<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นภนต์ ภุมมา | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%8C-%E0%B8%94%E0%B8%A3-%E0%B8%99%E0%B8%A0/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 28 Feb 2023 09:50:34 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นภนต์ ภุมมา | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘ศูนย์วิจัยความเหลื่อมล้ำและนโยบายสังคม’ เผยผลวิจัย ‘บทเรียนสองทศวรรษปฏิรูปการศึกษาไทย’ พบกลไกการเมืองมีผลต่อการลดเหลื่อมล้ำ หลังมีกฎหมาย กสศ. เด็กยากจนได้รับการดูแลดีขึ้น</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-270223/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Feb 2023 10:55:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธร ปีติดล]]></category>
		<category><![CDATA[รองศาสตราจารย์ ดร.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร]]></category>
		<category><![CDATA[บทเรียนสองทศวรรษปฏิรูปการศึกษาไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยความเหลื่อมล้ำและนโยบายสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภณัฏฐ์ ศศิวุฒิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นภนต์ ภุมมา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=64803</guid>

					<description><![CDATA[<p>23 กุมภาพันธ์ 2566 ศูนย์วิจัยความเหลื่อมล้ำและนโยบายสัง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-270223/">‘ศูนย์วิจัยความเหลื่อมล้ำและนโยบายสังคม’ เผยผลวิจัย ‘บทเรียนสองทศวรรษปฏิรูปการศึกษาไทย’ พบกลไกการเมืองมีผลต่อการลดเหลื่อมล้ำ หลังมีกฎหมาย กสศ. เด็กยากจนได้รับการดูแลดีขึ้น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>23 กุมภาพันธ์ 2566 <strong>ศูนย์วิจัยความเหลื่อมล้ำและนโยบายสังคม</strong> โดยการสนับสนุนของ <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>จัดสัมมนาสาธารณะในหัวข้อ ‘บทเรียนสองทศวรรษปฏิรูปการศึกษาไทย’ เพื่อนำเสนอผลการศึกษาวิจัยกระบวนการกำหนดนโยบายทางการศึกษาของประเทศไทย ผ่านมุมมองการวิเคราะห์แบบเศรษฐศาสตร์สถาบัน โดยจุดประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้และกลยุทธ์ในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย และนำไปสู่ความเข้าใจทิศทางการปฏิรูปการศึกษาในแง่มุมต่างๆ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a3bd3e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/09-ศูนย์วิจัยความเหลื่อมล้ำ-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธร ปีติดล</strong> ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยความเหลื่อมล้ำและนโยบายสังคม และอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะผู้วิจัย ได้บรรยายถึงปูมหลังของการปฏิรูปการศึกษาไทยในแต่ละยุคเพื่อให้เห็นภาพรวม โดยแบ่งได้เป็น 3 ยุค ได้แก่ ยุคแรก คือการปฏิรูปการศึกษาไทย พ.ศ. 2542 ยุคที่สอง คือการปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่ 2 พ.ศ. 2552 และยุคที่สาม คือการปฏิรูปการศึกษาไทยหลัง พ.ศ. 2557</p>



<p>“จากการวิจัยพบว่าการปฏิรูปการศึกษาไทยเกิดขึ้นมานานกว่า 2 ทศวรรษแล้ว แต่ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายด้วยเหตุผลหลายประการ ทั้งปัญหาการไม่ลงรอยกันระหว่างตัวแสดงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำนโยบาย การจัดการนโยบายที่ไม่มีประสิทธิภาพ การให้เงินสนับสนุนที่ไม่เท่าเทียมกันระหว่างโรงเรียนรัฐและเอกชน&nbsp; เป็นต้น อีกทั้งที่ผ่านมายังไม่มีการศึกษากระบวนการกำหนดนโยบายอย่างเป็นระบบ ผ่านกรอบการวิเคราะห์ที่เหมาะสม”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e120cc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/09-ศูนย์วิจัยความเหลื่อมล้ำ-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้วยเหตุนี้ <strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธร</strong> จึงได้ทำการวิเคราะห์ผ่านมุมมองเศรษฐศาสตร์การเมือง เนื่องด้วยมองว่าการกำหนดนโยบายทางการศึกษาเป็นกระบวนการทางการเมืองที่ต้องปฏิสัมพันธ์กับผู้เกี่ยวข้อง ทั้งในแง่ผลประโยชน์ บทบาท และอำนาจหน้าที่ที่แตกต่างกันไป ดังนั้นการปรับเปลี่ยนนโยบายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการปฏิรูปการศึกษาจึงจำเป็นต้องเข้าใจสภาพข้างต้น และมีกลยุทธ์ในการเปลี่ยนสภาพแวดล้อม รวมไปถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกำหนดนโยบาย</p>



<p>“กรอบวิเคราะห์ของเศรษฐศาสตร์การเมืองไม่ได้มุ่งเป้าไปยังคำถามที่ว่า นโยบายที่ดีคืออะไร แต่คำถามสำคัญคือ นโยบายที่ดีคือจะเกิดขึ้นได้อย่างไร”</p>



<p><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธร</strong> ชี้ว่าคุณลักษณะสำคัญในทางเศรษฐศาสตร์การเมืองของกระบวนการกำหนดนโยบายด้านการศึกษาไทยล้วนมีนัยสำคัญต่อการผลักดันนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา พร้อมทั้งสรุปว่าความท้าทายพื้นฐานที่นโยบายลดความเหลื่อมล้ำต้องเผชิญก็คือ 1) การแก้ไขดุลอำนาจระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่ในหลายกรณีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีอำนาจในการต่อรองไม่เท่าเทียมกัน 2) การปรับปัจจัยเชิงสถาบันในการจัดสรรทรัพยากร เพื่อให้มีการใช้ทรัพยากรในระบบการศึกษามีประสิทธิภาพมากขึ้น 3) การเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจในระบบการศึกษาไทย และ 4) การพัฒนาปัจจัยหนุนเสริม เพื่อให้การดำเนินนโยบายการศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>



<p>จากนั้น <strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธร</strong> ได้นำเสนอกลยุทธ์ปรับนโยบายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยแบ่งเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่</p>



<ol><li>การผลักดันการปฏิรูปการศึกษาผ่านกลไกทางการเมือง ต้องเพิ่มแรงจูงใจให้ผู้เล่นในระบบการเมืองหันมาให้ความสำคัญต่อการปรับปรุงนโยบาย รวมไปถึงเพิ่มบทบาทของผู้เล่นสาธารณะเพื่อหนุนเสริม&nbsp;</li><li>การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา ต้องข้ามพ้นข้อจำกัดของโครงสร้างระบบราชการ โดยเฉพาะการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบงบประมาณ&nbsp;</li><li>การต่อรองในกลไกการตัดสินใจนโยบายย่อย เพื่อรักษานโยบายหลักในการปฏิรูป</li></ol>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0ecd1d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/09-ศูนย์วิจัยความเหลื่อมล้ำ-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ถัดมา <strong>รองศาสตราจารย์ ดร.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร</strong> รองศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์การเมืองและการพัฒนา ประจำ National Graduate Institute for Policy Studies (GRIPS) นำเสนอข้อมูลวิจัยในหัวข้อ ‘ปัจจัยเชิงสถาบัน: ตลาดการปฏิรูปการศึกษาและนัยต่อความเหลื่อมล้ำ’ โดยชี้ให้เห็นบทบาทของสถาบันทางการเมืองไทย ทั้งเรื่องความไม่ลงรอยระหว่างความคาดหวังของสถาบันการเมืองที่มีต่อกระทรวงศึกษาธิการ ที่นักการเมืองมักมองกระทรวงศึกษาธิการเป็นทางผ่านมากกว่ามุ่งหวังจะเข้ามาพัฒนาการศึกษา งบของกระทรวงศึกษาธิการที่จำกัดทำให้การจัดการนโยบายไม่มีประสิทธิภาพมากนัก เพราะแม้งบประมาณจะมีมาก แต่ส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับค่าจ้างบุคลากร รวมไปถึงสะท้อนภาพปัญหาของตัวแสดงในแต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำนโยบายการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9ddf27"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/09-ศูนย์วิจัยความเหลื่อมล้ำ-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศุภณัฏฐ์ ศศิวุฒิวัฒน์</strong> นักวิจัยอาวุโสประจำสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวในหัวข้อ ‘ผลประโยชน์และบทบาทของผู้เล่นในกระบวนการปฏิรูปการศึกษา’ โดยยกกรณีศึกษา 2 กรณีคือ 1) การจัดสรรงบอุดหนุนแก่นักเรียนในโรงเรียนเอกชนและรัฐ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำในการให้เงินสนับสนุนแก่นักเรียนที่ไม่เท่าเทียมกัน และ 2) การจัดสรรเงินอุดหนุนช่วยเหลือนักเรียนยากจนหลังปี 2560 พบว่ามีแนวโน้มในการจัดสรรที่ดีขึ้น โดยการให้เงินอุดหนุนนักเรียนยากจนในปี 2562 และปี 2563 อยู่ที่ร้อยละ 1.6 เมื่อเทียบกับการให้เงินอุดหนุนนักเรียนยากจนในปี 2559 ที่อยู่ที่ร้อยละ 0.5 เท่านั้น สอดคล้องกับการมีกฎหมายกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ที่มีเป้าหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา</p>



<p>ทั้งสองกรณีนี้ ศุภณัฏฐ์เน้นว่า กลุ่มผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการปฏิรูปการศึกษาจะต้องร่วมมีบทบาท ทั้งใน ‘ระบบตัดสินใจเชิงนโยบายระดับชาติ’ (macro-policymaking system) โดยการกำหนดวาระ แนวทางปฏิรูป หรือที่เรียกว่า ‘มโนทัศน์ทางนโยบาย’ เช่น การออกกฎหมายว่าด้วยหลักการสร้างความเสมอภาค และต้องมีบทบาทใน ‘ระบบตัดสินใจย่อย’ (policy-subsystem) เช่น ออกแบบวิธีการจัดสรรงบประมาณ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการปฏิรูปการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c70f32"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/09-ศูนย์วิจัยความเหลื่อมล้ำ-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทางด้าน <strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นภนต์ ภุมมา</strong> อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวในหัวข้อคือ ‘บทบาทของเรื่องเล่า (narratives) กับการปฏิรูปการศึกษาไทย’ โดยฉายภาพให้เห็นเรื่องเล่าชุดต่างๆ ที่ถูกเล่าอยู่ในการศึกษาไทยเป็นเวลานาน โดยเรื่องเล่าชุดต่างๆ นั้นล้วนดำเนินไปใต้ร่มใหญ่ว่าด้วยการศึกษาของชาติ ภายใต้โครงเรื่องหลักคือ การศึกษาในปัจจุบันยังไม่มีประสิทธิภาพและสภาพแวดล้อมในการศึกษาไทยผันแปรไปโดยตลอด ทำให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายอยู่เสมอ และคติสำคัญของเรื่องเหล่าเล่านี้คือ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องมีการปฏิรูปการศึกษาให้สำเร็จจงได้</p>



<p></p>



<p><strong>อ่านรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์  โครงการวิจัยเพื่อศึกษากระบวนการกำหนดนโยบายทางการศึกษา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของประเทศไทยผ่านมุมมองเศรษฐศาสตร์สถาบัน :</strong> <a href="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/รวมเล่ม-กสศ-proof-4.pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/รวมเล่ม-กสศ-proof-4.pdf">คลิก</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-270223/">‘ศูนย์วิจัยความเหลื่อมล้ำและนโยบายสังคม’ เผยผลวิจัย ‘บทเรียนสองทศวรรษปฏิรูปการศึกษาไทย’ พบกลไกการเมืองมีผลต่อการลดเหลื่อมล้ำ หลังมีกฎหมาย กสศ. เด็กยากจนได้รับการดูแลดีขึ้น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
