<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%9E-%E0%B8%95-%E0%B8%97-%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A9%E0%B9%8C-%E0%B8%84%E0%B8%8A%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 06 Oct 2023 07:48:55 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ : การให้ ‘โอกาส’ คือฟ้าหลังฝนของเด็กในกระบวนการยุติธรรม</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-interview-wannaphong-khotcharak/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Oct 2023 07:48:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องเปิดโอกาส Talk Event ‘Wayfinder: เส้นทาง-โอกาส-จุดเปลี่ยน’]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาส Open House: สร้างโอกาสทางการศึกษา เปิดเส้นทางชีวิตใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=73047</guid>

					<description><![CDATA[<p>โอกาสทางการศึกษา การประกอบอาชีพ และการเริ่มต้นชีวิตใหม่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-interview-wannaphong-khotcharak/">พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ : การให้ ‘โอกาส’ คือฟ้าหลังฝนของเด็กในกระบวนการยุติธรรม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โอกาสทางการศึกษา การประกอบอาชีพ และการเริ่มต้นชีวิตใหม่ มีความสำคัญอย่างยิ่งในการฟื้นฟูบำบัดเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม ให้กลับคืนสู่สังคมและไม่หวนกลับมากระทำผิดซํ้า&nbsp;</p>



<p>ผลจากความร่วมมือระหว่างกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) มูลนิธิปัญญากัลป์ และเครือข่ายศูนย์การเรียน อีก 6 แห่ง ใน ‘โครงการพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาทางเลือก สำหรับเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม’ ที่ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2564 เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมตลอดการทำงานช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยมีเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา จำนวน 1,958 คน ได้รับโอกาสทางการศึกษาอีกครั้ง และสามารถเรียนจบการศึกษาแล้ว 685 คน ขณะที่ตัวเลขการกระทำผิดซ้ำในปีแรกลดลงอย่างต่อเนื่อง จากร้อยละ 22.33 ในปี 2563 เหลือร้อยละ 19.66 ในปี 2564 และลดลงเหลือร้อยละ 15.78 ในปี 2565</p>



<p>ปี 2566 นี้ กรมพินิจฯ และ กสศ. พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย จึงได้ร่วมกันจัดงาน <strong>‘โอกาส Open House: สร้างโอกาสทางการศึกษา เปิดเส้นทางชีวิตใหม่’</strong> ณ ลิโด้ คอนเน็คท์ ระหว่างวันที่ 8-10 กันยายน 2566 เพื่อเปิดพื้นที่ให้กับเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมภายใต้การดูแลของกรมพินิจฯ ได้แสดงออกถึงศักยภาพ ความสามารถ และความสนใจตามที่ตนเองถนัด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-364db8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/1-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ความสำเร็จของโครงการนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากการผลักดันของกรมพินิจฯ และภาคีจากหลากหลายภาคส่วนที่เข้าร่วมโครงการ ไม่ว่าจะเป็นภาคราชการหรือภาคเอกชนที่ช่วยผลักดันเสริมสร้างคุณค่า ศักยภาพ และความมั่นใจให้กับเด็กในกระบวนการยุติธรรม </p>



<p>วันนี้เราได้รับเกียรติจาก <strong>พันตำรวจโทวรรณพงษ์ คชรักษ์ อธิบดีกรมพินิจฯ </strong>หนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ได้ให้สัมภาษณ์เปิดมุมมองในกระบวนการช่วยเหลือและฟื้นฟูเด็ก ผ่านกลไกความร่วมมือของภาคีเครือข่ายต่างๆ จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์และนโยบายครั้งสำคัญนี้</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>อะไรคือที่มา แนวคิด และวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ‘โอกาส Open House: สร้างโอกาสทางการศึกษา เปิดเส้นทางชีวิตใหม่’ ให้กับเด็กและเยาวชนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม</strong></h2>



<p>ต้องเท้าความก่อนว่า เด็กในกระบวนการยุติธรรมคือเด็กที่กระทำผิด ซึ่งเหตุปัจจัยที่ส่งผลให้เด็กกระทำผิดมีอยู่ 3 ส่วนหลัก คือ 1) ปัญหาครอบครัว 68 เปอร์เซ็นต์ เช่น ครอบครัวแตกแยก การใช้ความรุนแรงในครอบครัว 2) ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา โดบพบว่าเด็กที่กระทำความผิดกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ มีการศึกษาอยู่ที่ระดับมัธยมศึกษา รองลงมาคือประถมศึกษา ทำให้เด็กขาดการศึกษาในระดับหนึ่ง 3) กลุ่มที่มีปัญหาด้านเศรษฐกิจ ความยากจน รายได้ตํ่า ซึ่งเด็กกลุ่มนี้มีอยู่ราว 66 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าเป็น 3 ปัจจัยหลักที่เราจำเป็นต้องแก้&nbsp;</p>



<p>ในด้านปัญหาครอบครัว เราอาจลงลึกไม่ได้มากนัก เพราะเป็นเรื่องในอดีตของแต่ละครอบครัว แต่ปัญหาด้านการศึกษา เราสามารถแก้ได้ด้วยระบบการศึกษาหลากหลายที่เรามีในปัจจุบัน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ก็เป็นอีกกลไกหนึ่งที่มาร่วมกันออกแบบการศึกษาให้เหมาะสมกับเด็กกลุ่มนี้ เพื่อเราจะได้ให้ความรู้ ส่งเสริมการพัฒนาด้านต่างๆ ให้พวกเขามีวุฒิภาวะ มีทักษะความสามารถที่จะดำรงชีวิตต่อไปในสังคม เพราะเขาอยู่กับกรมพินิจฯ ไม่นาน แต่เขาจะต้องอยู่กับสังคมภายนอกนานกว่า</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-549b47"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/2-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สถิติคดีความของเด็กและเยาวชนที่ผ่านมาสะท้อนอะไรบ้าง ส่วนใหญ่เป็นความผิดเกี่ยวกับคดีอะไร และเด็กกลุ่มไหนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง</strong></h2>



<p>เด็กและเยาวชนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมนั้น ผมขอใช้คำว่าเป็นผลผลิตจากปัญหาสังคมทั้งสิ้น คือเกิดจากปัญหาครอบครัว การศึกษา และสภาพเศรษฐกิจ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่ปัญหาที่พวกเขาก่อขึ้นเลย ปัญหาการศึกษาก็เป็นปัญหาต่อเนื่องที่เขาไม่ใช่คนสร้าง ปัญหาเศรษฐกิจความยากจนก็เป็นปัญหาที่เขาได้รับผลกระทบ สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาแวดล้อมขนาดใหญ่ จำเป็นต้องใช้เครื่องมือและกลไกต่างๆ ในการแก้ไขปัญหา&nbsp;</p>



<p>จากตัวเลขพบว่า เด็กที่กระทำผิดส่วนใหญ่ 40 เปอร์เซ็นต์ คือความผิดในคดียาเสพติด อีกประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ คือคดีเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย ที่เหลือจะเป็นคดีเกี่ยวกับทรัพย์และอื่นๆ แต่ผลพวงจากคดียาเสพติดกลับเป็นต้นตอไปสู่คดีอื่นๆ ด้วย ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องร่วมกันแก้ไข จึงเป็นที่มาการร่วมมือกันของหลากหลายองค์กรในการทำโครงการนี้</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ในด้านการศึกษา มีปัจจัยอะไรบ้างที่ผลักให้เด็กหลุดจากระบบ และเมื่อหลุดออกมาแล้ว มีผลให้เด็กเสี่ยงที่จะกระทำความผิดร้ายแรงด้วยหรือไม่</strong></h2>



<p>แน่นอนว่า 3 ปัจจัยแรกที่ได้กล่าวไปส่งผลให้เด็กมีความเสี่ยงกระทำผิด โดยขอขยายความว่า สิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็กล้วนมีผลทั้งสิ้น หมายถึง ครอบครัว ชุมชน ความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ รายได้ และการดูแลของผู้ปกครอง เช่น เด็กอยู่กับปู่ย่าตายาย ทำให้ไม่ได้มีกำลังที่จะดูแลเด็กได้อย่างเต็มที่ รวมถึงเพื่อนก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่จะส่งผลให้เด็กต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้ และยังมีความซับซ้อนของปัญหาต่างๆ เช่น การเข้าถึงสื่อที่เร็วขึ้น ง่ายขึ้น ก็เป็นตัวเร่งให้เด็กกระทำผิดได้ไว และรุนแรงมากขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-089c2e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/3-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อการศึกษาในระบบปกติไม่ตอบโจทย์ชีวิต เด็กจำนวนหนึ่งจึงถูกผลักออกจากระบบ เช่นนี้แล้วประเทศไทยควรมีระบบการศึกษาอย่างไรให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น และกรมพินิจฯ จะมีส่วนช่วยสร้างทางเลือกให้กับเยาวชนอย่างไรได้บ้าง</strong></h2>



<p>ก่อนอื่นอย่าไปใช้คำว่า ‘ระบบการศึกษาผลักเด็กออก’ เพราะในปัจจุบันเด็กมีความรู้ มีทักษะของตนเอง มีแหล่งข้อมูลความรู้ที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ฉะนั้นพวกเขาจึงมีช่องทางค้นหาตนเองได้มาก เขาอาจจะไม่เก่งในการเรียนสายสามัญทั่วไป แต่เขาอาจมีศักยภาพในด้านอื่น ทำให้ระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่ตอบโจทย์พวกเขาก็ได้&nbsp;</p>



<p>อีกด้านหนึ่งคือ ปัจจัยในการดำรงชีวิตอาจเป็นอุปสรรคในการเรียนก็ได้ ระบบการศึกษาไม่ได้ผลักเขาออก แต่ระบบการศึกษาที่มีอยู่ไม่ตอบโจทย์เขา ทำให้เขาหลงทาง ฉะนั้น ระบบการศึกษาสมัยใหม่ที่ออกแบบโดยรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาทางเลือก การศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งมีความยืดหยุ่นพอ จึงทำให้องค์กรต่างๆ เริ่มเห็นความสำคัญ และออกแบบการศึกษาลักษณะนี้มารองรับเด็กกลุ่มนี้มากขึ้น&nbsp;</p>



<p>ดังนั้น เราต้องนำทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้เป็นเครื่องมือ เพื่อผลักดันเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาจากทางเลือกที่มีอยู่ และหลายครั้งสิ่งเหล่านี้ก็สร้างความภาคภูมิใจเล็กๆ ให้กับเด็กหลายคน เพราะเขาไม่คิดว่าจะสามารถทำได้ แต่กลายมาเป็นแรงขับให้พวกเขาสามารถเดินต่อไปได้ </p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ปัจจุบันตลาดงานในประเทศไทยยังคงให้ความสำคัญกับวุฒิการศึกษาในระบบการศึกษาปกติ ทางกรมพินิจฯ และภาคีเครือข่าย จะมีส่วนในการอุดช่องว่างนี้อย่างไร เพื่อให้เด็กในกระบวนการยุติธรรมได้รับโอกาสในตลาดงานมากขึ้น</strong></h2>



<p>ปัจจุบันภาคธุรกิจมีการปรับตัวเร็ว และมีความเฉพาะตัวของแต่ละภาคธุรกิจเอง ฉะนั้น วุฒิการศึกษาอาจมีความจำเป็นในส่วนหนึ่ง แต่บางส่วนเขาก็ต้องการคนที่มีใจรักในวิชาชีพ มีทักษะ มีวินัยในตัวเอง มีคุณภาพในการดำรงชีวิต ซึ่งวุฒิการศึกษาอาจไม่ได้ตอบโจทย์ในทุกสาขาอาชีพ เช่น ถ้าคุณต้องการเชฟมือดี คุณจึงต้องการคนที่มีทักษะการทำอาหาร เป็นต้น&nbsp;</p>



<p>ในอีกทางหนึ่ง การเข้าถึงโอกาสในการทำงานของเด็กในกระบวนการยุติธรรมอาจจะยาก ไม่มีโอกาส ดังนั้น เราสามารถเปิดพื้นที่ตรงนี้และพัฒนาพวกเขาได้ เหมือนการนำเพชรมาเจียระไน สามารถสร้างคุณค่าให้กับตัวเด็กและองค์กรที่รับเด็กไปได้ ดังนั้น เราต้องเชื่อก่อนว่า เด็กทุกคนล้วนมีศักยภาพในตัวเอง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d80ed4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/4-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘โมเดลสร้างโอกาส’ ที่กรมพินิจฯ และภาคีร่วมดำเนินการมาตลอด 2 ปี มีผลสัมฤทธิ์ค่อนข้างสูง อยากทราบว่า โครงการนี้จะได้รับการสานต่อเป็นโครงการในระยะยาวไร้รอยต่ออย่างไรบ้าง</strong></h2>



<p>เราไม่ได้ทำโครงการแบบเฉพาะกิจ แต่เราทำโครงการบนพื้นฐานของชีวิตคนเลย จากปัญหาปัจจัยพื้นฐาน 3 ข้อ ซึ่งกรมพินิจฯ เห็นมาตลอดเวลา แต่เราโชคดีมากที่มีระบบและกลไกต่างๆ ช่วยอำนวยความสะดวก ทำให้เราสามารถขับเคลื่อนโครงการได้ตามยุทธศาสตร์ที่เราวางไว้ ไม่ว่าจะเป็นสถิติการกระทำผิดซํ้าที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในรอบ 3 ปี จาก 22 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียง 16-18 เปอร์เซ็นต์ ในปีนี้ อันเป็นผลพวงมาจากโครงการนี้ทั้งสิ้น ฉะนั้น หากโครงการนี้ได้ผลดี ตอบโจทย์สังคมจริง สุดท้ายก็จะถูกขับเคลื่อนไปด้วยระบบของมันเอง</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ที่ผ่านมาสังคมทั่วไปอาจยังมีอคติต่อเด็กและเยาวชนที่เคยถูกดำเนินคดี กรมพินิจฯ มีแนวทางอย่างไรในการปรับทัศนคติเชิงลบเหล่านี้ เพื่อจะทำให้สังคมเข้าใจและให้โอกาสแก่เยาวชนได้เริ่มต้นชีวิตใหม่</strong></h2>



<p>ราต้องบอกว่า ‘อิมแพกต์’ เกิดจาก ‘ความเชื่อ’ เราต้องการคนที่เป็นมืออาชีพ สถานประกอบการที่เป็นมืออาชีพ เพื่อมาร่วมพัฒนาฝึกเด็กของเรา รับเด็กเราไปทำงาน นั่นเป็นการสื่อสารต่อสังคมที่ดีที่สุด ว่าองค์กรมืออาชีพ องค์กรที่มีชื่อเสียงที่สุดยังยอมรับเด็กของเราเข้าไปทำงานได้ ทำไมเด็กของเราจะไปทำงานที่อื่นไม่ได้ อันนี้คือหัวใจของเรื่อง ไม่ใช่เราไปยืนบอกให้องค์กรต้องรับเด็กของเราไป </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-53383f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/7-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ขณะเดียวกัน เราต้องมั่นใจว่าเด็กของเรามีความสามารถ การทำให้เด็กของเรามีคุณภาพในตลาดงาน ต้องเกิดจากการบ่มเพาะ พัฒนา สรรค์สร้างให้ดี ตัวอย่างเช่น เรามีโครงการร่วมกับร้านอาหารระดับมิชลิน รับเด็กเราไปฝึก ทั้งยังรับเด็กของเราเข้าทำงานต่ออีกด้วย ซึ่งเราทำมา 3 รุ่นแล้ว ทางด้านผู้ประกอบการเองก็ไม่เชื่อเช่นกัน ว่าเด็กเหล่านี้จะมีความสามารถมากและทำงานได้ ร้านกาแฟ Bellinee’s เองก็รับเด็กของเรามา 6 รุ่นแล้ว&nbsp;</p>



<p>แน่นอนว่า อคติอาจจะมีในความแตกต่างกันระหว่างการได้ประกาศนียบัตรทำกาแฟจากกรมพินิจฯ กับประกาศนียบัตรจาก Bellinee’s แต่ผมเอาคุณภาพของเด็กมาเป็นตัวบ่งชี้ว่า ผู้ประกอบการจะรับเด็กหรือไม่ หากผู้ประกอบการไม่รับ ก็เท่ากับเสียโอกาสทางธุรกิจไป ดังนั้น หน้าที่เราคือ การให้โอกาสเด็กได้แสดงศักยภาพออกมา</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ในทัศนะของ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คิดเห็นอย่างไรกับแนวทางการฟื้นฟูเยียวยาเยาวชนผู้หลงผิด ระหว่างการลงโทษกับการเสริมพลังเชิงบวก</strong></h2>



<p>หลักในการแก้ไขฟื้นฟูเด็กกลุ่มนี้คือ การให้โอกาสล้วนๆ กรมพินิจฯ จะไม่มุ่งเน้นเรื่องการลงโทษเด็ก เพราะว่าการลงโทษไม่ได้เป็นการสร้างคุณค่าให้กับตัวเด็กเลย&nbsp;</p>



<p>การให้คุณค่าแก่พวกเขาคือ การทำให้พวกเขาได้ค้นพบว่าตัวเองมีศักยภาพมากแค่ไหน เมื่อเขารู้ว่าตัวเองทำอะไรได้ ทำอะไรสำเร็จ นั่นคือจุดเริ่มต้นที่จะทำให้เขาสามารถเดินไปสู่จุดที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีคุณภาพและมีคุณค่า </p>



<p>สังคมต้องเข้าใจด้วยว่า เด็กทุกคนพัฒนาได้ เพียงแต่กลไกต่างๆ อาจจะต้องช่วยกันสร้างหรือเสริมให้เขาได้รับการพัฒนา หากเราเชื่อเพียงว่าเด็กสามารถพัฒนาได้ แต่เราไม่ทำอะไรเลย เขาก็จะอาจเดินหลงทางได้ เด็กจำนวนมากที่อยู่กับกรมพินิจฯ ได้รับโอกาสเข้าสู่กระบวนการของ กสศ. จนสามารถเรียนจบ เด็กยังบอกกับเราว่า ถ้าเขาอยู่ข้างนอก เขาไม่มีทางเรียนจบ เพราะชีวิตเขาต้องดิ้นรน ต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิต ดังนั้น การให้โอกาสจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c6b4a3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/6-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การทำงานร่วมกันระหว่างกรมพินิจฯ กสศ. และภาคีเครือข่าย ณ วันนี้ถือเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่</strong></h2>



<p>กรมพินิจฯ เพียงหน่วยงานเดียวคงไม่สามารถสร้างเด็กให้มีคุณค่าได้ ถ้าเราไม่ได้ความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ทำให้กลไกในการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กเกิดผลได้จริง แต่อาจจะต้องเรียนตามความเป็นจริงๆ ว่า เด็กที่อยู่กับกรมพินิจฯ ไม่ได้อยู่กับเรานาน ส่วนใหญ่ไม่เกิน 4-5 ปี แต่ชีวิตที่เหลือของเขาจะต้องอยู่กับสังคมภายนอกอีกอย่างน้อยๆ 50 ปี ซึ่งก็คือชีวิตที่เขาจะต้องดิ้นรนต่อไป</p>



<p>การที่เราร่วมมือกับภาคีเครือข่ายเพื่อช่วยเหลือให้เด็กได้รับการศึกษาที่เหมาะสม มองเห็นคุณค่าการศึกษา สร้างความมั่นใจให้กับตัวเด็ก ทำให้พวกเขาสามารถกลับเข้าสู่สังคมได้ มีความมั่นใจที่จะสมัครงานได้ เมื่อได้งานแล้ว สิ่งเหล่านี้จะเป็นแรงส่งต่อไปได้ ทำให้เขาเข้าใจว่า สิ่งที่เขาอดทนต่อสู้มาตลอดนั้นมันเกิดผล เราก็ต้องบอกสังคม บอกผู้ประกอบการด้วยว่า เด็กเหล่านี้มีคุณภาพ รับเขาเข้าทำงานได้&nbsp;</p>



<p>สุดท้ายนี้ การดึงภาคส่วนต่างๆ เข้ามา จะช่วยทำให้สังคมได้เรียนรู้ว่า คุณภาพของคน อยู่ที่เนื้อใน ไม่ใช่อยู่ที่ประวัติของคน ถ้าคุณเห็นเขาเป็นทรัพยากรที่มีค่า โอกาสที่คุณให้เขานั้นจะมีความหมายต่อตัวเด็กมาก&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-interview-wannaphong-khotcharak/">พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ : การให้ ‘โอกาส’ คือฟ้าหลังฝนของเด็กในกระบวนการยุติธรรม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. ผนึกกรมพินิจฯ และ 20 เครือข่าย ผลักดัน “โอกาสใหม่การศึกษาเพื่อเปลี่ยนชีวิต คืนคนคุณภาพสู่สังคม”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-open-house-090923/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 09 Sep 2023 09:57:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาส Open House สร้างโอกาสการศึกษา เปิดเส้นทางชีวิตใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างโอกาสการศึกษาเปิดเส้นทางชีวิตใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เพราะเราเชื่อมั่นในศักยภาพของทุกคน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=71885</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากการร่วมมือเพื่อผลักดัน “โอกาส”​ ให้แก่เด็กและเยาวชนใ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-open-house-090923/">กสศ. ผนึกกรมพินิจฯ และ 20 เครือข่าย ผลักดัน “โอกาสใหม่การศึกษาเพื่อเปลี่ยนชีวิต คืนคนคุณภาพสู่สังคม”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากการร่วมมือเพื่อผลักดัน “โอกาส”​ ให้แก่เด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม กสศ. กรมพินิจ และภาคีเครือข่าย พบข้อมูลว่า มากกว่า 60% ของเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมเป็นเด็กยากจนและไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา</p>



<p>โดยมีเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา จำนวน 1,958 คน ได้กลับสู่การศึกษาอีกครั้งด้วยการศึกษาทางเลือกในรูปแบบศูนย์การเรียนรู้ ขณะที่ตัวเลขการกระทำผิดซ้ำในปีแรกของเด็กและเยาวชนลดลงอย่างต่อเนื่อง จากร้อยละ 22.33 ในปี 2563 เป็นร้อยละ 15.78 ในปี 2565&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9232c8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/1-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-966d69"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/6.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เผยข้อมูลระหว่างปี 2561-2565 มีเด็กและเยาวชนช่วงอายุ 12-18 ปี กระทำความผิด 134,747 คดี โดยเด็กและเยาวชนที่กระทำความผิดมีการศึกษาในระดับมัธยมศึกษามากที่สุด ร้อยละ 51.72 รองลงมามีการศึกษาในระดับประถมศึกษา ร้อยละ 17.57 ร้อยละ 68.67&nbsp; ของคดีทั้งหมด ผู้กระทำความผิดไม่ได้อยู่กับบิดา มารดา หรือบิดา มารดา แยกกันอยู่ ร้อยละ 66.89&nbsp; เป็นเด็กยากจนและไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา โดยมีทั้งทำงานและว่างงาน&nbsp;&nbsp;</p>



<p>แม้รัฐบาลจะมีนโยบายเรียนฟรี 15 ปี แต่โดยส่วนใหญ่เด็กและเยาวชนเหล่านี้ เป็นกลุ่มที่ถูกปฏิเสธจากชั้นเรียนในระบบโรงเรียน ส่วนใหญ่ออกกลางคันในช่วงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และไม่สามารถกลับมาเรียนต่อในระบบโรงเรียนได้ ส่งผลให้ “หลุดออกจากระบบการศึกษา” เพราะระบบการศึกษาไม่มีทางเลือกที่ครอบคลุมเพียงพอ</p>



<p>ล่าสุด <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน มูลนิธิปัญญากัลป์ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> ได้ตระหนักถึงประเด็นดังกล่าว จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายการศึกษากว่า 20 องค์กร จัดงาน <strong>“โอกาส Open House สร้างโอกาสการศึกษา เปิดเส้นทางชีวิตใหม่”</strong> ผลักดันวาระการศึกษาทางเลือกในระบบการศึกษาที่ไม่ทิ้งเด็กและเยาวชนคนใดไว้ข้างหลัง (Education For All) ระหว่างวันที่ 8-10 กันยายน 2566 ที่ลิโด้ คอนเน็คท์ กรุงเทพฯ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e89d79"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-98d051"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/11.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการบริหาร กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> กล่าวว่า จากข้อมูลกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนชี้ว่า เกินกว่าครึ่งของเด็กและเยาวชนที่กระทำความผิดไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ หรือพ่อแม่แยกกันอยู่ ส่วนใหญ่เป็นเด็กยากจนและไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องสร้างโอกาสให้เขาแทนที่จะตัดสินพวกเขา เด็กและเยาวชนทุกคนมีศักยภาพ ไม่ว่าจะกำลังเผชิญกับปัญหาใดก็ตาม ระบบการศึกษาต้องสร้างโอกาสและไม่ละทิ้งใครไว้ข้างหลัง กสศ. จึงริเริ่มโครงการพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาทางเลือกสำหรับเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมร่วมกับกรมพินิจฯ มูลนิธิปัญญากัลป์ มูลนิธิซีวายเอฟ และเครือข่ายศูนย์การเรียนอีก 6 แห่ง เพื่อเป็นโอกาสใหม่ทางการศึกษาเพื่อเปลี่ยนชีวิต คืนคนคุณภาพสู่สังคม เรามุ่งให้การศึกษาเป็นทั้งเกราะป้องกัน และเป็นโอกาสเปลี่ยนแปลงชีวิตของเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม </p>



<p>เด็กและเยาวชนเหล่านี้ เป็นกลุ่มที่ถูกปฏิเสธจากชั้นเรียนในระบบโรงเรียน ส่วนใหญ่ออกกลางคัน ในช่วงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และจำนวนมากไม่สามารถกลับมาเรียนต่อได้ทั้งในระบบโรงเรียนและ กศน. หรือ สกร. ตามกฎหมายใหม่ เป็นกลุ่มที่มีทักษะพิเศษในการเรียนแบบปฏิบัติการ กสศ. จึงสนับสนุนให้มีการจัดการศึกษาทางเลือก รูปแบบของศูนย์การเรียนรู้ ในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน รวมถึงสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน   </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b1942a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/2-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-43fcc4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/7.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ศูนย์การเรียนรู้ เป็นการจัดการศึกษาที่มีความยืดหยุ่น สามารถเทียบโอนประสบการณ์เพื่อแปลงเป็นหน่วยกิต และเข้าศึกษาต่อเนื่องตามระดับชั้นที่เรียนค้างไว้ สามารถออกแบบหลักสูตร กิจกรรมการเรียนการสอนตามความสนใจและความถนัดของผู้เรียนรายคน เรียนรู้แบบโครงงานฐานอาชีพ และเรียนจากประสบการณ์ตรง (Experiential Learning) ร่วมกับสถานประกอบการ ได้ฝึกทักษะวิชาชีพตามความสนใจและความถนัด รวมถึงพัฒนาทักษะผู้ประกอบการ ควบคู่กับการส่งเสริมทักษะชีวิตให้ผู้เรียนมีความพร้อมในการกลับไปใช้ชีวิตในสังคม  </p>



<p>นอกจากนี้กำลังพัฒนาให้เกิด ‘ชุมชนโอบอุ้มคุ้มครองเด็ก’ ทำงานร่วมกันระหว่าง นักสังคมสงเคราห์ ครอบครัว ชุมชน ท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ ไม่กระทำผิดซ้ำอีก</p>



<p>“<strong>การจะทำให้การศึกษาทะลุฝ่ากำแพงหนาทึบและปิดสนิทเข้าไปได้ เป็นโจทย์ที่ยากด้วยข้อจำกัดนานัปการ ดังนั้นต้องมีความร่วมมือ มีนวัตกรรมที่เหมาะสมและทรงพลัง เพื่อให้การศึกษาเข้าไปทำหน้าที่เปลี่ยนแปลงเด็ก ๆ ให้กลับมาเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ”</strong> และไม่ใช่แค่การศึกษา แต่ต้องมีกระบวนการที่ครอบคลุมทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ ทักษะวิชาการ เพื่อรู้เท่าทันความซับซ้อนในสังคม มีการดูแลติดตามต่อเนื่องหลังกลับออกไปใช้ชีวิต เพื่อให้มั่นใจว่าน้อง ๆ ทุกคน จะพบที่ทางของตนในสังคม ไม่เวียนซ้ำกลับไปที่จุดเดิมอีก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-385b59"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-85f3d3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/12.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ด้าน พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน</strong> ระบุว่า กรมพินิจฯ ได้กำหนดนโยบายให้กับทุกศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนทุกแห่งทั่วประเทศ สามารถจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับบริบท ตัวตน และความสามารถของเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมตามแนวทางของการจัดการศึกษาทางเลือก การจัดการศึกษาบนฐานของกิจกรรมหรือกลุ่มประสบการณ์ โดยดำเนินการคู่ขนานไปกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานแบบอื่น ๆ และเปลี่ยนศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนให้เป็น Community of Learning  ใช้โอกาสของวันเวลาภายในศูนย์ฝึกฯ เป็นพื้นที่ฝึกกระบวนการเปลี่ยนวิธีคิด วิธีตัดสินใจแบบใหม่</p>



<p>บุคลากรของเราเปลี่ยนบทบาทครู เป็น ‘โค้ชชีวิต’ ที่เชื่อมั่นในตัวเด็ก ให้โอกาสพวกเขาปล่อยพลังและความสามารถในตนเองออกมา และคอยเติม เสริม แก้ไข ในสิ่งที่เด็กและเยาวชนต้องการ เรียกว่าเป็นทั้งครูต่อยอด ครูเสริมพลัง ครูนักจัดการเรียนรู้  ขณะที่ผู้บริหารสถานพินิจฯ และศูนย์ฝึกฯ เป็นผู้อำนวยการเรียนรู้ที่สามารถออกแบบการศึกษาให้เหมาะสมและมองภาพรวมการจัดการศึกษาได้ในทุกมิติ ครูเปลี่ยน เด็กเปลี่ยน บรรยากาศเปลี่ยน  </p>



<p>อธิบดีกรมพินิจฯ กล่าวว่า จากการทำงานมีเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาจำนวน 1,958 คน ได้กลับสู่การศึกษาอีกครั้งด้วยการศึกษาทางเลือกในรูปแบบศูนย์การเรียน ที่ร่วมกับ กสศ. และสามารถเรียนจบการศึกษาแล้ว 685 คน ขณะที่ตัวเลขการกระทำผิดซ้ำในปีแรกของเด็กและเยาวชนลดลงอย่างต่อเนื่อง จากร้อยละ 22.33 ในปี 2563 ร้อยละ 19.66 ในปี 2564 และร้อยละ 15.78 ในปี 2565 โดยสาเหตุของการกระทำผิดซ้ำมาจากการคบเพื่อน คึกคะนอง รู้เท่าไม่ถึงการณ์ และครอบครัว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-43854d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/8.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5b6dbb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“กสศ.ได้เห็นความสำคัญและศักยภาพเด็กกลุ่มเสี่ยงกลุ่มเปราะบางที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม จึงได้ออกแบบการศึกษาที่เหมาะสม เพื่อพัฒนาเด็กกลุ่มนี้ให้เป็นคนที่มีคุณภาพและเป็นบุคลากรที่ดี กรมพินิจฯได้ร่วมโครงการฯนี้กับกสศ.มาประมาณ2-3ปี เห็นได้ชัดว่าตัวเลขการกระทำผิดซ้ำของเด็กและเยาวชนลดลง ซึ่งที่ผ่านมาทางกรมพินิจ ฯไม่เคยทำตัวเลขลดลงได้มาเกือบ 10 ปีแล้ว”</p>



<p>อธิบดีกรมพินิจฯ กล่าวด้วยว่า รอยต่อของเด็กที่พ้นจากสถานพินิจเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นการให้โอกาสทางการศึกษาจึงเป็นสิ่งสำคัญและถือเป็นประวัติศาตร์ของกรมพินิจฯ เหมือนกัน ส่วนกลไกที่ทำให้เด็กเป็นบุคลากรที่ดี ไม่ได้มีความซับซ้อนอะไร การส่งเสริมและให้โอกาสทางการศึกษาเพื่อให้เขามีวุฒิภาวะและสามารถนำความรู้ไปสร้างอาชีพเพื่อดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้ เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า 2 สิ่งนี้จะช่วยแก้ปัญหาแรกของเด็กกลุ่มนี้คือปัญหาครอบครัวได้ เนื่องจากการได้รับโอกาสทางการศึกษาและมีงานทำที่ดี  จะทำให้เขาจะเติบโตไปมีครอบครัวที่มีคุณภาพตัดวังวนเดิมได้ หรือเด็กไม่กลับไปกระทำผิดซ้ำได้ในระดับหนึ่ง</p>



<p>ทั้งนี้ ภายในงาน <strong>“โอกาส Open House สร้างโอกาสการศึกษา เปิดเส้นทางชีวิตใหม่” </strong>มีนิทรรศการร้านไอศกรีมโอกาสรวมมิตร ถ่ายทอดเรื่องราวทางเลือกการศึกษาของเยาวชนผ่านรสชาติของไอศกรีม, การแข่งขันทักษะดนตรี DJOP Music Contest 2023, กิจกรรมห้องเปิดโอกาส จัด Talk Event หัวข้อ Wayfinder : เส้นทาง-โอกาส-จุดเปลี่ยน และ เรียนผ่านหนัง ชวนดูหนังตั้งวงคุยกับ กสศ. และ doc club และมีกิจกรรมการแข่งขันทักษะความสามารถของเด็กและเยาวชน Rise and Shine ปล่อยของประลองอาชีพ เป็นมหกรรมความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ร่วมผลักดันวาระการศึกษาทางเลือกในระบบการศึกษาที่ไม่ทิ้งเด็กและเยาวชนคนใดไว้ข้างหลัง (Education For All) </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1fe218"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/10.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b3080d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/9.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<ul><li><span data-fontsize="13" style="font-size: 13px;" class="qubely-custom-font">งานชุดนี้ เป็นส่วนหนึ่งในงาน “โอกาส Open house” ที่ กสศ. ร่วมกับ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน มูลนิธิปัญญากัลป์ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และภาคีเครือข่ายการศึกษามากกว่า 30 องค์กร เปิดลานกิจกรรม “โอกาส Open House : สร้างโอกาสการศึกษา เปิดเส้นทางชีวิตใหม่”</span></li><li>งาน “โอกาส Open house” &#8216;สร้างโอกาส วาดเส้นทางชีวิต&#8217;จัดขึ้นระหว่าง 8 &#8211; 10 กันยายน 2566 ที่ Lido Connect (ลิโด้ คอนเน็คท์ ถนนพระราม 1 ปทุมวัน กรุงเทพฯ)</li><li>รายละเอียดงาน <a href="https://www.facebook.com/EEFthailand/posts/pfbid0pjh9p95FCdJFVMgjfWPRdajh56NSPD2hX1TpExKB8SxXFf94FShwFLiuNW4EXVUZl" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://www.facebook.com/EEFthailand/posts/pfbid0pjh9p95FCdJFVMgjfWPRdajh56NSPD2hX1TpExKB8SxXFf94FShwFLiuNW4EXVUZl">คลิก</a></li></ul><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-open-house-090923/">กสศ. ผนึกกรมพินิจฯ และ 20 เครือข่าย ผลักดัน “โอกาสใหม่การศึกษาเพื่อเปลี่ยนชีวิต คืนคนคุณภาพสู่สังคม”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. และภาคี เปิด ‘เครือข่ายนวัตกรรมการศึกษาทางเลือก’ ช่วยแก้วิกฤตเด็กหลุดนอกระบบรับเปิดเทอมนี้</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-110523/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 May 2023 08:13:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายนวัตกรรมการศึกษาทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมศูนย์การเรียนโดยองค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เทวินฏฐ์ อัครศิลาชัย]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[วิทิต เติมผลบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงยุติธรรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=67655</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้การศึกษาจะเป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน โดยร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-110523/">กสศ. และภาคี เปิด ‘เครือข่ายนวัตกรรมการศึกษาทางเลือก’ ช่วยแก้วิกฤตเด็กหลุดนอกระบบรับเปิดเทอมนี้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แม้การศึกษาจะเป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน โดยรัฐมีหน้าที่สนับสนุนให้เกิดหน่วยจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย ประชาชนทุกคนมีสิทธิเสรีภาพอย่างเท่าเทียมและเสมอภาคในการเลือกเส้นทางการศึกษาตามความถนัด ความต้องการ และความจำเป็นพื้นฐานแห่งชีวิต เพื่อให้สามารถพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ แต่การศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือกยังคงเป็นภาพฝันในสังคมไทย</p>



<p>เมื่อเร็ว ๆ นี้ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)<strong> </strong>ได้ร่วมกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม สมาคมศูนย์การเรียนโดยองค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย และตัวแทนนักขับเคลื่อนการศึกษาหลายองค์กร เปิดตัวความร่วมมือภายใต้ชื่อ <strong>‘เครือข่ายนวัตกรรมการศึกษาทางเลือก’</strong> นำเสนอการออกแบบนโยบายเพื่อพาเด็กและเยาวชนจำนวน 2.5 ล้านคน จากครัวเรือนยากจน 20% ล่างของประเทศ รวมถึงเยาวชนและแรงงานนอกระบบสะสมอีกราว 20 ล้านคน ก้าวออกจากวงจรความยากจนข้ามรุ่นด้วยภาพฝันการศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือก ทำให้ประเทศไทยไม่มีคำว่า “เด็กนอกระบบ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-520a8d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ</strong> กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาสังคม กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เผยว่า วิกฤตทางที่เป็นโจทย์ใหญ่รับเปิดเทอมใหม่ปีการศึกษา 2566&nbsp; คือการส่งต่อความยากจนข้ามรุ่นกำลังขยายตัวครั้งใหญ่ โดยมีเด็กจากครอบครัวยากจนเพิ่มขึ้น 3-4 แสนคน เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา 2-3 แสนคน เพิ่มขึ้น 3-4 เท่า และภาวะการเรียนรู้ถดถอยที่ยังเป็นปัญหาเรื้อรัง&nbsp; ถ้าแก้ไขไม่ได้ไทยจะสูญเสียเด็กทั้งรุ่นที่ต้องประสบปัญหาทั้งเรื่องอ่านออกเขียนได้และสุขภาพจิตในอนาคต</p>



<p>ในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล <strong>ศ.ดร.สมพงษ์ </strong>มีมุมมองต่อนโยบายแก้วิกฤตทางการศึกษาของพรรคการเมืองในสนามเลือกตั้ง 2566 ว่านักการเมืองส่วนใหญ่ยังมองปัญหาเรื่องการศึกษาอย่างผิวเผิน ขาดการมองอย่างวิเคราะห์รอบด้าน โดยเฉพาะเรื่องการหลุดออกนอกระบบของเด็กที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขและหาวิธีช่วยเหลือให้ได้</p>



<p>“นโยบายที่ดีของกระทรวงศึกษาธิการคือการตามเด็กกลับมาเรียน จากจำนวนเด็ก 238,707 คน สามารถตามเด็กกลับมาเรียนได้ 200,000 กว่าคน แต่สภาพปัจจุบันที่เป็นผลมาจากโควิด-19 ความเสี่ยงที่เด็กจะหลุดออกจากระบบการศึกษาจะเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งในปีการศึกษา 2566 ถ้าไม่จัดการหรือไม่มีนโยบายที่ชัดเจน อย่างเช่นสวัสดิการต่าง ๆ รวมถึงเส้นทางการศึกษาที่เหมาะกับเด็กจริงๆ&nbsp; เด็กจะหลุดออกจากระบบวนซ้ำถึง 85%”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fef61d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/ศ.ดร.สมพงษ์-จิตระดับ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption"><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ</strong><br>กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาสังคม กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ </strong>ระบุถึง 1 ในข้อเสนอถึงพรรคการเมืองของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำด้วยนโยบายปฏิรูปโครงสร้างสวัสดิการที่ครอบคลุมการเรียนรู้ทุกรูปแบบ ชูแนวคิดการศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิต ปรับระบบราชการกระทรวงศึกษาฯ ให้มีวิธีคิดและหลักการที่ทันสมัย สนับสนุนเครือข่ายให้มีโอกาสร่วมพัฒนาการศึกษา ทั้งด้านหลักสูตรและวิธีบริหารจัดการเรียนรู้ที่แตกต่างหลากหลายได้</p>



<p>“กสศ. มีเป้าหมายสำคัญเรื่องการศึกษาทางเลือก (Alternative Education) และการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ (System Change) การขับเคลื่อนในอีก 3 ปีข้างหน้า เครือข่ายนวัตกรรมการศึกษาทางเลือก จะเป็นตัวแบบการศึกษาแบบเปิด (Open Education) ที่เกิดจากความร่วมมือของภาคประชาชน หากกระทรวงศึกษาธิการหันมาปฏิรูปโครงสร้างระบบ โดยมองเด็กเป็นที่ตั้ง มองเห็นถึงความหลากหลายแตกต่าง จัดการการศึกษาให้มีหลากรูปแบบหลายระบบ ก็จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการของเด็กได้อย่างดียิ่ง ฉะนั้นอยากให้ทุกคนเปิดใจยอมรับ และหันมาร่วมมือกัน ซึ่งการใช้นวัตกรรมต่าง ๆ จะช่วยแก้ปัญหาและเพิ่มทางเลือกหรือทางออกทางการศึกษาให้กับเด็กได้ เพราะระบบการศึกษาที่ผ่านมามีกำแพง กฎเกณฑ์มากมาย จึงอยากให้ผ่อนปรนลดกฎระเบียบเหล่านี้ลงบ้าง เพราะเมื่อเด็กออกกลางคัน เขาจะเป็นแรงงานด้อยทักษะ ไปตลอดชีวิต” <strong>ศ.ดร.สมพงษ์ </strong>กล่าว</p>



<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-09.jpg" alt="" data-id="67671" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=67671" class="wp-image-67671" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-09.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-09-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-09-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-09-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-09-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-10.jpg" alt="" data-id="67672" data-full-url="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-10.jpg" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=67672" class="wp-image-67672" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-10.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-10-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-10-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-10-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-10-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></li></ul></figure>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>“ภาพฝัน” การศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือก วันที่ประเทศไทยจะไม่มีคำว่า “เด็กนอกระบบ”</strong></h2>



<p><strong>นายวิทิต เติมผลบุญ</strong> เลขาธิการสมาคมศูนย์การเรียนโดยองค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน กล่าวว่า เป็นวาระสำคัญที่รัฐบาลใหม่ต้องพูดถึงเรื่องการศึกษาที่มีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิต เนื่องจากเด็กที่หลุดออกจากการศึกษากระแสหลักก่อนจบชั้นมัธยมต้น จะยังไม่สามารถเข้าเรียนในรูปแบบการศึกษาตามอัธยาศัยหรือ กศน. ได้ เนื่องจากอายุไม่ถึง 15 ปี อย่างไรก็ตาม หากอ้างอิงตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่ระบุว่าสถานศึกษาสามารถจัดการศึกษาคละรูปแบบได้คือ การศึกษาในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย รวมถึงการเทียบโอนหน่วยกิตระหว่างกันได้ การสนับสนุนโดยรัฐก็ควรเกิดขึ้นทุกรูปแบบ</p>



<p>“หากรูปแบบการศึกษาทางเลือกได้รับความสนใจและพัฒนาต่อเนื่อง จนสามารถตอบโจทย์ชีวิตของเด็กและเยาวชนทุกคนได้ในระดับเดียวกับการศึกษากระแสหลัก เมื่อถึงวันนั้นเราจะไม่มีเด็กนอกระบบการศึกษาอีกต่อไป”</p>



<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-3 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/วิทิต-เติมผลบุญ.jpg" alt="" data-id="67673" data-full-url="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/วิทิต-เติมผลบุญ.jpg" data-link="https://www.eef.or.th/news-110523/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d/" class="wp-image-67673" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/วิทิต-เติมผลบุญ.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/วิทิต-เติมผลบุญ-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/วิทิต-เติมผลบุญ-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/วิทิต-เติมผลบุญ-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/วิทิต-เติมผลบุญ-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="blocks-gallery-item__caption"><strong>นายวิทิต เติมผลบุญ</strong> เลขาธิการสมาคมศูนย์การเรียนโดยองค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน</figcaption></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/เทวินฏฐ์-อัครศิลาชัย.jpg" alt="" data-id="67670" data-full-url="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/เทวินฏฐ์-อัครศิลาชัย.jpg" data-link="https://www.eef.or.th/news-110523/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%8f%e0%b8%90%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2/" class="wp-image-67670" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/เทวินฏฐ์-อัครศิลาชัย.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/เทวินฏฐ์-อัครศิลาชัย-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/เทวินฏฐ์-อัครศิลาชัย-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/เทวินฏฐ์-อัครศิลาชัย-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/เทวินฏฐ์-อัครศิลาชัย-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="blocks-gallery-item__caption"><strong>นายเทวินฏฐ์ อัครศิลาชัย</strong> เลขาธิการสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย</figcaption></figure></li></ul></figure>



<p></p>



<p>ด้าน <strong>นายเทวินฏฐ์ อัครศิลาชัย</strong> เลขาธิการสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย กล่าวเสริมว่า 24 ปีผ่านมา การยอมรับและสวัสดิการที่ควรจะครอบคลุมการศึกษาทางเลือกแทบไม่เกิดขึ้น เด็กและเยาวชนที่เรียนในศูนย์การเรียนไม่เคยได้รับเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานเท่าเทียมกับเด็กที่เรียนอยู่ในระบบโรงเรียน ครูในระบบการศึกษาทางเลือกยังขาดโอกาสในการพัฒนาศักยภาพตนเองผ่านสวัสดิการอบรมความรู้ และเข้าไม่ถึงสิทธิที่ควรได้รับ&nbsp;</p>



<p>“การศึกษาทางเลือกจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนเพื่อให้มีพื้นที่ มีการเติบโตที่เข้มแข็ง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของนิเวศการเรียนรู้และภูมิทัศน์ทางการศึกษาในปัจจุบัน เนื่องจากบริบทความต้องการของเด็กและเยาวชนมีความหลากหลายซับซ้อน รวมถึงปัจจัยที่ทำให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษายังต่างไปจากอดีต ดังนั้นทิศทางของการศึกษายุคถัดไป ต้องทำให้เด็กเข้าถึงการเรียนรู้ได้ทั้งในระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติได้ โดยสามารถเรียนรู้ได้จากทุกหนทุกแห่ง รวมถึงมีการจัดสรรงบประมาณการศึกษาจากรัฐหรือองค์กรต่าง ๆ เพื่อจัดการศึกษาที่เหมาะสม หากทำได้ถึงจุดนั้น การศึกษาทางเลือกจะเป็นอีกลู่หนึ่งที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทยในภาพรวม” <strong>นายเทวินฏฐ์</strong> กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8ff6ed"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ข้อมูลสถานพินิจฯ ปี 2561-2565 พบเด็กกระทำผิด 134,747 คดี&nbsp; ในจำนวนนี้&nbsp; 70% หลุดจากระบบการศึกษา</strong></h2>



<p><strong>พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์</strong> อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวเสริมถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาว่า มีมิติที่กว้างกว่าเรื่องความยากจน การทำงานของกรมพินิจฯ จึงมีโจทย์ตั้งต้นว่าจะทำให้เด็กและเยาวชนทุกกลุ่มเข้าถึงการศึกษาที่ดีได้อย่างไร&nbsp;</p>



<p>“สำหรับกรมพินิจฯ ซึ่งมีหน้าที่หลักคือดูแลฟื้นฟูเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมช่วงอายุ 12-18 ปี มีข้อมูลพบว่ามากกว่า 70% ของเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้หลุดจากระบบการศึกษาระหว่างเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น หรือต่ำกว่าเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ ดังนั้นหน้าที่ของกรมพินิจฯ จึงต้องสร้างโอกาสในการพัฒนาตัวเองภายใต้สิทธิพื้นฐานที่เด็กพึงมี ด้วยเครื่องมือสำคัญคือการศึกษา และการพัฒนาทักษะอาชีพเพื่อการมีงานทำ”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-994286"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/พ.ต.ท.วรรณพงษ์-คชรักษ์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์<br>อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>พ.ต.ท.วรรณพงษ์ </strong>กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมพินิจฯ ทำงานกับเครือข่ายศูนย์การเรียน สถาบันการศึกษาสายอาชีพ และภาคส่วนต่าง ๆ นำนวัตกรรมและรูปแบบการศึกษาที่เหมาะสมเข้าไปให้เด็กในสถานพินิจฯ และศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ ผ่านกลไกการทำงาน 3 ส่วนหลัก คือด้านวิชาการ จิตวิทยา และสังคมสงเคราะห์ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งคืนเด็กและเยาวชนเหล่านี้กลับสู่สังคมอีกครั้ง ได้รับการพัฒนาตนเองต่อเนื่อง มีทักษะในการประกอบอาชีพเพื่อมีคุณภาพชีวิตที่ดีและไม่กลับมากระทำผิดซ้ำ</p>



<p>“กรมพินิจฯ วางแผนการทำงานโดยแสวงหานวัตกรรมที่มีอยู่แล้วมาใช้ และได้ร่วมงานกับ กสศ. เพื่อสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงทางเลือกทางการศึกษาที่หลากหลาย&nbsp; ผลที่เกิดขึ้นตามมาคือการเปิดประตูที่เคยปิดกั้น ให้เด็ก ๆ เข้าถึงการศึกษาได้ด้วยวิธีการเรียนรู้ที่หลากหลายและไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการศึกษากระแสหลัก แต่มีช่องทางมากมายให้เด็กได้เลือกเรียนตามความสนใจและถนัด แล้ววันที่กลับออกไป เขาจะมีทักษะอาชีพ มีวุฒิการศึกษาเป็นเครื่องมือนำทางให้พบพื้นที่ของตนในสังคม” <strong>พ.ต.ท.วรรณพงษ์ </strong>กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d2f31d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เปิด 6 ข้อเสนอเร่งด่วนจาก ‘เครือข่ายนวัตกรรมการศึกษาทางเลือก’&nbsp; ในวาระเลือกตั้ง 2566</strong></h2>



<ol><li><strong>สนับสนุนให้เกิดหน่วยจัดการเรียนรู้ที่หลากหลายทางเลือก </strong>ให้สามารถเข้าถึงได้อย่างเสมอภาค มีความยืดหยุ่นทั้งเวลา รูปแบบ และเงื่อนไขในการเข้ารับบริการทางด้านการศึกษา ไม่ยึดติดกับกรอบเวลา แต่มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อม การค้นพบตัวเอง และเสริมสร้างศักยภาพการเรียนรู้ตามความถนัดหรือความสนใจเป็นสำคัญ ตัวอย่างนวัตกรรมหน่วยจัดการเรียนรู้หลากหลายทางเลือก&nbsp; อาทิ หนึ่งโรงเรียนหลายระบบ, หนึ่งตำบลหรือชุมชนหนึ่งหน่วยจัดการเรียนรู้ทางเลือก, หลักสูตรอาชีพระยะสั้น Upskill Reskill, โรงเรียนมือถือ, Open Education, Online Learning Platform, บ้านเรียน, ศูนย์การเรียน, ช้างเผือก Academy&nbsp;<br><br>ทั้งนี้ กสศ. ได้ร่วมกับเครือข่ายนวัตกรรมการศึกษาทางเลือก แสวงหาข้อค้นพบและทางออกใหม่ ๆ ที่สามารถช่วยบรรเทาปัญหาและลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษาอยู่ในขณะนี้ ตัวอย่างเช่น<br><br><strong>1.1 กรุงเทพมหานคร/Free From School ห้องเรียนนอกกรอบเพื่อให้เด็กมีทักษะการทำงานและวุฒิการศึกษา</strong> ทางเลือกที่ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการศึกษาและเศรษฐกิจจนต้องหลุดจากระบบการศึกษา ให้กลับเข้าห้องเรียนเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะการทำงานและได้รับวุฒิการศึกษาในระดับชั้นมัธยมต้น-ปลาย<br><br><strong>1.2 เชียงใหม่/ไร่ส้มวิทยา ศูนย์การเรียนที่ออกแบบการศึกษาบนเงื่อนไขชีวิตของเด็กๆ ในพื้นที่ ซึ่งเป็นลูกหลานแรงงานข้ามชาติและกลุ่มชาติพันธุ์</strong> ที่ไร่ส้ม เด็กๆ สามารถพาน้องมาเลี้ยงและมาเรียนด้วยได้&nbsp;<br><br><strong>1.3 นครพนม/โรงเรียนมือถือ โรงเรียนที่สามารถเคลื่อนที่ไปหากลุ่มเป้าหมาย ช่วยผู้เรียนให้เลือกเรียนได้ตามความสนใจในทุกที่ทุกเวลา</strong> โดยศูนย์การเรียน CYF&nbsp; (Children and Youth Development Foundation) ร่วมกับ กสศ. คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดนครพนม (ศธจ.) สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครพนม และภาคีเครือข่ายพัฒนาเด็กนอกระบบจังหวัดนครพนม<br><br><strong>1.4 น่าน/ศูนย์การเรียนชุมชนธรรมชาติบ้านห้วยพ่าน สถานศึกษาที่เกิดจากชาวบ้านในชุมชนลุกขึ้นมาจัดการศึกษาให้ลูกหลานของพวกเขาด้วยตัวเอง </strong>นอกจากลูกหลานไม่ต้องลำบากเดินทางไกลแล้ว ยังทำให้เด็ก ๆ เกิดจิตสำนึกรักบ้านเกิด และได้เรียนรู้เรื่องราวที่เกี่ยวพันกับชีวิตจริงในชุมชน<br><br><strong>1.5 กาญจนบุรี/นวัตกรรม 1 โรงเรียน 3 ระบบ</strong> ที่โรงเรียนนิวิฐราษฎร์อุปถัมภ์ พื้นที่ที่เด็กในระบบ นอกระบบ และอัธยาศัยเรียนร่วมกัน โดยการจัดการเรียนการสอนนั้นมีความคล้ายกับการเรียนแบบโฮมสคูล<br></li><li><strong>ระบบติดตามค้นหาและฐานข้อมูลรายบุคคลที่ไร้รอยต่อ</strong> ขยายผลระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลรายบุคคลและรายสถานศึกษาระยะยาว (Longitudinal Database) ที่ กสศ. ได้ร่วมมือกับทุกหน่วยงานต้นสังกัดทางการศึกษาวิจัยพัฒนาขึ้น&nbsp; เพื่อใช้ในการค้นหาเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบ โดยนำทะเบียนราษฎร์จากฐานข้อมูลของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และจำนวนนักเรียนตามระดับการศึกษาจากหน่วยงานทางการศึกษาทุกสังกัดมาเปรียบเทียบ ให้สามารถชี้เป้าหมายเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบในเบื้องต้นได้<br></li><li><strong>ปิดช่องว่างของกฎหมายและแนวทางปฏิบัติ</strong> อาศัยโอกาสการเกิดขึ้นของพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 เป็นจุดเปลี่ยนพาประเทศไทยให้ไปสู่การมีระบบการเรียนรู้ที่ทุกคนมีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิตให้สามารถดำเนินงานได้จริงตามเจตนารมณ์ของกฎหมายช่วยคลี่คลายช่องว่างหรือปัญหาอุปสรรคของการจัดการศึกษาทางเลือก รวมถึงการกระจายอำนาจการจัดการเรียนรู้ไปยังหน่วยส่งเสริมการเรียนรู้ระดับท้องถิ่น และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม<br></li><li><strong>ระบบสวัสดิการครอบคลุมทุกรูปแบบการจัดการศึกษา</strong> นโยบายเรียนฟรี 15 ปี&nbsp; ควรเพิ่มงบประมาณให้ครอบคลุมการเรียนรู้ในทุกเส้นทาง เช่น ศูนย์การเรียนของสถาบันทางสังคมที่ดำเนินการโดยบุคคล องค์กรชุมชนหรือองค์กรเอกชน และองค์กรวิชาชีพ ซึ่งในปัจจุบัน มีเพียงการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียนสถานประกอบการเท่านั้นที่ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัวแก่ผู้เรียน ขณะที่ศูนย์การเรียนประเภทอื่นที่เป็นที่ทางเลือกของเด็กและเยาวชนที่มีข้อจำกัดในชีวิต กลับยังไม่มีระเบียบใด ๆ ออกมาสนับสนุนการจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัว และสิทธิประโยชน์แก่ผู้เรียน เช่น การได้รับอาหารเสริมนม อาหารกลางวัน อุปกรณ์การเรียนการสอน เสื้อผ้า/ยูนิฟอร์ม การได้รับวัคซีน การตรวจสุขภาพจากสถานพยาบาล&nbsp; นอกจากนี้ ควรพัฒนาการจัดชุดสวัสดิการที่เหมาะสมกับความต้องการตามสภาพปัญหาของเด็กและเยาวชนเป็นรายคน&nbsp; เช่น กลุ่มแม่วัยใส เด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม เด็กพิการ หรือ ผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะอาชีพ เป็นต้น<br><br>ทั้งนี้ยังรวมถึงงบประมาณสำหรับบริหารจัดการสถานศึกษา และงบประมาณ สวัสดิการ และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ สำหรับครูและผู้จัดการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่มีความหลากหลายอีกด้วย&nbsp; ควรมีโอกาสได้รับสวัสดิการ ค่าตอบแทน และการฝึกอบรมทักษะความรู้ในการจัดการศึกษาตามสิทธิที่ควรได้รับตามกฎหมายอย่างเหมาะสมเท่าเทียม<br></li><li><strong>พัฒนาคูปองส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้านการศึกษา หรือ Education Credit ID</strong> เพื่อเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงบริการทางการศึกษา ซึ่งรัฐสามารถจัดสรรเงินอุดหนุนจากรัฐบาลไปยังเด็กและเยาวชนกลุ่มยากจนด้อยโอกาสโดยตรง ให้สามารถใช้คูปองหรือ Credit ดังกล่าวในการเลือกเรียนรู้ ฝึกอบรม ได้ทุกที่ ทุกเวลาตามความต้องการ โดยจัดสรรจากงบประมาณแผ่นดิน ทุนอุดหนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ด้วยเลข 13 หลัก และ Prompt Pay ของเยาวชนทุกคนอย่างมีประสิทธิภาพและสะดวกรวดเร็ว รวมทั้งใช้ในการเก็บข้อมูลเครดิตการเรียนไปใช้ในการสมัครงานและศึกษาต่อในอนาคตได้ นอกจากนี้ควรสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนในสังคมมีส่วนร่วมในการลงทุน (เงินและไม่ใช่เงิน) เพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาหลากหลายเส้นทางที่ตอบโจทย์ชีวิตผู้เรียนเป็นรายบุคคล ทั้งระดับชุมชน ท้องถิ่น ไปจนถึงระดับประเทศ&nbsp; เช่น ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) การทำ CSR ของภาคเอกชน&nbsp; สถานประกอบการเพื่อการฝึกอาชีพและการจ้างงาน&nbsp; ทั้งนี้อาจมีมาตรการแรงจูงใจทางภาษีร่วมด้วย<br></li><li><strong>พัฒนาเครือข่ายอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมในพื้นที่ทุกจุดอย่างแท้จริง</strong> ไม่ใช่เฉพาะเพียงจุดใดจุดหนึ่งของชุมชนเท่านั้น&nbsp; และสนับสนุนความเสมอภาคในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของเด็กเยาวชนวัยเรียน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ด้อยโอกาสผ่านการสนับสนุน&nbsp; Sim / E-Sim แก่เด็กเยาวชนวัยเรียนการศึกษาขั้นพื้นฐาน (3-18 ปี) หรือเยาวชนที่กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย สนับสนุนการเข้าถึงโปรแกรมและช่องทางการศึกษาที่ลงทะเบียนกับ กสทช. ได้ฟรี สนับสนุนอุปกรณ์เข้าถึง เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ ที่มีการ Trade-in ในโปรโมชันเครื่องเก่าแลกใหม่ที่ยังสามารถใช้งานได้ ให้แก่นักเรียนยากจนด้อยโอกาสที่ยังไม่มีอุปกรณ์</li></ol><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-110523/">กสศ. และภาคี เปิด ‘เครือข่ายนวัตกรรมการศึกษาทางเลือก’ ช่วยแก้วิกฤตเด็กหลุดนอกระบบรับเปิดเทอมนี้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. ระดมเครือข่ายเสนอนวัตกรรมการศึกษาที่มีทางเลือก สอดรับ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ ชูนโยบายถึงว่าที่รัฐบาลจัดสวัสดิการเงินอุดหนุนศูนย์การเรียน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-190423/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Apr 2023 06:15:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[วิทิต เติมผลบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงยุติธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ทางเลือกการศึกษาที่แท้จริงและตอบโจทย์ชีวิต ทางออกปัญหาเด็กและเยาวชนหลุดนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[เทวินฏฐ์ อัครศิลาชัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=66782</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2566 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-190423/">กสศ. ระดมเครือข่ายเสนอนวัตกรรมการศึกษาที่มีทางเลือก สอดรับ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ ชูนโยบายถึงว่าที่รัฐบาลจัดสวัสดิการเงินอุดหนุนศูนย์การเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2566 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม และตัวแทนนักขับเคลื่อนนวัตกรรมการศึกษาที่มีทางเลือก เปิดตัวความร่วมมือภายใต้ชื่อ <strong>‘เครือข่ายนวัตกรรมการศึกษาทางเลือก’ </strong>จัดเวทีแถลงข่าวความร่วมมือและนำเสนอนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ในหัวข้อ <strong>‘ทางเลือกการศึกษาที่แท้จริงและตอบโจทย์ชีวิต ทางออกปัญหาเด็กและเยาวชนหลุดนอกระบบ’</strong> โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ <strong>ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ</strong> กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาสังคม กสศ. <strong>พันตำรวจโทวรรณพงษ์ คชรักษ์</strong> อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน <strong>นายวิทิต เติมผลบุญ</strong> เลขาธิการสมาคมศูนย์การเรียนโดยองค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน <strong>นายเทวินฏฐ์ อัครศิลาชัย</strong> เลขาธิการสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย และตัวแทนนักขับเคลื่อนนวัตกรรมการศึกษาที่มีทางเลือก</p>



<p>เวทีนี้ได้เปิดพื้นที่ให้เครือข่ายนวัตกรรมการศึกษาทางเลือกระดมความเห็นเพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนหลุดจากระบบการศึกษา พร้อมนำเสนอรูปแบบการศึกษาทางเลือกที่ตอบโจทย์ชีวิตหลากหลาย ทลายเส้นแบ่งระหว่างการศึกษาในระบบกับนอกระบบ ด้วยการจัดการศึกษาที่เปิดกว้างและเป็นการศึกษาที่มีทางเลือกสำหรับทุกคน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-402e64"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/09-กสศ.-ร่วมกับเครือข่าย-02.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ<br>กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาสังคม กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ</strong> กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาสังคม กสศ. กล่าวว่า จากงานวิจัยในโครงการจัดการความรู้เพื่อสื่อสารการขับเคลื่อนนโยบายศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษาของ กสศ. ที่ทำงานกับเยาวชนกลุ่มเป้าหมาย 404 คน ในกรุงเทพมหานคร และ 4 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น พิษณุโลก ราชบุรี และยะลา ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่ารากของปัญหาเด็กหลุดจากระบบคือ การส่งต่อความยากจนข้ามรุ่น อันเป็นผลพวงจากปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาครอบครัว&nbsp;</p>



<p>จากการวิเคราะห์ภาพรวมสถานการณ์พบว่า เยาวชนกลุ่มนี้มาจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน 15 เปอร์เซ็นต์ล่างสุดของประเทศ และมีความเสี่ยงที่จะหลุดจากระบบการศึกษาสูงถึง 85 เปอร์เซ็นต์ หากไม่ได้รับการช่วยเหลือที่เหมาะสม และถึงแม้ว่าในปีการศึกษา 2565 ที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินโครงการ ‘พาน้องกลับมาเรียน’ และช่วยให้เด็กและเยาวชนมากกว่า 3.2 แสนคน สามารถกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้สำเร็จ ทว่าหากไม่มีนโยบายดูแลช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ก็มีแนวโน้มที่จะหลุดจากระบบซ้ำ รวมถึงมีแนวโน้มที่จะไม่สามารถก้าวข้ามรอยต่อช่วงชั้น ป.6 ขึ้น ม.1 หรือ ม.3 ขึ้น ม.4 อีกจำนวนมาก&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ad3edd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/09-กสศ.-ร่วมกับเครือข่าย-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>งานวิจัยยังพบด้วยว่า ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ครอบครัวของเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้มีรายได้เฉลี่ยที่ 1,044 บาทต่อเดือน หรือวันละ 34 บาท ขณะที่มีการกู้ยืมหนี้นอกระบบราว 150,000 บาท นอกจากนี้ยังมีปัญหาอื่น ๆ ร่วมด้วย โดยข้อมูลระบุว่า 71 เปอร์เซ็นต์ของเด็กกลุ่มนี้มาจากครอบครัวแหว่งกลาง (ครอบครัวที่มีเพียงเด็กอยู่กับผู้สูงอายุ) และ 1 ใน 3 ของเด็กกลุ่มนี้ต้องอาศัยอยู่กับผู้สูงอายุลำพังสองคน ภาระหนี้สินที่สูงกว่ารายรับหลายเท่าตัวและปัญหาภายในครอบครัวจึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กไม่สามารถอยู่ในระบบการศึกษาต่อไปได้ อีกทั้งครอบครัวของเด็กส่วนใหญ่มองไม่เห็นว่า การศึกษาจะเป็นเครื่องมือช่วยให้พ้นจากความจนได้อย่างไร เด็กและเยาวชนเหล่านี้จึงต้องออกจากโรงเรียนไปทำงานตั้งแต่อายุยังน้อย มีรายได้แค่ค่าแรงขั้นต่ำ และไม่มีโอกาสเข้าถึงการพัฒนาทักษะเพื่อการมีรายได้ที่สูงขึ้น</p>



<p>อย่างไรก็ดี มีแนวโน้มว่าการศึกษาทางเลือกจะถูกยกระดับความสำคัญมากขึ้น หลังจากที่ประชุมรัฐสภามีมติเห็นชอบ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ที่มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการจัดการศึกษาทางเลือกที่ผู้เรียนมีสิทธิออกแบบการเรียนรู้ตามศักยภาพของตนเอง ด้วยหลักสูตรที่เอื้อต่อผู้เรียนที่มีความแตกต่างหลากหลาย มีครูเป็นนักจัดการเรียนรู้ และมีระบบ ‘ธนาคารหน่วยกิต’ หรือ Credit Bank ที่ผู้เรียนสามารถประเมินประสบการณ์เพื่อแปลงเป็นหน่วยกิตใช้เทียบโอนได้&nbsp;</p>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์</strong> กล่าวว่า พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น 3 ระบบ คือ การศึกษาตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อพัฒนาวิชาชีพ และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิ โดยมีระบบ Credit Bank เป็นตัวขับเคลื่อน การศึกษาทางเลือกจึงเป็นระบบที่ไม่ขึ้นกับส่วนกลาง แต่เป็นการศึกษาที่มีหลายช่องทางเพื่อรองรับเด็กและเยาวชนทุกกลุ่ม ตอบโจทย์ตามความต้องการ ตามศักยภาพ มีหน่วยจัดการศึกษาที่สามารถจัดทำหลักสูตรที่หลากหลาย และเหมาะสมกับบริบทของชีวิตเด็กแต่ละคน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-31da3f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/09-กสศ.-ร่วมกับเครือข่าย-01.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์<br>อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์</strong> อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามีมิติที่กว้างกว่าเรื่องความยากจน การทำงานจึงต้องมีโจทย์ตั้งต้นว่า จะทำให้เด็กและเยาวชนทุกกลุ่มเข้าถึงการศึกษาที่ดีได้อย่างไร สำหรับกรมพินิจฯ ซึ่งมีหน้าที่หลักคือดูแลฟื้นฟูเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมช่วงอายุ 12-18 ปี มีข้อมูลพบว่ามากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้หลุดจากระบบการศึกษาระหว่างเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น หรือต่ำกว่าเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ ดังนั้นหน้าที่ของกรมพินิจฯ จึงต้องสร้างโอกาสในการพัฒนาตัวเองภายใต้สิทธิพื้นฐานที่เด็กพึงมี ด้วยเครื่องมือสำคัญคือการศึกษา และการพัฒนาทักษะอาชีพเพื่อการมีงานทำ&nbsp;</p>



<p>ที่ผ่านมากรมพินิจฯ ได้ทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายศูนย์การเรียน สถาบันการศึกษาสายอาชีพ และภาคส่วนต่างๆ เพื่อนำนวัตกรรมและรูปแบบการศึกษาที่เหมาะสมเข้าไปให้ถึงเด็กทั้งในสถานพินิจฯ และในศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน ผ่านกลไกการทำงาน 3 ส่วนหลัก คือด้านวิชาการ จิตวิทยา และสังคมสงเคราะห์ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งคืนเด็กและเยาวชนเหล่านี้กลับสู่สังคมอีกครั้ง พร้อมได้รับการพัฒนาตนเองที่ต่อเนื่อง มีทักษะในการประกอบอาชีพที่มั่นคงยั่งยืน เพื่อมีคุณภาพชีวิตที่ดีและไม่กลับมากระทำผิดซ้ำ</p>



<p>“กรมพินิจฯ วางแผนการทำงานโดยแสวงหานวัตกรรมที่มีอยู่แล้วมาใช้ และได้ร่วมงานกับ กสศ. เพื่อสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงทางเลือกทางการศึกษาที่หลากหลาย ผลที่เกิดขึ้นตามมาคือการเปิดประตูที่เคยปิดกั้น เพื่อให้เด็ก ๆ เข้าถึงการศึกษาได้ด้วยวิธีการเรียนรู้ที่หลากหลายและไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการศึกษากระแสหลัก แต่มีช่องทางมากมายให้เด็กได้เลือกเรียนตามความสนใจและถนัด แล้ววันที่กลับออกไป เขาจะมีทักษะอาชีพ มีวุฒิการศึกษาเป็นเครื่องมือนำทางให้พบพื้นที่ของตนในสังคม”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3d32c4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/09-กสศ.-ร่วมกับเครือข่าย-10.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>อธิบดีกรมพินิจฯ</strong> กล่าวว่า โมเดลการทำงานระหว่างกรมพินิจฯ กับ กสศ. เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2563 ผ่านโครงการ ‘นครพนมโมเดล’ จนเห็นว่าการจัดการศึกษาทางเลือกเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับบริบทของเด็กและเยาวชนที่มีความแตกต่างหลากหลาย ด้วยพื้นเพปูมหลังครอบครัว ช่วงวัย ประสบการณ์ หรือวุฒิการศึกษา รวมถึงข้อจำกัดอื่น ๆ อีกมาก จึงมีการขยายผลจากจังหวัดนครพนมไปยังศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนในพื้นที่อื่น ๆ ทำให้เด็กและเยาวชนในความดูแลของกรมพินิจฯ สำเร็จการศึกษาในแต่ละปีเป็นจำนวนมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้ กรมพินิจฯ ไม่เพียงคาดหวังว่ากระบวนการที่กล่าวมาจะสามารถลดความเสี่ยงในการกระทำผิดซ้ำของเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ได้ แต่ยังมองไปถึงเป้าหมายสำคัญกว่านั้นคือเป็นการทำงานเชิงป้องกัน บนพื้นฐานความคิดที่ว่าถ้าสามารถเปลี่ยนทัศนคติและทำให้เด็กและเยาวชนค้นพบเส้นทางชีวิตที่ดีงามได้ ก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตให้กับคนรุ่นถัดไปในครอบครัวของตนเอง และนั่นคือส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาสังคมที่สามารถทำได้ผ่านการมอบโอกาสทางการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-71c099"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/09-กสศ.-ร่วมกับเครือข่าย-04.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายวิทิต เติมผลบุญ เลขาธิการ<br>สมาคมศูนย์การเรียนโดยองค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายวิทิต เติมผลบุญ</strong> เลขาธิการสมาคมศูนย์การเรียนโดยองค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน หนึ่งในกำลังสำคัญของการผลักดันการจัดการศึกษาทางเลือก และเป็นผู้ริเริ่มโครงการนครพนมโมเดล กล่าวว่า เด็กหลุดจากระบบการศึกษาไม่ใช่ปัญหาซับซ้อน แต่เป็นปัญหาที่ ‘ทับซ้อน’ ต่อเนื่องกันจนถึงจุดหนึ่งสังคมจะแบกรับไม่ไหว จึงเป็นวาระสำคัญที่ต้องพูดถึงเรื่องการศึกษาทางเลือก&nbsp;</p>



<p>ประเด็นสำคัญคือเด็กที่หลุดออกมาก่อนจบชั้นมัธยมต้นเกือบทุกคน จะยังไม่สามารถเรียนในรูปแบบการศึกษาตามอัธยาศัยหรือ กศน. ได้ เนื่องจากอายุไม่ถึง 15 ปี อย่างไรก็ตาม หากอ้างอิงตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่ระบุว่าสถานศึกษาสามารถจัดการศึกษาคละรูปแบบได้คือ การศึกษาในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย รวมถึงการเทียบโอนหน่วยกิตระหว่างกันได้ จึงได้มีการพยายามทดลองนำการศึกษาในระบบ ‘ศูนย์การเรียน’ มาใช้ เพื่อให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการจัดการศึกษา&nbsp;</p>



<p><strong>นายวิทิต</strong> กล่าวอีกว่า หลังจากประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งกับโครงการนำร่องที่ศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนจังหวัดนครพนม เครือข่ายการจัดการศึกษาทางเลือก จึงจับมือกับศูนย์การเรียน 6 แห่ง เพื่อกระจายการทำงานให้ครอบคลุมทั้งประเทศ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มสถานประกอบการที่เข้ามามีส่วนร่วมจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้ศึกษาในสาขาวิชาที่สนใจ เพื่อนำไปใช้ทำงานประกอบอาชีพได้จริง รวมถึงพัฒนาศักยภาพต่อเนื่องตามเส้นทางของแต่ละคน&nbsp;</p>



<p>“หากรูปแบบการศึกษาทางเลือกได้รับความสนใจและพัฒนาต่อเนื่อง จนสามารถตอบโจทย์ชีวิตของเด็กและเยาวชนทุกคนได้ในระดับเดียวกับการศึกษากระแสหลัก เมื่อถึงวันนั้นเราจะไม่มีเด็กนอกระบบการศึกษาอีกต่อไป”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-718fe1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/09-กสศ.-ร่วมกับเครือข่าย-03.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายเทวินฏฐ์ อัครศิลาชัย เลขาธิการ<br>สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย</figcaption></figure></div></div></div>



<p>&nbsp;</p>



<p><strong>นายเทวินฏฐ์ อัครศิลาชัย</strong> เลขาธิการสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย กล่าวว่า พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ระบุไว้ว่า ภาคสังคม บุคคล ครอบครัว องค์กรเอกชน สถานประกอบการ มีสิทธิ์ในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ โดยเรียกว่า ‘การศึกษาภาคสังคม’ ซึ่งแบ่งเป็น 3 รูปแบบ คือปฐมวัย โรงเรียน และศูนย์การเรียน ฉะนั้นการศึกษาทางเลือกถือว่ามีสถานภาพทางกฎหมายชัดเจน</p>



<p>ทว่า 24 ปีผ่านมา การยอมรับและสวัสดิการที่ควรจะครอบคลุมการศึกษาภาคสังคมกลับแทบไม่เกิดขึ้น เด็กและเยาวชนที่เรียนในระบบศูนย์การเรียนจึงไม่ได้รับปัจจัยพื้นฐานเช่นเดียวกับเด็กที่อยู่ในการศึกษาตามระบบปกติ อีกทั้งครูในระบบการศึกษาทางเลือกยังขาดโอกาสในการพัฒนาศักยภาพตนเองผ่านการอบรมความรู้ และเข้าไม่ถึงสิทธิ์ที่ควรได้รับ ฉะนั้น ณ ปัจจุบันที่มีการผ่าน พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ทำให้การจัดการศึกษาภาคสังคม ไม่ว่าในรูปแบบศูนย์การเรียน หรือ ‘บ้านเรียน’ มีแนวโน้มที่จะได้รับการสนับสนุนมากขึ้น และพร้อมเป็นทางเลือกสำหรับเด็กและเยาวชนทุกกลุ่ม ถือเป็นการยกระดับการศึกษาภาคสังคม ตั้งแต่การจัดการศึกษาในระดับเล็ก ๆ อย่างครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน หรือสถานประกอบการต่าง ๆ ให้มีสถานภาพตรงตามที่ พ.ร.บ. ระบุ และมีสิทธิ์ในการจัดการศึกษาเพิ่มขึ้น</p>



<p>“การศึกษาทางเลือกจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนเพื่อให้มีพื้นที่ มีการเติบโตที่เข้มแข็ง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของนิเวศการเรียนรู้และภูมิทัศน์ทางการศึกษาในปัจจุบัน เนื่องจากบริบทความต้องการของเด็กและเยาวชนมีความหลากหลายซับซ้อน รวมถึงปัจจัยที่ทำให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษายังต่างไปจากอดีต ดังนั้นทิศทางของการศึกษายุคถัดไป ต้องทำให้เด็กเข้าถึงการเรียนรู้ได้ทั้งในระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติได้ โดยสามารถเรียนรู้ได้จากทุกหนทุกแห่ง รวมถึงมีการจัดสรรงบประมาณการศึกษาจากรัฐหรือองค์กรต่าง ๆ เพื่อจัดการศึกษาที่เหมาะสม หากทำได้ถึงจุดนั้น การศึกษาทางเลือกจะเป็นอีกลู่หนึ่งที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทยในภาพรวม” <strong>นายเทวินฏฐ์</strong> กล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-190423/">กสศ. ระดมเครือข่ายเสนอนวัตกรรมการศึกษาที่มีทางเลือก สอดรับ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ ชูนโยบายถึงว่าที่รัฐบาลจัดสวัสดิการเงินอุดหนุนศูนย์การเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
