<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ภก.ณภัทร สัตยุตม์ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%A0%E0%B8%81-%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%A3-%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%A1%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 22 Jul 2022 05:48:29 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ภก.ณภัทร สัตยุตม์ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เพราะเป็นเด็กจึงเจ็บปวด 10 วิธีคุยกัน เมื่อโลกติดลบและเลวร้าย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-as-a-child-it-hurts-220722/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Jul 2022 05:17:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ภก.ณภัทร สัตยุตม์]]></category>
		<category><![CDATA[เพราะเป็นเด็กจึงเจ็บปวด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=58495</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ผมทนไม่ได้แล้ว ไม่ไหวแล้ว”“หาทางออกไม่ได้แล้วจริง ๆ ไม [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-as-a-child-it-hurts-220722/">เพราะเป็นเด็กจึงเจ็บปวด 10 วิธีคุยกัน เมื่อโลกติดลบและเลวร้าย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ผมทนไม่ได้แล้ว ไม่ไหวแล้ว”<br>“หาทางออกไม่ได้แล้วจริง ๆ ไม่รู้จะทำอย่างไร”<br>“ไม่มีใครเข้าใจเลย”</p>



<p>“ทุกคนกดดัน คาดหวัง แต่เคยถามบ้างไหมว่าต้องการอะไร”</p>



<p>เมื่อได้ยินแล้วเราคิดอย่างไร&nbsp;<br>หากสิ่งที่คิดคือ…“อ่อนแอจัง” “เรื่องแค่นี้เอง” “ไม่เห็นมีอะไรเลย” “คิดมากไป” “ทำไมพูดไม่รู้เรื่องสักที”&nbsp;<br>อยากให้ลองคิดช้า ๆ ทบทวนอีกครั้ง&nbsp;<br>เพราะเราเองอาจกำลังหันหลังให้กับเด็ก ๆ ทำให้เขาโดดเดี่ยวและหมดหวัง&nbsp;<br>กว่าเขาจะรวบรวมความกล้าที่จะพูดให้เราฟังนั้นต้องใช้ความพยายามแค่ไหน&nbsp;<br>การฟังอย่างตั้งใจและให้ความสำคัญกับสิ่งที่เขาพูดจึงมีความหมายอย่างยิ่ง&nbsp;<br>เพราะคำตอบของเราอาจเป็นฟางเส้นสุดท้าย<br>ที่พร้อมจะทำให้ทุกอย่างเลวร้ายหรือทลายลงได้</p>



<p><strong>และนี่คือ…</strong><br></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>10 มุมคิด&nbsp;</strong><br><strong>พ่อแม่และครูจะคุยกับลูกหรือนักเรียนอย่างไร</strong><br><strong>เมื่อโลกติดลบและเลวร้ายในสายตาเด็ก</strong></h2>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>1</strong> <strong>เรื่องใหญ่ของเขา ไม่จำเป็นต้องใหญ่เท่าของเรา</strong></h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c64dce"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/05-เพราะเป็นเด็ก-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ถ้ามันเป็นเรื่องใหญ่ มันก็คือเรื่องใหญ่</strong> ตอนเราเป็นเด็ก การทำแก้วแตกหนึ่งใบ ทำของหายหนึ่งชิ้น ทะเลาะกับเพื่อนหนึ่งคน มันอาจจะเป็นโลกทั้งใบเลยก็ได้</p>



<p>หากเรามองด้วยสายตาผู้ใหญ่ เหตุการณ์นี้อาจจะเป็น 1 ครั้งจาก 100 ครั้งที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว แต่สำหรับเด็กนั้นก็คือ 1 ครั้งจากสิ่งที่เคยเจอ 1 ครั้งหรือ 100% ของชีวิต เมื่อฟังเด็ก <strong>เราอาจจะต้องใช้ไม้บรรทัดของเขาในการทำความเข้าใจ เพื่อให้เราสามารถมองโลกเล็กหรือว่าใหญ่ในอัตราส่วนเดียวกัน</strong></p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>2 นี่ต่างเป็นครั้งแรกของทุกคน</strong></h3>



<p>“การเป็นผู้ใหญ่ไม่ได้ง่าย และการเป็นเด็กก็ไม่ใช่เรื่องง่าย มันจะง่ายก็ต่อเมื่อเราผ่านไปได้แล้ว”<br>หากเราอายุ 40 ปี มันก็เป็นอายุ 40 ปีครั้งแรกของเรา และมันก็เป็นอายุ 14 ปีครั้งแรกของเด็ก </p>



<p><strong>ทุก ๆ วันที่เราใช้ชีวิตนั้นมีสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ วันใหม่ในแต่ละวันจึงเป็นครั้งแรกของกันและกัน </strong> ดังนั้นมันคือการเรียนรู้กันและกันในเวอร์ชันใหม่อยู่เสมอ วิธีที่เคยใช้ได้ในโลกเมื่อ 5 ปีก่อน อาจใช้ไม่ได้แล้วในปัจจุบัน พยายามจับมือกัน ฟันฝ่าความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-44bd66"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/05-เพราะเป็นเด็ก-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>3 ไม่เข้าใจ…แต่อยากเข้าใจ</strong></h3>



<p><strong>สิ่งที่ควรทดไว้ในใจเวลาเด็ก ๆ มาปรึกษาคือ เราไม่มีทางเข้าใจเขาได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ </strong>กับผู้ใหญ่เองก็เช่นกัน เราไม่มีทางรู้แน่ชัดว่าอะไรทำให้เขาเลือกทางเลือกแบบนั้น หรือมีพฤติกรรมแบบนั้น เพราะต่างคนต่างก็มีประสบการณ์ที่เติบโตมาไม่เหมือนกัน&nbsp;</p>



<p>สิ่งที่เราเห็นเป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งแต่ไม่ใช่ทั้งหมด เมื่อคิดว่า “เราไม่มีทางเข้าใจเขาหรอกแต่เราอยากเข้าใจ” จะทำให้เราตั้งใจฟังและสนใจจะถามเพื่อเข้าใจ ไม่ใช่ถามเพื่อตัดสินว่าถูกหรือผิด</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>4 ไม่ต้องมีคำตอบทุกเรื่อง ไม่ต้องมีทางออกเดี๋ยวนั้นก็ได้</strong></h3>



<p>เมื่อได้ยินปัญหา สัญชาตญาณของทุกคนมักจะพยายามแก้ปัญหา การไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาทำให้เรารู้สึกไร้ประโยชน์ แต่<strong>บางทีการรับฟังและเข้าใจก็เป็นการเยียวยาได้ ไม่จำเป็นต้องมีคำตอบหรือทางออกในทุก ๆ ครั้งที่รับฟัง&nbsp;</strong></p>



<p>แค่พูดว่า “ครูเข้าใจเธอมากขึ้นแล้ว ขอบคุณนะที่เล่าให้ฟัง” “ฟังแล้วยากเหมือนกันนะ คงกังวลใจ ลำบากใจน่าดูเลย”&nbsp;</p>



<p>การรับฟังและสะท้อนว่าสิ่งที่เขาคิดและรู้สึกนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด อาจเป็นยาใจที่ยิ่งใหญ่แล้วก็ได้ เพราะคำพูดของเราทำให้เขาสามารถยอมรับและจัดวางความรู้สึกนั้น ๆ ให้มีที่อยู่ได้ ท่ามกลางเสียงของคนทั้งโลกหรือเสียงของเขาที่บอกว่า “ไม่ควรคิดแบบนั้น ทำไมถึงคิดแบบนั้น ห้ามคิดแบบนั้น”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-47add2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/05-เพราะเป็นเด็ก-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>5 แย่ก็คือแย่ ไม่ดีก็คือไม่ดี ยอมรับมันให้ได้&nbsp;กำหนดขนาดเพื่อตั้งหลัก มีจุดเริ่มต้นให้จัดการต่อ</strong></h3>



<p>เป้าหมายของการสะท้อนสิ่งที่เขาเผชิญ อาจไม่ใช่การชวนให้เด็ก ๆ มองเรื่องราวในมุมอุดมคติและพยายาม “โลกสวย” แต่คือการทำให้เขา “มองโลกตามความเป็นจริง” เราไม่ควรทำให้เขามองสิ่งที่เกิดขึ้นเล็กจิ๋วเกินจริงหรือขยายมันให้ใหญ่โต ลุกลามไปยังเรื่องอื่น ๆ ไม่รู้จบ&nbsp;</p>



<p>เราอาจช่วยตั้งคำถามเพื่อกำหนดขนาดของความรู้สึก ให้เขาเห็นว่ามันไม่ได้ขาว ไม่ได้ดำ ไม่ได้มีแค่ผิดหรือถูก แย่หรือดี แค่สองทางเท่านั้น แต่มีพื้นที่กลาง ๆ และมีมากมีน้อยแตกต่างกันได้&nbsp;</p>



<p>การกำหนดขนาดจะทำให้เราทุกข์กับสิ่งต่าง ๆ ตามขนาดที่เป็นจริง ไม่ได้ทนทุกข์ทรมานกับมันจนเกินไป เพราะ<strong>การบาดเจ็บเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การที่เราจะทุกข์ทรมานกับมันแค่ไหน เราเลือกได้</strong></p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>6 ความหวังนั้นสำคัญ…เราอยู่ในโลกที่เลวร้ายได้ ตราบใดที่ยังรักษาความหวังไว้อยู่</strong></h3>



<p>เวลาหลงทางอยู่กลางทะเลทราย คนเราอาจจะไม่ได้ตายจากการขาดน้ำ แต่อาจตายเพราะขาดความหวังว่าจะมีแหล่งน้ำอยู่ข้างหน้า การเชื่อว่าไม่มีอนาคตอีกต่อไป เราติดอยู่ในวังวนที่หาหนทางออกไม่ได้ โดดเดี่ยวไม่เหลือใคร คือปัจจัยที่ทำให้คนเราสิ้นหวัง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-756dd4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/05-เพราะเป็นเด็ก-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>สิ่งที่จะช่วยทบทวนและรักษาความหวังไว้ได้คือ</strong></p>



<p>1. Personal &nbsp; สิ่งนี้จงใจหรือเจาะจงจะเกิดขึ้นกับเราคนเดียวบนโลกนี้ไหม&nbsp;</p>



<p>2. Permanent&nbsp; สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เกิดถาวรหรือชั่วคราว บางครั้งเราอาจรู้สึกว่าถาวร เพียงเพราะเราต้องเผชิญกับมันยาวนานกว่าที่ใจเราคาดหวัง ทำให้เราไม่รับรู้ความจริงว่าทุกเรื่องนั้นเกิดขึ้นชั่วคราวและมีจุดสิ้นสุดตามธรรมชาติ&nbsp;</p>



<p>3. Pervasive สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ เมื่อสิ่งหนึ่งพัง&nbsp; จะทำให้ทุก ๆ อย่างพังตาม ๆ กันไปจริงไหม คนเรามีความสามารถในการปรับตัวไม่ว่ากับเรื่องอะไร การที่หลายสิ่งจะพังตามกันไปเช่นนั้น นั่นแปลว่าเราจะอยู่เฉยและยินยอมที่จะให้มันเกิดโดยไม่จัดการหรือปรับปรุงแก้ไขอะไร เราจะเป็นแบบนั้นจริงไหม มีอะไรที่เตรียมการไว้เพื่อป้องกันหรือบรรเทาได้บ้าง</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>7 การมองบวกไม่ใช่การมองโลกเกินจริง แต่มองในทางที่เป็นประโยชน์และยังคงเกิดขึ้นจริงได้</strong></h3>



<p>หลาย ๆ ครั้งเราอาจจะให้คำแนะนำว่าให้คิดบวกเข้าไว้&nbsp; ซึ่งการมองมุมบวกจะเป็นประโยชน์ได้ก็ต่อเมื่อเราสามารถมองเห็น “ความคิดอื่น ๆ” เป็นทางเลือกว่าจริง ๆ เรื่องนี้เราคิดได้หลายแบบ และสามารถเลือกความคิดที่เป็นประโยชน์กับชีวิตเรามากกว่าได้ โดยที่ความคิดนั้นอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง&nbsp;</p>



<p>การมองให้ได้หลาย ๆ มุม และเลือกมุมที่เป็นประโยชน์ จะทำให้เด็ก ๆ สามารถใช้ชีวิตต่อไปได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d0d96b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/05-เพราะเป็นเด็ก-05.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภก.ณภัทร สัตยุตม์ นักจิตบำบัดความคิดพฤติกรรมและนักพฤติกรรมศาสตร์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>8 ไม่มีทางเลือกที่ดีที่สุด มีแต่ทางเลือกที่มีข้อดีมากกว่าข้อเสีย</strong></h3>



<p>รับฟังเด็กๆ และชวนคิดหาทางออกจากปัญหา ด้วยการถามว่า “เรามีทางเลือกอะไรบ้างในเรื่องนี้” และ “แต่ละทางเลือกมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร” การตั้งคำถามแบบนี้จะช่วยให้เรามองเห็นว่าแท้จริงแล้วชีวิตก็มีทางเลือก แต่แค่อาจจะไม่ได้มีทางเลือกที่สมบูรณ์แบบที่สุด&nbsp;</p>



<p>ทุกทางเลือกมีสิ่งที่ต้องแลกหรือมีข้อเสีย เมื่อเติบโตขึ้นไปเรื่อย ๆ มันจะไม่เหมือนข้อสอบที่มีคำตอบที่ถูกต้องที่สุด และไม่มีทางที่เราจะได้คะแนนเต็มกับทุกสิ่ง เราทำได้แค่เลือกทางที่มีข้อดีมากกว่าข้อเสีย และจัดการกับข้อเสียนั้นให้ดีที่สุด</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>9 ยืดหยุ่นที่จะคิด&nbsp; ทำเรื่องอื่นบ้างเพื่อเว้นวรรค และใจดีกับตัวเองให้เป็น</strong></h3>



<p>ชีวิตคนเรามีหลายมิติและหลายบทบาท เป็นนักเรียน เป็นลูก เป็นพี่ เป็นน้อง เป็นนักดนตรี เป็นนักกีฬา การที่ใครสักคนบอกว่า “เราเรียนไม่ได้” ไม่ได้แปลว่า “เราเล่นกีฬาไม่ได้” ไม่ได้หมายความว่า “เราเป็นน้องที่ไม่ดี”&nbsp; เพราะเรายังมีอีกหลายบทบาท</p>



<p>การที่ใครบอกว่าเราเป็นอย่างไร ไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่าเราจะต้องเป็นไปแบบนั้น เสียงที่สะท้อนและพูดถึงเราเปรียบเสมือนกระจก&nbsp; กระจกเพียงสะท้อนสิ่งที่มองเห็นจากภายนอก แต่ไม่ได้สะท้อนว่าภายในเป็นอย่างไร กระจกไม่เคยพูดออกมาว่าเรา “เราไม่ดี” แต่เราเองที่เป็นคนเห็นภาพในกระจก แล้วประเมินบอกตัวเองว่าเราไม่ดี ดังนั้นแล้วเราต้องฝึกฝนให้พูดถึงตัวเองในแบบที่ใจดีบ้าง ไม่เข้มงวดหรือดุดันเกินไป จนกลายเป็นดุด่าตัวเอง โดยอาจตั้งคำถามว่า “ถ้าเป็นเราที่ใจดีกับตัวเองพูดปลอบใจ เราจะพูดว่าอย่างไร”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-16c9df"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/05-เพราะเป็นเด็ก-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เราห้ามความคิดไม่ได้แต่เราสามารถหยุดคิดได้&nbsp; การชวนให้เด็ก ๆ ยืดหยุ่นที่จะคิดในแบบอื่น ๆ หรือหยุดคิดบ้างชั่วขณะจะช่วยให้สามาถเว้นวรรคจากความรู้สึกทุกข์ใจได้เป็นระยะ ซึ่งไม่ได้แปลว่าเราเพิกเฉยหรือละทิ้ง แต่แค่พัก วางมันไว้ แล้วไปทำอย่างอื่น ก่อนจะกลับมาเผชิญหน้าใหม่เมื่อพร้อม</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>10 ปัญหาแรงโน้มถ่วงและสิ่งที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเรา</strong></h3>



<p>ถ้าลงมือทำแล้วกลับไม่มีอะไรดีขึ้น&nbsp; ควรชวนเด็ก ๆ ตั้งหลักก่อนว่าอะไรบ้างที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเราและอะไรที่เราควบคุมไม่ได้ เพราะเราอาจกำลังทุ่มแรงไปกับการแก้ไขสิ่งที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของเรา</p>



<p>บางครั้งเด็ก ๆ อาจจะกำลังต่อสู้กับ “ปัญหาแรงโน้มถ่วง” อยู่ ซึ่งหมายถึงการพยายามไปเปลี่ยนหรือฝืนในสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ยากหรือต้องใช้เวลามากก็ได้ บางทีเราอาจกำลังตั้งคำถามไม่ตรงกับคำตอบอยู่ก็เป็นได้ เราจัดการกับปัญหาแรงโน้มถ่วงได้ด้วยการปรับตัวให้เข้ากับแรงโน้มถ่วง ไม่ใช่การกำจัดแรงโน้มถ่วง แทนที่จะถามว่า “เราจะเปลี่ยนเขาได้อย่างไร” อาจเปลี่ยนเป็น “เราจะอยู่กับคนแบบนี้ได้ด้วยวิธีไหน” ถามแบบหลังอาจจะทำให้เราพบคำตอบ มีทางให้แก้ไขและเดินต่อไปได้อย่างมีความหวัง</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p>10 มุมคิดดังกล่าวเป็นแนวทางที่ใช้ “เลือกความคิด” เพื่อให้คำแนะนำในวันที่มีเด็ก ๆ&nbsp;มาระบายให้ฟังว่าโลกนี้โหดร้าย มองไม่เห็นอนาคต</p>



<p>การไม่เพิกเฉยและไม่พยายามผลักไส&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br>จะช่วยทำให้เรามอบทักษะการคิดแก่เด็ก&nbsp; ประสานความสัมพันธ์ ความรัก และความอบอุ่นเอาไว้ได้</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-as-a-child-it-hurts-220722/">เพราะเป็นเด็กจึงเจ็บปวด 10 วิธีคุยกัน เมื่อโลกติดลบและเลวร้าย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>5 เทคนิคสะกิดพฤติกรรมให้ลูกลงมือทำและเรียนรู้ แนะนำโดย ภก.ณภัทร สัตยุตม์ นักจิตบำบัดความคิดและพฤติกรรม CBT</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-5-behavioral-techniques-for-children-to-do-and-learn/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Sep 2021 04:55:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[SET : Learning @ home]]></category>
		<category><![CDATA[CBT]]></category>
		<category><![CDATA[ภก.ณภัทร สัตยุตม์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=46112</guid>

					<description><![CDATA[<p>พูดถึงเรื่องการเรียนรู้ช่วงเวลานี้ การนั่งเรียนจากจอสี่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-5-behavioral-techniques-for-children-to-do-and-learn/">5 เทคนิคสะกิดพฤติกรรมให้ลูกลงมือทำและเรียนรู้ แนะนำโดย ภก.ณภัทร สัตยุตม์ นักจิตบำบัดความคิดและพฤติกรรม CBT</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>พูดถึงเรื่องการเรียนรู้ช่วงเวลานี้ การนั่งเรียนจากจอสี่เหลี่ยม การหยิบหนังสือมาอ่าน หยิบการบ้านมาทำของลูกๆ เวลาที่คุณพ่อคุณแม่จะแนะนำให้ทำอะไรก็เป็นเรื่องยากไปเสียหมด จะพูดบอกอะไรก็กลายเป็นบ่น ถ้าเป็นอย่างนี้แล้ว เราจะพอทำอะไรได้บ้างให้ลูกๆ ยังสามารถเรียนรู้ และเลือกที่จะลงมือทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง ไม่นั่งเฉยๆ ปล่อยเวลาให้หมดไปในแต่ละวัน&nbsp;</p>



<p>วันนี้ขอเสนอเรื่อง<strong>&nbsp; </strong>“5 เทคนิคสะกิดพฤติกรรมให้ลูกลงมือทำและเรียนรู้”</p>



<p>การสะกิดพฤติกรรมคืออะไร?</p>



<p>พฤติกรรม คือ การกระทำหรือแสดงออกเมื่อมีอะไรมากระตุ้น โดยสิ่งกระตุ้นนั้นอาจจะเป็นสัญญาณอะไรบางอย่าง หรือเป็นสิ่งแวดล้อมในเวลานั้นๆ โดยการสะกิดพฤติกรรม (nudge) คือ การที่เราออกแบบสิ่งแวดล้อม ออกแบบทางเลือกไว้ โดยมีเจตนาโน้มน้าวให้คนทำพฤติกรรมในแบบที่เราตั้งใจโดยไม่บังคับ&nbsp;</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-45015f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/5-เทคนิคสะกิดพฤติกรรม-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">เทคนิคที่ 0 : การระบุพฤติกรรมให้เจาะจง</h2>



<p></p>



<p>จุดเริ่มต้นคือการระบุพฤติกรรมให้ “เจาะจง” แทนที่จะบอกว่า “ตั้งใจเรียนหน่อย” ให้บอกชัดเจนเลยว่าเราต้องการเห็นอะไร เช่น “ทำการบ้านเสร็จ” “ท่องคำศัพท์ได้ครบ” “อ่านหนังสือจบบท” “อยากให้เล่าให้ฟังหน่อยว่าวันนี้ได้เรียนรู้อะไรบ้าง”&nbsp;</p>



<p>การชื่นชมในสิ่งที่เขาทำได้ดีก็เช่นกัน&nbsp; ชื่นชมโดยหยอดกระปุกให้กับพฤติกรรมที่เจาะจง เช่น แทนที่จะบอกว่า “เก่งมาก” “ฉลาดมาก” “เยี่ยมไปเลย” ก็พูดให้เจาะจงเลยว่า “แม่ดีใจที่วันนี้ลูกทำการบ้านเสร็จ” “ขอบคุณนะที่วันนี้เล่าให้ฟังว่าลูกได้เรียนรู้อะไร”&nbsp;</p>



<p>การเจาะจงไปที่พฤติกรรม จะช่วยทำให้ลูกรู้ว่าพฤติกรรมแบบไหนที่ทำแล้วเราชื่นชม เขาก็มีแนวโน้มที่จะทำซ้ำอีกในอนาคต</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f56aac"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/5-เทคนิคสะกิดพฤติกรรม-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">เทคนิคที่ 1 “สร้างทางเลือกให้เขาเลือกเอง”</h2>



<p></p>



<p>แทนที่จะแนะนำหรือสั่งในแบบที่ลูกรู้สึกฝืนใจ เหมือนถูกสั่งว่าต้องทำอะไร ให้เราสร้างตัวเลือกเตรียมไว้ให้เขาเป็นคนตัดสินใจ เช่น “จะทำอะไรก่อนดีวันนี้ จะทำการบ้านก่อนแล้วค่อยกินข้าว หรือจะกินข้าวก่อนดี”&nbsp;</p>



<p>การให้ทางเลือกจะช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูกมากขึ้น ว่าเขาเป็นคนได้ตัดสินใจ และเรายังสามารถออกแบบทางเลือก ที่ไม่ว่าทางไหนก็เป็นประโยชน์และดีกับเขาได้อีกด้วย</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d76422"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/5-เทคนิคสะกิดพฤติกรรม-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">เทคนิคที่ 2 “เริ่มให้ก่อน เมื่อเริ่มแล้วก็อยากทำให้จบ”</h2>



<p></p>



<p>เคยไหมที่เวลาเราไปซื้อของแล้วมีการสะสมตราปั๊มหรือสะสมแสตมป์ เมื่อเริ่มสะสมแล้วเราก็อยากจะเก็บให้ครบ การเริ่มสะสมไปสักระยะหนึ่งแล้วจะให้ทิ้งหรือเลิกก็จะรู้สึกเสียดาย ทำให้สุดท้ายแล้วเหมือนถูกผูกมัด ให้ทำต่อไปจนจบ&nbsp;</p>



<p>พฤติกรรมของลูกก็เหมือนกัน การจะให้เขาเริ่มต้นด้วยตัวเองอาจเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าเราลงมือทำด้วยกันตอนแรกๆ&nbsp; แล้วจึงค่อยถอยออกมา เขาจะมีแนวโน้มทำต่อไปจนจบได้มากกว่า&nbsp;</p>



<p>สิ่งสำคัญคือการกำหนดเป้าหมายให้ชัดว่า ทำไปถึงจุดไหนแปลว่าเสร็จ เพราะระหว่างทางเขาจะรู้สึกว่าอีกนิดเดียวก็เสร็จแล้ว ทำต่อไปให้เสร็จเลยดีกว่า</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ecaa82"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/5-เทคนิคสะกิดพฤติกรรม-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">เทคนิคที่ 3 “ทำให้เห็นเด่นชัด”</h2>



<p></p>



<p>การใช้ชีวิตบางทีก็มีสิ่งดึงความสนใจเราหลายอย่าง การต้องเลือกว่าจะสนใจอะไรเป็นเรื่องที่ต้องใช้พลัง&nbsp; การเตรียมสิ่งแวดล้อมให้โล่ง โปร่ง และมีสิ่งรบกวนน้อยๆ จะช่วยทำให้ไม่มีอะไรมาดึงดูดความสนใจลูก</p>



<p>“การทำให้เด่นชัด” อาจจะเป็นการจัดพื้นที่แยกแยะเลยว่า พื้นที่นี้คือที่สำหรับเรียนรู้และทำการบ้าน พื้นที่นี้เอาไว้สำหรับการเล่น หรือหากในบ้านที่ไม่มีพื้นที่ ก็อาจจะเป็นการเก็บของบางอย่างลง ทำให้โล่ง เหลือแต่อุปกรณ์และสิ่งที่ต้องใช้ในแต่ละกิจกรรม จะทำให้การลงมือทำสิ่งต่างๆ ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น เมื่อพฤติกรรมการเรียนรู้ทำได้ง่ายและสะดวก โอกาสที่จะลงมือทำก็มากขึ้น</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1a03ae"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/5-เทคนิคสะกิดพฤติกรรม-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">เทคนิคที่ 4 “ออกพฤติกรรมล่วงไว้ให้เป็นแผนรับมือ”</h2>



<p></p>



<p>ปัญหาหนึ่งที่ทำให้คนเราไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ดีนัก คือ “อารมณ์” เวลาที่อารมณ์เย็นเราก็มักจะจินตนาการไม่ออกว่า เราตอนอารมณ์ร้อนจะเป็นอย่างไร และมักชะล่าใจว่าเราคงไม่ทำแบบนั้นหรอก เราจะบังคับตัวเองได้เมื่อถึงเวลานั้น แต่ร้อยทั้งร้อยเมื่อถึงสถานการณ์นั้นจริงๆ เราก็พลาดท่าเสียทีให้กับตัวเองอยู่เสมอ</p>



<p>วิธีแก้คือการวางแผนรับมือว่า “ถ้าเกิดแบบนั้น&#8230;ฉันจะทำแบบนี้” เช่น ถ้าถึงเวลาแล้วขี้เกียจอ่านหนังสือ จะบอกกับตัวเองว่า “ทำตามแผน ไม่ทำตามอารมณ์” หรือ “มันยากตอนเริ่มแค่นั้นแหละ พอเริ่มแล้วก็ทำต่อได้เอง”&nbsp;</p>



<p>ชวนลูกตั้งเป้าหมายในช่วงที่ลูกมีแรงบันดาลใจหรือตอนที่เขาอารมณ์เย็น โดยวางแผนให้เห็นเป็นภาพชัดเจน ระบุให้ชัดว่าจะทำอะไร เวลาไหน แล้วอาจเตรียมอุปกรณ์ล่วงหน้าวางไว้ ทำให้ตอนจะทำก็ทำได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาหรือพลังในการเตรียมของอีก</p>



<p>อาจใช้วิธีการเตือนด้วยการตั้งนาฬิกาปลุก พอนาฬิกาเตือนปุ๊บให้ทำปั๊บ หรืออาจจะตกลงกับคนในครอบครัวว่าให้สะกิดเตือนกันด้วยวิธีอะไร มีรหัสลับอะไรไหม เช่น ถ้าแม่เอามือแตะบ่าแปลว่าถึงเวลาทำการบ้านแล้ว การมีสิ่งเตือนจะช่วยทำให้เรานึกถึงแผนที่วางไว้และเอาชนะอารมณ์ได้</p>



<p>การ “มัดรวมพฤติกรรม” (temptation bundling) และ “ต่อคิวพฤติกรรม” (behavior stacking) ก็เป็นเทคนิคที่ดี คือการเอาสิ่งที่ต้องทำที่ไม่ค่อยชอบทำไปผูกไว้กับสิ่งที่ชอบ เช่น ระหว่างออกกำลังกายก็เปิดการ์ตูนหรือเพลงที่ชอบไปด้วย&nbsp;</p>



<p>หรือการเอาสิ่งที่ต้องทำไปต่อท้ายกิจกรรมที่ต้องทำอยู่แล้วเป็นกิจวัตร เช่น จะทำการบ้านทันทีที่อาบน้ำเสร็จ หลังกินข้าวเสร็จจะทวนคำศัพท์ 10 คำ ทุกวันก่อนเข้านอนจะเล่าให้พ่อแม่ฟังว่าวันนี้ได้เรียนรู้อะไร&nbsp;</p>



<p>การมีจุดให้อ้างอิงและมีสิ่งที่พอใจเป็นจุดนำ จะช่วยทำให้พฤติกรรมที่เราหวังไว้เกิดขึ้นได้โดยอัตโนมัติ </p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bdf64a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/5-เทคนิคสะกิดพฤติกรรม-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">เทคนิคที่ 5 “ทำให้เห็นประโยชน์เด่นชัด นับได้เดี๋ยวนี้”</h2>



<p></p>



<p>จากการศึกษาพบว่า วันที่เด็กๆ มีความตั้งใจและเรียนรู้ด้วยตัวเองได้มากที่สุดคือ “วันหลัง” การผัดวันประกันพรุ่งส่วนหนึ่งมีต้นเหตุมาจากทางลัดของสมองที่ชอบ “สุขเดี๋ยวนี้ สุขทันที” (Present bias)  เมื่อมีอะไรที่ทำให้เราสุขได้ทันที เราก็มักจะคว้าสิ่งนั้นไว้ก่อน </p>



<p>การเรียนรู้หรือฝึกฝนอะไรต่างๆ ส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นผลลัพธ์หรือได้ประโยชน์ทันที แต่จะเป็นประโยชน์ต่อไปในอนาคต เราจึงมักพ่ายแพ้ต่อความสุขในปัจจุบัน แล้วผัดผ่อนอะไรที่เป็นความเจ็บปวด เป็นความยากไว้ทำทีหลัง</p>



<p>สิ่งที่จะช่วยได้คือการทำให้ประโยชน์หรือ “รางวัล” นั้นเห็นเด่นชัดได้เดี๋ยวนี้ หรือทันทีหลังทำเสร็จ เช่น เมื่อทำการบ้านเสร็จ ก็ให้ทำสัญลักษณ์ไว้บนปฏิทินว่าทำสำเร็จไปได้อีกหนึ่งวัน</p>



<p>การทำให้เห็นเด่นชัดและเห็นความต่อเนื่อง จะกลายเป็นแรงจูงใจใหม่ ที่ทำให้อยากทำอีกในวันต่อไป เพราะไม่อยากเสียสถิติ ซึ่งเป็นการช่วยให้รางวัลหรือประโยชน์ที่ไม่ชัดเจนและอยู่ไกลๆ ย้ายมาไว้เดี๋ยวนี้ </p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">มองมุมกลับ ปรับวิธีการ ปรับสิ่งแวดล้อม และออกแบบตัวเลือก</h2>



<p></p>



<p>วิธีการส่วนใหญ่จะเน้นไปที่พฤติกรรมของเราที่ปฏิบัติต่อลูก และสะกิดพฤติกรรมของลูกด้วยการจัดเตรียมสิ่งแวดล้อมหรือทางเลือกเอาไว้ล่วงหน้า หากการให้ความรู้ความเข้าใจใช้ไม่ค่อยได้ผลในเวลานี้ อาจจะลองเปิดใจให้วิธีทางพฤติกรรมเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เมื่อเขาได้ลงมือทำไปสักระยะ เขาอาจจะมีประสบการณ์ใหม่ๆ มาใช้ทำความเข้าใจความหวังดีและเจตนาที่ดีของเราก็ได้</p>



<p>สิ่งที่อยากจะฝากเป็นเรื่องสุดท้ายในมุมมองของพฤติกรรมคือ “การจับถูกมากกว่าจับผิด” เมื่อเขาทำอะไรที่เป็นพฤติกรรมที่ดี ก็ให้เราเสริมแรงให้กับพฤติกรรมนั้น มากกว่าการเอ่ยปากบ่นหรือลงโทษเฉพาะเวลาที่เขาทำอะไรผิด&nbsp;</p>



<p>การเสริมแรงที่ดีคือการเสริมแรงด้วยความสัมพันธ์ ความรัก เคารพกัน และให้อภัย สิ่งเหล่านี้เป็นหัวใจของการบ่มเพาะพฤติกรรมที่ดี ที่จะติดตัวน้องๆ ไปในอนาคต </p>



<p></p>



<p>ท้ายนี้อยากจะบอกว่า “ผมชื่นชมคุณพ่อคุณแม่ที่ค้นคว้าศึกษาหาเทคนิควิธีใหม่ๆ ไปใช้ดูแลน้องๆ มากเลยครับ เป็นกำลังใจให้กับทุกหัวใจที่รักและหวังดีต่อลูกทุกคนครับ”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-5-behavioral-techniques-for-children-to-do-and-learn/">5 เทคนิคสะกิดพฤติกรรมให้ลูกลงมือทำและเรียนรู้ แนะนำโดย ภก.ณภัทร สัตยุตม์ นักจิตบำบัดความคิดและพฤติกรรม CBT</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
