<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บทบาทของอุทยานการเรียนรู้ในการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 01 Feb 2022 11:53:28 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>บทบาทของอุทยานการเรียนรู้ในการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสศ. ร่วมหนุนบทบาทของ อปท. ‘ระดมความร่วมมือท้องถิ่น&#8230;พัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-eef-dla-learning-city/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Aug 2021 15:40:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[อปท.]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันพระปกเกล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย]]></category>
		<category><![CDATA[ดุริยา อมตวิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[จับมือร่วมสร้างเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[Learning City]]></category>
		<category><![CDATA[บทบาทของอุทยานการเรียนรู้ในการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[TK Park]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=44768</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากที่มีการคาดการณ์ว่าภายในปี พ.ศ.2573 ประชากรโลกมากกว่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-eef-dla-learning-city/">กสศ. ร่วมหนุนบทบาทของ อปท. ‘ระดมความร่วมมือท้องถิ่น…พัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากที่มีการคาดการณ์ว่าภายในปี พ.ศ.2573 ประชากรโลกมากกว่าร้อยละ 60 จะอาศัยอยู่ในเขตเมือง จึงนับเป็นความท้าทายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และ ‘คน’ ให้มีคุณภาพ ด้วยการสร้างพื้นที่เมืองให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยไม่ทิ้งคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไว้ข้างหลัง</p>



<p>เสวนาเรื่อง ‘บทบาทของอุทยานการเรียนรู้ในการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้’ จากงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการออนไลน์ ‘ร่วมสร้างสรรค์เครือข่ายสู่เป้าหมายเดียวกัน’ โดยสถาบันอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) ได้มีการระดมความคิดเกี่ยวกับความสำคัญของ อปท. กับการจัดการศึกษา รวมถึงการค้นหาแนวทางทำงานด้านการศึกษาในระดับท้องถิ่น โดยไม่เพียงมุ่งเฉพาะเด็กและเยาวชนที่อยู่ในระบบการศึกษา แต่ครอบคลุมถึงการจัดการศึกษาที่เหมาะสมสำหรับเด็กเยาวชนนอกระบบ รวมถึงสนับสนุนผู้ด้อยโอกาสทุกกลุ่ม ให้เข้าถึงการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองในทุกช่วงวัยและทุกสถานะ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญของการวางรากฐาน ‘เมืองแห่งการเรียนรู้’ ที่ยั่งยืน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1e65a9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/ร่วมหนุนบทบาทของ-อปท_09.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">‘การศึกษาคือคานงัดกับปัญหาสังคมทั้งหมด’</h2>



<p>ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย&nbsp; เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตว่า การกระจายอำนาจคือหัวใจที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาเชิงพื้นที่ บนพื้นฐานความแตกต่างตามภูมิสังคม หมายถึงด้วยการบริหารจัดการโดย อปท. ทำให้ท้องถิ่นสามารถผลักดันนโยบายและสร้างนวัตกรรมจากภายใน เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปตามบริบทความต้องการในพื้นที่นั้น ๆ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cf02b8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/ร่วมหนุนบทบาทของ-อปท_02.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย  เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า</figcaption></figure></div></div></div>



<p>ปัจจุบันแม้การจัดการศึกษาผ่าน อปท.ยังมีสัดส่วนไม่มากในภาพรวมของประเทศ แต่มีผลสัมฤทธิ์ที่แสดงให้เห็นความสำเร็จเรื่องการเปิดพื้นที่การศึกษาทางเลือก และด้วยขนาดการบริหารงานที่เล็กทำให้การทำงานมีเอกภาพ ช่วยร่นระยะห่างของผู้กำหนดนโยบายกับชุมชนให้แคบลง การปรับปรุงแก้ไขหรือทดลองแนวทางการพัฒนาใหม่ ๆ ทำได้รวดเร็ว มีความยืดหยุ่นสูง หลายพื้นที่สามารถแบ่งกลุ่มผู้เรียนตามความสนใจและความถนัดได้ เช่น โรงเรียนกีฬา หรือสถาบันฝึกวิชาชีพต่าง ๆ อีกทั้งยังสามารถนำหลักสูตรเฉพาะทางที่กำหนดโดยสมัชชาท้องถิ่นไปใช้ในโรงเรียนได้ทันที&nbsp;</p>



<p>“ท้องถิ่นสามารถสร้างกิจกรรมกลุ่มที่ปรับทุกอย่างเข้าสู่โจทย์ด้านการศึกษาได้ทั้งหมด ขยายปรัชญาการศึกษาเพื่อชุมชนไปในกลุ่มคนทุกช่วงชั้นและทุกช่วงวัยได้ เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ไม่ทอดทิ้งกลุ่มเปราะบางหรือเหลื่อมล้ำ อาทิ การจัดหัวข้อการเรียนรู้เรื่องการจัดการปัญหาขยะ การจราจร หรือภัยพิบัติ ให้ทุกคนในสังคมมีส่วนร่วมแก้ปัญหาและพัฒนาเมืองไปพร้อมกัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-02fcf3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/ร่วมหนุนบทบาทของ-อปท_10.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“เพราะการศึกษาคือคานงัดของการแก้ปัญหาสังคมทั้งหมด ท้องถิ่นจึงต้องสร้างพื้นที่เรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ขยายออกไปนอกพื้นที่โรงเรียน ด้วยบทบาทหน้าที่ 3 ส่วนในการสนับสนุนให้เกิดพื้นที่หาความรู้ได้ตลอดชีวิต อย่างแรกคือ ทำให้การศึกษามีคุณภาพเท่าเทียมกัน สองคือยกระดับมาตรฐานการศึกษาไปสู่ความเป็นเลิศ และสามคือพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุณภาพสังคม ให้ครอบคลุมถึงกลุ่มแรงงาน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบาง ให้การศึกษาทั้งในและนอกระบบตอบโจทย์การมีงานทำ เพิ่มพูนทักษะชีวิตและวิชาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ท้องถิ่นจำเป็นต้องเร่งจัดการอบรมและฟื้นฟูทักษะอาชีพเพื่อให้คนว่างงานได้กลับมามีงานทำใให้เร็วที่สุด”</p>



<p>ศ.วุฒิสารกล่าวสรุปว่า การจัดการศึกษาเพื่อสร้างคุณภาพสังคมไม่ได้มีจุดมุ่งหมายให้คนทุกคนได้รับเท่าเทียมกัน แต่ความสัมฤทธิ์ผลทางการศึกษาต้องช่วยลดความแตกต่างเหลื่อมล้ำ เชื่อมโยงกับทิศทางการพัฒนาเมือง เช่นในเขตอุตสาหกรรมการจัดการศึกษาต้องสนับสนุนให้เกิดแรงงานฝีมือจำนวนมาก หรือในพื้นที่เกษตรกรรมก็ต้องมีการส่งเสริมความรู้และเทคโนโลยีการเกษตร มีความชัดเจนว่าจะพัฒนาการศึกษาอย่างไรให้เป็นไปในทางเดียวกันกับภาคเศรษฐกิจของเมือง&nbsp;</p>



<p>ทุกวันนี้เราอาจได้เห็นแล้วว่าหลายโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลมีคุณภาพมากขึ้น แต่คำถามสำคัญที่ อปท. จำเป็นต้องขบคิดคือ ‘โอกาส’ หรือ ‘ความเสมอภาค’ ในการเข้าถึงการเรียนรู้เข้าถึงคนทุกคนในพื้นที่แล้วหรือยัง ซึ่งนั่นคือบทบาทที่ท้องถิ่นต้องทำให้เกิดขึ้น</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ช่องว่างความเหลื่อมล้ำที่ถ่างกว้างขึ้นหลังสถานการณ์โควิด-19</h2>



<p>ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) นำเสนอเรื่อง ‘การเรียนรู้ของผู้ด้อยโอกาสเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา’ ว่า การพัฒนาการศึกษาระดับท้องถิ่นจำเป็นต้องมีข้อมูลเชิงลึกช่วยฉายภาพสถานการณ์รอบด้าน ในมิตินี้ กสศ.ได้รวบรวมข้อมูลร่วมกับหน่วยงานต้นสังกัดต่าง ๆ เพื่อสะท้อนภาพความเหลื่อมล้ำของการศึกษาไทยในปัจจุบัน ซึ่งข้อมูลนี้จะมีประโยชน์กับ อปท.ในการนำไปพัฒนานโยบายพัฒนาการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bb8ece"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/ร่วมหนุนบทบาทของ-อปท_06.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p>โดยข้อมูลที่สำรวจได้ครั้งล่าสุดพบว่า มีเด็กเยาวชนในวัยการศึกษาภาคบังคับ (ก่อนวัยเรียน &#8211; ม.3) ที่เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาจากปัญหาความยากจนด้อยโอกาส 1.8 ล้านคน / มีประชากรวัยเรียนอายุ 6 &#8211; 14 ปี ที่ไม่มีชื่ออยู่ในระบบมากกว่า 4.3 แสนคน จำแนกได้เป็นกลุ่มที่เข้าเรียนช้าและกลุ่มที่เข้าเรียนแล้วออกกลางคัน / มีเด็กเยาวชนทุพพลภาพในระบบการศึกษาประมาณ 2 แสนกว่าคน&nbsp;</p>



<p>ตัวเลขเหล่านี้ชี้ว่าช่องว่างของประชากรที่มีโอกาสเรียนถึงระดับอุดมศึกษาถ่างกว้างมาก โดยเด็กที่อยู่ในครอบครัวยากจนที่สุดร้อยละ 20 ของประเทศ มีโอกาสเข้าสู่ระดับอุดมศึกษาเพียงร้อยละ 5 ขณะที่เด็กจากครอบครัวที่มีรายได้สูงกว่ากลุ่มร้อยละ 20 ที่ยากจนที่สุด มีโอกาสเรียนในระดับอุดมศึกษาถึงร้อยละ 90 &#8211; 100 ซึ่งเท่ากับช่องว่างห่างกันถึง 20 เท่า เป็นที่มาของความแตกต่างเหลื่อมล้ำด้านรายได้ที่จะสะท้อนไปถึงสถานะเศรษฐกิจสังคมของประชากรในอนาคต&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ae16ac"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/ร่วมหนุนบทบาทของ-อปท_13.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>นอกจากนี้ยังมีข้อมูลอีกชุดหนึ่งระบุว่า สถานการณ์โควิด-19 ทำให้รายได้ครัวเรือนของครอบครัวเด็กและเยาวชนที่มีความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา ลดลงเหลือไม่ถึง 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน จากเดิมที่ก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 อยู่ที่ราว 1,100 บาทต่อคนต่อเดือน&nbsp; ทั้งยังมีสมาชิกครัวเรือนประสบกับภาวะว่างงานเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 44 เป็นร้อยละ 73 ด้วยเหตุนี้จำนวนตัวเลขเด็กยากจนพิเศษจึงมีอัตราเพิ่มขึ้นไปที่ราว 3 แสนคนในปีที่ผ่านมา</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ย่อโจทย์ปัญหาให้เล็กลงด้วยการทำงานระดับพื้นที่</h2>



<p>กสศ.มีแนวทางการทำงานร่วมกับภาคีระดับท้องถิ่นกว่า 7,000 แห่ง เพื่อย่อส่วนปัญหาการศึกษาขนาดใหญ่มาสู่การทำงานระดับพื้นที่ และสร้างกลไกความร่วมมือที่นำโดย อปท. เพื่อลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำและพัฒนาพื้นที่ให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนทุกกลุ่ม</p>



<p>ข้อมูลที่ลึกระดับชุมชนเสริมด้วยงานวิชาการที่เข้มแข็ง จะเป็นเครื่องมือสนับสนุนท้องถิ่นให้ทำงานได้เร็วและตรงจุด ที่สำคัญคือ ต้องมีการจัดการงบประมาณบนหลักความเสมอภาค มองเห็นรอยต่อช่วงวัยของประชากร และต้องดึงทุกภาคส่วนในท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8ba7c5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/ร่วมหนุนบทบาทของ-อปท_11.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“กสศ.ได้พัฒนาแอปพลิเคชัน iSEE หรือระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ที่ย่อส่วนข้อมูลขนาดใหญ่หรือ Big Data ให้ใช้ได้บนแพลตฟอร์มแท็บเลตและสมาร์ทโฟน รวมรายละเอียดเกี่ยวกับเด็กยากจนพิเศษ และเด็กที่ไม่มีตัวตนในระบบการศึกษาทั่วประเทศไทย จำแนกออกตามพื้นที่ ปลีกย่อยในระดับโรงเรียนว่ามีกลุ่มเด็กที่เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษากี่คน พร้อมอัพเดตข้อมูลทุกปี ซึ่งท้องถิ่นสามารถนำไปใช้ได้ทันที</p>



<p>“ส่วนการจัดสรรงบประมาณบนหลักคิดเรื่องความเสมอภาค กสศ.ย้ำเสมอว่า ต้องไม่ใช้วิธีกระจายงบประมาณความช่วยเหลือให้เด็กทุกคนเท่ากัน แต่ต้องมองปลายทางว่าเราจะทำให้เด็กคนหนึ่งบรรลุเป้าหมายด้านการศึกษาทัดเทียมกับเด็กที่มีต้นทุนมากกว่าได้อย่างไร แล้วจัดสรรทรัพยากรลงไปยังกลุ่มเป้าหมายที่สอดคล้องกับความจำเป็นของเด็กแต่ละคน</p>



<p>“รอยต่อช่วงวัยของประชากร หมายถึงการพิจารณาออกแบบการดูแลช่วยเหลือทรัพยากรมนุษย์ตามช่วงอายุ ในเด็กปฐมวัย คนวัยเรียน วัยทำงาน หรือผู้สูงอายุ ย่อมต้องได้รับการดูแลที่แตกต่างและเหมาะสม ท้องถิ่นต้องสร้างกลไกที่สามารถกระจายหน้าที่ของหน่วยงานเฉพาะทางซึ่งมีความชำนาญต่างกันเข้ามาดูแลคนแต่ละช่วงวัยให้ได้ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคีในพื้นที่ต่อเนื่องไปถึงการทำงานที่จะช่วยพัฒนาทุนมนุษย์ตามโจทย์ความต้องการแรงงานในแต่ละท้องถิ่นด้วย”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a36352"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/ร่วมหนุนบทบาทของ-อปท_16.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>รองผู้จัดการ กสศ. สรุปว่า หากท้องถิ่นเห็นมิติการทำงานกับกลุ่มเป้าหมายในแต่ละช่วงวัยทั้งในและนอกระบบการศึกษาได้แล้ว นโยบายการทำงานและจัดสรรทรัพยากรจะตามมา เช่น เด็กในระบบการศึกษาต้องไปให้ถึงการจบการศึกษาเป็นเป้าหมายแรก และต้องมีงานที่สอดคล้องกับชีวิตรองรับ หรือท้องถิ่นจะสร้างพื้นที่ให้ผู้ที่จำเป็นต้องออกจากการศึกษาก่อนวัยอันควรเข้าถึงการเรียนรู้จากนอกระบบได้อย่างไร และข้อสุดท้ายคือทำให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนให้ได้ เพราะการแก้ปัญหาด้านการศึกษาเพื่อพัฒนาสู่การเป็นเมืองที่ประชากรทุกคนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต ไม่อาจทำได้โดยหน่วยงานใดเพียงลำพัง จะต้องมีภาครัฐ เอกชน ธุรกิจท้องถิ่น ประชาสังคม เอ็นจีโอ และประชาชนทุกคนเข้ามาร่วมมือกันพัฒนากลไก สร้างระบบการเรียนรู้ จัดการระบบข้อมูล และมีแผนติดตามการพัฒนาที่มองไปยังภาพระยะยาวของเมืองในอนาคต คือวันที่คนทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสในการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองได้อย่างเสมอภาค</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">พัฒนาสู่ ‘Learning City’ หรือ ‘เมืองแห่งการเรียนรู้’ ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการศึกษาในระบบ แต่ทุกคนต้อง ‘เข้าถึงโอกาส’ เรียนรู้</h2>



<p>ดุริยา อมตวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ อดีตรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และอดีตเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า ความสำคัญของ ‘การเรียนรู้’ หรือสร้าง ‘เมืองแห่งการเรียนรู้’ (Learning City) หมายถึงนอกจากการศึกษา เมืองต้องได้รับการพัฒนาไปพร้อมกันทุกด้าน ตั้งแต่สิ่งแวดล้อม สุขภาพพลเมือง และสวัสดิการรองรับ และต้องทำให้คนทุกกลุ่มในสังคมเข้าถึงการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองและมีงานทำ.</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cd62bb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/ร่วมหนุนบทบาทของ-อปท_05.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดุริยา อมตวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ</figcaption></figure></div></div></div>



<p>ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการกล่าวว่า ฝ่ายบริหารท้องถิ่นต้องมีนโยบายที่ฉายภาพให้ทุกคนในพื้นที่มองเห็นเป้าหมายร่วมกัน มีงบประมาณสนับสนุนกิจกรรมหรือหลักสูตร Upskill และ Reskill ตามทิศทางการพัฒนาภาคเศรษฐกิจท้องถิ่น เพื่อกระตุ้นให้พลเมืองมีอาชีพเลี้ยงตนเอง&nbsp;</p>



<p>“การช่วยเหลือกลุ่มประชากรที่ขาดการเข้าถึงโอกาสคือตัวแปรสำคัญในกลไกการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ ซึ่งแน่นอนว่าในวันนี้ การตั้งเป้าให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษาในระบบ 100% ยังไม่สามารถทำได้ แต่ถ้าจะไปให้ถึงตรงนั้น เราต้องค้นหาคนที่ตกหล่นไม่ได้รับการเหลียวแลให้พบ แล้วนำเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ให้ได้ในทางใดทางหนึ่ง พร้อมติดตามพัฒนาการต่อไป </p>



<p>“ท้ายที่สุด เป้าหมายของการสร้างเครือข่ายปฏิรูปการศึกษาที่เริ่มจากส่วนท้องถิ่นต้องมุ่งไปที่การพัฒนา ‘คน’ เพราะคนคือผู้สร้าง ผู้เปลี่ยนแปลง และผู้พัฒนาเมืองให้เดินหน้าไปในทิศทางที่ดีขึ้น ฉะนั้นการที่ท้องถิ่นสามารถทำให้คนคนหนึ่งเข้าถึง ‘โอกาส’ ที่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ คนเหล่านั้นเองก็จะมาช่วยกันสร้างพื้นที่ที่เขาอาศัยอยู่ ให้กลายเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งคนทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาเรียนรู้ในวิถีทางของตนเองได้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-62bec3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/ร่วมหนุนบทบาทของ-อปท_14.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-eef-dla-learning-city/">กสศ. ร่วมหนุนบทบาทของ อปท. ‘ระดมความร่วมมือท้องถิ่น…พัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
