<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97-%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a5-%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 31 Oct 2024 08:22:44 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>All for Education Partnership: กสศ. พร้อมภาคเอกชนร่วมคิดค้นนวัตกรรมการเงิน สร้างมิติใหม่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-311024/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-311024</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 31 Oct 2024 08:22:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิยุวพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิเอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[เคพีเอ็มจี ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=87786</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2567 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประช [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-311024/">All for Education Partnership: กสศ. พร้อมภาคเอกชนร่วมคิดค้นนวัตกรรมการเงิน สร้างมิติใหม่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2567 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็คเมืองทองธานี <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>จัดกิจกรรมเวิร์กช็อปร่วมกับภาคีภาคธุรกิจ อาทิ กลุ่มเซ็นทรัล มูลนิธิเอสซีจี บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) บริษัท เคพีเอ็มจี ประเทศไทย บริษัท สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด มูลนิธิยุวพัฒน์ เป็นต้น เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และการเตรียมความพร้อมในการพัฒนานวัตกรรมการเงินเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงประสบการณ์การทำงานด้านการศึกษา และระดมความคิดเห็นต่อแนวคิดการใช้นวัตกรรมการเงิน เพื่อส่งเสริมความเสมอภาคทางการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2a2c2a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/1-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. </strong>กล่าวต้อนรับและฉายภาพข้อมูลสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้ผู้เข้าร่วมได้รับทราบตัวเลขเด็กและเยาวชนอายุตั้งแต่ 3-18 ปี พบว่ามีเด็กกว่า 1.02 ล้านคน ที่อยู่นอกระบบการศึกษา รวมทั้งมีเด็กที่เสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษาอีกมากถึง 2.8 ล้านคน ซึ่งครัวเรือนมีรายได้เฉลี่ยอยู่ใต้เส้นความยากจน</p>



<p><strong>ดร.ไกรยส</strong> กล่าวว่า ในการช่วยเหลือเด็กเหล่านี้นอกจากจะต้องกำหนดมาตรการค้นหาและพาเด็กจำนวน 1.02 ล้านคน กลับเข้าสู่เส้นทางการศึกษาหรือการเรียนรู้แล้ว สิ่งที่ต้องทำควบคู่ไปด้วยคือการกำหนดมาตรการป้องกันเด็กอีก 2.8 ล้านคน ไม่ให้หลุดออกจากระบบการศึกษา เพราะการเริ่มต้นด้วยการป้องกันจะเป็นการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นเหตุ ซึ่งจะได้ผลและยั่งยืนมากที่สุด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c2e76c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/2-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ข้อมูลเส้นทางการศึกษาของนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ กสศ. เริ่มติดตามตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 จำนวน 168,307 คน พบว่ามีเด็กได้เรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ในปีการศึกษา 2563 จำนวน 134,760 คน คิดเป็น 80 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 20 เปอร์เซ็นต์ หรือ 33,547 คน หลุดออกจากระบบการศึกษาต่อ&nbsp;</p>



<p>ในปีการศึกษา 2566 นักเรียนยากจนและยากจนพิเศษกลุ่มนี้สามารถเรียนต่อระดับอุดมศึกษาผ่านระบบสอบคัดเลือก TCAS จำนวน 21,921 คน คิดเป็น 12.46 เปอร์เซ็นต์ และอีก 112,839 คน หรือ 67.54 เปอร์เซ็นต์ คือจำนวนเด็กที่ไม่มีข้อมูลในระบบ โดยอาจเป็นไปได้ว่าเด็กอาจไม่ได้เรียนต่อและออกไปประกอบอาชีพ หรือเรียนต่อโดยไม่ผ่านระบบ TCAS</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-91a07a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/33-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เพราะความยากจน ทำให้เราอาจต้องสูญเสียเด็กและเยาวชนที่มีศักยภาพ” <strong>ดร.ไกรยส </strong>กล่าว พร้อมกับอธิบายต่อว่า องค์การยูเนสโกได้ประเมินว่า หากประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการแก้ไขปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบให้เป็นศูนย์ หรือ Zero Dropout ได้สำเร็จ ประเทศไทยจะมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 1.7 เปอร์เซ็นต์ และหากนักเรียนที่อยู่ใต้เส้นความยากจนมีการศึกษาสูงกว่าภาคบังคับ จะช่วยสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงถึง 9 เปอร์เซ็นต์ด้วยเหตุนี้แนวคิด <strong>‘ปวงชนเพื่อการศึกษา’</strong> หรือ <strong>‘All for Education’</strong> จึงเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษาขึ้นมาได้</p>



<p><strong>ดร.ไกรยส</strong> ได้ยกตัวอย่างแนวคิด <strong>All for Education Partnership</strong> ที่ภาคธุรกิจมาร่วมกับ กสศ. เพื่อผลักดันประเด็นดังกล่าว โดย กสศ. จะทำหน้าที่ช่วยชี้เป้ากลุ่มเป้าหมาย และร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรม พร้อมกับขยายผลนวัตกรรมให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ทั้งนี้ได้มีข้อเสนอกลไกตลาดทุนเพื่อส่งเสริมความเสมอภาคทางการศึกษาและการพัฒนาทุนมนุษย์อย่างยั่งยืน ดังนี้</p>



<ol>
<li style="font-size:16px">ชุดข้อเสนอแก้ไขปัญหา Asymmetric Information</li>
</ol>



<ul>
<li style="font-size:16px">แพลตฟอร์มเพื่อส่งเสริมการลงทุน (Outcomes Fund เพื่อการศึกษา)</li>



<li style="font-size:16px">การส่งเสริมการออก Social Bond เพื่อการศึกษา</li>



<li style="font-size:16px">การหักสัดส่วนรายได้หรือกำไรเพื่อการศึกษา</li>
</ul>



<ol start="2">
<li style="font-size:16px">ชุดข้อเสนอสร้างแรงจูงใจ (incentive) เชิงสมัครใจและเชิงบังคับ</li>
</ol>



<ul>
<li style="font-size:16px">การใช้กฎหมายเพื่อส่งเสริมธุรกิจเพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility: CSR)</li>



<li style="font-size:16px">มาตรการสร้างแรงจูงใจแก่บริษัทจดทะเบียน</li>



<li style="font-size:16px">สถานประกอบการมีส่วนร่วมพัฒนากำลังคน</li>
</ul>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษากับบทบาทภาคธุรกิจ</strong></h2>



<p><strong>คุณสุธาสินี ศุภศิริสินธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาการศึกษาและสังคมอย่างยั่งยืน กลุ่มเซ็นทรัล</strong> ได้ร่วมแสดงความเห็นเกี่ยวกับความสำคัญของการยกระดับการศึกษา เพื่อให้การศึกษาเกิดความเสมอภาค จากที่ ดร.ไกรยส ได้ฉายภาพให้เห็นรายได้เฉลี่ยหลังสำเร็จการศึกษาของเยาวชนไทยตลอดช่วงชีวิต ที่พบว่ามีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 20,920 บาท ซึ่งเป็นช่วงรายได้ที่ไม่เสียภาษี อย่างไรก็ตาม คุณสุธาสินีระบุว่าสิ่งนี้เกี่ยวข้องกับภาพรวมเศรษฐกิจทั้งประเทศ จึงเล็งเห็นว่าครูเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นจึงต้องรวมการพัฒนาบุคลากรครูเข้าไปด้วย หากครูตระหนักถึงความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นก็จะสามารถเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยส่งเสริมภาพรวมการศึกษาทั้งระบบได้ และจะนำไปสู่การพัฒนาคนให้มีรายได้มีมากขึ้นจนถึงเกณฑ์ภาษี ซึ่งจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจทั้งประเทศ</p>



<p>ทั้งนี้กลุ่มเซ็นทรัลได้มีส่วนร่วมกับการส่งเสริมงานด้านการศึกษา โดยคุณสุธาสินีเล่าว่า มีการจัดอบรมและสนับสนุนบุคลากรครู เปิดมุมมองครูให้เห็นถึงผลกระทบในวงกว้างจากความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เน้นย้ำว่าครูคือกลไกสำคัญในการเปลี่ยนแปลงการศึกษาของประเทศ</p>



<p>“อีกกลไกสำคัญคือพ่อแม่ แต่เรายังเข้าไม่ถึงกลุ่มพ่อแม่ กลไกเดียวที่เราเข้าถึงตอนนี้ก็คือระบบครู เซ็นทรัลจึงพยายามที่จะช่วยพัฒนาครู ให้เขาเห็นความสำคัญในการขับเคลื่อนให้เด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพ” <strong>คุณสุธาสินี</strong>กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-24e615"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/5-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">สุธาสินี ศุภศิริสินธุ์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทางด้านตัวแทนจาก <strong>บริษัท เคพีเอ็มจี ประเทศไทย</strong> ระบุว่าทางบริษัทมีโครงการให้ทุนการศึกษา รวมถึงฝึกทักษะทางด้านบัญชี เทคโนโลยี และส่งเสริมความรู้ทางธุรกิจให้กับบริษัท มูลนิธิ และองค์กรต่างๆ โดยมองว่าสิ่งที่ภาคเอกชนจะมีส่วนช่วยได้มี 2 ประเด็นสำคัญ</p>



<p>ประเด็นแรก ต้องสร้างเครือข่ายให้กับภาคเอกชน เพราะมีหลายองค์กรที่อยากเข้ามาช่วยเหลืองานด้านการศึกษาเช่นเดียวกัน แต่ยังเริ่มต้นไม่ถูก ดังนั้นหากมีการสร้างเครือข่ายและบอกต่อเรื่องราวกันจะสามารถช่วยเหลือได้อีกมาก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f81adb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/6-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ถัดมาคือต้องมีการติดตามผลได้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ดำเนินการไปนั้นมีส่วนช่วยให้เกิดผลลัพธ์อย่างไร เช่น โครงการที่เคพีเอ็มจีทำอยู่จะพยายามขอเข้าไปเยี่ยมชม ติดตามผลทุก 3 เดือนว่าเป็นอย่างไรบ้าง การจัดการทางการเงินดีขึ้นหรือไม่ เพื่อที่จะสามารถนำไปต่อยอดขยายผลให้กับชุมชนอื่นต่อไป</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>นวัตกรรมการเงินเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</strong></h2>



<p>ในการประชุมได้มีการนำเสนอแนวคิดด้านนวัตกรรมการเงินและโมเดลตัวอย่างโดยที่ปรึกษาจากต่างประเทศ ซึ่งได้ช่วยขยายความว่านวัตกรรมการเงินเป็นเครื่องมือที่ค่อนข้างมีความยืดหยุ่น สามารถออกแบบเพื่อให้ตอบโจทย์คนที่อยากจะใช้งานได้ อยู่ที่ว่าเรามีปัญหาอะไรที่อยากจะแก้ไขก็สามารถที่จะออกแบบกลไกทางการเงินในการช่วยแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5d7362"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/7-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ตัวอย่างเช่น รัฐบาลสิงคโปร์และท้องถิ่นร่วมกันทำโมเดลนวัตกรรมทางการเงินแก้ปัญหาในประเทศตนเอง ซึ่งการทำงานลักษณะนี้เป็นการสร้าง partnership ในระยะยาว ทำให้สามารถวางแผนได้ดียิ่งขึ้น กล้าที่จะทำงานที่มีความท้าทายมากขึ้น</p>



<p>สำหรับ กสศ. มีการทดลองใช้เครื่องมือนี้อยู่บ้าง เช่น การออกหุ้นกู้ ซึ่งเป็นเครื่องมือทั่วไปที่บริษัทต่างๆ ใช้ ซึ่งต้องคิดต่อว่าจะทำอย่างไรให้ตอบโจทย์ทางสังคม และมีความโปร่งใสในวิธีการใช้เงิน ซึ่งจะต้องมีการนำเงินส่วนนี้เก็บไว้ในบัญชีแยก เพื่อทำให้มั่นใจว่าเงินส่วนนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อโครงการด้านสังคมอย่างแท้จริง รวมถึงมีการรายงานความก้าวหน้าและแผนการใช้เงินเป็นระยะ เพื่อที่จะเบิกเงินนี้ออกมาใช้งานในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นแบบของโครงการ Zero Dropout ที่ดำเนินงานร่วมกับบริษัท แสนสิริ</p>



<p>ภาพรวมความก้าวหน้าในการดำเนินงานโครงการ Zero Dropout ระยะ 2 ปีแรก ครอบคลุมเด็กแทบทุกช่วงวัย รวมถึงมีการพัฒนางานเชิงข้อมูลและสร้างกลไกจังหวัดที่รวมศูนย์ให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนมาทำงานร่วมกัน ช่วยกันขับเคลื่อนงานเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งกลไกจังหวัดทำให้มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นว่าเมื่อ กสศ. ถอนตัวออกไปแล้วการดำเนินงานจะยังสามารถขับเคลื่อนต่อได้</p>



<p>นอกจากนี้มีการอธิบายถึงรูปแบบโครงการที่จ่ายเงินตามผลลัพธ์ที่จะดำเนินการ โดยมีภาคเอกชนแบ่งรับความเสี่ยงโครงการ เริ่มจากผู้ให้บริการไปจับมือกับภาคเอกชน พัฒนาโครงการร่วมกัน ทำงานร่วมกันกับ กสศ. และผู้ประเมินผลลัพธ์โครงการเพื่อคัดเลือกตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ เมื่อดำเนินโครงการไปแล้วผู้ประเมินจะติดตามดูแลว่าเป็นอย่างไร หากไม่เป็นไปตามเป้าก็สามารถปรับการทำงานได้</p>



<p>การใช้งบประมาณตามโมเดลลักษณะนี้จะแตกต่างกับการให้ทุนแก่ผู้ให้บริการเพื่อนำไปดำเนินโครงการเองโดยขาดการติดตาม ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการจ่ายเงินตามผลลัพธ์ที่เป็นไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-40fb6f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/8-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-226d91"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/9-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โครงการเพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Thailand Zero Droupout</strong></h3>



<p><strong>โครงการป้องกัน ลดความเสี่ยงเยาวชนหลุดออกจากระบบการศึกษา</strong> จากข้อมูลเด็กนอกระบบการศึกษาประมาณ 1.02 ล้านคน โดยอยู่ในช่วงวัยการศึกษาภาคบังคับ (ป.1-ม.3) กว่า 300,000 คน คิดเป็น 38 เปอร์เซ็นต์ของเด็กนอกระบบ จึงนำไปสู่ ‘โครงการครูนางฟ้า’ เพื่อป้องกันหรือลดความเสี่ยงเยาวชนที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา</p>



<p>โครงการนี้ทำงานร่วมกันระหว่างสถานศึกษา สถานพยาบาล และหน่วยงานในท้องถิ่น ต่อยอดมาจากความสำเร็จของโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ในการบำบัดและเปลี่ยนพฤติกรรมเด็กที่มีความเสี่ยง ซึ่งโครงการจะจัดอบรมครูนางฟ้าในโรงเรียนต่างๆ ให้มีทักษะดูแลช่วยเหลือและให้คำปรึกษาแก่เด็กนักเรียน โดยในปี 2565 ได้รับทุนจากกองทุน Bkind ธนาคารกรุงเทพ ร่วมกับโรงเรียนคุณธรรม มูลนิธิยุวพัฒน์ ในการขยายผลไปยัง 4 โรงเรียนนำร่องในเครือข่ายโรงเรียนคุณธรรมในจังหวัดนราธิวาส สิงห์บุรี และนครปฐม</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โครงการสร้างทักษะในการประกอบอาชีพ</strong></h3>



<p>ในกลุ่มเปราะบางอย่างนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษ มีเพียง 1 ใน 10 ที่ได้เรียนต่อในระดับอุดมศึกษา โรงเรียนอนันตรักษ์การบริบาลจึงได้จัดทำ ‘โครงการพัฒนาอาชีพดูแลผู้สูงอายุ’ อาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการอบรมหลักสูตรดูแลผู้สูงอายุ จัดอบรมเรื่องนี้ให้กับเด็กที่มีฐานะยากจน กำพร้า ท้องไม่พร้อม เพื่อสร้างโอกาสการจ้างงานและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุให้ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธีไปพร้อมกัน</p>



<p>ส่วนกลุ่มเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก ในปี 2566 มีเยาวชนที่อยู่ในวัยการศึกษาภาคบังคับจำนวน 9,103 คน คิดเป็น 73 เปอร์เซ็นต์ของเยาวชนในสถานพินิจ ‘โครงการอบรมเยาวชนในสถานพินิจเพื่อการประกอบอาชีพ’ จึงได้ดำเนินโครงการร่วมกับภาคีต่างๆ ฝึกอาชีพที่หลากหลายและทักษะต่างๆ ให้เยาวชนในสถานพินิจ จังหวัดอุดรธานี ให้สามารถส่งต่อไปทำงานยังสถานประกอบการเพื่อสร้างอาชีพและรายได้</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>โครงการส่งเสริมเยาวชนกลุ่มพิเศษ</strong></h2>



<p>ปี 2565 ผู้พิการกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ได้รับการศึกษาถึงเพียงชั้นประถมศึกษา และมีผู้พิการกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศที่ยังขาดโอกาสในการจ้างงาน ทาง Vulcan Coalition จึงได้ริเริ่ม ‘โครงการจ้างงานผู้พิการเพื่อเป็น AI’ โดยมีการฝึกอบรมพัฒนาทักษะผู้พิการในการทำหน้าที่เป็น AI Trainer ช่วยจัดเตรียมข้อมูลในการพัฒนา AI ให้มีความคิดและเข้าใจภาษามนุษย์ โดยปัจจุบัน Vulcan มีพันธมิตรให้การสนับสนุนโครงการมากกว่า 60 องค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน</p>



<p>โครงการเหล่านี้ทาง กสศ. ได้นำเสนอให้กับภาคเอกชนที่มาร่วมประชุมและให้ร่วมกันระดมความเห็นว่าจะมีการร่วมมือกันพัฒนาและขยายผลอย่างไร พร้อมทั้งมองหาโอกาสในการทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะโอกาสในการพัฒนา <strong>‘กองทุน’</strong> หรือ <strong>‘กลไกการเงิน’</strong> ที่สนับสนุนโครงการที่มีเป้าหมายร่วมกันตามที่ได้นำเสนอ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-11ce90"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/10-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>คุณสุธีตา ชุณหรัศมิ์ ผู้อำนวยการโครงการด้านการศึกษาและพัฒนาเยาวชน มูลนิธิยุวพัฒน์</strong> นำเสนอ 4 วิธี ดังนี้</p>



<ol>
<li style="font-size:16px">ควรมีการแชร์คอนเนกชันระหว่างหน่วยงาน&nbsp;</li>



<li style="font-size:16px">ควรมีการแชร์กลุ่มเป้าหมายในโครงการที่แต่ละองค์กรทำอยู่ เช่น กลุ่มเด็กพิเศษ หรือเด็กด้อยโอกาส เป็นต้น เพื่อให้ได้พิจารณาว่ากลุ่มเป้าหมายใดเหมาะกับองค์กร</li>



<li style="font-size:16px">ควรแชร์วิธีการสร้างโครงการ เช่น โครงการให้ความรู้ด้านการเงินกับเด็กๆ ซึ่งสามารถแบ่งเด็กออกเป็นหลายช่วงวัย การแชร์วิธีการจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้การให้ความรู้มีประสิทธิภาพสูงสุด</li>



<li style="font-size:16px">ควรมีวิธีและช่องทางการแชร์ข้อมูลร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เลือกสรรคนที่จะมาอธิบายเรื่องเหล่านี้ให้เหมาะสม โดยอาจเน้นการใช้ช่องทางออนไลน์ หรือเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ เพื่อส่งสารไปให้ถึงกลุ่มที่ต้องการบอกกล่าว&nbsp;</li>
</ol>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-641541"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/11-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากนี้ตัวแทนจากภาคเอกชนต่างๆ เห็นตรงกันว่า ต้องมองที่องค์กรตนเองก่อนว่าต้องการโฟกัสกลุ่มเป้าหมายใดจึงจะเข้ามาขับเคลื่อนงานเป็นภาคีกัน ทั้งนี้จากการระดมความเห็นกันในกลุ่มย่อยเห็นร่วมกันในเรื่องการสนับสนุนการศึกษาแบบครบวงจร ไม่ว่ากลุ่มเป้าหมายในการทำงานจะเป็นเด็กที่เสี่ยงหรือเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาแล้วก็ตาม สุดท้ายเด็กควรจะต้องมีอาชีพและมีรายได้ตามความต้องการของเด็ก&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้การที่ประเทศไทยเป็นสังคมสูงวัยควรจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้มาก เพื่อให้ครอบคลุมถึงคนส่วนใหญ่ พร้อมกับต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะอาชีพชั้นสูงด้วย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-311024/">All for Education Partnership: กสศ. พร้อมภาคเอกชนร่วมคิดค้นนวัตกรรมการเงิน สร้างมิติใหม่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ภาคเอกชนผนึกกำลัง กสศ.ร่วมสนับสนุนโครงการ ‘สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม &#8230;คนละมือ เพื่อมื้อน้อง’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/8974811-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=8974811-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 May 2020 12:51:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[2 ปี กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พูนสิทธิ์ ว่องธวัชชัย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย จิราธิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม คนละมือ เพื่อมื้อน้อง]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=14575</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภาคเอกชนผนึกกำลัง กสศ. ร่วมสนับสนุนโครงการ ‘สู้วิกฤตให้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/8974811-2/">ภาคเอกชนผนึกกำลัง กสศ.ร่วมสนับสนุนโครงการ ‘สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม …คนละมือ เพื่อมื้อน้อง’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-14600" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumbB.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumbB.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumbB-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumbB-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumbB-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<h4>ภาคเอกชนผนึกกำลัง กสศ. ร่วมสนับสนุนโครงการ ‘สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม &#8230;คนละมือ เพื่อมื้อน้อง’ ช่วยเติมเต็มมื้ออาหาร 15 วัน ให้เด็กนักเรียนยากจนกว่า 7 แสนคน <strong>หลังเผชิญการเลื่อนเปิดเทอม จากวิกฤตโควิด-19 เพื่อให้เยาวชนเข้าถึงการศึกษาและปัจจัยในการดำรงชีพ สู่การลดความเหลื่อมล้ำที่เป็นรูปธรรม </strong></h4>
<p>ในงานแถลงข่าววาระครบรอบ 2 ปีกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พร้อมเปิดตัวโครงการ ‘สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม &#8230;คนละมือ เพื่อมื้อน้อง’ เพื่อสานพลังเติมเต็มความช่วยเหลือนักเรียนยากจนพิเศษในช่วงเลื่อนเปิดเทอม ซึ่งได้รับความร่วมมือจากธุรกิจภาคเอกชน ได้แก่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน) และบริษัท กลุ่มเซ็นทรัลจำกัด ในการร่วมสนับสนุนโครงการร่วมสมทบเติมเต็มมื้ออาหาร ในภาวะที่การเปิดเทอมต้องเลื่อนออกไปอีก 46 วัน</p>
<p>โดยจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบไปถึงทุกภาคส่วนรวมถึงระบบการศึกษา ทำให้เด็กๆ ขาดแคลนอาหารจากการปิดเทอมที่ยาวนาน โดยเลื่อนไปเปิดเทอมในวันที่ 1 กรกฎาคม กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) ได้จัดสรรความช่วยเหลือเป็นเงินอุดหนุนค่าอาหารเพิ่มเติมให้กับนักเรียนยากจนพิเศษใน 3 สังกัด(สพฐ. ตชด. และ อปท.) ที่ กสศ. ดูแลอยู่ทั้งหมด ตั้งแต่ชั้น ป.1 ถึง ม.3 ทั่วประเทศ รวมถึงระดับอนุบาลอีก 10 จังหวัด</p>
<p>ทั้งนี้ กสศ. ได้ทยอยส่งมอบเงินช่วยเหลือเด็กรายละ 600 บาท สำหรับเป็นค่าอาหารเบื้องต้น 30 วัน สำหรับนักเรียน ป.1 ถึง ป.5 ไปถึงบัญชีโรงเรียนทั้งสิ้น 25, 480 โรงเรียน คิดเป็นจำนวนเด็กทั้งหมด 753, 997 คน ขณะที่ โครงการ ‘สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม &#8230;คนละมือ เพื่อมื้อน้อง’ มีจุดประสงค์เพื่อเติมเต็มมื้ออาหารอีก 15 วันที่ยังขาดแคลนของเด็กๆ ในช่วงก่อนเปิดเทอม</p>
<p><figure id="attachment_14578" aria-describedby="caption-attachment-14578" style="width: 2048px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-14578 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ac255.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ac255.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ac255-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ac255-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ac255-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ac255-1536x1024.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ac255-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ac255-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /><figcaption id="caption-attachment-14578" class="wp-caption-text">นายพูนสิทธิ์ ว่องธวัชชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลสู่ความยั่งยืน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน)</figcaption></figure></p>
<p>นายพูนสิทธิ์ ว่องธวัชชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลสู่ความยั่งยืน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน) ระบุว่า ภารกิจด้านการศึกษาของเด็กและเยาวชน เป็นเป้าหมายที่ทางธนาคารให้ความสำคัญ และสนับสนุนต่อเนื่องมาตลอด โดยที่ผ่านมาได้มีการมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนยากจนและเด็กด้อยโอกาส ในโครงการ CSR ที่มีชื่อว่า ‘เรื่องเงิน เรียนง่าย’ ที่ทางธนาคารได้มอบหมายให้อาสาสมัครพนักงานธนาคาร ลงพื้นที่เข้าไปให้ความรู้และคำแนะนำทางการเงินกับครอบครัวเด็กกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำมาแล้ว 5 ปี จนถึงปัจจุบัน ธนาคารสามารถให้ความช่วยเหลือที่ครอบคลุมโรงเรียนระดับชั้นประถม 5-6 มากกว่า 400 โรงเรียน และมีจำนวนนักเรียนที่ได้รับประโยชน์รวม 21, 000 คน</p>
<p>ทั้งนี้ เมื่อมีโครงการที่เกี่ยวกับการสนับสนุนด้านการศึกษาและคุณภาพชีวิตเด็ก ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน) จึงถือว่าเป็นอาณัติที่สำคัญขององค์กร และนำมาสู่ความร่วมมือที่เกิดขึ้นกับ กสศ. ในครั้งนี้</p>
<p>นายพูนสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า ทางธนาคารเชื่อมั่นว่าการศึกษาจะช่วยลดปัญหาความยากจน และจะช่วยพัฒนาประเทศในด้านธุรกิจและสังคมที่ยั่งยืนและต่อเนื่อง จึงเป็นเป้าหมายของธนาคารที่จะต้องสนับสนุนเด็กและเยาวชนให้เข้าถึงการศึกษา รวมถึงในภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้เด็กๆ ต้องขาดแคลนอาหารในช่วงปิดเทอมที่ยาวนานขึ้น ซึ่งนับเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งของการศึกษาเช่นกัน</p>
<p>โดยนอกเหนือจากความร่วมมือกับ กสศ. ในเรื่องการบริจาคเงิน ทางธนาคารยังพร้อมมีส่วนร่วมในการประชาสัมพันธ์โครงการ ผ่านฐานลูกค้าธนาคารและสาขาที่มีอยู่ทั่วประเทศ รวมถึงเครื่องมือหรือเทคโนโลยีต่างๆ เช่น ช่องทาง ATM</p>
<p>“เรามองถึงการเป็นพาร์ทเนอร์กับ กสศ. ในการให้ความช่วยเหลือเด็กระยะยาว โดยจะเป็นไปตามบริบทที่สามารถทำได้ เพื่อให้กิจกรรมเหล่านี้เข้าไปอยู่ในส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ของเด็กๆ เราคิดว่าการสนับสนุนให้เยาวชนเข้าถึงการศึกษาและปัจจัยในการดำรงชีพ คือการลดความเหลื่อมล้ำที่เป็นรูปธรรม ทางธนาคารกรุงศรีฯ จึงเข้ามาร่วมงานกับ กสศ. ในโครงการนี้ โดยทางเรามีช่องทางการเปิดรับบริจาคที่หลากหลาย ขณะที่ กสศ. เป็นเสมือนช่องทางที่จะทำให้ผู้ที่ต้องการบริจาคกับโรงเรียนหรือเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือได้มาพบกัน”</p>
<p><figure id="attachment_14579" aria-describedby="caption-attachment-14579" style="width: 2048px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-14579 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ac252.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ac252.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ac252-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ac252-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ac252-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ac252-1536x1024.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ac252-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ac252-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /><figcaption id="caption-attachment-14579" class="wp-caption-text">นายพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด</figcaption></figure></p>
<p>ทางด้านนายพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า การพยายามลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เป็นสิ่งที่องค์กรยึดถือและทำเสมอมา สำหรับโครงการ ‘สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม &#8230;คนละมือ เพื่อมื้อน้อง’ โดย กสศ. นับเป็นโครงการที่ดีและตรงกับจุดมุ่งหมายขององค์กร</p>
<p>โดยที่ผ่านมา บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด มีโครงการที่ทำร่วมกับ กสศ. อยู่แล้ว อาทิ การที่ JD เซ็นทรัล ได้นำผลิตภัณฑ์ที่เด็กนักเรียนในกลุ่มยากจนพิเศษทำขึ้น ไปขายผ่านระบบออนไลน์ และนั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความร่วมมือ เพราะหลังจากนี้ ทางเซ็นทรัลตั้งใจว่าจะดำเนินโครงการดีๆ ร่วมกับ กสศ. ต่อไปอีก</p>
<p>“เราดีใจที่ได้มีส่วนร่วมในโครงการที่มีเป้าหมายเพื่อเด็กและเยาวชนด้อยโอกาส เพราะตรงกับสิ่งที่ทางเซ็นทรัลได้ให้ความสำคัญอยู่แล้ว นั่นคือการพยายามลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยเฉพาะด้านการศึกษา โดยก่อนนี้ก็มีหลายโครงการที่เราทำร่วมกับ กสศ. มาก่อน ส่วนหลังจากนี้เราแน่ใจว่าจะมีโครงการดีๆ ร่วมกันตามมาอีก”</p>
<div class="text-center my-4"><a class="btn btn-donate btn-campaign-donate" href="/donate-covid" target="_blank" rel="noopener noreferrer">บริจาค</a></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/8974811-2/">ภาคเอกชนผนึกกำลัง กสศ.ร่วมสนับสนุนโครงการ ‘สู้วิกฤตให้น้องอิ่ม …คนละมือ เพื่อมื้อน้อง’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
