<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>นวัตกรรมต้นแบบ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 27 May 2020 04:21:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.12</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>นวัตกรรมต้นแบบ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ผู้เรียนต้องเรียนรู้โดยการกำกับตัวเอง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/408-3/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=408-3</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 May 2020 04:21:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[นวัตกรรมต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ธันยวิช วิเชียรพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[High Functioning Classroom]]></category>
		<category><![CDATA[Self-directed learning]]></category>
		<category><![CDATA[E-Learning]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=14266</guid>

					<description><![CDATA[<p>ม.ศรีปทุม​ เสนอแผนปรับหลักสูตร TSQP รับมือ COVID-19 คงค [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/408-3/">ผู้เรียนต้องเรียนรู้โดยการกำกับตัวเอง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-14269" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumbnail-1-1.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumbnail-1-1.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumbnail-1-1-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumbnail-1-1-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumbnail-1-1-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<h4 style="text-align: center;">ม.ศรีปทุม​ เสนอแผนปรับหลักสูตร TSQP<br />
รับมือ COVID-19 คงความเป็นชั้นเรียนคุณภาพ</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือนและยังไม่มีทีท่าว่าจะสามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคนี้ได้ จนกระทรวงศึกษาธิการต้องเลื่อนการเปิดเรียนออกไปเป็นเดือน ก.ค. และอาจไม่สามารถเข้ามาเรียนตามปกติที่โรงเรียนได้นำมาสู่การคิดหาทางออกสำหรับรูปแบบการเรียนการสอนแนวใหม่ ที่มีทั้งระบบออนไลน์และออฟไลน์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สำหรับโรงเรียนในถิ่นทุระกันดารปัญหาที่เกิดขึ้นยิ่งทำให้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เป็นอยู่ ยิ่งรุนแรงมากขึ้น และผู้ที่เกี่ยวข้องจำเป็นจะต้องเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับโรงเรียนในโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (TSQP) ของ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)​ ที่ต้องปรับแผนรับมือสถานการณ์ที่เป็นอยู่</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">ผู้เรียนต้องเรียนรู้โดยการกำกับตัวเอง</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">รศ.ดร.ธันยวิช วิเชียรพันธ์ จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี ​หนึ่งในภาคีเครือข่ายโครงการ TSQP ระบุว่า​สำหรับโรงเรียนที่อยู่พื้นที่ทุระกันดาร เด็กจำนวนหนึ่งเข้าไม่ถึงไฟฟ้า ไม่มีอินเตอร์เน็ต ก็อาจต้องปรับไปใช้การศึกษาทางไกลคล้ายรูปแบบในอดีตที่ใช้การเรียนทางไปรษณีย์เป็นการเรียนแบบออฟไลน์ เช่น มีชุดบ็อกซ์เซ็ท​​  ซึ่งผู้เรียนต้องเรียนรู้โดยการกำกับตัวเอง หรือ Self-directed learning  ต้องมีวินัยในการเรียนรู้สูง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในส่วนของที่มหาวิทยาลัยศรีปทุมฯ รับผิดชอบนั้น ได้เตรียมที่จะจัดการเรียนการสอนแบบทางไกล ซึ่งมีทั้ง Digital Platform แบบออนไลน์​และ Analog แบบ Offline  โดยส่วนแรก แบบออนไลน์จะมีองค์ประกอบเรื่องอุปกรณ์เทคโนโลยีการออกแบบการจัดการเรียนการสอน​ทั้งเรื่องเนื้อหา วิธีการสอน ไปจนถึงเรื่องการสั่งงานเพื่อให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง โดยยังคงเน้นไปที่กิจกรรมที่ให้นักเรียนได้คิดวิเคราะห์และคิดสร้างสรรค์</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">ทำให้ห้องเรียน เป็น High Functioning Classroom</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญคือการให้นักเรียนได้นำเสนอผลงานของตัวเอง ซึ่งจะมีทั้งงานรายบุคคล และ งานกลุ่ม 2-3 คน ที่นักเรียนสะดวกติดต่อสื่อสารกัน ซึ่งจะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อ ทำให้ห้องเรียนออนไลน์มีลักษณะเป็น High Functioning Classroom</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รศ.ดร.ธันยวิช ระบุว่า การสอนแบบออนไลน์มีทั้งหมด 4 รูปแบบ ทั้ง 1 การสอนแบบบรรยายทั้งรูปแบบไลฟ์สดหรืออัดคลิปวีดีโอในลักษณะ E-Learning โดยวัดผลจากการส่งงานแบบฝึกหัด การตั้งคำถาม แสดงความเห็นในกระดานสนทนา 2  การสอนแบบอภิปรายปัญหาให้เกิดการวิเคราะห์สังเคราะห์ 3 การสอนแบบโครงการหรือการสร้างนวัตกรรม และ 4 การสอนแบบเกมหรือสถานการณ์จำลอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">ครูต้องเปลี่ยนจากนักบรรยายเป็นนักออกแบบสื่อประสม</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนการสอนแบบออฟไลน์ ซึ่งมีนักเรียนอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์  จึงอาจใช้อุปกรณ์อนาล็อคเท่าที่มี เช่น โทรทัศน์ วิทยุ แต่ถ้าในพื้นที่ที่ไม่มีแม้แต่ไฟฟ้า ก็จะใช้ชุดเรียนรู้ Paper based  แบบ Toolkit หรือ Package หรือทำเป็นบอร์ดเกม ซึ่งมีคู่มือเรียนรู้ด้วยตัวเอง โดยจะต้องมีความน่าสนใจ ท้าทาย และมีความหลากหลายกับผู้เรียนที่มีอายุแตกต่างกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ครูจะต้องผันตัวเองจากการเป็นนักบรรยายมาเป็นนักออกแบบสื่อประสมที่สอดคล้องและสัมพันธ์กับจุดมุ่งหมายเนื้อหาวิชาและประสบการณ์ของหน่วยใดหน่วยหนึ่งโดยเฉพาะ มีสื่อการสอนที่อยู่ในรูปวัสดุ อุปกรณ์ หรือวิธีการต่างๆ ที่จะช่วยสนับสนุนส่งเสริมการเรียนรู้เนื้อหาวิชาได้อย่างต่อเนื่องด้วยตัวเอง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รศ.ดร.ธันยวิช กล่าวว่า สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือกลุ่มเด็กด้อยโอกาสที่ปกติก็เข้าถึงการศึกษาปกติได้ยากอยู่แล้วเมื่อออกแบบการเรียนรู้ใหม่เป็นแบบออนไลน์ ยิ่งจะทำให้เด็กกลุ่มนี้เข้าถึงการศึกษาได้อยากยิ่งขึ้นดังนั้น เด็กกลุ่มนี้จึงเป็นเป้าหมายสำคัญที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาที่ควรได้รับการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน มิฉะนั้นช่องว่างของความเหลื่อมล้ำก็จะยิ่งห่างกว้างมากยิ่งขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/408-3/">ผู้เรียนต้องเรียนรู้โดยการกำกับตัวเอง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครูรุ่นใหม่ที่จะมาสอนคนรุ่นใหม่ต้องเป็นยังไง?</title>
		<link>https://www.eef.or.th/8511-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=8511-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Jan 2020 04:24:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[Society Inclusive School]]></category>
		<category><![CDATA[วันครู]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมต้นแบบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=10560</guid>

					<description><![CDATA[<p>ที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นส่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/8511-2/">ครูรุ่นใหม่ที่จะมาสอนคนรุ่นใหม่ต้องเป็นยังไง?</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นส่งผลต่อการดำรงชีวิต ครอบครัวและสังคมมีปัญหามากขึ้น ซับซ้อนขึ้น ทั้งแตกต่างจากเดิม โรงเรียนจึงต้องมีบทบาทกับเด็กมากขึ้น เพราะเป็นเหมือนบ้านอีกหลังที่เด็กใช้เวลาอยู่มากกว่าหรือพอๆ กับที่บ้าน</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-10566" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/0J0A4886.jpg" alt="" width="5760" height="3840" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/0J0A4886.jpg 5760w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/0J0A4886-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/0J0A4886-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/0J0A4886-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/0J0A4886-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/0J0A4886-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 5760px) 100vw, 5760px" />รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ
คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ.</pre>
<p>ทางเราได้โอกาสไปพูดคุยกับ รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) <strong><em>ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงการศึกษากว่า 47 ปี </em></strong>ถึงมุมมองของการ Transform ตัวเองเป็น “ครูยุคใหม่” ให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง,,,</p>
<p>อย่างแรก โรงเรียนต้องทำหน้าที่อะไร?</p>
<p><strong>โรงเรียนต้องไม่ใช่แค่สถานที่สอนหนังสือ แต่ต้องถ่ายทอดให้เด็กได้ทั้งวิชาการ และวิชาชีวิต </strong>โดยเฉพาะอย่างหลังที่ต้องให้ความสำคัญมากกว่าเดิม เพราะวิชาการทุกวันนี้เด็กสามารถเรียนผ่านสื่ออื่นๆ ได้ แต่เรื่องของชีวิตต้องใช้เวลาอบรม บ่มเพาะประสบการณ์ ดังนั้นครูยุคใหม่ต้องเป็นดังที่ ร.9 ท่านตรัส คือ ต้องรักเด็ก และทำให้เด็กรักตนได้ ต้องเป็นผู้หล่อมหลอมให้เด็กรักตนเอง รักคนอื่น รักประเทศชาติ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง หัวใจสำคัญของการจะทำให้เกิดขึ้นคือพื้นฐานความสัมพันธ์ระหว่างครูกับเด็ก</p>
<p>ครูต้องดูแลทุกข์สุขของเด็กได้เป็นอย่างแรก เป็นหลักให้เขายึด หมายถึงถ้าเด็กมีความทุกข์ ไม่สบายใจ เราต้องบำบัดตรงนั้นก่อน คือต้องดูแลอารมณ์ จิตใจ เพราะถ้าเด็กไม่มีความสุขเสียแล้วก็ยากที่เราจะไปใส่เรื่องวิชาการให้เขา ดังนั้นต้องแก้ตรงนี้ก่อน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-10568" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/b.jpg" alt="" width="1193" height="389" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/b.jpg 1193w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/b-300x98.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/b-768x250.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/b-1024x334.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1193px) 100vw, 1193px" /></p>
<p><strong>โรงเรียนจึงต้องเป็นสถานที่ปลอดภัยทั้งทางด้านกายภาพและจิตใจ </strong></p>
<p>สิ่งนี้สำคัญยิ่งกว่าการสอนด้านวิชาการ เพราะวิชาการเรามีหลักขั้นตอนการสอนที่ชัดเจน สอนง่ายกว่า <strong>แต่การที่ครูคนหนึ่งจะเข้าถึงเด็ก ต้องมีวิธีการพูดคุย เห็นอกเห็นใจ ไม่ตัดสินเขาจากความผิดแค่ครั้งเดียว</strong> การไม่ทำการบ้านหนึ่งวันไม่ได้จะหมายความว่าต้องถูกตราหน้าว่าเป็นเด็กไม่รับผิดชอบ ครูต้องเข้าใจเขาให้ได้ก่อน ต้องจำไว้ว่าคำพูดของครูแต่ละคำมีผลทำร้ายเด็กได้ ครูต้องสร้างบรรยากาศระหว่างตนกับเด็ก ให้เด็กเข้ามาถึงมือให้ได้ ด้วยการสื่อสาร ความเข้าใจ ให้เด็กได้รู้สึกว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมในห้องเรียน ให้เขารู้ว่าเขาไม่ต้องเรียนเก่ง ให้เขารู้ว่าเขาแต่ละคนไม่เหมือนกัน มีความชอบและถนัดแตกต่างกัน</p>
<blockquote><p>“ในโลกยุคใหม่ ครูกับโรงเรียนต้องเปิดโอกาสให้เด็ก เราต้องยอมรับ ตรงนี้อาจไม่ใช่ความเท่าเทียม แต่มันเป็นโอกาสของความเสมอภาค คำว่าเสมอภาคคือเขาได้รับโอกาสในการเรียนรู้ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ที่แตกต่างกันของเด็กแต่ละคน”</p></blockquote>
<p>ดังนั้น <strong>ครูต้องมีสมรรถนะในการรับรู้ความแตกต่างระหว่างบุคคล</strong> สามารถสื่อสาร เข้าใจความรู้สึกของเด็กได้ นั่นคือสิ่งที่ครูรุ่นใหม่ต้องมี</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-10569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/0J0A4775.jpg" alt="" width="5760" height="3840" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/0J0A4775.jpg 5760w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/0J0A4775-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/0J0A4775-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/0J0A4775-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/0J0A4775-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/0J0A4775-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 5760px) 100vw, 5760px" /></p>
<p>&#8220;เด็กๆ เดี๋ยวนี้เขามีความทุกข์จากความคาดหวังของพ่อแม่ เมื่อเขาเป็นเด็กในห้องที่รวมด้วยเด็กเก่ง ทำให้เกิดความเครียด ความกดดันด้วยพ่อแม่จะคาดหวังให้เขามีผลการเรียนในระดับสูงติดต่อกันอยู่ตลอด นี่คือเรื่องที่ครูต้องเข้าถึง”</p>
<p><strong>ครูยุคใหม่ต้องไม่ใช่ผู้สอน แต่ต้องสร้างสภาพแวดล้อมในการเรียนได้</strong> สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กเรียนรู้โดยเชื่อว่าเขามีศักยภาพที่จะเรียนรู้ได้ ครูต้องสร้าง growth mindset ต้องเชื่อในการเติบโตทางความคิดของเด็ก</p>
<p>ดังนั้น<strong>ในโลกยุคใหม่ ครูกับโรงเรียนต้องเปิดโอกาสให้เด็ก เราต้องยอมรับ ตรงนี้อาจไม่ใช่ความเท่าเทียม แต่มันเป็นโอกาสของความเสมอภาค </strong>คำว่าเสมอภาคคือเขาได้รับโอกาสในการเรียนรู้ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ที่แตกต่างกันของเด็กแต่ละคน</p>
<p>“Society Inclusive School” คือการเปิดพื้นที่ให้เด็กเรียนรู้ที่จะแบ่งปัน เรียนรู้ที่จะเข้าใจคนอื่น มีมุมมองที่แตกต่างไปว่าภายใต้ความบกพร่องของเพื่อนที่เราเห็น เขามีความอัจฉริยภาพซึ่งดีกว่าเราอีก ถ้าครูยุคใหม่ไม่เปิดโอกาส แยกเด็กเก่งกับเด็กอ่อนออกจากกัน สิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้น อย่างที่สาธิตเกษตรเราจะให้เด็กเก่งเขาได้หันมาดูเพื่อนที่เรียนรู้ช้ากว่า เพราะขณะที่เด็กเก่งเขาไม่ได้เก่งทุกอย่าง เขาอาจคิดเลขเก่ง แต่เขาทำงานร่วมกับคนอื่นไม่เก่ง เขาวาดรูปไม่เก่งเท่าเพื่อนที่คิดเลขสู้เขาไม่ได้</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-10570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/IMG_4946.jpg" alt="" width="5472" height="3648" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/IMG_4946.jpg 5472w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/IMG_4946-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/IMG_4946-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/IMG_4946-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/IMG_4946-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/IMG_4946-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 5472px) 100vw, 5472px" /></p>
<p>เพราะฉะนั้นถ้าเราเอาเด็กกลุ่มนี้มาเรียนด้วยกัน เขาจะเข้าใจการทำงานร่วมกับคนอื่นที่มีความสามารถต่างกัน นี่คือทักษะในศตวรรษที่ 21 เราจะสร้างให้เกิดการทำงานร่วมกันเป็น ครูยุคใหม่ต้องเปิดโอกาสให้เด็กค้นหาตัวเองเป็น เข้าใจความแตกต่าง และต้องเชื่อว่าเด็กแต่ละคนเปลี่ยนแปลงได้</p>
<p>แต่ถ้าเราทำงานกับเด็กยากจน มันต้องเป็นอีกแบบ เป้าหมายที่เราจะสร้างให้เกิดในชุมชนหรือในหมู่บ้านคือการเอาตัวรอด เราไม่ได้สร้างให้เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ หรืออะไรที่มากกว่านั้น <strong>ถามว่าที่เราทำงานเป็นครู รางวัลของเราอยู่ที่เราได้เห็นเด็กช่วยเหลือตัวเองได้ นั่นคือความสุข</strong> และนี่เป็นสิ่งที่ทำให้เราต้องมาถามตัวเองว่าที่เราเป็นครูเพื่ออะไร คือ เงินเดือนก็เรื่องหนึ่ง แต่เวลาที่เรามาทำงาน เราต้องให้รางวัลตัวเองด้วยความสุขที่เราได้รับจากเด็ก เราทำให้เขาช่วยตัวเองได้ ทำให้เขาอยากเปลี่ยนแปลง</p>
<p><strong>ครูอยู่ที่ไหนก็มีคุณค่าเพราะว่าความเป็นครูมีหน้าที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับเด็ก</strong> แล้วจริงๆ ครูต้องไม่ทำงานแค่กับเด็ก ครูต้องทำงานกับผู้ปกครองสร้างความเข้าใจให้ถูกต้องด้วย ให้คำแนะนำสร้างสัมพันธภาพที่ดี ครูต้องทำงานกับชุมชน เพื่อให้เด็กอยู่ในชุมชนอย่างปลอดภัย</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-10571" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/IMG_4977.jpg" alt="" width="5472" height="3648" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/IMG_4977.jpg 5472w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/IMG_4977-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/IMG_4977-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/IMG_4977-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/IMG_4977-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/IMG_4977-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 5472px) 100vw, 5472px" /></p>
<blockquote><p>เนื่องในโอกาสวันครู</p>
<p>“จงมีความสุขให้ตัวเองจากการเป็นครู ผลที่ตามมานั้นเราทำสิ่งใดไว้เราก็ได้รับสิ่งนั้น ถ้าเราสุขกับการเห็นลูกศิษย์เราพัฒนา คนเป็นครูก็คือว่าต้องมีความสุขในงานที่เราทำ อย่าไปยึดผลตอบแทน เพราะถ้าเราทำความดี ผลกลับมาก็คือความดี เราก็จะมีพลัง</p>
<p>เพราะไม่มีอาชีพไหนที่ให้การตอบแทนทางจิตใจได้เท่าการเป็นครู…”</p></blockquote><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/8511-2/">ครูรุ่นใหม่ที่จะมาสอนคนรุ่นใหม่ต้องเป็นยังไง?</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เติมรายชื่อเด็กนอกระบบ กลุ่มตามพ่อแม่กลับบ้านเพราะผลกระทบ COVID-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/99658-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=99658-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 May 2020 04:59:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[นวัตกรรมต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษากาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[กศน.]]></category>
		<category><![CDATA[อุบลราชธานี]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.อินทิรา ซาฮีร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=14149</guid>

					<description><![CDATA[<p>“กรณีที่เด็กกลับมาจากต่างถิ่นและออกจากโรงเรียนแล้ว ซึ่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/99658-2/">เติมรายชื่อเด็กนอกระบบ กลุ่มตามพ่อแม่กลับบ้านเพราะผลกระทบ COVID-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-14151" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/เชิงฟื้นที่อุบล-01.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/เชิงฟื้นที่อุบล-01.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/เชิงฟื้นที่อุบล-01-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/เชิงฟื้นที่อุบล-01-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/เชิงฟื้นที่อุบล-01-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<blockquote><p>“กรณีที่เด็กกลับมาจากต่างถิ่นและออกจากโรงเรียนแล้ว ซึ่งจะไม่มีอยู่ในรายชื่อสำรวจ เราต้องกำชับทีมงานที่พร้อมลงพื้นที่ให้เตรียมเพิ่มรายชื่อเด็กกลุ่มนี้ ให้อยู่ในรายการช่วยเหลือทันที”</p></blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลกระทบจากการระบาดของ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19 </span><span style="font-weight: 400;">ทำให้คนจำนวนหนึ่งต้องออกจากงาน หลายคนที่จากบ้านไปทำงานนอกพื้นที่จึงเดินทางกลับภูมิลำเนา โดยไม่มีความชัดเจนว่าจะได้กลับไปทำงานอีกครั้ง กลายเป็นสาเหตุให้เด็กอีกจำนวนหนึ่งที่ตามครอบครัวไปเรียนในต่างถิ่น อาจต้องกลายเป็นเด็กนอกระบบโดยปริยาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คณะทำงานใน</span><b> โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จังหวัดอุบลราชธานี</b> <span style="font-weight: 400;">ที่ร่วมมือกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว และได้ดำเนินงานสำรวจกลุ่มเด็กที่อาจต้องหลุดจากระบบการศึกษาในกรณีนี้เพิ่มเติมอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเด็กกลุ่มนี้จะไม่อยู่ในรายชื่อของกลุ่มเป้าหมายเบื้องต้นที่สำรวจพบแล้ว และได้เตรียมการส่งเข้าเรียนหรือฝึกอาชีพได้แล้วในส่วนหนึ่ง    </span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผศ.ดร.อินทิรา ซาฮีร์ ผู้รับผิดชอบโครงการเล่าว่า การเก็บข้อมูลเด็กและเยาวชนนอกระบบในจังหวัดอุบลราชธานี เริ่มต้นล่าช้าด้วยสถานการณ์น้ำท่วมหนักทั่วทั้งจังหวัดเมื่อปลายปี </span><span style="font-weight: 400;">2562 </span><span style="font-weight: 400;">จนเมื่อหลังน้ำลดแล้วโครงการจึงเริ่มเดินหน้าไปได้ระดับหนึ่ง โดยสำรวจในพื้นที่ </span><span style="font-weight: 400;">5 </span><span style="font-weight: 400;">อำเภอต้นแบบ และได้ตัวเลขของเด็กชุดแรกเกือบ </span><span style="font-weight: 400;">400 </span><span style="font-weight: 400;">คน แต่ก็กลายเป็นว่าเกิดสถานการณ์ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19 </span><span style="font-weight: 400;">จนการทำงานต้องชะงักอีกครั้ง ขณะที่ทางทีมงานมีความกังวลว่าอาจมีเด็กที่หลุดจากระบบเพิ่ม จากกลุ่มคนที่ไปทำงานนอกพื้นที่ต้องกลับบ้าน และนำเด็กในวัยเรียนกลับมาด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อุบลราชธานีเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ ประชากรมาก และมีคนวัยทำงานจำนวนหนึ่งที่โยกย้ายถิ่นฐานไปทำงานในหลายจังหวัดทั่วประเทศอย่างมีนัยยะสำคัญ “คือเด็กจากครอบครัวที่เขาลำบากจริงๆ พอโตถึงระดับหนึ่ง เขาจะออกไปทำงานนอกพื้นที่ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดทางชายทะเลตะวันออก การลงพื้นที่ค้นหาเด็กจึงค่อนข้างช้า เพราะต้องละเอียดเรื่องข้อมูลว่าเด็กอยู่ในพื้นที่หรือไปทำงานต่างถิ่นแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“กรณีหนึ่งที่ตอนนี้ทีมงานกังวลกัน คือกลุ่มคนที่เขาออกไปทำงานต่างถิ่นแล้วพาครอบครัวไปด้วย ตอนนี้ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19 </span><span style="font-weight: 400;">ทำให้พวกเขาตกงาน เขาก็พากันเดินทางกลับบ้าน ทีนี้พอกลับมา เขาจะนำลูกหลานที่ยังเรียนอยู่กลับมาด้วย เด็กกลุ่มนี้เขาไปเรียนใกล้สถานที่ทำงานของพ่อแม่ พอเหตุการณ์เป็นอย่างนี้ เด็กก็ต้องออกจากโรงเรียนแล้วยังไม่รู้ว่าจะได้เรียนต่อไหม”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">แบ่งความช่วยเหลือเป็น 2 กลุ่มหลัก เรียนเพื่อวุฒิการศึกษา และ ฝึกทักษะอาชีพเฉพาะทาง</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-14154" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/เชิงฟื้นที่อุบล-02.jpg" alt="" width="856" height="584" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/เชิงฟื้นที่อุบล-02.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/เชิงฟื้นที่อุบล-02-300x205.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/เชิงฟื้นที่อุบล-02-768x524.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/เชิงฟื้นที่อุบล-02-750x512.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในส่วนของเด็กที่สำรวจพบแล้ว และแสดงความประสงค์ว่าต้องการความช่วยเหลือ ผู้รับผิดชอบโครงการบอกว่าส่วนใหญ่คือกลุ่มที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจ ต้องออกจากโรงเรียนขณะยังไม่จบมัธยมต้น หรือจบ ม.</span><span style="font-weight: 400;">3 </span><span style="font-weight: 400;">แล้วไม่ได้เรียนต่อ ซึ่งการช่วยเหลือจะแยกออกเป็น </span><span style="font-weight: 400;">2 </span><span style="font-weight: 400;">กลุ่มคือ ส่งกลับสู่ระบบการศึกษาหรือฝึกทักษะอาชีพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในส่วนที่ต้องเรียนต่อ เบื้องต้นเราทำงานควบคู่กับทีม กศน. จังหวัดและ กศน. อำเภอ ที่เขาช่วยเราตั้งแต่งานเก็บข้อมูล เพื่อนำเด็กที่หลุดกลางคันเข้าเรียน กศน. ให้ได้วุฒิ ม.</span><span style="font-weight: 400;">3 </span><span style="font-weight: 400;">หรือ ม.</span><span style="font-weight: 400;">6 </span><span style="font-weight: 400;">ก่อน แล้วค่อยดูเป็นรายคนว่าจบแล้วเขาจะเรียนต่ออะไร ส่วนกลุ่มที่ต้องฝึกอาชีพ เราได้ประสานสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน เตรียมจัดอบรมอาชีพตามความสนใจ แต่ยังมีส่วนที่เราต้องคิดคือบางอำเภอไม่มีศูนย์หรือโรงเรียนฝึกอาชีพ ถ้าเด็กจะเรียนต้องเข้ามาในเมือง เราก็กำลังดูว่าจะทำอย่างไรให้เหมาะสมที่สุด ไม่ให้การที่เขาออกนอกถิ่นมาแล้วต้องเจอปัญหาอื่นซ้ำซ้อนไปอีก คือเราต้องระวังเรื่องรายละเอียดการวางแผนช่วยเหลือด้วย”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">กำชับทีมเก็บข้อมูล สำรวจเด็กทุกคนแม้อยู่นอกรายชื่อสำรวจ</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-14155" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/เชิงฟื้นที่อุบล-03.jpg" alt="" width="856" height="480" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/เชิงฟื้นที่อุบล-03.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/เชิงฟื้นที่อุบล-03-300x168.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/เชิงฟื้นที่อุบล-03-768x431.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/เชิงฟื้นที่อุบล-03-750x421.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังที่ ผศ.ดร.อินทิรา บอกไว้แต่ต้นว่า จากสถานการณ์ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19 </span><span style="font-weight: 400;">ที่อาจทำให้มีเด็กนอกระบบเพิ่มขึ้นในจังหวัด ในช่วงนี้การประสานงานกับทีมงานในพื้นที่ จึงเน้นที่การตรวจสอบรายชื่อเด็กเพื่อสำรวจสถานะ ก่อนรอเวลาลงสัมภาษณ์เชิงลึกหลังสถานการณ์คลี่คลาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">“เด็กนอกระบบบางทีเขาจะมีชื่อเข้าๆ ออกๆ อยู่ตลอด บางคนอาจเพิ่งหลุดเทอมก่อน รายชื่อเขายังค้างในระบบ เราก็ไม่รู้ หรือบางคนมีชื่อเป็นเด็กนอกระบบ แต่เขาลงทะเบียนเรียน กศน. ไว้แล้ว เราก็ต้องตรวจสอบแล้วทำให้รายชื่อกลุ่มเป้าหมายชุดแรกสมบูรณ์ที่สุด แล้วรอเวลาให้การล็อคดาวน์ผ่านไปเพื่อเข้าไปพบเด็กในพื้นที่”</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และที่สำคัญคือ กรณีที่เด็กกลับมาจากต่างถิ่นและออกจากโรงเรียนแล้ว ซึ่งจะไม่มีอยู่ในรายชื่อสำรวจ เรื่องนี้ทางผู้รับผิดชอบโครงการบอกว่า ได้กำชับทีมงานที่พร้อมลงพื้นที่ให้เตรียมเพิ่มรายชื่อเด็กกลุ่มนี้ ให้อยู่ในรายการช่วยเหลือทันที โดยต้องหาเด็กที่ย้ายกลับบ้านมาแล้วยังไม่มีที่เรียนให้พบ เพราะบางคนอาจไปเกิดที่จังหวัดอื่น หรือย้ายชื่อออกจากทะเบียนบ้านไปที่อื่นแล้ว แต่วิกฤติที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นเรื่องใหญ่ หลายครอบครัวต้องกลับบ้านหลังจากไปทำงานที่อื่นมานาน ดังนั้นจะต้องสำรวจกันให้ละเอียดที่สุด เพื่อไม่ให้มีใครตกหล่นแม้แต่คนเดียว</span></p>
<p><b>เป็นอีกหนึ่งการเฝ้าระวังกลุ่มเด็กที่ต้องหลุดจากระบบการศึกษาเพราะผลกระทบของ </b><b>COVID-19 </b><b>ซึ่ง ผศ.ดร.อินทิรา ย้ำว่า เรื่องนี้สำคัญมากเพราะตอนนี้เป็นช่วงปิดเทอม จะมีเด็กที่ตามพ่อแม่ไปในที่ต่างๆ ทั้งเพื่อไปหางาน</b><b>ทำในพื้นที่ใหม่ และกลุ่มที่กลับภูมิลำเนาไปตั้งหลัก ซึ่งเด็กๆ อาจจะไม่ได้กลับไปเรียนที่โรงเรียนเดิมอีกแล้ว ขณะที่บางครอบครัวต้องทิ้งเด็กไว้กับปู่ย่าตายายก่อนที่จะลงหลักปักฐานกับงานใหม่ได้ เด็กกลุ่มนี้เองที่จะต้องได้รับความช่วยเหลือทันที ก่อนที่เขาจะกลายเป็นเด็กนอกระบบอย่างเต็มตัวในปีการศึกษาถัดไป</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/99658-2/">เติมรายชื่อเด็กนอกระบบ กลุ่มตามพ่อแม่กลับบ้านเพราะผลกระทบ COVID-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลับไปตั้งหลักเริ่มที่เป้าหมายการเรียนรู้ของเด็ก</title>
		<link>https://www.eef.or.th/639-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=639-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 May 2020 04:59:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[นวัตกรรมต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[PLC]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสรีบุตร]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม]]></category>
		<category><![CDATA[Online Learning Course]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=14141</guid>

					<description><![CDATA[<p>สตาร์ฟิชฯ เสนอ 4 ทางเลือก รับมือผลกระทบCOVID-19  ตามบริ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/639-2/">กลับไปตั้งหลักเริ่มที่เป้าหมายการเรียนรู้ของเด็ก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-14143" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-01.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-01.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-01-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-01-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-01-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<h4 style="text-align: center;">สตาร์ฟิชฯ เสนอ 4 ทางเลือก<br />
รับมือผลกระทบCOVID-19  ตามบริบทพื้นที่</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 จนต้องเลื่อนการเปิดเทอมออกไปเป็นเดือนกรกฎาคม ท่ามกลางบรรยากาศการเร่งหาทางออกสำหรับการเรียนการสอนในช่วงเปิดภาคเรียนที่เด็กอาจไม่สามารถไปเรียนหนังสือได้ตามปกติที่โรงเรียน​</span><span style="font-weight: 400;">​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร ประธานมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม หนึ่งในเครือข่าย โครงการบริหารจัดการโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (TSQP) ของ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)​ กล่าวว่า จากผลกระทบการแพร่ระบาดของ COVID-19 จนทำให้เกิดการเลื่อนเปิดเทอมออกไปนั้น ในส่วนของมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม ด้านหนึ่งได้ปรับรูปแบบการทำงานพัฒนาครูและการบริหารโรงเรียนเป็นการทำงานออนไลน์</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีการทำ Online Learning Course รวมทั้งการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) โดยเชิญผู้บริหารโรงเรียนมาแบ่งปันตามหัวข้อต่างๆ ผ่านเฟสบุ้คไลฟ์ ดังนั้นในเชิงออนไลน์จึงไม่มีอะไรเปลี่ยนมากแค่เพิ่มความเข้มข้นของโค้ชที่ไม่สามารถลงพื้นที่อาจประสานงานผ่านช่องทางต่างๆ  ทั้ง ไลน์กรุ๊ป หรือ โทรศัพท์  โดยจะเตรียมห้องประชุมออนไลน์ให้โค้ชเข้าไปทำงานร่วมกับโรงเรียน แบบไลฟ์ที่นัดเวลาเข้าไปพูดคุย รวมไปถึงมีแผนที่จะทำงานร่วมกับชุมชนและเขตพื้นที่ต่างๆ เป็นการขับเคลื่อนแบบ Area-Based</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ในส่วนแผนที่เดิมเคยวางไว้เป็นแบบออฟไลน์จะถูกปรับมาเป็นออนไลน์ ทั้งการจัดเวอร์คช็อปเดือน พ.ค. สำหรับผู้บริหารโรงเรียนและโมเดลการปรับเปลี่ยนโรงเรียน  อีกด้านหนึ่งจะจัดทำหนังสือเรื่อง 9 องค์ประกอบเพื่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ว่าแต่ละโรงเรียนนำโมเดลในไปใช้แล้วได้ผลอย่างไรบ้างจัดทำเผยแพร่ส่งไปในแต่ละพื้นที่ซึ่งจะต้องประเมินเป็นรายพื้นที่เพราะบางชุมชนไม่ให้คนนอกเข้าในเวลานี้ อาจต้องส่งไปรษณีย์หรือไม่อย่างไร</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">รูปแบบการเรียนการสอนต้องมีความยืดหยุ่น</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-14144" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-02.jpg" alt="" width="856" height="584" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-02.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-02-300x205.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-02-768x524.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-02-750x512.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.นรรธพร กล่าวว่า สำหรับกิจกรรม  Teacher Boot Camp ที่จะขยายการพัฒนาครูจากเฟสหนึ่งไปสู่เฟสสอง ซึ่งครูที่จะเพิ่มเข้ามาในโครงการจะได้รับการอบรมผ่านบทเรียนออนไลน์และ ไลฟ์ เวอร์คช็อป  ซึ่งถามว่าการปรับเปลี่ยนจากออนไลน์มาออฟไลน์อาจมีความแตกต่างกันบ้างจากที่ต้องทำงานกลุ่ม งานเดี่ยว ก็ต้องปรับรูปแบบใช้ซอฟต์แวร์บอร์ดออนไลน์ให้ทุกคนมาให้ความเห็น แต่ก็มีข้อจำกัดเพราะไม่ใช่ครูทุกคนจะใช้เทคโนโลยีได้คล่องแคล่ว ดังนั้นจึงต้องมีความยืดหยุ่นพอสมควร  จะไปคาดหวังว่าจะได้ผล 100% เหมือนที่มาเจอหน้ากันโดยตรงแบบเดิมไม่ได้ ทำให้ต้องระวังอย่าทำจนเกินไปเพราะสุดท้ายไม่ได้ผลอย่างที่เราต้องการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับแผนรับมือช่วงเปิดเทอม 1 ก.ค.นั้น ทางโรงเรียนบ้านปลาดาว ได้มีการนำร่องวิธีการจัดการซึ่งสามารถนำไปขยายผลต่อในโครงการ กสศ.ได้ โดยบริบทของโรงเรียนบ้านปลาดาวเป็นโรงเรียนที่อยู่ในชนบทผู้ปกครองส่วนใหญ่ช่วยสอนบุตรหลานได้แค่ 20 %อีกทั้งจากที่เปิดสอนในระดับอนุบาลถึงประถมศึกษาทำให้เรียนออนไลน์ด้วยตัวเองลำบาก  ทำให้เราคิดวิธีการให้เหมาะสม คำนึงช่วงอายุเด็ก คำนึงถึงการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต อุปกรณ์ และวิธีการเรียนรู้ของเด็ก​ซึ่งยังเป็นลักษณะแอคทีฟเลิร์นนิ่ง ด้วยการสนับสนุนของผู้ปกครอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">Learning Box แบ่งตามระดับชั้น สอดรับ STEAM DESIGN</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-14145" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-03.jpg" alt="" width="856" height="559" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-03.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-03-300x196.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-03-768x502.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-03-750x490.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนหนึ่งจะนำจัดทำเป็นเลิร์นนิ่งบ็อกซ์ ​ซึ่งประกอบไปด้วยชุดบทเรียน ​คล้ายเครื่องมือทำให้ผู้ปกครองสามารถช่วยเด็กๆ ทำกิจกรรมได้ แบ่งเป็นประดับชั้นอนุบาลเน้นการเสริมพัฒนาการเด็ก ทักษะชีวิต การข้าห้อง น้ำ การทานอาหาร เสริมพัฒนาการตามปฐมวัย  และให้ผู้ปกครองทำเมกเกอร์สเปซเรียนแบบ PBL มีแบบประเมินตามสภาพจริงที่ทำโดยผู้ปกครอง มีชุดเกม บัตรคำ ซึ่งการดำเนินการจะเป็นรูปแบบ STEAM DESIGN ที่ทาง “ปลาดาว” ออกแบบไว้ให้เกิดการเรียนรู้แบบแอคทีฟ เลิร์นนิ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“กล่องเลิร์นนิ่งบ็อกซ์​จะออกแบบเป็น รายสัปดาห์ให้มีความยืดหยุ่น เพราะแม้แต่ผู้ปกครองในเมืองที่สามารถดูแลเรื่องการศึกษาได้ดีก็ยังเครียดถ้าต้องมากลายเป็นครูเต็มตัว และเป็นเรื่องหนักสำหรับผู้ปกครองที่หลายคนไม่รู้หนังสือ หลายคนไม่ได้ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาแรก การจะให้ผู้ปกครองไปทำอะไรเยอะเกินไปอาจทำให้เขาท้อและไม่อยากทำตรงนี้เลยก็ได้ โดยในส่วนของประถมจะเน้นการทำ PBL ที่ทำเป็น 1 โปรเจ็คท์ระยะเวลา 6 สัปดาห์” ดร.นรรธพร กล่าวว่า</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">หัวใจสำคัญคือ Active learning ผ่าน PBL</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-14146" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-06.jpg" alt="" width="856" height="592" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-06.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-06-300x207.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-06-768x531.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-06-750x519.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางเลือกที่สองคือการทำงานร่วมกับชุมชน โดยดูว่าชุมชนไหนเข้าไปได้บ้างซึ่งอาจให้ครูในชุมชน ครูอาสา ผู้ปกครอง หรือเด็กรุ่นพี่ เข้าไปช่วย แต่ต้องจัดกิจกรรมเว้นระยะห่าง และต้องได้รับการอนุญาตจากชุมชน  และทางเลือกที่สามคือการเรียนรู้แบบออนไลน์ ซึ่งจะมีคอร์สออนไลน์ รวมถึงให้มีสื่อการเรียนให้ดาวน์โหลด และสี่ มีการติดต่อสื่อสารแบบเรียลไทม์ ให้ผู้ปกครองติดต่อครูประจำชั้นได้ตลอดเวลาทั้งกรุ๊ปแชท ​ซึ่งทางเลือกต่างๆ เหล่านี้จะเป็นต้นแบบการทำงานร่วมกับโรงเรียนใน กสศ. ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.นรรธพร กล่าวอีกว่า ในกล่องเลิร์นนิ่งบ็อกซ์หัวใจคือการให้เด็กได้เรียนรู้แบบแอคทีฟเลิร์นนิ่ง ผ่าน PBL ใช้การตั้งคำถามกับชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน​ซึ่งอาจไม่ได้มีประโยชน์แค่ช่วงสถานการณ์ตอนนี้ แต่อาจใช้ในเวลาต่อไปซึ่งเด็กต้องเรียนรู้นอกห้องเรียน เรียนรู้โลกความเป็นจริง ซึ่งทั้ง 60 โรงเรียนเครือข่ายก็จะต้องหาแนวทางที่เหมาะกับบริบทของโรงเรียนของตัวเองเป็น 60 แบบของตัวเอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;">กลับตั้งหลักที่ “เป้าหมาย” เรื่องการเรียนรู้ของเด็ก</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-14147" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-04.jpg" alt="" width="856" height="589" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-04.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-04-300x206.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-04-768x528.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-04-750x516.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ทางออกสำหรับการศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ใน​พื้นที่ทุระกันดาร​นั้นเราต้องมองจากวัตถุประสงค์หลักคือให้เด็กได้เรียนรู้ ไม่ใช่ให้เด็กต้องใช้เทคโนโลยี ตอนนี้จากที่อ่านเข่าวเยอะๆ ก็จะกังวลเพราะรู้สึกคนมองว่าการแก้ปัญหาต้องเรียนออนไลน์อย่างเดียว แต่เราลืมไปว่ามีเด็กหลายกลุ่มไม่สามารถเรียนออนไลน์ได้ เข้าไม่ถึงอุปกรณ์ ทีวี โทรศัพท์มือถือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราต้องถามว่าการให้เด็กนั่งดูทีวีแบบวันเวย์คอมมูนิเคชั่น 50 นาทีต่อคาบเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้จริงหรือเปล่า ถ้าโจทย์หลักคือการเรียนรู้ต้องมาก่อน เราต้องหาโซลูชั่นให้เด็ก ดีกว่ายึดติดว่าหากไปเรียนไม่ได้ต้องออนไลน์อย่างเดียว การเรียนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาอยู่ที่กระบวนการ ทั้ง คอมมูนิตี้เบส โฮมเบส  ก็สามารถเกิดขึ้นได้ แต่อย่าไปใช้ไม้บรรทัดที่เราจัดการเรียนการสอนที่โรงเรียน มาวัดการเรียนที่จัดที่บ้านและชุมชนซึ่งต่างกัน ตรงนี้ อาจกลับไปถึงเรื่องเพอร์ซอนอลไลซ์เลิร์นนิ่งที่เป็นการเรียนเฉพาะบุคคลจริงๆ“ ดร.นรรธพร กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ เทคโนลยีอาจเป็นคำตอบสำหรับเด็กบางคน  แต่สำหรับบางคนอาจไม่ใช่เลยก็ได้ ดังนั้นต้องกลับไปใส่ใจเรื่องเป้าหมายคือการเรียนรู้ของเด็ก คือการเรียนรู้ที่มีความหมายในชีวิตจริง ซึ่งอาจไม่ได้อยู่ในหลักสูตรปกติของโรงเรียนก็ได้ ไปจนถึงเรื่องสุขภาวะของเด็กในตอนนี้ เรื่องความเป็นอยู่ที่ดีเป็นเรื่องที่สำคัญ อาจต้องกับมาดูเรื่องเหล่านี้ให้มากขึ้น ต้องดูแลเรื่องสภาพจิตใจการเป็นอยู่ อาหารกลางวันเพราะเด็กหลายคนต้องพึ่งพาอาหารกลางวันที่โรงเรียน ซึ่งหากเรายังแก้ปัญหาเรื่องปากท้องเด็กไม่ได้ เรื่องการเรียนออนไลน์ก็คงเป็นเรื่องรองลงไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ที่มาภาพ : </strong></span><a class="_64-f" href="https://www.facebook.com/drprae/">Dr Prae Seributra</a><br />
<strong><br />
</strong></p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/639-2/">กลับไปตั้งหลักเริ่มที่เป้าหมายการเรียนรู้ของเด็ก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ใช้ช่วงเวลาล็อคดาวน์ประสานเครือข่ายจังหวัด</title>
		<link>https://www.eef.or.th/29988-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=29988-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 May 2020 04:59:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[นวัตกรรมต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษากาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=13979</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ลำปาง’ เป็นอีกหนึ่งจังหวัดต้นแบบใน โครงการจัดการศึกษาเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/29988-2/">ใช้ช่วงเวลาล็อคดาวน์ประสานเครือข่ายจังหวัด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-14037" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ลำปางล็อคดาวน์-01-1-1.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ลำปางล็อคดาวน์-01-1-1.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ลำปางล็อคดาวน์-01-1-1-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ลำปางล็อคดาวน์-01-1-1-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ลำปางล็อคดาวน์-01-1-1-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">‘ลำปาง’ เป็นอีกหนึ่งจังหวัดต้นแบบใน </span><b>โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา </b><span style="font-weight: 400;">ที่ยังคงเดินหน้าช่วยเหลือเด็กนอกระบบอย่างต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญกับสถานการณ์การล็อคดาวน์จากภาวะการระบาดของ COVID-19 จนทำให้แผนงานต่างๆ ต้องหยุดชะงัก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่ผ่านมา ทางทีมจังหวัดลำปางได้ใช้ทีมงานครู กศน. และอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประจำหมู่บ้าน(อพม.) เข้าสำรวจพื้นที่ใน 4 อำเภอต้นแบบ และพบจำนวนของเด็กและเยาวชนนอกระบบซึ่งต้องได้รับการช่วยเหลือชุดแรก 676 คน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุภาภรณ์ มาชัยวงศ์ ผู้รับผิดชอบโครงการ เล่าว่า ก่อนการมาถึงของภาวะระบาดของไวรัสโคโรน่า กลไกทำงานด้านการช่วยเหลือเด็กนอกระบบของทีมงานจังหวัดลำปาง กำลังอยู่ในช่วงประสานงานกับ 4 อำเภอต้นแบบ เพื่อสร้างทีม CM(Case Manager) ในระดับตำบล เพื่อประกบดูแลกลุ่มเป้าหมายอย่างใกล้ชิดและสามารถทำงานได้ต่อเนื่อง โดยทีมงานต้องเข้าใจปัญหาในพื้นที่และให้ความช่วยเหลือได้เหมาะสมกับปัญหาของเด็กแต่ละคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่การประสานงานก็ต้องชะงักลงเมื่อสถานการณ์ COVID-19 ทำให้ทุกหน่วยงานต้องหยุดการพบปะ </span><b>“ทุกอย่างต้องปิดตามประกาศให้คนกักตัวของจังหวัด ระบบการทำงานต้องเปลี่ยน ขณะที่การประสานงานระดับตำบลกับอำเภอยังเชื่อมประสานกันไม่สนิทดี”</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">ที่ทำได้คือ ‘ประสานงานสร้างทีมให้เข้มแข็ง’</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13982" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ลำปางล็อคดาวน์-02.jpg" alt="" width="856" height="584" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ลำปางล็อคดาวน์-02.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ลำปางล็อคดาวน์-02-300x205.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ลำปางล็อคดาวน์-02-768x524.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ลำปางล็อคดาวน์-02-750x512.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากในช่วงเวลาของการล็อคดาวน์นี้เอง ที่ทางทีมจังหวัดลำปางได้ปรับแผนงาน จากที่จะมุ่งส่งความช่วยเหลือพุ่งตรงไปยังกลุ่มเป้าหมาย มายังการให้ความสำคัญกับการประสานงานของฝ่ายต่าง ๆ ตั้งแต่จุดยอดสุดคือจังหวัด ลงมาที่อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน โดยใช้ระบบออนไลน์และโทรศัพท์ติดต่อ เพื่อเชื่อมเครือข่ายทีมงานผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งจังหวัด ให้ดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนี้เราได้ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการสื่อสารโครงการ เริ่มจากชี้แจงให้หัวหน้าส่วนราชการของจังหวัดทั้งหมด 13 อำเภอรับทราบเรื่อง เพื่อความลื่นไหลเมื่อเราประสานลงไปในระดับอำเภอ เพราะอำเภอจะเป็นผู้นำทีมงานทุกฝ่ายไปเชื่อมต่อกับฝ่ายปกครองท้องถิ่นระดับตำบลและหมู่บ้าน ว่าหลังจากนี้หากหมู่บ้านหรือตำบลไหนพร้อม เราจะเริ่มงานส่วนปฏิบัติการกันทันทีหลังสถานการณ์ COVID-19 ดีขึ้น”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">เตรียมทุกอย่างให้พร้อม รอวันปลดล็อค</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13983" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ลำปางล็อคดาวน์-03.jpg" alt="" width="856" height="480" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ลำปางล็อคดาวน์-03.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ลำปางล็อคดาวน์-03-300x168.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ลำปางล็อคดาวน์-03-768x431.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ลำปางล็อคดาวน์-03-750x421.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้รับผิดชอบโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จังหวัดลำปาง เล่าต่อไปว่า จุดมุ่งหมายของ</span><b>งานในช่วงเวลาคือการชี้แจงรายละเอียดโครงการทุกมิติขั้นตอนให้ทุกฝ่ายรับทราบตรงกัน เพื่อประโยชน์ต่อการกระจายงานอย่างเป็นระบบ</b><span style="font-weight: 400;"> ลงลึกในพื้นที่และส่งต่อความช่วยเหลือได้เป็นลำดับ ตั้งแต่การค้นพบ ช่วยเหลือเบื้องต้น และเตรียมเด็กสู่การเรียนและการฝึกอาชีพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราใช้เวลาช่วงที่ทุกคนพบกันไม่ได้เพื่อวางรากฐานโครงการ </span><b>เพราะเมื่อทุกคนทุกฝ่ายเข้าใจรูปแบบงานทั้งระบบไปในทิศทางเดียวกัน การทำงานจะราบรื่นและเร็วขึ้น </b><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้เราประสานงานกับทั้ง 13 อำเภอให้เขารับรู้ขอบข่ายความร่วมมือ หากเขาต้องการรายละเอียดส่วนไหนเพิ่ม เราก็มีเวลาชี้แจง แล้วเราได้วางแนวทางร่วมกับฝ่ายบริหารของแต่ละอำเภอ ทำความเข้าใจลักษณะเฉพาะของแต่ละพื้นที่ว่าต้องจัดการความช่วยเหลืออย่างไร หรือหากกำนันผู้ใหญ่บ้านหรือ อสม. มีข้อแนะนำใด ๆ เราก็รับมาปรับปรุงเพิ่มเติม จากนั้นเราจะแบ่งหน้าที่ของทุกฝ่ายให้ชัดเจน </span><b>แล้วเมื่อทุกอย่างพร้อม ไฟเขียวสว่างเมื่อไหร่ ทีมตำบลจะลงพื้นที่ปฏิบัติการทันที”</b></p>
<p><b>เป็นอีกรูปแบบการทำงานหนึ่งของภาคีจังหวัด ในการปรับระบบการทำงานเพื่อรับมือกับ COVID-19 ซึ่งแสดงให้เห็นว่า แม้อุปสรรคจะทำให้เกิดความล่าช้าขัดข้องในกระบวนการทำงาน แต่คณะทำงานทุกฝ่ายก็ยังพร้อมที่จะหาทางขยับขับเคลื่อนโอกาสทางการศึกษา เข้าไปหาเด็กและเยาวชนที่ต้องหลุดออกจากระบบการศึกษาให้ได้มากที่สุด เพราะไม่ว่าจะก่อนหน้า หรือหลังวิกฤติ COVID-19 ผ่านพ้นไป ก็ไม่ควรจะมีใครแม้แต่คนเดียว ที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง </b><b> </b><span style="font-weight: 400;">  </span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/29988-2/">ใช้ช่วงเวลาล็อคดาวน์ประสานเครือข่ายจังหวัด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การศึกษากลับทางคืออะไร ทำไมเราควรต้องเปลี่ยนแปลง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/13935-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=13935-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 May 2020 07:43:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[คลิปวิดีโอ]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษากลับทาง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=13935</guid>

					<description><![CDATA[<p>https://www.facebook.com/EEFthailand/videos/22230583239 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/13935-2/">การศึกษากลับทางคืออะไร ทำไมเราควรต้องเปลี่ยนแปลง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>https://www.facebook.com/EEFthailand/videos/222305832392848</p>
<p>เชื่อว่าใครหลายๆ คนน่าจะเคยมีโมเมนต์<br />
ที่นั่งเรียนอย่างเดียวแล้วรู้สึกว่าเรียนเยอะจนไม่เข้าหัว<br />
จากรูปแบบการศึกษาที่เราคุ้นเคยกันมานาน<br />
.<br />
ควรถึงเวลาที่จะมีการ “กลับทาง” เปลี่ยนแปลง<br />
ไม่ว่าโลกนี้จะมีไวรัส COVID-19 เกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม<br />
.<br />
แล้วการศึกษากลับทางคืออะไร<br />
ทำไมเราควรต้องเปลี่ยนแปลง<br />
เปลี่ยนแล้วทั้งคุณครูและเด็กนักเรียนจะได้อะไร?<br />
.<br />
“ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช”<br />
ประธานคณะอนุกรรมการกำกับทิศทาง<br />
โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนฯ (TSQP)<br />
จะพาเราคลายข้อสงสัยไปพร้อมกัน<br />
.</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/13935-2/">การศึกษากลับทางคืออะไร ทำไมเราควรต้องเปลี่ยนแปลง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุณภาพการศึกษาเริ่มได้ง่ายๆ แค่เปลี่ยนตารางสอนใหม่</title>
		<link>https://www.eef.or.th/129-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=129-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 May 2020 06:29:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[นวัตกรรมต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[PBL]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[Project- Based Learning]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านห้วยปูลิง]]></category>
		<category><![CDATA[กอท.]]></category>
		<category><![CDATA[พวงชมพู เฮ็งประเสริฐ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=13666</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเรียนในรูปแบบเดิมๆ อย่างการนั่งจดตามสิ่งที่ครูเขียนบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/129-2/">คุณภาพการศึกษาเริ่มได้ง่ายๆ แค่เปลี่ยนตารางสอนใหม่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13668" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-01-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1358" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-01-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-01-300x159.jpg 300w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเรียนในรูปแบบเดิมๆ อย่างการนั่งจดตามสิ่งที่ครูเขียนบนกระดาน และกลับไปท่องจำเนื้อหาในตำรา ใครจำได้แม่นยำกว่าก็จะได้คะแนนมากกว่า กำลังจะกลายเป็นรูปแบบการเรียนการสอนที่ตกยุค และไม่ตอบโจทย์ทักษะการใช้ชีวิตในศตวรรษที่ 21  ซึ่งต้องการให้เด็กคิดวิเคราะห์สร้างสรรค์ด้วยตัวเอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><strong>การเปลี่ยนตารางสอนจึงถือเป็นประตูบานแรกที่จะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอน</strong></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13675" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/111723-1.jpg" alt="" width="1500" height="1091" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/111723-1.jpg 1500w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/111723-1-300x218.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/111723-1-1024x745.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/111723-1-768x559.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/111723-1-750x546.jpg 750w" sizes="(max-width: 1500px) 100vw, 1500px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">​โรงเรียนบ้านห้วยปูลิง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ เป็นอีกหนึ่งในตัวอย่างที่เริ่มเปลี่ยนตารางสอน เลิกยึดติดกับรายวิชา และจัดหมวด บูรณาการเรียนรู้ในวิชาต่างๆ เข้ามาเป็นการเรียนแบบเรียนรู้ด้วยปัญหาเป็นฐาน หรือ Project- Based Learning (PBL)  ให้เด็กได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง สร้างองค์ความรู้ด้วยตัวเอง ซึ่งจะเป็นความรู้ที่อยู่กับตัวเด็กไปนานกว่าการท่องจำเพียงอย่างเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูพวงชมพู เฮ็งประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยปูลิง อธิบายว่า สิ่งที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคือเด็กกล้าแสดงออกจากเดิมที่เด็กส่วนใหญ่เป็นปกากญอ เดิมไม่กล้าแสดงออก ตอนนี้กล้าคิด กล้าแสดงออก กล้านำเสนอหน้าชั้น มีความมั่นใจในตัวเอง มีความรับผิดชอบกับงานที่ได้รับ มีความมุ่งมั่นเต็มใจทำงานที่ได้รับ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">เปลี่ยนใบหน้าบูดบึ้งเป็นเสียงหัวเราะ</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13672" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-04.jpg" alt="" width="1701" height="1111" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-04.jpg 1701w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-04-300x196.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-04-1024x669.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-04-768x502.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-04-1536x1003.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-04-750x490.jpg 750w" sizes="(max-width: 1701px) 100vw, 1701px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> อีกด้านผลที่เกิดขึ้นกับครูก็คือครูมีมายด์เซ็ตเกี่ยวกับเรียนรู้เปลี่ยนไป จากเดิมที่ยึดติดว่าเวลาเรียนครูต้องพูดอย่างเดียว เด็กต้องจำ เด็กอยู่ใต้อำนาจครู แต่ตอนนี้ครูเริ่มปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ของเด็กไม่ใช่อย่างเดิม เข้าใจการเรียนรู้ของเด็กมากขึ้น ​และเชื่อมั่นว่าเด็กสามารถทำได้มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สำคัญที่สุดเราได้เห็นเด็กยิ้ม ได้คุย ได้หัวเราะกันระหว่างเรียน จากเดิมที่เด็กหน้าบูดหน้าบึ้ง ต้องนั่งฟังครูอย่างเดียว เครียด โดนบังคับให้เขียน แต่ตอนนี้เขาเรียนแล้วมีความสุข เด็กช่วยกันคิดว่าอยากเรียนอะไร เด็กจะได้ทำตามธรรมชาติของเด็ก ได้เดินไปเดินมา มีปฏิสัมพันธ์ ได้ทดลอง  การจัดชั้นเรียนก็เป็นการนั่งล้อมเป็นวงกลม ไม่มีโต๊ะเก้าอี้ บางครั้งก็ออกไปนอกชั้นเรียนทำให้รู้สึกมีอิสระไม่ถูกบังคับ เมื่อรู้สึกไม่ถูกบังคับเด็กก็มีความสุขเต็มใจเรียน”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">มี 3 วิชายืนพื้น ​ที่เหลือเป็นการบูรณาการการเรียนรู้​</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13673" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-05-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1865" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-05-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-05-300x219.jpg 300w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูพวงชมพู  ขยายความถึงการเปลี่ยนตารางสอนว่า วิชาหลักก็ยังคงมียืนพื้นคือ​ภาษาไทย คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ​ส่วนวิชาที่เหลือคือ วิทยาศาสตร์ การงานอาชีพและเทคโนโลยี (กอท.) สังคม ​สุขศึกษาและพละศึกษา และ ดนตรี จะบูรณาการการเรียนรู้ร่วมกันเป็นหน่วยเรียนรู้ที่กำหนดธีมในแต่ละหน่วย เช่น ของเล่นพื้นบ้าน สมุนไพรผักพื้นถิ่น ที่จะนำเอาตัวชี้วัดรายวิชามาออกแบบการเรียน ดังนั้นเมื่อทำกิจกรรมครบทั้งปีการศึกษาก็จะได้ครบตามตัวชี้วัดทั้งหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่างเช่น หน่วย “ขนมวิบวับ” ของ นักเรียนชั้น ป.3 ซึ่งมีที่มาจากปัญหาเรื่องขนมจุกจิกที่วางขายกันไม่มีประโยชน์เราจะมาหาทางแก้ไขด้วยการทำขนมที่มีประโยชน์กับร่างกายก็จะเกี่ยวข้องกับวิชาสุขศึกษาเรื่องอาหาร 5 หมู่ การทำอาหารก็เกี่ยวกับวิชาการ การงานอาชีพและเทคโนโลยี</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">ความรู้นอกตำราได้มาจากการฝึกแก้ไขปัญหา</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13670" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-02-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1357" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-02-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-02-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-02-1024x543.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-02-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-02-1536x814.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-02-2048x1086.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-02-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือฐานทำขนมจีนของ ป. 6 ก็จะพาไปดูโรงงานทำขนมจีนได้เกิดการเรียนรู้จริงตั้งแต่การดูของจริง กลับมาทดลองทำ เจอปัญหาก็แก้ไขเช่นบางครั้งทำแล้วไม่เป็นเส้นไม่ได้รูป ก็หาทางแก้ไขตรงนี้เป็นความรู้ใหม่ๆที่ได้จากนอกตำราเรียน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">“สัปดาห์แรกเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียน กระตุ้นให้เด็กเกิดความสนใจ ก็ต้องถามเขาว่าอยากเรียนรู้อะไร หัวข้ออะไรที่เรียนรู้แล้ว อะไรที่ยังไม่รู้ และ อยากเรียนรู้อะไรเพิ่มเติม จากนั้นก็มาช่วยกันตั้งชื่อหน่วยเด็ก ๆ ก็จะเสนอชื่อแล้วก็โหวตกัน ครูต้องคอยบิ้วท์ถ้าเด็กไม่สนใจก็จะไม่กระตือรือร้นสนใจเรียนสัปดาห์แรกนี้จึงสำคัญ​ที่จะมีผลต่อไปทั้งกระบวนการ” </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">ครูต้องเลิกยึดติดการสอนแบบยืนหน้าห้อง</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13671" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-03.jpg" alt="" width="1701" height="1084" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-03.jpg 1701w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-03-300x191.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-03-1024x653.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-03-768x489.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-03-1536x979.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-03-750x478.jpg 750w" sizes="(max-width: 1701px) 100vw, 1701px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับการเปลี่ยนตารางสอนนี้ที่โรงเรียนบ้านห้วยปูลิงเริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2559  ซึ่งช่วงแรกก็ต้องมีการปรับตัวทั้งครูที่จบใหม่ ครูเก่า ซึ่งยังยึดติดการสอนแบบเดิมคือยืนหน้าห้อง  Chalk &amp; Talk แล้วให้งานเด็ก ก็ต้องปรับ วิธีที่ดีวิธีหนึ่งก็คือปรับตารางสอนเพื่อปรับโครงสร้างกระบวนการสอนใหม่ครูก็ต้องปรับและเรียนรู้และเห็นว่าสุดท้ายก็นำไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น  </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ที่สำคัญคือการสอนแบบนี้ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ จากเดิมที่คนมองว่าเด็กบนดอยทำไม่ได้ ไม่เก่ง ไม่มีศักยภาพ เราก็อยากพิสูจน์ว่าเด็กบนดอยทำไมจะทำไม่ได้ ไม่ว่าเด็กบนดอย เด็กพื้นที่ราบ เด็กรวย เด็กจน สามารถเรียนรู้ได้ พัฒนาตัวเองได้ถ้าได้รับโอกาสการเรียนรู้ที่ดีซึ่งพิสูจน์แล้วทำได้จริง”​</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">ครูพวงชมพู  เล่าให้ฟังว่า รูปแบบการสอนแบบ PBL ที่นำมาใช้ได้ต้นแบบมาจากโรงเรียนลำปลายมาศ พัฒนา ซึ่งเป็นความร่วมมือภายโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (Teachers &amp; School Quality Program : TSQP) ที่ดำเนินการร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนและลดความเหลื่อมล้ำการศึกษา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/129-2/">คุณภาพการศึกษาเริ่มได้ง่ายๆ แค่เปลี่ยนตารางสอนใหม่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นวัตกรรมยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ความหวังลดเหลื่อมล้ำรร.ห่างไกล</title>
		<link>https://www.eef.or.th/200-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=200-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 01 Dec 2019 11:18:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[นวัตกรรมต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[Open Approach]]></category>
		<category><![CDATA[Lesson Study]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=9661</guid>

					<description><![CDATA[<p>วิธีการที่เรียกกันว่า Open Approach ซึ่งหมายถึง การจัดก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/200-2/">นวัตกรรมยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ความหวังลดเหลื่อมล้ำรร.ห่างไกล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9664" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004209934.jpg" alt="" width="2508" height="1672" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004209934.jpg 2508w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004209934-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004209934-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004209934-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004209934-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004209934-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2508px) 100vw, 2508px" /></p>
<p style="text-align: left;">วิธีการที่เรียกกันว่า Open Approach ซึ่งหมายถึง การจัดการเรียนรู้ที่ครูจะใช้ปัญหาปลายเปิดเพื่อขับเคลื่อนกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน และ Lesson Study ที่เป็นหลักในการพัฒนาวิชาชีพครูในประเทศญี่ปุ่น นับเป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่ถูกนำมาใช้แล้วมากกว่า 10 ปีในประเทศไทย โดยเริ่มต้นจาก 2 โรงเรียนเมื่อปี 2549 จนปัจจุบันได้ขยายผลไปยังโรงเรียนทั่วประเทศอีกเกือบ 200 แห่ง</p>
<p>นำมาซึ่งการพัฒนาวิธีการสอนของครู และกระบวนการเรียนรู้ของเด็กในชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้กับโรงเรียนทุกขนาดและทุกระดับ หรือแม้แต่การช่วยลดความแตกต่างของนักเรียนในเมืองและในพื้นที่ห่างไกลได้อย่างเห็นผล จนเป็นหนึ่งในวิธีการที่ กสศ. และ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ร่วมมือกันเพื่อนำมาใช้ในโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง(TSQP) ของสำนักพัฒนาคุณภาพครู นักศึกษาครู และสถานศึกษา โดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ ให้พัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่องทั้งระบบ บนพื้นที่เป้าหมาย 291 โรงเรียน ครอบคลุม 35 จังหวัดทั่วประเทศไทย</p>
<p>รศ.ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ รองอธิการบดีฝ่ายการศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า นับตั้งแต่การปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ในปี 2542 การปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนและวิธีการสอนของครู เป็นหัวข้อที่คนในแวดวงการศึกษาพูดถึงกันมาก โดยเฉพาะในเชิงนโยบายหรือการวางโครงสร้าง ในช่วงเวลานั้นเองที่ทาง รศ.ดร.ไมตรี เห็นว่า การปฏิรูปการเรียนรู้สามารถเริ่มต้นได้จากการนำเอาทรัพยากรทางการศึกษาเข้าไปปรับเปลี่ยนในชั้นเรียน หรือในห้องเรียน อันเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดในวงจรการศึกษา</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-9666 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004233519.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004233519.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004233519-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004233519-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004233519-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004233519-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004233519-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" />รศ.ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ รองอธิการบดีฝ่ายการศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น</pre>
<p>“ผมเริ่มนำนวัตกรรมที่ช่วยในการเปลี่ยนการสอนของครูและการเรียนรู้ของผู้เรียนมาใช้ตั้งแต่ปี 2542 โดยเอาทรัพยากรที่มีคือ นักศึกษาครูฝึกหัดทุกระดับชั้น และอาจารย์ผู้สอนที่เข้าใจหลักสูตร พาพวกเขาเข้าไปที่ชั้นเรียนทั้งหมด นั่นคือการเริ่มต้นปฏิรูปการศึกษาที่ผมเห็นว่าจะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาได้ คือเราต้องเริ่มกันที่ห้องเรียน” รศ.ดร.ไมตรี ระบุ</p>
<p>ที่ผ่านมาการปฏิรูปการศึกษาในประเทศของเรา มีการนำนวัตกรรมมากมายเข้ามาช่วยในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการสอนของครู ซึ่งมันไม่มีสูตรสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าวิธีการนั้นจะต้องเป็นอย่างไร แต่ในส่วนของนวัตกรรมที่เรานำมาใช้มากกว่า 10 ปี และเห็นผลในระดับหนึ่งแล้วว่ามันช่วยกำหนดขั้นตอนและวางรูปแบบการสอน ที่เปลี่ยนแปลงและพัฒนาทั้งผู้สอนและผู้เรียนได้อย่างเป็นระบบ จะมี 2 นวัตกรรมหลัก</p>
<p>อย่างแรกคือ Open Approach ที่เน้นเรื่องการ ‘เปลี่ยนวิธีการสอน’ ก่อน จากเดิมที่ครูจะให้ความรู้ด้วยวิธีบรรยายหรือถ่ายทอดตรง ๆ เราก็เปลี่ยนมาเป็นการทำงาน 4 ขั้นตอน คือ 1.ครูต้องหาโจทย์หรือปัญหาที่มีความหมายใกล้ชิดกับสิ่งรอบตัวของผู้เรียน เป็นเรื่องราวที่พบเห็นในชีวิตจริง 2.นำปัญหาเข้าสู่ชั้นเรียนให้ผู้เรียนได้เรียนรู้หาวิธีแก้ไขโจทย์ด้วยตนเอง 3.ครูจะเป็นผู้สังเกตแนวความคิดของเด็กต่อวิธีการที่เขาใช้ในการแก้ปัญหา และ 4.ผู้เรียนจะต้องนำวิธีการต่าง ๆ ในการแก้ปัญหาที่ค้นพบมาอภิปรายและสรุปผลออกมาเป็นวิธีการเรียนรู้</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9667" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004224710.jpg" alt="" width="2508" height="1672" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004224710.jpg 2508w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004224710-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004224710-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004224710-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004224710-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004224710-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2508px) 100vw, 2508px" /></p>
<p>การเรียนรู้ด้วยวิธี Open Approach เป็นการพลิกวิธีการสอนที่คุ้นเคยในบ้านเรามาตลอด ด้วยวิธีนี้ครูจะไม่ใช่ศูนย์กลางในการส่งมอบความรู้อีกต่อไป แต่ผู้เรียนจะได้ค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง ซึ่งสิ่งนี้นับเป็นทักษะสำคัญของโลกในศตวรรษที่ 21 เนื่องจากทุกวันนี้ความรู้มีอยู่มากมายหาได้จากนอกห้องเรียนหมดแล้ว การสอนในลักษณะนี้เราจึงเน้นให้แต่ละคาบเรียน เขาได้ฝึกแก้ไขปัญหา ทำทุกอย่างด้วยตนเอง เผชิญกับความยากลำบากในการค้นหาวิธีการด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดองค์ความรู้เฉพาะตัวอันเป็นประสบการณ์ที่เขาจะนำไปใช้ได้ในชีวิตจริง ๆ</p>
<p>ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยคณิตศาสตร์ศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวต่อไปว่า อีกนวัตกรรมหนึ่งที่ช่วยเสริมการเรียนรู้แบบ Open Approach คือการปรับปรุงวิธีการสอน ที่เรียกว่า Lesson Study เป็นแนวทางการพัฒนาวิชาชีพครูที่เป็นการปรับปรุงการสอนด้วยตัวของครูเอง(Teacher-Led Instructional Improvement) และเป็นวิธีการที่ครูเป็นผู้ผลักดันให้เกิดการปรับปรุงการสอนด้วยตัวของครูเอง การนำแนวทางนี้มาใช้ในการพัฒนาวิชาชีพครู จึงก่อให้เกิดประโยชน์มากต่อการสอน ทั้งด้านเนื้อหา วิธีการสอน และต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน</p>
<p>“ครูจะต้องเลิกทำงานเพียงลำพังคนเดียว แล้วเปลี่ยนเป็นการทำงานเป็นทีมร่วมกับครูด้วยกัน เพื่อร่วมวางแผน ระดมความคิด จากเดิมที่วิธีการสอนเป็นเรื่องของใครของมัน ห้องเรียนของใครของมัน แต่ด้วยการเรียนรู้ในโลกยุคปัจจุบันที่เน้นให้ผู้เรียนได้ค้นหาวิธีการในการเข้าถึงความรู้ด้วยตนเอง ครูจะต้องเป็นผู้คาดการณ์แนวคิดของนักเรียนให้ได้ มิฉะนั้นครูจะไม่สามารถค้นหาโจทย์หรือปัญหาดี ๆ มาใช้ในห้องเรียนได้ โจทย์จะปิดแคบ ดังนั้น งานที่เป็นเชิงวิชาชีพครูในระดับสูงนี้ ครูจะต้องร่วมด้วยช่วยกันวางแผนสร้างสถานการณ์ปัญหาที่ท้าทายให้ได้ จากนั้นจึงนำไปใช้ในชั้นเรียน ขั้นตอนต่าง ๆ เหล่านี้จะทำให้ครูทุกคนต้องปรับปรุงวิธีการสอนของตัวเองสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่น่าสนใจอยู่ตลอดเวลา” รศ.ดร.ไมตรี กล่าว</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-9662 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004217156.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004217156.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004217156-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004217156-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004217156-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004217156-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004217156-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p>สำหรับ Open Approach และ Lesson Study เป็นสองแนวทางที่ ผศ.ดร.ไมตรี ระบุว่าได้นำมาใช้ในเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาชั้นปีที่ 1-6 มาแล้วมากกว่า 15 ปี และเห็นผลในเชิงประจักษ์แล้วว่าสามารถยกระดับคุณภาพชั้นเรียนได้จริง ขณะที่ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ศูนย์วิจัยคณิตศาสตร์ศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้นำสองนวัตกรรมดังกล่าวเข้าไปใช้กับเด็กนักเรียนมาแล้วประมาณ 4-5 ปี ดังนั้นในการร่วมงานกับ กสศ. ทางโครงการจึงวางกลุ่มเป้าหมายนักเรียนในระดับชั้น ป.1-ม.3</p>
<p>กว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา นวัตกรรมที่เรานำมาใช้ได้เข้าไปเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอนในหลายมิติ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงที่เราเห็นได้ชัดก็คือ การทำงานของครูที่เน้นการขับเคลื่อนเป็นทีม ซึ่งส่งผลต่อระบบการสอนในภาพที่ใหญ่กว่าห้องเรียนแค่ห้องเดียว หรือโรงเรียนแค่แห่งเดียว ส่วนในตัวเด็ก เราพบว่าในทุกชั้นเรียนของโครงการ เด็กที่เคยเกลียดคณิตศาสตร์ ไม่อยากเรียนวิชานี้ เขาก็หันมาสนใจเรียนมากขึ้น รวมถึงมีความเข้าใจในบทเรียนเพิ่มขึ้น นั่นเพราะเขาได้เรียนรู้อย่างสนุกสนานเนื่องจากการได้ค้นหาวิธีการด้วยตนเอง ได้เรียนรู้ว่าผลลัพธ์ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญเท่ากับประสบการณ์การทำงานเพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์นั้น นี่คือภาพการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ชั้นเรียนแตกต่างไปจากอดีต</p>
<p>“หรือในเรื่องของผลคะแนนสอบ เราก็มีสัญญาณว่าในโรงเรียนที่ทำกับเรามาหลายปี คะแนนเฉลี่ยของเด็กส่วนใหญ่ก็เกินค่าเฉลี่ยของนักเรียนทั้งประเทศ ทั้งยังมีผลที่น่าสนใจคือ โรงเรียนในที่ห่างไกลในป่าเขาหรือบนดอยสูงมีเด็กที่ได้คะแนนโอ-เน็ตร้อยเต็ม อาจยังไม่ใช่จำนวนที่เยอะ แต่การที่เด็กกลุ่มนี้ได้คะแนนสูงระดับนี้ 2-3 คน ทั้งที่ปกติไม่เคยมีมาก่อน นั่นเป็นสัญญาณที่ดีและหลักฐานของความสำเร็จในระดับหนึ่งของเรา ซึ่งทำให้หนทางในการลดความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียนใหญ่กับโรงเรียนเล็ก หรือโรงเรียนในเมืองใหญ่กับโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล แคบลงมาจนเชื่อได้ว่า เราจะสามารถสร้างความเสมอภาคทางการเรียนรู้ได้จริง ๆ ในอนาคต” รศ.ดร.ไมตรี กล่าวปิดท้าย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/200-2/">นวัตกรรมยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ความหวังลดเหลื่อมล้ำรร.ห่างไกล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ลบภาพนร.นั่งเงียบ เป็นกล้าคิดตอบ สร้างสรรค์ ผ่านการสอนแบบจิตศึกษา​</title>
		<link>https://www.eef.or.th/0243-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=0243-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Nov 2019 08:01:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[นวัตกรรมต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[PBL]]></category>
		<category><![CDATA[PLC]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านน้ำแคม]]></category>
		<category><![CDATA[เลย]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐภัทร อาสาริน]]></category>
		<category><![CDATA[เมตตา นาหิรัญ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านนาค้อ]]></category>
		<category><![CDATA[กิรวัส วงศ์เทิดสิริ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=9549</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำหรับ​โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/0243-2/">ลบภาพนร.นั่งเงียบ เป็นกล้าคิดตอบ สร้างสรรค์ ผ่านการสอนแบบจิตศึกษา​</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9554" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/74407841_1302357113282500_5209555975815561216_n.jpg" alt="" width="960" height="720" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/74407841_1302357113282500_5209555975815561216_n.jpg 960w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/74407841_1302357113282500_5209555975815561216_n-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/74407841_1302357113282500_5209555975815561216_n-768x576.jpg 768w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p>สำหรับ​โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (Teachers &amp; School Quality Program : TSQP) ซึ่งเป็นความร่วมมือ ​สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ และ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ​(กสศ. )​ โดยมีโรงเรียนเข้าร่วม ทั้งหมด 291 แห่งในพื้นที่ 35 จังหวัด ที่สำคัญ​หลายโรงเรียนที่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนเริ่มเห็นผลความเปลี่ยนแปลงภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน</p>
<p>เริ่มตั้งแต่รูปแบบการเรียนการสอนของมูลนิธิลำปลายมาศพัฒนา ที่นำกระบวนการจิตศึกษา การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem – based Learning : PBL) และ ชุมชนแห่งการเรียนรู้​ (Professional Learning Community : PLC) มาเป็นกลไกสำคัญเพื่อเน้นให้ได้เด็กได้รู้จักตัวเอง รู้จึกคิดวิเคราะห์ สร้างสรรค์ ซึ่งครูหลายคนที่นำแนวทางนี้ไปใช้สอนเด็กต่างสะท้อนตรงกันถึงการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น</p>
<p>ครูพิมญาภัศ สิมสวัสดิ์ จากโรงเรียนบ้านน้ำแคม จ.เลย เล่าให้ฟังว่า ​สิ่งที่เห็นได้ชัดจากการนำจิตศึกษามาใช้คือ เด็กนิ่งขึ้น รู้จักตัดสินเองว่าสิ่งไหนถูกไม่ถูก แม้จะไม่ใช่กับเด็กทุกคนแต่เด็กหลายคนก็เริ่มรู้จักแบ่งปันความเห็นกับเพื่อน ​หรือในส่วนของ PBL ที่ทำให้เด็กบางคนที่ไม่สนใจการเรียนหันมาสนใจการเรียนมากขึ้นกว่าเดิม</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9555" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/ภิมญาภัส.jpg" alt="" width="1108" height="1478" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/ภิมญาภัส.jpg 1108w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/ภิมญาภัส-225x300.jpg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/ภิมญาภัส-768x1024.jpg 768w" sizes="(max-width: 1108px) 100vw, 1108px" />ครูพิมญาภัศ สิมสวัสดิ์ จากโรงเรียนบ้านน้ำแคม จ.เลย</pre>
<blockquote><p>“ถามว่าการปรับเปลี่ยนการสอนยากไหม ต้องตอบว่าไม่ยากมันอยู่ที่มุมมองเขา เราว่าเราเอาเป้าหมายไว้ที่เด็กหรือไว้ที่ตัวเรา ถ้าเราเอาเป้าหมายไว้ที่ตัวเด็กก็ไม่ยากควรจะปรับ เพราะถ้าสิ่งที่เราปฏิบัติมา 20 กว่าปีมันไม่เห็นผล ทำไมไม่ลองดูแนวทางใหม่ หากได้ผลดีก็โอเค​แต่ถ้าไม่ดีเราก็กลับไปเดินทางเดิม ถ้าเราคือครูด้วยจิตวิญญาณก็ควรที่จะเปลี่ยน” ครูพิมญาภัศกล่าว</p></blockquote>
<p>ครูพิมพญาภัศ อธิบายว่า เริ่มมาอบรมการสอบรูปแบบใหม่ครั้งแรก​นั่งฟังแทบไม่รู้เรื่อง แต่ก็รับทุกอย่างกลับมาคิด อย่างบางเรื่องเป็นครูมา 20 กว่าปีไม่เคยรู้เลยว่า คำพูดหรือการกระทำของครูบางอย่าง ทำให้พฤติกรรมของเด็กเป็นการเอาตัวรอด มากว่าคิดต่อยอด สิ่งที่เราพูดมาบางทีทำให้เด็กเอาตัวรอด<br />
ลอกคำตอบกัน ลอกการบ้านกัน ก็ย้อนไปถึงตัวเราหากเป็นอย่างนี้ก็ต้องเปลี่ยน ซึ่งเริ่มต้นครูต้องมีใจที่เปลี่ยนก่อน</p>
<p>คล้ายกับ ครูณัฐภัทร อาสาริน จากโรงเรียนบ้านน้ำแคม จ.เลย ที่สอนเด็กในชั้นอนุบาลและนำเรื่องจิตศึกษาไปใช้เพียงแค่ 2 เดือนก็พบว่าเด็กกล้าตอบคำถามมากขึ้น จากวันแรกๆที่เริ่มเล่านิทานถามเด็ก ว่ารู้สึกยังไงพอเด็กคนแรกบอว่าสนุก คนต่อมาก็ตอบว่าสนุกเหมือนๆ กันแต่ระยะหลังเด็กเริ่มมีคำตอบที่เป็นของตัวเอง เด็กได้รู้จักคิด รู้จักสร้างสรรค์มากขึ้น</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9556" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/73515687_1302356596615885_1080468623253831680_n.jpg" alt="" width="960" height="720" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/73515687_1302356596615885_1080468623253831680_n.jpg 960w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/73515687_1302356596615885_1080468623253831680_n-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/73515687_1302356596615885_1080468623253831680_n-768x576.jpg 768w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p>สำหรับสิ่งที่นำมาปรับใช้ในการสอนคือกระบวนการจากมูลนิธิลำปลายมาศพัฒนา ​คือตอนเตรียมสภาวะจิต ชง- เชื่อม-ใช้ ซึ่งไม่ยากและเห็นผลดี แต่ในส่วนของการบูรณาการ PBL ส่วนตัวที่สอนหนังสือมา 2 ปี<br />
ยังมองว่าเป็นเรื่องยาก​แต่ก็จะพยายามปรับเปลี่ยนให้ได้ต่อไป</p>
<p>ไม่ต่างจาก ครูเมตตา นาหิรัญ จากโรงเรียนบ้านนาค้อ จ.เลย ​ที่พูดถึงความเปลี่ยนแปลงหลังการปรับการสอนมาใช้กระบวนการจิตศึกษา และ PBL ว่าเด็กสนใจการเรียนมากขึ้น บางคนที่ชอบหนีเรียนในวิชายากๆ อย่าง คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ก็เริ่มกลับมาเรียนและทำกิจกรรมจนเลิกเรียน ส่วนหนึ่งคิดว่าเพราะ PBL ไม่ได้สอนหนัก แต่สอนให้เด็กรู้จักคิดมากขึ้น</p>
<p>อนึ่ง แม้จะสอนหนังสือในรูปแบบปกติมา 27 ปี แต่ในแง่ของการปรับเปลี่ยนการสอนของครูก็ไม่ยากเพราะใช้แผนของลำปลายมาศพัฒนามาเป็นเครื่องมือ โดยสิ่งที่ได้ผลอย่างหนึ่งคือเทคนิคการพูดเสียงเบาลงเพื่อให้เด็กสนใจตั้งใจฟังมากขึ้น จากเดิมที่เคยต้องพูดเสียงดังเด็กก็ไม่สนใจแต่พอนำวิธีพูดเสียงเบามาใช้ครู 20 คนที่มาอบรม ในจำนวนนี้ 18 คนพูดตรงกันว่าได้ผลดี ​หรือเรื่องการใช้จิตศึกษามาช่วยทำให้เด็กรู้จักตัวเอง จากเดิมที่ต้องคอยเตือน ว่าอย่าทำอย่างนั้นนะ อย่างทำอย่างนี้นะ ซึ่งเด็กเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้างแต่ตอนนี้ ลองเปลี่ยนให้เขามาสำรวจตัวเองว่าจะทำอะไรไม่ทำอะไรก็ช่วยให้เด็กๆเรียนรู้จากตัวเองและได้ผลมากขึ้น</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9557" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/เมตตา.jpg" alt="" width="1108" height="1478" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/เมตตา.jpg 1108w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/เมตตา-225x300.jpg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/เมตตา-768x1024.jpg 768w" sizes="(max-width: 1108px) 100vw, 1108px" />ครูเมตตา นาหิรัญ จากโรงเรียนบ้านนาค้อ จ.เลย</pre>
<p>ครูเมตตา กล่าวเสริมว่า ​รูปแบบของ PBL ตอนนี้ที่เริ่มสอนคือการปั้นดินเหนียว ที่ผ่านมามีปัญหาคือดินแข็งปั้นไม่ได้ เด็กก็ต้องเรียนรู้หาทางแก้คือเติมน้ำ แต่ก็เติมน้ำมากไปก็ต้องแก้ไขด้วยการเติมดินเข้าไปอีก เวลานี้เป็นช่วงการหมักดิน ปัญหาทั้งหมดเด็กๆ ก็ต้องเรียนรู้หาทางแก้ไขอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งเชื่อว่าการเปลี่ยนวิธีการสอนมาใช้รูปแบบนี้มากขึ้นจะทำให้เด็กรักเรียนมากกว่าเดิม</p>
<p>สอดคล้องกับ ครูกิรวัส วงศ์เทิดสิริ ครูจากโรงเรียนบ้านนาค้อ จ.เลย เพิ่งได้รับการบรรจุเมื่อช่วงประมาณเดือน ม.ค. ของปี 2562 กล่าวยืนยันตรงกันว่า เด็กนิ่งมากขึ้น ​เรารู้เลยว่าเขามีกระบวนการคิดเกิดขึ้น กล้าตอบกล้าแชร์กับเพื่อน ​จากเด็กบางคนที่ไม่เคยตอบคำถามในชั้นเรียนแม้เราจะยิงคำถามใส่เขาตรงๆ เขาก็ไม่เคยตอบ ทุกวันนี้พอเขาเห็นเพื่อนเริ่มตอบ เขาก็จะกล้าที่จะพูดมากขึ้น</p>
<blockquote><p>​“สิ่งที่เราจะสอนได้บอกกับเด็กตรงๆ ว่าสิ่งนี้ถูกนะ แต่เราจะให้เขาไปหาความรู้ด้วยตัวเองว่าสิ่งนี้ใช่หรือไม่ใช่ การสอนแบบเก่าๆ อาจจะเป็นการตีกรอบให้เด็กมากจนเกือบไม่มีจินตนาการ แต่พอเปิดให้เขาคิดบางทีเราก็จะได้เจออะไรมากขึ้น บางทีเด็กตัวแค่นี้คิดได้มากกว่าที่เราคิดก็มี ​สำหรับวิธีการสอนรูปแบบใหม่ก็ไม่ยาก อาจจะง่ายกว่ารูปแบบเก่าด้วยซ้ำ ​จากเดิมที่เราเหมือนต้องตีเส้นให้เขาเดินไป แต่ตอนนี้เรากำหนดลู่ไว้เฉยๆ เขาจะไปซ้ายบ้างขวาบ้าง ไม่ต้องเดินตรงเสมอไปก็ได้ สุดท้ายก็ไปถึงเส้นชัยได้เหมือนกัน” ครูกิรวัสกล่าว</p></blockquote>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9558" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/กิรวัส.jpg" alt="" width="1108" height="1478" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/กิรวัส.jpg 1108w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/กิรวัส-225x300.jpg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/กิรวัส-768x1024.jpg 768w" sizes="(max-width: 1108px) 100vw, 1108px" />ครูกิรวัส วงศ์เทิดสิริ ครูจากโรงเรียนบ้านนาค้อ จ.เลย</pre><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/0243-2/">ลบภาพนร.นั่งเงียบ เป็นกล้าคิดตอบ สร้างสรรค์ ผ่านการสอนแบบจิตศึกษา​</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TSQP พัฒนาห้องเรียนปฐมวัย ผ่านหลักสูตร ‘บ้านวิทยาศาสตร์น้อย’และ‘โครงงานฐานวิจัย’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/tsqp552/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=tsqp552</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 Nov 2019 23:00:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[นวัตกรรมต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[อปท.]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทย]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ไพโรจน์ คีรีรัตน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=9406</guid>

					<description><![CDATA[<p>โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/tsqp552/">TSQP พัฒนาห้องเรียนปฐมวัย ผ่านหลักสูตร ‘บ้านวิทยาศาสตร์น้อย’และ‘โครงงานฐานวิจัย’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9411" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753725358.jpg" alt="" width="1706" height="960" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753725358.jpg 1706w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753725358-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753725358-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753725358-1024x576.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1706px) 100vw, 1706px" /></p>
<p>โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (TSQP) ของสำนักพัฒนาคุณภาพครู นักศึกษาครู และสถานศึกษา กสศ. ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่องทั้งระบบโรงเรียน ครู การเตรียมพร้อมเด็กในศตวรรษที่ 21 ในพื้นที่เป้าหมาย 288 โรงเรียน ครอบคลุม 35 จังหวัด โดยมี 5 หน่วยวิชาการสำคัญร่วมพัฒนา โดย 1 ใน 5 หน่วยวิชาสำคัญอย่างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในการพัฒนาการศึกษาเด็กปฐมวัย มาช่วยพัฒนาโรงเรียนพื้นที่เป้าหมาย</p>
<p>มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ที่ได้นำเอาประสบการณ์และความชำนาญในการจัดการเรียนการสอนนักเรียนชั้นประถมศึกษา มาใช้กับโรงเรียนในสังกัดของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) และ<br />
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทย(อปท.) ทั่วประเทศ โดยสร้างการเรียนรู้ผ่านโครงงานวิทยาศาสตร์ อันเป็นเครื่องมือในการสร้างองค์ความรู้จากประสบการณ์เฉพาะ ด้วยกระบวนการคิดตามหลักการของงานวิจัย โดยมุ่งสร้างบทเรียนจากสิ่งแวดล้อมในชุมชน เพื่อบ่มเพาะความสามารถทางวิทยาศาสตร์ และปลูกฝังการสังเคราะห์ความรู้และแก้ปัญหาให้เด็ก</p>
<p>รศ.ไพโรจน์ คีรีรัตน์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผู้ดูแลโครงการห้องเรียนสร้างกระบวนการคิดในเด็กชั้นประถมศึกษา เล่าว่า จากประสบการณ์การจัดการสอนทั้งแบบ ‘โครงงานฐานวิจัย’ และ ‘โครงการบ้านวิทยาศาสตร์น้อย’ ทาง ม.สงขลานครินทร์ ได้นำเอาความรู้จากสองทางมาประสานกัน แล้วสร้างเป็นบทเรียนที่เหมาะสมกับนักเรียนชั้นประถมศึกษา โดยในชั้นเด็กเล็ก คือ อนุบาล 1-ป.3 จะใช้หลักสูตรบ้านวิทยาศาสตร์น้อย ส่วนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จะใช้บทเรียนจากโครงงานฐานวิจัย ทั้งสองหลักสูตรจะเริ่มต้นจากการตั้งคำถามโดยมีชุมชนเป็นฐาน ผ่านการทดลองเป็นกระบวนการหลัก ดังนั้นตัวความรู้ที่ได้ออกมาแต่ละชุดจะเกิดเป็นประสบการณ์เฉพาะตามบริบทในแต่ละท้องถิ่น แต่ผลที่ได้คือเด็กจะเกิดความสามารถในการตั้งคำถามหรือสมมติฐาน แล้วค้นหาคำตอบได้ด้วยตัวเอง</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9414" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753711309.jpg" alt="" width="1108" height="1477" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753711309.jpg 1108w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753711309-225x300.jpg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753711309-768x1024.jpg 768w" sizes="(max-width: 1108px) 100vw, 1108px" /></p>
<p>ปัญหาส่วนใหญ่ที่ทางโครงการพบจากการจัดการศึกษาในเด็กประถม คือการเรียนในห้องไม่สามารถบรรลุผลในการสอนให้เด็กคิด หมายถึงการสร้างให้เด็กมีกระบวนการคิด ตั้งข้อสงสัย และหาคำตอบด้วยตัวเขาเอง ซึ่งสิ่งนี้มีความสำคัญต่อการดึงศักยภาพเฉพาะตัวของเด็กแต่ละคน รวมถึงการพัฒนาที่ต้องเพิ่มเติมในระดับที่สูงขึ้นตลอดเวลา หลักการของโครงการคือเราจะสร้างห้องเรียนให้มีบทเรียนที่ส่งเสริมให้เด็กได้คิด เริ่มจากถ่ายทอดหลักการสอนในเชิงวิทยาศาสตร์และการเรียนรู้แบบงานวิจัยให้ครู เพื่อให้ครูเป็นผู้กระตุ้นให้เด็กคิดเป็น</p>
<p>“การจะเปลี่ยนแปลงวิธีการสอนจากเดิมที่เน้นให้เด็กทำตามโจทย์มาเป็นการกระตุ้นให้เขาคิด เราพยายามออกแบบอย่างเป็นขั้นตอน ทำให้เกิดขึ้นในห้องเรียน การได้คิดได้ค้นหาคำตอบผ่านเรื่องราวใกล้ตัวจะทำให้เขาสนใจอยากเรียนรู้ โดยเราจะบูรณาการการถ่ายทอดความรู้แบบจิตปัญญาศึกษา ให้เขาเตรียมความพร้อมทั้งจิตใจและร่างกาย ปลูกฝังหลักการคิด พร้อมกับที่เขาจะได้ลงมือปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆ ผ่านการทำงานกลุ่ม ได้เรียนรู้และยอมรับความคิดของกันและกัน ก่อนจะถอดเป็นบทเรียนในตอนท้าย” รศ.ไพโรจน์ กล่าวถึงหลักการสร้างกระบวนการคิดในเด็กปฐมวัย</p>
<p>ทางด้าน ผศ.อัมพร ศรประสิทธิ์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ระบุถึงโครงงาน ‘บ้านวิทยาศาสตร์น้อย’ ว่า กิจกรรมบ้านวิทยาศาสตร์น้อย เป็นโครงการจากการประเมินผลของ PISA ที่มีงานวิจัยยืนยันว่าเราควรสร้างทัศนคติที่ดีด้านการเรียนรู้ทักษะและกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กปฐมวัย อายุ 3-6 ปี เพราะเป็นช่วงอายุที่มีความสามารถในการเรียนรู้และจดจำได้มากที่สุด</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9413" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753718643.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753718643.jpg 1568w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753718643-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753718643-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753718643-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753718643-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753718643-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>การจัดกิจกรรมให้เด็กในชั้นอนุบาล 1 &#8211; ป.3 ซึ่งเป็นชั้นเด็กเล็ก จะไม่เน้นที่การมุ่งใส่ความรู้ให้เด็ก แต่จะใช้วิธีให้เขาค้นพบองค์ความรู้ด้วยตัวเองจากการจัดรูปแบบการศึกษาของครู เริ่มจากความสนใจในสภาพแวดล้อมของชุมชนเป็นฐาน เช่นบทเรียนของโรงเรียนในเมือง เด็กจะได้ทำกิจกรรมจากความสนใจในชุมชนที่อยู่รอบๆ โรงเรียน ทำความรู้จักกับอาคารสิ่งก่อสร้าง ร้านค้าต่างๆ เช่นโจทย์จากร้านก๋วยเตี๋ยว เด็กจะได้เรียนรู้การเปลี่ยนลักษณะของเส้นก๋วยเตี๋ยวจากก่อนที่จะลวกจนถึงเส้นก๋วยเตี๋ยวที่ลวกจนมีสภาพเปลี่ยนไป หรือขั้นตอนการทำขนมง่าย ๆ จากร้านขนมใกล้โรงเรียน ซึ่งจะมีการทดลองทำตามหลักวิทยาศาสตร์ และเป็นเรื่องใกล้ตัวเด็ก หรือโรงเรียนในพื้นที่ชนบท เด็กจะได้เรียนรู้บทเรียนจากปรากฏการณ์ธรรมชาติรอบตัว จากดิน น้ำ ลม ฟ้า อากาศ หรือแสง รวมถึงผลิตผลและเกษตรกรรมในท้องถิ่นของเขา การนำสิ่งใกล้ตัวมาร้อยเป็นบทเรียนนี้เอง จะช่วยกระตุ้นความสนใจทางวิทยาศาสตร์ หรือความสงสัยใคร่รู้ต่อสิ่งรอบตัวของเด็กได้มากขึ้น</p>
<p>“โครงงานบ้านวิทยาศาสตร์น้อยจะกำหนดให้โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการต้องมีอย่างน้อย 20 กิจกรรมในรอบปี<br />
โดยเริ่มจากกิจกรรมรายย่อยก่อน แล้วปิดท้ายด้วยโครงงานใหญ่ที่เด็กจะได้ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ที่ต้องใช้กระบวนการวิจัย เขาจะรวบรวมความรู้จากบทเรียนที่เรียนมาตั้งแต่ต้นเทอม นำมาตั้งโจทย์เอง ออกแบบการทดลองเอง โดยครูจะเป็นผู้ช่วยนำพาเขาไปด้วยการตั้งคำถามกระตุ้นความคิด ว่าเขาจะต้องทำอย่างไร เรียงลำดับขั้นตอนทำงานด้วยตนเองได้ เพื่อให้การได้ความรู้ขั้นสุดท้ายเกิดขึ้นจากความคิดของเด็กเป็นหลัก</p>
<p>แล้วทุกปีทางโครงการจะมีหน่วยงานในแต่ละท้องถิ่นช่วยประเมินให้ทุกโรงเรียนมีโครงงานที่อยู่ในเกณฑ์อันเป็นเสมือนการกำกับคุณภาพ โรงเรียนไหนที่ผ่านการประเมินก็จะได้รับตราพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นการการันตีว่าโรงเรียนจะต้องรักษาคุณภาพการสอน และพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ รศ.อัมพร อธิบายถึงเกณฑ์การประเมินผล</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9415" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753732611-1.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753732611-1.jpg 1568w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753732611-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753732611-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753732611-1-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753732611-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753732611-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>รศ.ไพโรจน์ กล่าวเสริมต่อว่า ส่วนในด้านโครงงานฐานวิจัยที่เป็นหลักสูตรสำหรับชั้น ป.4 &#8211; ป.6 เราจะให้นักเรียนค้นหาโจทย์ ปัญหา และตั้งคำถามกันเองว่า เขาสงสัยในเรื่องใด แล้วตั้งสมมติฐานกันว่าถ้าจะทำการทดลองด้วยวิธีการใดหนึ่ง จะเกิดผลลัพธ์อย่างไร ให้เขาได้เริ่มช่วยกันคิดว่าตัวเองสงสัยเรื่องอะไร สร้างเป็นประเด็นขึ้นมา จากนั้นจึงออกแบบการทดลอง แล้วในระหว่างทดลองแต่ละกลุ่มก็ต้องหาตัวแปรต้นหรือตัวแปรตามด้วยวิธีการขอ<br />
งเขาเอง ครูจะเป็นเพียงผู้ให้คำแนะนำเท่านั้น ดังนั้นเด็กจะต้องคิดอย่างเป็นลำดับขั้นว่าอะไรคือเหตุ อะไรเป็นผล<br />
แล้วในการออกแบบการทดลอง เขาก็ต้องหาข้อมูลนำมาแชร์กันในกลุ่ม ก่อนจะสรุปผลร่วมกันตามหลักการและกระบวนการของโครงงานวิจัยทุกขั้นตอน</p>
<p>“โครงการบ้านวิทยาศาสตร์น้อย และ โครงงานฐานวิจัย ปัจจุบันทาง ม.สงขลานครินทร์ได้เริ่มทำในโรงเรียนประถมศึกษาแล้วกว่า 20 โรงเรียน โดยทาง กสศ. ได้สนับสนุนทุนและช่วยประสานงานเกี่ยวกับระบบการบริหารจัดการโรงเรียน ขณะนี้ทางโครงการได้เริ่มต้นวางรูปแบบให้ครูได้พัฒนาการจัดการสอนลักษณะดังกล่าว 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยไม่รบกวนการเรียนการสอนปกติ แล้วทางโครงการจะมีทีมติดตามผลในทุกโรงเรียน<br />
ทุกห้องเรียนที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อดึงข้อมูลออกมาวิเคราะห์ห้องเรียนแต่ละห้อง รวมถึงช่วยครูในการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น มีระบบการสื่อสารออนไลน์ที่ครูสามารถขอคำปรึกษาจากผู้จัดทำโครงการได้จาก ห้องเรียน ส่วนของการประเมินผลในภาพรวมจะต้องรอให้ครบ 1 เทอมการศึกษาเป็นอย่างน้อย แต่ในรูปแบบการสอนมันทำให้เห็นชัดเจนว่าเกิดความเปลี่ยนแปลงในตัวเด็ก ในห้องจัดกิจกรรม ว่าเด็กที่ผ่านการสอนโดยเน้นสร้างทักษะการคิด เขาจะรู้จักการตั้งคำถามและสร้างสมมติฐานต่อเรื่องราวรอบตัวมากขึ้น ตลอดจนรู้จักวิเคราะห์หาคำตอบเบื้องต้นจากข้อมูลที่มีและหาได้ด้วยตัวของเขาเอง” รศ.ไพโรจน์ กล่าวสรุป</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9416" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753723067-1.jpg" alt="" width="1706" height="960" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753723067-1.jpg 1706w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753723067-1-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753723067-1-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753723067-1-1024x576.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1706px) 100vw, 1706px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/tsqp552/">TSQP พัฒนาห้องเรียนปฐมวัย ผ่านหลักสูตร ‘บ้านวิทยาศาสตร์น้อย’และ‘โครงงานฐานวิจัย’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
