<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บางกอกนี้ดีจัง | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Sat, 23 Jul 2022 07:23:40 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>บางกอกนี้ดีจัง | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘ดนตรี’ ช่วยก้าวข้ามรอยต่อการศึกษา และ ‘เชิดสิงโต’ พาพ้นด้านมืดของชีวิต</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-bangkok-nee-dee-jung-200722/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Jul 2022 09:51:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[บางกอกนี้ดีจัง]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่เรียนรู้ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[บางกอกกำลังดีที่ฝั่งธน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=58367</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถอดบทเรียนการสร้างเครือข่ายชุมชน ผลักดัน ‘พื้นที่เรียนร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-bangkok-nee-dee-jung-200722/">‘ดนตรี’ ช่วยก้าวข้ามรอยต่อการศึกษา และ ‘เชิดสิงโต’ พาพ้นด้านมืดของชีวิต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ถอดบทเรียนการสร้างเครือข่ายชุมชน ผลักดัน ‘พื้นที่เรียนรู้สร้างสรรค์’ ผ่านประสบการณ์การทำงานของกลุ่ม ‘บางกอกนี้ดีจัง’ บนความเชื่อที่ว่าพื้นที่สาธารณะที่มีชีวิต คือแหล่งเรียนรู้ที่พ้นจากห้องสี่เหลี่ยมในโรงเรียน คือที่พบปะแลกเปลี่ยนและพักผ่อนจิตใจ เป็นที่ค้นพบและหล่อหลอมพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ และเป็นดั่ง ‘ตาน้ำแห่งแรงบันดาลใจ’ ที่ไม่มีวันแห้งเหือด ของเด็กเยาวชนทั้งในและนอกระบบการศึกษา</p>



<p>โดยจากการทำงานที่ผ่านมา <strong>พื้นที่เล็กๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชนเหล่านี้ ได้ช่วยนำทางให้น้องๆ จำนวนหนึ่งสามารถไปต่อได้บนเส้นทางการเรียนรู้อย่างไม่มีวันสิ้นสุด สำหรับบางคนนั้น การได้เข้ามาอยู่ในพื้นที่เรียนรู้ชุมชน นับว่าเป็นจุดหักเหสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิต จากไม่รู้ทางไป จนกลับมองเห็นเส้นทางอนาคตได้อีกครั้ง</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-92cbbc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/04-บางกอกกำลังดี-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เรื่องราวที่นำมาเล่านี้ คือกรณีน่าสนใจจากน้องๆ สองคน ที่เข้าร่วมกิจกรรมกับกลุ่ม ‘บางกอกนี้ดีจัง’ คนละไม่น้อยกว่า 5 ปี และใช้พื้นที่กับโอกาสที่ได้รับในการค้นหาตัวตน จนพบ และวันนี้ ทั้งคู่ก็กำลังทุ่มเทสุดกำลัง เพื่อเดินตามฝันของตนต่อไป</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เคส 1: ‘ดนตรีเปลี่ยนชีวิต’</strong></h2>



<p>‘น้องบุ๊ค’ ปัจจุบัน อายุ 18 ปี เรียนชั้น ปวส.1 สาขาเทคนิคควบคุมและซ่อมบำรุงระบบขนส่งทางราง ก่อนจะถึงวันนี้ ในช่วงวัยมัธยม บุ๊คเคยเป็นเด็กที่ไม่สนใจอะไรเลย ไม่ชอบเรียนหนังสือ ติดเกม ชอบแต่งรถมอเตอร์ไซค์ตามเพื่อน แต่นั่นเป็นเพราะว่าบุ๊คไม่เคยรู้เลยว่าจริงๆ แล้วเขา ‘ชอบ’ หรือ ‘สนใจ’ อะไร&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ช่วงติดเกมหนักๆ เขาเติมเกมทีเป็นเงินหลักหมื่น ไม่ไปโรงเรียนเลย เรียกว่าอีกนิดเดียวก็จะหลุดออกมาจากระบบแล้ว” คณะทำงานบางกอกนี้ดีจังเล่าถึงช่วงเวลาที่สุ่มเสี่ยงที่สุดของบุ๊ค</p>



<p>“กรณีน้องบุ๊ค เรามองว่าเขาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อให้เรียนรู้ ครอบครัวทำงานไม่มีเวลาใกล้ชิด เด็กอยู่บ้านกับมือถือ นั่งหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน พอไปโรงเรียนก็เจอแต่สังคมเพื่อนที่ชวนทำอะไรตามๆ กัน แล้วตัวน้องเองไม่ถนัดเรียนวิชาการอยู่แล้ว พอไม่สนใจเรียน ไม่ไปโรงเรียน ผลการเรียนก็ยิ่งตกต่ำ มันทำให้เขาหมดใจที่จะเรียน แล้วก็ไหลไปตามปัจจัยเสี่ยงรอบตัว สุดท้ายก็ติดเกม ติดเพื่อน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-403602"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/04-บางกอกกำลังดี-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จุดเปลี่ยนสำคัญของบุ๊ค คือวันที่น้องมาเจอกลุ่มบางกอกนี้ดีจัง เริ่มจากถูกชวนมาลองเป็นอาสาสมัครทำงานจิปาถะ จากนั้นบุ๊คจึงค่อยๆ วางเกมลง แล้วเริ่มออกเดินทางร่วมกับกลุ่มไปจัดกิจกรรมในหลากหลายพื้นที่</p>



<p>“เขาได้ไปเจอเพื่อนที่โคราช เพชรบุรี ไปเจอนักดนตรีที่ชื่นชอบ ทีนี้พอได้พูดคุยคลุกคลีกับคนเหล่านั้น เขาก็เกิดอยากเล่นดนตรีขึ้นมาบ้าง อยากจะเป็นแบบไอดอลของเขา”</p>



<p>นับจากนั้น บุ๊คก็ขอเป็นอาสาสมัครติดตามกลุ่มไปในที่ต่างๆ เก็บสะสมเพื่อนมากขึ้น โดยเฉพาะเพื่อนที่มีความสนใจด้านดนตรีเหมือนๆ กัน แล้วแค่การพูดคุยก็เริ่มกลายเป็นการรวมกลุ่มเล่นดนตรี หาเวลาว่างฝึกซ้อมด้วยกัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6b8f31"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/04-บางกอกกำลังดี-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>พอเห็นว่าบุ๊คเจอกิจกรรมที่ชอบ บางกอกนี้ดีจังก็ส่งเสริมเต็มที่ ทั้งแนะนำให้รู้จักคนที่น่าสนใจ และพาไปดูการแสดงดนตรีตามงานต่างๆ จนน้องเลิกขาดจากการเล่นเกม หันมาสะสมเงินแล้วนำไปซื้อกีต้าร์ได้หนึ่งตัว ถึงตรงนั้น บุ๊คที่เคยติดเกมอย่างหนัก ก็เปลี่ยนเป็นเด็กหนุ่มที่ฝักใฝ่ฝึกฝนกีต้าร์ ผ่านการพูดคุยกับเพื่อนๆ พี่ๆ นักดนตรี ผ่านการศึกษาด้วยตัวเองในช่องยูทิวป์ จนฝีมือเริ่มพัฒนาขึ้นเป็นลำดับ</p>



<p>“เมื่อเห็นว่าเขาพร้อมแล้ว ทางกลุ่มก็อยากให้เขาได้แสดงพลัง เริ่มจากกิจกรรมเล็กๆ ที่บางกอกนี้ดีจังจัด ให้เขาได้เล่นในงานเทศกาลชุมชน หรือลานในตลาด เสริมความมั่นใจให้เขา แล้วน้องก็รวมกลุ่มกับเพื่อนตั้งวงเล่นประจำ พยายามเก็บตุนประสบการณ์ให้มากขึ้น”</p>



<p>ณ วันนี้ บุ๊คยังคงทำงานอาสาสมัครกับบางกอกนี้ดีจัง เพิ่มเติมคือมี ‘ดนตรี’ คอยนำทางชีวิต <strong>เพราะการเล่นดนตรีนี้เองที่ทำให้บุ๊ครู้จักกับเพื่อนร่วมวงที่คอยชักชวนกันติวหนังสือ ผลักดันให้เขากลับไปตั้งใจเรียน จนจบชั้นมัธยมและตัดสินใจเรียนต่อสายอาชีพที่สถาบันเดียวกันกับเพื่อน</strong> เพื่อจะได้มีเวลาซ้อมกันบ่อยๆ และช่วยพยุงกันให้ผ่านเส้นทางการศึกษาถึงวันเรียนจบ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เคส 2: ‘เชิดสิงโตพาพ้นด้านมืดของชีวิต’</strong></h2>



<p>‘น้องม็อบ’ เยาวชนนอกระบบการศึกษาวัย 21 ปี ที่วันนี้เป็นพลังให้กับน้องๆ ในชุมชน ในฐานะแกนนำกิจกรรม ‘เชิดสิงโต’ ซึ่งเขาเป็นผู้ร่วมฟื้นฟูจากช่วงเวลาซบเซาจนกลับมีชีวิตชีวา และได้ออกแสดงทั้งในบริเวณพื้นที่ชุมชนของตัวเอง รวมถึงรับงานนอกสถานที่ เกิดเป็นรายได้ให้เยาวชนกลุ่มนี้มีกินมีใช้เลี้ยงดูตัวเองได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0e00e2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/04-บางกอกกำลังดี-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>บางกอกนี้ดีจังเล่าเรื่องราวของม็อบว่า น้องมาจากครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและการพนัน เติบโตขึ้นในบ้านที่เป็นบ่อนประจำชุมชน ส่วนตัวน้องเองเคยถูกใช้เป็นเครื่องมือในการส่งยาด้วย        </p>



<p>“การที่เขาต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมดังกล่าว ทุกวันมีแต่คนแปลกหน้าเวียนมาที่บ้าน มันเหมือนเขาอยู่ใจกลางของความสุ่มเสี่ยง แทบไม่มีทางเลยที่จะได้สัมผัสคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งยังไม่ได้พักผ่อนตามเวลา ไม่ได้กินครบมื้อ ไม่มีโอกาสเรียนหนังสือ สิ่งที่ เราทำได้คืออยากให้เขามีโอกาสได้เรียนรู้ ได้แสดงออก ได้มีสังคมอื่นๆ หรือได้ใช้ศักยภาพของตัวเอง”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4df471"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/04-บางกอกกำลังดี-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เมื่อบางกอกนี้ดีจังได้สื่อสารกับม็อบ ผ่านการแนะนำของผู้นำชุมชน และได้รู้ว่าน้องเองก็อยากพาตัวเองออกจากตรงนั้น แต่ไม่เคยเจอพื้นที่รองรับ การเข้าร่วมกลุ่มบางกอกนี้ดีจัง จึงเป็นแสงสว่างเดียวที่ส่องสาดมาถึงเขา ม็อบตัดสินใจทันทีที่จะเข้ามาทำกิจกรรมกับกลุ่ม</p>



<p>“เราให้สิทธิในการเลือกกับเขา ว่าสนใจหรืออยากมีบทบาทกับพวกเราเรื่องอะไร ค่อยๆ ลองไปทีละอย่าง จนพอเห็นศักยภาพ แล้วจึงดึงออกมาใช้ ปรากฏว่าน้องเลือกเข้าไปทำกลุ่มสิงโตเด็ก ที่ทางกลุ่มเข้าไปฟื้นกิจกรรมเชิดสิงโตคณะเก่าแก่ในชุมชน ซึ่งวันนี้เขาเลิกทำกันไปแล้ว ตัวม็อบเล่าว่าเขาเห็นคณะนี้ตั้งแต่เด็ก เคยใฝ่ฝันว่าอยากเข้าร่วม อยากลองแสดง เราเลยให้โอกาส ก็ร่วมกับผู้นำชุมชนหาเครื่องมืออุปกรณ์ไปให้ ผลักดันให้เขาเป็นคนนำตั้งกลุ่มขึ้นมา ในเวลาไม่นาน ด้วยความเอาจริงเอาจัง ม็อบก็ค่อยๆ พากลุ่มออกแสดงเป็นที่รู้จัก ทำรายได้ให้กับตัวเองและเพื่อนๆ น้องๆ ในกลุ่มได้สม่ำเสมอ”</p>



<p>ไม่เพียงเท่านั้น กลุ่มบางกอกนี้ดีจังยังได้เติมเรื่องกระบวนการคิด ทักษะชีวิต และทักษะสังคม เพื่อหล่อหลอมม็อบให้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน สามารถทำงานร่วมกับอาสาสมัครกลุ่มอื่นได้เป็นอย่างดี</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-58f07f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/04-บางกอกกำลังดี-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เหล่านี้คือการทำงานทางความคิด ที่จะทำให้เขาเห็นว่า<strong>เราทุกคนต่างอยู่ในสภาวะยากลำบากเหมือนกัน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่แม้จะมีอุปสรรคสักเท่าไหร่ ทุกคนก็ยังมีหัวใจที่จะทำเพื่อให้ตัวเองและคนอื่นดีขึ้นได้ ซึ่งเป็นแง่มุมที่ทำให้เขาค้นพบว่าเขามีพลัง และคนทุกคนต่างก็มีพลัง”</strong></p>



<p>คณะสิงโตเด็กบางกอกนี้ดีจังนี้เอง ที่เพิ่งรับหน้าที่เปิดงาน ‘บางกอกกำลังดี &#8230;ที่ฝั่งธน’ ที่ กสศ. สสส. กทม. ภาคเอกชน และเครือข่ายทำงานเกี่ยวกับเด็กเยาวชนในกรุงเทพมหานคร ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อผลักดันพื้นที่เรียนรู้เพื่อเด็กและเยาวชนในกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะนำร่องใน 12 เขต เวียนจัดทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป</p>



<p>และนี่คือเรื่องเล่าจากบทเรียนการทำงานของกลุ่มบางกอกนี้ดีจัง ที่ทำให้เห็นว่า ‘พื้นที่เรียนรู้ชุมชน’ คือสถานที่แสดงพลังของเด็กเยาวชนทั้งในและนอกระบบ โดยแม้น้องๆ เหล่านี้จะไม่มีความพร้อมในด้านต่างๆ หลายคนต้องหลุดจากระบบการศึกษา หลายคนเสี่ยงหลุดจากระบบกลางทาง ไม่ว่าจะด้วยครอบครัวไม่พร้อมหรือขาดโอกาสในด้านใดก็ตาม แต่เมื่อเขาได้พบพื้นที่ให้สื่อสาร ให้แสดงออก เขาจะได้ค้นพบตัวเองและได้รับความภาคภูมิใจ อันจะช่วยต่อเติมจนเป็นบ่อเกิดของความมุ่งมั่น ในการพัฒนาตัวเอง &#8230;อยากทำเพื่อตัวเอง อยากทำเพื่อคนอื่น และอยากส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนรุ่นต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-bangkok-nee-dee-jung-200722/">‘ดนตรี’ ช่วยก้าวข้ามรอยต่อการศึกษา และ ‘เชิดสิงโต’ พาพ้นด้านมืดของชีวิต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชวน ‘เด็กทุกคน’ ร่วมส่งเสียงสร้างความเปลี่ยนแปลงชุมชน กับกลุ่ม ‘บางกอกนี้ดีจัง’ “เพราะเด็กทุกคนมีศักยภาพ แต่ขาดเพียงพื้นที่สร้างสรรค์”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-bangkok-nee-dee-jung-190722/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 Jul 2022 07:28:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่เรียนรู้ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[สุรนาถ แป้นประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[บางกอกนี้ดีจัง]]></category>
		<category><![CDATA[บางกอกกำลังดีที่ฝั่งธน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=58341</guid>

					<description><![CDATA[<p>ย้อนรอยจุดเริ่มต้นกิจกรรม ‘บางกอกกำลังดี &#8230;ที่ฝั่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-bangkok-nee-dee-jung-190722/">ชวน ‘เด็กทุกคน’ ร่วมส่งเสียงสร้างความเปลี่ยนแปลงชุมชน กับกลุ่ม ‘บางกอกนี้ดีจัง’ “เพราะเด็กทุกคนมีศักยภาพ แต่ขาดเพียงพื้นที่สร้างสรรค์”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ย้อนรอยจุดเริ่มต้นกิจกรรม ‘บางกอกกำลังดี &#8230;ที่ฝั่งธน’ การผลักดันพื้นที่เรียนรู้เพื่อเด็กและเยาวชนทั่ว กทม. นำร่องใน 12 เขต ซึ่งจะเวียนจัดทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป โดย กสศ. สสส. กทม. ภาคเอกชน และเครือข่ายทำงานเกี่ยวกับเด็กเยาวชนในกรุงเทพมหานคร</p>



<p>หนึ่งในคณะทำงานที่มีบทบาทสำคัญของการทำงานครั้งนี้ ได้แก่เครือข่ายเยาวชนและชุมชนในพื้นที่ฝั่งธนบุรี ที่เรียกตัวเองว่ากลุ่ม ‘บางกอกนี้ดีจัง’ พวกเขาลุกขึ้นสร้างสรรค์ชุมชนบ้านเกิด สร้าง ‘พื้นที่เรียนรู้’ ด้วยฐานความคิดว่าชุมชนที่ดี ต้องมี ‘สื่อดี พื้นที่ดี และภูมิดี’ สำคัญคือต้องส่งเสริมเยาวชนและคนในชุมชน ให้สำรวจและสนับสนุน ‘ของดี’ ภายใน เพื่อร้อยเรียงให้มีแนวทางเติบโตพัฒนาเป็น ‘ชุมชนแห่งการเรียนรู้’ ของคนทุกวัย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9b4cad"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/02-พื้นที่ชุมชนสร้างสรรค์.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“คำว่า ‘บางกอก’ คือความหมายดั้งเดิมของกรุงเทพฯ เมืองที่เราเกิด เติบโต อาศัยใช้ชีวิต ตัวเราเองมองเห็นการเปลี่ยนแปลงเปลี่ยนผ่านมามากกว่า 30 ปี นอกจากแก้ปัญหา คิดว่าในอีกทางหนึ่งเราต้องเตรียมทั้ง ‘คน’ และ ‘เมือง’ ให้พร้อมรองรับทุกความผันแปรที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เหตุผลนี้เอง ที่เราต้องช่วยกันสร้างพื้นที่สาธารณะที่มีชีวิต ที่ทุกคนในชุมชน โดยเฉพาะเด็กเยาวชน สามารถเข้ามาใช้ มาสนุก มาผ่อนคลาย สร้างสรรค์ ได้ค้นพบประสบการณ์เรียนรู้ด้วยตัวเอง</p>



<p>“&#8230;พื้นที่ตรงนี้จะเป็นจุดตั้งต้นของการสร้างเครือข่ายชุมชน ที่คนทุกช่วงวัยได้เข้ามาสื่อสาร เพื่อให้เกิดแนวทางแก้ปัญหาและพัฒนาชุมชนของทุกคนไปด้วยกัน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-323103"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/03-พื้นที่ชุมชนสร้างสรรค์.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>‘ตัน’ สุรนาถ แป้นประเสริฐ แกนนำกลุ่มบางกอกนี้ดีจังกล่าวถึงวัตถุประสงค์การตั้งกลุ่ม ก่อนเผยประสบการณ์ทำงานที่เกินกว่า 10 ปีว่า กลุ่มได้รวบรวมแกนนำเยาวชนคนรุ่นใหม่ย่านฝั่งธน ด้วยแรงหนุนของผู้นำชุมชน จนเกิดบทบาทสร้างสรรค์และแก้ปัญหาชุมชนที่ตรงกับความต้องการของคนในพื้นที่ กอปรกับความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก ที่นำเครื่องมือและองค์ความรู้เข้ามาช่วยออกแบบวิธีการ ลำดับความคิด เพิ่มศักยภาพในการเก็บข้อมูลและสื่อสารกับทั้งคนในและคนนอกชุมชน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-aec674"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/สุรนาถ-แป้นประเสริฐ-พื้นที่เรียนรู้ชุมชนช่วยลดความเสี่ยงเด็กหลุด.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“มีสองประเด็นใหญ่ที่ผมว่าไปด้วยกันได้ แล้วบางกอกนี้ดีจังได้ยึดถือเป็นแนวทางทำงาน หนึ่งคือ<strong>ปัญหาชุมชนที่เกิดกับเด็กเยาวชน ทั้งยาเสพติด การขาดพื้นที่แสดงออก และเรื่องการหลุดออกจากระบบการศึกษา ซึ่งผสมปนเปและเป็นชนวนที่นำเด็กไปสู่ปัจจัยเสี่ยงที่ร้ายแรงยิ่งขึ้น แน่นอนว่าก่อนอื่นเราต้องเข้าไปแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ขณะเดียวกันถ้าทำเพียงมิติเดียว มันคือการตั้งรับที่ปลายทาง สุดท้ายจำนวนของเด็กๆ กลุ่มนี้ก็ไม่ได้ลดลง จึงต้องมีประเด็นที่สอง คือการออกแบบพื้นที่และสื่อสร้างสรรค์ ที่เรามีต้นทุนที่แข็งแรงอยู่แล้ว”</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ปลุกอดีตให้มีชีวิตด้วยพลังความสดใหม่</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a773e7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/04-พื้นที่ชุมชนสร้างสรรค์.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ใน 3 เขตนำร่องการทำงาน คือบางกอกน้อย บางกอกใหญ่ และบางพลัด เป็นชุมชนดั้งเดิมที่มีเรื่องเล่า มีประวัติศาสตร์ของผู้คนหลายต่อหลายรุ่น เหล่านี้คือ ‘ของดีชุมชน’ ที่เป็นด้านตรงข้ามของความแออัด ความยากลำบาก หรือปัจจัยเสี่ยง ซึ่งบางกอกนี้ดีจังตั้งใจนำมาสื่อสารสร้างพลังบวก เปิดมุมมองให้คนนอกรับรู้ และในทางกลับกันก็เป็นการดึงพลังคนในให้เข้ามาร่วมมือ ออกแบบพื้นที่สร้างสรรค์ที่เป็นของทุกคน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-dc58f7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/05-พื้นที่ชุมชนสร้างสรรค์.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>“แต่ละพื้นที่มีเรื่องราว มีของดี มีปราชญ์ แต่อาจไม่ได้ถูกพูดถึงหรือทำให้สำคัญ บ้างเกือบสูญหายไปแล้ว เราคิดว่าการนำกลับมาพูดคุยกันใหม่ มันเหมือนเราปลุกชุมชนให้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง</strong> อย่างย่านวัดโพธิ์เรียงบ้านผม มีคุณป้าทำกระทงกาบมะพร้าวสืบมาจากปู่ย่าตายายเป็นร้อยปี ปัจจุบันเป็นรุ่นสุดท้ายจะไม่มีใครสานต่อแล้ว คืออยู่มานานมากแต่คนในชุมชนไม่ได้ให้ความสำคัญ หรือมีกลุ่มทำข้าวเม่าหมี่โบราณ ที่สืบย้อนไปได้ว่าบรรพบุรุษเขาอพยพเข้ามาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เรียกตัวเองว่า ‘บ้านข้าวเม่า’ มีชุมชน ‘บ้านบุขันลงหิน’ ทำภาชนะที่ใช้ทักษะผสมผสานแร่ธาตุ โลหะ คุณสมบัติคงทน แข็งแรง เงางาม ใส่น้ำเย็นได้นาน ทั้งหมดนี้คือคุณค่าของอัตลักษณ์ ที่ทำให้เรานึกย้อนไปได้ถึงบรรยากาศท้องร่อง สวนผลไม้ เรือสัญจรในคลองสายเล็กๆ ซึ่งวันนี้เวลาทำให้ถูกลืมสูญหาย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0ebee6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/06-พื้นที่ชุมชนสร้างสรรค์.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“บางกอกนี้ดีจังเราจึงเข้าไปขุดคุ้ยข้อมูล พยายามฟื้นฟูให้กลับมา ผ่านการทำกิจกรรมหลากหลาย มีพื้นที่สร้างสรรค์ชุมชนเป็นสื่อกลาง เพราะเรื่องนี้เราต้องทำให้คนในมีอารมณ์ร่วมก่อน แล้วมันจะได้รับการหยิบยก ผลักดัน ได้รับความสำคัญ เมื่อนั้นการรับรู้จะเปิดไปถึงคนภายนอก และก้าวพ้นจากเรื่องราวของชุมชนแออัดโดยอัตโนมัติ เขาจะมองเห็นอาหารโบราณ ขนมอร่อย ศิลปะงดงาม และวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ ดึงดูดให้คนเข้ามาชมมาชิม เป็นการสร้างความหมายใหม่ให้กับชุมชน <strong>แล้วเราเชื่อในตัวเด็กเยาวชนว่าเขามีความสดใหม่ มีไอเดีย และมีพลังมากมายที่จะหยิบจับอดีตมาพลิกฟื้นให้ร่วมสมัยและคงคุณค่าในคราวเดียวกันได้ แต่เรื่องแนวคิด ความรู้ ระบบจัดการ การประสานงาน เราคิดว่าต้องใช้ประสบการณ์จากคนอีกรุ่น จากผู้นำชุมชน หรือองค์กรภายนอกมาร่วมผลักดัน เพื่อขับเคลื่อนทั้งชุมชนให้ไปด้วยกันเป็นก้อนเดียว”</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘พื้นที่เรียนรู้สร้างสรรค์’</strong><br><strong>กลไกชุมชนดูแลป้องกันกลุ่มเสี่ยง-ฟื้นฟูเด็กเยาวชนหลุดจากระบบการศึกษา</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fefc23"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/07-พื้นที่ชุมชนสร้างสรรค์.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“เราค้นพบว่าปัญหาของเด็กเยาวชนในชุมชน ไม่ว่าจะกลุ่มนอกระบบหรือคนที่กำลังจะหลุดไปก็ตาม ล้วนสัมพันธ์กับพื้นที่เรียนรู้โดยตรง เพราะ<strong>สิ่งที่ขัดแย้งคือเด็กมีพลัง มีความสามารถในตัวเอง แต่ขาดพื้นที่แสดงออก ขาดการขัดเกลาให้พัฒนางอกเงย อย่าลืมว่าเด็กทุกคนไม่ได้ถนัดการศึกษาตาม ‘ขนบ’ ทุกคน หรือบางคนมีข้อจำกัดด้วยสถานะเศรษฐกิจครอบครัว แต่สิ่งที่เขามีเช่นเดียวกันคือศักยภาพ</strong> <strong>บางกอกนี้ดีจังจึงชวนเขาส่งเสียง ชวนเข้ามาร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงชุมชน”</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-da0419"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/08-พื้นที่ชุมชนสร้างสรรค์.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>แกนนำกลุ่มบางกอกนี้ดีจัง อธิบายกระบวนการทำงานกับเด็กและเยาวชนว่า อย่างแรกคือต้องค้นหาความสนใจ และความสามารถในตัวเด็กก่อน ด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่มเด็กด้วยกันเอง รวมถึงนำกิจกรรมจากภายนอกเข้ามาให้เด็กทดลองทำ ซึ่งไม่ใช่ครั้งเดียว แต่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง</p>



<p>“การจัดกิจกรรมวันสองวันจบมันเหมือนแค่ให้เด็กมาเข้าร่วม แต่เขาไม่มีโอกาสได้ทำอะไรเลย แต่ถ้าเรามีพื้นที่ให้เขาใช้ศักยภาพบ่อยๆ มีกิจกรรม มีกระบวนการซ้ำๆ เราจะเห็นเลยว่าเกิดพัฒนาการ เราเลยทำเป็นกระบวนการ มีค่ายชุมชน มีเทศกาล มีเล่นดนตรี มีแรลลี่ ให้เด็กเขาได้รวมกลุ่มกัน แบ่งหน้าที่กัน ใครชอบจัดการพื้นที่ ใครถนัดออกแบบสื่อ ใครสนใจดนตรี ทำอาหาร เล่นโขน เชิดสิงโตได้ลองหมด ที่เกิดขึ้นคือรูปแบบการเรียนรู้ที่ทุกคนมีส่วนร่วม ได้แสดง ได้ค้นพบทักษะของตัวเองจริงๆ เพียงแต่ว่าเราต้องให้เวลาและพร้อมที่จะรอเขา”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c7760b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/09-พื้นที่ชุมชนสร้างสรรค์.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“แล้วพอเจอกระบวนการที่เหมาะสม จัดกลุ่มได้ เราหาคนมีความรู้มาช่วยเติมศักยภาพ วิเคราะห์ประเมินผลบ่อยๆ อย่างน้อยเราต้องรู้อย่างหนึ่งว่าเด็กจะไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป ฉะนั้นการที่เขาได้เปิดโลกกว้างผ่านการตกผลึกความคิด ได้สร้างสรรค์แสดงออก ได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกันคนในสังคม หลังจากนั้นเขาจะไปอยู่ที่ไหนเราเชื่อว่าจะเติบโตงอกงามได้ ปรับตัวเปลี่ยนแปลงตามความเคลื่อนไหลของสถานการณ์ต่างๆ ได้ เช่น<strong>ในช่วงโควิด-19 เราเจอปัญหาปากท้องเศรษฐกิจ มีเด็กกลุ่มเสี่ยงหลุดจากระบบและหลุดออกมาจากระบบเพิ่มขึ้น สิ่งที่เราทำอย่างแรกคือหนึ่งต้องให้เขาอยู่ได้ มีกิจกรรมในชุมชนช่วยสร้างอาชีพ ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ และที่สำคัญคือเติมพลังใจให้เขาลุกขึ้นช่วยเหลือคนอื่นได้</strong> เพราะสังคมเรามีคนที่อยู่บนสถานการณ์ต่างกัน มีคนได้รับผลกระทบมากน้อยไม่เท่ากัน เราอยากให้เขาไม่รู้สึกว่าตัวเองได้รับผลกระทบสูงสุด ก็ชวนมาทำกิจกรรมเดินหน้าฝ่าวิกฤติกัน เมื่อมีหลายมือ หลายใจ มันก็เกิดการรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง ช่วยพากันผ่านพ้นมาได้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-81b243"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/10-พื้นที่ชุมชนสร้างสรรค์.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในส่วนการขยายการทำงานไปยังพื้นที่อื่นๆ ‘ตัน’ สุรนาถ เสนอว่าพื้นที่ชุมชนสร้างสรรค์ไม่เกี่ยวกับ ‘ขนาด’ แต่ควรมีโมเดลการทำงานจากพื้นที่เล็กๆ อาจเป็นบ้านต้นทางสักหลัง แล้วขยับสู่การทำในพื้นที่ของชุมชนส่วนรวม</p>



<p>“ผมมองว่า ‘วัด’ กับ ‘โรงเรียน’ นั้นมีอยู่ทุกชุมชน มีพื้นที่เพียงพอ ซึ่งเราออกแบบตามความเหมาะสมได้ว่าจะดัดแปลงลานโล่ง ให้เกิดกิจกรรมอย่างไร แต่ที่สำคัญคือต้องให้ชุมชนร่วมออกแบบ เข้ามาร่วมดูแล และได้ร่วมทุกกระบวนการสร้างการเรียนรู้ นอกจากนี้พื้นที่ราชการหลายแห่งที่ใช้เฉพาะเวลาทำงานเช้าถึงเย็นแล้วปิดประตู มันเหมือน ‘คน’ ถูกกันคนออกไป ดังนั้นชุมชนไหนมีหน่วยราชการ กทม. น่าจะออกแบบวิธีให้คนเข้าไปใช้ได้ แบ่งสรรจัดส่วนให้เหมาะสม</p>



<p>“นี่คือสิ่งที่เราเรียนรู้ ว่าเมื่อชุมชนได้มาร่วมออกแบบ ร่วมคิด ร่วมทำ พื้นที่นั้นจะเกิดคุณค่าและความหมาย ไม่งั้นมันจะเป็นการออกแบบโดยหน่วยงานรัฐ หมดเวลาทำการก็ปิดล็อกเหมือนเดิม สุดท้ายคนในพื้นที่ก็ไม่ได้ใช้งาน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8417ad"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/11-พื้นที่ชุมชนสร้างสรรค์.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>&#8230;และจาก 3 เขตย่านฝั่งธน วันนี้กลุ่ม ‘บางกอกนี้ดีจัง’ พร้อมที่จะนำความรู้และประสบการณ์ มาร่วมจับมือกับเครือข่ายกิจกรรม ‘บางกอกกำลังดี’ เพื่อขยายพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิด ลานกิจกรรมสร้างสรรค์ และสถานที่ที่เด็กเยาวชนได้มาค้นพบและขัดเกลาทักษะภายในออกไปยังเขตอื่นๆ ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจการเปลี่ยนกรุงเทพมหานครให้เป็น ‘เมืองแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต’ สำหรับทุกคน</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-bangkok-nee-dee-jung-190722/">ชวน ‘เด็กทุกคน’ ร่วมส่งเสียงสร้างความเปลี่ยนแปลงชุมชน กับกลุ่ม ‘บางกอกนี้ดีจัง’ “เพราะเด็กทุกคนมีศักยภาพ แต่ขาดเพียงพื้นที่สร้างสรรค์”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘พื้นที่เรียนรู้ชุมชน’ ช่วยลดความเสี่ยงเด็กหลุดจากระบบการศึกษาอย่างไร</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-community-learning-area-140722/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 Jul 2022 07:03:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[เมฆ สายะเสวี]]></category>
		<category><![CDATA[ยังธน]]></category>
		<category><![CDATA[มล.จิรทิพย์ เทวกุล]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่เรียนรู้ชุมชน #บางกอกกำลังดีที่ฝั่งธน]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[เชษฐา มั่นคง]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[สภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[สิบเอกดุษฎี ถิรธนกุล]]></category>
		<category><![CDATA[สุรนาถ แป้นประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[บางกอกนี้ดีจัง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=58282</guid>

					<description><![CDATA[<p>เปิดตัวแล้วกับงาน ‘บางกอกกำลังดี &#8230;ที่ฝั่งธน’ ด้วย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-community-learning-area-140722/">‘พื้นที่เรียนรู้ชุมชน’ ช่วยลดความเสี่ยงเด็กหลุดจากระบบการศึกษาอย่างไร</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เปิดตัวแล้วกับงาน ‘บางกอกกำลังดี &#8230;ที่ฝั่งธน’ ด้วยแนวคิดในการผลักดันให้เกิดพื้นที่เรียนรู้เพื่อเด็กและเยาวชนทั่ว กทม. โดยมีกำหนดจัดกิจกรรมทุกวันอาทิตย์ ใน 12 เขตนำร่อง เป็นความร่วมมือระหว่างเครือข่ายบางกอกกำลังดี กสศ. สสส. ที่จับมือกับ กรุงเทพมหานคร เปลี่ยนพื้นที่สาธารณะให้เป็น ‘พื้นที่เรียนรู้ที่มีชีวิต’ ผ่านกิจกรรมศิลปะ ดนตรี ตลาด เวิร์คช็อป การละเล่นสร้างสรรค์ ที่เด็กเยาวชนทุกคนจะได้เข้ามาพบปะแลกเปลี่ยน เรียน เล่น แสดงความสามารถ มาค้นพบกิจกรรมที่สนใจ ที่จะช่วยเติมเต็มต่อยอดพัฒนาการทุกด้าน ที่สำคัญคือน้องๆ ทุกคนจะได้มีส่วนร่วมออกแบบพื้นที่ของตัวเอง เพื่อให้กิจกรรมและประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น รองรับความต้องการที่หลากหลายของเด็กเยาวชนทุกกลุ่มได้จริง</p>



<p>จากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งทำให้เด็กเยาวชนต้องเรียนรู้จากบ้านมากกว่าไปโรงเรียน จนเกิดภาวะถดถอยทั้งการเรียนรู้และทักษะสังคม ทั้งยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักให้เด็กเยาวชนจำนวนมากอยู่บนความเสี่ยงต่อการหลุดออกจากระบบการศึกษา มาดูกันว่าการเกิดขึ้นของ ‘พื้นที่เรียนรู้สาธารณะชุมชน’ มีความสำคัญแค่ไหน และจะมีส่วนช่วยป้องกันน้องๆ ไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษาได้อย่างไร</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ประสบการณ์นอกห้องเรียน หนุนให้เกิดความพร้อมในการเรียนรู้</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8f40fc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/สุรนาถ-แป้นประเสริฐ-พื้นที่เรียนรู้ชุมชนช่วยลดความเสี่ยงเด็กหลุด.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">สุรนาถ แป้นประเสริฐ คณะทำงานโครงการ ‘บางกอกนี้ดีจัง’</figcaption></figure></div></div></div>



<p>สุรนาถ แป้นประเสริฐ คณะทำงานโครงการ ‘บางกอกนี้ดีจัง’ กล่าวว่า ชุมชนต่างๆ ที่กระจายตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีปัญหาในลักษณะเดียวกันคือนับวันยิ่งมีจำนวนผู้อยู่อาศัยมากขึ้น ขณะที่พื้นที่ไม่สามารถขยายตาม ทำให้สภาพแวดล้อมไม่เอื้อต่อการใช้ชีวิต โดยเฉพาะเมื่อมองที่ประเด็นเรื่อง ‘พัฒนาการตามช่วงวัยของเด็กๆ’ ก็แทบเป็นไปไม่ได้เลย ที่แต่ละครอบครัวจะมองหา ‘พื้นที่’ ในการสร้างสรรค์กิจกรรมให้กับลูกหลานได้ เด็กเยาวชนหลายคนจึงเติบโตขึ้นด้วยความเครียดกังวล ความกดดัน จากการอยู่ในห้องแคบเล็ก ขาดปฏิสัมพันธ์กับเด็กวัยเดียวกัน และไม่มีพื้นที่สำหรับการสร้างสรรค์ ทดลอง หรือค้นพบกิจกรรมที่ตนสนใจ</p>



<p>“เรารอให้เด็กถึงเกณฑ์เข้าโรงเรียนแล้วค่อยพัฒนาเขาไม่ได้ เพราะทักษะพื้นฐานและคุณภาพชีวิต คือสิ่งที่ต้องส่งเสริมดูแลกันตั้งแต่แรกเกิด โดยครอบครัวและชุมชน ทุกชุมชนจำเป็นต้องมีพื้นที่ที่เด็กเข้าไปทำกิจกรรมได้ มีความปลอดภัย มีการจัดสรรกิจกรรมสร้างสรรค์ และเป็นไปตามความต้องการของลักษณะชุมชนนั้นๆ ความสำคัญของพื้นที่เรียนรู้สาธารณะ จึงหมายถึงสถานที่ที่ใครก็เข้าถึงได้ ใช้งานได้ สร้างการเรียนรู้ได้ มีการหมุนเวียนเปลี่ยนไปของกิจกรรม ที่ตอบโจทย์ทั้งเด็กเล็กก่อนวัยเรียน เด็กชั้นประถมมัธยม จนถึงคนทำงานและผู้สูงอายุ ในลักษณะของการเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้สำหรับคนทุกเพศทุกวัย และต้องทำให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมออกแบบกิจกรรมได้</p>



<p>“พื้นที่ตรงนี้จะเป็นมุมสร้างสรรค์แสดงออกของเด็กเยาวชน ให้เขาได้พัฒนาศักยภาพตัวเอง ได้รวมกลุ่มทำในสิ่งที่สนใจ ซึ่งมันคือการส่งเสริมความมั่นใจและคุณค่าในตัวเอง ที่สำคัญคือประสบการณ์นอกห้องเรียนเหล่านี้เอง ที่จะช่วย<strong>สนับสนุนให้เด็กมีความพร้อมในการเรียนรู้ ค้นพบเป้าหมาย หรืออาจพัฒนาไปถึงการสร้างอาชีพ ทำให้เด็กมีรายได้เสริม ทั้งหมดนี้คือปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยประคองเด็กไว้ให้อยู่ในระบบการศึกษา</strong> เพราะเขาเข้าใจด้วยตัวเองแล้วว่า การเรียนรู้นั้นมีพลังที่จะนำพาชีวิตให้ไปต่อบนทางข้างหน้าได้”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>แหล่งเรียนรู้สาธารณะที่ใครก็เข้ามาพัฒนาตัวเองได้</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3cbfc0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/เชษฐา-มั่นคง-พื้นที่เรียนรู้ชุมชนช่วยลดความเสี่ยงเด็กหลุด.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">เชษฐา มั่นคง ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก</figcaption></figure></div></div></div>



<p>เชษฐา มั่นคง ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก กล่าวว่า การมีพื้นที่สาธารณะในชุมชน หมายถึงเราสร้างแหล่งเรียนรู้ที่เด็กเข้าถึงง่าย ครอบคลุมตั้งแต่พัฒนาการทางร่างกาย จากการเล่นกีฬา ปีนป่าย เล่นของเล่น ถึงพัฒนาการทางสังคม ได้มาพบเจอเพื่อน เจอคนต่างรุ่น ทำศิลปะสร้างสรรค์ต่างๆ และแน่นอนว่าในทางกลับกัน พื้นที่เรียนรู้ที่เพิ่มขึ้นจะสวนทางกับโอกาสในการเกิดมุมอับที่มองไม่เห็นในชุมชน ลดความเสี่ยงการมั่วสุม เพราะพื้นที่กิจกรรมของชุมชนเราสามารถออกแบบให้อยู่กลางแจ้ง ปลอดภัย และอยู่ในสายตาผู้ใหญ่ได้</p>



<p>“ผมคิดว่าพื้นที่เรียนรู้ไม่ได้หมายถึงขนาด และไม่จำเป็นต้องกำหนดว่าเป็นอย่างไร เช่นทุกชุมชนมีปราชญ์ มีองค์ความรู้ มีกิจกรรมชุมชนที่ทำสืบต่อกันมาอยู่แล้ว แต่มันขาดช่วงไปเพราะขาดการเชื่อมต่อ อย่างหลายชุมชนในฝั่งธน มีการทำบ๊ะจ่าง น้ำใบบัวบก น้ำดอกอัญชัน ขนมโบราณ ทำเป็นกิจกรรมชุมชนที่เปิดให้เด็กรุ่นใหม่เข้าไปเรียนรู้ ทดลองทำ หลายคนทำแล้วชอบ เอาไปแปรรูป เอาไปต่อยอดหารายได้ หรือบางคนแค่เข้ามาเรียนรู้ ได้ใกล้ชิดคนเฒ่าคนแก่ ทำความรู้จักกัน ช่องว่างระยะห่างที่เคยมีก็ลดลง กิจกรรมชุมชนเหล่านี้มัน<strong>คือห้องเรียนทางเลือกนอกโรงเรียน สำหรับคนทุกเพศทุกวัยทุกรุ่น คือแหล่งเรียนรู้สาธารณะที่ใครก็เข้ามาพัฒนาตัวเองได้</strong></p>



<p>“วันนี้เราได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 เด็กหยุดเรียนไปนาน เกิดภาวะถดถอยทางความรู้ ผมคิดว่าถ้ามีแหล่งเรียนรู้ใกล้บ้าน มีหนังสือ มีของเล่น มีพื้นที่ที่เด็กเข้ามาอยู่แล้วสบายใจ โดยเฉพาะเด็กจากชุมชนแออัด เขาจะได้มีพื้นที่พักใจจากปัญหาต่างๆ ในครอบครัว ได้พบเพื่อน มีสถานที่ปลดปล่อยจินตนาการ เรียนรู้สิ่งที่สนใจสิ่งที่ชอบ แล้วใจของเขาจะเปิด พร้อมพาตนเองพ้นจากมุมอับของชีวิต”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>พื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดระหว่างคนหลากรุ่น พัฒนาการศึกษาให้ตอบโจทย์ผู้เรียน</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-827cb1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/สิบเอกดุษฎี-ถิรธนกุล-พื้นที่เรียนรู้ชุมชนช่วยลดความเสี่ยงเด็กหลุด.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">สิบเอกดุษฎี ถิรธนกุล ประธานสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร</figcaption></figure></div></div></div>



<p>สิบเอกดุษฎี ถิรธนกุล ประธานสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า พื้นที่เรียนรู้สาธารณะที่เกิดขึ้นตามชุมชนเล็กๆ จะช่วยดึงเด็กเยาวชนออกมาทำกิจกรรมที่เสริมสร้างตัวตนของเขา อย่างไรก็ตามพื้นที่นั้นๆ ต้องมีระบบจัดการที่ดีตอบโจทย์ 4 ด้านหลักๆ อย่างแรกคือพื้นที่ทางกายภาพ เช่นการทำกิจกรรม หรือเล่นกีฬา สองคือเป็นพื้นที่ทางความคิด แลกเปลี่ยนเรียนรู้แสดงความเห็น สามคือพื้นที่ทางสังคม เป็นคอมมูนิตี้ขับเคลื่อนตัวตนและชุมชนให้ไปต่อได้ และสี่คือพื้นที่ทางสื่อที่เด็กได้แสดงความเป็นตัวตนจริงๆ ของเขา ถ้าเราทำให้พื้นที่นำร่องแบบนี้เกิดขึ้น ก็จะเป็นต้นแบบขยายไปสู่ชุมชนอื่นๆ ซึ่งหมายถึงการพัฒนา ‘คน’ และ ‘เมือง’ ในภาพรวม</p>



<p>“ผมมองว่าสำคัญที่สุดคือการสร้างพื้นที่เรียนรู้สาธารณะ เด็กเยาวชนต้องมีส่วนร่วมออกแบบทั้งพื้นที่และกิจกรรม ให้หลากหลายเข้าถึงทุกกลุ่ม มันถึงจะตอบสนองการใช้งาน และดึงดูดให้คนออกมาทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ภาพของสังคมที่เกิดขึ้นตอนนี้ ผมคิดว่ามันมีช่องว่างขนาดใหญ่ของคนต่างรุ่น เราจึงต้องมีพื้นที่ที่เด็กกับผู้ใหญ่ได้มาเจอกัน แลกเปลี่ยนกัน เพื่อละลายความต่าง ทำลายกรอบที่ปิดกั้น ซึ่งผมคิดว่าการพูดคุยถ่ายทอดความคิดเห็นในพื้นที่ปลอดภัยระหว่างกัน มันจะทำให้เกิดความเข้าใจและปรับตัวเข้าหากันได้<strong> ในเรื่องการศึกษาเองก็ตาม ถ้าผู้กำหนดนโยบายได้ทำความเข้าใจว่าเด็กเยาวชนต้องการอะไร การปฏิรูปหรือการพัฒนาการศึกษาก็จะตอบสนองผู้เรียนมากขึ้น แล้วจำนวนของเด็กที่หันหลังให้ระบบการศึกษาเพราะเขาคิดว่าโรงเรียนไม่ตอบโจทย์ก็จะลดลง”</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ถ้ามีที่ให้เด็กค้นพบเป้าหมาย ขับแรงบันดาลใจ เขาจะใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือนำพาสู่ความสำเร็จ</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d073d1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/เมฆ-สายะเสวี-พื้นที่เรียนรู้ชุมชนช่วยลดความเสี่ยงเด็กหลุด.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">เมฆ สายะเสวี สถาปนิกชุมชน คณะทำงานเครือข่าย ‘ยังธน’</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เมฆ สายะเสวี สถาปนิกชุมชน คณะทำงานเครือข่าย ‘ยังธน’ กล่าวว่า ถ้าถามว่าพื้นที่สาธารณะของชุมชนสำคัญยังไง ต้องบอกว่ามันคือ ‘ห้องรับแขก’ ของบ้าน เป็นเหมือนสถานที่ตรงกลาง ที่เติมเต็มความสมบูรณ์ให้ทุกคนมาเจอกัน โดยหากมองย้อนไปในอดีต จะเห็นว่าทุกชุมชนจะมี ‘ข่วง’ เป็นลานพบปะสาธารณะที่ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ส่งต่อภูมิปัญญา และรักษาความเข้มแข็งของชุมชนเอาไว้</p>



<p>“กทม. เป็นเมืองที่ยังขาดแคลนพื้นที่สาธารณะ ไม่ค่อยมีที่ที่เด็กจะได้ออกมาเรียนรู้นอกห้องเรียน เพื่อค้นพบความสนใจความถนัดของตัวเอง หรือคนที่มีความสามารถและต้องการการพัฒนาต่อยอดก็ไม่มีพื้นที่รองรับ ทั้งที่กิจกรรมเหล่านี้เองที่จะทำให้เด็กคนหนึ่งได้พบเป้าหมายของเขา รู้สึกถึงคุณค่าในตัวเขา แล้ว<strong>ผมคิดว่ามันเชื่อมโยงกับการศึกษาโดยตรง เพราะเมื่อเขาพบเป้าหมายในใจแล้ว ก็จะเกิดแรงบันดาลใจ รู้ว่าต้องพาตัวเองไปทางไหน เรียนอะไรเพิ่มเติม หรือจะไปให้ถึงปลายทางที่ตั้งไว้ด้วยวิธีใด เมื่อนั้นการศึกษาจึงจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เขาประสบความสำเร็จได้</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f3c012"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/01-พื้นที่เรียนรู้ชุมชนช่วยลดความเสี่ยงเด็กหลุด.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“พื้นที่เรียนรู้ที่ดี มีชีวิต เด็กต้องได้ออกแบบ ได้เสนอในสิ่งที่เขาอยากได้ ผมว่าถ้าทุกคนย้อนนึกภาพว่าเราเป็นเด็ก แล้วมีผู้ใหญ่ที่ให้โอกาสเราตั้งคำถาม ได้ออกความเห็นที่บริสุทธิ์ ว่าจะสร้างพื้นที่เมืองให้เหมาะกับเด็กอย่างไร คงเป็นความรู้สึกที่ประทับใจ แล้วเมื่อโตขึ้น พวกเขาก็จะส่งโอกาสให้คนรุ่นต่อไปได้มาออกแบบเมืองกันต่อ นั่นเองที่เราจะได้เมืองที่เหมาะสมกับการเรียนรู้จริงๆ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-21595d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/จิรทิพย์-เทวกุล-พื้นที่เรียนรู้ชุมชนช่วยลดความเสี่ยงเด็กหลุด.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">มล.จิรทิพย์ เทวกุล นักวิจัยศูนย์บริการนักวิจัย และออกแบบ มจธ. คณะทำงานเครือข่าย ‘ยังธน’</figcaption></figure></div></div></div>



<p>มล.จิรทิพย์ เทวกุล นักวิจัยศูนย์บริการนักวิจัย และออกแบบ มจธ. คณะทำงานเครือข่าย ‘ยังธน’ กล่าวว่า ประสบการณ์ของกลุ่มยังธน ในการทำงานสร้างเครือข่ายพัฒนาชุมชนและพื้นที่สาธารณะให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ของทุกคน เน้นไปที่การมีส่วนร่วมของเด็กเยาวชน โดยเข้าไปเปิดพื้นที่ความคิดให้น้องๆ ในพื้นที่ที่แอบซ่อนในชุมชน จัดกิจกรรมกันในพื้นที่สาธารณะที่ทรุดโทรม เนื่องจากทางกลุ่มต้องการสื่อสารว่าเด็กๆ ควรมีที่เรียนรู้หรือทำกิจกรรมที่ดีกว่าใต้สะพาน หรือในตรอกซอกซอยเล็กแคบ ซึ่งจะยิ่งพาเด็กเข้าใกล้ความเสี่ยงในทุกรูปแบบ ดังนั้นการเกิดขึ้นของพื้นที่เรียนรู้สร้างสรรค์ ย่อมหมายถึงการเพิ่มคุณค่าให้สถานที่ ให้ชุมชน และให้กับตัวเด็กๆ และจะช่วยลดโอกาสที่เขาจะเลือกเดินไปอีกเส้นทางหนึ่ง จนหลุดจากระบบการศึกษาไปในที่สุด</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-community-learning-area-140722/">‘พื้นที่เรียนรู้ชุมชน’ ช่วยลดความเสี่ยงเด็กหลุดจากระบบการศึกษาอย่างไร</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. ร่วมผลักดันพื้นที่เรียนรู้เพื่อเด็กและเยาวชนทั่ว กทม. หนุนนโยบาย อ.ชัชชาติ สร้างพื้นที่เรียนรู้กระจายทุกชุมชน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-110722/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Jul 2022 06:53:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[สสส.]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่เรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐยา บุญภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[สุรนาถ แป้นประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[บางกอกนี้ดีจัง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=58189</guid>

					<description><![CDATA[<p>อ.ชัชชาติ ‘ประกาศผลักดันพื้นที่เรียนรู้เพื่อเด็กทั่ว กท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-110722/">กสศ. ร่วมผลักดันพื้นที่เรียนรู้เพื่อเด็กและเยาวชนทั่ว กทม. หนุนนโยบาย อ.ชัชชาติ สร้างพื้นที่เรียนรู้กระจายทุกชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อ.<strong><strong>ชัชชาติ ‘ประกาศผลักดันพื้นที่เรียนรู้เพื่อเด็กทั่ว กทม.’ จับมือ กสศ. สสส. ผนึกพลังชุมชน &#8211; ภาคประชาสังคม จัดเทศกาลบางกอกกำลังดี&#8230;ที่ฝั่งธน สนับสนุนให้เกิดพื้นที่เรียนรู้กระจายทุกชุมชน ผู้จัดการ กสศ. ระบุ ‘พื้นที่เรียนรู้’ ช่วยปลดล็อกทักษะอารมณ์สังคมและฟื้นฟูความรู้ถดถอย พร้อมเดินหน้าสนับสนุน กทม. สร้างเมืองแห่งการเรียนรู้</strong></strong></p>



<p>เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2565 <strong>นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</strong> กล่าวในงานบางกอกกำลังดี &#8230;ที่ฝั่งธน ณ สวนบางขุนนนท์ ถึงการผลักดันนโยบายการศึกษาว่ามีสองคำที่สำคัญคือ <strong>‘พื้นที่’</strong> และ <strong>‘เรียนรู้’</strong> เนื่องจากมองว่านับจากนี้ถึงอนาคตคำว่า <strong>‘การศึกษา’</strong> จะไม่สำคัญเท่ากับ <strong>‘การเรียนรู้’</strong> โดยอธิบายว่าการศึกษาจะเป็นเพียงหลักสูตรที่คนกลุ่มหนึ่งกำหนดไว้ ขณะที่โลกในอนาคตทุกสิ่งจะเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ดังนั้นเด็กจำเป็นต้องมีทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยมีพื้นที่เรียนรู้สาธารณะเพิ่มขึ้น แต่ที่ผ่านมาพบว่า กทม. ยังไม่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับเด็ก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e3ff22"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/02-งานบางกอกกำลังดี.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ในเรื่องการเรียนรู้ กทม. ไม่ได้เก่งเท่าเครือข่ายที่ทำงานด้านนี้โดยตรง แต่เรามีหน้าที่ผลักดันให้พื้นที่ของประชาชนเปิดกว้าง รวมถึงต้องสอดคล้องกับความต้องการ ซึ่ง กทม. มีพื้นที่เยอะแยะ ทำได้ทุกเขต เรามีสวนสาธารณะ มีตึกที่มีพื้นที่เหลือใช้งาน หนึ่งในนั้นคือเราสามารถเปลี่ยนโรงเรียนเป็นศูนย์เรียนรู้ได้ในวันเสาร์อาทิตย์ ทั้งนี้ต้องไม่เป็นภาระของครู แต่เราให้คนในชุมชนมาใช้ ดูแลกันแบบพี่สอนน้อง มีอาสาสมัครมาช่วยดูแล กทม. ยืนยันว่าเรื่องนี้สำคัญและจะเต็มที่ทุกอย่าง เพราะสิ่งที่ทำวันนี้คือการเตรียมพร้อมให้กับเด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เขาจะเป็นเจ้าของเมืองเมืองนี้ต่อไปในอนาคต”</p>



<p><strong>ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร </strong>ระบุว่า นโยบายผลักดันพื้นที่เรียนรู้ ต้องใช้ความร่วมมือของ 4 เกลียวการทำงาน คือ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และกำลังหลักคือชุมชน เพื่อให้ได้ผลงานที่ตอบโจทย์จริง เพราะเมืองจะดีขึ้นไม่ได้ถ้าทุกคนไม่ร่วมมือกัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2220e8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/06-งานบางกอกกำลังดี.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“หนึ่งเดือนที่ผ่านมาทำให้เห็นว่า กทม. มีพลัง เราได้ต้นไม้ 1 ล้าน 3 แสนต้น ภายในเดือนเดียวโดยไม่ต้องใช้เงินสักบาท แค่ทุกคนมาร่วมมือกัน นี่เป็นแค่มิติแรก ๆ เท่านั้น ผมว่าเรามีทั้งส่วนที่เหมือนและแตกต่างกันทางมุมมอง ถ้าเราเอาส่วนที่เหมือนเป็นหลักคืออยากให้เยาวชนมีอนาคตที่ดี มีพื้นที่เรียนรู้คุณภาพ แล้วค่อยแก้ส่วนที่แตกต่างกัน ผมเชื่อว่าเราจะได้กรุงเทพ ฯ ที่ดีกว่าครับ”</p>



<p>ด้าน <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> กล่าวว่า กสศ. ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับ กทม. เพื่อสร้างพื้นที่ส่งเสริมให้กรุงเทพ ฯ เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ตามแนวทางขององค์การยูเนสโก   ทั้งนี้พื้นที่เรียนรู้ที่มีความสุขไม่จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่ แต่สำคัญคือต้องการความมีส่วนร่วมของคนทุกคนและหน่วยงานทุกภาคส่วน ทั้งในการออกแบบกิจกรรม และทำให้เป็นพื้นที่ที่เด็กเยาวชนจากชุมชนต่าง ๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e847f5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/03-งานบางกอกกำลังดี.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“การผลักดันให้ กทม. เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้นั้น สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเมืองในระดับนานาชาติ ที่ให้บทบาทท้องถิ่นมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ขณะนี้มีเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ 229 แห่งทั่วโลก ที่สามารถจัดการทรัพยากรในทุกภาคส่วนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสนับสนุนให้เกิดการการเรียนรู้สำหรับประชาชนทุกคนและทุกระดับ มีการเรียนรู้ที่เสมอภาค และทั่วถึง รวมถึงส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดช่วงชีวิต”</p>



<p><strong>ดร.ไกรยส</strong> กล่าวต่อไปว่า สถานการณ์โควิด-19 ทำให้ประเทศไทยต้องปิดโรงเรียนเป็นเวลานาน ผลกระทบที่ตามมาคือเด็กมีความเครียด เกิดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ หรือ Learning Loss ซึ่งการจะแก้ไขปัญหาบนความยั่งยืนไม่ใช่การอัดเนื้อหาทางวิชาการ แต่ต้องปลดล็อกทักษะด้านอารมณ์สังคมของเด็กด้วยพื้นที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์เพื่อกระตุ้นให้เด็กเยาวชนมีภูมิคุ้มกันในการเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ ในชีวิต มีมุมมองแง่บวก กระตือรือร้นในการแก้ไขปัญหา ดังนั้นถ้ามีพื้นที่เรียนรู้ที่ดึงเด็กให้ออกจากบ้าน ก้าวข้ามความเครียด กังวล ความกลัว ความไม่มั่นใจต่าง ๆ แล้วออกมาแสดงความสามารถในสิ่งที่เขาทำได้ดี เด็กจะหลุดพ้นจากภาวะถดถอยแล้วกลับไปสู่การเรียนรู้ได้ ซึ่ง กสศ. จะเข้ามาร่วมทำงานกับ กทม. และทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชน ประชาชน ในการดึงการมีส่วนร่วมเพื่อสร้างพื้นที่เรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชนไปด้วยกัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b76caf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/04-งานบางกอกกำลังดี.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นางสาวณัฐยา บุญภักดี ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สสส.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สอดคล้องกับ <strong>นางสาวณัฐยา บุญภักดี ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) </strong>กล่าวว่า การสร้างพื้นที่เรียนรู้ คือสิ่งที่ทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพสูงในการทำให้เด็กก้าวทันโลกปัจจุบัน กทม. มีพื้นที่ที่ทำได้มากมาย เช่น สถานที่ราชการมีสนามหญ้า หรือสวนสาธารณะต่าง ๆ สำคัญคือต้องมีกิจกรรมสร้างสรรค์ ทำเป็นประจำต่อเนื่อง มีความหลากหลาย และเข้าถึงวิถีชีวิต เพราะเคล็ดลับของพื้นที่เรียนรู้คือเด็กเยาวชนต้องได้คิดเองว่าต้องการอะไร แล้วผู้ใหญ่คอยช่วยจัดหาสิ่งจำเป็นมาให้เขาได้ลงมือทำ ได้เรียนรู้สนุกสนาน จากนั้นให้เขาสรุปและถอดบทเรียนจากสิ่งที่ทำ พื้นที่แบบนี้ต้องทำให้มีทุกตำบล ทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน เพื่อให้เด็กไม่ต้องเดินทาง แค่ไม่กี่ก้าวจากบ้านเขาต้องไปถึง จึงอยากชักชวน กทม. มาช่วยกันร่วมมือคิดหาทางทำให้ทรัพยากรที่มีอยู่ได้กระจายไปยังพื้นที่เรียนรู้ให้กว้างขวาง ดึงเด็กมาทำกิจกรรมที่จะทำให้เขามีทักษะชีวิต ห่างไกลอบายมุข อยู่รอดปลอดภัยได้ในโลกยุคใหม่</p>



<p>ขณะที่ <strong>นายสุรนาถ แป้นประเสริฐ จากโครงการ ‘บางกอกนี้ดีจัง’</strong> กล่าวเสริมว่า การเกิดขึ้นของพื้นที่เรียนรู้แห่งหนึ่ง จะเป็นต้นแบบความสำเร็จที่ขยายไปสู่ชุมชนอื่น ๆ และดึงการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายเข้ามาผลักดันช่วยกันได้มากขึ้น ที่ผ่านมาเครือข่ายบางกอกนี้ดีจังได้ทำงานร่วมกับผู้นำชุมชนในพื้นที่ฝั่งธน ฝั่งพระนคร และเขตอื่น ๆ เรามีคนในชุมชนที่เป็นผู้นำธรรมชาติ มีแกนนำเด็กเยาวชน มีพี่เลี้ยง มีกลุ่มและเครือข่ายเด็กเยาวชนที่มีอัตลักษณ์เฉพาะ แข็งแรงในด้านภูมิปัญญา ศิลปะ วัฒนธรรม ซึ่งมีอิทธิพลช่วยสื่อสารให้คนในชุมชนลุกขึ้นมาปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c91b87"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/05-งานบางกอกกำลังดี.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายสุรนาถ แป้นประเสริฐ จากโครงการ ‘บางกอกนี้ดีจัง’</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“นอกจากความร่วมมือของชุมชน เราได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิและหน่วยงานต่าง ๆ เพราะปัญหาบางอย่างแก้ด้วยคนในชุมชนไม่พอ ต้องมีการนำองค์ความรู้บางอย่างเข้ามาช่วย โดยตั้งอยู่บนฐานของการส่งเสริมศักยภาพเยาวชน พยายามเพิ่มมิติของแหล่งเรียนรู้ ถ้าหากชุมชนสามารถดึงคุณค่าภายในออกมาได้ ทุกอย่างจะหมุนไปได้โดยวิถีธรรมชาติ ชุมชนเรามีองค์กรเข้ามามีส่วนร่วมค่อนข้างเยอะ เราต้องตั้งรับด้วยการทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดและสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ ทำให้แนวคิดฝังอยู่กับชุมชน และองค์กรที่เข้ามาต้องรู้จักชุมชนเราพอสมควรถึงจะทำงานร่วมกันได้”</p>



<p>ทั้งนี้ การผลักดันพื้นที่เรียนรู้เพื่อเด็กและเยาวชนทั่ว กทม. จะนำร่องจัดกิจกรรมทุกวันอาทิตย์ ใน 12 เขต ผ่านโครงการพื้นที่สาธารณะพื้นที่เรียนรู้ที่มีชีวิต ประกอบด้วยกิจกรรมศิลปะ ดนตรี ตลาด เวิร์กช็อป การละเล่นสร้างสรรค์สำหรับเด็ก เยาวชน และคนทุกเพศทุกวัย เริ่มวันอาทิตย์ที่ 17 ก.ค. 2565 จัดที่สวนบางกอกใหญ่ ตั้งแต่เวลา 15.00 – 20.00 น. <strong>สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวได้ที่ เพจ บางกอก กำลังดี</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f159ab"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/07-งานบางกอกกำลังดี.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-110722/">กสศ. ร่วมผลักดันพื้นที่เรียนรู้เพื่อเด็กและเยาวชนทั่ว กทม. หนุนนโยบาย อ.ชัชชาติ สร้างพื้นที่เรียนรู้กระจายทุกชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
