<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พรฎ. | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%8e/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 30 Jun 2021 09:08:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>พรฎ. | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ครม.ไฟเขียวร่างพรฎ.บริจาคให้ กสศ.ได้ลดหย่อนภาษี 2 เท่า</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-ministry-eef-29-06-21/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 30 Jun 2021 09:07:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ครม.]]></category>
		<category><![CDATA[กค.]]></category>
		<category><![CDATA[พรฎ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=42416</guid>

					<description><![CDATA[<p>รัฐบาลหวังสร้างแรงจูงใจให้ทุกฝ่ายร่วมบริจาคให้ กสศ. เพื [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-ministry-eef-29-06-21/">ครม.ไฟเขียวร่างพรฎ.บริจาคให้ กสศ.ได้ลดหย่อนภาษี 2 เท่า</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>รัฐบาลหวังสร้างแรงจูงใจให้ทุกฝ่ายร่วมบริจาคให้ กสศ. เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาไปด้วยกัน</strong></p>



<p>เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2564 ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน ได้มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) (มาตรการภาษีสำหรับการบริจาคให้แก่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา) ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาเป็นเรื่องด่วน แล้วดำเนินการต่อไปได้</p>



<p>สำหรับสาระสำคัญของร่างพระราชกฤษฎีกา 1. กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดาและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสำหรับการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ดังนี้&nbsp;</p>



<p><strong>1.1 บุคคลธรรมดา</strong> ให้หักลดหย่อนได้เป็นจำนวน 2 เท่าของจำนวนเงินที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษาสำหรับโครงการที่กระทรวงศึกษาธิการให้ความเห็นชอบแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักลดหย่อนอื่น ๆ&nbsp;</p>



<p><strong>1.2 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล</strong> ให้หักเป็นรายจ่ายได้เป็นจำนวน 2 เท่าของรายจ่ายที่บริจาค ไม่ว่าจะได้จ่ายเป็นเงินหรือทรัพย์สิน แต่เมื่อรวมกับรายจ่ายที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษาสำหรับโครงการที่กระทรวงศึกษาธิการให้ความเห็นชอบ ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ และรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬาตามมาตรา 65 ตรี (3) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร</p>



<p>ทั้งนี้สำหรับการบริจาคที่กระทำผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e – Donation) ให้แก่ กสศ. ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566&nbsp;</p>



<p>2. กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดาหรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สิน หรือการขายสินค้า หรือสำหรับการกระทำตราสารอันเนื่องมาจากการบริจาคให้แก่ กสศ. ทั้งนี้ สำหรับการบริจาคที่กระทำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-25d62b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/08-ครม.ไฟเขียวร่างพรฎ-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>กระทรวงการคลัง เสนอว่า </p>



<p>1. กค. ได้ประมวลผลข้อมูลการรับบริจาคให้แก่ กสศ. ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 682) พ.ศ. 2562 พบว่ามีการบริจาคดังนี้ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f772cb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/08-ครม.ไฟเขียวร่างพรฎ-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>2. กสศ. ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2561 เป็นหน่วยงานของรัฐ และมีฐานะเป็นนิติบุคคลที่ไม่เป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายอื่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิที่จะรับและเข้าถึงการศึกษาและพัฒนาอย่างทั่วถึง รวมทั้งให้ความช่วยเหลือแก่เด็กและเยาวชนซึ่งขาดแคลนทุนทรัพย์จนสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน และศึกษาวิจัย และพัฒนาองค์ความรู้เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยได้เริ่มระดมทุนในปี พ.ศ. 2562</p>



<p>และจากข้อมูลสถิติข้างต้น พบว่าจำนวนผู้บริจาคและจำนวนเงินการรับบริจาคในส่วนของผู้บริจาคที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นมาก โดยจำนวนผู้บริจาคและจำนวนเงินบริจาคปี 2563 ปรับเพิ่มขึ้นจากปี 2562 เท่ากับ 2,159 ราย (ผู้บริจาคที่เป็นบุคคลธรรมดา 2,109 ราย และนิติบุคคล 50 ราย) ทั้งนี้ ผู้บริจาคส่วนใหญ่เป็นบุคคลธรรมดา และเมื่อพิจารณาจำนวนเงินที่บริจาคแล้ว ผู้บริจาคที่เป็นนิติบุคคลมีจำนวนเงินบริจาคที่สูงกว่าผู้บริจาคที่เป็นบุคคลธรรมดา&nbsp;</p>



<p>3. ในปี พ.ศ. 2562 – 2563 กสศ. ได้นำเงินบริจาคที่ได้รับไปใช้ในการช่วยเหลือนักเรียนยากจนพิเศษระดับชั้นอนุบาล และนักเรียนยากจนพิเศษระดับชั้น ป.1 &#8211; ป.3 ที่มีภาวะทุพโภชนาการ เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้มีการพัฒนาทักษะอาชีพและสมทบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนยากจนพิเศษที่เรียนดีและมีความพิการทางร่างกาย โดยมีจำนวนนักเรียนยากจนพิเศษที่ได้รับการช่วยเหลือรวมทั้งหมด 44,743 คน</p>



<p><strong>4. กค. พิจารณาแล้วเห็นว่า เนื่องจากการยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดาและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสำหรับการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่ กสศ. ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 682) พ.ศ. 2562 ได้สิ้นสุดไปแล้ว เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2563 แต่โดยที่ยังมีความจำเป็นต้องมีมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการบริจาคให้แก่ กสศ. ต่อไป </strong><strong></strong></p>



<p>ดังนั้นเพื่อเป็นการจูงใจให้มีการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่ กสศ. อย่างต่อเนื่อง และ กสศ. จะได้นำไปใช้ในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้ได้รับการสนับสนุนทางการศึกษาอันจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของประชาชน จึงสมควรขยายระยะเวลาการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีดังกล่าวออกไปอีก 3 ปี จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 เป็นสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2566 ทั้งนี้ สำหรับการบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e – Donation) ที่กระทำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566 รวมทั้งกำหนดเพิ่มเติมให้มีการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ สำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สินหรือการขายสินค้า หรือสำหรับการกระทำตราสารอันเนื่องมาจากการบริจาคให้แก่กองทุนดังกล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-113a4b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/08-ครม.ไฟเขียวร่างพรฎ-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>5. กสศ. ได้ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ครั้งที่ 1/2563 เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2563 และที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดาและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่ กสศ. ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 682) พ.ศ. 2562 ต่อไปอีก </p>



<p>6. กค. ได้ดำเนินการตามมาตรา 27 และมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 แล้ว ดังนี้&nbsp;</p>



<p>6.1 ประมาณการการสูญเสียรายได้ การกำหนดสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการบริจาคให้แก่ กสศ. มีผลทำให้จัดเก็บภาษีลดลงตลอดระยะเวลาการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีประมาณ 24 ล้านบาท อย่างไรก็ดี มาตรการนี้จะมีส่วนช่วยลดภาระการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลในด้านการศึกษาได้อีกทางหนึ่ง </p>



<p>6.2 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ดังนี้</p>



<p>1) ในด้านการศึกษา การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีข้างต้นจะส่งเสริมให้เกิดการบริจาคเพื่อการศึกษา โดย กสศ. จะสามารถนำเงินบริจาคไปสนับสนุนโรงเรียนที่ยังไม่มีหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนใดจัดสรรงบประมาณหรือเงินทุนให้ ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้เด็กและเยาวชนผู้ขาดแคลนได้รับการสนับสนุนทางการศึกษาจนสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน</p>



<p>2) ในด้านเศรษฐกิจ การได้รับเงินบริจาคจาก กสศ. จะช่วยส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนผู้ขาดแคลนได้รับการสนับสนุนทางการศึกษาจนสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ซึ่งเป็นรากฐานในการพัฒนาประเทศให้มีคุณภาพ ส่งผลในการสร้างรายได้ให้ประเทศและการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาว</p>



<p>3) ในด้านสังคม จะสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือทางสังคมในการส่งเสริมความเท่าเทียมทางการศึกษา และขจัดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา นำไปสู่การพัฒนาบุคลากรเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-ministry-eef-29-06-21/">ครม.ไฟเขียวร่างพรฎ.บริจาคให้ กสศ.ได้ลดหย่อนภาษี 2 เท่า</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
