<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ประหยัด อุสาห์รัมย์ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%94-%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b9%8c/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 17 Jun 2021 11:28:21 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ประหยัด อุสาห์รัมย์ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“ครู” โรงเรียนในพื้นที่พิเศษ ปรับตัวอย่างไร ช่วงโควิด-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-teachers-in-special-areas-how-to-adjust-in-the-covid-19/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Jun 2021 07:38:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนพัฒนาคุณภาพตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านตะโกล่าง]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัด อุสาห์รัมย์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านห้วยนกกก]]></category>
		<category><![CDATA[เฉลียว เถื่อนเภา]]></category>
		<category><![CDATA[สยาม เรืองสุกใส]]></category>
		<category><![CDATA[ตาก]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ฮ่องสอน]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนล่องแพวิทยา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=41483</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วยสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่แตกต่าง ทั้งเงื่อนไขด้านสถ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-teachers-in-special-areas-how-to-adjust-in-the-covid-19/">“ครู” โรงเรียนในพื้นที่พิเศษ ปรับตัวอย่างไร ช่วงโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ด้วยสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่แตกต่าง ทั้งเงื่อนไขด้านสถานที่ตั้ง และความพร้อมของนักเรียนในพื้นที่ บทบาทของครูที่พยายามจัดการเรียนรู้ของนักเรียนให้สัมฤทธิ์ผลที่สุด ยังทุ่มเทดำเนินอยู่เสมอ เพราะตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษา โดยเฉพาะช่วงภาวะโควิด-19 ที่ครู- ผู้ใกล้ชิดและเข้าใจสภาวะความเป็นจริงมากที่สุดต้องเผชิญความท้าทายอีกครั้ง เรามาดูกันว่า “ครู” ของโรงเรียนในพื้นที่พิเศษ ปรับตัวอย่างไรช่วงโควิด-19 จนได้ชื่อว่าประสบผลสำเร็จอย่างยิ่ง</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-d41043d8 gb-headline-text">1. ครูเคลื่อนที่</h3>



<h4 class="gb-headline gb-headline-1d3c1438 gb-headline-text">โรงเรียนบ้านห้วยนกกก<br>จังหวัดตาก</h4>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-65e38c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/01-ครูเคลื่อนที่.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>จากสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ที่มีแนวโน้มเลื่อนวันเปิดภาคเรียนอย่างไม่มีกำหนด โรงเรียนบ้านห้วยนกกก ตำบลแม่หละ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก เป็นโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลแม้จะไม่น่าห่วงเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ก็ไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ เนื่องจากต้องปิดการเข้าออกตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด</p>



<p>ถึงกระนั้นทางโรงเรียนจัดการศึกษาตามนโยบายในช่วงโควิด-19 แต่ก็ไม่ได้ผลดี ด้วยสภาพภูมิประเทศเป็นพื้นที่สูง มีหมู่บ้านกระจายเป็นหย่อม ครูโรงเรียนจึงได้คิดค้นวิธีแก้ปัญหาหลายรูปแบบ ทั้งให้เด็กพื้นที่ห่างไกลพักนอนและเรียนที่โรงเรียน จัด<strong>ครูเคลื่อนที่สอนตามหมู่บ้าน รวมถึงคัดเลือกและมอบหมายให้ “พี่ครู” ทำหน้าที่สอนน้องในหมู่บ้าน</strong></p>



<p><strong>นายประหยัด อุสาห์รัมย์ ผู้อำนวยการโรงเรียน</strong> กล่าวว่า “โรงเรียนบ้านห้วยนกกก” จังหวัดตาก เราไม่ยอมให้การเรียนรู้ของเด็กต้องสะดุด จึงใช้แนวคิดการจัดการศึกษาแบบ ‘พี่สอนน้อง’ หรือเรียกระบบ ‘พี่ครู’ เพื่อเสริมสร้างทักษะภาษาไทยให้กับน้องซึ่งเป็นชนเผ่ากะเหรี่ยงนั้นมีพื้นฐานที่แน่นขึ้น รุ่นพี่ชั้น ม.ต้น ในหมู่บ้านที่คัดเลือกแล้วว่ามีทักษะภาษาไทยดีมาช่วยปูพื้นฐานให้น้อง ขณะเดียวกันรุ่นพี่ก็ได้ประโยชน์ในการทบทวนวิชาความรู้ไปด้วย</p>



<p>พื้นที่โรงเรียนบ้านห้วยนกกก รองรับนักเรียนจากหลายหมู่บ้านของชุมชนชาวกะเหรี่ยง แต่ละหมู่บ้านมีนักเรียนชั้น ป.1 &#8211; ป.4 ราว 10 &#8211; 20 คน และมีรุ่นพี่มัธยมต้นด้วย ฉะนั้นพอเกิดสถานการณ์โควิด-19 ต้นปี 2563 เมื่อปิดการเข้าออก จึงใช้วิธีการให้ครูคัดเลือกรุ่นพี่มาเป็นตัวแทนสอนน้องช่วงที่โรงเรียนเปิดไม่ได้ “อย่างแรก เราคัดเลือกรุ่นพี่ที่มีพื้นฐานการเรียนดีและมีความสามารถในการถ่ายทอดก่อนแล้วค่อยประสานผู้นำชุมชนช่วยจัดการพารุ่นพี่เหล่านั้นออกมาพบครูที่หน้าหมู่บ้าน จากนั้นครูอบรมซักซ้อมรูปแบบการสอนให้กับรุ่นพี่จนเป็นที่พอใจ แล้วรุ่นพี่ค่อยนำความรู้ไปถ่ายทอดให้กับน้อง” นายประหยัด อุสาห์รัมย์ ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าว</p>



<p></p>



<h4 class="gb-headline gb-headline-55e5ef7a gb-headline-text">“4 จ.” หัวใจขับเคลื่อนการเรียนการสอน</h4>



<p>พอผ่านการอบรมจากพ่อครูแม่ครูแล้ว พี่ครูก็เปิดห้องเรียนซึ่งแวดล้อมด้วยหมู่ไม้ สายลม และทิวเขา เริ่มต้นขึ้นด้วยกิจกรรมสนุกสนานก่อนนำเข้าสู่บทเรียน สร้างบรรยากาศสบาย เป็นกันเอง ก่อนถ่ายทอดวิชาความรู้ด้วยนวัตกรรม “4 จ.”</p>



<ul><li>จ.1 “จำจด” ให้น้องคัดคำลงสมุด</li><li>จ.2 “จำอ่าน” พี่ครูสอนน้องอ่านคำศัพท์</li><li>จ.3 “จำแจก” น้องฝึกแจกแจงลูกสะกดคำตามพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ตามลำดับ</li><li>จ.4 “จำเขียน” น้องเขียนตามคำบอก แต่งเรื่องราวจากคำที่กำหนดให้</li></ul>



<p>หลังผ่านขั้นตอน 4 จ. แล้ว จะมีการทดสอบนักเรียน ผู้ที่ไม่ผ่านจะย้อนกลับไปที่ จ.1 ใหม่ในวันถัดไปจนกว่าจะแก้ไขจุดอ่อน มีความเข้าใจเพิ่มขึ้น ส่วนผู้ที่เข้าใจแล้วก็ขยับสู่บทเรียนที่ยากขึ้น และที่สำคัญต้องเรียนรู้เพื่อนำไปใช้จริงได้</p>



<p>“จากสถานการณ์โควิด-19 จนถึงตอนนี้ เบื้องต้นระบบพี่ครูคือสิ่งที่เรานำมาใช้เพื่อไม่ให้การเรียนของเด็กต้องหยุดโดยสิ้นเชิง อย่างน้อยให้พี่ครูช่วยปูพื้นฐานน้องไว้ก่อน พอเปิดเรียนก็มาเน้นจุดที่ยังไม่เข้าใจ ค่อยตามให้ทันจุดประสงค์การเรียนรู้รายวิชาอีกครั้ง ไม่เพียงน้องชั้นประถมที่ได้เติมเต็มวิชาความรู้ ผลพลอยได้จากระบบการสอนแบบพี่ครูคือ พี่ ๆ ก็ได้ทบทวนบทเรียนไปด้วย ขณะเดียวกันผู้บริหารโรงเรียนและครูก็ช่วยกันหาวิธีการเรียนการสอนแบบใหม่ที่เหมาะสมกับสถานการณ์มาใช้อย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตามประเมินผลรวมถึงมีรับส่งใบงานกันทุกสัปดาห์</p>



<p><strong>“เพราะถึงโรงเรียนจะยังเปิดไม่ได้ แต่ยังไงก็ตาม เด็กจะต้องไม่หยุดการเรียนรู้แม้แต่วันเดียว”</strong></p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-c62433c7 gb-headline-text">2. ครูหลังม้า</h3>



<h4 class="gb-headline gb-headline-2f3b94eb gb-headline-text">โรงเรียนล่องแพวิทยา<br>จังหวัดแม่ฮ่องสอน </h4>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-89376e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/01-ครูหลังม้า.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน โรงเรียนกระจายอยู่ตามเขาสูงทุรกันดาร ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต ประกอบกับคนในพื้นที่มีรายได้น้อย ทำให้เข้าไม่ถึงการเรียนรู้แบบออนไลน์ จึงเกิดโครงการครูหลังม้าขึ้น ซึ่งเป็นนวัตกรรมในอดีตของแม่ฮ่องสอน โดยเปลี่ยนจากพาหนะม้าเป็นมอเตอร์ไซค์เพื่อบรรทุกสื่อการสอนแบบคละชั้นไปตามพื้นที่</p>



<p><strong>นายสยาม เรืองสุกใส ผู้อำนวยการโรงเรียนล่องแพวิทยา</strong> อธิบายถึงครูหลังม้า ว่า “ครูเดินทางโดยมอเตอร์ไซค์เข้าไปกินนอนกับคนในชุมชน นำสื่อการสอนแบบฝึกการเรียนรู้ที่ไม่เหมือนกับแบบเรียนปกติไปด้วย เพราะเด็กส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขา ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง จึงออกแบบเนื้อหาการเรียนรู้โดยเน้นเฉพาะวิชาสำคัญ เช่น ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ใช้สื่อการสอนที่จัดทำขึ้นมาเองเพื่อให้เหมาะกับสภาพของผู้เรียนแต่ละระดับชั้น</p>



<p>บางครั้งก็โหลดสื่อการสอนลงแฟลชไดรฟ์และใช้โน้ตบุ๊กของครูแทนจอทีวี ครูจะไปอยู่ตามหย่อมบ้านละ 1 สัปดาห์ พอครบกำหนดก็มีกลุ่มใหม่มาเปลี่ยนวน แต่ละหย่อมพื้นที่จนครบเนื้อหาที่เตรียมไว้”</p>



<p>ผู้อำนวยการโรงเรียนล่องแพวิทยากล่าวเพิ่มเติมว่า “<strong>สิ่งสำคัญสุดคือความมุ่งมั่นในการสร้างกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง</strong> จึงอยากให้หน่วยงานต้นสังกัดพิจารณาปลดล็อกเรื่องระเบียบการจัดซื้อหนังสือ เพื่อให้สามารถจัดทำแบบฝึกให้สอดคล้องกับการจัดการศึกษา รวมถึงออกแบบการเรียนรู้ที่วัดผลที่แตกต่างออกไป เน้นวัดผลตามสภาพจริง ไม่ยึดตามตัวชี้วัด แต่ยึดสาระที่คิดว่าสำคัญ โดยดูจากสภาพจริง ดูชิ้นงาน ดูพัฒนาการของผู้เรียน</p>



<p>และพิจารณาการเปิด-ปิดสถานศึกษาตามความพร้อม หากพื้นที่ไหนมีความพร้อมก็ให้เปิดออนไซต์ ซึ่งดีกว่าเรียนอยู่ที่บ้านเพราะเรียนได้เต็มที่และใช้มาตรการควบคุมการระบาด หากพื้นที่ไหนไม่พร้อมก็ให้เรียนในรูปแบบอื่น รวมทั้งอยากให้มีการสนับสนุนเรื่องเจลล้างมือ หน้ากากอนามัย และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น เบี้ยเลี้ยง ค่าน้ำมันสำหรับบุคลากรที่ลงพื้นที่</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-32f03b25 gb-headline-text">3. ครูอาสา</h3>



<h4 class="gb-headline gb-headline-420c95a5 gb-headline-text">โรงเรียนบ้านตะโกล่าง<br>จังหวัดราชบุรี  </h4>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5a2905"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/01-ครูอาสา.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>เนื่องจากพื้นที่ตั้งของโรงเรียนบ้านตะโกล่าง ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เป็นพื้นที่ห่างไกลติดขอบชายแดน ทำให้การจัดการศึกษาในช่วงโควิดระบาดเป็นไปด้วยความยากลำบาก</p>



<p>เมื่อมีความไม่พร้อมในเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกและความห่างไกล ผู้บริหารโรงเรียน ครู และชุมชนท้องถิ่นจึงต้องผนึกกำลังกันแก้ปัญหาโดยใช้รูปแบบการจัดการศึกษาแบบหย่อมบ้าน แบ่งออกเป็น 7 หย่อม ใช้พื้นที่ศาลาวัด โบสถ์คริสต์ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงหมู่บ้าน เป็นแหล่งเรียนรู้ เพื่อแยกนักเรียนไม่ให้มารวมตัวกันมากเกินไป ลดการแพร่ระบาด</p>



<p>จากนั้นก็จัดอาสาสมัครด้านการศึกษา หรือครูอาสา ไม่ว่าจะเป็นผู้นำชุมชน อบต. นายอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ผู้นำศาสนา อีกทั้งครูอาสาที่เป็นศิษย์เก่า ปราชญ์ชาวบ้าน คนในท้องถิ่นมาช่วยสอนเด็กๆ ซึ่งมีค่าตอบแทนตามความเหมาะสม</p>



<p><strong>นายเฉลียว เถื่อนเภา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านตะโกล่าง จังหวัดราชบุรี กล่าวว่า</strong> “จากเดิมเข้าใจกันว่าการศึกษาเป็นเรื่องของครูและโรงเรียน แต่เมื่อคนในชุมชนมาร่วมให้การศึกษากับเด็ก บางคนมาช่วยทำอาหารช่วยเลี้ยงเด็ก ช่วยคัดกรองวัดไข้ แจกหน้ากาก ทำให้คนในชุมชนได้มีโอกาสรู้จักกับเด็ก ๆ มากขึ้น เกิดการเชื่อมโยงสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น เกิดการต่อยอด สร้างการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ในชุมชน ช่วยเติมเต็มในจุดที่ครูไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง โดยมีการฝึกอบรมให้กับเหล่าอาสาสมัครก่อนจะออกปฏิบัติหน้าที่”</p>



<p>อาสาสมัครหรือครูพี่เลี้ยงจะคอยช่วยสอนการบ้าน ช่วยตรวจการบ้าน โดยมีการแจกใบงาน พร้อมทั้งมีกิจกรรมสันทนาการบ้างเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ภารกิจเหล่านี้ดำเนินไปด้วยดีเพราะเกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของคนในชุมชนทุกภาคส่วน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-teachers-in-special-areas-how-to-adjust-in-the-covid-19/">“ครู” โรงเรียนในพื้นที่พิเศษ ปรับตัวอย่างไร ช่วงโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เสนอแนวทางจัดการศึกษากลับด้าน ให้อิสระโรงเรียนจัดการตามบริบทพื้นที่</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-18-05-21/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 May 2021 10:03:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ธันยวิช วิเชียรพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี]]></category>
		<category><![CDATA[New Normal]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ศุภโชค ปิยะสันติ์]]></category>
		<category><![CDATA[ตวง อันทะไชย]]></category>
		<category><![CDATA[TDRI]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนพื้นที่เกาะ]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดเทอมใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม : สอนอย่างไร เรียนแค่ไหน เมื่อออนไลน์ไปไม่ถึง]]></category>
		<category><![CDATA[พงศ์ทัศ วนิชานันท์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านตะโกล่าง]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัด อุสาห์รัมย์]]></category>
		<category><![CDATA[สยาม เรืองสุขใสย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=41067</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ. วุฒิสภา ทีดีอาร์ไอ และภาคี ระดมสมองรับเปิดเทอมใหม่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-18-05-21/">เสนอแนวทางจัดการศึกษากลับด้าน ให้อิสระโรงเรียนจัดการตามบริบทพื้นที่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote class="wp-block-quote"><p><strong>กสศ. วุฒิสภา ทีดีอาร์ไอ และภาคี ระดมสมองรับเปิดเทอมใหม่</strong> <strong>เสนอแนวทางจัดการศึกษากลับด้าน ให้อิสระโรงเรียนจัดการตามบริบทพื้นที่</strong> <strong>แนะลดความเสี่ยงเร่งฉีดวัคซีนครูก่อนเปิดเทอม</strong> <strong>พร้อมใช้ “ฐานข้อมูล” ออกแบบมาตรการลดความเหลื่อมล้ำตรงจุด</strong> <strong>ชู อสม.การศึกษาตัวช่วยครูนำการศึกษาไปให้ถึงเด็ก</strong></p></blockquote>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-468241"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/สรุปข้อเสนอจากเวทีระดมสมองรับเปิดเทอมให-1-scaled.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>17 พฤษภาคม 2564 &#8211; กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จับมือภาคีพันธมิตร วุฒิสภา TDRI The Reporters และ The Active Thai PBS จัดเสวนาออนไลน์ในหัวข้อ <strong>“เปิดเทอมใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม : สอนอย่างไร เรียนแค่ไหน เมื่อออนไลน์ไปไม่ถึง” </strong>ในวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 โดยมีผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการในแวดวงการศึกษาที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมพูดคุยกันถึงประเด็นการศึกษาแบบ New Normal ในภาวะวิกฤตโควิด-19 เพื่อร่วมกันแบ่งปันการทำงานในการศึกษาปัญหาและหาทางออกให้กับเด็กยากจน เด็กยากจนพิเศษ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและไม่สามารถเข้าถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ตได้ พร้อมตัวแทนคุณครูและผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งได้มาร่วมแบ่งปันนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนในยุคโควิด-19 ที่ใช้ได้ผลสำเร็จจากประสบการณ์จริง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-123623"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/23-ข่าวสัมมนาเปิดเทอมใหม่-10.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>นายตวง อันทะไชย ประธานกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา</strong> กล่าวว่า ทาง กมธ.ได้ลงไปทำวิจัยผลกระทบจากโควิด-19 ต่อการศึกษา พบว่าในรอบที่ 3 สาหัสมาก หนึ่งในข้อเสนอคือ ควรให้เกิดการจัดการศึกษาได้ตามสภาพจริง บางพื้นที่วิกฤต แต่บางพื้นที่ไม่มีผู้ติดเชื้อ จึงควรให้พื้นที่ที่ไม่มีโควิด-19 ระบาด จัดการเรียนได้เต็มหลักสูตรเต็มเวลา โดยยึดหลักควบคุมโรคระบาด ตามมาตรการวัดไข้ รักษาระยะห่าง ใช้เจลล้างมือ และต้องทำงานร่วมกันระหว่าง 3 ฝ่าย คือ 1. กระทรวงมหาดไทย 2. กระทรวงสาธารณสุข และ 3. กระทรวงศึกษาธิการ นอกจากนี้ การจัดการศึกษาในพื้นที่บนเขา เกาะ ชนบท มีเทคนิคจัดการศึกษาที่แตกต่างกัน ควรนำวิธีเหล่านั้นมาถอดบทเรียนเพื่อจัดการเรียนการสอน อีกทั้งที่ผ่านมาพบว่าการบริหารจัดการการศึกษาที่สั่งการจากฝั่งกระทรวงศึกษาธิการไม่ประสบความสำเร็จ วันนี้สถานศึกษาควรจะเป็นคนกำหนดรูปแบบการเรียนการสอนและส่งขึ้นมาให้กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อจะได้เห็นความแตกต่างหลากหลาย ไม่ต้องเหมือนกัน โดยกระทรวงศึกษาธิการจะมีหน้าที่สนับสนุนงบประมาณและมาตรการช่วยเหลือ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-662dbb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/23-ข่าวสัมมนาเปิดเทอมใหม่-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>นายตวงกล่าวด้วยว่า สิ่งสำคัญควรมีนวัตกรรมการเรียนการสอนที่นำมาถอดเป็นบทเรียนชุดความรู้ ที่เกิดการมีส่วนร่วมจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อในอนาคตไม่ว่าจะเกิดวิกฤตรอบที่ 4 รอบที่ 5 ก็สามารถรับมือได้ โดยเชื่อมโยงทั้งพื้นที่ สถานศึกษา อสม. ว่าจะต้องจัดการศึกษาอย่างไร อีกทั้งบทเรียนที่ผ่านมาการเรียนการสอนออนไลน์ หรือ DLTV มีปัญหาอะไรบ้างนั้น ยังมีอุปสรรค ทักษะบางอย่างเรียนออนไลน์ไม่ได้ เช่น ดนตรี กีฬา ศิลปะ ต้องเป็นแอคทีฟเลิร์นนิ่ง ไปจนถึงมีกระบวนการพัฒนาผู้เรียน พัฒนาอารมณ์ สติปัญญา อีกทั้งหลังโควิด-19 อาจจะเป็นการสิ้นสุดของโรงเรียนขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ กลายเป็นโรงเรียขนาดพอดี เพื่อสามารถควบคุมดูแล รักษาระยะห่างในชั้นเรียนได้ ทำให้ผู้เรียนไม่ต้องหยุดเรียน ไม่ลืมบทเรียน ไม่ต้องหลุดจากระบบการศึกษา</p>



<p>“ที่สำคัญคือ บทบาทของกระทรวงศึกษาธิการต้องปรับใหม่ ต้องไม่ใช้การสั่งการ แต่ใช้การสร้างแรงจูงใจบุคลากรทางการศึกษา และอำนวยความสะดวกทั้งเรื่องหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ ที่มีข้อเสนอไปถึงรัฐบาลว่า ควรมีการจัดสรรงบพิเศษ ไม่ใช่ให้โรงเรียนไปหักจากงบเดิมที่ใช้ไม่พออยู่แล้ว อีกทั้งควรมีกระบวนการให้โรงเรียนที่พร้อมเปิดเรียนได้ โดยมีความเป็นเอกภาพทางนโยบาย แต่หลากหลายทางปฏิบัติ โรงเรียนไหนพร้อมก็เปิดก่อนได้เลย ไม่ต้องรอพื้นที่อื่น และควรจะได้นำแนวคิดที่ผ่านมาไปต่อยอดนวัตกรรมจัดการศึกษาต่อไป” นายตวงกล่าว</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-9e8a0012 gb-headline-text">แนะใช้ “ฐานข้อมูล” ออกแบบมาตรการลดความเหลื่อมล้ำ</h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e68535"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/23-ข่าวสัมมนาเปิดเทอมใหม่-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าวว่า ในช่วงที่กำลังจะเปิดเทอม ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามีแนวโน้มรุนแรงขึ้น การทำงานบนฐานข้อมูลรายบุคคล รายโรงเรียน และรายพื้นที่ ด้วยข้อมูลที่เป็นปัจจุบันมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ช่วยให้มองเห็นสถานการณ์หน้างานจริง สามารถออกแบบมาตราการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้ตรงจุด สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย</p>



<p><strong>ข้อมูลในระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> หรือ <strong>iSEE</strong> ช่วยทำให้เห็นภาพจริงในปัจจุบันของเด็กยากจนด้อยโอกาสที่ครัวเรือนมีรายได้น้อยที่สุด 20 เปอร์เซ็นต์ล่างของประเทศ ซึ่งจากการวิเคราะห์ข้อมูลของ กสศ. พบว่า ประชากรผู้มีรายได้น้อยเหล่านี้อาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งมีบริบทความยากลำบากที่หลากหลาย ซึ่งจำเป็นที่รัฐต้องมีมาตรการที่หลากหลายและสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในพื้นที่ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในภาวะวิกฤตโควิด-19 ในช่วงเปิดเทอมนี้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงได้อย่างแท้จริง ตัวอย่างเช่น ปัจจุบันมีสถานศึกษามากถึง 510 แห่ง ที่มีนักเรียนยากจนพิเศษทั้งโรงเรียน โดยจังหวัดที่มีสัดส่วนนักเรียนยากจนพิเศษมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ แม่ฮ่องสอน นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และตาก นอกจากนั้นข้อมูลระบบ iSEE ยังชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันยังมีสถานศึกษาที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล (Stand Alone) มากกว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ ที่ยังต้องการการพัฒนาและการลงทุนในโครงสร้างพื้นที่หลายด้าน เพื่อให้มีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2564 นี้ ตัวอย่างเช่น จังหวัดที่มีสถานศึกษาขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลซึ่งยังไม่มีไฟฟ้าใช้มากที่สุด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และแพร่ ส่วนจังหวัดที่ยังมีสถานศึกษาที่ยังไม่มีอินเทอร์เน็ตใช้จำนวน 255 แห่ง กระจายตัวอยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ขอนแก่น และร้อยเอ็ด มากที่สุด เป็นต้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0a4731"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/23-ข่าวสัมมนาเปิดเทอมใหม่-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ดร.ไกรยสกล่าวว่า ปีการศึกษา 2563 ยังมีพื้นที่กว่า 78 ตำบล ที่ไม่มีโรงเรียนอยู่ในตำบลแล้ว ทั้งที่ในท้องถิ่นเหล่านี้ยังมีเด็กวัยเรียน 4,580 คน ที่ต้องข้ามตำบลไปเรียน และบางคนที่ยังอยู่นอกระบบการศึกษา ซึ่งปัจจุบันยังมีเด็กวัยการศึกษาภาคบังคับ (6 &#8211; 14 ปี) มากกว่า 400,000 คน ที่ยังไม่มีข้อมูลอยู่ในระบบการศึกษา นอกจากนั้น จากการสำรวจสภาพความพร้อมเรียนรู้ที่บ้านในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ในปี 2564 พบความแตกต่างระหว่างนักเรียนในครอบครัวฐานะดี ร้อยละ 20 อันดับแรก สามารถเข้าถึงโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน ในพื้นที่เรียนรู้แบบส่วนตัวมากถึงร้อยละ 90 ในขณะที่นักเรียนในครอบครัวยากลำบากที่สุดร้อยละ 20 ลำดับล่าง โอกาสเข้าถึงการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีมีเพียงร้อยละ 10&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>บทเรียนจากการทำงานของ กสศ. ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาพบว่า ข้อมูลถือเป็นเครื่องมือในการทำงานเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาที่มีศักยภาพสูง การมีข้อมูลช่วยให้เรามองเห็นสถานการณ์จริงในพื้นที่ ได้ยินเสียงจากในพื้นที่ และทำให้ช่วยเหลือได้ตรงจุด อีกทั้งการมีข้อมูลยังสามารถแชร์ข้อมูลเหล่านี้ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำการศึกษาไปสู่ตัวผู้เรียน และสุดท้ายการมีข้อมูลจะเชื่อมโยงไปสู่นโยบายที่มาจากปัญหาหน้างานจริง จากคนทำงานจริง ซึ่งไม่ใช่แค่การทำงานในช่วงเปิดเทอมปีนี้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงปีต่อๆ ไป โดยการทำงานบนฐานข้อมูลที่มีคุณภาพสูงจากหน้างานจริงจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เรามีการศึกษาที่เสมอภาคได้ในอนาคต” ดร.ไกรยสกล่าว</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-242bf349 gb-headline-text">สแกนพื้นที่ทำความเข้าใจปัญหาออนไลน์และการศึกษาที่เข้าไม่ถึงเด็ก</h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8e4506"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF_webbanner_thumbnailNEWWW-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>นายพงศ์ทัศ วนิชานันท์ นักวิจัยด้านการศึกษา สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)</strong> กล่าวว่า สำหรับสาเหตุที่ทำให้การจัดการศึกษามีความเหลื่อมล้ำ เข้าไม่ถึงเด็กบางกลุ่ม ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ส่วนหนึ่งคือ “เวลา” เนื่องจากโรงเรียนเปิดเรียนไม่ได้ตามกำหนด การจัดการเรียนการสอนทำตามปกติไม่ได้ ยิ่งตอกย้ำให้บางโรงเรียนที่ไม่มีความพร้อมในการจัดการศึกษาต้องลดเวลาเรียนลง เด็กจึงเข้าถึงหลักสูตรได้ไม่ครบถ้วน ค่าเฉลี่ยของปีการศึกษาที่ผ่านมา โรงเรียนส่วนใหญ่ต้องลดเวลาเรียนจาก 200 วัน เหลือราว 180 วัน หายไปประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ และจากบทเรียนในการจัดการศึกษาแบบ 4อ. คือ ออนไลน์ ออนแอร์ สอนผ่าน DLTV ออนแฮนด์ ให้ครูเดินทางไปแจกใบงานในพื้นที่ และออนไซต์ คือให้เด็กสลับวันเข้ามาเรียนเป็นกลุ่มเล็กๆ พบว่ายังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะเด็กที่ไม่มีความพร้อมจะรับผลกระทบมากที่สุด นั่นทำให้เห็นว่า หากแก้ปัญหาเพียงเฉพาะหน้าโดยไม่เปลี่ยนวิธีการสอน เวลาที่มีอยู่จะไม่พอกับการเรียนรู้เนื้อหาทั้งหมด ดังนั้นการจัดการศึกษานอกจากแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าตามสถานการณ์แล้ว ต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ เพื่อผลการศึกษาในระยะยาว หมายถึงการเรียนในภาวะวิกฤตที่เด็กจะยังได้ทักษะต่างๆ ที่จำเป็นรอบด้าน คือ ต้องมีการเรียนการสอนแบบใหม่ที่ใช้เวลาเรียนน้อยลง และสามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งที่อยู่นอกโรงเรียนได้เต็มที่</p>



<p>อย่างไรก็ตาม<strong> นายพงศ์ทัศ</strong>กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันที่กำลังจะเปิดเทอมใหม่ มาตรการระยะสั้นคือ ต้องเร่งฉีดวัคซีนให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เร็วที่สุด ก่อนเปิดเรียน เริ่มจากพื้นที่สีแดงเข้มก่อน ทั้งนี้ประเด็นหนึ่งคือ ต้องสร้างความมั่นใจในเรื่องผลข้างเคียงของวัคซีน เช่น คำแนะนำทางการแพทย์ในการประเมินความเสี่ยงของแต่ละคนก่อนการรับวัคซีน และต้องมีมาตรการชดเชยกรณีที่เกิดการแพ้วัคซีนร่วมด้วย เชื่อว่าถ้ามาตรการเหล่านี้สื่อสารไปถึงทุกโรงเรียนได้ชัดเจน ก็จะทำให้ครูมีความมั่นใจเพิ่มขึ้น&nbsp;&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-632952"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/23-ข่าวสัมมนาเปิดเทอมใหม่-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ในมุมของผู้ที่ทำงานในพื้นที่ <strong>ดร.ศุภโชค ปิยะสันติ์ ผู้อำนวยการบ้านโรงเรียนห้วยไร่สามัคคี จังหวัดเชียงราย ที่ปรึกษาเครือข่ายชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร โรงเรียนพื้นที่เกาะ</strong> กล่าวว่า สภาพปัญหาของโรงเรียนพื้นที่สูงมักพบปัญหาเกี่ยวกับการเดินทางและความแตกต่างทางวัฒนธรรมชนเผ่า โดยพบโรงเรียนที่มีปัญหาทั้งสิ้น 1,190 โรงเรียน แบ่งเป็นปัญหายุ่งยากมาก 259 โรงเรียน ยุ่งยากปานกลาง 565 โรงเรียน และยุ่งยากน้อย 366 โรงเรียน กระจายตัวอยู่ตามเขตชายแดน ไล่ตั้งแต่จังหวัดเชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน ตาก และกาญจนบุรี ซึ่งพบว่านักเรียนหลายคนไม่สามารถเรียนออนไลน์ หรือเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและโทรทัศน์ได้ สำหรับคุณครูที่เข้าไปในพื้นที่ก็พบกับความลำบาก มีพื้นที่เป็นภูเขาชัน ไม่สะดวกต่อการเดินทาง บางครั้งชุมชนก็ไม่ไว้ใจครู เพราะเป็นคนแปลกหน้า กลัวว่าจะนำโควิด-19 เข้าไปติดเด็กๆ</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-a5e8a6d2 gb-headline-text">โรงเรียนและการเรียนที่ต้องเปลี่ยนไป</h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7499ea"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/23-ข่าวสัมมนาเปิดเทอมใหม่-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>รศ.ดร.ธันยวิช วิเชียรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและวิทยบริการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี กล่าวว่า</strong> การจัดการศึกษาในช่วงหลังการเกิดวิกฤตโควิด-19 จะเปลี่ยนแปลงไป อย่างแรกคือ วิถีชีวิตของคนที่เปลี่ยนไป ทำให้คนเดินทางน้อยลง สื่อสารกันลดลง การวัดผลการศึกษาที่จากเดิมเน้นเรื่องศักยภาพในการแข่งขันเพื่อเข้าสู่สถานประกอบการขนาดใหญ่ข้ามชาติ จะเปลี่ยนเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพเล็กๆ ที่ทำแบรนด์ท้องถิ่น เน้นการสร้างอาชีพใหม่ๆ ด้วยตัวเอง ผลที่ตามมาคือ ความคาดหวังเรื่องผลลัพธ์ทางการศึกษาจะมุ่งเน้นที่เรื่องความคิด ทักษะการทำงาน ทักษะชีวิต ทักษะสังคม และการเป็นนักเรียนรู้เชิงรุกตลอดชีวิต</p>



<p>“เราจะไม่ยึดโยงกับโรงเรียนอีกแล้ว กระบวนการเรียนรู้จะไม่เป็นรายวิชาอีกต่อไป แต่จะเป็นหน่วยการเรียนรู้ที่บูรณาการสาระวิชาต่างๆ ลงไป โรงเรียนจะลดความสำคัญลง การเรียนตามอัธยาศัยหรือการศึกษาทางไกลจะเข้ามามีบทบาทสำคัญ การเรียนจะพึ่งพิงกับสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ปัญหา สำหรับบทบาทของครูก็จะเปลี่ยนเป็นผู้แนะนำและประสานงานแทน” รศ.ดร.ธันยวิชกล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-14a9cc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/23-ข่าวสัมมนาเปิดเทอมใหม่-09.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-509248b1 gb-headline-text">ครูเคลื่อนที่ &#8211; อสม.การศึกษา &#8211; ครูหลังม้า นวัตกรรมการเรียนการสอนจากโควิด-19</h3>



<p>ในการเสวนาออนไลน์ยังได้ถอดบทเรียนการบริหารจัดการการศึกษาของโรงเรียนในพื้นที่พิเศษ ที่ประสบความสำเร็จจากการปรับตัวในการจัดการเรียนการสอนในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา โดยก้าวข้ามข้อจำกัดของพื้นที่ <strong>มีการ</strong>ผสมผสานการสอนทั้งแบบออนไลน์และออนไซต์ บางพื้นที่มีอาสาสมัครการศึกษาที่อยู่ในชุมชนเข้าไปช่วยเสริมการเรียนการสอน เช่น ศิษย์เก่า รุ่นพี่ และปราชญ์ รวมไปถึงการระดมความร่วมมือจากผู้ปกครองและชุมชน ได้แก่ โรงเรียนบ้านห้วยนกกก ตั้งอยู่ในเขตชายแดนจังหวัดตาก มีสภาพภูมิประเทศเป็นพื้นที่สูง มีหมู่บ้านกระจายเป็นหย่อม ที่ผ่านมาในสถานการณ์โควิด-19 แต่ละระลอก ได้ลองจัดการศึกษาตามนโยบาย แต่ไม่ได้ผลดีนัก จึงคิดค้นวิธีแก้ปัญหาหลายรูปแบบ ทั้งให้เด็กพื้นที่ห่างไกลมาพักนอนและเรียนที่โรงเรียน จัดครูเคลื่อนที่เข้าไปสอนตามหมู่บ้าน รวมถึงคัดเลือกและมอบหมายให้ “พี่ครู” ทำหน้าที่สอนน้องๆ ในหมู่บ้าน&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4c71d2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/23-ข่าวสัมมนาเปิดเทอมใหม่-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>โรงเรียนบ้านตะโกล่าง จังหวัดราชบุรี </strong>ใช้รูปแบบการจัดการศึกษาแบบหย่อมบ้าน แบ่งออกเป็น 7 หย่อม ใช้พื้นที่ศาลาวัด โบสถ์คริสต์ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงหมู่บ้าน เพื่อแยกนักเรียนไม่ให้มารวมตัวกันมากเกินไป ลดการแพร่ระบาด มีการประสานความร่วมมือกับทั้งผู้นำชุมชน อบต. นายอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ผู้นำศาสนา พร้อมทั้งมีครูอาสาที่เป็นทั้งศิษย์เก่า ปราชญ์ชาวบ้าน คนในท้องถิ่น มาช่วยสอนเด็กๆ บางส่วนมีค่าตอบแทน บางส่วนไม่มีค่าตอบแทน เกิดการเชื่อมโยงสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น เกิดการต่อยอด เรียนรู้จากแหล่งเรียนในชุมชน</p>



<p><strong><strong>โรงเรียนบ้านตะโกล่าง</strong> จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong> กล่าวว่า ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน โรงเรียนกระจายอยู่ตามเขาสูงทุรกันดาร ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต คนในพื้นที่รายได้น้อย ทำให้ร้อยเปอร์เซ็นต์เข้าไม่ถึงการเรียนรู้แบบออนไลน์ ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จึงเกิดโครงการครูหลังม้าที่เป็นนวัตกรรมในอดีตของแม่ฮ่องสอน ซึ่งเปลี่ยนจากม้าเป็นมอเตอร์ไซค์บรรทุกสื่อการสอนไปตามพื้นที่แบบคละชั้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-85dda3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/23-ข่าวสัมมนาเปิดเทอมใหม่-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>นายประหยัด อุสาห์รัมย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยนกกก จังหวัดตาก</strong> กล่าวว่า สำหรับวันเปิดเทอมที่กำลังจะมาถึง ทางโรงเรียนได้มีมาตรการเตรียมพร้อมโดยให้ครูทุกคนกักตัว 14 วัน ส่วนนักเรียนให้กักตัวอยู่ที่บ้าน และผู้นำชุมชนทุกแห่งต้องรู้และสามารถประเมินภาวะความเสี่ยงในพื้นที่ โดยแจ้งข้อมูลบุคคลเข้าออกหมู่บ้านให้ทางโรงเรียนทราบ และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าจะสามารถเปิดเรียนได้ในรูปแบบใด หากยังเปิดเรียนเต็มรูปแบบไม่ได้ การจัดการเรียนการสอนด้วยวิธีครูเคลื่อนที่ การสอนแบบเว้นระยะห่างที่โรงเรียน และระบบพี่ครู ก็จะนำมาใช้ต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f602e6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/23-ข่าวสัมมนาเปิดเทอมใหม่-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>ด้านนายสยาม เรืองสุขใสย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนล่องแพวิทยา จังหวัดแม่ฮ่องสอน </strong>กล่าวว่า อยากให้หน่วยงานต้นสังกัดพิจารณาปลดล็อกทั้งระเบียบการจัดซื้อหนังสือ เพื่อให้สามารถใช้นำมาจัดทำแบบฝึกให้สอดคล้องกับการจัดการศึกษา รวมถึงการออกแบบการเรียนรู้ที่มีการวัดผลต่างออกไป เน้นการวัดผลตามสภาพจริง ไม่ได้ยึดตามตัวชี้วัด แต่ยึดสาระที่คิดว่าสำคัญ ดูจากสภาพจริง ชิ้นงาน พัฒนาการผู้เรียน และให้พิจารณาการเปิด-ปิดสถานศึกษาตามความพร้อม หากพื้นที่ไหนพร้อมก็ให้เปิดออนไซต์ ซึ่งจะดีกว่าเรียนอยู่ที่บ้าน เรียนได้เต็มที่ และใช้มาตรการควบคุมการระบาด รวมทั้งอยากให้มีการสนับสนุนเรื่องเจลล้างมือ หน้ากากอนามัย และค่าใช้จ่าย เช่น เบี้ยเลี้ยง ค่าน้ำมัน ให้กับบุคลากรที่ต้องลงพื้นที่</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-18-05-21/">เสนอแนวทางจัดการศึกษากลับด้าน ให้อิสระโรงเรียนจัดการตามบริบทพื้นที่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. วุฒิสภา ทีดีอาร์ไอ และภาคี ระดมสมองรับเปิดเทอมใหม่ เสนอแนวทางจัดการศึกษากลับด้าน ให้อิสระโรงเรียนจัดการตามบริบทพื้นที่</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-eef-tdri-and-associate/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 May 2021 10:24:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนล่องแพวิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ธันยวิช วิเชียรพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ศุภโชค ปิยะสันติ์]]></category>
		<category><![CDATA[ตวง อันทะไชย]]></category>
		<category><![CDATA[TDRI]]></category>
		<category><![CDATA[Thai pbs]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พงศ์ทัศ วนิชานันท์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านตะโกล่าง]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัด อุสาห์รัมย์]]></category>
		<category><![CDATA[สยาม เรืองสุขใสย์]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดเทอมใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม: สอนอย่างไร เรียนแค่ไหน เมื่อออนไลน์ไปไม่ถึง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=41843</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ. วุฒิสภา ทีดีอาร์ไอ และภาคี ระดมสมองรับเปิดเทอมใหม่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-eef-tdri-and-associate/">กสศ. วุฒิสภา ทีดีอาร์ไอ และภาคี ระดมสมองรับเปิดเทอมใหม่ เสนอแนวทางจัดการศึกษากลับด้าน ให้อิสระโรงเรียนจัดการตามบริบทพื้นที่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กสศ. วุฒิสภา ทีดีอาร์ไอ และภาคี ระดมสมองรับเปิดเทอมใหม่ เสนอแนวทางจัดการศึกษากลับด้าน ให้อิสระโรงเรียนจัดการตามบริบทพื้นที่&nbsp;แนะลดความเสี่ยงเร่งฉีดวัคซีนครูก่อนเปิดเทอม</strong> <strong>พร้อมใช้ “ฐานข้อมูล”ออกแบบมาตรการลดความเหลื่อมล้ำตรงจุด ชูอสม.การศึกษาตัวช่วยครูนำการศึกษาไปให้ถึงเด็ก</strong></p>



<p>17 พฤษภาคม 2564 &#8211; กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จับมือภาคีพันธมิตร วุฒิสภา TDRI The Reporters และ The Active Thai PBS จัดเสวนาออนไลน์ในหัวข้อ <strong>“เปิดเทอมใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม: สอนอย่างไร เรียนแค่ไหน เมื่อออนไลน์ไปไม่ถึง” </strong>ในวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 โดยมีผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการในแวดวงการศึกษาที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมพูดคุยกันถึงประเด็นการศึกษาแบบ New Normal ในภาวะวิกฤตโควิด-19 เพื่อร่วมกันแบ่งปันการทำงานในการศึกษาปัญหาและหาทางออกให้กับเด็กยากจน เด็กยากจนพิเศษ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและไม่สามารถเข้าถึงสัญญานอินเตอร์เน็ตได้ พร้อมตัวแทนคุณครูและผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งได้มาร่วมแบ่งปันนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนในยุคโควิด ที่ใช้ได้ผลสำเร็จจากประสบการณ์จริง</p>



<p><strong>นายตวง อันทะไชย ประธานกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา</strong> กล่าวว่า ทาง กมธ.ได้ลงไปทำวิจัยผลกระทบจากโควิด-19 ต่อการศึกษา พบว่าในรอบที่ 3 สาหัสมาก หนึ่งในข้อเสนอคือควรให้เกิดการจัดการศึกษาได้ตามสภาพจริงบางพื้นที่วิกฤตแต่บางพื้นที่ไม่มีผู้ติดเชื้อ จึงควรให้พื้นที่ที่ไม่มีโควิด-19 ระบาด จัดการเรียนได้เต็มหลักสูตรเต็มเวลา โดยยึดหลักควบคุมโรคระบาด ตามมาตรการวัดไข้ รักษาระยะห่าง ใช้เจลล้างมือ และต้องทำงานร่วมกันระหว่าง 3 ฝ่ายคือ 1.กระทรวงมหาดไทย 2.กระทรวงสาธารณสุข และ3.กระทรวงศึกษาธิการ นอกจากนี้ การจัดการศึกษาในพื้นที่บนเขา เกาะ ชนบท มีเทคนิคจัดการศึกษาที่แตกต่างกันควรนำวิธีเหล่านั้นมาถอดบทเรียนเพื่อจัดการเรียนการสอน อีกทั้งที่ผ่านมาพบว่าการบริหารจัดการการศึกษาที่สั่งการจากฝั่งกระทรวงศึกษาธิการไม่ประสบความสำเร็จ วันนี้สถานศึกษาควรจะเป็นคนกำหนดรูปแบบการเรียนการสอนและส่งขึ้นมาให้กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อจะได้เห็นความแตกต่างหลากหลายไม่ต้องเหมือนกัน โดยกระทรวงศึกษาธิการจะมีหน้าที่สนับสนุนงบประมาณและมาตรการช่วยเหลือ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5e3c26"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/คุณตวง.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายตวง อันทะไชย ประธานกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>นายตวง กล่าวด้วยว่า</strong> สิ่งสำคัญควรมีนวัตกรรมการเรียนการสอน​ที่นำมาถอดเป็นบทเรียนชุดความรู้ ที่เกิดการมีส่วนร่วมจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อในอนาคตไม่ว่าจะเกิดวิกฤตรอบที่สี่รอบที่ห้าก็สามารถรับมือได้ โดยเชื่อมโยงทั้งพื้นที่ สถานศึกษา อสม.ว่าจะต้องจัดการศึกษาอย่างไร&nbsp; อีกทั้ง บทเรียนที่ผ่านมาการเรียนการสอนออนไลน์ หรือ DLTV มีปัญหาอะไรบ้างนั้นยังมีอุปสรรค ทักษะบางอย่างเรียนออนไลน์ไม่ได้ เช่น ดนตรี กีฬา ศิลปะ ต้องเป็นแอคทีฟ เลิร์นนิ่ง ไปจนถึงมีกระบวนการพัฒนาผู้เรียน พัฒนาอารมณ์ สติปัญญา อีกทั้งหลังโควิด-19 อาจจะเป็นการสิ้นสุดของโรงเรียนขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ กลายเป็นโรงเรียขนาดพอดี เพื่อสามารถควบคุมดูแล รักษาระยะห่างในชั้นเรียนได้ ทำให้ผู้เรียนไม่ต้องหยุดเรียน ไม่ลืมบทเรียน ไม่ต้องหลุดจากระบบการศึกษา</p>



<p>​“ที่สำคัญคือบทบาทของกระทรวงศึกษาธิการต้องปรับใหม่ ต้องไม่ใช้การสั่งการแต่ใช้การสร้างแรงจูงใจบุคลากรทางการศึกษา และอำนวยความสะดวกทั้งเรื่องหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ ที่มีข้อเสนอไปถึงรัฐบาลว่าควรมีการจัดสรรงบพิเศษ ไม่ใช่ให้โรงเรียนไปหักจากงบเดิมที่ใช้ไม่พออยู่แล้ว อีกทั้งควรมีกระบวนการให้โรงเรียนที่พร้อมเปิดเปิดเรียนได้ โดยมีความเป็นเอกภาพทางนโยบายแต่ หลากหลายทางปฏิบัติโรงเรียนไหนพร้อมก็เปิดก่อนได้เลยไม่ต้องรอพื้นที่อื่น และควรจะได้นำแนวคิดที่ผ่านมาไปต่อยอดนวัตกรรมจัดการศึกษาต่อไป” <strong>นายตวง กล่าว </strong></p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-a4bde4d0 gb-headline-text">แนะใช้ “ฐานข้อมูล”ออกแบบมาตรการลดความเหลื่อมล้ำ</h3>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการ กสศ.</strong>​ กล่าวว่า ในช่วงที่กำลังจะเปิดเทอมในวันที่ 1 มิ.ย.นี้&nbsp; ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจะมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น การทำงานบนฐานข้อมูลรายบุคคล รายโรงเรียน และรายพื้นที่ ด้วยข้อมูลที่เป็นปัจจุบันมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ช่วยให้มองเห็นสถานการณ์หน้างานจริง สามารถออกแบบมาตราการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้ตรงจุด สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3cb64c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/ดร.ไกรยส.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p>ข้อมูลในระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาหรือ iSEE ช่วยทำให้เห็นภาพจริงในปัจจุบันของเด็กยากจนด้อยโอกาสที่ครัวเรือนมีรายได้น้อยที่สุด 20 % ล่างของประเทศ ซึ่งจากการวิเคราะห์ข้อมูลของ กสศ. พบว่าประชากรผู้มีรายได้น้อยเหล่านี้อาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งมีบริบทความยากลำบากที่หลากหลาย ซึ่งจำเป็นที่รัฐต้องมีมาตรการที่หลากหลายและสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในพื้นที่ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในภาวะวิกฤตโควิท-19 ในช่วงเปิดเทอมนี้มีประสิทธิภาพ และ ประสิทธิผลสูงได้อย่างแท้จริง ตัวอย่างเช่น ปัจจุบันมีสถานศึกษามากถึง 510 แห่งที่มีนักเรียนยากจนพิเศษ​ 100% ทั้งโรงเรียน โดยจังหวัดที่มีสัดส่วนนักเรียนยากจนพิเศษมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ แม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp; นราธิวาส ปัตตานี&nbsp; ยะลา ตาก นอกจากนั้นข้อมูลระบบ iSEE ยังชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันยังมีสถานศึกษาที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล (Stand Alone) มากกว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ ที่ยังต้องการการพัฒนาและการลงทุนในโครงสร้างพื้นที่หลายด้านเพื่อให้มีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2564 นี้ ตัวอย่างเช่น จังหวัดที่มีสถานศึกษาขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลซึ่งยังไม่มีไฟฟ้าใช้มากที่สุด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และแพร่&nbsp; ส่วนจังหวัดที่ยังมีสถานศึกษาที่ยังไม่มีอินเทอเน็ตใช้จำนวน&nbsp; 255 แห่ง กระจายตัวอยู่ในจังหวัด แม่ฮ่องสอน ขอนแก่น ร้อยเอ็ด มากที่สุด เป็นต้น</p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า ปีการศึกษา 2563 ยังมีพื้นที่กว่า 78 ตำบล ที่ไม่มีโรงเรียนอยู่ในตำบลแล้ว ทั้งที่ในท้องถิ่นเหล่านี้ยังมีเด็กวัยเรียน 4,580 คนที่ต้องข้ามตำบลไปเรียน และบางคนที่ยังอยู่นอกระบบการศึกษา ซึ่งปัจจุบันยังมีเด็กวัยการศึกษาภาคบังคับ (6-14 ปี) มากกว่า 4 แสนคนที่ยังไม่มีข้อมูลอยู่ในระบบการศึกษา นอกจากนั้น จากการสำรวจสภาพความพร้อมเรียนรู้ที่บ้านในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ในปี 2564 พบความแตกต่างระหว่าง นักเรียนในครอบครัวฐานะดีร้อยละ 20 อันดับแรก สามารถเข้าถึงโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน ในพื้นที่เรียนรู้แบบส่วนตัว มากถึงร้อยละ 90 &nbsp;ในขณะที่นักเรียนในครอบครัวยากลำบากที่สุดร้อยละ 20 ลำดับ ล่าง&nbsp; โอกาสเข้าถึงการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีมีเพียงร้อยละ 10&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“บทเรียนจากการทำงานของ กสศ. ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาพบว่า ข้อมูลถือเป็นเครื่องมือในการทำงานเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาที่มีศักยภาพสูง การมีข้อมูล ช่วยให้เรามองเห็น สถานการณ์จริงพื้นที่ ได้ยินเสียงจากในพื้นที่ และทำให้ช่วยเหลือตรงจุด ​อีกทั้งการมีข้อมูลยังสามารถแชร์ ข้อมูลเหล่านี้ ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง​ เพื่อนำการศึกษาไปสู่ตัวผู้เรียนและสุดท้ายการมีข้อมูลจะเชื่อมโยงไปสู่นโยบายที่มาจากปัญหาหน้างานจริง จากคนทำงานจริง ซึ่งไม่ใช่แค่การทำงานในวันที่ 1 มิ.ย.ปีนี้เท่านั้นแต่ยังรวมถึงปีต่อๆ ไป&nbsp; การทำงานบนฐานข้อมูลที่มีคุณภาพสูง จากหน้างานจริงจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เรามีการศึกษาที่เสมอภาคได้ในอนาคต”​ ดร.ไกรยส กล่าว</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-3b5c658b gb-headline-text">สแกนพื้นที่ทำความเข้าใจปัญหาออนไลน์และการศึกษาที่เข้าไม่ถึงเด็ก</h3>



<p><strong>นายพงศ์ทัศ วนิชานันท์ นักวิจัยด้านการศึกษา สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)</strong> กล่าวว่า สำหรับสาเหตุที่ทำให้การจัดการศึกษามีความเหลื่อมล้ำเข้าไม่ถึงเด็กบางกลุ่ม ในช่วงการระบาดของ COVID-19 ส่วนหนึ่งคือ ‘เวลา’ เนื่องจากโรงเรียนเปิดเรียนไม่ได้ตามกำหนด การจัดการเรียนการสอนทำตามปกติไม่ได้ ยิ่งตอกย้ำให้บางโรงเรียนที่ไม่มีความพร้อมในการจัดการศึกษาต้องลดเวลาเรียนลง เด็กจึงเข้าถึงหลักสูตรได้ไม่ครบถ้วน ค่าเฉลี่ยของปีการศึกษาที่ผ่านมา โรงเรียนส่วนใหญ่ต้องลดเวลาเรียนจาก 200 วันเหลือราว 180 วัน หายไปประมาณ 10% และจากบทเรียนในการจัดการศึกษาแบบ 4 อ. คือ ออนไลน์ ออนแอร์ สอนผ่าน DLTV ออนแฮนด์ ให้ครูเดินทางไปแจกใบงานในพื้นที่ และออนไซต์ คือให้เด็กสลับวันเข้ามาเรียนเป็นกลุ่มเล็กๆ พบว่ายังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะเด็กที่ไม่มีความพร้อมจะรับผลกระทบมากที่สุด นั่นทำให้เห็นว่าหากแก้ปัญหาเพียงเฉพาะหน้าโดยไม่เปลี่ยนวิธีการสอน เวลาที่มีอยู่จะไม่พอกับการเรียนรู้เนื้อหาทั้งหมด&nbsp;&nbsp; ดังนั้นการจัดการศึกษา นอกจากแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าตามสถานการณ์แล้ว ต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ เพื่อผลการศึกษาในระยะยาว หมายถึงการเรียนในภาวะวิกฤตที่เด็กจะยังได้ทักษะต่าง ๆ ที่จำเป็นรอบด้าน คือต้องมีการเรียนการสอนแบบใหม่ ที่ใช้เวลาเรียนน้อยลง และสามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งที่อยู่นอกโรงเรียนได้เต็มที่</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7cebfd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/คุณพงษ์ทัตน์-วนิชานันท์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายพงศ์ทัศ วนิชานันท์ นักวิจัยด้านการศึกษา สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)</figcaption></figure></div></div></div>



<p>อย่างไรก็ตาม<strong> นายพงศ์ทัศ</strong> กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันที่กำลังจะเปิดเทอมใหม่ มาตรการระยะสั้นคือต้องเร่งฉีดวัคซีนให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เร็วที่สุด ก่อนเปิดเรียนในวันที่ 1 มิถุนายน 2564 เริ่มในพื้นที่สีแดงเข้มก่อน ทั้งนี้ประเด็นหนึ่งคือต้องสร้างความมั่นใจในเรื่องผลข้างเคียงของวัคซีน เช่นคำแนะนำทางการแพทย์ในการประเมินความเสี่ยงของแต่ละคนก่อนการรับวัคซีน และต้องมีมาตรการชดเชยกรณีที่เกิดการแพ้วัคซีนร่วมด้วย เชื่อว่าถ้ามาตรการเหล่านี้สื่อสารไปถึงทุกโรงเรียนได้ชัดเจน ก็จะทำให้ครูมีคความมั่นใจเพิ่มขึ้น&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ในมุมของผู้ที่ทำงานในพื้นที่ <strong>ดร.ศุภโชค ปิยะสันติ์ ผู้อำนวยการบ้านห้วยไร่สามัคคี จ.เชียงราย ที่ปรึกษาเครือข่ายชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร โรงเรียนพื้นที่เกาะ</strong> กล่าวว่า สภาพปัญหาของโรงเรียนพื้นที่สูง&nbsp; มักพบปัญหาเกี่ยวกับการเดินทางและความแตกต่างทางวัฒนธรรมชนเผ่า โดยพบโรงเรียนที่มีปัญหาทั้งสิ้น 1,190 โรงเรียน แบ่งเป็น ปัญหายุ่งยากมาก 259 โรง ยุ่งยากปานกลาง 565 โรง และยุ่งยากน้อย 366 โรง กระจายตัวอยู่ตามเขตชายแดน ไล่ตั้งแต่จ.เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน ตาก และกาญจนบุรี ซึ่งพบว่านักเรียนหลายคนไม่สามารถเรียนออนไลน์ หรือเข้าถึงอินเตอร์เน็ตและโทรทัศน์ได้ สำหรับคุณครูที่เข้าไปในพื้นที่ก็พบกับความลำบาก มีพื้นที่เป็นภูเขาชัน ไม่สะดวกต่อการเดินทาง บางครั้งชุมชนก็ไม่ไว้ใจครู เพราะเป็นคนแปลกหน้ากลัวว่าจะนำโควิด-19 เข้าไปติดเด็กๆ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-03f636"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/06.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ศุภโชค ปิยะสันติ์ ผู้อำนวยการบ้านห้วยไร่สามัคคี จ.เชียงราย ที่ปรึกษาเครือข่ายชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร โรงเรียนพื้นที่เกาะ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-d54712ec gb-headline-text">โรงเรียนและการเรียนที่ต้องเปลี่ยนไป</h3>



<p><strong>รศ.ดร.ธันยวิช วิเชียรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและวิทยบริการ ม.ศรีปทุม ชลบุรี กล่าวว่า</strong> การจัดการศึกษาในช่วงหลังการเกิดวิกฤต COVID-19 จะเปลี่ยนแปลงไป อย่างแรกคือวิถีชีวิตของคนที่เปลี่ยนไปทำให้คนเดินทางน้อยลง สื่อสารกันลดลง การวัดผลการศึกษาที่จากเดิมที่เน้นเรื่องศักยภาพในการแข่งขันเพื่อเข้าสู่สถานประกอบการขนาดใหญ่ข้ามชาติ จะเปลี่ยนเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพเล็กๆ ที่ทำแบรนด์ท้องถิ่น เน้นการสร้างอาชีพใหม่ ๆ ด้วยตัวเอง ผลที่ตามมาคือความคาดหวังเรื่องผลลัพธ์ทางการศึกษาจะมุ่งเน้นที่เรื่องความคิด ทักษะการทำงาน ทักษะชีวิต ทักษะสังคม และการเป็นนักเรียนรู้เชิงรุกตลอดชีวิต</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-036042"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“เราจะไม่ยึดโยงกับโรงเรียนอีกแล้ว กระบวนการเรียนรู้จะไม่เป็นรายวิชาอีกต่อไป แต่จะเป็นหน่วยการเรียนรู้ที่บูรณาการสาระวิชาต่างๆ ลงไป โรงเรียนจะลดความสำคัญลง การเรียนตามอัธยาศัยหรือการศึกษาทางไกลจะเข้ามามีบทบาทสำคัญ การเรียนจะพึ่งพิงกับสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ปัญหา สำหรับบทบาทของครูก็จะเปลี่ยนเป็นผู้แนะนำและประสานงานแทน” รศ.ดร.ธันยวิชกล่าว</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-b187fb42 gb-headline-text">ครูเคลื่อนที่ &#8211; อสม.การศึกษา- ครูหลังม้า นวัตกรรมการเรียนการสอนจากโควิด- 19</h3>



<p>ในการเสวนาออนไลน์ยังได้ถอดบทเรียนการบริหารจัดการการศึกษาของโรงเรียนในพื้นที่พิเศษ ที่ประสบความสำเร็จจากการปรับตัวในการจัดการเรียนการสอนในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา โดยก้าวข้ามข้อจำกัดของพื้นที่ <strong>&nbsp;มีการ</strong>ผสมผสานการสอนทั้งแบบออนไลน์และออนไซต์ บางพื้นที่มีอาสาสมัครการศึกษา ที่อยู่ในชุมชนเข้าไปช่วยเสริมการเรียนการสอน เช่น ศิษย์เก่า รุ่นพี่และปราชญ์ รวมไปถึงการระดมความร่วมมือจากผู้ปกครองและชุมชน &nbsp;ได้แก่ โรงเรียนบ้านห้วยนกกก ตั้งอยู่ในเขตชายแดนจังหวัดตาก มีสภาพภูมิประเทศเป็นพื้นที่สูง มีหมู่บ้านกระจายเป็นหย่อม ที่ผ่านมาในสถานการณ์ COVID-19 แต่ละระลอก ได้ลองจัดการศึกษาตามนโยบายแต่ไม่ได้ผลดีนัก จึงคิดค้นวิธีแก้ปัญหาหลายรูปแบบ ทั้งให้เด็กพื้นที่ห่างไกลมาพักนอนและเรียนที่โรงเรียน จัดครูเคลื่อนที่เข้าไปสอนตามหมู่บ้าน รวมถึงคัดเลือกและมอบหมายให้ ‘พี่ครู’ ทำหน้าที่สอนน้องๆ ในหมู่บ้าน&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9610ce"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>โรงเรียนบ้านตะโกล่าง จ.ราชบุรี ใช้รูปแบบการจัดการศึกษาแบบหย่อมบ้าน แบ่งออกเป็น 7 หย่อม ใช้พื้นที่ศาลาวัด โบสถ์คริสต์&nbsp; ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงหมู่บ้าน เพื่อแยกนักเรียนไม่ให้มารวมตัวกันมากเกินไป ลดการแพร่ระบาด มีการประสานความร่วมมือกับทั้งผู้นำชุมชน อบต. นายอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ผู้นำศาสนา พร้อมทั้งมีครูอาสา ที่เป็นทั้ง ศิษย์เก่า ปราชญ์ชาวบ้าน คนในท้องถิ่น มาช่วยสอนเด็กๆ บางส่วนมีค่าตอบแทน บางส่วนไม่มีค่าตอบแทน เกิดการเชื่อมโยงสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น เกิดการต่อยอด เรียนรู้จากแหล่งเรียนในชุมชน</p>



<p>โรงเรียนล่องแพวิทยา จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ในพื้นที่จ.แม่ฮ่องสอน โรงเรียนกระจายอยู่ตามเขาสูงทุรกันดาร ไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต คนในพื้นที่รายได้น้อย ทำให้ 100% เข้าไม่ถึงการเรียนรู้แบบออนไลน์&nbsp; ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จึงเกิดโครงการครูหลังม้าที่เป็นนวัตกรรมในอดีตของแม่ฮ่องสอนซึ่งเปลี่ยนจากม้าเป็นมอเตอร์ไซค์บรรทุกสื่อการสอนไปตามพื้นที่แบบคละชั้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-11d949"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/08.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายสยาม เรืองสุขใสย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนล่องแพวิทยา จ.แม่ฮ่องสอน</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>นายประหยัด อุสาห์รัมย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยนกกก จ</strong><strong>.ตาก</strong> กล่าวว่า สำหรับวันเปิดเทอมที่กำลังจะมาถึง ทางโรงเรียนได้มีมาตรการเตรียมพร้อมโดยให้ครูทุกคนกักตัว 14 วัน ส่วนนักเรียนให้กักตัวอยู่ที่บ้าน และผู้นำชุมชนทุกแห่งต้องรู้และสามารถประเมินภาวะความเสี่ยงในพื้นที่ โดยแจ้งข้อมูลบุคลลเข้าออกหมู่บ้านให้ทางโรงเรียนทราบ และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าจะสามารถเปิดเรียนได้ในรูปแบบใด หากยังเปิดเรียนเต็มรูปแบบไม่ได้ การจัดการเรียนการสอนด้วยวิธีครูเคลื่อนที่ การสอนแบบเว้นระยะห่างที่โรงเรียน และระบบพี่ครู ก็จะนำมาใช้ต่อไป</p>



<p><strong>ด้านนายสยาม เรืองสุขใสย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนล่องแพวิทยา จ.แม่ฮ่องสอน </strong>กล่าวว่า อยากให้หน่วยงานต้นสังกัดพิจารณาปลดล็อค ทั้งระเบียบการจัดซื้อหนังสือ เพื่อให้สามารถใช้นำมาจัดทำแบบฝึกให้สอดคล้องกับการจัดการศึกษา รวมถึง​การออกแบบการเรียนรู้ที่มีการวัดผลต่างออกไป เน้นการวัดผลตามสภาพจริงไม่ได้ยึดตามตัวชี้วัดแต่ยึดสาระที่คิดว่าสำคัญ ดูจากสภาพจริง ชิ้นงาน พัฒนาการผู้เรียน และให้พิจารณาการเปิด-ปิดสถานศึกษาตามความพร้อม หากพื้นที่ไหนพร้อมก็ให้เปิดออนไซต์&nbsp; ซึ่งจะดีกว่าเรียนอยู่ที่บ้าน เรียนได้เต็มที่และใช้มาตรการควบคุมมารระบาด&nbsp; รวมทั้งอยากให้มีการสนับสนุนเรื่องเจลล้างมือ หน้ากากอนามัย และค่าใช้จ่ายเช่น เบี้ยเลี้ยง ค่าน้ำมัน ให้กับบุคลากรที่ต้องลงพื้นที่</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-eef-tdri-and-associate/">กสศ. วุฒิสภา ทีดีอาร์ไอ และภาคี ระดมสมองรับเปิดเทอมใหม่ เสนอแนวทางจัดการศึกษากลับด้าน ให้อิสระโรงเรียนจัดการตามบริบทพื้นที่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
