<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ปฏิรูปโครงสร้างระบบ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Sun, 01 Oct 2023 18:36:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ปฏิรูปโครงสร้างระบบ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสศ. ชี้ “การศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิต” เป็นจริงได้ โดยยึดเด็กเป็นที่ตั้ง มองเห็นถึงความหลากหลายและแตกต่าง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-010523/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 May 2023 11:46:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิรูปโครงสร้างระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตทางการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=67363</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาสังคม  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-010523/">กสศ. ชี้ “การศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิต” เป็นจริงได้ โดยยึดเด็กเป็นที่ตั้ง มองเห็นถึงความหลากหลายและแตกต่าง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาสังคม กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และประธานอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงานนอกระบบ กล่าวว่า</p>



<p>“<strong>ปัญหาที่หนักที่สุดและเป็นวิกฤตจริงๆ ของการศึกษาประเทศไทยคือ นักการเมืองมองปัญหาเรื่องการศึกษาอย่างผิวเผิน ขาดการมองอย่างวิเคราะห์รอบด้าน</strong> โดยเฉพาะเรื่องการหลุดออกนอกระบบของเด็กที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขและหาวิธีช่วยเหลือเด็กให้ได้ ต้นไม้แห่งการหลุดจากระบบการศึกษาเปิดเผยว่า รากแก้วของการหลุดจากระบบการศึกษาคือการส่งต่อความยากจนข้ามรุ่น โดยเด็กเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษามีทุกระดับและส่วนใหญ่มีปัญหาซับซ้อน สาเหตุหลักมาจากปัญหาครอบครัว 50% โรงเรียน 50% ถ้าไม่มีการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เด็กก็จะหลุดจากระบบอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งถ้าหลุด 3 เดือนแล้ว เด็กจะไปอยู่ที่สถานพินิจ เหล่านี้คือวิกฤตทางการศึกษาที่นักการเมืองต้องรับรู้ เพราะการแจกแต่แท็บเล็ตไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0cda84"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/c.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“นโยบายที่ดีของกระทรวงศึกษาธิการคือการตามเด็กกลับมาเรียน จากจำนวนเด็ก 238,707 คน สามารถตามเด็กกลับมาเรียนได้ 200,000 กว่าคน แต่สภาพปัจจุบันที่เป็นผลมาจากการอมโรคโควิด-19 ความเสี่ยงที่เด็กจะหลุดออกจากระบบการศึกษาจะเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งในปี 2566 ถ้าเราไม่จัดการหรือไม่มีนโยบายที่ชัดเจน <strong>ตัวเลขที่น่าตกใจมากคือเด็กที่ตามกลับมาแล้ว ถ้าไม่ดำเนินการ ไม่มียุทธศาสตร์ ไม่มีการช่วยเหลือ อย่างเช่น สวัสดิการต่างๆ เด็กจะหลุดออกจากระบบวนซ้ำถึง 85 % เพราะฉะนั้นการหลุดวนซ้ำนี้ นำมาซึ่งปัญหาใหญ่มากของประเทศ</strong> <strong>ถ้าไม่คิดอะไร ไม่มีนโยบายทางการเมือง เราจะเผชิญวิกฤตใหญ่ของประเทศสองเรื่องใหญ่ คือ การสูญเสียเด็กไทยทั้งรุ่น และการส่งต่อความยากจนข้ามรุ่นจะขยายตัวครั้งใหญ่”</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>วิกฤตทางการศึกษาที่เป็นโจทย์ใหญ่ของประเทศ</strong></h2>



<p>ในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล นักการเมืองหรือรัฐมนตรีที่จะเข้ามา ต้องเข้าใจว่าวิกฤตทางการศึกษาที่เป็นโจทย์ใหญ่ของประเทศมีดังต่อไปนี้</p>



<ol><li><strong>เด็กเกิดภาวะเรียนรู้ถดถอย</strong> เด็กมาจากครอบครัวที่ยากจนเพิ่มขึ้น 3-4 แสนคน และเด็กหลุดจากระบบการศึกษา 2-3 แสนคน เพิ่มขึ้น 3-4 เท่า ถ้าไม่แก้ปัญหาในอนาคต เราจะสูญเสียเด็กไทยทั้งรุ่น ที่ต้องประสบปัญหาทั้งเรื่องการอ่านออกเขียนได้และสุขภาพจิต</li><li><strong>ความยากจนเพิ่มขึ้น</strong> สิ่งที่เป็นปัญหาเรื้อรังคือการส่งต่อความยากจนข้ามรุ่น รัฐบาลใหม่ควรดูตัวอย่างจากกรมพินิจฯ เป็นหลัก แม้เป็นระบบราชการ แต่ทำงานแบบเปิดอกคุยกัน นำองค์ความรู้มาช่วยพัฒนาให้เด็กได้เรียนและมีอาชีพ ซึ่งมีโอกาสดีกว่าเด็กข้างนอกด้วยซ้ำ อีกเรื่องที่สำคัญคือต้องปฏิรูประบบราชการ กระทรวงศึกษาฯ เพื่อไม่ให้เป็นระบบการศึกษาแบบแช่แข็งเหมือนในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการปรับวิธีคิด หลักการ หาเครือข่ายที่จะมาร่วมพัฒนาการศึกษา ปรับหลักสูตรให้หลากหลาย แตกต่าง ทำให้เกิดนวัตกรรมต่างๆ เช่น Education Card ให้เด็กเรียนรู้, Mobile School ที่เกิดการเทียบโอน หากทำให้มีการศึกษาทางเลือกที่ชัดเจนได้ เด็กทุกคนจะมีโอกาสการเรียนรู้ที่เท่าเทียมกัน</li></ol>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ba6fc1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/d.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เป้าหมายของ กสศ. : การศึกษาทางเลือก (Alternative Education) และการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ (System Change</strong></h2>



<p>“กสศ. มีเป้าหมายสำคัญคือการศึกษาทางเลือก (Alternative Education) และการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ (System Change) ดังนั้นการขับเคลื่อนในอีก 3 ปีข้างหน้าจำเป็นต้องอาศัยเครือข่ายนวัตกรรมการศึกษาทางเลือก เป็นการศึกษาแบบเปิด (Open Education) ที่ล้วนเกิดจากความร่วมมือของเครือข่าย<strong> </strong>ทั้งนี้<strong>หากกระทรวงศึกษาธิการหันมาปฏิรูปโครงสร้างระบบ โดยมองเด็กเป็นที่ตั้ง มองเห็นถึงความหลากหลายแตกต่าง จัดการการศึกษาให้มีหลากรูปแบบหลายระบบ ก็จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการของเด็กได้อย่างดียิ่ง </strong>ฉะนั้นอยากให้ทุกคนเปิดใจยอมรับ และหันมาร่วมมือกัน ซึ่งการใช้นวัตกรรมต่างๆ เหล่านี้จะช่วยแก้ปัญหาและเพิ่มทางเลือกหรือทางออกทางการศึกษาให้กับเด็กได้ เพราะระบบการศึกษาที่ผ่านมามีกำแพง กฎเกณฑ์มากมาย จึงอยากให้ผ่อนปรนลดกฎระเบียบเหล่านี้ลงบ้าง เพราะเมื่อเด็กออกกลางคัน เขาจะเป็นแรงงานไปตลอดชีวิต&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-91e2fe"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/infographic-การศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือก.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ข้อมูลจากงานวิจัยพบว่าถ้าเด็กออกจากระบบการศึกษาแล้วประมาณสามเดือน เส้นทางพวกเขาคือการเข้าสู่วงจรสีเทา ติดเพื่อน ติดยาเสพติด ลองของ สุดท้ายก็เข้าสถานพินิจ ข้อมูลสถานพินิจปี 2561-2565 พบว่ามีเด็กที่กระทำผิดจำนวน 134,747 คดี ที่ตัวเลขสูงมาก เพราะที่ผ่านมาเราพยายามไปแก้ที่ปลายทาง สถานพินิจเป็นหน่วยงานราชการที่ทำเรื่องการศึกษาได้ดี สามารถแก้ไขปัญหาเด็กที่ก้าวพลาดให้ก้าวถูก ทำให้พวกเขาก้าวในจังหวะที่เหมาะสม แต่สุดท้ายการแก้ไขปัญหาที่แท้จริงคือ ต้องแก้ที่ต้นทางคือระบบโรงเรียน ไม่ปล่อยให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา&nbsp;</p>



<p>“อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 2565 ยังมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้น แม้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติในปีก่อนนั้นจะไม่ผ่าน แต่อย่างน้อยพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ.2565 ผ่าน การศึกษาสามรูปแบบคือ เรียนในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยยิ่งสูงขึ้นไป เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้จึงทำให้การทำงานด้านเด็กนอกระบบมีพื้นที่เรื่องการศึกษาทางเลือก มีพื้นที่เรื่องของการ Reskill Upskill และการเทียบโอนต่างๆ”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>นวัตกรรมการศึกษาทางเลือก : เพื่อลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษา</strong></h2>



<p>กสศ. ร่วมกับ ‘เครือข่ายนวัตกรรมการศึกษาทางเลือก’ แสวงหาข้อค้นพบและทางออกใหม่ ๆ ที่จะช่วยบรรเทาปัญหาและลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษา ตัวอย่างเช่น</p>



<ol><li><strong>กรุงเทพมหานคร/Free From School ห้องเรียนนอกกรอบเพื่อให้เด็กมีทักษะการทำงานและวุฒิการศึกษา </strong>ทางเลือกที่จะช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการศึกษาและเศรษฐกิจจำนวน 100 คน จนต้องหลุดจากระบบการศึกษาให้กลับเข้าห้องเรียนที่จะพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะการทำงานและได้รับวุฒิการศึกษาในระดับชั้นมัธยมต้น-ปลาย</li><li><strong>เชียงใหม่/ไร่ส้มวิทยา ศูนย์การเรียนที่ออกแบบการศึกษาบนเงื่อนไขชีวิตของเด็กๆ ในพื้นที่ ซึ่งเป็นลูกหลานแรงงานข้ามชาติและกลุ่มชาติพันธุ์<em> </em></strong>“ที่ไร่ส้ม เด็กๆ สามารถพาน้องมาเลี้ยงและมาเรียนด้วยได้”&nbsp;</li><li><strong>นครพนม/โรงเรียนมือถือ โรงเรียนที่สามารถเคลื่อนที่ไปหากลุ่มเป้าหมาย ช่วยผู้เรียนให้เลือกเรียนได้ตามความสนใจในทุกที่ทุกเวลา</strong> โดยศูนย์การเรียน CYF&nbsp; (Children and Youth Development Foundation) ร่วมกับ กสศ. คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดนครพนม (ศธจ.) สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครพนม และภาคีเครือข่ายพัฒนาเด็กนอกระบบจังหวัดนครพนม</li><li><strong>น่าน/ศูนย์การเรียนชุมชนธรรมชาติบ้านห้วยพ่าน สถานศึกษาที่เกิดจากชาวบ้านในชุมชนลุกขึ้นมาจัดการศึกษาให้ลูกหลานของพวกเขาด้วยตัวเอง </strong>นอกจากลูกหลานไม่ต้องลำบากเดินทางไกลแล้ว ยังทำให้เด็กๆ เกิดจิตสำนึกรักบ้านเกิด และได้เรียนรู้เรื่องราวที่เกี่ยวพันกับชีวิตจริงในชุมชน</li><li><strong>กาญจนบุรี/นวัตกรรม 1 โรงเรียน 3 ระบบ</strong> ที่โรงเรียนนิวิฐราษฎร์อุปถัมภ์ พื้นที่ที่เด็กในระบบ นอกระบบ และอัธยาศัยเรียนร่วมกัน โดยการจัดการเรียนการสอนนั้นมีความคล้ายกับการเรียนแบบโฮมสกูล</li></ol>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c45725"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/e.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>5 ตัวอย่างนี้เกิดจากการทำงานวิจัยเชิงพื้นที่ ริเริ่มใหม่ในการทำงานเพื่อเรียนรู้ ทดลอง พัฒนานวัตกรรม สร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนทำความเข้าใจสภาพปัญหา โดย ศ. ดร.สมพงษ์กล่าวว่า&nbsp;“<strong>เราพบเพื่อนภาคีที่ทำงานด้านเด็กนอกระบบในพื้นที่มากมายมหาศาล ผมขออนุญาตชักชวนกลุ่มองค์กรอิสระ คนที่มีความใฝ่ฝันตั้งใจทำงานเพื่อเด็ก อยากเห็นอนาคตเด็กที่ดี เข้ามาร่วมทำงานเป็นภาคีกับ กสศ. </strong>ในส่วนปัญหาที่มีอยู่ในปัจจุบัน กสศ. รับรู้ รับฟัง และจะพยายามแก้ไข การทำงานในบริบทพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เราพบนวัตกรรมการศึกษาทางเลือกมากมาย มีหลักสูตรแปลกและแหวกแนวที่สุดที่เรียกว่า “หวยวิทยา” ที่เด็กในชุมชนคลองเตยเรียนกันแล้วสนุกสนานมาก การขายเสื้อผ้ามือสองกลายเป็นอาชีพหลักของเด็กยากจนในชุมชนแออัด เด็กข้ามชาติที่เรียนที่ไร่ส้มวิทยา กสศ. เข้าไปสนับสนุนเต็มที่ เราจะไม่ให้พี่น้องภาคีต้องทำงานตามลำพัง”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ปีที่ท้าทาย#เราต้องเดินไปด้วยกัน</strong></h2>



<p>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ยังสะท้อนเรื่องโจทย์การทำงานของเครือข่ายระบบการศึกษาทางเลือกว่าปี พ.ศ. 2566 นี้ยังเป็นปีที่ท้าทาย</p>



<p>“ปีการศึกษา 2566 ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น เกิดขึ้นในช่วงที่ไม่มีรัฐบาลหรือในช่วงรัฐบาลรักษาการ ความกังวลที่ยังไม่มีรัฐบาล ไม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นโยบายตามน้องกลับมาเรียนจะมีการสานต่ออย่างไร จะมีสวัสดิการอะไรที่ช่วยเหลือเด็กยากจนหรือเด็กด้อยโอกาสกลุ่มนี้ จะป้องกันไม่ให้เด็กออกจากระบบการศึกษาได้มากน้อยแค่ไหน นี่คือโจทย์ใหญ่ของพวกเราที่อยู่ในพื้นที่ระบบการศึกษาทางเลือก&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1c395f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/สมพงศ์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ<br>กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาสังคม กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ที่ผ่านมาเราพบเด็กนอกระบบที่เป็นกลุ่มเปราะบาง 15 กลุ่ม ความท้าทายคือการรวมกลุ่มเข้าไปช่วยเหลือเด็กกลุ่มต่างๆ ที่มีปัญหาและสภาพความต้องการที่หลากหลาย ปัญหาที่ซับซ้อนหนักขึ้นนี้ เราจะรับมือกันอย่างไร ทั้งกลุ่มแม่วัยใส กลุ่มแรงงานเด็ก กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มเด็กกระทำผิด ฯลฯ ต้องอาศัยคนที่รู้ใจ รู้ปัญหาและเข้าไปจัดการ สามารถเข้าใจวัฒนธรรมย่อยของเด็กว่าจริงๆ แล้วเด็กคิดอย่างไร <strong>ปีนี้จึงเป็นปีที่ท้าทาย เป็นปีที่เราต้องทุ่มเท เป็นปีที่การทำงานต้องใช้มากกว่าหัวใจและความรู้สึก ต้องอาศัยการประสานงานกับทุกฝ่าย เด็กจึงจะรอดและมีอนาคตที่ดี…เราต้องเดินไปด้วยกัน</strong>”</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>สาเหตุที่ทำให้เด็กและเยาวชนเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา</strong></h4>



<ol><li><strong>78% ของเด็กส่วนใหญ่เป็นครอบครัวแหว่งกลาง </strong>คือ เด็กไม่ได้อาศัยอยู่กับพ่อแม่ แต่อยู่กับปู่ย่าตายาย</li><li><strong>ขาดความสมดุลของรายได้ครัวเรือน </strong>ครอบครัวเด็กมีหนี้สินมากกว่ารายได้ ประเด็นสำคัญคือ ครอบครัวเหล่านี้ยอมจำนนต่อความยากจน คือ ไม่มีกำลังส่งเสียลูก จึงทำให้มีทัศนคติว่าไม่ต้องเรียนสูงมาก&nbsp;</li><li><strong>ครอบครัวผู้รับทุนมีค่าเฉลี่ยหนี้สินมากกว่ารายได้ของครอบครัว</strong> สะท้อนภาวะเรื้อรังวิกฤตทางเศรษฐกิจของครอบครัว ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการสนับสนุนการศึกษาของบุตรหลานในระยะยาว</li><li><strong>เด็กเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษามีทุกระดับการศึกษา </strong>โดยระดับที่เสี่ยงหลุดมากที่สุด คือ ระดับประถมศึกษา (46.29%)</li><li><strong>เด็กประสบสาเหตุที่มีโครงสร้างซับซ้อนมากกว่าหนึ่งสาเหตุ<em> </em></strong>ดังนั้นกระบวนการแก้ปัญหาต้องอาศัยความร่วมมือแบบสหวิชาชีพ</li></ol>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator is-style-wide"/>



<p style="font-size:14px">ที่มา : เรียบเรียงจาก</p>



<ol style="font-size:14px"><li>เวทีแถลงข่าวความร่วมมือและนำเสนอนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา “ทางเลือก การศึกษาที่แท้จริง และตอบโจทย์ชีวิตทางออกปัญหาเด็กและเยาวชนหลุดนอกระบบ” (4 เมษายน 2566)</li><li>ชี้แจงการเปิดรับข้อเสนอโครงการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา ปี 2566 (11 เมษายน 2566)</li></ol><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-010523/">กสศ. ชี้ “การศึกษาที่ทุกคนมีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิต” เป็นจริงได้ โดยยึดเด็กเป็นที่ตั้ง มองเห็นถึงความหลากหลายและแตกต่าง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
