<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B4-%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94-%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 04 Mar 2025 07:42:11 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ราชบุรี เดินหน้า 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ 100% ทั้งจังหวัด เน้นหลักสูตรยืดหยุ่น-เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา-มีรายได้ระหว่างเรียน ป้องกันเด็กหลุดจากระบบ ช่วงปิดเทอมใหญ่</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-040325-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Mar 2025 07:42:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษายืดหยุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[1 โรงเรียน 3 ระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ป้องกันเด็กหลุดระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=91401</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2568 ณ ห้องประชุมราชพฤกษ์ มหาวิทยา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-040325-2/">ราชบุรี เดินหน้า 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ 100% ทั้งจังหวัด เน้นหลักสูตรยืดหยุ่น-เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา-มีรายได้ระหว่างเรียน ป้องกันเด็กหลุดจากระบบ ช่วงปิดเทอมใหญ่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2568 ณ ห้องประชุมราชพฤกษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จังหวัดราชบุรี&nbsp; 25 องค์กรในจังหวัดราชบุรี ลงนาม MOU เพื่อสร้างความร่วมมือขับเคลื่อนนโยบายการแก้ปัญหาเด็กที่อยู่นอกระบบการศึกษาและเด็กตกหล่น ให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ด้วยการจัดการศึกษายืดหยุ่น 1 โรงเรียน 3 รูปแบบครอบคลุมทุกโรงเรียน 100% ในจังหวัดราชบุรี&nbsp;</p>



<p>1 โรงเรียน 3 รูปแบบ เป็นนวัตกรรมการจัดการศึกษาและการเรียนรู้เพื่อลดอุปสรรคในการเข้าถึงศึกษาให้แก่เด็กเยาวชนยากจนและด้อยโอกาส ภายใต้โครงการ ราชบุรี Zero Dropout  เด็กทุกคนต้องได้เรียน  เริ่มทดลองนำร่องในจังหวัดราชบุรีตั้งแต่ปี 2567 จากความร่วมมือระหว่าง จังหวัดราชบุรี  บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b638e0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/01-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7b4931"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/02-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นางสาวฐิติลักษณ์ คำพา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี</strong> <strong>กล่าวว่าการลงนาม MOU ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ภาครัฐและเอกชนในจังหวัดราชบุรีร่วมมือกันในการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบสร้างการศึกษาที่ยืดหยุ่นมีทางเลือก ซึ่งราชบุรีจะเป็นจังหวัดแรกของประเทศที่ทุกโรงเรียนในสังกัด สพฐ. พัฒนาเป็นพื้นที่เรียนรู้ยืดหยุ่น 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ 100% ครอบคลุม 333 โรงเรียน&nbsp; เพื่อป้องกันเด็กเยาวชนไม่ให้หลุดจาก ระบบการศึกษา เดินหน้าสู่ ราชบุรี Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน&nbsp;</strong></p>



<p>การลงนามเพื่อสร้างความร่วมมือ 25 องค์กรประกอบด้วย จังหวัดราชบุรี, สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดราชบุรี, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 2, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาราชบุรี, สำนักงานการอาชีวศึกษาจังหวัดราชบุรี, สำนักงานประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัดราชบุรี, สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดราชบุรี, มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดราชบุรี, ศูนย์การเรียนสร้างสรรค์การเรียนรู้ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 13, ตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี, องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี, สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดราชบุรี, สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดราชบุรี, สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดราชบุรี, สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 4 ราชบุรี, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดราชบุรี, สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดราชบุรี, สภาอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี, บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดราชบุรี, สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดราชบุรี, เรือนจำกลางเขาบิน, เรือนจำกลางราชบุรี</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-abab12"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/03-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ฐิติลักษณ์ คำพา</figcaption></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4a3518"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/04.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> กล่าวว่า กสศ. เชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะช่วยเปลี่ยนชีวิตเด็กและเยาวชนที่ยากจนด้อยโอกาสให้สามารถพัฒนาเต็มศักยภาพได้ และเป็นก้าวสำคัญในการลดอุปสรรคในการเข้าถึงการศึกษาโดยเฉพาะในช่วงปิดเทอมใหญ่นี้ เป็นรอยต่อสำคัญ การจัดการศึกษา 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ จะช่วยป้องกันการหลุดจากระบบได้&nbsp;</p>



<p>การทดลองนำร่องในระยะแรก พบว่า&nbsp; 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ สามารถป้องกันและช่วยเหลือไม่ให้เด็กเยาวชนหลุดจากระบบการศึกษาได้เกือบ 100% จากนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 98 คนในรุ่นแรก&nbsp; มีเพียง 1 คนเท่านั้น ที่ย้ายภูมิลำเนาออกจากจังหวัดราชบุรี &nbsp; โดยปัจจัยสำคัญนอกเหนือจากความทุ่มเทของครู ผู้อำนวยการโรงเรียนที่ทำให้เรื่องนี้สำเร็จ&nbsp; เช่น&nbsp;</p>



<ul>
<li>ความยืดหยุ่นของหลักสูตร เวลาเรียน ที่ตอบโจทย์ชีวิต &nbsp; ผู้เรียนแต่ละบุคคล</li>



<li>เรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลาจากแหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น สถานประกอบการ สื่อเทคโนโลยี กิจกรรมของชุมชน</li>



<li>ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ควบคู่กับการทำงานและมีรายได้ระหว่างเรียน</li>
</ul>



<p>“การจัดการศึกษายืดหยุ่นเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ช่วยลดอุปสรรคในการเข้าถึงการศึกษาอย่างยั่งยืนสำหรับเด็กทุกคน โดยเฉพาะเด็กเยาวชนยากจนด้อยโอกาส ที่สามารถเรียนรู้ควบคู่กับการทำงานและมีรายได้ระหว่างเรียน โดยครู ผู้เรียน และสถานประกอบการร่วมกันวางแผนการเรียนรู้ ออกแบบเนื้อหา วิธีการเรียนรู้ รวมถึงการประเมินองค์ความรู้และประสบการณ์”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4b9e57"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/05.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นิยม ไผ่โสภา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายนิยม ไผ่โสภา ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ.</strong> กล่าวว่าราชบุรีเป็นจังหวัดนวัตกรรมต้นแบบของการจัดการศึกษา 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ หรือ ‘ราชบุรีโมเดล’ ที่ได้รับการขยายผลไปทั่วประเทศ</p>



<p>“ช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงที่ฟ้าเปิด เพราะการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นได้ถูกนำมาปรับใช้ตามนโยบายของ พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ สพฐ. จากการที่ กสศ. ได้เริ่มต้นจุดประกายการจัดการศึกษาโดยเล็งเห็นถึงประโยชน์ของการศึกษาที่ยืดหยุ่นสอดคล้องกับสถานการณ์ชีวิตจริงของเด็กแต่ละคน ตลอดจนแนวนโยบายเรียนดีมีความสุข ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ความสุขและความพร้อมของผู้เรียนในการพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่”</p>



<p>องค์ความรู้และประสบการณ์จากการทดลองนำร่องของจังหวัดราชบุรี  ยังได้รับการขยายผล โดย สพฐ. ได้ประกาศใช้แนวทางการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ  สำหรับสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัด สพฐ. อย่างเป็นทางการให้แก่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2568</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6ad79c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/06.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">สมัชชา พรหมศิริ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายสมัชชา พรหมศิริ Chief of Staff บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่าในฐานะภาคเอกชน บริษัทฯ ยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน และสนับสนุนการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ โดยเชื่อมั่นว่าการขับเคลื่อนราชบุรีโมเดลให้เป็นจังหวัดต้นแบบด้านนวัตกรรมการศึกษาของประเทศ ผ่านความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชน จะนำไปสู่การสร้างการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ให้เด็กและเยาวชนทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเสมอภาคและยั่งยืน</p>



<p>“ในปีที่ผ่านมา เราได้เห็นการดำเนินงานของหน่วยงานการศึกษาและผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ที่ร่วมมือกับ กสศ. อย่างเต็มที่ จนเกิดเป็นรูปธรรมในวันนี้ ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ร่วมกันในการให้เด็กทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ภายใต้ข้อจำกัดในเงื่อนไขชีวิต ได้เข้าถึงโอกาสการศึกษาที่มีคุณภาพและยืดหยุ่นอย่างเสมอภาค หลายครั้งที่ผมมีโอกาสลงพื้นที่ตั้งแต่ปีแรกที่เริ่มทำงาน ได้เห็นความคืบหน้าของโครงการจากการสนับสนุนและความร่วมมือในพื้นที่ จึงมั่นใจว่าโครงการ Zero Dropout จะขับเคลื่อนราชบุรีโมเดลให้เป็นจังหวัดต้นแบบในการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ 100% และสามารถนำไปเป็นตัวอย่างให้กับพื้นที่อื่น ๆ ต่อไปได้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0ea08c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-39c27c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-040325-2/">ราชบุรี เดินหน้า 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ 100% ทั้งจังหวัด เน้นหลักสูตรยืดหยุ่น-เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา-มีรายได้ระหว่างเรียน ป้องกันเด็กหลุดจากระบบ ช่วงปิดเทอมใหญ่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แสนสิริ, กสศ. จับมือ จังหวัดราชบุรี เปิดตัว “3 พลังอาสา จังหวัดราชบุรี” สร้างนวัตกรรมอาสาสมัครท้องถิ่น</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-zero-dropout-220722/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Jul 2022 12:25:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[3 พลังอาสา จังหวัดราชบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[อังกูร ศีลาเทวากูล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐา ทวีสิน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=58520</guid>

					<description><![CDATA[<p>รุกหน้าสู่เป้าสูงสุด เด็ก จ.ราชบุรี หลุดนอกระบบต้องเป็น [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-zero-dropout-220722/">แสนสิริ, กสศ. จับมือ จังหวัดราชบุรี เปิดตัว “3 พลังอาสา จังหวัดราชบุรี” สร้างนวัตกรรมอาสาสมัครท้องถิ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>รุกหน้าสู่เป้าสูงสุด เด็ก จ.ราชบุรี หลุดนอกระบบต้องเป็น “ศูนย์” ใน 3 ปี ภายใต้โครงการ &#8216;Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน&#8217;</strong></p>



<ul><li>แสนสิริ และ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับจังหวัดราชบุรี รุกหน้าโครงการ &#8216;Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน&#8217; มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงศึกษาไทยให้เด็กหลุดจากการศึกษาเป็น ‘ศูนย์’ ใน 3 ปี กับ ‘ราชบุรีโมเดล’ จังหวัดต้นแบบ</li></ul>



<ul><li>เปิดตัว&nbsp; “3 พลังอาสา จังหวัดราชบุรี” นวัตกรรมกลไลอาสาสมัคร เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา แบบ 3 in 1 ครั้งแรกของประเทศไทยที่รวมพลัง อสม./ อพม. / อสศ. ฟื้นฟูเด็กๆ ครอบคลุมทุกมิติ ‘สุขภาพกาย-ใจ/ การคุ้มครองทางสังคม/ โอกาสทางการศึกษา’ ลดความความเสี่ยงของเด็กที่อยู่ในช่วงวิกฤติจะหลุดนอกระบบการศึกษาใกล้ชิด</li></ul>



<ul><li>เดินหน้าผนึกกำลังร่วมกับกลไกจังหวัด โดยได้รับเกียรติจากรองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีเป็นประธาน จัดตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระดับจังหวัดและคณะทำงานในพื้นที่ ตลอดจนประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ลงลึกถึงปัญหา สร้างความเข้าใจและทำงานร่วมกัน เพื่อแก้ไขปัญหาเด็กหลุดนอกระบบการศึกษาใน จ.ราชบุรี อย่างยั่งยืน</li></ul>



<ul><li>พร้อมมอบทุนการศึกษามูลค่ากว่า 1,100,000 บาท เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาแก่นักเรียนกลุ่มชั้นรอยต่อที่มีความเสี่ยงจะหลุดนอกระบบจำนวนรวมมากกว่า 700 คน</li></ul>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c4d352"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/09-Zero-Dropout-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายอังกูร ศีลาเทวากูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี</strong> กล่าวว่า จังหวัดราชบุรีมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ทางแสนสิริและกสศ. ได้พิจารณาและเห็นว่าพื้นที่จังหวัดราชบุรีมีศักยภาพและเหมาะสมในการเป็นพื้นที่นำร่องของโครงการ&nbsp; &nbsp; &#8216;Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน&#8217; เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ทั้งนี้ จังหวัดราชบุรีมีกรอบแผนยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัดราชบุรี พ.ศ. 2566-2570 เพื่อตอบสนองต่อความต้องการและสามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘เมืองเกษตรสีเขียว เศรษฐกิจเข้มแข็ง สังคมคุณภาพ’ ซึ่งการทำงานร่วมกันภายใต้โครงการ ‘Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน’ ผ่านการดำเนินงานของ กสศ. &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; และแสนสิริ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจะสอดคล้องกับพันธกิจและประเด็นยุทธศาสตร์ของแผนพัฒนาจังหวัด ประกอบด้วย พันธกิจเสริมสร้างสังคมที่มีคุณภาพ ประชาชนมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลง สู่การพัฒนาคนคุณภาพ เพื่อสร้างสังคมแห่งความสุข โดยจังหวัดราชบุรีทั้งคณะกรรมการและคณะทำงาน ตลอดจนภาคส่วนกลไกจังหวัดและกลไกส่วนท้องถิ่น พร้อมให้ความร่วมมือกับโครงการ ‘Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน’ ในการพัฒนาออกแบบกลไกและนวัตกรรมการศึกษาในการช่วยเหลือดูแลเด็กและเยาวชนที่มีความเสี่ยงและเด็กที่หลุดนอกระบบการศึกษา เพื่อให้เด็กในจังหวัดราชบุรี หลุดนอกระบบต้องเป็น “ศูนย์” ภายใน 3 ปี และสามารถดูแลช่วยเหลือให้จำนวนเด็กนอกระบบเป็น “ศูนย์” ต่อไปได้ในระยะยาว</p>



<p>“ห้วงเวลานี้คือการเปลี่ยนผ่าน (Transform) และจังหวะของการลงมือทำเพื่อพาเด็กๆ กลับสู่การเรียนที่พัฒนาพวกเขาได้อย่างเต็มศักยภาพ เรียนได้ทันและเรียนรู้มากยิ่งกว่าที่พวกเขาเสียไป องค์การยูเนสโก ชี้ว่า เรื่องนี้ต้องรีบเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วน มิฉะนั้นแล้ว เด็กทั้งรุ่นอาจจะต้องเผชิญกับผลกระทบที่แก้กลับคืนมาไม่ได้ &nbsp; สิ่งที่จะสูญเสียไปก็คือ ‘คนเจนเนอเรชั่นหนึ่งที่จะหายไปทั้งรุ่น’ ซึ่งกุญแจหลักของการแก้ปัญหาที่จังหวัดจะเดินหน้า คือ 1) Recovery&nbsp; &nbsp; การฟื้นฟูผลกระทบจากความเสียหายของไวรัสโควิด-19 2) Resilience การเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และ 3) Changes การปรับเปลี่ยนมุมมองแนวคิด และวิธีการในการแก้ไขปัญหา” <strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี</strong> กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-23699b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/09-Zero-Dropout-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า</strong> “แสนสิริยึดมั่นและให้ความสำคัญกับความเสมอภาค, ความเท่าเทียมและการเข้าถึงได้ในทุกมิติเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไทย ที่เป็นประเด็นสำคัญทางสังคม และสามารถส่งผลกระทบต่อเยาวชนรวมถึงประเทศชาติในระยะยาว เราจึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลงมือและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างยั่งยืน ภายใต้โครงการ ‘Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน’ ระดมพลังคนไทยเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทยให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษาเป็น&nbsp; ”ศูนย์” ให้ได้ใน 3 ปี นำร่องผ่าน ‘ราชบุรีโมเดล’ จังหวัดต้นแบบ โดยเราตั้งเป้าที่จะลดจำนวนเด็กในช่วงวัยภาคบังคับ (ป.1-ม.3) ใน จ.ราชบุรี ที่หลุดออกจากระบบการศึกษาให้เหลือศูนย์ ด้วยการช่วยเหลือทั้งตัวเด็กเอง รวมทั้งช่วยสร้างระบบนิเวศที่เอื้อให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษาได้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการ ‘Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน’ จะสร้างแรงกระเพื่อมให้คนไทย ภาครัฐและภาคส่วนอื่นๆ ลุกขึ้นมาช่วยเหลือเด็กทั้งประเทศไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษา พร้อมสร้างรากฐานสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยขับเคลื่อนไปข้างหน้า และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องความเสมอภาค เพื่อลดความเหลื่อมล้ำให้กับประเทศ ให้การศึกษาและเด็กไทยอย่างยั่งยืน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-be37e9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/09-Zero-Dropout-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จังหวัดราชบุรี กสศ. และ แสนสิริ ขยายการดำเนินงานของโครงการสู่กลไกระดับจังหวัดและท้องถิ่น เปิดตัว&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; “3 พลังอาสา จังหวัดราชบุรี” จากการรวมพลัง 3 กลไกท้องถิ่น&nbsp; อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) อาสาสมัครการศึกษา (อสศ.) เพื่อฟื้นฟูเด็กๆ ทุกมิติ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ครั้งแรกของไทย&nbsp; มุ่งดูแลและฟื้นฟูเด็กที่มีความเสี่ยงหลุดออกนอกระบบการศึกษาและทำงานครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่ ด้านสุขภาพกาย-ใจ, การคุ้มครองทางสังคมและโอกาสทางการศึกษา ซึ่งการผนึกกำลังระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และกลไกท้องถิ่นครั้งนี้ นับเป็นนวัตกรรมกลไกอาสาสมัคร เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา แบบ 3 in 1 ที่ริเริ่มที่จังหวัดราชบุรี เป็นจังหวัดแรกในเมืองไทย! โดยเชื่อว่านวัตกรรม “3 พลังอาสา จังหวัดราชบุรี” นี้ จะเป็นโมเดลต้นแบบที่จังหวัดอื่นๆ ในประเทศสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อขยายผลการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้ครอบคลุมทั่วประเทศได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย</p>



<p>“ปัญหาการศึกษาเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย และเป็นสาเหตุของหลายปัญหาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ แสนสิริเชื่อว่า การแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษาจะนำไปสู่การสร้างรากฐานสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างแข็งแกร่ง เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการ ‘Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน’ กับ ‘ราชบุรีโมเดล’ จะเป็นโครงการนำร่องในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาเด็กนอกระบบ และสามารถขยายผลต่อในจังหวัดอื่นๆ เพื่อสร้างจุดเปลี่ยนเพื่อการศึกษาของประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน” <strong>นายเศรษฐา </strong>กล่าวสรุป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b5d019"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/09-Zero-Dropout-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>กล่าวว่า หลังจากการทำงานเพื่อเรียนรู้บริบทและสถานการณ์ในพื้นที่จริง พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายภาคีการทำงานระยะยาว ผ่านการออกแบบกลไกการจัดการเชิงพื้นที่ (Area-based)&nbsp; ในช่วงครึ่งปีแรกการประสานความร่วมมือ “3 อาสา จังหวัดราชบุรี” อย่างกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์โดยครอบคลุม 10 อำเภอ ใน 975 หมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดราชบุรี (อพม.) อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครการศึกษา (อสศ.) ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือของระบบอาสาสมัครในพื้นที่ที่มีต้นทุนเดิมอยู่แล้วในการทำงานอย่างเข้มแข็งให้มีนวัตกรรมการช่วยเหลือและความยั่งยืนมากขึ้น ที่จะช่วยกันประสานความร่วมมือดูแลฟื้นฟูเด็กๆ ในด้านสุขภาพ สภาวะทางครอบครัวสังคม และด้านการศึกษา อย่างครบทุกมิติ ครั้งแรกของเมืองไทยแล้ว เรายังผนึกกำลังร่วมกับกลไกจังหวัด จัดตั้งคณะกรรมการจัดการศึกษาเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาจังหวัดราชบุรี และคณะกรรมการศูนย์ช่วยเหลือเด็กวิกฤติและคณะทำงานในพื้นที่ ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน, ศึกษาธิการจังหวัด, เขตพื้นที่, ทุกหน่วยงานการศึกษา, สถานศึกษา, ผู้อำนวยการและครู อาสาสมัครการศึกษา เพื่อประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ลงลึกถึงปัญหา สร้างความเข้าใจและทำงานร่วมกัน เป็นการแก้ไขปัญหาเด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษาใน จ.ราชบุรี อย่างยั่งยืน เพื่อให้วาระความเสมอภาคทางการศึกษามีแนวทางและกลไกการพัฒนาในจังหวัดสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาวอย่างยั่งยืน</p>



<p>“ในช่วงเปิดเทอมปีการศึกษา 1/2565 ที่ผ่านมา เรายังได้เข้าช่วยเหลือเด็กนักเรียนกลุ่มช่วงชั้นรอยต่อระดับประถมศึกษาปีที่ 6 และระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ใน จ.ราชบุรี ที่มีความเสี่ยงในการหลุดออกจากระบบการศึกษา จากผลกระทบทางเศรษฐกิจและจากสถานการณ์โควิด-19 รวมมากกว่า 700 คน ผ่านการมอบทุนการศึกษารวมมูลค่า 1,100,000 บาท ภายใต้โครงการ &#8216;Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน&#8217; เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาให้กับเด็กและครอบครัวอีกด้วย และเป็นการป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษาด้วยมาตรการเชิงป้องกันที่ต้นทาง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมาตรการสู่เป้าหมาย Zero Dropout ที่มีประสิทธิภาพสูงและยั่งยืนที่ กสศ. เตรียมขยายผลสู่การดำเนินการระดับประเทศอย่างเป็นระบบต่อไปในอนาคต” ดร.ไกรยส กล่าวปิดท้าย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-zero-dropout-220722/">แสนสิริ, กสศ. จับมือ จังหวัดราชบุรี เปิดตัว “3 พลังอาสา จังหวัดราชบุรี” สร้างนวัตกรรมอาสาสมัครท้องถิ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘เติมสีสันสดใส ในพื้นที่แห่งโอกาส’ เนรมิตห้องสมุดใหม่ให้น้อง ๆ อนุบาลสวนผึ้ง ชิ้นส่วนงานเล็ก ๆ จากภารกิจ ‘ราชบุรีโมเดล’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-060522/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 May 2022 09:16:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องสมุด]]></category>
		<category><![CDATA[เทศบาลชุมชนตำบลท่าเคย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[รงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[TOA]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.​]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรีโมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[สมัชชา พรหมสิริ]]></category>
		<category><![CDATA[เปลว ปุริสาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=55429</guid>

					<description><![CDATA[<p>แสนสิริ กสศ. TOA ผู้บริหารและคณะครูโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-060522/">‘เติมสีสันสดใส ในพื้นที่แห่งโอกาส’ เนรมิตห้องสมุดใหม่ให้น้อง ๆ อนุบาลสวนผึ้ง ชิ้นส่วนงานเล็ก ๆ จากภารกิจ ‘ราชบุรีโมเดล’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แสนสิริ กสศ. TOA ผู้บริหารและคณะครูโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง พร้อมด้วยเทศบาลชุมชนตำบลท่าเคย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ร่วมปรับปรุงห้องสมุดใหม่ต้อนรับปีการศึกษา 2565 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ‘Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน’ ที่ กสศ. จับมือกับ บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน) ปักหมุดดำเนินงานในจังหวัดราชบุรี ตั้งเป้าลดจำนวนเด็กหลุดจากระบบการศึกษาให้เป็นศูนย์ในเวลา 3 ปี</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fcb674"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/05/01-เปลว-ปุริสาร-เนรมิตห้องสมุดใหม่ให้น้อง.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">เปลว ปุริสาร ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>เปลว ปุริสาร ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง</strong>กล่าวว่า ทางโรงเรียนรู้สึกยินดีที่ได้รับความอนุเคราะห์จากบริษัทแสนสิริ ผู้มีส่วนร่วมทุกฝ่าย และบริษัท TOA ที่ช่วยเหลือในการนำสี และช่างเทคนิคมาดูแลที่หน้างาน จนแผนการสำเร็จลุล่วง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </p>



<p>“เรือนห้องสมุดหลังเก่าของเราอยู่ในพื้นที่ต่ำ มีน้ำท่วมขัง และทรุดโทรมตามเวลา จนกลายเป็นอุปสรรคในการใช้งานของเด็ก ๆ เรามีแผนที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยดัดแปลงอาคารไม้ด้านหน้าที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของโรงเรียน ให้เป็นห้องสมุดหลังใหม่ แต่ยังติดที่เรื่องงบประมาณ จนวันนี้ที่แสนสิริ กสศ. และ TOA เข้ามาร่วมสนับสนุนทรัพยากร ทั้งยังมีเจ้าหน้าที่พนักงานของแสนสิริมาช่วยกันปรับพื้นที่ ลอกผนังเก่าและทาสีใหม่ทับ ทำให้แผนที่วางไว้ลุล่วงไปด้วยดี ทั้งยังมีการนำสมุดหนังสือมาบริจาคให้เด็ก ๆ ด้วย เชื่อว่าเมื่อเปิดเทอมใหม่มาถึง เด็ก ๆ จะตื่นเต้นดีใจกันมากกับห้องสมุดหลังใหม่”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-98f0e0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/05/03-เนรมิตห้องสมุดใหม่ให้น้อง.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>หนุนภารกิจ ‘ราชบุรีโมเดล’</strong><br><strong>เด็กต้องไม่หลุดกลางคัน มีทางรองรับ และจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน</strong></h2>



<p>อนุบาลสวนผึ้งเป็นโรงเรียนขยายโอกาส รับนักเรียนตั้งแต่อนุบาล 1 ถึง ชั้น ม.3 ผอ. ระบุว่า แม้จะตั้งอยู่ในเขตตัวอำเภอสวนผึ้ง แต่เด็กนักเรียนส่วนใหญ่ยังมีความด้อยโอกาส มีเด็กชาติพันธุ์หลายกลุ่ม โรงเรียนจึงต้องมีมาตรการติดตามช่วยเหลือให้เด็กไปต่อในการศึกษาได้ ตามความเหมาะสม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ff8a10"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/05/04-เนรมิตห้องสมุดใหม่ให้น้อง.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เด็กของเราจบ ป.6 แล้วต่อมัธยมได้ 100% แต่ปัญหาที่พบส่วนใหญ่จะอยู่ช่วง ม.ต้น หลายคนเริ่มทำงานช่วยเหลือครอบครัว พวกงานรับจ้างในไร่ หรือตามรีสอร์ท เราจึงต้องติดตามเด็กตลอด เพราะบางคนเริ่มมาเรียนบ้างไม่มาบ้าง มีแววเสี่ยงหลุดจากระบบกลางทาง</p>



<p>“เบื้องต้นคือวางแนวทางร่วมกับผู้ปกครองว่าเด็กต้องไม่ทิ้งการเรียน <strong>มีการ MOU กับวิทยาลัยสารพัดช่างทำหลักสูตรระยะสั้นฝึกวิชาชีพคู่ขนานกับการเรียนสามัญปกติ ซึ่งพอเขามีพื้นฐานอาชีพ เราจะช่วยให้เด็กได้ทำงานพิเศษในสถานประกอบการ นำรายได้เข้าบ้านอีกทางหนึ่ง พอจบ ม.3 ก็มีอีก MOU กับวิทยาลัยการอาชีพปากท่อ รับเด็กเรียนต่อด้วยทุนเรียนฟรี มีรถรับส่งสัปดาห์ละครั้ง มีหอพัก อาหาร ไปจนถึงจบ ปวช. ก็สนับสนุนต่อ ให้มีงานทำตามความสนใจและความถนัด”</strong></p>



<p>หรือสำหรับคนที่ยังไม่พร้อมไปต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับจริง ๆ ทางโรงเรียนก็มี MOU กับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ทำหลักสูตรอบรมระยะสั้น 2 เดือน ควบฝึกงานอีก 1 เดือน แล้วส่งต่อเข้าทำงานได้ทันที โดยมีประกาศนียบัตรและสถานประกอบการรองรับ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fe0e5c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/05/05-เนรมิตห้องสมุดใหม่ให้น้อง.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“มีเด็กคนหนึ่งที่จบ ม.3 ไปแล้วเราพบว่าเขาไม่ได้เรียนต่อ เขาไปลงเรือทำงานรับจ้างอยู่ที่จังหวัดประจวบ ฯ พอติดต่อได้ก็ลองชวนเขากลับมาเรียน กศน. หรือลองฝึกอาชีพ แต่เขาบอกว่ายังไม่พร้อม ถ้ามาเรียนตอนนี้ก็ไม่มีเงินดูแลที่บ้าน เราก็เก็บการติดต่อเอาไว้ก่อน คุยกับเขาเรื่อย ๆ จนพองานซาลง ตอนนี้เขาพร้อมแล้วที่จะมาลองฝึกอาชีพระยะสั้น นี่คือกระบวนการเก็บเด็กไว้ในอีกทางหนึ่ง แล้วถึงเวลาที่เขาต้องการเราก็พากลับมาได้”</p>



<p>น้อง ๆ อีกกลุ่มที่ ผอ. ยืนยันว่าทิ้งไม่ได้เลย คือเด็กที่ต้องการการเรียนรู้พิเศษ หรือบกพร่องทางการเรียนรู้ในทางใดทางหนึ่ง ทางโรงเรียนได้นำกิจกรรมดนตรีและกีฬาเข้ามาเสริม นอกเหนือจากโครงงานพื้นฐานอาชีพและทักษะด้านการเกษตร ที่สนับสนุนต่อเนื่องอยู่แล้ว</p>



<p>“เรามีพื้นที่เสมอสำหรับเด็กที่เรียนรู้ช้า หรืออาจไม่ถนัดเรียนวิชาการเท่าไหร่ อย่างน้อยการให้เขาได้อยู่ในโรงเรียนจนมีวุฒิ ได้รับการพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ ก็ถือว่าเป็นเกราะป้องกันได้ส่วนหนึ่ง เมื่อเขาพ้นรั้วโรงเรียนออกไปในวันข้างหน้า”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d4af12"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/05/06-เนรมิตห้องสมุดใหม่ให้น้อง.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ความร่วมมือจากภาคเอกชน จะช่วยก่อรากฐานระบบจัดการที่ยั่งยืน</strong></h2>



<p>ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง กล่าวถึงความตั้งใจของบริษัทแสนสิริ ซึ่งเป็นหน่วยงานภาคเอกชน ที่วางแผนในการเปลี่ยนจังหวัดราชบุรี ให้เป็นพื้นที่ปลอดเด็กนอกระบบภายใน 3 ปี ว่า การมีหน่วยงานภายนอกเข้ามาสนับสนุน โดยเฉพาะเรื่องทุน จะช่วยทำให้เกิดระบบการจัดการที่เหมาะสมกับบริบท&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“แต่ละโรงเรียนในพื้นที่ของเรามีรูปแบบปัญหาไม่เหมือนกัน ดังนั้นถ้ามีหน่วยงานเข้ามาลงพื้นที่ สืบค้นสาเหตุปัญหา ถอดบทเรียน แล้วออกแบบวิธีการดูแลช่วยเหลือเด็ก จะทำให้เรามีโมเดลต้นแบบที่หลากหลาย ให้โรงเรียนในพื้นที่อื่น ๆ สามารถนำไปเลือกปรับใช้ได้ตรงกับความต้องการได้</p>



<p>“<strong>ที่สำคัญคือการสนับสนุนจากภายนอกจะเป็นการเติมพลังทั้งในด้านทรัพยากร สื่อ วัสดุอุปกรณ์การเรียน และเป็นขวัญกำลังใจที่ดี ให้กับบุคลากรทางการศึกษาตรงหน้างาน ให้ได้รับรู้ว่ายังมีภาคีที่พร้อมเกื้อหนุนการทำงานไปด้วยกันในระยะยาว</strong> ไม่ใช่เพียงไฟไหม้ฟางผ่านมาแล้วผ่านไป”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0be963"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/05/02-สมัชชา-พรหมสิริ-เนรมิตห้องสมุดใหม่ให้น้อง.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">สมัชชา พรหมสิริ Chief of Staff บริษัทแสนสิริ จำกัด(มหาชน)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>สมัชชา พรหมสิริ Chief of Staff บริษัทแสนสิริ จำกัด(มหาชน)</strong> กล่าวถึงกิจกรรมปรับปรุงห้องสมุดให้น้อง ๆ อนุบาลสวนผึ้งว่า “ขอขอบคุณผู้บริหารและบุคลากรโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้งทุกคน ขอบคุณบริษัท TOA พันธมิตรใจดีที่อนุเคราะสี ทีมช่าง และวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการบูรณะห้องสมุดให้น้อง ๆ ในวันนี้ และต้องขอบคุณทีมงานแสนสิริ ที่สละเวลามาช่วยกันทำงานเล็ก ๆ ที่แสดงถึงความร่วมมืออันยิ่งใหญ่ ในการเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทยให้ดีขึ้นไปด้วยกัน</p>



<p>“<strong>โครงการ ‘Zero Dropout’ คือการช่วยกลุ่มเด็กด้อยโอกาสไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษา ที่เราทำงานร่วมกับ กสศ. ซึ่งเป็นพันธมิตรผู้ให้คำแนะนำปรึกษา ให้ความรู้เบื้องต้นกับเราว่า วาระสำคัญเรื่องเด็กหลุดจากระบบการศึกษาของประเทศเรา มีอยู่มากมายกว่าที่เห็นนัก</strong>”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d7250e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/05/07-เนรมิตห้องสมุดใหม่ให้น้อง.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“<strong>สิ่งที่เราทำวันนี้ เป็นเรื่องเล็กน้อยที่จะประกอบเป็นภาพใหญ่ อย่างไรก็ตาม สาระสำคัญของโครงการคือการพาเด็ก ๆ คืนสู่ระบบ และไม่มีใครหลุดออกไปอีก</strong> หวังว่าวันนี้ทุกท่านจะอิ่มเอมใจไปด้วยกัน และขอให้ติดตามกิจกรรมต่อไปที่แสนสิริจะทำร่วมกับ กสศ. ที่เราเชื่อว่าจะเป็นต้นแบบในการนำความร่วมมือจากภาคเอกชนอื่น ๆ เข้ามาเสริมพลังการทำงานให้แข็งแรงยิ่ง ๆ ขึ้นไป”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-060522/">‘เติมสีสันสดใส ในพื้นที่แห่งโอกาส’ เนรมิตห้องสมุดใหม่ให้น้อง ๆ อนุบาลสวนผึ้ง ชิ้นส่วนงานเล็ก ๆ จากภารกิจ ‘ราชบุรีโมเดล’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แสนสิริ &#8211; กสศ. เดินหน้าโครงการ &#8216;Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน&#8217;</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-010522/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 01 May 2022 05:53:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[สมัชชา พรหมศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=55283</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชี้ ‘ปัญหาค่าใช้จ่ายการศึกษาสูงกว่ารายได้-เด็กต้องใช้แร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-010522/">แสนสิริ – กสศ. เดินหน้าโครงการ ‘Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ชี้ ‘ปัญหาค่าใช้จ่ายการศึกษาสูงกว่ารายได้-เด็กต้องใช้แรงงานหาเงินช่วยครอบครัว’ ประเด็นสำคัญทำเด็กไม่เรียนต่อ เชื่อมั่นเงินบริจาค 100 ล้านบาทแสนสิริช่วยให้เด็กทั้ง จ.ราชบุรี หลุดจากระบบการศึกษาเป็น “ศูนย์” ใน 3 ปีได้ตามเป้า</strong></p>



<ul><li>‘แสนสิริ’ จับมือ ‘กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)’ พร้อมเดินหน้าพันธกิจแรก ภายใต้โครงการ &#8216;Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน&#8217; ที่มาจากเงินบริจาคของแสนสิริผ่านการออกหุ้นกู้มูลค่า 100 ล้านบาทเพื่อระดมพลังคนไทยเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทยให้เด็กหลุดจากการศึกษาเป็น “ศูนย์” ให้ได้ใน 3 ปี กับ “ราชบุรีโมเดล” จังหวัดต้นแบบ</li><li>ประกาศชู อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เป็นอำเภอนำร่อง ที่เด็กทุกคนที่อยู่ในช่วงวัยระดับการศึกษาภาคบังคับ (ป.1 &#8211; ม.3) ต้องได้เรียนและหลุดจากการศึกษาเป็น “ศูนย์” ภายในกันยายน 2565 ก่อนขยายผลไปอีก 9 อำเภอใน จ.ราชบุรี</li><li>ระบุมีเด็กที่อยู่ในระบบการศึกษาใน อ.สวนผึ้ง 7,650 คน และไม่มีข้อมูลในระบบการศึกษาถึง 3,592 คน ชี้ 2 สาเหตุหลักเด็กราชบุรีเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา คือ ต้นทุนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาซึ่งสูงกว่ารายได้เฉลี่ยครัวเรือนมาก และ การประเมินผลตอบแทนจากการศึกษาในอนาคตของครัวเรือนที่จากครัวเรือนยากจนและยากจนพิเศษจำเป็นต้องให้บุตรหลานหารายได้เมื่ออายุ 15 ปี การศึกษาต่อแบบเต็มเวลาหลังภาคบังคับ หรือมหาวิทยาลัยจึงไม่ตอบโจทย์</li><li>วาง Roadmap ทำงานใกล้ชิดระหว่างกลไกท้องถิ่น-พื้นที่ของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งเครือข่ายโรงเรียน นายอำเภอ สพป. ภาคประชาสังคมและวิชาการ รวมถึง มจธ. ซึ่งเป็นภาคีภาควิชาการในพื้นที่ที่ช่วยวางแผนงานและสร้างฐานข้อมูลเชิงลึกให้เกิดระบบติดตามดูแลช่วยเหลือให้เด็กไม่หลุดจากการศึกษาอย่างยั่งยืน</li><li>พร้อมระดมความร่วมมือพลังพนักงานแสนสิริและลูกบ้านบริจาคหนังสือกว่า 2,500 เล่ม และลงพื้นที่ซ่อมแซมห้องสมุดโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง เพื่อสนับสนุนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการส่งเสริมโอกาสการเข้าถึงการศึกษาที่ดีอย่างเสมอภาค มุ่งสู่เป้าลดจำนวนเด็กหลุดจากระบบการศึกษาเป็น ‘ศูนย์’ ใน 3 ปี</li></ul>



<p><strong>นายสมัชชา พรหมศิริ Chief of Staff ฝ่ายการตลาดดิจิตอลและสื่อสารองค์กร บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า</strong> “แสนสิริมุ่งมั่นส่งเสริมความเสมอภาคและความเท่าเทียม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในประเทศ และขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมไทย อันเป็นภาคส่วนสำคัญของ 4 เสาสังคมแสนสิริ ได้แก่ ลูกค้า พนักงาน ผู้ถือหุ้นและสังคม โดยในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษายิ่งชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทำให้แสนสิริมีความตั้งใจที่อยากให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงประเทศ และเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เราจึงได้ออกหุ้นกู้มูลค่า 100 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการ ‘Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน’ ครั้งแรกของเอเชีย ชู ‘ราชบุรีโมเดล’ เป็นจังหวัดต้นแบบ ที่เด็กหลุดจากการศึกษาจะเป็น ‘ศูนย์’ ภายใน 3 ปี ไทย และเดินหน้าทำงานอย่างใกล้ชิดกับ กสศ. ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เพื่อติดตามผลงานและประสานกลไกท้องถิ่น-พื้นที่ ระดมความร่วมมือค้นหาและช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส เด็กชายขอบ ทั้งตามเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาไปแล้วให้ได้กลับมาเรียน พร้อมส่งเสริมสนับสนุนและแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ให้กลุ่มเด็กเสี่ยงหลุดได้เรียนต่อไป โดยปักหมุดดำเนินงานบนพื้นที่ ‘สวนผึ้ง’ เป็นอำเภอนำร่องของจังหวัดราชบุรี กับเป้าหมายของพันธกิจแรก เพื่อลดจำนวนนักเรียนหลุดนอกระบบการศึกษาในช่วงวัยระดับการศึกษาภาคบังคับ (ป.1 &#8211; ม.3) ใน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ให้เป็น ‘ศูนย์’ ภายในเดือนกันยายน 2565”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d905ab"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/05/สมัชชา-พรหมศิริ-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายสมัชชา พรหมศิริ Chief of Staff ฝ่ายการตลาดดิจิตอลและสื่อสารองค์กร<br>บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของประเทศไทยมีต้นทุนเดิมตั้งแต่ก่อนโควิด โดยมีเยาวชนกลุ่มเสี่ยงในวัยเรียนปฐมวัยถึงมัธยมศึกษากว่า 1.9 ล้านคน ที่แต่เดิมก่อนโควิดมีปัญหารายได้น้อย ขาดโอกาสต่าง ๆ ประกอบกับสถานการณ์โควิดเข้ามา จึงสร้างความเสี่ยงให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษาเพิ่มมากยิ่งขึ้น ในขณะที่สถานการณ์ในจังหวัดราชบุรี อ้างอิงจากข้อมูลระบบ iSEE ของ กสศ. พบว่า มีเด็กที่ไม่มีข้อมูลในระบบการศึกษากว่า 11,200 คน แบ่งเป็น เด็กปฐมวัย 3-5 ปี 66% เด็กประถมศึกษา 6-11 ปี 26% และเด็กมัธยมศึกษา 12-15 ปี 8% โดยข้อมูลเฉพาะอำเภอสวนผึ้ง พบว่ามีเด็กช่วงอายุ 3-14 ปี และนับรวมถึง 17 ปี ที่ไม่มีข้อมูลในระบบการศึกษา&nbsp; 3,592 คน ขณะที่เด็กที่อยู่ในระบบการศึกษามีจำนวน 7,650 คน แต่ก็ยังมีบางส่วนที่มีความเสี่ยงกำลังจะหลุดจากการศึกษาเช่นกัน ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องรีบดำเนินการเร่งด่วนเพื่อให้เด็กใน อ.สวนผึ้ง ทุกคนต้องได้เรียนและไม่หลุดจากการระบบการศึกษาให้ได้ภายในกันยายนปีนี้ตามเป้า</p>



<p><strong>นายนิรันดร  สีหาราช ปลัดอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี</strong> กล่าวว่า อำเภอสวนผึ้ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กสศ. บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1 และหน่วยงานในพื้นที่ ได้ร่วมกันดำเนินการเพื่อช่วยเหลือเด็กอย่างเต็มที่ โดยมองว่า ‘สวนผึ้ง’ ที่เป็นอำเภอนำร่องแห่งแรก ของโครงการ ‘Zero Dropout’ จะเป็นต้นแบบที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ ซึ่งมีความเข้าใจปัญหาอย่างลึกซึ้ง และตระหนักว่าต้องสร้างโอกาสและพัฒนาคุณภาพการศึกษาไปพร้อมกับการสร้างระบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ตามบริบทของพื้นที่และความสามารถทางการเรียนรู้ของเด็ก เพื่อให้เด็กทุกคนเรียนรู้อย่างมีความสุข พร้อมกับการพัฒนาทักษะความรู้อย่างเต็มศักยภาพ และสามารถพึ่งพาตัวเองในการดำรงชีวิตได้ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-331c2c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/05/นิรันดร-สีหาราช.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายนิรันดร  สีหาราช ปลัดอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“อำเภอสวนผึ้งถือเป็นพื้นที่นำร่องโครงการ Zero Dropout ทำให้เห็นว่าการเดินหน้าของท้องถิ่นที่ร่วมมือกับภายนอกทั้ง กสศ. และแสนสิริ จะทำให้โอกาสทางการศึกษาที่อำเภอสวนผึ้งเปิดกว้างขึ้นในหลายรูปแบบ และจะเป็นโมเดลที่สามารถขยายไปในพื้นที่อื่น ๆ เพื่อให้เด็กทุกคนมีสิทธิ์ได้รับการศึกษาตามแนวทางของตนเองอย่างเหมาะสมตามวัย ไม่ต้องหลุดจากระบบการศึกษา ที่สำคัญยังเป็นการช่วยสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพเข้ามาทดแทนอัตรากำลังแรงงานได้ในอนาคต เด็ก ๆ เหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่มีคุณค่าเราต้องช่วยกันรักษาและดูแลทุกคนให้เข้าถึงการศึกษาได้อย่างทั่วถึง เพราะการศึกษาคือฐานรากสำคัญในชีวิต”<strong> นายนิรันดร</strong>&nbsp; กล่าว</p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>กล่าวว่า โดยการทำงานในช่วง 3 เดือนแรก เป็นช่วงของการทำงานเพื่อเรียนรู้บริบทและสถานการณ์ในพื้นที่จริง พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายภาคีการทำงานระยะยาว เป็นการเคลื่อนงานจากการวิเคราะห์ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ iSEE ที่ช่วยชี้เป้าและสะท้อนสภาพปัญหาระดับจังหวัด สู่ภาคปฏิบัติในการลงพื้นที่เพื่อสร้างความชัดเจนถึงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้เข้าใจสภาพปัญหาของนักเรียน คุณครู และโรงเรียน ที่เป็นข้อมูลรายคนและรายโรงเรียนที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการการเรียนการสอนและการช่วยเหลือกลุ่มนักเรียนที่ด้อยโอกาส วันนี้พอเข้าใจภาพของสภาพปัญหาที่ชัดเจนมากขึ้น และอาจแบ่งกลุ่มเด็กที่มีแนวโน้มการหลุดออกจากระบบโรงเรียนในจังหวัดราชบุรี ออกเป็น 2 กลุ่มสาเหตุสำคัญ ได้ ได้แก่ 1) ต้นทุนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาซึ่งสูงกว่ารายได้เฉลี่ยครัวเรือนมาก (High Education Cost to Earning) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายที่ยังไม่ได้รับการสนับสนุนครอบคลุมจากโครงการเรียนฟรี 15 ปีของรัฐบาล และมักจะสูงเป็นพิเศษสำหรับนักเรียนยากจนพิเศษที่มีความด้อยโอกาสหลายมิติซ้ำซ้อนทั้งด้านสุขภาพ สภาพครอบครัว และความทุรกันดารห่างไกลของที่อยู่อาศัย 2) การประเมินผลตอบแทนจากการศึกษาในอนาคต (Perceived Benefits of Education) ของครัวเรือน เนื่องจากครัวเรือนยากจนและยากจนพิเศษจำเป็นต้องให้บุตรหลานเริ่มทำงานหารายได้ตั้งแต่เข้าสู่วัยแรงงานเมื่ออายุ 15 ปี การศึกษาต่อแบบเต็มเวลาหลังภาคบังคับ หรือมหาวิทยาลัยจึงไม่ตอบโจทย์ที่เร่งด่วนของครัวเรือนเหล่านี้ การแก้ไขปัญหาในที่ยั่งยืนจึงต้องอาศัยมาตรการลดต้นทุนการศึกษา และ ส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาที่มีความยืดหยุ่น และตอบโจทย์ของประชากรกลุ่มนี้อย่างมีประสิทธิภาพได้ในพื้นที่</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4c3e9b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/05/ไกรยศ-ภัทราวาท-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ด้วยคุณลักษณะของจังหวัดราชบุรีมีความหลากหลายของบริบทของชุมชนและสังคม ทั้งมีพรมแดนติดประเทศเพื่อนบ้าน มีเศรษฐกิจที่มีฐานของภาคเกษตร บริการ พาณิชย์ และโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้มีความท้าทายในเชิงสภาพปัญหาที่หลากหลายตามไปด้วย แต่จากการทำงานก็มีความประทับใจที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือ ความเอาใจใส่ ของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งเครือข่าย รร. ท่านนายอำเภอ สพป. ภาคประชาสังคมและวิชาการ ที่ให้ความสำคัญและสนับสนุนการทำงาน รวมทั้งภาคเอกชนอย่าง บ. แสนสิริที่พยายามดึงภาคส่วนเพิ่มเติม เช่น พนักงาน ลูกบ้าน นักลงทุน ให้เข้ามามีส่วนร่วมวาระความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งต้องถือว่าโครงการนี้เป็นการหนุนเสริมนโยบายรัฐบาลในการ “พาน้องกลับมาเรียน” ที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทำให้การดำเนินโครงการนำร่องนี้มีความน่าสนและเป็นต้นแบบที่สามารถถอดบทเรียนเพื่อการขยายงานไปยังพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ได้เพิ่มเติม” <strong>ผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าว</p>



<p><strong>ดร.ไกรยส</strong> กล่าวว่า ตอนนี้การเคลื่อนงานด้านความช่วยเหลือได้เริ่มการให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มเป้าหมายที่เร่งด่วนที่สุด ซึ่งเป็นกลุ่มที่กำลังจะหลุดจากระบบการศึกษา เป็นนักเรียนชัน ป. 6 ที่เป็นกลุ่มรอยต่อของการเปลี่ยนโรงเรียน ซึ่งน้อง ๆ เป็นกลุ่มที่ต้องการการศึกษาพิเศษ มีทั้งเด็กที่มีภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ พิการ หรือบางคนก็หลุดการศึกษาไปแล้ว 1 ปีเต็ม รวมทั้งที่ในช่วงการระบาดหนักของโควิด-19 แทบไม่มีโอกาสเข้าถึงการเรียนออนไลน์ ทำให้ต้องการช่วยเหลือในการหาโรงเรียนที่จะต้องศึกษาในระดับชั้นต่อไป เช่น โรงเรียนรุจิรพัฒน์ เป็นโรงเรียนประจำที่มีรูปแบบเฉพาะทางในการดูแลเด็ก โดยไม่เน้นวิชาการ แต่จะมุ่งไปยังกิจกรรมฝึกอาชีพ ค้นหาความถนัดของตัวเอง ส่งเสริมเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ขณะเดียวกันยังได้มีการเชื่อมต่อไปยังสถาบันการศึกษาสายอาชีพ 5 สถาบัน ซึ่งพร้อมรองรับเด็กเมื่อจบชั้น ม.3 และมีความตั้งใจที่จะเรียนต่อ รวมถึงยังร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ในการผลักดันเข้าสู่สถานประกอบการในอนาคต&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c88d0e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/05/01เด็กทุกคนในอำเภอสวนผึ้งต้องอยู่ในระบบการศึกษา.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ควบคู่กันไปเพื่อสร้างความยั่งยืนของเป้าหมายของการพันธกิจ ‘Zero Dropout’ เด็กทุกคนต้องได้เรียน’ กสศ. ทำงานใกล้ชิดกับ มจธ. ซึ่งเป็นภาคีภาควิชาการในพื้นที่ ที่ช่วยวางแผนงานหรือ Roadmap ในการทำงานให้ครอบคลุมไม่เพียงแต่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่รวมถึงการสร้างฐานข้อมูลเชิงลึกที่เพื่ออำนวยให้เกิดระบบติดตามดูแลช่วยเหลือ&nbsp; ที่จะเข้ามาช่วยเหลือป้องกันการออกกลางคันในอนาคตให้ได้ การพัฒนาออกแบบกลไกการช่วยเหลือและนวัตกรรมการศึกษาที่เหมาะสมกับพื้นที่ อีกทั้งต้องเข้าไปเสริมหนุนให้เกิดการสร้างความร่วมมือของคนในพื้นที่ที่ลงถึงระดับหมู่บ้าน ตำบล/เทศบาล และจังหวัด ภาคีประชาสังคม และเครือข่ายวิชาการพื้นที่ ให้ร่วมมือกันในฐานะเจ้าภาพจัดการพื้นที่การศึกษา (Area-based Education) เพื่อให้วาระความเสมอภาคทางการศึกษามีแนวทางและกลไกการพัฒนาอย่างต่อเนื่องได้ในระยะยาว”</p>



<p><strong>นายสมัชชา</strong> กล่าวสรุปว่า นอกจากเป้าหมายหลักในการลดจำนวนเด็กหลุดจากการศึกษาในจังหวัดราชบุรีให้เป็น ‘ศูนย์’ ภายใน 3 ปี โครงการ ‘Zero Dropout’ จะช่วยสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของประเทศไทย และสร้างแรงกระเพื่อมในหมู่พนักงาน ลูกบ้านแสนสิริและสังคม ผ่านการรับบริจาคอุปกรณ์การเรียนและการระดมพลังความร่วมมือของทุกคนให้มีส่วนร่วมในการช่วยส่งเสริมโอกาสการเข้าถึงการศึกษาที่ดีอย่างเสมอภาคตลอดช่วงระยะเวลาโครงการ โดยในครั้งนี้ แสนสิริได้รับบริจาคหนังสือจากพนักงานและลูกบ้านแสนสิริรวมกว่า 2,500 เล่ม พร้อมยกทัพพนักงานแสนสิริและพนักงานสีทีโอเอรวมกว่า 40 ชีวิต ลงพื้นที่ซ่อมแซมห้องสมุดให้กับโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้งด้วยเช่นกัน&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-010522/">แสนสิริ – กสศ. เดินหน้าโครงการ ‘Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ใกล้ชิด เห็นปัญหา รู้วิธีจัดการ’ บทบาทท้องถิ่น กับการผลักดันสวนผึ้งเป็นพื้นที่ ‘Zero Dropout’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-zero-dropout-300322/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 30 Mar 2022 10:18:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ยรรยง เจริญศรี]]></category>
		<category><![CDATA[อำเภอสวนผึ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[อดุลย์ ถาวรกุล]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=53789</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เราพบว่าเด็กที่หลุดจากระบบส่วนใหญ่เขาไม่ได้อยากทิ้งการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-zero-dropout-300322/">‘ใกล้ชิด เห็นปัญหา รู้วิธีจัดการ’ บทบาทท้องถิ่น กับการผลักดันสวนผึ้งเป็นพื้นที่ ‘Zero Dropout’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote class="wp-block-quote"><p>“เราพบว่าเด็กที่หลุดจากระบบส่วนใหญ่เขาไม่ได้อยากทิ้งการเรียน แต่เรายังมีพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ที่หลากหลายไม่พอสำหรับเขา ดังนั้น<strong>การทำงานระดับท้องถิ่น ข้อดีคือเราอยู่ใกล้ชิดกับเด็ก ช่วยค้นหาได้ว่าเขาชอบหรือถนัดอะไร หรือเขามีอุปสรรคใดที่ขัดขวางการเรียนรู้ แล้วเริ่มส่งเสริมช่วยเหลือจากตรงนั้น </strong>ขณะที่ทรัพยากรจากหน่วยงานภายนอกที่เข้ามา ก็ยิ่งทำให้แน่ใจได้ว่าเราสร้างรูปแบบการศึกษาที่พร้อมรองรับเด็กทุกคนได้จริง”</p></blockquote>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1c32a2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/อดุลย์-ถาวรกุล-ใกล้ชิด-เห็นปัญหา-รู้วิธีจัดการ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">อดุลย์ ถาวรกุล นายอำเภอสวนผึ้ง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>อดุลย์ ถาวรกุล นายอำเภอสวนผึ้ง</strong> กล่าวถึงแนวทางการทำงานเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา หลังโครงการ ‘Zero Dropout’ ลงปักหมุดแรกที่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ด้วยความร่วมมือของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) พร้อมกำลังเสริมอันเข้มแข็งจากภาคเอกชน ได้แก่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) โดยมีเป้าหมายว่าเด็กทุกคนต้องได้เรียน &#8230;ลดจำนวนน้อง ๆ ที่ตกหล่นจากระบบการศึกษาให้เป็นศูนย์</p>



<p>‘สวนผึ้ง’ เป็นอำเภอหนึ่งที่มีความร่วมมือภายในเป็นอย่างดี จากที่เคยพบว่าปัญหาการมาโรงเรียนของเด็กส่วนใหญ่คือ ‘การเดินทาง’ เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นแนวเขาสลับซับซ้อน ทุรกันดาร ห่างไกลจากเขตเมือง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กกระจายไปในตำบลต่าง ๆ มีการประสานความร่วมมือระหว่างโรงเรียนประถมและมัธยมศึกษา เพื่อส่งต่อเด็กให้ได้เรียนต่อข้ามช่วงชั้น ไม่หลุดจากระบบไปกลางทาง</p>



<p>อย่างไรก็ตาม นายอำเภอสวนผึ้งยอมรับว่าพอถึงระดับมัธยมศึกษา ยังมีพื้นที่รองรับเด็กเพียงโรงเรียนประจำอำเภอกับโรงเรียนขยายโอกาสไม่กี่แห่ง ทำให้โอกาสเรียนต่อของน้อง ๆ น้อยลงตามกัน ด้วยปัญหาความห่างไกลของพื้นที่อำเภอรอบนอก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ยิ่งพอเจอโควิด-19 โรงเรียนเปิดไม่ได้ เราต้องใช้วิธีเรียนออนแฮนด์เป็นหลัก เพราะพื้นที่เราเป็นแนวเขา โอกาสจัดการเรียนออนไลน์แทบเป็นไปไม่ได้เลย มีทั้งปัญหาเรื่องสัญญาณ อุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ เรื่องนี้เราพยายามแก้ด้วยการจัดห้องเรียนเสริมทันทีที่เด็กมาโรงเรียนได้ คือทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็น อปท. หรือเขตพื้นที่การศึกษา เราพยายามเต็มที่ที่จะดึงเด็กไว้ในระบบให้ได้มากที่สุด”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จะลดจำนวนเด็กนอกระบบให้เป็นศูนย์ ต้องมีรูปแบบการศึกษาที่หลากหลาย</strong></h2>



<p>นายอำเภออดุลย์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของฝ่ายปกครองท้องถิ่น ที่ต้องดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกด้าน สำหรับในด้านการศึกษา น้อง ๆ เมื่อถึงเวลาเข้าเรียน อำเภอจะตรวจสอบเด็กอายุถึงเกณฑ์ทุกคนตามทะเบียนราษฎร์ แล้วส่งต่อรายชื่อไปยังผู้ใหญ่บ้าน เพื่อจัดทีมลงพื้นที่สื่อสารกับทุกครอบครัวที่มีเด็กวัยถึงเกณฑ์ แล้วถ้าเด็กไม่มีปัญหาใดบกพร่องก็ให้เริ่มเรียนได้ทันที</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7a3f27"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/07-ใกล้ชิด-เห็นปัญหา-รู้วิธีจัดการ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“แต่อย่างที่บอกว่าเมื่อถึงระดับชั้นที่สูงขึ้น แม้จะมีความร่วมมือในการส่งต่อระหว่างโรงเรียน แต่เด็กส่วนหนึ่งก็ยังหลุดลอดออกไปตรงรอยต่อช่วงชั้น หรือบางส่วนตกหล่นไปตั้งแต่กลางเทอมด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา ที่ผ่านมาเมื่อเราพบ ก็มีศูนย์ กศน. ประจำตำบลที่พร้อมรองรับ</p>



<p>“ขณะที่เมื่อเริ่มเดินหน้าโครงการ ‘Zero Dropout’ ลดจำนวนเด็กนอกระบบให้เป็นศูนย์ เรามองว่ารูปแบบที่มีอยู่นี้ยังไม่เพียงพอ <strong>การนำเด็กเข้าเรียนในทุกวันนี้ มันต้องมีพื้นที่ทางเลือกที่หลากหลายให้เขา ไม่ใช่แค่เด็กหลุดแล้วพากลับเข้าโรงเรียนหรือ กศน. แต่วันนี้เราต้องมองไปถึงการศึกษาทางเลือกที่มันสอดรับกับชีวิต</strong></p>



<p><strong>“ถ้าแยกรายรายละเอียดการช่วยเหลือ ดูแล นำกลับ และส่งเสริม ที่ครอบคลุมปัญหาเฉพาะของเด็กแต่ละคนได้ ไม่เพียงเราจะพาเด็กเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ยังมั่นใจได้ว่าเขาจะพร้อมพาตัวเองไปให้ถึงปลายทางของการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตได้”</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0100df"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/05-ใกล้ชิด-เห็นปัญหา-รู้วิธีจัดการ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>และนี่คือช่วงเวลาที่นายอำเภอบอกว่า งานของครู กศน. ณ ศูนย์ประจำตำบลวันนี้ คือการลงพื้นที่สอบถามปัญหา เก็บข้อมูลน้อง ๆ รายคน เพื่อนำเข้าระบบ เตรียมหาแนวทางช่วยแหลือ และเปิดโอกาสให้เด็กได้รับการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ชีวิตตามบริบทพื้นที่</p>



<p>“สำคัญคือท้องถิ่นต้องปูพื้นความรู้ขยายความเข้าใจกับผู้ปกครองเด็ก ว่าการศึกษาทุกวันนี้ไม่ได้อยู่แค่ในรั้วโรงเรียนเพียงอย่างเดียว เขาต้องรู้ว่าลูกหลานมีทางเลือก แม้บางคนมีความจำเป็นต้องช่วยครอบครัวหารายได้ ต้องอยู่กับบ้านดูแลน้องหรือปู่ย่าตายาย เด็กบางคนไม่มีเลข 13 หลัก จะเหตุผลใดก็ตาม ทุกคนต้องได้รับโอกาสศึกษาพัฒนาตนเองไปด้วย&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“หลังจากนี้ เมื่อโครงการเดินต่อไปข้างหน้า เราแน่ใจว่ามือที่ยื่นมาจากภายนอก ทั้ง กสศ. และแสนสิริ จะทำให้โอกาสทางการศึกษาที่อำเภอสวนผึ้งเปิดกว้างขึ้นในหลายรูปแบบ และจะเป็นโมเดลที่สามารถขยายไปในพื้นที่อื่น ๆ เพื่อให้เด็กทุกคนมีสิทธิ์ได้รับการศึกษาตามแนวทางของตน” นายอำเภอสวนผึ้งกล่าว</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘เก่ง ดี มีสุข’</strong></h2>



<p><strong>ยรรยง เจริญศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1</strong> อีกหนึ่งพลังท้องถิ่นในการทำงานด้านการศึกษา กล่าวถึง 2 แนวคิดสำคัญที่จะทำให้โครงการ ‘Zero Dropout’ เดินไปถึงจุดหมายได้ คือ 1.เด็กต้องค้นพบความเก่งของตัวเอง เป็นคนดีของสังคม และเรียนรู้อย่างมีความสุข กับ 2.เมื่อเด็กเข้าเรียนไม่ว่าในรูปแบบไหน ช่วงชั้นใด เขาต้องสำเร็จถึงฝั่งตามที่ตั้งเป้าไว้ได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-705969"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/ยรรยงค์-เจริญศรี-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ยรรยง เจริญศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเขต<br>พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ส่วนของสถานศึกษา การผลักดันให้ตัวเลขเด็กนอกระบบในพื้นที่เป็นศูนย์ ไม่มีออกกลางคัน เอาเด็กแขวนลอยกลับมาได้หมด อย่างแรกเราต้องทำสถานศึกษาให้พร้อม มีสภาพแวดล้อมที่ดี อำนวยให้เกิดการเรียนรู้ได้หลายรูปแบบ ต่อมาคือ ‘ครู’ ซึ่งจะเป็นผู้ออกแบบการเรียนรู้ ต้องได้รับการพัฒนาต่อเนื่อง มีการส่งเสริมประสบการณ์ใหม่ หลักความรู้ใหม่ ๆ และอีกประการหนึ่งคือความช่วยเหลือต้องไม่ลงไปที่เด็กเท่านั้น แต่ต้องไปถึงผู้ปกครองด้วย ให้อุปสรรคของเขาบรรเทาลง และยอมรับได้ว่าจะต้องสนับสนุนบุตรหลานด้านการศึกษาอย่างเต็มที่ในช่วงเวลาหนึ่ง เพื่อแลกกับชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต</p>



<p>“ในภาพรวมของเขต<strong>พื้นที่ จ.ราชบุรี เรามีเด็กที่อยู่ห่างไกลชายขอบจำนวนมาก การพยายามหาทางเลือกให้เด็กอยู่ในการศึกษา เราจะมุ่งไปที่การพัฒนาตนเองในทิศทางที่เขาจะไปได้ ครูมีหน้าที่อำนวยให้เด็กพบความเก่งที่มีในตัวเองทุกด้าน วิชาการก็เป็นเพียงด้านหนึ่ง แล้วเน้นเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ก่อนจะไปถึงหลักการข้อสุดท้ายคือเขาต้องมีความสุขกับการมาเรียน เหล่านี้คือปัจจัยที่จะทำให้เด็ก ๆ สำเร็จการศึกษาได้ ตามเป้าหมายที่ตัวเขา ครอบครัว และชุมชนต้องการ”</strong></p>



<p>ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1 ทิ้งท้ายว่า วันนี้การจะทำให้จังหวัดราชบุรีมีตัวเลขของเด็กเยาวชนนอกระบบเป็นศูนย์ถือว่าเริ่มเดินหน้าไปแล้ว จากอำเภอสวนผึ้ง แล้วงานค้นหาเก็บข้อมูลเด็กจะค่อย ๆ กระจายไปจนครบทุกเขตพื้นที่ ด้วยการทำงานที่เป็นระบบ พร้อมสอดประสานกันทุกภาคส่วน ด้วยทรัพยากรจากภาคเอกชนที่เข้ามาเสริม</p>



<p>“ผมเชื่อมั่นในพลังการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับ ในการเจาะลงไปที่ปัญหาของน้อง ๆ เป็นรายบุคคล เพื่อนำมาเป็นต้นทางในการออกแบบวิธีการช่วยเหลือ ส่วนหลังจากนี้ทุกสถานศึกษาในจังหวัด ก็ได้วางแนวทางเบื้องต้นเอาไว้แล้ว ในการรับไม้ต่อจาก อปท. อย่างเต็มที่”&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-zero-dropout-300322/">‘ใกล้ชิด เห็นปัญหา รู้วิธีจัดการ’ บทบาทท้องถิ่น กับการผลักดันสวนผึ้งเป็นพื้นที่ ‘Zero Dropout’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ทอง กับ ต้นข้าว’ เปิดเทอมหน้าเรายังได้ไปต่อ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-zero-dropout-250322/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 Mar 2022 04:37:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาสเปลี่ยนชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทอง บุญธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นข้าว เคมี]]></category>
		<category><![CDATA[อำเภอสวนผึ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[รัตนา รุ่งสิริกุล]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนสินแร่สยาม]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=53448</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ถ้าไม่มีกลไกเชื่อมโรงเรียนประถมกับมัธยมศึกษา เด็กจำนวน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-zero-dropout-250322/">‘ทอง กับ ต้นข้าว’ เปิดเทอมหน้าเรายังได้ไปต่อ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“<strong>ถ้าไม่มีกลไกเชื่อมโรงเรียนประถมกับมัธยมศึกษา เด็กจำนวนหนึ่งจะหลุดจากระบบไปเงียบ ๆ ในช่วงรอยต่อ เพราะเขาไม่มีความพร้อม ไม่มีทุน ไม่มีโรงเรียนมัธยมในพื้นที่รองรับ ไม่มีใครช่วยผลักดันชี้ทาง ยิ่งเขาอยู่ในวัยที่ยังไม่รู้เป้าหมาย ก็เหมือนกับไม่มีอะไรเลยที่จะช่วยประคองไว้</strong> นี่คืองานสำคัญที่ครู ผู้บริหารสถานศึกษา หน่วยงานในพื้นที่ รวมถึงมือจากภายนอกที่ยื่นเข้ามา ต้องช่วยกันคว้าเด็กกลุ่มนี้ไว้ แล้ววางแนวทางให้เขาไปต่อได้”</p>



<p>อาจารย์รัตนา รุ่งสิริกุล จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี หนึ่งในคณะทำงานโครงการ ‘Zero Dropout’ กล่าวถึงความเสี่ยงในการหลุดจากระบบการศึกษา ของน้อง ๆ ที่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี พร้อมเผยถึงการทำงานระหว่างโรงเรียนประถมกับมัธยมศึกษา เพื่อช้อนเด็กกลุ่มเสี่ยงไว้จากการดรอปเอาท์ แล้วดึงความร่วมมือจากหลายภาคส่วนมาช่วยกันทำให้น้อง ๆ ได้เรียนจนจบเส้นทางการศึกษาภาคบังคับ ตามความเหมาะสมของแต่ละคน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เรื่องราวของน้องทอง</strong><br><strong>‘ไม่อยากหยุดการเรียนรู้ไว้แค่นี้’</strong></h2>



<p>ในแดดจ้าเกือบเที่ยงวันกลางเดือนมีนาคมที่สวนผึ้ง เสื้อนักเรียนของ ‘ทอง’ ขาวเด่น สะท้อนแสงบาดตา ทองบอกว่าเสื้อตัวนี้ใหม่ที่สุด ทุกครั้งที่หยิบใส่ เขาจะรีบกลับบ้านแล้วถอดแช่ทิ้งไว้เป็นชั่วโมงจึงค่อยซัก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2a2aca"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/ทอง-บุญธรรม.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ทอง บุญธรรม อายุ 12 ปี เพิ่งจบ ป.6/2 จากโรงเรียนสินแร่สยาม</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ผมจะเก็บไว้ใส่ตอนขึ้น ม.1 ครับ” ทองว่า แล้วเล่าว่าเพิ่งสละเสื้อนักเรียนตัวเก่าที่ใส่มานานตัวหนึ่ง ให้เพื่อน ๆ เขียนข้อความอวยพรก่อนแยกย้ายกันไปหลังจบชั้น ป.6&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เมื่อถามว่าทำไมไม่เขียนใส่สมุดแทนเสื้อนักเรียน ทองยิ้มทะลุแมสก์ แล้วตอบว่า “มันไม่เท่ครับ”</p>



<p>อาจารย์รัตนาเล่าว่า ทอง บุญธรรม อายุ 12 ปี เพิ่งจบ ป.6/2 จากโรงเรียนสินแร่สยาม น้องอยู่กับแม่และยาย มีรายได้หลักทางเดียวจากแม่ ที่ทำงานรับจ้างรายวันในไซต์งานก่อสร้าง ส่วนใหญ่ทองจึงต้องอยู่กับยาย ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์หรือช่วงปิดเทอม ทองจะไปทำงานรับจ้างเลี้ยงวัว ควาย แพะ หมู หรือบ้างเป็นงานในไร่ เช่นถอนหญ้า ผ่าฟืน ตักขี้วัวใส่ถุงกระสอบขาย</p>



<p>“ว่างจากงานผมก็อยู่บ้านช่วยยายครับ ยายแก่แล้ว” ทองสนุกเสมอที่ได้เล่าถึงชีวิตประจำวัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f267d1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/jบีครูพิทยา11.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ห้องเรียน ป.6/2 เป็นพื้นที่สำหรับนักเรียนที่ต้องการรูปแบบการเรียนรู้พิเศษ</strong> จึงไม่ใช่แหล่งรวมตัวของนักเรียนที่โดดเด่นด้านวิชาการ แต่ครูประจำชั้นระบุว่าทองตั้งใจเรียน และพูดบ่อย ๆ ว่าเขาชอบเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ซึ่งทองรู้ว่าที่บ้านอาจไม่พร้อมส่งเสียให้ไปต่อ วันหนึ่งเมื่อใกล้จบ ป.6 ทองจึงเดินเข้าไปหาผู้อำนวยการโรงเรียนสินแร่สยาม เพื่อแจ้งความประสงค์ว่าเขา ‘อยากเรียนหนังสือต่อ’</p>



<p>“ผมเริ่มชอบวิชาวิทยาศาสตร์ตั้งแต่ ป.4 ครูเขาสอนสนุก ได้รู้เรื่องแปลก ๆ เยอะ ผมชอบเรื่องหิน พอครูสอนว่าหินแบบไหนใช้ทำอะไร แบบไหนใช้ทำบ้านได้ ผมยิ่งตื่นเต้น อยากรู้อยากเรียนมากกว่านี้ อยากไปให้ถึงปริญญาตรี แล้วเป็นครูวิทยาศาสตร์ให้ได้ แต่ผมกลัวว่าจะไม่ได้เรียนอีกแล้ว เลยคิดว่าต้องไปหา ผอ. อยากให้ ผอ. ช่วยครับ” ทองเล่า   </p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เรื่องราวของน้องต้นข้าว</strong><br><strong>“อยากจบ ม.3 จะได้ทำงานเลี้ยงดูที่บ้าน”</strong></h2>



<p><strong>‘</strong>ต้นข้าว’ เป็นเด็กพูดน้อย เรียนจบห้อง ป.6/2 เช่นเดียวกับทอง เวลาที่ทองพูดน้ำไหลไฟดับ ต้นข้าวจะฟัง ยิ้มและคอยมองเพื่อนอยู่ข้าง ๆ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c99e1a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/ต้นข้าว-เคมี.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ต้นข้าว เคมี อายุ 12 ปี เพิ่งจบ ป.6/2 จากโรงเรียนสินแร่สยาม</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ต้นข้าว เคมี อายุ 13 ปี อาศัยอยู่กับลุงป้าที่ทำงานรับจ้างทั่วไป และตาอายุ 70 กว่าที่ทำอะไรไม่ค่อยไหวแล้ว เขาจึงต้องช่วยดูแล คอยทำงานบ้าน มีเวลาก็ออกไปรับจ้างเลี้ยงแพะบ้าง เมื่อถามว่าจบ ป.6 แล้วจะทำอะไรต่อ ต้นข้าวบอกว่าอยากเรียนให้จบ ม.3 แล้วทำงานแบ่งเบาภาระลุงกับป้า</p>



<p>“อยากเรียนครับ ทีแรกไม่แน่ใจว่าจบแล้วจะเรียนต่อไหม เพราะที่บ้านมีเรื่องต้องทำเยอะ อยากช่วยลุงกับป้าครับ ตอนอยู่บ้านผมต้องช่วยตาทำหลายอย่าง เขาแก่มากแล้ว แต่ตอนนี้คิดว่าต้องเรียนจบ ม.3 ก่อน แล้วค่อยดูอีกทีครับ”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>กลไกส่งต่อระหว่างโรงเรียน รองรับเด็กเสี่ยงหลุดช่วงรอยต่อการศึกษา ที่ อ.สวนผึ้ง</strong></h2>



<p>อาจารย์รัตนาอธิบายเส้นทางการศึกษาของ ‘ทอง’ กับ ‘ต้นข้าว’ ว่า น้องทั้งสองคนอยู่ในกลุ่มเด็กที่ได้รับการติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อหลังจบชั้น ป.6 ซึ่งโรงเรียนสินแร่สยามมีนโยบายผลักดันเด็กกลุ่มเสี่ยงให้ได้เรียนต่อ โดยร่วมกับ โรงเรียนรุจิรพัฒน์ ตำบลตะนาวศรี อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำ และเป็นโรงเรียนขยายโอกาสที่มีการจัดการศึกษาพิเศษ มีห้องเรียนสำหรับน้อง ๆ ที่ต้องการการดูแลเฉพาะ พร้อมหลักสูตรฝึกอาชีพ มุ่งส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ทั้งมีข้อตกลงความร่วมมือกับสถานศึกษาในระดับที่สูงกว่าชั้นมัธยมต้น ในการส่งต่อนักเรียนข้ามช่วงชั้น ตามความถนัดและความต้องการรายบุคคล</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bef118"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/รุจิรพัฒน์-ส่งเสริมอาชีพ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“แม้เราสามารถช่วยให้เด็กคนหนึ่งเรียนต่อได้แล้ว แต่ยังมีอีกหลายปัจจัยเป็นอุปสรรคให้เขายังเวียนวนในความเสี่ยง ทั้งค่าใช้จ่ายรายวัน ค่าเดินทาง การดูแลจากครอบครัว รวมถึงเด็กกลุ่มที่ต้องการการเรียนรู้ที่แตกต่างจากห้องเรียนปกติ ถ้าเขาไปเรียนในห้องเรียนทั่วไป ไม่มีครูที่มีประสบการณ์ด้านนี้คอยดูแล เขาจะเรียนตามเพื่อน ๆ ไม่ทัน ปรับตัวไม่ได้ ซึ่งอาจทำให้เด็กเสี่ยงหลุดกลางทางได้ทุกขณะ</p>



<p>“แต่ที่โรงเรียนรุจิรพัฒน์มีการจัดการศึกษาซึ่งเน้นให้นักเรียนค้นหาความถนัดของตัวเอง มีหลักสูตรส่งเสริมอาชีพเช่น เลี้ยงไก่ไข่ ปลูกพืชผักสวนครัว ทำแปลงเกษตรหลายชนิด หรือมีครูเฉพาะทางส่งเสริมให้เด็กได้ทำงานฝีมือ ทั้งเป็นโรงเรียนประจำที่ช่วยทุ่นค่าใช้จ่ายเรื่องกินอยู่เดินทาง แบ่งเบาปัญหาเรื่องเด็กขาดผู้ดูแลที่เหมาะสม และที่สำคัญคือน้อง ๆ จะได้ฝึกความรับผิดชอบ ทักษะสังคม ซึมซับความสำคัญของการศึกษาหาความรู้ และค้นหาแรงบันดาลใจในชีวิต</p>



<p>“เพราะการเติบโตในพื้นที่ห่างไกลมันอาจจะทำให้เขาไม่มีต้นแบบให้เห็นชัด ๆ แต่ความคิดของเด็กจะเปลี่ยนแปลงไปได้ตามช่วงวัย ตามการรับรู้ อย่างน้อยที่สุด อีก 3 ปีจากนี้ เขาจะได้รับการบ่มเพาะ ปลูกสร้างทัศนคติ เพื่อมองเห็นตัวเอง มองเห็นสังคม มองเห็นอนาคตได้ชัดขึ้น และนี่คือโอกาสที่เราจะมอบให้เขาได้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3e33cb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/jพ28.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ส่วนปลายทางหลังจากนี้ โรงเรียนรุจิรพัฒน์ได้ร่วมมือกับสถาบันอาชีวศึกษาในพื้นที่ ในการสนับสนุนน้อง ๆ ที่มีความสามารถ มีความตั้งใจแต่ขาดโอกาส ให้ได้เรียนต่อระดับ ปวช. พร้อมส่งเสริมให้ไปได้สุดทางตามความสามารถและความตั้งใจ อันเป็นนโยบายส่งเสริมให้เด็กที่ไม่ถนัดด้านวิชาการ มีโอกาสศึกษาต่อและค้นพบอาชีพที่จะใช้เลี้ยงตัวได้อย่างยั่งยืน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>สำหรับทอง อาจารย์รัตนาบอกว่า หลังน้องเข้าพบ ผอ. ก็ได้รับการประสานทันที จนทองมั่นใจได้แล้วว่าเขาจะได้สานฝันที่จะเรียนให้ถึงระดับปริญญา และเป็นครูวิทยาศาสตร์ต่อไป ส่วนต้นข้าว ทางโรงเรียนได้ปรึกษากับผู้ปกครอง จนสรุปได้ว่าน้องจะเรียนต่อที่โรงเรียนรุจิรพัฒน์เช่นเดียวกัน และในระหว่างสามปีต่อจากนี้ ต้นข้าวจะได้ค้นหาคำตอบให้ตัวเองอีกครั้ง ว่าเมื่อเรียนจบ ม.3 แล้ว เขาจะไปทางไหนต่อ</p>



<p>และนี่คือเรื่องราวของน้อง ๆ กลุ่มเป้าหมายโครงการ ‘Zero Dropout’ ‘เด็กทุกคนต้องได้เรียน &#8230;ลดจำนวนน้อง ๆ ที่ตกหล่นจากระบบการศึกษาให้เป็นศูนย์’ ที่ปักหมุดแรกในอำเภอสวนผึ้ง โดยความร่วมมือของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จังหวัดราชบุรี และ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-zero-dropout-250322/">‘ทอง กับ ต้นข้าว’ เปิดเทอมหน้าเรายังได้ไปต่อ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“สวนผึ้งโมเดล” เปลี่ยนอนาคตเด็กยากจนชายขอบ ปักหมุด อำเภอแรก Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-zero-dropout-160322/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 16 Mar 2022 04:45:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[สมัชชา พรหมศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[อดุลย์ ถาวรกุล]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1]]></category>
		<category><![CDATA[ยรรยงค์ เจริญศรี]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ส่งเสริมและสนับสนุนมูลนิธิโครงการหลวงและโครงการตามพระราชดำริ]]></category>
		<category><![CDATA[ศุเรนทร์ ฐปนางกูร]]></category>
		<category><![CDATA[คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=53170</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ระบุ ผลกระทบจากโควิด-19 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-zero-dropout-160322/">“สวนผึ้งโมเดล” เปลี่ยนอนาคตเด็กยากจนชายขอบ ปักหมุด อำเภอแรก Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ระบุ ผลกระทบจากโควิด-19 ส่งผล ปิดเทอมใหญ่นี้จะวิกฤตเป็น 2 เดือนอันตราย&nbsp; ทางแยกชีวิตเด็กไม่เรียนต่อจำนวนมาก &nbsp; ส่งสัญญาณ แก้เหลื่อมล้ำได้ทันต้องปรับแนวทาง ปฏิรูปด้วย Area-based Education กลไกท้องถิ่น &#8211; จังหวัด ลุกขึ้นระดมความร่วมมือเปลี่ยนอนาคตเด็กยากจนชายขอบ ไม่ให้เป็นปิดเทอมสุดท้ายของน้องๆ ขณะที่อำเภอสวนผึ้งจับมือ กสศ. แสนสิริ มจธ.ราชบุรี เดินหน้า “สวนผึ้งโมเดล” ปักหมุด อำเภอแรก “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน ไม่หลุดจากระบบการศึกษา</strong></p>



<p><strong>ราชบุรี 15 มีนาคม 2565 – </strong>คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ติดตามความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา Big Rock 1 การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัย ผ่านกลไกต้นแบบ “สวนผึ้งโมเดล” ปักหมุดอำเภอแรกของ&nbsp; จ.ราชบุรี ภายใต้โครงการ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน” ความร่วมมือระหว่างอำเภอสวนผึ้ง&nbsp; สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)&nbsp; บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) &nbsp; มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (ราชบุรี)&nbsp;&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1079ce"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/วรากรณ์-สามโกเศศ2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ประธานกรรมการ<br>ในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ประธานกรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา </strong>กล่าวว่า<strong> </strong>สองปีที่ผ่านมาวิกฤตโควิด-19 ทำให้ช่องว่างของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไทยรุนแรงขึ้นกว่าเดิม&nbsp; เด็กที่ได้รับผลกระทบสูงสุดในทุกประเทศคือเด็กยากจน ด้อยโอกาส กลุ่มเปราะบาง ผลกระทบที่รุนแรงที่สุดเรื่องหนึ่ง&nbsp; คือ การหลุดออกจากระบบการศึกษาของเด็กเป็นจำนวนมาก ทั้งสาเหตุจากความจำเป็นในชีวิต ปัญหาปากท้อง&nbsp; ปัญหาการเรียนไม่ทัน ความรู้ถดถอย เรากำลังก้าวเข้าสู่ช่วงปิดเทอมที่วิกฤต&nbsp; ประเทศไทยมีโอกาสจะสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ สูญเสียเด็กๆ ที่ล่วงหล่นไม่ได้ไปต่อในเส้นทางการศึกษา และจะกระทบตลอดช่วงชีวิตของคนรุ่นนี้&nbsp; ดังนั้นทุกฝ่ายต้องช่วยกันอย่าให้เป็นปิดเทอมสุดท้ายของเด็กยากจนชายขอบ&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ต้องทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง ชุมชน และสังคมว่าการปล่อยให้เด็กหลุดออกไปจากการศึกษาถือเป็นอาชญากรรมของสังคม เพราะเด็กเหล่านี้จะลืมตาอ้าปากได้ลำบากมากในอนาคตข้างหน้า การอ่านหนังสือไม่ออกจะทำให้เด็กไม่สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกรรมกับหน่วยงานรัฐ หรือแม้กระทั่งการใช้ขนส่งมวลชน ดังนั้นต้องทำให้มีเด็กน้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้ที่หลุดออกจากระบบการศึกษา” รศ.ดร.วรากรณ์ กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-538dc5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/วรากรณ์-สามโกเศศ-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>รศ.ดร.วรากรณ์ กล่าวว่า&nbsp; หลังจากผลกระทบของโควิด-19 ที่ยาวนาน&nbsp; แนวทางการปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ก็ต้องปรับเพื่อแก้ปัญหาให้ทันสถานการณ์ ต้องอาศัยการจัดการที่รวดเร็ว โดยใช้กลไกการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ (Area-based Education: ABE) ส่งเสริมการกระจายอำนาจการจัดการปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาสู่กลไกเชิงพื้นที่ ผมขอส่งสัญญาณให้ท้องถิ่นและจังหวัดทั้งประเทศดึงกลไกจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ (ABE) เข้ามาเป็นเจ้าภาพในเรื่องการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เพราะมีความยืดหยุ่นที่จะออกแบบเป้าหมาย&nbsp; สร้างระบบเอื้ออำนวยต่อการจัดการแก้ปัญหาได้มากกว่าส่วนกลาง และมีอิสระในการใช้ทรัพยากรทางการบริหาร&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“สวนผึ้งโมเดล&nbsp; Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน&nbsp; เป็นหนึ่งในต้นแบบ ที่สะท้อนให้เห็นว่า พื้นที่มีความเข้าใจปัญหาลึกซึ้ง และตระหนักว่าต้องปฏิรูปทั้งการสร้างโอกาสและพัฒนาคุณภาพการศึกษาไปพร้อมกัน เพื่อให้เด็กทุกคนเรียนรู้อย่างมีความสุข ด้วยระบบการเรียนรู้ที่มีความยืดหยุ่นตอบโจทย์ชีวิตป้องกันการหลุดจากระบบซ้ำ &nbsp; สามารถพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพ จนพึ่งพาตัวเองในการดำรงชีวิตได้&nbsp; ตอบโจทย์การปฏิรูปประเทศ Big Rock ที่1 การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา ”&nbsp; รศ.ดร.วรากรณ์ กล่าว</p>



<p>ด้าน<strong> ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา </strong>กล่าวว่า การระบาดของ COVID-19 ทำให้รายได้ครัวเรือนที่ยากจนที่สุดร้อยละ 15 ของประเทศมีรายได้ลดลงราว 1 ใน 5 ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ผ่านการถูกเลิกจ้างทั้งชั่วคราว และถาวร รวมถึงรายได้จากการประกอบอาชีพค้าขายหรือรับจ้างมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นในปัจจุบัน ส่งผลให้จำนวนนักเรียนยากจนพิเศษเพิ่มขึ้นราว 3 แสนคน อยู่ที่ราว 1.2 ล้านคนในปีการศึกษา 2564 นี้ และเมื่อรวมกับจำนวนนักเรียนยากจนอีกราว 7 แสนคนแล้วทำให้ปัจจุบันมีเด็กยากจนและยากจนพิเศษที่มีความเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษาจำนวนกว่า 1.9 ล้านคนทั่วประเทศ การปิดเทอมใหญ่ที่กำลังจะถึงนี้จึงเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญของเด็กเยาวชนกลุ่มนี้ซึ่งมีความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาในช่วงรอยต่อระหว่างปีการศึกษา จากการลงพื้นที่เราพบว่า มีเด็กจำนวนมากที่แม้จะเรียนอยู่เพียงชั้นประถมศึกษาตอนปลายเท่านั้น แต่ต้องตัดสินใจออกมาทำงาน&nbsp; เลี้ยงปากท้องช่วยครอบครัว เพราะความยากจนที่รุนแรงขึ้น จึงต้องเลือกระหว่างการเรียนที่มีต้นทุนต้องใช้จ่าย และค่าเสียโอกาสในการหารายได้เลี้ยงดูครอบครัว ทั้งที่อายุยังไม่ถึงวัยทำงาน เด็กเหล่านี้กลายเป็นแรงงานนอกระบบเฉียบพลัน มีความเสี่ยงในชีวิตทุกด้าน และมีโอกาสสูงที่จะยังคงตกอยู่ในวงจรความยากจนข้ามชั่วคนต่อไปอีกหนึ่งรุ่น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c7ffde"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/ไกรยส-ภัทราวาท-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(ซ้าย) ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.<br>และกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์จากวิกฤตโควิด-19 นี้ กสศ. มีภารกิจเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบในการป้องกันปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา การแก้ไขปัญหาภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) และการสนับสนุนการระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งในภาคนโยบาย และภาคปฏิบัติให้กลุ่มเป้าหมายต่างๆ สามารถฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปสู่ปีการศึกษา 2565 โดยใช้การวิจัยพัฒนา องค์ความรู้ ฐานข้อมูล และนวัตกรรมการจัดการที่สามารถช่วยผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ยั่งยืนได้ โดยปัจจุบัน กสศ.ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เป็นต้นสังกัดทางการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการอุดมศึกษาฯ รวมถึงเชื่อมโยงเครือข่ายภาคเอกชน และภาคประชาชนเพื่อพัฒนาพื้นที่นำร่องการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในหลายแห่งทั่วประเทศไทย ทั้งระดับสถานศึกษา ชุมชน ท้องถิ่น และจังหวัด ทั้งนี้ กสศ. พร้อมสนับสนุนการทำงานของกลไกจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ (Area-based Education: ABE) ร่วมกับพื้นที่ ท้องถิ่น จังหวัดที่ต้องการร่วมขบวน เป็นผู้นำการปฏิรูปแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในพื้นที่อย่างยั่งยืน</p>



<p>“ช่วงปิดเทอมเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะได้รับการดูแลจากครูและสถานศึกษาที่รู้จักเด็กเป็นอย่างดี บางโรงเรียนรู้จักเด็กมาตั้งแต่อนุบาล ระหว่างปิดเทอมไปเยี่ยมบ้านและรู้สถานการณ์แต่ละบ้านว่าเด็กจะมีโอกาสหลุดออกจากระบบการศึกษาหรือไม่ โดยเฉพาะช่วงรอยต่อจากประถมศึกษาไปสู่มัธยมศึกษา หรือช่วงมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในการจะไปเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรืออาชีวศึกษา ดังนั้นช่วงปิดเทอมคือช่วงสำคัญที่สุดที่เราต้องเปิดโครงการ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน” เพราะใน 2 เดือนข้างหน้านี้ไปจนถึง 15 พฤษภาคม เป็นเหมือนการนับถอยหลัง 2 เดือนอันตราย ที่จะมีเด็กจำนวนมากที่เลือกไม่กลับมาสู่ระบบการศึกษา ส่วนสถานศึกษามีเส้นตายในวันที่ 10 มิถุนายนที่จะต้องนับจำนวนเด็กที่ยังอยู่ในระบบ เพื่อใช้คำนวณงบประมาณนี่ยังคงเหลือในการจัดสรรการเรียนการสอนในตลอดทั้งปีจากตัวเลขของเด็กที่จะเพิ่มหรือลดในช่วงนี้เช่นกัน” ดร.ไกรยส กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e4321f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/สมัชชา-พรหมศิริ-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(ซ้าย) นายสมัชชา พรหมศิริ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า การปฏิรูปที่เริ่มต้นจากกลไกในพื้นที่คือ แนวทางที่ เป็น “อนาคต” ของการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ที่สอดคล้องกับทิศทางและความเคลื่อนไหวของประเทศที่ประสบความสำเร็จทางสัมฤทธิ์ผลการศึกษาที่ใช้กลยุทธ์การลดขนาดของการจัดการปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาระดับประเทศให้มีขนาดเล็กลงมา และสอดคล้องกับทิศทางการปฏิรูปการศึกษาของประเทศตามแนวทางของร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. &#8230;.. ที่อยู่ระหว่างพิจารณาของรัฐสภาอีกด้วย</p>



<p>ด้าน <strong>นายสมัชชา พรหมศิริ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำและความเสมอภาคทางการศึกษาเป็นปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคเอกชน และประชาชนจะต้องผนึกกำลังกันสร้างความเปลี่ยนแปลงไม่ให้เด็กที่มีความเสี่ยงกว่า 1.9 ล้านคนทั่วประเทศต้องหลุดจากการศึกษา แสนสิริในฐานะองค์กรเอกชนที่ระดมทุนเพื่อบริจาคเงินจำนวน 100 ล้านบาทให้กับ กสศ.เพื่อใช้ในโครงการ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน” มีความยินดีที่ได้เป็นฟันเฟืองเล็กๆ ในการร่วมผลักดัน “สวนผึ้งโมเดล” ให้เกิดเป็นรูปธรรมและเป็นกลไกต้นแบบในการแก้ปัญหาความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างยั่งยืนต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9c57cf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/ศุเรนทร์-ฐปนางกูร-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายศุเรนทร์ ฐปนางกูร ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและสนับสนุน<br>มูลนิธิโครงการหลวงและโครงการตามพระราชดำริ<br>มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายศุเรนทร์ ฐปนางกูร </strong>ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและสนับสนุนมูลนิธิโครงการหลวงและโครงการตามพระราชดำริ <strong>มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) </strong>กล่าวว่า จากการทำงานร่วมกับโรงเรียนในอำเภอสวนผึ้ง&nbsp; ซึ่งมีเด็กยากจนและอยู่ในความเสี่ยงหลุดออกจากระบบจำนวนมาก ทำให้มองเห็นถึงปัญหาของเด็กแต่ละคนที่มีความแตกต่างกันไป&nbsp; จำเป็นต้องมีกลไกในการดูแลรายบุคคลอย่างใกล้ชิด&nbsp; มจธ. ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่มองว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องร่วมรับผิดชอบ และไม่ปล่อยให้เป็นภาระหน้าที่ของโรงเรียนเพียงผู้เดียว จึงได้ดำเนินงานภายใต้เป้าหมายการช่วยพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนในอำเภอสวนผึ้ง โดยอิงความต้องการของเด็กและโรงเรียน เริ่มจากการลงพื้นที่พูดคุยกับผู้เกี่ยวข้อง และให้การสนับสนุนในเรื่องที่โรงเรียนต้องการ เช่น การส่งเสริมโครงการทักษะอาชีพให้กับเด็กที่มีปัญหาด้านรายได้ และส่งเสริมการพัฒนาทักษะต่างๆ ตามความต้องการของครูและโรงเรียน การสร้างสังคมการเรียนรู้อย่างมีความสุข เป็นเรื่องของทุกคน เป็น All For Education&nbsp; ต้องใช้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ โรงเรียน ชุมชน และผู้ปกครอง&nbsp; สำหรับเด็กๆในพื้นที่ห่างไกล&nbsp; การศึกษาเพื่อนำไปสู่การมีงานทำเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ&nbsp; ต้องให้เด็กมีความรู้&nbsp; มีทักษะอาชีพติดตัวไป&nbsp; ควบคู่ไปกับการเรียนวิชาการในห้องเรียน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-afcf76"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/ยรรยงค์-เจริญศรี-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายยรรยงค์ เจริญศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเขต<br>พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ส่วนการทำงานในพื้นที่ จ.ราชบุรี <strong>นายยรรยงค์ เจริญศรี</strong> <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1</strong> กล่าวว่า การดำเนินงานเพื่อนำเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาและวางแนวทางป้องกันเพื่อไม่ให้เด็กหลุดซ้ำสามารถดำเนินตาม 7 ขั้นตอน ได้แก่ 1) สร้างการรับรู้และสร้างความตระหนักต่อผู้บริหารสถานศึกษา ครู และผู้ปกครองให้เห็นความสำคัญและแนวทางในการนำเด็กกลับสู่ระบบร่วมกัน 2) สำรวจรายชื่อเด็ก สภาพปัญหา และปัจจัยที่ทำให้เด็กไม่กลับเข้าสู่ระบบเป็นรายคนและทำทุกโรงเรียน 3) แบ่งเด็กออกเป็นกลุ่มตามสภาพปัญหา เช่น กลุ่มรุนแรงที่ออกจากระบบแล้ว, กลุ่มมีแนวโน้มจะหลุดออกจากระบบ และกลุ่มเด็กปกติที่ยังไม่พบปัญหา 4) ออกแบบแนวทางแก้ปัญหาเด็กแต่ละกลุ่ม ซึ่งปลายทางของเด็กทุกกลุ่มคือสามารถเรียนจนจบการศึกษาในแต่ละขั้น 5) เตรียมความพร้อมของแต่ละโรงเรียน โดยเฉพาะพัฒนาครูให้สามารถจัดการเรียนการสอนที่สามารถดึงเด็กให้อยู่ในระบบ สนับสนุนผู้ปกครอง และระดมทุกภาคส่วนเข้ามาขับเคลื่อนทั้งสถานศึกษา ครู ผู้ปกครอง ชุมชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชน 6) ดำเนินการช่วยเหลือเด็กแต่ละคนตามแนวทางที่วางไว้ และ 7) ติดตาม ประเมินผล และสรุปผลโครงการ</p>



<p>“ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้บุคลาการทางการศึกษาทุกภาคส่วนต้องเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเอง รวมถึงผู้ปกครองต้องเห็นความสำคัญของการศึกษาของบุตรหลาน ส่วนภาคเอกชนหรือหน่วยงานที่เข้ามาก็ต้องมีแนวทางช่วยเหลือที่ชัดเจนและต่อเนื่อง แต่ที่สำคัญนักเรียนต้องได้เรียนอย่างมีความสุข พวกเขาต้องได้รับการศึกษาในหลายรูปแบบตามความเหมาะสม อย่างเช่น เด็กบางคนเรียนในระบบไม่ได้ อาจต้องสนับสนุนการเรียน กศน. หรือมีการส่งเสริมด้านอาชีพ โดยผลที่ได้ต้องทำให้เด็กสำเร็จการศึกษาและคำนึงถึงสภาพปัญหาทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมที่เด็กต้องเผชิญ” นายยรรยง กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-390bc7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/อดุลย์-ถาวรกุล.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายอดุลย์ ถาวรกุล นายอำเภอสวนผึ้ง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เช่นเดียวกับ<strong>นายอดุลย์ ถาวรกุล นายอำเภอสวนผึ้ง</strong> กล่าวว่า แม้แต่เดิมจะมีการดำเนินงานด้านการศึกษาในพื้นที่อยู่แล้วตามภารกิจงานทั้งศูนย์เด็กเล็ก, โรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, โรงเรียนในกระทรวงศึกษาธิการ และการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) แต่การจะนำเด็กกลับเข้ามาสู่ระบบการศึกษาได้อย่างเห็นผลจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีภาคส่วนอื่นเข้ามาร่วมกันทำงานไม่เพียงเฉพาะภาคการศึกษา รวมไปถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะต้องเข้ามามีบทบาทอย่างเต็มที่ในฐานะชุมชนเจ้าของพื้นที่</p>



<p>“โครงการ Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน ก็จะเป็นอีกโครงการนึงที่จะช่วยต่อเติมให้น้อง ๆ ในอ.สวนผึ้ง ได้มีโอกาสกลับเข้ามาสู่การเรียนอีกครั้งนึง ขอขอบคุณที่ได้นำโครงการเช่นนี้มาดำเนินการใน อ.สวนผึ้ง ผมขอเป็นตัวแทนอ.สวนผึ้งขอบคุณทุกภาคส่วน จากนี้หน่วยงานทุกด้านจะร่วมมือกันดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งยืนยันว่าในฐานะผู้นำท้องที่ นายอำเภอก็จะเต็มที่ในการทำงานโมเดลสวนผึ้งร่วมกับทุกภาคส่วนเช่นกัน” นายอดุลย์กล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-zero-dropout-160322/">“สวนผึ้งโมเดล” เปลี่ยนอนาคตเด็กยากจนชายขอบ ปักหมุด อำเภอแรก Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;ประเทศไปต่อไม่ได้ ถ้ารากฐานการศึกษาไม่แข็งแรง&#8221;</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-zero-dropout-070222/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 07 Feb 2022 09:24:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐา ทวีสิน]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.​]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=51564</guid>

					<description><![CDATA[<p>เพราะปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นโจทย์ของทุกคน กา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-zero-dropout-070222/">“ประเทศไปต่อไม่ได้ ถ้ารากฐานการศึกษาไม่แข็งแรง”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เพราะปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นโจทย์ของทุกคน การก้าวเข้ามาจับมือร่วมกันระหว่างกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กับภาคเอกชนอย่างบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) จนเกิดเป็นโครงการ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน” จึงเริ่มต้นขึ้น เพื่อทำให้ทุกคนเห็นว่าอนาคตทางการศึกษาของเด็กทุกคนจะเดินต่อไปได้ถ้าทุกคนมีส่วนร่วม</p>



<p><strong>นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) </strong>ผู้ก่อตั้งโครงการร่วมกับ กสศ. ใช้คำอย่างตรงไปตรงว่า <strong>“ถึงเวลาเลิกบ่น และลงมือทำ”</strong> พร้อมยอมรับว่าการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาถือเป็นหน้าที่ของภาคธุรกิจอย่างแสนสิริเช่นกัน เพราะว่าทุกธุรกิจจะเดินหน้าต่อไม่ได้ถ้ารากฐานของประเทศอย่างการภาคการศึกษาไม่แข็งแรง ไม่ต่างจาก<strong> ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>ที่ทำให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า การทำให้เด็กที่กำลังมีความเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษาที่มีจำนวนกว่า 1.9ล้านคน ได้มีโอกาสทางการศึกษาสูงสุดตามศักยภาพของตนเอง พวกเขาจะกลับเข้าสู่สังคมทั้งในฐานะผู้บริโภคหรือผู้เสียภาษีที่มีคุณภาพ ซึ่งผู้ที่ได้รับประโยชน์ก็คือภาคธุรกิจและภาครัฐเอง เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นการลงทุนตั้งแต่ต้นทาง ใช้เงินน้อย และคุ้มค่าที่สุดของประเทศไทย</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>หุ้นกู้ทางการศึกษา ครั้งแรกในเอเชีย</strong></h2>



<p>การประกาศพันธกิจในโครงการ <strong>“Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน”</strong> โดยแสนสิริเตรียมออกหุ้นกู้เพื่อระดมทุน 100 ล้านบาทครั้งแรกในเอเชีย เป็นการวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน ระยะยาว 3 ปี โดยแสนสิริจะจ่ายดอกเบี้ยให้กับเจ้าของหุ้นทุกไตรมาส และคืนเงินต้นเมื่อจบโครงการใน 3 ปี นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบได้ ผ่านบัญชี Escrow Account ของธนาคารไทยพาณิชย์ ในชื่อ “บมจ.แสนสิริ เพื่อสนับสนุนโครงการร่วมกับ กสศ.” ซึ่ง กสศ. จะมีการจัดทำแผนรายปี และเบิกจ่ายไม่เกินปีละ 3 ครั้ง<strong></strong></p>



<p>ซึ่งเงินจำนวนนี้ กสศ. จะนำไปทำงานกับเด็กเยาวชนนอกระบบที่จังหวัดราชบุรี ที่ปัจจุบันมีจำนวน 11, 200 คน เพื่อให้ได้รับการดูแลช่วยเหลือและนำกลับเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้<strong> </strong>การลงทุนครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่ได้ลงทุนเพื่อรับผลตอบแทนการลงทุน 3.20% ต่อปี รับดอกเบี้ยทุก 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ แต่ยังเป็น<strong>การลงทุนในอนาคตเด็ก ให้เด็กได้เข้าสู่ระบบการศึกษา ไม่มีใครหลุดจากระบบการศึกษาและโดนทิ้งไว้ข้างหลัง</strong><strong></strong></p>



<p>“ผมคิดว่าการบริจาคเงินสามารถทำได้ แสนสิริมีทุนจำนวน 100 ล้านบาทอยู่แล้ว ในส่วนของ CSR บริษัท แต่ถ้าทำอย่างนั้น เรานำเงินไปมอบให้ กสศ. แล้วก็จบ ขณะที่การออกหุ้นกู้ ผลตอบแทน 3.20% ในระยะเวลา 3 ปี เราจะสามารถมีส่วนร่วมในกระบวนการทำงาน และช่วยส่งต่อเรื่องราวที่เป็นปัญหาระดับประเทศไปถึงผู้คนอื่น ๆ ได้กว้างไกลกว่า เพราะเรามีทั้งองค์กรที่เป็นพันธมิตรในการทำงาน มีคู่ค้า ลูกค้า อีกจำนวนมาก ซึ่งเขาจะได้รับรู้และส่งต่อความสำคัญของการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ไปยังเพื่อนฝูงญาติมิตรเป็นทอด แล้วสิ่งนี้เองที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้องค์กรหรือบุคคลอื่น ๆ ที่สนใจในปัญหาเดียวกัน เข้ามาร่วมมือกันได้มากขึ้น” นายเศรษฐากล่าว</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>นำร่องที่จังหวัดราชบุรี ชุบชีวิตเด็กกว่าหมื่นคน</strong></h2>



<p>สำหรับการเลือกพื้นที่เป้าหมายจังหวัดราชบุรี ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ กล่าวว่า จำนวนเงิน 100 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับขนาดของปัญหาในพื้นที่จังหวัดใหญ่ ๆ นับว่ายังไม่เพียงพอ เพราะในหลายจังหวัดมีเด็กนอกระบบจำนวนมาก ฉะนั้นเมื่อตั้งเป้าหมายว่าจะทำให้เด็กนอกระบบเป็นศูนย์ จึงเริ่มต้นที่จังหวัดราชบุรี ซึ่งมีขนาดและจำนวนเด็กที่เหมาะสม เพื่อสร้างโมเดลต้นแบบที่จะไปถึงเป้าหมายได้จริง</p>



<p>ร่วมกับปัจจัยอีกสองข้อ คือราชบุรีเป็นพื้นที่ที่ไม่มีโครงการของแสนสิริ ซึ่งจะทำให้ไม่มีข้อแม้เรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจทับซ้อน และอีกประการหนึ่งคือเดินทางจากกรุงเทพ ฯ ได้สะดวก ดังนั้น ในระยะเวลา 3 ปีจากนี้ พนักงานของบริษัทตลอดจนคู่ค้าและลูกค้าของแสนสิริ จะสามารถมีส่วนร่วมในการเข้าไปเห็นปัญหา วิธีการแก้ไข ผลสำเร็จ และรอยยิ้มที่จะเกิดขึ้นบนใบหน้าของเด็ก ๆ และครอบครัวของเขาได้</p>



<p>ด้านผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษากล่าวเพิ่มเติมว่า กสศ. ได้รับการจัดสรรงบประมาณในแต่ละปีเป็น 1 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณด้านการศึกษาทั้งหมด หรือวงเงินประมาณ 5,000ล้านบาท ซึ่งนับว่าไม่เพียงพอในการแก้ปัญหาให้เด็กเป็นรายคนที่มีจำนวนมากกว่า 2 ล้านคน จึงจำเป็นที่จะต้องหาความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นเจตนาโดยตรงของกฎหมายที่เขียนไว้ชัดเจนว่า กสศ.สามารถทำงานกับการรับบริจาค และให้สิทธิสามารถลดหย่อนภาษี ได้ 2 เท่า</p>



<p>“แต่ที่ผ่านมาการบริจาคเงินเป็นก้อนในหลักล้านหรือหลักสิบล้าน อาจจะทำงานทั้งจังหวัดได้ไม่เต็มที่ เราอยากทำให้เห็นว่าในการจัดการลดความเหลื่อมล้ำที่ยั่งยืนได้ต้องใช้กลไกจัดการเชิงพื้น ที่ต้องมีขนาดทรัพยากรพอสมควรกับจำนวนโจทย์ในพื้นที่ ยกตัวอย่างจังหวัดราชบุรีที่มีเด็กนอกระบบประมาณ 10,000คน ถ้าเราทำงานในงบประมาณปีละ 5,000 บาทสำหรับเด็ก 1 คน การดำเนินการสัก 2-3 ปีก็น่าจะเห็นผล”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ce908b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/LINE_ALBUM_sansiri_220207_0.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>กลไกการจัดการเชิงพื้นที่ ที่ต้องใช้นวัตกรรมความร่วมมือ</strong></h2>



<p>โครงการ <strong>“Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน”</strong> ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่เริ่มต้นและจบลงที่จังหวัดราชบุรีเท่านั้น แต่ถูกออกแบบให้สามารถขยายโมเดลการทำงานและประสบการณ์ต่อไป โดยเฉพาะการพัฒนากลไกจังหวัดที่เรียกว่า Area Based Education หรือ ABE ซึ่งจะมีความยั่งยืน กล่าวคือแม้การดำเนินโครงการที่วางไว้ 3 ปีจะจบลง แต่จะเกิดกลไกภายในพื้นที่ที่ยังทำงานต่อได้เพื่อป้องกันไม่ทำให้เด็กหลุดออกจากระบบอีก</p>



<p>กลไกที่สร้างความยั่งยืนนี้เป็นการสร้างระบบนิเวศที่ดึงครัวเรือน ชุมชน และโรงเรียนมาทำงานร่วมกัน โดยมีแพลตฟอร์มให้เกิดการระดมทรัพยากรต่อยอดเพิ่มเติมที่สามารถดึงเอาภาคเอกชนอื่นๆในจังหวัดราชบุรีมาทำงานร่วมกัน จนกลไกมีความยั่งยืนที่จะทำเป็นข้อเสนอทางเชิงนโยบายในอนาคต และสามารถขยายผลไปใช้ในพื้นที่อื่นได้เช่นกัน</p>



<p>“เราไม่ได้หวังว่าจะทำเรื่องนี้ ที่จบที่ราชบุรีแต่เราต้องการให้เกิดกลไกเหล่านี้ที่จังหวัดอื่นๆ หรือเอกชนเจ้าอื่นลุกขึ้นมาทำตรงนี้บ้าง และนี่คือเหตุผลและภารกิจของกสศ.ที่เป็นกลไกเหนี่ยวนำความร่วมมือเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา” ดร.ไกรยส กล่าว</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>โจทย์ร่วมกันของคนไทยทุกคน</strong></h2>



<p>ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาอธิบายหลักการการทำงานร่วมกับภาคเอกชน ว่าไม่ใช่การทำงานแบบหนึ่งต่อหนึ่ง (one on one) คือระหว่างกสศ.กับแสนสิริเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อฐานลูกค้าของแสนสิริ &nbsp;ฐานคนที่รู้จักแบรนด์แสนสิริ รวมทั้งคู่ค้า ลูกบ้านและขยายสู่สังคมเป็นวงกว้าง เพราะโจทย์เรื่องความเสมอภาคทางการศึกษาที่มีเป้าหมายให้เด็กไทยทุกคนมีโอกาสอย่างทั่วถึง เสมอภาคและมีคุณภาพ ถือเป็นโจทย์ของคนไทยทุกคน ไม่ใช่เฉพาะโจทย์ของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง</p>



<p>“ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐอย่างพวกเราที่จะทำงานร่วมกับภาคเอกชน ให้ผลของเรื่องนี้เป็นที่รับรู้และเปิดโอกาสให้ทุกคนก้าวเข้ามา ไม่ใช่เข้ามาเป็นผู้บริจาคหรือผู้ลงทุน แต่ก้าวเข้ามาเป็นเจ้าของของโจทย์นี้แล้วเฝ้าติดตามให้ความก้าวหน้าเรื่องนี้มันไม่หยุดไม่ชะลอและไปสู่เป้าหมายได้ในวันข้างหน้า” ดร.ไกรยส กล่าว</p>



<p>ทั้งนี้หุ้นกู้แสนสิริ จะเปิดขายวันที่15-18 กุมภาพันธ์ 2565 ผ่านแอป ฯ SCB EASY ตั้งแต่เวลา 8.30 เป็นต้นไป &nbsp;โดยมีรายละเอียดดังนี้</p>



<p>&#8211; ผลตอบแทนการลงทุน 3.20% ต่อปี (รับดอกเบี้ยทุก 3 เดือน)<br>&#8211; ลงทุนเริ่มต้นเพียง 1,000 บาท<br>&#8211; จัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ BBB+ โดยทริสเรทติ้ง <br>&#8211; อายุหุ้นกู้ 3 ปี หมดอายุหุ้นกู้ รับเงินคืน</p>



<p>และหลังจากขายหมดทุกหุ้น เงินทั้งหมดจะเข้าสู่การดูแลของธนาคารไทยพาณิชย์ ในบัญชี escrow โดยไม่หักค่าใช้จ่าย จากนั้นจะส่งตรงไปยัง กสศ. เพื่อนำไปใช้ในการทำงานต่อไปซึ่งนายเศรษฐาคาดการณ์ว่าหุ้นกู้นี้จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี “ผมมองว่าปัญหาเรื่องการศึกษา ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของสังคม เป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต้องช่วยกันเท่าที่ทำได้ เพราะสุดท้ายแล้วไม่มีใครที่จะไปต่อได้ ถ้ารากฐานการศึกษาของประเทศไม่แข็งแรง จึงอยากเชิญชวนทุกท่านมาร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ที่จะเริ่มต้นพลิกหน้าประวัติศาสตร์ ในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-zero-dropout-070222/">“ประเทศไปต่อไม่ได้ ถ้ารากฐานการศึกษาไม่แข็งแรง”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;แสนสิริ&#8221; จับมือ กสศ. แก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา ผ่านโครงการ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-zero-dropout/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Feb 2022 09:12:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐา ทวีสิน]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[SANSIRI]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดระบบการศึกษาต้องเป็นศูนย์]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=51373</guid>

					<description><![CDATA[<p>แสนสิริ ประกาศพันธกิจใหญ่ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-zero-dropout/">“แสนสิริ” จับมือ กสศ. แก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา ผ่านโครงการ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>แสนสิริ ประกาศพันธกิจใหญ่ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน”</strong><br><strong>ออกหุ้นกู้ 100 ล้านบาท สนับสนุนกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong><br><strong>รวมพลังคนไทยเปลี่ยนการศึกษาไทย ครั้งแรกของเอเชีย!</strong><br><strong>พลิกการเปลี่ยนแปลงประเทศ เด็กหลุดระบบการศึกษาต้องเป็น “ศูนย์”</strong></h4>



<p></p>



<ul><li><strong>บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)</strong> ตอกย้ำเจตนารมย์การให้ความสำคัญเด็กอย่างยั่งยืนตลอดระยะเวลา 10 ปี ประกาศพันธกิจสำคัญระดับประเทศ เปิดตัวโครงการ “<strong>Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน”</strong> สนับสนุน<strong> กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong></li><li><strong>ภายใต้เป้าหมายเดียวกัน ทั้งจากฐานข้อมูลที่มีพลังและการชี้เป้าอย่างตรงจุดของ กสศ. ผนวกความมุ่งมั่นของแสนสิริในฐานะองค์กรที่ให้ความสำคัญกับเด็กและส่งเสริมความเท่าเทียม</strong> มุ่งสู่ <strong>องค์กรแรกของไทย สร้างพลังบวก ผลักดันการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือเด็ก ให้ได้รับความเท่าเทียมในการศึกษา</strong></li><li><strong>คิกออฟ ออกหุ้นกู้ เพื่อใช้ในโครงการ Zero Dropout ครั้งแรกในเอเชีย!</strong> <strong>ระดมทุน 100 ล้านบาท</strong> &nbsp;ปั้น “<strong>ราชบุรีโมเดล</strong>” จังหวัดต้นแบบ <strong>ให้เด็กหลุดระบบการศึกษาเป็น “ศูนย์” ใน 3 ปี</strong> สร้างแรงกระเพื่อมรวมพลังคนไทยเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทย</li><li><strong>ครั้งแรกของหุ้นกู้ ที่มากกว่าการลงทุน</strong> ไม่เพียงแต่ได้ลงทุนเพื่อรับผลตอบแทนการลงทุน 3.20% ต่อปี รับดอกเบี้ยทุก 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ แต่ยังเป็น<strong>การลงทุนในอนาคตเด็ก ให้เด็กได้เข้าสู่ระบบการศึกษา ไม่มีใครหลุดจากระบบการศึกษาและโดนทิ้งไว้ข้างหลัง</strong></li><li>ลงทุนเริ่มต้น 1,000 บาท ให้คนไทยสามารถร่วมสร้างประวัติศาสตร์เพื่อเปลี่ยนระบบการศึกษาไทย ให้เด็กหลุดระบบการศึกษาเป็น “<strong>ศูนย์</strong>” ไปด้วยกัน</li><li><strong>พร้อมผนึก SCB สร้างความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ผ่านบัญชี Escrow Account</strong> ของธนาคารไทยพาณิชย์ ในชื่อ “<strong>บมจ.แสนสิริ เพื่อสนับสนุนโครงการร่วมกับ กสศ.</strong>”</li><li><strong>เปิดจองวันที่ 15 ก.พ.นี้ เวลา 8.30 น. ผ่าน SCB Easy App เท่านั้น </strong></li></ul>



<p><strong>นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) </strong>เปิดเผยว่า<strong> </strong>จากแนวคิดการดำเนินธุรกิจของแสนสิริที่มีเจตนารมณ์ในการช่วยเหลือสังคม คนตัวใหญ่ต้องช่วยคนตัวเล็ก และให้ความสำคัญในเรื่องลดความเหลื่อมล้ำ ส่งเสริมความเท่าเทียมในสังคม รวมถึงเจตนารมณ์ในการช่วยเหลือเด็กอย่างยั่งยืน จนได้รับเกียรติเป็นพันธมิตรที่ลงนามกับองค์การยูนิเซฟ ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของเด็กต่อเนื่องในตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา โดยร่วมกันผลักดันโครงการต่าง ๆ เพื่อคุ้มครอง ปกป้องสิทธิ และพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กมากกว่า 17 โครงการ อาทิ แคมเปญ “IODINE PLEASE” ผลักดันการแก้ปัญหาภาวะขาดสารไอโอดีนในเด็ก ซึ่งเป็นปัญหาระดับประเทศมานานกว่า 50 ปีได้สำเร็จ, โครงการ Best Start หกปีแรกของชีวิต คือ หกปีทองของเด็ก ที่ต่อยอดสู่โครงการ “The Good Space” หรือ “พื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก” ที่อยู่ในพื้นที่ก่อสร้างของแสนสิริ รวมถึงโครงการอื่นๆ ที่มุ่งเน้นในด้านการพัฒนาความเป็นอยู่ สร้างความตระหนักในด้านสิทธิเด็กและเยาวชนในประเทศไทย ทั้งในด้านสุขภาพ การศึกษา และกีฬา รวมทั้งการให้ความช่วยเหลืออย่างไร้พรมแดนต่อเด็กในประเทศไทยและเด็กทั่วโลก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-dfa60b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/06-Zero-Dropout-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในปี 2565 นี้ แสนสิริมีพันธกิจใหญ่ โดยมีเป้าหมายในการสนับสนุน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นตามข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฎิรูปการศึกษา ภายใต้วิสัยทัศน์และเป้าหมายเดียวกัน ในความตั้งใจที่จะ “สร้างความเสมอภาคและลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา” ด้วยการประกาศพันธกิจในโครงการ <strong>“Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน”</strong> วางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน ระยะยาว 3 ปี โดยแสนสิริเตรียมออกหุ้นกู้เพื่อระดมทุน 100 ล้านบาท สำหรับใช้ในโครงการ Zero Dropout ครั้งแรกในเอเชีย! นำร่องที่จังหวัดราชบุรี ที่มีเด็กเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาอยู่ประมาณ 10,000 คน ซึ่งเหมาะสมกับจำนวนเงินระดมทุน 100 ล้านบาท รวมทั้งยังมีปัญหาที่หลากหลายด้านความเหลื่อมล้ำในการศึกษาจากภูมิศาสตร์จังหวัดติดชายแดน ที่มีสภาพทั้งแบบชุมชนและเมือง ขณะที่ยังเป็นจังหวัดที่อยู่ใกล้กับกรุงเทพฯ ที่ทำให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมช่วยเหลือเด็กได้โดยง่าย รวมถึงที่สำคัญคือ แสนสิริไม่มีการพัฒนาโครงการและไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในพื้นที่ดังกล่าว ทำให้มีความโปร่งใส นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบได้ ผ่านบัญชี Escrow Account ของธนาคารไทยพาณิชย์ ในชื่อ “บมจ.แสนสิริ เพื่อสนับสนุนโครงการร่วมกับ กสศ.” ซึ่ง กสศ. จะมีการจัดทำแผนรายปี และเบิกค่าใช้จ่ายสำหรับโครงการ Zero Dropout ไม่เกินปีละ 3 ครั้ง</p>



<p>เป้าหมายของโครงการ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน” คือการวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน ระยะยาว 3 ปี ครอบคลุมการพัฒนาในทุกด้านทั้งการเข้าถึง คุณภาพการศึกษา และความยั่งยืน พร้อมตั้งเป้าให้เด็กต้องอยู่ในระบบการศึกษาในช่วงวัยภาคบังคับ (ป.1-ม.3) และเด็กที่ถึงเกณฑ์ ต้องพร้อมเข้าเรียน ป.1 ได้ 100% โดยมีแผนดำเนินการเริ่มตั้งแต่ปี 2565 นำร่องใน 3 อำเภอ ได้แก่ สวนผึ้ง จอมบึง และบ้านคา จากนั้นในปี 2566 จะขยายไปอีก 4 อำเภอ และในปี 2567 อีก 3 อำเภอ เพื่อช่วยเหลือทั้งเด็กปฐมวัย และเด็กนอกระบบกว่า 11,200 คนที่เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาในจังหวัดราชบุรีให้เป็น “ศูนย์” รวมทั้งสนับสนุนทุนทรัพย์ให้เด็กได้เตรียมความพร้อมก่อนเข้าระบบการศึกษา (อัตรา 4,000 บาทต่อคน) จากนั้นจึงส่งต่อสู่กลไกของจังหวัดสานต่อการทำงานในระดับพื้นที่ ตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป</p>



<p>“แสนสิริต้องการจุดประกายให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ด้วยการเปิดตัวโครงการ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน” และออกหุ้นกู้ระดมทุนไม่เกิน 100 ล้านบาท สำหรับใช้ในโครงการ สร้างประวัติศาสตร์ครั้งแรกในเอเชีย! ที่มีการออกหุ้นกู้เพื่อระดมทุนในการช่วยพัฒนาระบบการศึกษาของประเทศ โดยนับว่า ครั้งนี้เป็นการลงทุนที่จะได้รับประโยชน์ถึง 2 ต่อ คือ นอกจากนักลงทุนจะได้ผลตอบแทนจากการลงทุนแล้ว ที่สำคัญกว่านั้น คือ นักลงทุนจะได้ลงทุนในอนาคตเด็กเพื่อให้ได้อยู่ในระบบการศึกษา สร้างรากฐานสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างแข็งแกร่ง” นายเศรษฐา กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-018b75"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/06-Zero-Dropout-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส&nbsp; ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า </strong>กสศ. เป็น “กลไกเหนี่ยวนำความร่วมมือ” ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการช่วยลดปัญหาความเหลื่อมลํ้าทางการศึกษาอย่างยั่งยืน เพื่อให้คนไทยมีโอกาสที่เสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและได้รับการพัฒนาตามศักยภาพเพื่อตัดวงจรความยากจนข้ามชั่วคน การทำงานของ กสศ.เจาะกลุ่มเด็ก เยาวชนจากครัวเรือนยากลำบากร้อยละ 15 ล่างสุดของประเทศ ผ่านการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถเป็น “คานงัด” และ “ตัวเร่งการเปลี่ยนแปลง” เชิงระบบ โดยใช้ข้อมูล งานวิจัย และกลไกความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เป็นเครื่องมือสำคัญในการ &nbsp;สร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับพื้นที่ และระดับประเทศที่ยั่งยืน</p>



<p>“ก่อนการแพร่ระบาดของโควิด – 19 ประเทศไทยมีสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะด้วยปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เกิดจากปัจจัยทางเศรษฐกิจครัวเรือนและความห่างไกลทุรกันดารของหลายพื้นที่ รวมทั้งปัจจัยด้านสุขภาพและความด้อยโอกาสอื่นๆ ของเด็กเยาวชนและครอบครัว แต่สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงโควิด-19 จากสาเหตุของการว่างงานและรายได้ครัวเรือนที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องจากปัญหาการปิดกิจการและการเลิกจ้างชั่วคราวหรือถาวร รวมทั้งการขาดการเข้าถึงไฟฟ้า สัญญาณอินเตอร์เน็ตและอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการเรียนออนไลน์ที่ต่อเนื่องและมีคุณภาพ ซึ่งล้วนส่งผลต่อแนวโน้มและความเสี่ยงของการหลุดออกจากระบบการศึกษา และภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ของเด็กเยาวชนในระบบการศึกษาของไทย” ดร.ไกรยส กล่าว</p>



<p>จากการสำรวจข้อมูลโดยการสำรวจของกสศ. พบว่า สถานการณ์เด็กหลุดจากระบบการศึกษาในปัจจุบัน มีตัวเลขนักเรียนยากจนทั่วประเทศที่มีความเสี่ยงที่จะหลุดจากระบบการศึกษาถึง 1.9 ล้านคน มาจากปัญหาด้านเศรษฐกิจเป็นหนึ่งในสาเหตุหลัก สังเกตได้จากรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนของนักเรียนยากจนพิเศษลดต่ำลงมากจาก 1,289 บาทช่วงก่อนโควิด มาเป็น 1,094 บาทต่อครัวเรือนเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าน้อยมาก ทำให้นักเรียนยากจนและยากจนพิเศษมีแนวโน้มสูงขึ้นในทุกเทอมจาก 994,428 คนเมื่อปี 2563 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1,244,591 คนในภาคเรียนที่ 1 ปี 2564 และเมื่อลงลึกเรื่องตัวเลข ยังพบว่า นักเรียนที่ไม่เรียนต่อ หรือ นักเรียนยากจนพิเศษ หลุดจากการศึกษาสูงถึง 43,060 คน จาก 54,842 คน &nbsp;หรือ 4.67%&nbsp; โดยหลุดจากระบบการศึกษาสูงสุดในชั้น ม.3/ ป.6/ และชั้นอนุบาล ตามลำดับ</p>



<p>ทั้งนี้ เหตุผลหลักที่เด็กหลุดจากระบบการศึกษาไทย เกิดจากอุปสรรคที่ทำให้เด็กไม่ได้ไปโรงเรียน อาทิ ต้องทำงานช่วยเหลือครอบครัว, ขาดแคลนของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันและอุปกรณ์การเรียน, ไม่มีค่าเดินทาง, ไม่มีค่าอาหาร และบ้านห่างไกล ทุรกันดาร ขณะที่เมื่อลงลึกถึงตัวเลขสถิติ เหตุผลของการหลุดจากการศึกษาของเด็กยากจนพิเศษในสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 อันดับหนึ่ง คือ รายได้ของครอบครัวลดลง คิดเป็นจำนวน 87.81% ของเด็กที่หลุดการศึกษา อันดับสอง คือ ต้องแบกรับภาระอื่นและแบ่งเบาภาระทงเศรษฐกิจแก่ญาติพี่น้อง 38.33% และต่อมา คือ พ่อแม่ ผู้ปกครองตกงาน และถูกพักงานชั่วคราว จึงเป็นที่มาที่คำว่า “ช่วยแม่ทำงาน” “รายได้ลดลง” “ขายของไม่ได้” ถูกขึ้นมาเป็นคีย์เวิร์ดที่สำคัญจากการสำรวจแบบ focus group ของ กสศ. จากกลุ่มตัวอย่าง นอกจากนี้ กสศ. ยังได้วิเคราะห์ข้อมูลของนักเรียนทุนเสมอภาคในพื้นที่ 29 จังหวัดที่ประสบปัญหาในการเรียนช่วงโควิด พบว่ามีนักเรียนที่เจอปัญหาในการเรียนออนไลน์ถึง 271,888 คน ทั้งจากการที่ไม่มีโทรทัศน์ ไม่มีอินเทอร์เน็ต หรือแม้กระทั่งไม่มีไฟฟ้า โดยความช่วยเหลือที่นักเรียนและผู้ปกครองต้องการได้รับ 3 อันดับแรก ได้แก่ ค่าครองชีพและของจำเป็น 71.45% รองลงมาเป็นอาหารเช้า/อาหารกลางวัน 35.28% และค่าเดินทาง 28.79% ที่สำคัญที่สุดยังพบว่า เด็กเยาวชนจากครัวเรือนยากจน และยากจนพิเศษ ส่วนใหญ่หลุดออกจากระบบการศึกษา ก่อนที่จะมีโอกาสศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาหรือมัธยมศึกษาตอนปลาย/เทียบเท่า โดยไม่ได้เข้าเรียนปริญญาตรีสูงถึง 94.7% ซึ่งกสศ. และแสนสิริ คาดหวังถึงอนาคตของเด็ก และอนาคตของประเทศที่ต้องเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-912670"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/06-Zero-Dropout-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“กสศ. มีความยินดีที่แสนสิริเล็งเห็นถึงความสำคัญและเข้ามาช่วยเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ทั้งแผนการสนับสนุนเงินทุนเพื่อช่วยผลักดันโครงการที่ กสศ. และ หน่วยงานภาคีทั้งภาครัฐ ท้องถิ่น และเอกชนในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ร่วมกันสนับสนุนมาตรการทั้งต่อตัวเด็กเยาวชนและสถานศึกษาโดยตรง และมาตรการการส่งเสริมการรับรู้เรื่องปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา รวมทั้งแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนด้วยกลไกการจัดการเชิงพื้นที่ (Area-based Education: ABE) นับเป็นนวัตกรรมความร่วมมือที่จะก่อให้เกิดผลกระทบเชิงระบบและการแก้ปัญหายั่งยืน จะเป็นตัวแบบของประเทศสามารถต่อยอดขยายผลได้ในอนาคต&nbsp; ที่สำคัญคือการสร้างช่องทางให้ทุกคนสามารถเป็นหนึ่งในการช่วยเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทยให้เยาวชนทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเสมอภาค สำหรับราชบุรี เป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีต้นทุนการทำงานปฏิรูปเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาร่วมกับกสศ.&nbsp; มีฝ่ายนโยบายที่ให้ความสำคัญ&nbsp; มีตัวแบบสถานศึกษา หน่วยจัดการศึกษาทางเลือก&nbsp; บุคลากร อาสาสมัคร ที่สามารถขยายผลการทำงานได้ทันที” ดร.ไกรยส กล่าว</p>



<p>สำหรับหุ้นกู้แสนสิริที่จะเสนอขายในครั้งนี้มีมูลค่าเสนอขายไม่เกิน 100 ล้านบาท อายุ 3 ปี อันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ BBB+ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปบริจาคให้แก่ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาภายใต้โครงการ Zero Dropout ลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท ให้คนไทยสามารถร่วมสร้างประวัติศาสตร์เพื่อเปลี่ยนระบบการศึกษาไทยให้เด็กหลุดระบบการศึกษาเป็น “ศูนย์” ไปด้วยกันซึ่งไม่เพียงแต่ได้ลงทุนเพื่อรับผลตอบแทนจากการลงทุน 3.20% ต่อปี รับดอกเบี้ยทุก 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ &nbsp;แต่ยังเป็นการลงทุนในอนาคตเด็ก ให้เด็กได้เข้าสู่ระบบการศึกษา ไม่มีใครหลุดจากระบบการศึกษาและโดนทิ้งไว้ข้างหลัง โดยเงิน 100 ล้านบาทจากการระดมทุนจะบริจาคให้ กสศ. ทั้งหมด เพื่อปั้น “ราชบุรีโมเดล” เป็นเมืองต้นแบบให้เด็กใน จ.ราชบุรี หลุดจากระบบการศึกษาเป็น “ศูนย์” ภายใน 3 ปีให้ได้ กำหนดเปิดจองซื้อ วันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 8.30 น. ผ่าน SCB Easy App เท่านั้น ข้อมูลเพิ่มเติมของโครงการ Zero Dropout <a href="https://blog.sansiri.com/zero-dropout-main/">https://blog.sansiri.com/zero-dropout-main/</a> หรือโทร 1685.</p>



<p>“เงิน 100 ล้านบาท ที่ได้จากการระดมทุนอาจไม่สามารถช่วยเหลือเด็กทั้งประเทศได้ แต่จะนับเป็นการจุดประกายในการสร้างความหวังให้เกิดการลงมือทำ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การลงมือทำเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงของเราในครั้งนี้จะสร้างแรงกระเพื่อมให้ภาครัฐและภาคส่วนอื่น ๆ หันมาช่วยกันคนละไม้คนละมือ และเมื่อถึงวันนั้นความหวังที่เด็กทั้งประเทศจะหลุดออกจากระบบการศึกษาเป็น ‘ศูนย์’ คงเป็นอนาคตที่ไม่ไกลเกินไปนัก” นายเศรษฐา กล่าวสรุป</p>



<p></p>



<h4 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ร่วมสร้างประวัติศาสตร์เพื่อเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทย เด็กหลุดระบบการศึกษาต้องเป็น “ศูนย์”</strong></h4><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-zero-dropout/">“แสนสิริ” จับมือ กสศ. แก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา ผ่านโครงการ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
