<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บาการี | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 01 Feb 2022 08:59:24 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>บาการี | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>โรงเรียนบ้านบาละ จังหวัดยะลา ‘ฉุด’ ให้เด็กอยู่ในโรงเรียน และ ‘สร้าง’ ที่ทางให้เด็กมีตัวตนในระบบการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-baan-bala-240122/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Jan 2022 04:57:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[พาน้องกลับโรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กอยากเรียนต่อต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบช่วยเหลือดูแลเด็กหลุดจากระบบการศึกษาช่วงโควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาจังหวัดยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลาเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านบาละ]]></category>
		<category><![CDATA[ธีระพล พงษ์พิมาย]]></category>
		<category><![CDATA[เบญจา พรหมเพ็ชร]]></category>
		<category><![CDATA[อับดุลตอ]]></category>
		<category><![CDATA[บาการี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=50749</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ถึงโรงเรียนเรามีเด็กห้าร้อยกว่าคน แต่เราดูแลกันแบบครอบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-baan-bala-240122/">โรงเรียนบ้านบาละ จังหวัดยะลา ‘ฉุด’ ให้เด็กอยู่ในโรงเรียน และ ‘สร้าง’ ที่ทางให้เด็กมีตัวตนในระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ถึงโรงเรียนเรามีเด็กห้าร้อยกว่าคน แต่เราดูแลกันแบบครอบครัว&#8230;ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่ง แต่ครูทุกคนเรามีข้อตกลงร่วมกันว่าจะช่วยเป็นหูเป็นตา สังเกตติดตามและช่วยเหลือเด็กทุกทางที่ทำได้ ไม่ว่าเจอกับเงื่อนไขอะไร เด็กไม่มีเงิน ไม่มีรถ บ้านอยู่ไกล เดินทางลำบาก เราจะช่วยกันหาทางแก้ปัญหาให้ได้</p>



<p>“พวกเราคิดเหมือนกันว่า ครูต้องไม่ใช่แค่สอนหนังสือตามเวลา แต่<strong>เราต้อง ‘ฉุด’ ให้เด็กอยู่ในโรงเรียน และ ‘สร้าง’ ที่ทางให้เด็กมีตัวตนในระบบการศึกษา คือเรื่องแบบนี้ถ้าใครทำอยู่แค่คนเดียว วันหนึ่งเขาหมดแรงมันก็จบ แต่เราทำได้เพราะมีทีมที่ทุกคนมองไปยังเป้าหมายเดียวกัน มันก็มีบ้างที่มีคนเหนื่อย หมดแรง หรือไฟมอดชั่วครู่ชั่วคราว ซึ่งคนที่เหลือก็จะช่วยเติมแรงเติมไฟให้กันได้</strong> อย่างช่วงโควิด-19 เราเจอโจทย์ที่หนักขึ้น ก็มีโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ของจังหวัดเข้ามารับช่วง นี่คือความหมายของการที่แต่ละคนยื่นมือมาคนละมือ ช่วยกันคว้า ผลัดกันจับ ส่งต่อกันไปเรื่อยๆ แล้วสุดท้ายเราจะเจอทางที่ทำให้เด็กๆ มีชีวิตที่ดีขึ้นจนได้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d55b94"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/‘คนละมือช่วยกันคว้าช่วยกันผลัก-ต้นแบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเสี่ยงหลุดที่บ้านบาละ_P.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ครูธีระพล พงษ์พิมาย ในฐานะตัวแทนคณะครูโรงเรียนบ้านบาละ อำเภอกายัง จังหวัดยะลา</strong> กล่าวถึงการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่มีความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาที่ทำต่อเนื่องมาแล้วเกือบสิบปี จนพูดได้ว่าแม้จะตั้งอยู่ในโซนพื้นที่สีแดง ห่างไกลจากเขตเมือง แต่ก็ไม่มีเด็กที่หลุดจากระบบกลางทางแม้แต่คนเดียว ทั้งยังมีการส่งต่อ ติดตามการเติบโตของน้องๆ กลุ่มนี้ไปจนถึงชั้นมัธยมปลายหรือระดับมหาวิทยาลัย</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ถ้าวิถีไม่เปลี่ยน ความเสี่ยงก็ไม่มีทางหมดไป</h2>



<p>แบบอย่างการทำงานของโรงเรียนบ้านบาละ สามารถบอกเล่าผ่านเรื่องราวของ<strong>เด็กชายวัย 12 ปี อับดุลตอเละ บาการี หรือ ‘ตอเละ’</strong> นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนบ้านบาละ</p>



<p>ตอเละเป็นพี่คนโตของน้องๆ สี่คน มีพ่อกับแม่ที่ต้องออกไปทำงานรับจ้างกรีดยางและตัดไม้แลกค่าแรงราววันละร้อยบาทตั้งแต่ตีสี่ทุกวัน ราวเจ็ดโมงเช้า แม่ของตอเละจะขี่รถมอเตอร์ไซค์มารับตอเละกับน้องไปส่งที่โรงเรียน ทำให้บางวันที่งานติดพัน&nbsp; ปลีกเวลามาไม่ได้ ตอเละจะไม่ได้มาโรงเรียน และมีหน้าที่ดูแลน้องๆ อยู่บ้าน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-21e118"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/‘คนละมือช่วยกันคว้าช่วยกันผลัก-ต้นแบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเสี่ยงหลุดที่บ้านบาล-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“<strong>เด็กกลุ่มนี้เราต้องจับสัญญาณให้พบโดยเร็วว่าเขามีความเสี่ยง หนึ่ง ขาดเรียนบ่อย สอง ไม่ร่าเริง สาม เวลาเรียนมักเหม่อลอย ไม่ตอบสนองกับครูหรือกับเพื่อน และสี่คือ เขาจะไร้แรงขับในการเรียน ไม่มีเป้าหมายอนาคต นี่คือสี่สัญญาณที่ต้องรีบช้อนให้ไวที่สุด เอาเข้ามาดูแล หาทางเปลี่ยนวิถีชีวิตให้ได้</strong> เพราะพอขาดเรียนบ่อย เขาจะเริ่มเรียนไม่รู้เรื่อง ทักษะวิชาการไม่มี ทักษะสังคมถดถอย รู้สึกแปลกแยกเวลาอยู่ในโรงเรียน สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะหายไปเฉยๆ</p>



<p>“ครั้งแรกที่ตอเละหายไปคือตอน ป.4 เทอมแรก ก่อนหน้านั้นมีสัญญาณคือ เดือนหนึ่งๆ เขามาเรียนแค่สองสามวันแล้วก็ไม่มาอีก ครูก็คุยกัน ให้เพื่อนไปตามที่บ้าน เขาบอก ‘ผมต้องดูแลน้อง’ ถึงตรงนั้นเหมือนเราเจอทางตัน ก็มองว่าต้องคุยสามฝ่าย ทั้งเด็ก ผู้ปกครอง และเราที่เป็นครู อาศัยการพูดคุยเชิงลึก ไม่ใช่แค่ชวนให้กลับมาเรียน แล้วไม่ใช่คุยครั้งสองครั้ง แต่บางครั้งเทียวไปเทียวมาเป็นสิบครั้งจนแทบถอดใจ แต่ครูเราหลายคนก็ช่วยกันหาทาง เวียนเข้าไปบ่อยๆ เอาความจริงใจเป็นตัวตั้ง ให้ผู้ปกครองเชื่อว่าถ้ากลับมาแล้ว เรามีกระบวนการดูแล มีทางให้เขาไปต่อ หาทางออกด้วยกัน ไม่ได้พากลับมาแล้วทิ้งให้เขาต้องสู้คนเดียวลำพัง”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ฟื้นฟูทักษะวิชาการ+ปรับสภาวะจิตใจผ่าน ‘กิจกรรมทำขนม’</h2>



<p>ตอเละกลับมาเรียนอีกครั้งในช่วง ป.4 เทอม 2 ระหว่างที่ไม่มาโรงเรียน ครูช่วยกันเอางานไปให้ทำ หาบทเรียนเสริมไปให้เป็นระยะ แต่อุปสรรคคือบ้านตอเละไม่มีไฟฟ้า ไม่มีเครื่องมือการเรียนรู้ใดๆ เลย กลางวันทำงานเลี้ยงน้อง พอตกกลางคืนบ้านมืดสนิท มีเพียงแสงสลัวจากเทียนและตะเกียงเก่า&nbsp;</p>



<p>เส้นสายเล็กบางที่เกี่ยวตอเละไว้กับการศึกษาบ้าง คือไฟฉายคาดหัวที่แม่ใช้ส่องทางขณะกรีดยางทุกย่ำรุ่ง ที่ตอเละเอามาปรับใช้ทบทวนการอ่านการเขียน</p>



<p>“มันไม่ได้ผลหรอก ถ้าเราปล่อยให้เด็กทำการบ้านทบทวนบทเรียนในสภาพที่ไม่มีความพร้อมเลย’ ครูธีระพลกล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-05c839"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/‘คนละมือช่วยกันคว้าช่วยกันผลัก-ต้นแบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเสี่ยงหลุดที่บ้านบาล-5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>กลุ่มครูจึงช่วยกันพัฒนาหลักสูตรพิเศษที่จะเชื่อมโยงให้เด็กกลับมา และไปต่อได้ ด้วยกิจกรรมที่ทั้ง ‘สนุก’ และ ‘อร่อย’ บนแนวคิดที่ว่าจะไม่เอาภาควิชาการมายัดเยียดให้เด็ก แต่จะนำกิจกรรมใกล้ตัว สนุกสนาน และเป็นเครื่องมือเลี้ยงชีพในอนาคตได้ มาสอดแทรกวิชาการคำนวณ ภาษา สร้างทักษะการคิด แก้ปัญหา หรือการวางแผนเข้าไป เพื่อให้เด็กอยู่กับการเรียนรู้ได้โดยไม่รู้สึกต่อต้าน</p>



<p>“เราสร้างกลุ่มฝึกทักษะอาชีพการทำขนมขึ้นที่โรงเรียน มีเครื่องมือ มีครูสอน เป็นบทเรียนที่กินได้ ได้ลงมือปฏิบัติ เห็นผลกันทันทีว่าเรียนไปเพื่ออะไร เด็กๆ ได้รู้จักเครื่องมือทำขนม ได้ชั่งตวงวัดคำนวณอัตราส่วนของส่วนผสม ต้องฝึกอ่านเขียนสูตรทำขนมต่างๆ จำและออกเสียงยี่ห้อผลิตภัณฑ์ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษเพื่อไปซื้อของมาเติมได้ แยกชนิดได้ว่าแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน แป้งสาลี ต่างกันยังไง ใช้ทำอะไรได้บ้าง นี่คือกระบวนการที่ทำให้เขาได้เรียนภาษา คณิตศาสตร์ เพิ่มพูนทักษะสังคมโดยไม่รู้ตัวเลย&nbsp; </p>



<p>“ชีวิตของเด็กในพื้นที่ ถ้าไปเคร่งครัดอ่านเขียนท่องจำ เขาจะไม่รับ เพราะไม่รู้ว่าปลายทางคืออะไร แต่พอมีกิจกรรมเชื่อมโยงให้ แต่ละคนก็พัฒนาไปได้ในหลายมิติ อย่างตอเละ เขาทำเบเกอรี่เก่งมาก ทำได้ทุกอย่าง เค้ก คัสตาร์ด เมอแรง ชิฟฟอน รับจัดเบรกได้ แล้วเขาดีใจที่มีทักษะอาชีพติดตัว วันหนึ่งเอาไปต่อยอดได้ หาเงินได้ มีผลรับเป็นรูปธรรม”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d80ebd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/‘คนละมือช่วยกันคว้าช่วยกันผลัก-ต้นแบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเสี่ยงหลุดที่บ้านบาล-4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">วิกฤตโควิด-19 มาถึง ตอเละหลุดอีกครั้ง<br>กับภารกิจของครูที่ ‘เอื้อมมือออกไปเท่าไหร่ก็แทบคว้าไว้ไม่ถึงแล้ว’</h2>



<p>ครูธีระพลเล่าว่า แม้จะมีกระบวนการเหมาะสมและคณะครูที่ทุ่มเท เมื่อผลกระทบจากโควิด-19 มาถึง รูปแบบปัญหาก็เปลี่ยนแปลงไป</p>



<p>“รอบนี้เราทำอะไรไม่ได้เลย ในช่วงโรงเรียนปิดยาวนาน ตอเละกับโรงเรียนขาดกันไปเลย เด็กไม่มีโทรศัพท์ ครูเข้าไปหาในพื้นที่ไม่ได้ ยังไม่นับว่าการจำกัดเวลาทำงานและการล็อกดาวน์ที่ทำให้ครอบครัวของตอเละแทบไม่มีรายได้อีก ถึงตรงนี้แม้ชื่อตอเละยังอยู่ที่โรงเรียน แต่ในทางทฤษฎีคือเด็กหลุดจากระบบการศึกษาไปทั้งตัวแล้ว ถ้านับระยะเวลาก็ตั้งแต่ ป.5 ถึง ป.6 หรือเกือบ 1 ปีเต็ม&nbsp; </p>



<p>“เราคิดกันไปต่างๆ นานา ว่าจะช่วยกันประคองตอเละไว้ได้อย่างไร แล้วครูเราจะไหวแค่ไหน ภารกิจครั้งนี้เป็นงานที่หนักมาก มองไปไม่เห็นทางออกเลย แต่ขณะที่เรากำลังจะยอมรับกันแล้วว่า ครั้งนี้อาจจะสุดมือคว้าไว้จริงๆ ก็กลับมีมือที่มองไม่เห็นยื่นเข้ามา ซ้ำยังเป็นมือที่แข็งแรงมั่นคงกว่าเดิม&#8230;”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-354d49"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/‘คนละมือช่วยกันคว้าช่วยกันผลัก-ต้นแบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเสี่ยงหลุดที่บ้านบาละ_B.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">‘ห้องเรียนฉุกเฉินพร้อมเปิดประตูรับเด็กทุกคน แม้ไม่อยู่ในพื้นที่อำเภอนำร่อง’</h2>



<p><strong>เบญจา พรหมเพ็ชร ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบาละ</strong> กล่าวว่า การเข้ามาของโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จังหวัดยะลา ซึ่งนำโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา คือจุดเปลี่ยนสำคัญของการทำงานช่วยเหลือเด็กเยาวชนที่มีความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาด้วยผลกระทบจากโควิด-19</p>



<p>“เราทราบว่ายะลามีเครือข่ายคณะทำงาน ค้นหาและช่วยเหลือเด็กเยาวชนที่หลุดหรือมีความเสี่ยงหลุดจากระบบ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตที่เกิดขึ้น แต่ข้อมูลที่ทราบคือเป็นการทำงานใน 4 อำเภอนำร่อง ซึ่งโรงเรียนเราไม่อยู่ในพื้นที่ อย่างไรก็ดี ด้วยใจที่ตั้งมั่นแล้วว่าจะหาทางช่วยเหลือเด็กทุกทางที่ทำได้ จึงตัดสินใจนำเรื่องของตอเละส่งไปที่ อบจ.ยะลา คณะทำงานก็ลงพื้นที่ทันที ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น&nbsp; พร้อมวางแผนช่วยเหลือในระยะยาว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3bd90e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/‘คนละมือช่วยกันคว้าช่วยกันผลัก-ต้นแบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเสี่ยงหลุดที่บ้านบาล-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ด้วยขอบเขตการทำงานที่ครอบคลุมระดับจังหวัด ทั้งการตัดสินใจเรื่องต่างๆ การเดินทางเข้าออกพื้นที่สีแดง และเครือข่ายที่โยงใยจากทุกทิศทาง เบื้องต้นครอบครัวของตอเละจึงได้รับความช่วยเหลือด้านการประทังชีวิต พร้อมกับมีทีมงานที่มาช่วยออกแบบวิธีการ รวมถึงอำนวยความสะดวกให้ครูและทีมหนุนเสริมต่างๆ เข้ามาฟื้นฟูแผนการเรียนรู้ให้กับตอเละและน้องๆ ได้ เป้าหมายตอนนี้คือการประคองเด็กในภาวะวิกฤตก็จริง แต่โครงการยังมองไปถึงความเสี่ยงในระยะยาว พร้อมที่จะสนับสนุนทุกรูปแบบ&nbsp; เพื่อพาครอบครัวของตอเละให้ไปต่อได้ในอนาคต</p>



<p>“<strong>เป้าหมายของเราในฐานะครู คือเห็นเด็กอยู่ในระบบได้นานที่สุด และใช้การศึกษาช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาได้</strong> <strong>แม้วันนี้เรายังมีจำนวนเด็กเยาวชนนอกระบบ และกลุ่มเสี่ยงกระจายในพื้นที่ต่างๆ แต่ผมเชื่อว่าเรามีครูที่มีจิตวิญญาณความเป็นครูเต็มเปี่ยม มีเครือข่ายจังหวัดที่รวมพลังเข้มแข็ง นี่คือ ‘ความมั่นคง’ ทางการศึกษาที่จะจุดประกายให้การช่วยเด็กกลุ่มนี้”</strong> ครูธีระพลกล่าวทิ้งท้าย&nbsp;</p>



<p>แม้สถานการณ์โควิด-19 จะยังคงอยู่ แต่การทำงานของคณะครูโรงเรียนบ้านบาละ ที่ทำร่วมกับโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดยะลา พร้อมการเกิดขึ้นของ ‘สภาการศึกษาจังหวัด’ และ ‘กองทุนเพื่อการศึกษาเด็กจังหวัดยะลา’ ได้กลายมาเป็นความหวังของตอเละกับน้องๆ รวมไปถึงเด็กเยาวชนคนอื่นๆ และเป็นกำลังใจให้คนยะลามีความเชื่อมั่นว่าเป้าหมายที่จะลดจำนวนเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้เป็นศูนย์…จะเป็นไปได้ในวันหนึ่ง</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-baan-bala-240122/">โรงเรียนบ้านบาละ จังหวัดยะลา ‘ฉุด’ ให้เด็กอยู่ในโรงเรียน และ ‘สร้าง’ ที่ทางให้เด็กมีตัวตนในระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
