<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บ้านแซววิทยาคม | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%8B%E0%B8%A7%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 20 Jul 2022 13:30:27 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>บ้านแซววิทยาคม | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>มองผ่าน ‘บ้านแซววิทยาคม’ PISA for Schools เหมือนเป็นกระจกสะท้อน“ทำให้โรงเรียนรู้ถึงสิ่งที่ต้องทำต่อในอนาคต”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-pisa-for-schools-200722/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Jul 2022 13:30:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงราย]]></category>
		<category><![CDATA[PISA for Schools]]></category>
		<category><![CDATA[Thinking school]]></category>
		<category><![CDATA[ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[big 5]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านแซววิทยาคม]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงแสน]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงของ]]></category>
		<category><![CDATA[ชาติพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[ชนาธิป โหตรภวานนท์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=58401</guid>

					<description><![CDATA[<p>บ้านแซววิทยาคม  โรงเรียน 3 ชายแดน โรงเรียนบ้านแซววิทยาค [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-pisa-for-schools-200722/">มองผ่าน ‘บ้านแซววิทยาคม’ PISA for Schools เหมือนเป็นกระจกสะท้อน“ทำให้โรงเรียนรู้ถึงสิ่งที่ต้องทำต่อในอนาคต”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 class="wp-block-heading"><strong>บ้านแซววิทยาคม</strong> <strong> โรงเรียน 3 ชายแดน</strong></h2>



<p>โรงเรียนบ้านแซววิทยาคม ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เป็นโรงเรียนที่ได้รับการขนานนามว่า โรงเรียน 3 ชายแดน หนึ่งเป็นชายแดนประเทศติดกับแม่น้ำโขงตรงข้ามฝั่งลาว สองอยู่ชายแดนจังหวัด และสุดท้ายเป็นชายแดนอำเภอ เป็นโรงเรียนที่อยู่ตรงกลางระหว่างอำเภอเชียงแสนและอำเภอเชียงของ เป็นโรงเรียนประจำตำบลขนาดกลาง&nbsp; เปิดสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนรวมทั้งหมดราว 300 คน และมีบริบทที่พิเศษแตกต่างจากโรงเรียนทั่วไปคือการเป็นโรงเรียนที่มีความหลากหลายสูง แต่โดยรวมแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือ นักเรียนที่มาจากกลุ่มชาติพันธุ์ อย่างเช่น ชนเผ่าม้ง กับกลุ่มนักเรียนคนเมืองที่พูดภาษาเหนือท้องถิ่น จึงทำให้มีการแบ่งแยก และการล้อเลียนกันอยู่บ้างในนักเรียนสองกลุ่มนี้ ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้มองว่าเป็นปัญหาสำคัญอะไร จึงถูกมองข้ามไป</p>



<p>อย่างไรก็ตาม เมล็ดพันธุ์แห่งความไม่เข้าใจ แม้เป็นเรื่องเล็กๆ ในวันนี้ แต่หากปล่อยไว้ให้เติบใหญ่ ก็ไม่แน่ว่า นี่อาจเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องตามไปแก้ไขในอนาคต และถ้ารอถึงเวลานั้นเมื่อไหร่ก็อาจเป็นเรื่องยากยิ่งกว่าเดิมในการเปลี่ยนแปลง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5c5150"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/01-มองผ่านบ้านแซววิทยาคม.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>PISA for Schools กระจกสะท้อน ผลลัพธ์ทางการศึกษา</strong></h2>



<p>ในปีที่ผ่านมา ‘โรงเรียนบ้านแซววิทยาคม’ เข้าร่วมการประเมิน PISA for Schools กับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยมี <strong>ครูชนาธิป โหตรภวานนท์ ครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ </strong>เป็นผู้ดูแลประสานงานเพื่อคัดเลือกนักเรียนที่อายุเข้าเกณฑ์เข้ารับการทดสอบ</p>



<p>ผลทดสอบที่ออกมา ปรากฏว่า เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านแซวฯ ได้คะแนนในส่วนของการอ่านมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับประเทศ ส่วนวิทยาศาสตร์ยังขาดทักษะสำคัญบางด้าน เพราะนักเรียนไม่ได้ทำการทดลองอย่างเต็มที่ เนื่องจากขาดอุปกรณ์ในการเรียนการสอน แต่ในมุมวิทยาศาสตร์เช่นกันก็ทำให้เห็นว่า เด็กๆ ของที่นี่มีความสามารถในการตั้งสมมติฐานที่มีค่าเฉลี่ยสูงในระดับประเทศ ขณะที่ด้านคณิตศาสตร์เด็กยังขาดความสามารถในการตีความโจทย์ ภายหลังการนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพิ่มเติม พบว่าอาจเป็นเพราะเด็กส่วนหนึ่งไม่ได้ใช้ภาษาไทยเป็นหลัก ทำให้ต้องใช้กระบวนการคิดสองชั้น จึงมีความซับซ้อนมากขึ้นและยากขึ้นในการทำความเข้าใจกับโจทย์ปัญหา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7da2ce"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/03-มองผ่านบ้านแซววิทยาคม.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ส่วนผล PISA for Schools ในมิติของนักเรียนต่อนักเรียน หรือสถานการณ์ต่างๆ ภายในโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นการ Bully การกีดกัน การล้อเลียนกัน เรื่องเป็นตัวที่บอกถึงความสุขในโรงเรียน หรือสภาพที่นักเรียนมีปฏิสัมพันธ์ต่อผู้อื่น ข้อค้นพบเรื่องนี้เป็นที่น่าสบายใจว่า ในโรงเรียนมีการกลั่นแกล้งที่ค่อนข้างน้อย คืออยู่ต่ำกว่า 20% และมีการกีดกันค่อนข้างน้อยเช่นเดียวกัน แต่ในขณะเดียวกันกลับมีการล้อเลียนที่สูง ส่วนในด้านของการคุกคาม การหยิบฉวย การทำลายข้าวของ การรังแก หรือการแพร่กระจายข่าวลือ ยังอยู่ในระดับต่ำ</p>



<p>“หมายความว่าสิ่งที่ทางโรงเรียนที่ดำเนินการมาค่อนข้างที่จะถูกทางแล้ว แต่ยังมีจุดที่ต้องพัฒนาคือการล้อเลียน” ครูชนาธิป กล่าวพร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ผลทดสอบการประเมินของ PISA for Schools ทำให้รู้ว่าโรงเรียนอยู่ที่จุดไหน ไม่ใช่แค่ในด้านวิชาการ แต่เป็นด้านสภาพแวดล้อมในโรงเรียน ทำให้เห็นบรรยากาศโดยรวมว่า เด็กนักเรียนมีความรู้สึกต่อตนเอง มีความรู้สึกต่อเพื่อนรอบๆ ตัว ต่อคุณครูผู้สอน ต่อโรงเรียน ต่อสังคม หรือสภาพแวดล้อมที่ตนเองเป็นอยู่อย่างไรบ้าง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0fdd6e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/ครูชนาธิป-มองผ่านบ้านแซววิทยาคม.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ครูชนาธิป โหตรภวานนท์ ครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“คือเรื่องพวกนี้ เดิมเราตั้งสมมติฐานว่าอาจจะรู้ได้จากการเยี่ยมบ้านนักเรียน ซึ่งครูโรงเรียนบ้านแซวไปเยี่ยมบ้านเด็กทุกคนอยู่แล้ว แต่ในความเป็นจริง เรื่องบางเรื่อง เด็กก็ไม่กล้าที่จะบอกครู เรื่องบางเรื่องเด็กก็ไม่กล้าที่จะเปิดเผย หรือพูดออกมาด้วยตัวของตัวเองหรือพูดกับครู เหมือนยังมีเส้นบางๆ กั้นอยู่ แต่หากเป็นคนนอกเข้ามาสำรวจ หรือคนนอกเข้ามาสอบถาม เด็กจะกล้าพูดมากกว่า ในขณะที่ถ้าเป็นครู เด็กจะมีความรู้สึกเกรงใจไม่กล้าพูด ไม่กล้าเล่า”</p>



<p>การที่ได้ผล PISA for Schools ออกมา จึงทำให้โรงเรียนบ้านแซวฯ รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของเด็กๆ มากขึ้น และทำให้รู้ถึงสิ่งที่โรงเรียนต้องทำต่อไปในอนาคต เพื่อให้เด็กนักเรียนได้รับโอกาสในการพัฒนาไปตามตัวตนของเขา สามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมและมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมที่เขาจะต้องอยู่ต่อไปในอนาคตได้ ซึ่งจะถือว่าเป็นการพัฒนาได้อย่างยั่งยืน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>PISA for Schools สู่ แบบแผนการเรียนที่ถูกจุด</strong></h2>



<p>ครูชนาธิป  เล่าต่อไปว่า เมื่อได้ผลประเมินจาก PISA for Schools ทางผู้บริหารโรงเรียนบ้านแซวฯ และครูในโรงเรียนทุกคนได้ช่วยกันนำผลมาวิเคราะห์ และร่วมกันออกแบบการเรียนการสอนใหม่ เป็นรูปแบบการเรียนการสอนที่เรียกว่า Thinking school ซึ่งเป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่ระดับสากลยอมรับกันอยู่แล้ว</p>



<p>“Thinking school คือการที่ครูผู้สอนมีหน้าที่เข้าไปกระตุ้นพัฒนาการทางความคิดของผู้เรียน ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครูและผู้เรียนหรือผู้เรียนด้วยกันเองให้สามารถคิดวิเคราะห์สร้างสรรค์ และสังเคราะห์ ซึ่งทำให้เด็กมีความเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ในทุกสาระการเรียนรู้ โดยหลักๆ จะมีการดึงความสนใจ มีการตั้งเป้าหมายในชั้นเรียน มีการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ใช้การพูดคุย และนักเรียนได้สะท้อนสิ่งที่ตัวเองได้เรียนรู้ในคาบนั้นออกมา</p>



<p>“การเรียนการสอนแบบ Thinking school จะทำให้นักเรียนเปิดรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นมากขึ้น เพราะจะมีขั้นตอนการสอนอย่างหนึ่ง ที่นักเรียนจะต้องแสดงความคิดเห็นต่อสิ่งที่ได้เรียน สะท้อนกลับมายังครูผู้สอน หรือสะท้อนกลับไปยังกลุ่มเพื่อน เลยทำให้นักเรียนมีความสบายใจที่จะได้แสดงสิ่งที่ตัวเองคิดออกไป เพราะไม่ถูกปิดกั้น ทำให้บรรยากาศภายในโรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับนักเรียนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทางด้านความคิด หรือตัวตน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1de682"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/04-มองผ่านบ้านแซววิทยาคม.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ส่วนของผมเองที่เอามาปรับ จะเน้นกระบวนการสอนที่จะให้เด็กระบุปัญหา คือทักษะด้านวิทยาศาสตร์ของบ้านแซวฯ ยังขาดทักษะด้านการระบุปัญหา และการอภิปรายกระบวนการอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ผมเอาจุดด้อยมาออกแบบกิจกรรมใหม่ เช่นพาเด็กๆ ไปสำรวจมากขึ้น พาออกไปข้างนอกห้องเรียน เพื่อให้นักเรียนได้ลงมือทำการทดลองบางอย่างด้วยตัวเองมากขึ้น แม้เราจะขาดอุปกรณ์ทดลองทางวิทยาศาสตร์ก็ตาม แต่เราสามารถออกแบบจากสิ่งที่เรามีได้ เมื่อเรารู้โจทย์ของตัวเองที่ชัดขึ้น”</p>



<p>อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากและเคยมองข้ามไปก่อนหน้านี้ ทางโรงเรียนได้เอาผลจาก PISA for Schools มาวิเคราะห์ว่า มีสาเหตุจากอะไรบ้างที่ทำให้เด็กนักเรียนมีการแบ่งแยกและการล้อเลียนกันอยู่ จากนั้นจึงนำไปสู่การจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจกันและสร้างความภูมิใจในตัวเอง</p>



<p>“กิจกรรมที่เพิ่มขึ้นจะพยายามส่งเสริมให้เด็กชาติพันธุ์ได้แสดงตัวตนที่มีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมของเขา ขณะเดียวกันในกลุ่มเด็กเมืองก็จัดกิจกรรมที่เป็นวัฒนธรรมของล้านนาควบคู่กันไปด้วย ตัวตนที่แสดงออกมาอย่างภูมิใจจะสร้างความเข้าใจในความแตกต่างกัน และยอมรับในกันและกันว่าอีกฝ่ายก็มีความสามารถ ส่งผลให้ความรู้สึกแบ่งแยกและการล้อเลียนลดลง เพราะว่านักเรียนเข้าใจและยอมรับในความแตกต่างกันได้มากขึ้น</p>



<p>“จากบริบทที่มีนักเรียนที่เป็นชนเผ่าและนักเรียนทั่วไปอยู่ด้วยกัน ทำให้เกิดการตั้งกลุ่มและกีดกันจากสังคมของแต่ละกลุ่มนำไปสู่การล้อเลียน อาจเป็นเรื่องเล็กๆ ตอนเริ่มต้น แต่ก็อาจบานปลายได้ เราจึงพยายามหากิจกรรมที่จะนำนักเรียนทั้งสองกลุ่มเข้ามาทำบางสิ่งบางอย่างร่วมกันและพุ่งเป้าไปที่การพัฒนาแบบ Thinking school เราพบว่า ถ้าเปิดโอกาสให้เด็กได้พูดคุย ได้เปิดใจในสิ่งที่ตัวเองคิดและรับฟังคนอื่นมากขึ้น เด็กจะมีการยอมรับคนอื่นมากขึ้น และจะลดในส่วนของการล้อเลียนลง”</p>



<p>ในข้อแนะนำ ครูจากโรงเรียนบ้านแซว กล่าวว่า เขาหวังให้ในอนาคตมีการประเมินในลักษณะนี้ มีขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์ที่โรงเรียนสามารถทำได้เอง โดยไม่ต้องรอการทดสอบจากทาง OECD หรือ กสศ. การที่ให้โรงเรียนมีเครื่องมือเสมือนมีกระจกในการสะท้อนตนเอง จะสามารถนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาด้วยตนเองได้อย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อเพิ่มคุณภาพและความเท่าเทียมกันทางการศึกษาของเด็กทุกคน ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่แบบใดหรือห่างไกลจากความเจริญเพียงไหนก็ตาม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6689b6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/05-มองผ่านบ้านแซววิทยาคม.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>รู้จัก PISA for Schools ?</strong></h2>



<p>PISA for Schools คือ เครื่องมือประเมินเพื่อพัฒนาชั้นเรียนและสถานศึกษาที่เข้ารับการทดสอบ ทั้งยังสามารถขยายผลเพื่อพัฒนาโรงเรียนอื่นที่มีสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกันได้&nbsp; ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 15 ประเทศจากทั่วโลกที่มีโอกาสร่วมวิจัยพัฒนาเครื่องมือ PISA-based Test for Schools ร่วมกับ OECD เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ในการพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่องด้วยข้อมูลจากการประเมินดังกล่าว</p>



<p>ปัจจุบัน ภายใต้การสนับสนุนของ กสศ. เพื่อเป็นโจทย์วิจัย ได้มีการทดลองใช้ PISA for schools ใน 66 โรงเรียน ครอบคลุมนักเรียน 2,459 คน พบว่า แม้เป็นนักเรียนจากครัวเรือนยากจนที่มีรายได้น้อยที่สุด 25% ของประเทศ แต่ก็สามารถทำคะแนนให้อยู่ในกลุ่มที่ได้คะแนนสูงสุด 25% บนของประเทศ ซึ่งจากนักเรียนกลุ่มนี้จำนวนไม่น้อยพบว่า จะมีคุณลักษณะด้านหนึ่งที่มีเหมือนกัน นั่นคือมีกระบวนการพัฒนาทักษะทางอารมณ์สังคม (Social and Emotional Learning) หรือ SEL ซึ่งมีทั้งสิ้น 5 ประเภท หรือเรียกว่า Big Five Model ได้แก่ 1.ความรับผิดชอบต่องาน&nbsp; 2.ทักษะทางอารมณ์ 3.ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น 4.การเปิดรับประสบการณ์ 5.ทักษะสังคมและการมีส่วนร่วมกับผู้อื่น</p>



<p>มีรายงานการศึกษาจากในหลายประเทศ พบว่า SEL เป็นทักษะสำคัญที่จะทำให้การเรียนรู้ทางวิชาการมีผลสัมฤทธิ์ที่ดีด้วย และผลจากการวิจัย PISA for Schools ในกลุ่มโรงเรียนที่ใช้กระบวนการเรียนแบบ Thinking school และ Active Learning พบว่า มีส่วนอย่างมากในการกระตุ้นให้เกิด SEL ในการเรียนรู้ของเด็กๆ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-pisa-for-schools-200722/">มองผ่าน ‘บ้านแซววิทยาคม’ PISA for Schools เหมือนเป็นกระจกสะท้อน“ทำให้โรงเรียนรู้ถึงสิ่งที่ต้องทำต่อในอนาคต”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
