<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พื้นที่เรียนรู้ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 11 Jul 2022 14:00:27 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>พื้นที่เรียนรู้ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสศ. ร่วมผลักดันพื้นที่เรียนรู้เพื่อเด็กและเยาวชนทั่ว กทม. หนุนนโยบาย อ.ชัชชาติ สร้างพื้นที่เรียนรู้กระจายทุกชุมชน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-110722/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Jul 2022 06:53:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[สสส.]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่เรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐยา บุญภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[สุรนาถ แป้นประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[บางกอกนี้ดีจัง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=58189</guid>

					<description><![CDATA[<p>อ.ชัชชาติ ‘ประกาศผลักดันพื้นที่เรียนรู้เพื่อเด็กทั่ว กท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-110722/">กสศ. ร่วมผลักดันพื้นที่เรียนรู้เพื่อเด็กและเยาวชนทั่ว กทม. หนุนนโยบาย อ.ชัชชาติ สร้างพื้นที่เรียนรู้กระจายทุกชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อ.<strong><strong>ชัชชาติ ‘ประกาศผลักดันพื้นที่เรียนรู้เพื่อเด็กทั่ว กทม.’ จับมือ กสศ. สสส. ผนึกพลังชุมชน &#8211; ภาคประชาสังคม จัดเทศกาลบางกอกกำลังดี&#8230;ที่ฝั่งธน สนับสนุนให้เกิดพื้นที่เรียนรู้กระจายทุกชุมชน ผู้จัดการ กสศ. ระบุ ‘พื้นที่เรียนรู้’ ช่วยปลดล็อกทักษะอารมณ์สังคมและฟื้นฟูความรู้ถดถอย พร้อมเดินหน้าสนับสนุน กทม. สร้างเมืองแห่งการเรียนรู้</strong></strong></p>



<p>เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2565 <strong>นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</strong> กล่าวในงานบางกอกกำลังดี &#8230;ที่ฝั่งธน ณ สวนบางขุนนนท์ ถึงการผลักดันนโยบายการศึกษาว่ามีสองคำที่สำคัญคือ <strong>‘พื้นที่’</strong> และ <strong>‘เรียนรู้’</strong> เนื่องจากมองว่านับจากนี้ถึงอนาคตคำว่า <strong>‘การศึกษา’</strong> จะไม่สำคัญเท่ากับ <strong>‘การเรียนรู้’</strong> โดยอธิบายว่าการศึกษาจะเป็นเพียงหลักสูตรที่คนกลุ่มหนึ่งกำหนดไว้ ขณะที่โลกในอนาคตทุกสิ่งจะเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ดังนั้นเด็กจำเป็นต้องมีทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยมีพื้นที่เรียนรู้สาธารณะเพิ่มขึ้น แต่ที่ผ่านมาพบว่า กทม. ยังไม่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับเด็ก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e3ff22"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/02-งานบางกอกกำลังดี.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ในเรื่องการเรียนรู้ กทม. ไม่ได้เก่งเท่าเครือข่ายที่ทำงานด้านนี้โดยตรง แต่เรามีหน้าที่ผลักดันให้พื้นที่ของประชาชนเปิดกว้าง รวมถึงต้องสอดคล้องกับความต้องการ ซึ่ง กทม. มีพื้นที่เยอะแยะ ทำได้ทุกเขต เรามีสวนสาธารณะ มีตึกที่มีพื้นที่เหลือใช้งาน หนึ่งในนั้นคือเราสามารถเปลี่ยนโรงเรียนเป็นศูนย์เรียนรู้ได้ในวันเสาร์อาทิตย์ ทั้งนี้ต้องไม่เป็นภาระของครู แต่เราให้คนในชุมชนมาใช้ ดูแลกันแบบพี่สอนน้อง มีอาสาสมัครมาช่วยดูแล กทม. ยืนยันว่าเรื่องนี้สำคัญและจะเต็มที่ทุกอย่าง เพราะสิ่งที่ทำวันนี้คือการเตรียมพร้อมให้กับเด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เขาจะเป็นเจ้าของเมืองเมืองนี้ต่อไปในอนาคต”</p>



<p><strong>ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร </strong>ระบุว่า นโยบายผลักดันพื้นที่เรียนรู้ ต้องใช้ความร่วมมือของ 4 เกลียวการทำงาน คือ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และกำลังหลักคือชุมชน เพื่อให้ได้ผลงานที่ตอบโจทย์จริง เพราะเมืองจะดีขึ้นไม่ได้ถ้าทุกคนไม่ร่วมมือกัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2220e8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/06-งานบางกอกกำลังดี.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“หนึ่งเดือนที่ผ่านมาทำให้เห็นว่า กทม. มีพลัง เราได้ต้นไม้ 1 ล้าน 3 แสนต้น ภายในเดือนเดียวโดยไม่ต้องใช้เงินสักบาท แค่ทุกคนมาร่วมมือกัน นี่เป็นแค่มิติแรก ๆ เท่านั้น ผมว่าเรามีทั้งส่วนที่เหมือนและแตกต่างกันทางมุมมอง ถ้าเราเอาส่วนที่เหมือนเป็นหลักคืออยากให้เยาวชนมีอนาคตที่ดี มีพื้นที่เรียนรู้คุณภาพ แล้วค่อยแก้ส่วนที่แตกต่างกัน ผมเชื่อว่าเราจะได้กรุงเทพ ฯ ที่ดีกว่าครับ”</p>



<p>ด้าน <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> กล่าวว่า กสศ. ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับ กทม. เพื่อสร้างพื้นที่ส่งเสริมให้กรุงเทพ ฯ เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ตามแนวทางขององค์การยูเนสโก   ทั้งนี้พื้นที่เรียนรู้ที่มีความสุขไม่จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่ แต่สำคัญคือต้องการความมีส่วนร่วมของคนทุกคนและหน่วยงานทุกภาคส่วน ทั้งในการออกแบบกิจกรรม และทำให้เป็นพื้นที่ที่เด็กเยาวชนจากชุมชนต่าง ๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e847f5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/03-งานบางกอกกำลังดี.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“การผลักดันให้ กทม. เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้นั้น สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเมืองในระดับนานาชาติ ที่ให้บทบาทท้องถิ่นมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ขณะนี้มีเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ 229 แห่งทั่วโลก ที่สามารถจัดการทรัพยากรในทุกภาคส่วนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสนับสนุนให้เกิดการการเรียนรู้สำหรับประชาชนทุกคนและทุกระดับ มีการเรียนรู้ที่เสมอภาค และทั่วถึง รวมถึงส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดช่วงชีวิต”</p>



<p><strong>ดร.ไกรยส</strong> กล่าวต่อไปว่า สถานการณ์โควิด-19 ทำให้ประเทศไทยต้องปิดโรงเรียนเป็นเวลานาน ผลกระทบที่ตามมาคือเด็กมีความเครียด เกิดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ หรือ Learning Loss ซึ่งการจะแก้ไขปัญหาบนความยั่งยืนไม่ใช่การอัดเนื้อหาทางวิชาการ แต่ต้องปลดล็อกทักษะด้านอารมณ์สังคมของเด็กด้วยพื้นที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์เพื่อกระตุ้นให้เด็กเยาวชนมีภูมิคุ้มกันในการเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ ในชีวิต มีมุมมองแง่บวก กระตือรือร้นในการแก้ไขปัญหา ดังนั้นถ้ามีพื้นที่เรียนรู้ที่ดึงเด็กให้ออกจากบ้าน ก้าวข้ามความเครียด กังวล ความกลัว ความไม่มั่นใจต่าง ๆ แล้วออกมาแสดงความสามารถในสิ่งที่เขาทำได้ดี เด็กจะหลุดพ้นจากภาวะถดถอยแล้วกลับไปสู่การเรียนรู้ได้ ซึ่ง กสศ. จะเข้ามาร่วมทำงานกับ กทม. และทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชน ประชาชน ในการดึงการมีส่วนร่วมเพื่อสร้างพื้นที่เรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชนไปด้วยกัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b76caf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/04-งานบางกอกกำลังดี.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นางสาวณัฐยา บุญภักดี ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สสส.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สอดคล้องกับ <strong>นางสาวณัฐยา บุญภักดี ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) </strong>กล่าวว่า การสร้างพื้นที่เรียนรู้ คือสิ่งที่ทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพสูงในการทำให้เด็กก้าวทันโลกปัจจุบัน กทม. มีพื้นที่ที่ทำได้มากมาย เช่น สถานที่ราชการมีสนามหญ้า หรือสวนสาธารณะต่าง ๆ สำคัญคือต้องมีกิจกรรมสร้างสรรค์ ทำเป็นประจำต่อเนื่อง มีความหลากหลาย และเข้าถึงวิถีชีวิต เพราะเคล็ดลับของพื้นที่เรียนรู้คือเด็กเยาวชนต้องได้คิดเองว่าต้องการอะไร แล้วผู้ใหญ่คอยช่วยจัดหาสิ่งจำเป็นมาให้เขาได้ลงมือทำ ได้เรียนรู้สนุกสนาน จากนั้นให้เขาสรุปและถอดบทเรียนจากสิ่งที่ทำ พื้นที่แบบนี้ต้องทำให้มีทุกตำบล ทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน เพื่อให้เด็กไม่ต้องเดินทาง แค่ไม่กี่ก้าวจากบ้านเขาต้องไปถึง จึงอยากชักชวน กทม. มาช่วยกันร่วมมือคิดหาทางทำให้ทรัพยากรที่มีอยู่ได้กระจายไปยังพื้นที่เรียนรู้ให้กว้างขวาง ดึงเด็กมาทำกิจกรรมที่จะทำให้เขามีทักษะชีวิต ห่างไกลอบายมุข อยู่รอดปลอดภัยได้ในโลกยุคใหม่</p>



<p>ขณะที่ <strong>นายสุรนาถ แป้นประเสริฐ จากโครงการ ‘บางกอกนี้ดีจัง’</strong> กล่าวเสริมว่า การเกิดขึ้นของพื้นที่เรียนรู้แห่งหนึ่ง จะเป็นต้นแบบความสำเร็จที่ขยายไปสู่ชุมชนอื่น ๆ และดึงการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายเข้ามาผลักดันช่วยกันได้มากขึ้น ที่ผ่านมาเครือข่ายบางกอกนี้ดีจังได้ทำงานร่วมกับผู้นำชุมชนในพื้นที่ฝั่งธน ฝั่งพระนคร และเขตอื่น ๆ เรามีคนในชุมชนที่เป็นผู้นำธรรมชาติ มีแกนนำเด็กเยาวชน มีพี่เลี้ยง มีกลุ่มและเครือข่ายเด็กเยาวชนที่มีอัตลักษณ์เฉพาะ แข็งแรงในด้านภูมิปัญญา ศิลปะ วัฒนธรรม ซึ่งมีอิทธิพลช่วยสื่อสารให้คนในชุมชนลุกขึ้นมาปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c91b87"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/05-งานบางกอกกำลังดี.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายสุรนาถ แป้นประเสริฐ จากโครงการ ‘บางกอกนี้ดีจัง’</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“นอกจากความร่วมมือของชุมชน เราได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิและหน่วยงานต่าง ๆ เพราะปัญหาบางอย่างแก้ด้วยคนในชุมชนไม่พอ ต้องมีการนำองค์ความรู้บางอย่างเข้ามาช่วย โดยตั้งอยู่บนฐานของการส่งเสริมศักยภาพเยาวชน พยายามเพิ่มมิติของแหล่งเรียนรู้ ถ้าหากชุมชนสามารถดึงคุณค่าภายในออกมาได้ ทุกอย่างจะหมุนไปได้โดยวิถีธรรมชาติ ชุมชนเรามีองค์กรเข้ามามีส่วนร่วมค่อนข้างเยอะ เราต้องตั้งรับด้วยการทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดและสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ ทำให้แนวคิดฝังอยู่กับชุมชน และองค์กรที่เข้ามาต้องรู้จักชุมชนเราพอสมควรถึงจะทำงานร่วมกันได้”</p>



<p>ทั้งนี้ การผลักดันพื้นที่เรียนรู้เพื่อเด็กและเยาวชนทั่ว กทม. จะนำร่องจัดกิจกรรมทุกวันอาทิตย์ ใน 12 เขต ผ่านโครงการพื้นที่สาธารณะพื้นที่เรียนรู้ที่มีชีวิต ประกอบด้วยกิจกรรมศิลปะ ดนตรี ตลาด เวิร์กช็อป การละเล่นสร้างสรรค์สำหรับเด็ก เยาวชน และคนทุกเพศทุกวัย เริ่มวันอาทิตย์ที่ 17 ก.ค. 2565 จัดที่สวนบางกอกใหญ่ ตั้งแต่เวลา 15.00 – 20.00 น. <strong>สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวได้ที่ เพจ บางกอก กำลังดี</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f159ab"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/07-งานบางกอกกำลังดี.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-110722/">กสศ. ร่วมผลักดันพื้นที่เรียนรู้เพื่อเด็กและเยาวชนทั่ว กทม. หนุนนโยบาย อ.ชัชชาติ สร้างพื้นที่เรียนรู้กระจายทุกชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปลี่ยนบ้านเป็น “พื้นที่เรียนรู้” แนะนำโดย ครูจุ๊ย-กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-change-the-house-to-learning-area-kultida-rungruangkiat/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Aug 2021 13:34:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ]]></category>
		<category><![CDATA[SET : Learning @ home]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่เรียนรู้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=44686</guid>

					<description><![CDATA[<p>ก่อนที่จะเริ่มบทความนี้ อยากมอบกำลังใจให้ทุกบ้านที่กำลั [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-change-the-house-to-learning-area-kultida-rungruangkiat/">เปลี่ยนบ้านเป็น “พื้นที่เรียนรู้” แนะนำโดย ครูจุ๊ย-กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ก่อนที่จะเริ่มบทความนี้ อยากมอบกำลังใจให้ทุกบ้านที่กำลังฝ่าฟันการเรียนออนไลน์ การเรียนแบบใช้บ้านเป็นฐาน หรือรูปแบบใดก็ตามที่ทำให้บทบาทของพ่อแม่ ผู้ปกครองเริ่มมีความทับซ้อนกับความเป็นครูมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>เรื่องหนึ่งที่สำคัญมากที่สุดในสถานการณ์วิกฤตอันยาวนานและยืดเยื้อเช่นนี้ คือการจับมือกันระหว่างบ้านและโรงเรียน เพื่อช่วยให้เด็กๆ ผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ พ่อแม่ยังคงเป็นพ่อแม่อยู่ แต่ต้องเพิ่มบทบาทช่วยสนับสนุนเด็กๆ ให้เรียนรู้ได้ในสภาวการณ์อันจำกัดหลายด้าน ซึ่งงานสนับสนุนเด็กๆ ฝึกฝนเพิ่มทักษะไว้ ไม่เสียเวลาแน่นอนค่ะ&nbsp;</p>



<p>ไม่ต้องเป็นครูทั้งหมด วันนี้เรามาเป็นพ่อยก แม่ยก ช่วยลูกๆ ให้เขาเรียนรู้ได้กัน</p>



<p>วันนี้จึงขอนำเช็กลิสต์มาเป็นตัวช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครองทุกบ้านที่ต้องช่วยเหลือให้เด็กๆ เรียนหนังสือที่บ้านได้&nbsp;</p>



<p>บางข้ออาจทำแล้ว บางข้อถ้ายังไม่ได้ลองทำ ลองดูได้เลยนะคะ</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d66987"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/38-เปลี่ยนบ้านเป็นพื้นที่เรียนรู้-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<h2 class="wp-block-heading">ข้อ 1 จัดสถานที่ให้เหมาะกับการเรียน</h2>



<p>โรงเรียน ห้องเรียน พอเด็กๆ เดินเข้าไปปุ๊บ เขาจะเข้าโหมดว่ามาที่นี่เขาต้องมาเรียน มาทำกิจกรรมกับเพื่อน ดังนั้นพื้นที่ที่เขาจะต้องใช้เรียนที่บ้านควรมีความชัดเจนว่าเอาไว้สำหรับเรียน พยายามตัดสิ่งเร้า สิ่งรบกวนอื่นๆ ถ้าเป็นไปได้ ไม่ว่าจะเป็นเสียงพูดคุยของคนอื่น เสียงโทรทัศน์ เพื่อให้เด็กๆ ได้จดจ่ออย่างเต็มที่ การให้เขาได้ช่วยจัด หรือตกแต่งพื้นที่ด้วยตัวเอง เตรียมอุปกรณ์ที่จะใช้เอง ก็ช่วยให้เขาเข้าใจว่านี่คือพื้นที่สำหรับการเรียน</p>



<p>เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมใช้ และถ้าเป็นไปได้ก็ฝึกฝนการใช้งานด้วยกัน หลายบ้านอาจต้องเรียนรู้พร้อมลูก ไม่เป็นไรเลย การเป็นตัวอย่างที่ดีอย่างหนึ่งคือการพยายามเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ทำให้ลูกเห็นได้ ช่วยกันทำได้ค่ะ</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9d2a46"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/38-เปลี่ยนบ้านเป็นพื้นที่เรียนรู้-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<h2 class="wp-block-heading">ข้อ 2 กิจวัตรสำคัญมากๆ</h2>



<p>เด็กๆ ทุกวัยควรรู้ว่าในแต่ละวันเขาจะต้องทำอะไรบ้าง</p>



<p>เด็กปฐมวัย ควรมีทั้ง<br>&#8211; การเล่นอิสระ<br>&#8211; การออกกำลังกายนอกบ้านหรือในบ้าน<br>&#8211; การเล่นบทบาทสมมุติ<br>&#8211; การเล่นเพื่อกระตุ้นประสาทสัมผัส เช่น การได้จับทราย พื้นผิวที่มีลักษะต่างๆ ของแข็ง ของเหลว ซึ่งเหล่านี้สามารถผนวกเข้ากับงานบ้านที่เด็กๆ ควรได้รับบทบาทให้ทำทุกวัน อย่างการช่วยงานครัว รดน้ำต้นไม้<br>&#8211; การอ่านนิทานทุกวัน </p>



<p>ผู้ปกครองสามารถทำตารางกิจวัตรให้เด็กๆ ดู แปะสติกเกอร์ให้เขาเมื่อเขาทำได้ ทำข้อตกลงกับเขาให้ชัดเจนถึงกิจวัตรที่เขาต้องทำ กิจกรรมไม่จำเป็นต้องเป๊ะ มีทั้งหมดนี้ในทุกวัน แต่รวมๆ แล้วขอให้เด็กๆ ได้ทำกิจกรรมหลากหลาย ใช้จอน้อยลง เล่นมากขึ้น ก็ถือเป็นอันพอ</p>



<p>การพูดคุยถึงกิจวัตรสามารถทำได้เหมือนเวลาไปโรงเรียน เช่น ก่อนนอนเตรียมเสื้อผ้าที่อยากใส่พรุ่งนี้ เตรียมของเล่นที่อยากเล่นพรุ่งนี้ หรือพูดถึงอาหารที่อยากทานในวันรุ่งขึ้น ก็จะช่วยให้เด็กๆ รู้ตัวว่าเขาจะต้องเจออะไรบ้างในวันรุ่งขึ้น</p>



<p>ส่วนวัยที่โตขึ้นไปมีหลักการคล้ายๆ กันกับปฐมวัย การออกกำลังกายและงานบ้านยังคงมีความจำเป็นอยู่ ควรบรรจุเอาไว้ในกิจวัตรเช่นเดียวกับการออกกำลังกาย ที่ไม่ว่าลูกจะอยู่ในวัยใด เขาควรได้ออกกำลังกายง่ายๆ ทุกวัน หากมีกิจกรรมที่เขาชอบทำก็ควรอยู่ในกิจวัตร แต่ควรทำข้อตกลงเวลาให้ชัดเจนว่าลูกจะใช้เวลาเท่าไหร่ เมื่อเขาทำได้ อย่าลืมชื่นชมความพยายามที่เขารักษาสัญญาและทำตามข้อตกลงได้</p>



<p>ถ้าเป็นไปได้พยายาม<br>&#8211; รักษากิจวัตรที่คล้ายกับการไปโรงเรียนให้ได้ เช่น เด็กๆ ไม่ควรใส่ชุดนอนมาเรียนหรือทำกิจกรรมหน้าจอ<br>&#8211; การปฏิบัติตามกิจวัตรได้ด้วยตัวเองถือเป็นทักษะการจัดการตนเองอันล้ำค่ามาก และมันจะอยู่ติดตัวเขาต่อไป ไม่ว่าโควิดจะหมดหรือไม่หมดจากโลกนี้ไป</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-679478"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/38-เปลี่ยนบ้านเป็นพื้นที่เรียนรู้-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<h2 class="wp-block-heading">ข้อ 3 หากิจกรรมสนุกๆ ให้เขาทำ</h2>



<p>นอกเหนือจากสิ่งที่เขาต้องทำในคลาสของโรงเรียนแล้ว ลองมองหาสิ่งต่างๆ ในบ้านที่สามารถเป็นกิจกรรมสนุกแบบต่อเนื่องและทำร่วมกันได้ เช่น การสังเกต บันทึกดูสัตว์ ตั้งแต่ตัวเล็กจิ๋วอย่างแมลง จนกระทั่งนก หรือสัตว์ชนิดอื่นในบ้าน ชวนลูกบันทึก เช่น วาดภาพ หรือบันทึกประเภทสัตว์ เสียงของสัตว์ จำนวนครั้งที่เห็น และชวนกันคุยต่อในหลากหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็น ทำไมบ้านเรามีนกชนิดนี้เยอะ และลองหาความรู้จากอินเทอร์เน็ตดู นอกเหนือจากสัตว์ก็สามารถสังเกตพืชต่างๆ ได้เช่นกัน</p>



<p>การประดิษฐ์อะไรบางอย่างที่บ้านก็สนุกไม่น้อย เมื่อเด็กๆ เริ่มเบื่อ เขาจะหาวิธีใหม่ๆ ในการเล่น และถ้าเขาไม่มีเวลาใช้จอมากจนเกินไป เขาจะสรรหาวิธีมาแก้เบื่อ บทบาทของพ่อแม่ ผู้ปกครองคือการอดทนมองดูความวุ่นวาย ความเลอะเทอะให้ได้ เมื่อเขาเล่นเสร็จก็ขอให้เก็บของ ขอเพียงไม่เป็นอันตรายกับตัวเอง ผู้อื่น และสิ่งของ ก็เป็นอันเพียงพอ</p>



<p>อีกกิจกรรมที่สนุกไม่น้อยคือ treasure hunt การตามล่าหาคำใบ้และของบางอย่าง จะให้เด็กๆ เป็นคนทำ หรือผู้ปกครองทำก็สนุกไม่น้อย&nbsp;</p>



<p>การย้อนเวลากลับไปทำเรื่องอย่างการเขียนจดหมายช่วยทั้งการอ่านและเขียนของเด็กๆ รวมถึงสมาธิจดจ่ออีกด้วย ระหว่างนี้เด็กๆ สามารถเขียนจดหมายหาเพื่อน หาครู หรือเขียนบันทึกเล่าเรื่องราวการอยู่กับโควิดของตัวเองในแต่ละวันได้&nbsp;</p>



<p>ทักษะชีวิตที่เราไม่มีเวลาได้สอนพวกเขาก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง การทำกับข้าว การซักผ้า การตากผ้า การจ่ายตลาด การเย็บผ้า ซ่อมกระดุม การปิกนิกหรือแคมปิ้งที่บ้าน หรือแม้กระทั่งวิธีเปลี่ยนยางรถยนต์ เหล่านี้เป็นสิ่งที่เรียนรู้ได้ในพื้นที่บ้าน และถ้าทักษะไหน เราเองยังไม่มี ก็ถือว่าเรียนรู้ไปพร้อมลูกก็สนุกอีกแบบเหมือนกัน</p>



<p>สุดท้าย งานศิลปะบางอย่างที่ให้ลูกทำเอง หรือทำด้วยกัน ช่วยลูกได้เยอะมาก และศิลปะไม่ได้จำกัดอยู่แค่การวาดภาพ ระบายสีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการฟังดนตรี ทำเพลย์ลิสต์ด้วยกัน ทำงานศิลปะบางอย่างตามแต่ที่อยากทำ ใช้ของที่มีอยู่ในบ้าน และลองถ่ายภาพเก็บไว้เป็นผลงานชิ้นโบแดงที่ระลึกในช่วงโควิดก็น่าสนใจ เราอาจจะมองเห็นลูกๆ ในด้านที่ไม่เคยเห็นก็ได้</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-20aeec"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/38-เปลี่ยนบ้านเป็นพื้นที่เรียนรู้-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<h2 class="wp-block-heading">ข้อ 4 สื่อสาร</h2>



<p>การเรียนรู้ไม่ได้จำกัดแต่ในรูปแบบของการเข้าชั้นเรียนเท่านั้น แต่การที่ได้สื่อสาร แลกเปลี่ยนกับลูกไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม เพิ่มทักษะหลายๆ ด้านให้เขา และช่วยให้เรารู้จักลูกมากขึ้น ลองดูซีรี่ส์ เล่นเกม เล่นบอร์ดเกม ทำอาหาร ไปซื้อของ ขับรถออกไปในที่ที่ไม่เคยไปด้วยกัน (ยังไม่ต้องลงจากรถก็ได้ในสถานการณ์เช่นนี้) คุยว่าหนังสือเล่มโปรด หนังที่ชอบคือเรื่องอะไร สร้างบทสนทนาไม่รู้จบ งานศิลปะต่างๆ การเล่นกีฬา การออกกำลังกายด้วยกัน โดยการตั้งเป้าหมายร่วมกัน ถ้าทำได้ ลูกและเราจะได้ทั้งความภูมิใจและสุขภาพที่ดี</p>



<p>ถ้าคิดไม่ออก ใช้การสุ่มดูก็สนุกดี&nbsp;</p>



<p>เขียนกิจกรรมที่ทำได้ลงไป และพับ และลองเล่นดู</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b4dc02"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/แทรกในข้อ-4-นะคะ-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>แม้ว่าจะมีกิจกรรมหลากหลายมากมายให้ทำ แต่ในสถานการณ์นี้พ่อแม่ต้องไม่ลืมว่า จะไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบหรือพร้อม ดังนั้นทุกคนใจดีกับตัวเอง ใจดีต่อกันได้ เหนื่อยก็สื่อสารชัดเจนว่าเหนื่อย ขอเวลาพัก&nbsp;</p>



<p><strong>ทำไม่เป็น ทำไม่ได้ ลองบอกลูกตรงๆ และชวนลูกมาหาทางออกร่วมกันดู เด็กๆ เข้าใจและพร้อมช่วยเสมอ</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-change-the-house-to-learning-area-kultida-rungruangkiat/">เปลี่ยนบ้านเป็น “พื้นที่เรียนรู้” แนะนำโดย ครูจุ๊ย-กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
