<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พม. | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%9E%E0%B8%A1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 16 Sep 2025 09:41:52 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>พม. | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>พม.–กสศ. ใช้ระบบ พม. Smart และ Thailand Zero Dropout ช่วยเหลือเด็กเยาวชนหลุดจากระบบกว่า 10,000 คนกลับมาเรียน พร้อมลงนาม MOU เสริมกลไกการดูแลและคุ้มครองสิทธิทางการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-160925/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Sep 2025 09:41:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน]]></category>
		<category><![CDATA[พม.]]></category>
		<category><![CDATA[อนุกูล ปีดแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[พม. SMART]]></category>
		<category><![CDATA[10000 ชีวิตได้กลับมาเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=95992</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-160925/">พม.–กสศ. ใช้ระบบ พม. Smart และ Thailand Zero Dropout ช่วยเหลือเด็กเยาวชนหลุดจากระบบกว่า 10,000 คนกลับมาเรียน พร้อมลงนาม MOU เสริมกลไกการดูแลและคุ้มครองสิทธิทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) แถลงความสำเร็จ <strong>“10,000 ชีวิตได้กลับมาเรียน”</strong> จากการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบางที่หลุดจากระบบการศึกษาผ่านระบบ <strong>พม. Smart</strong> และ <strong>Thailand Zero Dropout</strong> พร้อมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อยกระดับกลไกการดูแลและคุ้มครองสิทธิทางการศึกษา และกดปุ่มความพร้อมโอนเงินสนับสนุนการกลับเข้าสู่การเรียนรู้และการพัฒนาทักษะอาชีพแก่เด็กที่ได้รับการค้นพบ</p>



<p>ภายในงานมีผู้ร่วมแถลงและเป็นสักขีพยาน ได้แก่ <strong>นายอนุกูล ปีดแก้ว</strong> ปลัดกระทรวง พม. พร้อมคณะผู้บริหาร, <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการ กสศ., <strong>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน</strong> ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ., ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดทั้ง 76 จังหวัด และนักวิจัยจากมูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ เข้าร่วมทั้งแบบ Onsite และออนไลน์</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-41.png" alt="" class="wp-image-95993" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-41.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-41-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-41-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-41-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-41-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-46.png" alt="" class="wp-image-95998" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-46.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-46-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-46-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-46-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-46-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p><strong>นายอนุกูล ปีดแก้ว</strong> กล่าวว่า กระทรวง พม. มีเป้าหมายสร้างสังคมที่ประชาชนทุกกลุ่มได้รับการพัฒนาและมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยได้พัฒนาระบบ <strong>พม. Smart</strong> ร่วมกับ กสศ. มาตั้งแต่ปี 2565 เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและสร้างโอกาสทางการศึกษาด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ ลดความซ้ำซ้อน และทำให้การช่วยเหลือรายบุคคลแม่นยำยิ่งขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-44.png" alt="" class="wp-image-95996" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-44.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-44-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-44-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-44-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-44-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>ขณะเดียวกันนโยบาย <strong>Thailand Zero Dropout</strong> ที่ผลักดันโดย กสศ. ได้ถูกยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อลดจำนวนเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาผ่าน 4 มาตรการหลัก ได้แก่ การค้นหาและติดตาม, การช่วยเหลือและส่งต่อ, การจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น และการประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน โดยล่าสุด มีเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบางจากระบบ พม. Smart จำนวน 7,322 คน ที่จะได้รับการสนับสนุนจาก กสศ. ทั้งค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาและการฝึกทักษะอาชีพ</p>



<p>“การพาเด็กเยาวชนกลับเข้าสู่การศึกษาเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นเหมาะสม คืองานเร่งด่วนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันผลักดัน ไม่ใช่ภารกิจของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง แต่คือวาระสำคัญระดับชาติ จึงขอฝาก พมจ. และคณะทำงาน One Home ทุกจังหวัด ร่วมขับเคลื่อนงานนี้ให้สำเร็จ” ปลัด พม. กล่าว</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-42.png" alt="" class="wp-image-95994" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-42.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-42-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-42-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-42-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-42-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>ด้าน <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> กล่าวว่า ความร่วมมือของทุกหน่วยงานทำให้จำนวนเด็กนอกระบบการศึกษาลดลงจากกว่า <strong>1.02 ล้านคนในปี 2566</strong> เหลือประมาณ <strong>880,000 คนในปี 2568</strong> ถือเป็นความก้าวหน้าที่สะท้อนพลังของการบูรณาการข้อมูลจากทุกหน่วยงาน</p>



<p>“ผลการศึกษาสถานการณ์ทางสังคมโดยมูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ พบว่าเด็กเยาวชนกลุ่มเปราะบางมักประสบปัญหาซ้ำซ้อน บางกรณีเผชิญปัญหารุนแรง ต้องได้รับการดูแลเป็นรายกรณี การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง พม. Smart และฐานข้อมูล Thailand Zero Dropout จะช่วยให้การช่วยเหลือเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-43.png" alt="" class="wp-image-95995" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-43.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-43-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-43-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-43-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-43-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-45.png" alt="" class="wp-image-95997" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-45.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-45-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-45-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-45-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-45-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>ผู้จัดการ กสศ. ยังเผยว่า เด็กเยาวชนที่ถูกพบจากระบบ พม. Smart และ Thailand Zero Dropout จำนวน 7,322 คน จะได้รับเงินสนับสนุนการกลับเข้าสู่การเรียนรู้และการพัฒนาทักษะอาชีพจาก กสศ. จำนวน 4,000 บาทต่อคน และผู้จัดการรายกรณีจะได้รับเงินสนับสนุนในการสำรวจดูแลเด็ก จำนวน 1,000 บาทต่อราย เพราะการดูแลเด็กเยาวชนกลุ่มเปราะบาง จำเป็นต้องอาศัยระบบสนับสนุนรายบุคคลและความร่วมมือใกล้ชิดจาก พมจ. และทีม One Home ในทุกจังหวัด เพื่อให้การดูแลรายบุคคลครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านสังคม การศึกษา และการดำรงชีวิต</p>



<p>“กสศ. พร้อมทำงานกับเครือข่ายวิชาการ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมการศึกษาที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ รวมถึงการติดตามและประเมินผลเพื่อปรับปรุงแนวทางช่วยเหลือให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม เป้าหมายคือการสร้างโอกาสการศึกษาให้เด็กทุกคน ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ” ผู้จัดการ กสศ. กล่าวสรุป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-160925/">พม.–กสศ. ใช้ระบบ พม. Smart และ Thailand Zero Dropout ช่วยเหลือเด็กเยาวชนหลุดจากระบบกว่า 10,000 คนกลับมาเรียน พร้อมลงนาม MOU เสริมกลไกการดูแลและคุ้มครองสิทธิทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“สุพรรณบุรี” เดินหน้า Thailand Zero Dropout ผนึก กสศ.–พม. ดูแลเด็กหลุดระบบทั้งจังหวัด</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-090625/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Jun 2025 11:31:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[พม.]]></category>
		<category><![CDATA[สุพรรณบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธิการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=93737</guid>

					<description><![CDATA[<p>จังหวัดสุพรรณบุรี ประกาศจุดยืนเดินหน้าแก้ปัญหาเด็กหลุดจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-090625/">“สุพรรณบุรี” เดินหน้า Thailand Zero Dropout ผนึก กสศ.–พม. ดูแลเด็กหลุดระบบทั้งจังหวัด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จังหวัดสุพรรณบุรี ประกาศจุดยืนเดินหน้าแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมทั้งจังหวัด ผ่านความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 ได้มีพิธีประกาศเจตนารมณ์ <strong>“สุพรรณบุรี Zero Dropout”</strong> ภายในงานมหกรรม “จังหวัดน่าอยู่สำหรับเด็ก ประจำปี 2568” ภายใต้แนวคิด “เปิดเทอมใหม่ ส่งน้องไปเรียน ปีที่ 4” ณ ห้องประชุมศิลปอาชา โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 อำเภอดอนเจดีย์ โดยความร่วมมือของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก และภาคีในพื้นที่&nbsp;</p>



<p>ในพิธีดังกล่าว <strong>ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ</strong> ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และ <strong>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน</strong> ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. ร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมี <strong>นายอนุกูล ปีดแก้ว</strong> ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ <strong>นายอุดม โปร่งฟ้า</strong> นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมเป็นประธาน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/1.jpg" alt="" class="wp-image-93738" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/2-1.jpg" alt="" class="wp-image-93739" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/2-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/2-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/2-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/2-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/2-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p><strong>นายพิริยะ ฉันทดิลก</strong> ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมคณะกรรมการขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout จังหวัดสุพรรณบุรี ได้ร่วมกันประกาศความมุ่งมั่นในการลดจำนวนเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้เป็นศูนย์ ด้วยความร่วมมือของทุกหน่วยงาน โดยวางมาตรการสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่</p>



<p>&nbsp;1.&nbsp; จะร่วมกันส่งเสริมสนับสนุนให้ความช่วยเหลือเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาหรือเด็กตกหล่นให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา โดยให้เด็กและเยาวชนมีความสมบูรณ์ทั้งร่างกายจิตใจวินัยอารมณ์สังคมสติปัญญา รวมถึงการมีทักษะความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพตามความถนัดและมีศักยภาพที่จะพึ่งพาตนเองในการดำรงชีวิตได้&nbsp;</p>



<p>2 . จะร่วมกันส่งเสริมสนับสนุนให้ความช่วยเหลือและดูแลรักษาเด็กและเยาวชนให้คงอยู่ในระบบการศึกษาหรือการเรียนรู้ จนสำเร็จการศึกษาภาคบังคับหรือระดับที่สูงกว่า&nbsp;</p>



<p>3 . จะร่วมกันยกระดับและสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กโดยส่งเสริมไปยังโรงเรียนหรือศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก</p>



<p>4 . จะร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้เด็กและเยาวชนในจังหวัด</p>



<p>พร้อมกันนี้ จังหวัดสุพรรณบุรียังได้ประกาศความพร้อมในการขับเคลื่อนมาตรการแก้ไขปัญหาเด็กที่ไม่มีชื่อในระบบการศึกษา ตามนโยบาย Thailand Zero Dropout ผ่านกลไกคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์จังหวัดสุพรรณบุรีและคณะอนุกรรมการในระดับอำเภอทุกพื้นที่ พร้อมทั้งร่วมกับภาคีเครือข่ายภายในจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนกลไกปกป้องและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของจังหวัดให้เข้าถึงการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีสิทธิ์เลือกสถานที่ เวลา และวิธีการเรียนรู้ตามความจำเป็นและเหมาะสม จนสามารถเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/3-1.jpg" alt="" class="wp-image-93740" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/3-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/3-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/3-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/3-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/3-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p><strong>นายอนุกูล ปีดแก้ว</strong> ปลัดกระทรวง พม. กล่าวว่า การประกาศเจตนารมณ์ในครั้งนี้ ถือเป็นการปักหมุดในพื้นที่ เพื่อยกระดับการขับเคลื่อนสวัสดิการสังคมในระดับจังหวัด พัฒนาด้านสิทธิและการปกป้องคุ้มครองเด็กไม่ให้ถูกทอดทิ้ง&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“เราเห็นสื่อต่าง ๆ สะท้อนผลกระทบที่เกี่ยวกับเด็กและเยาวชนกันมาตลอด ทั้งเรื่องการถูกทำร้ายการ ถูกล่วงละเมิด ถูกทอดทิ้ง การเลี้ยงดูไม่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังพบว่าปัญหาเด็กเยาวชนที่ตกหล่นจากระบบการศึกษาปี 2567 มีข้อมูลที่เด็กไม่มีชื่อในระบบการศึกษาถึง 9 แสนกว่าราย ซึ่งถ้าจะแยกเป็นสัดส่วนจะพบว่า ช่วงประถมวัยก่อนการศึกษาภาคบังคับพบ 28% ช่วงวัยการศึกษาภาคบังคับคือตั้งแต่ ป.1 ถึงมัธยม 3 พบ 40% และช่วงหลังการศึกษาภาคบังคับอีก 32%</p>



<p>“ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง 11 หน่วยงาน ในการขับเคลื่อนกลไกแก้ไขปัญหาเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาหรือได้รับการส่งเสริมการเรียนตามศักยภาพ ตามนโยบาย Thailand Zero Dropout ทุกหน่วยงานเห็นตรงกันว่า ควรให้เด็กเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา รวมถึงเด็กเยาวชนกลุ่มที่ขาดโอกาสยากจนหรือด้อยโอกาสต่าง ๆ สามารถที่จะเข้าถึงการศึกษาหรือว่าเข้าถึงการคุ้มครองทางสังคม&nbsp; รวมไปถึงมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความพร้อมเข้าสู่การศึกษาและก็การพัฒนาตนเองให้เต็มศักยภาพตามวัย&nbsp; ที่ควรจะได้รับการพัฒนาศักยภาพและนำไปสู่การพึ่งพาตนเอง”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/4.jpg" alt="" class="wp-image-93741" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/5.jpg" alt="" class="wp-image-93742" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/5.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/5-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/5-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/5-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/5-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>นายอนุกูล กล่าวอีกว่า เป้าหมายในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ระบุถึงการก้าวข้ามความยากจน ซึ่งทุกหน่วยงานเห็นตรงกันว่า ครอบครัวเด็กเยาวชนเหล่านี้ จะหลุดพ้นวงจรความยากจนได้จากพลังความร่วมมือในการทำงานด้านเด็กเยาวชนจากทุกภาคส่วน&nbsp; และเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ จังหวัดสุพรรณบุรี จะเป็นจังหวัดที่เป็นต้นแบบ เป็นศูนย์กลางสำคัญในการมุ่งการพัฒนาเด็กอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ทุกพื้นที่ปลอดภัย และเป็นมิตรกับเด็กเยาวชน จากความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคธุรกิจและทุก ๆ ภาคีเครือข่าย&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/6.jpg" alt="" class="wp-image-93743" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/6.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/6-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/6-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/6-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/6-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>ด้าน<strong> นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน</strong> ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. กล่าวระหว่างการเสวนาหัวข้อ “From Home to School” โดยระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังมีเด็กเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา กว่า 8.8 แสนคน เป็นตัวเลขที่ลดจากปีการศึกษา 2567 ที่มีอยู่ราว 1.02 ล้านคน การขับเคลื่อนเรื่องนี้ตามนโยบาย Thailand Zero Dropout&nbsp; ระบบการศึกษาและการเรียนรู้ จำเป็นที่จะต้องปรับให้ยืดหยุ่น ตอบโจทย์ชีวิตและปากท้อง ตอบโจทย์ความต้องการและความจำเป็นของเด็กได้ในทุกข้อจำกัด&nbsp;</p>



<p>ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า ปัจจุบันมีนวัตกรรม 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ, กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และศูนย์การเรียนโดยสถาบันทางสังคม ที่จัดการศึกษาเหมือนกับ สกร. ภายใต้สังกัด สพฐ. เป็นการจัดการศึกษาสำหรับผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ และพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับผู้เรียนรายบุคคล และบริบทชุมชน มีความยืดหยุ่นเรื่องเวลาและสถานที่&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/7.jpg" alt="" class="wp-image-93744" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/7.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/7-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/7-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/7-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/7-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>&nbsp;“การจัดการศึกษาในโรงเรียน เป็นเพียงรูปแบบหนึ่ง นอกจากการศึกษาในระบบแล้ว เรายังมีตัวช่วยให้น้อง ๆ เลือก เช่น การเรียนผ่าน Mobile School ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่น้อง ๆ สามารถเรียนรู้ผ่านโทรศัพท์มือถือได้&nbsp; เพราะฉะนั้นถ้าในวันนี้ น้อง ๆ พบว่าตัวเองไม่มีความสุขกับระบบการเรียน อย่าเพิ่งทิ้งการเรียน ควรมองหาทางเลือก หาทางอื่น อย่าเดินหนีไปเฉย ๆ พยายามคุยพูดคุยกับผู้ใหญ่ พ่อแม่ผู้ปกครอง บอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองเรียนในระบบไม่มีความสุข แต่อยากเรียนให้จบต้องทำอย่างไร</p>



<p>“จังหวัดสุพรรณบุรี มีคณะกรรมการจังหวัด มีคณะกรรมการอำเภอ และคณะกรรมการระดับพื้นที่ เพื่อดำเนินการค้นหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา สถานการณ์เด็กของจังหวัดสุพรรณบุรี ในปี 2568 พบว่า มีเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาที่อยู่ในช่วงอายุ 3-18 ปี จำนวน 9,086 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 24 ม.ค. 68) ซึ่งในจำนวนนี้จะได้รับการดูแลช่วยเหลือและเข้าสู่การดูแลในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง บางคนอาจจะกลับเข้ามาเรียนในระบบ ในห้องเรียน บางคนอาจจะไปเรียนกับ สกร. เรียนผ่าน Mobile School หรือรูปแบบที่เหมาะสม ซึ่งเชื่อว่ารูปแบบการศึกษาของสุพรรณบุรีจะทำให้น้อง ๆ ทุกคนสามารถสำเร็จการศึกษาได้ตามที่ตั้งใจ” นายพัฒนะพงษ์กล่าว</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/8.jpg" alt="" class="wp-image-93745" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/8.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/8-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/8-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/8-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/8-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p><strong>นางอภิญญา ชมภูมาศ</strong> อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กล่าวว่า กรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้ร่วมกับ กสศ. กระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แก้ไขปัญหาเด็กออกนอกระบบการศึกษาตามแนวทางของนโยบาย Thailand Zero Dropout เพราะเชื่อมั่นว่า การศึกษานั้นคือรากฐานของชีวิต ถ้าเด็กทุกคนได้รับการศึกษา มีทักษะมีอาชีพที่มั่นคง นั่นคือการช่วยให้แต่ละคน มีรากฐานชีวิตที่ช่วยให้เดินต่อไปได้ สู่การเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ</p>



<p>อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กล่าวว่า กระทรวง พม. ได้ขับเคลื่อนงานด้านเด็กและเยาวชน ตามนโยบาย 5×5 ฝ่าวิกฤตประชากร เพื่อเพิ่มคุณภาพและผลิตภาพของเด็กและเยาวชน ด้วยการส่งเสริมสถาบันครอบครัวและสถาบันการศึกษา ตามนโยบาย Thailand Zero Dropout หรือ เด็กทุกคนต้องได้เรียน และโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด โดยติดตามเด็กเมื่ออายุครบ 6 ปี รวมถึงการดำเนินงานของคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์จังหวัดสุพรรณบุรี และคณะอนุกรรมการฯ ระดับอำเภอ ในการแก้ปัญหาเด็กที่ไม่มีชื่อในระบบการศึกษา เพื่อร่วมกันสร้างเด็กและเยาวชน เป็นพลเมืองคุณภาพ</p>



<p>โดยได้ตั้งเป้าหมายในการขับเคลื่อนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กันยายน 2568 เพื่อให้การสนับสนุนเด็กที่เป็นกลุ่มเปราะบางได้เข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมให้ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐ ธุรกิจเอกชน ประชาชน และเครือข่ายจิตอาสาในระดับพื้นที่ เข้ามาเป็นหุ้นส่วนในการพัฒนาสังคม ด้วยการให้ความช่วยเหลือด้านการศึกษาแก่เด็กเปราะบางเป็นพลเมืองคุณภาพ ตลอดจนสนับสนุนทรัพยากรและความรู้ให้กับครอบครัวในการเลี้ยงดูเด็กเชิงบวก อีกทั้งส่งเสริมให้โรงเรียนเป็นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก หรือ โรงเรียนคุ้มครองเด็ก</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/9.jpg" alt="" class="wp-image-93746" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/9.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/9-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/9-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/9-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/9-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/10.jpg" alt="" class="wp-image-93747" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/10.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/10-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/10-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/10-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/10-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>“กรมกิจการเด็กและเยาวชนจะขับเคลื่อน 5 มาตรการ ประกอบด้วย&nbsp; 1. ส่งเสริมสถาบันครอบครัวสถาบันการศึกษานั้นให้มีความเข้มแข็ง&nbsp; 2 . ส่งเสริมเรื่องการดูแลสุขภาพกายสุขภาพจิตของเด็ก 3. ส่งเสริมให้มีศูนย์เด็กเล็กที่ใกล้บ้านใกล้ที่ทำงาน ที่มีมาตรฐาน มีความยืดหยุ่นและชุมชนเป็นผู้จัดการ 4. การพัฒนาทักษะชีวิตทักษะอาชีพตามวัยที่สอดคล้องกับสังคมที่เป็นพลวัต เน้นหนักเป็นเรื่องของการที่จะทำให้เด็กและเยาวชนนั้นมีทักษะชีวิตทักษะอาชีพที่เหมาะสมกับสภาพการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และ 5 การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตความสัมพันธ์ระหว่างวัย ซึ่งหากทั้ง 5 มาตรการ บรรลุเป้าหมาย เราเชื่อว่าจะทำให้เด็กที่เกิดน้อยลง เปี่ยมคุณภาพมากขึ้นได้”&nbsp; อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-090625/">“สุพรรณบุรี” เดินหน้า Thailand Zero Dropout ผนึก กสศ.–พม. ดูแลเด็กหลุดระบบทั้งจังหวัด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พม. ผนึกกำลัง กสศ. Kick off ‘ระบบ พม.Smart’ มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ ดูแลกลุ่มเปราะบางระดับพื้นที่ เริ่มใช้พร้อมกันทั่วประเทศ 1 ต.ค. นี้</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-260924-1/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Sep 2024 10:25:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยนเรศวร]]></category>
		<category><![CDATA[พม.]]></category>
		<category><![CDATA[พม.Smart]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=86704</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2567 นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-260924-1/">พม. ผนึกกำลัง กสศ. Kick off ‘ระบบ พม.Smart’ มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ ดูแลกลุ่มเปราะบางระดับพื้นที่ เริ่มใช้พร้อมกันทั่วประเทศ 1 ต.ค. นี้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2567 นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิด Kick off ระบบการขอรับความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคม (พม.Smart) โดยมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) มหาวิทยาลัยนเรศวร และมูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ เข้าร่วม</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1d2123"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/01-ข่าว-พม.-ผนึกกำลัง-กสศ.-Kick-off-‘ระบบ-พม.Smart_.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายอนุกูล ปีดแก้ว</strong> <strong>ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์</strong> กล่าวว่า การ Kick Off&nbsp; ‘ระบบการขอรับความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคม’ หรือ ‘พม.Smart’ ครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องของ กระทรวง พม. เพียงฝ่ายเดียว แต่คือความร่วมมือจากหลายฝ่าย จนเกิดจุดเปลี่ยนสำคัญต่อภารกิจดูแลประชาชน โดยเฉพาะในการทำงานรายกรณีหรือรายพื้นที่ ด้วยเครื่องมือที่จะเพิ่มความรวดเร็วในการช่วยเหลือ บนฐานข้อมูลอันเป็นประจักษ์และพิสูจน์ได้ ซึ่งจะทำให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปด้วยความแม่นยำและลดระยะเวลาได้มากขึ้น โดยเป็นการทำงานผ่าน อพม. 340,000 คน ทั่วประเทศผู้อยู่ใกล้ชิดผู้ประสบปัญหา ซึ่งสามารถนำเข้าข้อมูลจากหน้างานได้ทันที โดยไม่ต้องเดินทางเข้าไปที่เขตเมืองหรือศาลากลางตลอดเวลา ที่สำคัญคือ พม.Smart ยังตอบโจทย์นโยบายรัฐบาลเรื่องการพัฒนาระบบดิจิทัล เนื่องจากการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง คือหนทางหนึ่งของการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม กระทรวง พม. จึงขอแสดงความขอบคุณไปยังบุคคลและหน่วยงานทุกฝ่าย ที่มีส่วนร่วมทุ่มเททดลองระบบ จนสามารถเชื่อมั่นได้ว่า พม.Smart จะตอบสนองการดูแลความปลอดภัยของประชาชนได้อย่างแท้จริง&nbsp;</p>



<p>“ภารกิจนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินหน้าผลักดัน พม. ให้เป็นกระทรวงที่นำเทคโนโลยีมาให้บริการดูแลประชาชนได้ดียิ่งขึ้น โดยในวันที่ 1 ตุลาคม 2567 พม.Smart จะใช้งานทั่วประเทศ และจะเป็นจุดเปลี่ยนของการนำข้อมูลไปเชื่อมกับการวางแผนการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ซึ่ง อปท. หรือ อบจ. จะสามารถเข้ามาร่วมใช้ประโยชน์ได้ และนั่นหมายถึงผลดีที่จะเกิดกับประชาชนทุกคน โอกาสนี้ขอขอบคุณกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา มูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ คณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยนเรศวร และทีม พม. ที่สนับสนุนและมาช่วยกันอย่าง Smart ทุก ๆ ฝ่าย โดยเฉพาะ อพม. ผู้ทำงานในพื้นที่ เพราะหากท่านไม่นำเข้าข้อมูล ประโยชน์จากเครื่องมือก็จะไม่เกิดขึ้น” ปลัดกระทรวง พม. กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7dad6c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/03-ข่าว-พม.-ผนึกกำลัง-กสศ.-Kick-off-‘ระบบ-พม.Smart_.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-709395"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/02-ข่าว-พม.-ผนึกกำลัง-กสศ.-Kick-off-‘ระบบ-พม.Smart_.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของ กสศ. คือ สร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชน ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส รวมถึงส่งเสริมสมาชิกในครอบครัวให้มีความรู้ ได้รับการพัฒนาศักยภาพ อันเป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และยกระดับความสามารถของประชากรไทย รวมถึงเหนี่ยวนำให้เกิดการทำงานแบบบูรณาการเชื่อมโยงโดยหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีเป้าหมายในการสร้างโอกาสทางการศึกษาและสังคมเพื่อความเท่าเทียม โดยมีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นหน่วยงานหลักที่มุ่งสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมที่ทุกคนมีโอกาสได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง ซึ่ง พม.Smart ในวันนี้ ถือเป็นผลผลิตสำคัญหนึ่งของความร่วมมือ อันจะทำให้กลุ่มเป้าหมายคือเด็กเยาวชนและประชาชน ได้มีโอกาสเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการทางสังคมได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสม</p>



<p>นอกจากนี้ กสศ. ยังมีมาตรการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนที่ตกหล่นจากระบบระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) โดยตั้งต้นทำงานในพื้นที่นำร่อง 25 จังหวัด ที่จะเป็นพื้นที่ปฏิบัติการที่มีการดำเนินงานตามแนวคิดการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ ของ กสศ. โดยมีการทำงานร่วมกับ พมจ. ในบทบาทของผู้เชี่ยวชาญ พร้อมด้วยทีมสหวิชาชีพระดับจังหวัด ที่ร่วมวิเคราะห์และออกแบบแผนการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนเป็นรายกรณี และสนับสนุนให้ อพม. ร่วมทำงานในฐานะผู้สำรวจและดูแลติดตามเด็กและเยาวชนรายกรณีในระดับพื้นที่ เพื่อบรรลุเป้าหมายเดียวกันคือการนำเด็กและเยาวชนจำนวน 1.02 ล้านคนไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านการดูแลช่วยเหลืออย่างเหมาะสม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8dcfbc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/05-ข่าว-พม.-ผนึกกำลัง-กสศ.-Kick-off-‘ระบบ-พม.Smart_.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส</strong> กล่าวว่า ในอนาคต กสศ. กระทรวง พม. มหาวิทยาลัยนเรศวร และมูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ จะร่วมกันพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อขยายผลระบบการช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมาย พม.Smart ให้สามารถเชื่อมโยงกับระบบข้อมูล Thailand Zero Dropout บน Application สำหรับการค้นหาและช่วยเหลือเด็กนอกระบบการศึกษาเป็นรายกรณี ซึ่ง อพม. หรือ พมจ. ในหลายพื้นที่ได้ทดลองใช้แล้ว</p>



<p>“การทำงานประสานกันภายใต้เทคโนโลยีที่ทันสมัย จะช่วยให้เด็กเยาวชนเหล่านี้ได้รับการช่วยเหลือที่เหมาะสม ลดความซ้ำซ้อน เช่นแม่วัยรุ่นที่ยากจนและเป็นเด็กนอกระบบการศึกษา สามารถเข้าถึงสิทธิเงินสงเคราะห์สำหรับ<a href="http://www.oic.go.th/FILEWEB/CABINFOCENTER24/DRAWER022/GENERAL/DATA0000/00000204.PDF" target="_blank" rel="noopener" title="">ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและเดือดร้อนด้านการเงินจนไม่สามารถเลี้ยงดูเด็กได้</a> เพื่อให้แม่มีความพร้อมเข้าศึกษาต่อในรูปแบบที่เหมาะสมกับตนเอง หรือเด็กที่อยู่นอกระบบเนื่องจากความพิการก็สามารถเข้าถึงเงินสงเคราะห์และฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการได้ เป็นต้น ทั้งนี้การสนับสนุนส่งเสริมให้กลุ่มเด็กเยาวชนยากจนด้อยโอกาส รวมถึงสมาชิกในครอบครัว ได้รับบริการการคุ้มครอง และเข้าถึงชุดสิทธิประโยชน์ รวมถึงสวัสดิการที่เหมาะสม จะเป็นแนวทางของการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ที่เกิดขึ้นจากความไม่พร้อมทางสังคมได้”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-260924-1/">พม. ผนึกกำลัง กสศ. Kick off ‘ระบบ พม.Smart’ มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ ดูแลกลุ่มเปราะบางระดับพื้นที่ เริ่มใช้พร้อมกันทั่วประเทศ 1 ต.ค. นี้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“พม.” “กสศ.” และ “ซีพี ออลล์”  ลงนาม MOU ขยายผล ประชาสัมพันธ์ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินทางสังคม ESS Help Me ผ่านร้านเซเว่นฯ ทั่วประเทศ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-221123/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Nov 2023 08:22:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[พม.]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[ESS Help Me]]></category>
		<category><![CDATA[สุชาดา จัตุรภุชพิทักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[วราวุธ ศิลปอาชา]]></category>
		<category><![CDATA[อนุกูล ปีดแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ธนสุนทร สว่างสาลี]]></category>
		<category><![CDATA[กันตพงศ์ รังษีสว่าง]]></category>
		<category><![CDATA[ประสิทธิ์ ฉกาจธรรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=74577</guid>

					<description><![CDATA[<p>เดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นเดือนแห่งการรณรงค์ยุติความรุ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-221123/">“พม.” “กสศ.” และ “ซีพี ออลล์”  ลงนาม MOU ขยายผล ประชาสัมพันธ์ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินทางสังคม ESS Help Me ผ่านร้านเซเว่นฯ ทั่วประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นเดือนแห่งการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> ร่วมกับ<strong>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)</strong> และ<strong>บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)</strong> จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “เพื่อการประชาสัมพันธ์ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินทางสังคม (Emergency Social Service : ESS Help Me)” เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2566 โดยมี<strong>นายวราวุธ ศิลปอาชา</strong> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในพิธีลงนาม พร้อมด้วย<strong>นายอนุกูล ปีดแก้ว</strong> ปลัด พม. <strong>นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์</strong> ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)และ<strong>นางสาวสุชาดา จัตุรภุชพิทักษ์</strong> ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. ร่วมลงนาม</p>



<p>นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในงาน อาทิ  <strong>ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ</strong> กรรมการบริหาร กสศ. <strong>ดร.ธนสุนทร สว่างสาลี</strong> รองปลัดกระทรวง พม. <strong>นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง</strong> รองปลัดกระทรวง พม. <strong>นายประสิทธิ์ ฉกาจธรรม</strong> รองกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาความยั่งยืน บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เพื่อร่วมกันส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ระบบ : ESS Help Me ให้สังคมรับรู้ในวงกว้าง เพื่อลดความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นแบบฉุกเฉิน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a358e2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/นายวราวุธ-ศิลปอาชา.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม<br>และความมั่นคงของมนุษย์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ความร่วมมือดังกล่าวเป็นการต่อยอด ขยายผล และการประชาสัมพันธ์ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินทางสังคม <strong>‘ESS Help Me’</strong> ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ทั้งภายในและภายนอก เพื่อรณรงค์ให้ผู้บริหารตลอดจนพนักงานบริษัทฯ นักเรียน นักศึกษา สังกัดสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ และโรงเรียนสาธิตสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ตลอดจนลูกค้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ได้เข้าถึงช่องทางการรับแจ้งและระงับเหตุด่วนผ่านช่องทางการสื่อสารภายใน เช่น Application CP ALL Connect,  Desktop (All Users), Line Group (for commu) สำหรับกลุ่มพนักงาน และหน้าจอ POS, หน้าจอ Plan B  สำหรับกลุ่มลูกค้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ฯลฯ นอกจากนี้ยังวางแผนประชาสัมพันธ์ผ่านวงประชุมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการจัดกิจกรรม Roadshow ที่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์, วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์และโรงเรียนสาธิตสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ อีกด้วย</p>



<p>ทั้งนี้ <strong>กระทรวง พม. </strong>และ<strong> กสศ. </strong>พร้อมด้วยภาคีที่เกี่ยวข้อง<strong> </strong>จะร่วมกันพัฒนาระบบส่งต่อเด็กเยาวชนด้อยโอกาส และประชากรกลุ่มเปราะบาง ให้เข้าถึงสิทธิ สวัสดิการ การช่วยเหลือ และการคุ้มครองที่เหมาะสม เพื่อบรรเทาอุปสรรคในการเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการ ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม รวมถึงเป็นการสร้างและพัฒนาภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการบูรณาการการคุ้มครองดูแลและช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายหรือประชากรกลุ่มเปราะบางและด้อยโอกาส</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9b4cf7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/45-ร่วมกัน-หยุดความรุนแรงในครอบครัว-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2cf9ae"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/45-ร่วมกัน-หยุดความรุนแรงในครอบครัว-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>สำหรับระบบ ESS Help Me ถูกจัดทำและพัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือของ&nbsp; พม. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ กสศ. เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงช่องทางการรับแจ้งและระงับเหตุด่วนได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านแอปพลิเคชัน Line เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน 5 ประการ ได้แก่ 1. ข่มขู่ว่าจะทำร้ายหรือทำร้าย 2. กักขังหน่วงเหนี่ยว 3. เสี่ยงถูกละเมิดทางเพศ 4. ผู้คลุ้มคลั่งก่อให้เกิดเหตุร้าย และ 5. มั่วสุมก่อให้เกิดเหตุร้าย</strong>&nbsp;</p>



<p>สำหรับการแจ้งเหตุสามารถทำได้โดยเข้าไปกด ‘เพิ่มเพื่อน’ ทางแอปพลิเคชัน Line ในช่องค้นหา และพิมพ์คำว่า @esshelpme เข้าในช่องแชท จากนั้นสามารถกดแจ้งเหตุร้าย (เลือกเพียงหนึ่งเหตุการณ์) กดแชร์พิกัดตำแหน่งเกิดเหตุ และกรอกเบอร์ติดต่อ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ เมื่อดำเนินการครบทุกขั้นตอน ระบบจะส่งข้อมูลไปยังสถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุด และเมื่อมีเจ้าหน้าที่ตำรวจรับทราบแล้ว ระบบจะแจ้งเตือนสถานะการปฏิบัติงานมายังผู้แจ้งเหตุอีกครั้ง เพื่อแจ้งความเคลื่อนไหวของของสถานการณ์ให้ทราบ เช่น ระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปถึงที่เกิดเหตุ เป็นต้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a378de"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/45-ร่วมกัน-หยุดความรุนแรงในครอบครัว-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9e52b4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/45-ร่วมกัน-หยุดความรุนแรงในครอบครัว-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>อย่างไรก็ตาม นอกจากระบบ ESS Help Me จะทำหน้าที่ช่วยชี้เป้า เฝ้าระวัง และป้องกันเหตุฉุกเฉินทางสังคมให้แก่เด็กและเยาวชนในทุกจังหวัดทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว ระบบนี้ยังมีส่วนในการประสานสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้องให้เข้าไปร่วมดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่จำเป็นเร่งด่วนและตามความต้องการเป็นรายบุคคล ด้วยความตระหนักว่า ปัญหาครอบครัวเป็นปัญหาที่โยงใยกับอีกหลายมิติ ทั้งวงจรความยากจนข้ามรุ่น การหย่าร้าง ภาวะสิ้นหวังในชีวิตและการใช้ชีวิตเร่ร่อนของพ่อแม่ การใช้ความรุนแรง การถูกทอดทิ้ง รวมทั้งคุณภาพของสภาพแวดล้อมรอบตัวเด็ก เช่น การพนัน ยาเสพติด การใช้ความรุนแรง ซึ่งล้วนมีอิทธิพลต่อความเสี่ยงด้านพฤติกรรมและการศึกษาของเด็กโดยตรง&nbsp;</p>



<p>การดูแลปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องมีมาตรการเชิงรุกใน 2 ส่วน คือ หนึ่ง-พัฒนาระบบคุ้มครองทางสังคมเพื่อเด็กและเยาวชน โดยเชื่อมโยงทุกหน่วยงานในระดับชุมชน ท้องถิ่น ให้ทำงานร่วมกันเพื่อปกป้อง ดูแล คุ้มครองเด็กและเยาวชนในทุกมิติ ทั้งสุขภาพกาย ใจ ครอบครัว สังคม และการศึกษา โดยเฉพาะจากสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงต่อสวัสดิภาพความปลอดภัย ซึ่งส่วนกลางต้องสนับสนุนให้กลไกพื้นที่เข้มแข็ง สอง-มีมาตรการให้พ่อแม่ผู้ปกครองของนักเรียนยากจนสามารถยืนหยัดขึ้นมาพึ่งพาตัวเองได้อย่างภาคภูมิใจ ไม่ใช่มาตรการสงเคราะห์เงินช่วยเหลือเพียงอย่างเดียว แต่ไม่สามารถแก้ปมปัญหาที่แท้จริงได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1c5985"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/45-ร่วมกัน-หยุดความรุนแรงในครอบครัว-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>มีรายงานว่า ตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 31 ตุลาคม 2566 ได้รับการแจ้งเหตุแล้วเกือบ 1,300 กรณี ส่วนใหญ่เป็นเรื่องความรุนแรงในครอบครัว และมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนร่วมกัน ‘ปักหมุด หยุดเหตุ’ ผ่านระบบ ESS Help Me กว่า 400,000 จุด</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-221123/">“พม.” “กสศ.” และ “ซีพี ออลล์”  ลงนาม MOU ขยายผล ประชาสัมพันธ์ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินทางสังคม ESS Help Me ผ่านร้านเซเว่นฯ ทั่วประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เจาะลึก พม. Smart แอปพลิเคชันแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม เพื่อให้ผู้ด้อยโอกาสเข้าถึงสิทธิประโยชน์ของตนเอง นำไปสู่ ESS Thailand</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-2452/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Sep 2023 03:14:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[พม.]]></category>
		<category><![CDATA[อพม. SMART]]></category>
		<category><![CDATA[ESS Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์ นายแพทย์ศุภสิทธิ์ พรรณารุโนทัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=71834</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในปัจจุบัน ประเทศไทยยังมีเด็กและเยาวชนจำนวนมากที่ขาดโอก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-2452/">เจาะลึก พม. Smart แอปพลิเคชันแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม เพื่อให้ผู้ด้อยโอกาสเข้าถึงสิทธิประโยชน์ของตนเอง นำไปสู่ ESS Thailand</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในปัจจุบัน ประเทศไทยยังมีเด็กและเยาวชนจำนวนมากที่ขาดโอกาสทางการศึกษา โดยเฉพาะเด็กเยาวชนผู้ด้อยโอกาสที่ต้องหลุดออกจากระบบการศึกษาไป ด้วยสาเหตุและปัจจัยต่างๆ เด็กและเยาวชนเหล่านี้ไม่เพียงเผชิญกับความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเท่านั้น แต่ยังเผชิญกับความเหลื่อมล้ำทางสังคมด้วย</p>



<p>ความเหลื่อมล้ำทางสังคมนำมาสู่ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ดังนั้น โจทย์สำคัญที่จะต้องแก้ให้ได้คือการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม เพื่อทำให้คนด้อยโอกาส สามารถเข้าถึงสิทธิต่างๆ ที่พวกเขาพึงได้รับมากขึ้น</p>



<p><strong>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> และ <strong>มูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ</strong> จึงร่วมกันดำเนินโครงการ ‘การพัฒนาระบบการขอรับการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์’ หรือ ‘พม. Smart’ เพื่อพัฒนาระบบช่วยเหลือเด็กเยาวชนผู้ด้อยโอกาส</p>



<p>ที่ผ่านมา มีการทดลองใช้ พม. Smart ใน 2 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลกและสุโขทัย และเป้าหมายต่อไปคือการขยายผลไปใช้ในจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ</p>



<p>สนทนากับ <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการ กสศ. ถึงแนวคิดเบื้องหลังของการพัฒนาแอปพลิเคชัน พม. Smart เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคม และพูดคุยถึงปัญหาที่เด็กเยาวชนด้อยโอกาสต้องเผชิญ ตลอดจนมองเส้นทางข้างหน้าของแอปพลิเคชันตัวนี้ว่า จะพัฒนาไปในทิศทางใดเพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสได้มากขึ้น</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จุดเริ่มต้นของ พม. Smart</strong></h2>



<p>ความตั้งใจแรกของการพัฒนาแอปพลิเคชันตัวนี้ เริ่มจากการที่ กสศ. อยากจะทำการวิจัยเรื่องของสิทธิประโยชน์ของเด็กและเยาวชนในประเทศไทย คำถามตั้งต้นคือ เยาวชนในไทยควรจะมีสิทธิประโยชน์ในด้านใดบ้าง แล้วตอนนี้พวกเขามีสิทธิประโยชน์อะไรอยู่บ้าง และสำรวจต่อไปว่า สิทธิประโยชน์ของเยาวชนในต่างประเทศมีลักษณะอย่างไร เพื่อตอบสิ่งที่เราสงสัยคือ ตั้งแต่เกิดจนโต เด็กหนึ่งคนต้องการสิทธิประโยชน์อะไรบ้างเพื่อให้เขาสามารถเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ&nbsp;</p>



<p>โครงการดังกล่าวเริ่มทำระยะแรกในช่วงปี 2562 โดยความร่วมมือกับ <strong>ศาสตราจารย์ นายแพทย์ศุภสิทธิ์ พรรณารุโนทัย </strong>เพื่อหาคำตอบว่า ชุดสวัสดิการของเด็กและเยาวชนไทยควรมีอะไรบ้าง ก็ได้ข้อมูลมาพอสมควร เป็นลักษณะของการทบทวนวรรณกรรม เพื่อสำรวจว่าที่ผ่านมาเราทำอะไรไปแล้วบ้าง และมีข้อมูลตรงไหนที่เป็นประโยชน์ กระบวนการนี้กินเวลาประมาณ 1 ปี</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b284ad"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ต่อมาในระยะที่ 2 ช่วงปี 2563 เมื่อเราเริ่มก่อตั้งศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษาขึ้น ก็ทำให้เราพบว่า เวลาที่เด็กคนหนึ่งมีปัญหาหรือประสบภาวะด้อยโอกาส เขาไม่ได้เจอเพียงปัญหาใดปัญหาหนึ่ง แต่ต้องเผชิญปัญหาหลายๆ อย่างพร้อมกัน เช่น ความยากจน ความพิการ การถูกรังแก เร่ร่อน จนเป็นโจทย์ให้เราขบคิดว่า หากสถานการณ์เป็นแบบนี้ เราจะแก้ปัญหาที่จุดใดก่อน และถ้าแก้จุดไหนเรียบร้อยแล้ว ควรทำอะไรต่อไป เราสังเคราะห์ออกมาเป็นชุดความรู้ที่จะนำไปจัดการกับการศึกษาเชิงพื้นที่ ซึ่งมีปัญหาเด็กนอกระบบการศึกษา&nbsp;</p>



<p>แต่พอระยะที่ 2 จบลง ปัญหาที่ตามมาคือ แม้จะมีชุดความรู้ที่ใช้ในการจัดการกับปัญหาดังกล่าวแล้ว แต่กลับไม่มีใครเข้ามาสนับสนุนตัวระบบ ทำให้ปัญหาต่างๆ ไม่ถูกแก้ไขตามระบบที่วางแผนไว้ เพราะสวัสดิการจะต้องไปควบคู่กับระบบงบประมาณ แต่หลายครั้งงบประมาณในแต่ละพื้นที่ก็มีจำกัด และอาจไปไม่ถึงผู้ที่เดือดร้อนและด้อยโอกาส&nbsp;</p>



<p>จึงนำมาสู่การทำงานในระยะที่ 3 ซึ่งก็คือการพัฒนาระบบ พม. Smart ที่ในระยะแรกยังไม่ได้เป็นแอปพลิเคชันแต่อย่างใด โจทย์ในครั้งนี้คือ เมื่อนำงานวิจัยที่เราทำมาทั้งหมดไปใช้จริงในพื้นที่ มันได้ผลไหม แล้วต้องใช้ในลักษณะไหนจึงจะได้ประโยชน์สูงสุด แต่ทางโครงการ พม. Smart ที่จะทำในจุดนี้ ก็มีข้อจำกัดว่า ต้องการให้นำระบบไปทดลองใช้ในพื้นที่ที่มีฐานงานของ กสศ. อยู่บ้างแล้ว เพราะการเข้าถึงหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบมันง่ายกว่า เมื่อเทียบกับการให้ทีมงานลงพื้นที่เข้าไปแนะนำตัวในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคยกับ กสศ. หรือโครงการในลักษณะดังกล่าวเลย </p>



<p>เราทดลองใช้ใน 4-5 จังหวัด แต่ระบบดังกล่าวไปจุดติดในจังหวัดพิษณุโลก เนื่องจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (สนง.พมจ.) ที่พิษณุโลกทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก ประกอบกับทีมวิจัยที่ลงพื้นที่ได้นำวิธีวิจัยแบบการประเมินเชิงพัฒนา (developmental evaluation) หรือ DE เข้ามาใช้ ทำให้เราสามารถเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งว่าในพื้นที่ต้องการอะไร&nbsp;</p>



<p>ปัญหาที่ทีมพบจากการลงพื้นที่และใช้วิธีแบบ DE คือ หนึ่ง เอกสารเยอะ เอกสารประมาณ 10 หน้าต่อเด็กหนึ่งคน เมื่อต้องส่งต่อเคส ก็ต้องเอาเอกสารทั้งหมดส่งไปให้หน่วยงานอื่น ซึ่งแต่ละหน่วยงานก็มีรูปแบบในการบันทึกเอกสารที่แตกต่างกันอีก และหากกระบวนการทำงานมีหลายทอด มีหลายหน่วยงานรับผิดชอบ ก็จะเสียเวลารอให้หน่วยงานต่างๆ กรอกเอกสารใหม่ เพื่อปรับให้เข้ากับรูปแบบที่หน่วยงานของตนกำหนดไว้ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่กินเวลามาก และทำให้กระบวนการให้ความช่วยเหลือล่าช้า</p>



<p>ทาง กสศ. และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จึงพัฒนาระบบ พม. Smart ขึ้นเพื่อลดปัญหาความล่าช้าและยุ่งยากจากขั้นตอนการส่งเอกสารดังกล่าว และเพื่อทำให้การให้ความช่วยเหลือเด็กเยาวชนที่ด้อยโอกาสมีความรวดเร็วมากขึ้น </p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ระบบ พม. Smart เข้ามาช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสอย่างไร</strong></h2>



<p>ประการแรกคือโอกาส เพราะเมื่อประสบปัญหา เด็กคนนั้นจะถูกแยกตัวออกมา และพาไปอยู่ที่บ้านพักเด็ก เขาต้องกรอกแบบฟอร์มกว่า 20 หน้า หลังจากนั้นหากเป็นกรณีที่เด็กถูกละเมิดสิทธิ เด็กก็จะถูกส่งให้ทางตำรวจ ซึ่งแบบฟอร์ม 20 หน้าที่กรอกไป ก็ต้องกรอกกันใหม่เพื่อให้เข้ากับสำนวนของตำรวจอีก พอตำรวจสืบเสร็จสิ้น แล้วจะส่งตัวเด็กกลับไปให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง เขาก็ต้องมาทำเอกสารให้เหมาะสมกับหน่วยงานนั้นอีก มันจึงเกิดความล่าช้า แต่พอใช้ระบบ พม. Smart มันก็ลดขั้นตอนลงไปเยอะ และดำเนินการผ่านระบบได้เลย </p>



<p>ในช่วงแรก ระบบ พม. Smart ดำเนินการผ่าน LINE เป็นหลัก แต่เพื่อความสะดวกมากขึ้น เพื่อรองรับระบบที่ขยายใหญ่ขึ้น และเพื่อให้รองรับและใช้ระบบดังกล่าวได้ทั่วประเทศ จึงมีการพัฒนาแอปพลิเคชัน พม. Smart ขึ้นมาในภายหลัง</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ระบบที่ดำเนินการบนแอปพลิเคชัน พม. Smart มีความแตกต่างจากตอนที่ระบบดำเนินการบน LINE อย่างไร</strong></h2>



<p>โจทย์คือระบบต้องเหมาะกับคนทำงานในระดับพื้นที่ ซึ่งก็คือ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) เพราะงั้นเราต้องทำให้ระบบมันสะดวกที่สุด ลดขั้นตอนลงให้มากที่สุด เพื่อให้พวกเขาสามารถทำงานได้ง่าย ซึ่งแอปพลิเคชันก็ตอบโจทย์ในจุดนี้</p>



<p>เมื่อพัฒนาเป็นแอปพลิเคชัน จุดยืนของ พม. Smart ก็ชัดเจนขึ้น ว่าเป็นระบบให้ความช่วยเหลือ โดยเริ่มใช้ที่จังหวัดสุโขทัย ขณะเดียวกันระบบแจ้งเหตุและการรับมือเหตุด่วนเหตุร้าย เช่น เด็กถูกทำร้าย จะถูกพัฒนาเป็นแอปพลิเคชันอีกตัวคือ ‘พิษณุโลกพร้อมช่วย’ ซึ่งใช้งานครั้งแรกที่จังหวัดพิษณุโลก และในเวลาต่อมาก็จะถูกพัฒนาต่อเป็น ‘ESS Thailand’ </p>



<p>การแตกออกมาเป็นแอปพลิเคชัน 2 ตัว คือ พม. Smart และ ESS Thailand ก็ทำให้การแบ่งประเภทของการให้ความช่วยเหลือชัดเจนยิ่งขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-226d39"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/Smart01.jpeg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การเก็บข้อมูลเด็กเยาวชนที่ด้อยโอกาสของ พม. Smart มีลักษณะอย่างไร และช่วยทำให้พวกเขาเข้าถึงสิทธิได้อย่างไร</strong></h2>



<p>เดิมทีแต่ละกรมก็มีการเก็บข้อมูลเป็นส่วนๆ เช่น เด็กและเยาวชนก้อนหนึ่ง ผู้พิการก็อีกก้อนหนึ่ง ในแต่ละก้อนก็จะแยกย่อยลงไปอีก แต่ละกรมก็มีฐานข้อมูลของตัวเอง แต่เมื่อดูในระดับพื้นที่ เด็กแต่ละคนไม่ได้เผชิญแค่ปัญหาเดียว ดังนั้น ถ้าเราเป็น อพม. เราไม่สามารถเปิดแอปพลิเคชัน 4-5 แอป เพื่อที่จะเข้าถึงข้อมูลในแต่ละส่วนได้</p>



<p>ดังนั้น พม. Smart จึงนำข้อมูลในแต่ละส่วนมาบูรณาการ เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวก และลดความทับซ้อนในการทำงานลง ในอนาคตเมื่อเด็กและเยาวชนเข้าถึงระบบนี้ เขาก็จะสามารถกรอกข้อมูลทีเดียวทุกด้าน และจะลดปัญหาการไม่เข้าถึงสิทธิด้านต่างๆ ของตัวเด็กด้วย</p>



<p>ยกตัวอย่างเช่นกรณีผู้พิการ เขาไม่สามารถไปที่ พม. และให้ พม. ดำเนินการออกบัตรคนพิการได้ด้วยตัวเอง แต่จะต้องได้รับการรับรองจากแพทย์ ดังนั้น ขั้นตอนก็คือผู้พิการจะต้องไปพบแพทย์ เพื่อขอใบรับรองว่ามีความพิการจริง จากนั้นจึงค่อยมายื่นเรื่องเพื่อขอรับบัตรคนพิการ เพื่อให้สามารถเข้าถึงสิทธิได้ แต่ปัญหาคือหากผู้พิการคนนั้นอยู่ในพื้นที่ห่างไกล การจะไปพบแพทย์ก็ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย และอาจมีค่าใช้จ่ายสูงในการเข้าถึงสิทธิ เช่น ต้องขายวัวสักตัวเพื่อให้ได้เงินค่าเดินทางไปพบแพทย์ให้ออกใบรับรอง&nbsp;</p>



<p>ในอนาคต เราจึงมีความตั้งใจว่า จะพัฒนาระบบให้สะดวกเพื่อช่วยให้คนเข้าถึงสิทธิมากยิ่งขึ้น เช่น หากไปพบแพทย์แล้ว แพทย์รับรองว่าพิการจริง แพทย์คนนั้นก็จะสามารถกดยืนยันในระบบผ่านแอปพลิเคชันได้เลยว่าบุคคลผู้นี้มีความพิการ และจะต้องได้รับสิทธิประโยช์ที่ควรจะได้รับ ไม่ต้องเอาบัตรรับรองจากแพทย์ ไปขอรับบัตรคนพิการให้ยุ่งยาก</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อนำแอปพลิเคชันมาใช้ อพม. ที่ทำงานในพื้นที่มีปัญหาในการใช้แอปพลิเคชันดังกล่าวหรือเปล่า</strong></h2>



<p>ไม่มีปัญหา ส่วนหนึ่งก็เพราะว่า เราก็มีการจัดอบรมเรื่องการใช้งานแอปพลิเคชัน พม. Smart ให้แก่ อพม. อยู่เสมอ ที่ผ่านมา เมื่อมีการอบรมที่กรุงเทพฯ เราก็พา อพม. ในแต่ละจังหวัดมาร่วมอบรม และหลังจากอบรมเสร็จสิ้น พอพวกเขากลับไป ด้วยความที่ อพม. ในพื้นที่แม้จะไม่ใช่วัยรุ่นหนุ่มสาว แต่ก็มีความรู้เรื่องเทคโนโลยี ทำให้การจัดการอบรมในรอบต่อๆ ไปสามารถทำผ่านช่องทางออนไลน์ได้ด้วย </p>



<p>ขณะเดียวกันในการออกแบบแอปพลิเคชัน พม. Smart ทีมวิจัยและพัฒนาก็ต้องลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจคนทำงานอย่าง อพม. ให้มากที่สุด เพราะหมุดหมายปลายทางคือเมื่อแอปพลิเคชันออกมาแล้ว พวกเขาต้องนำไปใช้งานได้จริง เพราะฉะนั้นแอปพลิเคชันจึงต้องถูกออกแบบบนพื้นฐานของความเข้าใจ อพม. และมีความเป็นมิตรกับผู้ใช้พอสมควร </p>



<p>ดังนั้น หลังนำแอปพลิเคชันมาใช้งาน เราจึงไม่พบปัญหาเรื่องการขาดความรู้ความเข้าใจทางเทคโนโลยีแต่อย่างใด</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>พม. Smart มีส่วนช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้อย่างไร</strong></h2>



<p>พม. Smart ไม่ได้ช่วยลดเพียงความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมด้วย เพราะช่วยให้เด็กเยาวชนกลุ่มที่ด้อยโอกาสเข้าถึงสิทธิได้ พอเขาพึงพาตัวเองได้ในระดับหนึ่ง ก็จะถูกส่งเข้ารับการศึกษาขั้นพื้นฐานแบบที่เด็กเยาวชนทุกคนพึงได้รับ</p>



<p>เพราะงั้นการจะลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จึงต้องลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมด้วย ซึ่งตัวระบบ พม. Smart ก็แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำดังกล่าว บนพื้นฐานของการทำให้เด็กเยาวชนด้อยโอกาสสามารถเข้าถึงสิทธิของตนเองได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d424cf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน การเดินทางของ พม. Smart เป็นอย่างไร</strong></h2>



<p>มันโตเร็วมาก ตอนแรกสุดเรากะว่า เราจะค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้ตั้งใจจะขยายพื้นที่ไปมากขนาดนี้ เราหวังแค่ให้เกิดการทำงานในระดับพื้นที่ โดยใช้องค์ความรู้ของเรามาช่วยเหลือเด็กเยาวชนที่ด้อยโอกาส และครอบครัวที่มีความเปราะบาง พม. Smart เป็นเพียงเครื่องมือ แต่กลายเป็นว่าเครื่องมือตัวนี้มันก็ประสบความสำเร็จมาก ไปไกลกว่าตัวองค์ความรู้ด้วยซ้ำ</p>



<p>แม้จะโตไวแบบนี้ เป้าหมายของเราก็ยังเหมือนเดิม เพียงแต่เราอาจต้องแบ่งกำลังคนเพื่อมาช่วยทำให้ระบบ พม. Smart ดำเนินต่อไปได้อย่างเข้มแข็งและมีเสถียรภาพ ส่วนในด้านการพัฒนาองค์ความรู้ เราก็ต้องทำต่อไปเหมือนเดิม ไม่งั้นสุดท้ายแอปพลิเคชันตัวนี้ก็จะเป็นแอปพลิเคชันที่ตาย มันจะต้องมีองค์ความรู้ควบคู่กันไป ไม่ใช่เป็นแค่แอปพลิเคชันเปล่าๆ</p>



<p>จุดต่อไปคือต้องแก้โจทย์เรื่องความทับซ้อนของสิทธิ ไม่ให้ระบบการจ่ายเงินจากสิทธิต่างๆ มันทับซ้อนกัน ซึ่งการจะพัฒนาตรงนี้ได้ เราจะต้องพัฒนาองค์ความรู้ต่อไป&nbsp;</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>อนาคตของ พม. Smart จะเดินไปในทิศทางไหน</strong></h2>



<p>อยากให้พัฒนาไปถึงจุดที่สามารถเชื่อมโยงระบบช่วยเหลือเด็กเข้าด้วยกันได้อย่างแท้จริง เพราะว่าตอนนี้มีหลายโครงการที่เราทำอยู่ แต่ยังไม่ได้เชื่อมถึงกัน ปัญหาบางอย่างของเด็กและเยาวชนอาจมีผู้เกี่ยวข้องมากกว่าหนึ่งหน่วยงาน แต่ถ้าในอนาคตเราทำให้ระบบต่างๆ สามารถเชื่อมกันได้ ก็จะทำให้ปัญหาด้านสิทธิหลายอย่างของเด็กเยาวชนที่ด้อยโอกาสได้รับการแก้ไขมากขึ้น</p>



<p>และจากข้อมูลที่เรารวบรวมไว้มาหลายปี เราคิดว่าหากสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาประมวลผลและแปรข้อมูลให้ออกมาในรูปแบบของชุดสถิติด้านต่างๆ ก็จะทำให้หน่วยงานอื่นๆ สามารถนำข้อมูลสถิติตรงนี้ไปใช้เพื่อแก้ปัญหาเรื่องสิทธิของเด็กเยาวชนได้อีกทางหนึ่ง</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-2452/">เจาะลึก พม. Smart แอปพลิเคชันแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม เพื่อให้ผู้ด้อยโอกาสเข้าถึงสิทธิประโยชน์ของตนเอง นำไปสู่ ESS Thailand</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. MOU ภาคีเครือข่ายพัฒนาระบบ ‘อพม. Smart’ และ ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินทางสังคม ‘ESS Thailand’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-mou-smart-ess-thailand-140323/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Mar 2023 09:27:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[พม.]]></category>
		<category><![CDATA[พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา]]></category>
		<category><![CDATA[อพม. SMART]]></category>
		<category><![CDATA[จุติ ไกรฤกษ์]]></category>
		<category><![CDATA[ESS Thailand]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=65359</guid>

					<description><![CDATA[<p>14 มีนาคม 2566 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-mou-smart-ess-thailand-140323/">กสศ. MOU ภาคีเครือข่ายพัฒนาระบบ ‘อพม. Smart’ และ ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินทางสังคม ‘ESS Thailand’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>14 มีนาคม 2566 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาระบบให้ความช่วยเหลือเด็กเยาวชนและผู้ประสบปัญหาทางสังคม ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ <strong>อพม. Smart</strong> และบันทึกความเข้าใจความร่วมมือในการพัฒนาระบบการแจ้งเหตุ ช่วยเหลือ และส่งต่อเด็กเยาวชนด้อยโอกาส เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาและสังคม หรือ ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน Emergency Social Services: <strong>ESS Thailand</strong> โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6e78b6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/05-กสศ.-MOU-ภาคีเครือข่ายพัฒนาระบบ-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ </strong>กล่าวว่า การดำเนินโครงการดังกล่าวทั้งระบบ อพม. Smart และ ระบบ ESS Thailand ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า สามารถช่วยเหลือประชาชนได้นับแสนคน และต้องขอขอบคุณ กสศ. และมูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ ตลอดจนความร่วมมือเป็นอย่างดีของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ได้พัฒนาและขยายผลระบบการช่วยเหลือดังกล่าวขึ้น เพื่อช่วยเหลือและส่งต่อเด็กเยาวชนด้อยโอกาสเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาและสังคมให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างเหมาะสม เป็นการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน รวมถึงกลุ่มเปราะบางให้สามารถเข้าถึงสิทธิและบริการ โดยมีอาสาสมัครจากส่วนต่าง ๆ เป็นผู้เฝ้าระวังเหตุและรับแจ้งเหตุทั่วประเทศ</p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา </strong>กล่าวว่า สำหรับความร่วมมือในการพัฒนาระบบการดูแล ช่วยเหลือเด็กเยาวชนด้อยโอกาส เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาและสังคม (การขอรับการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคม ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ : อพม. Smart) เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวง พม. และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อนำระบบการส่งต่อให้การดูแลช่วยเหลือเด็กเยาวชนและครอบครัวด้อยโอกาสที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนทางการศึกษาและสังคม ผ่าน application อพม.Smart บนโทรศัพท์มือถือด้วยบริการทางสังคมเชิงรุกในการดูแลช่วยเหลือในระดับพื้นที่</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3da301"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/05-กสศ.-MOU-ภาคีเครือข่ายพัฒนาระบบ-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โดยอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ อพม. สามารถแจ้งเหตุส่งข้อมูลขอรับความช่วยเหลือ ผ่าน  Web Application ระบบจะประมวลผลและติดตามข้อมูลได้แบบ Real Time  ระบบดังกล่าวจะช่วยลดขั้นตอน ภาระทางเอกสาร ระยะเวลา และกระบวนการทำงานระหว่าง อพม. และเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ข้อมูลที่ถูกจัดเก็บในระบบจะนำมาประมวลผลเพื่อสนับสนุนการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อสร้างความเสมอภาคให้กับเด็กเยาวชนและครอบครัวที่ด้อยโอกาสทางการศึกษาและสังคมต่อไป ซึ่ง กสศ. พม. และมูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ จะร่วมกันพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อขยายผลระบบการช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวผ่านระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยให้ครอบคลุมทั่วประเทศ</p>



<p><strong>ดร.ไกรยส </strong>กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับความร่วมมือในการพัฒนาระบบการแจ้งเหตุ ช่วยเหลือ และส่งต่อเด็กเยาวชนด้อยโอกาสและครอบครัว เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาและสังคม หรือ ระบบ Emergency Social Services: ESS Thailand  กสศ. ร่วมกับกระทรวง พม. สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พัฒนาระบบและกลไกในการสนับสนุนให้กลุ่มเป้าหมาย คือ เด็กเยาวชน กลุ่มเปราะบางและด้อยโอกาส และครอบครัว เข้าถึงการคุ้มครองทางสังคม สิทธิ สวัสดิการ และชุดสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสม  และสนับสนุนให้เกิดการบูรณาการเชื่อมโยงและส่งต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงานเพื่อประโยชน์ในการดูแล ช่วยเหลือเด็กเยาวชน กลุ่มเปราะบางและด้อยโอกาส และครอบครัวอย่างเหมาสมและทันท่วงที   </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8e8f1e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/05-กสศ.-MOU-ภาคีเครือข่ายพัฒนาระบบ-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“บทบาทของ กสศ. คือ การสนับสนุนให้เกิดการพัฒนา และบูรณาการฐานข้อมูลรายบุคคลระหว่างภาคี สำหรับการดูแลกลุ่มเปราะบางด้อยโอกาส และครอบครัว เพื่อบรรเทาอุปสรรคในการเข้าถึงการศึกษาหรือการพัฒนาตามศักยภาพ สนับสนุนการพัฒนางานวิจัย องค์ความรู้ เพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้กลุ่มเด็กเยาวชนยากจนด้อยโอกาส รวมถึงสมาชิกในครอบครัว ได้รับบริการ การคุ้มครอง  และเข้าถึงชุดสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เหมาะสม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เกิดขึ้นจากความไม่พร้อมทางสังคมได้ ตลอดจนเหนี่ยวนำความร่วมมือจากภาคีทุกภาคส่วน อาทิ เครือข่ายภาควิชาการ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการดูแลและช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายอย่างเหมาะสม ด้วยการพัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรมที่ทันสมัยและเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่และประเทศไทย ให้กลุ่มเป้าหมายได้รับสิทธิประโยชน์สวัสดิการตามช่วงวัยและตามกรณีได้อย่างเหมาะสม รวมถึงร่วมติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน ให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรมและมีประสิทธิผล” <strong>ผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าว</p>



<p>สำหรับการทำงานของระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินทางสังคม (Emergency Social Services: ESS) ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองทุนเสมอภาคทางการศึกษา ได้ร่วมกันดำเนินการเพื่อเป็นช่องทางในการรับแจ้งเหตุฉุกเฉินทางสังคมทั่วประเทศ จะให้บริการเฉพาะปัญหาที่มีความเร่งด่วน ผ่านระบบ Line OA สามารถค้นหาด้วยคําว่า @ESS Help Me ในระบบ Line และดำเนินการเพิ่มเพื่อน จากนั้นผู้ประสบปัญหาหรือผู้พบเห็นเหตุการณ์ จะสามารถแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายที่ประสบได้ โดยเลือกระบุปัญหาเป็น 5 กลุ่ม 1) ข่มขู่ว่าจะทำร้ายหรือทำร้าย  2) กักขังหน่วงเหนี่ยว  3) เสี่ยงถูกล่วงละเมิดทางเพศ 4) ผู้คลุ้มคลั่งก่อให้เกิดเหตุร้าย และ 5) มั่วสุมจนก่อให้เกิดเหตุร้าย เพียงเท่านี้ข้อมูลจะส่งเข้าไปยังกลุ่มไลน์ที่มีทีมสหวิชาชีพในพื้นที่นั้น ๆ เป็นแอดมินร่วมกันอยู่ อาทิ ตำรวจ พมจ.  หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัด อัยการจังหวัด หรือเครือข่ายในพื้นที่ ซึ่งหลังได้รับการแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีที่ใกล้จุดเกิดเหตุที่สุด รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จะเข้าไปดำเนินการระงับเหตุหรือบรรเทาเหตุที่เกิดขึ้นได้ในทันที</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-85082b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/05-กสศ.-MOU-ภาคีเครือข่ายพัฒนาระบบ-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าวว่า ระบบ ESS เป็นบริการแจ้งเหตุอิเล็กทรอนิกส์ที่สะดวก รวดเร็ว ผู้ใช้งานสามารถแชร์พิกัดจุดเกิดเหตุได้แม่นยำ ช่วยลดความเสี่ยงหรือความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนจากเหตุความรุนแรง ช่วยให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น ด้วยการรวบรวมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาไว้ในที่เดียวกัน จึงสามารถดูแลและส่งต่อผู้ประสบเหตุถึงมือทีมสหวิชาชีพได้ตรงกับสถานการณ์ปัญหา รวมถึงมีแนวทางในการดูแลความสูญเสียและความปลอดภัยของผู้ประสบเหตุต่อเนื่องในระยะยาว จนกลับมาดำเนินชีวิตในสังคมได้อีกครั้ง โดย พม. และกสศ.จะเริ่มเปิดใช้ระบบแจ้งเหตุ ESS ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2566 เป็นต้นไป และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 เมษายน 2566 ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ภายในงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติ และวันแห่งครอบครัว ประจำปี 2566</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-mou-smart-ess-thailand-140323/">กสศ. MOU ภาคีเครือข่ายพัฒนาระบบ ‘อพม. Smart’ และ ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินทางสังคม ‘ESS Thailand’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พม. ร่วมมือ กสศ. เปิดตัว &#8216;อพม. SMART&#8217; ระบบนำร่องช่วยเหลือเด็กเยาวชนกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-061122/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 06 Nov 2022 06:40:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[พม.]]></category>
		<category><![CDATA[อพม. SMART]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาระบบการขอรับการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=61537</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กองทุน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-061122/">พม. ร่วมมือ กสศ. เปิดตัว ‘อพม. SMART’ ระบบนำร่องช่วยเหลือเด็กเยาวชนกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และมูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ ร่วมกันดำเนินโครงการ “การพัฒนาระบบการขอรับการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์” หรือ “อพม. Smart” เพื่อพัฒนาระบบช่วยเหลือเด็กเยาวชนผู้ด้อยโอกาส โดยได้นำต้นแบบความสำเร็จใน 2 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ พิษณุโลกและสุโขทัย มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และจัดอบรมการใช้ระบบแก่เจ้าหน้าที่ หวังขยายผลทั่วประเทศ</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-040bc1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/จุติ-ไกรฤกษ์-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการ<br>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)</strong> กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญในการดำเนินงานของ พม. คือ การมุ่งสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมที่ทุกคนมีโอกาสได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างเท่าเทียมกัน มีความมั่นคงในชีวิตและมีคุณภาพชีวิตที่ดีตามความจำเป็นขั้นพื้นฐานบนสิทธิพลเมืองและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พม. จึงตระหนักและให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของคน และการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยเสริมพลังและให้ความสำคัญกับสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม เพื่อนำไปสู่การยกระดับหรือขยายหลักประกันด้านการคุ้มครองทางสังคมขั้นพื้นฐานให้ครอบคลุมและเพียงพอที่จะสามารถให้ทุกคนดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b0a57a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/Smart01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โดยคณะผู้วิจัยจากมูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ ร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดสุโขทัยร่วมกันจัดทำโครงการ การพัฒนาระบบการขอรับการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อพม. Smart เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคม รวมถึงกลุ่มเปราะบาง ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นการลดขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ และสะดวกรวดเร็วต่อประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และยังได้ขยายผลเพิ่ม 4 จังหวัด ได้แก่ อุตรดิตถ์ ชัยนาท เพชรบูรณ์ และพิจิตร ซึ่งทีมวิจัย ฯ สามารถขยายผลได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว โดยใช้งบประมาณของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และวันนี้ระบบ อพม. Smart สามารถใช้งานได้จริงใน 6 จังหวัด นำร่องแล้วได้รับเสียงตอบรับที่ดีจาก อพม. ในฐานะผู้ใช้งาน</p>



<p>“กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และมูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่กลุ่มเปราะบาง ขอขอบคุณหน่วยงานทั้งสองเป็นอย่างมากที่ได้มอบสิ่งดี ๆ นี้ให้แก่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และขอขอบคุณ อพม. ที่เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาระบบ อพม. Smart ให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2ceba5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/ศุภสิทธิ์-พรรณารุโณทัย.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศาสตราจารย์ นพ.ศุภสิทธิ์ พรรณารุโณทัย<br>ประธานมูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศาสตราจารย์ นพ.ศุภสิทธิ์ พรรณารุโณทัย ประธานมูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ </strong>กล่าวว่า ปัญหาที่สำคัญในการจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ สำหรับเด็กเยาวชนกลุ่มเปราะบางและผู้ด้อยโอกาส คือ กลุ่มเป้าหมายเหล่านี้มักประสบปัญหาที่มีลักษณะซ้ำซ้อน และบ่อยครั้งที่ปัญหานั้นมีความรุนแรงต้องได้รับการดูแลเป็นกรณีพิเศษ จำเป็นต้องมีการประสานงาน ส่งต่อ และความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ซึ่งการแก้ไขปัญหาเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับโอกาสที่เหมาะสมและเพียงพอ พร้อมทั้งปิดช่องว่างของปัญหาได้อย่างครอบคลุมควรมีการวางแผนการช่วยเหลือสนับสนุนได้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง และต้องมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้เพื่อการจัดการข้อมูลให้เหมาะสม</p>



<p>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จึงได้ดำเนินโครงการพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือเด็กและเยาวชนด้อยโอกาส โดยใช้กรอบแนวคิดของการวิจัยเชิงประจักษ์ในการดำเนินการ ร่วมกับแนวทางการประเมินผลผ่านการพัฒนา เพื่อให้สามารถเข้าใจผู้ใช้งานอย่างแท้จริง และสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงประเด็น ซึ่งผลจากการวิจัยระดับพื้นที่ส่งผลให้เกิดเป็นระบบ “พม. พิษณุโลกพร้อมช่วย” และ “อพม. Smart” ที่ใช้งานได้จริง จนปัจจุบันได้ขยายพื้นที่การใช้งานออกไปอีกถึง 4 จังหวัด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8fcb3d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/Smart02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โดยกระทรวง พม. ยังได้มีนโยบายที่จะขยายพื้นที่การใช้งานระบบ “อพม. Smart” ให้ครอบคลุมทั้ง 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร จึงได้กำหนดจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาระบบการขอรับการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือระบบ อพม. Smart” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายผลการใช้งานระบบการขอรับการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อพม. Smart และเพื่อพัฒนาระบบการส่งต่อข้อมูลข้ามหน่วยงาน เพื่อเป็นการการลดภาระทางด้านเอกสาร เพิ่มความรวดเร็วในการเข้าถึงและส่งต่อรายกรณี โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด นักสังคมสงเคราะห์ และอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทั้ง 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0148fb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/พัฒนะพงษ์-สุขมะดัน.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา </strong>เปิดเผยว่า ระบบการขอรับการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อพม. Smart กำลังจะก้าวไปอีกขั้น ด้วยความสนับสนุนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและมั่นคงของมนุษย์ ที่กำหนดให้มีการขยายการใช้งานออกไปสู่ทั่วประเทศ และด้วยพลังของพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดและอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ทุกท่านในวันนี้ ย่อมส่งผลให้ในที่สุดกลุ่มเป้าหมายคือ เด็กเยาวชนและกลุ่มเปราะบาง ได้รับการดูแลช่วยเหลืออย่างทันท่วงที</p>



<p>“ในนามของ กสศ. และ ภาคีวิชาการ มูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ ยังคงมุ่งมั่นและจะร่วมทำงานกับ พม. อย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาแนวทาง กระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ และไม่เพิ่มภาระให้กับผู้ปฏิบัติงาน สนับสนุนการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ&nbsp; มาช่วยให้เราสามารถระบุกลุ่มเป้าหมายและพื้นที่ทำงานที่ชัดเจน และการบูรณาการการทำงานทั้งในเชิงของงานข้อมูล งานวิชาการ และงานกลไกในระดับพื้นที่ ระดับจังหวัด เพื่อให้ท้ายที่สุดแล้วการทำงานในทุกระดับจะต้องสนับสนุนซึ่งกันและกันอย่างไร้รอยต่อ โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือ การป้องกันและช่วยเหลือเด็กเยาวชนที่มีความเสี่ยงหรือประสบปัญหา”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-061122/">พม. ร่วมมือ กสศ. เปิดตัว ‘อพม. SMART’ ระบบนำร่องช่วยเหลือเด็กเยาวชนกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เครียด-ซึมเศร้า-สูญเสีย ข้อเสนอ Roadmap การเยียวยาบาดแผลทางใจของเด็กๆ ช่วงวิกฤตโควิด-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-roadmaphealing-the-wounds-of-the-childs-heart-covid19/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 Sep 2021 05:31:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้ : Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[พม.]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[กรมกิจการเด็กและเยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[CPIS]]></category>
		<category><![CDATA[ดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์คุณธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[Child Protection Information System]]></category>
		<category><![CDATA[หนึ่งบ้าน หนึ่งโรงพยาบาล]]></category>
		<category><![CDATA[PTSD]]></category>
		<category><![CDATA[Post-Traumatic stress disorder]]></category>
		<category><![CDATA[ซึมเศร้า]]></category>
		<category><![CDATA[บาดแผลทางใจ]]></category>
		<category><![CDATA[Death Perception]]></category>
		<category><![CDATA[Roadmap]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=45575</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ขณะนี้ จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่แต่ละ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-roadmaphealing-the-wounds-of-the-childs-heart-covid19/">เครียด-ซึมเศร้า-สูญเสีย ข้อเสนอ Roadmap การเยียวยาบาดแผลทางใจของเด็กๆ ช่วงวิกฤตโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ขณะนี้ จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่แต่ละวันยังคงพุ่งสูง สร้างผลกระทบทั้งต่อผู้เสียชีวิตและบุคคลใกล้ชิด โดยเฉพาะเด็กที่มีบุคคลในครอบครัวติดโควิด ภาวะเครียด ซึมเศร้า ไปจนกระทั่งผลกระทบที่รุนแรงอย่างการการสูญเสียพ่อแม่หรือผู้ปกครอง</p>



<p>เมื่อเสาหลักของครอบครัวขาดหายไป&nbsp;</p>



<p>เด็กๆ จะอยู่อย่างไร ชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร&nbsp;</p>



<p>กสศ.มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณหมอสองท่าน&nbsp;</p>



<p><strong>คุณหมอดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ </strong>พูดคุยเกี่ยวกับระบบสารสนเทศเพื่อการคุ้มครองเด็ก CPIS และการช่วยเหลือแบบจิตสังคมของกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;</p>



<p><strong>รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม </strong>พูดคุยเกี่ยวกับการเยียวยาจิตใจเด็กที่สูญเสีย และวิธีจัดการความเครียดของเด็ก</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="1-cpis-%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81-%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B2-%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B9%81%E0%B8%A5-%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%B5-%E0%B8%88%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C-%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C">CPIS ฐานข้อมูลคุ้มครองเด็ก<br>แจ้งเคสเด็กเข้ามา มีหน่วยงานติดตามดูแล<br>แพทย์หญิงดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์<br>ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์</h2>



<p>ตัวเลขเด็กที่ติดเชื้อโควิด นับจากเดือนมกราคมถึงสิงหาคมนี้ ข้อมูลรายงานอยู่ที่ 134,329 คน ซึ่งทางกรมกิจการเด็กและเยาวชนได้จัดทำระบบฐานข้อมูล CPIS (Child Protection Information System) ซึ่งเป็นฐานข้อมูลเพื่อการคุ้มครองเด็ก มีทั้งไลน์ @savekidscovid19 และแอปพลิเคชันคุ้มครองเด็ก หรือสามารถโทร.ผ่านสายด่วน 1300 ได้&nbsp;</p>



<p>จากระบบ CPIS รายงานว่ามีเด็กที่ได้รับผลกระทบจากโควิดสะสมอยู่ที่ 1,068 ราย ในจำนวนนี้ทางกรมกิจการเด็กและเยาวชนได้ให้ความช่วยเหลือด้านสังคม เป็นเงินกองทุนคุ้มครองเด็ก เงินสงเคราะห์เด็กครอบครัวยากจน ทุนการศึกษา และทางสุขภาพจิตเข้าไปดูแลร่วมกับภาคส่วนทางสังคม เราใช้คำว่า จิตสังคม (Social Care) ดูแลไปพร้อมกัน มีการดูแลด้านจิตสังคมในเด็กที่สูญเสียครอบครัวจากโควิดหรือครอบครัวยากจนฉับพลัน ซึ่งจะมีผลทำให้เด็กไม่สามารถเรียนหนังสือได้&nbsp;</p>



<p>ถ้ามีรายงานเคสเข้ามาที่ระบบ CPIS มากขึ้น ยิ่งมีการรับรู้ถึงระบบช่วยเหลือนี้มากเท่าใด และมีเด็กเข้ามาในระบบมากเท่าไหร่ เราก็จะได้ดูแลช่วยเหลือเด็กได้มากขึ้นเท่านั้น ระบบก็จะแข็งแรงและเป็นที่รู้จักของผู้คน</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading" id="2-%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1">ความหมายของจิตสังคม</h4>



<p>จิตสังคมคือ การดูแลทางจิตและการดูแลทางสังคม การดูแลทางจิต ระบบสุขภาพดูแล การดูแลทางสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. ดูแล เราทำควบคู่กันไป การดูแลโดยจิตสังคมคือ หนึ่งคนจะมีกาย ใจ สังคม ควบคู่กันไปเสมอ</p>



<p>กรณีครอบครัวยากจนฉับพลันที่ขอความช่วยเหลือเข้ามาที่กระทรวง พม. กรมกิจการเด็กและเยาวชน มีจำนวน 2,541 ราย ส่วนเด็กที่สูญเสียพ่อแม่ผู้ดูแลมีจำนวน 364 ราย เราจำเป็นต้องเข้าไปดูแล เพราะเมื่อพ่อแม่ผู้แลเด็กเสียชีวิต จะกระทบจิตใจเด็กมาก หนึ่ง กระทบจิตใจเด็ก สอง กระทบเศรษฐกิจของครอบครัว เพราะครอบครัวไม่สามารถดูแลเด็กทั้งกายและใจได้เต็มที่เท่าเดิม&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7c1d05"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/06-พญ-ดุษฎี-ข้อเสนอ-roadmap.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">คุณหมอดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์<br>ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading" id="3-%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5-%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81">หนึ่งบ้าน หนึ่งโรงพยาบาล<br>เยียวยาบาดแผลทางใจเด็ก</h4>



<p>ถ้าคนที่หารายได้ลดลงหนึ่งคน โภชนาการของเด็กก็จะได้รับผลกระทบ จิตใจของเด็กอีก เด็กสูญเสียคนที่เขารักและผูกพันด้วย จะเป็นบาดแผลทางใจที่ต้องการการเยียวยา ทีมของกรมสุขภาพจิตขณะนี้ เรามีโมเดลชื่อว่า “หนึ่งบ้าน หนึ่งโรงพยาบาล” คือ หนึ่งบ้านพักเด็กและครอบครัว เราจะประสานให้ดูแลร่วมกับทีมของโรงพยาบาล ทีมของสาธารณสุข&nbsp;</p>



<p>เด็กที่พ่อแม่ผู้ดูแลเสียชีวิตจำนวน 364 ราย ทางบ้านและครอบครัวสามารถประสานมาทางสาธารณสุขเพื่อให้การปฐมพยาบาลทางใจร่วมกัน คือการดูแลจิตใจ ซึ่งการดูแลจิตใจ ถ้าเปรียบเทียบก็เหมือนเวลากระดูกขาหัก เราต้องดามขา ไม่เขยื้อน เพื่อมิให้เจ็บ ปฐมพยาบาลทางใจก็คล้ายๆ กัน เพื่อให้เด็กก้าวข้ามปัญหาหนักเหล่านี้ไปได้&nbsp;</p>



<p>พอผ่านพ้นช่วงปฐมพยาบาลทางใจ จะมีเด็กบางกลุ่มที่บอบช้ำ คือบาดแผลไม่ได้จบ ปฐมพยาบาลแล้วไม่หายเองตามธรรมชาติ เด็กบางคนเขาฟื้นเองได้ มีสังคม มีครอบครัวช่วยดู แต่บางคนก็ต้องเยียวยาจิตใจระยะยาวต่อ เพื่อให้เด็กที่สูญเสียแล้วเขาไม่ต้องเสียศูนย์</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading" id="4-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2">การสื่อสารกับเด็กที่สูญเสีย</h4>



<p>สำหรับเด็กแต่ละช่วงวัย มีความสามารถในการบอกเล่าความรู้สึกของตัวเองไม่เท่ากัน บ่อยครั้งเมื่อสูญเสียแล้วเด็กไม่ได้พูดออกมาตรงๆ ว่าหนูเสียใจ หนูรู้สึกแย่ ไม่โอเค ทำให้เด็กอาจถูกมองข้าม บางครั้งถูกมองว่าไม่ได้รับผลกระทบมากมาย แต่ที่จริงเด็กก็เจ็บได้เสียใจเป็นเหมือนกับผู้ใหญ่&nbsp;</p>



<p>ฉะนั้นอยากจะฝากสำหรับครอบครัวที่ดูแลเด็กที่สูญเสีย อย่ากลัวที่จะพูดคุยกับเด็กในเรื่องนี้ คนมักจะเลี่ยง ไม่แตะ ไม่พูดถึง เพราะไม่รู้ว่าจะคุยกับเด็กยังไง แต่ไม่ใช่การไปถามว่าเหตุการณ์ตอนนั้นเป็นไงนะ แค่ชวนให้ถามเด็กว่าหนูโอเคไหม หนูไหวหรือเปล่า หนูอยากให้พวกเราช่วยอะไรบ้าง เพื่อให้เด็กมีโอกาสบอกเล่าความสูญเสียหรือบอกเล่าความเสียใจ</p>



<p>ความทุกข์ใจที่เล่าแล้วมีคนรับฟัง จะช่วยเยียวยาเด็กในเบื้องต้น มันคือการที่เราเชื่อมใจไปกับเขา พยายามเข้าใจว่าเขารู้สึกอย่างไร แม้จะช่วยเอาพ่อหรือแม่คืนมาไม่ได้ แต่การที่เราดูแลให้เขาอยู่อย่างปลอดภัย สามารถบอกเล่าความรู้สึกได้ และรู้ว่าจะใช้ชีวิตต่ออย่างมีความหวัง มีพลังได้ยังไง จะได้รับการดูแลโดยใคร นี่คือสิ่งที่จะต้องบอกให้เด็กรู้อย่างชัดเจน เพราะจะทำให้เด็กมีทิศทางในการเดินต่อไปข้างหน้าได้</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="5-%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94-%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2-%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%86-%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%94-19-%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%A7-%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B5-%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8D%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99-%E0%B8%9C%E0%B8%AD%E0%B8%A8%E0%B8%B9%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1">เครียด-ซึมเศร้า-สูญเสีย<br>การเยียวยาบาดแผลทางใจของเด็กๆ ช่วงวิกฤตโควิด-19<br>รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี<br>กุมารแพทย์ผู้เชียวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น ผอ.ศูนย์คุณธรรม</h2>



<p>สภาวะป่วยทางจิตใจหรือโรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง (PTSD หรือ Post-Traumatic stress disorder) สามารถเกิดขึ้นได้จากการสูญเสียหรือเกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงมาก สภาวการณ์ที่เกิด Post-Traumatic ขึ้นอยู่กับลักษณะของเด็กและปัจจัยสภาพแวดล้อมที่เด็กเหล่านั้นอาศัยอยู่&nbsp;</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading" id="6-%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2">เด็กเล็กยังไม่รู้จักการสูญเสีย</h4>



<p>ถ้าเกิดกับเด็กเล็กอายุน้อยกว่าสิบปี หรือเด็กที่ยังไม่เข้าใจ Death Perception คือยังไม่รู้ว่าความตายนั้นหมายถึงอะไร เด็กอนุบาลไปจนถึงเด็ก ป.3 โดยเฉพาะเด็กอนุบาล เขาจะไม่เข้าใจว่าการที่พ่อแม่หายไปมันเกิดอะไรขึ้น เขาไม่เข้าใจแม้กระทั่งว่า ถ้าตายไปแล้วไม่ฟื้นกลับมานะ ถ้ากรณีเด็กโต ป.4 -5 ขึ้นไป เด็กจะรู้หมดแล้ว มี Death Perception รู้แล้วว่าการตายนี้คือการจากพราก ไม่มีการฟื้นขึ้นมา</p>



<p>เราจะต้องประเมินอาการแสดงออกในภาวะตึงเครียด สำหรับกลุ่มเด็กเล็ก การประเมินอาจดูไม่ออก อาจเห็นเด็กวิ่งเล่นไปมาอยู่ เขายังไม่รู้ว่าสูญเสียบุคคลสำคัญที่สุดของเขาไป ซึ่งจากไปไม่มีวันกลับ การประเมินเด็กเหล่านี้ต้องทอดระยะเวลาคือ ประเมิน ณ ขณะเวลานั้นด้วยและต้องดูแลต่อเนื่องกันไป ส่วนใหญ่จะปรากฏอาการภายใน 30 วัน แล้วสามารถหายได้เองภายใน 3 เดือน อันนี้ตามหลักการนะ แล้วถ้าเด็กตึงเครียดแล้วไม่หายล่ะ มีไหม ก็มีนะ อาจจะกลายเป็นภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล หรือกลายเป็นความหวาดผวา (Phobia) แสดงออกได้หลากหลายรูปแบบมาก</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">หาเจ้าภาพคอยดูแลเยียวยา เพื่อสร้างความรู้สึกปลอดภัย</h4>



<p>ทั้งเด็กเล็กและเด็กโตที่สูญเสียพ่อแม่ นอกจากต้องการปัจจัยสี่ คือ มีที่อยู่ที่ให้นอน มีข้าวให้กิน มีเสื้อผ้าใส่ได้ และยามเจ็บไข้ได้รับการเยียวยาแล้ว สิ่งที่ต้องดูแลควบคู่ขนานกันไปคือ ความรัก ความอบอุ่น และความปลอดภัย ต้องใช้คำว่า Sense of Secure เพราะว่าเด็กที่เจอกับเหตุการณ์สูญเสีย ย่อมมีภาวะไม่ปลอดภัย มีความรู้สึกว่าบ้านไม่ปลอดภัยหรือสังคมนี้ไม่ปลอดภัย เด็กเคยมีความรัก ความผูกพัน อยู่กับอ้อมอกพ่อแม่ แล้ววันดีคืนดีพ่อแม่ไม่รู้ไปไหน สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ทำให้เด็กอบอุ่นและปลอดภัย แล้วตามมาด้วย Sense of love คือ ความรัก การเห็นอกเห็นใจ&nbsp;</p>



<p>ความรู้สึกปลอดภัยต้องมาเร็วพอๆ กับการมีข้าวมียาให้กิน ไม่ได้เป็นขั้นตอนที่หนึ่งหรือสอง แต่ต้องเกิดคู่ขนานกันไปเลย สภาพแวดล้อมที่หรูหราไม่ใช่คำตอบ มีสถานที่ดีๆ ให้แล้วไม่ใช่แค่นั้น ต้องทำให้เด็กเกิดความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย ถึงแม้จะเป็นบ้านที่เล็ก แต่ถ้าเด็กนอนหลับโดยมีใครอยู่ข้างกายเขา นี่คือ sense of secure คือ ตัวเด็กเกิดความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย จากนั้นก็ใช้ความรัก ถ่ายทอดด้วยกายสัมผัส ไม่จำเป็นต้องพูดเยอะ การกอด แววตา ท่าทางของคนใกล้ชิดต้องสะท้อนถึงความรัก ความเข้าใจ</p>



<p>นี่คือสิ่งที่ต้องทำ เรื่องของที่อยู่เป็นยังไง ข้าวมีกินไหม มีอาการเจ็บไข้ได้ป่วยอะไร หรือจะต้องรับการรักษาต่อไปอย่างไร กิจกรรมเหล่านี้ต้องมีเจ้าภาพรับผิดชอบ ทำทุกสิ่งทุกอย่างแทนพ่อแม่ เราต้องสำรวจเพื่อจะแยกกลุ่มเด็ก หาเจ้าภาพดูแล&nbsp;</p>



<p>ถ้าเด็กมีครอบครัวขยาย ยังมีปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา ยิ่งเป็นผู้ปกครองที่เด็กรักอบอุ่นไว้วางใจ คนผู้นั้นต้องรับบทบาทแทนที่พ่อแม่ ไม่ใช่พี่เลี้ยงข้างนอก กับเด็กที่อยู่ในครอบครัวขนาดเล็ก เช่น พอพ่อแม่ไม่อยู่แล้ว เหลือเด็กคนเดียว เจ้าภาพก็อาจเป็นพี่เลี้ยงที่บ้านพักเด็ก ซึ่งต้องได้รับการฝึกและอยู่กับเด็กตลอดเวลา<strong>&nbsp;</strong></p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading" id="8-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94-%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2-%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81">วิธีจัดการความเครียด ซึมเศร้า สูญเสียของเด็ก</h4>



<p>เราจะไม่ไปถามปัญหาตอกย้ำ เว้นเสียแต่ว่าถ้าเด็กถาม เช่น ถ้าเด็กถามว่าพ่อแม่ไปไหน กรณีเป็นเด็กเล็กอนุบาล อาจใช้นิทานมาบอกเขาได้ในระดับหนึ่ง แล้วก็บอกเลยว่าเราจะเป็นคนที่มาอยู่ด้วยนะ ก็ใช้กิจกรรมเบี่ยงเบนความสนใจไป คือไม่ต้องลึกมาก แต่บอกระดับหนึ่งได้ว่าพ่อแม่ไปไหน&nbsp;</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-10ec49"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/07-รศนพ-สุริยเดว-ข้อเสนอ-roadmap.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี<br>กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ถ้าเป็นเด็กโต น่าจะรู้ความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เราจะไม่ตอกย้ำ ไม่ถามว่าทำอะไรแล้วเป็นยังไงบ้าง แต่จะใช้การเล่นเพื่อจัดการความเครียด เด็กมีสิทธิ์จะเสียใจ มีสิทธิ์ส่งสัญญาณความรู้สึกที่ไม่ดีออกมา ไม่ต้องเก็บกดไว้ ก็ให้สะท้อนออกมา ให้เขาระบายอารมณ์ความรู้สึกได้เลย อาจจะพูดกับเขาว่า “ถ้าหนูรู้สึกสูญเสีย รู้สึกเศร้าใจ ร้องไห้ออกมาเลย” ถ้าเราทำอะไรไม่ถูก ก็ใช้การกอด กายสัมผัส จะเป็นตัวช่วยเยียวยาและนำไปสู่การจัดการความเครียดรูปแบบอื่นได้ เช่น กรณีเด็กโตเราชวนเขาไปทำบุญ จะทำให้เขารู้สึกสบายใจมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>กรณีเด็กที่เป็น PTSD คือมีการสูญเสียใหม่ๆ อย่างน้อย 14 วันแรก หมอเข้าใจว่าน่าจะต้องอยู่กับเด็กตลอดเวลา ไม่ต้องทำงานเลยด้วยซ้ำ อันนี้หมายถึงเด็กโตด้วยนะ ส่วนเด็กเล็กต้องอยู่กับเขาตลอด เพื่อให้เขารู้สึกว่ายังมีใครบางคนอยู่ ถ้าทั้งเดือนได้ก็ยิ่งดี&nbsp;</p>



<p>อาการเด็กที่จะต้องดูแลพิเศษคือ ความหวาดผวา ตกใจกลัว อาจมีพฤติกรรมถดถอย เช่น เดิมเคยเลิกขวดนมแล้วกลับมาดูดขวดนม กัดเล็บกัดฟัน มีภาวะความรุนแรง มีความรู้สึกว่าโลกนี้ไม่ยุติธรรม รวมถึงนอนไม่หลับหรือหลับแล้วฝันร้าย&nbsp;</p>



<p>เจ้าภาพหรือคนเป็นพี่เลี้ยงจะต้องคอยสังเกตว่ามีอาการเหล่านี้ไหม ถ้ามีครั้งคราว การที่เรานอนอยู่ด้วยเป็นเพื่อน การทำให้เขาได้อยู่ในบรรยากาศที่อบอุ่นปลอดภัย อยู่กับเขาตลอดเวลา เวลาจะค่อยๆ เยียวยาแล้วใช้กิจกรรมบำบัดเข้าช่วย ไม่ว่าจะเป็นการเล่น การใช้ศิลปะ ก็จะช่วยเบาบางความรู้สึกที่แย่ๆ ออกไปได้&nbsp;</p>



<p>สำคัญสุดคือการใช้สิ่งแวดล้อมรอบบ้านช่วย เด็กเคยวิ่งเล่นใช้ชีวิตตรงนี้ ย่อมรู้จักกับคนแถวนี้ พาเด็กมามีส่วนร่วมตัดสินใจว่าควรจะอยู่ตรงจุดนี้หรือย้ายไปที่บ้านพักเด็ก ถ้าสมมติเด็กเลือกอยู่ที่เดิม ก็ต้องหาว่าใครที่สนิทชิดเชื้อ เป็นผู้ปกครองที่ไว้วางใจได้ ถ้าในชุมชนนั้นมีเจ้าหน้าที่ของรัฐ อสม. หรือผู้ใหญ่บ้านคอยดูแล ก็อาจให้เด็กอยู่ในพื้นที่นั้น เพื่อให้สามารถดูแลได้ตลอดเวลา โดยต้องถามเด็กก่อนว่าเขาอบอุ่นและปลอดภัยไหม รู้สึกดีไหม&nbsp;</p>



<p>ถ้าเป็นเด็กในเมือง ไม่มีพ่อแม่แล้ว กระทรวง พม.อาจต้องนำเด็กมาอยู่บ้านพักเด็ก ที่บ้านพักเด็กจะมีพี่เลี้ยงดูแล อย่างน้อยเกือบเดือน เพื่อเยียวยาจิตใจเด็กให้รู้สึกดีขึ้น ในระบบนิเวศปิด เป็นสถานที่ที่ไม่ใช่บ้านเดิม เป็นสถานที่ใหม่ แล้วคนก็ใหม่หมดเลย ต้องมีคนดูแลเขาตลอด&nbsp;</p>



<p>ภาวะตึงเครียดของเด็กที่สูญเสียพ่อแม่จะหายเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับทุนเดิมของแต่ละคน ถ้าเป็นครอบครัวขยาย มีผู้ปกครองที่เด็กสนิทไว้วางใจเป็นเจ้าภาพ เขาก็จะหายได้เร็ว</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading" id="9-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2-%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3">การเรียนของเด็กที่สูญเสีย ต้องทำอย่างไร</h4>



<p>การไปโรงเรียนและการเรียนออนไลน์ ขอให้บรรเทาเบาบางให้หมด ครูต้องรับรู้ว่าเกิดเหตุการณ์นี้กับเด็ก ต้องยกเลิกงานทั้งหลาย มิใช่ให้เด็กมาเก็บงานภายหลัง จะถือว่าไม่มีความเมตตาปรานี อย่ามัวห่วงตัวชี้วัด ขอให้กลับไปดูว่าก่อนที่เด็กสูญเสีย เด็กสามารถทำได้ ก็ให้ assume ไปว่าที่เหลือนั้นถือว่าผ่านทั้งหมด&nbsp;</p>



<p>ครูและเพื่อนๆ คอยถามไถ่ทักทาย คุยกันทางไลน์ ถึงแม้เด็กมาไม่ได้ก็สามารถคุยกันได้ ดึงเด็กมามีส่วนร่วม ให้เขามาเรียนตามที่สบายใจ ไม่คาดคั้น ไม่กดดัน ไม่คาดหวังอะไรมาก เพื่อให้เข้าสู่บรรยากาศสบายๆ ที่มีความรู้สึกที่ดีให้กัน เป็นสิ่งที่คุณครูสามารถออกแบบเป็นแผนฉุกเฉินขึ้นมาได้</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-35d06d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/Promote_1980x1080-แนวนอน-_2-logo-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p class="has-text-align-center">สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถ Download หนังสือเพื่อช่วยดูแลจิตใจเด็กที่สูญเสียเพราะโควิด-19<br>ได้ที่นี่ : <a href="https://www.eef.or.th/publication-play-to-take-care-of-children-minds/" title="https://www.eef.or.th/publication-play-to-take-care-of-children-minds/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">“การเล่น” เพื่อดูแลจิตใจเด็กๆ ที่เผชิญความสูญเสีย</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-roadmaphealing-the-wounds-of-the-childs-heart-covid19/">เครียด-ซึมเศร้า-สูญเสีย ข้อเสนอ Roadmap การเยียวยาบาดแผลทางใจของเด็กๆ ช่วงวิกฤตโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โควิด-19 ยังไม่จบ แนวโน้ม “เด็กกำพร้า” เพิ่มรายวัน กสศ. &#8211; ยูนิเซฟ เสนอเรียนฟรีจนจบ ป.ตรี พร้อมสร้างระบบช่วยเหลือพิเศษเด็กได้รับผลกระทบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-eef-unicef-the-trend-of-orphans-increases-daily/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Sep 2021 09:05:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[พม.]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[สุภัชชา สุทธิพล]]></category>
		<category><![CDATA[กรมกิจการเด็กและเยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต]]></category>
		<category><![CDATA[นิโคล่า บลั้น]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบสารสนเทศเพื่อการคุ้มครองเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[CPIS]]></category>
		<category><![CDATA[ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงวารุณี พรรณพานิช วานเดอพิทท์]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันเด็กแห่งชาติมหาราชินี]]></category>
		<category><![CDATA[แพทย์หญิงดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์]]></category>
		<category><![CDATA[UNCRC]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การยูนิเซฟประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=45362</guid>

					<description><![CDATA[<p>โควิด-19 ทำเด็กกำพร้าเพิ่มรายวัน นับจากวันเริ่มระบาดจนว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-eef-unicef-the-trend-of-orphans-increases-daily/">โควิด-19 ยังไม่จบ แนวโน้ม “เด็กกำพร้า” เพิ่มรายวัน กสศ. – ยูนิเซฟ เสนอเรียนฟรีจนจบ ป.ตรี พร้อมสร้างระบบช่วยเหลือพิเศษเด็กได้รับผลกระทบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โควิด-19 ทำเด็กกำพร้าเพิ่มรายวัน นับจากวันเริ่มระบาดจนวันนี้มีเด็กกำพร้าเพิ่มขึ้นกว่า 369 คน ที่ผู้ดูแลเสียชีวิตจากโควิด-19 เผยข้อมูลสามจังหวัดชายแดนใต้สูงสุด ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ระบุควรเร่งฉีดวัคซีนครูพร้อมหามาตรการความปลอดภัยเด็กรับมือเปิดเทอม กสศ.ชี้ ต้องมีมาตรการพิเศษเรียนฟรีถึงระดับอุดมศึกษา ขณะที่ยูนิเซฟระบุต้องสร้างระบบการช่วยเหลือพิเศษเด็กได้รับผลกระทบ</strong></p>



<p>เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2564 ศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19 โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กรมสุขภาพจิต และองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย แถลงข่าวเรื่อง ‘สถานการณ์เด็กติดเชื้อ เด็กกำพร้า ผลกระทบจากโควิด-19 และการเยียวยาฟื้นฟู’&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c85097"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/04-โควิด-19-ยังไม่จบ_01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>นางสุภัชชา สุทธิพล อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน</strong> กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบในวงกว้าง กลุ่มเด็กยังคงจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลโควิด-19 พบมีเด็กติดเชื้อสะสมตั้งแต่ 1 มกราคม – 4 กันยายน 2564 จำนวน 142,870 คน แบ่งเป็น กทม. 31,111 คน และภูมิภาค 111,759 คน โดยยังคงติดเชื้อรายวันมากกว่า 2,000 ราย ที่สำคัญผู้เสียชีวิตเฉลี่ยรายวันยังคงขึ้นลงมากกว่า 200 รายต่อวัน ซึ่งหากผู้เสียชีวิตเป็นพ่อแม่หรือผู้ปกครองของเด็กก็จะส่งผลให้มีเด็กกำพร้าเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวง พม. ร่วมกับศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19 ได้มีการช่วยเหลือเด็กที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ ตั้งแต่ 1 มกราคม – 4 กันยายน 2564 จำนวนทั้งสิ้น 9,565 คน&nbsp;</p>



<p>สำหรับกลุ่มเด็กกำพร้า นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใย ได้มอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำรวจข้อมูลตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม – 4 กันยายน 2564 พบเด็กกำพร้าจำนวน 369 คน โดยกำพร้าบิดามากที่สุด 180 คน กำพร้ามารดา 151 คน กำพร้าทั้งบิดาและมารดา 3 คน และกำพร้าผู้ปกครอง 35 คน ภาคใต้พบเด็กกำพร้ามากที่สุด 131 ราย ร้อยละ 71.54 อยู่ในช่วงอายุ 6 &#8211; 18 ปี และร้อยละ 33.06 เป็นเด็กที่เรียนชั้นประถมศึกษา&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-58a7b2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/05-info-03-scaled.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ปัจจุบันเด็กกำพร้า 369 คน ได้รับการดูแลในรูปแบบครอบครัว 367 คน (อยู่กับพ่อหรือแม่ 231 คน อยู่กับครอบครัวเครือญาติ 133 คน และอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์อาสาสมัคร 3 คน) และอยู่ในบ้านพักเด็กและครอบครัว/สถานสงเคราะห์เพื่อจัดหาครอบครัวทดแทน 2 คน ทั้งนี้ข้อมูลเด็กกำพร้าจะถูกบันทึกลงในระบบสารสนเทศเพื่อการคุ้มครองเด็ก CPIS เพื่อใช้ในการวางแผนการดูแลและการจัดบริการให้แก่เด็กทั้งระยะสั้นและระยะยาว&nbsp;</p>



<p>“ในปีงบประมาณ 2565 กระทรวง พม. เตรียมรองรับการจัดสวัสดิการให้กับเด็กและครอบครัว โดยคณะกรรมการบริหารกองทุนคุ้มครองเด็กให้ความสำคัญในการช่วยเหลือเด็กรายบุคคล ด้วยการสนับสนุนครอบครัวและครอบครัวอุปถัมภ์ให้ได้รับบริการเพื่อสนับสนุนการดูแลเด็ก&nbsp; คาดว่าจะมีเด็กได้รับความช่วยเหลือประมาณ 1,600 คน นอกจากนี้ยังมีเงินอุดหนุนการให้บริการสวัสดิการเด็กในครอบครัวยากจนอีกด้วย” อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชนกล่าว&nbsp;</p>



<p><strong>ศาสตราจารย์สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคประชาสังคม กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา </strong>กล่าวว่าจากการลงพื้นที่ของ กสศ.ในช่วงที่ผ่านมา เราพบว่าเด็กส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบ 80% คือเด็กยากจนด้อยโอกาสในชุมชนแออัด ที่นอกจากเหลื่อมล้ำด้านเศรษฐกิจแล้ว ยังเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา วันที่เราส่งพวกเขากลับบ้าน เราจะพบเห็นคลื่นปัญหาที่ต้องเผชิญต่อไปคือความยากจน เพราะพ่อแม่ที่ป่วยไข้ก็ตกงาน ไม่ได้กลับไปทำงาน ถูกเลิกจ้าง ไม่มีเงินซื้ออาหาร ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน ไม่นับเรื่องการเรียนออนไลน์ ไม่มีอุปกรณ์ ไม่มีความพร้อมใดๆ และมีความเสี่ยงที่จะไม่ได้กลับมาเรียนอีก ภารกิจจากนี้คือการติดตาม เยียวยาป้องกันไม่ให้เด็กกลุ่มนี้หลุดออกจากระบบการศึกษา โดย กสศ.มีโครงการนำร่องช่วยเหลือเด็กที่ประสบวิกฤตทางการศึกษา และการฟื้นฟูทักษะอาชีพให้แก่พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7f1e22"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/04-โควิด-19-ยังไม่จบ_02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“สำหรับเด็กกำพร้า เสนอให้รัฐบาลออกมาตรการเรียนฟรีจนถึงระดับอุดมศึกษา ครอบคลุมทั้งกลุ่มที่สูญเสียพ่อแม่เพราะการติดเชื้อโควิด-19 หรือเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายเพราะวิกฤตเศรษฐกิจ นอกจากนี้ต้องให้คำแนะนำแก่ครูและโรงเรียนในการเตรียมความพร้อม เพื่อดูแลเด็กนักเรียนที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักหรือสมาชิกครอบครัวจากวิกฤตโควิด-19 โดยแม้เด็กจะกลับมาเข้าห้องเรียนได้ แต่สภาพจิตใจอาจยังไม่พร้อมสมบูรณ์”</p>



<p><strong>ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์สมศักดิ์ โล่ห์เลขา</strong> <strong>ประธานราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย</strong> กล่าวว่า จากจำนวนเด็กที่ป่วยในช่วงแรก 997 คน หรือคิดเป็น 6% ต่อมาได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนถึง 1.4 แสนคน หรือคิดเป็น 14% ของผู้ติดเชื้อและติดเชื้อจากที่บ้าน เพราะโรงเรียนยังไม่ได้เปิด เด็กที่ป่วยแล้วเสียชีวิตจำนวน 20 คน เป็นเด็กที่มีโรคประจำตัวมาก่อนแล้ว โดยกลุ่มเด็กที่ติดเชื้อสูงสุดคือ 12-18 ปี คิดเป็น 38% รองลงมาคือ 6-12 ปี คิดเป็น 32% และอายุต่ำกว่า 6 ปีประมาณ 5% โดยเด็กอายุ 6-12 ปียังไม่พบการเสียชีวิต และเด็กเสียชีวิตน้อยกว่าผู้ใหญ่ เพราะมีภูมิคุ้มกันต่อสู้กับเชื้อใหม่ดีกว่า&nbsp;</p>



<p>“ตอนนี้มีปัญหาถกเถียงกันว่าจะเปิดโรงเรียนได้ไหม ซึ่งในประเทศญี่ปุ่นล็อกดาวน์ทั้งหมด ยกเว้นโรงเรียน สิงคโปร์และอเมริกาก็บอกว่าต้องเปิด ที่เด็กไม่ได้ฉีดวัคซีนเพราะไม่มีวัคซีนสำหรับเด็ก วัคซีนที่ขึ้นทะเบียนใช้กับเด็กได้มีตัวเดียวคือไฟเซอร์ ใช้ได้กับเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป เด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ตัวเล็ก จะบอกว่าผู้ใหญ่ฉีดได้ เด็กก็ฉีดได้เหมือนกัน เพราะการตอบสนองและภูมิคุ้มกันไม่เหมือนกัน อเมริกาทดสอบไปสามพันคนไม่มีปัญหา แต่พอฉีดเป็นแสนคนพบกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบหลายคน ทำให้เราต้องรอบคอบ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e52896"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/04-โควิด-19-ยังไม่จบ_03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการที่เด็กไม่ไปโรงเรียนเสียหายมาก ทั้งการเรียนรู้ การออกกำลังกาย และการเข้าสังคม และสุดท้ายสร้างปัญหาเด็กลาออกจากโรงเรียน สร้างความเหลื่อมล้ำมาก สิ่งที่ต้องดำเนินการคือ การหามาตรการรับมือเปิดเทอมโดยแนวการป้องกันคือ <strong>1) ฉีดวัคซีนให้ครบทุกคน ผู้ปกครอง ครู คนในบ้าน</strong> เพราะหากผู้ใหญ่ไม่ติดเชื้อ เด็กก็ไม่ติดเชื้อ เพราะการฉีดวัคซีนให้เด็กอาจต้องรอบคอบ ในอนาคตจะมีวัคซีนที่ปลอดภัย แต่ตอนนี้ยังเป็นแค่การใช้ฉุกเฉิน รออีกสักพักก็อาจมีวัคซีนที่ปลอดภัยกว่า และ <strong>2) เน้นการใส่หน้ากากอนามัยทั้งที่บ้านและโรงเรียน รวมทั้งการเว้นระยะห่าง ล้างมือ </strong>ใครป่วยหรือมีประวัติสัมผัสผู้ติดเชื้อต้องหยุดอยู่บ้าน ทำความสะอาดห้อง และควรมีการทดสอบเด็กเป็นระยะ ในช่วงที่มีการระบาดหนัก ส่วนเวลาที่ไม่ระบาดหนัก อาจตรวจเฉพาะคนที่มีอาการ ไม่จำเป็นต้องใช้สูตรเดียวทั้งประเทศแต่ขึ้นอยู่กับพื้นที่ เช่น นักเรียนติดคนเดียวก็ไม่จำเป็นต้องปิดทั้งโรงเรียน เพราะสร้างความเสียหายมาก อาจจะให้หยุดเฉพาะคนที่สัมผัสใกล้ชิด มีความเสี่ยงสูง</p>



<p><strong>รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงวารุณี พรรณพานิช วานเดอพิทท์ กุมารแพทย์ประจำสถาบันเด็กแห่งชาติมหาราชินี</strong> กล่าวว่า จากผลวิจัยล่าสุดของประเทศอังกฤษที่ติดตามระยะเวลาการเจ็บป่วยในเด็กวัยเรียนอายุ 5-17 ปี พบว่าอาการ Long Covid จะมีผลต่อเด็กโตมากกว่าเด็กเล็ก ๆ และส่วนใหญ่จะมีระยะเวลาอยู่ที่ 6-12 สัปดาห์&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7abaa1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/04-โควิด-19-ยังไม่จบ_04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>งานวิจัยระบุว่าอาการ Long Covid ในเด็กที่ถือว่ายาวนานคือ 1 เดือน หรือ 4 สัปดาห์ขึ้นไป ซึ่งในเด็กพบที่ราว 4.4% ที่น่าสนใจคือข้อมูลเปรียบเทียบกับเด็กที่ติดเชื้อทางเดินหายใจ ซึ่งยืนยันว่าโควิด-19 ก่อให้เกิดผลกระทบระยะยาวได้จริง โดยค่ามัธยฐานของผู้ป่วยเด็กจะมีอาการจากโควิด-19 ประมาณ 6 วัน ขณะที่ติดเชื้อทางเดินหายใจอยู่ที่ประมาณ 3 วัน และหากเปรียบเทียบเด็กเล็กกับเด็กโต พบว่าเด็กเล็กจะป่วยเฉลี่ยที่ประมาณ 5 วัน เด็กโตจะนานกว่าคือประมาณ 7 วัน และความเสี่ยงของภาวะ Long Covid ในเด็กโตก็มีมากกว่าคือ 5.1% ส่วนเด็กเล็กอยู่ที่ 3.1% อาการที่สำคัญคือปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ซึ่งอาจต่อเนื่องไปถึง 28 วัน</p>



<p><strong>แพทย์หญิงดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต</strong> กล่าวว่า เด็กๆ ที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ผู้ดูแลหลักเสียชีวิต หากไม่ได้รับการฟื้นฟูเยียวยาจิตใจที่เหมาะสม จะกลายเป็นปัญหาต่อเนื่องทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว จึงได้เตรียมมาตรการสร้างพื้นที่พักพิงทางจิตใจและสังคม (Psychosocial Care) ร่วมกัน ระยะสั้นคือการปฐมพยาบาลทางจิตใจ สำหรับเด็กที่มีความเข้มแข็งทางใจอยู่แล้วให้ฟื้นคืน โดยอาจไม่จำเป็นต้องพบนักจิตวิทยาเด็ก ระยะกลางคือเด็กที่มีปัญหาเดิมอยู่แล้ว เมื่อมาเจอกับความสูญเสีย กลุ่มนี้ต้องนำสู่กระบวนการรักษาเต็มรูปแบบทันที ส่วนในระยะยาวหมายถึงการฟื้นฟูทางสังคมและจิตใจร่วมกัน ด้วยการติดตามจากเจ้าหน้าที่เพื่อช่วยเด็กในการปรับตัวและเป็นที่ปรึกษาให้กับครอบครัวอุปถัมภ์</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-64b3f1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/ใช้ตรงพาร์ทยูนิเซฟ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>นางสาวนิโคล่า บลั้น รักษาการหัวหน้าฝ่ายคุ้มครองเด็ก องค์การยูนิเซฟประเทศไทย</strong> กล่าวว่าในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก หรือ UNCRC ระบุไว้ว่า เด็กมีสิทธิที่จะเติบโตในครอบครัวตัวเอง ดังนั้นการช่วยเหลือเด็กที่สูญเสียผู้ดูแลจากสถานการณ์โควิด-19 จำเป็นต้องมองไปที่สมาชิกครอบครัวที่เหลืออยู่ก่อน หรือใช้การดูแลทดแทนในระยะสั้น การแยกเด็กออกมาอยู่ในสถานสงเคราะห์หรือครอบครัวอุปถัมภ์ควรเป็นทางเลือกสุดท้าย</p>



<p>“รัฐจำเป็นต้องให้ความสำคัญในการสร้างระบบการช่วยเหลือเด็กที่ได้รับผลกระทบ โดยสนับสนุนทั้งสิ่งของ งบประมาณ และจิตใจให้กับเด็กและครอบครัว รวมถึงผลักดันให้เข้าถึงงานสังคมสงเคราะห์ บริการสาธารณสุข มีสวัสดิการและความคุ้มครองทางสังคมรองรับ โดยจัดทำฐานข้อมูลและระบบบริหารจัดการที่ช่วยชี้เป้าและติดตามครอบครัวของเด็กกลุ่มเสี่ยงได้ อาทิ ครอบครัวพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว เด็กที่อยู่กับปู่ย่าตายายลำพัง รวมไปถึงข้อมูลของเด็กกลุ่มเปราะบางทั้งหมด โดยทุกการตัดสินใจเด็กต้องได้มีส่วนร่วม มีสิทธิในการเลือกอนาคตของตนเอง ไม่ใช่การวางแผนโดยหน่วยงานหรือผู้ใหญ่โดยที่เด็กไม่มีส่วนรู้เห็นด้วย”</p>



<p>นางสาวนิโคล่ากล่าวว่า นี่คือการจัดการที่รัฐทำได้ผ่านเครื่องมือและกลไก และต้องมีการทำงานที่ประสานความร่วมมือหลายภาคส่วน มององค์รวมของปัญหาที่ต้องลึกลงไปในหลายมิติและหลายแง่มุมของมนุษย์</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-eef-unicef-the-trend-of-orphans-increases-daily/">โควิด-19 ยังไม่จบ แนวโน้ม “เด็กกำพร้า” เพิ่มรายวัน กสศ. – ยูนิเซฟ เสนอเรียนฟรีจนจบ ป.ตรี พร้อมสร้างระบบช่วยเหลือพิเศษเด็กได้รับผลกระทบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พม. &#8211; กสศ. &#8211; กรมสุขภาพจิต &#8211; ยูนิเซฟ เปิดศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-socialmsociety-eef-dmh-unicef/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Aug 2021 07:12:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[พม.]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิเซฟ]]></category>
		<category><![CDATA[กรมสุขภาพจิต]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ประสานช่วยเหลือเด็กในภาวะวิกฤต (กสศ.)]]></category>
		<category><![CDATA[สุภัชชา สุทธิพล]]></category>
		<category><![CDATA[กรมกิจการเด็กและเยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[พญ.ดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต]]></category>
		<category><![CDATA[นิโคล่า บลั้น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=44155</guid>

					<description><![CDATA[<p>พม. &#8211; กสศ.- กรมสุขภาพจิต &#8211; ยูนิเซฟ เปิดศูนย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-socialmsociety-eef-dmh-unicef/">พม. – กสศ. – กรมสุขภาพจิต – ยูนิเซฟ เปิดศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><strong>พม. &#8211; กสศ.- กรมสุขภาพจิต &#8211; ยูนิเซฟ เปิดศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19 เชื่อมโยงข้อมูลเด็กที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทั้งประเทศ&nbsp; ปูพรมพลัง อปท.และอาสาสมัคร ค้นหาและเข้าถึงเด็กกำพร้า &#8211; ไม่มีผู้ดูแล &#8211; เด็กป่วยเข้าไม่ถึงการรักษา – ได้รับผลกระทบทางจิตใจ ให้ได้รับการช่วยเหลือทันสถานการณ์</strong></strong></p>



<p><strong><strong>นางสุภัชชา สุทธิพล อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน</strong> </strong>เปิดเผยว่า 4 หน่วยงาน ได้แก่ กรมกิจการเด็กและเยาวชน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ และยูนิเซฟ ร่วมกันจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19 ขึ้น เพื่อบูรณาการข้อมูลเด็กที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยเด็กกลุ่มเปราะบางที่ยังเข้าไม่ถึงการดูแลรักษา เด็กกำพร้าพ่อแม่เสียชีวิตจากโควิด เด็กที่ได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจ ไม่มีผู้ดูแล&nbsp; หรือมีแนวโน้มหลุดออกนอกระบบการศึกษา&nbsp; เพื่อปกป้อง ช่วยเหลือได้ทันสถานการณ์ในทุกมิติปัญหา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-01f8b3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/เปิดศูนย์-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“เรื่องนี้เป็นความจำเป็นเร่งด่วน เนื่องจากมีเด็กได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการระบาดของโควิด-19 จำนวนมาก มียอดเด็กติดเชื้อสะสมระหว่าง 1 มกราคม &#8211; 4 สิงหาคม 2564 มากกว่า 65,086 คน แบ่งเป็น กทม. จำนวน 15,465 คน ส่วนภูมิภาค 49,621 คน โดยจำนวนเด็กติดเชื้อรายวันล่าสุดวันที่ 4 สิงหาคม 2564 อยู่ที่ 2,194 คน แบ่งเป็น กทม. 408 คน และส่วนภูมิภาค 1,786 คน และยังมีเด็กไม่ป่วยแต่ได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น พ่อแม่หรือผู้ปกครองติดเชื้อ ป่วยหนักหรือเสียชีวิต ทำให้เด็กโดดเดี่ยวหรือกำพร้า เด็กที่เข้าไม่ถึงการรักษา ขาดแคลนอาหาร และหลุดออกนอกระบบ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e67fe5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/ร่างข้อมูลสถานการณ์-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปิดศูนย์ฯ คือ การปรับปรุงระบบการรับแจ้งเหตุ หรือ Mobile Application คุ้มครองเด็ก เพื่อค้นหาเด็กกำพร้า หรือเด็กกลุ่มเสี่ยงกำพร้าและไม่มีผู้ดูแล ผ่านเครือข่ายคุ้มครองเด็กทั่วประเทศ การประสานการทำงานกับหน่วยงานและเครือข่ายทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“กรณีเด็กที่ผู้ปกครองติดเชื้อและไม่มีผู้ดูแล จะจัดอาสาสมัครเข้าไปช่วยดูแลเด็กระหว่างการกักตัวในสถานกักตัวของรัฐ หากยังไม่มีผู้ดูแลหรือยังกลับบ้านไม่ได้ ได้จัดเตรียมสถานสงเคราะห์ 4 แห่ง รองรับได้ 160 คน เพื่อให้การดูแลชั่วคราวระหว่างการจัดหาการดูแลในรูปแบบของครอบครัวเป็นลำดับแรก ติดตามครอบครัวเครือญาติ จัดหาครอบครัวอุปถัมภ์ หรือส่งเด็กเข้ารับการดูแลในสถานรองรับเด็กของ ดย. ซึ่งรองรับได้ 1,935 คน รวมทั้งการช่วยเหลือเฉพาะหน้า และการจัดบริการสวัสดิการสังคมตามความต้องการของเด็กและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อีกด้วย”&nbsp; อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชนกล่าว&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f016fa"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/เปิดศูนย์-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ด้าน<strong> ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong>&nbsp; กล่าวว่า ปัญหาโควิด-19 สร้างความท้าทายต่อบริการภาครัฐ&nbsp; กสศ.จึงจับมือหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน ท้องถิ่น ประชาสังคม เพื่อร่วมกันบริหารสถานการณ์ที่มีความซับซ้อนของปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19 จะทำให้เกิดการเชื่อมโยงฐานข้อมูลเด็กและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อทำให้เราเข้าถึงเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือ&nbsp; และได้รับการดูแลที่เหมาะสมให้เร็วที่สุด&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“เรามีกลไกอาสาสมัครคุณภาพของทั้ง 4 หน่วยงานและภาคประชาสังคม&nbsp; ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp; อาสาสมัครชุมชน อาสาสมัครครูทั้งในและนอกระบบ อาสาสมัครสภาเด็กและเยาวชน กทม. โดย กสศ.ระดมความร่วมมือจากภาคเอกชน ร่วมสนับสนุนทรัพยากรที่ยังขาดแคลนและจำเป็นเร่งด่วนในสถานการณ์ที่วิกฤต&nbsp; และในระยะฟื้นฟู กสศ.จะสนับสนุนทุนสร้างโอกาสทางการศึกษา และโปรแกรมฟื้นฟูการเรียนรู้ถดถอยเพื่อป้องกันเด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษา จากการสูญเสียผู้ดูแลและเสาหลักครอบครัวเนื่องจากโควิด-19”</p>



<p>ด้าน <strong>พญ.ดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต</strong> กล่าวว่า การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ส่งผลกระทบกับเด็กในหลายด้าน 1. กระทบกับเด็ก เรื่องการเรียนที่ต้องปรับมาเรียนออนไลน์ เหมือนถูกตัดออกจากครูและเพื่อน ขาดโอกาสในการพัฒนา เด็กเปราะบางหรือยากจนจะยิ่งเป็นปัญหาเพราะไม่มีอุปกรณ์หรือเครื่องมือ ทำให้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง&nbsp; 2. กระทบกับครอบครัว ทำให้ตกงานเกิดสภาพยากจนเฉียบพลัน กลายเป็นความเครียดมาลงที่เด็กได้ หรือสมาชิกในครอบครัวเสียชีวิต ทำให้เด็กได้รับผลกระทบจากการสูญเสียคนที่รัก&nbsp; และ 3. ผลกระทบเชิงสังคม เกิดความเครียดจากสถานการณ์การแพร่ระบาด (Pandemic Stress) มีความเสี่ยงเกิดพฤติกรรมรุนแรงในครอบครัว รวมทั้งสังคมที่แสดงความโกรธเกรี้ยว เกิด Hate speech ที่จะทำให้เด็กซึมซับความรุนแรง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-84fbe1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/14-ครูอาสาสมัคร-ผู้ลงพื้นที่-10.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเด็กในเวลานี้&nbsp; สูงกว่าเหตุการณ์สึนามิที่มีเด็กได้รับผลกระทบจากคนในครอบครัวเสียชีวิตประมาณ 5,000 คน&nbsp; แต่วิกฤตโควิด -19 นี้มีเด็กที่มีคนในครอบครัวเสียชีวิตสูงเกินกว่า 5,000 ครอบครัว และยังคงเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“จำเป็นที่จะต้องเข้ามาสนับสนุนช่วยเหลือพวกเขาให้เดินหน้าต่อไปได้ แม้ครอบครัวจะสูญเสียมากน้อยแค่ไหนก็ตาม บทบาทของสถาบันสุขภาพจิตเด็กฯ ดูแลสุขภาพจิตของเด็กและวัยรุ่น ทั้งสถานการณ์ปกติและวิกฤต ดังนั้นเมื่อมีฐานข้อมูลเข้ามา เราจะเข้าไปสนับสนุนตั้งแต่การประเมินว่าเด็กรายไหนที่ต้องได้รับการดูแลเฉพาะโดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเด็กทุกคนควรต้องได้รับการดูแลเบื้องต้นที่เรียกว่าปฐมพยาบาลทางใจ ทางสถาบันพร้อมเข้าไปพัฒนาสมรรถนะทีมงานและอาสาสมัครให้สามารถปฐมพยาบาลทางใจเบื้องต้นได้ และในกรณีที่เด็กยังเหลือร่องรอยบาดแผลจากการสูญเสียที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างมาก จำเป็นต้องได้รับการดูแลเพิ่มเติม ทางสถาบันก็จะเป็นทีมที่ประสานรับส่งต่อเด็กกลุ่มนี้เพื่อการดูแลระยะยาว&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“มั่นใจในพลังของสังคมไทยที่มีน้ำใจเป็นเอกลักษณ์ ที่จะช่วยกันแจ้งเข้ามา ทำให้เกิดสะพานเชื่อมระหว่างเด็กกับความช่วยเหลือ แน่นอนว่าไม่อาจทำให้ปัญหากลายเป็นศูนย์หรือหายไปได้หมด แต่เรากำลังช่วยเด็กที่มีกำลังสูญเสียไม่ให้เขาต้องเสียศูนย์ สามารถกลับมาเดินอยู่บนเส้นทางที่เขาได้รับการพัฒนาต่อไปได้ ไม่ใช่การเสียบุคคลในครอบครัวแล้วจะทำให้ต้องเสียศูนย์ไปเลย จนไม่สามาถเข้าถึงการศึกษาหรือเสียอนาคต”&nbsp; พญ.ดุษฎีกล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8266c7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/14-ครูอาสาสมัคร-ผู้ลงพื้นที่-14.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>นายนิโคล่า บลั้น รักษาการหัวหน้าฝ่ายคุ้มครองเด็ก องค์การยูนิเซฟประเทศไทย</strong> กล่าวว่า ยูนิเซฟยินดีที่ได้มีส่วนร่วมในการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือเด็กในภาวะวิกฤตเช่นนี้ ซึ่งเด็กกลุ่มเปราะบางกำลังเสี่ยงต่อการสูญเสียผู้ดูแล&nbsp;</p>



<p>“เราพร้อมสนับสนุนภาครัฐและหน่วยงานอื่น ๆ ในการดำเนินงานเพื่อให้เด็กได้รับการดูแลที่เหมาะสม ทั้งนี้มาตรการช่วยเหลือเด็กใด ๆ จำเป็นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยจากการติดเชื้อ ควบคู่ไปกับผลกระทบด้านอื่น ๆ เช่น สุขภาพจิตของเด็กด้วย มีผลการศึกษาจำนวนมากที่สะท้อนถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จากการที่เด็กต้องถูกพรากจากครอบครัว หรือต้องอยู่ในการเลี้ยงดูทดแทนที่มีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะการดูแลในรูปแบบสถาบัน เราควรดำเนินการเพื่อให้เด็กได้อยู่กับครอบครัวให้มากที่สุด พร้อมกับส่งเสริมระบบให้เด็กที่ไม่มีผู้ดูแล ได้รับการเลี้ยงดูทดแทนทั้งแบบชั่วคราวและระยะยาวที่เหมาะสม เพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็ก”</p>



<p><strong>ประชาชนทั่วไปสามารถแจ้งกรณีเด็กและเยาวชนได้รับผลกระทบจากโควิด-19 สามารถประสานมาที่ศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19 ที่สายด่วน 1300</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-socialmsociety-eef-dmh-unicef/">พม. – กสศ. – กรมสุขภาพจิต – ยูนิเซฟ เปิดศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
