<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บันนังสตา | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 23 Jun 2026 11:33:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>บันนังสตา | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>แบ่งเวลามาอยู่ในสายตา มีโรงเรียนสอนศาสนาเป็นที่ปลอดภัย : ‘ตาดีกาบาโงยือแร’ พื้นที่เก่าในบันนังสตา ที่มีร้านน้ำชาและข้าวยำไว้เล่าเรื่องใหม่ของเด็กนอกระบบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-2306626/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Jun 2026 11:33:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[บันนังสตา]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ตาดีกาบาโงยือแร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=103242</guid>

					<description><![CDATA[<p>43 กิโลเมตร คือ ระยะทางระหว่างตัวเมืองยะลาและตาดีกาบาโง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-2306626/">แบ่งเวลามาอยู่ในสายตา มีโรงเรียนสอนศาสนาเป็นที่ปลอดภัย : ‘ตาดีกาบาโงยือแร’ พื้นที่เก่าในบันนังสตา ที่มีร้านน้ำชาและข้าวยำไว้เล่าเรื่องใหม่ของเด็กนอกระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>43 กิโลเมตร คือ ระยะทางระหว่างตัวเมืองยะลาและตาดีกาบาโงยือแร โรงเรียนสอนศาสนาที่ตั้งอยู่ในตำบลบาเจาะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา พื้นที่นี้เป็นศูนย์กลางการทำงานของหน่วยจัดการเรียนรู้การจัดการการศึกษาเชิงพื้นที่ (Area-based Education : ABE) ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</p>



<p>ปัญหาหลักของเด็กและเยาวชนในพื้นที่บ้านอูแบ ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา รวมถึงสามจังหวัดชายแดนใต้ คือ ปัญหาปากท้อง ที่ทำให้โอกาสด้านการศึกษาถูกตัดออกไปด้วย</p>



<p>&nbsp;“เรียนในระบบถึงชั้น ม.2 หลังจากนั้นก็ไม่ได้เข้าเรียนเลย เพราะไม่มีงบจะเรียนต่อ” ซัน เฟาชาน อาแว วัย 21 เล่า</p>



<p>ข้อมูลจากสำนักงานสถิติจังหวัดยะลาบอกว่า รายได้เฉลี่ยของประชากรในยะลาอยู่ที่ประมาณ 108,108 บาทต่อคนต่อปี สาเหตุโดยอ้อมที่ส่งผลต่อการลืมตาอ้าปากของคนในพื้นที่ คือ การเป็นจังหวัดภายใต้กฎหมายพิเศษด้านความมั่นคง ได้แก่ พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551</p>



<p>“อาชีพแถวนี้จะเป็นทำสวน สวนยาง สวนทุเรียน บ้านที่รวยจะทำสวนทุเรียน เด็กก็จะไปเรียนในเมืองไม่ก็มาเลเซีย ถ้าเป็นผู้หญิง การหลุดออกจากระบบเขาไม่ได้เดือดร้อน มันมีชุดความคิดว่า พอแต่งงานไปผู้ชายต้องส่งเสียเลี้ยงดูผู้หญิง” สูรียาอธิบาย</p>



<p>ส่วนปัญหารองลงมา คือ ‘ความปลอดภัย’ ของพื้นที่ที่ถูกนิยามว่าเป็นพื้นที่สีแดง มีทั้งยาเสพติด การกระทำที่ผิดกฎหมาย และความรุนแรงในพื้นที่ที่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ</p>



<p>‘สูรียา อาแว’ ครูตาดีกา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ อบต.บาเจาะ และหัวหน้าคณะทำงานโครงการสานพลังร่วมกันการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาตำบลบาเจาะ บอกว่า เด็กๆ นอกระบบของบ้านอูแบต้องเผชิญความเสี่ยงหลายอย่าง</p>



<p>“เมื่อก่อนเขาอยู่ในแหล่งยาเสพติด 12 ชั่วโมงเลย อยู่ตรงนั้นตั้งแต่ค่ำถึงเช้า”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-28-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103243" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-28-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-28-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-28-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-28-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-28.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption class="wp-element-caption">สูรียา อาแว</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ทว่า สูรียาก็ย้ำว่า สำหรับเด็กบ้านอูแบ โรงเรียนไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย แม้ว่าการศึกษาภาพรวมจะมีทั้งระบบโรงเรียนสามัญแบบที่เราคุ้นเคย ปอเนาะหรือโรงเรียนที่เน้นสอนศาสนา และโรงเรียนแบบกึ่งกลางที่มีทั้งการเรียนการสอนแบบสามัญและศาสนา</p>



<p>และการที่สูรียาเป็นครูตาดีกา เขารู้ดีว่าการผลักเด็กเข้าสู่ระบบเพื่อกลับไปเป็นเด็กดีในสายตาคนในชุมชนไม่ใช่วิธีการที่ยั่งยืน เพราะท้ายที่สุดแล้วเด็กก็จะหลุดออกมาเหมือนเดิม</p>



<p>โจทย์แรกของ สูรียา อาแว จึงเป็นการทำให้เด็กในพื้นที่นี้มีพื้นที่ปลอดภัยในการพัฒนาศักยภาพโดยไม่จำเป็นต้องเป็นโรงเรียน</p>



<p>“พี่เชื่อว่าน้องทุกคนมีดีในตัว แต่ไม่มีพื้นที่ให้เขาแสดงศักยภาพให้คนอื่นเห็น พอคนอื่นไม่เห็น บุคคลภายนอกก็มองว่าเป็นเด็กไม่เอาไหน”</p>



<p>แต่การสร้างพื้นที่ให้เด็กวางใจที่จะเข้ามาไม่ใช่เรื่องง่าย ในฐานะหน่วยการเรียนรู้การจัดการการศึกษาเชิงพื้นที่ (ABE) จึงไม่ได้มีแค่คณะทำงานเท่านั้น แต่ต้องประกอบไปด้วยกลไกอื่นๆ ในสังคมที่เรียกว่า 4 เสาหลัก คือ ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา ฝ่ายท้องถิ่น รวมถึงแกนนำเด็กและเยาวชน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="768" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-29-768x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103244" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-29-768x1024.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-29-225x300.jpeg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-29-1152x1536.jpeg 1152w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-29.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p></p>



<ul>
<li>เปิดโอกาสให้เด็กอยู่ในสายตา ผ่านกลไกศาสนา&nbsp;</li>
</ul>



<p>ที่หมู่บ้านอูแบ การไม่ไปเรียนหรือเข้าไม่ถึงการศึกษา ไม่ใช่นิยามทั้งหมดของ ‘เด็กไม่ดี’ “เด็กไม่ดีคือเด็กที่หลงผิด เราไม่อยากให้เกิดสิ่งไม่ดีในหมู่บ้าน จึงต้อง<strong>หันหน้าเข้าหาศาสนา</strong>” ดาโอะ ลาโฮยา โต๊ะอิหม่ามกล่าว</p>



<p>กลไกแรกที่สูรียาดึงเข้ามา คือ กลไกศาสนา สำหรับพื้นที่ที่ผู้คนนับถืออิสลามเกือบ 100% โดยใช้<strong>พื้นที่ตาดีกา</strong>ที่เป็นโรงเรียนศาสนาในการจัดกิจกรรม และชวนโต๊ะอิหม่าม ผู้นำศาสนาเข้ามาทำงานกับเด็กด้วยการเติมความรู้ด้านศาสนา และเป็นกระบอกเสียงให้กับชุมชนว่า กิจกรรมที่เกิดขึ้นจะเป็นไปตามกรอบของศาสนาเพื่อสร้างความสบายใจให้กับคนในพื้นที่</p>



<p>ก่อนที่หน่วยจะจัดกิจกรรมให้กับเด็กในโครงการ วันธรรมดาของตาดีกาบาโงยือแรจะไม่มีคนเข้ามาในพื้นที่ เพราะเด็กไปโรงเรียน ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ที่มีการเรียนการสอน ก็จะมีแค่คนที่ตั้งใจมาเรียน กับผู้ปกครองที่เข้ามาส่งลูกหลานของตัวเองเท่านั้น สูรียาและคณะทำงานจึงตั้งใจทำให้พื้นที่ตาดีกากลายเป็นพื้นที่เปิดกว้างทำกิจกรรมร่วมกัน ให้ใครก็ได้เข้ามาใช้บริการ และชวนเด็กนอกระบบมามีส่วนร่วม</p>



<p>“เราพยายามเปิดพื้นที่ โดยไม่ใช่พื้นที่เฉพาะให้สอนศาสนาอย่างเดียว แต่เป็นพื้นที่เปิดกว้างทำกิจกรรมร่วมกัน หลังๆ อบต. จะจัดโครงการอะไรก็พยายามดึงเข้ามาจัดที่ตาดีกา และพี่ดึงเด็กเยาวชนนอกระบบไปมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม ให้เขามีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง”</p>



<p>ก่อนหน้านี้เด็กนอกระบบจะอยู่กระจัดกระจายเป็นกลุ่มเป็นแก๊ง บ้างก็ไปบิดมอเตอร์ไซต์เที่ยวไปเรื่อย บ้างก็อยู่ตามกระท่อม พอลูกไม่กลับบ้าน พ่อแม่ก็ไม่รู้ว่าลูกไปที่ไหน เกิดความกังวลมากมายตามมา ทั้งกลัวว่าลูกจะเกิดอันตราย เพราะเส้นทางกลับบ้านมีแต่ความมืด ไม่มีแสงไฟ ทั้งกลัวว่าลูกจะหันหน้าเข้าหายาเสพติด</p>



<p>พอเด็กนอกระบบถูกชักชวนมาช่วยงาน มาทำกิจกรรมในพื้นที่ตาดีกา ตลอดจนมานั่งเล่นไวไฟฟรีในพื้นที่นี้ ในขณะที่ห้องเรียนของตาดีกาก็เปิดสอนตามปกติ ทำให้เด็กทุกคน ‘อยู่ในสายตา’ โดยที่คนในชุมชนไม่จำเป็นต้องจ้องมองตลอดเวลา แต่รู้ว่าเด็กอยู่ที่ไหน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="768" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-30-768x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103245" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-30-768x1024.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-30-225x300.jpeg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-30-1152x1536.jpeg 1152w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-30.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p></p>



<p>“เราเล่าให้ผู้ปกครองฟังว่า ดึกๆ ลูกเขามานั่งเล่นเกมตรงนี้นะ จากเมื่อก่อนที่ไปแว้นมอเตอร์ไซต์ในตัวเมือง เขาก็สบายใจว่าอย่างน้อยๆ ที่ตรงนี้ลูกเขาก็ไม่ยุ่งกับยาเสพติด เพราะลูกเขาเกรงใจเราที่เป็นครู ลูกเขาอยู่ในสายตาเรา” สูรียาเล่า</p>



<p>กิจกรรมในช่วงแรกจะเป็นกิจกรรมที่สร้างความผ่อนคลาย ที่แทรกเรื่องศาสนาเข้าไปอย่างไม่บีบบังคับให้เด็กค่อยๆ ซึมซับ และเมื่อติดใจ เด็กก็จะกลายเป็นฝ่ายเอ่ยปากถามถึงกิจกรรมครั้งต่อไปโดยที่ทีมพี่เลี้ยงไม่ต้องชวน</p>



<p>“จะดึงเด็กมาเรียนศาสนาเลยไม่ได้ มันจะกลายเป็นกับดักเพราะเขาไม่ชอบ เราเลยให้เขาทำกิจกรรมที่สนใจแล้วเอาศาสนาเข้าไปแทรกเพื่อให้เขาซึมซับ จะตัดศาสนาออกเลยก็ไม่ได้เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขา” สูรียาอธิบาย</p>



<p>หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดในสายตาคนในชุมชน โดยเฉพาะกับผู้นำศาสนา จึงเป็นการละหมาดที่เด็กๆ ไปละหมาดที่มัสยิดมากขึ้น เพราะถึงจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่เมื่อก่อนเด็กไม่ดีของบ้านอูแบไม่ละหมาด ไม่ให้ความสนใจกับศาสนา การที่เห็นว่าเด็กละหมาดมากขึ้น มาทำกิจกรรมศาสนา มาทำกิจกรรมกับชุมชนมากขึ้น จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าชื่นใจ</p>



<p>“รู้สึกภูมิใจที่มีโครงการนี้ เพราะจากเมื่อก่อนเด็กที่ไม่รู้ศาสนา แต่งตัวก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่ พอเข้าโครงการก็ดูสะอาด ดูเป็นผู้เป็นคนมากขึ้น มีวินัย ก็รู้สึกภูมิใจ และถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้มีโครงการต่อไป” โต๊ะอิหม่ามกล่าว</p>



<p>พอเด็กๆ ที่มาทำกิจกรรมรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจที่จะมาอยู่ในพื้นที่ตาดีกากับเพื่อนๆ และพี่เลี้ยง ทีมพี่เลี้ยงจึงเปิดโอกาสให้เด็กๆ เสนอสิ่งที่ตัวเองอยากทำ จนกลายมาเป็นร้านน้ำชาที่เป็นแลนด์มาร์คของเด็กในพื้นที่นี้ในยามค่ำคืน แทนที่คาเฟ่ในตัวเมืองที่ต้องบิดมอเตอร์ไซต์เป็นชั่วโมงกว่าจะไปถึง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-31.jpeg" alt="" class="wp-image-103246" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-31.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-31-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-31-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-31-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-31-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>บางคนอาจเรียกที่นี่ว่าพื้นที่ปลอดภัยที่เปิดโอกาสให้เด็กได้ทำกิจกรรมที่สนใจ และเปิดโอกาสให้เด็กเสนอสิ่งที่อยากทำ แต่พื้นที่แห่งนี้ยังเป็น ‘พื้นที่ถ่วงเวลา’ ที่อย่างน้อยก็ทำให้การมั่วสุมนอกสายตา กลับมาอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่</p>



<p>“ที่นี่เป็นพื้นที่ถ่วงเวลาที่ใช้กับเด็กที่ติดยาเสพติด และเด็กที่ครอบครัวเสี่ยงติดยาเสพติด เมื่อก่อนเขาอยู่ในแหล่งยาเสพติด 12 ชั่วโมงเลย อยู่ตรงนั้นตั้งแต่ค่ำถึงเช้า เราดึงเขาพยายามคุยกับเขาว่ามาอยู่ตรงนี้นะ”</p>



<p>สูรียาเล่าว่า เด็กกลุ่มนี้ในช่วงแรกจะใช้เวลาอยู่ในตาดีกาแค่ชั่วโมงเดียว แต่พอมาบ่อยครั้ง เด็กก็เริ่มปรับพฤติกรรม พูดคุยกับเพื่อนและผู้ใหญ่รอบตัวมากขึ้น ใช้เวลาในตาดีกามากขึ้น ซึ่งเด็กหลายคนบอกกับพี่เลี้ยงว่า หากให้เลิกใช้ยาเสพติดโดยทันทีเป็นเรื่องยาก ขอพยายามด้วยการแบ่งเวลาให้กับพื้นที่ตาดีกามากกว่าพื้นที่ที่มียาเสพติด</p>



<p>“เขาบอกจะแบ่งเวลาให้เรามากกว่าอีกฝั่ง ยังไม่ได้เลิก แต่อยู่ในสายตาเรา มาให้เราได้มองเห็นเขา”</p>



<ul>
<li><strong>จากใจกลางตาดีกา สู่ความร่วมมือจากรอบนอก&nbsp;</strong></li>
</ul>



<p>การสร้างพื้นที่สักพื้นที่หนึ่งให้คนสบายใจที่จะมาอยู่อย่างต่อเนื่องเป็นเรื่องยาก และยิ่งอยู่ภายใต้ข้อจำกัดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ยิ่งยากไปกันใหญ่ สูรียาก็รู้สึกแบบนั้นเช่นกัน</p>



<p>การอยู่ภายใต้กฎหมายพิเศษทำให้การขยับตัวทำอะไรสักอย่างของคนในพื้นที่ เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการรวมตัวกันของเยาวชน การทำกิจกรรมระหว่างชายหญิง หากไม่แยกผู้ปกครองจะไม่สบายใจที่จะให้เด็กนอกระบบเข้าโครงการ อีกทั้งอาจถูกมองว่าจะมีการปลุกปั่นหรือทำกิจกรรมไม่เหมาะสม ซึ่งหากฝ่ายความมั่นคงของรัฐมองว่าเป็นปัญหา ก็สามารถถูกยุติได้ตลอดเวลา ผู้นำจึงเป็นกระบอกเสียงสร้างความเชื่อมั่นกับบุคคลภายนอกว่า กิจกรรมที่ทำเด็กและเยาวชนนอกระบบได้ประโยชน์</p>



<p>ทำให้ในระยะที่สองของโครงการที่มีการขยายกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติมเป็นเด็กที่มีความเสี่ยงหรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติด การชวนเด็กมาทำกิจกรรมเป็นเรื่องที่ยากมากขึ้น เพราะผู้ปกครองหลายบ้านไม่เห็นด้วยที่จะให้บุตรหลานของตัวเองเกี่ยวข้องกับเด็กมีปัญหากลุ่มนี้ แม้ว่าคนที่เข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจและขอความเชื่อใจจะเป็นทีมพี่เลี้ยงที่เป็นคนในพื้นที่ก็ตาม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="768" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-32-768x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103247" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-32-768x1024.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-32-225x300.jpeg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-32-1152x1536.jpeg 1152w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-32.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /><figcaption class="wp-element-caption">ทีมพี่เลี้ยง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“มันเกิดการเหมารวมขึ้น เพราะพี่มีเด็กกลุ่มนึงที่ครอบครัวเขายุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เด็กไม่ได้ไปเรียน เสี่ยงต่อการติดยา ครอบครัวอื่นเลยสั่งห้ามไม่ให้ลูกเขาไปยุ่งกับบ้านนี้ เลยเกิดเสียงค้านขึ้นเพราะกลัวลูกหลานเขาจะไปยุ่งกับยาเสพติดด้วย”</p>



<p>ข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขและแพทย์ในพื้นที่จังหวัดยะลาระบุว่า ในปี 2568 มีผู้เข้ารับการบำบัดเรื่องยาเสพติดอยู่ที่ประมาณ 2,000 &#8211; 3,000 คน แต่ สวท.ยะลา คาดว่า มีผู้ติดยาเสพติดกว่า 45,000 คน เพราะเป็นพื้นที่ที่มีการลำเลียงยาเสพติด</p>



<p>ปัญหายาเสพติดไม่ใช่ปัญหาของใครคนใดคนหนึ่ง และยิ่งเกิดขึ้นกับเด็กในชุมชน ยิ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน สูรียาและคณะทำงานจึงต้องดึงฝ่ายปกครองและฝ่ายท้องถิ่น ที่ทำงานโดยตรงเกี่ยวกับปัญหายาเสพติดและความปลอดภัยเข้ามาผสานพลัง</p>



<p>“เราต้องสร้างความเข้าใจกับครอบครัวที่เด็กมาอบรมทำกิจกรรม คุยกับพ่อแม่ว่าเด็กคนนี้มาอยู่ในกิจกรรม ช่วงบ่ายก็ออกกำลังกายห่างไกลยาเสพติด กลางคืนมีกิจกรรมทำสิ่งดีๆ” ลาเต๊ะ อภิบาลแบ ผู้ช่วยฝ่ายปกครองอธิบาย</p>



<p>ส่วนเรื่องความปลอดภัย เมื่อกิจกรรมเกิดขึ้นในหมู่บ้าน หากมีปัญหาผู้นำในพื้นที่ต้องรับผิดชอบ ฝ่ายปกครองและท้องถิ่นจึงเข้ามาช่วยดูแลด้านความปลอดภัย ช่วยพูดคุยกับคนในชุมชนผ่านเสียงตามสาย และประสานหน่วยความมั่นคงของรัฐในทุกครั้งที่มีการจัดกิจกรรมขึ้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-33-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103248" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-33-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-33-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-33-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-33-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-33.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption class="wp-element-caption">ลาเต๊ะ อภิบาลแบ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>การที่ท้องถิ่นให้ความสำคัญในการประชาสัมพันธ์กิจกรรม ทำให้หมู่บ้านข้างเคียงให้ความสนใจ โดยเฉพาะผลสำเร็จจากคาเฟ่ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตาดีกาบาโงยือแร ที่เปลี่ยนมุมมองว่า เด็กไม่ดีก็สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ และอยากให้หน่วยขยายพื้นที่การทำงานเพื่อให้ลูกหลานของตัวเองได้มีส่วนร่วม</p>



<p>“ในฐานะผู้นำชุมชน ได้พูดคุยกับกำนันผู้ใหญ่บ้านแต่ละหมู่ เขาเห็นความแตกต่างเด็กบ้านอูแบกับเด็กบ้านอื่น สมัยก่อนเขาลือกันว่าเด็กบ้านอูแบเนี่ยมันดื้อ เป็นเด็กไม่ดี พอมามีโครงการนี้มีการเปลี่ยนแปลงเยอะ ผู้ใหญ่บ้านแต่ละหมู่อื่นก็ถามว่ามีกิจกรรมนี้ทำยังไง” ลาเต๊ะ อภิบาลแบ ผู้ช่วยฝ่ายปกครองเล่า</p>



<ul>
<li><strong>&nbsp;เยาวชนเปลี่ยนแปลง ผู้ปกครองยินดี ชุมชนภูมิใจ</strong></li>
</ul>



<p>ในตอนนี้ พื้นที่ตาดีกา โรงเรียนศาสนาในชุมชนที่คนนอกมองว่าเข้าถึงยาก และเป็นสถานที่ที่คนในชุมชนเลือกจะไม่แวะเวียนมาหากไม่ได้สนใจที่จะเรียนศาสนา กลายเป็นพื้นที่เปิดกว้างให้คนในชุมชนเข้ามาใช้พื้นที่ กลายเป็นพื้นที่ที่สร้างความสบายใจให้กับคนในชุมชน รวมไปถึงเด็กในโครงการที่แวะเวียนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง</p>



<p>บางคนก็เข้ามานั่งขับร้องอานาเซด ดีดกีตาร์ กับเพื่อนที่ร้านน้ำชาในทุกค่ำคืน เพราะร้านน้ำชาตั้งต้นมาจากความต้องการของเด็กที่อยากทำ เมนู การตกแต่ง และบรรยากาศจึงเป็นสิ่งที่เด็กในพื้นที่ชอบ</p>



<p><br>“พอเขามาร่วมกิจกรรมกับเราก็ให้เขาเต็มที่ อยากขับร้องอานาเซดเราก็ให้ จะกี่เพลงก็แล้วแต่เขา จนสุดท้ายบอกไม่ไหวแล้วเจ็บคอ แสดงว่าเขาเอ็นจอยสุดๆ โต๊ะอิหม่ามก็เห็นด้วย ชอบที่จะเห็นคนรุ่นใหม่กล้าแสดงออกมากขึ้น การขับร้องอานาเซดกับการเล่นกีตาร์บางทัศนะบอกว่าได้ ไม่ผิดหลักศาสนา” สูรียาเสริม</p>



<p>หรือทุกวันศุกร์ ที่นี่ก็จะมีการขายข้าวยำโดยกลุ่มเด็กผู้หญิงและพี่เลี้ยงหญิง เมื่อไหร่ที่มีการโพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊กบ้านอูแบว่าจะมีการขายข้าวยำ ชาวบ้านในชุมชนก็จะบิดมอเตอร์ไซต์เข้ามาจอดหน้าตาดีกาเพื่อซื้อข้าวยำไปรับประทาน บางครั้งก็มีการรับออเดอร์ขนมที่กลุ่มเด็กผู้หญิงได้ฝึกจากการร่วมกิจกรรมของหน่วยอีกด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-34.jpeg" alt="" class="wp-image-103249" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-34.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-34-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-34-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-34-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-34-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">ข้าวยำ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ซึ่งร้านข้าวยำ เกิดจากความตั้งใจที่จะให้เด็กผู้หญิงมีอาชีพแบบเดียวกับเด็กผู้ชายที่ทำร้านน้ำชา เพราะข้าวยำเป็นอาหารที่เด็กคุ้นเคย วัตถุดิบก็หาไม่ยาก มีอยู่ในพื้นที่ และเด็กผู้หญิงไม่สามารถรวมกลุ่มกับเด็กผู้ชาย โดยเฉพาะในยามวิกาลที่เด็กผู้ชายจะมานั่งรวมกลุ่มกัน การแยกร้านข้าวยำออกมาจึงเป็นกิจกรรมที่ทำให้ในชุมชนเห็นว่ามีการแบ่งหญิงชายอย่างถูกต้องตามหลักศาสนา</p>



<p>ทั้ง 2 กิจกรรมนี้ เป็นความสนใจและความตั้งใจของเด็กๆ ที่หน่วยไม่ได้บังคับว่าต้องทำ แต่ช่วยผลักดันผ่านทุนทรัพย์และองค์ความรู้ เพราะการส่งเสริมให้พวกเขาต่อยอดจากสิ่งที่สนใจ จะทำให้เด็กๆ มองเห็นตัวเองชัดขึ้น</p>



<p>พอเด็กมีพื้นที่ให้มาอยู่ในสายตา ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงตัวเองให้เห็น พ่อแม่ก็เบาใจ</p>



<p>“เมื่อก่อนเวลาแม่ป่วย เขาไม่เคยเฝ้า แต่เดี๋ยวนี้เวลาแม่เข้าโรงพยาบาลหรือ ICU เขาจะไปดูแลตลอด ทั้งเช็ดตัวและช่วยเหลือทุกอย่าง” มาศีเต๊าะพูดทั้งน้ำตา</p>



<p>มาศีเต๊าะ สาเมาะ วัย 46 ปี แม่ของบุ๊ค (นามสมมติ) เยาวชนในโครงการเล่าว่า ก่อนรู้จักโครงการนี้ ลูกของตนจบแค่ชั้น ม.1 ลูกไม่สนใจที่จะเรียน อยู่บ้านก็ไม่พูดคุยกับคนในครอบครัว ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับเพื่อน ต้องคอยโทรตามให้กลับบ้านเสมอ</p>



<p>ตอนแรกที่บุ๊คเข้าร่วมโครงการ มาศีเต๊าะก็กังวลเรื่องยาเสพติดเหมือนกับผู้ปกครองคนอื่นๆ แต่พอได้เห็นว่ากิจกรรมของหน่วยมีอะไรบ้างจากการอธิบายของผู้นำชุมชน ได้เห็นลูกหิ้วคาราเมลลาเต้กลับมาฝากจากร้านน้ำชาที่ทำกับเพื่อน ความวางใจจึงเพิ่มขึ้น</p>



<p>และในตอนนี้ ลูกของเธอน่ารักขึ้นมาก&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-35-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103250" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-35-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-35-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-35-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-35-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-35.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption class="wp-element-caption">มาศีเต๊าะ สาเมาะ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“ภูมิใจในตัวเขา เขามีความคิดเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น รู้หน้าที่ กลับบ้านเป็นเวลา มีความรับผิดชอบทางศาสนามากขึ้น ละหมาดสม่ำเสมอ หากพลาดก็จะละหมาดชดเชยเอง ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาจะปล่อยผ่าน” มาศีเต๊าะเล่าพร้อมรอยยิ้ม</p>



<p>สำหรับผู้ใหญ่ในชุมชน การที่เด็กไม่เอาไหนกลุ่มนี้กลายเป็นเด็กดี อาจมีเกณฑ์เป็นการละหมาด และการเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชน เพราะเมื่อไหร่ที่มีการทำกิจกรรมวันสำคัญทางศาสนา เช่น งานอาชูรออ์ งานเมาลิดนบี หรือบ้านไหนแต่งงาน จะมี (อดีต) เด็กไม่ดีเป็นจิตอาสา ไปช่วยงานอย่างสม่ำเสมอ</p>



<p>แต่สำหรับเด็กกลุ่มนี้ สิ่งที่เปลี่ยนไป คือ การรู้จักตัวเองมากขึ้น การมีพื้นที่ให้เป็นตัวของตัวเอง และทักษะความรู้ที่มากขึ้น ที่ทำให้พวกเขากลับมาอยากเรียนรู้เพื่ออนาคตของตัวเองในฐานะส่วนหนึ่งของชุมชนอีกครั้ง</p>



<p>“อยากให้เรียนรู้ไปเรื่อยๆ ไม่อยากให้ทำตัวไร้สาระ หาความรู้ด้วยตัวเอง เข้าหาผู้ใหญ่ ค่อยๆ ไปถามผู้ใหญ่ในเรื่องที่เราอยากรู้” ซันกล่าว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-36-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-103251" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-36-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-36-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-36-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-36-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/image-36.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption class="wp-element-caption">ซัน</figcaption></figure></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-2306626/">แบ่งเวลามาอยู่ในสายตา มีโรงเรียนสอนศาสนาเป็นที่ปลอดภัย : ‘ตาดีกาบาโงยือแร’ พื้นที่เก่าในบันนังสตา ที่มีร้านน้ำชาและข้าวยำไว้เล่าเรื่องใหม่ของเด็กนอกระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;มะสากิ มีมะ&#8221; เด็กหนุ่มผู้สร้างปาฏิหาริย์ด้วยการออกเดิน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/44-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Mar 2020 08:10:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ความเคลื่อนไหว]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาสเปลี่ยนชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[กศน.]]></category>
		<category><![CDATA[ซาเก๊ะ]]></category>
		<category><![CDATA[บันนังสตา]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบันนังสตาอินทรฉัตรมิตรภาพ ฯ]]></category>
		<category><![CDATA[มณีรัตน์ ขาวทอง]]></category>
		<category><![CDATA[บอกเล่าความสำเร็จ]]></category>
		<category><![CDATA[มะสากิ มีมะ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษากาญจนบุรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=11722</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทุกปาฏิหาริย์มีจุดเริ่มต้นที่ความพยายาม เด็กหนุ่มผู้ก้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/44-2/">“มะสากิ มีมะ” เด็กหนุ่มผู้สร้างปาฏิหาริย์ด้วยการออกเดิน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h5 style="text-align: center;">ทุกปาฏิหาริย์มีจุดเริ่มต้นที่ความพยายาม<br />
เด็กหนุ่มผู้ก้าวข้ามทุกขีดจำกัดของตัวเอง</h5>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11728" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30327.jpg" alt="" width="1280" height="720" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30327.jpg 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30327-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30327-1024x576.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30327-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30327-750x422.jpg 750w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เด็กหนุ่มร่างเล็กที่กำลังยิ้มแก้มปริอยู่ในอ้อมกอดของ “พลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา” นายกรัฐมนตรี คือน้อง “มะสากิ มีมะ” หรือ “ซาเก๊ะ” ในวัย 16 ปี ที่ออกสื่อเป็นครั้งแรก เมื่อเดือน สิงหาคม 2562 ในงานเยี่ยมชมศูนย์ประสานงานกิจการเด็กและสตรีที่ จ.ยะลา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5 style="text-align: center;">16 ปีที่สูญหายจากระบบการศึกษา</h5>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11729" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30293.jpg" alt="" width="1567" height="1045" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30293.jpg 1567w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30293-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30293-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30293-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30293-1536x1024.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30293-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30293-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1567px) 100vw, 1567px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">16 ปีคือวันเวลาที่</span><span style="font-weight: 400;">มะสากิ</span><span style="font-weight: 400;">ต้องหายไปจากระบบการศึกษา ด้วยความบกพร่องทางร่ายกายแขนขามีสภาวะอ่อนแรง กระดูกขาและเท้าพับผิดรูป จนหมอลงความเห็นว่า “ไม่สามารถเดินได้ไปตลอดชีวิต” อีกทั้งครอบครัวยังมีรายได้ไม่พอจะจ่ายค่ารักษา ทำให้</span><span style="font-weight: 400;">เขา</span><span style="font-weight: 400;">ไม่มีโอกาสไปโรงเรียนเหมือนเด็กคนอื่นๆ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5 style="text-align: center;">ปี 2545-2559 บททดสอบวัดใจ</h5>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11731" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30286.jpg" alt="" width="1567" height="1045" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30286.jpg 1567w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30286-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30286-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30286-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30286-1536x1024.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30286-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30286-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1567px) 100vw, 1567px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนที่เรื่องราวจะถูกนำมาลงสื่อ “มะสากิ”</span><span style="font-weight: 400;"> หนุ่มน้อยจาก อ.บันนังสตา จ.ยะลา ต้องผ่านบททดสอบมากมายตลอดช่วงเวลา 16 ปี ตั้งแต่วัยเด็กที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ยากลำบากมากมาย ทั้งเสียงล้อเลียน </span><span style="font-weight: 400;">ถูกกีดกัน</span><span style="font-weight: 400;">จากเด็กอื่น</span><span style="font-weight: 400;"> ด้วยความที่รูปร่างแตกต่าง</span><span style="font-weight: 400;"> แต่เรื่องพวกนั้นไม่เคยบั่นทอนความแน่วแน่ที่จะเอาชนะข้อจำกัดของตัวเอง </span><b><i>“ถึงจะเดินไม่ได้ แต่สมองยังดีอยู่ มือเท้ายังพอใช้ได้ ดังนั้นเราต้องทำอะไรได้มากกว่าที่คนอื่นๆ เห็น”</i></b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาฝึกฝนตัวเองให้เคลื่อนไหวไปยังที่ต่างๆ ในบ้านบน</span><span style="font-weight: 400;">ฐานรองถังแ</span><span style="font-weight: 400;">ก๊</span><span style="font-weight: 400;">สติดล้อ จนมีวีลแชร์เป็นของตัวเอง ซึ่งใครๆ ต่างก็มองว่านั่นคือของขวัญที่ดีที่สุดของเขาแล้ว </span><span style="font-weight: 400;">แต่หัวใจของเด็กหนุ่มไม่ได้มีเป้าหมายแค่นั้น</span> <span style="font-weight: 400;">เพราะ</span><span style="font-weight: 400;">เชื่อเสมอว่า</span><span style="font-weight: 400;">จะ</span><span style="font-weight: 400;">ลุกขึ้นเดินได้ด้วยขาของตัวเอง และไม่แน่ว่าวันหนึ่ง&#8230;อาจจะไปโรงเรียนได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5 style="text-align: center;">2560-2561 : ออกก้าว</h5>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11732" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30297.jpg" alt="" width="1567" height="1045" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30297.jpg 1567w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30297-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30297-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30297-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30297-1536x1024.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30297-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30297-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1567px) 100vw, 1567px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2560- เมื่อมะสากิอายุได้ 15 ปี</span><span style="font-weight: 400;"> พ่อก็หาไม้ค้ำช่วยเดินมาให้ ซึ่งคราวนี้เขาไม่เพียงลุก</span><span style="font-weight: 400;">จากวีลแชร์ไปหาไม้ค้ำ แต่ยังต่อสู้กับความเจ็บปวดด้วยการทำกายภาพบำบัด</span><span style="font-weight: 400;">เอง </span><span style="font-weight: 400;">โดยใช้มือช่วยเหยียดขากับเท้าให้ค่อยๆ คลายออกซ้ำๆ ทุกวัน ร่วมกับการลุกขึ้นหัดเดิน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จน 1 ปีผ่านไป ในที่สุดก็บิดดัดร่างกายตัวเองจนขากับเท้าที่เคยพับกลับยืดตรง พร้อมกับเริ่มยืนบนขาตนเองโดยปราศจากไม้ค้ำ ฝึกเดินทุกวัน วันหนึ่งก็สามารถออกเดินด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีอะไรมาช่วยอีก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5 style="text-align: center;">แค่เดินได้ยังไม่พอ ต้องสานต่อฝันที่อยากเรียน</h5>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11736" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30302.jpg" alt="" width="1567" height="1045" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30302.jpg 1567w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30302-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30302-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30302-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30302-1536x1024.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30302-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30302-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1567px) 100vw, 1567px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอเริ่มเดินได้</span><span style="font-weight: 400;">มะสากิ</span><span style="font-weight: 400;">เริ่มคิดถึงการเรียนหนังสือ แต่สำหรับคนที่ไม่เคยผ่านระบบการศึกษามาก่อนเลยจนอายุ 16 ปี ทั้งตัวเขา ครอบครัว หรือครูอาสาในชุมชน ทุกคนไม่มีใครรู้ว่าต้องเริ่มต้นจากตรงไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็น</span><span style="font-weight: 400;">ช่วงเวลาเดียวกับที่ประตูสู่การศึกษาของเด็กนอกระบบนับแสนคนในประเทศไทยกำลังจะเปิดขึ้นพร้อมกัน หลังกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) มีโครงการสำรวจเด็กนอกระบบ เพื่อหาทางจัดการศึกษาที่เหมาะสมเป็นรายกรณี เรื่องของ</span><span style="font-weight: 400;">มะสากิ</span><span style="font-weight: 400;">จึงถูกเสนอเข้าไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5 style="text-align: center;">ปี 2562 เปิดประตูสู่โอกาส</h5>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11740" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/IMG_0631-1.jpg" alt="" width="1417" height="945" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/IMG_0631-1.jpg 1417w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/IMG_0631-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/IMG_0631-1-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/IMG_0631-1-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/IMG_0631-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/IMG_0631-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1417px) 100vw, 1417px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงเดือนพฤศจิกายน 2562 </span><span style="font-weight: 400;">มะสากิก็ได้เดินตามฝันที่รอมาทั้งชีวิต ด้วยการ</span><span style="font-weight: 400;">เข้าร่วมเรียนในชั้นอนุบาล 3 ที่ โรงเรียนบันนังสตาอินทรฉัตรมิตรภาพที่ 200 ที่ระลึก ส.ร.อ. </span><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเ</span><span style="font-weight: 400;">ป็นการจัดการศึกษารูปแบบพิเศษ เพื่อปูพื้นฐานการเรียนรู้ที่เหมาะสมสำหรับ</span><span style="font-weight: 400;">มะสากิ</span> <span style="font-weight: 400;">โดย</span><span style="font-weight: 400;"> ‘โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา’ </span><span style="font-weight: 400;">ภายใต้ความร่วมมือของ</span><span style="font-weight: 400;"> กสศ. </span><span style="font-weight: 400;">กับ</span><span style="font-weight: 400;"> กศน. ท้องที่ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น จ.ยะลา และภาคีเครือข่ายทุกระดับ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5 style="text-align: center;">เส้นทางการศึกษาที่ต่างออกไป</h5>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11743" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/a-1.jpg" alt="" width="1193" height="389" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/a-1.jpg 1193w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/a-1-300x98.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/a-1-1024x334.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/a-1-768x250.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/a-1-750x245.jpg 750w" sizes="(max-width: 1193px) 100vw, 1193px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความที่ไม่เคยเรียนมาก่อน </span><span style="font-weight: 400;">มะสากิ</span><span style="font-weight: 400;">จึงต้องปูพื้นฐานภาษาไทย ร่วมกับเด็กชั้นอนุบาล 3 เพื่อเรียนรู้ทักษะด้านสังคม ปรับตัวกับห้องเรียน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งทุกวันเขาจะมาโรงเรียนแต่เช้าเพื่อรอเวลาเข้าห้องเรียน ในคาบเรียนปกติ </span><span style="font-weight: 400;">เช้า-เที่ยง </span><span style="font-weight: 400;">จะมีหน้าที่เป็นผู้ช่วยครูดูแลน้องๆ พอถึงช่วงบ่าย น้องๆ เข้านอนแล้ว ก็จะได้มาเรียนอ่านเขียนเบื้องต้นกับ </span><b>“ครูเอ๋-มณีรัตน์ ขาวทอง”</b><span style="font-weight: 400;"> ครูประจำชั้นอนุบาล 3 แบบตัวต่อตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูเอ๋เล่าว่า</span><span style="font-weight: 400;">มะสากิ</span><span style="font-weight: 400;">ไม่เคยขาดเรียนแม้แต่วันเดียว หลังเลิกเรียน</span><span style="font-weight: 400;">เขา</span><span style="font-weight: 400;">จะกลับไปทบทวนสิ่งที่ครูสอน</span><span style="font-weight: 400;"> และด้วย</span><span style="font-weight: 400;">พัฒนาการที่ดีขึ้นทุกครั้งหลังกลับมาเจอกัน แสดงให้เห็นว่าเขาทบทวน</span><span style="font-weight: 400;">บทเรียน</span><span style="font-weight: 400;">อย่างหนักทุกวัน</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11744" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/b-1.jpg" alt="" width="1193" height="389" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/b-1.jpg 1193w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/b-1-300x98.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/b-1-1024x334.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/b-1-768x250.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/b-1-750x245.jpg 750w" sizes="(max-width: 1193px) 100vw, 1193px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครสักคนต้องมาเริ่มเรียนอ่านเขียนตอนอายุย่างเข้า 17 โดยเฉพาะในภาษาที่ไม่คุ้นเคย </span><span style="font-weight: 400;">(อำเภอบันนังสตา</span><span style="font-weight: 400;">ใช้ภาษามลายูถิ่น)</span><span style="font-weight: 400;"> แต่</span><span style="font-weight: 400;">มะสากิ</span><span style="font-weight: 400;">แสดงให้เห็นว่า </span><b>การที่เขาพูดว่าเขาอยากเรียนหนังสือมาตลอดชีวิต ‘เขาหมายความตามนั้นจริงๆ’</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พี่สาวมะสากิเคยเล่าให้ฟังว่าทุกวันน้องจะกลับไปทวนบทเรียน ฝึกออกเสียงคนเดียวจนถึงเวลาเข้านอน วันหยุดก็ไม่ไปไหน อยู่บ้านฝึกอ่านหนังสือที่ครูเอ๋เลือกให้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และด้วยพลังที่อยากเรียนรู้รวมกับหัวใจที่ไม่เคยย่อท้อของ</span><span style="font-weight: 400;">เขา ครูเอ๋ยินดีที่จะบอกกับทุกคนที่ได้ช่วยเหลือและมอบกำลังใจให้กับมะสากิมาตลอด ว่า  ‘วันนี้มะสากิสามารถอ่านออกและเขียนได้แล้ว’ หลังจากใช้เวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้น ตั้งแต่เข้ามาเรียน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5 style="text-align: center;">“ปาฏิหาริย์” อยู่ที่ใจ และ ‘การได้รับโอกาสที่เหมาะสม’</h5>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11746" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30300.jpg" alt="" width="1567" height="1045" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30300.jpg 1567w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30300-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30300-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30300-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30300-1536x1024.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30300-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/30300-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1567px) 100vw, 1567px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มะสากิ</span><span style="font-weight: 400;">เอาชนะทุกอุปสรรคชีวิตโดยมีความพยายามเป็น</span><span style="font-weight: 400;">ที่ตั้ง</span><span style="font-weight: 400;"> และหากจะนิยามคำว่า </span><span style="font-weight: 400;">‘ปาฏิหาริย์’ สิ่งๆ  นั้นก็คือหัวใจของ</span><span style="font-weight: 400;">เขาเอง</span><span style="font-weight: 400;">ที่เชื่อมั่นเสมอว่าจะทำได้ </span><span style="font-weight: 400;">ร่วมด้วย</span><span style="font-weight: 400;">โอกาสดีๆ ที่ช่วย</span><span style="font-weight: 400;">ผลัก</span><span style="font-weight: 400;">ดันให้</span><span style="font-weight: 400;">เขาได้</span><span style="font-weight: 400;">แสดงความสามารถที่มีออกมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">มะสากิ</span><span style="font-weight: 400;">คือผลลัพธ์จากองค์ประกอบของความพร้อมทุกด้านที่มาบรรจบกัน เขามีใจมุมานะจะทำให้ได้ </span><span style="font-weight: 400;">แต่อีกด้านหนึ่งคือ </span><span style="font-weight: 400;">เมื่อหัวใจนั้นได้รับโอกาสที่เหมาะสม เขาได้รับการค้นพบ ได้รับความช่วยเหลือ ได้เข้าเรียนในรูปแบบที่เราใส่ความรู้ให้เขาได้เต็มที่</span><span style="font-weight: 400;">ทุกวัน</span><span style="font-weight: 400;"> หลายอย่างที่ประกอบกันนี้จึงทำให้เขาเรียนรู้ได้เร็วขึ้นด้วย </span><span style="font-weight: 400;">เป็น</span><span style="font-weight: 400;">พัฒนาการที่พิเศษตั้งแต่จุดเริ่มต้น แม้จะต้องเจอข้อแม้ที่หนักกว่าคนอื่น แต่ก็ยังมุ่งมั่นเสมอ สิ่งนี้แหละที่เป็นความพิเศษในตัวเขา” ครูเอ๋กล่าวปิดท้ายด้วยรอยยิ้ม </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11745" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/IMG_0723-1.jpg" alt="" width="1417" height="945" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/IMG_0723-1.jpg 1417w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/IMG_0723-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/IMG_0723-1-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/IMG_0723-1-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/IMG_0723-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/IMG_0723-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1417px) 100vw, 1417px" /></p>
<p><b><i>เรื่องราวการออกเดินของ “</i></b><strong>มะสากิ</strong><b><i>”</i></b><b><i> ไม่เพียง</i></b><b><i>แต่จะ</i></b><b><i>พา</i></b><b><i>ตัวเองก้าวข้าม</i></b><b><i>อุปสรรคและข้อจำกัด</i></b><b><i>ที่มีเท่านั้น</i></b><b><i> แต่</i></b><b><i>ยัง</i></b><b><i>ได้พาหัวใจของผู้คนรอบข้างที่คอยเอาใจช่วยเขา ให้มี</i></b><b><i>กำลังใจพร้อมสู้ไปด้วยจนสุดทาง </i></b><b>ทำให้รู้ว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ เท่าใจเราเอง </b></p>
<p><b>มะสากิได้สู้แล้ว เราทุกคนก็ต้องสู้เหมือนกัน “กสศ.” ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่มีเป้าหมายได้ลงมือทำจนสำเร็จสมความตั้งใจ,,,</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/44-2/">“มะสากิ มีมะ” เด็กหนุ่มผู้สร้างปาฏิหาริย์ด้วยการออกเดิน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชีวิต 16 ปีเด็กปลายด้ามขวานไม่เคยได้ศึกษา มานะสู้ฝันสักครั้งขอเข้าห้องเรียน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/0251-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Dec 2019 07:54:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โอกาสเปลี่ยนชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ยะหา]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[มุขตาร์ มะทา]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[เด็ก เยาวชนนอกระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[มะสากิ มีมะ]]></category>
		<category><![CDATA[สุไวบ๊ะ มีมะ]]></category>
		<category><![CDATA[ซาเก๊ะ]]></category>
		<category><![CDATA[ลุกมาน ซูมามะ]]></category>
		<category><![CDATA[บันนังสตา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[รามัน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบันนังสตาอินทรฉัตรมิตรภาพ ฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ประไพ ปุยุ]]></category>
		<category><![CDATA[มณีรัตน์ ขาวทอง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=9789</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ซาเก๊ะ’ หรือ มะสากิ มีมะ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/0251-2/">ชีวิต 16 ปีเด็กปลายด้ามขวานไม่เคยได้ศึกษา มานะสู้ฝันสักครั้งขอเข้าห้องเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9793" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15708.jpg" alt="" width="1567" height="1045" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15708.jpg 1567w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15708-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15708-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15708-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15708-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15708-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1567px) 100vw, 1567px" />‘ซาเก๊ะ’ หรือ มะสากิ มีมะ</pre>
<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) และภาคีอีกกว่า 20 จังหวัด ยังเดินหน้า ค้นหา-ช่วยเหลือ-ฟื้นฟู เด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาต่อเนื่อง ล่าสุดจังหวัดยะลา ซึ่งเป็น 1 ใน 20 จังหวัด ได้ส่งเด็กนอกระบบวัย 16 ปี จากอำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ที่ประสบปัญหาบกพร่องทางร่างกายทำให้ไม่เคยผ่านระบบการศึกษา ได้เข้าสู่โรงเรียนได้อีก 1 คน อย่างน้อง ‘ซาเก๊ะ’ หรือ มะสากิ มีมะ เป็นน้องคนสุดท้องในจำนวนพี่น้อง 5 คน ด้วยร่างกายที่ผิดปกติแต่กำเนิด มีภาวะแขนขาอ่อนแรง กระดูกขาที่พับผิดรูป<br />
ทำให้ซาเก๊ะเดินไม่ได้เหมือนเด็กคนอื่นๆ จึงไม่เคยได้ไปโรงเรียนมาตลอดชีวิตที่ผ่านมา</p>
<p>สุไวบ๊ะ มีมะ พี่สาวของซาเก๊ะ เล่าว่า ครอบครัวของเธอมีรายได้จากการที่พ่อและพี่ชายของซาเก๊ะมีอาชีพรับจ้าง กรีดยางในชุมชน ได้รับค่าแรงรายวันเป็นค่าจ้างขั้นต่ำ ส่วนแม่และตนช่วยกันทำเพิงขายอาหารเล็กๆ หน้าบ้าน พอมีรายได้เพิ่มอีกเล็กน้อย นอกจากครอบครัวของเธอที่มีจำนวน 5 คนแล้ว ยังมีลูกพี่ลูกน้องและหลานอีก 2 คน รวมแล้วจึงมีสมาชิกในบ้าน ถึง 7 คน ซึ่งต้องใช้ชีวิตร่วมกันด้วยรายได้อันน้อยนิด พี่ๆ ของซาเก๊ะทุกคนจึงจบการศึกษาชั้นสูงสุดที่ระดับชั้น ป.6 และไม่มีใครได้เรียนต่อเลย</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9794" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/สุไวบ๊ะ-มีมะ.jpg" alt="" width="1567" height="1045" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/สุไวบ๊ะ-มีมะ.jpg 1567w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/สุไวบ๊ะ-มีมะ-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/สุไวบ๊ะ-มีมะ-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/สุไวบ๊ะ-มีมะ-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/สุไวบ๊ะ-มีมะ-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/สุไวบ๊ะ-มีมะ-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1567px) 100vw, 1567px" />สุไวบ๊ะ มีมะ พี่สาวของซาเก๊ะ</pre>
<blockquote><p>“ซาเก๊ะเขาไม่เคยไปโรงเรียนเลยเพราะเดินไม่ได้ ถ้าจะให้เขาได้เรียนก็ต้องรักษาให้เขาเดินได้ก่อน แต่ครอบครัวก็ไม่มีรายได้มากพอจะดูแลเขาได้มากกว่าที่เป็นอยู่ ทั้งที่ตัวของซาเก๊ะเองอยากไปโรงเรียน เขาจะพยายามหัดเรียนด้วยตนเอง ฝึกเขียนตัวหนังสือโดยเลียนแบบจากสมุดหนังสือที่มีอยู่ในบ้าน ทั้งที่ไม่มีใครสอนเขามาก่อน” พี่สาวของซาเก๊ะ กล่าว</p></blockquote>
<p>จากวัยเด็ก ซาเก๊ะต้องอาศัยฐานตั้งถังแก๊สติดล้อเป็นพาหนะช่วยสำหรับการเคลื่อนย้าย ร่างกาย จนวันหนึ่ง เขาได้รับมอบวิลแชร์จากทหารที่เข้ามาในหมู่บ้าน นั่นทำให้เขาสามารถพาตัวเองไปในที่ต่าง ๆ ได้สะดวกขึ้น แต่ซาเก๊ะไม่หยุดความหวังของเขาไว้แค่นั้น เขาบอกกับคนในครอบครัวเสมอว่าอยากลุกขึ้นเดินด้วยขาของตัวเอง ไม่ต้องการเป็นภาระของใคร จากนั้นพ่อของเขาจึงหาไม้ค้ำมาให้ใช้ช่วยฝึกเดิน ซาเก๊ะใช้เวลาทุกวันทำกายภาพด้วยวิธีเหยียดขาตัวเองบนวิลแชร์ ทำซ้ำๆ ขยับบิดจนขายืดตรงได้ แล้วหัดยืนโดยใช้ไม้ค้ำช่วย จากนั้นลองเริ่มหัดเดิน จนวันหนึ่งในปี 2561 เขาก็สามารถออกเดินได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องใช้ไม้ค้ำ</p>
<p>“ตอนที่รู้ว่าเขาเดินได้แล้ว ผมรู้สึกอะเมซิ่งมาก ไม่รู้เขาทำได้ยังไง จากขาที่พับลีบ ไม่เคยเดินมาก่อนเลยจนอายุ 15 ต้องนั่งบนแผ่นกระดานติดล้อ จนมีวิลแชร์ ซึ่งแค่นั้นก็สะดวกแล้ว แต่สำหรับเขามันไม่พอ เขาเชื่อมั่นเสมอว่าตัวเองจะเดินได้ ทั้งที่หน่วยงานสาธารณสุขที่ช่วยสอนเขาทำกายภาพเคยประเมินไว้ว่า โอกาสเดินได้ของเขาแทบเป็นศูนย์ แต่เขาทำกายภาพอย่างหนัก ทำทุกวัน วันหนึ่งก็เกิดปาฏิหาริย์จริงๆ” ลุกมาน ซูมามะ ครูอาสาในพื้นที่ อ.บันนังสตา เล่าถึงพลังใจอันยิ่งใหญ่ของมะสากิ มีมะ</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9795" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15715-1.jpg" alt="" width="1567" height="1045" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15715-1.jpg 1567w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15715-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15715-1-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15715-1-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15715-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15715-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1567px) 100vw, 1567px" /></p>
<p>ครูอาสาจาก อ. บันนังสตา กล่าวต่อไปว่า หลังได้รับเรื่องการสำรวจเด็กนอกระบบจาก กสศ. ผ่านทาง อบจ. ยะลา จึงได้ส่งชื่อของซาเก๊ะเข้าสู่กระบวนการสำรวจ เนื่องจากเป็นกรณีที่พิเศษ เขาไม่เคยเรียนหนังสือ เป็นผู้พิการเดินไม่ได้ ทางบ้านก็มีรายได้ไม่มาก จนในที่สุด เมื่อการสำรวจเด็กนอกระบบในพื้นที่ 3 อำเภอนำร่องของจังหวัดยะลา (ยะหา, รามัน และบันนังสตา) ได้พบ มะสากิ มีมะ จากนั้นจึงดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แล้วเมื่อผ่านขั้นตอนประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ ซาเก๊ะ ก็ได้รับโอกาสให้ไปโรงเรียนเป็นครั้งแรก ในปลายเดือนพฤศจิกายน 2562 ที่โรงเรียนบันนังสตาอินทรฉัตรมิตรภาพที่ 200 ที่ระลึก ส.ร.อ. อ.บันนังสตา จ.ยะลา โดยเป็นการจัดการศึกษาในรูปแบบพิเศษ เพื่อปูพื้นฐานการเรียนรู้ที่เหมาะสมสำหรับซาเก๊ะโดยเฉพาะ</p>
<p>มุขตาร์ มะทา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา เผยว่า จากโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ที่ อบจ. ยะลา ได้ร่วมมือกับ กสศ. เพื่อค้นหาเด็กนอกระบบและนำเข้าสู่ระบบการศึกษาเป็นรายกรณี ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งกศน. เขตพื้นที่ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะทำงานของภาคีเครือข่ายทุกระดับ จนได้พบกลุ่มเป้าหมายเป็นจำนวน 9, 669 คน โดยสำรวจพบและบันทึกข้อมูลไว้แล้วจำนวน 6, 874 คน ในจำนวนนี้เป็นกลุ่มเป้าหมายที่เข้าเกณฑ์ 3, 184 คน และมีจำนวนของเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนทั้งหมด 2,405 คน</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9796" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/มุขตาร์-มะทา.jpg" alt="" width="1045" height="1567" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/มุขตาร์-มะทา.jpg 1045w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/มุขตาร์-มะทา-200x300.jpg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/มุขตาร์-มะทา-768x1152.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/มุขตาร์-มะทา-683x1024.jpg 683w" sizes="(max-width: 1045px) 100vw, 1045px" />มุขตาร์ มะทา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา</pre>
<p>ขณะที่งบประมาณเบื้องต้นที่มีอยู่สามารถช่วยเหลือเด็กได้เพียง 451 คน ในอัตราเงินช่วยเหลือที่รายละ 4,000 บาท สำหรับปัญหานี้ ตนมองว่าเป็นเรื่องที่สังคมส่วนรวมจะต้องยื่นมือเข้ามาช่วยกัน เพื่อช่วยให้เด็กและเยาวชนทุกคนมีโอกาสได้เข้าถึงการศึกษา</p>
<p>เด็กที่เราเรียกว่าเป็น ‘เด็กนอกระบบการศึกษา’ ในพื้นที่ จ.ยะลา ส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ขาดแคลนทุนทรัพย์ เขาจึงไม่สามารถอยู่ในระบบการศึกษาได้นาน หลายคนต้องออกมาทำงานกรีดยาง ขายของ หรือใช้แรงงาน เมื่อเราสำรวจพบเขาแล้ว ก็จะใช้กระบวนการดูแลเป็นรายคน โดยคณะทำงานทั้งในระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และระดับพื้นที่ และด้วยพื้นฐานของปัญหาที่มาจากครอบครัว บางรายเราจึงต้องวางแผนช่วยเหลือที่ครอบครัวร่วมด้วย เบื้องต้นเราเน้นที่การเก็บข้อมูลและสอบถามความต้องการในด้านต่างๆ ของเด็กและครอบครัว</p>
<p>“เช่นกรณีของ มะสากิ มีมะ ซึ่งเป็นเคสพิเศษ เพราะเขามีร่างกายไม่ปกติแต่กำเนิด เดินไม่ได้จนถึงอายุ 15 ทำให้เด็กไม่เคยไปโรงเรียนเลย แต่หลังจากที่เราพบเขา ได้สอบถามกับครอบครัว แล้วทราบว่าเขามีความต้องการจะเรียนหนังสือ อยากมีอาชีพดูแลตนเองได้ ส่วนตัวมะสากิเขามีความสนใจและใฝ่ฝันอยากเรียนด้านถ่ายภาพและคอมพิวเตอร์ กราฟิก เราก็จะจัดการศึกษาให้เขาได้มุ่งไปทางอาชีพเกี่ยวกับงานที่เขาอยากทำ แต่เนื่องจากเขาไม่เคยเรียนมาก่อน ยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ก็จำเป็นจะต้องปรับพื้นฐานก่อน” มุขตาร์ กล่าว</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15727.jpg" alt="" width="1567" height="1045" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15727.jpg 1567w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15727-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15727-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15727-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15727-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15727-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1567px) 100vw, 1567px" />โรงเรียนบันนังสตาอินทรฉัตรมิ<wbr />ตรภาพ ฯ</pre>
<p>มุขตาร์ บอกอีกว่า เบื้องต้นเราได้ส่งมะสากิ เข้าสู่โรงเรียนให้เรียนร่วมในชั้นอนุบาล 3 เพื่อให้เขาฟังพูดอ่านเขียนภาษาไทยให้คล่อง ต่อไปก็ดูว่าเขามีการปรับตัวหรือพัฒนาการดีขึ้นแค่ไหน แล้วจึงค่อยปรับระดับชั้นให้สูงขึ้น นี่คือสิ่งที่เราเตรียมความพร้อมเพื่อให้เขาเข้าสู่ระบบการศึกษาที่เหมาะสม ก่อนจะสนับสนุนให้เขาเรียนรู้ในสิ่งที่สนใจเป็นลำดับต่อไป</p>
<p>ไม่ต่างจาก นางประไพ ปุยุ ผู้อำนวยการโรงเรียนบันนังสตาอินทรฉัตรมิตรภาพที่ 200 ที่ระลึก ส.ร.อ. ระบุว่า ทางโรงเรียนได้รับการติดต่อจาก อบจ. ยะลา ว่ามีเด็กนักเรียนที่ขาดโอกาสทางการศึกษาเนื่องจากมีปัญหาด้านร่างกาย จึงได้รับเด็กเข้ามาเพื่อช่วยดูแลปรับพื้นฐานการเรียนเบื้องต้น ฝึกการใช้ภาษา และได้จัดให้เข้าเรียนร่วมกับระดับชั้นอนุบาล 3 ก่อน เนื่องจากเด็กไม่เคยผ่านการศึกษามาก่อนเลย จึงอยากให้เขาได้ปรับตัวทั้งด้านการเรียนและด้านสังคม ก่อนจะประเมินผลการเรียนรู้ตามลำดับเพื่อเลื่อนชั้นเรียนต่อไป</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9801" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/ประไพ-ปุยุ.jpg" alt="" width="1045" height="1567" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/ประไพ-ปุยุ.jpg 1045w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/ประไพ-ปุยุ-200x300.jpg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/ประไพ-ปุยุ-768x1152.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/ประไพ-ปุยุ-683x1024.jpg 683w" sizes="(max-width: 1045px) 100vw, 1045px" />นางประไพ ปุยุ ผู้อำนวยการโรงเรียนบันนังสตาอินทรฉัตรมิตรภาพที่ 200 ที่ระลึก ส.ร.อ.</pre>
<p>ในเบื้องต้น มะสากิ สามารถปรับตัวกับโรงเรียนได้ดี เข้ากับน้องๆ ในชั้นเรียนได้ และได้รับคำชมจากครูว่าเรียนรู้ไวและมีความตั้งใจสูง ขณะที่เราจัดให้เขาได้เรียนในชั้น อ.3 เนื่องจากต้องการให้ได้เรียนกับครูที่เขาใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่ 1 เด็กจะได้คุ้นเคย ได้ฝึกใช้บ่อยๆ เพื่อที่จะสื่อสารภาษาไทยได้คล่องขึ้น และมีพื้นฐานการอ่านเขียนซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการดำเนินชีวิตของเขาต่อไป</p>
<p>ครูเอ๋ มณีรัตน์ ขาวทอง ครูประจำชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนบันนังสตาอินทรฉัตรมิตรภาพฯ ผู้รับหน้าที่สอนพื้นฐานการอ่านเขียนของซาเก๊ะ เล่าถึงช่วงเวลาสัปดาห์แรกในโรงเรียนของเขาว่า การสอนอ่านเขียนให้มะสากิ จะต้องเริ่มจากพื้นฐานการรู้จักพยัญชนะ สระ และ วรรณยุกต์ คือเริ่มตั้งแต่แรก จากนั้นเมื่อชำนาญจึงค่อยเรียนการประสมคำ ไล่จากง่ายไปหายาก เน้นให้เขาได้ทำซ้ำๆ และใช้บ่อยๆ ในชีวิตประจำวัน</p>
<blockquote><p>“ในวันแรกของการเรียน ครูได้ลองให้ซาเก๊ะอ่านบัตรคำที่มีพยัญชนะไทย 44 ตัว โดยสุ่มหยิบไม่เรียงลำดับ ซึ่งเขาก็สามารถอ่านออกเสียงตามได้ และรู้จักพยัญชนะบางตัว สิ่งหนึ่งที่มองเห็นคือเขาตั้งใจเรียนมาก มีสมาธิ สอนครั้งเดียวเขาสามารถจำได้ทันที แต่ปัญหาหลักคือเขายังออกเสียงได้ไม่ชัด เราก็จะค่อยๆ แก้และสอนเพิ่มที่ตรงนั้น ความพิเศษของมะสากิคือเขาเป็นเด็กที่มีน้ำใจ จะช่วยเหลือครูในการดูแลน้องๆ ในชั้นเรียน ปรับตัวกับโรงเรียนได้เร็ว” ครูมณีรัตน์ ย้อนเล่าการเรียนวันแรก</p></blockquote>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9802" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/ครูเอ๋-มณีรัตน์-ขาวทอง.jpg" alt="" width="1045" height="1567" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/ครูเอ๋-มณีรัตน์-ขาวทอง.jpg 1045w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/ครูเอ๋-มณีรัตน์-ขาวทอง-200x300.jpg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/ครูเอ๋-มณีรัตน์-ขาวทอง-768x1152.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/ครูเอ๋-มณีรัตน์-ขาวทอง-683x1024.jpg 683w" sizes="(max-width: 1045px) 100vw, 1045px" />ครูเอ๋ มณีรัตน์ ขาวทอง ครูประจำชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนบันนังสตาอินทรฉัตรมิตรภาพฯ</pre>
<p>สำหรับช่วงแรกของการเรียนนี้ ซาเก๊ะ จะรับหน้าที่เป็นผู้นำน้องชั้น อ.3 ในชั้นเรียน ช่วยครูประจำชั้นดูแลและเรียนร่วมไปกับน้องๆ ในช่วงเช้า และในช่วงบ่ายหลังอาหารกลางวันที่นักเรียนชั้น อ.3 เข้านอน จึงเป็นเวลาของการสอนเสริมพิเศษจากครูประจำชั้น ในวิชาภาษาไทยและคณิตศาสตร์พื้นฐาน จนถึงเวลาเลิกเรียน</p>
<p>ขณะที่ ซาเก๊ะ เล่าความรู้สึกการเป็นนักเรียนครั้งแรกในวัย 16 ปี ว่า ได้ไปโรงเรียนมาแล้ว 4 วัน กำลังเรียนการอ่านการเขียน การสะกดภาษาไทย ได้อ่าน ก.ไก่ ข.ไข่ คิดว่ากว่าจะท่องได้คงต้องใช้เวลาหลายเดือน เนื่องจากเป็นภาษาที่ไม่คุ้นเคย แต่ที่ผ่านมาตอนอยู่บ้าน เขาเคยดูเคยหัดเขียนมาแล้ว จึงทำให้เรียนรู้ได้เร็วขึ้น</p>
<blockquote><p>“การได้มาโรงเรียนให้ความรู้สึกเหมือนกับที่ผมคิดเอาไว้ บรรยากาศในห้องเรียนไม่มีความเครียด สนุก ผมมีเพื่อนแล้วหลายคน หลายระดับชั้น ทั้งอนุบาล 3 ป.1 หรือที่เรียนอยู่ ป.3 ก็มี หลังจากเริ่มไปโรงเรียน เดี๋ยวนี้ทุกวันผมจะรีบกลับไปทำการบ้าน ไม่ไปเที่ยวไหน ผมชอบดูหนังสือเรียน อยากเรียนอ่านเขียนให้ได้เร็วๆ” มะสากิ มีมะ เล่าถึงช่วงเวลาแรกในการเป็นนักเรียนของเขา</p></blockquote>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9804" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15731-1.jpg" alt="" width="1567" height="1045" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15731-1.jpg 1567w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15731-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15731-1-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15731-1-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15731-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/15731-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1567px) 100vw, 1567px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/0251-2/">ชีวิต 16 ปีเด็กปลายด้ามขวานไม่เคยได้ศึกษา มานะสู้ฝันสักครั้งขอเข้าห้องเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
