ งานหดหาย ทั้งยังถลำลึกเข้าไปในสังคมอันดำมืดที่ชักจูงให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับขบวนการค้ายาเสพติดโดยไม่รู้ตัว จนถูกจับกุมในที่สุดและเป็นข่าวใหญ่โต&nbsp;</p>



<p>นับตั้งแต่วันที่แพทเข้าไปใช้ชีวิตในเรือนจำ ชีวิตของเขาเท่ากับศูนย์ ชื่อเสียง ทรัพย์สินหมดสิ้น ทั้งยังต้องโทษจำคุก 50 ปี ปรับ 1 ล้านบาท ครอบครัวต้องเดือดร้อนเจ็บปวด เขาจึงคิดทบทวนตัวเองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นว่า “ถ้าเราต้องการที่จะไม่เดินยํ่าซํ้ารอยเดิม… เราต้องเปลี่ยนตัวเอง เปลี่ยนความคิด เปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่าง” และต้อง “ให้โอกาสตัวเองในการเปลี่ยนแปลง ในการเป็นคนใหม่ ในการทำสิ่งดีๆ”&nbsp;</p>



<p>เมื่อแพท พาวเวอร์แพท คว้าโอกาสในการพัฒนาตนเองเพื่อจะกลับบ้านได้ไวกว่า 50 ปี เขาได้ลงเรียนในระดับปริญญาตรีภายในเรือนจำ นอกจากการศึกษาที่เรือนจำมีแล้ว ในเรือนจำยังมีกิจกรรมอื่นให้ได้ทำ เขาสนใจในการวาดรูป เพราะรักในศิลปะ จึงเริ่มฝึกฝนในเรือนจำ สามารถสอบทักษะการเขียนรูปได้ในระดับต้นๆ และได้เข้าเรียนกับครูและผู้มีประสบการณ์ด้านศิลปะอีกด้วย การเขียนรูปยังมีส่วนช่วยให้เขามีสมาธิ ลืมเรื่องราวที่บั่นทอนชีวิตภายในเรือนจำ ไม่ได้หายใจทิ้งไปวันๆ และการเขียนรูปก็เป็นประโยชน์กับตนเองด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ae25e3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/5-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>แพท พาวเวอร์แพท ทิ้งท้ายการแชร์ประสบการณ์ว่า “ผมเชื่อในใจตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเมื่อถึงวันหนึ่งมันจะต้องมา แต่ระหว่างทางก่อนที่จะไปถึงตรงนั้น ก่อนที่จะได้รับโอกาส เราต้องเปิดโอกาสให้ตนเองครับ เปิดโอกาสเพื่อจะได้ทำสิ่งดีๆ เปิดโอกาสที่จะฝันและคิด และเชื่อมั่นในสิ่งนั้น”</p>



<p>แพท พาวเวอร์แพท ปิดท้ายการแชร์ประสบการณ์ของตนเองด้วยการร้องเพลง ในเพลงที่ชื่อ ‘ต้องคำสาป’ ที่ถ่ายทอดชีวิตของตนเองในเรือนจำอีกด้วย&nbsp;</p>



<p>ในช่วงสุดท้ายของกิจกรรมห้องเปิดโอกาส Talk Event ‘Wayfinder: เส้นทาง-โอกาส-จุดเปลี่ยน’ <strong>ภัทระ คำพิทักษ์</strong> กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ. ขึ้นกล่าวขอบคุณและแลกเปลี่ยนว่า จากที่ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับอธิบดีกรมพินิจฯ งานในวันนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ของกรมพินิจฯ เป็นความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เหมือนก่อน อีกทั้งยังสะท้อนความสำเร็จจากตัวอย่างเรื่องเล่าของแขกรับเชิญผู้เคยพลาดพลั้ง ซึ่งจะพบว่า นอกจากการให้โอกาสแล้ว การให้กำลังใจก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ มนุษย์ควรปฏิบัติในสิ่งที่สมควรต่อกัน และให้โอกาสต่อกัน เพื่อให้พื้นที่ทุกๆ แห่งเต็มไปด้วยโอกาสและความหวัง</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-wayfinder-260923/">Wayfinder: แชร์ประสบการณ์ก้าวพลาด ขอโอกาสเพียงนิด เปลี่ยนชีวิตเด็กในกระบวนการยุติธรรม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นายกฯ พร้อมแก้เหลื่อมล้ำการศึกษา หารือบอร์ด กสศ. เดินหน้าออกสลากเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-061123/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Sep 2023 14:03:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล]]></category>
		<category><![CDATA[นายกรัฐมนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล]]></category>
		<category><![CDATA[ภัทระ คำพิทักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐา ทวีสิน]]></category>
		<category><![CDATA[แก้เหลื่อมล้ำการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[สลากเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=71790</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี หารือร่วมกับ กองทุนเพื่อค [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-061123/">นายกฯ พร้อมแก้เหลื่อมล้ำการศึกษา หารือบอร์ด กสศ. เดินหน้าออกสลากเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี หารือร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ประเด็นขับเคลื่อนวาระความเสมอภาคทางการศึกษาของประเทศ นำโดย ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กสศ., ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการบริหาร กสศ., รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล กรรมการบริหาร กสศ., นายภัทระ คำพิทักษ์ กรรมการบริหาร กสศ. และ ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. ร่วมคณะเข้าพบ</p>



<p>ดร.ประสาร กล่าวว่า กสศ. ได้แสดงความความยินดีกับนายกรัฐมนตรี พร้อมตั้งใจมารับฟังนโยบายและแนวทางการทำงานขับเคลื่อนวาระความเสมอภาคทางการศึกษา เนื่องจาก กสศ. เป็นหน่วยงานในกำกับดูแลของรัฐบาล โดยสิ่งที่กสศ. ผลักดัน มีอยู่ 4 ประเด็นหลัก คือ&nbsp;</p>



<p><strong>เรื่องแรก การใช้ข้อมูลและงานวิจัยมาเป็นเครื่องมือทำงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ</strong> เช่น สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีหน่วยงานย่อยอยู่มากมาย บางครั้งก็อาจจะยังไม่มีการบูรณาการข้อมูลการทำงานเข้าด้วยกัน ซึ่งเรื่องนี้ กสศ. สามารถที่จะหนุนเสริมการทำงานได้&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ในการทำงานที่ผ่านมา กสศ. ได้พยายามหาทางป้องกันไม่ให้เด็กเยาวชนผู้ด้อยโอกาสหลุดจากระบบการศึกษา สนับสนุนให้เยาวชนกลุ่มนี้ได้รับการศึกษาในระดับที่สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยฐานข้อมูลจากการสำรวจติดตามเด็กพบว่าในแต่ละปี จะมีนักเรียนยากจนพิเศษมากกว่าหนึ่งแสนคนสำเร็จการศึกษาภาคบังคับในช่วง ม.3 แต่ในจำนวนนี้จะเหลือนักเรียนเพียงหนึ่งหมื่นคนที่ฝ่าฟันอุปสรรคจนเข้าสอบผ่านระบบ TCAS ได้เรียนมหาวิทยาลัยหรือคิดเป็นประมาณ 13% เท่านั้น ทั้งนี้ข้อมูลจากกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะช่วยสร้างโอกาสให้กับเด็กได้เพิ่มขึ้น และสามารถสร้างช่องทางหนุนเสริมแนวทางการดูแลเด็กเยาวชนผู้ด้อยโอกาสที่ยั่งยืนได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-dc4b71"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/32-กสศ-พบ-นายก-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>เรื่องที่ 2&nbsp;กสศ. พยายามผลักดันการสนับสนุนกระบวนการสร้างทักษะใหม่ (Reskill)&nbsp; ให้กับครอบครัวที่มีสถานะลำบาก ผู้ที่อยู่นอกระบบการศึกษา รวมถึงแรงงานด้อยโอกาสและแรงงานนอกระบบที่มีอยู่ถึง 20 ล้านคนในประเทศ ผ่านโครงการความร่วมมือต่าง ๆ</strong> เช่น สนับสนุนให้นักเรียนยากจนด้อยโอกาสเข้าเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล และหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยทันตแพทย์ซึ่งเป็นหลักสูตรระยะสั้น จัดการเรียนการสอนและให้ความรู้ตั้งแต่พื้นฐานจนปฏิบัติงานได้ภายใน 1 ปี&nbsp; แนวคิดนี้ใช้เวลาไม่นาน แต่เมื่อได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานอื่น เช่น วิทยาลัยพยาบาล ก็สามารถช่วยให้ผลิตกำลังคนที่มีคุณภาพได้</p>



<p><strong>เรื่องที่ 3 กสศ. พยายามสร้างกลไกต้นแบบต่าง ๆ</strong> เช่น ‘สวนผึ้งโมเดล’ โดยสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เช่น&nbsp; สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรีเขต 1 บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (ราชบุรี)&nbsp; ซึ่งต้นแบบการทำงานนี้สะท้อนให้เห็นว่า หากพื้นที่มีความเข้าใจปัญหาและตระหนักว่าสามารถปฏิรูปทั้งการสร้างโอกาสและพัฒนาคุณภาพการศึกษาไปพร้อมกันได้ ก็จะสามารถสร้างการเรียนรู้ที่มีความยืดหยุ่น ตอบโจทย์ชีวิต และป้องกันการหลุดจากระบบการศึกษาได้</p>



<p><strong>เรื่องที่ 4 กสศ. มีมาตรการระดมทรัพยากรเพื่อสนับสนุนภารกิจเพิ่มเติม </strong>ทั้งจากเงินบริจาค สลากเพื่อความเสมอภาค ตลาดการเงิน ตลาดทุน โดย กสศ. ได้พยายามสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนและภาคเอกชนร่วมลงทุนออกสลากการกุศลลดความเหลื่อมล้ำ ระดมทุนจากตลาดการเงินตลาดทุน ขยายมาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อการศึกษา เปิดโอกาสประชาชนร่วมลงทุนลดความเหลื่อมล้ำทุกเดือน ผลักดัน พ.ร.บ. กสศ. ให้ ครม. สามารถอนุมัติให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลส่งเงินรายได้ให้ กสศ.&nbsp; และได้เตรียมเสนอโครงการให้กระทรวงการคลังออกสลากการกุศลเช่นเดียวกับที่บริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) ออก Education Bond ครั้งแรก 100 ล้านบาท ฯลฯ&nbsp; โดย 4 ประเด็น ที่ได้กล่าวมา กสศ. จะพยายามผลักดันการทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายได้มากที่สุด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-916c27"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/32-กสศ-พบ-นายก-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>&#8220;อย่างไรก็ตาม กสศ. เข้าใจเรื่องข้อจำกัดด้านการคลังของประเทศ โดยในปี 2565 กสศ. มีงบประมาณราว 6,000 ล้านบาท พร้อมข้อมูลการสำรวจที่พบว่าเยาวชนจำนวนหนึ่งมีความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาจากสถานการณ์โควิด-19 กสศ. จึงเสนอของบประมาณเพิ่มเติมไปที่ 7,000 กว่าล้านบาท&nbsp; แต่ได้ถูกตัดไป&nbsp; ซึ่งเงินที่ขาดไปราว 1,900 ล้านบาท กสศ. จึงตั้งใจแสวงหาความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อนำทรัพยากรมาเพิ่มและหาช่องทางระดมในทุกทาง เช่นมาตรการด้านเงินบริจาค &#8221; ดร.ประสาร กล่าว</p>



<p>โดยหลังจากฟังประธานกรรมการบริหาร กสศ. รายงานจบ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าได้ติดตามการทำงานของ กสศ. มาหลายปีและเห็นด้วยกับนโยบายที่กล่าวมา แต่มองว่าหลายเรื่องน่าจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่ด้วยบทบาทของตนที่เปลี่ยนจากนักธุรกิจมาเป็นรัฐบาล น่าจะสามารถช่วยผลักดันประเด็นต่าง ๆ ได้มากขึ้น <strong><strong>นอกจากนี้ยังรับปากว่าจะดูแลเรื่องสลากเพื่อความเสมอภาคและการบริจาค ซึ่งความมุ่งมั่นในการดูแลปัญหาการศึกษามีหลายเรื่องที่ต้องใช้งบประมาณมาช่วย หากมีมาตรการการบริจาคที่เข้มแข็ง ก็น่าจะช่วยแก้ไขปัญหาได้อีกหลายด้าน รวมทั้งการดูแลเรื่องการขยายมาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อการศึกษา ซึ่งจะทำได้หลังจากแถลงนโยบายของรัฐบาลให้สภาฯ รับทราบ&nbsp;</strong></strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ec8190"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/32-กสศ-พบ-นายก-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าการออกหุ้นกู้โดยองค์กรรัฐบาลหรือองค์กรระดับนานาชาติ จะส่งผลต่อการช่วยเหลือสังคมได้มากกว่าการออกหุ้นกู้ในนามบริษัท และจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือได้มากขึ้น เพราะการทำการกุศลหรือทำงานจิตสาธารณะเพื่อสังคมเป็นสิ่งที่สังคมต้องการ โดยไม่ต้องหวังจำนวนที่มาก อาจเริ่มทำที่ 100-200 ล้านบาท ซึ่งมีความเป็นไปได้ และจะนำเรื่องการระดมทุนเพื่อการศึกษาในรูปแบบต่าง ๆ ที่จะสามารถช่วยขยายฐานการระดมทรัพยากร เช่นเดียวกับการออกกรีนบอนด์ ไปพูดคุยในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN) ครั้งที่ 78 ช่วงวันที่ 18-26 ก.ย. นี้ ที่กรุงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เพื่อให้ทั่วโลกมองเห็นความสำคัญในการแก้ปัญหาการศึกษาของไทย เพราะการศึกษาไทยที่มีปัญหาหลายด้านที่จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือเร่งด่วน</p>



<p>ในส่วนของการประสานแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ที่ยังเป็นอุปสรรคสำคัญในการทำงาน เพราะแต่ละหน่วยงานมีข้อจำกัด และระเบียบในการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ต่างกัน จะมอบหมายให้ ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม ประธานคณะทำงานด้านนโยบายการศึกษาและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ พรรคเพื่อไทย เป็นผู้ประสานงานดูแล โดย กสศ. สามารถเข้าไปจัดกิจกรรมที่ทำเนียบได้ในวันที่ประชุม ครม. เพื่อดึงความร่วมมือเพิ่มขึ้น พร้อมหารือกับทีมงานเกี่ยวกับการออกสลากการกุศลที่เป็นความรับผิดชอบของ รมว.กระทรวงการคลังว่าสามารถทำได้หรือไม่ โดยจากนี้จะนัดผู้อำนวยการกองสลากและเจ้าหน้าที่การคลังเข้าพบเพื่อหารือในเรื่องนี้ต่อไป นายกรัฐมนตรี กล่าว </p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-061123/">นายกฯ พร้อมแก้เหลื่อมล้ำการศึกษา หารือบอร์ด กสศ. เดินหน้าออกสลากเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. ร่วมกับกรมพินิจฯ มอบวุฒิบัตรสร้างโอกาสชีวิตใหม่แก่เด็กเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-200323/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Mar 2023 06:52:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[ภัทระ คำพิทักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา]]></category>
		<category><![CDATA[กำพล สิริรัตตนนท์]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ปารีณา ศรีวนิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริประกาย วรปรีชา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=65459</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2566 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-200323/">กสศ. ร่วมกับกรมพินิจฯ มอบวุฒิบัตรสร้างโอกาสชีวิตใหม่แก่เด็กเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2566 <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> ร่วมกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และมูลนิธิปัญญากัลป์ จัดพิธีมอบวุฒิบัตรให้แก่เด็กเยาวชนในกระบวนยุติธรรมจากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 5 จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 101 คน ณ โรงละครคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี หลังสำเร็จการศึกษาผ่านรูปแบบการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ชีวิตตามความถนัด อันเป็นผลสำเร็จของโครงการ <strong>‘พัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา’</strong> ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง กสศ. และกรมพินิจฯ สนับสนุนระบบการจัดการศึกษาภายใต้การพัฒนาทักษะวิชาการ วิชาชีพ และวิชาชีวิต เปลี่ยน <strong>‘ผู้คุม’</strong> เป็น <strong>‘นักจัดการเรียนรู้’</strong> ที่ส่งเสริมให้เด็กเยาวชนมีความสนใจด้านการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-21a368"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ </strong>กรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)<strong> </strong>กล่าวว่า การทำงานลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษากับเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมเป็นโจทย์ท้าทาย ด้วยกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของพื้นที่เป็นพื้นที่ปิด ดังนั้นการจะฝ่ากำแพงที่หนาทึบและปิดสนิทเข้าไปสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ต้องมีความร่วมมือจากหลายภาคส่วนช่วยกันออกแบบวิธีการ และมีนวัตกรรมที่เหมาะสมเพื่อผลักดันให้การเรียนรู้เข้าไปทำหน้าที่เปลี่ยนแปลงเด็กและเยาวชนที่ก้าวพลาด ให้กลับมาเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ</p>



<p>“สำหรับน้อง ๆ ในกระบวนการยุติธรรม ประเด็นสำคัญคือไม่ใช่แค่เข้าถึงการศึกษา แต่ต้องมีกระบวนการที่ครอบคลุมทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ ทักษะวิชาการ ให้เขารู้เท่าทันความซับซ้อนในสังคม และเมื่อกลับออกไป จะต้องมีการดูแลพวกเขาเพื่อไม่ให้วนเวียนกลับไปในวงจรเดิม ๆ ซึ่งตรงนี้แค่ให้ทุนการศึกษาอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีระบบติดตามต่อเนื่องว่าการออกไปใช้ชีวิตนั้นไปต่ออย่างไร มีคุณภาพได้แค่ไหน ทางครอบครัว ชุมชน สถานประกอบการให้การต้อนรับอย่างไร โจทย์เหล่านี้คือสิ่งที่ทุกฝ่ายพยายามทำร่วมกัน กสศ. ไม่ใช่ให้แค่ทุน แต่ให้ชีวิตไปต่อได้อย่างมีคุณภาพ มีทักษะชีวิตที่ดี เพื่อให้เด็กออกไปมีชีวิตที่ปกติ มีที่พึ่งพิง และไม่วนซ้ำกลับมาทำผิดอีก” <strong>ศ.ดร.สมพงษ์</strong> กล่าว</p>



<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-5 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-08.jpg" alt="" data-id="65464" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=65464" class="wp-image-65464" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-08.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-08-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-08-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-08-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-08-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-07.jpg" alt="" data-id="65465" data-full-url="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-07.jpg" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=65465" class="wp-image-65465" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-07.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-07-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-07-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-07-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-07-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></li></ul></figure>



<p></p>



<p>พิธีมอบวุฒิบัตรครั้งนี้ เป็นครั้งแรกของการจัดงานมอบวุฒิบัตรให้แก่เด็กเยาวชนในกระบวนยุติธรรมอย่างเป็นทางการ โดยมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ. ประกอบด้วย <strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ</strong> ,<strong>นายภัทระ คำพิทักษ์</strong> ,<strong>ผศ.ปารีณา ศรีวนิชย์ </strong>พร้อมด้วย<strong>นางสาวศิริประกาย วรปรีชา</strong> รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กเยาวชน <strong>นายกำพล สิริรัตตนนท์</strong> รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี <strong>นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</strong> ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมสร้างโอกาสเพื่อการเรียนรู้ กสศ. และหน่วยงานภาคีการศึกษา ร่วมมอบวุฒิบัตรสำเร็จการศึกษาหรือเทียบเท่าระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ,มัธยมศึกษาปีที่ 6 และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)&nbsp;</p>



<p><strong>อภิรักษ์</strong> หนึ่งในเยาวชนที่เข้ารับวุฒิบัตร เผยความรู้สึกว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดที่จะเรียนและเห็นความสำคัญของการศึกษา เพราะเคยมีงาน มีรายได้จากการประกอบอาชีพสุ่มเสี่ยง จนวันหนึ่งเส้นทางนั้นถูกปิดลงและต้องเข้ามาอยู่ในศูนย์ฝึกฯ ความคิดจึงเปลี่ยนไปจากการดูแลและกิจกรรมที่จัดขึ้นในโครงการฯ ทำให้ได้หันกลับมาทบทวนชีวิตมากขึ้นจนตระหนักว่าถ้าเรียนให้จบ มีวุฒิการศึกษา แล้วกลับเข้าสู่สังคมอีกครั้ง จะช่วยให้ไม่ต้องหวนกลับสู่วงจรชีวิตแบบเดิม ซึ่งได้เลือกเรียนหลักสูตรช่างเชื่อมโลหะในรูปแบบศูนย์การเรียนจนสำเร็จการศึกษาระดับ ม.3</p>



<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-7 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-0.jpg" alt="" data-id="65466" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=65466" class="wp-image-65466" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-0.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-0-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-0-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-0-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-0-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-05.jpg" alt="" data-id="65468" data-full-url="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-05.jpg" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=65468" class="wp-image-65468" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-05.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-05-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-05-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-05-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-05-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></li></ul></figure>



<p></p>



<p>ขณะที่ <strong>อัครพล</strong> ตัวแทนเยาวชนอีกรายเผยว่า เขาเคยฝันอยากเรียนปริญญาตรี แต่เมื่อต้องก้าวเข้ามาในศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน ก็บอกตัวเองว่าความฝันได้จบลงแล้ว แต่ด้วยการดูแลจากครูในศูนย์ฝึกฯ ทำให้กลับมาพบว่า ‘การศึกษา’ คือเครื่องมือที่จะช่วยกอบกู้ความฝันของเขากลับคืนมา</p>



<p><strong>นางสาวศิริประกาย วรปรีชา </strong>รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน<strong> </strong>กล่าวว่า ผลจากความตั้งใจที่จะจัดการศึกษาเพื่อความเสมอภาคสำหรับเด็กเยาวชนทุกคน ทำให้เกิดรอยยิ้มและความสุขที่เป็นความสำเร็จของเด็กและเยาวชนที่เคยก้าวพลาด ให้สามารถกลับเข้าสู่เส้นทางชีวิตที่ถูกต้องได้ รูปแบบการศึกษาที่หลากหลายตอบโจทย์ชีวิต คือเครื่องมือสำคัญที่ทำให้ปัจจุบันได้ขยายรูปแบบการเรียนรู้ไปยังศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน 21 แห่งทั่วประเทศ มีเด็กเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมลงทะเบียนเรียนกว่า 1,000 คนทั่วประเทศ และผ่านกระบวนการจนสำเร็จการศึกษาและรับวุฒิบัตรแล้วมากกว่า 400 คน</p>



<p>“ปัจจัยที่ทำให้กรมพินิจฯ สามารถออกแบบเส้นทางการศึกษาในรูปแบบดังกล่าวได้ เพราะเรามีภาคีที่เข้มแข็ง ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ กสศ. และได้มูลนิธิปัญญากัลป์มาช่วยขับเคลื่อนงาน รวมถึงมีการวิจัยเชิงลึกที่ไม่เพียงทำให้ค้นพบรูปแบบการศึกษาที่เหมาะสมกับน้อง ๆ แต่ยังมีกระบวนการติดตามผ่านโครงการชุมชนโอบอุ้ม ที่จะดูแลช่วยเหลือให้ทุกคนก้าวออกไปอย่างมั่นคง มีแรงบันดาลใจ และรู้สึกปลอดภัยในการเริ่มชีวิตใหม่อีกครั้ง” <strong>รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน </strong>กล่าว</p>



<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-9 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-03.jpg" alt="" data-id="65469" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=65469" class="wp-image-65469" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-03.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-03-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-03-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-03-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-03-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-04.jpg" alt="" data-id="65470" data-full-url="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-04.jpg" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=65470" class="wp-image-65470" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-04.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-04-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-04-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-04-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-04-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></li></ul></figure>



<p></p>



<p>ด้าน<strong> นายกำพล สิริรัตตนนท์ </strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี<strong> </strong>กล่าวว่า ความสำเร็จของเด็กเยาวชนจากศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนจังหวัดอุบลราชธานีในครั้งนี้ เปรียบเหมือนกับการนำพาเด็ก ๆ เดินผ่านเส้นทางความมืดไปสู่แสงสว่างของชีวิตใหม่ สะท้อนให้เห็นว่าการศึกษาคือเครื่องมือพัฒนาคน และทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันและส่งต่อโอกาสทางการศึกษาได้ เพราะการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง และจังหวัดอุบลราชธานีพร้อมจะขับเคลื่อนการศึกษาให้เป็นวาระสำคัญของจังหวัด</p>



<p>“เด็กและเยาวชนถ้าไม่ได้รับโอกาสพัฒนาศักยภาพ ประเทศชาติก็เดินต่อไปไม่ได้ วันนี้จึงอยากให้ทุกท่านมาร่วมมือกัน ถ้าใครที่มีโอกาสและมีความพร้อมทำงานด้านการศึกษาอยากให้ยื่นมือเข้ามาเลย เช่นเดียวกับความสำเร็จที่เกิดขึ้นที่ศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนจังหวัดอุบลราชธานีแห่งนี้ ที่เราได้เห็นน้อง ๆ นักเรียนได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่าย ได้รับโอกาสเรียนจนจบการศึกษา ได้พัฒนาทักษะอาชีพจนสามารถนำไปต่อยอดชีวิต ทั้งยังมีการสนับสนุนต่อเนื่องจากคณะทำงานที่คอยประคับประคองอยู่ข้างหลัง แม้เมื่อเด็กก้าวออกจากศูนย์ฝึกฯ แล้ว เพื่อให้แน่ใจว่าน้อง ๆ จะกลับคืนสู่สังคมได้อย่างยั่งยืน สามารถนำวุฒิบัตรที่ได้รับพาตัวเองไปสู่เส้นทางสายใหม่ และประสบความสำเร็จในชีวิตในวันข้างหน้า” <strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี </strong>กล่าว</p>



<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-11 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-06.jpg" alt="" data-id="65471" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=65471" class="wp-image-65471" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-06.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-06-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-06-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-06-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-06-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-10.jpg" alt="" data-id="65472" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=65472" class="wp-image-65472" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-10.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-10-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-10-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-10-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-10-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></li></ul></figure>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-83d4bd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06-กสศ.-ร่วมกับกรมพินิจ-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ พิธีมอบวุฒิบัตรให้แก่เด็กเยาวชนในกระบวนยุติธรรมจากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 5 จังหวัดอุบลราชธานี เป็นผลจากการพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษา ภายใต้แนวทางการพัฒนาเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม 4 ด้าน ประกอบด้วย 1) การพัฒนาและจัดทำระบบฐานข้อมูลเพื่อการศึกษา 2) การพัฒนารูปแบบการศึกษาที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของเด็กและเยาวชน 3) การพัฒนาบุคลากรให้เป็นผู้สนับสนุนและบริหารการจัดการศึกษา 4) การพัฒนากลไกเพื่อโอบอุ้มคุ้มครอง และสร้างความเข้มแข็งโดยเชื่อมโยงชุมชนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน โดยมีเยาวชนในความดูแลของกรมพินิจฯ และศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน 21 แห่งทั่วประเทศเข้าร่วม</p>



<p>สำหรับศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนเขต 5 จังหวัดอุบลราชธานี มีพื้นที่ดูแล 7 จังหวัดภาคอีสานตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดนครพนม มุกดาหาร สกลนคร อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ ยโสธร และอุบลราชธานี มีรูปแบบการจัดการศึกษาหลายทางเลือก ประกอบด้วย<strong> 1) การศึกษาสายสายสามัญ</strong> ได้แก่ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ,โครงการสัมฤทธิบัตร มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ,การศึกษาเทียบประสบการณ์ผ่านศูนย์การเรียนเซนต์ยอร์นบอสโก ปทุมธานี <strong>2) การฝึกวิชาชีพผ่านหลักสูตรวิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี</strong> ได้แก่ ช่างเชื่อมโลหะ ,ช่างไม้และก่อสร้าง ,ช่างไฟฟ้า ,ดนตรี ,ช่างศิลปหัตถกรรม ,ช่างตัดผม ,เกษตรกรรมพืชสวน ,การช่างสตรี <strong>3) หลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น</strong> ได้แก่ หลักสูตรช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ ,การทำเบเกอรี ,ช่างตัดเย็บ ,การนวดเพื่อสุขภาพและการแปรรูปสมุนไพร ,คอมพิวเตอร์เพื่อการสร้างอาชีพ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-200323/">กสศ. ร่วมกับกรมพินิจฯ มอบวุฒิบัตรสร้างโอกาสชีวิตใหม่แก่เด็กเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘วุฒิการศึกษา’ โอกาสและความหวังของเยาวชนในศูนย์ฝึกฯ เขต 5 อุบลราชธานี</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-280322/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Mar 2022 03:51:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ภัทระ คำพิทักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ฝึกเด็กและเยาวชนเขต 5 จังหวัดอุบลราชธานี]]></category>
		<category><![CDATA[วุฒิการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[Drop out children story]]></category>
		<category><![CDATA[กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[วณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ]]></category>
		<category><![CDATA[สุทธิชัย จรูญเนตร]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงยุติธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนเขต 5 จังหวัดอุบลราชธานี]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทเอส ไอ แอล ซี จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์การเรียน ซี วาย เอฟ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=53677</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ. ร่วมมือกับกระทรวงยุติธรรม กรมพินิจและคุ้มครองเด็กแ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-280322/">‘วุฒิการศึกษา’ โอกาสและความหวังของเยาวชนในศูนย์ฝึกฯ เขต 5 อุบลราชธานี</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กสศ. ร่วมมือกับกระทรวงยุติธรรม กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนเขต 5 จังหวัดอุบลราชธานี ศูนย์ฝึกเด็กและเยาวชนเขต 5 จังหวัดอุบลราชธานี ศูนย์การเรียน ซี วาย เอฟ บริษัทเอส ไอ แอล ซี จำกัด และภาคีเครือข่าย มอบวุฒิบัตรให้แก่เด็กและเยาวชนในศูนย์ฝึกเด็กและเยาวชนเขต 5 ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 64 คน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0864b4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/a1-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2565 พิธีมอบวุฒิบัตรแก่เด็กและเยาวชนผู้สำเร็จการศึกษา ปีการศึกษา 2564 ซึ่งเป็นผลสำเร็จจากการทำโครงการสนับสนุนการพัฒนาครูและเด็กนอกระบบการศึกษาโดยเครือข่ายเชิงพื้นที่ : ตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 9 จังหวัด ที่เป็นความร่วมมือระหว่างกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ศูนย์การเรียน ซีวายเอฟ บริษัทเอส ไอ แอล ซี จำกัด กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 5 และสถานพินิจและคุมครองเด็กและเยาวชนจังหวัดอุบลราชธานี ณ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 5 จังหวัดอุบลราชธานี</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e7847c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/ณัฐธ์ภัสส์-ยงใจยุทธ-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(ขวา) นางสาวณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โดยมี<strong>นางสาวณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม</strong>ให้เกียรติเป็นประธานในเปิดพิธีมอบวุฒิบัตรแก่เด็กและเยาวชนผู้สำเร็จการศึกษา ปีการศึกษา 2564 และนายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายภัทระ คำพิทักษ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) นางสาวศิริประกาย วรปรีชา รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน นายวิทิต เติมผลบุญ ผู้อำนวยการศูนย์การเรียน ซี วาย เอฟ และผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 5 ร่วมมอบวุฒิบัตรให้แก่เด็กและเยาวชนในศูนย์ฝึกเด็กและเยาวชนเขต 5 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวนทั้งสิ้น 64 คน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a19340"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/a2-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นางสาวณัฐธ์ภัสส์ กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรมเห็นความสำคัญของการสร้างโอกาสทางการศึกษาเพื่อความเสมอภาคให้กับเด็กและเยาวชน วันนี้ขอชื่นชมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ตามศักยภาพและความต้องการ ขอขอบคุณกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่เปิดโอกาสให้เด็กเยาวชนในศูนย์ฝึกฯ ได้รับการพัฒนาทั้งด้านวิชาการและวิชาชีวิต หวังว่าความร่วมมือในการพัฒนาการจัดการศึกษาให้เด็กและเยาชนในกระบวนการยุติธรรมนี้จะขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1b01cf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/a5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ขอให้กำลังใจ และแสดงความยินดีกับน้อง ๆ ทุกคนที่สำเร็จการศึกษา เพราะ ‘ความรู้’ คือประตูบานแรกที่จะเปิดโอกาสให้น้องได้พบเจอสิ่งต่าง ๆ อยากบอกว่า วันนี้น้อง ๆ มีโอกาสมากกว่าเด็กหลายคนที่ได้เรียนรู้ว่าตนเองชอบหรือไม่ชอบอะไร จึงอยากให้น้องไขว่คว้าสิ่งที่น้อง ๆ ชอบเพื่อให้น้องเดินไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ หากกระทรวงยุติธรรมสามารถช่วยเหลือน้อง ๆ ได้กระทรวงยุติธรรมยินดีเสมอ ขอขอบคุณผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนเขต 5 ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกเด็กและเยาวชนเขต 5 ศูนย์การเรียน ซี วาย เอฟ และ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่ให้โอกาสและดูแลเด็ก ๆ แทนพวกเรา”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8693eb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/สุทธิชัย-จรูญเนตร.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ </strong>กล่าวว่า วันนี้เรามีผู้ใหญ่ใจดี มีหน่วยงานที่เห็นความสำคัญของน้อง ๆ ทุกคน จากประสบการณ์ที่ผ่านมาจะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้น้อง ๆ สามารถเดินทางชีวิตต่อไปได้ อยากให้น้อง ๆ สร้างแรงบันดาลใจ สร้างความฝันให้ตนเอง และกระทรวงศึกษาธิการพร้อมรอรับน้องกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาทั้งสายสามัญและสายอาชีพตามศักยภาพและความถนัดของน้อง ๆ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cdbeb6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/ภัทระ-คำพิทักษ์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายภัทระ คำพิทักษ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายภัทระ คำพิทักษ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> กล่าวว่าความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะน้อง ๆ แต่เกิดจากการที่เราเปลี่ยนศูนย์ฝึกเด็กและเยาวชนเป็นศูนย์การเรียนรู้ เปลี่ยนเจ้าที่ที่มีแรงควบคุมเป็นครู นี่คือหัวใจสำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดวันนี้ เพราะถ้าเราไม่สามารถเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ให้เป็นครูได้ ก็อยากที่จะทำให้อนาคตเด็ก ๆ สดใสขึ้น ขอบคุณศูนย์การเรียน ซี วาย เอฟที่ทำให้น้อง ๆ ได้รับวุฒิการศึกษาที่เป็นใบเบิกทางสู่ความสำเร็จในอนาคต</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-280322/">‘วุฒิการศึกษา’ โอกาสและความหวังของเยาวชนในศูนย์ฝึกฯ เขต 5 อุบลราชธานี</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ.เปิดรับข้อเสนอโครงการทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน รุ่น 3</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-08-07-21/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 10 Jul 2021 07:29:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนพัฒนาอาชีพทีใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF]]></category>
		<category><![CDATA[ภัทระ คำพิทักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ปี2563]]></category>
		<category><![CDATA[TDRI]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐชา ก๋องแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักนวัตกรรมและทุนการศึกษา กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ประชุมเชิงปฏิบัติการเปิดรับข้อเสนอโครงการทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐานปี 2564]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=42950</guid>

					<description><![CDATA[<p>นำร่องต้นแบบชุมชนเข้มแข็ง ใช้ความรู้นำสู้วิกฤต ช่วยแรงง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-08-07-21/">กสศ.เปิดรับข้อเสนอโครงการทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน รุ่น 3</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><strong>นำร่องต้นแบบชุมชนเข้มแข็ง ใช้ความรู้นำสู้วิกฤต ช่วยแรงงานด้อยโอกาส &#8211; ครัวเรือนยากจนพิเศษ สร้างอาชีพ มีรายได้ พึ่งตัวเอง และส่งผลให้เด็กไม่หลุดออกจากระบบและมีโอกาสเรียนสูงขึ้น</strong></strong></p>



<p>เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดประชุมออนไลน์ ‘ประชุมเชิงปฏิบัติการเปิดรับข้อเสนอโครงการทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ปี 2564’ เพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์ แนวทางการทำงาน และประชาสัมพันธ์โครงการให้แก่องค์กรภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม หรือองค์กรที่สนใจ &nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fe370d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">น.ส.ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมและทุนการศึกษา กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>น</strong><strong>.ส.ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมและทุนการศึกษา กสศ.</strong> กล่าวว่า “จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 และปัญหาเศรษฐกิจส่งผลให้เกิดประชากรด้อยโอกาสว่างงานกลุ่มใหม่จำนวนมาก โครงการทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ปี 2564 จึงถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ ในฐานะต้นแบบการพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ที่มุ่งค้นหาระบบนิเวศทางการศึกษาและแนวทางฝึกอาชีพ เพื่อเชื่อมโยงชุมชนและเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่องไปพร้อมกัน โดยกลุ่มเป้าหมายคือประชากรนอกรั้วโรงเรียนวัย 15 ปีขึ้นไป ซึ่งประเทศไทยมีแรงงานกลุ่มนี้ราว 20 ล้านคน หรือ70% ในจำนวนนี้คือแรงงานนอกระบบที่ขาดทักษะ”</p>



<p><strong>ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมและทุนการศึกษา กสศ. กล่าวว่า</strong> “ตลอดสองปีที่ผ่านมา มีโครงการที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการกับ กสศ. ทั้งหมดจำนวน 194 โครงการ กว่า 182 หน่วยพัฒนาอาชีพ ครอบคลุมการทำงาน 50 จังหวัด ช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายที่ว่างงาน ยากจน และด้อยโอกาสไปแล้วปีละราว 10,000 คน ภายใต้งบประมาณที่จำกัด และในขณะนี้กำลังเปิดรับข้อเสนอโครงการจากหน่วยงานหรือองค์กรที่มีแนวคิดการพัฒนาอาชีพที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษาทั้งรัฐและเอกชน องค์กรเอกชน ธุรกิจเพื่อสังคม องค์กรชุมชน มูลนิธิ องค์กรสาธารณประโยชน์ เน้นช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และผู้ด้อยโอกาสให้ได้รับการพัฒนา 4 ทักษะสำคัญ คือ 1. ทักษะอาชีพ 2. ทักษะศตวรรษที่ 21 3. การดูแลสุขภาพจิต และ 4. ทักษะการบริหารจัดการด้านการเงินและหนี้สิน รวมทั้งมีรูปแบบการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการมีงานทำ ยืนหยัดด้วยตัวเองในระยะยาว โดยจะสนับสนุนทุนโครงการละไม่เกิน 1 ล้านบาท ดำเนินงานในกรอบระยะเวลา 7 เดือน</p>



<p>“กสศ. ตั้งเป้าให้หน่วยงานที่เข้าร่วม มองถึงการช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายพิเศษ คือกลุ่มคนวัยทำงานที่มีบุตรหลานในระบบการศึกษาที่ไม่เกินระดับชั้น ม.3 เพื่อสนับสนุนให้มีอาชีพ มีรายได้ เพื่อส่งต่อผลสำเร็จไปยังครัวเรือน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนให้ได้เรียนต่อโดยไม่หลุดจากระบบการศึกษา และมีความเป็นไปได้ในการเรียนต่อระดับชั้นที่สูงขึ้น” <strong>น</strong><strong>.ส.ธันว์ธิดากล่าว</strong></p>



<p>น.ส.ธันว์ธิดากล่าวว่า “โครงการนี้มองผลปลายทางที่มากกว่าการฝึกอาชีพหรือการผลิตสินค้า แต่จะนำไปสู่ชุมชนนำร่องที่ทำงานร่วมกัน เพื่อนำไปสู่การบริหารจัดการให้ผู้ด้อยโอกาสได้ประกอบอาชีพตามความถนัด พึ่งพาตนเองได้ มีอาชีพที่ยั่งยืน และนำพาชุมชนให้เกิดความเข้มแข็งยั่งยืน โดยหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการต้องมีการวิเคราะห์ชุมชนในด้านต้นทุนทางสังคม เศรษฐกิจ และวิเคราะห์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย โดยมองถึงความเป็นไปได้ในการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทุกกลุ่มที่มีการศึกษาไม่ถึงระดับชั้น ม.6 มีรายได้น้อยกว่า 6,500 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน เป็นต้น</p>



<p>“ผู้สนใจสามารถยื่นข้อเสนอโครงการได้ โดยเปิดรับยื่นข้อเสนอโครงการผ่านระบบออนไลน์ที่เว็บไซต์ <a href="http://www.EEF.or.th" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="www.EEF.or.th">www.EEF.or.th</a> หรือ <a href="http://ทุนพัฒนาอาชีพ.com" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="ทุนพัฒนาอาชีพ.com">ทุนพัฒนาอาชีพ.com</a> ตั้งแต่วันที่ 10 &#8211; 23 กรกฎาคม 2564 และจะประกาศผลโครงการที่ผ่านการพิจารณาภายในเดือน สิงหาคม 2564” น.ส.ธันว์ธิดากล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0b83c3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการฯ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาสังคม กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาสังคม กสศ.</strong> กล่าวว่า “ข้อมูลจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และยูนิเซฟพบว่า จะมีคนตกงานประมาณ 6 ล้านคน และมีเด็กจบการศึกษาใหม่ 1.3 ล้านคน ดังนั้นต้องหาทางรองรับคนที่จะหลั่งไหลออกจากเมืองกลับไปยังชุมชน อีกทั้งความคิดของทีมงานที่เน้นการทำงานโดยใช้ชุมชนเป็นฐานเพื่อเป็นต้นแบบของการรองรับแรงงาน เราอาจต้องเตรียมการเรื่องสวัสดิการทันสมัย รองรับคนที่จะกลับชุมชน ที่เต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ รุ่นเก่า คนจนเฉียบพลัน คนยากจนพิเศษ คนจนถาวร หรือเกือบจนในแต่ละชุมชนเพิ่มมากขึ้น </p>



<p>“เรากำลังแก้โจทย์สำคัญเรื่องความยากจน ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งมีสาเหตุปัจจัย 3 เรื่อง คือ 1. การส่งต่อความยากจนจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง คนที่จบ ม.ต้น แทบไม่มีโอกาสพัฒนาตัวเอง ต้องอยู่กับความยากจน &nbsp;2. ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนปีนี้จะยิ่งห่างมากกว่า 20 เท่า และ 3. การวัดประเมินผลแบบแพ้คัดออก ยิ่งคนด้อยโอกาสมาจากครอบครัวยากจนยิ่งขาดโอกาสทางการศึกษา ดังนั้นการแก้โจทย์เราจะไม่ส่งต่อเรื่องความยากจนจากคนอีกรุ่นหนึ่งไปอีกรุ่นหนึ่ง แต่เราจะสร้างมิติใหม่จะส่งต่อโอกาสความเสมอภาค กำหนดอนาคตของประเทศต่อไป ประเทศไทยจะต้องก้าวไปข้างหน้าโดยเชื่อมโยงกับองค์กรในท้องถิ่น ขยับเชิงนโยบายในแต่ละท้องถิ่น เป็นสังคมที่ลุกขึ้นมาต่อสู้กับความยากจนจากล่างขึ้นบน การทำต้นแบบองค์ความรู้ บูรณาการเชื่อมต่อกับนโยบาย ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของทุนในอนาคตข้างหน้า”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-074fa6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายภัทระ คำพิทักษ์ คณะกรรมการบริหาร กสศ. และอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการฯ</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>นายภัทระ คำพิทักษ์ คณะกรรมการบริหาร กสศ. และอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการ</strong> กล่าวว่า “ ‘การพัฒนาทักษะอาชีพโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน’ หมายถึงกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มคน โดยมีสิ่งที่เป็นพื้นฐานร่วมกัน ตั้งแต่พื้นที่ ความสนใจสภาพปัญหาชุมชน รวมถึงทุนทางเศรษฐกิจและทรัพยากรที่มีร่วมกัน ซึ่งโครงการเน้นว่าจะต้องไม่ใช่การฝึกอบรมอาชีพทั่วไป และไม่ได้เป็นการสงเคราะห์ แต่คือสร้างการเรียนรู้บนฐานสุภาษิตที่ว่า ‘แสงสว่างเสมอด้วยปัญญาไม่มี’ หมายถึงในสภาวะที่ผู้คนต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมของการประกอบอาชีพ อีกทั้งช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงที่มีวิกฤตเข้ามาบีบคั้น สิ่งที่จะทำให้ผู้คนและชุมชนฝ่าฟันไปได้เราต้องใช้ความรู้เป็นตัวนำ และนี่คือเป้าหมายและทิศทางของโครงการนี้”</p>



<p><strong>น.ส.ณัฐชา ก๋องแก้ว นักวิชาการฝ่ายนวัตกรรมข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> กล่าวว่า “ข้อมูลจากระบบ isee ของกสศ. (<a href="http://www.isee.eef.or.th/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">www.isee.eef.or.th/</a>) พบว่า มีนักเรียนทุนเสมอภาคจำนวน 1.17 ล้านคน เด็กกลุ่มนี้มาจากครัวเรือนยากจนที่สุด 15% ล่างของประเทศ เมื่อมีวิกฤตโควิด-19 มีรายได้ราว 1,021 บาทต่อคนต่อเดือน หรือราว 34 บาทต่อวันเท่านั้น จึงเป็นที่มาของการนำแนวคิดในการช่วยเหลือครอบครัวของนักเรียนทุนเสมอภาค ที่จำนวนมากต้องประสบปัญหาถูกเลิกจ้าง ว่างงาน และกลับภูมิลำเนามากขึ้น มาใช้ในการทำงานของโครงการในปี 2564 นี้ เพื่อเป็นต้นแบบการช่วยเหลือเปลี่ยนแปลงสมาชิกครอบครัวของนักเรียนทุนเสมอภาค ให้มีทักษะอาชีพและสามารถมีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ ซึ่งหมายถึงโอกาสในการศึกษาอย่างต่อเนื่องของเด็กและเยาวชนที่ยังอยู่ต่อไป”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1896ea"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/messageImage_1625834237234.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-08-07-21/">กสศ.เปิดรับข้อเสนอโครงการทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน รุ่น 3</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>5 กุญแจสำคัญ สำหรับการพาแรงงานไทยฝ่าฟัน Technology Disruption</title>
		<link>https://www.eef.or.th/poverty-technology-disruption/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Jul 2021 07:28:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กสศ X 101]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ภัทระ คำพิทักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[The101.world]]></category>
		<category><![CDATA[ความยากจน]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาทักษะแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[technology disruption]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราภิชาน แล ดิลกวิทยรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[สง่า วงศ์ษาพาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=42492</guid>

					<description><![CDATA[<p>“จากการอ่านข่าวบนหนังสือพิมพ์ มาเป็นการอ่านบนไอแพด จากก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/poverty-technology-disruption/">5 กุญแจสำคัญ สำหรับการพาแรงงานไทยฝ่าฟัน Technology Disruption</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“จากการอ่านข่าวบนหนังสือพิมพ์ มาเป็นการอ่านบนไอแพด จากการถ่ายกล้องฟิล์ม กลายเป็นกล้องดิจิทัล</p>



<p>“เราข้ามยุคเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีโดยที่ใช้ช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้นเอง”</p>



<p>คำกล่าวของ&nbsp;<strong>ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ</strong>&nbsp;ที่ปรึกษา<a href="https://www.the101.world/category/projects/eef-x-101/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</a>&nbsp;(กสศ.) และประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการ ในงานประชุมระดมความเห็นเรื่อง “Disruptive Technology กับการพัฒนาแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส” ฉายภาพพัฒนาการทางเทคโนโลยีในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมาว่าเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่สังคมหลายมิติ</p>



<p>ทั้งมิติที่เล็กที่สุดอย่างการดำเนินชีวิตประจำวัน การประกอบอาชีพ ไปจนถึงกระบวนการผลิตสินค้าหรือบริการ และโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ กำลังจะเปลี่ยนไปด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) Auto Machine Learning และอีกสารพัดที่กำลังจะเกิดขึ้นภายภาคหน้า ถ้าเราต้องการอยู่รอดในตลาดแรงงานท่ามกลางความก้าวหน้าเหล่านี้ ก็จำเป็นต้องเตรียมตัวรับมือ หาทักษะใหม่ให้แก่ตนเองและคนในประเทศ</p>



<p>แต่อีกด้านหนึ่ง สังคมไทยยังคงประสบกับปัญหาเรื้อรังเรื่องความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ทำให้กลุ่มผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และกลุ่มคนชายขอบรับมือกับผลกระทบจากเทคโนโลยียากลำบากกว่าคนกลุ่มอื่น เพราะความขัดสนทำให้มีโอกาสพัฒนาตนเองน้อยลง ทั้งยังได้สัมผัสนวัตกรรมใหม่เป็นลำดับท้ายๆ ของสังคม การทำให้คนเหล่านี้มีทักษะอาชีพที่ตลาดแรงงานต้องการเพื่อเพิ่มรายได้และหลุดพ้นจากความยากจน จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่กสศ. เล็งเห็นและวางแผนเข้าไปช่วยแก้ไข</p>



<p>อย่างไรก็ตาม การช่วยเหลือกลุ่มคนดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือ การระดมความคิดจากหลายภาคส่วนเพื่อค้นหาแนวทางอันเหมาะสม สาระจากการประชุมเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2563 จึงเป็นการทบทวน 5 เรื่องสำคัญ ก่อนมุ่งหน้าวางแผนขับเคลื่อน สร้างทักษะแก่เหล่าแรงงานผู้ด้อยโอกาสและช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป</p>



<h1 class="wp-block-heading"><strong>#1</strong></h1>



<h1 class="wp-block-heading"><strong>มองภาพ Disruptive Technology</strong></h1>



<h1 class="wp-block-heading"><strong>ให้</strong><strong>ครอบคลุมทั้งประวัติศาสตร์</strong></h1>



<h1 class="wp-block-heading"><strong>การศึกษา และหน้าที่ของรัฐ</strong></h1>



<p><strong>“</strong>Disruption หมายถึงการหยุดยั้ง ทำให้สิ่งที่เคยดำเนินมาเกิดความชะงักงัน”</p>



<p><strong>ศาสตราภิชาน แล ดิลกวิทยรัตน์</strong>&nbsp;จากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกริ่นถึงความหมายของศัพท์ที่อาจได้ยินจนคุ้นหู ก่อนขยายความ ‘สิ่งที่เคยดำเนินมา’ ว่าหมายถึงระบบอุตสาหกรรมและทักษะการทำงานของคนในสังคม</p>



<p>“เทคโนโลยีจะเข้าไปดัดแปลงคน ดัดแปลงกระบวนการการผลิต ทำให้ทักษะของคนซึ่งเคยใช้ทำงานแบบหนึ่งจะหมดประโยชน์ สิ่งที่เกิดขึ้นต่อคือคนตกงานจำนวนมาก เพราะมีหุ่นยนต์เข้าไปทำแทน อย่างที่เราเห็นว่าตอนนี้ งานบางชนิด เช่น พ่นสีรถยนต์ คนก็ไม่สามารถทำได้แล้ว เพราะคุณภาพไม่สม่ำเสมอ และลักษณะงานก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพ</p>



<p>“ส่วนที่ได้รับผลกระทบจาก Disruptive Technology มาก น่าจะเป็นอุตสาหกรรมขนาดกลางที่ใช้แรงงานคนเป็นหลัก และคนที่จะตกงานเพราะการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างชัดเจน คือกลุ่มแรงงานในระบบ</p>



<p>“ด้านแรงงานนอกระบบผมยังมองว่ามีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยน มีอาชีพใหม่ๆ เกิดขึ้นและไม่มีรูปแบบการทำงานตายตัว อย่างที่เราเห็นว่าตอนนี้มีอาชีพขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างส่งอาหาร หรือรับจ้างเข้าคิวเพื่อจองอสังหาฯ ดังนั้น เทียบกันแล้ว แรงงานนอกระบบอาจมีทางออกมากกว่าแรงงานในระบบ</p>



<p>“ถึงประเทศไทยจะถือว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการว่างงานต่ำ แต่ถ้าผมตกงาน ผมก็คงไม่มานั่งภูมิใจกับตัวเลขการว่างงานต่ำหรอกครับ” ศาสตราภิชาน แล แสดงความเห็น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a589dd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/ศาสตราภิชาน-แล-ดิลกวิทยรัตน์01-1280x853-1.png" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศาสตราภิชาน แล ดิลกวิทยรัตน์</figcaption></figure></div></div></div>



<p>อันที่จริง ปรากฏการณ์ Technology Disruption นี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก หากมีมาตลอดบนหน้าประวัติศาสตร์โลก และทุกๆ ครั้ง ล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบทำนองเดียวกัน นั่นคือเทคโนโลยีเข้ามาทดแทนคน ทำให้คนกลุ่มหนึ่งตกงาน จนต้องขวนขวายหาทักษะอาชีพแบบใหม่ๆ หรือไม่ ก็อาจจะสร้างความปั่นป่วนในสังคมระลอกถัดมา</p>



<p>“หากเราศึกษาประวัติศาสตร์ดูจะพบว่า ช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรมปี 1770 เป็นต้นมา เทคโนโลยีเครื่องจักรไอน้ำได้เข้าไปแทนที่งานใช้แรงคน แรงสัตว์ และทำให้เกิดการผลิตสินค้าปริมาณมาก จนช่างฝีมือที่ดำรงชีพด้วยการทอผ้า การปั้นเครื่องปั้นดินเผา หรือหล่อโลหะตกงานกันบานตะเกียง กลายเป็นว่าเกิดขบวนการแอนตี้การใช้เครื่องจักร ที่เรียกว่าขบวนการ Luddite ก่อความวุ่นวายเผาโรงงานขึ้น” ศาสตราภิชาน แล ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ</p>



<p>“หรือจากประสบการณ์ของผม สมัยหนึ่งตำแหน่งเลขานุการเป็นตำแหน่งที่ได้เงินเดือนดีมาก และคนที่จะเป็นเลขาได้ต้องเก่งวิชาชวเลข ใครสอบได้ที่หนึ่งวิชาชวเลขจะมีโอกาสเข้าทำงานในบริษัทดังๆ แต่เมื่อมีเทคโนโลยีเทปอัดเสียงเกิดขึ้น ปรากฏว่าเลขาที่เคยจดชวเลขได้เร็วที่สุดกลับตกงาน มานั่งชงกาแฟให้นายอย่างเดียว เพราะความรู้ที่เคยถือว่าวิเศษสุดกลายเป็นศูนย์ นี่คือตัวอย่างหนึ่งของ Disruption ที่เห็นชัด”</p>



<p>ศาสตราภิชาน แล ยังเสริมว่า การที่ทักษะแบบเดิมใช้ไม่ได้อีกต่อไปอาจไม่ได้ส่งผลเสียต่อหน้าที่การงานเพียงเรื่องเดียว แต่ส่งผลถึง ‘หน้าตา’ ในสังคมของบุคคลนั้นอีกด้วย</p>



<p>“มีหนังสือเก่าเรื่องหนึ่งเล่าตัวอย่างเรื่อง Disruption ไว้น่าสนใจมาก คือ “ไหมอีสาน” เป็นเรื่องราวของครูคนหนึ่งคอยสอนวิธีการทำไหม กรอไหม สาวไหมให้แก่คนในชุมชน การที่เขามีทักษะการผลิตเช่นนี้ ทำให้คนมาเรียนรู้งานจากเขา ยกย่องชื่นชมเขา ใครแต่งงานก็เชิญเขาไปเป็นประธาน ใครตายก็เชิญเขาไปร่วมงานศพ แต่แล้ววันหนึ่งกลับมีโรงงานผลิตผ้าไหมไปตั้ง ทำให้จากเดิมที่ครูคนนี้เป็นแกนนำการผลิต ก็กลายเป็นลูกจ้างทอไหม ไม่ต่างจากคนอื่นๆ ในชุมชนซึ่งมีความรู้ด้อยกว่า&nbsp; สถานะทางสังคมของเขาถูกลดขั้นลงมาเพราะการ disruption ฉะนั้น Disruptive Technology อาจไม่ได้เกี่ยวข้องแค่เรื่องการผลิต เรื่องเศรษฐกิจ แต่เป็นเรื่องของสังคม เรื่องศักดิ์ศรีของมนุษย์ด้วย”</p>



<p>ดังนั้น การสร้างทักษะให้สอดคล้องกับตลาดแรงงานยุคเทคโนโลยีกำลังเฟื่องฟูจึงเป็นโจทย์สำคัญ ซึ่งศาสตราภิชาน แล เห็นว่าควรเริ่มต้นจากระบบการศึกษา เพียงแต่ปัญหาหนึ่งซึ่งคาราคาซังจนถึงปัจจุบัน คือการเรียนในโรงเรียนส่วนใหญ่ไม่เคยช่วยสร้างทักษะที่ตรงกับความต้องการของตลาดเลย</p>



<p>“ประเด็นหนึ่งที่พูดกันบ่อยคือการศึกษาของเราไม่เอื้อต่อการทำมาหากิน มีงานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์หลายเรื่องที่สะท้อนว่าการศึกษาในปัจจุบันผลิตคนไม่สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม เมื่อเรียนจบแล้ว กลับต้องไปเทรนกับนายจ้างเหมือนนับหนึ่งใหม่ ไม่ก็ฝึกกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อให้ทำงานได้ คำถามคือแล้วเราเรียนอะไรกันมา ทำไมจบแล้วถึงทำงานไม่ได้ ทักษะที่ระบบการศึกษาผลิต กับทักษะที่ตลาดต้องการยังจูนได้ไม่ตรงกันใช่หรือไม่?”</p>



<p>นอกจากประเด็นเรื่องเนื้อหาการเรียนการสอนใช้จริงไม่ได้ ศาสตราภิชาน แล ยังเพิ่มเติมว่าความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญซึ่งไม่อาจมองข้าม โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์</p>



<blockquote class="wp-block-quote"><p>“ประเด็นเรื่องการพัฒนาทักษะกับคนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ไม่ใช่แค่ปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องการเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยีอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาที่รากฐานของการศึกษาและความเสมอภาค”</p></blockquote>



<p>“ถ้าเรามองว่าการศึกษาเป็นการลงทุนสร้างทรัพย์สินในตัวบุคคล เราต้องพูดถึงปัญหาของระบบการศึกษากับโอกาสในการเข้าถึงความรู้ควบคู่ไปกับเรื่องการพัฒนาทักษะแรงงานด้วย ยกตัวอย่างที่บอกกันว่าหากรู้ภาษาอังกฤษจะสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ใหม่ๆ ใช้พัฒนาตัวเองได้ทั่วโลก แต่สำหรับกลุ่มคนขาดแคลนทุนทรัพย์นี้&nbsp; การเรียนภาษาอังกฤษก็มีต้นทุน โรงเรียนที่สอนภาษาอังกฤษได้ดีก็มีค่าเทอมแพงกว่าโรงเรียนวัด เด็กที่จบโรงเรียนอินเตอร์มีโอกาสหางานทำที่ดีกว่า</p>



<p>“ต่อให้เราบอกว่าการลดความเหลื่อมล้ำของเราจะเป็นการผลักดันคนด้อยโอกาส คนข้างล่างขึ้นไปทัดเทียมกับคนข้างบน แต่ถ้าคนข้างบนยังไม่หันกลับมาช่วยเหลือกัน มัวแต่ตักตวงผลประโยชน์แบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา ประโยชน์ที่จะเหลือให้คนข้างล่างอย่างไรมันก็น้อย ช่องว่างก็จะยิ่งห่างออกไปขึ้นทุกที ดังนั้น เราควรดูเรื่องการกระจายรายได้และทรัพย์สินในสังคม ปรับโครงสร้างของการจัดสรรงบประมาณ และบุคลากรที่จะเข้าไปช่วยเหลือในส่วนนี้ด้วย”</p>



<p>ขณะเดียวกัน ศาสตราภิชาน แล ยังแสดงทัศนะเพิ่มเติมว่า ปัจจัยด้านวัฒนธรรมในประเทศมีส่วนช่วยสร้างความก้าวหน้าด้านระบบการศึกษา โดยยกตัวอย่างประเทศเวียดนามว่า</p>



<p>“เวียดนามมีวัฒนธรรมคล้ายจีนและญี่ปุ่น คือสมาทานลัทธิขงจื๊อมาเป็นหลักดำเนินชีวิต ซึ่งลัทธินี้ให้ความสำคัญกับการศึกษามาก คนเวียดนามเชื่อว่าไม่ว่าใครก็ตามที่สอนเราครั้งเดียว คนคนนั้นจะเป็นครูของเราตลอดชีวิต ทำให้สังคมยกย่องอาชีพครูมาก แม้จะมีเงินเดือนไม่สูง แต่สถานะทางสังคมสูง ถ้าใครเรียนเก่ง เขาก็มักจะเรียนครูกัน นอกจากนี้เด็กเวียดนามยังขยันเรียนมาก เพราะส่วนใหญ่มีสภาพชีวิตลำบาก เขาจึงถือว่าความรู้เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการยกระดับชีวิตตนเอง</p>



<p>“ดังนั้น ระบบศึกษาของเวียดนามพัฒนาได้เพราะมีจิตวิญญาณ ค่านิยมเรื่องนี้เป็นตัวผลักดันสำคัญ ไม่ใช่วิธีการวางแผนหรือใช้เทคโนโลยีมาเกี่ยวข้อง ถ้าเรามีฐานความเชื่อ ค่านิยมให้ยึดโยงเหมือนกันแบบเวียดนาม การพัฒนาอะไรสักอย่างก็จะง่าย”</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ในทัศนะศาสตราภิชาน แล มองว่าสุดท้ายแล้ว ผู้มีบทบาทสำคัญที่สุดสำหรับการวางแผนรับมือผลกระทบจาก Technology Disruption คงหนีไม่พ้นความรับผิดชอบของรัฐบาล</p>



<p>“ถ้า Disruptive Technology เข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงในประเทศเร็วโดยที่รัฐไม่ทันเข้ามาดูแล ผลกระทบทางสังคม เรื่องคนตกงาน ปัญหาเศรษฐกิจ ความวุ่นวายต่างๆ ต้องเกิดขึ้นแน่”</p>



<p>ศาสตราภิชาน แล ตั้งคำถามถึงการเตรียมพร้อมรับมือกระแสเทคโนโลยีที่นับวันจะคืบคลานเข้ามาใกล้ว่า “จากประวัติศาสตร์ความวุ่นวายในอังกฤษช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรม ทำให้คนตระหนักได้ว่าบางทีเทคโนโลยีอาจไม่ได้เป็นสาเหตุของปัญหาที่แท้จริง ปัญหาที่แท้จริงคือความรับผิดชอบของนายทุนและรัฐบาลที่ควรจะเข้ามาช่วยเหลือ ถ้าวันนี้เกิดปรากฏการณ์ Technology Disruption จนทำให้คนตกงาน ความรับผิดชอบของนายจ้างที่ได้ประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยีอยู่ที่ไหน ความรับผิดชอบของรัฐบาลที่ต้องการให้ใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศได้อยู่ไหน วันนี้เรายังมองไม่เห็นตรงนี้เลยนะครับ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-39e801"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/กสศ-technology-3-1280x853-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หนึ่งในมาตรการรับมือ – หรืออย่างน้อยคุ้มครองลูกจ้างที่ดีที่สุดคือการใช้หลักนิติธรรม ทว่า จากที่ศาสตราภิชาน แล วิเคราะห์ตอนนี้ อาจจะเรียกได้ว่ากฎหมายในประเทศไทยยังเอื้อประโยชน์ให้นายจ้างมากกว่าลูกจ้าง</p>



<p>“ผมเห็นว่าหลายครั้ง พอธุรกิจมี Disruptive Technology เข้ามาแล้ว กฎหมายมีทางออกสำหรับนายจ้างเสมอ นายจ้างมีสิทธิ์เลิกจ้างได้ถ้าจ่ายค่าชดเชยตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นการกระทำที่เรียกได้ว่าถูกต้อง แต่อาจไม่ยุติธรรมต่อลูกจ้าง ตัวอย่างที่คล้ายกันเช่น เจ้าของห้างแห่งหนึ่งบอกลูกจ้างรายวันว่าให้ลางานได้เพราะกำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจ&nbsp; เขาจะรักษาตำแหน่งไว้ให้ แต่จะไม่ให้ค่าจ้างเหมือนปกติที่ลูกจ้างรายวันไม่มาทำก็ไม่ได้เงิน สิ่งนี้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่เป็นธรรมกับลูกจ้างที่ต้องเอาปากท้องเป็นเดิมพัน</p>



<p>“จากประเด็นนี้เราต้องคิดต่อเรื่องความรับผิดชอบของนายจ้างสู่สังคม และรัฐในฐานะผู้ดูแลความสงบสุขของสังคม ถ้ารัฐยังรับมือกับ Disruptive Technology ที่จะเกิดขึ้นแน่ๆ ด้วยมาตราการเท่าที่มีอยู่ ด้วยกฎหมายเงินชดเชย กฎหมายประกันการว่างงานที่ยังมีข้อจำกัด คงไม่ทันการณ์ การปรับตัวรับมือต้องเกิดขึ้นไวกว่านี้”</p>



<p>และสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ไวที่สุดในห้วงเวลานี้ คือการที่รัฐเข้ามาส่งเสริม สนับสนุนการเรียนรู้ทักษะใหม่ โดยเข้ามามีส่วนช่วยพยากรณ์และออกแบบทักษะให้สอดคล้องกับความต้องการตลาดแรงงาน รวมถึงทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศในระยะยาว</p>



<p>“เราต้องพยากรณ์ความต้องการของตลาดแรงงาน อย่างน้อยในช่วง 5-10 ปีต่อจากนี้ว่าประเทศต้องการแรงงานที่มีทักษะเฉพาะหรือคุณสมบัติแบบไหนที่จะเข้ากันได้กับเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ๆ และการที่เราจะสร้างคนขึ้นมารองรับกับความต้องการ ต้องนึกถึงโครงสร้างและทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ตอนนี้เศรษฐกิจของเราขับเคลื่อนจากการท่องเที่ยวเป็นหลัก แต่มันเป็นเศรษฐกิจเปราะบาง ไม่แน่นอน ในวันนี้ที่เกิดโรคโควิด-19 นักท่องเที่ยวหายไป รายได้ประเทศก็หดหายตาม เราจึงต้องหันไปหาแกนกลางของเศรษฐกิจจากอุตสาหกรรมอื่นที่มั่นคงกว่านี้”</p>



<p>สุดท้าย ศาสตราภิชาน แล เน้นย้ำกว่ารัฐและหน่วยงานต่างๆ ต้องอย่าลืมนิยามคำว่า ‘Disruptive Technology’ ‘<a href="https://www.the101.world/report-futurising-thailand-2-part-2/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">อุตสาหกรรม 4.0</a>’ และ ‘ไทยแลนด์ 4.0’ ให้ชัดเจน เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน</p>



<p>“ตอนนี้เรายังพูดเรื่อง 2 อย่างซ้อนทับกัน คือ ‘ไทยแลนด์ 4.0’ กับ ‘อุตสาหกรรม 4.0’ ซึ่ง ไทยแลนด์ 4.0 คือการพัฒนาประเทศเพื่อข้ามพ้นกับดักรายได้ปานกลาง แต่อุตสาหกรรม 4.0 พูดถึงการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งอาจเป็น Disruptive Technology เข้ามา จนอาจซ้ำเติมปัญหาการว่างงาน ทำให้รายได้โดยเฉลี่ยตกต่ำแทนที่จะขยับขึ้น ถ้าเราพูดกันไม่เคลียร์ สุดท้ายอาจจะเข้าใจผิด ออกนโยบายกันคนละทิศคนละทางก็ได้”</p>



<h1 class="wp-block-heading"><strong>#</strong><strong>&nbsp;2</strong></h1>



<h1 class="wp-block-heading"><strong>ทบทวนทักษะที่เคยมี มองหาทักษะใหม่</strong></h1>



<h1 class="wp-block-heading"><strong>และต้นทุนแฝงของการฝึกแรงงานในระบบ</strong></h1>



<p>ในแง่บทบาทของรัฐด้านการช่วยเสริมทักษะให้แก่แรงงาน&nbsp;<strong>สง่า วงศ์ษาพาน</strong>&nbsp;ผู้แทนอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่าที่ผ่านมา รัฐมอบอำนาจให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานดูแล ซึ่งทางกรมมีการปรับเปลี่ยน เพิ่มเติมกระบวนการฝึกฝีมือแรงงานมาตลอด</p>



<p>“นอกจากการฝึกเพื่อสร้างทักษะประกอบอาชีพ เรายังผลักดันให้เกิดมาตรฐานฝีมือแรงงานในแต่ละสายอาชีพ โดยประกอบไปด้วยเกณฑ์วัด 5 ด้าน คือ ด้านทักษะ องค์ความรู้ ความปลอดภัยในการทำงาน ความประณีตและฝีมือในการทำงาน และการใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด เพื่อสร้างแรงงานคุณภาพสูง”</p>



<p>สง่าอธิบายว่ามาตรฐานเหล่านี้ ไม่เพียงทำให้ประเทศมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น ยังทำให้คนที่ผ่านเกณฑ์สามารถขอขึ้นค่าแรงสูงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำได้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งกรมพัฒนาฝีมือแรงงานกำลังขับเคลื่อนเรื่องกฎหมายมาตรฐานฝีมือแรงงานดังกล่าวให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น พร้อมๆ กันนั้น ทางกรมยังคงตรวจสอบมาตรฐานทักษะอาชีพอันตรายบางประเภทที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน เช่น ช่างไฟฟ้า ตามคำประกาศกระทรวงแรงงาน ที่มีมาก่อนหน้านี้อย่างเข้มข้น</p>



<p><strong>“</strong>การช่วยพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานอีกด้าน คือการตั้งเงินกองทุนตามพระราชบัญญัติพัฒนาส่งเสริมฝีมือแรงงาน พ.ศ.2545 เป็นกองทุนที่สนับสนุนให้สถานประกอบการกู้ยืมเพื่อไปพัฒนาทักษะแรงงานของตน</p>



<p>“หลายท่านอาจสงสัยว่าสถานประกอบการอาจมีเงินอยู่แล้ว จำเป็นต้องกู้ด้วยหรือ? ผมเรียนว่าสำหรับสถานประกอบการขนาดใหญ่คงไม่น่าเป็นห่วง ฝ่ายที่น่าห่วงคือ SMEs ไทย เพราะกลุ่มนี้ยังมีปัญหาเรื่องทักษะกำลังแรงงาน และยังต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจึงมีเงินกองทุนนี้สำหรับสถานประกอบการขนาดเล็กถึงกลางได้มีโอกาสสร้างทักษะให้แก่คนในธุรกิจตนเอง”</p>



<p>คนอีกกลุ่มหนึ่งที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเข้าไปมีส่วนช่วยดูแล คือกลุ่มเด็กยากจนที่ไม่สามารถเรียนต่อ แต่ก็ไม่สามารถเข้าทำงานได้เพราะอายุต่ำกว่าเกณฑ์</p>



<p>“เด็กยากจนส่วนหนึ่ง กว่าจะเข้าทำงานได้ก็ต้องมีอายุ 18 ปีตามกฎหมาย ระหว่างนั้นกรมพัฒนาฝีมือแรงงานก็ได้เข้าไปช่วยสอนทักษะอาชีพให้บางส่วน เพราะเราทิ้งคนเหล่านี้ไว้ข้างหลังไม่ได้ หลายคนผ่านการฝึกอาชีพจากกรมไป เช่น ทักษะการนวด การทำขนม เขาก็ได้เข้าทำงานเมื่ออายุถึงเกณฑ์” สง่าเล่า และเสริมว่าทักษะบางอย่าง เช่น ทอผ้า ทำอาหาร อาจจะฟังดูล้าสมัย แต่ในความเป็นจริง ทักษะเหล่านี้ยังคงสร้างรายได้ให้แก่บางชุมชนอยู่</p>



<p>“บางแห่งยังคงต้องการคนมีทักษะง่ายๆ อยู่ อย่างในชุมชนชาวม้ง เมื่อเราเข้าไปช่วยเหลือ สอนให้เขาตัดเย็บเสื้อผ้าเป็น เขาก็สามารถผลิตสินค้าเฉพาะตัวผสานกับภูมิปัญญาของเขา ส่งออกต่างประเทศมีรายได้”</p>



<p>อย่างไรก็ตาม เมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในโลกธุรกิจและอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น สง่าเองก็ยอมรับว่า “กรมพัฒนาฝีมือแรงงานก็จำเป็นต้องหาทักษะใหม่ๆ ที่สอดรับกับโลกยุคใหม่ เช่น การเชื่อมเครื่องจักร ซ่อมแซมหุ่นยนต์ ดูแลเครื่องจักรใต้น้ำ เป็นต้น”</p>



<p>และอีกหนึ่งข้อเสนอจาก&nbsp;<strong>ภัทระ คำพิทักษ์</strong>&nbsp;อนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการฯ จากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เกี่ยวกับการฝึกทักษะแรงงานในอนาคตที่ควรคิดต่อคือ เรื่องต้นทุนค่าใช้จ่ายในการฝึกของแรงงาน</p>



<p>“ผมคิดว่าในอนาคตจะต้องคิดต่อว่าใครจ่ายต้นทุนในการฝึกทักษะแรงงาน อย่างนายจ้าง เขาจะยอมให้ลูกจ้างไม่มาทำงาน แล้วไปฝึกสักหนึ่งอาทิตย์โดยที่เขายังจ่ายเงินให้อยู่ไหม หรือถ้านายจ้างไม่จ่าย แต่ให้แรงงานลาไปฝึกทักษะได้ ลูกจ้างจะไปจริงหรือไม่”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-dc94c7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/กสศ-technology-2-1280x853-1.png" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภัทระ คำพิทักษ์</figcaption></figure></div></div></div>



<p>“อันที่จริงการช่วยฝึกฝีมือให้แรงงานพร้อมๆ กับเทคโนโลยีที่กำลังเข้ามาเป็นเรื่องที่ดี แต่ปัญหาคือ ในเมื่อการส่งคนเข้ามามีต้นทุน ทั้งค่าธรรมเนียมฝึก ค่าเดินทาง ค่าข้าว แล้วยังมีค่าเสียโอกาสที่จะมีรายได้ของลูกจ้าง หรือค่าเสียโอกาสที่นายจ้างจะใช้ลูกจ้างทำงานหลังจ่ายเงินไปแล้ว ถ้าแรงงานต้องควักกระเป๋าตัวเองจ่าย ก็คงไม่มีใครอยากมา หรือถ้าจะมาก็คงเป็นตอนถูกเลิกจ้างแล้ว เพราะตอนนั้นคงว่าง ต้องมาสร้างทักษะใหม่ให้สอดรับกับตลาดแรงงาน เพื่อจะได้หางานใหม่</p>



<p>“แม้ว่าเราจะมีบริการฝึกให้พร้อม แต่บริการอย่างเดียวคงไม่พอ เราต้องแจงรายจ่ายในการฝึก ทั้งรายจ่ายจริงและรายจ่าย นี่เป็นเงื่อนไขแฝงที่เราต้องฝ่าไปให้ได้ มิฉะนั้นแผนที่วางไว้คงไม่ประสบความสำเร็จ” ภัทระทิ้งท้าย</p>



<h1 class="wp-block-heading"><strong>#</strong><strong>&nbsp;3</strong></h1>



<h1 class="wp-block-heading"><strong>วางแผนทักษะสำหรับแรงงานนอกระบบ</strong></h1>



<h1 class="wp-block-heading"><strong>และแรงงานในอนาคต</strong></h1>



<p>การฝึกทักษะแรงงานโดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานนั้นเป็นแนวทางที่ช่วยส่งเสริมแรงงานในระบบ แต่สำหรับกลุ่มแรงงานนอกระบบ ผู้ประกอบการรายย่อย และกลุ่มที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดแรงงานในภายภาคหน้าอย่างนักเรียนยากจน ก็จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมรับมือความปั่นป่วนที่อาจเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีตั้งแต่วันนี้เช่นเดียวกัน</p>



<p><strong>“</strong>การสร้างทักษะใหม่เพื่อให้คนไม่ตกงาน เป็นความคิดที่มองแรงงานในระบบ แต่สำหรับกลุ่มคนนอกระบบ เช่น พ่อค้าแม่ค้า คนขายก๋วยเตี๋ยว เราต้องตั้งคำถามให้ถูกว่าคนเหล่านี้จะถูก disrupt จากอะไร”&nbsp;<strong>ดร</strong><strong>.</strong><strong>ธนานนท์ บัวทอง&nbsp;</strong>นักวิจัยจากสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชวนคิด</p>



<p>“สิ่งที่ควรคุยกับแรงงานนอกระบบ คือรูปแบบการทำงานแบบ&nbsp;<a href="https://www.the101.world/the-rise-of-gig-economy/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Gig Economy</a>&nbsp;และเทรนด์ที่คนกำลังเข้าสู่ความเป็นแพลตฟอร์มมากขึ้น เขาต้องปรับตัวตามเทคโนโลยีให้ทัน รวมถึงปรับ mindset ตัวเอง เปิดรับมุมมองอาชีพใหม่ๆ เพราะความรู้เดิมๆ วิถีชีวิตแบบเดิมๆ อาจใช้ได้ไม่ได้แล้ว ยกตัวอย่างปัจจุบัน เราจะเห็นคนคนหนึ่งมีได้หลายอาชีพ เป็นมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ขับ grab ส่งเอกสารด้วย เราต้องให้เขาได้เห็นว่าโลกมันกว้างกว่าเดิม และมีโอกาสทางอาชีพที่หลากหลายจากเทคโนโลยีมากกว่าเดิม</p>



<p>“ด้านคนที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานในอนาคต อย่างเด็กยากจน นอกจากเราจะช่วยส่งเสริมเรื่องทุนทรัพย์ ก็ควรจะต้องไกด์เขาว่า งานแบบไหนที่คนกำลังขาดแคลน ควรจะมีทักษะแบบไหน แนะนำให้เด็กเหล่านี้เข้ารับการศึกษาที่ตรงสาย จบไปจะได้มีโอกาสประกอบอาชีพ สร้างรายได้ให้ครอบครัว” ดร.ธนานนท์กล่าว</p>



<p>ด้าน&nbsp;<strong>ดร</strong><strong>.</strong><strong>มนทกานต์ ฉิมมามี&nbsp;</strong>นักวิจัยจากสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเองก็เห็นด้วยในประเด็นเรื่องส่งเสริมการเลือกเรียนของเด็กยากจน</p>



<p>“เด็กยากจนอาจแบ่งได้เป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือกลุ่มที่กำลังจะพ้นจากประตูโรงเรียนและไม่รู้ว่าตัวเองต้องไปทำอะไรต่อ กับอีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มรอเข้าประตูนิคมอุตสาหกรรม อาจเป็นได้ทั้งเด็กที่ไม่มีเงินเรียนต่อ กับเด็กที่ต้องออกจากระบบการศึกษามาทำงาน บางคนพยายามโกงอายุเพื่อให้ได้ทำงานเสียด้วยซ้ำ เด็กเหล่านี้ถือเป็นกลุ่มเปราะบางที่เราต้องใส่ใจ</p>



<p>“ปัญหาในขณะนี้คือ เราขาดการแนะนำอาชีพอย่างจริงจังในโรงเรียน มีเพียงครูแนะแนวเบื้องต้น ไม่ได้แนะนำเป็นรายบุคคลว่าเด็กคนนี้เหมาะกับอาชีพอะไร ฉะนั้นเด็กจะไม่รู้ทิศทางของตัวเอง ถ้าเราช่วยชี้ให้เขาเห็นว่าตนเหมาะกับอะไร สามารถเข้าไปอยู่ในภาคส่วนไหน หรืออย่างน้อยสามารถมีตำแหน่งอะไรในอุตสาหกรรม ก็จะทำให้มีเป้าหมายในการฝึกฝนทักษะอาชีพ เลือกเรียนได้ตรงสายชัดเจน พัฒนาศักยภาพตนเองได้ดีขึ้น” ดร.มนทกานต์เสนอ</p>



<h1 class="wp-block-heading"><strong>#</strong><strong>&nbsp;4</strong></h1>



<h1 class="wp-block-heading"><strong>Mindset</strong><strong>&nbsp;คือพื้นฐานสำคัญที่สุด</strong></h1>



<h1 class="wp-block-heading"><strong>ของการพัฒนาตนเองให้เท่าทันโลก</strong></h1>



<p>การมีทักษะวิชาชีพสอดคล้องกับยุคสมัยอาจทำให้คนรอดพ้นจากการตกงานชั่วระยะเวลาหนึ่ง แต่เมื่อมองไปข้างหน้า การเผชิญกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปไม่เคยหยุดนิ่ง ย่อมต้องมีวิธีคิด หรือ Mindset ที่พร้อมปรับตัว และเรียนรู้สิ่งใหม่ด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-98e6cd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/กสศ-technology-1-1280x853-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ในฐานะที่<strong>&nbsp;จรัล งามวิโรจน์เจริญ&nbsp;</strong>Chief Data Scientist และ VP of Data Innovation Lab&nbsp;&nbsp; บริษัทเซอร์ทิส คลุกคลีอยู่ในแวดวงเทคโนโลยีมานาน เขามองว่าทุกวันนี้นวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และชาญฉลาดมากขึ้นทุกที</p>



<p>“เมื่อ 4 ปีที่แล้ว เราเริ่มต้นคุยกันเรื่อง Data Science หรือการนำข้อมูลมาทำให้เกิดประโยชน์ กลายเป็นการพัฒนาเครื่องมือต่างๆ จากเครื่องมือด้านสถิติ เป็น AI เป็น Machine Learning ซึ่งมีอัลกอริทึมเรียนรู้จากชุดข้อมูลและสรุปหาอินไซด์บางอย่าง จนทุกวันนี้ อีกเทรนด์หนึ่งซึ่งกำลังมาแรง คือ Automatic Machine Learning (Auto ML) ที่สามารถใส่ข้อมูลลงไปให้โปรแกรม generate ออกมาเป็นโมเดล พร้อมเลือกชุดข้อมูลที่ดีที่สุดให้คุณใช้งาน</p>



<p>“ต้องบอกว่าพัฒนาการของนวัตกรรมเปลี่ยนไปรวดเร็วมาก 4 ปีที่ผ่านมา ทักษะที่ผมเคยใช้ทำงานด้าน Data Science เองก็หมดอายุไปแล้ว กลายเป็นความรู้พื้นฐาน ก.ไก่ ข.ไข่ ของการทำงานสมัยนี้</p>



<p>ตอนนี้เราได้เห็น Auto ML ซึ่งเกือบจะมาแทนที่ Data Scientist แล้ว เพราะมันสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง เริ่มเป็น Generative Technology ที่สามารถเขียนโค้ด สร้างภาพ สร้างสิ่งต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่แค่ Responsive Technology ที่เราต้องใส่ข้อมูลให้มันประมวลผล และในอนาคต มันคิดว่าความก้าวหน้าต่างๆ จะใช้เวลาสั้นลงกว่านี้”</p>



<p>จากความก้าวหน้าที่ผ่านมา ทำให้จรัลคิดว่าการถอดบทเรียนจากเทคโนโลยี และสอนทักษะใหม่แก่คนอาจไม่ทันการณ์ ในทางกลับกัน การสร้าง Mindset รักการเรียนรู้ พัฒนาตัวเอง และทักษะที่สำคัญแทบทุกยุคสมัยอย่าง Critical Thinking น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำให้แรงงานอยู่รอดได้อย่างมั่นคง</p>



<p>“จากประสบการณ์ที่ผมได้เป็นอาจารย์สอนนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งต่างๆ ผมมองว่าสิ่งที่เราควรจะทำคือ การสร้างทักษะ Critical Thinking ให้แก่เด็ก ฝึกเด็กตั้งคำถามให้เป็น เพราะถ้าตั้งคำถามไม่เป็นจะทำให้เขาขาดการเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง เดี๋ยวนี้เรามีการสร้าง Open Innovation เป็นแหล่งความรู้ สร้าง Community of Learning หรือมี&nbsp;&nbsp; Crowdsourcing ที่เปิดกว้างมากมาย ความรู้จึงไม่ได้จำกัดอยู่ในวงผู้เชี่ยวชาญอย่างเดียว การฝึกให้เด็กเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง รวมถึงมีทักษะภาษาอังกฤษสำหรับเข้าถึงแหล่งข้อมูลใหม่ได้เองจึงเป็นเรื่องสำคัญ</p>



<p>“นอกจากนี้ เราควรต้องมี Mindset แบบ&nbsp;<a href="https://www.the101.world/fish-climbing-on-tree-4-0/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Growth mindset</a>&nbsp;คือเชื่อว่าตัวเองสามารถพัฒนาได้และกล้าลงมือทำ หรือไม่ ก็ต้องมี Mindset เรื่องความถึก ความอดทน ต่อให้รู้น้อย แต่ขยัน คิดว่าเราทำได้จึงทำ ถ้าสร้าง Mindset เหล่านี้ได้ เดี๋ยวทักษะเฉพาะทาง (specific skill) จะตามมาเอง</p>



<p>“หากเราทำให้คนด้อยโอกาส ขาดแคลนทุนทรัพย์ หรือแรงงานที่ต้องเรียนรู้ทักษะใหม่ มีเครื่องมือที่สามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ มี Mindset ที่ดี แบบนี้ภาระจะไม่ตกอยู่ที่รัฐจนเกินไป ไม่ต้องคอยพึ่งพารัฐหรือใครในการช่วยสร้างอาชีพให้ตัวเอง” จรัลตบท้าย</p>



<h1 class="wp-block-heading"><strong>#</strong><strong>&nbsp;5</strong></h1>



<h1 class="wp-block-heading"><strong>เอกชนลงมือช่วยชุมชน</strong></h1>



<h1 class="wp-block-heading"><strong>อีกหนึ่งทางรอดจากปรากฏการณ์</strong></h1>



<h1 class="wp-block-heading"><strong>Technology Disruption</strong></h1>



<p>ไม่เพียงภาครัฐ หรือองค์กรอิสระเท่านั้นที่สามารถยื่นมือช่วยเหลือแรงงานให้รอดพ้นจากผลกระทบของ Technology Disruption ในฝั่งตัวแทนภาคเอกชน อย่าง&nbsp;<strong>พรเทพ เจริญผลจันทร์&nbsp;</strong>ผู้จัดการส่วนชุมชนสัมพันธ์ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) ก็แสดงให้เห็นว่า นายจ้างสามารถช่วยเหลือแรงงานและชุมชนได้เช่นกัน</p>



<p>“ในฐานะตัวแทนจากภาคเอกชน เรายอมรับว่าบริษัทและโรงงานก็จำเป็นต้องนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยดำเนินการ” พรเทพกล่าว “แต่เราเองก็คิดด้วยเช่นกันว่า จะออกแบบทักษะใหม่ๆ อย่างไรให้กับแรงงานของเรา ในเมื่อเราสามารถพยากรณ์ได้ว่าต้องนำเครื่องจักรเข้ามาเท่าไร ต้องควบคุม และดูแลรักษาอย่างไรบ้าง ดังนั้น เราจะช่วยเพิ่มทักษะดังกล่าวให้กับแรงงาน เพื่อให้เขาได้ปรับตัว และทำงานต่อไปได้”</p>



<p>นอกจากแรงงานใต้สังกัดของตน พรเทพยังเพิ่มเติมว่า นายจ้างหรือนายทุนยังสามารถช่วยเหลือคนตกงานจากปรากฏการณ์ Technology Disruption ในชุมชนใกล้เคียงโรงงานได้เช่นกัน</p>



<p>“ ถ้าตกงานกลับมา เราอาจจะไม่มีตำแหน่งว่างในโรงงานให้ก็จริง แต่เราสามารถสนับสนุน รับซื้อสินค้า วัตถุดิบ งานฝีมือจากเขามาได้ ตัวอย่างเช่น มีบางคนตกงาน กลับมาปลูกข้าวโพดที่บ้าน เราก็รับซื้อข้าวโพดของเขามาเลี้ยงสัตว์ ใครปลูกพืชผัก ก็รับซื้อมาให้พนักงานของเรากิน บางที่เรายังให้ชุมชนช่วยจัดทำเครื่องอุปโภคบริโภคจากงานฝีมือของเขา เช่น ทำไม้กวาดแล้วมาส่งให้เราใช้ หรือไม่ ก็ช่วยหาลู่ทางให้สินค้าของชุมชนได้ส่งออกผ่านเครือข่ายของเรา และช่วยสอนเขาเรื่องการออม การขยายกิจการ ช่วยทำธนาคารพัฒนาชุมชน”</p>



<p>พรเทพชี้ให้เห็นว่า การดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน ไม่ใช่แค่การเน้นเอาตัวรอดใต้บริบทความเปลี่ยนแปลง สอนทักษะแค่ให้คนในสังกัดไม่ตกงาน แต่เป็นการช่วยเหลือให้ทุกฝ่ายปรับตัวไปพร้อมๆ กัน ตั้งแต่ลูกจ้างของตน ไปจนถึงชุมชนแวดล้อมโรงงาน</p>



<p>“ทุกวันนี้เมื่อเราต้องการคนที่มีทักษะเฉพาะ เช่น ช่างดูแลแอร์ เครื่องยนต์ เราก็จะบอกให้คนชุมชนได้รู้ และถามว่าใครพอมีทักษะส่วนไหนหรือไม่ ขาดแคลนหรือสามารถเรียนรู้อะไรได้บ้าง ทำแบบนี้ชุมชนก็จะได้รู้ความต้องการและปรับตัวตามทัน</p>



<p>“ถ้าเราทำให้คนในชุมชนมีทักษะที่สามารถสนับสนุนอุตสาหกรรมในท้องถิ่นได้ ก็จะทำให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนขึ้น”</p>



<p>มองปัญหาในปรากฏการณ์ Technology Disruption ให้ครอบคลุมทุกด้าน – ทบทวนทักษะที่เคยมี และวางแผนทักษะแห่งอนาคต ทั้งแรงงานในระบบและนอกระบบ – เติมด้วย Mindset แห่งการเรียนรู้ — พร้อมตระหนักเรื่องความยั่งยืนในระดับชุมชน</p>



<p>ทั้งหมดคือกุญแจสำคัญที่จะทำให้เราพร้อมเดินหน้ารับมือกับความเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยีต่อไป</p>



<figure class="wp-block-pullquote"><blockquote><p>ผลงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่าง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และ The101.world</p></blockquote></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/poverty-technology-disruption/">5 กุญแจสำคัญ สำหรับการพาแรงงานไทยฝ่าฟัน Technology Disruption</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอสโซ่ยืนยันความเชื่อมั่นในระบบ iSEE ระดมทุนต่อเนื่องปีที่ 2 พร้อมบอกต่อ ‘ใครๆ ก็มีส่วนร่วมได้’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-9-11-20/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Nov 2020 04:34:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ESSO]]></category>
		<category><![CDATA[เอสโซ่ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ภัทระ คำพิทักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[All for Education Conference]]></category>
		<category><![CDATA[เอสโซ่ปันน้ำใจ พาน้องกลับห้องเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[จันทบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อดิศักดิ์ แจ้งกมลกุลชัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=23305</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เอสโซ่(ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) ESSO จัดงานมอบทุน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-9-11-20/">เอสโซ่ยืนยันความเชื่อมั่นในระบบ iSEE ระดมทุนต่อเนื่องปีที่ 2 พร้อมบอกต่อ ‘ใครๆ ก็มีส่วนร่วมได้’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><figure id="attachment_23337" aria-describedby="caption-attachment-23337" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-23337 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/ban.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/ban.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/ban-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/ban-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/ban-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-23337" class="wp-caption-text">ดร.อดิศักดิ์ แจ้งกมลกุลชัย ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บริษัท เอสโซ่(ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) ESSO จัดงานมอบทุนการศึกษา ‘เอสโซ่ปันน้ำใจ พาน้องกลับห้องเรียน’ ปีที่ 2 โดยจับมือกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) สมทบเงินอุดหนุนนักเรียนทุนเสมอภาคในจังหวัดจันทบุรี จับมือบริษัทในเครือและพันธมิตรทางธุรกิจ มุ่งเป้าส่งเสริมเด็กขาดโอกาสเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาจากสถานการณ์ COVID-19 พร้อมเชิญชวนภาคเอกชนและประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับการศึกษาของประเทศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.อดิศักดิ์ แจ้งกมลกุลชัย ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการนี้เป็นผลจากความสำเร็จที่เกิดขึ้นในปีก่อน(2562) ที่เอสโซ่ร่วมกับ กสศ. ระดมทุนการศึกษาเพื่อการศึกษาของเด็กๆ ได้ราว 1.6 ล้านบาท และได้นำไปช่วยเหลือน้องนักเรียนทุนเสมอภาคในจังหวัดเพชรบุรี น่าน และนครนายก</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-23308" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/a-4.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/a-4.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/a-4-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/a-4-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/a-4-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับในปีนี้ ทางเอสโซ่มีความภูมิใจที่ทำให้งานระดมทุนเกิดขึ้นได้อีกครั้ง แม้ต้องเผชิญกับสถานการณ์ COVID-19 ที่ภาคธุรกิจเกือบทุกแห่งต้องประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจ แต่เอสโซ่และบริษัทในเครือ รวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจ สามารถระดมเงินทุนให้น้องๆ ได้ถึงกว่า 2 .5 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนมากขึ้นเกือบ 2 เท่าของกิจกรรมในปีก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำงานที่ทวนกระแสในขณะที่สภาพเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวยนี้ เกิดขึ้นได้เพราะแรงกายแรงใจ จิตอาสา และความสามารถของคนในบริษัทเอสโซ่ทุกคน ตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูงไปจนถึงพนักงานทั้งหมดกว่า 3,000 คน โดยเฉพาะนอกจากเอสโซ่ ยังมีบริษัท</span><span style="font-weight: 400;">เอ็กซอนโมบิล ประเทศไทย ผู้บริหารสถานีบริการน้ำมัน Esso และตัวแทนจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นโมบิล ซึ่งการที่จะรวบรวมพลังของคนจำนวนมากให้แข็งแรงได้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราสามารถทำให้เกิดผลสำเร็จได้ นั่นเพราะปลายทางของงานคือประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับส่วนรวม โดยวันนี้เราสามารถระดมทุนเพื่อเป็นทุนการศึกษาให้แก่โรงเรียนในความดูแลของ กสศ. ได้ถึง 25 แห่ง ในจังหวัดจันทบุรี และจะเป็นจุดเริ่มต้นในการขยายความช่วยเหลือไปยังจังหวัดอื่น ๆ ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต่อไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>เชื่อมั่น ระบบ iSEE ของ กสศ. เปลี่ยนเงินทุกบาทให้เกิดประโยชน์สูงสุด<br />
พร้อมเชิญชวน ‘ทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาการศึกษาไทย’</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-23309" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/b-4.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/b-4.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/b-4-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/b-4-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/b-4-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ เอสโซ่ (ประเทศไทย)  จำกัด (มหาชน)  กล่าวต่อไปว่า เอสโซ่มีนโยบายสนับสนุนด้านการศึกษา และมีกิจกรรมระดมทุนเพื่อนักเรียนด้อยโอกาสทั่วประเทศมาเป็นระยะเวลายาวนาน จนถึงปีที่ผ่านมาได้เข้ามาร่วมงานกับ กสศ. เพราะเล็งเห็นในพันธกิจและวัตถุประสงค์ด้านการศึกษาที่ชัดเจน โดยเฉพาะระบบ iSEE ที่ กสศ. นำมาใช้เพื่อคัดกรองและระบุตัวตนพร้อมรายละเอียดต่าง ๆ ของเด็กนักเรียนทุนเสมอภาคได้เป็นรายคน ซึ่งเรามองว่าจะสามารถช่วยพัฒนาการศึกษาในประเทศได้อย่างก้าวกระโดด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เมื่อเราสามารถระบุเด็กที่เขามีความต้องการพิเศษหรือเร่งด่วนรายคนได้ จะทำให้ความช่วยเหลือเข้าไปถึงเด็กและครอบครัวได้ตรงจุด ทั้งยังจะเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการต่างๆ อีกมากมาย ที่จะเกิดขึ้นเพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาของน้องๆ กลุ่มนี้ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศได้ ก่อนที่เขาจะต้องหลุดออกจากระบบการศึกษาไป สิ่งที่ตามมาคือ iSEE ทำให้เราสามารถติดตามผลได้ว่าทุนที่มอบลงไปจะทำประโยชน์โดยตรงกับนักเรียนกลุ่มนี้ ทั้งในด้านการศึกษา สุขภาพ พัฒนาการ และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพื่อให้เขาเติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต</span><span style="font-weight: 400;">”</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-23310" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/c-4.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/c-4.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/c-4-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/c-4-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/c-4-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><b><span style="font-weight: 400;">“</span></b><span style="color: #008000;">เราอยากให้ทุกคนมองเห็นว่าจริงๆ แล้วใครก็เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับการศึกษาไทยได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ เอสโซ่เราเป็นเพียงบริษัทแรกๆ ที่เห็นประโยชน์จากวิธีการและระบบที่ กสศ. ได้บริหารจัดการอยู่ ซึ่งเราอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทำให้บริษัทเอกชนอื่นๆ หรือใครก็ตามที่ประสงค์อยากสนับสนุนการศึกษาของน้องๆ กลุ่มนี้ เข้ามาร่วมมือกัน</span><span style="font-weight: 400;"> กสศ. ถือเป็นช่องทางหนึ่งที่คุณจะมั่นใจได้ว่าทุนทุกบาททุกสตางค์ที่ส่งมานั้นสำคัญจริงๆ จึงอยากขอเชิญชวนให้ทุกท่านมาช่วยกันทำให้โครงการลักษณะนี้สำเร็จและขยายผลกว้างออกไปอีก” ดร.อดิศักดิ์ กล่าว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>กสศ. คือ’น้ำมันหล่อลื่น’ เพื่อทำให้การปฏิรูปการศึกษาเป็นไปได้เร็วขึ้น</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-23311" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/d-4.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/d-4.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/d-4-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/d-4-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/d-4-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นายภัทระ คำพิทักษ์ กรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า ต้องขอบคุณ </span><span style="font-weight: 400;">บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่เข้ามาร่วมสนับสนุนทุนการศึกษานักเรียนยากจนพิเศษในความดูแลของ กสศ. โดยเฉพาะในปีนี้ที่ภาวะทางเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย เงินทุนที่ทางเอสโซ่มอบให้เด็กๆ จึงนับว่าจะส่งผลต่อการศึกษาของเด็กอย่างมหาศาล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กสศ. มีภารกิจสำคัญคือดูแลด้านการศึกษาของประเทศ ทั้งในการช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสให้เรียนจบการศึกษาพื้นฐาน รวมถึงส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้พัฒนาตนเองตลอดชีวิต </span><span style="color: #008000;">เราถูกออกแบบมาให้เป็นน้ำมันหล่อลื่น เพื่อที่จะทำให้ระบบการปฏิรูปการศึกษาเกิดได้เร็วขึ้น โดยร่วมมือกับภาคธุรกิจเอกชนต่างๆ ในการส่งเสริมให้เด็กๆ ได้มีอาหารเช้า มีค่าเดินทางไปโรงเรียน ซึ่งเป็นส่วนที่จะช่วยหนุนให้เด็กมีโอกาสอยู่ในระบบการศึกษาได้จนถึงปลายทาง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เรามีหน้าที่หล่อลื่นเชื่อมโยงภาคีและประชาชนทั่วไป เพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในระบบการศึกษา เราสร้างระบบ iSEE ขึ้นมาเพื่อบันทึกติดตามเด็กที่เขาจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนให้อยู่ในการศึกษาขั้นพื้นฐานไปจนจบการศึกษา โดยได้รับความร่วมมือจากครูทั่วประเทศ ระบบนี้ออกแบบมาให้ทำงานออนไลน์ ครูจะช่วยในการติดตามปัจจัยแวดล้อมของเด็ก โดยดูไปถึงบ้านแต่ละหลัง ว่าเด็กมีความเป็นอยู่อย่างไร มีความเสี่ยงต่อการหลุดจากระบบแค่ไหน หรือต้องการความช่วยเหลือใดเร่งด่วน</span><span style="font-weight: 400;">”</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-23313" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/f-1-1.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/f-1-1.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/f-1-1-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/f-1-1-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/f-1-1-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“จากสถานการณ์ COVID-19 ประเทศเรามีเด็กที่สุ่มเสี่ยงต่อการหลุดจากระบบเพิ่มขึ้นอีกราว 3-4 แสนคน จากเดิมที่มีเด็กกว่า </span><span style="font-weight: 400;">8 แสนคนที่ กสศ. ดูแลอยู่ การระดมทุนที่มาจากความร่วมมือของภาคเอกชนจึงมีความสำคัญมาก สิ่งที่เอสโซ่ทำจึงไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือสังคมในรูปบแบบ CSR เท่านั้น แต่ยังเป็นการพัฒนาประเทศและการศึกษาที่ลึกถึงสามระดับ หนึ่งคือ All for Education หรือปวงชนเพื่อการศึกษา อันเป็นคติหรือปรัชญาการศึกษาที่ถูกพูดถึงในระดับสากล ส่วนที่สองคือการแสดงให้เห็นว่า 126 ปีของบริษัทเอสโซ่ ได้มีการคืนสิ่งดีๆ กลับสู่สังคมมาโดยตลอด และลำดับที่สามคือในระดับครอบครัวของเด็กๆ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมครั้งนี้ไม่ใช่เพียงผลที่ตกไปสู่เด็กๆ แต่ยังเป็นการช่วยเหลือครอบครัวของเขาด้วย”</span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ท่านทำจึงไม่ได้เพียงช่วยงาน กสศ. แต่นี่คือการช่วยเหลือสังคมและประเทศชาติ ด้วยการให้ที่ไม่สิ้นสุด เพราะเรากำลังสร้างรากฐานสังคม ที่เด็กๆ เหล่านี้จะเติบโตขึ้นมาเป็นพลเมืองคุณภาพ และเผื่อแผ่โอกาสไปให้ผู้อื่นต่อไป ซึ่งนี่เป็นความหมายของการศึกษาเพื่อสร้างอนาคต </span><em><span style="font-weight: 400;">นายภัทระ  กล่าว</span></em></p></blockquote>
<p>&nbsp;</p>
<h4>การมีภาคเอกชนเข้ามาร่วมสนับสนุน จะช่วยให้สังคมมองเห็นกลุ่มเป้าหมายชัดเจนขึ้น</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-23318" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/e-2.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/e-2.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/e-2-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/e-2-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/e-2-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางด้าน ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ที่ปรึกษา กสศ. กล่าวว่า <span style="color: #008000;">บริษัท</span></span><span style="color: #008000;">เอสโซ่ทำให้เราแน่ใจได้ว่ามีเด็กอีกจำนวนหนึ่งที่จะมีโอกาสเรียนหนังสือเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ไม่ใช่เพียงเงินทุนที่นำมามอบให้ แต่หมายถึงการเปิดประตูสู่การปฏิรูปการศึกษา โดยภาคเอกชนอื่นๆ หรือสังคมโดยรวมจะได้มองเห็นกลุ่มเป้าหมายของ กสศ. ชัดขึ้น และจะทำให้เกิดความร่วมมืออื่นๆ ตามมา</span><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเงินทุนจากส่วนนี้ กสศ. จะนำไปทำโครงการอื่นๆ ที่ครอบคลุมการดูแลและพัฒนาการของเด็กกลุ่มนี้ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-9-11-20/">เอสโซ่ยืนยันความเชื่อมั่นในระบบ iSEE ระดมทุนต่อเนื่องปีที่ 2 พร้อมบอกต่อ ‘ใครๆ ก็มีส่วนร่วมได้’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ.เปิดเวทีพัฒนาศักยภาพฯแรงงานด้อยโอกาส</title>
		<link>https://www.eef.or.th/6253-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Jan 2020 10:48:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ภัทระ คำพิทักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[เวทีเรียนรู้ครั้งที่ 1]]></category>
		<category><![CDATA[การเตรียมความพร้อม และการบริหารจัดการโครงการ (Project Management)]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยแม่โจ้]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อท้องถิ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=10771</guid>

					<description><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่โ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/6253-2/">กสศ.เปิดเวทีพัฒนาศักยภาพฯแรงงานด้อยโอกาส</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-10776" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/350659.jpg" alt="" width="1706" height="960" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/350659.jpg 1706w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/350659-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/350659-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/350659-1024x576.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1706px) 100vw, 1706px" /></p>
<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อท้องถิ่น เปิดเวทีพัฒนาศักยภาพและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การบริหารจัดการโครงการ เพื่อเปิดโอกาสและติดอาวุธให้กับแรงงานผู้ด้อยโอกาสที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ สำหรับพื้นที่ภาคเหนือ สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วม นวัตกรรมและทุนการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดเวทีพัฒนาศักยภาพและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภาคเหนือ ครั้งที่ 1 ในการเตรียมความพร้อม และการบริหารจัดการโครงการ (Project Management) ภายใต้โครงการพัฒนาระบบทดลองการพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-21 มกราคม 2563 ณ ฮอไรซั่น วิลเลจแอนด์รีสอร์ท สวนพฤกษศาสตร์ทวีชล อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-10778" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/350661.jpg" alt="" width="1706" height="960" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/350661.jpg 1706w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/350661-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/350661-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/350661-1024x576.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1706px) 100vw, 1706px" /></p>
<p>การจัดเวทีในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อเตรียมความพร้อมการดำเนินโครงการให้เกิดการเรียนรู้ ความเข้าใจแนวคิด การดำเนินงาน และคาดหวังเพื่อให้เกิดมิตรภาพร่วมกันระหว่างโครงการต่างๆ โดยมี นายภัทระ คำพิทักษ์ กรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ให้ข้อคิดและทำความเข้าใจโครงการฯ ว่าการดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นโครงการนำร่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาทักษะแรงงานขาดแคลนทุนทรัพย์ และด้อยโอกาสให้เป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และช่วยผลักดันฝีมือแรงงาน โดยใช้ชุมชนเป็นฐานนำร่องใน 50 พื้นที่ทั่วประเทศ สำหรับเวทีพัฒนาศักยภาพและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภาคเหนือ ครั้งนี้เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้การทำโครงการ ได้รู้จักเครือข่ายการทำงานใหม่ๆ รวมทั้งเรียนรู้ปัญหาและอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นในการดำเนินโครงการ</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-10777" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/350663.jpg" alt="" width="1706" height="960" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/350663.jpg 1706w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/350663-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/350663-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/350663-1024x576.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1706px) 100vw, 1706px" />นายภัทระ คำพิทักษ์ กรรมการบริหาร กสศ.</pre>
<p>สำหรับในวันแรกเป็นการเตรียมความพร้อมและกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ร่วมกัน ทบทวนเป้าหมาย ความพร้อมและความเสี่ยง ตลอดจนค้นหาความฝัน ความหวัง และแรงบันดาลใจร่วมกัน ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีม รู้จักการวางแผนการทำงาน การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และการพัฒนาศักยภาพของตนเองและทีมที่มีอยู่ รวมถึงการทำงานตามบทบาทหน้าที่ของตนเอง ควบคู่กับการวางเป้าหมายร่วมกันกับกสศ.</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-10779" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/350660.jpg" alt="" width="1706" height="960" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/350660.jpg 1706w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/350660-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/350660-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/350660-1024x576.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1706px) 100vw, 1706px" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังได้เรียนรู้ความพร้อมและความเสี่ยงในการทำโครงการฯ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้วิธีการทำงานกับชุมชน ส่วนในวันที่สองเป็นการทบทวนเส้นทางการดำเนินโครงการ แลกเปลี่ยนแบ่งปัน และสรุปภาพรวมทั้งหมด รวมถึงทบทวนเส้นทางการทำงานผ่านไทม์ไลน์ ควบคู่กับการเรียนรู้โครงการอื่นๆ เพื่อนำไปปรับใช้กับโครงการของตนเองในการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-10780" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/350664.jpg" alt="" width="1706" height="960" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/350664.jpg 1706w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/350664-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/350664-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/350664-1024x576.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1706px) 100vw, 1706px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/6253-2/">กสศ.เปิดเวทีพัฒนาศักยภาพฯแรงงานด้อยโอกาส</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
