<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บริษัท สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97-%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%80/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 16 Jan 2025 09:05:09 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>บริษัท สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วิจัย กสศ. ร่วมมือภาคเอกชน ขับเคลื่อน “Partnership Model” พัฒนานวัตกรรมการเงินเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-090125/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Jan 2025 09:04:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิเคเอฟซี ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[TDRI]]></category>
		<category><![CDATA[TIJ]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาสทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท KPMG ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิยุวพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[Partnership Model]]></category>
		<category><![CDATA[ระดมความคิดเห็นในการพัฒนานวัตกรรมการเงินเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาในประเทศไทย ครั้งที่ 2]]></category>
		<category><![CDATA[เทใจดอทคอม]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบัน Change Fusion]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิ เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[ลดเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=89779</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2568 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-090125/">วิจัย กสศ. ร่วมมือภาคเอกชน ขับเคลื่อน “Partnership Model” พัฒนานวัตกรรมการเงินเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2568 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดกิจกรรมเวิร์กช็อป ‘ระดมความคิดเห็นในการพัฒนานวัตกรรมการเงินเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาในประเทศไทย’ ครั้งที่ 2 เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางการทำงานด้านการศึกษาของหน่วยงานต่าง ๆ โดยมีการหารือถึงความร่วมมือในการสร้าง ‘Partnership Model’ ซึ่งเป็นโมเดลความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการสนับสนุนเด็กและเยาวชนให้เข้าถึงการศึกษาที่ยืดหยุ่นและมีทางเลือก สอดคล้องกับมาตรการ Thailand Zero Dropout (TZD) ที่มุ่งให้เด็กทุกคนสามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มภาพ</p>



<p>ในงานครั้งนี้มีภาคีความร่วมมือจากภาคธุรกิจเอกชนและองค์กรที่ทำงานด้านการศึกษาเข้าร่วม เช่น สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI), สถาบัน Change Fusion, เทใจดอทคอม, มูลนิธิยุวพัฒน์, กลุ่มเซ็นทรัล, สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ), บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน), บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน), มูลนิธิ เอสซีจี, บริษัท เคพีเอ็มจี ประเทศไทย, บริษัท สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด, มูลนิธิเคเอฟซี ประเทศไทย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งร่วมกันหารือและเสนอแนวทางการทำงานร่วมกันเพื่อเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาและลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย ณ สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-64bc22"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/0116_Partnership-Model-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-37852e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/0116_Partnership-Model-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>• <strong>สรุปข่าวกิจกรรมเวิร์กช็อปครั้งที่ 1 </strong><a href="https://www.eef.or.th/article-311024/"><strong>คลิก</strong></a></p>



<p>จากข้อมูลความคืบหน้าของมาตรการ Thailand Zero Dropout (TZD) ในปี 2567 คณะทำงาน TZD สามารถติดตามเด็กและเยาวชนเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้ได้แล้วจำนวน 304,082 คน จากเยาวชนที่ที่ไม่มีรายชื่ออยู่ในระบบการศึกษาทั้งหมด 1,025,514 คน ซึ่งหมายความว่า ยังมีเด็กและเยาวชนอีก 982,304 คนที่อยู่ในขั้นตอนการพากลับสู่การเรียนรู้ โดยแบ่งเป็นกลุ่มต่าง ๆ ดังนี้ กลุ่มวัยก่อนการศึกษาภาคบังคับจำนวน 279,296 คน, กลุ่มวัยระหว่างการศึกษาภาคบังคับจำนวน 387,591 คน และกลุ่มวัยหลังการศึกษาภาคบังคับจำนวน 315,417 คน</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ในระหว่างปีการศึกษามักจะมีการเคลื่อนไหวของเด็กและเยาวชนที่เข้า-ออกจากระบบการศึกษา เช่น กลุ่มที่อายุถึงวัยเรียนแต่ยังไม่ได้เข้าเรียน, กลุ่มที่หลุดออกจากระบบแล้วกลับมาเรียนใหม่ และกลุ่มที่มีความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษามากขึ้น สะท้อนถึงความจำเป็นในการดำเนินงานเรื่องเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษา โดยต้องอาศัย ‘ความร่วมมือ’ จากทุกภาคส่วนในสังคมในการระดมความคิด แนวทาง และทรัพยากร เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับการดูแลและเข้าถึงการเรียนรู้ที่เหมาะสมตามบริบทชีวิตและความเปราะบางที่หลากหลาย โดยการออกแบบวิธีการช่วยเหลือที่มีระบบและสามารถส่งต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งต้องคำนึงถึงการหาทางป้องกันเด็กกลุ่มเสี่ยงไม่ให้หลุดออกจากการศึกษาในระยะยาว</p>



<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจในการเหนี่ยวนำความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จึงมองเห็นความสำคัญของการร่วมมือกับภาคธุรกิจเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในรูปแบบ ‘Partnership’ เพื่อสร้างต้นแบบพื้นที่รองรับและต่อยอดเด็กเยาวชนที่ได้รับการค้นพบจากมาตรการ TZD โดยการขยายผลไปในวงกว้างและเชิงลึก รวมถึงการสร้างความต่อเนื่องและยั่งยืนในการทำงาน นอกจากนี้ การพัฒนานวัตกรรมการเงินยังเป็นอีกแนวทางที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-de5a59"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/คุณศิรี-จงดี.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">คุณศิรี จงดี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>คุณศิรี จงดี รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ.</strong> กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของปัจจัยที่ทำให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา การนำเด็กและเยาวชนเหล่านี้กลับเข้าสู่การเรียนรู้จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการที่หลากหลายเพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละกรณี <strong>การดึงภาคธุรกิจเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบ ‘นวัตกรรมการเงิน’ (Innovative Finance) ถือเป็นแนวทางที่สำคัญ โดยเป็นกลไกที่สามารถระดมเงินทุนได้จากผู้ที่สนใจลงทุนในด้านการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย นอกจากนี้ยังช่วยสนับสนุนให้เกิดการสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ ๆ ในการพัฒนาเครื่องมือและวิธีการต่าง ๆ รวมถึงการเป็นต้นแบบในการทำงานที่สามารถดึงดูดผู้ร่วมลงทุนรายใหม่ ๆ ให้เข้ามาร่วมขับเคลื่อนงานมากขึ้น</strong></p>



<p>“สำหรับเด็กเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาซึ่งถูกค้นพบโดยคณะกรรมการ TDZ ในแต่ละจังหวัด จะเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือและฟื้นฟูเยียวยาด้วยกระบวนการเฉพาะเป็นรายกรณี (Case Management System) เพื่อสำรวจว่าแต่ละคนมีปัจจัยใดที่ทำให้หลุดจากระบบ เช่น ฐานะทางเศรษฐกิจ สุขภาพ ปัญหาครอบครัว หรือความจำเป็นอื่น ๆ จากนั้นจึงไปถึงทางเลือกว่าเด็กสนใจและถนัดอะไร อยากเรียนต่อหรือประกอบอาชีพแบบไหน ซึ่งตรงนี้หากใครพร้อมกลับเข้าเรียนในระบบก็สามารถส่งต่อไปที่สถานศึกษาได้ทันที ส่วนคนที่ไม่พร้อมเรียนในโรงเรียน จะมีการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นรองรับ เช่น การฝึกอบรมอาชีพ การเรียนได้ในทุกที่ทุกเวลา หรือการเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ซึ่งจะเป็นการเรียนผ่านศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 หรือโรงเรียนมือถือ (Mobile School) ซึ่งคณะทำงาน TZD กำลังร่วมกันผลักดันให้เกิดระบบเทียบโอนหน่วยกิต (Credit Bank) ตามมาตรฐานหลักสูตรแกนกลาง นอกจากนี้ยังมีการจัดการศึกษาแบบ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ ตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ที่เปิดกว้างให้สถานศึกษาจัดการศึกษาได้ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย โดยหลักสำคัญคือการออกแบบหลักสูตรจากภารกิจและกิจวัตรในชีวิตประจำวัน เพื่อเพิ่มโอกาสเรียนรู้ ได้รับวุฒิการศึกษา ซึ่งจะต่อยอดถึงการเข้าสู่เส้นทางประกอบอาชีพที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5ecaf3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/0116_Partnership-Model-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a11ab6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/0116_Partnership-Model-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ.</strong> กล่าวต่อไปว่าการระดมความเห็นโดยภาคเอกชนในกิจกรรมครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม 2567 ได้ทำให้เกิดแนวโน้มความร่วมมือที่ Amazon ตั้งใจจะจัดอบรมให้เยาวชนที่สนใจในหลักสูตร barista ก่อนจะออกใบรับรองการทำงานและส่งต่อไปเรียนรู้งานในเครือข่ายสถานประกอบการ รวมถึงยังมีความร่วมมือจากกลุ่มเซ็นทรัล ที่พร้อมเปิดพื้นที่รองรับเยาวชนผู้ผ่านหลักสูตรเข้าร่วมงาน&nbsp;</p>



<p><strong>“ด้วยทรัพยากรและความเชี่ยวชาญ ความร่วมมือของภาคธุรกิจเอกชนจึงไม่จำกัดอยู่แค่การสนับสนุนเงินทุน หากยังเป็นได้ทั้ง ‘ข้อเชื่อมต่อ’ และเป็น ‘พื้นที่จ้างงาน’ อันแสดงให้เห็นถึงการพัฒนานวัตกรรมการเงินที่หลากหลาย</strong> โดยในก้าวเดินต่อไปของการทำงาน TZD จำเป็นต้องมุ่งเน้นการสร้างโมเดลพัฒนาทักษะเยาวชนช่วงวัย 15-24 ปี เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงาน ดังนั้นบทบาทที่ภาคธุรกิจเอกชนทำได้ จึงเป็นเรื่องการเปิดพื้นที่ฝึกงาน ฝึกทักษะ เชื่อมต่อสู่สถานประกอบการ ที่จะทำให้เด็กเยาวชนที่เข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้มีทางเลือกในการประกอบอาชีพมากขึ้น และที่สำคัญคือเมื่อเป็นองค์กรธุรกิจเอกชนเข้ามาช่วยพัฒนาหลักสูตร ก็จะทำให้เกิดการยอมรับในด้านคุณภาพการเรียนรู้จากตลาดแรงงาน ซึ่งเท่ากับเพิ่มโอกาสการได้งานทำและการเติบโตบนเส้นทางอาชีพมากขึ้นตามไปด้วย”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-99dcc2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/คุณสุธีตา-ชุณหรัศมิ์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(ซ้าย) คุณสุธีตา ชุณหรัศมิ์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>คุณสุธีตา ชุณหรัศมิ์ ผู้อำนวยการโครงการด้านการศึกษาและพัฒนาเยาวชน มูลนิธิยุวพัฒน์ </strong>กล่าวว่า ทุกปีจะมีเด็กเยาวชนช่วงชั้นมัธยมต้นและมัธยมปลายราว 5,500 คน รับทุนจากมูลนิธิยุวพัฒน์ โดยเป็นทุนที่ให้ต่อเนื่องจากชั้น ม.1 ถึง ม.6 หรือ ปวช. <strong>บทเรียนจากการทำงานบอกว่าการสนับสนุนการศึกษาไม่อาจทำได้เพียงการให้ทุน แต่ต้องมีระบบดูแลประคับประคองไม่ให้เด็กหลุดออกไประหว่างเส้นทาง</strong>&nbsp;</p>



<p>“เราค้นพบว่านอกจากทุนที่เป็นตัวเงิน การดูแลสุขภาวะใจก็สำคัญเท่า ๆ กัน ทางมูลนิธิจึงมีทีมที่ปรึกษาทั้งภายใน และการดูแลเฉพาะทางจากผู้เชี่ยวชาญภายนอก ปัจจัยหนึ่งคือการสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กอย่างต่อเนื่อง และต้องสื่อสารความเข้าใจกับผู้ปกครอง นอกจากนี้ต้องส่งเสริมให้เกิดแนวทางการเรียนและทำงานไปพร้อมกัน เนื่องจากเด็กบางคนพอจบ ม.3 ผู้ปกครองจะอยากให้ออกไปทำงานเต็มตัว ซึ่งจากเวิร์กช็อปครั้งแรก ยุวพัฒน์ได้คุยกับอเมซอนว่าจะลองทำโมเดลร่วมกัน เริ่มจากในเขต กทม. และปริมณฑล ก่อนขยายไปยังพื้นที่อื่น ๆ เพื่อให้เป็นช่องทางหนึ่งที่เด็กจะไปต่อได้ในการเรียนโดยไม่เสียโอกาสที่จะมีรายได้”</p>



<p>คุณสุธีตา กล่าวว่าการจัดการศึกษา 1 โรงเรียน 3 รูปแบบที่ กสศ. นำเสนอ เป็นแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นที่น่าสนใจ และเหมาะสมสำหรับการทำงานกับเด็กเยาวชนซึ่งรับทุนจากมูลนิธิ โดยจากนี้จะนำข้อมูลเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการแนะแนวการศึกษา เพื่อให้เด็กทราบว่าแม้ต้องประกอบอาชีพหารายได้ หรือมีความจำเป็นใดก็ตาม ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องหันหลังให้การศึกษาอย่างถาวร ด้วยยังมีการจัดการศึกษาในรูปแบบอื่น ๆ รองรับอยู่ “เพราะต้องไม่ลืมว่าเด็กจำนวนมากไม่ได้มีข้อมูลเหล่านี้ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่เราที่ต้องพยายามชี้แนะและช่วยทุกวิถีทาง เพื่อให้เด็กสามารถเรียนจนจบและเชื่อมต่อไปถึงการศึกษาระดับสูงได้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4c6026"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/สุธาสีนี-ศุภศิริสินธุ์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">คุณสุธาสีนี ศุภศิริสินธุ์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>คุณสุธาสีนี ศุภศิริสินธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืน กลุ่มเซ็นทรัล </strong> กล่าวว่า กลุ่มเซ็นทรัลได้สนับสนุนการศึกษาผ่านโครงการ Partnership School Project ซึ่งมุ่งเน้นการช่วยเหลือเด็กกลุ่มเสี่ยงให้สามารถอยู่ในระบบการศึกษา โดยเฉพาะในโรงเรียนขยายโอกาส โครงการนี้สามารถขยายผลไปในหลายพื้นที่เนื่องจากกลุ่มเซ็นทรัลมีศูนย์ตั้งอยู่ในกว่า 40 จังหวัดทั่วประเทศ แม้ว่าจะช่วยให้เด็กสามารถจบการศึกษาภาคบังคับได้แล้ว แต่โครงการยังคงมองหาช่องทางในการส่งต่อเด็กหลังจบชั้น ม.3 จึงได้เริ่มเชื่อมโยงการทำงานกับสถาบันอาชีวศึกษาในฐานะ ‘พี่เลี้ยงหลักสูตร’ เพื่อให้เด็กมีเส้นทางการศึกษาต่อเนื่องที่สามารถพาพวกเขาไปสู่การเปลี่ยนแปลงชีวิตได้อย่างแท้จริง“เมื่อมีผู้เชี่ยวชาญหลักสูตรมาช่วย เราสามารถแน่ใจได้ว่าเด็กจะมีกระบวนการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ ได้รับวุฒิการศึกษาที่ตรงตามมาตรฐาน ที่สำคัญคือการแนะแนวทางอาชีพโดยสถาบันอาชีวศึกษาจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจ และสื่อสารความเข้าใจให้เด็กได้ตั้งแต่ ม.ต้น ว่าการเรียนสายวิชาชีพมีสาขาใดบ้าง เรียนแล้วจะไปประกอบอาชีพอะไร แล้วจะเติบโตไปในเส้นทางไหนได้บ้าง ซึ่งเป็นการ ‘ขยายความหมายการเรียนรู้หรือการศึกษาในภาพใหญ่’ ที่เรายังถ่ายทอดไปถึงเด็กได้ไม่เพียงพอ ทั้งที่<strong>ข้อเท็จจริงคือเรามีแหล่งความรู้อยู่แล้ว แต่การทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนกับสถาบันการศึกษาสายอาชีพต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่แล้วในหลายพื้นที่ ยังเป็นสิ่งที่ต้องทำให้เกิดขึ้น </strong>และนอกจากนี้ความร่วมมือที่เกิดขึ้นจะช่วยต่อยอดเรื่องการหารายได้ระหว่างเรียน ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยจุดประกายให้เด็กเห็นคุณค่าของการเรียนรู้และการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ในทางกลับกันถึงเราหาเด็กจนพบ แต่หากไม่มีวิธีที่เหมาะสมในการดึงไปสู่การเรียนรู้ โอกาสที่เด็กจะหลุดออกไปอีกครั้งก็ยังเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-111452"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/ดร.ลฎาภา-มอร์เตโร.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ลฎาภา มอร์เตโร</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ลฎาภา มอร์เตโร ครูใหญ่ศูนย์การเรียน บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) </strong>ได้เสนอรูปแบบการทำงานของ เอส แอนด์ พี ซึ่งเป็นหนึ่งในโมเดลการพัฒนานวัตกรรมการเงินที่ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องมาแล้ว 16 ปี โดยเอส แอนด์ พี ได้ตั้งศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 เป็นสถานศึกษาในสถานประกอบการที่จัดการศึกษาระดับ ปวช. สาขาอาหาร โภชนาการ และธุรกิจค้าปลีก เพื่อครอบคลุมการดูแลทั้งพนักงาน นักเรียนนักศึกษาฝึกงาน ตลอดจนกลุ่มเยาวชนที่ขาดแคลนโอกาสจากทั่วประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ในช่วงชั้น ม.3 เพื่อให้พวกเขาได้เรียนรู้ทักษะอาชีพอย่างจริงจัง โดยเน้นการสร้างบุคลากรที่ต้นน้ำ ตั้งแต่การให้โอกาสการเรียนรู้จนถึงการได้รับวุฒิการศึกษาและต่อเนื่องไปจนถึงการรับเข้าทำงาน ซึ่งเป็นแนวทางที่มุ่งสร้างการพัฒนาอาชีพและโอกาสทางการศึกษาที่ยั่งยืน</p>



<p>“เรามองว่าความสำคัญของการเรียนรู้คือต้องมีเส้นทางที่ต่อเนื่อง และสิ่งที่เรียนจะต้องเชื่อมต่อกับการศึกษาในระบบหลักได้ รวมถึงผู้เรียนต้องมีทักษะและประสบการณ์ชีวิตเพื่อเอาตัวรอดในสังคม ดังนั้นตั้งแต่ปีแรก ๆ เอส แอนด์ พี จึงออกแบบหลักสูตรร่วมกับสถาบันอาชีวศึกษา เพื่อให้หลักสูตรสามารถการันตีวุฒิในการเรียนต่อ ปวส. หรือมหาวิทยาลัย <strong>ความสำคัญของการผลิตบุคลากรไม่ใช่แค่ให้เขาทำงานกับเราได้ แต่ต้องเป็นการเติมเต็มคนคนหนึ่งให้พร้อมทำงานได้ทุกที่ </strong>ศูนย์การเรียน เอส แอนด์ พี จึงเป็นสถาบันที่เน้นให้ผู้เรียนเติบโตได้ในสายอาชีพ เป็นโรงเรียนในโรงงานที่เตรียมพร้อมตั้งแต่ต้นทาง ที่จะผลิตคนที่พร้อมเติบโต ทำงานเป็น มีความรู้ สามารถประกอบอาชีพอิสระหรือมีกิจการของตัวเอง และสามารถปรับตัวกับทุกความเปลี่ยนแปลงได้ตลอดชีวิต”&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-090125/">วิจัย กสศ. ร่วมมือภาคเอกชน ขับเคลื่อน “Partnership Model” พัฒนานวัตกรรมการเงินเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>All for Education Partnership: กสศ. พร้อมภาคเอกชนร่วมคิดค้นนวัตกรรมการเงิน สร้างมิติใหม่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-311024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 31 Oct 2024 08:22:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[เคพีเอ็มจี ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิเอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิยุวพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=87786</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2567 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประช [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-311024/">All for Education Partnership: กสศ. พร้อมภาคเอกชนร่วมคิดค้นนวัตกรรมการเงิน สร้างมิติใหม่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2567 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็คเมืองทองธานี <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>จัดกิจกรรมเวิร์กช็อปร่วมกับภาคีภาคธุรกิจ อาทิ กลุ่มเซ็นทรัล มูลนิธิเอสซีจี บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) บริษัท เคพีเอ็มจี ประเทศไทย บริษัท สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด มูลนิธิยุวพัฒน์ เป็นต้น เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และการเตรียมความพร้อมในการพัฒนานวัตกรรมการเงินเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงประสบการณ์การทำงานด้านการศึกษา และระดมความคิดเห็นต่อแนวคิดการใช้นวัตกรรมการเงิน เพื่อส่งเสริมความเสมอภาคทางการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2a2c2a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/1-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. </strong>กล่าวต้อนรับและฉายภาพข้อมูลสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้ผู้เข้าร่วมได้รับทราบตัวเลขเด็กและเยาวชนอายุตั้งแต่ 3-18 ปี พบว่ามีเด็กกว่า 1.02 ล้านคน ที่อยู่นอกระบบการศึกษา รวมทั้งมีเด็กที่เสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษาอีกมากถึง 2.8 ล้านคน ซึ่งครัวเรือนมีรายได้เฉลี่ยอยู่ใต้เส้นความยากจน</p>



<p><strong>ดร.ไกรยส</strong> กล่าวว่า ในการช่วยเหลือเด็กเหล่านี้นอกจากจะต้องกำหนดมาตรการค้นหาและพาเด็กจำนวน 1.02 ล้านคน กลับเข้าสู่เส้นทางการศึกษาหรือการเรียนรู้แล้ว สิ่งที่ต้องทำควบคู่ไปด้วยคือการกำหนดมาตรการป้องกันเด็กอีก 2.8 ล้านคน ไม่ให้หลุดออกจากระบบการศึกษา เพราะการเริ่มต้นด้วยการป้องกันจะเป็นการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นเหตุ ซึ่งจะได้ผลและยั่งยืนมากที่สุด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c2e76c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/2-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ข้อมูลเส้นทางการศึกษาของนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ กสศ. เริ่มติดตามตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 จำนวน 168,307 คน พบว่ามีเด็กได้เรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ในปีการศึกษา 2563 จำนวน 134,760 คน คิดเป็น 80 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 20 เปอร์เซ็นต์ หรือ 33,547 คน หลุดออกจากระบบการศึกษาต่อ&nbsp;</p>



<p>ในปีการศึกษา 2566 นักเรียนยากจนและยากจนพิเศษกลุ่มนี้สามารถเรียนต่อระดับอุดมศึกษาผ่านระบบสอบคัดเลือก TCAS จำนวน 21,921 คน คิดเป็น 12.46 เปอร์เซ็นต์ และอีก 112,839 คน หรือ 67.54 เปอร์เซ็นต์ คือจำนวนเด็กที่ไม่มีข้อมูลในระบบ โดยอาจเป็นไปได้ว่าเด็กอาจไม่ได้เรียนต่อและออกไปประกอบอาชีพ หรือเรียนต่อโดยไม่ผ่านระบบ TCAS</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-91a07a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/33-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เพราะความยากจน ทำให้เราอาจต้องสูญเสียเด็กและเยาวชนที่มีศักยภาพ” <strong>ดร.ไกรยส </strong>กล่าว พร้อมกับอธิบายต่อว่า องค์การยูเนสโกได้ประเมินว่า หากประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการแก้ไขปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบให้เป็นศูนย์ หรือ Zero Dropout ได้สำเร็จ ประเทศไทยจะมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 1.7 เปอร์เซ็นต์ และหากนักเรียนที่อยู่ใต้เส้นความยากจนมีการศึกษาสูงกว่าภาคบังคับ จะช่วยสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงถึง 9 เปอร์เซ็นต์ด้วยเหตุนี้แนวคิด <strong>‘ปวงชนเพื่อการศึกษา’</strong> หรือ <strong>‘All for Education’</strong> จึงเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษาขึ้นมาได้</p>



<p><strong>ดร.ไกรยส</strong> ได้ยกตัวอย่างแนวคิด <strong>All for Education Partnership</strong> ที่ภาคธุรกิจมาร่วมกับ กสศ. เพื่อผลักดันประเด็นดังกล่าว โดย กสศ. จะทำหน้าที่ช่วยชี้เป้ากลุ่มเป้าหมาย และร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรม พร้อมกับขยายผลนวัตกรรมให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ทั้งนี้ได้มีข้อเสนอกลไกตลาดทุนเพื่อส่งเสริมความเสมอภาคทางการศึกษาและการพัฒนาทุนมนุษย์อย่างยั่งยืน ดังนี้</p>



<ol>
<li style="font-size:16px">ชุดข้อเสนอแก้ไขปัญหา Asymmetric Information</li>
</ol>



<ul>
<li style="font-size:16px">แพลตฟอร์มเพื่อส่งเสริมการลงทุน (Outcomes Fund เพื่อการศึกษา)</li>



<li style="font-size:16px">การส่งเสริมการออก Social Bond เพื่อการศึกษา</li>



<li style="font-size:16px">การหักสัดส่วนรายได้หรือกำไรเพื่อการศึกษา</li>
</ul>



<ol start="2">
<li style="font-size:16px">ชุดข้อเสนอสร้างแรงจูงใจ (incentive) เชิงสมัครใจและเชิงบังคับ</li>
</ol>



<ul>
<li style="font-size:16px">การใช้กฎหมายเพื่อส่งเสริมธุรกิจเพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility: CSR)</li>



<li style="font-size:16px">มาตรการสร้างแรงจูงใจแก่บริษัทจดทะเบียน</li>



<li style="font-size:16px">สถานประกอบการมีส่วนร่วมพัฒนากำลังคน</li>
</ul>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษากับบทบาทภาคธุรกิจ</strong></h2>



<p><strong>คุณสุธาสินี ศุภศิริสินธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาการศึกษาและสังคมอย่างยั่งยืน กลุ่มเซ็นทรัล</strong> ได้ร่วมแสดงความเห็นเกี่ยวกับความสำคัญของการยกระดับการศึกษา เพื่อให้การศึกษาเกิดความเสมอภาค จากที่ ดร.ไกรยส ได้ฉายภาพให้เห็นรายได้เฉลี่ยหลังสำเร็จการศึกษาของเยาวชนไทยตลอดช่วงชีวิต ที่พบว่ามีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 20,920 บาท ซึ่งเป็นช่วงรายได้ที่ไม่เสียภาษี อย่างไรก็ตาม คุณสุธาสินีระบุว่าสิ่งนี้เกี่ยวข้องกับภาพรวมเศรษฐกิจทั้งประเทศ จึงเล็งเห็นว่าครูเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นจึงต้องรวมการพัฒนาบุคลากรครูเข้าไปด้วย หากครูตระหนักถึงความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นก็จะสามารถเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยส่งเสริมภาพรวมการศึกษาทั้งระบบได้ และจะนำไปสู่การพัฒนาคนให้มีรายได้มีมากขึ้นจนถึงเกณฑ์ภาษี ซึ่งจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจทั้งประเทศ</p>



<p>ทั้งนี้กลุ่มเซ็นทรัลได้มีส่วนร่วมกับการส่งเสริมงานด้านการศึกษา โดยคุณสุธาสินีเล่าว่า มีการจัดอบรมและสนับสนุนบุคลากรครู เปิดมุมมองครูให้เห็นถึงผลกระทบในวงกว้างจากความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เน้นย้ำว่าครูคือกลไกสำคัญในการเปลี่ยนแปลงการศึกษาของประเทศ</p>



<p>“อีกกลไกสำคัญคือพ่อแม่ แต่เรายังเข้าไม่ถึงกลุ่มพ่อแม่ กลไกเดียวที่เราเข้าถึงตอนนี้ก็คือระบบครู เซ็นทรัลจึงพยายามที่จะช่วยพัฒนาครู ให้เขาเห็นความสำคัญในการขับเคลื่อนให้เด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพ” <strong>คุณสุธาสินี</strong>กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-24e615"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/5-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">สุธาสินี ศุภศิริสินธุ์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทางด้านตัวแทนจาก <strong>บริษัท เคพีเอ็มจี ประเทศไทย</strong> ระบุว่าทางบริษัทมีโครงการให้ทุนการศึกษา รวมถึงฝึกทักษะทางด้านบัญชี เทคโนโลยี และส่งเสริมความรู้ทางธุรกิจให้กับบริษัท มูลนิธิ และองค์กรต่างๆ โดยมองว่าสิ่งที่ภาคเอกชนจะมีส่วนช่วยได้มี 2 ประเด็นสำคัญ</p>



<p>ประเด็นแรก ต้องสร้างเครือข่ายให้กับภาคเอกชน เพราะมีหลายองค์กรที่อยากเข้ามาช่วยเหลืองานด้านการศึกษาเช่นเดียวกัน แต่ยังเริ่มต้นไม่ถูก ดังนั้นหากมีการสร้างเครือข่ายและบอกต่อเรื่องราวกันจะสามารถช่วยเหลือได้อีกมาก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f81adb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/6-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ถัดมาคือต้องมีการติดตามผลได้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ดำเนินการไปนั้นมีส่วนช่วยให้เกิดผลลัพธ์อย่างไร เช่น โครงการที่เคพีเอ็มจีทำอยู่จะพยายามขอเข้าไปเยี่ยมชม ติดตามผลทุก 3 เดือนว่าเป็นอย่างไรบ้าง การจัดการทางการเงินดีขึ้นหรือไม่ เพื่อที่จะสามารถนำไปต่อยอดขยายผลให้กับชุมชนอื่นต่อไป</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>นวัตกรรมการเงินเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</strong></h2>



<p>ในการประชุมได้มีการนำเสนอแนวคิดด้านนวัตกรรมการเงินและโมเดลตัวอย่างโดยที่ปรึกษาจากต่างประเทศ ซึ่งได้ช่วยขยายความว่านวัตกรรมการเงินเป็นเครื่องมือที่ค่อนข้างมีความยืดหยุ่น สามารถออกแบบเพื่อให้ตอบโจทย์คนที่อยากจะใช้งานได้ อยู่ที่ว่าเรามีปัญหาอะไรที่อยากจะแก้ไขก็สามารถที่จะออกแบบกลไกทางการเงินในการช่วยแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5d7362"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/7-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ตัวอย่างเช่น รัฐบาลสิงคโปร์และท้องถิ่นร่วมกันทำโมเดลนวัตกรรมทางการเงินแก้ปัญหาในประเทศตนเอง ซึ่งการทำงานลักษณะนี้เป็นการสร้าง partnership ในระยะยาว ทำให้สามารถวางแผนได้ดียิ่งขึ้น กล้าที่จะทำงานที่มีความท้าทายมากขึ้น</p>



<p>สำหรับ กสศ. มีการทดลองใช้เครื่องมือนี้อยู่บ้าง เช่น การออกหุ้นกู้ ซึ่งเป็นเครื่องมือทั่วไปที่บริษัทต่างๆ ใช้ ซึ่งต้องคิดต่อว่าจะทำอย่างไรให้ตอบโจทย์ทางสังคม และมีความโปร่งใสในวิธีการใช้เงิน ซึ่งจะต้องมีการนำเงินส่วนนี้เก็บไว้ในบัญชีแยก เพื่อทำให้มั่นใจว่าเงินส่วนนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อโครงการด้านสังคมอย่างแท้จริง รวมถึงมีการรายงานความก้าวหน้าและแผนการใช้เงินเป็นระยะ เพื่อที่จะเบิกเงินนี้ออกมาใช้งานในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นแบบของโครงการ Zero Dropout ที่ดำเนินงานร่วมกับบริษัท แสนสิริ</p>



<p>ภาพรวมความก้าวหน้าในการดำเนินงานโครงการ Zero Dropout ระยะ 2 ปีแรก ครอบคลุมเด็กแทบทุกช่วงวัย รวมถึงมีการพัฒนางานเชิงข้อมูลและสร้างกลไกจังหวัดที่รวมศูนย์ให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนมาทำงานร่วมกัน ช่วยกันขับเคลื่อนงานเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งกลไกจังหวัดทำให้มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นว่าเมื่อ กสศ. ถอนตัวออกไปแล้วการดำเนินงานจะยังสามารถขับเคลื่อนต่อได้</p>



<p>นอกจากนี้มีการอธิบายถึงรูปแบบโครงการที่จ่ายเงินตามผลลัพธ์ที่จะดำเนินการ โดยมีภาคเอกชนแบ่งรับความเสี่ยงโครงการ เริ่มจากผู้ให้บริการไปจับมือกับภาคเอกชน พัฒนาโครงการร่วมกัน ทำงานร่วมกันกับ กสศ. และผู้ประเมินผลลัพธ์โครงการเพื่อคัดเลือกตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ เมื่อดำเนินโครงการไปแล้วผู้ประเมินจะติดตามดูแลว่าเป็นอย่างไร หากไม่เป็นไปตามเป้าก็สามารถปรับการทำงานได้</p>



<p>การใช้งบประมาณตามโมเดลลักษณะนี้จะแตกต่างกับการให้ทุนแก่ผู้ให้บริการเพื่อนำไปดำเนินโครงการเองโดยขาดการติดตาม ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการจ่ายเงินตามผลลัพธ์ที่เป็นไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-40fb6f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/8-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-226d91"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/9-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โครงการเพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Thailand Zero Droupout</strong></h3>



<p><strong>โครงการป้องกัน ลดความเสี่ยงเยาวชนหลุดออกจากระบบการศึกษา</strong> จากข้อมูลเด็กนอกระบบการศึกษาประมาณ 1.02 ล้านคน โดยอยู่ในช่วงวัยการศึกษาภาคบังคับ (ป.1-ม.3) กว่า 300,000 คน คิดเป็น 38 เปอร์เซ็นต์ของเด็กนอกระบบ จึงนำไปสู่ ‘โครงการครูนางฟ้า’ เพื่อป้องกันหรือลดความเสี่ยงเยาวชนที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา</p>



<p>โครงการนี้ทำงานร่วมกันระหว่างสถานศึกษา สถานพยาบาล และหน่วยงานในท้องถิ่น ต่อยอดมาจากความสำเร็จของโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ในการบำบัดและเปลี่ยนพฤติกรรมเด็กที่มีความเสี่ยง ซึ่งโครงการจะจัดอบรมครูนางฟ้าในโรงเรียนต่างๆ ให้มีทักษะดูแลช่วยเหลือและให้คำปรึกษาแก่เด็กนักเรียน โดยในปี 2565 ได้รับทุนจากกองทุน Bkind ธนาคารกรุงเทพ ร่วมกับโรงเรียนคุณธรรม มูลนิธิยุวพัฒน์ ในการขยายผลไปยัง 4 โรงเรียนนำร่องในเครือข่ายโรงเรียนคุณธรรมในจังหวัดนราธิวาส สิงห์บุรี และนครปฐม</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โครงการสร้างทักษะในการประกอบอาชีพ</strong></h3>



<p>ในกลุ่มเปราะบางอย่างนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษ มีเพียง 1 ใน 10 ที่ได้เรียนต่อในระดับอุดมศึกษา โรงเรียนอนันตรักษ์การบริบาลจึงได้จัดทำ ‘โครงการพัฒนาอาชีพดูแลผู้สูงอายุ’ อาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการอบรมหลักสูตรดูแลผู้สูงอายุ จัดอบรมเรื่องนี้ให้กับเด็กที่มีฐานะยากจน กำพร้า ท้องไม่พร้อม เพื่อสร้างโอกาสการจ้างงานและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุให้ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธีไปพร้อมกัน</p>



<p>ส่วนกลุ่มเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก ในปี 2566 มีเยาวชนที่อยู่ในวัยการศึกษาภาคบังคับจำนวน 9,103 คน คิดเป็น 73 เปอร์เซ็นต์ของเยาวชนในสถานพินิจ ‘โครงการอบรมเยาวชนในสถานพินิจเพื่อการประกอบอาชีพ’ จึงได้ดำเนินโครงการร่วมกับภาคีต่างๆ ฝึกอาชีพที่หลากหลายและทักษะต่างๆ ให้เยาวชนในสถานพินิจ จังหวัดอุดรธานี ให้สามารถส่งต่อไปทำงานยังสถานประกอบการเพื่อสร้างอาชีพและรายได้</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>โครงการส่งเสริมเยาวชนกลุ่มพิเศษ</strong></h2>



<p>ปี 2565 ผู้พิการกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ได้รับการศึกษาถึงเพียงชั้นประถมศึกษา และมีผู้พิการกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศที่ยังขาดโอกาสในการจ้างงาน ทาง Vulcan Coalition จึงได้ริเริ่ม ‘โครงการจ้างงานผู้พิการเพื่อเป็น AI’ โดยมีการฝึกอบรมพัฒนาทักษะผู้พิการในการทำหน้าที่เป็น AI Trainer ช่วยจัดเตรียมข้อมูลในการพัฒนา AI ให้มีความคิดและเข้าใจภาษามนุษย์ โดยปัจจุบัน Vulcan มีพันธมิตรให้การสนับสนุนโครงการมากกว่า 60 องค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน</p>



<p>โครงการเหล่านี้ทาง กสศ. ได้นำเสนอให้กับภาคเอกชนที่มาร่วมประชุมและให้ร่วมกันระดมความเห็นว่าจะมีการร่วมมือกันพัฒนาและขยายผลอย่างไร พร้อมทั้งมองหาโอกาสในการทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะโอกาสในการพัฒนา <strong>‘กองทุน’</strong> หรือ <strong>‘กลไกการเงิน’</strong> ที่สนับสนุนโครงการที่มีเป้าหมายร่วมกันตามที่ได้นำเสนอ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-11ce90"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/10-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>คุณสุธีตา ชุณหรัศมิ์ ผู้อำนวยการโครงการด้านการศึกษาและพัฒนาเยาวชน มูลนิธิยุวพัฒน์</strong> นำเสนอ 4 วิธี ดังนี้</p>



<ol>
<li style="font-size:16px">ควรมีการแชร์คอนเนกชันระหว่างหน่วยงาน&nbsp;</li>



<li style="font-size:16px">ควรมีการแชร์กลุ่มเป้าหมายในโครงการที่แต่ละองค์กรทำอยู่ เช่น กลุ่มเด็กพิเศษ หรือเด็กด้อยโอกาส เป็นต้น เพื่อให้ได้พิจารณาว่ากลุ่มเป้าหมายใดเหมาะกับองค์กร</li>



<li style="font-size:16px">ควรแชร์วิธีการสร้างโครงการ เช่น โครงการให้ความรู้ด้านการเงินกับเด็กๆ ซึ่งสามารถแบ่งเด็กออกเป็นหลายช่วงวัย การแชร์วิธีการจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้การให้ความรู้มีประสิทธิภาพสูงสุด</li>



<li style="font-size:16px">ควรมีวิธีและช่องทางการแชร์ข้อมูลร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เลือกสรรคนที่จะมาอธิบายเรื่องเหล่านี้ให้เหมาะสม โดยอาจเน้นการใช้ช่องทางออนไลน์ หรือเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ เพื่อส่งสารไปให้ถึงกลุ่มที่ต้องการบอกกล่าว&nbsp;</li>
</ol>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-641541"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/11-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากนี้ตัวแทนจากภาคเอกชนต่างๆ เห็นตรงกันว่า ต้องมองที่องค์กรตนเองก่อนว่าต้องการโฟกัสกลุ่มเป้าหมายใดจึงจะเข้ามาขับเคลื่อนงานเป็นภาคีกัน ทั้งนี้จากการระดมความเห็นกันในกลุ่มย่อยเห็นร่วมกันในเรื่องการสนับสนุนการศึกษาแบบครบวงจร ไม่ว่ากลุ่มเป้าหมายในการทำงานจะเป็นเด็กที่เสี่ยงหรือเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาแล้วก็ตาม สุดท้ายเด็กควรจะต้องมีอาชีพและมีรายได้ตามความต้องการของเด็ก&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้การที่ประเทศไทยเป็นสังคมสูงวัยควรจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้มาก เพื่อให้ครอบคลุมถึงคนส่วนใหญ่ พร้อมกับต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะอาชีพชั้นสูงด้วย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-311024/">All for Education Partnership: กสศ. พร้อมภาคเอกชนร่วมคิดค้นนวัตกรรมการเงิน สร้างมิติใหม่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เลิกกังวลเรื่องการจ้างงานคนพิการว่าไม่คุ้มค่า ‘คาเฟ่อเมซอน’ พิสูจน์แล้ว! แนวคิดเรื่องการอยู่ร่วมเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจได้</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-230124/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Jan 2024 07:39:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ภูรี สมิทธิเนตย์]]></category>
		<category><![CDATA[Café Amazon for Chance]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=76359</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ถ้าทุกคนทุกฝ่ายขยับพร้อมกัน ช่วยกันสร้างพื้นที่โอกาสสำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-230124/">เลิกกังวลเรื่องการจ้างงานคนพิการว่าไม่คุ้มค่า ‘คาเฟ่อเมซอน’ พิสูจน์แล้ว! แนวคิดเรื่องการอยู่ร่วมเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจได้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ถ้าทุกคนทุกฝ่ายขยับพร้อมกัน ช่วยกันสร้างพื้นที่โอกาสสำหรับคนทุกกลุ่มจริง ๆ ผมเชื่อว่าความแตกต่างใด ๆ ก็ไม่ใช่ข้อแม้ที่จะจำกัดใครคนหนึ่งไว้จากโอกาสในการทำงาน หรือการค้นพบเส้นทางการพัฒนาตัวเองเพื่อประกอบอาชีพ”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>ภูรี สมิทธิเนตย์ หัวหน้าโครงการ Café Amazon for Chance บริษัท สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด </strong>หนึ่งในตัวแทนจากสถานประกอบการภาคเอกชน ที่เข้าร่วมโครงการทุนนวัตกรรรมสายอาชีพชั้นสูง สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ กสศ. กล่าวในงานประชุมเชิงปฏิบัติการ ‘ชวนคิดต่อ ข้อค้นพบ เคลื่อนระบบการศึกษาสายอาชีพสำหรับทุกคน’ ภายใต้โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ ที่มีตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หน่วยงานในระดับท้องถิ่นและภูมิภาค สถานศึกษาอาชีวศึกษา สถานประกอบการภาคเอกชน เครือข่ายองค์กรคนพิการ ผู้ปกครองของผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ รวมถึงตัวแทนผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษเข้าร่วม<strong> </strong>โดยพูดถึงการปรับปรุงพื้นที่และกระบวนการทำงาน เพื่อ ‘สร้างพื้นที่โอกาส’ ให้คนทุกกลุ่มสามารถทำงานร่วมกัน&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1c4fcf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/ภูรี-สมิทธิเนตย์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภูรี สมิทธิเนตย์ หัวหน้าโครงการ Café Amazon for Chance</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ภูรี</strong>เล่าว่า Amazon ได้ปรับสาขา 287 แห่ง ร่วมกับ 40 สาขา Franchisee ในโครงการ Café Amazon for Chance ให้มีการจ้างงานผู้พิการ ผู้สูงอายุ รวมถึงกลุ่มคนผู้มีความแตกต่างหลากหลายทุกประเภทมากกว่า 400 อัตรา ซึ่งหัวหน้าโครงการ Café Amazon for Chance ระบุว่า ได้รับผลตอบรับที่ดีจากผู้ใช้บริการ และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายความร่วมมือกับหลายฝ่ายในการสร้างงานสร้างอาชีพสำหรับผู้ต้องการโอกาสในสังคมทั้งในเชิงปริมาณ และการวางแนวทางที่ยั่งยืนระยะยาว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </p>



<p>“แนวคิดเรื่องการ ‘อยู่ร่วมกัน’ เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมาก เพราะวันนี้ทุกฝ่ายต่างมองว่า ‘ทุกคนในสังคม’ ควรได้มีเส้นทางพัฒนาตัวเอง สำหรับ Amazon เมื่อดำเนินโครงการมาเป็นเวลาหนึ่ง ก็พิสูจน์ได้ว่าตั้งแต่มีโครงการ Café Amazon for Chance ยอดขายเราสูงขึ้นกว่าเดิม แล้วเราเชื่อว่ากระแสความนิยมที่จุดติดแล้ว จะเป็นเทรนด์ (Trend) ของสังคมในอนาคต ซึ่ง Amazon จะมุ่งขยายความร่วมมือไปยังภาคีภาคส่วนต่าง ๆ เพิ่มขึ้น โดยเน้นที่การสร้างประสบการณ์ เชื่อมต่อ และส่งเสริมสนับสนุนผู้ต้องการโอกาสในการประกอบอาชีพ ในทุกเส้นทางที่เป็นได้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1ea884"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/2024_0119_Barista_02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>หัวหน้าโครงการ Café Amazon for Chance</strong> กล่าวว่า Amazon ได้ออกแบบปรับปรุงพื้นที่และติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน โดยจัดทำระบบอุปกรณ์ช่วยเหลือต่าง ๆ อาทิ เครื่องชงอัตโนมัติ หรือระบบเรียกคิว เพื่อส่งเสริมการทำงานให้มีประสิทธิภาพ พร้อมจัดฝึกอบรมพนักงานทุกคนให้มีประสิทธิภาพทัดเทียมกัน เพื่อสินค้าและบริการที่ได้มาตรฐาน&nbsp; </p>



<p>ส่วนอีกทางหนึ่ง Amazon ได้ร่วมมือกับสถาบันอาชีวศึกษา จัดการศึกษาระบบ ‘ทวิภาคี’ ใน ‘โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ’ ที่ กสศ. สอศ. คณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิยาลัย ดำเนินโครงการร่วมกัน เพื่อส่งเสริมเยาวชนผู้พิการที่มีศักยภาพ แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส ให้ใด้ศึกษาต่อในระดับ ปวส. โดยมุ่งขยายโอกาสการมีงานทำ ผ่านการ ‘สร้างความร่วมมือ’ ระหว่างสถาบันการศึกษาสายอาชีพ และ ภาคธุรกิจเอกชน ในฐานะ Social partners เพื่อเพิ่มโอกาสให้นักศึกษาทุน ฯ ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์จริง และเป็นบันไดต่อยอดสู่การมีงานทำหลังจบการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ceaa6a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/2024_0119_Barista-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายคือส่วนสำคัญ ทั้งสถาบันการศึกษา สถาบันส่งเสริมวิชาชีพ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อการทำงานกับเรา จนสามารถพัฒนาระบบจัดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะอาชีพ รวมถึงช่วยเพิ่มศักยภาพการดูแลตนเองของนักศึกษาทุนผู้มีความต้องการพิเศษ โดยเมื่อน้อง ๆ ผ่านสถานศึกษามายังสถานประกอบการ เราจะเติมเต็มเรื่องการปรับตัวกับการทำงาน มีการอบรมทักษะอื่น ๆ ที่จำเป็น เช่นการวางแผนบริหารจัดการเงิน เพื่อการใช้ชีวิตในปัจจุบันและเก็บออมสำหรับอนาคต&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“นอกจากนี้การจัดการศึกษาแบบทวิภาคี ยังจุดประกายให้เราคิดต่อยอดไปถึงการสนับสนุนการศึกษาเพื่อความก้าวหน้าในเส้นทางอาชีพ โดยสำหรับพนักงานที่ทำงานเป็นระยะเวลาหนึ่ง จะสามารถนำประสบการณ์ไปเทียบวุฒิการศึกษา แล้วนำประกาศนียบัตรไปใช้ศึกษาต่อ หรือใช้เพื่อปรับตำแหน่งงานตามคุณวุฒิ เนื่องจากโครงการ Café Amazon for Chance เราตั้งใจดำเนินการเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโอกาสจริง ๆ จึงอยากให้คนที่เข้ามาร่วมงานมีโอกาสเติบโตในทางใดทางหนึ่ง โดยไม่จำเป็นต้องทำงานกับเรา ดังนั้นใครที่ทำงานจนมีประสบการณ์และต้องการก้าวไปเป็นผู้ประกอบการเอง สามารถเข้าอบรมเรื่องระบบการทำงาน และเรียนรู้เกี่ยวกับการวางแผนและบริหารธุรกิจ ขณะที่ Amazon ยังพร้อมให้คำปรึกษาแนะนำ จนผู้ประกอบการหน้าใหม่สามารถหยั่งรากและเติบโตได้บนถนนสายธุรกิจ”</p>



<p><strong>และนี่คือหนึ่งแนวทางการ ‘สร้างพื้นที่โอกาสสำหรับทุกคน’ จากสถานประกอบการผู้เป็นกำลังสำคัญในโครงการ ‘ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ’ ที่แสดงหลักฐานเชิงประจักษ์และยืนยันว่า หากทุกภาคส่วนในสังคมปรับตัวเข้าหากัน เราจะพบหนทางที่เป็นไปได้ของการ ‘อยู่ร่วมกัน’ โดยไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังอีกต่อไป</strong></p>



<p></p>



<p><strong>อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง &#8211;</strong> <a href="https://www.eef.or.th/news-221223/" target="_blank" rel="noopener" title="">กสศ. ขับเคลื่อนการศึกษาสายอาชีพสู่การมีงานทำ ส่งเสริมสังคมเสมอภาคด้วย ‘ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง’ สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-230124/">เลิกกังวลเรื่องการจ้างงานคนพิการว่าไม่คุ้มค่า ‘คาเฟ่อเมซอน’ พิสูจน์แล้ว! แนวคิดเรื่องการอยู่ร่วมเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจได้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
