<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ผศ.ดร.วิยดา เหล่มตระกูล | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%9C%E0%B8%A8-%E0%B8%94%E0%B8%A3-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%B2-%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B8%A5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 06 Jun 2023 05:12:55 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.12</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ผศ.ดร.วิยดา เหล่มตระกูล | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘ยกระดับทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์แห่งยุคดิจิทัล’ กสศ. เปิดเวทีนโยบายพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงานให้มีรายได้สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-060623/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-060623</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Jun 2023 05:09:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.สุภกร บัวสาย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐ์ อัลยุฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญลักษณ์ เพ็ชรประดับ]]></category>
		<category><![CDATA[สมศักดิ์ พะเนียงทอง]]></category>
		<category><![CDATA[เวทีเสวนาวิชาการนานาชาติ ‘ทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์แห่งโลกยุคใหม่: การพัฒนาพื้นฐานทักษะและบทบาทในระดับจังหวัด’]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.วิยดา เหล่มตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[Koji Miyamoto]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานสถิติแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[World Bank]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=68309</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2566 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางกา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-060623/">‘ยกระดับทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์แห่งยุคดิจิทัล’ กสศ. เปิดเวทีนโยบายพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงานให้มีรายได้สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2566 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับ ธนาคารโลก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ สำนักงานสถิติแห่งชาติ จัด<strong>เวทีเสวนาวิชาการนานาชาติ ‘ทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์แห่งโลกยุคใหม่: การพัฒนาพื้นฐานทักษะและบทบาทในระดับจังหวัด’</strong> เพื่อร่วมกันหาแนวทางยกระดับทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์ในประเทศไทย และออกแบบนโยบายสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานในยุคดิจิทัล เพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันให้ประเทศพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง</p>



<p>วิทยากรร่วมเสวนาในครั้งนี้ประกอบไปด้วย <strong>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน</strong> ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) <strong>นพ.สุภกร บัวสาย</strong> ที่ปรึกษาเครือข่ายองค์กรนานาชาติเพื่อการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา และอดีตผู้จัดการ กสศ. <strong>นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</strong> ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ. ร่วมด้วย <strong>คุณโคจิ มิยาโมโตะ (Mr. Koji Miyamoto)</strong> นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส (Senior Economist) ด้าน Global Practice จากธนาคารโลก (World Bank) <strong>นายเศรษฐ์ อัลยุฟรี</strong> นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี <strong>ผศ.ดร.วิยดา เหล่มตระกูล</strong> คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง <strong>นายสมศักดิ์ พะเนียงทอง</strong> คณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดระยอง และ <strong>นายเจริญลักษณ์ เพ็ชรประดับ</strong> เลขาธิการมูลนิธิชุมชนขอนแก่นทศวรรษหน้าจังหวัดขอนแก่น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4984e6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/นางสาวธันว์ธิดา-วงศ์ประสงค์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการ<br>สำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>พัฒนาทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์ไทยให้ตรงจุด เพิ่มโอกาสก้าวพ้นประเทศรายได้ปานกลาง</strong></h2>



<p><strong>นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> กล่าวว่า เวทีพัฒนานโยบายครั้งนี้ เป็นความร่วมมือทางวิชาการในการพัฒนาทุนมนุษย์ไทยให้พร้อมรับมือกับการแข่งขันในศตวรรษที่ 21 ผ่าน <strong>‘การวิจัยสำรวจทักษะและความพร้อมกลุ่มประชากรวัยแรงงานในประเทศไทย (</strong><strong>Adult Skills Assessment in Thailand)’</strong> ที่ธนาคารโลกร่วมกับ<br>กสศ. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ สำนักงานสถิติแห่งชาติ วิเคราะห์ผลสำรวจระดับทักษะพื้นฐานของประชากรอายุ 15-64 ปี ซึ่งเป็นการสำรวจในวงกว้างเป็นครั้งแรกของประเทศไทย</p>



<p><strong>นางสาวธันว์ธิดา </strong>กล่าวว่า &nbsp;ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและเศรษฐกิจ โดยไทยมีกลุ่ม Not in Education, Employment, or Training (NEET) หรือเป็นที่รู้จักกลุ่มเยาวชนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้อยู่ในการทำงาน การศึกษา หรือการฝึกอบรม ในประเทศไทยที่ถูกจัดทำโดยวิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และองค์การยูนิเซฟ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา ค้นพบว่า จำนวน NEET ในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 1.28 ล้านคน โดยร้อยละ 68.2 ไม่พร้อมที่จะทำงาน และไม่มีความประสงค์ที่จะพัฒนาทักษะเพิ่ม ส่วนใหญ่เป็นเยาวชนที่เพียงจบการศึกษาภาคบังคับ เนื่องจากปัญหา NEET เป็นปัญหาที่ควบคู่กับปัญหานักเรียนที่หลุดจากระบบการศึกษา และปัญหาการว่างงานของเยาวชน หากไม่เร่งพาเยาวชนกลุ่มนี้กลับเข้าตลาดแรงงานจะส่งผลต่อการดำรงชีวิตของตัวเยาวชน และการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ และระดับประเทศ</p>



<p><strong>นางสาวธันว์ธิดา</strong> เน้นย้ำว่า การพัฒนา<strong>ทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์ </strong><strong>(Foundational Skills)</strong> จะช่วยให้ไทยเป็นประเทศที่มีรายได้สูงขึ้น และสามารถลดความเหลื่อมล้ำในมิติต่าง ๆ ซึ่งมีความท้าทายเนื่องจากปัจจุบันพบว่ามีกลุ่มแรงงานนอกระบบสูงถึง 20.2 ล้านคน โดยร้อยละ 67 มีการศึกษาต่ำกว่าชั้นมัธยมต้น นอกจากนี้ยังพบว่ามีวัยแรงงานซึ่งเป็นกลุ่มเยาวชนรุ่นใหม่ประมาณ 1.4 ล้านคนกำลังว่างงาน และมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปีประมาณปีละร้อยละ 1 แรงงานกลุ่มนี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ</p>



<p>“การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจำเป็นต้องมองกว้างกว่าในรั้วโรงเรียน หากประเทศไทยต้องการหลุดออกจากกับดับรายได้ปานกลาง เยาวชนและแรงงานที่อยู่ในตลาดแรงงานจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์ โดยเป็นงานที่มีความซับซ้อนและจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ มาช่วยกันขับเคลื่อนแนวทางในการแก้ไขทั้งด้านการศึกษา เศรษฐกิจ และสังคม จังหวัดถือเป็นพื้นที่และกลไกการทำงานที่สำคัญ โดยจำนวนอย่างน้อย 12 จังหวัดได้ริเริ่มการทำงานตามแนวคิดจังหวัดจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ ที่จะมีการวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาของเด็ก เยาวชนและประชากรวัยแรงงาน การจัดทำฐานข้อมูล การค้นหาและพัฒนานวัตกรรมมที่ตอบโจทย์บริบทพื้นที่ ผ่านความร่วมมือทางวิชาการและการขับเคลื่อน โดยที่ผ่านมา กสศ. ธนาคารโลก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สำนักงานสถิติแห่งชาติ และจังหวัดต่าง ๆ ได้ร่วมมือกันเพื่อหาแนวทางในการจัดการให้สอดคล้องกับปัญหาที่กำลังประสบอยู่ในแต่ละพื้นที่และนำมาเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างต่อไป” <strong>คุณธันว์ธิดา</strong> กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-86bca1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/Mr.-Koji-Miyamoto.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">คุณโคจิ มิยาโมโตะ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส<br>ด้าน Global Practice จากธนาคารโลก</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การศึกษาที่มีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิต เครื่องมือสำคัญในการพัฒนาทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์</strong></h2>



<p><strong>คุณโคจิ มิยาโมโตะ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสด้าน Global Practice จากธนาคารโลก </strong>กล่าวว่า ทักษะดิจิทัล เป็น 1 ในทักษะพื้นฐานที่สำคัญของการทำงานในศตวรรษที่ 21 จากการสำรวจโดย Amazon พบว่าร้อยละ 50 ของแรงงานไทยยังขาดความสามารถด้านนี้ จึงจำเป็นจะต้องถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อนำไปต่อยอดในการทำงานและประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ต้นทุนมนุษย์ที่สำคัญ ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งอีกส่วนหนึ่งคือจะต้องพัฒนาทักษะด้านสังคม อารมณ์ ทักษะในการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ทักษะในการคิดวิเคราะห์และทักษะในการแก้ปัญหา ทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งจะเอามาใช้ในการทำงานและการคิดแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง</p>



<p>“ทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยเพิ่มผลผลิตในระบบอุตสาหกรรมและมีบทบาทอย่างยิ่งในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ โดยที่ผ่านมามีผลสำรวจที่ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าการศึกษาและทักษะด้านต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้น มีส่วนทำให้รายได้ของประชากรสูงขึ้นตามไปด้วย การพัฒนาทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์จำเป็นที่จะต้องเริ่มในการศึกษาทุกระดับชั้นตั้งแต่ชั้นอนุบาลไปจนถึงระดับมหาวิทยาลัย รวมถึงสร้างกลไกการศึกษาตลอดชีวิต สร้างบรรยากาศให้มีการถ่ายโอนการเรียนรู้และมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน เช่น นำผู้ที่มีประสบการณ์ที่โดดเด่นหรือมีทักษะในเรื่องนั้น ๆ มาพูดคุยแนะนำหรือฝึกอบรมเสริมแรงบวกให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดแรงจูงใจในการทำงานและการเรียนรู้ด้านต่าง ๆ ในงานที่ถนัดเพิ่มขึ้น”</p>



<p><strong>คุณโคจิ</strong> กล่าวอีกว่า การพัฒนาทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์ สามารถเกิดขึ้นได้จากแนวทางต่าง ๆ โดยเฉพาะการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างในพื้นที่ต่าง ๆ และชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมกับรัฐในการจัดการศึกษาเพื่อมุ่งแก้ปัญหาโดยใช้โจทย์จากพื้นที่เป็นฐาน ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องตามบริบทความต้องการของพื้นที่ในการสร้างผลสัมฤทธิ์ให้กับสถานศึกษาขั้นพื้นฐานได้อย่างมีประสิทธิผลเพิ่มมากขึ้น รวมถึงตอบโจทย์ความต้องการแรงงานในแต่ละท้องถิ่น </p>



<p>“การจัดการในส่วนนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ในหลักสูตรการศึกษาในห้องเรียนเท่านั้น หลายประเทศพบว่าการเรียนนอกห้องเรียนผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ก็มีส่วนในการพัฒนาทักษะด้านนี้เช่นกัน ไม่เพียงแต่ภาครัฐเท่านั้นที่สามารถพัฒนาทักษะด้านนี้ ภาคเอกชนหรือผู้ประกอบการ ก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาทักษะแรงงานให้ตรงกับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้ สิ่งที่ต้องพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องก็คือการกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้ให้เชื่อมโยงกัน ให้สามารถทำงานอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับสถานการณ์การเรียนรู้ที่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยผู้ใหญ่ ขณะเดียวกันการพัฒนาครูผู้สอนก็ถือเป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในการถ่ายทอดแนวทางการพัฒนาทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์ โดยเฉพาะบทบาทในการพัฒนาทักษะด้านสังคมและอารมณ์ และเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาเครื่องมือช่วยครูในด้านนี้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-39c642"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/นพ.สุภกร-บัวสาย.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นพ.สุภกร บัวสาย ที่ปรึกษาเครือข่ายองค์กรนานาชาติ<br>เพื่อการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นพ.สุภกร บัวสาย ที่ปรึกษาเครือข่ายองค์กรนานาชาติเพื่อการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา และอดีตผู้จัดการ กสศ. </strong>กล่าวถึงโจทย์การทำงานที่สอดคล้องกับข้อเสนอแนะของนักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากธนาคารโลก คือการพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงาน เป็นโจทย์การศึกษาที่ใหญ่กว่าในระบบโรงเรียน โดยต้องหาวิธีช่วยให้คนที่ทำงานอยู่มีโอกาสเรียนรู้โดยไม่ต้องกลับเข้าไปในโรงเรียนอย่างเดียว</p>



<p><strong>นพ.สุภกร</strong> กล่าวว่า หลายจังหวัดได้พยายามสร้างระบบนิเวศการของการเรียนรู้ไว้รองรับแนวคิดและรูปแบบการเรียนรู้ที่จะสร้างทักษะใหม่ ๆ ด้วยตัวเอง ซึ่งจะเรียนรู้ไปเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นในช่วงวัยไหน เป็นการศึกษาเรียนรู้ที่ไม่ได้จบแค่ในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ไม่ว่าคุณจะเป็นวัยผู้ใหญ่หรือวัยชราก็ยังสามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิตเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการทำงานในแต่ละช่วงเวลาของชีวิต “สิงคโปร์มีโปรแกรม SkillsFuture ที่ตอบโจทย์การพัฒนาทุนมนุษย์คนกลุ่มต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมสำหรับนักเรียนหรือพนักงานที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน พนักงานระดับกลาง นายจ้างผู้ให้บริการฝึกอบรมและโปรแกรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต โปรแกรมสำหรับนักเรียนก็จะให้คำแนะนำการตัดสินใจเลือกการศึกษาและเส้นทางอาชีพที่เหมาะสมกับการวางแผนอนาคต ช่วยให้เกิดการค้นพบสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเอง โดยสะท้อนจากจุดแข็งและความสนใจในแต่ละช่วงชีวิตช่วยให้มีโอกาสทำงานที่เสริมต่อทักษะและความสามารถสำหรับพนักงานมีหลักสูตรทักษะใหม่ ๆ ทักษะแห่งอนาคต รวมถึงมีโปรแกรมสำหรับวัยก่อนเกษียณหรือคนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปสำหรับเตรียมความพร้อมหลังจากเกษียณจากงานเดิม การพัฒนาเรื่องนี้โดยเริ่มต้นจากจังหวัดซึ่งทราบมิติของปัญหาและจุดอ่อนจุดแข็งของพื้นที่ จึงน่าจะเป็นการเริ่มต้นที่เหมาะสม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-24a29e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/นายพัฒนะพงษ์-สุขมะดัน.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การพัฒนาพื้นฐานทักษะด้วยบทบาทในระดับจังหวัดของประเทศไทย</strong></h2>



<p><strong>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> ระบุว่า ความร่วมมือทางวิชาการในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาของ กสศ. กับธนาคารโลก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสำนักงานสถิติแห่งชาติ จะถูกนำไปขยายผลสู่สาธารณะและความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยจะสร้างการมีส่วนร่วมพัฒนาทักษะที่สำคัญผ่านกลไกที่มีอยู่ เช่น นักเรียนทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง และกลไกการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ขยายไปสู่วัยแรงงานกลุ่มต่าง ๆ เพื่อให้มีเยาวชนและประชากรวัยแรงงานที่เท่าทันโลกยุคใหม่ โดยมีผู้เกี่ยวข้องที่สำคัญส่วนหนึ่งมาร่วมเวทีในครั้งนี้</p>



<p><strong>นายพัฒนะพงษ์ กล่าว</strong>เพิ่มเติมถึงการดำเนินการโครงการระยะถัดไป โดยธนาคารจะนำเครื่องมือ กับชุดคำถามที่ได้พัฒนากับนักวิชาการ มาสำรวจในจังหวัดที่เข้าร่วม โครงการการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ของกสศ. เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกที่ระดับจังหวัด นอกจากนี้ทางธนาคารจะดำเนินกิจกรรมพัฒนาทักษะสังคมอารมณ์ ให้แก่นักศึกษาในสถานศึกษาอาชีวะ ที่เข้าร่วมโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ซึ่งผมหวังว่ากิจกรรมในโครงการระยะถัดไปนั้น จะเป็นการทำงานร่วมกับภาคท้องถิ่น และสถานศึกษาเพื่อให้สามารถใช้แนวทางในการพัฒนาแรงงานของประเทศโดยเฉพาะกับกลุ่มแรงงานที่ด้อยโอกาสที่ต้องเร่งช่วยเหลือ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-81aa79"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/10-ยกระดับทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์-03.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายเศรษฐ์ อัลยุฟรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายเศรษฐ์ อัลยุฟรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี </strong>กล่าวว่าจังหวัดปัตตานีได้เดินหน้าส่งเสริมการศึกษาให้สอดคล้องกับตำแหน่งงานที่มีอยู่ในจังหวัด โดยค้นหาตัวตนของเด็กว่ามีความถนัดในด้านใด ค้นหาต้นทุนของเด็ก ทักษะการทำงานของเด็กโดยทำงานร่วมกับผู้ปกครองให้มีช่องทางส่งไม้ต่อในทุกช่วงชั้นการศึกษา มีแนวทางในการพัฒนาทักษะผ่านกลไกที่มี เช่น อาชีวศึกษา มีช่องทางในการช่วยยกระดับอาชีพผ่านการทำงานของ อบจ. เพื่อลดตัวเลขเด็กออกจากการศึกษากลางคัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e15688"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/10-ยกระดับทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์-01.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(เรียงจากซ้าย) นายเจริญลักษณ์ เพ็ชรประดับ เลขาธิการมูลนิธิชุมชนขอนแก่นทศวรรษหน้า / ผศ.ดร.วิยดา เหล่มตระกูล คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง / นายสมศักดิ์ พะเนียงทอง คณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดระยอง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ผศ.ดร.วิยดา เหล่มตระกูล คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง</strong> กล่าวว่าการพัฒนาทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์เป็นงานที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ให้ครอบคลุมการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ประถมวัยจนถึงวัยทำงาน การจัดการศึกษาสำหรับศตวรรษที่ 21 เป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ระบบการศึกษาจำเป็นต้องปรับตัว ปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของเยาวชน สังคมและตลาดแรงงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยงานนี้ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 จนเกิดกลไกระดับจังหวัด ที่สามารถระดมเครือข่ายการพัฒนาบุคลากรจากหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะครูในพื้นที่ร่วมกัน และสามารถส่งต่อการจัดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับบริบทโรงเรียน สามารถสร้างแนวโน้มการศึกษาในระบบที่ดีขึ้น สร้างแนวทางในการปรับมาตรฐานการเรียนรู้ในทุกระดับให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จนเกิดโมเดลการพัฒนาชุมชนที่ประสบความสำเร็จในการสร้างระบบนิเวศชีวิตที่เหมาะกับคนทุกช่วงวัยโดยไม่เพิ่มภาระงานให้กับหน่วยงานหลัก สามารถช่วยประสานและแบ่งเบาภาระการทำงานผ่านการเชื่อมโยงฐานข้อมูลให้สอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่</p>



<p><strong>นายสมศักดิ์ พะเนียงทอง คณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดระยอง </strong>กล่าวว่า จังหวัดได้มีการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนระยองทุกช่วงวัยให้ตอบโจทย์บริบทของจังหวัด ซึ่งอยู่กับภาคการเกษตร การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรม ด้วยแนวคิดเท่าเทียมทั่วถึงเท่าทันและสมดุล สร้างระบบบริหารจัดการศึกษาทุกระดับ เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนในจังหวัดทุกช่วงวัย สร้างเครือข่ายความร่วมมือในการจัดการศึกษาระหว่างสถานศึกษา สถานประกอบการ องค์กรภาครัฐและเอกชน พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์สร้างสรรค์ปัญญาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการสร้างศักยภาพของคนในจังหวัดโดยเฉพาะวัยทำงาน มีนโยบายพัฒนาเด็กทุกช่วงวัย แต่ยังขาดส่วนกลางประสานการทำงานให้สอดคล้องกัน</p>



<p><strong>นายเจริญลักษณ์ เพ็ชรประดับ เลขาธิการมูลนิธิชุมชนขอนแก่นทศวรรษหน้า</strong> กล่าวว่าจังหวัดขอนแก่นได้พยายามออกแบบการพัฒนาทุนมนุษย์ โดยร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ภาคประชาสังคม ภาครัฐและเอกชนในจังหวัด ผ่านกิจกรรมและเครื่องมือต่าง ๆ เช่น มีการออกแบบแพลตฟอร์มที่มีศักยภาพในการช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ ยกระดับการศึกษาและหนุนเสริมการทำงานของภาครัฐ จัดกิจกรรมวันแห่งการให้ขอนแก่นเพื่อสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน ช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายคนเปราะบาง จนสามารถช่วยลดจำนวนเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาได้บ้างแล้ว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a0d831"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/10-ยกระดับทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เวทีเสวนาวิชาการนานาชาติเพื่อพัฒนานโยบายส่งเสริมเยาวชนและประชากรวัยแรงงานสู่ความพร้อมรับมือตลาดแรงงานยุคใหม่ครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 โดยภายในปลายปี 2566 จะมีการเปิดเผยผลสำรวจจากโครงการ <strong>‘การวิจัยสำรวจทักษะและความพร้อมกลุ่มประชากรวัยแรงงานในประเทศไทย’ (Adult Skills Assessment in Thailand) </strong>อย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างความเข้าใจในยุทธศาสตร์และความท้าท้ายใหม่ในการพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงาน และให้ความสำคัญกับบทบาทของทักษะการเรียนรู้ที่มีความจำเป็น เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม พร้อมรับข้อเสนอแนะ ความร่วมมือเชิงนโยบายในการพัฒนาทักษะ และการเรียนรู้ของเยาวชนและประชากรวัยแรงงานต่อไป</p>



<p><strong><em>อ้างอิง </em></strong>วิดีโอเวทีเสวนาวิชาการนานาชาติ ‘ทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์แห่งโลกยุคใหม่: การพัฒนาพื้นฐานทักษะและบทบาทในระดับจังหวัด’ <a href="https://www.facebook.com/EEFthailand/videos/219678844177956" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ที่นี่</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-060623/">‘ยกระดับทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์แห่งยุคดิจิทัล’ กสศ. เปิดเวทีนโยบายพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงานให้มีรายได้สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สมัชชาการศึกษานครลำปางกับการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กให้ ‘อุ่นอกเด็ก ๆ และ อุ่นใจผู้ปกครอง’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-abe-220223/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-abe-220223</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Feb 2023 04:36:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[มนเทียน สุริยะรังษี]]></category>
		<category><![CDATA[ารจัดการศึกษาเชิงพื้นที่]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.วิยดา เหล่มตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[ลำปาง]]></category>
		<category><![CDATA[สมัชชาการศึกษานครลำปาง]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=64741</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ลำปาง’ หนึ่งในจังหวัดต้นแบบการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-abe-220223/">สมัชชาการศึกษานครลำปางกับการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กให้ ‘อุ่นอกเด็ก ๆ และ อุ่นใจผู้ปกครอง’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>‘ลำปาง’</strong> หนึ่งในจังหวัดต้นแบบการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา (ABE-Area-based Education) ที่ กสศ. สนับสนุนการแสดงพลังเริ่มจากพื้นที่เล็ก ๆ จากความพร้อมและต้นทุนที่มีด้วยการเชื่อมโยงทรัพยากรทั้งจังหวัดเพื่อให้เด็กเยาวชนทุกคนได้เข้าถึงการศึกษา ทั้งยังผลักดันให้ประชากรทุกกลุ่มทุกช่วงวัยมีลู่ทางพัฒนาศักยภาพได้จนสุดทาง</p>



<p>ที่นั่นสามารถร้อยรวมเครือข่ายเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ด้วยการบูรณาการความร่วมมือหน่วยงาน นำโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางที่เป็นฝ่ายประสานความร่วมมือคนทั้งจังหวัด จนจัดตั้งเป็น <strong>‘สมัชชาการศึกษานครลำปาง’ </strong>นำองค์ความรู้และกระบวนการใหม่ ๆ ซึ่งตอบโจทย์สำคัญของการจัดการศึกษาเสมอภาค มีความสำเร็จและรูปแบบการทำงานที่น่าสนใจมากมาย หนึ่งในนั้นคือการจัดการ <strong>‘ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลบ่อแฮ้ว’</strong> <strong>ที่โดดเด่นด้วยการฝึกอบรมครูผู้ช่วยที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงมีกิจกรรมให้คำปรึกษาแนะนำและดึงความร่วมมือผู้ปกครอง เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมทำงานกับครูในศูนย์เด็ก</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-86da28"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/1-LinkThumbnail-สมัชชาการศึกษานครลำปาง-กับการพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>พัฒนาครูพี่เลี้ยงผู้อยู่ใกล้ชิดเด็ก ๆ</strong></h2>



<p><strong>ผศ.ดร.วิยดา เหล่มตระกูล </strong>คณะบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง หัวหน้าโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จังหวัดลำปาง เล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง มีต้นทุนที่โดดเด่นด้านสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย มีภารกิจในการดูแลศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (ศพด.) ให้ได้มาตรฐาน โดยเริ่มต้นจากการสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต้นแบบ และค่อย ๆ ขยายผลจนเต็มพื้นที่ทุกอำเภอ จนปัจจุบันเกิดเป็นเครือข่ายครูผู้ดูแลเด็ก ที่มีผู้ปกครองร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลลูกหลานในช่วงโอกาสทองของชีวิต</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-078b2b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/2-LinkThumbnail-สมัชชาการศึกษานครลำปาง-กับการพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption"><strong>ผศ.ดร.วิยดา เหล่มตระกูล </strong>หัวหน้าโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่<br>เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สมัชชาการศึกษานครลำปางได้ทำงานร่วมกับ 13 อำเภอ ตั้งแต่ปี 2562 ถึงปัจจุบัน สองปีแรกมุ่งเน้นสำรวจคัดกรองเด็กในเกณฑ์ยากจนด้อยโอกาส จากนั้นจัดทำระบบข้อมูลเพื่อพิจารณาความช่วยเหลือเป็นรายบุคคล มีการส่งต่อระหว่างหน่วยงานเพื่อให้เด็กเข้าถึงการดูแลที่ตรงจุด จากนั้นเตรียมแผนพัฒนาคณะครูผู้เป็นบุคคลสำคัญที่จะช่วยพัฒนาเด็ก มีการจัดหลักสูตรฝึกอบรมตามความต้องการของครู ผลักดันจุดเด่นให้เข้มแข็ง เสริมจุดที่บกพร่องให้ดีขึ้น นอกจากนั้นยังมีการประเมินพัฒนาการเด็กซึ่งได้รับความร่วมมือจากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมีหลักสูตรพัฒนาสถานศึกษาตามความต้องการของแต่ละ ศพด.</p>



<p><em>“เราไม่ได้คำนึงถึงแค่ครูและสถานศึกษา แต่ต้องเชื่อมโยงการพัฒนาให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมด้วย โดยเน้นว่าถ้าครูรู้ ผู้ปกครองก็ต้องรู้ โดยเฉพาะ 5 เรื่องสำคัญ ได้แก่ ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า (EF-Executive Functions) การส่งเสริมพัฒนาการผ่านการเล่น การสื่อสารเชิงบวก การฝึกวินัยเชิงบวก และความรู้ทางโภชนาการ ที่เราเน้นมากว่าผู้ปกครองและครูต้องพัฒนาเด็กให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน”</em>         </p>



<p>แกนนำความเปลี่ยนแปลงคนสำคัญของงานพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก คือ <strong>ครูมนเทียน สุริยะรังษี </strong>หัวหน้าสถานศึกษาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลบ่อแฮ้ว และผู้นำเครือข่ายครูศูนย์เด็กเล็ก 13 อำเภอในจังหวัดลำปาง เล่าว่า หลังสำรวจความต้องการของคณะครูจนได้ข้อสรุปว่า สิ่งที่จำเป็นด่วนที่สุดคือการพัฒนาครูพี่เลี้ยง ซึ่งเป็นคนที่จะใกล้ชิดดูแลเด็กมากกว่าใคร สมัชชาการศึกษานครลำปางที่ทำงานร่วมกับ กสศ. ได้นำผู้เชี่ยวชาญหลากหลายด้านเกี่ยวกับการศึกษาปฐมวัย มาเติมเต็มในสิ่งที่ครูจำเป็นต้องรู้ ตามมาตรฐานการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-88537c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/3-LinkThumbnail-สมัชชาการศึกษานครลำปาง-กับการพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ครูมนเทียน สุริยะรังษี หัวหน้าสถานศึกษาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลบ่อแฮ้ว</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>“</strong>เราใช้การประชาสัมพันธ์ไปยังเครือข่าย ศพด. ใน 13 อำเภอ ดึงครูพี่เลี้ยงจาก 19 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่สนใจเข้าฝึกอบรม มีนักวิชาการ กสศ. มาให้ความรู้ แนะนำว่าต้องวิเคราะห์บริบทของแต่ละศูนย์ หาสิ่งที่ต้องพัฒนาหรือยกระดับ ทำอะไรก่อนหลัง และจะพัฒนาไปในแนวทางใด ซึ่งการอบรมทำให้ครูมีองค์ความรู้มากขึ้นในเรื่องการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก แล้วพอครูมีองค์ความรู้ ก็สามารถถ่ายทอดให้กับผู้ปกครองต่อได้”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘อะไรที่ครูรู้ ผู้ปกครองต้องรู้’</strong></h2>



<p><strong>ครูมนเทียน </strong>กล่าวว่า ผลลัพธ์ในการพัฒนาเด็กจะยั่งยืนได้ ก็ต่อเมื่อผู้ปกครองและครูดูแลพัฒนาเด็กไปในแนวทางเดียวกัน โดย ‘ตัวแปรสำคัญ’ ในการจัดการศึกษาคือตัว ‘ผู้ปกครอง’ เพราะถ้าโรงเรียนสอนเด็กอย่างหนึ่ง แต่พอกลับไปอยู่บ้านพ่อแม่เลี้ยงดูไปอีกอย่างหนึ่ง เด็กจะเกิดความสับสน แล้วสิ่งที่โรงเรียนปลูกฝังลงไปก็จะไม่มีผลในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การออกแบบหลักสูตรเพื่อสื่อสารกับผู้ปกครองไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากแต่ละครอบครัวมีความรู้ความเข้าใจต่างกัน ดังนั้นการจัดประสบการณ์ต้องทำในรูปแบบองค์รวม สำรวจความแตกต่างระหว่างบุคคลแล้วจัดกิจกรรมที่เหมาะสมสอดรับกับพื้นฐานของเด็กและผู้ปกครองรายบุคคล</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-962c0d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/4-LinkThumbnail-สมัชชาการศึกษานครลำปาง-กับการพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><em>“ตัวจักรสำคัญในการพัฒนาเด็กปฐมวัยคือตัวผู้ปกครอง เพราะเด็กอยู่กับเราไม่ถึง 8 ชั่วโมง แต่อีก 2 เท่าคือ 16-18 ชั่วโมงต่อวัน เขาต้องใช้เวลาอยู่ที่บ้าน ฉะนั้นเป็นหน้าที่ของพวกเราที่จะต้องส่งต่อองค์ความรู้ไปถึงผู้ปกครอง ความท้าทายคือจะทำยังไงให้ผู้ปกครองเข้าใจเหมือนกับที่ครูเข้าใจ ซึ่งอย่างแรกคือต้องทำความเข้าใจและแลกเปลี่ยนบริบทของแต่ละครอบครัวก่อน แล้วพยายามถ่ายทอด ‘สาร’ สำคัญว่า เด็กต้องรู้จักระเบียบวินัยแม้ในยามที่เขาไม่ได้อยู่ในโรงเรียน รู้ว่าจะเล่นเวลาใด ควรทำอะไรตอนไหน เรื่องนี้หากผู้ปกครองกับครูพัฒนาเด็กเป็นไปในทางเดียวกันได้ เด็กจะเข้าใจ รู้เรื่อง ว่าง่ายสอนง่ายมีเหตุมีผล”</em></p>



<p><em>“อย่างบางทีเด็กปิดเทอมไปนาน มาเจอกันตอนเปิดเทอม เรารู้เลยว่าช่วงเวลาที่ห่างหายไปเขากินข้าวไม่ตรงเวลา ดูแต่ทีวี ติดโทรศัพท์ บางคนไม่มีนมกิน น้ำหนักลด ก็ต้องมาปรับพฤติกรรมกันใหม่ ฉะนั้นกิจกรรมสื่อสารระหว่างครูและผู้ปกครองที่จัดขึ้นเป็นประจำ จะช่วยลดโอกาสการขาดช่วงพัฒนาการของเด็กได้&nbsp;&nbsp;</em></p>



<p><em>“การจะเปลี่ยนผู้ปกครองให้เป็นผู้ช่วยเลี้ยงเด็กที่มีคุณภาพ เราต้องยอมรับว่าผู้ปกครองเขาไม่ได้มีความรู้เรื่องเด็กปฐมวัย และผู้ปกครองแต่ละคนล้วนมีพื้นต่างกัน บางคนทัศนคติเปิดกว้างพร้อมทำความเข้าใจ บางคนติดเลี้ยงลูกตามใจ เราจะพูดตรง ๆ ก็ไม่ได้ว่าอย่าทำนะ ดังนั้นกลวิธีคือเราต้องสร้างพื้นที่สื่อสาร ถ่ายทอดความรู้ว่าควรส่งเสริมพัฒนาการเด็กอย่างไร ให้เขาตั้งมั่นบนฐานความคิดเดียวกันกับโรงเรียน ว่าถ้าเราเลี้ยงดูแบบไหน เด็กก็จะซึมซับและเติบโตขึ้นมาในลักษณะนั้น แน่นอนว่าผู้ปกครองทุกคนรักลูกเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ถ้าเราฉายภาพจนเห็นได้ว่าทำอย่างไรถึงจะเลี้ยงดูลูกให้ประสบผลสำเร็จ ส่วนใหญ่เขาจะเข้าใจและพร้อมพยายามไปด้วยกัน”</em></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-da9e65"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/5-LinkThumbnail-สมัชชาการศึกษานครลำปาง-กับการพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>“แม่จ๋า หนูอยากไปโรงเรียน!!!”</strong></h2>



<p>เสียงน้อง ๆ บอกเล่าผ่านผู้ปกครอง ยืนยันถึงความสุข ความอบอุ่นใจ สิ่งหนึ่งที่ช่วยยืนยันถึงการจัดการที่มีประสิทธิภาพของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลบ่อแฮ้ว คือเสียงจากผู้ปกครองผู้เชื่อมั่นและไว้ใจในแนวทางการทำงานของศูนย์ โดยผู้ปกครองท่านหนึ่งเล่าว่า แต่ก่อนไม่เคยกำหนดระเบียบหรือบังคับอะไรลูกเลย เด็กตื่นตอนไหนก็พาไปโรงเรียนตอนนั้น แต่พอมาที่ศูนย์ ครูแนะนำว่าควรให้เด็กนอนและตื่นเป็นเวลา และให้มาถึงศูนย์ก่อนเวลาเพื่อทำกิจกรรมตอนเช้า</p>



<p><em>“แรก ๆ เรามาสาย ลูกก็งอแงไม่อยากเข้าเรียน แต่ครูเขาเข้าใจ มีจิตวิทยาที่ดี พาลูกเข้าห้องเรียนจนได้ แล้วพอผ่านไปสักอาทิตย์ เราเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง เช้ามาลูกจะบอกว่า แม่รีบ ๆ หน่อย หนูอยากไปโรงเรียน เราก็พาไปส่งเร็วขึ้น บางทีข้าวไม่ได้กินไม่เป็นไร ซื้อไปเดี๋ยวครูดูแลป้อนให้ ยิ่งทุกอาทิตย์ผ่านไป ลูกยิ่งเปลี่ยนแปลงมากขึ้น กลายเป็นมีระเบียบ ร่าเริงแจ่มใส แต่ก็มีดื้อมีซนอยู่บ้าง ทางศูนย์เขาก็ชวนเราเข้าอบรม มีหมอ มีวิทยากรมาแนะนำว่าต้องดูแลลูกตอนอยู่บ้านอย่างไร จนเราเข้าใจว่าที่เขาดื้อ ร้องไห้เรียกร้องความสนใจ ทุกอย่างมีเหตุผล เราก็เอามาปรับการดูแลที่บ้านไปด้วย สิ่งที่ประทับใจมากคือ ครูผู้ดูแลเขาจะเหมือนเป็นแม่อีกคนหนึ่งเลย คือลูกเราไว้ใจคุณครูมาก และสำหรับคนเป็นผู้ปกครอง ถ้าลูกไว้ใจใคร เราก็ไม่มีคำถามไม่สงสัยอะไรแล้ว”</em></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ecd61f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/6-LinkThumbnail-สมัชชาการศึกษานครลำปาง-กับการพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้านผู้ปกครองอีกท่านหนึ่งเล่าว่า ที่ศูนย์จะมีกิจกรรมกับผู้ปกครองบ่อย ๆ ให้ความรู้เรื่องพัฒนาการกล้ามเนื้อ มีวิธีการสื่อสาร ถ่ายทอดความรู้ว่าถ้าลูกมีปัญหาแบบไหนจะแก้ไขยังไง เช่นประเด็นร้องจะเอาโทรศัพท์ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มาก ผู้ปกครองหลายคนเจอปัญหาคล้าย ๆ กัน ครูก็ชวนว่ามาปรับพฤติกรรมลูกกันใหม่ ทำ Mind Mapping ทำกิจกรรมร่วมกับครูเป็นรายคน เพราะแต่ละบ้านก็มีรายละเอียดต่างกันไป</p>



<p><em>“เป็นข้อดีของเราที่มีโอกาสเข้าร่วมในหลาย ๆ กิจกรรม ทำให้แต่ละครั้งที่เจอปัญหาเรารับมือได้ แล้วได้ปรับทัศนคติของเราด้วย จากเมื่อก่อนเคยเลี้ยงลูกด้วยการบังคับ แล้วเขาต่อต้าน เราก็เปลี่ยนเป็นการใช้เหตุผล มีวิธีการพูดในหลาย ๆ สถานการณ์เพื่อให้ลูกรับฟัง ให้ความร่วมมือกับเรา แล้วเราได้รู้จักของเล่นเสริมพัฒนาการใหม่ ๆ  อย่างพวกตัวต่อ เราก็ให้เขาเล่นที่บ้านทำเหมือนที่โรงเรียน หรือเรื่องโภชนาการก็สำคัญ การอบรมทำให้เราเข้าใจว่าเด็กจะได้รับอาหารตามหลักโภชนาการอย่างไรได้บ้าง เราก็ปรับให้เขากินอาหารที่มีคุณภาพ ถูกหลัก และเหมาะสม”</em></p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4145c2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/02/7-LinkThumbnail-สมัชชาการศึกษานครลำปาง-กับการพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ท้ายที่สุด หลักการจัดการของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่นำไปสู่ผลสำเร็จในการดูแลเด็ก ๆ นั้น สามารถสรุปปัจจัยสำคัญได้ 3 ประการ คือ 1.เติมองค์ความรู้ให้กับครูพี่เลี้ยง 2.เหนี่ยวนำพลังหนุนเสริมจากองค์กรหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกพื้นที่ และ 3.สื่อสารทำความเข้ากับผู้ปกครองเพื่อการดูแลเด็กให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน โดยองค์ประกอบทั้งสามประการนี้ใช้ต้นทุนไม่มาก หากต้องอาศัยความร่วมมือและลงแรงทำงานที่จริงจัง ทั่วถึง และต่อเนื่อง</p>



<p>ซึ่งหลังจากนี้ บทเรียนจากเทศบาลตำบลบ่อแฮ้วที่เกิดผลลัพธ์เป็นรูปธรรมแล้ว ครูเทียนและสมัชชาการศึกษานครลำปางจะนำไปถอดบทเรียนเชิงลึก เพื่อพัฒนาเป็นหลักสูตร และนำไปขยายผลการทำงานกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-abe-220223/">สมัชชาการศึกษานครลำปางกับการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กให้ ‘อุ่นอกเด็ก ๆ และ อุ่นใจผู้ปกครอง’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
