<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พีรภัทร ทองขาว | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%A3-%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A7/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 27 Feb 2026 04:17:05 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>พีรภัทร ทองขาว | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“ชีวิตตอนนี้มีพื้นที่ให้ฝันมากขึ้นกว่าเดิม” ตามติดน้องพี ไรเดอร์ส่งพัสดุที่ยังไม่หยุดเรียน เพราะการศึกษายืดหยุ่นได้ตามชีวิตจริง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-270226/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Feb 2026 02:31:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[1 โรงเรียน 3 รูปแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษายืดหยุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ไรเดอร์]]></category>
		<category><![CDATA[พีรภัทร ทองขาว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=100178</guid>

					<description><![CDATA[<p>การศึกษายืดหยุ่นที่ไม่ปล่อยให้เด็กหลุดไปการศึกษายืดหยุ่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-270226/">“ชีวิตตอนนี้มีพื้นที่ให้ฝันมากขึ้นกว่าเดิม” ตามติดน้องพี ไรเดอร์ส่งพัสดุที่ยังไม่หยุดเรียน เพราะการศึกษายืดหยุ่นได้ตามชีวิตจริง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<figure class="wp-block-pullquote has-text-align-left" style="font-size:13px"><blockquote><p><strong>การศึกษายืดหยุ่นที่ไม่ปล่อยให้เด็กหลุดไป</strong><br>การศึกษายืดหยุ่น “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” กลายเป็นกลไกรองรับชีวิตจริงของพีรภัทร ทองขาว ไรเดอร์ส่งพัสดุที่ออกกลางคันตั้งแต่ ม.2 เพื่อออกไปทำงาน เขาเกือบไม่มีวันได้กลับมา แต่โรงเรียนนิวิฐราษฎร์อุปถัมภ์เลือกตามเขากลับ และออกแบบการเรียนให้เดินตามชีวิตที่เขาเป็นอยู่จริง<br><br><strong>พีรภัทร คือเด็กหนุ่มที่ออกไปทำงานก่อน แล้วค่อยค้นพบว่าวุฒิการศึกษาคือสิ่งที่ขาดไม่ได้</strong><br>จากการหายไปช่วง ม.2 เพราะไม่อยากเรียนและเริ่มออกหางานทำ ครูตามกลับมาและดึงเขาเข้าสู่ระบบยืดหยุ่น เขาเรียนผ่านใบงานและออนไลน์ ส่งงานทาง LINE ควบคู่กับการทำงานเป็นช่างและพนักงานส่งพัสดุ จนจบ ม.3 ได้พร้อมเพื่อนในระบบปกติ และตั้งใจเรียนต่อจนถึง ม.6<br><br><strong>ครูและโรงเรียนที่ไม่รอให้เด็กมาขอโอกาส แต่เดินไปหาเอง</strong><br>โรงเรียนนิวิฐราษฎร์อุปถัมภ์ทำงานเชิงรุกมากว่า 15 ปี วิเคราะห์บริบทรายคน และออกแบบการเรียนให้เข้ากับเงื่อนไขชีวิตจริงของเด็กแต่ละคน ระบบนี้ช่วยให้พีรภัทรกลับมายืนได้ด้วยตัวเอง พร้อมรายได้มั่นคงและเส้นทางการศึกษาที่ยังเปิดอยู่</p></blockquote></figure>



<p></p>



<p>เช้าวันธรรมดา พีรภัทร ทองขาว ขึ้นรถและออกไปส่งพัสดุ เหมือนทุกวัน</p>



<p>เขาอายุยังไม่ถึง 18 ปี แต่รายได้เกินสามหมื่นบาทต่อเดือน มีรถเป็นของตัวเอง ผ่อนอยู่ ส่งเงินให้พ่อบ้าง เก็บบ้าง ใช้บ้าง ชีวิตดูเรียบง่ายและมั่นคงพอสมควรสำหรับคนอายุเท่าเขา</p>



<p>แต่ถ้าย้อนกลับไปไม่กี่ปี ภาพนั้นไม่ได้ชัดเจนขนาดนี้</p>



<p>ตอน ม.2 เทอมสอง พีรภัทรหยุดไปโรงเรียน“ไม่อยากเรียนครับ แล้วก็เกเรด้วย ไม่ยอมเข้าเรียน” เขาพูดตรงๆ ไม่ตกแต่ง เหมือนกำลังเล่าเรื่องของคนอื่น ทั้งที่มันคือตัวเองเมื่อไม่กี่ปีก่อน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/1-2.jpg" alt="" class="wp-image-100180" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/1-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/1-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/1-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/1-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/1-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ไม่รอให้เด็กหล่นหาย แต่ครูที่นี่คอยจับสัญญาณก่อนเด็กหลุดร่วง</strong></h3>



<p>ที่โรงเรียนนิวิฐราษฎร์อุปถัมภ์ จังหวัดกาญจนบุรี มีระบบคัดกรองนักเรียนที่ครูเรียกว่า “การดูแลช่วยเหลือ” ซึ่งในทางปฏิบัติหมายความว่า ครูที่ปรึกษาจะสังเกตพฤติกรรมเด็กทุกคนอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่รอให้ขาดเรียนครบแล้วค่อยโทรหา แต่จับสัญญาณตั้งแต่แรก</p>



<p>พีรภัทรอยู่ในสายตานั้น</p>



<p>ชลธิชา ร่มโพธิ์รี รองผู้อำนวยการโรงเรียนนิวิฐราษฎร์อุปถัมภ์ เล่าว่า “พีเคยเป็นเด็กปกติในระบบที่มาโรงเรียนทุกวัน แต่ว่าด้วยการคัดกรองของระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน คุณครูที่ปรึกษาก็สังเกตเห็นพฤติกรรมความเสี่ยงของพีในการมาเรียน”</p>



<p>เธออธิบายต่อว่าพีไม่ได้หายไปทีเดียว แต่ “มาบ้าง ไม่มาบ้าง” &#8211; ซึ่งในระบบที่ไม่มีกลไกรองรับ นั่นคือเส้นทางที่นำไปสู่การออกกลางคัน</p>



<p>ครูตามเขากลับมา พูดคุยกัน และแนะนำโครงการที่โรงเรียนทำมานานกว่า 15 ปีแล้ว</p>



<p>“การศึกษายืดหยุ่น 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ระบบที่ไม่ได้เกิดจากนโยบาย แต่เกิดจากปัญหาจริง</strong></h3>



<p>นิวิฐราษฎร์อุปถัมภ์ไม่ใช่โรงเรียนในเมือง นักเรียนที่นี่หลายคนมาจากครอบครัวที่รายได้ไม่แน่นอน บางคนต้องช่วยพ่อแม่ทำไร่ทำนา บางคนต้องเลี้ยงน้อง บางคนป่วย บางคนอยากออกไปทำงานเพราะเห็นแม่เหนื่อย</p>



<p>ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นวันเดียว และโรงเรียนรู้ดีว่าการบังคับให้เด็กทุกคนเรียนตามตารางปกติ 8 โมงเช้าถึงบ่ายสาม คือการมองข้ามความจริงของชีวิตที่เด็กแต่ละคนเผชิญอยู่</p>



<p>ผู้อำนวยการในยุคปี 2540 จึงเดินทางไปกระทรวงศึกษาธิการด้วยตัวเอง เพื่อขออนุญาตจัดการเรียนการสอนในรูปแบบที่ไม่มีใครทำมาก่อน ไม่มีคู่มือ ไม่มีแนวปฏิบัติ มีแค่ปัญหาจริงในพื้นที่และความตั้งใจว่าจะไม่ยอมปล่อยให้เด็กหลุดออกไป</p>



<p>ลองผิดลองถูกมาเรื่อยๆ จนมาถึงวันนี้ที่โรงเรียนได้รับการรับรองเป็นโรงเรียนนำร่องและโรงเรียนต้นแบบ มีโรงเรียนอื่นทั่วประเทศเดินทางมาดูงาน</p>



<p>รอง ผอ.ชลธิชาอธิบายหลักคิดของ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบไว้ว่า มันคือ “โอกาสที่ทำให้เด็กได้รับการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นขั้นพื้นฐาน หรือการจบการศึกษาภาคบังคับตามความคาดหวังของเด็ก โดยที่เด็กแต่ละคนมีเงื่อนไขและข้อจำกัดที่แตกต่างกันไป” แปลให้ง่ายกว่านั้นก็คือ <strong>เด็กทุกคนต้องเรียนครบหลักสูตร แต่ วิธีเรียน นั้นยืดหยุ่นได้ตามชีวิตจริงของแต่ละคน</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/2-2.jpg" alt="" class="wp-image-100181" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/2-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/2-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/2-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/2-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/2-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ชลธิชา ร่มโพธิ์รี รองผู้อำนวยการโรงเรียนนิวิฐราษฎร์อุปถัมภ์&nbsp; และ พีรภัทร ทองขาว (น้องพี)</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>เมื่อพีรภัทรตัดสินใจกลับมา ไม่มีใครยื่นตารางสอนปกติให้เขา สิ่งที่เกิดขึ้นแทนคือการประชุมของครูทุกวิชาชั้น ม.3 เพื่อออกแบบการเรียนเฉพาะสำหรับเขาคนเดียว</p>



<p>“เราจะวิเคราะห์บริบทของเด็กก่อนว่าเด็กมีข้อจำกัดหรือเงื่อนไขใดบ้าง” รอง ผอ.ชลธิชาบอก “อย่างของพี เราจะมีการพูดคุยกันในกลุ่มครูผู้สอนระดับชั้น ม.3 เพราะว่าพีจะเสี่ยงในช่วง ม.2 และจะทำยังไงให้กลับมาเรียนในชั้น ม.3 และจบหลักสูตรภาคบังคับได้”</p>



<p>พีรภัทรตอนนั้นเริ่มทำงานแล้ว เป็นช่างซ่อมรถ รับจ้าง ได้เงินน้อย แต่ก็ยังทำ ครูจึงเอาสิ่งที่เขาทำอยู่ในชีวิตจริงมาวิเคราะห์เทียบกับตัวชี้วัดหลักสูตร แล้วออกแบบ “ชุดการเรียน” ให้เขากลับไปทำที่บ้านหรือที่ทำงาน</p>



<p>การเรียนของพีจึงกลายเป็นการผสมสามแบบ ได้แก่ <strong>on hand</strong> คืองานที่ทำด้วยมือและส่งมาให้ครู, <strong>online</strong> คือเรียนผ่านระบบที่ครูอัปโหลดไว้ให้สแกน QR ได้เลย และ <strong>onsite </strong>คือการเข้ามาพบครูที่โรงเรียนเป็นบางสัปดาห์ เพื่อเติมเต็มส่วนที่ยังขาด</p>



<p>ช่องทางหลักที่ครูติดตามงานคือ LINE</p>



<p>“ครูจะติดตามใน LINE ครับ ส่วนมากจะเป็นใน LINE ครับ” พีรภัทรเล่า “ครูจะทักมาว่าให้เอางานไปทำครับ”</p>



<p>ฟังดูเรียบง่าย แต่นั่นคือความจริงของระบบนี้ ไม่มีพิธีรีตองมาก ไม่ต้องใส่ชุดนักเรียนขึ้นรถมาโรงเรียนทุกเช้า แค่ทำงานส่ง แค่ตอบรับ แค่ไม่ปล่อยให้ด้ายขาด</p>



<p>และด้ายนั้นไม่ขาด</p>



<p>หนึ่งปีต่อมา พีรภัทรจบ ม.3 พร้อมกับเพื่อนที่เรียนในห้องปกติ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ทำไมถึงกลับมา: เรื่องที่ตรงกว่าที่ใครคาดไว้</strong></h2>



<p>ถ้าอยากได้คำตอบที่ฟังดูดี พีรภัทรคงพูดว่าเขากลับมาเรียนเพราะเห็นคุณค่าของการศึกษาแต่คำตอบที่เขาให้ตรงกว่านั้น</p>



<p>“เพราะว่าอยากได้วุฒิไปสมัครงานครับ ตอนนั้นผมไปสมัครงาน เค้าไม่รับครับ เพราะว่าไม่มีวุฒิ”</p>



<p>สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจในเรื่องของพีรภัทรคือสิ่งที่เขาทำหลังจากได้วุฒิมา</p>



<p>เขาบอกเพื่อน</p>



<p>“ผมก็เล่าให้เพื่อนฟังว่า ที่โรงเรียนเค้ามีให้กลับไปเรียนเพื่อเอาวุฒิ แล้วก็ชวนให้เพื่อนมาเรียนครับ เพราะว่าถ้าเพื่อนเค้าไปทำงานที่ไหน จะได้มีวุฒิ จะได้ไม่ต้องทำงานรับจ้าง”</p>



<p>ประโยคสุดท้ายนั้นมีน้ำหนัก เขาเข้าใจดีว่า “ทำงานรับจ้าง” กับ “ทำงานด้วยวุฒิ” มันต่างกันอย่างไร และเขาอยากให้เพื่อนรู้ด้วย ไม่มีใครบอกให้เขาทำ มันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เหมือนคนที่รอดมาแล้วและอยากบอกต่อว่ามีทางรอดอยู่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/3-2.jpg" alt="" class="wp-image-100182" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/3-2.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/3-2-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ระบบที่ยืดหยุ่น แต่ไม่ได้หย่อนยาน</strong></h3>



<p>หลายคนที่ได้ยินคำว่า “การศึกษายืดหยุ่น” ตั้งคำถามเดียวกันในใจ ว่ามันคือการปล่อยผ่านเด็กที่ไม่มีคุณภาพออกไปหรือเปล่า?</p>



<p>รอง ผอ.ชลธิชาเผยว่า ตัวเธอเองก็เคยตั้งคำถามแบบเดียวกันนี้ ก่อนที่จะมารับตำแหน่งที่นิวิฐราษฎร์อุปถัมภ์</p>



<p>“เมื่อก่อนตอนที่เป็นคุณครู เราก็เคยมีความคิดว่า เด็กก็ต้องมาโรงเรียนสิ เด็กต้องทำข้อสอบได้ เด็กต้องอ่านออกเขียนได้ ต้องมาโรงเรียนครบเกิน 80%”</p>



<p>“พอได้มาอยู่นิวิฐราษฎร์ฯ ในตำแหน่งรองผู้อำนวยการ ก็เลยได้เข้ามาเรียนรู้ว่า 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ คืออะไร ทำได้จริงๆ ไหม มีกฎหมายรองรับไหม ถูกกฎหมายไหม ถูกระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการหรือเปล่า”</p>



<p>คำตอบที่รอง ผอ.ชลธิชาพบคือ ถูกกฎหมาย มีระเบียบรองรับจาก สพฐ. และที่สำคัญกว่านั้น เด็กทุกคนยังต้องผ่านตัวชี้วัดหลักสูตรอยู่ดี เพียงแต่วิธีพิสูจน์ว่าผ่านนั้นถูกออกแบบใหม่ให้สอดคล้องกับชีวิตจริง</p>



<p>ใบงาน บันทึกการสัมภาษณ์กับครู หลักฐานการทำกิจกรรม ข้อสอบปลายภาคแบบเปิดหนังสือที่ต้องใช้การคิดวิเคราะห์ ทุกอย่างต้องมี “ร่องรอยการเรียนรู้” ที่ตรวจสอบได้ และโรงเรียนเก็บหลักฐานทุกชิ้นไว้ครบ</p>



<p>“เชื่อมั่นได้ว่าเด็กที่จบจากโครงการจะมีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ แล้วก็ออกไปเป็นพลเมืองที่สำคัญของประเทศได้อย่างแน่นอน” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ใช่แค่การรับรองนโยบาย แต่เป็นน้ำเสียงของคนที่เคยสัมผัสพบเจอสิ่งนี้มาแล้ว</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>และเมื่อระบบแข็งแรงพอ มันเริ่มช่วยคนที่ไม่ใช่เด็กของโรงเรียนด้วย</strong></h3>



<p>หนึ่งในสิ่งที่รอง ผอ.ชลธิชาพูดถึงด้วยความภูมิใจคือเมื่อโครงการของนิวิฐราษฎร์อุปถัมภ์เข้มแข็งพอ โรงเรียนไม่ได้รับแค่เด็กที่เคยเรียนที่นี่แล้วหลุดออกไป แต่สามารถ “โอบอุ้มเด็กที่ไม่ใช่เด็กของเรา” กลับเข้ามาสู่ระบบการศึกษาได้ด้วย</p>



<p>เด็กที่หลุดออกจากโรงเรียนอื่น เด็กที่ไม่มีที่ไป เด็กที่สังคมบอกว่า “สายไปแล้ว” ทุกคนยังมีที่ยืนในระบบนี้</p>



<p>นั่นคือความแตกต่างระหว่างสถานศึกษาที่ทำหน้าที่ “คัดเลือก” กับโรงเรียนที่ทำหน้าที่ “โอบรับ”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>วันนี้ของไรเดอร์ที่ชื่อ พีรภัทร และวันพรุ่งนี้ที่เขาวางไว้</strong></h3>



<p>วันนี้พีรภัทรในวัยไม่ถึง 18 ปี มีรายได้ 30,000 บาทขึ้นไปต่อเดือน มีรถที่กำลังผ่อน มีเงินเก็บ และมีเงินส่งให้พ่อบ้าง&nbsp; เขามีชีวิตในแบบที่เขาอยากได้ตั้งแต่ต้น</p>



<p>แต่เรื่องการเรียนยังไม่จบ</p>



<p>“ถ้ามีเวลาก็อยากจะกลับมาเรียนต่อให้ได้วุฒิไปเรื่อยๆ ครับ ตั้งใจไว้ว่าอยากเรียนถึง ม.6 ครับ”&nbsp;</p>



<p>พีรภัทรยังส่งพัสดุ ยังทำงาน และยังคิดถึง ม.6 อยู่</p>



<p><strong>ใจความเดิมอยู่ครบ แค่ชีวิตตอนนี้มีพื้นที่ให้ฝันมากขึ้นกว่าเดิม</strong></p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p style="font-size:14px">โรงเรียนนิวิฐราษฎร์อุปถัมภ์ จังหวัดกาญจนบุรี พัฒนาการเรียนยืดหยุ่นจากปัญหาจริงในพื้นที่มานานกว่า 20 ปี เด็กเรียนครบหลักสูตร แต่เลือกวิธี เวลา และการประเมินที่สอดคล้องกับชีวิต เพื่อให้เด็กได้รับโอกาสเต็มที่</p>



<p style="font-size:14px">หากโรงเรียนหรือครูต้องการข้อมูล หรือคำแนะนำเชิงปฏิบัติในการจัดการศึกษายืดหยุ่น</p>



<p style="font-size:14px">สามารถปรึกษาแบบตัวต่อตัวได้ที่ LINE OA กสศ.การศึกษายืดหยุ่น คลิก <a href="https://line.me/R/ti/p/@436jruda" target="_blank" rel="noopener" title="https://line.me/R/ti/p/@436jruda">https://line.me/R/ti/p/@436jruda</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-270226/">“ชีวิตตอนนี้มีพื้นที่ให้ฝันมากขึ้นกว่าเดิม” ตามติดน้องพี ไรเดอร์ส่งพัสดุที่ยังไม่หยุดเรียน เพราะการศึกษายืดหยุ่นได้ตามชีวิตจริง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
