<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>นอร์ท แคโรไลนา | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%97-%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 09 Sep 2020 10:32:45 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>นอร์ท แคโรไลนา | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เบี้ยเลี้ยงเด็ก ตัวช่วยสำคัญลดผลกระทบ COVID-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-09-09-20/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Sep 2020 10:32:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยดุ๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[Child Poverty]]></category>
		<category><![CDATA[นอร์ท แคโรไลนา]]></category>
		<category><![CDATA[ชนเผ่าอินเดียนแดง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=21169</guid>

					<description><![CDATA[<p>แปลและเรียบเรียง: นงลักษณ์ อัจนปัญญา &#160; ผู้สื่อข่าว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-09-09-20/">เบี้ยเลี้ยงเด็ก ตัวช่วยสำคัญลดผลกระทบ COVID-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<figure id="attachment_21171" aria-describedby="caption-attachment-21171" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" fetchpriority="high" class="wp-image-21171 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-1.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-1.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-1-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-1-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-1-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-21171" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ: unsplash-Siddhant Soni</figcaption></figure>
<p style="text-align: right;"><span style="font-weight: 400;"><strong>แปลและเรียบเรียง:</strong> นงลักษณ์ อัจนปัญญา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #008000;"><b>ผู้สื่อข่าวอาวุโสของหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทม์ส เผยบทความแสดงความคิดเห็นถึงสถานการณ์ไวรัส </b><b>COVID-</b><b>19 ว่าถึงจะมีผลกระทบต่อเด็กในเชิงรูปธรรมไม่เท่ากับที่เห็นในวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ แต่วิกฤติการระบาดที่เกิดขึ้น ก็มีผลในการทำลายโอกาสและคุณภาพชีวิตของบรรดาเด็กๆ หลายร้อยล้านคนทั่วโลกในอนาคต โดยเฉพาะเด็กยากจน และการให้ความช่วยเหลือทางด้านการเงินสามารถบรรเทาปัญหาดังกล่าวได้</b></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ </span><span style="font-weight: 400;">Jason DeParle </span><span style="font-weight: 400;">ผู้สื่อข่าวอาวุโส ได้ยกตัวอย่างกรณีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยดุ๊ก เรื่องเด็กนักเรียนยากจนชนเผ่าอินเดียนแดงในชนบทของนอร์ท แคโรไลนา เมื่อ 30 ปีที่แล้ว หลังได้รับส่วนแบ่งผลกำไรจากการเปิดบ่อนคาสิโนในพื้นที่ โดยพบว่า จำนวนเงินส่วนแบ่งที่เปรียบเสมือนการประกันรายได้ของครอบครัว ส่งผลให้เด็กนักเรียนจากครอบครัวเหล่านี้เรียนได้ดี เรียนจบ และเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมน้อยกว่า เมื่อเทียบกับเด็กในกลุ่มเดียวกันแต่ครอบครัวไม่ได้รับส่วนแบ่ง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาก็มีงานวิจัยอีกหลายตัวที่ออกมาเป็นหลักฐานให้บรรดาผู้เชี่ยวชาญได้ปรับมุมมองที่มีต่อความยากจนในเด็ก (</span><span style="font-weight: 400;">Child Poverty) </span><span style="font-weight: 400;">ที่ว่า การให้ที่หน่วยงานภาครัฐ หรือองค์กรประชาสังคมที่เกี่ยวข้องสามารถจัดสรรเงินช่วยเหลือ เป็นเบี้ยเลี้ยงโดยเจาะจงไปที่การให้แก่เด็กนักเรียนยากจนโดยตรง เป็นประโยชน์อย่างมากต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กเหล่านั้นในภายหลัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และผลลัพธ์จากงานศึกษาวิจัยดังกล่าวก็ถือเป็นบทเรียนหลักสำหรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ เมื่อมีแนวโน้มว่า จำนวนเด็กที่ต้องการเงินช่วยเหลือจากรัฐและหน่วยงานต่างๆ จะเพิ่มทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ รายงานของสถาบันแห่งชาติด้านวิศวกรรมวิทยาศาสตร์และการแพทย์ เมื่อปีที่แล้ว ได้ลงมติความเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์ว่า ภาวะยากจน แม้จะเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้นๆ ก็สามารถเป็นอันตรายต่อชีวิตของเด็กคนหนึ่งในระยะยาว โดยเฉพาะเด็กที่เผชิญความยากจนตั้งแต่เล็ก เงิน คือเครื่องมือสำคัญที่จะมีส่วนช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากภาวะยากจน โดยการให้เงินชดเชยแก่ครอบครัวผู้มีรายได้ทำให้เด็กมีสุขภาพที่ดี ได้เรียนหนังสือ และหารายได้ได้มากขึ้นยามเติบโตขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายปีที่ผ่านมา หลายประเทศโดยเฉพาะกลุ่มประเทศร่ำรวยต่างออกมาตรการต่างๆ มากมายเพื่อปกป้องเด็กยากจนเหล่านี้ โดยมีอย่างน้อย 17 ประเทศ ที่จัดทำโครงการเสนอเบี้ยเลี้ยงให้แก่เด็ก ให้เงินเสริมแก่ครอบครัวเด็กยากจน และชนชี้นกลาง เพื่อให้พวกเขาเห็นประโยชน์ในการเลี้ยงดูผลักดันบุตรหลานในครอบครัวได้เรียนหนังสือ ตัวอย่างเช่น รัฐบาลแคนาดา ที่เพิ่งจะให้เงินเบี้ยเลี้ยงเด็กยากจนในประเทศรายละ 4,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ช่วยให้อัตราความยากจนของประเทศลดลงอย่างรวดเร็วถึง 1 ใน 3 ขณะที่ อังกฤษก็จัดทำโครงการจ่ายเงินเบี้ยเลี้ยงให้แก่เด็กยากจนนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2</span></p>
<blockquote><p><strong>ผลลัพธ์จากการให้เงินช่วยเหลือแก่เด็กยากจน ทำให้เด็กไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของแรงงานเด็ก ในขณะเดียวกันก็ทำให้ครอบครัวเห็นความสำคัญของการส่งบุตรหลานไปเรียนหนังสือ ซึ่งจะมีผลต่อสภาพเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยาว โดยเฉพาะเรื่องของอัตราการว่างงาน และคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยรวมในสังคม</strong></p></blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าเสียใจว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ในยุคปัจจุบัน และว่าที่รัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศในอนาคต กลับไม่เห็นความสำคัญของการโครงการเงินช่วยเหลือเด็กยากจน แม้จะมีหลักฐานการศึกษาหลายชิ้นในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาที่ยืนยันว่า อัตราเด็กยากจนในประเทศลดลงอย่างมาก จากบรรดาสารพัดโครงการช่วยเหลือจนอยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 13.7%  เพราะโครงการเงินช่วยเหลือต่างๆ ที่รัฐบาลชุดที่ผ่านๆ มา จัดทำขึ้น  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เห็นได้จากนโยบายหาเสียงเลือกตั้งของสองพรรคการเมืองที่กำลังขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดในขณะนี้ ไม่มีพรรคใดเลยที่เอ่ยถึงความสำคัญและการแก้ปํญหาเด็กยากจนในประเทศ ที่ถึงแม้จะลดลงมาแล้ว แต่ก็ยังถือว่าสูงอยู่ดี เมื่อเทียบกับมาตรฐานของกลุ่มประเทศร่ำรวยด้วยกัน โดยเด็กยากจนในสหรัฐฯ เฉลี่ยมีสูงถึง 65-90% เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศร่ำรวยที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นทางการอย่าง ออสเตรเลีย อังกฤษ แคนาดา และไอร์แลนด์ อีกทั้งเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศเหล่านี้ การใช้จ่ายเงินของรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อเด็กยากจนเมื่อเทียบกับสัดส่วนขนาดเศรษฐกิจยังถือว่าอยู่ในอันดับรั้งท้ายอีกด้วย</span></p>
<figure id="attachment_21172" aria-describedby="caption-attachment-21172" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-21172 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-3.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-3.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-3-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-3-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-3-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-21172" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ: Brian Rea</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่า เงินอาจไม่ได้ช่วยแก้ปํญหาความยากจนในเด็กที่ต้นตออย่างแท้จริง แต่เงินก็มีส่วนช่วยเด็กในแง่ของการซื้อหาสิ่งของจำเป็นอย่าง อาหาร และช่วยให้เข้าถึงที่อยู่อาศัย โรงเรียน และบริการสุขภาพที่ดีและจำเป็นต่อพัฒนาการของตัวเด็กเอง ขณะเดียวกัน การให้เงินช่วยเหลือก็มีส่วนสำคัญในการลดความตึงเครียดในเด็ก โดยมีงานวิจัยทางวิชาการหลายต่อหลายชิ้นยืนยันแล้วว่า เด็กที่เผชิญหน้ากับความเครียดจะมีผลลบต่อโครงสร้าง และการทำงานของสมองแบบถาวร สร้างความเสียหายต่อความสามารถในการเรียนรู้ของเด็ก ทำให้เกิดโรคหัวใจและโรคอ้วนในภายหลังได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้สื่อข่าวอาวุโสรายนี้กล่าวว่า สถานการณ์ความยากจนในเด็ก และคนทุกเพศทุกวัยในสังคมอเมริกัน แต่เดิมก็ค่อนข้างอยู่ในระดับที่เลวร้ายอยู่แล้ว ดังนั้น จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าวิกฤตการระบาดของ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 ที่ทำให้เศรษฐกิจถดถอยจะยิ่งทำให้สถานการณ์ของเด็กยากจนทวีความรุนแรงมากขึ้นเพียงใด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การปิดโรงเรียนจำกัดเด็กให้อยู่แต่ในบ้านไม่เพียงทำให้ความเครียดของเด็กเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้ช่องว่างระหว่างเด็กยากจนและเด็กร่ำรวยเปิดกว้างมากขึ้น และเสี่ยงส่งผลต่อความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กสองกลุ่มนี้ โดย </span><span style="font-weight: 400;">Sean F. Reardon </span><span style="font-weight: 400;">นักสังคมวิทยาจากสแตนฟอร์ด พบว่า เด็กยากจนในเกรด 8 มีระดับการเรียนรู้ด้านคณิตศาสตร์ และทักษะการอ่านเทียบเท่ากับเด็กร่ำรวยที่เรียนในเกรด 4 </span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น การระบาดของ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 ส่งผลต่อปัญหาปากท้องและโภชนาการของเด็กยากจน โดยผลการสำรวจ 4 แห่งแสดงให้เห็นว่ามีเด็กหิวโหยเพิ่มมากขึ้น ขณะที่คลังอาหารหลายแห่งก็มีจำนวนเด็กที่มาต่อแถวขอรับอาหารเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ </span></p></blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">Bruce Lesley </span><span style="font-weight: 400;">ประธาน </span><span style="font-weight: 400;">First Focus on Children </span><span style="font-weight: 400;">องค์การเอ็นจีโอที่มุ่งให้ความช่วยเหลือเด็กในสหรัฐฯ กล่าวว่า เด็กๆ ไม่ได้มีความเป็นอยู่ที่ดีเลยกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และได้รับผลกระทบในทุกแง่มุมของชีวิต ยิ่งไม่ต้องพูดถึงผลกระทบในระยะยาวเมื่อเด็กเหล่านี้เติบโตและก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการหางาน และการได้ทำงานที่ได้รับผลตอบแทนที่ดีและเพียงพอต่อการยกระดับคุณภาพชีวิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Jason DeParle </span><span style="font-weight: 400;">ผู้สื่อข่าวอาวุโส ยังใช้โอกาสนี้รวบรวมหลักฐานงานวิจัยและการศึกษาหลายชิ้นที่พบว่า การให้เงินช่วยเหลือแก่เด็กยากจนโดยตรงให้เป็นเบี้ยเลี้ยงในการดำรงชีวิต นอกเหนือไปจากการจัดสรรทุนการศึกษา มีส่วนสำคัญอย่างมากในการช่วยให้เด็กได้เข้าถึงการศึกษาและมีคุณภาพชีวิตที่ดีและทัดเทียมกับเพื่อนในวัยเดียวกัน ซึ่งเงินที่เด็กเหล่านี้ได้รับจากรัฐ หรือองค์กรต่างๆ ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เด็กสามารถหลุดพ้นจากวงจรความยากจนในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน ในส่วนของความวิตกว่า การให้เงินแก่เด็กอาจมีผลเสียต่อสังคม โดยเฉพาะในเด็กจากครอบครัวที่พ่อแม่ผู้ปกครองมีปัญหาพัวพันด้านยาเสพติด หรือความรุนแรงต่างๆ จนเด็กอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือ ในส่วนนี้ ผู้สื่อข่าวอาวุโสแนะนำว่า รัฐต้องร่วมมือกับหน่วยงานองค์กรทั้งของรัฐ เอกชน และประชาสังคมในการวางกลไกคัดกรองตรวจสอบอย่างเข้มงวด ก่อนปิดท้ายว่า ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม การให้เงินช่วยเหลือเด็กยากจนก็ถือเป็นหนึ่งในแนวทางแก้ปํญหาที่สมควรนำมาใช้และผลักดันให้เกิดขึ้นให้ได้ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ที่มา:</strong> <a href="https://www.nytimes.com/2020/08/22/sunday-review/coronavirus-poverty-child-allowance.html?smid=fb-share&amp;fbclid=IwAR0i8jziyqRPTQ5JNJi2avSmeft0BJMN3iXN63nnt3TwYUtld6q6WOUmHo4" target="_blank" rel="noopener noreferrer">The Coronavirus Generation</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-09-09-20/">เบี้ยเลี้ยงเด็ก ตัวช่วยสำคัญลดผลกระทบ COVID-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
