<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ปิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 07 Dec 2022 07:03:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ปิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. &#8230;.” จุดเปลี่ยนการศึกษาไทยให้เสมอภาค ตอบโจทย์เยาวชนและแรงงานนอกระบบหลายสิบล้านคน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-071222/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Dec 2022 07:03:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[นอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ปิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=62410</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเทศไทยกำลังมีกฎหมายสำคัญ ที่จะช่วยปิดช่องว่างความเหล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-071222/">“ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. ….” จุดเปลี่ยนการศึกษาไทยให้เสมอภาค ตอบโจทย์เยาวชนและแรงงานนอกระบบหลายสิบล้านคน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ประเทศไทยกำลังมีกฎหมายสำคัญ ที่จะช่วยปิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา  หลังจากรัฐสภา มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. &#8230;. ในวาระ 2 และ 3 ตามที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอเมื่อวันที่ 29 พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ ถือเป็นกฎหมายปฏิรูปการศึกษาที่สำคัญต่อการส่งเสริมการเรียนรู้ของประชาชนคนไทยทุกคนตั้งแต่แรกเกิดจนตลอดชีวิต ผู้เรียนทุกช่วงวัยสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้ทุกรูปแบบ ทุกที่ ทุกเวลา โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน</p>



<p>กฎหมายฉบับนี้จะส่งผลให้กระทรวงศึกษาธิการเตรียมยกระดับสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ให้เป็น ‘กรมส่งเสริมการเรียนรู้’  โดยจัดการศึกษา 3 รูปแบบ คือ 1.มุ่งสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต 2.การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง และ3.การเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามลำดับขั้น ผ่านการกระจายอำนาจการจัดการเรียนรู้ ไปยังหน่วยส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ ศูนย์การเรียนรู้ตำบล สถาบันการเรียนรู้เฉพาะด้านหรือเฉพาะกิจการ รวมถึงมีภาคีเครือข่าย สถานศึกษา และสถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้ เป็นต้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5ed9eb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/12/05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. &#8230;. จะทำให้เกิดความร่วมมือในการส่งเสริมการเรียนรู้ระหว่างหน่วยงานรัฐ อปท. ภาคเอกชน ประชาชน ในการจัดการศึกษาทุกระดับ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นการเปิดโอกาสให้คนทุกกลุ่มที่อยู่ นอกระบบสถาบันการศึกษา มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองได้กว้างไกลและทั่วถึงยิ่งขึ้น</p>



<p>จุดเด่นที่น่าสนใจคือ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่จัดตั้งขึ้น จะมีฐานะเป็นเจ้าภาพหลักในการจัดการศึกษาสำหรับผู้ขาดแคลนโอกาส ขณะที่การจัดการศึกษาโดยตรงจะไม่ได้ขึ้นอยู่ภายใต้ภาครัฐเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะพื้นที่ ท้องถิ่น หรือภาคเอกชน จะเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายจัดการศึกษาที่รองรับความจำเป็นของแต่ละพื้นที่</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘ศูนย์การเรียนรู้’ ที่คนทุกวัยทุกกลุ่มเข้าถึงได้</strong></h2>



<p>ปัจจุบันยังมีเด็ก เยาวชนที่หลุดออกนอกระบบ เพราะการศึกษาในระบบนั้นไม่สามารถตอบโจทย์ปัญหา ความจำเป็น หรือความต้องการในชีวิตจริงได้ กฎหมายฉบับนี้จะทำให้เกิดการเรียนรู้ที่แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ เป็น ‘การศึกษา’ ที่ตอบโจทย์ผู้เรียนตรงตามความต้องการยิ่งขึ้น ทั้งเรียนเพื่อประกาศนียบัตร วุฒิการศึกษาตั้งแต่ขั้นพื้นฐานถึงระดับอุดมศึกษา การศึกษาเพื่อดำรงชีวิตที่เน้นฝึกทักษะอาชีพ สร้างรายได้ เพิ่มทักษะงานและชีวิต (upskill reskill) ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หรือการศึกษาที่เน้นเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยรัฐจะพัฒนาการจัดแหล่งเรียนรู้หลากหลายรูปแบบ รวมไปถึงท้องถิ่นเองที่จะกลายเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้ในชุมชน ในรูปแบบของ ‘ศูนย์การเรียนรู้’ ที่คนทุกวัยทุกกลุ่มเข้าถึงได้ นอกจากนี้ยังเป็นหลักประกันคุณภาพการศึกษา ที่ผู้เรียนทั้ง 3 ระบบสามารถสะสมความรู้ ความชำนาญ แล้วเทียบโอนด้วย ‘ระบบธนาคารหน่วยกิต’ (credit bank) เป็นวุฒิการศึกษาได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-33619d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/12/07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. &#8230;. กำหนดชัดเจนครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย 5 ช่วงวัย ตั้งแต่ปฐมวัย เด็กเยาวชน ผู้ใหญ่ตอนต้น วัยกลางคน และผู้สูงอายุ เป็นการเรียนรู้ตลอดช่วงชีวิต ดังนั้นหลักสูตรต้องมีความยืดหยุ่น สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย สามารถเชื่อมโยงกับประสบการณ์และความสนใจเฉพาะบุคคล เพื่อนำไปใช้ยกระดับชีวิต พัฒนาตนเองเป็นพลเมืองคุณภาพ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ต้องการวิธีการที่หลากหลาย เข้าถึง เข้าใจกลุ่มเป้าหมายและต้องใช้ ‘พลังใจ’ นำทางในการทำงาน</strong></h2>



<p>กฎหมายฉบับนี้ เอื้อให้เกิดโครงสร้างระบบบริหารที่เป็นอิสระ จะทำให้เกิดการกระจายอำนาจในระดับภาค ระดับจังหวัด โดยสิทธิในการกำหนดทิศทางนโยบาย หลักสูตรหรือการติดตามวัดผลประเมินผลจะทำให้มีการจัดรูปแบบการเรียนรู้ และกระบวนการทำงานที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงการศึกษาครั้งใหญ่ของประเทศ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-33d995"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/12/03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>อย่างไรก็ตาม แม้การเกิดขึ้นของร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. …. ที่มีเป้าหมายสำคัญคือ ‘ทำให้คนทุกวัยเข้าถึงการศึกษา’ จะเป็นการปฏิรูปครั้งสำคัญ ในอีกด้านหนึ่ง ยังมีสิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง ขบคิด และคณะทำงานด้านการศึกษาจำเป็นต้องร่วมกันหาทางรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่ตามมา โดย ‘กรมส่งเสริมการเรียนรู้’ ที่ตั้งขึ้น ไม่ควรทำงานด้วยระบบที่ ‘แข็งตัว’ ด้วยระบบการบริหารงานแบบราชการ ขณะที่ลักษณะการทำงานกับเด็กเยาวชนด้อยโอกาสหรือแรงงานนอกระบบ ต้องการวิธีการที่หลากหลาย เข้าถึงใกล้ชิด และต้องใช้ ‘พลังใจ’ นำทางในการทำงาน ดังนั้นระบบที่เชื่องช้า ติดกรอบ มีข้อจำกัดด้วยระเบียบวาระ ควรลดทอนลงและปรับเปลี่ยนเป็นการทำงานเชิงรุก ละเอียดอ่อนในการทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย โดยสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นคือจะทำอย่างไรให้การสร้างและพัฒนาเครือข่าย เป็นการทำงานจาก 3 เสาหลัก คือรัฐ เอกชน และท้องถิ่น </p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>อย่าละเลยครูนอกระบบ  หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลง </strong></h2>



<p>อย่างไรก็ตาม ในหลักการและเหตุผลของการร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. …. ฉบับนี้ ยังมุ่งไปที่การจัดตั้ง ‘กรม’ เป็นหลัก โดยมีเนื้อหาที่น้อยเกินไปในการกล่าวถึงเด็กเยาวชนด้อยโอกาสทุกกลุ่มประเภท ทั้งที่หลักการสำคัญของการทำงานคือการเข้าถึง เข้าใจ รู้จักกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ให้ชัดเจน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-307d70"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/12/06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ส่วนในจุดที่ดูเป็นข้อด้อยที่สุดของร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. …. ฉบับนี้ คือไม่มีเนื้อหาส่วนใดเลยที่กล่าวไปถึง ‘ครูนอกระบบ’ ทั้งที่เป็นกำลังสำคัญที่สุดของการทำงาน ทั้งนี้ถ้าเราจะทำงานกับกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ ต้องมองเห็นตัวตนของครู ทั้งครูในระบบ ครูจากภาคประชาสังคม NGO ซึ่งกระจายตัวทำงานอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ครูเหล่านี้คือคนที่ทำงานมายาวนาน ด้วย ‘พลังใจของผู้ต้องการความเปลี่ยนแปลง’ ซึ่งพวกเขามีทั้งบทเรียน ประสบการณ์ และความตั้งใจ อันเป็นสิ่งจำเป็นต่องาน และควรได้รับการสนับสนุนให้มีบทบาทมากยิ่งขึ้น”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>กสศ. มีภาคีที่ทำงานเรื่องการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาของคนทุกช่วงวัย</strong></h2>



<p>งานของ กสศ. ในฐานะองค์กรที่มีบทบาทในการเหนี่ยวนำความร่วมมือจากเครือข่ายและหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในระดับพื้นที่ ระดับประเทศ รวมถึงระดับนานาชาติ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องนำประสบการณ์ทำงาน มาช่วยพัฒนาเครือข่ายให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายและกระจายการทำงานที่ทั่วถึง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-31d087"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/12/04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“กสศ. มีภาคีที่ทำงานเรื่องการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาของคนทุกช่วงวัย ซึ่งทำมาแล้ว มีความเข้าใจงาน เข้าใจคน เป็นเครือข่ายที่แทรกซึมในระดับพื้นที่ งานสำคัญจากนี้คือต้องตีความ พ.ร.บ. ดังกล่าวอย่างลึกซึ้ง นำไปสื่อสารอธิบายความ ทั้งกับคนในคณะทำงานของ กสศ. และคณะทำงานที่ทำงานร่วมกันกับ กสศ. ดังนั้นต้องรู้รายละเอียดเนื้อหา มาตราต่าง ๆ มองเห็นจุดอ่อนจุดแข็งให้ชัด เพื่อออกแบบวิธีการทำงานในระยะยาวต่อไป</p>



<p>“ในอนาคต กสศ. ต้องมีความร่วมมือ มีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ในฐานะภาคีที่จะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยน และขยายภาพความสำคัญของเยาวชนด้อยโอกาสและแรงงานนอกระบบทุกกลุ่ม รวมถึงเชื่อมโยงกับครูทั้งในและนอกระบบการศึกษาเข้ามาเป็นกำลังสำคัญ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-18f65c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/12/08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p> </p>



<p>“กสศ. ต้องร่วมผลักดันให้เกิดการพัฒนาหลักสูตร กระบวนการเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยย่างก้าวสำคัญคือการสร้างระบบ credit bank ที่จะช่วยให้ทุกการเรียนรู้ไปสู่การต่อยอด กสศ. ต้องสนับสนุนให้เกิดพื้นที่เรียนรู้สำหรับเด็กเยาวชนนอกระบบ 9 แสนคน และแรงงานนอกระบบกว่า 20 ล้านคน ให้ได้รับและเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึงโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ด้วยหลักสูตรที่เหมาะสมทั้งระยะสั้น ระยะยาว เพื่อให้ความเสมอภาคทางการศึกษาเกิดขึ้นได้ ผ่าน พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. …. ฉบับนี้”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-071222/">“ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. ….” จุดเปลี่ยนการศึกษาไทยให้เสมอภาค ตอบโจทย์เยาวชนและแรงงานนอกระบบหลายสิบล้านคน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. เปิดเวทีรับฟังความเห็นภาคีกว่า 100 องค์กร ‘ร่วมออกแบบอนาคตการศึกษาเพื่อปิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-221122/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Nov 2022 06:04:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[All For Education]]></category>
		<category><![CDATA[ปิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=62125</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2565 ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-221122/">กสศ. เปิดเวทีรับฟังความเห็นภาคีกว่า 100 องค์กร ‘ร่วมออกแบบอนาคตการศึกษาเพื่อปิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2565 ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชัน หลักสี่ กรุงเทพ ฯ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ “ร่วมออกแบบอนาคตการศึกษาเพื่อปิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ” โดยมีภาคีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมกว่า 100 คน </p>



<p><strong>ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> กล่าวว่า การเปิดพื้นที่รับฟังภาคีเครือข่ายครั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา มาตรา 23 ที่ต้องการให้คณะกรรมการบริหาร กสศ. รับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องประกอบการพิจารณากำหนดนโยบาย เป้าหมาย และแนวทางการดำเนินงานของ กสศ. ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งกองทุน โดยความคิดเห็นจะถูกนำไปสนับสนุนการกำหนดทิศทางการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2567 ของ กสศ. ต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9c6445"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/15-กสศ.-เปิดเวทีรับฟังความเห็นภาคี-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“แม้ว่า กสศ. จัดตั้งขึ้นตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญให้เป็นกลไกปฏิรูปการศึกษา โดยได้รับมอบโจทย์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 7 ประการตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งในมาตรา 5 ของพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา แต่ด้วยทรัพยากรที่ได้รับจัดสรรจากรัฐบาลโดยเฉลี่ยในแต่ละปี คิดเป็นเพียงราวร้อยละ 1 ของงบประมาณด้านการศึกษาของประเทศเท่านั้น หรือเป็นเพียง 1 ใน 5 ของขนาดทรัพยากรที่คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา หรือ กอปศ. ประเมินเอาไว้ว่า รัฐบาลจำเป็นต้องจัดสรรให้ กสศ. ในแต่ละปี คณะกรรมการบริหาร กสศ. จึงได้กำหนดนโยบายและแผนกลยุทธ์ กสศ. พ.ศ. 2565 – 2567 ให้มุ่งเน้นการบูรณาการและเหนี่ยวนำภาคีจากทุกภาคส่วนให้มาร่วมกันแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างยั่งยืนด้วยกันตามหลักคิดปวงชนเพื่อการศึกษา หรือ All for Education”</p>



<p><strong>ดร.ประสาร</strong> ย้ำว่า กสศ. จะทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ (Catalyst for System Change) ผ่านการดำเนินการ 3 ด้านหลัก ๆ คือ (1) การกำหนดโจทย์ การวิเคราะห์ข้อมูล และวิจัยพัฒนานวัตกรรมการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่มีศักยภาพในการขยายผลเชิงนโยบายได้ (2) นำนวัตกรรมต้นแบบดังกล่าวไปดำเนินการทดลองร่วมกับหน่วยงานต้นสังกัดที่รับผิดชอบกลุ่มเป้าหมายร่วมกัน (3) สื่อสารรณรงค์ ระดมความร่วมมือและสนับสนุนกระบวนการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะให้สังคมไทย และผู้กำหนดนโยบายได้นำข้อเสนอของ กสศ. และหน่วยงานภาคีไปสนับสนุนการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-811a6f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/ดร.ประสาร-ไตรรัตน์วรกุล.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“วันนี้ถือเป็นการเปิดเวทีระดมสติปัญญาจากทุกภาคส่วนในสังคม เพื่อช่วยกันกำหนดทิศทาง แสวงหาวิธีการ และนวัตกรรมการทำงานเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาใหม่ ๆ ที่จะทำให้การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของประเทศเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความยั่งยืน และไม่ใช่ข้อเสนอที่มุ่งเน้นการทำงานของ กสศ. แต่ฝ่ายเดียว แต่หมายถึงการขับเคลื่อนทั้งระบบนิเวศทางการศึกษาและทุกองคาพยพของสังคมไทย ในการเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเร็วที่สุดให้ได้ โดยในโอกาสที่ กสศ. จะดำเนินงานครบ 5 ปี ในปีหน้า พวกเราจึงอยากได้รับฟังเสียงจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วนถึงแนวทางการทำงานที่สามารถตอบสนองความท้าทายในโลกยุค Post &#8211; Covid &#8211; 19 โดยเฉพาะนวัตกรรมการทำงานใหม่ ๆ ที่สามารถสร้างการปฏิรูปเชิงระบบอย่างยั่งยืนได้”</p>



<p>ภายในงาน กสศ. ได้ทบทวนการทำงานสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาที่ผ่านมา ผ่านเวทีเสวนาสาธารณะ “มองไปข้างหน้า ร่วมออกแบบอนาคตการศึกษาเพื่อปิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ” โดยมี <strong>ดร.วันฉัตร สุวรรณกิตติ</strong> รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ <strong>รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ</strong> อดีตประธานกรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และ <strong>ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค</strong> ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา นำเสนอสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและความท้าทายให้เป็นข้อมูลประกอบการรับฟังความคิดเห็น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0a9f51"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/15-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.วันฉัตร สุวรรณกิตติ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.วันฉัตร สุวรรณกิตติ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ</strong> กล่าวว่า การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ใช้หลักการ PDCA : Plan Do Check Act บทบาทของ กสศ. อาจไม่ใช่การทำงานเองทั้งหมด แต่จะเป็นลมใต้ปีกให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยกันขับเคลื่อน ซึ่งเป็นบทบาทที่สำคัญมากของ กสศ. ใน PDCA</p>



<p>“วันนี้เรายังมีหลากหลายส่วนมากที่เด็กไทยอาจจะยังไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ บทบาทของ กสศ. คือจะทำอย่างไรให้เด็กไทยมีโอกาส มีความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและสังคม ทำอย่างไรให้เด็กไทยเข้าถึงคุณภาพการศึกษาอย่างทั่วถึง ทำอย่างไรให้ความยากจนไม่ตกเป็นมรดกไปยังลูกหลาน ทำอย่างไรถึงจะตัดตอนวงจรนี้ไป ทำอย่างไรเราถึงจะพุ่งเป้าไปสู่เป้าหมายเดียวกันให้ได้ ทำอย่างไรถึงจะจับมือกับภาคีในการเดินด้วยกัน ทำให้เป้าหมายเรื่องความยากจนข้ามรุ่นหมดไปให้ได้”</p>



<p>ขณะที่ <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> กล่าวว่า&nbsp; โจทย์การทำงานกับกลุ่มเป้าหมายของ กสศ. ค่อนข้างกว้าง ครอบคลุมประชากรตั้งแต่ปฐมวัยจนถึงวัยแรงงาน มีทั้งในและนอกระบบการศึกษา แต่ด้วยทรัพยากรที่จำกัด คณะกรรมการบริหารจึงมุ่งเน้นไปที่ประชากรร้อยละ 15 ที่ยากจนและด้อยโอกาสที่สุดในประเทศไทย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-09ff60"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/15-กสศ.-เปิดเวทีรับฟังความเห็นภาคี-07.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำในไทย ยังพบว่ามีประชากรประมาณ 1.9 ล้านคน มีความเสี่ยงจะหลุดจากระบบการศึกษา โดยมีบางกลุ่มที่หลุดไปแล้ว ตอนนี้รัฐบาลมีนโยบายสำคัญของประเทศ ได้แก่ โครงการพาน้องกลับมาเรียน จึงทำให้ตัวเลขประชากรที่หลุดจากระบบไม่สูงมากไปกว่านี้ หากมองถึงโอกาสทางการศึกษาของเด็กและเยาวชนกลุ่มเสี่ยงประมาณ 1.9 ล้านคนนี้ โอกาสที่เขาจะไปถึงระดับอุดมศึกษายังมีเพียงแค่ร้อยละ 12 เท่านั้น เมื่อเทียบกับโอกาสของค่าเฉลี่ยของประเทศที่อยู่ประมาณร้อยละ 30 กว่า ๆ ซึ่งเส้นทางการศึกษาของประชากรกลุ่มนี้ไม่ควรต้องถูกลดทอนน้อยกว่าคนอื่นถึง 3 เท่า หรือน้อยกว่าคนที่รายได้สูงที่สุดของประเทศถึง 5 เท่า ตรงนี้คือความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จะทำอย่างไรให้ระบบการศึกษาของเราสร้างโอกาสที่เสมอภาค ถ้าเด็กคนไหนมีศักยภาพที่ไปสุดทางได้หรือเรียนระดับสูงขึ้นจะต้องได้ไป อันนี้เป็นสถานการณ์ที่ต้องขบคิดต่อร่วมกัน”</p>



<p><strong>ดร.ไกรยส</strong> กล่าวถึงข้อมูลที่สะท้อนภาพปัจจุบันของไทยในเวทีนานาชาติ โดยระบุว่า ระบบการศึกษาในประเทศ Upper middle income countries หรือ Higher income countries ยังสามารถรักษาความเสมอภาคทางการศึกษาระหว่างประชากรแต่ละกลุ่มรายได้ไว้ได้ แต่สำหรับประเทศไทยไม่เป็นเช่นนั้น โดยในระดับประถมศึกษาพบว่ามีโอกาสใกล้เคียงกับนานาชาติ  แต่ปัญหาเริ่มเด่นชัดในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โดยโอกาสของเด็กกลุ่มนี้เหลือเพียงร้อยละ 76 เมื่อเข้าสู่ชั้น ม. ปลาย เหลือเพียงร้อยละ 27 หรือ 1 ใน 4 เท่านั้น พอไปถึงระดับอุดมศึกษาเหลือร้อยละ 8 สะท้อนว่าโอกาสทางการศึกษาลดทอนลงไปเรื่อย ๆ เมื่อระดับการศึกษาสูงขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7a1fc0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/15-กสศ.-เปิดเวทีรับฟังความเห็นภาคี-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“สถานการณ์ปัจจุบันในปีการศึกษา 2565 เรามีเด็กเยาวชนที่อยู่ใต้เส้นความยากจนที่มีรายได้เฉลี่ยครัวเรือนต่ำกว่าประมาณ 2,762 บาท ตามเส้นความยากจนของสภาพัฒน์ราว 2.5 ล้านคน ขณะที่ กสศ. ได้รับจัดสรรทรัพยากรจากรัฐบาลดูแลได้เพียง 1.3 ล้านคน ดังนั้นสำหรับส่วนที่อยู่นอกเหนือการดูแล กสศ. ได้ทำหน้าที่ส่งมอบข้อมูลให้กับหน่วยงานต้นสังกัดต่าง ๆ ให้รับรู้สถานการณ์และสามารถวางแผนการใช้งบประมาณของตนเองในการดูแลประชากรกลุ่มนี้ เป็นตัวอย่างการทำงานของ กสศ. ที่ไม่ใช่เรื่องให้ทุนที่เป็นตัวเงินอย่างเดียว เพราะถ้าพูดถึงทุนที่เป็นตัวเงิน เราก็จะดูแลได้เพียงกลุ่มหนึ่ง แต่ถ้าขยายไปเป็นทุนด้านข้อมูลและทุนด้านความร่วมมือ ก็จะสามารถดูแลประชากรได้มากขึ้น”</p>



<p>ด้าน <strong>ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. </strong>กล่าวว่า ผลพวงจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เกิดปัญหาการเรียนรู้ถดถอย หรือ Learning Loss กสศ. ได้ร่วมกับภาคีหลายภาคส่วนเพื่อแก้ปัญหานี้และทำให้มีข้อมูลที่น่าสนใจในการเดินหน้าแก้ไข</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7cf431"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/ดร.ภูมิศรัณย์-ทองเลี่ยมนาค.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค ผู้อำนวย วสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ในกรณีของประเทศไทยค่อนข้างน่าสนใจคือ เราไม่ได้มีการสำรวจในลักษณะ National Survey ว่าสถานการณ์ Learning Loss มีลักษณะอย่างไร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการยกเลิกสอบ O &#8211; Net จึงไม่มีข้อมูลเชิงสถิติที่บอกได้ว่าภาวะความรู้ที่หายไปของเด็กและเยาวชนของไทยมีเท่าไร อย่างไรก็ตาม กสศ. ได้ทำการศึกษาผ่านครูและโรงเรียน สิ่งหนึ่งที่ได้พบจากการสำรวจในโรงเรียน คือเด็กที่มีภาวะเสี่ยงต่อการสูญเสียความรู้สูงที่สุดเป็นเด็กในระดับประถมศึกษาตอนต้น หรือช่วงชั้น ป.1 &#8211; ป.3 นี่เป็นตัวอย่างที่ กสศ. พบ”</p>



<p><strong>ดร.ภูมิศรัณย์</strong> กล่าวต่อไปว่า กสศ. ได้ทำวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย นำโดย ดร.วีระชาติ กิเลนทอง สำรวจความพร้อมของเด็กปฐมวัยก่อนเกิดสถานการณ์โควิด ระหว่างเกิดโควิด และหลังโควิดคลี่คลาย ทำให้ได้ชุดหลักฐานเชิงสถิติที่ถือเป็นผลสำรวจไม่กี่ชิ้นในไทยที่มีมาตรวัด Learning Loss อย่างเป็นรูปธรรม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-519c93"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/15-กสศ.-เปิดเวทีรับฟังความเห็นภาคี-13.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากนี้ยังมีโครงการที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจภาวะ Learning loss ของเด็กปฐมวัยร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง TSQP  โดยสำรวจนักเรียนชั้น ป.2 ในโรงเรียนกว่า 70 แห่งในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อวิเคราะห์ว่าเด็ก ป.2 มีพัฒนาการอย่างไรในด้านสติปัญญาและทักษะต่าง ๆ หลังสถานการณ์โควิด</p>



<p>“สิ่งที่พบคือนอกจากปัญหาด้านสติปัญญา ปัญหาทางกายภาพของเด็กก็มีปัญหาด้วย โดยเฉพาะพัฒนาการของกล้ามเนื้อมัดเล็ก คือไม่สามารถนั่งตัวตรง มีท่าทางการเขียนหนังสือ การจับดินสอปากกาต่างจากลักษณะทั่วไป ปฏิสัมพันธ์ในการคุยกับครู คุยกับเพื่อน หรือวิธีการเดินขึ้นลงบันได ซึ่งเด็ก ๆ ที่ไม่ได้ไปเรียนในโรงเรียนช่วง 2 &#8211; 3 ปีที่ผ่านมา ไม่สามารถเดินได้อย่างคล่องแคล่ว รวมถึงมีอาการอื่น ๆ ที่บ่งชี้ถึงการขาดพัฒนาการค่อนข้างเยอะ เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่นักวิจัยไปพบและค่อนข้างกังวลกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะมีผลกระทบไปถึงทักษะการคิดเลข การอ่าน การเขียน และทักษะทางการสื่อสาร”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4fe919"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/15-กสศ.-เปิดเวทีรับฟังความเห็นภาคี-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ภูมิศรัณย์</strong> กล่าวต่อไปว่า นอกจากการเข้าไปเก็บข้อมูล และเข้าไปร่วมฟื้นฟูพัฒนาการเรียนรู้ร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ กสศ. ยังได้ทำงานร่วมกับองค์กรนานาชาติโดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง</p>



<p>ด้าน <strong>รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ อดีตประธานกรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา</strong> กล่าวถึงข้อค้นพบจากประสบการณ์ทำงานปฏิรูปการศึกษาว่า ประสบการณ์ข้อแรก คือ การปฏิรูปจะได้ผลต้องเริ่มลงมือทำด้วยตนเอง ในแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา มี 5 Big Rock หรือ หิน 5 ก้อนที่ต้องทำ ก้อนที่ 1 คือ การปฏิรูปความเหลื่อมล้ำ พบว่าต้องส่งเสริม กสศ. ต่อไป ก้อนที่ 2 คือพัฒนาระบบการเรียนรู้ ก้อนที่ 3 การพัฒนาครู ก้อนที่ 4 พัฒนาอาชีวศึกษา ก้อนที่ 5 ยกระดับอุดมศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-53d357"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/รศ.ดร.วรากรณ์-สามโกเศศ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(ขวา) รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ อดีตประธานกรรมการ<br>ในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เนื่องจากคณะกรรมการปฏิรูปไม่ได้มีหน้าที่ลงไปทำ ไม่มีอำนาจสั่งการ ทำได้เพียงนำเสนอทิศทางเพื่อขอร้องให้กระทรวงดำเนินการปฏิรูป ซึ่งกระทรวงก็บอกว่าทำอยู่แล้ว ส่วนจะช้าเร็วแค่ไหนก็อีกเรื่องหนึ่ง ดังนั้น การปฏิรูปการศึกษาเราเลยต้องลงมือทำเอง เหมือนที่คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาลงมือร่าง พ.ร.บ.การศึกษา เอง และผลักดันให้มีการจัดตั้ง กสศ. ขึ้น ให้มีงบประมาณดำเนินการของตนเอง”</p>



<p><strong>รศ.ดร.วรากรณ์ </strong>กล่าวว่า การปฏิรูปการศึกษาแก้ที่เรื่องการศึกษาอย่างเดียวไม่ได้ เพราะมีหลายระบบเชื่อมโยงกัน เช่นหากเด็กมาจากครอบครัวที่เข้มแข็ง การปฏิรูปการศึกษาจะง่ายขึ้น การแก้ไขปัญหาการศึกษาจึงไม่ใช่แก้เฉพาะที่โรงเรียน</p>



<p>“ผมเคยคำนวณในเวลาหนึ่งปี พบว่า เด็กอยู่กับโรงเรียนไม่ถึงร้อยละ 30 ขณะที่เวลาที่เหลือส่วนใหญ่อยู่กับครอบครัว ดังนั้น การปฏิรูปจะต้องดูทั้งระบบ ต้องเชื่อมต่อกับการทำมาหากิน การเกษตร สิ่งแวดล้อม การมี Mindset เกี่ยวกับโลก ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงระบบเหล่านี้ เป็นเรื่องยากที่จะปฏิรูปสำเร็จ ซึ่ง กสศ. ตั้งขึ้นเพียง 3 ปี แต่ทำงานได้อย่างน่าภาคภูมิใจ ไม่ใช่เพียงแค่ให้ทุน แต่ยังมีองค์ความรู้และงานวิจัยต่าง ๆ ที่มีคุณค่า ทำให้สามารถขยายผลที่เป็นประโยชน์ต่อชาติได้อย่างมหาศาล เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษาที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0e6319"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/15-กสศ.-เปิดเวทีรับฟังความเห็นภาคี-17.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>รศ.ดร.วรากรณ์ </strong>กล่าวต่อไปว่า ความต้องการของสังคมและตลาดงานที่ต้องการคนมีทักษะสูงจากฝั่ง Demand กำลังบีบคั้นให้ Supply หรือฝ่ายจัดการศึกษาต้องผลิตคนที่มีทักษะตรงความต้องการและมีความคล่องตัว หากโรงเรียนและหน่วยงานรัฐคล่องตัว ผู้บริหารยอมให้ครูมีความคิดริเริ่ม จะไปได้ไกลมาก และนี่เป็นความท้าทายในก้าวต่อไปของ กสศ.</p>



<p>ทั้งนี้ หลังจบเวทีเสวนา กสศ. ได้เปิดวงคุยรับฟังความคิดเห็นภาคีเครือข่ายจากภาคส่วนต่าง ๆ โดยมีเป้าหมาย คือ ร่วมออกแบบอนาคตการศึกษาเพื่อปิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำสำหรับนำไปกำหนดทิศทางการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 &#8211; 23 พฤศจิกายน 2565 โดยจะสรุปรายงานการรับฟังความคิดเห็นฉบับสมบูรณ์เพื่อสื่อสารสาธารณะต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-221122/">กสศ. เปิดเวทีรับฟังความเห็นภาคีกว่า 100 องค์กร ‘ร่วมออกแบบอนาคตการศึกษาเพื่อปิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
