<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ปฏิรูปงบแก้เหลื่อมล้ำ เพื่อเด็กและโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B3-%E0%B9%80/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 14 Jul 2023 08:30:04 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ปฏิรูปงบแก้เหลื่อมล้ำ เพื่อเด็กและโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ขาดงบ ขาดครู ขาดโอกาส ความไม่เสมอภาคของโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-public-policy-move-1/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Jul 2023 08:13:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[สุทธิพร ศิวเวทพิกุล]]></category>
		<category><![CDATA[สนั่น กำสุข]]></category>
		<category><![CDATA[เวทีเสวนาขบวนเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ครั้งที่ 1 หรือ Public Policy Move #1]]></category>
		<category><![CDATA[ดนัยวัฒน์ มณี]]></category>
		<category><![CDATA[ประยูร สุธาบูรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ชัยนนท์ นิลพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ชัยศักดิ์ ภูมูล]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อารี อิ่มสมบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิรูปงบแก้เหลื่อมล้ำ เพื่อเด็กและโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ศุภโชค ปิยะสันต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=70162</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัญหาเรื่องงบประมาณด้านการศึกษาของไทยยังคงเป็นหัวข้อที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-public-policy-move-1/">ขาดงบ ขาดครู ขาดโอกาส ความไม่เสมอภาคของโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปัญหาเรื่องงบประมาณด้านการศึกษาของไทยยังคงเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงอยู่เสมอ และหนึ่งในข้อเสนอที่สำคัญคือ หากมีการจัดสรรงบประมาณที่มีประสิทธิภาพจะสามารถแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้อย่างตรงจุด&nbsp;</p>



<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พร้อมด้วยเครือข่ายชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร เครือข่ายโรงเรียนปลายทางโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มูลนิธิกระจกเงา และภาคีเครือข่าย ร่วมจัดเวทีเสวนา<strong>ขบวนเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ครั้งที่ 1 หรือ Public Policy Move #1 ในหัวข้อ ‘ปฏิรูปงบแก้เหลื่อมล้ำ เพื่อเด็กและโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล’ </strong>ณ โรงเรียนบ้านซองกาเรีย อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2566 เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนและข้อเสนอจากคนในพื้นที่</p>



<p>หากกางแผนที่สำรวจจุดเหลื่อมล้ำทั่วประเทศจะพบว่า โรงเรียนในเมืองกับโรงเรียนในชนบท หรือโรงเรียนขนาดใหญ่กับโรงเรียนขนาดเล็ก คือภาพสะท้อนถึงความแตกต่างเหลื่อมล้ำอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะวัดกันในเรื่องระยะทาง จำนวนครู จำนวนนักเรียน ทรัพยากรสนับสนุน ไปจนถึงสถานะครัวเรือน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9a7ace"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/รวม2.jpg" alt="เวทีเสวนาขบวนเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ครั้งที่ 1 หรือ Public Policy Move #1 ในหัวข้อ ‘ปฏิรูปงบแก้เหลื่อมล้ำ เพื่อเด็กและโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล’ ณ โรงเรียนบ้านซองกาเรีย อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2566"/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เพราะโรงเรียนขนาดเล็ก งบประมาณจึงน้อย</strong></h2>



<p><strong>ดร.อารี อิ่มสมบัติ นักวิชาการอาวุโส สำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กสศ.</strong> ชี้ว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ งบประมาณและความห่างไกลของพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันรัฐใช้วิธีจัดสรรงบประมาณแบบเหมาจ่ายรายหัว หมายความว่าหากเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ย่อมจะได้รับงบจำนวนมากตามสัดส่วนของนักเรียน แต่หากเป็นโรงเรียนขนาดเล็กก็จะได้รับงบประมาณน้อยลงไปตามสัดส่วนของนักเรียน รวมถึงอุปกรณ์การเรียนและสาธารณูปโภคต่าง ๆ ก็น้อยลงไปด้วยเช่นกัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c5b695"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/DSC08650-อารี-อิ่มสมบัติ.jpg" alt="ดร.อารี อิ่มสมบัติ นักวิชาการอาวุโส สำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กสศ. "/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.อารี อิ่มสมบัติ นักวิชาการอาวุโส สำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2564 ระบุว่า ประเทศไทยมีโรงเรียนสังกัด สพฐ. 29,117 แห่งทั่วประเทศ เป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนไม่เกิน 120 คน จำนวน 14,660 แห่ง หรือคิดเป็น 50.35 เปอร์เซ็นต์ และมีนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็กเหล่านี้มากถึง 963,432 คน จากนักเรียนทั้งประเทศ 6.5 ล้านคน</p>



<p>“โจทย์สำคัญอยู่ที่ว่า ทำอย่างไรให้โรงเรียนขนาดเล็กเหล่านี้ที่ได้รับงบประมาณน้อยกว่าและมีทรัพยากรน้อยกว่า แต่มีคุณภาพเท่าเทียมกัน ถ้าประเทศไทยสามารถปรับปรุงพัฒนาเรื่องการจัดสรรงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ย่อมจะส่งผลดีต่อเด็กนักเรียนทั้ง 963,432 คนด้วย” <strong>ดร.อารี</strong> กล่าว</p>



<p>หากพิจารณาลึกลงไป ในจำนวนเด็กนักเรียน 963,432 คน จะพบว่าส่วนใหญ่เป็นนักเรียนระดับประถมศึกษาถึง 696,721 คน (73.5 เปอร์เซ็นต์) รองลงมาเป็นเด็กปฐมวัย 215,182 คน (22.7 เปอร์เซ็นต์)</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-278a47"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/DSC07983-อารี-อิ่มสมบัติ.jpg" alt="ดร.อารี อิ่มสมบัติ นักวิชาการอาวุโส สำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กสศ."/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของโรงเรียนขนาดเล็ก จะเปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงประถมศึกษา นั่นหมายความว่า ถ้ารัฐลงทุนในโรงเรียนขนาดเล็กมากขึ้นจะทำให้เด็กกลุ่มนี้ได้รับการพัฒนามากยิ่งขึ้น ช่วยให้เด็กมีพื้นฐานการเรียนที่ดีขึ้น ทั้งการอ่านออกเขียนได้ นำไปสู่การเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้นต่อไปได้”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ขาดทั้งงบ ขาดทั้งครู</strong></h2>



<p>นอกเหนือจากนิยามของโรงเรียนขนาดเล็กโดยทั่วไปที่มีนักเรียนไม่เกิน 120 คนแล้ว ยังมีโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล (protected schools) ซึ่งเป็นโรงเรียนอีกประเภทหนึ่งที่ไม่สามารถยุบหรือควบรวมได้ เนื่องจากมีลักษณะที่ตั้งอยู่ห่างจากโรงเรียนอื่นในรัศมีราว 6 กิโลเมตร หากโรงเรียนเหล่านี้ถูกยุบจะทำให้เด็กต้องเดินทางไกลและเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงการศึกษายิ่งกว่าเดิม</p>



<p>จากการสำรวจของธนาคารโลก (World Bank) ปี 2563 ระบุว่า โรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลมีทั้งสิ้นประมาณ 1,155 แห่ง มีนักเรียนราว 90,348 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็กยากจนพิเศษถึง 31.2 เปอร์เซ็นต์ โดยมีรายได้ครัวเรือนต่ำกว่า 3,000 บาทต่อคนต่อเดือน&nbsp;</p>



<p>ไม่เพียงแค่ปัญหาขาดแคลนทุนทรัพย์หรือทรัพยากรด้านการศึกษา โรงเรียนกลุ่มนี้ยังประสบปัญหาขาดแคลนครู เนื่องจากครูมีการโยกย้ายบ่อย ทำให้การเรียนรู้ของเด็กขาดความต่อเนื่อง&nbsp;</p>



<p>ธนาคารโลกยังระบุด้วยว่า โรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลควรมีครูเพิ่มขึ้นประมาณ 4,822 คน หรือ 50.8 เปอร์เซ็นต์ จากครูที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้เพียงพอต่อจำนวนชั้นเรียนและสาระวิชา&nbsp;</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>กาญจนบุรี หลายพื้นที่ยังรอคอยความช่วยเหลือ</strong></h2>



<p>เฉพาะในจังหวัดกาญจนบุรี มีโรงเรียนสังกัด สพฐ. 438 แห่ง มีนักเรียนจำนวน 109,987 คน แบ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก 165 แห่ง ซึ่งมีนักเรียนจำนวน 11,979 คน</p>



<p><strong>นายชัยศักดิ์ ภูมูล ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกองม่องทะ ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี </strong>กล่าวถึงความเหลื่อมล้ำด้านอัตรากำลัง ซึ่งนอกจากจะขาดแคลนกำลังครู แต่ยังขาดบุคลากรฝ่ายธุรการและนักการภารโรงที่จะช่วยแบ่งเบาภารกิจของครูในแต่ละวัน เมื่อขาดตำแหน่งเหล่านั้น ทำให้ครูต้องไปทำหน้าที่แทน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-74f6b5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/DSC08049-ชัยศักดิ์-ภูมูล.jpg" alt="นายชัยศักดิ์ ภูมูล ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกองม่องทะ ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี"/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(ซ้าย) นายชัยศักดิ์ ภูมูล ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกองม่องทะ ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เราจะเห็นภาพธรรมดาที่ไม่ธรรมดาคือ ครูหรือผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดเล็กต้องมาตัดหญ้าเอง วันดีคืนดีก็ต้องมาซ่อมอาคารเอง ที่จริงแล้วเราไม่ได้ต้องการครูครบทุกระดับชั้น แต่ขอเพียงอยากให้คืนครูสู่ห้องเรียน ให้คุณครูได้มีเวลาสอนเต็มที่ เราต้องมองว่าการศึกษาเป็นเรื่องการพัฒนาคุณภาพคน คุณภาพสังคม ไม่ใช่มองแค่เรื่องการลงทุนและความคุ้มค่าทางตัวเลขเศรษฐกิจ”</p>



<p><strong>นายชัยศักดิ์ </strong>บอกอีกว่า งบประมาณของโรงเรียนขนาดเล็กแต่ละปีนั้นมีไม่มาก โรงเรียนจึงต้องอาศัยศักยภาพของตัวเองในการระดมทรัพยากรด้วยวิธีการหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการทอดผ้าป่าหรือเรี่ยไรจากชุมชน ซึ่งก็ทำได้เพียงครั้งคราว ฉะนั้นจึงอยากให้ผู้กำหนดนโยบายระดับชาติมองเห็นความสำคัญและแก้ปัญหาให้เป็นรูปธรรม</p>



<p><strong>นายสนั่น กำสุข ผู้ใหญ่บ้านบ้านซองกาเรีย</strong> เล่าว่า ตนเองเป็นผู้ใหญ่บ้านมากว่า 10 ปี ทำงานร่วมกับโรงเรียนและชุมชนมายาวนาน ซึ่งการแก้ปัญหาด้านการศึกษาต้องอาศัยการร่วมมือกันทุกฝ่าย เพราะโรงเรียนเป็นอนาคตของลูกหลาน แต่เมื่องบประมาณที่แต่ละโรงเรียนได้รับไม่เท่ากัน ทำให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำ และเป็นข้อจำกัดในการพัฒนาการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e6fdeb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/DSC08138-สนั่น-กำสุข.jpg" alt="นายสนั่น กำสุข ผู้ใหญ่บ้านบ้านซองกาเรีย"/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายสนั่น กำสุข ผู้ใหญ่บ้านบ้านซองกาเรีย</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เช่นเดียวกับ<strong>นายสุทธิพร ศิวเวทพิกุล นายอำเภอสังขละบุรี</strong> ระบุว่า การระดมงบประมาณสนับสนุนจากหน่วยราชการภายในท้องถิ่นจำเป็นต้องอิงจากระเบียบกระทรวงการคลัง ซึ่งหลายเรื่องยังมีเงื่อนไขข้อจำกัดอยู่ แต่หากมีการแก้ไขระเบียบบางอย่างได้ก็จะช่วยให้ท้องถิ่นทำงานได้ราบรื่นมากขึ้น เพราะหน่วยงานท้องถิ่นมีศักยภาพเพียงพอที่จะช่วยเหลือเบื้องต้นได้ โดยเฉพาะเรื่องการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารสถานที่ให้มีสภาพแวดล้อมเหมาะสมแก่การเรียน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-367597"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/DSC08140-สุทธิพร-ศิวเวทพิกุล.jpg" alt="นายสุทธิพร ศิวเวทพิกุล นายอำเภอสังขละบุรี"/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายสุทธิพร ศิวเวทพิกุล นายอำเภอสังขละบุรี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ชัยนนท์ นิลพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กาญจนบุรี เขต 3</strong> กล่าวว่า ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนขนาดเล็ก เชื่อว่าทางกระทรวงศึกษาธิการรับรู้รับทราบดี เพียงแต่ระเบียบราชการใช้วิธีจัดสรรงบประมาณภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกันหมดทั้งประเทศ ซึ่งตามความจริงแล้วแต่ละพื้นที่มีบริบทและเงื่อนไขแตกต่างกัน ดังนั้นจึงอยากให้รัฐพิจารณาตามสภาพความเป็นจริง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-eb57e6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/DSC08164-ชัยนนท์-นิลพัฒน์.jpg" alt="ดร.ชัยนนท์ นิลพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กาญจนบุรี เขต 3"/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ชัยนนท์ นิลพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กาญจนบุรี เขต 3</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เปลี่ยนวิธีคิดใหม่ จัดสรรงบประมาณตามบริบทพื้นที่</strong></h2>



<p><strong>นายประยูร สุธาบูรณ์ ประธานโครงการเตรียมความพร้อมพัฒนาโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล เพื่อผลิตครูรุ่นใหม่ ภาคกลาง/ตะวันออก/ตะวันตก</strong> กล่าวว่า จากที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นของ กสศ. พบว่าบางโรงเรียนมีผู้บริหาร บางโรงเรียนไม่มี รวมถึงขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์และความไม่พร้อมของอาคารสถานที่ซึ่งจำเป็นต้องมีการซ่อมแซมปรับปรุง เมื่อโรงเรียนขนาดเล็กมีงบประมาณที่จำกัดในแต่ละปี ทำให้ต้องจัดลำดับความสำคัญและทำเท่าที่จำเป็น โดยส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่สภาพแวดล้อมและความปลอดภัยของเด็กเป็นหลัก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8f70a7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/DSC08072-ประยูร-สุธาบูรณ์.jpg" alt="นายประยูร สุธาบูรณ์ ประธานโครงการเตรียมความพร้อมพัฒนาโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล เพื่อผลิตครูรุ่นใหม่ ภาคกลาง/ตะวันออก/ตะวันตก"/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายประยูร สุธาบูรณ์ ประธานโครงการเตรียมความพร้อมพัฒนาโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล เพื่อผลิตครูรุ่นใหม่ ภาคกลาง/ตะวันออก/ตะวันตก</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เท่าที่ได้สัมผัสโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลจะพบว่าทุกโรงเรียนอยู่ในสภาพคล้ายกัน คือปรับปรุงซ่อมแซมสถานที่ตามงบประมาณเท่าที่มี ซึ่งโรงเรียนบนดอยกับโรงเรียนในเมืองแตกต่างกันชัดเจน แต่เวลาจัดสรรงบกลับจัดสรรแบบเท่ากัน ฉะนั้นถ้าจะทำให้การศึกษามีคุณภาพก็ต้องมีการจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสมเพียงพอ”</p>



<p><strong>นายดนัยวัฒน์ มณี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปางมะหัน อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย</strong> สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ภาคเหนือซึ่งประสบปัญหาเช่นเดียวกับโรงเรียนขนาดเล็กโดยทั่วไป โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณไม่เพียงพอ จึงอยากเสนอว่าควรมีการเปลี่ยนรูปแบบการจัดสรรงบประมาณใหม่</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3ef1c8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/DSC08120-ดนัยวัฒน์-มณี.jpg" alt="นายดนัยวัฒน์ มณี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปางมะหัน อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย"/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(ขวา) นายดนัยวัฒน์ มณี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปางมะหัน อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายดนัยวัฒน์</strong> เล่าว่า ที่ผ่านมาโรงเรียนขนาดเล็กจะต้องหาทางช่วยเหลือตัวเองตลอด หลายครั้งต้องขอรับบริจาค เช่น การทอดผ้าป่าเพื่อทำโครงการพาเด็กบนดอยไปสู่ทะเล เพราะงบเรียนฟรี 15 ปี ไม่เพียงพอที่จะทำกิจกรรมเหล่านี้ได้</p>



<p>“การจัดสรรงบประมาณที่ผ่านมาเป็บแบบรายหัว ถึงแม้ว่าทุกคนจะได้เท่ากันก็จริง แต่สำหรับเด็กยากจนพิเศษนั้นมีเงื่อนไขชีวิตที่ต่างออกไป ทั้งชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนที่ไม่เพียงพอ ฉะนั้นถ้าจัดสรรงบประมาณโดยพิจารณาตามบริบทพื้นที่ ตามสภาพความเป็นจริง จะตอบโจทย์ความเหลื่อมล้ำได้มากกว่า”&nbsp;</p>



<p><strong>ดร.ศุภโชค ปิยะสันต์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย และที่ปรึกษาเครือข่ายชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร</strong> กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐจะพิจารณาจัดสรรงบประมาณตามรายหัว ถ้าจำนวนนักเรียนมากก็จะได้รับงบจำนวนมาก ถ้าจำนวนนักเรียนมีน้อยก็จะได้งบน้อยตามไปด้วย ทั้งที่จริงแล้วขนาดของปัญหาในแต่ละโรงเรียนนั้นต่างกัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ca83bd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/DSC08128-ศุภโชค-ปิยะสันต์.jpg" alt="ดร.ศุภโชค ปิยะสันต์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย และที่ปรึกษาเครือข่ายชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร"/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ศุภโชค ปิยะสันต์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย และที่ปรึกษาเครือข่ายชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“โรงเรียนขนาดเล็กจะมีเด็กนักเรียนยากจนมากกว่า โอกาสในการระดมทรัพยากรก็ยากกว่า และเนื่องจากเป็นพื้นที่ห่างไกล การปรับปรุงซ่อมแซมต่าง ๆ ย่อมต้องใช้งบประมาณสูงกว่าพื้นที่ปกติ ดังนั้น การที่รัฐยังใช้วิธีจัดสรรงบประมาณรายหัวเท่ากัน จึงยิ่งทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>“แนวคิดของผมคือ รัฐไม่ควรจัดสรรงบประมาณแบบเดียวกันทั้งประเทศ ตรงไหนปัญหาเยอะ ตรงไหนมีเด็กยากจนมาก รัฐอาจต้องหาวิธีคิดใหม่ หรืออาจมีการปรับเปลี่ยนเป็นอัตราก้าวหน้า ก็อยากจะฝากไปยังผู้เกี่ยวข้องและรัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วยครับว่าจะมีวิธีคิดแบบไหน”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>นานาปัญหาที่รอการแก้ไข</strong></h2>



<p>ประเด็นต่อมา <strong>ดร.ศุภโชค </strong>ชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่น่ากังวลคือโรงเรียนขนาดเล็กมีแนวโน้มที่จะเพิ่มจำนวนมากขึ้น เนื่องจากอัตราการเกิดของประชากรมีน้อยลง ขณะที่รูปแบบการจัดสรรงบประมาณยังคงเป็นแบบเดิมไม่เปลี่ยนแปลง&nbsp;</p>



<p>“โรงเรียนขนาดเล็กมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแน่นอน เพราะประชากรวัยเรียนลดลง ฉะนั้นจะเกิดปัญหาที่รอการแก้ไขในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ถ้าไม่รีบวางแผนตอนนี้และมองให้เห็นปัญหาทุกมิติ เราจะเผชิญปัญหาแบบนี้ไปอีกนับทศวรรษ”</p>



<p><strong>ดร.ศุภโชค </strong>กล่าวว่า ปัจจุบันมีเครือข่ายต่าง ๆ ในท้องถิ่นมากมาย แต่การตอบสนองอาจยังไม่ทันการณ์ และบ่อยครั้งยังติดเงื่อนไขกฎระเบียบราชการ ซึ่งเรื่องนี้จำเป็นต้องปลดล็อกกติกาให้เอื้อต่อการทำงานมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>“ภาครัฐให้ความสำคัญเพียงแค่จำนวนนักเรียนกับจำนวนครู แต่ยังไม่คำนึงถึงบุคลากรสนับสนุนฝ่ายต่าง ๆ ทำให้เกิดปัญหาขาดกำลังคน ซึ่งในอนาคตอาจต้องปรับรูปแบบการเรียนรู้ใหม่ ไม่จำเป็นต้องมีครู 1 คน ต่อ 1 ห้อง แต่อาจให้มีการสอนแบบคละชั้นหรือสอนแบบบูรณาการแทน”&nbsp;</p>



<p>ทางด้าน<strong>นายประยูร</strong> เสนอว่า การแก้ปัญหาเรื่องบประมาณการศึกษาโดยอาศัยกลไกท้องถิ่นอาจช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ยั่งยืน เพราะฉะนั้นกฎระเบียบใดที่ยังติดขัดอยู่ก็ควรได้รับการปรับปรุง เพื่อประโยชน์ของคนส่วนรวม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-705268"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/รวม.jpg" alt="เวทีเสวนาขบวนเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ครั้งที่ 1 หรือ Public Policy Move #1 ในหัวข้อ ‘ปฏิรูปงบแก้เหลื่อมล้ำ เพื่อเด็กและโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล’ ณ โรงเรียนบ้านซองกาเรีย อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2566"/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายดนัยวัฒน์</strong> เสนอว่า ควรมีการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของโรงเรียนให้ชัดเจนขึ้น เช่น โรงเรียนแห่งหนึ่งควรมีบุคลากรฝ่ายต่าง ๆ กี่ตำแหน่ง คุณภาพของห้องเรียนควรประกอบด้วยอะไรบ้าง ถ้าโรงเรียนไหนขาดแคลนทรัพยากรตามมาตรฐานที่กำหนดก็ควรพิจารณาเติมเต็มงบประมาณเข้าไป&nbsp;</p>



<p>“ถ้าทำให้ห้องเรียนทุกห้องในประเทศไทยมีมาตรฐานเท่าเทียมกันก็จะช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำได้ แต่ทุกวันนี้หลายโรงเรียนบนดอย หลายโรงเรียนบนเกาะ ยังไม่มีอาคารเรียน พื้นห้องเรียนก็ยังเป็นดินอยู่ ฉะนั้นควรสร้างมาตรฐานขั้นต่ำให้ได้ก่อน”</p>



<p><strong>นายชัยศักดิ์</strong> สะท้อนปัญหาเพิ่มเติมของโรงเรียนบ้านกองม่องทะว่า นอกจากการจัดสรรงบรายหัวแล้ว งบสนับสนุนอาหารกลางวันยังครอบคลุมเพียงแค่ระดับชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษา ซึ่งในโรงเรียนขยายโอกาสจะไม่ได้รับงบอาหารกลางวันสำหรับเด็กชั้นมัธยมต้น ทั้งที่เป็นเด็กยากจนเหมือนกัน</p>



<p>นอกจากนี้ การวัดประเมินผลคุณภาพการศึกษายังเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งไม่ควรมีความเหลื่อมล้ำด้วยการใช้เกณฑ์เดียวกันทั้งประเทศ แต่ควรจัดให้มีเกณฑ์การพิจารณาตามความเหมาะสมของบริบทโรงเรียน&nbsp;</p>



<p><strong>นายสุทธิพร</strong> กล่าวเสริมว่า หากเป็นไปได้กระทรวงศึกษาธิการควรเพิ่มงบกลางในการช่วยเหลือโรงเรียนในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ โดยให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีอำนาจในการพิจารณาอนุมัติ เพราะมีความคล่องตัวมากกว่าส่วนกลาง และแก้ปัญหาได้ทันการณ์</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-47fa05"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/รวม3.jpg" alt="เวทีเสวนาขบวนเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ครั้งที่ 1 หรือ Public Policy Move #1 ในหัวข้อ ‘ปฏิรูปงบแก้เหลื่อมล้ำ เพื่อเด็กและโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล’ ณ โรงเรียนบ้านซองกาเรีย อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2566"/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ปิดท้ายเวทีเสวนาครั้งนี้<strong> ดร.อารี</strong> ตัวแทนจาก กสศ. กล่าวไว้ว่า ที่ผ่านมา กสศ. ได้พยายามค้นหานวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนกำลังคน งบประมาณ จัดหาอาสาสมัครเข้ามาเพิ่มเติม รวมถึงจัดให้มีโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนครู นอกจากนี้ยังได้ประสานความร่วมมือกับเครือข่ายหรือกลไกท้องถิ่น เพื่อสร้างแรงเสริมให้กับการพัฒนาการศึกษา อันจะช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำโดยอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-public-policy-move-1/">ขาดงบ ขาดครู ขาดโอกาส ความไม่เสมอภาคของโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. และภาคีเครือข่าย ‘ผ่างบการศึกษาไทย’ ฉายภาพความเหลื่อมล้ำ ‘เท่ากันแต่ไม่เท่าเทียม’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-020623/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Jun 2023 07:49:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการเตรียมความพร้อมพัฒนาโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล เพื่อผลิตครูรุ่นใหม่ ภาคกลาง/ตะวันออก/ตะวันตก]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านปางมะหัน]]></category>
		<category><![CDATA[ดนัยวัฒน์ มณี]]></category>
		<category><![CDATA[ประยูร สุธาบูรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ชัยนนท์ นิลพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านกองม่องทะ]]></category>
		<category><![CDATA[ชัยศักดิ์ ภูมูล]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อารี อิ่มสมบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[Public Policy Move #1]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิรูปงบแก้เหลื่อมล้ำ เพื่อเด็กและโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล]]></category>
		<category><![CDATA[ขบวนเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ครั้งที่ 1]]></category>
		<category><![CDATA[เท่ากันแต่ไม่เท่าเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่างบการศึกษาไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ศุภโชค ปิยะสันต์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=68180</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2566 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางกา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-020623/">กสศ. และภาคีเครือข่าย ‘ผ่างบการศึกษาไทย’ ฉายภาพความเหลื่อมล้ำ ‘เท่ากันแต่ไม่เท่าเทียม’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2566 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พร้อมด้วยเครือข่ายชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร เครือข่ายโรงเรียนปลายทางโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มูลนิธิกระจกเงา และภาคีเครือข่าย เปิดวงเสวนา<strong>ขบวนเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ครั้งที่ 1 หรือ Public Policy Move #1 ในหัวข้อ ‘ปฏิรูปงบแก้เหลื่อมล้ำ เพื่อเด็กและโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล’</strong> ณ โรงเรียนบ้านซองกาเรีย อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนและข้อเสนอจากคนในพื้นที่ โดยเฉพาะปัญหาการจัดสรรงบประมาณที่เท่ากันทั้งประเทศ แต่กลับทำให้เกิดช่องว่างความเหลื่อมถ่างกว้างยิ่งขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-47b1de"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/15กสศ.-และภาคีเครือข่าย-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>วงเสวนาเริ่มต้นจาก <strong>ดร.อารี อิ่มสมบัติ นักวิชาการอาวุโส สำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กสศ.</strong> ที่ชี้ให้เห็นว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำส่วนหนึ่งเกิดจากการจัดสรรงบประมาณที่ไม่เป็นธรรมต่อโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล เนื่องจากรัฐใช้วิธีเหมาจ่ายแบบรายหัว กล่าวคือ โรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีเด็กจำนวนมากจะได้รับงบโดยรวมเป็นจำนวนมาก แต่หากเป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่มีจำนวนเด็กไม่เกิน 120 คน ก็จะได้รับงบประมาณที่ลดหลั่นลงไปตามสัดส่วนนักเรียน รวมถึงอุปกรณ์การเรียนและสาธารณูปโภคต่าง ๆ ก็ย่อมน้อยลงไปด้วยเช่นกัน </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-beb2c4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/15กสศ.-และภาคีเครือข่าย-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.อารี</strong> ยกข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2564 พบว่า ประเทศไทยมีโรงเรียนสังกัด สพฐ. 29,117 แห่งทั่วประเทศ เป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนไม่เกิน 120 คน จำนวน 14,660 แห่ง หรือคิดเป็น 50.35 เปอร์เซ็นต์ และมีนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็กเหล่านี้มากถึง 963,432 คน จากนักเรียนทั้งประเทศ 6.5 ล้านคน</p>



<p>“โจทย์สำคัญอยู่ที่ว่า ทำอย่างไรให้โรงเรียนขนาดเล็กเหล่านี้ที่ได้รับทรัพยากรน้อยกว่า แต่มีคุณภาพเท่าเทียมกัน ถ้าประเทศไทยสามารถปรับปรุงพัฒนาเรื่องการจัดสรรงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ย่อมจะส่งผลดีต่อเด็กนักเรียนทั้ง 963,432 คนด้วย”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0d5192"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/ดร.อารี-อิ่มสมบัติ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.อารี อิ่มสมบัติ นักวิชาการอาวุโส<br>สำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.อารี </strong>ชี้ด้วยว่า ในจำนวนเด็กนักเรียน 963,432 คน ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนระดับประถมศึกษา 696,721 คน (73.5 เปอร์เซ็นต์) รองลงมาเป็นเด็กปฐมวัย 215,182 คน (22.7 เปอร์เซ็นต์) นั่นหมายความว่า ถ้ารัฐลงทุนในโรงเรียนขนาดเล็กมากขึ้นจะทำให้เด็กกลุ่มนี้ได้รับการพัฒนามากยิ่งขึ้น ช่วยให้เด็กมีพื้นฐานการเรียนที่ดีขึ้น ทั้งการอ่านออกเขียนได้ นำไปสู่การเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้นต่อไปได้&nbsp;</p>



<p>จากการสำรวจของธนาคารโลก (World Bank) ปี 2563 ระบุว่า นอกจากโรงเรียนขนาดเล็กโดยทั่วไปแล้ว ยังมีโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล (protected schools) จำนวนประมาณ 1,155 แห่ง ที่อยู่ในภาวะน่าเป็นห่วง เนื่องจากโรงเรียนเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนด้านทรัพยากรที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ อีกทั้งประสบปัญหาขาดแคลนครู ทำให้การเรียนรู้ของเด็กขาดความต่อเนื่อง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c19c2d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/ผอ.-สมศักดิ์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายชัยศักดิ์ ภูมูล ผอ.โรงเรียนบ้านกองม่องทะ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายชัยศักดิ์ ภูมูล ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกองม่องทะ</strong> <strong>อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี</strong> กล่าวถึงความเหลื่อมล้ำด้านอัตรากำลัง ซึ่งโรงเรียนขนาดเล็กไม่เพียงขาดแคลนกำลังครู แต่ยังขาดเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการและนักการภารโรงที่จะช่วยแบ่งเบาภารกิจของครูได้</p>



<p>ปัจจุบันโรงเรียนบ้านกองม่องทะได้รับงบประมาณไม่มากนัก จึงต้องอาศัยการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการทอดผ้าป่า หรือระดมทรัพยากรด้วยวิธีการหลากหลายรูปแบบ แต่ก็ทำได้เพียงครั้งคราวและไม่ยั่งยืน ฉะนั้นฝ่ายที่กำหนดนโยบายต้องให้ความสำคัญกับการจัดสรรงบประมาณและแก้ปัญหาให้เป็นรูปธรรม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-636583"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/ดร.ชัยนนท์-นิลพัฒน์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(ขวา)ดร.ชัยนนท์ นิลพัฒน์ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เมื่อขาดตำแหน่งธุรการก็ต้องใช้ครูมาทำหน้าที่แทน เราเห็นภาพของผู้บริหารหรือครูที่ต้องทำงานไม่ตรงกับหน้าที่จนเป็นเรื่องปกติ หลายครั้งก็ต้องระดมความร่วมมือจากชุมชนเพื่อแก้ปัญหากันเอง ฉะนั้นจึงอยากส่งเสียงสะท้อนว่า เราต้องมองว่าการศึกษาเป็นเรื่องการพัฒนาคุณภาพคน คุณภาพสังคม ไม่ใช่มองแค่เรื่องการลงทุนและความคุ้มค่าทางตัวเลขเศรษฐกิจ”</p>



<p><strong>ดร.ชัยนนท์ นิลพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 </strong>อธิบายว่า นโยบายด้านการศึกษาที่จัดสรรงบประมาณโดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างเฉพาะพื้นที่ เช่น การเบิกจ่ายค่าเดินทางแบบคิดตามกิโลเมตร บางโรงเรียนอยู่บนภูเขา แม้เดินทางด้วยระยะทางเท่ากัน แต่ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงไม่เท่ากัน หรือกรณีเกิดภัยพิบัติขึ้นในโรงเรียน เขตพื้นที่การศึกษาจะได้รับงบประมาณพร้อมกันและเท่ากันทั่งประเทศ ก็ไม่สามารถช่วยเหลือค่าใช้จ่ายได้ทันเหตุการณ์ และไม่ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bd72ac"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/นายประยูร-สุธาบูรณ์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายประยูร สุธาบูรณ์ ประธานโครงการเตรียมความพร้อมพัฒนาโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล<br>เพื่อผลิตครูรุ่นใหม่ ภาคกลาง/ตะวันออก/ตะวันตก</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายประยูร สุธาบูรณ์ ประธานโครงการเตรียมความพร้อมพัฒนาโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล เพื่อผลิตครูรุ่นใหม่ ภาคกลาง/ตะวันออก/ตะวันตก</strong> กล่าวว่า จากที่ได้สัมผัสโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลจะพบว่าทุกโรงเรียนอยู่ในสภาพคล้ายกัน คืออาคารสถานที่ไม่มีความพร้อม ต้องปรับปรุงซ่อมแซมตามงบประมาณเท่าที่มี ฉะนั้นหากจะทำให้การศึกษามีคุณภาพก็ต้องมีการจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสม</p>



<p>“โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นของ กสศ. เป็นความพยายามหนึ่งในการแก้ไขปัญหาครูขาดแคลนของโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล โรงเรียนเหล่านี้มีปัญหาเรื่องอัตรากำลังมาตลอด บางแห่งไม่มีผู้บริหารมายาวนาน ด้วยเหตุนี้เมื่อเปิดภาคเรียนแต่ละครั้งจึงต้องแก้ปัญหากันเองเฉพาะหน้า เพื่อให้การเรียนการสอนดำเนินไปได้ แต่อย่างไรก็ไม่ได้ทำให้เกิดความยั่งยืน” </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f9b57e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/นายดนัยวัฒน์-มณี.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายดนัยวัฒน์ มณี ผอ.โรงเรียนบ้านปางมะหัน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายดนัยวัฒน์ มณี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปางมะหัน</strong> <strong>อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย</strong> กล่าวว่า โรงเรียนขนาดเล็กโดยทั่วไปจะประสบปัญหาเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณไม่เพียงพอ จึงอยากเสนอว่าควรมีการเปลี่ยนรูปแบบการจัดสรรงบประมาณใหม่ โดยพิจารณาตามบริบทพื้นที่ ตามสภาพความเป็นจริง เพื่อตอบโจทย์ความเหลื่อมล้ำ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-45d7f6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/ดร.ศุภโชค-ปิยะสันต์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ศุภโชค ปิยะสันต์ ผอ.การโรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี, ที่ปรึกษาเครือข่ายชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ศุภโชค ปิยะสันต์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี</strong> <strong>อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ที่ปรึกษาเครือข่ายชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร</strong> กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลคือโรงเรียนขนาดเล็กยังมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ขณะที่รูปแบบการจัดสรรงบประมาณกลับไม่มีความเปลี่ยนแปลง ซึ่งระบบปัจจุบันคือการพิจารณารายหัว ทั้งที่จริงแล้วขนาดของปัญหาในแต่ละโรงเรียนนั้นต่างกัน โดยโรงเรียนขนาดเล็กจะมีเด็กนักเรียนยากจนมากกว่า โอกาสในการระดมทรัพยากรมีน้อยกว่า หากรัฐยังใช้วิธีจัดสรรงบประมาณแบบเท่ากัน จะยิ่งทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำมากขึ้น </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-20f9f6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/15กสศ.-และภาคีเครือข่าย-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“รัฐไม่ควรจัดสรรงบประมาณแบบเดียวทั้งประเทศ ตรงไหนปัญหาเยอะ ตรงไหนมีเด็กยากจนมาก ตรงไหนที่มีปัญหาในการบริหารจัดการ อาจจะต้องหาวิธีคิดใหม่ ก็อยากจะฝากไปยังผู้เกี่ยวข้องและรัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วยครับว่าจะมีวิธีคิดแบบไหนที่จะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-020623/">กสศ. และภาคีเครือข่าย ‘ผ่างบการศึกษาไทย’ ฉายภาพความเหลื่อมล้ำ ‘เท่ากันแต่ไม่เท่าเทียม’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
