<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พันตำรวจโทวรรณพงษ์ คชรักษ์ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A9%E0%B9%8C-%E0%B8%84%E0%B8%8A%E0%B8%A3%E0%B8%B1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 26 Sep 2023 06:20:23 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>พันตำรวจโทวรรณพงษ์ คชรักษ์ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Wayfinder: แชร์ประสบการณ์ก้าวพลาด ขอโอกาสเพียงนิด เปลี่ยนชีวิตเด็กในกระบวนการยุติธรรม</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-wayfinder-260923/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Sep 2023 06:20:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[แพท พาวเวอร์แพท]]></category>
		<category><![CDATA[มะลิวัลย์ บุญฤทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ร้อยตรีจิรัฎฐ์ ชยบัณฑิต]]></category>
		<category><![CDATA[หรั่ง พระนคร]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาส Open House]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องเปิดโอกาส Talk Event ‘Wayfinder: เส้นทาง-โอกาส-จุดเปลี่ยน’]]></category>
		<category><![CDATA[Wayfinder]]></category>
		<category><![CDATA[จิตติมา กระสานติ์กุล]]></category>
		<category><![CDATA[พันตำรวจโทวรรณพงษ์ คชรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[ภัทระ คำพิทักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=72319</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ร่วมกับกองทุนเพื่อความ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-wayfinder-260923/">Wayfinder: แชร์ประสบการณ์ก้าวพลาด ขอโอกาสเพียงนิด เปลี่ยนชีวิตเด็กในกระบวนการยุติธรรม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายจัดงาน <strong>‘โอกาส Open House: สร้างโอกาสทางการศึกษา เปิดเส้นทางชีวิตใหม่’</strong> ณ ลิโด้ คอนเน็คท์ ระหว่างวันที่ 8-10 กันยายน 2566 เปิดพื้นที่ให้กับเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมภายใต้การดูแลของกรมพินิจฯ ได้แสดงออกถึงศักยภาพ ความสามารถ และความสนใจตามที่ตนเองถนัด พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจให้กับสังคมว่า การหยิบยื่นโอกาสทางการศึกษาและการประกอบอาชีพ มีความสำคัญอย่างยิ่งในการฟื้นฟูบำบัดเด็กและเยาวชนให้กลับคืนสู่สังคมและไม่หวนกลับมากระทำผิดซํ้า โดยได้รับเกียรติจาก <strong>พันตำรวจโทวรรณพงษ์ คชรักษ์</strong> อธิบดีกรมพินิจฯ และ<strong>ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ</strong> กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ. ร่วมกล่าวเปิดงาน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-00a7e4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/1-6.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย กิจกรรมร้านไอศกรีม ‘โอกาสรวมมิตร’ เติมโอกาสชีวิต กิจกรรมการแข่งขันทักษะดนตรีรอบชิงชนะเลิศ ‘DJOP Music Contest 2023: ลานเปล่งแสงแสดงดนตรี’ กิจกรรมสาธิตการทำอาหารและการชงกาแฟจากเชฟและบาริสตามืออาชีพ กิจกรรม Movie Event ‘เรียนผ่านหนัง’ ชวนดูหนังตั้งวงคุยกับ กสศ. และ doc club และกิจกรรมที่สำคัญที่สุดคือ <strong>ห้องเปิดโอกาส Talk Event ‘Wayfinder: เส้นทาง-โอกาส-จุดเปลี่ยน’ </strong>กับแขกรับเชิญคนพิเศษ ผู้เคยกระทำผิดและอยู่ในกระบวนการยุติธรรม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้ให้โอกาสเด็กและเยาวชน ร่วมแชร์ประสบการณ์การได้รับโอกาสจนสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้กับน้องๆ เยาวชนในกระบวนยุติธรรม เพื่อเปิดโอกาสและเส้นทางชีวิตใหม่โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>หรั่ง พระนคร : จาก ‘นักโทษชั้นเลว’ ผู้ได้รับโอกาสจนเห็นคุณค่าในตัวเอง</strong></h2>



<p>การเสวนาเริ่มต้นจากการบอกเล่าเรื่องราวที่ตรงไปตรงมาของ <strong>อัครินทร์ ปูรี</strong> หรือ <strong>‘หรั่ง พระนคร’ </strong>ช่างทำกีตาร์มือฉกาจ ที่มีอดีตจากการเป็นนักโทษชั้นเลวที่เคยมองว่า ‘คุกคือบ้าน’ เพราะเขากระทำผิดซํ้าซากจนต้องติดคุก 9 ครั้ง และกลายเป็น ‘ขาใหญ่’ โดยเป็นการเข้าสถานพินิจฯ 7 ครั้ง และเรือนจำ 2 ครั้ง ส่วนใหญ่เป็นคดียาเสพติด&nbsp;</p>



<p>เวทีวันนี้เป็นการพูดถึงโอกาสและเส้นทางชีวิต หรั่งจึงขอยกคำพูดของเพื่อนคนหนึ่งในเรือนจำว่า “โอกาสเปรียบเสมือนไอศครีม ถ้าไม่รีบกินเดี๋ยวมันละลาย”&nbsp;</p>



<p>สำหรับเขาแล้ว โอกาสเพียงอย่างเดียวคงไม่รอด โอกาสต้องมาพร้อมกับกำลังใจ เปลี่ยนตัวเองทั้งความคิดและจิตใจไปพร้อมกัน ไม่เช่นนั้นการได้รับอิสรภาพอาจไม่มีความหมาย ด้วยสิ่งแวดล้อมที่เร้าอยู่จะนำพาพวกเขากลับไปยังเรือนจำอีกครั้ง ดังนั้น หากโอกาสที่เกิดขึ้นในศูนย์ฝึกหรือสถานพินิจฯ ไม่สามารถที่จะช่วยเขาได้ ทางเดียวที่เขาจะสามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้คือ โอกาสจากคนข้างนอก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-769caf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/หรั่ง.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">อัครินทร์ ปูรี หรือ ‘หรั่ง พระนคร’ ช่างทำกีตาร์มือฉกาจ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หรั่งบอกเล่าประสบการณ์ว่า เขาเคยสิ้นหวังภายในเรือนจำ ถึงขนาดเขียนจดหมายถึงญาติว่าจะไม่กลับบ้านแล้ว เนื่องด้วยเขาเป็นขาใหญ่ในเรือนจำ เขาจึงถูกกีดกันไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมในเรือนจำ เพราะเจ้าหน้าที่กลัวว่าเขาจะก่อเรื่อง ถูกตีตราไปแล้วว่าเลว ซึ่งการถูกปิดกั้นเช่นนี้จะทำให้ ‘สมองตาย’ ไม่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่เลย&nbsp;</p>



<p>การกระทำผิดเปรียบเสมือนการแสดงตัวตนและสร้างการยอมรับแบบหนึ่ง “แต่การแสดงตัวตนในด้านดีนั้นมันเห็นช้า เขาจึงเลือกไปทำตัวตนในด้านไม่ดี สีดำมันเห็นเร็ว เพราะต้องการการยอมรับ” หรั่งกล่าว&nbsp;</p>



<p>ในท้ายที่สุด หรั่งหลุดออกจากวงโคจรเช่นนี้จากการได้รับโอกาสใหม่จาก ‘บ้านพระพร’ ที่สอนให้ปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินชีวิตด้วยการฝึกฝนอาชีพ แต่การเปลี่ยนความคิดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ทำให้เขารู้สึกถึงคุณค่าในตัวเอง หรั่งได้กล่าวเน้นยํ้าว่า “ชีวิตคนจะมีคุณค่า ก็ต่อเมื่อเราได้ให้โอกาสเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน”&nbsp;</p>



<p>โอกาสต้องเริ่มจากตัวเรา และหลายครั้งมันเริ่มจากโอกาสเพียงเล็กๆ ที่จะไปจุดไฟในตัวของเขาให้ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตนเอง</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จิตติมา กระสานติ์กุล : เรื่องเล่า ‘แง่งาม’ ของเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม</strong></h2>



<p><strong>จิตติมา กระสานติ์กุล</strong> หรือ <strong>‘ครูยอด’</strong> ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน เขต 5 จังหวัดอุบลราชธานี แม่คนที่ 2 ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมจำนวนมาก ได้แบ่งปันเรื่องเล่าจากประสบการณ์ 20 ปี ถึง ‘แง่งาม’ ของเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับตนเอง&nbsp;</p>



<p>“เราอาจคิดว่าเขากระทำผิดและยากที่ปรับปรุงแก้ไข แต่พวกเขาก็ได้แสดงความงดงามทางจิตใจของเขาออกมาอย่างไม่คาดคิด”</p>



<p>จิตติมาเล่าประสบการณ์สมัยที่อยู่ในบ้านเกิดของตนเองคือ จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ซอยข้างบ้านซึ่งเป็นแหล่งซ่องสุมของผู้ค้ายาเสพติดเป็นจำนวนมากจนเป็นเรื่องปกติ กระทั่งจิตติมาได้เริ่มทำงานในตำแหน่งพนักงานคุมประพฤติของสถานพินิจฯ ซึ่งต้องรับผิดชอบคดียาเสพติดของเด็กซอยข้างบ้าน จิตติมากล่าวว่า เธอเอาตัวเองไปอยู่ในจุดที่เด็กเป็น ทำให้พบว่าเด็กคนนี้เติบโตในครอบครัวยากจนครอบครัวใหญ่ที่ขายยาบ้า “หากคนหนึ่งนอน อีกคนจะลุกขึ้นมาขาย”&nbsp;</p>



<p>จนวันหนึ่งเด็กคนนี้ขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดที่หน้าบ้านของจิตติมา ได้กล่าวทักทายและช่วยงานที่ร้านขายของของครอบครัวจิตติมา จนพี่สาวของเธอที่เคยกลัว เกิดความเอ็นดูและผูกพันกับเด็กเหล่านี้</p>



<p>เรื่องเล่าเรื่องที่ 2 จิตติมาได้เล่าเรื่อง ‘ดอกปีบ’ ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างที่จิตติมาทำงานอยู่ในสถานพินิจฯ ลำปาง ซึ่งมีเด็กชาวพม่าชื่อ ‘ฮัสซัน’ เก็บดอกปีบมาวางไว้ที่โต๊ะทำงานของเธอทุกวันในช่วงที่ดอกปีบบาน และฮัสซันก็ถูกปล่อยตัวไปพร้อมกับฤดูกาลของดอกปีบที่หมดลง แต่แล้ววันหนึ่งก็มีดอกปีบมาวางบนโต๊ะของเธออีกครั้ง ใจหนึ่งเธอก็ภาวนาขออย่าให้เป็นฮัสซันเลย จึงได้ไปสอบถามเจ้าหน้าที่รายอื่นว่าใครเป็นผู้เอามาไว้ จนได้คำตอบว่า เป็นเด็กชาวพม่าอีกคนที่ฮัสซันเคยบอกเขาไว้ว่า จิตติมานั้นชอบดอกปีบ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c8ffd2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/จิตติมา.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">จิตติมา กระสานติ์กุล หรือ ‘ครูยอด’ ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน เขต 5 จังหวัดอุบลราชธานี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เรื่องที่ 3 คือ ‘ก้าวพลาด’ เรื่องราวของ ‘คิง’ นักเลงหัวไม้ที่ชอบเอาเท้าขยี้หน้าคู่อริ คิงมาจากครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์แบบ แต่เขาคือคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งแม่เพื่อขายของที่ตลาดตอนตี 4 เป็นคนที่เรียกแทนตัวเองว่า ‘หนู’ กับผู้ใหญ่ที่สนิทและนอนหนุนตักแม่ตอนดูโทรทัศน์ แต่จิตติมาเกิดคำถามว่า ทำไมคิงถึงต้องเอาเท้าขยี้หน้าคู่อริตลอด จนได้คำตอบว่า คิงเลียนแบบพ่อ ตอนที่พ่อลงมือทำร้ายร่างกายแม่ด้วยการเอาเท้าเหยียบหน้า&nbsp;</p>



<p>เรื่องที่ 4 คือ ‘เข้มแข็ง’ เรื่องเล่าของ ‘ป๊อป’ เด็กเทคนิคฯ ที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมจากคดีทะเลาะวิวาทและพกพาอาวุธปืน แต่ครูนักจิตวิทยาพบว่า ป๊อปเป็น ‘เด็กจีเนียส’ ทั้งที่เขามีเกรดเฉลี่ยเพียง 1.9 เท่านั้น ซึ่งจิตติมาไม่เชื่อเมื่อทราบจากครูนักจิตวิทยา จากการสืบประวัติไปยังผู้ปกครองพบว่า แม่ของป๊อปมีอาการผิดปกติ ต่อมาแม่ของเขาได้รับการรักษา แต่ด้วยอาการทางจิตเวชทำให้ลูกชายของเธอซึ่งเป็นเด็กจีเนียสไม่เปล่งประกายส่องแสงออกมา</p>



<p>ด้วยเรื่องเล่าทั้งหมดนี้ มักจะนำมาสู่ข้อสรุปแบบเดิมๆ ว่าทำไมเด็กเหล่านี้ถึงก้าวพลาด เช่น ปัญหาครอบครัว การเลี้ยงดู ตัวเด็กเอง เป็นต้น จิตติมายํ้าว่า “หากเรามองในจุดที่ใช้ใจมอง ปัญหาของเด็กที่กระทำความผิด ก็คือปัญหาในเชิงโครงสร้างของสังคม ดังนั้นต้องให้โอกาสพวกเขาให้ได้เปล่งแสงออกมา ให้พวกเขามีที่ยืน”&nbsp;</p>



<p>พร้อมยํ้าว่า สิ่งที่จะทำให้พวกเขาเข้มแข็งคือ ‘โอกาส’ และนำข้อดีของเขามาพัฒนาต่อ ที่สำคัญจิตติมาชี้ว่า “action ต้องเท่ากับ reaction ถ้าครูอยากให้เด็กๆ อ่อนโยน ครูก็ต้องอ่อนโยนกับเด็กๆ ซึ่งหมายความว่าครูจะต้องเป็นต้นแบบที่ดีให้กับเขา”&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ จิตติมายังได้ยกโมเดลของกรมพินิจฯ ขึ้นมาคือ Good Life Model หรือ GLM ที่ทางกรมพินิจฯ อยากให้เด็กๆ มีครอบครัวที่ดูแลพวกเขาได้ มีการศึกษา ที่อยู่อาศัย ชุมชนดี การประกอบอาชีพ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และมีสุขภาพจิตที่ดี แต่ในความเป็นจริงเราไม่สามารถหยิบยื่นสิ่งเหล่านี้ได้ ดังนั้น จึงมีเพียง ‘โอกาสที่ดี’ ที่เราจะให้ได้ เพื่อให้พวกเขาเข้มแข็ง นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางทัศนคติและดำเนินชีวิตบนเส้นทางที่ดี ซึ่งสุดท้ายแล้วสังคมจะต้องให้โอกาส</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ร้อยตรีจิรัฎฐ์ ชยบัณฑิต : โอกาสควรเป็นของทุกคน</strong></h2>



<p><strong>ร้อยตรีจิรัฎฐ์ ชยบัณฑิต</strong> นายทหารปฏิบัติการจิตวิทยา กองร้อยปฏิบัติการจิตวิทยา กองพันปฏิบัติการจิตวิทยา ได้แบ่งปันประสบการณ์ในฐานะผู้ก้าวพลาด จากการกระทำผิดร่วมกันมียาเสพติดให้โทษเป็นยาบ้า 218,000 เม็ด และเฮโรอีน 58 กิโลกรัม ซึ่งเป็นการกระทำผิดร้ายแรงตอนอายุ 17 ปี 11 เดือน เพียงเพราะคิดว่าเด็กอายุไม่ถึง 18 ปี ไม่ต้องเข้าเรือนจำ ซึ่งเป็นกฎหมายข้อเดียวที่เขารู้ และด้วยกฎหมายข้อเดียวข้อนี้ ทำให้เขาต้องเข้าสถานพินิจฯ และศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน&nbsp;</p>



<p>ร.ต.จิรัฎฐ์ เล่าว่า ชีวิตในวัยเด็กของเขาขาดโอกาสหลายอย่าง ทั้งชีวิตความเป็นอยู่ การเงิน และการศึกษา ด้วยความยากจนเขาจึงต้องออกจากระบบการศึกษาหลังจบชั้นมัธยมต้น และต้องทำงานหลังจากนั้น จนถูกเพื่อนร่วมงานที่อายุมากกว่าชักจูงไปในทางที่ผิด ขาดทักษะในการปฏิเสธและเกรงใจ เพราะความอยากได้อยากมี&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c6aa25"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/ร้อย.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ร้อยตรีจิรัฎฐ์ ชยบัณฑิต นายทหารปฏิบัติการจิตวิทยา กองร้อยปฏิบัติการจิตวิทยา กองพันปฏิบัติการจิตวิทยา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>อย่างไรก็ตาม เขาอยู่ในกระบวนการยุติธรรมเพียง 3 ปีเท่านั้น จากทั้งสิ้น 12 ปี เพราะได้รับโอกาสในระหว่างอยู่ที่ศูนย์ฝึกฯ ทำให้เขาได้พัก คิด ลุกขึ้นใหม่ จากคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ จนทำให้เขาได้กลับมาเรียนต่ออีกครั้งจนถึงระดับปริญญาตรีระหว่างที่ยังใช้ชีวิตในศูนย์ฝึกฯ และจากรายงานความประพฤติ ทำให้ศาลตัดสินลดโทษการคุมขัง และสามารถสอบบรรจุรับราชการทหารได้ในที่สุด</p>



<p>ร.ต.จิรัฎฐ์ เน้นยํ้าถึงการมองเห็นคุณค่าในตนเองว่า “โอกาสต่างๆ ที่เราได้รับมา ทำให้ผมมีวันนี้นะครับ ไม่ใช่เพียงแค่โอกาสจากทุกคนที่มอบให้เรา แต่มันเป็นโอกาสที่เรามองเห็นว่า เราไม่ใช่คนที่ไม่ดี เป็นโอกาสที่เรามองเห็นคุณค่าในตัวเอง ทำให้เราสามารถวางแผนชีวิต ตั้งเป้าหมาย เพื่อก้าวข้ามจุดนั้นได้”&nbsp;</p>



<p>สุดท้ายนี้ ร.ต.จิรัฎฐ์ ฝากไว้ว่า “ไม่ว่าใครที่เคยพลาด ไม่ว่าใครที่ยังอยู่ข้างนอก ไม่ว่าใครที่อาจจะไม่เคยเข้าสถานพินิจฯ แต่ผมมองว่าโอกาสไม่ควรมีเฉพาะแค่ผม แต่โอกาสควรเป็นของคนทุกคน”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>มะลิวัลย์ บุญฤทธิ์ : Life = Water</strong></h2>



<p><strong>มะลิวัลย์ บุญฤทธิ์ </strong>พนักงานภาคพื้น สายการบินนกแอร์ ได้แชร์เรื่องราวชีวิตของเธอที่เคยหลงผิดด้วยการเปรียบเทียบชีวิตเป็นเหมือนดั่งนํ้า Life = Water</p>



<p>มะลิวัลย์เล่าว่า เธอเติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ มีคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องรับผิดชอบพี่น้องของตนรวมอีก 3 ชีวิต และแม่จำเป็นต้องทำงานตลอดเวลา พี่น้องจึงต้องดูแลกันเอง ในช่วงชีวิตวัยรุ่นของเธอเป็นชีวิตที่พึ่งพาเพื่อน จนนำไปสู่การก้าวพลาดในชีวิตจากความอยากรู้อยากลองยาเสพติด&nbsp;</p>



<p>ชีวิตที่วนลูปหลงผิด ทำให้ชั่วขณะหนึ่งเธอมีความปรารถนาที่อยากจะออกจากวงจรเช่นนี้ เพื่อที่จะเปลี่ยนแปลง ขอเพียงแค่โอกาสอะไรก็ได้ จนกระทั่งเธอพลาดพลั้งกระทำความผิดและต้องเข้าศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนในที่สุด สิ่งที่เธอฝันมาตลอดคือ ทางเลือกในการรับการศึกษา ฝึกอาชีพ และการอยู่ในสังคมแวดล้อมที่ดี ทำให้เธอมองเห็นคุณค่าของตนเองมากขึ้น มีความฝันที่อยากสื่อสารภาษาอังกฤษและทำงานเป็นแอร์โฮสเตส ภายใต้การสนับสนุนของครูที่ปรึกษาในศูนย์ฝึกฯ เธอจึงได้ย้ายจากศูนย์ฝึกฯ ออกไปฝึกอาชีพภายนอกด้วยการเป็น ‘พี่เลี้ยงเด็ก’ ของมูลนิธิต่างชาติ ทำให้เธอรู้สึกว่า โอกาสที่เธอได้รับช่วยเติมเต็มความฝันในการสื่อสารภาษาอังกฤษได้มากขึ้น นอกจากนี้ ทำให้เธอรู้สึกรักในงานบริการ จนได้รับทุนการศึกษาต่อในระดับ ปวช. และปริญญาตรี</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2add49"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/มะลิวัลย์.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ความรักในงานบริการและทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษจากการได้รับโอกาส ทำให้เธอได้ประกอบอาชีพเป็นพนักงานบริการภาคพื้นของสายการบินนกแอร์ การได้งานนี้เป็นเพราะหัวหน้างานได้มองเห็นศักยภาพงานบริการในตัวของมะลิวัลย์</p>



<p>มะลิวัลย์เปรียบเทียบตนเองเป็นดั่งนํ้าว่า “ไม่ว่าเราจะอยู่ในสภาพแบบไหน นุ่นจะเปรียบตัวเองเป็นนํ้า เพราะว่านํ้ามีสถานะเป็นของเหลว เราสามารถเลือกภาชนะได้ ว่าเราอยากอยู่ในภาชนะแบบไหน ถ้าสมมติเปรียบเป็นตัวนุ่นเอง นุ่นเลือกที่จะอยู่ในสังคมแบบนี้ ก็เลยเป็นคนแบบนี้ แต่นุ่นสามารถเลือกเส้นทางให้กับตนเองได้”&nbsp;</p>



<p>มะลิวัลย์ทิ้งท้ายว่า “นุ่นไม่เคยรู้สึกด้อยค่าตัวเอง ไม่ว่าครอบครัวของเราจะเป็นแบบไหน สังคมที่เจอมาจะเป็นแบบไหน นุ่นก็รู้สึกไม่เคยเสียใจเลย แต่กลับยินดีด้วยซํ้าที่ตัวเองมีทุกวันนี้ได้ และเลือกเส้นทางให้กับตัวเองได้”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong><strong>แพท พาวเวอร์แพท</strong> : โอกาสเริ่มต้นที่ตัวเรา</strong></h2>



<p><strong>วรยศ บุญทองนุ่ม </strong>หรือ <strong>‘แพท พาวเวอร์แพท’ </strong>นักร้องยุค Y2K ผู้มีพรสวรรค์ทางดนตรีและประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย ผู้เคยก้าวพลาดในชีวิตจากคดีมียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและเสพ จนทำให้อนาคตในวงการบันเทิงของเขาต้องจบสิ้นเพียงชั่วพริบตา แต่เมื่อได้รับโอกาสทำให้เขากลับตัว เดินทางบนเส้นทางชีวิตใหม่ เขามีความสุขทุกครั้งที่ได้เดินทางไปบรรยายสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้กระทำผิดในเรือนจำและสถานพินิจฯ ทั่วประเทศ&nbsp;</p>



<p>แพท พาวเวอร์แพท เป็นลูกคนเดียวของครอบครัว เขารู้สึกว่าตนเองเป็นคนเก็บตัว แปลกแยก แตกต่างจากคนอื่นตั้งแต่เด็ก จนทำให้ไม่มีเพื่อน เขาจึงเอานักดนตรีเพลงร็อกเป็น ‘ไอดอล’ โดยลืมคิดถึงเป้าหมายและข้อดีจากพวกเขา แต่กลับเอาด้านลบของพวกเขามาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต ทั้งที่รู้ว่าไอดอลร็อกส่วนใหญ่มีจุดจบจากยาเสพติดแทบทั้งสิ้น ซึ่งเป็นการมองแค่ภาพฉาบฉวยเท่านั้น และด้วยความที่เขาไม่มีเพื่อน เขาจึงเห็นยาเสพติดเป็นเพื่อนเวลาเหงา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0d664b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/แพท.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">‘แพท พาวเวอร์แพท’ นักร้องยุค Y2K</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>แพท พาวเวอร์แพท เสพยาเสพติดแทบทุกประเภทจนทำให้อนาคตของเขาในวงการบันเทิงดิ่งลงเหว ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ งานหดหาย ทั้งยังถลำลึกเข้าไปในสังคมอันดำมืดที่ชักจูงให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับขบวนการค้ายาเสพติดโดยไม่รู้ตัว จนถูกจับกุมในที่สุดและเป็นข่าวใหญ่โต&nbsp;</p>



<p>นับตั้งแต่วันที่แพทเข้าไปใช้ชีวิตในเรือนจำ ชีวิตของเขาเท่ากับศูนย์ ชื่อเสียง ทรัพย์สินหมดสิ้น ทั้งยังต้องโทษจำคุก 50 ปี ปรับ 1 ล้านบาท ครอบครัวต้องเดือดร้อนเจ็บปวด เขาจึงคิดทบทวนตัวเองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นว่า “ถ้าเราต้องการที่จะไม่เดินยํ่าซํ้ารอยเดิม… เราต้องเปลี่ยนตัวเอง เปลี่ยนความคิด เปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่าง” และต้อง “ให้โอกาสตัวเองในการเปลี่ยนแปลง ในการเป็นคนใหม่ ในการทำสิ่งดีๆ”&nbsp;</p>



<p>เมื่อแพท พาวเวอร์แพท คว้าโอกาสในการพัฒนาตนเองเพื่อจะกลับบ้านได้ไวกว่า 50 ปี เขาได้ลงเรียนในระดับปริญญาตรีภายในเรือนจำ นอกจากการศึกษาที่เรือนจำมีแล้ว ในเรือนจำยังมีกิจกรรมอื่นให้ได้ทำ เขาสนใจในการวาดรูป เพราะรักในศิลปะ จึงเริ่มฝึกฝนในเรือนจำ สามารถสอบทักษะการเขียนรูปได้ในระดับต้นๆ และได้เข้าเรียนกับครูและผู้มีประสบการณ์ด้านศิลปะอีกด้วย การเขียนรูปยังมีส่วนช่วยให้เขามีสมาธิ ลืมเรื่องราวที่บั่นทอนชีวิตภายในเรือนจำ ไม่ได้หายใจทิ้งไปวันๆ และการเขียนรูปก็เป็นประโยชน์กับตนเองด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ae25e3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/5-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>แพท พาวเวอร์แพท ทิ้งท้ายการแชร์ประสบการณ์ว่า “ผมเชื่อในใจตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเมื่อถึงวันหนึ่งมันจะต้องมา แต่ระหว่างทางก่อนที่จะไปถึงตรงนั้น ก่อนที่จะได้รับโอกาส เราต้องเปิดโอกาสให้ตนเองครับ เปิดโอกาสเพื่อจะได้ทำสิ่งดีๆ เปิดโอกาสที่จะฝันและคิด และเชื่อมั่นในสิ่งนั้น”</p>



<p>แพท พาวเวอร์แพท ปิดท้ายการแชร์ประสบการณ์ของตนเองด้วยการร้องเพลง ในเพลงที่ชื่อ ‘ต้องคำสาป’ ที่ถ่ายทอดชีวิตของตนเองในเรือนจำอีกด้วย&nbsp;</p>



<p>ในช่วงสุดท้ายของกิจกรรมห้องเปิดโอกาส Talk Event ‘Wayfinder: เส้นทาง-โอกาส-จุดเปลี่ยน’ <strong>ภัทระ คำพิทักษ์</strong> กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ. ขึ้นกล่าวขอบคุณและแลกเปลี่ยนว่า จากที่ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับอธิบดีกรมพินิจฯ งานในวันนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ของกรมพินิจฯ เป็นความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เหมือนก่อน อีกทั้งยังสะท้อนความสำเร็จจากตัวอย่างเรื่องเล่าของแขกรับเชิญผู้เคยพลาดพลั้ง ซึ่งจะพบว่า นอกจากการให้โอกาสแล้ว การให้กำลังใจก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ มนุษย์ควรปฏิบัติในสิ่งที่สมควรต่อกัน และให้โอกาสต่อกัน เพื่อให้พื้นที่ทุกๆ แห่งเต็มไปด้วยโอกาสและความหวัง</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-wayfinder-260923/">Wayfinder: แชร์ประสบการณ์ก้าวพลาด ขอโอกาสเพียงนิด เปลี่ยนชีวิตเด็กในกระบวนการยุติธรรม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บันทึกหน้าประวัติศาตร์การเรียน! กสศ. &#8211; กรมพินิจฯ จับมือสร้าง ‘โอกาส’ ขยายผลจัดการเรียนการสอนที่ยืดหยุ่นให้เด็ก เยาวชนในกระบวนการยุติธรรมทั่วประเทศ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-080422/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Apr 2022 10:20:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[พันตำรวจโทวรรณพงษ์ คชรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=54398</guid>

					<description><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และกรมพินิจและคุ้มครอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-080422/">บันทึกหน้าประวัติศาตร์การเรียน! กสศ. – กรมพินิจฯ จับมือสร้าง ‘โอกาส’ ขยายผลจัดการเรียนการสอนที่ยืดหยุ่นให้เด็ก เยาวชนในกระบวนการยุติธรรมทั่วประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ทำพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ‘เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา’ พร้อมสนับสนุนให้ความช่วยเหลือเด็กและเยาวชน ให้ได้รับการศึกษาหรือพัฒนาความรู้ความสามารถ เพื่อประกอบอาชีพตามความถนัด มีศักยภาพ สามารถพึ่งพาตนเองในการดำรงชีวิต รวมถึงพัฒนาการจัดการศึกษาทางเลือกและการเรียนรู้สู่วิชาชีพ ให้แก่เด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม โดยมีแนวทางพัฒนาการศึกษาครอบคลุม 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.การพัฒนาและจัดทำระบบฐานข้อมูลเพื่อการศึกษา 2.การพัฒนารูปแบบการศึกษาที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของเด็กและเยาวชน 3.การพัฒนาบุคลากรให้เป็นผู้สนับสนุนและบริหารการจัดการศึกษา 4.การพัฒนากลไกเพื่อโอบอุ้มคุ้มครอง และสร้างความเข้มแข็งโดยเชื่อมโยงชุมชนและภาคส่วนเข้าด้วยกัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c8855f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/04-mou.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>พันตำรวจโทวรรณพงษ์ คชรักษ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน</strong> กล่าวว่า ขอบคุณความร่วมมือกับ กสศ. ที่ทำให้เกิดแนวคิดที่ดีและมีคุณค่า ในการให้การศึกษากับเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งนับเป็นสิ่งดีเกิดขึ้นในสังคม โดย ‘หัวใจ’ หรือวัตถุประสงค์ของพิธีลงนามครั้งนี้ คือ ‘โอกาส’ ที่จะส่งมอบไปถึงเยาวชนนอกระบบการศึกษาจำนวนมาก งานที่ปฏิบัติร่วมกันมาในระยะเวลาหนึ่ง ทำให้เรามองเห็นภาพความสำเร็จ และแววตาของคนทำงานซึ่งถ่ายทอดความสุข ความตั้งใจ อันถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ และแนวทางความคิดใหม่ ๆ ที่จะขยายการทำงานให้กว้างออกไปยิ่งขึ้นโดยส่วนหนึ่งของการเดินทางมาถึงวันนี้ จำเป็นต้องกล่าวขอบคุณ ‘นครพนมโมเดล’ ที่ทำให้เห็นว่าเราสามารถสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมได้อย่างไร และเป็นต้นทางให้มีการทำงานในพื้นที่อื่นตามมา เช่นวันนี้ที่เรามี ‘อุบลราชธานีโมเดล’ และจะมีจังหวัดอื่น ๆ ต่อเนื่องไปจนทั่วทุกภูมิภาค</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-23bef3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/พันตำรวจโทวรรณพงษ์-คชรักษ์-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">พันตำรวจโทวรรณพงษ์ คชรักษ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ แม้แต่ละพื้นที่จะมีความแตกต่างด้วยบริบท แต่ด้วยความคาดหวัง วัตถุประสงค์ จุดมุ่งหมาย และความตั้งใจของคนทำงานที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เชื่อว่างานจะเดินหน้าไปได้โดยไม่หลุดเป้าหมาย และมีการคำนึงถึงรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อให้โมเดลของแต่ละพื้นที่มีองค์ประกอบที่ลงตัวมากขึ้น สำหรับพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในวันนี้ ถือเป็นหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์ของกรมพินิจ ฯ ซึ่งสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาจากนี้ จำเป็นต้องใช้ความอดทนพยายามเป็นเครื่องมือพิสูจน์ ขณะที่ผลที่ได้กลับมาจะปรากฏในไม่ช้า และจะยั่งยืนแข็งแร็งต่อเนื่องอีกยาวนาน ควบคู่ไปกับการทำงานของกรมพินิจ ฯ อย่างไรก็ตาม องค์กรเองไม่สามารถจะเดินหน้าต่อไปได้เพียงลำพัง หากจำเป็นต้องได้รับโอกาส ความร่วมมือ ทรัพยากรจากสังคม เพื่อพัฒนาระบบ โดยเพื่อนร่วมทางที่มีแนวคิด ทัศนคติ และอุดมการณ์ตรงกัน &nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ในเชิงปริมาณ เยาวชนกลุ่มนี้อาจนับว่าเป็นเพียงกลุ่มน้อยในสังคม แต่เมื่ออ้างอิง ‘ทฤษฎีผีเสื้อขยับปีก’ (Butterfly Effect) แล้ว คนเพียงคนหนึ่งนั้นสามารถสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ให้กับสังคมได้ ถ้าเขาไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ที่เพียงพอ ดังนั้น เราจะไม่ยอมทิ้งใครไว้แม้แต่คนเดียว เด็กเยาวชนทุกคนไม่ว่าใครก็ตาม เขาควรได้รับโอกาสในการพัฒนาตนเอง เพื่อไปให้ถึงสุดเส้นทางตามศักยภาพที่เขาพึงมี  การลงนามความร่วมมือวันนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างการศึกษาที่หลากหลาย ซึ่ง MOU จะช่วยกำหนดเป้าหมายและทิศทางการทำงาน ซึ่งจะสอดคล้องต้องกันตามจุดประสงค์ของทุกฝ่าย ขอขอบคุณคณะทำงานทุกท่าน และทุกหน่วยงานที่มีความเชื่อร่วมกัน และมีส่วนร่วมในการทำงานมาตั้งแต่ต้นจนถึงวันนี้ เราจะเดินกอดคอล้มลุกคลุกคลานไปด้วยกัน และขอให้ก้าวเดินของวันนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่เราจะก้าวต่อไป”  </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-90ec73"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/01-mou.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา </strong>กล่าวว่า กสศ. มีความยินดีอย่างยิ่งสำหรับโอกาสในการร่วมมือกับกรมพินิจ ฯ ด้วยพันธกิจองค์กรที่ได้รับตาม พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งเป็นหน่วยงานขนาดเล็ก และมีหน้าที่เชื่อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งความร่วมมือในวันนี้ กสศ. จะเชื่อมโยงการทำงานต่อไปยังกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งมีหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลอีกเป็นจำนวนมาก โดย กสศ. เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงชีวิตเด็กคนหนึ่ง จะสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในสังคม และในอนาคตอย่างไม่สิ้นสุด</p>



<p>“ปัจจุบันประเทศไทยมีเด็กเยาวชนนอกระบบราว 4 แสนกว่าคน มีเด็ก 1.9 ล้านคนเป็นกลุ่มเสี่ยงจากความยากจนด้อยโอกาส และมีเด็กเยาวชนผู้พิการอีกราว 2 แสนกว่าคนในระบบการศึกษา กสศ. มีความตั้งใจที่จะทำงานเพื่อไปให้ถึงกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ให้ได้มากที่สุด โดยจากการสำรวจร่วมกับเครือข่ายทำงานมากกว่า 74 จังหวัด และอีก 66 เครือข่ายภาคประชาสังคมทั่วประเทศทั่วประเทศ ค้นหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา พบว่า จากเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาทั้งหมด ที่สำรวจจำนวน 36,268 คน มีเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม จำนวน 3,443 คน ตัวเลขนี้สะท้อนสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งถึงเส้นทางชีวิตของเด็กที่หลุดออกจากระบบ ไม่เพียงอยู่ในวงจรความยากจนข้ามชั่วคน แต่ยังอยู่ในวงจรการกระทำความผิดอีก” ดร.ไกรยส กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3ddf6d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/03-mou.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า การทำงานที่ผ่านมา ในปี 2562-2564 กสศ. และ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ได้ร่วมกันดำเนินงานภายใต้โครงการพัฒนาครูและเด็กนอกระบบการศึกษา และโครงการทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชุมเป็นฐาน โดยสนับสนุนศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน และสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เพื่อจัดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะอาชีพให้กับเด็กและเยาวชนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม พื้นที่ดำเนินงานประกอบด้วย ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน 9 แห่ง&nbsp; สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน 18 แห่ง ครอบคลุมทุกภูมิภาค&nbsp; สิ่งที่สำคัญที่เกิดขึ้นคือ แนวคิดและรูปแบบการจัดการเรียนการสอนในศูนย์ฝึกฯ และสถานพินิจฯ ที่เน้นให้เด็กและเยาวชนที่ถูกคุมขังได้รับการศึกษาตามสิทธิขั้นพื้นฐานและได้รับโอกาสการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยศูนย์ฝึกฯ และสถานพินิจฯ ได้ยกระดับจากสถานควบคุมเป็นสถานศึกษา สามารถจัดการเรียนรู้และพัฒนา ทักษะอาชีพที่ตอบสนองความต้องการและความสนใจของเด็กและเยาวชน ทำให้ได้รับวุฒิการศึกษา และ สามารถนำไปใช้ต่อยอดในชีวิต รวมทั้งได้ดำเนินงานร่วมกับชุมชนในการโอบอุ้มคุ้มครองเด็กและเยาวชน บางส่วนหลังได้รับการปล่อยตัวให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขร่วมกับชุมชน</p>



<p>“พื้นที่นำร่องที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก เช่น&nbsp; จ.นครพนม สนับสนุนให้ศูนย์การเรียนซีวายเอฟ ภาคีสำคัญของงานนี้ ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการให้จัดตั้งเป็นศูนย์การเรียน ตามมาตรา 12 พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เข้าไปจัดการเรียนการสอนที่ยืดหยุ่นให้กับเด็กและเยาวชนที่จังหวัดนครพนมเป็นแห่งแรก และสามารถขยายผลมาที่ศูนย์ฝึกฯ เขต 5 อุบลราชธานี เชื่อว่าโอกาสที่เกิดขึ้น ไม่เพียงแต่จะทำให้เด็กเยาวชนได้มีชีวิตความเป็นอยู่ของตนเองและครอบครัวดีขึ้น แต่สังคมไทยจะได้รับทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ ซึ่งจะมาช่วยสร้างประเทศให้มีอนาคตที่สดใส เช่นเดียวกับอนาคตของเยาวชนทุกคน สุดท้ายขอกล่าวถึงประสบการณ์การลงพื้นที่ ที่เราได้ฟังคำกล่าวของน้อง ๆ ที่เชื่อมั่นว่า ‘เขาจะทำได้ดีกว่านี้ถ้าได้รับโอกาส’ ที่สะท้อนคำพูดผ่านออกมาทางแววตา ซึ่งไม่ได้มีความหมายถึงแค่ตัวเอง แต่โอกาสนั้นคือการคืนชีวิตของเขาไปสู่ครอบครัว ไปสู่อนาคตของสังคมไทยเช่นกัน” ดร.ไกรยส กล่าว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า บทบาทของกสศ. มุ่งเหนี่ยวนำความร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อกำหนดเป้าหมาย และพัฒนานโยบายลดความเหลี่อมล้ำ สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา โดยมุ่งกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาสมากที่สุด เด็ก เยาวชนที่อยู่ในศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนและสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญ เพราะเราจะไม่ทิ้งเด็กคนไหนไว้ข้างหลัง&nbsp; ทั้งนี้การเรียนการสอนสำหรับเด็ก เยาวชนกลุ่มนี้ย่อมต้องมีความยืดหยุ่นและกว้างไปกว่าในรั้วโรงเรียน&nbsp; โดยส่งเสริมให้เกิดพื้นที่การศึกษาทางเลือก &nbsp; หลักสูตรการจัดการเรียนรู้ที่มีความเหมาะสมและยืดหยุ่นสำหรับเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม&nbsp; เพื่อให้มีโอกาสทางการศึกษาและการประกอบอาชีพตามศักยภาพควบคู่กัน ส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และหวังว่าความร่วมมือที่เกิดขึ้นในวันนี้จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเด็กเยาวชนและสังคมไทยอย่างยั่งยืน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-080422/">บันทึกหน้าประวัติศาตร์การเรียน! กสศ. – กรมพินิจฯ จับมือสร้าง ‘โอกาส’ ขยายผลจัดการเรียนการสอนที่ยืดหยุ่นให้เด็ก เยาวชนในกระบวนการยุติธรรมทั่วประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
