<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พรเทพ เจริญผลจันทร์ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E-%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8D%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 04 Sep 2020 04:16:27 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>พรเทพ เจริญผลจันทร์ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘แนวคิดการพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน  กับบทบาทของ กสศ. ผู้นำท้องถิ่น และภาคธุรกิจเอกชน’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/interview-05-9-20/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Sep 2020 04:16:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทุนพัฒนาอาชีพทีใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[พรเทพ  เจริญผลจันทร์]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ปี2563]]></category>
		<category><![CDATA[โชคชัย ลิ้มประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=21049</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากโครงการทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ที [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/interview-05-9-20/">‘แนวคิดการพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน  กับบทบาทของ กสศ. ผู้นำท้องถิ่น และภาคธุรกิจเอกชน’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">จากโครงการทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ที่ กสศ. ตั้งขึ้นโดยมีเป้าหมายพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส จำนวนกว่า </span><span style="font-weight: 400;">5,000-10,000 </span><span style="font-weight: 400;">คน ครอบคลุม </span><span style="font-weight: 400;">5 </span><span style="font-weight: 400;">ภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนแนวคิดการสร้างโอกาส สร้างงาน และสร้างชุมชน ด้วยคน องค์ความรู้ และทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน ผ่านแนวทางการทำงานร่วมกับชุมชน หน่วยงานด้านการศึกษา และองค์กรที่เกี่ยวข้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย </span><span style="font-weight: 400;">3 </span><span style="font-weight: 400;">เสาสำคัญซึ่งถือเป็นหลักค้ำของโครงการฯ ที่แต่ละฝ่ายต่างก็มีบทบาทต่อการพัฒนาอาชีพที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ได้แก่ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) ผู้นำท้องถิ่น และภาคธุรกิจเอกชน ซึ่งตัวแทนของทั้ง </span><span style="font-weight: 400;">3 </span><span style="font-weight: 400;">เสาหลักจะร่วมกันนำเสนอแนวคิดและความเป็นไปได้ในการร่วมมือกับชุมชน เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนา และยกระดับของชุมชนให้เข้มแข็ง สามารถดำรงอยู่ได้ด้วยการพึ่งพาตนเอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>‘สร้างโรงเรียนนอกระบบให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต’</h4>
<figure id="attachment_21052" aria-describedby="caption-attachment-21052" style="width: 856px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" fetchpriority="high" class="wp-image-21052 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เปิดแนวคิด-3-เสาหลัก1.jpg" alt="" width="856" height="455" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เปิดแนวคิด-3-เสาหลัก1.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เปิดแนวคิด-3-เสาหลัก1-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เปิดแนวคิด-3-เสาหลัก1-768x408.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เปิดแนวคิด-3-เสาหลัก1-750x399.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /><figcaption id="caption-attachment-21052" class="wp-caption-text">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการฯ และที่ปรึกษา กสศ.</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการฯ และที่ปรึกษา กสศ. กล่าวว่า ผลที่เกิดขึ้นจากโครงการประเด็นแรก คือ การปฏิรูปงบประมาณ โดยเงินที่ผ่าน กสศ. จะลงไปสู่ผู้ด้อยโอกาสเต็มเม็ดเต็มหน่วยขึ้น เนื่องจากมองเห็นชัดเจนว่า กลุ่มเป้าหมายคือใคร ประเด็นที่สอง คือ ความเหลื่อมล้ำ ได้ถูกทำให้เป็นประเด็นสำคัญของประเทศ แล้วการจัดการปัญหาด้วยการสร้างโอกาสให้คนที่ไม่เคยได้รับ ก็จะเป็นหนทางที่จะลดเส้นแบ่งของความเหลื่อมล้ำให้เลือนลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ความสำคัญของโครงการได้แสดงออกเมื่อเกิดสถานการณ์ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19 </span><span style="font-weight: 400;">ขึ้น เมื่อหลายโครงการกลายเป็นที่พึ่งของคนหลายกลุ่ม เรามีทั้งคนวัยแรงงานที่ไม่มีงานทำ จำเป็นต้องกลับบ้าน และคนรุ่นใหม่ที่มองเห็นโอกาสจากการพัฒนาทางเทคโนโลยี ที่พร้อมกลับไปพัฒนาชุมชนของเขา”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวต่อไปว่า การใช้ชุมชนเป็นฐาน คือปฏิบัติการจาก </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">ล่างขึ้นบน</span><span style="font-weight: 400;">’</span><span style="font-weight: 400;"> ดังนั้น หน่วยปฏิบัติการโครงการต่างๆ จึงถือว่ามีหน้าที่ทำงานเชิงพื้นที่ เกาะติดปัญหาและสถานการณ์ เป็นผู้ขับเคลื่อนโครงการให้เกิดความร่วมมือในชุมชน นำทรัพยากรธรรมชาติ มนุษย์ ภูมิปัญมาใช้ และทำให้เกิดเป็นโรงเรียนนอกระบบที่มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต นอกจากนี้ยังมีระบบพี่เลี้ยง (</span><span style="font-weight: 400;">Node</span><span style="font-weight: 400;">) ที่มีเครื่องมือ และสร้างการเชื่อมโยงเครือข่ายระดับภาค รวมถึงสรุปบทเรียนร่วมกับทีมวิชาการ ค้นหานวัตกรรม และนำเสนองานวิจัยสู่บอร์ดและชุดอนุกรรมการ เพื่อวิจัยประเด็นและหาทางสนับสนุนส่งเสริมให้ดียิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“จากปีแรก เรามีเคสตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของชุมชน มีผลผลิตจากโครงการในหลายพื้นที่ ซึ่งช่วยแก้ปัญหาปากท้องในช่วง </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19 </span><span style="font-weight: 400;">และชี้ให้เห็นถึงความยั่งยืนของชุมชนได้จริงๆ ที่สำคัญ คือ การนำอัตลักษณ์ชุมชนที่ได้รับการเชิดชูอีกครั้ง คนในชุมชนได้มองเห็นต้นทุนของตัวเอง พร้อมที่จะยืนอยู่ได้เองด้วยองค์ความรู้และกระบวนการจัดการภายในชุมชน&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ข้อบ่งชี้ถึงขีดความสามารถในการจัดการชุมชน คือชุ มชนนั้นๆ จะต้องประกอบด้วยคนสามรุ่น ได้แก่ คนรุ่นก่อนที่ถือภูมิปัญญาดั้งเดิม คนรุ่นที่สอง คือ วัยแรงงานที่พร้อมนำไปต่อยอดสู่ตลาดใหม่ๆ และคนรุ่นที่สาม คือ เด็กเยาวชนที่เขาจะซึมซับและเติบโตขึ้นมาทดแทนต่อไป แล้ว</span><b>เมื่อมีการส่งต่อ ภูมิปัญญานั้นก็จะไม่สูญสลาย เกิดการเปลี่ยนแปลงพัฒนาทั้งด้านโอกาสและรายได้ นอกจากนี้แนวทางพัฒนายังสามารถส่งต่อไปยังพื้นที่ชุมชนอื่นๆ ที่มีลักษณะใกล้เคียงกันอีกด้วย</b>”<span style="font-weight: 400;"> ที่ปรึกษา กสศ. กล่าว  </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>‘สร้างอาชีพและนวัตกรรมจากฐานทุนและความต้องการที่แท้จริงของชุมชน’</h4>
<figure id="attachment_21053" aria-describedby="caption-attachment-21053" style="width: 856px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-21053 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เปิดแนวคิด-3-เสาหลัก2.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เปิดแนวคิด-3-เสาหลัก2.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เปิดแนวคิด-3-เสาหลัก2-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เปิดแนวคิด-3-เสาหลัก2-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เปิดแนวคิด-3-เสาหลัก2-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /><figcaption id="caption-attachment-21053" class="wp-caption-text">ผู้ใหญ่โชคชัย ลิ้มประดิษฐ์ อนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการฯ</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้ใหญ่โชคชัย ลิ้มประดิษฐ์ อนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการฯ ในฐานะอดีตผู้ใหญ่บ้านหนองกลางดง ต.ศิลาลอย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้แสดงความเห็นในมุมท้องถิ่นว่า การพัฒนาโดยใช้ชุมชนเป็นฐานต้องมีการจัดการในระดับหมู่บ้าน โดยนำคนที่รู้ที่เก่งในแต่ละเรื่องมารวมกันเป็นคลังสมอง จากนั้นจะมีแกนนำ คือ กำนันผู้ใหญ่บ้าน และมีตัวแทนของคนหลายกลุ่มในชุมชนมาร่วมกำหนดแผนงานต่างๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การพัฒนาชุมชนต้องมีคนในชุมชนเข้าร่วมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อที่เมื่อผ่านการอบรมแล้ว สิ่งที่ได้เรียนรู้จะยังได้รับการพัฒนาต่อไป </span><b>สิ่งสำคัญ คือ ต้องทำให้ชุมชนรู้ว่าเขามีฐานทุนอยู่ ซึ่งก็คือ ทรัพยากรดิน น้ำ ป่า มีทุนวัฒนธรรม ภูมิปัญญา สิ่งเหล่านี้ คือ ทุนที่นำมารองรับผู้ยากลำบากที่กลับสู่พื้นที่ของเขาได้”</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้ใหญ่โชคชัย กล่าวต่อไปว่า แนวคิดชุมชนเป็นฐาน คือ การส่งต่อการพัฒนา</span> <span style="font-weight: 400;">เราเข้าไปให้วิธีคิดวิธีการเขา แล้วต้องทำให้เขามีความคิดว่าต้นทุนและกลุ่มคนเหล่านั้นเป็นของเขา ซึ่งจะต้องอุ้มชูดูแลกันต่อไป </span><b>สำคัญ คือ เราต้องไม่สร้างชุดคำตอบสำเร็จขึ้นมาแล้วคิดว่าจะทำให้เขาอยู่รอด แต่ต้องสร้างอาชีพและนวัตกรรมที่มาจากความต้องการและต้นทุนชุมชนจริงๆ แล้วค่อยหนุนเสริมความคิด ใช้วิชาการเข้าไปต่อยอด</b><span style="font-weight: 400;"> จากนั้นเมื่อถอดบทเรียนรุ่นแรกเสร็จ มีรุ่นต่อๆ ไป ก็จะเกิดการพัฒนาการและคุณภาพได้มากขึ้นอย่างที่เราตั้งเป้าหมายไว้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>‘สร้างระบบจัดการที่พร้อมรับมือกับความต้องการของตลาด’</h4>
<figure id="attachment_21054" aria-describedby="caption-attachment-21054" style="width: 856px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-21054 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เปิดแนวคิด-3-เสาหลัก3.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เปิดแนวคิด-3-เสาหลัก3.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เปิดแนวคิด-3-เสาหลัก3-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เปิดแนวคิด-3-เสาหลัก3-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เปิดแนวคิด-3-เสาหลัก3-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /><figcaption id="caption-attachment-21054" class="wp-caption-text">คุณพรเทพ เจริญผลจันทร์ ผู้จัดการส่วนชุมชนสัมพันธ์ บริษัท เบทาโกร จำกัด(มหาชน)</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน คุณพรเทพ เจริญผลจันทร์ ผู้จัดการส่วนชุมชนสัมพันธ์ บริษัท เบทาโกร จำกัด(มหาชน) ในฐานะตัวแทนจากภาคธุรกิจเอกชน เสริมว่า ภาคธุรกิจ คือ หน่วยหนุนเสริมในเรื่องของเทคโนโลยี กระบวนการจัดการ การมองหาช่องทางจำหน่าย และมองหาตลาดใหม่ๆ ให้กับผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากชุมชน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สิ่งที่เอกชนมองในวันนี้ คือ เราจะเข้าไปอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างไร โดยเฉพาะหลังจาก </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19 </span><b>บทเรียนทำให้เรารู้ว่าเมื่อวันที่ปัจจัยการผลิต วัตถุดิบ แรงงานเราหายไป การขนส่งหยุดชะงักลง เราเองก็ไปต่อไม่ได้ ดังนั้นเราต้องทำให้ชุมชนมีความรู้ ให้เขามีความสามารถในการป้อนวัตถุดิบ แรงงาน หรืออื่นๆ ที่มีความสำคัญต่อธุรกิจ แล้วสามารถหมุนเวียนธุรกิจเล็กๆ ในชุมชนไปด้วยได้”</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากประสบการณ์ของเบทาโกรเมื่อมีปัญหาวิกฤตเกี่ยวกับสินค้าการเกษตร ทางบริษัทจะเป็นผู้ช่วยหาช่องทางการตลาด โดยใช้เครือข่ายที่มีในการจำหน่ายสินค้า นอกจากนั้นยังเข้าไปส่งเสริมด้านเทคโนโลยี การแปรรูปผลผลิต การทำประชาสัมพันธ์ หรือการเพิ่มมูลค่าสินค้าให้เพิ่มขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมเชื่อว่าชุมชนทุกแห่งมีภูมิปัญญา มีความสามารถในการผลิต แต่จะทำอย่างไรที่จะนำเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ชุมชนไปถ่ายทอดสู่ตลาดได้ ทำอย่างไรให้สินค้าตรงกับความต้องการในโลกปัจจุบัน และต้องคาดเดาได้ถึงแนวโน้มความต้องการของตลาดในอนาคต รวมถึงกระบวนการจัดการที่ต้องมีการคำนวณปริมาณผลผลิต ระบบการหมุนเวียนในชุมชน ที่จำเป็นต้องสร้างเครือข่ายเพื่อลดความเสี่ยงการขาดแคลนสินค้า มีการรักษาคุณภาพสินค้าให้มีมาตรฐาน ที่สำคัญ คือ การพัฒนาต้องดำเนินไปตลอดเวลา ไม่ใช่ได้บทเรียนมาแล้วหยุดแค่นั้น เพราะตลาดสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้ คือ แนวคิดมุมมองที่ภาคธุรกิจสามารถถ่ายทอดให้กับโครงการต่างๆ ได้”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/interview-05-9-20/">‘แนวคิดการพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน  กับบทบาทของ กสศ. ผู้นำท้องถิ่น และภาคธุรกิจเอกชน’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เน้นเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง สร้างงานสร้างอาชีพ หวังก้าวพ้นปัญหาความเหลื่อมล้ำ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/20082020-8/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Aug 2020 05:42:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนพัฒนาอาชีพทีใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[พรเทพ  เจริญผลจันทร์]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักนวัตกรรมและทุนการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[สุกรี อัซอลีฮีย์]]></category>
		<category><![CDATA[โชคชัย  ลิ้มประดิษฐ์ อดีตผู้ใหญ่บ้านหนองกลางดง]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนพัฒนาทักษะอาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[ประจวบคีรีขันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=20445</guid>

					<description><![CDATA[<p>เผยมีกลุ่มเป้าหมายได้ประโยชน์กว่า 8,652 คน อาทิแรงงานนอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/20082020-8/">เน้นเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง สร้างงานสร้างอาชีพ หวังก้าวพ้นปัญหาความเหลื่อมล้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-20451" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-7.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-7.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-7-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-7-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-7-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><br />
เผยมีกลุ่มเป้าหมายได้ประโยชน์กว่า 8,652 คน อาทิแรงงานนอกระบบ ผู้ว่างงาน คนพิการ ครอบคลุม 52 จังหวัด ใน 6 ภูมิภาค และเล็งถอดบทเรียนเสนอรัฐบาล เดินหน้าพัฒนาประเทศไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ขณะที่ ผู้รับทุนเหนือจรดใต้ เปิดใจเล็งใช้สร้างงาน สร้างอาชีพ เน้นภูมิปัญญาและทรัพยากรท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> (กสศ.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อการปรับปรุงข้อเสนอโครงการพัฒนาทักษะอาชีพสำหรับผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ปี 2563 โดย <strong>ศ.ดร.สมพงษ์  จิตระดับ</strong> ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการฯ และที่ปรึกษากองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก การแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาต้องผ่านหลายกระบวนการ ดังนั้นเม็ดเงินที่จะลงไปช่วยเหลือชาวบ้าน จะต้องตกถึงมือชาวบ้านจริงๆ และถึงมือกลุ่มเป้าหมาย อาทิ คนตกงาน คนหรือกลุ่มคนที่เหลื่อมล้ำชัดเจน ไม่กระจุกตัวอยู่ที่คนเฉพาะกลุ่ม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ การดำเนินโครงการฯ ปีที่ 1 โดยใช้ชุมชนเป็นฐานยังมีไม่มาก และยังไม่กระจายในวงกว้าง แต่เมื่อเข้าสู่ปีที่ 2 ยิ่งมีสถานการณ์โควิด -19 ทำให้คนตกงานและกลับสู่ชุมชนมากขึ้น เกิดการรวมกลุ่มกันของคน 3 รุ่น คือคนตกงาน ชุมชน โรงเรียน เพื่อจัดทำโครงการมาเสนอ ซึ่งมีความหลากหลายมากขึ้น ทำให้วันนี้เราเต็มไปด้วยทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์และรอการจัดการทำให้มีคุณค่าและเพิ่มมูลค่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นปีนี้จะกลายเป็นระบบการเรียนรู้การออกแบบ การสร้างหลักสูตรการศึกษาใหม่ๆ ทำให้เห็นชุมชนมีชีวิต จากกระบวนการเรียนรู้และเพิ่มทักษะเพิ่มสมรรถนะ อย่างไรก็ตาม การออกแบบหลักสูตร จะต้องพิจารณาสิ่งที่ชุมชนมีอยู่ และสิ่งที่ชุมชนต้องการแล้ว กสศ.เข้าไปสนับสนุนตรงนั้น อาทิ ระบบการจัดการเศรษฐศาสตร์ในครัวเรือน จะทำให้คนในชุมชนมีความรู้สึกเลยว่าเขามีศักดิ์ศรีไม่ใช่คนยากจนด้อยโอกาสที่จะเอาอะไรก็ได้มายัดเยียดให้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สิ่งที่กสศ.กำลังจะทำหลังจากเสร็จสิ้นโครงการนี้คือ การถอดออกมาให้ได้ว่าต้นทุนทรัพยากรที่มีอยู่ต่างๆนั้นมีที่มาอย่างไร มีความหมาย มีคุณค่าอย่างไร ขณะเดียวกัน ก็จะต้องทำระบบการตลาดใหม่ ซึ่งคนรุ่นใหม่เข้ามาเสริมตรงนี้ได้อย่างดี ผ่านระบบไอที วิทยาการสมัยใหม่ มีความเป็นสากลมากขึ้น เกิดการเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น สร้างโอกาสสร้างรายได้มากขึ้น ในส่วนของปีที่ 3 จะต้องทำให้กว้าง และขยายมากขึ้น ส่งต่อความรู้เหล่านี้ให้กับคนที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะรัฐบาลเพื่อกำหนดนโยบายและการขับเคลื่อนประเทศตามที่บอกว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งถ้าจะทำโครงการที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังจะทำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน โครงการที่ใช้ชุมชนเป็นฐานคือคำตอบ โดยมีโมเดลความสำเร็จให้เห็นเป็นรูปธรรม” ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว </span></p>
<figure id="attachment_20453" aria-describedby="caption-attachment-20453" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-20453 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-10.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-10.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-10-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-10-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-10-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-20453" class="wp-caption-text">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการฯ</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน <strong>น.ส.ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ </strong> ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมและทุนการศึกษา กสศ. กล่าวว่า หลังเปิดรับสมัครยื่นข้อเสนอโครงการพัฒนาทักษะอาชีพสำหรับผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ปี 2563 ตั้งแต่วันที่ 5 มิ.ย. &#8211; 24 มิ.ย. ที่ผ่านมา มีผู้สนใจส่งข้อเสนอโครงการ 783 โครงการ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คณะกรรมการซึ่งมาจาก 4 ภาคส่วน ได้แก่ ภาคเอกชน วิชาการ สื่อมวลชน และชุมชน และคณะอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการได้ร่วมกันพิจารณาแล้ว<strong>มีมติมอบทุนฯ ให้กับ 130 โครงการ โดยมีกลุ่มเป้าหมายผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาสที่ได้รับประโยชน์ จำนวน 8,652 คน เป็นกลุ่มแรงงานนอกระบบ ผู้ว่างงาน คนพิการ แม่เลี้ยงเดี่ยว กลุ่มแม่วัยรุ่น ผู้ต้องขัง ฯลฯ </strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนประเภททุนแบ่งเป็น ทุนพัฒนาทักษะอาชีพที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน จำนวน 99 โครงการ และทุนนวัตกรรมเพื่อชุมชน จำนวน 31โครงการ ซึ่งจะครอบคลุมทั้งหมด 52 จังหวัด ใน 6 ภูมิภาค สำหรับทุนนี้จะมีความหลากหลายที่เพียงแต่สร้างอาชีพแต่มีการสร้างนวัตกรรมทางอาชีพ อาทิ การจัดการตลาดแพลตฟอร์มดิจิทัล การเพิ่มมูลค่าสินค้า นวัตกรรมการดูแลผู้สูงอายุ เรื่องระบบสุขภาพ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเกษตรกรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในการพิจารณานั้นไม่ได้มองเฉพาะเรื่องของการพัฒนาทักษะอาชีพเท่านั้น แต่โครงการที่เสนอเข้ามาต้องตอบโจทย์ห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่การผลิต การตลาด การขายด้วย ดังนั้นสิ่งสำคัญของผู้ที่เสนอโครงการเข้ามาต้องมีการวิเคราะห์ทุนและทรัพยากรชุมชน รู้จักศักยภาพและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย รู้ว่าจะพัฒนาอะไรอย่างไรเพื่ออะไร ตอบโจทย์หรือไม่ เพื่อให้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกลั่นกรองและคัดเลือกข้อเสนอโครงการมีความเชื่อมั่นและเห็นภาพเหล่านี้ โดยทั้งหมด130 โครงการนั้น เราจะมีการเก็บข้อมูล วิเคราะห์และประเมินผลและจัดทำชุดข้อมูลเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันให้ขยายวงกว้าง เช่น กระทรวงแรงงาน กศน. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นอกจากนี้โครงการในปีนี้เสนอเข้ามาจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นว่ายังมีคนที่ต้องการความช่วยเหลืออีกมาก สำหรับโครงการที่ไม่ได้รับคัดเลือกครั้งนี้ ขอให้นำหลักคิดของเรากลับไปปรับปรุงและสามารถเสนอเข้ามาอีกครั้งหลังเปิดโครงการในปี 2564” <strong>น.ส.ธันว์ธิดา</strong> กล่าว</span></p>
<figure id="attachment_20455" aria-describedby="caption-attachment-20455" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-20455 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/b-6.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/b-6.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/b-6-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/b-6-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/b-6-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-20455" class="wp-caption-text">น.ส.ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์  ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมและทุนการศึกษา กสศ.</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>นายโชคชัย  ลิ้มประดิษฐ์</strong> อดีตผู้ใหญ่บ้านหนองกลางดง ต.ศิลาลอย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ และอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการฯ กล่าวว่า การสร้างให้ชุมชนเข้มแข็งนั้น ต้องจัดการระดับหมู่บ้าน หลายๆหมู่บ้าน เริ่มจากผู้นำหมู่บ้าน และอยู่บนหลักคิดว่าไม่มีใครเก่งได้เพียงคนใดคนหนึ่ง ดังนั้นหากเราต้องการหลุดจากตัวตนต้องมีการรวมตัวของคนเก่งแต่ละเรื่อง อย่างไรก็ตาม ในเรื่องการเข้าไปสนับสนุนชุมชนนั้น ต้องเป็นการพัฒนาฝีมือที่สามารถต่อยอดเป็นอาชีพได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องกลับไปเป็นลูกจ้างโรงงานเพียงอย่างเดียว รวมถึงอาจจะมีการเสริมเทคโนโลยีต่างๆ เข้าไปด้วย โดยเฉพาะเรื่องนวัตกรรมอาหารที่เป็นสิ่งสำคัญ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง และโรคภัยไข้เจ็บ ส่งเสริมในสิ่งที่ประชาชนอยากทำจริงๆ หวังว่าความสำเร็จจะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>นายพรเทพ  เจริญผลจันทร์</strong> ผู้จัดการชุมชนสัมพันธ์ บริษัทเบทาโกร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทเอกชนจำเป็นต้องเรียนรู้ว่าจะอยู่กับชุมชนได้อย่างไร เพราะหลังประสบปัญหาการระบาดของโควิดทำให้การทำงานหลายๆ อย่างชะงัก การผลิตหายไป วัตถุดิบหายไป แรงงานหายไป แต่หากเรามีชุมชนที่เข้มแข็งสามารถซับพอร์ตความสามารถในการผลิตของเราได้ ก็จะทำให้ทุกฝ่ายก้าวผ่านวิกฤตได้ ดังนั้นเราต้องหนุนเสริมให้ชุมชนรอบข้างมีความรู้ พัฒนาต่อยอดเป็นอาชีพได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>นายสุกรี อัซอลีฮีย์</strong> จากโครงการวงล้อมอาชีพห่วงโซ่อาหารเพื่อเด็กกำพร้าและเด็กด้อยโอกาส ของมูลนิธิสงเคราะห์เด็กกำพร้าและการกุศล จังหวัดยะลา กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่โครงการได้รับการสนับสนุนทุนจาก กสศ.ทั้งนี้ โครงการที่เรานำเสนอเข้าไป จุดเริ่มต้นมาจาก ที่เดิมทีเรามีเด็กด้อยโอกาสต้องดูแล 100 กว่าคน โดยส่งเรียนตามโรงเรียนทั่วไป แต่ตอนหลังเปิดโรงเรียนเอง พอเรียนจบส่วนใหญ่ก็เรียนต่อสายสามัญ บางคนออกไปประกอบอาชีพทั่วไป จึงมีแนวคิดที่อยากช่วยสร้างอาชีพให้เด็กๆ พอรู้ว่า กสศ. มีโครงการมอบทุนสนับสนุนตรงนี้ จึงเขียนไปเสนอ โดยขยายเพิ่มไปเป็นการพัฒนาอาชีพให้กับผู้ด้อยโอกาส อาทิ ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ทั้งตำบล</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/20082020-8/">เน้นเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง สร้างงานสร้างอาชีพ หวังก้าวพ้นปัญหาความเหลื่อมล้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
