<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>นวัตกรน้อย | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 02 Oct 2023 07:32:29 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>นวัตกรน้อย | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘พิทักษ์พันธุ์ปูม้า’ โจทย์การเรียนรู้บริบทโรงเรียนบ้านแหลมไทร จังหวัดตรัง ปั้นนวัตกรน้อยนักแก้ปัญหา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-270923/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Sep 2023 12:05:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ภณิดา ชูช่วยสุวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านแหลมไทร]]></category>
		<category><![CDATA[พิทักษ์พันธุ์ปูม้า]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรน้อย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=72368</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกที่ไม่ว่าจะในเมืองหรือชนบท ในห [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-270923/">‘พิทักษ์พันธุ์ปูม้า’ โจทย์การเรียนรู้บริบทโรงเรียนบ้านแหลมไทร จังหวัดตรัง ปั้นนวัตกรน้อยนักแก้ปัญหา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกที่ไม่ว่าจะในเมืองหรือชนบท ในห้องเรียนหรือนอกห้องเรียน อยู่ที่จะหยิบโจทย์อะไรมาเป็นสารตั้งต้น พัฒนาและต่อยอดไปสู่การนำไปใช้จริง อย่างเช่นการหยิบทรัพยากรในชุมชนที่ใกล้ตัวเด็กๆ มาตั้งเป็นโจทย์ในการเรียนรู้ เพื่อให้ในอนาคตพวกเขาสามารถอยู่ร่วมและอยู่รอดในชุมชนได้</p>



<p>เปิดห้องเรียน<strong> ครู<strong>ภณิดา ชูช่วยสุวรรณ</strong></strong> ครูผู้สอนวิชาสังคมศึกษาชั้นป.4 โรงเรียนบ้านแหลมไทร อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง กับหน่วยการเรียนรู้สิ่งแวดล้อมกายภาพในจังหวัด ที่ชวนเด็กๆ มาเรียนรู้ของดีในชุมชน สร้างพื้นที่การเรียนรู้นอกห้องเรียน ไปจนถึงปั้นนวัตกรตัวน้อยๆ ที่สร้างนวัตกรรมแก้ปัญหาปากท้องในชุมชน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จุดเริ่มต้นปรับการเรียนเปลี่ยนการสอน สู่ห้องเรียน Active Learning</strong></h2>



<p>ห้องเรียนของครูภณิดาเป็น<strong>การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) </strong>โดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนด้วย ‘หลักสูตรโครงงานนวัตกรรมจากประสบการณ์โลก (Phenomenal Based Learning: IP2)’ ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักสูตรของโครงการพัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 โดยสำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมให้ครูที่เข้าอบรมสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้ไปปรับ ประยุกต์ และต่อยอด เพื่อใช้ในการออกแบบการเรียนรู้ให้กับนักเรียน จุดเริ่มต้นจึงเกิดจากการที่ได้ไปอบรมในหลักสูตรของโครงการที่ว่านี้&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-008b08"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/0926_บทความ-อ.พนิดา_PHOTO8.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“พอนำมาใช้กับโรงเรียนจริงๆ เราก็ปรับกระบวนการให้มันเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนเรา และยังคงเป็นการศึกษาภูมิศาสตร์ เพราะเราเป็นครูสังคมศึกษา ภูมิศาสตร์ของแหลมไทรเป็นชายฝั่งทะเล แล้วก็มีทรัพยากรทางทะเล ทีนี้พอเราลงสำรวจปัญหา พานักเรียนลงพื้นที่ ปัญหาที่พบของเราหลักๆ เลยคือปูม้าที่เป็นของดีของแหลมไทร ตอนนี้มีจำนวนลดลง ซึ่งทรัพยากรทางทะเลถ้ามันลดลงก็จะมีผลกับสภาวะเศรษฐกิจของครอบครัวเขา”</p>



<p>สำหรับวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายในการเรียนรู้ของนักเรียนที่ครูภณิดาตั้งไว้นั้น เน้นไปที่การให้เด็กรู้จักสภาพแวดล้อมในชุมชน มองเห็นปัญหา และรู้จักคิดหาทางแก้ปัญหา รวมไปถึงตระหนักถึงการอนุรักษ์และหวงแหนทรัพยากรในพื้นที่ เพื่อความเป็นอยู่ในอนาคต&nbsp;</p>



<p>“เนื่องจากเป็นโครงงานนวัตกรรมจากประสบการณ์โลก ประสบการณ์โลกของเด็กที่นี่ก็คือ ปัญหาที่เขาพบและเลือกมาแล้วว่าอยากแก้ก็คือ ปูม้าที่ลดลง ดังนั้นวัตถุประสงค์หลักๆ เลยคือ ทำยังไงให้ทรัพยากรปูม้ามีเพิ่มมากขึ้น”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-502fdc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/0926_บทความ-อ.พนิดา_PHOTO6.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>6 ขั้นตอนการเรียนรู้เชื่อมโยงกับชุมชน</strong></h2>



<p>หัวใจสำคัญในการจัดการเรียนรู้ในหน่วยนี้ของแหลมไทรก็คือ ให้เด็กแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน และสร้างนวัตกรรมได้ด้วยกระบวนการ Phenomenon-based learning การเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐาน และ Problem-based Learning การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน นอกจากนี้ยังผสมผสานกับ Project Approach หรือการทำโครงงานด้วย โดยครูภณิดาออกแบบการเรียนรู้ใน 6 ขั้นตอน ดังนี้&nbsp;</p>



<p>ขั้นแรก<strong> ‘</strong><strong>แหลมไทรอะไรดี</strong><strong>?’</strong> ครูหย่อนโจทย์ให้เด็กระดมสมอง เพื่อกำหนดสถานการณ์ปัญหาหรือปรากฏการณ์ที่จะนำมาใช้ในการเรียนรู้ และเป็นการประเมินระดับความคิด&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-56d431"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/0926_บทความ-อ.พนิดา_PHOTO7.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ขั้นที่สอง<strong> ‘ตามมาจะพาไปล่องทะเล’</strong> เป็นการคิดประเด็นสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อให้เด็กมองเห็นภาพที่ชัดขึ้น ครูจึงพาลงสำรวจพื้นที่ชุมชนบ้านแหลมไทร ทำหน้าที่เป็นโค้ช เพราะว่าการเรียนรู้จะเรียนรู้ได้ดีเมื่อทำให้ผู้เรียนอยากจะเรียนรู้ และอยากหาคำตอบในสิ่งที่อยากรู้ นอกจากนี้ต้องอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เช่น ปราชญ์ชาวบ้าน&nbsp;</p>



<p>“เพราะความรู้มันไม่ได้จำกัดอยู่ในห้องเรียน เขาเอาปัญหาจากชุมชน แล้วบางทีการแก้ปัญหาคนที่รู้ดีมากกว่าคุณครูก็คือคนในชุมชน ดังนั้นเราต้องเป็นทั้งโค้ช ทั้งผู้อำนวยความสะดวกให้เขา แล้วก็เป็นผู้ที่จุดประกายให้เขาได้คิด บางทีต้อง เอ๊ะ! ไปเรื่อยๆ ให้เขาได้สงสัย”&nbsp;</p>



<p>“ตอนเราไปลงพื้นที่เราต้องชวนเด็กมองในสิ่งที่เขาอาจจะมองข้าม เช่น ป่าชายเลนมีต้นพังกางอกออกมา ซึ่งเขาอาจจะมองไม่เห็นหรือเขาเห็นทุกวันจนไม่ได้สังเกต เราต้องเอ๊ะ! นี่อะไรนะ แล้วตรงนี้แค่มีต้นไม้แค่ต้นเดียวมีสัตว์อะไรอยู่บ้าง เราต้องชี้ เราต้องแนะเขานิดนึงให้เขาได้เห็น ได้สังเกต ถ้าเขาได้เห็นอะไรจากพื้นที่จริงๆ ทำให้เขาได้เรียนรู้จากประสบการณ์มากขึ้น”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a27389"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/0926_บทความ-อ.พนิดา_PHOTO1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในขั้นที่สาม <strong>‘หนูน้อยนักอนุรักษ์ พิทักษ์พันธุ์ปูม้า’</strong> กลับเข้ามาสู่ห้องเรียน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันว่าแต่ละคนมองเห็นอะไรที่เป็นจุดเด่นของชุมชน และอะไรที่เป็นปัญหาที่เจอ เพื่อนำมาวางแผนพัฒนาตนเองร่วมกัน โดยใช้เครื่องมือ <strong>FILA Map </strong>ในการจัดระบบความคิดที่กระจัดกระจายให้เป็นกลุ่มก้อน วิเคราะห์ข้อมูลที่มี และนำเสนอ ซึ่ง FILA ย่อมาจาก</p>



<p><strong>F = Fact</strong> ข้อเท็จจริง เป็นที่มาของปัญหา ในที่นี้สิ่งที่เด็กๆ วิเคราะห์กันก็คือ ทรัพยากรปูม้าลดลง<br><strong>I = Innovation</strong> นวัตกรรม หรือวิธีการที่จะทำให้ปัญหาหายไป ก็คือนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มจำนวนปูม้า&nbsp;<br><strong>L = Learning</strong> ความรู้และทักษะที่ต้องใช้สร้างนวัตกรรม&nbsp;<br><strong>A = Action Plan</strong> การวางแผนการทำงาน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3676e4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/0926_บทความ-อ.พนิดา_PHOTO5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ขั้นที่สี่<strong> ‘</strong><strong>คิดไม่ </strong><strong>OUT </strong><strong>เราทำได้</strong><strong>’</strong> เป็นการจัดการเรียนรู้ด้วยการลงมือทำ บูรณาการรายวิชาสังคมศึกษา วิทยาศาสตร์ และการงานอาชีพ เพื่อนำไปใช้ในการประดิษฐ์นวัตกรรม</p>



<p>“ทีนี้พอประเด็นปัญหาได้แล้วนักเรียนก็แบ่งกลุ่มกันทำกิจกรรมได้ 4 กลุ่ม กลุ่มที่หนึ่งเขาก็จะทำ ‘ชุดอนุบาลปูม้า พลังงานแสงอาทิตย์’ ซึ่งจริงๆ แล้วชุดอนุบาลปูม้า การอนุบาลปูม้าก็มีอยู่ในชุมชนนะคะ แต่กลุ่มนี้เขาคิดเพิ่มขึ้นมาเขาอยากนำพลังงานสะอาดมาใช้ ก็คือการใช้โซลาร์เซลล์ค่ะ กลุ่มที่สองเขาคิดแค่เขาอยากลงไปช่วยในชุมชนเป็น ‘อาสาช่วยดูแลธนาคารปูม้าในชุมชน’ กลุ่มที่สามเขาอยากสร้างชุดอนุบาลแบบของเขา โดยทำ ‘ภาชนะอนุบาลปูม้าจากระป๋อง’ ส่วนกลุ่มสุดท้ายเป็นการ ‘ทำสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อช่วยอนุรักษ์ปูม้า’ รณรงค์ในการอนุบาล ก็จะเป็นรูปแบบที่ต่างกันของแต่ละกลุ่มในการที่จะช่วยอนุรักษ์ปูม้าของเขา กลุ่มไหนคิดยังไงเราก็ให้เขาได้ลงมือทำในสิ่งที่เขาคิด ไม่ได้ปิดกรอบความคิดของเขานะคะ แต่ละกลุ่มความสำเร็จก็จะแตกต่างกัน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5c80f2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/0926_บทความ-อ.พนิดา-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ขั้นที่ห้า <strong>‘ถอดบทเรียน เปลี่ยนชีวิต’</strong> หลังจากผ่านการคิดและลงมือทำกันแล้ว ให้นักเรียนประเมินตนเอง โดยใช้หลักการพัฒนาที่ยั่งยืนหรือ SDGs&nbsp;</p>



<p>“การพัฒนาที่ยั่งยืนมีทั้งหมด 17 เป้าหมาย เป็นความรู้ที่นักเรียนจะต้องมาวิเคราะห์ตามใบงานว่าสิ่งที่นักเรียนทำอย่างกลุ่มที่สร้างนวัตกรรมอนุบาลปูม้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ สามารถตอบโจทย์ SDGs ใดได้บ้าง เช่น ตรงกับเป้าหมายที่ 1 ขจัดความยากจน ถ้ามีปูม้าเพิ่มขึ้นรายได้ของผู้ปกครองก็จะเพิ่มขึ้น, เป้าหมายที่ 2 ขจัดความหิวโหย ถ้ามีปูม้าเพิ่มขึ้นแหล่งอาหารในชุมชนก็จะเพิ่มขึ้น, เป้าหมายที่ 7 พลังงานสะอาดและจ่ายได้ เพราะว่าเราทำโซลาร์เซลล์โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานสะอาดที่เราสามารถนำใช้ได้ และเป้าหมายที่ 14 นิเวศทางทะเลและมหาสมุทร ชุมชนของเราอยู่ติดชายฝั่งทะเล อาชีพของคนในชุมชนส่วนใหญ่เป็นอาชีพประมงก็เลยต้องอนุรักษ์พันธุ์ปูม้า เพื่อให้ปูม้ามีในอนาคต”</p>



<p>สุดท้ายขั้นที่ 6 <strong>‘สู่ชุมชน อุดมสุข’ </strong>คือต่อยอดองค์ความรู้ และเผยแพร่ความรู้ที่ได้กลับคืนสู่ชุมชนนั่นเอง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7ae3a9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/0926_บทความ-อ.พนิดา_PHOTO11.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ผลลัพธ์การเรียนรู้คือจิตสำนึกและสมรรถนะ</strong></h2>



<p>ครูภณิดาเล่าว่าการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่ใช้ปัญหาหรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในชุมชนเป็นฐานในการเรียนรู้<strong> </strong>ผลที่เกิดขึ้นกับตัวเด็กอย่างเห็นได้ชัดคือ เด็กสนุกกับการเรียนรู้ มีความอยากเรียนรู้ และจดจ่อกับการเรียนมากขึ้น</p>



<p>“จริงๆ วิชาสังคมศึกษา ถ้าเกิดว่าเราสอนปกติมันอาจจะทำให้เด็กเบื่อ จำไม่ค่อยได้ ไม่ค่อยจดจ่อ ถามสภาพภูมิประเทศเป็นยังไงก็จะบอกว่าอากาศร้อน คือเขาจำเนื้อหาไม่ได้ หรือไม่อย่างนั้นก็เป็นการท่องจำแบบเดิมๆ แต่ถ้าเกิดเราทำแบบนี้ พาเขาไปลงพื้นที่จริงๆ เห็นชัดเจน เขาจะจำเนื้อหาได้แม่นกว่า”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0e6eae"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/0926_บทความ-อ.พนิดา_PHOTO9.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในด้านทักษะที่ได้นั้น ครูภณิดาเล่าต่อว่าเกิดทักษะขึ้นตามมาหลายตัว ที่ไม่ใช่แค่การได้ความรู้ในรายวิชาสังคมศึกษา วิทยาศาสตร์ หรือการงานอาชีพ แต่สิ่งที่เด็กได้ด้วยคือสมรรถนะที่จำเป็นในการใช้ชีวิต&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“การเรียนที่ตอบโจทย์คือการฝึกเขาให้เป็นคนที่มีสมรรถนะที่พร้อมในอนาคตข้างหน้า นั่นคือสิ่งที่จำเป็นสำหรับเขามากกว่าการเอาความรู้ที่เหมือนกับเป็นแบบแผนเดียวกันมาทั้งหมด”&nbsp;</p>



<p>นอกจากทักษะต่างๆ แล้ว สิ่งที่ครูภณิดามองว่าจำเป็นและเกิดขึ้นจากการเรียนรู้ครั้งนี้คือ จิตสำนึก&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-537b52"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/0926_บทความ-อ.พนิดา_PHOTO10.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ตอนนี้เขาก็รักและหวงแหนในทรัพยากรและบ้านเกิดของเขา มันไม่ใช่แค่เกิดในห้องเรียน เพราะว่าพอเขาเริ่มทำ คนในโรงเรียนคนอื่นเห็น ชาวบ้านเห็น แล้วทุกคนถ้าเข้ามาช่วย มันก็จะเกิดการสะท้อนให้เห็นในภาพใหญ่ว่า เราต้องมาช่วยกันดูแลชุมชนของเราแล้ว ทำให้เห็นกว้างกว่าในห้องเรียน&nbsp;</p>



<p>เพราะนี่คือบ้านของเขา ถ้าระยะยาว ทรัพยากรมันอยู่กับเขาก็จะเป็นผลดีกับครอบครัวกับลูกหลานในชุมชน ดังนั้นถ้าเราปลูกตรงนี้ได้ สร้างได้ มันก็จะเป็นผลระยะยาวกับครอบครัวของเขาเอง”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-270923/">‘พิทักษ์พันธุ์ปูม้า’ โจทย์การเรียนรู้บริบทโรงเรียนบ้านแหลมไทร จังหวัดตรัง ปั้นนวัตกรน้อยนักแก้ปัญหา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทุนนวัตกรรมสายอาชีพฯ ช่วยเติมฝันเด็กอาชีวะ กล้าฝันไกล จนคว้ารางวัล ‘หุ่นยนต์เคลื่อนที่’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/robot/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Sep 2019 10:00:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เก่งดีมีฝีมือ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[Python]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรน้อย]]></category>
		<category><![CDATA[อภิรักษ์ ฟักทอง]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภชัย วงษ์สิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[อุทัยธานี]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียนทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[ปวส.]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีวศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=7378</guid>

					<description><![CDATA[<p>นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของวิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรี  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/robot/">ทุนนวัตกรรมสายอาชีพฯ ช่วยเติมฝันเด็กอาชีวะ กล้าฝันไกล จนคว้ารางวัล ‘หุ่นยนต์เคลื่อนที่’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-7381" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/69345676_2789526167748041_483890476064178176_o.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/69345676_2789526167748041_483890476064178176_o.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/69345676_2789526167748041_483890476064178176_o-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/69345676_2789526167748041_483890476064178176_o-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/69345676_2789526167748041_483890476064178176_o-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p>
<p>นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของวิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรี เมื่อ ศุภชัย วงษ์สิงห์ และ อภิรักษ์ ฟักทอง นักศึกษา ปวส. ปี 1 สาขาอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรี ดีกรีนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง รุ่น 1 จากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) หลังสามารถคว้ารางวัลที่ 2 ในการแข่งขันหุ่นยนต์เคลื่อนที่ รุ่น Open (อายุไม่เกิน 20 ปี) โครงการส่งเสริมศักยภาพความเป็นนวัตกร “นวัตกรน้อย” ภายใต้โครงการโรงประลองต้นแบบทางวิศวกรรม เพื่อพัฒนาทักษะความเป็นนวัตกรแก่เด็กและเยาวชน ณ อุทยานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย</p>
<p>ศุภชัย เริ่มต้นอธิบายว่า ใช้เวลาประมาณ 2-3 อาทิตย์ในการฝึกซ้อม สื่อสารกับทีม และต้องเรียนเขียนโปรแกรมด้วยภาษา Python ซึ่งเป็นภาษาเขียนโปรแกรมระดับสูงซึ่งยังไม่มีการเรียนการสอนในระดับ ปวส. ปี 1 โดยตนและเพื่อนร่วมทีมต้องให้เวลากับการเรียนภาษาจากอาจารย์ตั้งแต่เริ่มต้น ก่อนจะหัดแก้โค้ดและลงมือเขียนโปรแกรมเอง</p>
<blockquote><p>“ส่วนตัวมีความสนใจเรื่องเทคโนโลยีหุ่นยนต์มาตั้งแต่เด็ก แต่จุดเปลี่ยนจริงๆ คืออาจารย์วิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรีได้เข้าไปแนะแนวการเรียนสายอาชีพในโรงเรียน ทำให้ได้มีโอกาสทำความเข้าใจว่าสิ่งที่ตนสนใจสามารถศึกษาต่อไปได้จนถึงในระดับสูง และนำไปใช้ประกอบอาชีพได้ โดยส่วนตัวตั้งใจว่าจะเรียนให้ถึงระดับปริญญาตรี และทำงานในสาขาที่เรียนมา สำหรับทุนนวัตกรรมฯ คือสิ่งที่ทำให้ตนกล้าฝันได้ไกลยิ่งขึ้น และทำให้มีกำลังใจในการแข่งขัน” ศุภชัยเล่าถึงจุดเปลี่ยนชีวิต</p></blockquote>
<p>ศุภชัย ระบุอีกว่า ระยะทางระหว่างบ้านมาวิทยาลัยที่เรียนอยู่ไกลมาก การเดินทางจึงมีค่าใช้จ่ายสูงแล้วการเรียนสาขานี้ต้องใช้ทุนค่อนข้างมาก ทั้งค่าเทอม รวมถึงอุปกรณ์ทำโครงงานต่างๆ ซึ่งหากไม่มีทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงมาช่วย คงต้องตัดสินใจเลือกเรียนสายอื่นแทนหรือหยุดเรียนไป</p>
<p>ไม่ต่างจาก อภิรักษ์ เล่าเช่นกันว่า ค่าใช้จ่ายที่ได้รับจากทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ของ กสศ. ช่วยให้มองเห็นอนาคตที่ดีในวันข้างหน้าได้ เนื่องจากครอบครัวทำงานรับจ้างรายวันไม่มีรายได้มากนัก ทุนที่ได้รับจึงช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อกับแม่ได้ ทำให้ตัวเองพอมีเวลาสามารถทุ่มเทกับการเรียนได้อย่างเต็มที่</p>
<blockquote><p>“การเรียนสาขานี้ต้องใช้เงินสูง ทุนนวัตกรรมฯ ที่ได้รับทำให้ผมไม่ต้องเบียดเบียนพ่อแม่ ไม่ต้องไปทำงานรับจ้างเพื่อหาเงินมาเรียน จึงมีเวลากับการพัฒนาทักษะและทำโครงงานได้มากขึ้น ส่วนหลังจบ ปวส. ผมตั้งใจว่าอยากเรียนครู เพื่อจะกลับมาสอนที่วิทยาลัยแห่งนี้ในสาขาช่างอิเล็กทรอนิกส์ที่เรียนมา เพราะที่นี่คือบ้านเรา อีกไม่กี่ปีอาจารย์หลายท่านจะเกษียณ ผมหวังว่าจะได้กลับมาสอนและพัฒนาเด็กรุ่นถัดๆ ไป เช่นที่ผมได้รับจากอาจารย์ในวันนี้” อภิรักษ์กล่าว</p></blockquote>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-7382" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70009590_2789526244414700_5064912571186806784_o.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70009590_2789526244414700_5064912571186806784_o.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70009590_2789526244414700_5064912571186806784_o-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70009590_2789526244414700_5064912571186806784_o-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70009590_2789526244414700_5064912571186806784_o-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p>
<p>ณรงค์ศักดิ์ แสงเงิน หัวหน้าแผนกอิเล็กทรอนิกส์และแมคคาทรอนิกส์ วิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ระบุว่า ในงานฝีมือแรงงานแห่งชาติครั้งที่ผ่านมา มีทีมเข้าแข่งขันในรุ่นโอเพ่นจากทั่วภาคกลางล้วนเป็นนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยและระดับ ปวส. ที่มีความสามารถการ ที่นักศึกษาทั้งสองคนได้รางวัลเป็นเพราะได้ใช้ทักษะที่มีและความตั้งใจในการทำงานอย่างหนัก</p>
<p>ปีนี้ ทาง กสศ. มีโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ซึ่งเป็นรุ่นที่ 1 เด็กกลุ่มนี้ที่เราออกไปสำรวจ ได้เข้าไปดูบ้านและสัมภาษณ์ทั้งเด็กและครอบครัว เราพบว่านอกจากปัญหาความยากจนที่ทำให้เด็กขาดโอกาสทางการศึกษาแล้ว เรื่องของระยะทางจากบ้านถึงวิทยาลัยก็นับว่ามีส่วนสำคัญไม่น้อย ที่ทำให้เด็กหลายคนจำเป็นต้องเลือกเรียนโรงเรียนใกล้บ้านแทน</p>
<blockquote><p>“มีนักเรียนชั้น ม.3 หลายคนที่อยากเรียนเทคนิค แต่ติดที่การเดินทางภายในจังหวัดไม่เอื้อให้เขาเรียนได้ อย่างในจังหวัดสิงห์บุรีเรามีวิทยาลัยเทคนิคเพียงแห่งเดียว ซึ่งคล้ายกับอีกหลายจังหวัดเล็ก ๆ ทั่วประเทศ ปัญหาด้านการคมนาคมนี้เองที่ตัดโอกาสของเด็ก เพราะการเข้ามาเรียนในตัวเมืองเด็กจำเป็นต้องมีทุนอยู่หอพักหรือมียานพาหนะ นั่นยังไม่นับว่าการเรียนเทคนิคถือว่ามีค่าใช้จ่ายในการทำโครงงานและอุปกรณ์การเรียนที่ค่อนข้างสูงอีกด้วย” หัวหน้าแผนกอิเล็กทรอนิกส์ฯ สาธยาย</p></blockquote>
<p>อาจารย์ณรงค์ศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ทุนจาก กสศ. จึงนับว่าตอบโจทย์โดยตรงทั้งเรื่องการสนับสนุนเด็กให้ได้เรียนสายอาชีพ หากไม่มีเงินก้อนนี้เด็กหลายคนก็ต้องเลือกเรียนโรงเรียนมัธยมใกล้บ้านเป็นส่วนใหญ่ เพราะมันสอดรับกับสภาพเศรษฐกิจของครอบครัวเด็ก ขณะเดียวกันโรงงานหรือภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่กำลังเปลี่ยนแปลงเป็นระบบอัตโนมัติ หลายปีที่ผ่านมา สาขาอิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม จึงเป็นสาขาที่มาแรงและตอบโจทย์ตลาดแรงงานตรงจุด เด็กจบใหม่สามารถเข้าทำงานได้ทันที 100 เปอร์เซ็นต์</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-7383" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/69497804_2789526374414687_4806698471631355904_o.jpg" alt="" width="1108" height="1477" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/69497804_2789526374414687_4806698471631355904_o.jpg 1108w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/69497804_2789526374414687_4806698471631355904_o-225x300.jpg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/69497804_2789526374414687_4806698471631355904_o-768x1024.jpg 768w" sizes="(max-width: 1108px) 100vw, 1108px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/robot/">ทุนนวัตกรรมสายอาชีพฯ ช่วยเติมฝันเด็กอาชีวะ กล้าฝันไกล จนคว้ารางวัล ‘หุ่นยนต์เคลื่อนที่’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
