<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ผศ.ดร.ชัยฤทธิ์ ศิลาเดช | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%9C%E0%B8%A8-%E0%B8%94%E0%B8%A3-%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C-%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%8A/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 06 Oct 2022 08:42:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ผศ.ดร.ชัยฤทธิ์ ศิลาเดช | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ร่วมสร้าง ‘ครู’ ของชุมชน 3 ปี ‘ครูรัก(ษ์)ถิ่น’ กับบทบาทของสถาบันผลิตและพัฒนาครู</title>
		<link>https://www.eef.or.th/teachereef-061022/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Oct 2022 08:39:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.ชัยฤทธิ์ ศิลาเดช]]></category>
		<category><![CDATA[ครูต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.หิรัญ ประสารการ]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.ชุมพล เสมาขันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.จิระพันธ์ ห้วยแสน]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ชาตรี มณีโกศล]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.เกียรติสุดา ศรีสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.สุพจน์ ทรายแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.สุมาลี ชัยเจริญ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=60815</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากปฏิบัติการสร้าง ‘ครูต้นแบบ’ ในโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/teachereef-061022/">ร่วมสร้าง ‘ครู’ ของชุมชน 3 ปี ‘ครูรัก(ษ์)ถิ่น’ กับบทบาทของสถาบันผลิตและพัฒนาครู</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากปฏิบัติการสร้าง ‘ครูต้นแบบ’ ในโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ที่ กสศ. ทำงานร่วมกับสถาบันผลิตและพัฒนาครูในภูมิภาค เพื่อเฟ้นหา ฟูมฟัก และหลอมเบ้าของครูนักพัฒนาชุมชน ที่จะกลับไปทำงานในภูมิลำเนาบ้านเกิด กระจายมากกว่า 50 จังหวัดทั่วประเทศ ด้วยครูรุ่นใหม่ที่พร้อมด้วยทักษะการออกแบบจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ และเปี่ยมด้วยหัวใจนักพัฒนา ซึ่งถึงวันนี้ ได้ผ่านการรับนักศึกษาทุนไปแล้ว 3 รุ่น</p>



<p>รู้จักโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นได้ที่ : <a href="https://www.eef.or.th/news-teachereef-220922/" title="https://www.eef.or.th/news-teachereef-220922/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">กสศ. ผนึกกำลัง 9 สถาบันผลิตและพัฒนาครู ลงนาม MOU สร้าง ‘ครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่น 4’</a></p>



<p>ในโอกาสที่ปีการศึกษา 2566 โครงการได้เตรียมรับนักศึกษาทุนรุ่น 4 เรามีบทเรียนการทำงานของ 6 สถาบันผลิตและพัฒนาครูรุ่นพี่ และแนวทางการดูแลนักศึกษา จาก 2 สถาบันน้องใหม่ที่เข้าร่วมในปีนี้มาเล่าสู่กันฟัง เพื่อให้เกิดการถ่ายเทแลกเปลี่ยน เป็นต้นแบบและเสริมกำลังใจระหว่างกัน ก่อนที่ผู้มีส่วนร่วมในโครงการ ‘ครูรัก(ษ์)ถิ่น’ ทุก ๆ ท่าน จะออกเดินทาง บนถนนแห่งการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ของระบบการผลิตและพัฒนาครูของประเทศกันต่อไป</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘จิตวิญญาณแห่งมหาวิทยาลัยหมู่บ้าน’</strong><a href="https://l.facebook.com/l.php?u=https%3A%2F%2Fwww.eef.or.th%2Fnews-teachereef-220922%2F%3Ffbclid%3DIwAR0mGJCHXbm_G9gTxWqxUaxDno3MHvpvzT-0-d4xP8LVegdA36FufxQjuKo&amp;h=AT0BTMYBL_oHiDl3UZ0uUnJHrwZSnY6JpZs3IR7vTuxVKvgT9Cxt5e7TZs4Sicn5J2mawdr4sv9Ud1Axf0Aq1kqNYx2fe0PrsseUTqAtnmDx4BaZR-9_TKiOjefpe60ZBg&amp;__tn__=-UK-R&amp;c%5b0%5d=AT1bOcN3D2BVgqffPaAVn4DWhG_47gNTMgtl5aTxSBHpCzqNBAx_ruQQg15c_2MsNeM4i0q6Jr1cyZbpoM_OS_NjZot8Sw4Y6g8UBMuwQP32Xj_A3Ef-TKHsBjDy5dJM9I9oiRVr7tD3JPdBNJe8E_MT952_x0Bqo8pQaX8g0Nj_HJCUUWqIzn5eY9sL5qqmBOkWMToiYQ"></a></h2>



<p>มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง สะกิดความสนใจด้วยคำว่า ‘หมู่บ้าน’ ในชื่อสถาบัน ด้วยการเป็นต้นแบบการนำคนจากพื้นที่ห่างไกลมาเรียนรู้เพื่อกลับไปพัฒนาชุมชนท้องถิ่น จนกลายเป็น ‘จิตวิญญาณแห่งมหาวิทยาลัยหมู่บ้าน’ ซึ่งเป็นชื่อเฉพาะที่บ่งบอกตัวตนเป็นอย่างดี</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3ad957"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/04-ก้าวสู่ปีที่-3-ครูรักษ์ถิ่น-03.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ผศ.ดร.ชัยฤทธิ์ ศิลาเดช อธิการบดี มรภ.หมู่บ้านจอมบึง จ.ราชบุรี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ผศ.ดร.ชัยฤทธิ์ ศิลาเดช อธิการบดี กล่าวว่า เป็นที่รู้กันว่าคนที่มาเรียนที่ มรภ. หมู่บ้านจอมบึง จะต้องกลับไปดูแลภูมิลำเนาบ้านเกิดของตน ทางสถาบันจึงตัดสินใจร่วมโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นตั้งแต่ปีแรก และพร้อมเดินต่อไปในรุ่นที่ 4 โดยตลอดสามปีที่ผ่านมา ได้มีการเปลี่ยนแปลงระบบผลิตและพัฒนาครูที่ชัดเจน ว่าการผลิตครูให้สอดคล้องกับความต้องการท้องถิ่น ต้องวางเป้าหมายไว้ที่ ‘ความต้องการ’ ของชุมชนเป็นลำดับแรก</p>



<p>“เราพบว่าความต้องการที่สำคัญอันดับหนึ่งคือ ‘พื้นที่ชุมชน’ โดยเฉพาะโรงเรียนชายขอบทั้งหลายที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ มีกลุ่มเด็กไร้สัญชาติ โจทย์ที่สถาบันมองว่าสามารถขยายไปสู่การขับเคลื่อนเชิงนโยบายได้คือ หลักสูตรพหุภาษาวัฒนธรรม และการส่งเสริมด้านอาชีพ ดังนั้นการผลิตครูเราต้องทำให้เขาเข้าไปสร้างเจตคติเรื่องความรักถิ่นฐาน ผ่านภาษาและวัฒนธรรมผสม ออกแบบจัดการการเรียนการสอนที่มุ่งพัฒนาทักษะอาชีพได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-38af7f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/Photo1-LinkThumbnail-ร่วมสร้าง-‘ครู-ที่เป็นทุกอย่างของชุมชน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>มรภ.หมู่บ้านจอมบึง เรามีหลักสูตร ‘วิชาการ วิชางาน วิชาชีวิต’ ที่เน้นภาคปฏิบัติ โดย<strong>นักศึกษาจะได้ไปเรียนรู้กับโรงเรียนปลายทางที่เขาจะกลับไปสอนเมื่อเรียนจบ เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์และโจทย์การทำงานในพื้นที่กลับมาศึกษาวิจัยร่วมกับอาจารย์ที่สถาบัน จนเห็นภาพตั้งต้น เห็นเป้าหมายปลายทาง และค้นพบหลักสูตรเฉพาะเมื่อกลับไปเป็นครูที่โรงเรียนของเขาในอนาคต”</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เติมภาษาที่สามและความชำนาญด้าน IT</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-86a9d0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/หิรัญphuketprice.com_.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ผศ.ดร.หิรัญ ประสารการ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต<br>(เครดิตภาพ : ภูเก็ตไพรซ์)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ผศ.ดร.หิรัญ ประสารการ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต กล่าวว่า มรภ.ภูเก็ต มีโรงเรียนสาธิตเป็นฐานการเรียนรู้ ที่ทำให้นักศึกษาครูรัก(ษ์)ถิ่นได้ซึมซับบรรยากาศการเรียนการสอน ทั้งในระดับปฐมวัยและประถมศึกษา รวมถึงบ่มเพาะจิตวิญญาณครูให้เข้มแข็ง สำคัญคือการเติมความรู้เฉพาะในด้านภาษาและเทคโนโลยี IT เพื่อนำมาใช้ในการออกแบบจัดการเรียนการสอนได้</p>



<p><strong>“นักศึกษาครูของเราส่วนใหญ่มาจากพื้นที่เมืองท่องเที่ยว ภาษาจึงสำคัญ ครูต้องได้ภาษาที่สาม อีกอย่างคือ IT ต้องได้ เพราะไม่ว่าวันนี้หรืออนาคตเราต้องมีครูที่ตามเทคโนโลยีทัน ดูแลแนะนำศิษย์ได้ ใช้จัดการเรียนรู้ได้ จนถึงนำไปสร้างปฏิสัมพันธ์กับชุมชนท้องถิ่นได้”</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a7b8b7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/Photo2-LinkThumbnail-ร่วมสร้าง-‘ครู-ที่เป็นทุกอย่างของชุมชน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ทักษะเสริมระดับมืออาชีพ</strong></h2>



<p>ผศ.ดร.ชุมพล เสมาขันธ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม กล่าวว่า นักศึกษาครูรัก(ษ์)ถิ่น เมื่อจบแล้วต้องเข้าไปทำงานใช้ชีวิตในถิ่นห่างไกลทุรกันดาร จึงต้องมีทักษะที่ควรได้รับการเติมเต็มมากกว่าครูทั่วไป โดยหนึ่งในกิจกรรมต้นแบบที่ มรภ.พิบูลสงคราม นำมาเสริมให้นักศึกษา คืองาน ‘ช่างตัดผม’ ที่มีการจัดอบรมเข้มข้นในระดับ ‘มืออาชีพ’</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-081968"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/ชุมพล-เพจงานเลขานุการผู้บริหาร-มรภ.พิบูลสงคราม.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ผศ.ดร.ชุมพล เสมาขันธ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม<br>(เครดิตภาพ : เพจงานเลขานุการผู้บริหาร-มรภ.พิบูลสงคราม)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>“เด็กกลุ่มนี้จบแล้วจะเข้าไปอยู่ในที่ห่างไกล ขาดแคลน ดังนั้นเขาต้องมีอะไรที่พิเศษติดตัวไว้ อย่างแรกเน้นเรื่องจิตอาสาบริการสังคม สองคือทักษะเฉพาะ อย่างหลายหมู่บ้านที่ทราบมาไม่มีร้านตัดผม เราเลยจัดอบรม นำช่างจากข้างนอกเข้ามาสอน จนนักศึกษาเราตอนนี้เข้าไปทำงานเรียนรู้กับโรงเรียนปลายทางก็ตัดผมให้เด็กกันได้แล้ว</strong> และใครอบรมครบสิบชั่วโมง เขาจะได้รับเครื่องมือครบชุด วันข้างหน้าเขาไปอยู่ในหมู่บ้าน นอกจากตัดให้นักเรียนก็ยังเป็นที่พึ่งให้กับผู้ปกครองหรือชาวบ้านทั่วไปได้อีกด้วย”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ครูที่พร้อมเป็น ‘ทุกอย่าง’ ให้ชุมชน</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f4859a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/จิระพันธ์-เทคโนโลยีชาวบ้าน.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.จิระพันธ์ ห้วยแสน อธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์<br>(เครดิตภาพ : เทคโนโลยีชาวบ้าน)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ที่มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ รศ.จิระพันธ์ ห้วยแสน อธิการบดี กล่าวว่า เรากำลังสร้าง ‘ครูนักปฏิบัติ’ ที่ต้องเชี่ยวชาญด้านการ ‘ใช้ชีวิต’ ในพื้นที่ของเขา โดยหลักสูตรออกแบบให้เหมาะสมกับการเป็นครูในพื้นที่ชายขอบ ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ทำเกษตรกรรม ด้วยพื้นที่สถาบันมากกว่าสิบไร่สำหรับการเรียนรู้ภาคปฏิบัติ นักศึกษาจึงได้ทำงานจริง ลองใช้ชีวิตจริง แก้ปัญหาจริง ทั้งยังมีศูนย์อบรมวิจัยกว่าพันไร่กระจายในพื้นที่ ให้นักศึกษาได้ทำกิจกรรม เก็บเกี่ยวประสบการณ์ทั้งด้านการศึกษาและการใช้ชีวิต</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-aa5845"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/Photo3-LinkThumbnail-ร่วมสร้าง-‘ครู-ที่เป็นทุกอย่างของชุมชน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>“วันนี้เราฝึกฝนให้เขาเรียนรู้พึ่งพาตนเอง แล้ววันหนึ่งเมื่อเข้าไปทำงานในพื้นที่ นอกจากเป็นครูที่ดีเขาจะต้องเป็นที่พึ่งให้ชุมชนได้ทุกอย่าง มีวิชาชีวิตที่แข็งแรง เดินไฟได้ ต่อน้ำเป็น มีทักษะงานช่างสำหรับชีวิตประจำวัน ปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ เพราะเหล่านี้คือสิ่งที่ไม่เพียงแต่ครูเท่านั้น แต่มนุษย์ทุกคนสมควรได้รับการฝึกฝนติดตัวไว้ยามต้องไปอยู่ในถิ่นทุรกันดาร</strong> นอกจากนี้หลักสูตรเรายังเน้นเรื่องความเข้าใจเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงผู้คนทั่วโลกไว้ด้วยกัน เพื่อให้เขาเป็นเสาหลักในการเตรียมชุมชนให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ย้ำเตือนว่าคือ ‘คนสำคัญ’</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-652300"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/ชาตรี-มณีโกศล-cnxnews-net.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.ดร.ชาตรี มณีโกศล รักษาการอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่<br>(เครดิตภาพ : cnxnews.net)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>รศ.ดร.ชาตรี มณีโกศล รักษาการอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ กล่าวว่า ตลอดกระบวนการพัฒนาครูรัก(ษ์)ถิ่น <strong>นักศึกษาจะได้รับการปลูกฝังและย้ำเตือนเสมอว่า เขาต้องนำโอกาสที่ได้รับไปแปรเปลี่ยนเป็นแรงกระตุ้นภายในตัวตน เพื่อกลับไปทำภารกิจใหญ่ในการขับเคลื่อนพัฒนาชุมชน ไปยกระดับคุณภาพการศึกษาให้กับคนรุ่นต่อไป โดยสิ่งเหล่านี้จะเสริมไว้ในหลักสูตรพิเศษเฉพาะนักศึกษาเป็นรายคน อันเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ว่า เขาคือคนสำคัญแค่ไหน</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>นำภาพอนาคตมาช่วยออกแบบหลักสูตรเรียนรู้ </strong></h2>



<p>ดร.เกียรติสุดา ศรีสุข คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า <strong>สถาบันได้ออกแบบหลักสูตรที่ลงไปถึงนิเวศของโรงเรียนและชุมชนปลายทาง โดยนำภาพอนาคตที่จะเกิดขึ้นกับชุมชนมาเป็นโจทย์ตั้งต้น มีการบูรณาการพหุวัฒนธรรม ให้นักศึกษาเรียนรู้แบบฝึกหัดใหม่ ๆ บนฐานสมรรถนะที่ชุมชนต้องการ มีการบูรณาการข้ามศาสตร์สาขา ซึ่งจะทำให้ครูคนหนึ่งมีทักษะการออกแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย หลุดพ้นจากกรอบเดิม ๆ</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c04e4d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/02-เกียรติสุดา-ศรีสุข.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.เกียรติสุดา ศรีสุข คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จากแนวทางครูรัก(ษ์)ถิ่น ทางมหาวิทยาลัยได้นำมาใช้เป็นแกนหลักในการปฏิรูประบบผลิตครูทั้งประเทศ เป็น ‘Sand Box’ ที่จะทำให้รู้ว่า “เราจะเปลี่ยนแปลงระบบผลิตและพัฒนาครูเพื่ออนาคตได้อย่างไร</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>นำประสบการณ์พัฒนาท้องถิ่นร่วมผลิตครูรุ่นใหม่</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b117b6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/สุพจน์-สยามรัฐ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ผศ.ดร.สุพจน์ ทรายแก้ว อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์<br>(เครดิตภาพ : สยามรัฐ)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ผศ.ดร.สุพจน์ ทรายแก้ว อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สถาบันน้องใหม่ที่เข้าร่วมโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ในรุ่นที่ 4 กล่าวว่า ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ทางมหาวิทยาลัยมีประสบการณ์ทำงานพัฒนาท้องถิ่น โดยสร้างนวัตกรรมขึ้นจากฐานชุมชน ดังนั้นด้วยอัตลักษณ์ของสถาบันที่โดดเด่นเรื่องการสร้างนวัตกร เมื่อผนวกกับประสบการณ์ของสถาบันอื่นที่ทำมาแล้วสามรุ่น จึงเชื่อว่าจะสามารถผลิตครูที่สร้างความเปลี่ยนแปลงในชุมชน และสร้างเครือข่ายสถาบันผลิตและพัฒนาครูที่เข้มแข็งขึ้นมาได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f0656c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/Photo4-LinkThumbnail-ร่วมสร้าง-‘ครู-ที่เป็นทุกอย่างของชุมชน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>“มหาวิทยาลัยมีทั้งพื้นที่ ทรัพยากร อาจารย์นักพัฒนาอยู่แล้ว การเตรียมพร้อมสำหรับโครงการ คือการนำผลงานนวัตกรรมที่เราเคยทำในท้องถิ่นต่าง ๆ มาถอดบทเรียน สร้างขึ้นเป็นหลักสูตร และจะมีการเชื่อมโยงกับสถาบันผลิตพัฒนาครูรุ่นพี่ที่อยู่ในโครงการมาก่อน เพื่อปรับหลักสูตรให้ตรงกับการพัฒนาครูเฉพาะพื้นที่</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cd919c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/Photo5-LinkThumbnail-ร่วมสร้าง-‘ครู-ที่เป็นทุกอย่างของชุมชน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“นอกจากนี้เรายังเชื่อมั่นว่าการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบัน จะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และก่อร่างเป็นเครือข่ายผลิตและพัฒนาครูที่กว้างขวางออกไป จนเกิดความเปลี่ยนแปลงในเชิงนโยบายได้ในที่สุด”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘ขอเป็นฟันเฟืองหนึ่ง’</strong> <strong>ที่จะเปลี่ยนแปลงโรงเรียนขนาดเล็กห่างไกลให้มีคุณภาพ</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6f009f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/สุมาลี-ednet-kku-ac-th.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.ดร.สุมาลี ชัยเจริญ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น<br>(เครดิตภาพ : ednet.kku.ac.th)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>รศ.ดร.สุมาลี ชัยเจริญ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า หลักสูตรของ มข. ในการสร้างครูรัก(ษ์)ถิ่น จะเน้นที่คุณภาพครูในการจัดการเรียนการสอนทั้งระดับปฐมวัยและประถมศึกษา เพื่อมุ่งแก้ปัญหาระยะยาวในโรงเรียนขนาดเล็กห่างไกลโดยตรง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-21723b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/Photo6-LinkThumbnail-ร่วมสร้าง-‘ครู-ที่เป็นทุกอย่างของชุมชน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ครูของเราต้องมีทักษะบ่มเพาะและดูแลเด็กสองกลุ่ม ที่มีความคล้ายคลึงแต่แตกต่างในรายละเอียดได้ ด้วยกระบวนการ จิตวิญญาณ องค์ความรู้ ความเข้าใจในตัวเด็ก เพราะ<strong>โรงเรียนในถิ่นทุรกันดารที่ดูแลเด็กจำนวนไม่มาก เราต้องการครูที่มีมากกว่าองค์ความรู้ เขาต้องเป็นเหมือนพ่อแม่ของเด็ก ๆ มีความรู้ด้านโภชนาการ ส่งเสริมทักษะอาชีพและทักษะชีวิตได้ มีความเห็นอกเห็นใจ และที่สำคัญที่สุดคือต้องมีความรักความภูมิใจในท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวให้เขาทำงานอย่างสุดความสามารถ พร้อมทำทุกอย่างให้เด็กในพื้นที่มีโอกาสทางการศึกษามากขึ้น</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f470d5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/Photo7-LinkThumbnail-ร่วมสร้าง-‘ครู-ที่เป็นทุกอย่างของชุมชน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ในฐานะที่เข้าร่วมเป็นปีแรก ทางมหาวิทยาลัยขอนแก่นยินดีเรียนรู้ และเป็นส่วนหนึ่งของฟันเฟืองที่จะขยับเขยื้อนให้ความเสมอภาคทางการศึกษาขยายออกไปในทุกพื้นที่ เพื่อเกิดต้นแบบการผลิตและพัฒนา ‘ครู’ ที่จะไปทำงานกับเด็กเยาวชนในอนาคตอีกไม่รู้สักกี่รุ่นสืบไปจากนี้”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/teachereef-061022/">ร่วมสร้าง ‘ครู’ ของชุมชน 3 ปี ‘ครูรัก(ษ์)ถิ่น’ กับบทบาทของสถาบันผลิตและพัฒนาครู</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ก้าวสู่ปีที่ 3 ครูรัก(ษ์)ถิ่น ต้นแบบพัฒนาครูแนวใหม่ ตามความต้องการของพื้นที่</title>
		<link>https://www.eef.or.th/articlr-fund-teacher-eef-step-into-the-3rd-year/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Jul 2021 13:32:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วิชญา ผิวคำ]]></category>
		<category><![CDATA[จิตวิญญาณความเป็นครู]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.ชัยฤทธิ์ ศิลาเดช]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.เสาวภาคย์ สว่างจันทร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=42787</guid>

					<description><![CDATA[<p>ก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 สำหรับโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ของกองทุ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/articlr-fund-teacher-eef-step-into-the-3rd-year/">ก้าวสู่ปีที่ 3 ครูรัก(ษ์)ถิ่น ต้นแบบพัฒนาครูแนวใหม่ ตามความต้องการของพื้นที่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 สำหรับโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ทุนสำหรับนักเรียนในพื้นห่างไกลเรียนจบกลับไปเป็นครูพัฒนาคุณภาพโรงเรียนของชุมชน (Protected School/Stanalone) เท่านั้น แต่โครงการนี้ยังเป็นอีกก้าวสำคัญสำหรับการพัฒนาต้นแบบการผลิตครูรุ่นใหม่ในระบบปิดให้สอดรับตรงกับความต้องการของโรงเรียนในพื้นที่ซึ่งมีบริบทที่แตกต่างกัน</p>



<p>ในฐานะร่วมเป็นสถาบันผลิตครูรัก(ษ์)ถิ่นมาตั้งแต่รุ่นที่ 1 <strong> ดร.วิชญา ผิวคำ อาจารย์ประจำสาขาประถมศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ </strong>มองว่า โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นได้สร้างความเปลี่ยนแปลงในกระบวนการผลิตครูตั้งแต่ “ต้นน้ำ” คือ ขั้นตอนการรับสมัครนักศึกษา ที่ทำให้รู้จักตัวนักศึกษา รู้จักบริบทพื้นฐาน เพื่อให้สถาบันผลิตครูสามารถออกแบบหลักสูตรไปตอบสนองบริบทของชุมชนได้โดยตรง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b753d3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/04-ก้าวสู่ปีที่-3-ครูรักษ์ถิ่น-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“แต่ก่อนเราผลิตครูตามหลักสูตรอุดมศึกษาแกนกลาง เราไม่รู้ว่าผลิตครูแล้วจะไปอยู่ที่ไหนกันบ้าง แต่โครงการนี้เหมือนเรามีเป้าหมาย เช่น นักศึกษาคนนี้จบแล้วจะไปสอนหนังสือบนดอย ควรจะต้องมีความรู้อะไรบ้าง จะได้เตรียมออกแบบนักศึกษาครูให้ตรงกับบริบทนั้น รวมไปถึงหลักสูตรเสริมที่มีเป้าหมายมากขึ้นว่า เราอยากให้เขาเป็นนักวิจัย นักพัฒนาชุมชน เราก็ใส่กระบวนการพัฒนาเขาตั้งแต่เริ่มเรียนปีหนึ่งได้เลย ให้เขาใช้ ชินกับกระบวนการนี้ ออกแบบนวัตกรรมการสอน มีเป้าหมายที่ชัดเจน”</p>



<p></p>



<h2 class="gb-headline gb-headline-05e662e6 gb-headline-text">ลงพื้นที่โรงเรียนปลายทาง ปลูก “จิตวิญญาณความเป็นครู”</h2>



<p>รวมทั้งเรื่อง “จิตวิญญาณความเป็นครู” ที่ผ่านมาจะเห็นหลายคนมีพัฒนาการฉายแววชัดเจน ส่วนหนึ่งจากที่ออกแบบให้นักศึกษาไปลงพื้นที่โรงเรียนปลายทางที่เขาจะกลับไปบรรจุ พอกลับมาเขาก็มาเล่าให้ฟังว่า มีคนที่ยังรอพวกเขาอยู่ เป็นเหมือนแรงบันดาลใจให้พวกเขาตั้งใจเรียนและกลับไปสอนหนังสือที่นั่น หรือเมื่อตอนรับสมัครนักศึกษาครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นที่ 2 เขาเป็นพิธีกรเล่าให้น้อง ๆ ฟังว่าทุกวันนี้เขาไม่ได้เรียนแค่เพื่อตัวเอง เพื่อคุณพ่อ คุณแม่ แต่ยังมีเด็ก ๆ และคนในพื้นที่ที่รอพวกเขาอยู่ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b64778"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/04-ก้าวสู่ปีที่-3-ครูรักษ์ถิ่น-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นถือเป็นต้นแบบการผลิตครูแนวใหม่ ทำให้แต่ละภูมิภาคสามารถมีรูปแบบการผลิตครูที่เหมาะกับบริบทพื้นที่ของตัวเองได้ดี ปกติเราเคยแต่ผลิตครูโดยไม่มีโจทย์ให้ต้องตอบ เช่น คนกรุงเทพฯ มาเรียนที่เชียงใหม่แล้วกลับไปสอนหนังสือที่กรุงเทพฯ ตอนเราสอนเขา เราก็สอนในบริบทของเชียงใหม่ ไม่รู้ว่าเขาจะไปดำรงวิชาชีพที่กรุงเทพฯ ได้มีประสิทธิภาพแค่ไหน แต่ถ้าเรามีต้นแบบ มีกระบวนการเฉพาะในพื้นที่ ก็จะช่วยให้เรียนรู้บริบทพื้นที่ วัฒนธรรม เพราะการเข้าใจเด็กไม่ใช่แค่เข้าใจในตัวเด็ก แต่ต้องเข้าใจเชิงบริบทพื้นที่ วัฒนธรรมด้วย ดังนั้นในระยะยาวโครงการนี้จึงน่าจะเป็นต้นแบบที่ดีให้กับประเทศไทยได้” ดร.วิชญากล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-190fad"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/04-ก้าวสู่ปีที่-3-ครูรักษ์ถิ่น-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="gb-headline gb-headline-c491cf25 gb-headline-text">การเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ “ต้นน้ำ” คัดกรองจนมั่นใจว่าได้คนที่เหมาะสมเป็นครูจริง ๆ</h2>



<p>คล้ายกับ <strong>ผศ.ดร.ชัยฤทธิ์ ศิลาเดช  อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง</strong> ที่มองว่า โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับกระบวนการผลิตครูในระบบปิด  ตั้งแต่การรับคนที่มีเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพครู นำมาผ่านกระบวนการคัดกรองจนเกิดความมั่นใจว่าคนนี้เหมาะที่จะเป็นครูจริง ๆ  หลายสาขาวิชาที่มีนักศึกษาเกินจำนวนก็นำวิธีการนี้ไปประยุกต์ใช้รับนักศึกษา ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ต้นน้ำ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-77b972"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/04-ก้าวสู่ปีที่-3-ครูรักษ์ถิ่น-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ถัดมาที่การเรียนการสอนที่พัฒนาวิชาแนวข้างเพิ่มเติมจากวิชาชีพครู ตอนนี้ก็มีหลายสาขาวิชาเอาแนวคิดไปประยุกต์พัฒนากิจกรรมเสริมให้กับนักศึกษา สิ่งที่เกิดขึ้นกลายเป็นตัวอย่างและเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับสาขาวิชาอื่นได้เห็นแนวทางและนำไปปรับใช้</p>



<p>“โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น เหมือนเราผลิตของระดับพรีเมียม คัดคนมาอย่างดี ได้ครูที่มีจิตสำนึก มีจิตวิญญาณความเป็นครู รักท้องถิ่น จบแล้วกลับไปพัฒนาพื้นที่บ้านเกิด  ถือเป็นการพิสูจน์ว่าทำแบบนี้แล้วมันดี ได้ของดีจริง นำไปสู่ความยั่งยืน ซึ่งท้ายที่สุดความยั่งยืนก็จะอยู่ที่กระบวนการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยว่าจะปลูกฝังสิ่งเหล่านี้ได้อย่างจริงจัง และทำให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3d0ccb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/04-ก้าวสู่ปีที่-3-ครูรักษ์ถิ่น-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>อีกมุมหนึ่งยังตอบโจทย์เรื่องการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา  ​เริ่มตั้งแต่การให้ทุนมาเรียน ซึ่งหากไม่มีทุนนี้ เด็กกลุ่มนี้ก็อาจได้เรียนต่อในระดับที่สูง ถือเป็นเรื่องแรกในการลดความเหลื่อมล้ำดูแลเด็กในพื้นที่ห่างไกล เรื่องที่สองคือ เมื่อพวกเขาจบไปเป็นครูก็จะได้กลับไปช่วยสอนหนังสือพัฒนาชุมชนที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้ในระยะยาวอีกทางหนึ่งด้วย ระหว่างนี้ทางมหาวิทยาลัยจึงพยายามออกแบบกิจกรรมให้เขาได้ลงพื้นที่ ไม่ใช่แค่เรียนในมหาวิทยาลัยอย่างเดียว  </p>



<p></p>



<h2 class="gb-headline gb-headline-f063d472 gb-headline-text">Enrichment Program เสริมความพร้อมสู่นักพัฒนาชุมชน</h2>



<p>ในแง่การทำงาน สถาบันผลิตครูที่เข้าร่วมโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นถือเป็นกำลังสำคัญที่ต้องทำงานอย่างหนัก ตั้งแต่การออกไปค้นหานักเรียนในพื้นที่ห่างไกล รวมถึงการทำงานร่วมกับชุมชน&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>ผศ.เสาวภาคย์ สว่างจันทร์ อาจารย์คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี </strong>กล่าวว่า จากเดิมทางคณะเป็นที่สนใจของนักศึกษา แค่อยู่เฉย ๆ ก็มีนักศึกษามาสมัครจำนวนมาก แค่รอคัดเลือกจากนักศึกษาที่มาสมัคร แต่ก็จะทำให้รู้จักกับนักศึกษาแค่ช่วงเวลาที่มาสัมภาษณ์ ไม่ได้รู้จักครอบครัวเด็ก  แต่โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นทำให้ต้องลงไปค้นหาเด็ก ไปรู้จักกับครอบครัว เห็นความเป็นอยู่ของเด็ก เวลามีปัญหาก็จะได้เข้าใจและแก้ปัญหาได้อย่างทันที</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3d1a9c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/04-ก้าวสู่ปีที่-3-ครูรักษ์ถิ่น-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“หนึ่งในเป้าหมายของครูรัก(ษ์)ถิ่นคือการผลิตครูออกไปเป็นนักพัฒนาชุมชน ทำให้ต้องลงพื้นที่ที่ไปเก็บข้อมูล ศึกษาบริบทชุมชน&nbsp; สร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชน เนื้อหาเหล่านี้จะไปบูรณาการอยู่ในวิชาต่าง ๆ อีกด้านหนี่งก็จะมีกิจกรรม Enrichment Program เช่น ​การเข้าค่ายครูดีในดวงใจ ไปสวนโมกข์เพื่อเรียนวิถีชีวิตตามรอยพระพุทธทาส เรียนเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง การเกษตรมีโครงการครูรักษ์ผัก ที่จะทำให้เขาจบออกไปมีความพร้อมไปเป็นนักพัฒนาชุมชน หลายคนได้สะท้อนความภูมิใจ และมีแรงบันดาลใจที่จะกลับไปพัฒนาท้องถิ่นของเขา”</p>



<p>ส่วนกระบวนพัฒนาโรงเรียนปลายทางที่เด็กจะกลับไปบรรจุเป็นครูเมื่อเรียนจบแล้วนั้น ผศ.เสาวภาคย์อธิบายขั้นตอนการทำงานว่า ได้เชิญทางโรงเรียนมาร่วมถอดบทเรียน   ค้นหาครูรัก(ษ์)ถิ่นแบบไหนที่โรงเรียนต้องการ เ พื่อนำไปสู่การพัฒนาให้ตรงกับความต้องการ ซึ่งหากไม่มีสถานการณ์โควิด-19 ก็จะพาคุณครูไปดูงานแล้วกลับมาถอดบทเรียนช่วยกันสร้างโมเดลต้นแบบ  ซึ่งทั้งหมดวางเป้าหมายว่าอยากจะเห็นเด็กที่จบออกไปเป็นครูปฐมวัยที่สามารถพัฒนาเด็กปฐมวัยในชุมชนของเขาที่จะเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ในวันข้างหน้า รวมทั้งจบไปเป็นครูที่เป็นนักพัฒนาชุมชนเสียงสะท้อนเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของสถาบันการศึกษาที่จะช่วยกันพัฒนาต้นแบบการผลิตครูในระบบปิดที่ตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่ในบริบทที่แตกต่างกัน โดยปัจจุบันโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นกำลังเปิดรับสมัครสถาบันอุดมศึกษาที่สนใจเข้าร่วมเป็นสถาบันผลิตและพัฒนาครูในโครงการ รุ่นที่ 3 ประจำปี 2565</p>



<p></p>



<p><strong>สถาบันที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :</strong><br><a href="https://www.eef.or.th/notice/fund-teachereef-2565/" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://www.eef.or.th/notice/fund-teachereef-2565/">ประกาศ กสศ. เรื่อง เปิดรับโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ปีการศึกษา 2565</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/articlr-fund-teacher-eef-step-into-the-3rd-year/">ก้าวสู่ปีที่ 3 ครูรัก(ษ์)ถิ่น ต้นแบบพัฒนาครูแนวใหม่ ตามความต้องการของพื้นที่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. ร่วมมือ 10 สถาบัน ผลิตและพัฒนาครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 2</title>
		<link>https://www.eef.or.th/31082020a/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 31 Aug 2020 03:09:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วิชญา ผิวคำ]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.ชัยฤทธิ์ ศิลาเดช]]></category>
		<category><![CDATA[นายสุภกร บัวสาย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=20797</guid>

					<description><![CDATA[<p>ที่โรงแรม ที เค พาเลซ (แจ้งวัฒนะ) กองทุนเพื่อความเสมอภา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/31082020a/">กสศ. ร่วมมือ 10 สถาบัน ผลิตและพัฒนาครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 2</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-20798" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/banner-3-1.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/banner-3-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/banner-3-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/banner-3-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/banner-3-1-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/banner-3-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่โรงแรม ที เค พาเลซ (แจ้งวัฒนะ) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) นำโดย นายสุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น กสศ. และ ผศ.ดร.พิศมัย รัตนโรจน์สกุล ผู้จัดการโครงการฯ ร่วมลงนามความร่วมมือกับ10 สถาบันผลิตและพัฒนาครูใน<strong>โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นที่ 2</strong> ด้วยแนวคิด “ร่วมมือ ร่วมใจ สร้างครูรุ่นใหม่หัวใจรัก(ษ์)ถิ่น” ในโครงการสร้างโอกาสทางการศึกษาสำหรับนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลเป็นครูรุ่นใหม่ เพื่อพัฒนาคุณภาพโรงเรียนของชุมชน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ</strong> ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น กสศ. กล่าวว่า โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 2 กสศ. ได้คัดเลือกสถาบันการผลิตครูที่เชื่อมั่นว่ามีศักยภาพ เหมาะสมที่จะผลิตครูตามเป้าหมายได้ทั้งสิ้น 10 สถาบัน ซึ่ง กสศ. มีเกณฑ์คัดเลือกที่ชัดเจน คือ ต้องเป็นสถาบันที่อยู่ในภูมิภาคที่เด็กสามารถมาเรียนได้ ไม่ห่างไกล และต้องเข้าใจภูมิหลังและบริบทของชุมชม นอกจากนี้ ในรุ่นที่ 2 กสศ. มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่ไปดูบริบทและสภาพจริงของทุกมหาวิทยาลัยที่ผ่านการพิจารณามากขึ้น โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากทุกภูมิภาคเข้ามาร่วมพิจารณาทุกสถาบันเพื่อความเป็นธรรม มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันระหว่างสถาบันทั้งที่ได้รับคัดเลือก และไม่ได้รับคัดเลือก เพื่อให้สถาบันที่ไม่ผ่านเข้าร่วมโครงการในปีนี้ได้รู้ข้อบกพร่องและพัฒนาตนเองในปีถัดไป</span></p>
<p><figure id="attachment_20799" aria-describedby="caption-attachment-20799" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-20799 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-3-2.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-3-2.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-3-2-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-3-2-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-3-2-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-20799" class="wp-caption-text">รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น กสศ.</figcaption></figure></p>
<p><strong>“เกณฑ์การพิจารณาสถาบันที่ผ่านเข้าร่วมโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 2 กสศ. ให้น้ำหนักลงไปที่การดูสภาพจริงเพิ่มขึ้นจากโครงการที่มหาวิทยาลัยเขียนส่งเข้ามาให้พิจารณา พบว่าบางสถาบันเขียนโครงการดีมาก พอลงไปดูสภาพจริงไม่เป็นไปตามแบบโครงการ เราเห็นความไม่สอดคล้อง ความไม่ทำงานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างผู้บริหารมหาวิทยาลัยกับอาจารย์คณะที่จะดำเนินการ บางแห่งเขียนโครงการมาไม่โดดเด่น แต่ลงไปดูแล้วโดดเด่น เพราะฉะนั้นสภาพจริงจึงมีความสำคัญกว่า”  <span style="font-weight: 400;">รศ.ดร.ดารณี กล่าว</span></strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>รศ.ดร.ดารณี</strong> กล่าวว่า ปีนี้ กสศ. ได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิทั้งอาจารย์มหาวิทยาลัย อดีตผู้อำนวยการเขต ศึกษานิเทศก์ อดีตผู้อำนวยการท้องถิ่นมาช่วยกันลงพื้นที่ไปประเมินและพิจารณา คณะกรรมการต้องดูตั้งแต่ความพร้อมของหลักสูตรและสถานที่ การทำงานเป็นทีมต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน รวมถึงสัมภาษณ์นักศึกษาปัจจุบันและบัณฑิตที่จบไปแล้ว ซึ่งกลยุทธ์ความเชี่ยวชาญและความชำนาญการของผู้ทรงคุณวุฒิจะมองออกว่าจากผลผลิตกับสิ่งที่มหาวิทยาลัยกำลังดำเนินการมีจุดเด่นหรือจุดด้อยอย่างไร เพราะฉะนั้นกระบวนการคัดเลือกสถาบันการศึกษา กสศ. ทำด้วยความรอบคอบ เพราะเรามีความเสี่ยงหลายอย่างในการทำงาน การลงทุนโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นมีมูลค่าสูง กสศ. จึงต้องการบัณฑิตคุณภาพสูงเข้าไปทำงานตรงกับหน่วยงานด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>รศ.ดร.ดารณี</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ สถาบันผลิตครูทั้ง 10 แห่ง ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ , มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี, มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฏร์ธานี, มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง, มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ต้องลงพื้นที่ไปค้นหาเด็กที่จะมาเรียนครูตามเกณฑ์ที่ กสศ. กำหนด ตามปัจจัยขั้นพื้นฐาน คือ 1. ปัจจัยด้านความยากจน ต้องมีรายได้เฉลี่ยรายครอบครัวไม่เกิน 3,000 บาท/เดือน 2. เด็กทุนพร้อมกับผู้ปกครองต้องอยู่ในภูมิลำเนาอย่างน้อย 3 ปี 3. เกรดเฉลี่ยสะสม 5 เทอม ไม่ต่ำกว่า 2.5 และ 4. ได้รับการค้นหาคัดเลือกโดยกระบวนการการมีส่วนร่วมของชุมชน ซึ่งโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น มีเป้าหมายปลายทางที่จะผลิตครูสู่โรงเรียนปลายทาง เพราะฉะนั้นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยต้องมีความเฉพาะเจาะจง นอกจากมาตรฐานกลางแล้ว ต้องมีสมรรถนะเฉพาะของครูรัก(ษ์)ถิ่น เป็นครูยุค 4.0 ที่ต้องเป็นผู้นำชุมชนได้ด้วย สอนได้ตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงระดับประถมศึกษา สอนได้แบบคละชั้นและทุกสาขาวิชา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“กสศ. มีข้อระมัดระวังเป็นบทเรียนที่ได้จากการเรียนรู้รุ่นที่ 1 ถ่ายทอดไปยังรุ่นที่ 2 ว่ากระบวนการค้นหาอาจารย์มหาวิทยาลัยต้องลงไปค้นหาเด็กถึงพื้นที่ ไม่ใช่รออยู่มหาวิทยาลัยให้เด็กมาสมัคร โดยมีเป้าหมาย คือ 1. มหาวิทยาลัยต้องไปค้นหาผู้เรียนตัวจริงมา โดยการลงไปทำงานกับท้องถิ่น ผู้นำชุมชน กับครู 2. เด็กต้องขาดแคลนจริง ต้องไปดูถึงบ้าน ไปสัมภาษณ์พ่อแม่ ศึกษาข้อมูลของเด็กจากชุมชน ให้ผู้นำชุมชน อย่างผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้นำทางศาสนา มีส่วนร่วมในการพิจารณาคัดเลือก เพราะรู้จักคนในท้องถิ่นดี เพราะฉะนั้นเมื่อมหาวิทยาลัยลงไปค้นหาเด็ก มหาวิทยาลัยจะรู้บริบทของโรงเรียน รวมถึงครูในโรงเรียนที่เด็กต้องกลับไปบรรจุเป็นครู เมื่ออาจารย์มหาวิทยาลัยรู้ว่าเราจะผลิตบัณฑิตของเราไปสอนเด็กแบบไหน อาจารย์ก็ต้องถอยมาออกแบบหลักสูตร การจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมตามบริบทของโรงเรียนและท้องถิ่น ซึ่งการสอนระดับปฐมวัยไม่ใช่สอนได้แค่อนุบาล โดยนิยามขึ้นถึงประถมต้น มหาวิทยาลัยก็ต้องปรับหลักสูตร หรือเพิ่มเติมวิชาต่างๆ เพื่อจะให้บัณฑิตที่จบออกไปมีองค์ความรู้ มีทักษะ หรือสมรรถนะที่จะสอนในชั้นประถมศึกษาได้ด้วย“</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-20802" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/c-3.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/c-3.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/c-3-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/c-3-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/c-3-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ผศ.ดร.ชัยฤทธิ์ ศิลาเดช</strong> รักษาราชการแทน อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จ.ราชบุรี กล่าวว่า จากการเข้าร่วมโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นในรุ่นที่ 1 มหาวิทยาลัยประสบปัญหาข้อมูลไม่ถึงเด็กและชุมชนที่เข้าไม่ถึงสื่อโซเชียลมีเดีย ทำให้เด็กบางคนที่ควรได้รับการสนับสนุนมากกว่าเสียโอกาส ดังนั้นวิธีที่ข้อมูลจะถึงเด็กได้ดีที่สุด คือโรงเรียนในพื้นที่ต้องให้คำแนะนำกับเด็กโดยตรง มหาวิทยาลัยจึงปรับกระบวนการดำเนินงานเชิงรุกให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เรามีฐานข้อมูลเดิมจากปีที่ผ่านมา ทราบพื้นที่ลักษณะของชุมชน รู้จักเครือข่าย โรงเรียน ผู้บริหาร สิ่งที่เปลี่ยนแปลง คือจะมีการประสานข้อมูลไปยังโรงเรียนพื้นที่ก่อน เพื่อให้ทราบหลักเกณฑ์ วิธีการ ให้ข้อมูลกับเด็กที่อยู่ในความรับผิดชอบของโรงเรียนก่อนที่มหาวิทยาลัยจะประกาศรับสมัครอย่างเป็นทางการ เพื่อป้องกันไม่เกิดปัญหาเด็กมารู้ข้อมูลเชิงลึกทีหลัง ซึ่งประสบการณ์ที่ผ่านมามีเด็กถอนตัวในช่วงที่คัดมาอยู่ค่ายแล้ว เพราะไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราไม่อยากให้เด็กตัดสินใจสมัครเข้าโครงการเพราะว่ามีทุนอย่างเดียว บางคนเห็นมีเงินสนับสนุน แต่อยากให้เด็กตัดสินใจบนพื้นฐานของความอยากเป็นครูอยู่ในพื้นที่จริงๆ เพราะเด็กต้องทำงานหนัก เรียนไม่เหมือนคนอื่น ต้องเรียนเสริมนอกเวลาเยอะ ซึ่งต่างจากการเรียนทั่วไป เพราะสถาบันต้องการให้เด็กนำประสบการณ์กลับไปเป็นครูเพื่อพัฒนาบ้านเกิด อันนี้เป็นเรื่องที่เด็กต้องรับรู้เพื่อเจตคติที่ดี ถ้าเราได้เด็กที่พร้อมตั้งแต่ต้นมหาวิทยาลัยก็จะพัฒนาต่อได้ง่าย โดยปีนี้มหาวิทยาลัยได้วางระบบให้โรงเรียนปลายทางที่เด็กจะไปบรรจุเป็นครูเมื่อจบหลักสูตร มีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลและพิจารณาคัดเลือกเด็กมากยิ่งขึ้นเพื่อความชัดเจน” ผศ.ดร.ชัยฤทธิ์ กล่าว</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-20801" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/b-1-3.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/b-1-3.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/b-1-3-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/b-1-3-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/b-1-3-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ดร.วิชญา ผิวคำ</strong> อาจารย์ประจำสาขาประถมศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า นักศึกษาทุนครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นที่ 1 ที่เข้าศึกษาในสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย ปีการศึกษา 2563 มีจำนวนทั้งหมด 31 คน ทางคณะกำลังปรับหลักสูตรใหม่ เน้นการบูรณาการข้ามศาสตร์ โดยร่วมกับคณะอุตสาหกรรมการเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ ออกแบบรายวิชาใหม่ให้เด็กได้เลือกเรียนตามความถนัด ซึ่งเด็กแต่ละคนจะมีอัตลักษณ์ของท้องถิ่น มีความสามารถแตกต่างกัน ซึ่งเราได้ผลักดันให้เข้าชมรมตามความชอบ เพื่อคลายความกังวลลดปัญหาคิดถึงบ้าน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Shadow ติดตามเงาของครู นำเด็กลงพื้นที่ชุมชนดูการทำงานของครู เพื่อปลูกฝังการรักถิ่นเกิด การทำงานร่วมกับชุมชนให้มากขึ้น โดยหลอมรวม “บวร” บ้าน วัด โรงเรียน ให้เชื่อมโยงกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ตอบโจทย์สำหรับเด็กที่ยากจนและขาดโอกาสทางการศึกษามาก เห็นได้จากการลงพื้นที่สำรวจสภาพความเป็นอยู่ของเด็กมีการค้นหาเด็กอย่างเข้มข้นเข้าถึงตัวเด็กที่ยากจนในพื้นที่ห่างไกล ทั้งนี้จากเสียงสะท้อนของผู้ปกครองที่ตัดพ้อว่า ถ้าลูกไม่ได้รับทุนการศึกษาจากโครงการนี้ จะไม่มีโอกาสเรียนต่อ และศูนย์พัฒนาสังคม ที่มองว่าโครงการตอบโจทย์ได้ดี ชุมชนชนบทจะได้มีครูที่อยู่ในท้องถิ่นจริง ลดปัญหาครูโยกย้าย ทำให้เห็นว่าโครงการนี้สามารถลดความเหลื่อมล้ำได้จริง หากทำอย่างต่อเนื่องเชื่อว่าการศึกษาของโรงเรียนในชุมชนจะพัฒนาขึ้นมากอย่างแน่นอน” ดร.วิชญา กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/31082020a/">กสศ. ร่วมมือ 10 สถาบัน ผลิตและพัฒนาครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 2</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครูรัก(ษ์)ถิ่น ลดความเหลื่อมล้ำการศึกษาพื้นที่ห่างไกล</title>
		<link>https://www.eef.or.th/9076-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 04 Jul 2020 04:40:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.ชัยฤทธิ์ ศิลาเดช]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึง]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=17355</guid>

					<description><![CDATA[<p>ต้นแบบสถาบันของการผลิตครูสู่ชนบทแห่งแรกในประเทศไทย คือ  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/9076-2/">ครูรัก(ษ์)ถิ่น ลดความเหลื่อมล้ำการศึกษาพื้นที่ห่างไกล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-17358" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/ครูรักษ์ถิ่นอธิการจอมบึง-01-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1358" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/ครูรักษ์ถิ่นอธิการจอมบึง-01-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/ครูรักษ์ถิ่นอธิการจอมบึง-01-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/ครูรักษ์ถิ่นอธิการจอมบึง-01-1024x543.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/ครูรักษ์ถิ่นอธิการจอมบึง-01-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/ครูรักษ์ถิ่นอธิการจอมบึง-01-1536x815.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/ครูรักษ์ถิ่นอธิการจอมบึง-01-2048x1086.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/ครูรักษ์ถิ่นอธิการจอมบึง-01-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้นแบบสถาบันของการผลิตครูสู่ชนบทแห่งแรกในประเทศไทย คือ “วิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึง” ซึ่งก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2497 ด้วยเป้าหมายที่รับเด็กซึ่งขาดแคลนทุนทรัพย์และมีเจตคติที่ดีมาบ่มเพาะเป็นครูและให้กลับไปสอนในพื้นที่ชนบททั่วประเทศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวคิดดังกล่าวมีที่มาจากประเทศตุรกี ที่ใช้วิธีการคัดเด็กชนบทด้อยโอกาส แต่มีความสามารถ เรียนเก่ง เป็นเด็กดี มาเรียนในหลักสูตรครูเมื่อเรียนจบแล้วก็กลับไปบรรจุอยู่ในพื้นที่ที่ได้ทุนมาเรียน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผศ.ดร.ชัยฤทธิ์ ศิลาเดช อธิการบดี มรภ.หมู่บ้านจอมบึง จ.ราชบุรี เล่าให้ฟังว่า ในช่วงแรกทางวิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึง จะรับเด็กที่จบ ป.7 มาเรียน 5 ปี จบไปได้วุฒิ ปวส.ต้น และไปเป็นครูอยู่ในชนบท เป็นอย่างนี้เรื่อยมาจน พ.ศ. 2515 ได้ปรับมาเป็นวิทยาลัยครู ก่อนจะเปลี่ยนเป็น สถาบันราชภัฏ และ มหาวิทยาลัยราชภัฏ  ในที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนี้คนที่เรียนรุ่นแรกๆ ไปบรรจุในโรงเรียนชนบท หลายคนเป็นครูใหญ่ ผู้อำนวยการ ส่วนใหญ่เกษียณกันหมดแล้ว ซึ่งถือเป็นความสำเร็จของสถาบันที่ลองไปดูได้เลยว่าครูที่จบไปทำเป็นทุกเรื่อง ออกแบบสร้างอาคาร สร้างส้วม ซึ่งอาจจะเหมาะกับยุคสมัย 60 ปีที่แล้วซึ่งบ้านนอกบ้านนายังจำเป็นต้องมีผู้นำชุมชน”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">ครูบ้านนอกไม่ใช่แค่สอนหนังสือต้องพัฒนาชุมชนด้วย​</h4>
<p><figure id="attachment_17360" aria-describedby="caption-attachment-17360" style="width: 2560px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-17360 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/ครูรักษ์ถิ่นอธิการจอมบึง-02-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1681" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/ครูรักษ์ถิ่นอธิการจอมบึง-02-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/ครูรักษ์ถิ่นอธิการจอมบึง-02-300x197.jpg 300w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /><figcaption id="caption-attachment-17360" class="wp-caption-text">ผศ.ดร.ชัยฤทธิ์ ศิลาเดช อธิการบดี มรภ.หมู่บ้านจอมบึง จ.ราชบุรี</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ปัจจุบันทักษะตรงนี้อาจต้องปรับเปลี่ยนไปบ้างเช่นต้องสามารทำได้ ทั้ง “ไฮทัช” และ “ไฮเทค” หมายความว่าต้องทำเรื่องที่ปฏิบัติได้ด้วยมือเช่น ปลูกผัก ทำงานทั่วไป และ ต้องทำงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีได้ด้วย รู้เรื่องเครื่องมือการสอน การหาความรู้ การพัฒนาชุมชน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การเป็นครูบ้านนอกไม่ได้มีแค่งานสอนหนังสืออย่างเดียว  เวลาหมู่บ้านมีงานวัดครูก็ต้องไปช่วย ชุมชนมีอะไรก็ต้องเข้าไปดูแล ไปพัฒนาความเป็นอยู่ให้ชาวบ้าน  สิ่งนี้เป็นหมือนจิตวิญญาณเป็นรากของที่นี่ ซี่งเรายังคงเรื่องนี้ไว้”​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">สอดรับกับภารกิจปัจจุบันของ มรภ.หมู่บ้านจอมบึง ที่เข้ามามีส่วนร่วมเป็นหนี่งใน 11 สถาบันการศึกษาที่จะผลิต ครูรัก(ษ์) ถิ่น ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </span><span style="font-weight: 400;">ซึ่งมีเป้าหมายที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ด้วยการทำให้พื้นที่ห่างไกลมีครูคุณภาพเช่นเดียวกับพื้นที่อื่นๆ ในประเทศ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">การเข้าค่ายเพื่อคัดเลือกเด็ก “มิติใหม่” การค้นหาครู</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-17365" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/ครูรักษ์ถิ่นอธิการจอมบึง-03-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1682" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/ครูรักษ์ถิ่นอธิการจอมบึง-03-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/ครูรักษ์ถิ่นอธิการจอมบึง-03-300x197.jpg 300w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผศ.ดร.ชัยฤทธิ์ อธิบายว่า ทางมหาวิทยาลัยได้จัดทีมลงพื้นที่ไปสัมภาษณ์เด็ก ครู ผู้ปกครอง จากนั้นจะเชิญเด็กมาเข้าข่ายเพื่อคอยสังเกตพฤติกรรมต่างๆ ให้มั่นใจว่าหนึ่งเด็กมีเจตคติที่ดีต่อการเป็นครูสอนอยู่ในชนบท สองมีจิตวิญญาณความเป็นครู ที่จะต้องใช้การจัดกิจกรรมเพื่อไปสังเกตให้มั่นใจถึงจะประกาศว่าเขาเป็นตัวจริงที่จะเข้ามาอยู่ในโครงการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การเข้าค่าย 5 วันเหมือนการจัดสถานการณ์จำลองให้เด็กแสดงถึงความพร้อมที่จะมาเป็นครูในอนาคต ทั้งเรื่องการเสียสละ การมีเจตคติที่ดีต่อตัวเองและชุมชน ​แค่การสัมภาษ์อาจไม่เห็นชัดแต่ถ้าได้อยู่ทำกิจกรรมเข้าค่ายจะเห็นได้ชัดขึ้น เด็กบางคนเขามาเข้าค่ายแล้วรู้ตัวว่าไม่เหมาะสมขอถอนตัวไปก็มีคือมีสองด้านให้ทั้งเด็กได้ดูตัวเองด้วยและให้ครูได้ดูตัวเด็กด้วย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญคือเราต้องดูว่าเขาพร้อมจะไปเป็นครูในชนบทที่ลำบากได้หรือไม่ ที่ผ่านมาหลายพื้นที่มีครูที่เก่ง ๆ แต่อยู่ในพื้นที่ได้ไม่นานก็ต้องย้ายไปที่อื่น การที่จะมีครูที่มุ่งมั่นจะไปอยู่ในพื้นที่ลำบากโดยไม่ย้ายไปไหนก็เป็นเรื่องที่จำเป็นที่จะต้องสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้เกิดขึ้น และจะเป็นการดีที่เขาจะอยู่ในพื้นที่กันดารโดยสมัครใจตั้งแต่ต้นไม่ใช่ถูกบังคับ และยังเป็นพื้นที่บ้านของเขาเองด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;"> ครูผู้หญิงก็ต้องทำเป็นหมดทั้งช่างไม้ ช่างเชื่อม ช่างปูน</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-17369" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/ครูรักษ์ถิ่นอธิการจอมบึง-04-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1681" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/ครูรักษ์ถิ่นอธิการจอมบึง-04-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/ครูรักษ์ถิ่นอธิการจอมบึง-04-300x197.jpg 300w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับทักษะที่เราต้องการให้เด็กมีเพื่อที่จะได้จบไปเป็น “ครูชนบท” คือ จะต้องมีทักษะวิชาชีพ เทคโนโลยี ต้องเป็นผู้นำชุมชนได้  รวมทั้งต้องมีจิตใจที่อยากช่วยเหลือชาวบ้าน มีส่วนร่วมในการพัฒนาในชุมชน  ทั้งนักศึกษาผู้ชายผู้หญิงจะต้องทำงานช่างไม้ ช่างเชื่อม ช่างปูน เป็นหมดมีการส่งไปสอบวัดทักษะฝีมือแรงงานได้ประกาศรับรอง  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อธิการบดี มรภ.หมู่บ้านจอมบึง  อธิบายถึงหลักสูตรการเรียนที่จะมีการฝึกสอนทุกชั้นปีเพื่อให้ได้สัมผัสกับการสอนของจริง  เริ่มตั้งแต่ปีหนึ่งที่จะเป็นคนสังเกตการณ์ ปีสองจะเป็นผู้ช่วยครู ปีสามจะเป็นครูสอนร่วมและ ปีสี่ที่จะได้สอนแบบเต็มตัว  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงระหว่างเรียนก็จะฝึกให้เขามีจิตอาสาร่วมกิจกรรมของมหาวิทยาลัยเพราะเขาได้ทุนตรงนี้ได้โอกาสมากกว่าคนอื่น ก็ต้องตอบแทนโอกาสนั้น ซึ่งไม่จำเป็นต้องรอจนเรียนจบ สามารถทำได้ตั้งแต่ตอนนี้ ซี่งจะมีกิจกรรมทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม ไปจนถึง ด้านกีฬาอย่างจอมบึงมาราธอนที่เขาสามารถมีส่วนร่วมอำนวยความสะดวกออกพื้นที่ไปช่วยวัดระยะทาง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกทั้งจะเห็นว่าที่ผ่านมาเด็กๆ ก็มักจะรวมตัวกันไปทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ พัฒนาชุมชน หรือ โรงเรียนในพื้นที่ต่างๆ ทั้งการชวนพรรคพวกไปสร้างสนามกีฬา ทาสีอาคารเรียนในชนบท ซึ่งล้วนแต่ฝึกให้เขาเป็นคนที่เสียสละทำงานเพื่อชุมชนซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นในวันที่เขาไปเป็นครูอยู่ในพื้นที่</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/9076-2/">ครูรัก(ษ์)ถิ่น ลดความเหลื่อมล้ำการศึกษาพื้นที่ห่างไกล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
