<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ประชาชน | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 27 Jan 2025 15:45:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ประชาชน | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ’ ปฏิวัติการศึกษาหรือแค่ปรับโฉม ?</title>
		<link>https://www.eef.or.th/policy-forum-national-education-act/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Dec 2024 15:45:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กสศ X 101]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[พริษฐ์ วัชรสินธุ]]></category>
		<category><![CDATA[The101.world]]></category>
		<category><![CDATA[สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ. x 101]]></category>
		<category><![CDATA[พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[วันนิวัติ สมบูรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิวัติการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิใจไทย]]></category>
		<category><![CDATA[101 Policy Forum]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=90247</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา’ เป็นปัญหาที่ฝังรากลึกจนแทบก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/policy-forum-national-education-act/">‘พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ’ ปฏิวัติการศึกษาหรือแค่ปรับโฉม ?</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>‘ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา’ เป็นปัญหาที่ฝังรากลึกจนแทบกลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและระบบการศึกษา ท่ามกลางระบบการศึกษาที่มีแต่ข้อกังขาถึงความล้าหลัง กระทั่งจนถึงทุกวันนี้หลายปัญหาเชิงโครงสร้างยิ่งเปิดเปลือยให้เห็นถึงปัญหาเรื้อรังที่ฝังรากลึกหรือแม้แต่ซุกซ่อนอยู่ใต้พรมมาเนิ่นนาน ซึ่งล้วนเป็นผลพวงมาจากนโยบายต่างๆ ที่ไม่ตอบสนองต่อความต้องการในการเรียนรู้ที่แท้จริงของผู้เรียน</p>



<p>ทุกวันนี้ประเทศไทยยังใช้ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับปี 2542 ซึ่งถูกใช้มานานมากกว่า 20 ปี แม้ที่ผ่านมามีความพยายามผลักดันร่างกฎหมายฉบับใหม่ แต่ก็ยังไปไม่พ้นข้อวิจารณ์เดิมว่าเป็นการวางโครงสร้างการศึกษาที่ไม่สอดรับกับอนาคต กระทั่งปัจจุบันจึงมีความพยายามอีกครั้งที่จะเสนอร่างกฎหมายฉบับใหม่จากหลายพรรคการเมือง</p>



<p>ในโลกที่ความรู้และทักษะเปลี่ยนแปลงใหม่ทุกวัน ความเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาเกิดขึ้นตลอดเวลา โรงเรียนในความหมายเดิมยัง ‘ใช่’ อยู่หรือไม่ อะไรคือความหมายของการเรียนรู้ และ ‘ผู้เรียน’ อยู่ส่วนไหนของการปฏิรูปครั้งนี้</p>



<p>วันโอวันร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ชวนตัวแทนพรรคการเมืองพูดคุยถึงอนาคต พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ประกอบด้วย&nbsp;<strong>พริษฐ์ วัชรสินธุ&nbsp;</strong>สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน,&nbsp;<strong>วันนิวัติ สมบูรณ์</strong>&nbsp;โฆษกคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎรและ สส.เขตพรรคเพื่อไทย และ<strong>สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ</strong>&nbsp;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการและรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย</p>



<p><em>หมายเหตุ: เรียบเรียงเนื้อหาจากรายการ 101 Policy Forum #21</em> <em>ปฏิวัติการศึกษาไทยด้วย พ.ร.บ. ฉบับใหม่ ?</em></p>



<figure class="wp-block-embed aligncenter is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="ปฏิวัติการศึกษาไทยด้วย พ.ร.บ. ฉบับใหม่? | 101 Policy Forum #21" width="750" height="422" src="https://www.youtube.com/embed/OjaX1rWVPwQ?start=1&#038;feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a8a6b7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/1735048755_881635-the101world-scaled-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ยุคสมัยเปลี่ยนแปลง การศึกษาต้องเปลี่ยนตาม</strong><strong></strong></h3>



<p><strong>สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ&nbsp;</strong>ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการและรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เริ่มต้นอธิบายว่า หากดูจากร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฉบับใหม่จากพรรคภูมิใจไทย จะเห็นว่าร่าง พ.ร.บ. ที่กรรมาธิการการศึกษายกขึ้นมานั้นมีเนื้อหาสาระเพื่อตอบโจทย์บริบทของโลกที่เปลี่ยนไป เมื่อย้อนดู พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับปี 2542 จะพบว่าเนื้อหาไม่ตอบโจทย์ และไม่เพียงพอสำหรับการศึกษาในยุคปัจจุบัน ขณะเดียวกันระหว่างทางจนถึงวันนี้ก็ยังมีการบัญญัติกฎหมายฉบับอื่นเพิ่มเติมขึ้นมา สิริพงศ์จึงเน้นย้ำว่า การจะทำความเข้าใจการศึกษาทั้งระบบ จำเป็นต้องไปดูกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาไทยทั้งระบบ</p>



<p>“ต้องยอมรับว่า พ.ร.บ.การศึกษา ปี 2542 ค่อนข้างจะก้าวหน้าในยุคนั้น มีหลายอย่างที่แนวคิดดี แต่พอถึงเวลาปฏิบัติจริงๆ กลับทำไม่ได้ หรือล้าสมัยในยุคปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องมีการอัปเดต จัดเรียงหมวดหมู่ใหม่ เพราะมีหลายอย่างที่ค่อนข้างซ้ำซ้อน เกินความจำเป็น ควรมีการหยิบยกมาคุยกันมากขึ้น”</p>



<p>“ผมคิดว่าการยกร่าง พ.ร.บ.การศึกษาขึ้นมาใหม่ก็เพื่ออัปเดตกฎหมาย เพื่อดูว่ามีอะไรในโลกยุคนี้บ้างที่เปลี่ยนไปแล้วจากยุคก่อน” สิริพงศ์กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-787c60"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/1735048689_084646-the101world-scaled-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><br>สิริพงศ์อธิบายเพิ่มเติมว่า ในยุคปัจจุบันการเสนอกฎหมายระดับ พ.ร.บ. โดยเฉพาะกฎหมายปฏิรูปในแต่ละครั้ง ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีผู้มีส่วนได้และส่วนเสียจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการปรับปรุง กระนั้น สิ่งสำคัญคือการถกเถียงและอภิปรายกันว่ามีจุดไหนที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เช่น พ.ร.บ. ปี 2542 มีหลายเรื่องที่ควรให้สิทธิสถานศึกษามากกว่านี้ เช่น การซื้อหนังสือที่สถานศึกษาไม่มีอิสระและความยืดหยุ่นเพียงพอ ดังนั้นพอมาถึงยุคปัจจุบันระเบียบที่เคยล้าสมัยก็ควรจะต้องปรับแก้</p>



<p>แน่นอนว่าการศึกษาในโลกยุคปัจจบันที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะการเข้ามาใหม่ของเทคโนโลยี สิริพงศ์มองว่าย่อมเป็นโอกาสที่ดีที่ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงที่กำลังร่างกฎหมายขึ้นมาใหม่ เพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์ อีกทั้งในการร่างกฎหมายฉบับใหม่ ต้องคำนึงว่าบางกฎระเบียบที่เราคาดการณ์ว่าในอนาคตจะเกิดการเปลี่ยนแปลงก็จำเป็นต้องเขียนกว้างๆ ในเชิงหลักการไปเสียก่อน เนื่องจากการแก้ พ.ร.บ. ครั้งหนึ่งเป็นเรื่องใหญ่อย่างมากและมีที่มาจากหลายความคิดเห็น</p>



<p>“ในอดีตเราอาจเคยคิดว่า การศึกษามีรูปแบบที่ตายตัว แต่คำว่า ‘การปฏิวัติการศึกษา’ ในมุมมองของพรรคภูมิใจไทยคือไม่จำเป็นต้องตายตัว ผู้เรียนอยากเรียนแบบไหนก็ต้องเรียนได้ ไม่ต้องยึดโยงว่าอยู่ที่ไหน อายุเท่าไหร่ หรือต้องเรียนตามหลักสูตรเท่านั้น ต้องออกแบบตามใจของผู้เรียน</p>



<p>“แต่ละคนที่มาร่วมพูดคุยเรื่องกฎหมายการศึกษามาจากบริบทที่ต่างกัน บางคนเป็นครูเก่าที่เห็นระบบการศึกษาในอดีตแบบหนึ่งมา บางคนเป็นนักการศึกษาที่มาจากยุคใหม่ ซึ่งอาจจะเห็นระบบต่างกันคนละขั้ว ก็คงต้องใช้เวลาในการพูดคุย และหาแนวคิดร่วมกัน” สิริพงศ์กล่าว</p>



<p>อย่างไรก็ดี สิริพงศ์เน้นย้ำว่า แม้ พ.ร.บ.การศึกษาฉบับใหม่จะเน้นให้ผู้เรียนสามารถเลือกแนวทางการศึกษาได้ด้วยตนเอง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การศึกษาสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีนั้นรัฐยังต้องมีหน้าที่จัดรูปแบบการเรียนการสอนให้ ซึ่งเป็นการเรียนในระบบที่ไม่ใช่แค่วิชาความรู้ แต่หมายถึงการที่เด็กต้องมีการเรียนรู้ soft skills และ hard skills ไปจนถึงความเป็นพลเมืองของชาติและพลเมืองของโลกด้วย หลังจากอายุ 15 ปีขึ้นไปจึงค่อยมาตัดสินใจเองว่าอยากจะไปสายไหน</p>



<p>“หลังอายุ 15 ปีเป็นช่วงที่เด็กศึกษาได้ด้วยตัวเอง แต่ก่อน 15 ปีคือช่วงของการดูแลให้เด็กอ่านออกเขียนได้ มีอีคิว มีความสามารถ ความรู้ที่เหมาะสมแก่ช่วงวัย</p>



<p>“ในอดีตเราจะเห็นว่ามีการศึกษาสามแบบ คือ ในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย โดยรัฐจะจัดการศึกษาในระบบกับตามอัธยาศัย ขณะเดียวกันก็มีหน้าที่เป็นคนกำกับดูแลและติดตามการศึกษานอกระบบ แต่ร่าง พ.ร.บ. การศึกษาฉบับใหม่ รัฐจะเป็นผู้จัดการศึกษานอกระบบด้วย</p>



<p>“มันอาจจะค้านกับวัฒนธรรมของคุณครูยุคเก่าๆ ที่มีความคิดว่าการศึกษาต้องเป็นระบบเดิม แต่เราออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ว่าผู้เรียนเลือกเรียนได้ตามใจ ไม่ต้องมีหลักสูตรตายตัว เพราะสุดท้ายปลายทางเราวัดที่ความสามารถและทักษะ ไม่ใช่วุฒิการศึกษา” สิริพงศ์เน้นย้ำ</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ถึงเวลาที่ ‘ความเหลื่อมล้ำ’ และ ‘การศึกษา’ ต้องแยกขาดจากกัน</strong></h3>



<p>ขณะที่&nbsp;<strong>วันนิวัติ สมบูรณ์&nbsp;</strong>โฆษกคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎรและ สส.เขตพรรคเพื่อไทย เน้นย้ำถึงเหตุผลที่ต้องมีการปรับปรุง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ โดยระบุว่าที่ผ่านมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ความเหลื่อมล้ำกับปัญหาการศึกษาแยกจากกันไม่ออก ดังนั้น การแก้ไขปัญหาทั้งสองประเด็นนี้จึงควรจะมีแนวทางไปในทิศทางเดียวกัน ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฉบับใหม่จากพรรคเพื่อไทยจึงมีจุดสำคัญที่การแก้ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำเป็นสำคัญ</p>



<p>“เพื่อต้องการแก้ปัญหานี้ เราเน้นให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางในการออกแบบหลักสูตร ทั้งเรื่องการประเมินและพัฒนาครูให้ทันโลกและยุคสมัยมากขึ้น ต้องมีโครงการที่จะขยับศักยภาพของครูขึ้นมา เมื่อโลกหมุนไป การศึกษาไทยก็ต้องก้าวให้ทัน โดยครูไม่ได้มีหน้าที่แค่สอน แต่ต้องนำพาให้เด็กสามารถสร้างองคาพยพของการเรียนรู้ได้และไปได้ไกลกว่าเดิม” วันนิวัติกล่าวเสริม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-005220"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/1735048712_888123-the101world-scaled-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">วันนิวัติ สมบูรณ์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ต่อประเด็นนี้ วันนิวัติอธิบายเพิ่มเติมว่า การแก้ไขปัญหาในทุกองคาพยพ ระบบการศึกษาถือเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินนโยบายและแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น นโยบายที่สนับสนุนให้มี ‘ธนาคารสมรรถนะ’ ที่จะตอบโจทย์ทั้งผู้เรียนที่อยู่ในระบบและนอกระบบ ให้สามารถเรียนไปด้วย มีรายได้ด้วย</p>



<p>“เพราะเรื่องเงินเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา นโยบายนี้เรายกโมเดลมาจากประเทศอิตาลี ที่มีการเก็บทักษะใช้ในการเทียบโอนการศึกษาได้ มีรายได้ และมีอิสระมากขึ้น โดยมีหน่วยงานกลางในการประเมินทักษะ เพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงระบบการศึกษา”</p>



<p>ถึงที่สุด วันนิวัติมองว่ามองปลายทางในการแก้ไข พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติคือทุกอย่างต้องอยู่ที่ผู้เรียน ให้ผู้เรียนมีส่วนตัดสินใจ แม้กระทั่งการประเมินโรงเรียน ให้ระบบการศึกษาและหลักสูตรต่างๆ มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ปรับแก้ได้ตามยุคสมัย และมีระบบที่เอื้อให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนทักษะขั้นพื้นฐานมากขึ้น ซึ่งจะแก้ไขให้ไปในทิศทางไหน ต้องดูบริบทการศึกษาไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเป็นหลัก</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ที่ทางของ พ.ร.บ.การศึกษา ต่อการปฏิรูปโครงสร้างประเทศ</strong></h3>



<p>ในวันที่เรากำลังจะ ‘วางแปลน’ การศึกษาเพื่ออนาคตของเด็กไทย&nbsp;<strong>พริษฐ์ วัชรสินธุ&nbsp;</strong>สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน เปิดประเด็นชวนขบคิดสามคำถามหลักที่ต้องพูดถึงให้ชัดเจนในการแก้ไข พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ</p>



<p><em>ประเด็นแรก</em>&nbsp;อะไรเป็นปัญหาสำคัญของระบบการศึกษาไทยในภาพรวม ต่อประเด็นนี้พริษฐ์เน้นย้ำว่าหลายภาคส่วนเห็นตรงกันเรื่องปัญหาคุณภาพการศึกษา ไปจนถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำและสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ แต่ในมุมของพรรคประชาชนมองว่าที่ผ่านมาประเทศไทยขาดระบบการศึกษาที่มี 3 E</p>



<p>1) efficiency – ประสิทธิภาพ ที่ผ่านมาระบบการศึกษาไทยใส่หลายหลักสูตรเข้าไป แต่กลับไม่สามารถแปลงออกมาเป็นทักษะที่เทียบกับนานาชาติได้เท่าที่ควร อีกทั้งครูหรือบุคลากรทางการศึกษาต้องใช้เวลาไปกับหลายเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนการสอน เช่น งานธุรการ งานเอกสารเยอะเกินจำเป็น ทำให้ประสิทธิภาพในการพัฒนาผู้เรียนลดน้อยลงไป</p>



<p>2) empathy – ความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจผู้เรียน การเข้าใจว่าเด็กจะเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพจะต้องมีสุขภาพกายและใจที่ดี เมื่อเป็นเช่นนั้นบทบาทของสถานศึกษาไม่ได้จำกัดแค่ด้านวิชาการ แต่รวมไปถึงการดูแลไปถึงสุขภาพจิต อาหารการกิน ป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ พยายามสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อผู้เรียน ทำให้การศึกษาหลากหลาย และมีเสรีภาพในการเรียนรู้</p>



<p>3) elasticity – ความยืดหยุ่น ต่อให้วันนี้ประเทศไทยออกแบบการศึกษาที่ดีที่สุดสำหรับปัจจุบัน แต่อีก 10 – 20 ปีก็จะมีอะไรใหม่ๆ เข้ามาให้ระบบปรับไป จึงจำป็นต้องยืดหยุ่นให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อมีพลวัตในการปรับปรุงระบบได้อย่างรวดเร็ว</p>



<p><em>ประเด็นที่สอง</em>&nbsp;เราจะแก้ปัญหานี้ด้วยกฎหมายอะไรและแก้ไขแบบไหน พริษฐ์เน้นย้ำว่าสิ่งที่ควรตามมาขณะที่มีการแก้ไขปัญหาการศึกษาคือการหาแนวทางว่าปัญหาอะไรควรแก้ด้วยกฎหมายและอะไรควรแก้ด้วยนโยบายฝ่ายบริหาร เพื่อให้ได้กฎหมายที่สั้นกระชับ ไม่ยืดยาวจนเกินไปหรืออาจสร้างปัญหาในการตีความได้ ขณะเดียวกัน ถึงแม้กฎหมายจะสั้นก็ต้องรัดกุม ไม่เกิดช่องโหว่ต่อสิทธิ์ของผู้เรียน จึงจำเป็นต้องวางหลักประกันเชิงนโยบายในบางเรื่องให้ไม่แคบจนเกินไป รวมถึงการวางโครงสร้างอำนาจและการจัดสรรงบประมาณ และการวางหลักประกันเชิงนโยบาย</p>



<p><em>ประเด็นสุดท้าย</em>&nbsp;ภาพใหญ่หรือตำแหน่งแห่งที่ของ พ.ร.บ.การศึกษาจะอยู่ตรงไหนเมื่อเปรียบเทียบกับ พ.ร.บ. อื่นๆ พริษฐ์ชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันประเทศไทยมีกฎหมายเรื่องการศึกษาเยอะไปหมด หากมองในมุมของยุทธศาสตร์เชิงการเมือง พ.ร.บ.การศึกษาปี 2542 แม้จะมีลำดับเทียบเท่า พ.ร.บ. อื่น แต่พ.ร.บ.การศึกษาถูกใช้เป็นกระดุมเม็ดแรกในการปฏิรูปและสร้างการถกเถียงเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง</p>



<p>“ดังนั้น ถ้าผ่าน พ.ร.บ.การศึกษาฉบับใหม่มาได้ จะเป็นการริเริ่มบทสนทนาครั้งใหม่ในการออกแบบระบบการศึกษา เป็นการกระตุกให้เราต้องไปทบทวนกฎหมายฉบับอื่นๆ ด้วยเช่นกัน เพื่อให้การศึกษาในทุกระดับและทุกระบบยืดหยุ่นไร้รอยต่อ” พริษฐ์กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e388ab"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/1735048733_415676-the101world-scaled-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">พริษฐ์ วัชรสินธุ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากนี้ ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาจากพรรคประชาชนมีเนื้อหาสาระพยายามผลักดันให้เป็น พ.ร.บ.การศึกษาที่ตอบโจทย์ผู้เรียนได้ ต้องมีการไล่ดูทุกมาตราว่าต้องมีผู้เรียนอยู่ในนั้น เมื่อมองอนาคตของผู้เรียนในวันนี้ ไปจนถึงการสร้างอนาคตที่ดี ร่าง พ.ร.บ. ของพรรคประชาชนจึงมีห้าหัวข้อหลัก</p>



<p>1) ออกแบบสิทธิสวัสดิการที่ตอบโจทย์ผู้เรียน มีหมวดสิทธิผู้เรียนที่รัฐต้องคุ้มครอง เช่น การเรียนฟรี การเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน สิทธิมีส่วนร่วมในการออกแบบการศึกษา การดูแลอาหารการกิน การดูแลสุขภาพจิต</p>



<p>2) พัฒนาบุคลากรทางการศึกษาให้ตอบโจทย์ผู้เรียน วางหลักประกันเพื่อลดภาระงานที่ไม่จำเป็น มีเวลาไปทุ่มเทการเรียนรู้ที่มีผลดีต่อตัวผู้เรียน เพื่อเสริมทักษะและคุ้มครองสวัสดิภาพของผู้สอน รวมถึงมีนโยบายให้นักศึกษาฝึกสอนได้ค่าตอบแทน เป็นต้น และอาจจะมีนักจิตวิทยา-นักโภชนาการที่มาร่วมประจำสถานศึกษา</p>



<p>3) การมีสถานศึกษาที่ตอบโจทย์ผู้เรียน กระจายอำนาจากกระทรวงไปสู่สถานศึกษาให้มากที่สุด โดยไม่ถูกล็อกโดยกรอบของแกนกลางมากจนเกินไป ให้มีอำนาจในการจัดสรรงบประมาณของตัวเองมากขึ้น ให้เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษาของตัวเอง และยกระดับการบริหารที่มีทักษะและทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>



<p>4) โครงสร้างกระทรวงที่ตอบโจทย์ผู้เรียน ต้องมีศูนย์กลางที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ เป็นคนกำหนดมาตรฐานอย่างมีประสิทธิภาพและลดความซ้ำซ้อน ให้องค์กรส่วนท้องถิ่นเข้ามาบทบาทเรื่องการศึกษามาขึ้น</p>



<p>5) วางกลไกที่เน้นผู้เรียนเป็นหลัก วางกรอบหลักสูตรหลายระดับ ให้สถานศึกษาลงรายละเอียดได้ด้วยตัวเอง โดยอิงจากกรอบหลักสูตร และการประกันคุณภาพการศึกษาและสถานศึกษา &nbsp;</p>



<p>“เราอยากจะสลายคำว่าการศึกษา ‘ในระบบ’ และ ‘นอกระบบ’ เปลี่ยนภาพการศึกษาจากระบบที่เราคุ้นเคยกัน ต้องมีการศึกษารูปแบบใหม่ๆ ที่หลากหลายมากขึ้นและเชื่อมกับการศึกษาที่เราคุ้นชินกันแบบไร้รอยต่อ” พริษฐ์เน้นย้ำ</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>ผลงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่าง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และ The101.world</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/policy-forum-national-education-act/">‘พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ’ ปฏิวัติการศึกษาหรือแค่ปรับโฉม ?</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
