<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พม. SMART | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%9e%e0%b8%a1-smart/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 16 Sep 2025 09:41:52 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>พม. SMART | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>พม.–กสศ. ใช้ระบบ พม. Smart และ Thailand Zero Dropout ช่วยเหลือเด็กเยาวชนหลุดจากระบบกว่า 10,000 คนกลับมาเรียน พร้อมลงนาม MOU เสริมกลไกการดูแลและคุ้มครองสิทธิทางการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-160925/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Sep 2025 09:41:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[10000 ชีวิตได้กลับมาเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[พม. SMART]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[อนุกูล ปีดแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[พม.]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=95992</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-160925/">พม.–กสศ. ใช้ระบบ พม. Smart และ Thailand Zero Dropout ช่วยเหลือเด็กเยาวชนหลุดจากระบบกว่า 10,000 คนกลับมาเรียน พร้อมลงนาม MOU เสริมกลไกการดูแลและคุ้มครองสิทธิทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) แถลงความสำเร็จ <strong>“10,000 ชีวิตได้กลับมาเรียน”</strong> จากการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบางที่หลุดจากระบบการศึกษาผ่านระบบ <strong>พม. Smart</strong> และ <strong>Thailand Zero Dropout</strong> พร้อมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อยกระดับกลไกการดูแลและคุ้มครองสิทธิทางการศึกษา และกดปุ่มความพร้อมโอนเงินสนับสนุนการกลับเข้าสู่การเรียนรู้และการพัฒนาทักษะอาชีพแก่เด็กที่ได้รับการค้นพบ</p>



<p>ภายในงานมีผู้ร่วมแถลงและเป็นสักขีพยาน ได้แก่ <strong>นายอนุกูล ปีดแก้ว</strong> ปลัดกระทรวง พม. พร้อมคณะผู้บริหาร, <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการ กสศ., <strong>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน</strong> ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ., ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดทั้ง 76 จังหวัด และนักวิจัยจากมูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ เข้าร่วมทั้งแบบ Onsite และออนไลน์</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-41.png" alt="" class="wp-image-95993" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-41.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-41-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-41-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-41-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-41-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-46.png" alt="" class="wp-image-95998" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-46.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-46-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-46-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-46-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-46-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p><strong>นายอนุกูล ปีดแก้ว</strong> กล่าวว่า กระทรวง พม. มีเป้าหมายสร้างสังคมที่ประชาชนทุกกลุ่มได้รับการพัฒนาและมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยได้พัฒนาระบบ <strong>พม. Smart</strong> ร่วมกับ กสศ. มาตั้งแต่ปี 2565 เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและสร้างโอกาสทางการศึกษาด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ ลดความซ้ำซ้อน และทำให้การช่วยเหลือรายบุคคลแม่นยำยิ่งขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-44.png" alt="" class="wp-image-95996" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-44.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-44-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-44-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-44-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-44-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>ขณะเดียวกันนโยบาย <strong>Thailand Zero Dropout</strong> ที่ผลักดันโดย กสศ. ได้ถูกยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อลดจำนวนเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาผ่าน 4 มาตรการหลัก ได้แก่ การค้นหาและติดตาม, การช่วยเหลือและส่งต่อ, การจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น และการประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน โดยล่าสุด มีเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบางจากระบบ พม. Smart จำนวน 7,322 คน ที่จะได้รับการสนับสนุนจาก กสศ. ทั้งค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาและการฝึกทักษะอาชีพ</p>



<p>“การพาเด็กเยาวชนกลับเข้าสู่การศึกษาเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นเหมาะสม คืองานเร่งด่วนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันผลักดัน ไม่ใช่ภารกิจของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง แต่คือวาระสำคัญระดับชาติ จึงขอฝาก พมจ. และคณะทำงาน One Home ทุกจังหวัด ร่วมขับเคลื่อนงานนี้ให้สำเร็จ” ปลัด พม. กล่าว</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-42.png" alt="" class="wp-image-95994" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-42.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-42-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-42-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-42-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-42-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>ด้าน <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> กล่าวว่า ความร่วมมือของทุกหน่วยงานทำให้จำนวนเด็กนอกระบบการศึกษาลดลงจากกว่า <strong>1.02 ล้านคนในปี 2566</strong> เหลือประมาณ <strong>880,000 คนในปี 2568</strong> ถือเป็นความก้าวหน้าที่สะท้อนพลังของการบูรณาการข้อมูลจากทุกหน่วยงาน</p>



<p>“ผลการศึกษาสถานการณ์ทางสังคมโดยมูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ พบว่าเด็กเยาวชนกลุ่มเปราะบางมักประสบปัญหาซ้ำซ้อน บางกรณีเผชิญปัญหารุนแรง ต้องได้รับการดูแลเป็นรายกรณี การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง พม. Smart และฐานข้อมูล Thailand Zero Dropout จะช่วยให้การช่วยเหลือเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-43.png" alt="" class="wp-image-95995" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-43.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-43-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-43-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-43-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-43-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-45.png" alt="" class="wp-image-95997" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-45.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-45-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-45-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-45-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-45-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>ผู้จัดการ กสศ. ยังเผยว่า เด็กเยาวชนที่ถูกพบจากระบบ พม. Smart และ Thailand Zero Dropout จำนวน 7,322 คน จะได้รับเงินสนับสนุนการกลับเข้าสู่การเรียนรู้และการพัฒนาทักษะอาชีพจาก กสศ. จำนวน 4,000 บาทต่อคน และผู้จัดการรายกรณีจะได้รับเงินสนับสนุนในการสำรวจดูแลเด็ก จำนวน 1,000 บาทต่อราย เพราะการดูแลเด็กเยาวชนกลุ่มเปราะบาง จำเป็นต้องอาศัยระบบสนับสนุนรายบุคคลและความร่วมมือใกล้ชิดจาก พมจ. และทีม One Home ในทุกจังหวัด เพื่อให้การดูแลรายบุคคลครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านสังคม การศึกษา และการดำรงชีวิต</p>



<p>“กสศ. พร้อมทำงานกับเครือข่ายวิชาการ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมการศึกษาที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ รวมถึงการติดตามและประเมินผลเพื่อปรับปรุงแนวทางช่วยเหลือให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม เป้าหมายคือการสร้างโอกาสการศึกษาให้เด็กทุกคน ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ” ผู้จัดการ กสศ. กล่าวสรุป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-160925/">พม.–กสศ. ใช้ระบบ พม. Smart และ Thailand Zero Dropout ช่วยเหลือเด็กเยาวชนหลุดจากระบบกว่า 10,000 คนกลับมาเรียน พร้อมลงนาม MOU เสริมกลไกการดูแลและคุ้มครองสิทธิทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ศธ. &#8211; กสศ. เดินหน้านโยบาย “นำการเรียนไปให้น้อง” เปิด 13 รูปแบบการเรียนรู้ สร้างโอกาสการศึกษาให้เด็กหลุดระบบกลับมาเรียน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-020525/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 May 2025 13:25:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[พม. SMART]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนดี มีความสุข]]></category>
		<category><![CDATA[นำการเรียนไปให้น้อง]]></category>
		<category><![CDATA[OBEC Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[OBEC Care]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=93067</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 ที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-020525/">ศธ. – กสศ. เดินหน้านโยบาย “นำการเรียนไปให้น้อง” เปิด 13 รูปแบบการเรียนรู้ สร้างโอกาสการศึกษาให้เด็กหลุดระบบกลับมาเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 ที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ  <strong>พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)</strong> เป็นประธานในพิธี Kickoff : โครงการพาน้องกลับมาเรียน นำการเรียนไปให้น้อง (OBEC Zero Dropout) ระยะที่ 2 “นำการเรียนไปให้น้อง” และการประชุมเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน “เรียนดี มีความสุข : กลับมาเรียนอย่างมั่นใจ เริ่มเทอมใหม่อย่างมีความสุข”โดยมีนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ ศธ. นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัด ศธ. ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดร.พีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ และผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมด้วย <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) นายพัฒนพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. นางสาวกนิษฐา คุณาวิศรุต ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาหลักประกันโอกาสทางการศึกษา กสศ.</strong> รวมถึงผู้บริหารการศึกษาและบุคลากรทุกสังกัดกว่า 500 คน เข้าร่วม ณ หอประชุมคุรุสภา และร่วมประชุมออนไลน์ ผ่านระบบ Zoom ถ่ายทอดสดทาง OBEC Channel ของ สพฐ.</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cd2b68"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/0512_ศธ-กสศ-เดินหน้านโยบาย-005.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>พลตำรวจเอก เพิ่มพูน </strong>กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการตั้งเป้าหมายที่จะลดจำนวนเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาให้เป็นศูนย์ ถือเป็นความท้าทายที่สำคัญ โดยที่ผ่านมา ศธ. ได้เร่งติดตามการดำเนินงานในทุกจังหวัดให้ครบ 100% เพื่อนำผลการติดตามมาวิเคราะห์และช่วยเหลือเด็กได้อย่างเต็มที่ ให้เด็กทุกคนสามารถกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาและได้รับโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง</p>



<p>กระทรวงศึกษาธิการยังคงดำเนินการให้เด็กยังอยู่ในระบบการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยจะเสริมสร้างความร่วมมือกับผู้ปกครอง ครู และชุมชน เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของเด็กอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิทางการศึกษาและการสนับสนุนตามความต้องการอย่างเหมาะสม เพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียม โดยต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-49d201"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/0512_ศธ-กสศ-เดินหน้านโยบาย-013.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เพื่อรองรับความหลากหลายของผู้เรียน ศธ. ได้ประกาศเปิดตัว <strong>13 รูปแบบการเรียนรู้ภายใต้แนวคิด “นำการเรียนไปให้น้อง”</strong> ซึ่งเป็นทางเลือกการศึกษาที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์วิถีชีวิตของเด็กนอกระบบ สอดคล้องตามนโยบายทำให้ผู้เรียน เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา Anywhere Anytime ประกอบด้วย</p>



<ol>
<li style="font-size:16px">ระบบแก้ติดศูนย์ ติด ร. แบบยืดหยุ่น ให้เด็กได้แก้ผลการเรียนในแบบที่เหมาะสมกับแต่ละคน</li>



<li style="font-size:16px">เรียนผ่านเอกสารหนังสือเรียน (On-hand) ถึงมือน้อง แม้อยู่ห่างไกล</li>



<li style="font-size:16px">เรียนรู้ด้วยตนเองควบคู่กับการพบกลุ่มเพื่อน</li>



<li style="font-size:16px">แผนการเรียนตามอัธยาศัย เลือกเวลาเรียนที่เหมาะกับบริบทชีวิต</li>



<li style="font-size:16px">Mobile School แพลตฟอร์มออนไลน์เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา ใช้เทคโนโลยีเปิดประตูสู่การเรียนรู้</li>



<li style="font-size:16px">ค่ายกลับมาพบจบแน่ พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจการเรียนรู้ให้เด็กที่หลุดจากการศึกษา</li>



<li style="font-size:16px">ส่งใบงานและการบ้านถึงบ้าน<br></li>



<li style="font-size:16px">จัดการเรียนรู้ในสถานพินิจและกระบวนการยุติธรรม ให้โอกาสการศึกษาเด็กก้าวพลาด</li>



<li style="font-size:16px">Hybrid Learning เรียนออนไลน์และออนไซต์อย่างยืดหยุ่น<br></li>



<li style="font-size:16px">ปรับบ้านเป็นห้องเรียนสำหรับเด็กพิการรุนแรง</li>



<li style="font-size:16px">บริการนอกสถานที่โดยหน่วยบริการของศูนย์การศึกษาพิเศษให้เด็กพิการในพื้นที่ห่างไกล</li>



<li style="font-size:16px">จัดการเรียนรู้ในโรงพยาบาลสำหรับเด็กเจ็บป่วยได้เรียนต่อเนื่องไม่ขาดช่วง</li>



<li style="font-size:16px">เรียนออนไลน์ควบคู่ฝึกอาชีพ ส่งสื่อถึงบ้าน ตอบโจทย์ชีวิตจริงของน้อง</li>
</ol>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3cf567"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/0512_ศธ-กสศ-เดินหน้านโยบาย-011.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“สำหรับการเปิดภาคเรียนที่ 1/2568 อันใกล้นี้ (16 พฤษภาคม 2568) ขอฝากให้สถานศึกษาทุกแห่ง ดูแลและดำเนินการเตรียมความพร้อมฯ ช่วยกันดูแลและป้องกัน ไม่ให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา ในโอกาสนี้ ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ได้ร่วมกันพาเด็กที่หลุดไปจากระบบการศึกษาจากข้อมูลในโครงการ Thailand Zero Dropout กลับมาเรียนได้แล้วประมาณ 400,000 คน</p>



<p>“ปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญ คือ “การสร้างเครือข่ายการศึกษา” เพื่อให้เกิดความร่วมมือและการบูรณาการทำงานร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำรวจ สถานพยาบาลและเจ้าหน้าที่พยาบาล ท้องถิ่น ชุมชน และภาคส่วนอื่น ที่เกี่ยวข้อง ภายใต้แนวทาง “จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน” เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้คนไทย “ฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ” อย่างมีความสุขในทุกพื้นที่ต่อไป” รมว.ศธ. กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-00cf22"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/0512_ศธ-กสศ-เดินหน้านโยบาย-003.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้าน <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> <strong>ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> เปิดเผยว่า ในปีการศึกษา 2568 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ กสศ. ได้ร่วมกันยกระดับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน <strong>OBEC CARE</strong> ให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้วยการพัฒนาระบบที่เคยทดลองใช้ใน 30 เขตพื้นที่การศึกษาในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา ในเรื่องการลดเวลาในการกรอกข้อมูล โดยเน้นการบูรณาการจากฐานข้อมูลระบบคัดกรองนักเรียน เพื่อให้ครูสามารถติดตาม ดูแล และช่วยเหลือเด็กได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ในปีการศึกษา 2568 ระบบนี้จะถูกขยายผลและนำมาใช้จริงใน 245 เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ&nbsp;</p>



<p>“ระบบOBEC CARE ใหม่ล่าสุด ได้เชื่อมโยงข้อมูลความยากจนของนักเรียนกับระบบจัดเก็บข้อมูลนักเรียนรายบุคคล Data Management Center หรือ DMC ได้ ทำให้คุณครูไม่จำเป็น ต้องมีการเก็บแฟ้มเอกสารที่เป็นกระดาษซ้ำซ้อนอีกต่อไป สามารถเรียกดูข้อมูลเพื่อสรุปการทำงานแบบ Real Time ได้ เพื่อนำข้อมูลมาบริหารจัดการ และวางแผนการทำงานได้ ในทุกระดับ จากการกรอกข้อมูลเพียงครั้งเดียว”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-609f8d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/0512_ศธ-กสศ-เดินหน้านโยบาย-009.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากนี้ ระบบ OBEC CARE ใหม่ยังมีฟังก์ชันวิเคราะห์ความเสี่ยงของนักเรียน ทั้งด้านสุขภาพ ความเป็นอยู่ และปัจจัยเสี่ยงต่อการหลุดออกจากระบบการศึกษา โดยสามารถจัดลำดับความเร่งด่วน ส่งต่อข้อมูลสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างเป็นระบบ เช่น กระทรวงสาธารณสุข สำหรับการดูแลด้านสุขภาพ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผ่านระบบ <strong>พม. Smart</strong> เพื่อช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหาทางสังคมหรือเป็นผู้พิการได้อย่างครอบคลุม</p>



<p>การพัฒนาระบบ OBEC CARE ไม่ได้เป็นเพียงแค่การลดภาระงานของครูเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการ เฝ้าระวัง ป้องกัน และฟื้นฟู เด็กกลุ่มเปราะบางให้ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง และไม่หลุดออกจากระบบการศึกษา</p>



<p>ในปีการศึกษา 2568 สพฐ. และ กสศ. ขอความร่วมมือผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่ง มอบหมายให้มี ผู้ดูแลระบบแอดมินเขต ประจำในกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา เพื่อทำหน้าที่ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของระบบ OBEC CARE อย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านกำหนดการใช้งาน วิธีการนำไปใช้ รวมถึงการเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มใช้งานในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้</p>



<p>ทั้งนี้ สพฐ. และ กสศ. จะร่วมกันจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับแอดมินเขตและแอดมินโรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถใช้งานระบบ OBEC CARE เวอร์ชันใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะมีการประชาสัมพันธ์รายละเอียดเพิ่มเติมในลำดับถัดไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-91e387"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/0512_ศธ-กสศ-เดินหน้านโยบาย-007.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cb019b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/0512_ศธ-กสศ-เดินหน้านโยบาย-008.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ผู้จัดการ กสศ. กล่าวต่อถึง <strong>โครงการหนึ่งอำเภอ หนึ่งทุน (ODOS)</strong> ว่าได้มีการประกาศคุณสมบัติของนักเรียนที่มีสิทธิสมัครขอรับทุนการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายถึงระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) โดยผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติดังนี้:</p>



<ul>
<li style="font-size:16px">เป็นผู้มีสัญชาติไทย</li>



<li style="font-size:16px">กำลังศึกษาในระดับมัธยมปลาย หรือ ปวช. สายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ (STEM)</li>



<li style="font-size:16px">มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (GPAX) ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป</li>



<li style="font-size:16px">ครัวเรือนมีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 12,000 บาทต่อคนต่อเดือน</li>



<li style="font-size:16px">มีความประพฤติดี ความกตัญญู และสุขภาพสมบูรณ์ทั้งกายและใจ</li>
</ul>



<p>โดยนักเรียนจากครัวเรือนยากจน หรือผู้ที่ได้รับเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข (นักเรียนทุนเสมอภาค) จะได้รับการพิจารณาเป็นลำดับแรก หากโรงเรียนใดไม่มีนักเรียนในกลุ่มดังกล่าว จึงจะพิจารณานักเรียนจากครัวเรือนที่มีรายได้เกินเกณฑ์ตามลำดับ</p>



<p>“การกำหนดร่างหลักเกณฑ์และกระบวนการคัดเลือกนักเรียนทุน ODOS จะเปิดโอกาสให้โรงเรียนในสังกัด สพฐ. และอาชีวศึกษา สามารถเสนอชื่อนักเรียนจากสถานศึกษาเป้าหมายด้าน STEM จำนวน 683 แห่ง โดยแต่ละโรงเรียนสามารถเสนอชื่อได้โรงเรียนละ 2 คน ซึ่งจะมีการประกาศรายชื่อโรงเรียนที่เข้าร่วมทั้ง 683 แห่งในลำดับต่อไป</p>



<p>และเมื่อทราบรายชื่อโรงเรียนแล้ว ในช่วงเปิดเทอมใหม่นี้ ขอให้ท่านผู้บริหารสถานศึกษา ผู้อำนวยการเขต และคุณครูในโรงเรียนที่มีรายชื่อ เร่งค้นหานักเรียนที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขภายในวันที่ 13 มิถุนายน 2568 เพื่อให้ กสศ. สามารถเร่งส่งรายชื่อให้คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) รับทราบ ทั้งนี้ จะมีการออกหนังสือเวียนไปยังโรงเรียนต่าง ๆ เพื่อแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมในลำดับต่อไป”</p>



<p>“สำหรับรายชื่อนักเรียนที่ได้รับทุน ODOS รุ่นแรก จะมีการประกาศในเดือนกันยายน 2568 โดยจะมีนักเรียนจำนวน 1,200 คนที่ผ่านการคัดเลือกในรอบแรก ซึ่ง กสศ. จะสนับสนุนงบประมาณในการเดินทางไปสมัครสอบกับสำนักงาน ก.พ. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการจัดส่งนักเรียนทุนไปศึกษาต่อในต่างประเทศ</p>



<p>โดยจะมีนักเรียนจำนวน 100 คนที่ได้รับคัดเลือกให้ไปเรียนต่อยัง 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย โดยเฉพาะในกรณีของประเทศออสเตรเลีย จะเน้นสำหรับเด็กสายอาชีพ ส่วนเด็กสาย STEM จะถูกส่งไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร</p>



<p>สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านการคัดเลือกให้ไปศึกษาต่อต่างประเทศอีก 1,100 คน จะยังคงได้รับโอกาสทางการศึกษา โดยจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รวมถึงจากสลากการกุศล เพื่อให้สามารถศึกษาต่อในสาขา STEM กับมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทยได้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-20517a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/0512_ศธ-กสศ-เดินหน้านโยบาย-002.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า การขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ หรือ Thailand Zero Dropout ซึ่งได้มีการทำงานอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ตัวเลขเด็ก 1,025,514 คน ได้มีโอกาสกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยมีตัวเลขลดลงเหลืออยู่ที่ 880,463 คนในปีการศึกษา 2567</p>



<p>“กสศ. ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลและรายได้จากสลากการกุศล เพื่อสนับสนุนทุกภาคส่วนในการดำเนินงาน โดยเปิดโอกาสให้ผู้นำท้องถิ่นและสมาชิกในภาคประชาสังคมร่วมกรอกข้อมูลเด็กนอกระบบเข้ามา ซึ่งจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการช่วยเหลือเป็นรายกรณี”</p>



<p>โดยกำหนดอัตราการสนับสนุนดังนี้:</p>



<ul>
<li style="font-size:16px"><strong>เด็กปฐมวัย (อนุบาล)</strong>: 2,000 บาท/คน</li>



<li style="font-size:16px"><strong>ระดับประถมศึกษา</strong>: 3,000 บาท/คน</li>



<li style="font-size:16px"><strong>ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น</strong>: 4,000 บาท/คน</li>
</ul>



<p>งบประมาณดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือในยามฉุกเฉิน เช่น ค่าชุดนักเรียน ค่าเดินทาง หรือค่าใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอม เพื่อให้เด็กสามารถกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือเข้าถึงการเรียนรู้ในรูปแบบที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละคน</p>



<p><strong>กระบวนการเบิกจ่าย</strong> จะเริ่มจากครูหรือผู้สำรวจภาคสนามที่พบเด็กนอกระบบการศึกษา บันทึกข้อมูลของเด็กและเยาวชนที่ประสงค์จะเรียนต่อ พร้อมให้เจ้าหน้าที่รัฐรับรองข้อมูล และส่งต่อไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบในระบบ Thailand Zero Dropout</p>



<p>เมื่อข้อมูลได้รับการยืนยัน ความช่วยเหลือจะจ่ายเป็น <strong>2 งวด</strong>:</p>



<ol>
<li style="font-size:16px"><strong>งวดแรก (50%)</strong>: เบิกจ่ายทันทีหลังพบตัวเด็กและบันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบ</li>



<li style="font-size:16px"><strong>งวดที่สอง (อีก 50%)</strong>: เบิกจ่ายเมื่อมีการตรวจสอบข้อมูล ณ วันที่ 10 มิถุนายน และพบว่าเด็กได้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาแล้ว</li>
</ol>



<p>การสนับสนุนนี้ครอบคลุมทั้งกรณีที่เด็กกลับเข้าห้องเรียนปกติ และกรณีที่ไม่สามารถเข้าเรียนในรูปแบบเดิมได้ โดยสามารถจัดการศึกษาในลักษณะ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ หรือ Mobile School หรือรูปแบบใด ๆ ตาม 13 แนวทางที่ ศธ. กำหนดไว้</p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวเพิ่มเติมว่า กสศ. จะมีการออกหนังสือเวียนแจ้งหลักเกณฑ์การดำเนินงานไปยังทุกเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้สามารถกำกับ ติดตาม และดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาในช่วงวันที่ 10 มิถุนายน ก็จะได้รับการจัดสรรงบประมาณรายหัวตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-020525/">ศธ. – กสศ. เดินหน้านโยบาย “นำการเรียนไปให้น้อง” เปิด 13 รูปแบบการเรียนรู้ สร้างโอกาสการศึกษาให้เด็กหลุดระบบกลับมาเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“Digital Family Card” แพลตฟอร์มอัจฉริยะ เพื่อเข้าถึงสวัสดิการการศึกษาและคุณภาพชีวิตของประเทศคาซัคสถานถึงประเทศไทย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-190324/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 Mar 2024 09:51:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[พม. SMART]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณรัฐคาซัคสถาน]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.นพ.ดร.ศุภสิทธิ์ พรรณารุโณทัย]]></category>
		<category><![CDATA[ดมิทรี มุน]]></category>
		<category><![CDATA[วิทาลี อเล็กซานดรอฟ]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Family Card]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=78764</guid>

					<description><![CDATA[<p>คาซัคสถานตระหนักถึงพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-190324/">“Digital Family Card” แพลตฟอร์มอัจฉริยะ เพื่อเข้าถึงสวัสดิการการศึกษาและคุณภาพชีวิตของประเทศคาซัคสถานถึงประเทศไทย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>คาซัคสถานตระหนักถึงพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัล ได้เปิดตัวโครงการริเริ่มที่เรียกว่า <strong>Digital Family Card (DFC)</strong> เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลและเพิ่มศักยภาพให้กับกลุ่มผู้เปราะบาง โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท แพลตฟอร์มนวัตกรรมนี้เปิดตัวท่ามกลางกระแสการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อใช้ประโยชน์จากทรัพยากรดิจิทัลเพื่อการยกระดับสภาพความเป็นอยู่ของประชาชน</p>



<p>เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2567 <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> ได้จัดสัมมนาออนไลน์ที่ให้ข้อมูลเชิงลึกจากวิทยากรหลัก 3 ท่าน ได้แก่ <strong>คุณวิทาลี อเล็กซานดรอฟ</strong> เลขานุการเอก สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐคาซัคสถานประจำราชอาณาจักรไทย <strong>คุณดมิทรี มุน</strong> รองประธานคณะกรรมการ National Information Technologies JSC และ <strong>ศ.นพ.ดร.ศุภสิทธิ์ พรรณารุโณทัย</strong> ประธานมูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ (มศธส.) โดยมี <strong>คุณธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</strong> ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้ กสศ. รับหน้าที่ดำเนินรายการ และ <strong>คุณพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน</strong> ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. เป็นประธานการสัมมนา</p>



<p><strong>คุณธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</strong> เกริ่นนำถึงบริบทของคาซัคสถาน ซึ่งจัดอยู่อันดับที่ 28 ของโลกตามดัชนี UN E-Government โดยเฉพาะความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมดิจิทัล และความสำเร็จในการบูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ภาครัฐ เพื่อส่งเสริมและส่งมอบบริการต่าง ๆ ให้กับพลเมืองของตนผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ หนึ่งในพัฒนาการด้านดิจิทัลของคาซัคสถานคือโครงการ Digital Family Card ที่เน้นการมอบความช่วยเหลือเชิงรุกให้กับประชากรกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท โครงการนี้ใช้ตัวบ่งชี้ที่ครอบคลุมมิติที่หลากหลายเพื่อประเมินและจัดการกับความท้าทายต่าง ๆ ที่ครอบครัวเหล่านี้ประสบอยู่</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ad6ccf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/ธันว์ธิดา-วงศ์ประสงค์-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption"><strong>คุณธันว์ธิดา วงศ์ป</strong>ร<strong>ะสงค์</strong> ผอ.สำนักนวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-43f97a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/คุณวิทาลี-อเล็กซานดรอฟ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">คุณวิทาลี อเล็กซานดรอฟ เลขานุการเอก สถานเอกอัครราชทูต<br>สาธารณรัฐคาซัคสถานประจำราชอาณาจักรไทย</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>คุณวิทาลี อเล็กซานดรอฟ</strong> กล่าวถึงศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก อันเป็นผลจากการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของประเทศในวงกว้าง และย้ำถึงความสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคมของนวัตกรรมดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาแพลตฟอร์ม e-government ในคาซัคสถาน ซึ่งเป็นโซลูชันที่ครบวงจร ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ผ่านโทรศัพท์มือถือ ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานต่าง ๆ อาทิ การยื่นเรื่องร้องเรียนที่จะได้รับการตอบสนองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในกรอบเวลา 14 วัน การประเมินการให้บริการของรัฐ และการขอใบอนุญาตต่าง ๆ แนวทางที่ได้รับการปรับปรุงนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดเวลาในการดำเนินการและบูรณาการการทำงานของกระทรวงต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงให้กับประชาชน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-97676f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/20240320_Digital-Family-Card-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หัวใจของแพลตฟอร์ม Digital Family Card อยู่ที่ใช้ตัวบ่งชี้ 80 รายการที่ครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ เช่น สถานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว สถานภาพความเป็นอยู่ และสภาพโดยรวม แพลตฟอร์มนี้ใช้อัลกอริธึมขั้นสูงที่สามารถประเมินสถานการณ์ของครอบครัวได้โดยอัตโนมัติ สามารถระบุปัญหาที่เกี่ยวข้องและเสนอความช่วยเหลือเชิงรุกที่เหมาะสม กระบวนการเหล่านี้ดำเนินไปโดยแพลตฟอร์ม จึงขจัดขั้นตอนที่ผู้ที่เดือดร้อนจะต้องทำเรื่องขอรับความช่วยเหลือด้วยตนเองทำให้เกิดความคล่องตัว และเพิ่มประสิทธิภาพในการตอบสนองความต้องการของประชากรกลุ่มเปราะบางได้อย่างตรงเป้า</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5d0265"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/20240320_Digital-Family-Card-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5d5481"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/คุณดมิทรี-มุน.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">คุณดมิทรี มุน รองประธานคณะกรรมการ<br>National Information Technologies (JSC)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>คุณดมิทรี มุน</strong> <strong>รองประธานคณะกรรมการ National Information Technologies (JSC)</strong> ได้กล่าวถึงเส้นทางการพัฒนาของคาซัคสถานสู่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่ครอบคลุมประชากรทุกกลุ่ม โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่แพลตฟอร์ม Digital Family Card (DFC) ซึ่งเป็นโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วยฐานข้อมูลมหาศาล (Smart Data Ukimet) เป็นการปฏิวัติการกำกับดูแล จัดการกับความท้าทายต่างๆ เช่น การเป็นเจ้าของข้อมูลที่กระจัดกระจายในแต่ละหน่วยงาน อุปสรรคของระบบราชการ ด้วยการออกกฎหมายกำกับดูแลข้อมูลที่ครอบคลุมและการแต่งตั้งผู้ดำเนินการข้อมูล คาซัคสถานตั้งเป้าที่จะบรรลุการบูรณาการข้อมูลที่ราบรื่นทั่วทุกหน่วยงานของรัฐ</p>



<p><strong>คุณดมิทรี</strong> ยังกล่าวถึงบทบาทสำคัญของกฎระเบียบการเข้ารหัสเพื่อรับรองความปลอดภัยของข้อมูลและความเป็นส่วนตัว ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีโอเพ่นซอร์สมาใช้ร่วมกับกระบวนการบูรณาการที่เรียบง่ายเพื่อปรับปรุงความลื่นไหลของงาน เขาชี้ถึงผลสัมฤทธิ์ของ Digital Family Card ในการส่งมอบบริการจากรัฐด้วยความโปร่งใสและตรงเป้าหมาย ด้วยการแปลงข้อมูลครอบครัวกว่า 6 ล้านครอบครัวให้เป็นข้อมูลดิจิทัล และใช้อัลกอริธึมขั้นสูงในการจำแนกครอบครัวออกเป็น 5 ระดับเพื่อให้บริการเชิงรุก เช่น การตรวจสอบและส่งการแจ้งเตือนอัตโนมัติไปยังผู้รับบริการโดยตรง ซึ่งช่วยเสริมประสิทธิภาพและความเท่าเทียมในการกระจายทรัพยากร และสุดท้ายยังเน้นถึงศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงของการกำกับดูแลที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ซึ่งสื่อถึงอนาคตที่สดใส มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และครอบคลุม ในบริบทต่าง ๆ ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมของคาซัคสถาน</p>



<p>ประเทศไทยเองมีความก้าวหน้าทางดิจิทัลโดยวัดจากการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ของครัวเรือน การพัฒนาแพลตฟอร์ม เช่น พม. SMART แอปพลิเคชัน และ ESS Help Me สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับการบริการสาธารณะ</p>



<p><strong>ศ.นพ.ดร.ศุภสิทธิ์</strong> กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการริเริ่มด้านดิจิทัลของประเทศไทย โดยอ้างถึงความจำเป็นในการปรับปรุงการดำเนินงานของรัฐบาลและรวบรวมข้อมูลของประชาชน “เราไม่ได้ต้องการพัฒนาแอปพลิเคชันขึ้นมาอีกเนื่องจากปัจจุบันก็มีแอปพลิเคชั่นจำนวนมากอยู่แล้ว แต่หน่วยงานภาครัฐมักขาดการประสานงานในส่วนของข้อมูล”&nbsp;</p>



<p>ปัญหาดังกล่าวทำให้ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง (รัฐ และองค์กรเอกชน) ไม่มีข้อมูลที่ดีพอในการแก้ปัญหา ให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนกลุ่มเปราะบาง (เด็กและเยาวชน สตรีและครอบครัว ผู้พิการ ผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ เป็นต้น) ดังนั้น จึงจำเป็นที่เราต้องมีฐานข้อมูลดิจิทัลแบบครบวงจรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ “พม. SMART” แอปพลิเคชัน จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อปรับปรุงแก้ไขปัญหาการบันทึกข้อมูลที่ซ้ำซ้อน และความไม่เชื่อมโยงกันของข้อมูลทางสังคม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5f482d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/ศ.นพ.ดร.ศุภสิทธิ์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศ.นพ.ดร.ศุภสิทธิ์ พรรณารุโณทัย ประธาน มศธส.</figcaption></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a76e9c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/20240320_Digital-Family-Card-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โครงการ พม. SMART แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ในการพัฒนาและวิธีการที่มีความคล่องตัว โดยมุ่งเป้าไปที่การอำนวยความสะดวกในการนำไปใช้และการขยายผล แตกต่างจากแนวทางดั้งเดิมที่เน้นไปที่เด็ก เยาวชน และครอบครัวเพียงอย่างเดียว พม. SMART ได้ขยายขอบเขตเพื่อครอบคลุมประชากรกลุ่มเปราะบางอื่น ๆ ทั้งยังคำนึงถึงความยั่งยืนโดยเน้นการลดการใช้กระดาษและการดำเนินงานที่รวดเร็วผ่านทีมงานสหวิชาชีพ ใช้กรอบแนวทางการประเมินเชิงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถเข้าถึงทรัพยากรที่มีศักยภาพจากหน่วยงานภาครัฐที่หลากหลาย โดยเฉพาะในบริบทของประเทศที่กำลังพัฒนาภายใต้งบประมาณที่จำกัด การใช้ข้อมูลเพื่อการดูแลประชากรกลุ่มเปราะบาง จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้ กล่าวคือ “พม. SMART” แอปพลิเคชันจะช่วยให้ข้อมูลเพื่อใช้ในการวินิจฉัยให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง หรือผู้ประสบปัญหาทางสังคมได้อย่างถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น คาดว่าการใช้ประโยชน์จากข้อมูล พม. SMART อย่างจริงจังจะนำไปสู่ความสำเร็จในอนาคตในวงกว้างทั่วประเทศ โดยเฉพาะระบบจ่ายเงินตามกลุ่มปัญหาสังคมของกลุ่มเปราะบางซ้ำซ้อน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-383083"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_ข่าว-56_PHOTO5.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">คุณพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>แม้ว่าคาซัคสถานและไทยจะใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างกันในความพยายามในการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล แต่ก็มีวัตถุประสงค์ร่วมกัน นั่นคือการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดข้อผิดพลาด ปรับปรุงความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และส่งมอบบริการสำคัญให้กับประชากรของตน ไม่ว่าจะเป็นคำแนะนำทางกฎหมายหรือส่งมอบความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน ความพยายามเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการไม่แบ่งแยกและการเสริมศักยภาพในโลกดิจิทัลที่เพิ่มมากขึ้น <strong>คุณพัฒนะพงษ์</strong> กล่าวสรุป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-190324/">“Digital Family Card” แพลตฟอร์มอัจฉริยะ เพื่อเข้าถึงสวัสดิการการศึกษาและคุณภาพชีวิตของประเทศคาซัคสถานถึงประเทศไทย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
