<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พิทยา กิ่งพรหมเจริญ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2-%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8D/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 18 Mar 2022 03:41:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>พิทยา กิ่งพรหมเจริญ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>แปลงผัก เล้าไก่ และฝูงวัว ห้องเรียนรับเปิดเทอม กลไกรักษาเด็กไว้ในระบบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-zero-dropout-170322/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 Mar 2022 03:54:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนพัฒนาคุณภาพตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[PISA]]></category>
		<category><![CDATA[Active Learning]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[บี อินทนนท์]]></category>
		<category><![CDATA[พิทยา กิ่งพรหมเจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาณุพงศ์ มุ่นพลาย]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนสินแร่สยาม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=53206</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผักกวางตุ้งขนาดโตเต็มวัยถูกดูแลเป็นอย่างดีในบริเวณแปลงผ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-zero-dropout-170322/">แปลงผัก เล้าไก่ และฝูงวัว ห้องเรียนรับเปิดเทอม กลไกรักษาเด็กไว้ในระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผักกวางตุ้งขนาดโตเต็มวัยถูกดูแลเป็นอย่างดีในบริเวณแปลงผักเพื่ออาหารกลางวันของโรงเรียนสินแร่สยาม อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ผักใบสดสีเขียวนี้เป็นฝีมือการดูแลของ <strong>“ด.ช.บี อินทนนท์”</strong> นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่คอยเป็นลูกมือให้กับ<strong>ครูพิทยา กิ่งพรหมเจริญ</strong> <strong>ครูประจำชั้น</strong> ซึ่งเด็กจะต้องใช้ทักษะในการดูแลแปลงผักที่ต่างชนิดกัน ทั้งมะเขือเปราะ มะเขือยาว พริกชี้ฟ้า ผักโขม รวมถึงการปลูกมะนาวที่ครูสอนให้ใช้การปลูกในบ่อซีเมนต์ ให้น้ำแบบหยดเผื่อให้ได้ผลผลิตนอกฤดูกาล</p>



<p>นอกจากผักที่ “น้องบี” ดูแลจะถูกส่งต่อไปเป็นอาหารกลางวันให้กับเพื่อนๆ ในโรงเรียนเดียวกันแล้ว ยังรวมถึงหน้าที่ในการดูแลแม่ไก่และเก็บไข่ด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-65421f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/ครูพิทยา.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">พิทยา กิ่งพรหมเจริญ โรงเรียนสินแร่สยาม</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เราสอนเด็กตั้งแต่ให้รู้จักสายพันธุ์ไก่ไข่ การให้น้ำให้อาหาร การเก็บเกี่ยวผลผลิต และนำผลผลิตที่ได้จัดให้กับโครงการอาหารกลางวัน โดยขายในราคา 100 บาท และจำหน่ายให้ชาวบ้านในชุมชนรอบ ๆ โรงเรียนด้วย” ครูพิทยา กล่าว</p>



<p>เด็กชายตัวเล็กลงมือทำทุกอย่างด้วยตนเองอย่างคล่องแคล่ว แต่สิ่งที่เห็นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในตลอดปีการศึกษาที่ผ่านมา&nbsp;</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>พาน้องกลับโรงเรียนไม่ง่าย เมื่อผู้ปกครองไม่เอาด้วย</strong></h2>



<p>ในภาคเรียนที่ 1 “น้องบี” ต้องย้ายโรงเรียนเพราะครอบครัวมีเพียงตาและยายที่ต้องส่งเสียลูกหลานถึง 4 คน เด็กคนหนึ่งในบ้านจึงถูกเลือกให้ย้ายไปยังโรงเรียนประจำเพื่อแบ่งเบาภาระการเลี้ยงดู และนั่นคือน้องบี</p>



<p>ในขณะที่น้องเอ ฝาแฝดผู้พี่ยังคงเรียนที่โรงเรียนสินแร่สยาม และมาส่งใบงานให้กับครูพิทยาทุกสัปดาห์ในช่วงที่ต้องเรียนออนไลน์ ทำให้ครูรับรู้ว่าว่าน้องบีไม่เคยเข้าเรียนในโรงเรียนใหม่มาตลอดเทอม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4af182"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/เปิดใจ-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เราเห็นท่าไม่ดี ก็เลยตามไปที่บ้าน”</p>



<p>ทั้งครอบครัวอาศัยนอนอยู่ริมระเบียงของรีสอร์ทที่ตารับจ้างทำงานอยู่ ฝนตกครั้งนึงก็ต้องขยับที่นอนอยู่ตลอดคืน ฐานะทางบ้านจึงเป็นหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้แม้ครูพิทยาเทียวไปเทียวมาบ้านน้องบีหลายครั้ง เพื่อโน้มน้าวให้กลับไปเรียนหนังสือ แต่ไม่เป็นผล</p>



<p>สถานการณ์ที่น้องบีต้องเผชิญไม่ต่างจากเด็กหลายคนในช่วงวิกฤติโควิด-19 ที่ใน 2 ปีมานี้มีการเลิกจ้างทั้งชั่วคราวและถาวร อาชีพค้าขายและรับจ้างมีรายได้ลดลงต่อเนื่อง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)สำรวจพบว่าเด็กยากจนพิเศษเพิ่มขึ้นกว่า 3 แสนคนมาเป็น 1.2 ล้านคน เมื่อรวมกับนักเรียนยากจนอีกราว 7 แสนคน ทำให้วันนี้มีเด็กเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษากว่า 1.9 ล้านคน และเด็กจำนวนมากที่หลุดมาแล้วเพราะต้องช่วยครอบครัวทำงานหารายได้กลายเป็นแรงงานนอกระบบเฉียบพลัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-21785e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/มะนาว.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>น้องบีเองก็ต้องช่วยยายเลี้ยงวัวเช่นกัน เมื่อน้องบียืนยันจะไม่กลับมาเรียน ส่วนผู้ปกครองก็ไม่ได้ส่งเสริม โอกาสทางการศึกษาจึงค่อย ๆ ลดลงเต็มที&nbsp;</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เรื่องปากท้องไม่ใช่ปัญหาเดียว เพราะห้องเรียนไม่มีพื้นที่ให้เด็กทุกคน</strong></h2>



<p><strong>“ไม่แปลกนะครับ คือเรียนก็ดีครับ แต่ผมอ่านไม่ออก เลยทำงานดีกว่า”</strong> คำตอบตรงไปตรงมาที่ “น้องบี” แสดงออกชัดว่าเขาไม่ได้รู้สึกแปลกแยกเมื่อเห็นเพื่อน ๆ หรือแม้กระทั่งฝาแฝดตัวเองได้ไปเรียนหนังสือ</p>



<p>น้องบีถือว่าเรียนช้ากว่าเด็กปกติ แม้อ่านออกบ้างแต่เขียนไม่ค่อยได้ ซึ่งเป็นปัญหาของเด็กอีกหลายคนในโรงเรียนสินแร่สยาม เพราะเป็นโรงเรียนพื้นที่รอยต่อชายแดนฝั่งตะวันตกกับประเทศเพื่อนบ้าน เด็ก ๆ ที่นี่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์จึงมีปัญหาด้านภาษา ที่ภาษาไทยถือเป็นภาษาที่ 2 ของพวกเขา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e95b95"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/เล้าไก่.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ผลประเมิน PISA หลายสิบปีที่ผ่านมา พบว่าไทยยังคงได้คะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในการสอบวัดความรู้ทั้ง 3 ด้าน โดยเฉพาะในเรื่องของการอ่านที่ &#8220;ต่ำลง&#8221; และยังพบ “ความห่าง” ของจำนวนเด็กที่ได้คะแนนต่ำกว่ามาตรฐานมีเยอะกว่ามากเมื่อเทียบกับเด็กที่ได้คะแนนสูงกว่ามาตรฐาน ซึ่งพบในทุกประเทศว่าคะแนนที่ต่ำว่ามาตรฐานจะพบในกลุ่มเด็กที่มีความยากจน</p>



<p>สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ต้องย้อนไปดูการศึกษาตั้งแต่ระดับประถมศึกษาและพบว่า แม้กระทั่งโรงเรียนในกรุงเทพมหานครมีเด็กกว่าร้อยละ 13 ที่ยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้</p>



<p>ตอกย้ำกับการศึกษาในช่วงโควิด-19 ที่น้องบีคือหนึ่งในกรณีที่เห็นชัดว่าเมื่อเด็กไม่มีแม้อุปกรณ์การเรียนที่สามารถเข้าถึงการเรียนออนไลน์ได้ และยิ่งมีเหตุจูงใจให้ขาดเรียนไปตลอดปีการศึกษา ก็ยิ่งเกิดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss)</p>



<p>เมื่อเรียนไม่ทันเพื่อน ก็ยิ่งทำให้น้องบีไม่อยากกลับมาเรียน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ห้องเรียนแห่งความสุข ออกแบบให้เหมาะสมกับเด็กรายคน&nbsp;</strong><br><strong>กลไกเหนี่ยวรั้งเด็กออกนอกระบบ</strong></h2>



<p>ความพยายามตลอดช่วงปิดเทอมเพื่อตาม “น้องบี” กลับมาเรียน ท้ายที่สุดเมื่อเปิดภาคเรียนที่ 2 โรงเรียนสินแร่สยามนำน้องบีย้ายกลับมาอยู่ในระบบตามเดิม ซึ่งช่วงสัปดาห์แรกเด็กแทบไม่เคยมาเรียน ครูจึงต้องสร้างแรงจูงใจโดยมอบหมายหน้าที่ให้น้องบีดูแลแปลงผัก เก็บไข่ไก่ และตอนเย็นก็ยังพอมีเวลาไปช่วยยายเลี้ยงวัว แต่ที่สำคัญคือการเปลี่ยนการเรียนการสอนที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้น้องบีเปิดใจกลับมาเรียนอีกครั้ง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-06f06c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/ภาณุพงศ์-มุ่นพลาย.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาณุพงศ์ มุ่นพลาย ผู้อำนวยการโรงเรียนสินแร่สยาม</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ภาณุพงศ์ มุ่นพลาย ผู้อำนวยการโรงเรียนสินแร่สยาม </strong>เล่าว่านักเรียนแต่ละคนมีปัญหาที่ต่างกัน ทั้งด้านการเรียน, เศรษฐกิจ หรือสภาพทางสังคม ครูจึงต้องออกแบบการศึกษาให้เหมาะสมกับเด็กทุกคนเพื่อลดความเสี่ยงที่เด็กจะหลุดออกนอกระบบการศึกษา</p>



<p>“เราต้องออกแบบการเรียนรู้อย่างมีความสุข เช่น การหาเทคนิคในการจัดการศึกษาให้กับเด็กพื้นที่ชายขอบ เพิ่มทักษะให้เด็กอ่านออกเขียนได้ การจัดกิจกรรมแบบ Active Learning เพื่อให้เด็กลงมือปฏิบัติจริง”&nbsp;</p>



<p>ในการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจโรงเรียนจึงสร้างรายได้ระหว่างเรียนให้นักเรียนกลุ่มเสี่ยง มีโครงการฝึกอาชีพในโรงเรียน เช่น บาริสต้าน้อยในร้านกาแฟ Siam Coffee, การเลี้ยงไก่ไข่และปลูกผักเพื่ออาหารกลางวัน หรือร้านตัดผมสินแร่บาร์เบอร์ โดยมีการปันผลให้กับนักเรียนเป็นทุนการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e7c31d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/ไกรยส-ภัทราวาท.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ตอนนี้ผลการเรียนของ “น้องบี” ดีขึ้นมาก แม้ยังหยุดเรียนอยู่บ้างแต่เห็นชัดว่ามีความตั้งใจมาเรียนมากขึ้นกว่าเดิม แต่การเริ่มต้นเปิดใจนี้ จะเหนี่ยวรั้งน้องบีได้อีกนานแค่ไหน เพราะในช่วงปิดเทอมคือช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่เด็กจะตัดสินใจอีกครั้งว่าจะอยู่ในภาคการศึกษาต่อไปหรือไม่ ยิ่งการเลื่อนชั้นในระดับประถมศึกษาไปยังมัธยมศึกษา หรือมัธยมศึกษาตอนต้นไปสู่ระดับชั้นที่สูงขึ้นที่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงก็ย่อมมีมากขึ้นตามมา</p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> กล่าวว่า ในระหว่างปิดเทอมครูจะหมั่นไปเยี่ยมบ้านจนรู้สถานการณ์ว่าเด็กแต่ละคนมีโอกาสหลุดออกจากระบบการศึกษาหรือไม่ ดังนั้นช่วงปิดเทอมคือช่วงสำคัญที่สุดที่เราต้องเปิดโครงการ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน” โครงการที่ใช้กลไกเชิงพื้นที่และการระดมทุกภาคส่วนมาทำงานร่วมกัน เพราะใน 2 เดือนข้างหน้านี้ไปจนถึง 15 พฤษภาคม เป็นเหมือนการนับถอยหลัง “2 เดือนอันตราย” ที่จะมีเด็กจำนวนมากเลือกไม่กลับมาสู่ระบบการศึกษา</p>



<p></p>



<p><strong>นี่คือโจทย์ใหญ่ที่ไม่ใช้แค่หน้าที่ของภาคการศึกษา แต่เป็นโจทย์ของทุกคน</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-zero-dropout-170322/">แปลงผัก เล้าไก่ และฝูงวัว ห้องเรียนรับเปิดเทอม กลไกรักษาเด็กไว้ในระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
