<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ปวรินทร์ พันธุ์ติเวช | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%8A/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 23 Jul 2024 10:58:28 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.12</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ปวรินทร์ พันธุ์ติเวช | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสศ. จับมือ KBTG และ AI Fund ของ Andrew Ng ปรมาจารย์ด้าน AI ระดับโลก ทำ MOU ร่วมพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในประเทศไทย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-230721/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-230721</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Jul 2024 10:56:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Andrew Ng]]></category>
		<category><![CDATA[AI Fund]]></category>
		<category><![CDATA[KBTG]]></category>
		<category><![CDATA[ปวรินทร์ พันธุ์ติเวช]]></category>
		<category><![CDATA[เรืองโรจน์ พูนผล]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=84814</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2567 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางกา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-230721/">กสศ. จับมือ KBTG และ AI Fund ของ Andrew Ng ปรมาจารย์ด้าน AI ระดับโลก ทำ MOU ร่วมพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในประเทศไทย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2567 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) และ AI Fund ร่วมกันพัฒนานวัตกรรมและงานวิจัยเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สู่การมีผู้ช่วยเอไอ (AI Assistant) ด้านการศึกษา เป็นเสมือนเพื่อนคู่คิดที่ช่วยเติมเต็มการเรียนรู้ สนับสนุนการสอน และส่งเสริมสุขภาวะ (Well-being) ให้กับเด็ก เยาวชน และบุคลากรทางการศึกษาในประเทศไทย</p>



<p>การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ มี <strong>คุณแอนดรูว์ อึ้ง</strong> <strong>(Mr.Andrew Ng) </strong>คณะกรรมการบริหารบริษัทแอมะซอน (Amazon.com, Inc.) ผู้ก่อตั้งบริษัท AI Fund ผู้ทรงอิทธิพลในแวดวง AI ที่มีชื่อเสียงระดับโลก <strong>คุณเรืองโรจน์ พูนผล</strong> ประธานกลุ่มบริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป และ <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการ กสศ. ร่วมในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ และหารือถึงแนวทางการพัฒนางานวิจัย นวัตกรรม และองค์ความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-585960"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">แอนดรูว์ อึ้ง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>คุณแอนดรูว์ อึ้ง</strong> <strong>(Mr.Andrew Ng)</strong> <strong>ผู้ก่อตั้งบริษัท AI Fund</strong> กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของ AI ต่อการศึกษา โดยมีจุดเน้นสำคัญใน 2 เรื่อง คือการสอนให้ทุกคนรู้จักและเข้าใจเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และการนำมาใช้แก้ปัญหาทางการศึกษา ซึ่งในประเด็นหลังนำมาสู่ความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง KBTG AI Fund และ กสศ. ที่จะนำเทคโนโลยี AI มาพัฒนาและปรับใช้ในด้านการศึกษาและสุขภาพจิต โดยเริ่มจากนักเรียนระดับชั้น ม.ต้น</p>



<p>“ผมมองว่าเอไอจะเข้ามามีบทบาทอย่างสำคัญต่อการศึกษาและอนาคตของเด็ก ๆ ผมเชื่อว่าเด็กทุกคนควรมีโอกาสที่จะได้เรียนรู้เรื่องการเขียนโค้ด (Coding) ในด้านเอไอ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการใช้งานเอไอ ให้เอไอช่วยทำงานตามที่พวกเขาต้องการ รวมทั้งเป็นการพัฒนาทักษะรองรับการทำงานของพวกเขาในอนาคตที่เอไอจะเข้ามาอยู่ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ นอกจากนี้ เอไอยังสามารถเข้ามามีบทบาทในการแก้ปัญหาด้านการศึกษาได้อีกด้วย” คุณแอนดรูว์กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3d817c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6f53cc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">เรืองโรจน์ พูนผล</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>คุณเรืองโรจน์ พูนผล ประธานกลุ่มบริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป หรือ KBTG</strong> กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นการรวมความแข็งแกร่งของระบบนิเวศทางเทคโนโลยีขั้นสูงของ KBTG เข้ากับกองทุน AI Fund และช่วยขับเคลื่อนความสามารถด้านดิจิทัลของไทย ปลดล็อกข้อจำกัดด้านศึกษา และการลงนามครั้งนี้ คือการแสดงเจตนาว่า KBTG, AI Fund และ กสศ.&nbsp; ต่างให้ความสำคัญในการใช้นวัตกรรมและองค์ความรู้ที่มี ใช้การศึกษาวิจัยเป็นฐาน เพื่อต้องการสร้างสังคมการอยู่ร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ และการผลักดันการพัฒนาและการปรับใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาขึ้นในประเทศไทย</p>



<p>“การลงนามครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เห็นศักยภาพของเอไอ มาดูกันว่าเทคโนโลยีเอไอ จะสามารถช่วยด้านการศึกษาในแง่ใดได้บ้าง ที่ผ่านมา เคยมีการใช้เอไอเป็นเพื่อนช่วยเรียน เป็นเพื่อนช่วยสอน เป็นเสมือนผู้ช่วยของครู ที่สามารถช่วยเสริมศักยภาพในการสอนของครู ทั้งการสอนในหลักสูตร นอกหลักสูตร ช่วยได้กระทั่งสอนเด็ก ๆ เรื่องวิธีคิด ยิ่งน่าสนใจว่าเราจะนำคุณสมบัติต่าง ๆ ที่เอไอมี มาพัฒนาคุณภาพการศึกษาในแง่ใดได้บ้าง และการช่วยให้เด็ก ๆ เข้าถึงเอไอ จะช่วยให้เด็ก ๆ เห็นการศึกษาในมุมมองใหม่” คุณเรืองโรจน์กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-69fe66"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO4.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(ซ้ายไปขวา) ดร.ไกรยส ภัทราวาท / เรืองโรจน์ พูนผล / แอนดรูว์ อึ้ง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าวว่า การลงนาม MOU ร่วมกันนี้ เป้นการร่วมกันหาโอกาสและความเป็นไปได้ในการทำงานร่วมกันระหว่าง KBTG&nbsp; AI Fund และ กสศ.&nbsp; เป็นเรื่องที่ทั้ง 3 หน่วยงาน จะต้องช่วยกันสร้างความเป็นไปได้ร่วมกัน ในการใช้เทคโนโลยีอย่างเอไอซึ่งมีบทบาทและศักยภาพในการความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ มาช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและช่วยสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา</p>



<p>“เอ็มโอยูครั้งนี้ ถือเป็นก้าวแรกและก้าวสำคัญในการใช้เทคโนโลยีอย่างเอไอ ซึ่งมีบทบาทและศักยภาพในการสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ มาช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและช่วยสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา คุณแอนดรูว์ อึ้ง เป็นผู้บุกเบิกนวัตกรรมทางเอไอหรือปัญญาประดิษฐ์ในช่วงหลาย 10 ปีที่ผ่านมา งานวิจัยของเขา ช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงมหาศาล เทคโนโลยีด้านเอไอที่ถูกคิดค้นขึ้น สามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์บริการแล้วก็นวัตกรรมอะไรหลาย ๆ อย่างสำหรับการเรียนรู้ กสศ. จึงคิดว่าน่าจะใช้หัวใจของการพัฒนาตรงนี้ มาช่วยสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา และมีกลุ่มเป้าหมายร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ ในการหาเครื่องมือที่ช่วยเด็กและเยาวชนด้านต่าง ๆ เช่น&nbsp; ช่วยเด็กที่มีความจำเป็นที่จะต้องวางแผนเส้นทางในการศึกษา เส้นทางในการประกอบอาชีพ เส้นทางในการจัดการชีวิตในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ</p>



<p>“เด็กในช่วง ม.ต้น หลาย ๆ คน อาจจะตัดสินใจที่จะออกจากระบบการศึกษา หลุดจากระบบการศึกษา หรือว่าตัดสินใจที่จะไปเรียนสายอาชีพ ตัดสินใจที่จะไปเรียนนอกระบบ การตัดสินใจเหล่านี้ หลาย ๆ คนอาจจะนึกไม่ออกว่าจะปรึกษาใคร คุยกับใคร หาข้อมูลจากไหน และอาจจะไม่รู้ว่าตัวเองเข้าใจตัวเองจริง ๆ หรือเปล่า หากนึกถึงเด็กในชนบท ซึ่งเป็นนักเรียนยากจนยากจนพิเศษ เด็กที่ได้รับทุนเสมอภาค พวกเขาอาจจะมีช่องทางที่จะพูดคุยปรึกษาหารือค่อนข้างจำกัด จึงอยากจะช่วยกันหาว่าจะมีเทคโนโลยีอย่างเอไอในรูปแบบไหน ที่จะช่วยต่อให้เด็ก ๆ มีโอกาสในการหาคำตอบให้กับตัวเองและหาอนาคตให้ตัวเองได้ เข้าใจตัวเองมากขึ้น มีข้อมูลที่พร้อมสำหรับในการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดในชีวิต</p>



<p>“ปัญญาประดิษฐ์ ที่ถูกคิดค้นขึ้นจะช่วยให้เด็ก ๆ ตัดสินใจบนข้อมูลที่ดีที่สุด และช่วยให้มีโอกาสทัดเทียมกับเด็กที่มีรายได้ของครัวเรือนที่แตกต่างจากพวกเขา เพราะฉะนั้น หากถามว่าเอไอช่วยความเสมอภาคอย่างไร สิ่งที่จะช่วยได้ก็คือการสร้างโอกาสที่จะเข้าถึงข้อมูล โอกาสที่จะเข้าถึงความรู้ ประสบการณ์ เพื่อมาประกอบการตัดสินใจ และหาช่องทางที่ดีที่สุดอย่างเสมอภาคกับคนอื่น” ดร.ไกรยสกล่าว</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="1400" height="931" data-id="84822" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO5-1400x931.jpg" alt="" class="wp-image-84822" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO5-1400x931.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO5-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO5-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO5-1536x1022.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO5-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO5-272x182.jpg 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO5.jpg 1781w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1400" height="931" data-id="84823" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO6-1400x931.jpg" alt="" class="wp-image-84823" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO6-1400x931.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO6-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO6-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO6-1536x1022.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO6-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO6-272x182.jpg 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO6.jpg 1781w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>
</figure>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9c9baa"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO7.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>คุณปวรินทร์ พันธุ์ติเวช หัวหน้าฝ่ายข้อมูลและติดตามสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำ สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. </strong>&nbsp;กล่าวว่า ภายหลังจากที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (บอร์ด กสทช.) มีมติเห็นชอบ เรื่อง อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงฟรีสำหรับนักเรียนยากจนพิเศษและผู้พิการ โดยจะสนับสนุนซิมการ์ดอินเทอร์เน็ตให้กับนักเรียนทุนเสมอภาคชั้น ม.ต้น เริ่มจากกลุ่มตัวอย่าง 300,000 คน เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 Equity Lab โดย กสศ. ก็มาช่วยคิดเรื่องที่การสร้างเครื่องมือเพื่อจะช่วยนักเรียนกลุ่มนี้ ในรูปแบบที่เป็นเหมือนเพื่อนช่วยคิดของนักเรียน</p>



<p>“หากอินเทอร์เน็ต เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้เด็กมีโอกาสเข้าถึงการศึกษา ซึ่งเราเคยพบว่า นักเรียนทุนเสมอภาคคือกลุ่มที่มีโอกาสเข้าถึงอินเทอร์เน็ตอย่างจำกัด เพราะมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย แต่หลังจากนักเรียนทุนเสมอภาคในทุกสังกัด 300,000 คน ได้ซิมฟรีแล้ว เอไอจะกลายเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาของพวกเขาได้ เพราะเอไอ เป็นเสมือนผู้ช่วยด้านต่าง ๆ เราสามารถออกแบบเอไอให้ช่วยพัฒนาและเสริมสร้างทักษะทางด้านการศึกษาได้หลายด้าน ทั้งด้านสื่อการสอนที่น่าสนใจ แนวทางช่วยเพิ่มทักษะการเรียนรู้ ช่วยประเมินผลการเรียน ประเมินทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ทราบถึงจุดที่เรียนเข้าใจ หรือยังไม่เข้าใจ ปรับเปลี่ยนแนวทางการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับระดับทักษะของผู้เรียน สามารถช่วยเพิ่มทักษะของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นหากผู้เรียน ต้องการเรียนด้านทักษะอาชีพ เอไอก็จะสามารถช่วยแนะแนวทาง ด้านทักษะอาชีพได้อย่างเหมาะกับความสามารถของแต่ละคน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8f0d93"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/IMG_3622.jpeg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ปวรินทร์ พันธุ์ติเวช</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“นอกจากนี้ เอไอยังสามารถเป็นผู้ช่วยด้านสุขภาวะ ที่ผ่านมา กสศ.พบว่า สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาด้านอื่น ๆ ของนักเรียนนั้น นอกเหนือไปจากด้านเศรษฐกิจ ยังมีปัญหาอื่น ๆ ในอีกหลากหลายมิติ จึงได้มีการประสานกับ หน่วยงานต่าง ๆ อย่าง สพฐ. กรมสุขภาพจิต เก็บข้อมูลและประมวลผล สำหรับสร้างเครื่องมือที่จะช่วยทำให้ครูทราบความเสี่ยงหรือปัญหาด้านสุขภาวะที่นักเรียนมี เพื่อที่จะให้ครูได้ดำเนินการสนับสนุนป้องกันหรือส่งต่อนักเรียนได้ เอไอจะเข้ามาช่วยในส่วนนี้ได้ โดยอาจจะเป็นเหมือนเพื่อนช่วยคิด ที่ปรึกษา เป็นเพื่อนคุย หรือกระทั่งช่วยนักเรียนหาทางออก ดูแลด้านสุขภาพจิตได้</p>



<p>“ในส่วนของการทำงาน การสร้างความร่วมมือครั้งนี้ KBTG จะเข้ามาช่วยในเรื่องของการพัฒนานวัตกรรมและต่อยอดงานวิจัย AI Fund จะมาช่วยด้านเทคนิค ด้านความเป็นไปได้ ในการออกแบบเอไอเพื่อใช้งานตามเงื่อนไข และความต้องการด้านต่าง ๆ เช่น อาจจะช่วยสร้างหรือพัฒนา Generative AI Chatbot หรือ ซอฟต์แวร์ปัญญาประดิษฐ์ที่พัฒนาไว้สำหรับตอบคำถาม ตอบโต้ คอยให้คำแนะนำหรือคำปรึกษากับผู้ใช้ในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการเรียนรู้ ด้านโอกาสในการศึกษาและการประกอบอาชีพ และด้านสุขภาวะ หรือว่าอาจจะต่อยอดไปไกลกว่าแชตบอต เป็นเรื่องที่จะต้องมาหาความเป็นไปได้ร่วมกัน”&nbsp; คุณปวรินทร์ กล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-230721/">กสศ. จับมือ KBTG และ AI Fund ของ Andrew Ng ปรมาจารย์ด้าน AI ระดับโลก ทำ MOU ร่วมพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในประเทศไทย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บทวิเคราะห์ความเชื่อมโยงวิกฤตทักษะพื้นฐานชีวิตทุกช่วงวัย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-asat-140524/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-asat-140524</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 Mar 2024 07:44:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ASAT]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตขาดแคลนทักษะพื้นฐานชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ปวรินทร์ พันธุ์ติเวช]]></category>
		<category><![CDATA[วสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=78549</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 21 &#8211; 22 ก.พ. ที่ผ่านมา กสศ. ร่วมกับธน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-asat-140524/">บทวิเคราะห์ความเชื่อมโยงวิกฤตทักษะพื้นฐานชีวิตทุกช่วงวัย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 21 &#8211; 22 ก.พ. ที่ผ่านมา กสศ. ร่วมกับธนาคารโลก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้เปิดเผยผลการวิจัยสำรวจทักษะความพร้อมของกลุ่มประชากรวัยแรงงานของประเทศไทย (Adult Skills Assessment in Thailand: ASAT) ซึ่งชี้ให้เห็นว่า เยาวชนและประชากรวัยแรงงานอายุระหว่าง 15 &#8211; 64 ปี กำลังเผชิญ<strong>วิกฤตขาดแคลนทักษะพื้นฐานชีวิต (Crisis of Foundational Skills)</strong> อย่างรุนแรง กว่า 2 ใน 3 ของวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ไม่สามารถอ่านและเข้าใจข้อความสั้น ๆ เพื่อแก้ปัญหาอย่างง่าย 3 ใน 4 ของเยาวชนและวัยแรงงานมีความยากลำบากในการใช้เว็บไซต์เพื่อทำงานง่าย ๆ และกว่าร้อยละ 30 ขาดทักษะในการคิดริเริ่มเพื่อสังคมและความกระตือรือร้น โดยการขาดทักษะพื้นฐานดังกล่าวก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจกว่า 3.3 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 20 ของ GDP ประเทศไทยในปี 2565</p>



<p>แต่รู้หรือไม่ว่า ปัญหาดังกล่าวไม่ได้มีแต่เฉพาะในกลุ่มเยาวชนและแรงงานเท่านั้น แต่แท้จริงแล้ว วิกฤตทักษะพื้นฐานชีวิตได้เริ่มก่อตัวขึ้นมาตั้งแต่ช่วงวัยที่เป็นเด็กเล็ก ทยอยสะสมความขาดทุนในทุนชีวิตมาอย่างต่อเนื่องจนเข้าสู่ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน กสศ. จึงขอชวนทุกท่านร่วมทำความเข้าใจวิกฤตทักษะพื้นฐานชีวิตให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลโดยอาศัยชุดข้อมูลต่าง ๆ และงานวิจัยติดตามสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำตามช่วงวัยที่สำคัญ ที่สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (วสศ.) ร่วมกับภาคีร่วมดำเนินงาน ดำเนินการศึกษาติดตามมาอย่างต่อเนื่อง</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จุดเริ่มต้นของความขาดทุนใน<strong>ทักษะพื้นฐานชีวิต</strong> : ปัญหาการขาดแคลนทักษะพื้นฐานในเด็กปฐมวัย</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-905b86"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จากการสำรวจสถานะความพร้อมในการเข้าสู่ระบบการศึกษาของเด็กปฐมวัย (Thailand School Readiness Survey: TSRS) ซึ่ง วสศ. ดำเนินการร่วมกับคณะผู้วิจัยที่นำโดยรองศาสตราจารย์ ดร.วีระชาติ กิเลนทอง สถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย (RIPED) คณะเศรษฐศาสตร์ และคณะการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งได้ดำเนินการสำรวจความพร้อมในทักษะพื้นฐานด้านภาษา ด้านคณิตศาสตร์ และความจำใช้งาน (Working Memory) ของเด็กปฐมวัยกลุ่มตัวอย่างจำนวน 43,213 คน ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ ระหว่างปีการศึกษา 2562 – 2565 พบว่า เด็กปฐมวัยไทยมีความพร้อมด้านความเข้าใจในการฟัง (Listening Comprehension) ในระดับที่น่ากังวล โดยมีเด็กปฐมวัยทั่วประเทศกว่าร้อยละ 25 ที่มีระดับความพร้อมด้านดังกล่าวในระดับที่ต่ำมาก (เด็กสามารถตอบคำถามจากเรื่องราวที่ฟังได้อย่างถูกต้องไม่ถึงร้อยละ 25 หรือเพียง 1 ข้อหรือน้อยกว่า จากทั้งหมด 5 ข้อ) โดยเกือบทุกจังหวัดมีสัดส่วนเด็กปฐมวัยที่มีความพร้อมด้านความเข้าใจในการฟังในระดับที่ต่ำมากสูงกว่าร้อยละ 15 (สีแดงเข้ม) และมีบางจังหวัด เช่น จังหวัดปัตตานี มีสัดส่วนของเด็กปฐมวัยที่มีระดับความพร้อมด้านดังกล่าวต่ำมากสูงถึงร้อยละ 77 ในทำนองเดียวกัน ผลการสำรวจยังชี้ให้เห็นว่า มีจังหวัดจำนวนมากที่เด็กปฐมวัยมีระดับทักษะความพร้อมในการต่อรูปในใจ (Mental Transformation) ในระดับต่ำมากสูงกว่าร้อยละ 15 และมีเด็กปฐมวัยไทยอีกจำนวนไม่น้อยที่มีระดับความพร้อมด้านความจำใช้งานในระดับต่ำมากเช่นกัน</p>



<p>ประเด็นที่น่าสนใจจากผลการสำรวจข้างต้นอีกประการหนึ่งคือ ผลการวิเคราะห์ข้อมูลควบคู่กับสถานะทางเศรษฐกิจของครัวเรือน ชี้ให้เห็นว่า เด็กปฐมวัยที่มาจากครัวเรือนยากจนมีแนวโน้มที่จะมีระดับความพร้อมในการเข้าสู่ระบบการศึกษาต่ำกว่าเด็กปฐมวัยที่มาจากครัวเรือนที่มีเศรษฐฐานะสูงกว่า ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษานั้นเริ่มต้นมาตั้งแต่ก่อนเด็กจะเข้าสู่ระบบการศึกษาอย่างเป็นทางการในระดับประถมศึกษาเสียอีก โดยทักษะทั้ง 3 ด้าน คือทักษะด้านความเข้าใจในการฟัง ทักษะการต่อรูปในใจ และทักษะความจำใช้งาน ถือได้ว่าเป็นทักษะด้านความเข้าใจทางภาษา (Literacy) และทักษะการคิดวิเคราะห์หรือเชื่อมโยงเหตุผล (Logical Reasoning) ที่จะเป็นรากฐานสำคัญต่อการพัฒนาทักษะในระดับที่สูงกว่า เช่น ทักษะการอ่าน การทำความเข้าใจข้อความ ทักษะทางคณิตศาสตร์ หรือทักษะทางดิจิทัล เมื่อเด็กได้รับการศึกษาที่สูงขึ้นตามลำดับ หากเด็กปฐมวัยไทยยังคงมีปัญหาในทักษะพื้นฐานข้างต้น การต่อยอดสู่การพัฒนาทักษะขั้นสูงอื่น ๆ ก็จะทำได้ยากยิ่งขึ้น</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จากความขาดแคลนทักษะพื้นฐานในระดับปฐมวัย สู่การขาดทักษะพื้นฐานในระดับชั้นประถมและมัธยมศึกษา</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2e1fc7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6a741e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากวิกฤตทักษะในเด็กปฐมวัยแล้ว ผลการวิเคราะห์ข้อมูลและงานวิจัยต่าง ๆ ยังสะท้อนให้เห็นถึงวิกฤตที่ลุกลามแพร่กระจายไปยังระดับการศึกษาต่าง ๆ โดยในระดับประถมศึกษา จากผลการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย (MICS) พ.ศ. 2565 ที่ดำเนินการร่วมกันระหว่างสำนักงานสถิติแห่งชาติและองค์การยูนิเซฟ (UNICEF) พบว่าเด็กไทยที่ศึกษาอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 &#8211; 3 เกือบครึ่ง (ร้อยละ 48) มีทักษะการอ่านพื้นฐานไม่ถึงระดับพื้นฐานที่เด็กในระดับชั้นดังกล่าวควรทำได้ อาทิ การอ่านคำศัพท์ในเนื้อเรื่อง การเข้าใจความหมายตามตัวอักษร และการตีความ และมีเด็กในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 &#8211; 3 มากกว่าครึ่ง (ร้อยละ 58) ที่มีทักษะด้านการคำนวณพื้นฐานไม่ถึงระดับพื้นฐานที่เด็กระดับชั้นดังกล่าวควรทำได้ เช่น การอ่านตัวเลข จำแนกตัวเลข บวก และอนุกรมเลขพื้นฐาน โดยปัญหาดังกล่าวจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นในเด็กที่มาจากครัวเรือนที่มีฐานะยากจน (สำนักงานสถิติแห่งชาติและองค์การยูนิเซฟ, 2566)</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b6aea1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หากพิจารณาในระดับมัธยมศึกษา จากผลการประเมินนักเรียนในโครงการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (PISA) ในปี 2022 (พ.ศ. 2565) พบว่ามีนักเรียนไทยที่มีอายุ 15 ปี กว่า 2 ใน 3 ที่มีทักษะการอ่านและทักษะคณิตศาสตร์ไม่ถึงระดับพื้นฐานที่เด็กในช่วงวัยดังกล่าวจะสามารถเข้าใจและมีส่วนร่วมกับสังคมได้อย่างมีความหมาย เช่น การเข้าใจวัตถุประสงค์ในการสื่อสารของผู้เขียนในบทความ หรือการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ภายใต้สถานการณ์ต่าง ๆ (ร้อยละ 68.3 และ 65.4 ตามลำดับ) และกว่าครึ่งที่มีทักษะวิทยาศาสตร์ไม่ถึงระดับพื้นฐานในการเข้าใจและอธิบายปรากฎการณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถพบได้โดยทั่วไป (ร้อยละ 53) ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่ากลุ่มประเทศพัฒนาแล้วอย่างกลุ่มประเทศ OECD กว่า 2 เท่า</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6795e8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>วิกฤตทักษะนั้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงทักษะ Hard Skills หรือทักษะเชิงความรู้หรือเชิงวิชาการเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงทักษะ Soft Skills หรือทักษะทางอารมณ์สังคมที่จำเป็นต่อการทำงานในโลกยุคปัจจุบันอีกด้วย จากผลการสำรวจสถานะความพร้อมในการเข้าสู่ตลาดแรงงาน (Career Readiness Survey) ใน 26 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาค ที่ วสศ. ดำเนินการร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชี้ให้เห็นว่า ในภาพรวมของประเทศ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 &#8211; 3 มีทักษะทุนจิตวิทยาเชิงบวก (หากล้มแล้วสามารถลุกได้) ทักษะการสื่อสารระหว่างบุคคล ทักษะความร่วมมือกัน อยู่ในระดับปานกลาง ขณะที่มีทักษะการแก้ปัญหา ทักษะความฉลาดทางอารมณ์ ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ และทักษะความคิดสร้างสรรค์อยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์ที่เด็กในวัยดังกล่าวควรมี นอกจากนี้ ผลการประเมินยังบ่งชี้ว่า นักเรียนไทยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จนทำให้เกิดการถดถอยในทักษะ Soft Skills ลดลงมากถึงร้อยละ 30- 50 และกลุ่มนักเรียนที่มีผลการประเมินต่ำกว่าเกณฑ์นั้นส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักเรียนที่มาจากครัวเรือนยากจน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ฝ่าวิกฤตทักษะทุกช่วงวัย ด้วยการศึกษาและการพัฒนาทักษะที่มีคุณภาพและเสมอภาค</strong></h2>



<p>จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลและงานวิจัยต่าง ๆ ที่หยิบยกมาข้างต้น สะท้อนให้เห็นอย่างเด่นชัดว่า ปัญหาการขาดแคลนทักษะพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นทักษะการอ่าน ทักษะด้านดิจิทัล หรือทักษะทางอารมณ์สังคม ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงช่วงวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่เพียงเท่านั้น แต่แท้จริงแล้ว ปัญหาดังกล่าวกระจายอยู่ในทุกช่วงวัย ตั้งแต่ระดับปฐมวัย ไปจนถึงประชากรวัยแรงงานในสัดส่วนและขนาดความรุนแรงไม่ต่างกัน การที่ผู้ใหญ่จะมีทักษะการเข้าใจข้อความในการแก้ปัญหา จำเป็นที่จะต้องได้รับการพัฒนาทักษะการอ่านที่ดีตั้งแต่อยู่ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และทักษะการอ่านที่ดีจะเกิดขึ้นได้ ก็ย่อมต้องอาศัยพื้นฐานการฟังที่ดี ที่ควรได้รับการพัฒนามาตั้งแต่ช่วงปฐมวัย ขณะที่ทักษะด้านดิจิทัลก็จำเป็นต้องอาศัยทักษะการคิดวิเคราะห์เชิงเหตุผล ที่ได้รับการพัฒนาผ่านรายวิชาต่าง ๆ รวมทั้งรายวิชาคณิตศาสตร์ และการฝึกฝนทักษะด้านเหตุและผล อย่างทักษะการต่อรูปในใจ ในระดับปฐมวัย ในทำนองเดียวกัน ทักษะทางอารมณ์สังคมก็มิได้เกิดได้ในชั่วข้ามคืน แต่เป็นทักษะที่ต้องอาศัยการบ่มเพาะ อบรม พัฒนามาเป็นลำดับขั้น ตั้งแต่ระดับปฐมวัย ประถมศึกษา มัธยมศึกษา ก่อนจะผลิดอกออกผลในช่วงวัยทำงาน</p>



<p>ดังนั้น การที่ข้อมูลและงานวิจัยต่าง ๆ ชี้ให้เห็นถึง “วิกฤตทักษะพื้นฐานชีวิตทุกช่วงวัย” ดังที่นำเสนอมาข้างต้นนี้ ถือเป็นสัญญาณอันตรายอย่างยิ่งต่อการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศไทย หากภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคมยังคงนิ่งเฉย และปล่อยให้วิกฤตนี้ลุกลามอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ประชากรวัยแรงงานและประเทศไทยในปัจจุบันเท่านั้นที่จะขาดความสามารถในการแข่งขันกับนานาประเทศ แต่จะหมายถึงกำลังคนในวันข้างหน้าที่จะยิ่งมีความยากลำบากมากยิ่งขึ้นไปอีก ในโลกอนาคตที่ทักษะและงานมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่จะเข้ามาทดแทนการทำงานของมนุษย์มากขึ้น และมนุษย์จำเป็นต้องเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับโลกยุคใหม่อยู่เสมอ สามารถนำเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์มาเป็นส่วนเสริมในการต่อยอดองค์ความรู้ (Intelligence Augmentation) ของพวกเขาได้ การขาดทักษะพื้นฐาน เช่น การทำความเข้าใจข้อความ ทักษะด้านดิจิทัล และทักษะชีวิตอย่างทักษะอารมณ์สังคม ของคนส่วนใหญ่ในทุกช่วงวัย จึงเป็นสิ่งที่น่าเป็นกังวลอย่างมากสำหรับอนาคตของประเทศ</p>



<p>การแก้ปัญหาเพื่อฝ่าวิกฤตทักษะพื้นฐานชีวิตทุกช่วงวัย จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการการทำงานจากทุกภาคส่วน เพื่อเร่งพัฒนาและเสริมสร้างทักษะที่ขาดหายมิให้เป็นการขาดทุนสะสมที่จะทยอยสะสมขึ้นไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นภาวะล้มละลายทางทุนชีวิตในวัยผู้ใหญ่ โดยควรมีการดำเนินมาตรการในแต่ละช่วงวัยที่เพียงพอและเหมาะสม รวมทั้งสนับสนุนให้ครัวเรือนยากจนสามารถเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาทักษะอย่างเต็มที่ อาทิ การส่งเสริมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการยกระดับทักษะการเลี้ยงดูเด็กเล็กของผู้ปกครองในกลุ่มเด็กปฐมวัย ซึ่งมีงานวิจัยสนับสนุนว่าสามารถพัฒนาทักษะความเข้าใจในการฟังและทักษะการต่อรูปในใจในเด็กปฐมวัยได้อย่างมีนัยสำคัญ (Kilenthong et al., 2023) การจัดการศึกษาที่มุ่งพัฒนาสมรรถนะพื้นฐานอย่างมีคุณภาพและเสมอภาค และการจัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะ Soft Skills ให้กับผู้เรียนในช่วงวัยต่าง ๆ รวมทั้งสนับสนุนให้คนทุกกลุ่มมีโอกาสเข้ารับการอบรมเพื่อยกระดับและพัฒนาทักษะใหม่ (Upskill and Reskill) ซึ่งผลการวิจัยศึกษาของธนาคารโลกชี้ให้เห็นว่าเป็นแนวทางสำคัญแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้ประเทศไทยก้าวข้ามออกจากทักษะพื้นฐานชีวิตได้</p>



<p>นอกจากนี้ การวิเคราะห์และผลการศึกษาวิจัยยังช่วยชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการมีข้อมูลที่มีคุณภาพในการติดตามสถานการณ์การพัฒนาทุนมนุษย์ในแต่ละช่วงวัย ที่จะคอยทำหน้าที่เสมือนเป็นการตรวจสุขภาพประจำปี ทำให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถวินิจฉัยโรคที่ซ่อนอยู่หรือติดตามสถานการณ์ของโรคที่มีอยู่ได้ และดำเนินมาตรการรักษาอย่างทันท่วงที ก่อนที่โรคจะลุกลามบานปลายกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ยากและสายเกินไปที่จะแก้ไขให้หายหรือทุเลาลงได้</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity is-style-dots"/>



<p><strong>เอกสารอ้างอิง</strong></p>



<ul>
<li style="font-size:14px">Kilenthong, W. T., Boonsanong, K., Duangchaiyoosook, S., Jantorn, W., &amp; Khruapradit, V. (2023). A Randomized Evaluation of an On-Site Training for Kindergarten Teachers in Rural Thailand. Working Paper.</li>



<li style="font-size:14px">OECD (2023). PISA 2022 Results (Volume I): The State of Learning and Equity in Education, PISA. OECD Publishing. <a href="https://doi.org/10.1787/53f23881-en" target="_blank" rel="noopener" title="">https://doi.org/10.1787/53f23881-en</a></li>



<li style="font-size:14px">สำนักงานสถิติแห่งชาติและองค์การยูนิเซฟ (2566). รายงานฉบับสมบูรณ์ การสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย พ.ศ. 2565. สำนักงานสถิติแห่งชาติ. <a href="https://www.unicef.org/thailand/th/reports/การสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย-mics-พศ-2565" target="_blank" rel="noopener" title="">https://www.unicef.org/thailand/th/reports/การสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย-mics-พศ-2565</a></li>
</ul><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-asat-140524/">บทวิเคราะห์ความเชื่อมโยงวิกฤตทักษะพื้นฐานชีวิตทุกช่วงวัย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หลากมิติความเหลื่อมล้ำ: สิ่งที่ฐานข้อมูล iSEE 3.0  เผยให้สังคมเห็น</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-180124/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-180124</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Jan 2024 11:25:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[ปวรินทร์ พันธุ์ติเวช]]></category>
		<category><![CDATA[iSEE 3.0]]></category>
		<category><![CDATA[วสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=76244</guid>

					<description><![CDATA[<p>“จากการคลุกคลีกับฐานข้อมูล iSEE ผมคิดว่า iSEE ช่วยเผยให [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-180124/">หลากมิติความเหลื่อมล้ำ: สิ่งที่ฐานข้อมูล iSEE 3.0  เผยให้สังคมเห็น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“จากการคลุกคลีกับฐานข้อมูล iSEE ผมคิดว่า iSEE ช่วยเผยให้เราเห็นว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำมันมีความซับซ้อนในหลายมิติ ชัดเจนว่าความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามีความเชื่อมโยงกับเรื่องทางเศรษฐกิจ แต่นอกจากนี้เรายังพบด้วยว่าหลายครั้งความเหลื่อมล้ำทางการศึกษายังเป็นเรื่องทางสังคม เป็นเรื่องของครอบครัวแหว่งกลาง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม เช่น บางบริบทเด็กๆ ต้องออกจากระบบการศึกษาเพื่อไปทำงานช่วยครอบครัว หรือว่าไปแต่งงานตามประเพณี เป็นต้น&nbsp;</p>



<p>“มิติความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาค่อนข้างซับซ้อน ดังนั้น<strong>การที่จะแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา กสศ. จึงไม่สามารถทำเรื่องนี้คนเดียวได้ แต่ต้องทำงานร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ของสังคม ทั้งหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานท้องถิ่นต่างๆ รวมถึงองค์กรเอกชนและภาคประชาสังคม เพื่อที่จะช่วยกันดูมิติต่างๆ ของความเหลื่อมล้ำให้รอบด้าน และสามารถแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้น</strong> ซึ่งการบูรณาการภาคส่วนต่างๆ เข้าด้วยกันนี้ เป็นทิศทางที่ กสศ.​ กำลังดำเนินการอยู่เช่นกัน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-920e23"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/IMG_3622.jpeg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ปวรินทร์ พันธุ์ติเวช นักวิชาการข้อมูลและติดตามสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำ<br>สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>รู้จัก iSEE &nbsp;3.0</strong></h2>



<p>iSEE หรือระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (Information System for Equitable Education) ถือเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่ช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำให้การศึกษาไทยได้</p>



<p>ทั้งนี้ ระบบ iSEE เวอร์ชั่นล่าสุด คือ iSEE 3.0 จะมีการแสดงผลข้อมูลครอบคลุมโครงการต่างๆ ของ กสศ. อย่างหลากหลายมากขึ้น โดยเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้คือ iSEE 2.0 จะเน้นนำเสนอข้อมูลนักเรียนยากจน/ยากจนพิเศษ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ กสศ. คัดกรองเพื่อรับทุนเสมอภาค และจะมีบางส่วนที่ส่งข้อมูลต่อเพื่อรับเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจนจากกระทรวงศึกษาธิการ</p>



<p>แต่ใน iSEE 3.0 ตัวระบบจะแสดงผลมากกว่าชุดข้อมูลของนักเรียนยากจน/ยากจนพิเศษที่คัดกรองทุนเสมอภาคแล้ว แต่ยังแสดงชุดข้อมูลโครงการอื่นๆ เช่น โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง, โครงการทุนครูรัก(ษ์)ถิ่น, โครงการทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอข้อมูลนวัตกรรมต่างๆ เช่น การทำงานเรื่อง TSQP, การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่, รวมไปถึงข้อมูลวิจัยทั้ง PISA for Schools, ​บัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติ (National Education Accounts of Thailand), และมาตรฐานคุณภาพขั้นต่ำของโรงเรียน : Fundamental School Quality Level (FSQL) ก็จะมีการแสดงผลข้อมูลไว้ด้วยเช่นกัน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1400" height="931" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/IMG_3624-1400x931.jpeg" alt="" class="wp-image-76259" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/IMG_3624-1400x931.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/IMG_3624-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/IMG_3624-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/IMG_3624-1536x1022.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/IMG_3624-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/IMG_3624-272x182.jpeg 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/IMG_3624.jpeg 1781w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<p></p>



<p>สรุปคือ ข้อมูลที่อยู่ใน iSEE 3.0 จะมีมากกว่าชุดข้อมูลของความเสมอภาค แต่ยังขยายพรมแดนไปถึงเรื่องของทุนสร้างโอกาส ข้อมูลนวัตกรรมต้นแบบ รวมถึงงานวิจัย</p>



<p>ข้อมูลด้านล่างนี้เป็นข้อมูลที่สาธารณชนทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงได้จากฐานข้อมูล iSEE 3.0<br>-ข้อมูลทุนสร้างโอกาสและนวัตกรรมต้นแบบทั้งหมดของ กสศ.<br>-ข้อมูลจำนวนนักเรียน นักศึกษาที่ได้รับประโยชน์<br>-ข้อมูลเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา<br>-ข้อมูลงานวิจัย กสศ.</p>



<p>นอกจากนี้ สำหรับภาคีเครือข่าย หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ยังสามารถติดต่อผ่านแบบฟอร์มในระบบ iSEE หรือผ่านอีเมล&nbsp;isee@eef.or.th&nbsp;เพื่อขอเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกสำหรับนำไปดำเนินงานต่อได้</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การนำ iSEE ไปใช้สร้างความเปลี่ยนแปลง</strong></h2>



<p>กสศ. ได้จัดทำเวิร์กชอปเกี่ยวกับ iSEE 3.0 ไปช่วงเดือนตุลาคม 2566 ในงาน Equity Forum ซึ่งหน่วยงานที่เข้าร่วมจะมีทั้งภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานระดับท้องถิ่น เช่น เทศบาล อบต. รวมถึงหน่วยงานอื่น เช่น ศึกษาธิการจังหวัด นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานกึ่งเอกชนเข้าร่วมด้วย เช่นเอ็นจีโอ และมูลนิธิต่างๆ ผลจากการเวิร์คชอป หน่วยงานที่เข้าร่วมฟีดแบ็กว่า ชุดข้อมูลใน iSEE มีประโยชน์มาก เป็นเหมือนแว่นขยายที่ช่วยให้เขาสามารถชี้เป้ากลุ่มเป้าหมายได้ และทำงานได้อย่างตรงจุดมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>เช่น เอ็นจีโอต้องการทำงานกับกลุ่มเป้าหมายระดับ ปวช. ปวส. หรือมีกลุ่มเป้าหมายที่อยากช่วยอยู่ในพิกัดต่างๆ หากไม่มีชุดข้อมูลตั้งต้นอาจจะยากในการค้นหากลุ่มเป้าหมาย แต่พอมี iSEE แล้ว หน่วยงานเหล่านี้ก็เหมือนมีเครื่องมือที่ช่วยให้ทำงานได้ตรงเป้า สร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างตรงจุด นี่คือจุดเด่นของการมีดาต้าแพลตฟอร์มอย่าง iSEE</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="931" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/IMG_3623-1400x931.jpeg" alt="" class="wp-image-76262" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/IMG_3623-1400x931.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/IMG_3623-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/IMG_3623-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/IMG_3623-1536x1022.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/IMG_3623-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/IMG_3623-272x182.jpeg 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/IMG_3623.jpeg 1781w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ความสำคัญของ iSEE ในฐานะดาต้าแพลตฟอร์ม</strong></h2>



<p>iSEE 3.0 เป็นดาต้าแพลตฟอร์มที่ช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในประเทศได้ โดยฐานข้อมูลใน iSEE 3.0 นี้เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลขนาดใหญ่จากหน่วยจัดการศึกษา 6 สังกัด และข้อมูลจากระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) รวมถึงยังนำข้อมูลโครงการต่างๆ ของ กสศ. ทั้งโครงการให้ทุน โครงการต้นแบบ หรือโครงการวิจัยต่างๆ มาจัดแสดงและนำเสนอเป็นชุดข้อมูลที่สามารถหยิบใช้ได้ต่อ เพื่อให้สาธารณชน และภาคีที่ร่วมดำเนินงาน สามารถใช้ประโยชน์จากดาต้าแพลตฟอร์มนี้ได้ในรูบแบบที่ง่ายที่สุด เพื่อตอบโจทย์การทำงานในการช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายได้</p>



<p>ในปัจจุบัน iSEE ถือว่าเป็นแพลตฟอร์มที่มีข้อมูลเด็กยากจนพิเศษเยอะและน่าจะครบที่สุดในประเทศ โดยข้อมูลเด็กกลุ่มเป้าหมายในฐานข้อมูล iSEE จะมีทั้งกลุ่มที่อยู่ในระบบการศึกษาและอยู่นอกระบบการศึกษา</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>iSEE ช่วยฉายให้เห็นภาพสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทั้งประเทศ-ชัดเจนขึ้น</strong></h2>



<p>ใน iSEE 3.0 จะมีชุดข้อมูลสำหรับให้สาธารณชนเข้าถึงได้ และชุดข้อมูลสำหรับภาคีโดยเฉพาะ ซึ่งสำหรับภาคีเครือข่ายนั้น จะสามารถเข้าถึงข้อมูลได้เชิงลึกขึ้น เช่น เห็นสถิติว่าจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีความเข้มข้นของนักเรียนยากจน/ยากจนพิเศษมากที่สุดในประเทศ 5 ปีซ้อน, เช็คได้ว่า 10 จังหวัดไหนที่มีความเข้มข้นนักเรียนยากจน/ยากจนพิเศษมากที่สุด, หรือเช็คได้ว่า ในแต่ละภาคเรียน มีเด็กยากจน/ยากจนพิเศษคิดเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ของนักเรียนกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศ 77 จังหวัด เป็นต้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="931" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/IMG_3621-1400x931.jpeg" alt="" class="wp-image-76263" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/IMG_3621-1400x931.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/IMG_3621-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/IMG_3621-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/IMG_3621-1536x1022.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/IMG_3621-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/IMG_3621-272x182.jpeg 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/IMG_3621.jpeg 1781w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<p></p>



<p>ดาต้าแพลตฟอร์มอย่าง iSEE จะช่วยให้เราเห็นหน้าตาของความเหลื่อมล้ำในประเทศได้ชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในแง่การทำงานเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เพราะทำให้เราสามารถวิเคราะห์ปัญหาได้ละเอียดและลึกซึ้งมากขึ้น เช่น หากดูพื้นที่ซึ่งมีความเข้มข้นนักเรียนยากจน/ยากจนพิเศษมากที่สุด จะพบว่าโดยมากเป็นบริเวณชายขอบทางเหนือและทางอีสาน ซึ่งพอจะทำให้ประเมินและวิเคราะห์ได้ว่า ปัญหาความยากจนที่ก่อให้เกิดนักเรียนยากจน/ยากจนพิเศษในพื้นที่นั้น อาจเกี่ยวข้องกับสภาพเศรษฐกิจหรือการอยู่ในพื้นที่ห่างไกลของครัวเรือนเหล่านั้น ซึ่งอาจทำให้เกิดการหารือเรื่องการจัดสรรทรัพยากร หรือมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพิ่มเติมให้กับกลุ่มเหล่านี้ได้ เป็นต้น</p>



<p>ในแง่หน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่ การเข้าถึงฐานข้อมูลใน iSEE อาจช่วยทำให้เขาเห็นภาพว่า ปัจจุบันพื้นที่ของเขามีปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอยู่ในระดับใด หากความเหลื่อมล้ำค่อนข้างรุนแรง ข้อมูลที่ตรงเป้าและชัดเจน ก็อาจเร่งให้เกิดการทำงานที่เข้มข้นมากขึ้น เกิดการร่วมมือกันทั้งจากหน่วยงานส่วนกลาง ท้องถิ่น เอกชน รวมถึง กสศ. เพื่อเร่งบรรเทาปัญหานักเรียนยากจน/ยากจนพิเศษตรงนี้ให้ได้มากที่สุด เป็นต้น</p>



<p></p>



<p><strong>ทดลองใช้ </strong><a href="https://isee.eef.or.th" target="_blank" rel="noopener" title="">https://isee.eef.or.th</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-180124/">หลากมิติความเหลื่อมล้ำ: สิ่งที่ฐานข้อมูล iSEE 3.0  เผยให้สังคมเห็น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
