<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ประเทศ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 02 Apr 2019 10:49:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ประเทศ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่! เด็กจีนเรียนลงทุน เด็กญี่ปุ่นเรียนเขียนโค้ด</title>
		<link>https://www.eef.or.th/educhinajapan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Apr 2019 10:49:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=3111</guid>

					<description><![CDATA[<p>การปรับเปลี่ยนหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการที่เปลี่ยนไปเป็นเรื่องสำคัญของระบบการศึกษา จีน-ญี่ปุ่น 2 ประเทศชั้นนำด้านการศึกษา ก็ปรับปรุงระบบการศึกษาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ไม่ต่างกับประเทศเพื่อนบ้านในละแวกเดียวกันอย่างเกาหลี โดยจีนให้ความสำคัญกับทรัพยากรมนุษย์ด้านการลงทุนมากขึ้น ส่วนญี่ปุ่นเองก็ให้ความสำคัญกับบุคคลกรด้านไอทีที่ขาดแคลน</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/educhinajapan/">ปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่! เด็กจีนเรียนลงทุน เด็กญี่ปุ่นเรียนเขียนโค้ด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p><strong>“จีน”</strong>&nbsp;และ&nbsp;<strong>“ญี่ปุ่น”</strong>&nbsp;เดินหน้าปฏิรูปภาคการศึกษา ทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา&nbsp;พัฒนาทรัพยากรมนุษย์</p></blockquote>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-3113" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/04/China-Students-resize.jpg" alt="" width="700" height="460" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/04/China-Students-resize.jpg 700w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/04/China-Students-resize-300x197.jpg 300w" sizes="(max-width: 700px) 100vw, 700px" /><small><span style="font-size: 0.81em;">Photo Credit : humphery / Shutterstock.com</span></small></p>
<h3><strong>“จีน” พัฒนาหลักสูตร “การลงทุน” ชั้นประถม – มัธยมต้นทั่วประเทศ หวังปลูกฝังความรู้ด้านการเงิน-การลงทุน</strong></h3>
<p>ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โรงเรียนประถม และมัธยมกว่า 500 โรงเรียนในจีน เริ่มเปิดสอนหลักสูตรด้านการลงทุนไปบ้างแล้ว โดยวารสารของตลาดหลักทรัพย์จีนรายงานว่า โรงเรียนประถม และมัธยมต้นในเซี่ยงไฮ้มากกว่า 100 แห่ง เปิดสอนด้านการลงทุน ตั้งแต่ปี 2011</p>
<p>นอกจากนี้ Chengdu Economic Daily เผยว่า ปี 2016 โรงเรียนประถมในเฉิงตู มณฑลเสฉวน เปิดหลักสูตรด้านการลงทุน รวมทั้งพานักเรียนไปทัศนศึกษาเยี่ยมชมสถาบันการเงิน และตลาดหลักทรัพย์ พร้อมกับเปิดโอกาสให้นักเรียนได้สอบถามและพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน-การลงทุน</p>
<p>หรือย้อนกลับไปปี 2015 โรงเรียนประถม และมัธยมต้นในมณฑลกวางตุ้ง จำนวน 36 แห่ง ได้เปิดหลักสูตรการลงทุนในหุ้นเช่นกัน</p>
<p>ทว่า ความรู้ด้านเงินการลงทุนที่โรงเรียนต่างๆ ในจีนทยอยเปิดสอน ยังคงอยู่ในวงจำกัด ไม่ได้เป็นหลักสูตรการเรียนการสอนทุกโรงเรียนทั่วประเทศ…</p>
<p><strong>แต่ล่าสุดกระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ของประเทศจีน เล็งเห็นว่า การสร้างองค์ความรู้ด้านการเงิน-การลงทุนให้กับประชากรจีนตั้งแต่วัยเด็ก เป็นทักษะความรู้สำคัญสำหรับโลกยุคปัจจุบัน จึงได้ทำความตกลงเห็นชอบร่วมกัน ที่จะนำความรู้ด้านการเงิน-การลงทุน พัฒนาเป็นหลักสูตรระดับชาติในชั้นประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้นทั่วประเทศ แต่ไม่ใช่วิชาบังคับ</strong></p>
<p><strong>Gao Li on โฆษกของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์จีน และตลาดหลักทรัพย์</strong>&nbsp;กล่าวถึงความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการว่า มีแผนนำความรู้ด้านการเงิน-การลงทุน เป็นหนึ่งในหลักสูตรการเรียนการสอนในอนาคต โดยมีเป้าหมายคือ ต้องการสร้างความรู้ด้านการเงิน-การลงทุนให้กับประชากรจีน ตั้งแต่วัยเด็ก และวัยรุ่น</p>
<p>อย่างไรก็ตาม Gao Li on ยังไม่ได้ระบุว่าหลักสูตรดังกล่าว จะเริ่มบรรจุใช้กับโรงเรียนทั่วประเทศเมื่อไร</p>
<p><strong>“ก่อนหน้านี้โรงเรียนกว่า 500 แห่งในจีน ได้รวบรวมความรู้ด้านการลงทุน มาบรรจุเป็นหลักสูตรการเรียนการสอน ผลปรากฏว่านักเรียนหลายล้านคนได้รับประโยชน์จากความรู้ดังกล่าว”</strong></p>
<p>แม้จะมีนักวิจารณ์ แสดงความกังวลว่าการให้ความรู้ด้านการลงทุนในโรงเรียนตั้งแต่ระดับประถม และมัธยมศึกษาตอนต้น จะกระตุ้นให้เด็กสนใจการเสี่ยงโชคในหุ้นตั้งแต่วัยเด็ก</p>
<p>แต่สำนักการศึกษากวางโจว แสดงความคิดเห็นตรงกันข้าม โดยมองว่าการเปิดสอนด้านการเงินการลงทุนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้น จะเป็นการสร้างความรู้ด้านการเงินการลงทุนให้กับเยาวชนจีนมากกว่า</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3117" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/04/e167t0.jpg" alt="" width="1599" height="1059" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/04/e167t0.jpg 1599w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/04/e167t0-300x199.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/04/e167t0-768x509.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/04/e167t0-1024x678.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1599px) 100vw, 1599px" /><small><span class="s1">Photo by&nbsp;<a href="https://unsplash.com/photos/XbX66OZeLaU?utm_source=unsplash&amp;utm_medium=referral&amp;utm_content=creditCopyText"><span class="s2">Jacob Plumb</span></a>&nbsp;on&nbsp;<a href="https://unsplash.com/search/photos/china-student?utm_source=unsplash&amp;utm_medium=referral&amp;utm_content=creditCopyText"><span class="s2">Unsplash</span></a></span></small></p>
<h3><strong>“ญี่ปุ่น” ผลักดัน “Coding” เป็นวิชาบังคับชั้นประถม แก้ปัญหาขาดแคลนคนไอที – เพิ่มขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีของประเทศ</strong></h3>
<p>เป็นที่ทราบกันดีว่าปัจจุบันในยุคดิจิทัล สายงานที่มาแรงที่สุด คือ งานด้านไอที ที่ครอบคลุมในหลายสาขา เช่น Programmer – Developer, IT Support, Database Management ฯลฯ ซึ่งในหลายประเทศ และหลายองค์กร กำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนบุคลากรด้านนี้ ทำให้รัฐบาลหลายประเทศ และหลายองค์กร โดยเฉพาะบริษัทใหญ่ ใช้นโยบายจูงใจในหลากหลายวิธี เพื่อดึง Talent จากชาติต่างๆ เข้ามาทำงาน</p>
<p>ไม่เว้นแม้แต่&nbsp;<strong>“ญี่ปุ่น”</strong>&nbsp;ได้ชื่อว่าเป็นประเทศแห่งนวัตกรรม และเทคโนโลยี ก็ตระหนักต่อสถานการณ์ดังกล่าว โดยเล็งเห็นว่านับวันความรู้และทักษะด้านไอที เป็นที่ต้องการสูงในตลาดงาน ขณะเดียวกันทุกวันนี้เทคโนโลยีพัฒนารุดหน้าเร็ว และเกิดการแข่งขันด้านเทคโนโลยีบนเวทีระดับโลก!!</p>
<p><strong>กระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น</strong>&nbsp;ได้รายงานสถิติคาดการณ์ว่าในปี 2020 ญี่ปุ่นจะมีคนทำงานสายเทคโนโลยี จำนวน 290,000 คน และถ้าหากตลาดไอทีเติบโต ตลาดงานดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 590,000 คนในปี 2030</p>
<p>เพราะฉะนั้นจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องป้องกันปัญหาขาดแคลนทรัพยากรบุคคลด้านไอที พร้อมทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับประชากรรุ่นใหม่ ที่ต่อไปทักษะไอทีจะมีความสำคัญอย่างยิ่ง และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านเทคโนโลยีของประเทศ</p>
<p>ในปี 2012 กระทรวงศึกษาธิการ จึงได้ประกาศให้การเขียนโปรแกรม เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียนการสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และมีแผนขยายหลักสูตรดังกล่าวไปยังระดับมัธยมปลายในปี 2021</p>
<p><strong>ขณะที่ล่าสุด “Coding” ถูกบรรจุเป็นหลักสูตรการเรียนการสอน “วิชาบังคับ” ในโรงเรียนชั้นประถมศึกษาทั่วประเทศ ตั้งแต่ Grade 5 ซึ่งเทียบเท่าชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยจะเริ่มเรียนตั้งแต่เดือนเมษายน 2020</strong></p>
<p><strong>ล่าสุดหนังสือเรียน Coding ได้รับการอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการแล้ว โดยเนื้อหาของหนังสือเรียนดังกล่าว จะปูพื้นฐานความรู้ด้านการเขียนโปรแกรม และสอนการเขียน Code เบื้องต้น เช่น วาดรูปทรงต่างๆ ด้วยดิจิทัล, ทำไฟ LED กระพริบด้วยคำสั่งง่ายๆ</strong></p>
<p><strong>ไม่เพียงแต่การปลูกฝังทักษะใหม่แห่งโลกยุคดิจิทัลให้กับประชากรรุ่นใหม่ เพื่อมีทักษะสอดรับกับตลาดงาน และแนวโน้มของโลกเท่านั้น การผลักดันให้ “Coding” เป็นวิชาบังคับในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ขึ้นไป กระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่น ยังมองว่าจะช่วยพัฒนาทักษะความสามารถการคิดเชิงตรรกะ (Logical Thinking) ผ่านการเรียนรู้จากการได้ลองผิดลองถูกจากการเขียนโปรแกรม</strong></p>
<p>ปัจจุบันนอกจากญี่ปุ่น ที่อนุมัติ&nbsp;<strong>“Coding”</strong>&nbsp;ให้เป็นหนึ่งในวิชาเรียน ยังพบว่าภาคการศึกษาในหลายประเทศ ได้ผลักดันให้ “Coding” เป็นวิชาบังคับ ไม่ว่าจะเป็นระดับประถม หรือมัธยมศึกษา</p>
<p>อย่างในประเทศเกาหลีใต้ ได้ปรับระบบการศึกษา ด้วยการบรรจุวิชา Coding เป็นหลักสูตรการเรียนการสอน ทั้งในระดับประถม และมัธยม เช่นเดียวกับที่สหราชอาณาจักร ประกาศให้ Coding เป็นหนึ่งในวิชาภาคบังคับ สำหรับนักเรียนตั้งแต่อายุ 5 – 16 ปี</p>
<p><small>ข้อมูลข่าวจาก :&nbsp;<a href="https://www.marketingoops.com/">marketingoops.com</a></small></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/educhinajapan/">ปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่! เด็กจีนเรียนลงทุน เด็กญี่ปุ่นเรียนเขียนโค้ด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
