<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ผศ.ดร.สมบัติ โยธาทิพย์ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%9C%E0%B8%A8-%E0%B8%94%E0%B8%A3-%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4-%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 22 Sep 2021 04:51:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ผศ.ดร.สมบัติ โยธาทิพย์ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสศ.ลงนามความร่วมมือกับ 7 สถาบันอุดมศึกษา เดินหน้าโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 3</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-sign-teachereef-3/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-sign-teachereef-3</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Sep 2021 04:22:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.เกีรยรติสุดา ศรีสุข]]></category>
		<category><![CDATA[และมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่น 3]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.สมบัติ โยธาทิพย์]]></category>
		<category><![CDATA[Self-directed learning]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อุดม วงษ์สิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=45956</guid>

					<description><![CDATA[<p>สร้างต้นแบบสถาบันผลิตครูคุณภาพรุ่นใหม่หัวใจรัก(ษ์)ถิ่น  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-sign-teachereef-3/">กสศ.ลงนามความร่วมมือกับ 7 สถาบันอุดมศึกษา เดินหน้าโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 3</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><strong>สร้างต้นแบบสถาบันผลิตครูคุณภาพรุ่นใหม่หัวใจรัก(ษ์)ถิ่น รองรับความเปลี่ยนแปลง ตอบโจทย์บริบทพื้นที่ ​เป็นนักพัฒนาทำงานร่วมกับชุมชน แก้ปัญหาการโยกย้ายและขาดแคลนครูในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล</strong></strong></p>



<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พร้อมสถาบันอุดมศึกษา 7 สถาบัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต และมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ​ได้ร่วมลงนามความร่วมมือเป็นสถาบันผลิตและพัฒนาครูในโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ปีการศึกษา 2565 ​ และร่วมรับฟังการชี้แจงผ่านระบบออนไลน์ ถึงกระบวนทัศน์การผลิตครูเพื่อพัฒนาชุมชน และแนวทางการทำงานเพื่อเป็นสถาบันผลิตและพัฒนาครู</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-159f7f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/1631637024562-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น</strong> กล่าวว่า กสศ.มุ่งมั่นให้โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษา ที่นำไปสู่การพัฒนาครูของประเทศไทยอย่างชัดเจน เริ่มตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการผลิตครูจากศูนย์กลางไปสู่การผลิตครูที่สอดคล้องกับพื้นที่ เน้นไปที่ผู้เรียนกำกับตัวเอง (Self-Directed Learning) ครูต้องเปลี่ยนบทบาทการเป็นครูผู้สอนไปสู่การเน้นเป็น “ครูโค้ช” อำนวยความสะดวก จัดสภาพแวดล้อมให้เด็กได้ศึกษาสอดคล้องกับบริบทชุมชน ฐานทรัพยากร วัฒนธรรม นอกจากนี้ครูยังมีบทบาทมากกว่าผู้สอน แต่ต้องเป็นนักพัฒนาและนำการเปลี่ยนแปลงสู่ชุมชน ครูจึงต้องได้รับการบ่มเพาะสมรรถนะที่หลากหลาย เป็นครูคุณภาพที่ทำงานร่วมกับชุมชนได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d785cb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/12-กสศ.-ลงนามความร่วมมือ-05.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการ ฯ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“สิ่งที่สำคัญคือ ครูต้องเป็นผู้รู้เท่าการเปลี่ยนการแปลง ต้องปรับตัวได้เร็ว ซึ่งเข้าใจว่าทั้ง 7 สถาบันกำลังออกแบบแผนการผลิตครูแบบใหม่ เพราะปัจจุบันเรามีการสูญเสียการเรียนรู้เยอะจากการสอนออนไลน์ เนื่องจากที่ผ่านมาเราไม่ได้เตรียมตัวออกแบบการเรียนรู้รองรับสถานการณ์ เช่น การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ผ่านมา ยิ่งเห็นความไม่เท่าเทียมเกิดขึ้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="864" height="454" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/b-3.jpg" alt="" class="wp-image-23265" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/b-3.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/b-3-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/b-3-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/b-3-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></figure></div>



<p></p>



<p>ในอนาคต โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นจะได้เตรียมความพร้อม ไม่ว่าในภาวะแบบไหน เด็กก็จะได้รับการศึกษาที่เท่าเทียมกัน รวมทั้งครูจะต้องเป็นครูของชุมชนที่มีการเรียนรู้ตลอดเวลา สถาบันการศึกษาต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการให้นักศึกษามีสมรรถนะออกแบบการเรียนรู้ผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับบริบทพื้นที่ ชุมชน ทรัพยากร โดยต้องลงไปวิเคราะห์ศักยภาพ ครอบครัว ชุมชน ให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องเข้ามามีบทบาทการจัดการเรียนรู้ร่วมกัน ท่ามกลางความท้าทายหลายประการ</p>



<p>เราเชื่อมั่นว่าสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการนี้จะผลิตและพัฒนาครูหัวใจเดียวกัน ที่จะดึงศักยภาพให้นักศึกษาจบมาเป็นครูที่ดี มีความสร้างสรรค์ มุ่งมั่นของชุมชน” รศ.ดร.ดารณีกล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5e6a02"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/12-กสศ.-ลงนามความร่วมมือ-07.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการ<br>สำนักพัฒนาคุณภาพครู นักศึกษาครูและสถานศึกษา กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครู นักศึกษาครูและสถานศึกษา กสศ.</strong> กล่าวว่า โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2563 โดยมีที่มาจากโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งจำเป็นต้องคงอยู่เพื่อโอกาสทางการศึกษาเด็กท้องถิ่น ไม่สามารถยุบควบรวมได้ จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาคุณภาพครูควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาครูโยกย้ายบ่อย จึงคิดวิธีให้คนในท้องถิ่นมาเรียนเป็นครูเพื่อกลับไปทำงานในบ้านเกิดตัวเอง ลดปัญหาการย้ายออกและขาดแคลนในอนาคต</p>



<p>มี 3 องค์ประกอบที่สำคัญคือ 1. การให้โอกาสเด็กยากจนในพื้นที่ห่างไกลได้เรียนรวม 5 รุ่น 1,500 คน เพื่อไปบรรจุเป็นครูใน 1,500 โรงเรียน ​ 2. สถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการเพื่อผลิตครูให้เป็นบัณฑิตและนักพัฒนาชุมชน รวมไปถึงการพัฒนาหลักสูตรเพื่อเป็นต้นแบบพัฒนาครูต่อไป และ 3. โรงเรียนปลายทางซึ่งจะต้องร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพตามบริบบทของชุมชน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4d966b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/12-กสศ.-ลงนามความร่วมมือ-06-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จากการดำเนินการที่ผ่านมา 2 รุ่น มีนักศึกษาครูรัก(ษ์)ถิ่น 627 คน และ​รุ่นที่ 3 มีเพิ่มขึ้นอีก 240 คน ดังนั้น การร่วมลงนามความร่วมมือกับ 7 สถาบันในครั้งนี้จึงมีความสำคัญมาก ที่จะนำไปสู่กระบวนการคัดเลือกที่เป็นต้นทางสำคัญ ปัจจุบันโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นเดินหน้ามาสู่รุ่นที่ 3 เปรียบเหมือนเดินทางมาถึงกลางทางของต้นน้ำ คือการคัดเลือกสถาบันคุณภาพมาร่วมโครงการ ดำเนินการคัดเลือกน้อง ๆ ที่มีใจอยากเป็นครู เข้ามาเรียนและจบไปบรรจุเป็นครูที่โรงเรียน</p>



<p>สถาบันอุดมศึกษายังมีภารกิจต้องติดตามเพื่อพัฒนาต่ออีก 6 ปี ดังนั้นการทำงานหนึ่งรุ่นจึงใช้เวลา 11 ปี นับเป็นโครงการระยะยาว ที่จะต้องมีการออกแบบการบริหารจัดการ การทำงานวิจัยรองรับ ด้วยความเชื่อมั่นว่าทุกมหาวิทยาลัยจะเป็นสถาบันต้นแบบพัฒนาครูต่อไป ดังนั้นต้องขอขอบคุณทุกสถาบันที่มาร่วมแรงร่วมใจสร้างครูรุ่นใหม่หัวใจรัก(ษ์)ถิ่น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-90aa39"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/12-กสศ.-ลงนามความร่วมมือ-04.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ที่ปรึกษา กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ที่ปรึกษากองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>กล่าวว่า อยากเห็นการพูดคุยของผู้บริหารสถาบันการศึกษาเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์บ่อย ๆ เพราะโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น เป็นโครงการระยะยาวประมาณ 11 ปี ต้องอาศัยความต่อเนื่องระดับนโยบายและความต่อเนื่องของข้อมูล นอกจากนี้ การทำงานของโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นสามารถเชื่อมโยงข้อมูลและการทำงานของ กสศ. ในโครงการอื่น ๆ เช่น โครงการ TSQP กว่า 700 โรงเรียน ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี 700 โรงเรียน และเครือข่ายอีก 11 ประเทศ​ ​อย่างไรก็ตาม ครูถือว่ามีความสำคัญในการศึกษา​อย่างมาก และนับเป็นตัวคูณที่สำคัญ เพราะครูคนหนึ่งสามารถสอนหนังสือเด็กได้หลายพันคน การเปลี่ยนแปลงจึงต้องเริ่มที่ครู ​นอกจากนี้อยากเน้นย้ำว่า ทุนที่ใช้ในโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นเป็นเงินภาษีของประชาชน อยากให้ช่วยเน้นย้ำกับนักศึกษาที่ได้รับทุนว่า เงินทุกบากทุกสตางค์มาจากภาษีของประชาชน การใช้จ่ายต้องระมัดระวังและรู้คุณค่า</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-da883b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/12-กสศ.-ลงนามความร่วมมือ-03.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศาสตราจารย์ นพ.วิจารณ์ พานิช ที่ปรึกษา กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>เช่นเดียวกับศาสตราจารย์ นพ.วิจารณ์ พานิช</strong> <strong>ที่ปรึกษากองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับ 7 สถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ซึ่งถือเป็นกระบวนการเปลี่ยนผ่านการผลิตครูสองชั้น ทั้งผลิตครูในโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นและครูทั่วไป โดยการผลิตครูนั้นไม่ใช่แค่การสอนหนังสือในมหาวิทยาลัยเพียงแค่​ 4 ปี แต่ต้องติดตามดูแลต่อเนื่อง เพราะจากที่ศึกษามาพบว่า กว่าจะเป็นครูที่เชี่ยวชาญ​ต้องใช้เวลา 5-7 ปี จึงต้องทำงานอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเมื่อผ่าน 5-7 ปี แล้วพวกเขาก็ยังต้องพัฒนาตัวเองต่อเนื่องไปไม่มีที่สิ้นสุด รวมทั้งจากที่หลายสถาบันดำเนินการมาก่อนหน้านี้ มีประสบการณ์สอน การวัดผล และพบปัจจัยท้าทายมากมาย ตรงนี้น่าจะได้นำมาเป็นข้อมูล คิดหาทางปรับตัวในการผลิตครูต่อไป</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img decoding="async" width="864" height="454" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/c-3.jpg" alt="" class="wp-image-23262" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/c-3.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/c-3-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/c-3-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/c-3-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></figure></div>



<p></p>



<p><strong>ด้าน ผศ.ดร.สมบัติ โยธาทิพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา</strong> กล่าวว่า ในพื้นที่ห่างไกลมีปัญหาเรื่องครูโยกย้ายบ่อย พอผ่านไปสองปีสอบบรรจุได้ก็ย้ายออก ​โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นจะสามารถแก้ปัญหานี้ สร้างครูที่เป็นนักพัฒนา ทั้งวิชาการและจิตวิญญาณความเป็นครู อีกทั้งพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีคุณภาพการศึกษาต่ำที่สุดในประเทศไทย ถ้าผลิตครูด้วยกระบวนการปกติก็จะแก้ไขปัญหาไม่ได้ เช่น ในพื้นที่มีข้อจำกัดเรื่องเด็กพูดไทยไม่ได้ ก็ต้องเน้นการผลิตครูตามบริบทพื้นที่ ซึ่งจะช่วยยกระดับครูนักพัฒนาอย่างแท้จริง เพราะ​มีแต่การศึกษาเท่านั้นที่จะแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากจะมุ่งแก้ไขปัญหาแต่เพียงในมิติสังคม มิติเศรษฐกิจ ในขณะที่การศึกษายังไม่เข้มแข็ง ก็จะไม่สามารถแก้ไขได้ การศึกษาจึงเป็นสิ่งสำคัญ</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%A2.-%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A-%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99-%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2_Photo-12.jpg" alt=""/></figure>



<p></p>



<p><strong>รศ.ดร.เกีรยรติสุดา ศรีสุข คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</strong> กล่าวว่า การทำงานที่ผ่านมาทางมหาวิทยาลัยได้ร่วมงานกับ กสศ. ในการผลิตครูตามความต้องการของชุมชน ตั้งแต่ระบบคัดเลือกที่จะได้เด็กที่มีความเหมาะสม โดยประสานความร่วมมือกับผู้นำชุมชน และให้คณาจารย์บูรณาการการลงพื้นที่เพื่อให้ได้ครูรุ่นใหม่ที่ไปทำงานร่วมกับผู้นำชุมชนในพื้นที่ เน้นเรื่องอัตลักษณ์พื้นที่โดยใช้ข้อมูลจากบิ๊กดาต้า (big data) มาออกแบบการเรียนการสอน สร้างสมรรถนะชั้นสูง มีการออกแบบวิชาใหม่ๆ เพื่อให้เด็กได้รอบรู้ ซึ่งจะมีการออกแบบร่วมกับคณะเกษตรศาสตร์ สังคมศาสตร์ มนุษย์ศาสตร์ แม้กระทั่งเภสัช ที่จะได้เรียนรู้เรื่องสมุนไพร สิ่งสำคัญคือ การติดอาวุธทางวิชาการและวิชาชีพให้ครูไปใช้งานได้จริง ส่วนใหญ่โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลจะมีลักษณะครูไม่ครบชั้น ดังนั้นครูจะต้องสอนเด็กได้ทุกชั้น ทุกวิชา </p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-sign-teachereef-3/">กสศ.ลงนามความร่วมมือกับ 7 สถาบันอุดมศึกษา เดินหน้าโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 3</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ครูรัก(ษ์)ถิ่น’ ช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้</title>
		<link>https://www.eef.or.th/teacher-19-02-21/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=teacher-19-02-21</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Feb 2021 01:55:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[แวยอรี ลาเตะ]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.สมบัติ โยธาทิพย์]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=27214</guid>

					<description><![CDATA[<p>มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา(มรย.) เป็นสถาบันหนึ่งที่ได้รับการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/teacher-19-02-21/">‘ครูรัก(ษ์)ถิ่น’ ช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;"><strong>มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา(มรย.)</strong> เป็นสถาบันหนึ่งที่ได้รับการยอมรับด้านการสร้างครูมายาวนาน ผลิตครูที่มีคุณภาพซึ่งกระจายไปทำงานด้านการศึกษาทั่วประเทศ รวมถึงยังเป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาที่ร่วมงานกับ กสศ. ในโ<strong>ครงการ </strong></span><strong>‘ครูรัก(ษ์)ถิ่น</strong><span style="font-weight: 400;">’</span><span style="font-weight: 400;"> ตั้งแต่รุ่น </span><span style="font-weight: 400;">1</span><span style="font-weight: 400;">(ปี </span><span style="font-weight: 400;">2562</span><span style="font-weight: 400;">) ต่อเนื่องถึงรุ่น </span><span style="font-weight: 400;">2 </span><span style="font-weight: 400;">ในปี </span><span style="font-weight: 400;">2563 </span><span style="font-weight: 400;">ด้วยวัตถุประสงค์โครงการที่มีความสอดคล้องกับความตั้งใจของมหาวิทยาลัย ในการผลิตครูที่สอดรับกับการพัฒนาชุมชน และพัฒนาการศึกษาได้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>“ในฐานะหน่วยผลิต เราต้องรับผิดชอบเรื่องการเพิ่มคุณภาพของครูให้ตอบโจทย์พื้นที่”</h3>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-27241" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/มรย.-รับ-ครูรักษ์ถิ่น-ร่วมยกระดับคุณภาพการศึกษา_Photo-07.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ผศ.ดร.สมบัติ โยธาทิพย์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา</strong> อธิบายว่า ที่ผ่านมา มรย. ได้ออกแบบโครงการชื่อ ‘Extra Time’ อันเป็นหลักสูตรพิเศษในการพัฒนาครู โดยทำต่อเนื่องมาแล้วราว 6-7 ปี ซึ่งแสดงถึงความคิดตั้งต้นที่เป็นไปในทางเดียวกับโครงการครูรักษ์ถิ่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลักสูตรพิเศษนี้ คือผลจากการศึกษาวิจัยโดย มรย. ตั้งคำถามว่า จะทำอย่างไรให้พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้หลุดพ้นจากการมีคุณภาพการศึกษาต่ำที่สุดในประเทศได้</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27217" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/มรย.-รับ-ครูรักษ์ถิ่น-ร่วมยกระดับคุณภาพการศึกษา_banner-1.jpg" alt="" width="856" height="570" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ผลิตครู เราต้องรับผิดชอบโดยตรงต่อการแก้ไขปัญหานี้ เราพบว่าปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้องที่สุด คือการผลิตครูของเราอาจมีคุณภาพ แต่ยังไม่เพียงพอหรือสอดรับกับความต้องการของพื้นที่ ซึ่งนำไปสู่การพัฒนา<strong>หลักสูตร Extra Time</strong> โดยทดลองให้นักศึกษาครูสาขาประถมศึกษา 30 คนเข้ามาอยู่รวมกันในหอพัก แล้วเพิ่มช่วงเวลาพิเศษในการเสริมความรู้เฉพาะทาง สร้างจิตวิญญาณความเป็นครู และพัฒนาศักยภาพทุกด้านอย่างเต็มที่”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผศ.ดร.สมบัติ กล่าวต่อไปว่า ในพื้นที่ที่มีความพิเศษ หลากหลายด้วยวัฒนธรรม เชื้อชาติ ศาสนา รวมถึงมุมมองด้านปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน ครูใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องได้รับการเสริมสร้างแนวทางที่เหมาะสมเพียงพอกับปัญหาในพื้นที่ที่แตกต่าง</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27226" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/มรย.-รับ-ครูรักษ์ถิ่น-ร่วมยกระดับคุณภาพการศึกษา_Photo-09.jpg" alt="" width="856" height="570" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลักสูตร Extra Time จะใช้ช่วงเวลา 1-3 ทุ่มในวันธรรมดา รวมถึงวันเสาร์อาทิตย์และช่วงเวลาปิดเทอม เสริมสิ่งที่นักศึกษาครูต้องเรียนรู้เพิ่ม โดยรวมแล้วจนจบหลักสูตร นักศึกษาทุกคนจะมีเวลาเรียนรู้เพิ่มขึ้นคนละ 1, 800 ชั่วโมง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เวลาที่เพิ่มขึ้นมา เราจะเสริมความรู้เกี่ยวกับบริบทพื้นที่ หรือการสอนศาสนาอิสลามเบื้องต้น(ตาดีกา) ส่วนนักศึกษาที่เป็นพุทธเราก็เสริมด้านศาสนาพุทธ คำนึงถึงความสอดคล้องของพื้นเพเขา ทั้งยังมีการอบรมเทคนิคการสอนที่ลึกในบริบทชุมชนมากกว่าหลักสูตรครูทั่วไป ด้วยหลักสูตรพัฒนาชุมชน เสริมเรื่องทวิภาษา พหุวัฒนธรรม เนื่องจากชุมชนส่วนใหญ่ใช้ภาษามลายูถิ่น(ยาวี)เป็นหลักในการสื่อสาร เราจึงต้องสอนเพิ่มเติม โดยวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่องการจัดการเรียนการสอนชั้นประถมศึกษาในท้องถิ่นที่ใช้ภาษาที่แตกต่างโดยเฉพาะ ที่สำคัญนักศึกษาครูต้องรู้ว่าครูและโรงเรียนไม่ได้มีหน้าที่ในการสอนหนังสืออย่างเดียว แต่ต้องเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและแก้ไขปัญหาในท้องถิ่นด้วย นี่คือหัวใจของหลักสูตร Extra Time”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>‘ครูรักษ์ถิ่น’ คือเจตนารมณ์ที่ต้องตรงกัน</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27219" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/มรย.-รับ-ครูรักษ์ถิ่น-ร่วมยกระดับคุณภาพการศึกษา_Photo-04.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อธิการบดี มรย. กล่าวถึงความร่วมมือกับโครงการครูรักษ์ถิ่น ที่ก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 ว่า </span><b>แนวคิดของมหาวิทยาลัยที่มาผนวกรวมกับเป้าหมายของโครงการครูรักษ์ถิ่น เปรียบได้กับการประสานแนวทางร่วมกันทั้งในด้านวิธีการและวัตถุประสงค์ คือสร้างครูนักพัฒนาที่จะช่วยยกระดับการศึกษาและชุมชนในระยะยาว</b><span style="font-weight: 400;"> โดย มรย. ได้รับมอบหมายให้ดูแลนักศึกษาครูในสาขาปฐมวัย และประถมศึกษา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ส่วนที่ดีที่สุดคือ ทางสถาบันได้ดำเนินงานมาแล้วในระยะเวลาหนึ่ง จึงไม่ใช่เรื่องยากในการเดินต่อไปด้วยกัน โดยเฉพาะเมื่อ มรย. และ กสศ. เชื่อตรงกันว่าการผลิตครูด้วยแนวทางนี้ จะช่วยแก้ไขปัญหาด้านการศึกษาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ได้ตรงจุดและชัดเจนขึ้น เพราะเราร่วมกันออกแบบโครงการจากพื้นฐานของปัญหาจริงๆ”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>เปลี่ยนบทบาทมหาวิทยาลัย จากตั้งรับสู่ลงพื้นที่ค้นหานักศึกษาร่วมกับชุมชน</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27220" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/มรย.-รับ-ครูรักษ์ถิ่น-ร่วมยกระดับคุณภาพการศึกษา_Photo-06.jpg" alt="" width="856" height="570" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือจากวางหลักสูตรและบ่มเพาะนักศึกษา อีกภารกิจที่ถือว่าสำคัญและยังเป็นการเปลี่ยนแปลงบทบาทหน้าที่ของมหาวิทยาลัย จากเดิมที่เป็นฝ่ายรอรับนักศึกษา เป็นการมีส่วนร่วมในการเฟ้นหานักศึกษาครูผ่านดุลยพินิจของคณาจารย์คณะคุรุศาสตร์ มรย.</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผศ.ดร.สมบัติ กล่าวว่า แม้ต้องเผชิญความเสี่ยงบ้าง แต่ด้วยความช่วยเหลือจากชุมชนที่อยากเห็นเด็ก ๆ ในพื้นที่ของเขาได้รับการศึกษาที่ดีทัดเทียมพื้นที่อื่นๆ ความร่วมมือครั้งสำคัญที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจึง ‘เป็นไปได้’</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การลงพื้นที่คัดกรองนักศึกษาร่วมกับ กสศ. ชุมชน และโรงเรียนปลายทางที่จะรองรับนักศึกษาของเรา ถือว่าเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ที่เราจะมาทำร่วมกัน โดยเฉพาะ</span><b>ในพื้นที่ 3 จังหวัดซึ่งมีความซับซ้อนเปราะบางด้วยเงื่อนไขต่างๆ ต้องยอมรับว่า ณ จุดเริ่มต้นมันมีความเสี่ยง เพราะบางแห่งที่ต้องเข้าไปเยี่ยมบ้านเด็กๆ เป็นพื้นที่สีแดง แต่เราถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ เป็นหมุดหมายที่บอกได้ว่าทุกฝ่ายทั้งมหาวิทยาลัย ชุมชน และโรงเรียนในพื้นที่พร้อมที่จะทำงานร่วมกัน</b><span style="font-weight: 400;"> ในการดูแลเด็กๆ ในชุมชนเพื่อพัฒนาให้เขาเติบโตขึ้นเป็นทรัพยากรบุคคลที่สร้างความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ได้</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27224" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/มรย.-รับ-ครูรักษ์ถิ่น-ร่วมยกระดับคุณภาพการศึกษา_Photo-12.jpg" alt="" width="856" height="570" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สำหรับมหาวิทยาลัย เรามองว่าการลงพื้นที่ค้นหาเด็กจะทำให้เราพบคนที่เขามีหัวใจของความเป็นครู ก่อนนำมาพัฒนาด้านอื่นๆ ต่อซึ่งทำได้ง่ายกว่า เพราะชุมชนและโรงเรียนในพื้นที่จะช่วยให้เราเห็นมุมมองด้านต่างๆ ของนักศึกษา ข้อมูลที่ได้จึงทำให้เราเชื่อมั่นได้มากกว่าการสอบหรือการสัมภาษณ์ที่ใช้เวลาเพียงสั้นๆ ตรงนี้เราในฐานะฝ่ายผลิตจึงต้องเสียสละ ทุ่มเทเวลาส่วนนี้ลงไปร่วมกับชุมชน กับภาคีทุกฝ่าย เพื่อให้ได้ครูนักพัฒนาที่ใช่จริงๆ”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ไม่ใช่แค่ค้นหา แต่ต้องร่วมพัฒนาน้องๆ ไปด้วยกัน <span style="font-weight: 400;"> </span></h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27221" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/มรย.-รับ-ครูรักษ์ถิ่น-ร่วมยกระดับคุณภาพการศึกษา_Photo-10.jpg" alt="" width="856" height="570" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อขั้นตอนค้นหาผ่านไปจนพบคนที่ใช่ ช่วงเวลาอีก 4 ปีหลังจากนั้น นักศึกษาจะได้รับการปลูกฝังความเป็นครูนักพัฒนา โดยต้องมีกิจกรรมร่วมกับชุมชนและโรงเรียนปลายทางที่น้องๆ จะเข้าบรรจุหลังจบการศึกษา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในหลักสูตรครูรักษ์ถิ่น นักศึกษาต้องสื่อสารและทำกิจกรรมกับชุมชนเพื่อซึมทราบความเคลื่อนไหวตลอดเวลา โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีผู้อำนวยการและครูโรงเรียนปลายทางเป็นเสมือนพี่เลี้ยงของเขา เราจะให้เขาค่อย ๆ มองเห็นปัญหาหรือแผนงานพัฒนาชุมชนเชิงลึกที่เขาจะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในวันข้างหน้า ขั้นตอนนี้มิได้เพื่อสร้างความคุ้นเคยให้เขาอย่างเดียว แต่จะทำให้เขารู้ว่าอะไรคือความต้องการของท้องถิ่น แล้วการที่เขาไม่มีระยะห่างจากชุมชน ได้มีส่วนร่วมตั้งแต่เรียนปี 1 จนจบการศึกษา เราเชื่อว่าในที่สุดเขาจะสามารถค้นพบนวัตกรรมสักอย่างที่นำมาใช้พัฒนาท้องถิ่นของเขาได้” อธิการบดี มรย. กล่าว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ครูที่เป็นคนในพื้นที่ ช่วยลดอัตราการย้าย คืนความเชื่อมั่นให้ชุมชน</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27222" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/มรย.-รับ-ครูรักษ์ถิ่น-ร่วมยกระดับคุณภาพการศึกษา_Photo-03.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แวยอรี ลาเตะ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านด่าน</strong> โรงเรียนปลายทางรองรับนักศึกษาครูรักษ์ถิ่น กล่าวเสริมว่า ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้มีโรงเรียนขนาดเล็กอยู่มาก หลายแห่งมีปัญหาขาดแคลนครู ครูไม่ครบชั้น การดูแลเด็กจึงไม่ค่อยทั่วถึง ส่งผลให้เด็กเรียนรู้ได้ไม่เต็มที่ ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของเด็กๆ ในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ขณะที่โครงการครูรักษ์ถิ่นจะเข้ามาช่วยตอบโจทย์ปัญหาได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การที่นักศึกษาครูรักษ์ถิ่นไม่ได้ถูกเลือกโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เปิดโอกาสให้โรงเรียนและชุมชนที่จะเป็นปลายทางรองรับ ได้บอกความต้องการ ได้ร่วมค้นหา ทำให้ชุมชนเชื่อมั่นได้ว่าจะได้ครูที่มีคุณสมบัติตรงกับความต้องการของท้องถิ่น ตรงนี้นอกจากการเข้ามาช่วยพัฒนาหรือแก้ปัญหาต่างๆ ยังมีผลพลอยได้ในการสร้างความร่วมมือระหว่างโรงเรียนและชุมชนได้อีกด้วย</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27227" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/มรย.-รับ-ครูรักษ์ถิ่น-ร่วมยกระดับคุณภาพการศึกษา_Photo-02.jpg" alt="" width="856" height="570" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แล้วด้วยวิธีสร้างคนในพื้นที่ขึ้นมาเป็นครูของชุมชน ทำให้เราพอจะมองเห็นทิศทางอนาคต ว่าปัญหาครูโยกย้ายออกจากพื้นที่จะดีขึ้น นอกจากนี้ครูที่เป็นคนในพื้นที่เขาจะมีปฏิสัมพันธ์กับชุมชน และสร้างความเชื่อมั่นในฐานะกระบอกเสียงทั้งในมุมของโรงเรียนและของชุมชนไปได้พร้อมๆ กัน” ผอ.โรงเรียนบ้านด่าน กล่าว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสไปกับ</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/teacher-19-02-21/">‘ครูรัก(ษ์)ถิ่น’ ช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
