<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บอริส จอห์นสัน | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%aa-%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 15 Apr 2021 07:02:21 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>บอริส จอห์นสัน | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>อังกฤษฟื้นชีวิตคอมพิวเตอร์เก่า เพื่อส่งต่อให้เด็กที่ขาดแคลน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-04-02-21/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Feb 2021 12:13:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Catbytes]]></category>
		<category><![CDATA[Rebuyer]]></category>
		<category><![CDATA[Simon Howatson]]></category>
		<category><![CDATA[The Restart Project]]></category>
		<category><![CDATA[Ugo Vallauri]]></category>
		<category><![CDATA[Levep Up]]></category>
		<category><![CDATA[Nina Porter]]></category>
		<category><![CDATA[Lambeth Tech Aid]]></category>
		<category><![CDATA[Cat Smith]]></category>
		<category><![CDATA[Kate Anstey]]></category>
		<category><![CDATA[บอริส จอห์นสัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=26648</guid>

					<description><![CDATA[<p>แปลและเรียบเรียง : นงลักษณ์ อัจนปัญญา &#160; เมื่ออุปกร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-04-02-21/">อังกฤษฟื้นชีวิตคอมพิวเตอร์เก่า เพื่อส่งต่อให้เด็กที่ขาดแคลน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter wp-image-26650 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/EEF_banner_jan_englaptop.jpg" alt="" width="1110" height="583" /></p>
<p style="text-align: right;"><span style="font-weight: 400;"><strong>แปลและเรียบเรียง :</strong> นงลักษณ์ อัจนปัญญา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เมื่ออุปกรณ์เทคโนโลยีรุ่นเก่าหรือตกรุ่น ซึ่งไม่เป็นที่ต้องการ กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการลบช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล (digital divide) ในอังกฤษ ในช่วงล็อคดาวน์</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทันทีที่<strong>รัฐบาลนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน</strong>ส่งสัญญาณออกมาตรการล็อคดาวน์ครั้งที่สอง สิ่งที่<strong>คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวอย่างมาร์ธา</strong> กังวลมากที่สุดก็คือการที่ลูกชายวัยกำลังซนทั้งสามคนของตนเองจะต้องกลับมาเรียนออนไลน์อีกครั้ง โดยที่บ้านยังคงไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์สักเครื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยในการล็อคดาวน์รอบแรกเมื่อช่วงต้นปีที่แล้ว ลูกชายวัยประถมทั้งสามคนของมาร์ธาไม่สามารถเข้าถึงห้องเรียนออนไลน์ที่ทางโรงเรียนจัดให้ได้ แถมยังทำให้โดยตัดขาดช่องทางติดต่อกับเพื่อนๆ ในชั้นเรียน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องซื้อคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ตมาใช้ แต่ด้วยรายได้ที่แทบจะไม่พอกินพอใช้ ทำให้ คุณแม่อย่างมาร์ธาจำเป็นนะต้องหาหนทางให้ลูกๆได้เข้าถึงอุปกรณ์เทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการเรียน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ โชคดีว่า การค้นหาดังกล่าว นำมามาร์ธาให้พบกับ <strong>Catbytes</strong> หนึ่งในโครงการที่ริเริ่มของชุมชนในหลายพื้นที่ในการจัดการแจกจ่ายเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่ใช้แล้ว ไปให้กับเด็กๆ หรือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภาค &#8220;ยากจนทางดิจิทัล&#8221; หรือ &#8220;Digital Poverty&#8221; ในช่วงที่เกิดวิกฤตการระบาดของโควิด -19 ครั้งใหญ่</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26654" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/EEF_photo_jan_laptopeng.jpg" alt="" width="864" height="454" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;เด็กๆ มีความสุขมาก เพราะสามารถเดินหน้าเรียนและทำการบ้านได้แล้ว และที่้บ้านก็สามารถกลายเป็นห้องเรียนของเด็กๆ ได้เสียที&#8221; มาร์ธาแสดงความรู้สึกหลังสามารถดำเนินการขอยืมเครื่องคอมพิวเตอร์จาก ห้องสมุดเทคโนโลยีของ Catbytes (Catbytes&#8217;Tech Library)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สถานการณ์ของมาร์ธา ไม่ต่างอะไรกับอีกหลายครัวเรือนในอังกฤษ ที่ต้องเผชิญหน้ากับภาวะยากจนทางดิจิล โดยจากการประมาณการณ์ของ Ofcom พบว่า เกือบๆ 1 ใน 10 ของครอบครัวในอังกฤษ ซึ่งรวมถึงเด็กนักเรียนมากถึง 1.8 ล้านคน ไม่มีคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ต ใช้ที่บ้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน มีเด็กเพียง 900,000 คนที่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตที่บ้าน อีกทั้งการเข้าถึงนั้นยังเป็นเป็นการเข้าถึงผ่านเครือข่ายโทรศัพท์สมาร์ทโฟน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สื่อท้องถิ่นรายงานว่า นักเรียนหลายคนในอังกฤษต้องเผชิญกับความยากลำบากในการเรียนออนไลน์ หลังต้องล็อคดาวน์ประเทศหลายครั้ง ซึ่งแม้ภาครัฐจะให้คำมั่นในการจัดหาแล็ปท็อปมากกว่า 1 ล้านเครื่องเพื่อช่วยให้เด็กเรียนออนไลน์ รวมถึงปรับกฎให้ยืดหยุ่นด้วยการอนุญาตให้เด็กที่ไม่มีคอมพิวเตอร์สามารถเดินทางไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนได้ตามความจำเป็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ในท้ายที่สุดแล้วก็ยังมีเด็กที่ไม่สามารถเข้าเรียนในห้องเรียนออนไลน์หรือห้องเรียนปกติได้อีกเป็นจำนวนมากทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาและมูลนิธิองค์กรทั้งหลายกล่าวเตือนว่าการที่ครอบครัวยากจนรายได้น้อยยังคงประสบปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านเทคโนโลยีดิจิทัลถือเป็นอันตรายที่เสี่ยงต่อการทำให้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษากว้างมากขึ้น</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26655" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/EEF_photo05_jan_laptopeng.jpg" alt="" width="864" height="529" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>Kate Anstey หัวหน้าโครงการการกุศลเพื่อเด็กยากจน อย่าง Child Poverty ActionGroup</strong> ได้ออกมาเร่งให้ทางการลงมือดำเนินการโดยอาศัยบทเรียนจากการปิดโรงเรียนในช่วงล็อกดาวน์ครั้งแรกเมื่อปีที่แล้วมาปรับใช้ เพื่อลดจำนวนนักเรียนที่ต้องออกจากห้องเรียนเพราะโรงเรียนปิดเหลืออยู่ในระดับน้อยหรือไม่เหลือเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;สิ่งที่เราได้ยินได้เห็นมาก็คือ เหล่าเด็กนักเรียนพยายามเขียนบทความส่งบนโทรศัพท์เด็กๆ เข้าคิวต่อแถวใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่เครื่องเดียวในบ้าน และพ่อแม่ยอมตื่นนอนแต่เช้าตรู่เพื่อมานั่งคัดลอกเอกสารตำราเรียนของลูกๆ&#8221; Kate กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นเรื่องน่ายินดีว่า หน่วยงานอย่าง Catbytes เป็นหนึ่งในหน่วยงานเพื่อสังคมหลายสิบแห่งที่ภาคธุรกิจในพื้นที่ร่วมมือกับชุมชนดำเนินการบริจาคและส่งต่อคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ตทีไมใช้แล้ว กระจายอยู่ตามเมืองต่างๆ ทั่วประเทศอังกฤษ เพื่อแก้ปัญหาช่องว่างความเหลื่อมล้ำของการขาดแคลนอุปกรณ์ที่เกิดขึ้น</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-26656" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/EEF_photo02_jan_laptopeng.jpg" alt="" width="864" height="529" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>Cat Smith อาสาสมัครรายหนึ่งของกลุ่ม Lambeth Tech Aid</strong> ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนเม.ย. ปี 2020 ที่ผ่านมากล่าวว่า จำนวนผู้ที่ขาดแคลนคอมพิวเตอร์มีอยู่ก่อนแล้ว เพียงแต่จำนวนดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่สัปดาห์หลังจากโรงเรียนต้องปิดตัวลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน <strong>Nina Porter ผู้ดำเนินการของโครงการ Levep Up</strong> ซึ่งมุ่งบริจาคแบ่งปันแล็ปท็อปเครื่องเก่าในย่าน East Surrey กล่าวว่า สายโทรศัพท์ของโครงการแทบระเบิดในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา หรือนับตั้งรัฐบาลประกาศใช้มาตรการล็อคดาวน์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ องค์กรหลายแห่งเปิดเผยว่า รู้สึกตกใจอย่างมากับปริมาณความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นโดยโรงเรียนบางแห่งเรียกร้องขออุปกรณ์มากกว่า 100 เครื่องให้กับเด็กนักเรียนที่ไม่มีอุปกรณ์ หรือมีอุปกรณ์ไม่พอต่อความจำเป็นใช้งานที่บ้าน</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-26657" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/EEF_photo03_jan_laptopeng.jpg" alt="" width="864" height="529" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากจะเป็นแนวทางในการช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้านอุปกรณ์การเรียนของเด็กแล้ว โครงการขององค์กรตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วอังกฤษ ยังช่วยคลี่คลายปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เรื้อรังมานาน อย่าง &#8220;ขยะเทคโนโลยี&#8221; หรือ Tech Waste ในอีกทางหนึ่งด้วยเนื่องจาก แทนที่คอมพิวเตอร์เครื่องเก่าที่ไม่ใช่งานแล้วจะโดนทิ้งให้เป็นซากขยะ โครงการเหล่านี้ก็ไปรวบรวมคอมพิวเตอร์ซึ่งไม่เป็นที่ต้องการเหล่านี้มาจัดการซ่อมแซมบำรุงสภาพขึ้นมาใหม่ เพื่อนำกลับมาใช้งาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>Ugo Vallauri จากกลุ่ม The Restart Project</strong> องค์กรการกุศลที่จัดการเรืองการซ่อมและการนำกลับมาใช้ใหม่ของคอมพิวเตอร์ ซึ่งได้ร่วมมือกับโครงการบริจาคคอมพิวเตอร์หลายแห่งทั่วอังกฤษกล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่ามีหลายสิ่งที่คนในชุมชนสามารถทำได้ภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่แล้วในชุมชนเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และแม้ว่า อุปกรณ์เทคโนโลยีที่บริจาคมานี้จะไม่ได้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ 100% แต่การที่สามารถมีแท็บเล็ต หรือ คอมพิวเตอร์สักเครื่องไว้ใช้งานย่อมสร้างความแตกต่างมหาศาลให้กับเด็ก เยาวชนและครอบครัว</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-26658" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/EEF_photo06_jan_laptopeng.jpg" alt="" width="864" height="455" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>Simon Howatson ประธานบริหาร Rebuyer</strong> บริษัทที่นำอุปกรณ์เทคโนโลยีกลับมาใช้งานใหม่ ภายใต้ความร่วมมือกับองค์กรการกุศล Donate Digital ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษกล่าวว่า อุปกรณ์เทคโนโลยีที่ไม่เป็นที่ต้องการเหล่านี้ คือสิ่งจำเป็นของคนอีกกลุ่มหนึ่งในสังคม โดยในช่วงทดลองทำโครงการ ครูใหญ่คนหนึ่งเดินมาหาตนและกล่าวว่า มีหลายครอบครัวยืนร้องไห้อยู่หน้าประตูบ้านทันทีที่ได้เห็นอุปกรณ์มือสองเหล่านี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;นั่นหมายความว่า อุปกรณ์เทคโนโลยีเหล่านี้มีความหมายต่อพวกเขามากมายนัก&#8221; Simon กล่าว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ที่มา :</strong> <a href="https://www.reuters.com/article/health-coronavirus-britain-tech-trfn/unwanted-tech-helps-bridge-digital-divide-in-lockdown-britain-idUSKBN29N1DQ?fbclid=IwAR1wFeyuE_l3wJI5Ev95yrrczr6pEv9-RCJVcViafkx3VQ7dCN1QM8sl4Eo" target="_blank" rel="noopener">Unwanted tech helps bridge &#8216;digital divide&#8217; in lockdown Britain</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-04-02-21/">อังกฤษฟื้นชีวิตคอมพิวเตอร์เก่า เพื่อส่งต่อให้เด็กที่ขาดแคลน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รัฐบาลอังกฤษปันงบพิเศษ จัดหาติวเตอร์สอนเด็กนักเรียนที่ขาดเรียนไปในช่วงปิดโรงเรียนเพราะ COVID-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/24521-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Jun 2020 07:29:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[บอริส จอห์นสัน]]></category>
		<category><![CDATA[Sir Peter Lampl]]></category>
		<category><![CDATA[Education Endowment Fund]]></category>
		<category><![CDATA[EEF]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=17182</guid>

					<description><![CDATA[<p>แปลและเรียบเรียง : นงลักษณ์ อัจนปัญญา &#160; รัฐบาลอังก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/24521-2/">รัฐบาลอังกฤษปันงบพิเศษ จัดหาติวเตอร์สอนเด็กนักเรียนที่ขาดเรียนไปในช่วงปิดโรงเรียนเพราะ COVID-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<figure id="attachment_17184" aria-describedby="caption-attachment-17184" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-17184 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-14.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-14.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-14-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-14-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-14-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-17184" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : unsplash-CDC</figcaption></figure>
<p style="text-align: right;"><span style="font-weight: 400;">แปลและเรียบเรียง : นงลักษณ์ อัจนปัญญา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>รัฐบาลอังกฤษปันงบพิเศษมูลค่า 650 ล้านปอนด์ (ราว 25,400 ล้านบาท) ให้แก่โรงเรียนทั่วประเทศเพื่อจัดหา ติวเตอร์ หรือ ครูพิเศษ ไว้สอนเด็กนักเรียนที่ขาดเรียนไปในช่วงปิดโรงเรียนเพราะ COVID-19</h5>
<p><span style="font-weight: 400;">สื่อท้องถิ่นในอังกฤษ รายงานว่า งบประมาณพิเศษนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนช่วยเหลือสนับสนุนด้านการศึกษามูลค่า 1,000 ล้านปอนด์ และเป็นส่วนหนึ่งของแผนเรียนพิเศษแห่งชาติ 1 ปี (</span><span style="font-weight: 400;">One-year National Tutoring Programme) </span><span style="font-weight: 400;">โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือเด็กนักเรียนด้อยโอกาสและยากจน ให้สามารถเรียนพิเศษได้ในราคาถูก โดยที่ทางโรงเรียนจะได้รับงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐในการจัดหาติวเตอร์และจัดทำคาบเรียนพิเศษ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวแทนจากกระทรวงศึกษาธิการอังกฤษกล่าวว่า งบประมาณดังกล่าว เป็นหลักประกันว่า เด็กนักเรียนทุกคน ไมว่าจะมีอายุเท่าไร และอาศัยอยู่ที่ไหน จะได้รับการศึกษา โอกาส และผลสำเร็จทางการศึกษา ตามที่สมควรได้รับ ซึ่งการสอนพิเศษ โดยติวเตอร์ผู้ชำนาญการเป็นวิธีแก้ไขที่ได้รับการพิสูจน์ยืนยันแล้วว่ามีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะสำหรับเด็กๆ จากครอบครัวยากจนและด้อยโอกาส</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ข้อมูลจากกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า แผนการติวเตอร์ จะเริ่มต้นขึ้นภายในภาคเรียนการศึกษาหน้าคือ เดือนกันยายนเป็นต้น และเป็นโครงการระยะยาวครอบคลุมปีการศึกษา 2020-2021 และตั้งเป้าให้เกิดการปฎิรูประบบการศึกษา ซึ่งจะเป็นการป้องกันไม่ให้เด็กนักเรียนรุ่นนนี้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรค </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับเงินอุดหนุนจากภาครัฐที่ให้กับทางโรงเรียนจะทำให้โรงเรียนรัฐจ่ายเงินเพื่อการเรียนพิเศษของเด็กๆ ลดลงอยู่ที่ 12 ปอนด์ต่อชั่วโมง (ราว 470 บาท) จากราคาเฉลี่ยของค่าติวพิเศษในปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ประมาณ 50 ปอนด์ต่อชั่วโมง (ราว 1,956 บาท) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ ได้จัดงบ 1,000 ล้านปอนด์สำหรับช่วยเหลือด้านการศึกษา โดยเป็นไปตามคำมั่นสัญญาที่ได้ให้ไว้ว่า รัฐบาลจะดำเนินทุกวิถีทาง เพื่อให้เด็กนักเรียนหลายแสนคนทั่วประเทศจากครอบครัวยากจน เรียนหนังสือตามทันเพื่อนๆ ที่สามารถเรียนออนไลน์ หรือเรียนทางไกลได้ในช่วงปิดโรงเรียนหลายเดือนที่ผ่านมา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ผมจะทำทุกอย่างที่สามารถทำได้เพื่อให้เด็กๆ ได้กลับมาเรียนที่โรงเรียนอีกครั้งตั้งแต่เดือนกันยายนนี้เป็นไปต้นไป และรัฐบาลจะเดินหน้าผลักดันแผน ชั้นเรียนพิเศษให้เกิดขึ้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้&#8221; นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน กล่าว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ ได้รับเสียงสนับสนุนจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะ จากทางโรงเรียนและสถาบันการศึกษาหลายแห่ง ที่มองว่า ความร่วมมือที่เกิดขึ้นจะช่วยให้เด็กนักเรียนเข้าถึงติวเตอร์มืออาชีพ ในการทำความเข้าใจบทเรียนที่ขาดหายไปเพราะโรงเรียนปิด</span></p>
<figure id="attachment_17185" aria-describedby="caption-attachment-17185" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-17185 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-20.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-20.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-20-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-20-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-20-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-20-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-17185" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : The Guardian</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่ กองทุนเพื่อการศึกษาอย่าง </span><span style="font-weight: 400;">Education Endowment Fund (EEF) </span><span style="font-weight: 400;">ให้คำมั่นว่า จะช่วยเป็นสื่อกลางในการคัดสรรจัดหาติวเตอร์คุณภาพดีให้กับทางเรียน พร้อมเตรียมให้ความช่วยเหลือในด้านอืนที่จำเป็นต่อการสนับสนุนการเรียนของเด็กนักเรียนทั่วอังกฤษ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ผลการศึกษาวิจัยหลายฉบับก่อนหน้่านี้พบว่า การเรียนพิเศษ แบบ 1:1 หรือ จัดกลุ่มติวขนาดเล็ก ถือเป็นหนึ่งในวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด และได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าที่สุดในการยกระดับทักษะและความรู้ความสามารถของผู้เรียน กระนั้น ด้วยต้นทุนการเรียนพิเศษที่ค่อนข้างสูง โดยในแต่ละปี  อุตสาหกรรมติวเตอร์ของประเทศมีมูลค่าสูงถึง 2,000 ล้านปอนด์ (ราว 78,000 ล้านบาท) ทำให้เด็กน้กเรียนยากจน และด้อยโอกาสส่วนใหญ่ ไม่สามารถเข้ารับการเรียนเสริม หรือ ติวพิเศษได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Sir Peter Lampl </span><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในคณะกรรมการของ </span><span style="font-weight: 400;">EEF </span><span style="font-weight: 400;">กล่าวว่า ความช่วยเหลือจากภาครัฐในการจัดหาติวเตอร์มืออาชีพให้แก่นักเรียนยากจนของอังกฤษนับตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนนี้เป็นต้นไป นับเป็นความก้าวหน้าที่ยิ่งใหญ่ อีกทั้ง โครงการนี้ยังถือเป็นโอกาสสำคัญที่ไม่เพียงแต่จะช่วยบรรเทาความเสียหายที่เกิดจากการปิดโรงเรียนเพราะ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 เท่านั้น แต่ยังจะมีส่วนในการสร้างระบบการศึกษาที่เสมอภาคเท่าเทียมในอนาคตอีกทางหนึ่งด้วย </span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ </span><span style="font-weight: 400;">The Guardian </span><span style="font-weight: 400;">เขียนแสดงความเห็นระบุว่า แม้จะเป็นแนวคิดนโยบายด้านการศึกษาที่น่าชื่นชม เนื่องจากส่งผลดีต่อเด็กนักเรียนยากจน แต่ก็อดแสดงความวิตกกังวลไม่ได้ว่า การเร่งรีบเกินไปก็อาจเสี่ยงทำให้โครงการดังกล่าวประสบความล้มเหลวได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยบทบรรณาธิการ มองว่า การตัดสินในของรัฐบาลอังกฤษสะท้อนให้เห็นความเอาใจใส่ของภาครัฐที่มีต่อเด็กนักเรียนจากครอบครัวยากจนและด้อยโอกาสในสังคม ซึ่งมีรายงานหลายฉบับออกมายืนยันแล้วว่า กลุ่มเด็กนักเรียนเหล่านี้เป็นผู้ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดจากการที่ต้องปิดโรงเรียนเพราะ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น การจัดสรรติวเตอร์ หรือ ครูสอนพิเศษ จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อช่วยให้เด็กกลุ่มนี้ สามารถเรียนทันตามเพื่อนๆ ในชั้นเรียนที่สามารถเรียนออนไลน์จากบ้านในช่วงที่ต้องปิดโรงเรียนได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระนั้น การจัดการจัดสรรและสรรหา ติวเตอร์ ให้ทั่วถึงไม่ใช่เรื่องง่าย จำเป็นต้องใช้เวลาในการวางแผนโครงการให้ดีๆ ไม่ว่าจะเป็น ระยะเวลาในการเรียนเสริม หรือจำนวนติวเตอร์ที่ควรจัดเป็น 1:1 หรือ 1: กลุ่มเล็กๆ โดยมีกุญแจสำคัญอยู่ที่ การที่ภาครัฐฯ ต้องเร่งหารือกับทางโรงเรียนเพื่อมองหาสถานที่ จำนวนเด็ก และช่วงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้ การใช้เงินภาษีในครั้งนี้ให้เกิดประโยชน์ได้สูงสุด </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา :</p>
<ul>
<li class="css-rtdfvn"><a href="https://www.theguardian.com/education/2020/jun/17/government-to-fund-private-tutors-for-english-schools" target="_blank" rel="noopener noreferrer">Government to fund private tutors for English schools</a></li>
<li class="css-rtdfvn"><a href="https://www.theguardian.com/education/2020/jun/19/english-schools-to-get-1bn-to-help-pupils-catch-up-after-lockdown" target="_blank" rel="noopener noreferrer">English schools to get £1bn to help pupils catch up after lockdown</a></li>
<li class="css-rtdfvn"><a href="https://www.theguardian.com/commentisfree/2020/jun/18/the-guardian-view-on-tutors-for-all-easier-said-than-done" target="_blank" rel="noopener noreferrer">The Guardian view on tutors for all: easier said than done</a></li>
</ul><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/24521-2/">รัฐบาลอังกฤษปันงบพิเศษ จัดหาติวเตอร์สอนเด็กนักเรียนที่ขาดเรียนไปในช่วงปิดโรงเรียนเพราะ COVID-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
