<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>นวัตกรน้อยแห่งศตวรรษที่ 21 | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a8%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%97%e0%b8%b5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Sun, 11 Dec 2022 07:24:19 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>นวัตกรน้อยแห่งศตวรรษที่ 21 | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>บทพิสูจน์โรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQP) ‘สองปีเต็มในพื้นที่สีแดง’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/self-improvement-school-proof-090622/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Jun 2022 11:24:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนพัฒนาคุณภาพตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนพัฒนาตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรน้อยแห่งศตวรรษที่ 21]]></category>
		<category><![CDATA[ผอ.สมพิศ กอบจิตติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=56717</guid>

					<description><![CDATA[<p>ครั้งตัดสินใจเข้าร่วมโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQP) ข [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/self-improvement-school-proof-090622/">บทพิสูจน์โรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQP) ‘สองปีเต็มในพื้นที่สีแดง’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ครั้งตัดสินใจเข้าร่วมโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQP) ของ กสศ. ผอ. โรงเรียนบ้านยกกระบัตรไม่เคยเชื่อว่าในบริบทของความขาดแคลนโอกาสทุกด้าน จะมีแนวทางหรือนวัตกรรมใด มาช่วยเปลี่ยนแปลงให้เด็กทุกคนของโรงเรียนที่ชีวิตรายล้อมด้วยสังคมโรงงานอุตสาหกรรม สามารถเฉียดเข้าใกล้การพัฒนาสู่ ‘นวัตกรน้อยแห่งศตวรรษที่ 21’ ได้ เฉกเช่นเดียวกับโรงเรียนต้นแบบ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </p>



<p>จนสามปีที่ผ่านมากับบททดสอบอันข้นคลัก ในฐานะโรงเรียนซึ่งตั้งอยู่ใจกลาง ‘พื้นที่สีแดง’ ของการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส ที่กระทบเป็นลูกโซ่ตั้งแต่ปากท้อง เศรษฐกิจชุมชน โรคภัยไข้เจ็บ จนไปถึงการศึกษาของเด็ก ๆ เมื่อโรงเรียนไม่ได้เปิดเรียนปกติเลยตลอดสองปีเต็ม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-74ca06"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/2ปีเต็มในพื้นที่สีแดง-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หากในวันนี้ที่วิกฤตรุนแรงเริ่มลดราลง <strong>ไม่เพียงแค่ตัวเลขของนักเรียนที่กลับมาเรียนได้ครบ 100% ในเทอมใหม่ของปีการศึกษา 65 เท่านั่นที่ทำให้ ผอ. ภูมิใจ แต่เด็ก ๆ ยังแสดงให้เห็นว่า พวกเขามีพื้นฐานทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเองที่เข้มแข็ง และพิสูจน์แล้วว่าเอาตัวรอดผ่านวิกฤตมาได้ โดยไม่เสียศูนย์กับ ‘ภาวะความรู้ถดถอย’ </strong>อันเป็นปัญหาใหญ่ที่เด็กนักเรียนทั่วโลกกำลังเผชิญ</p>



<p>ไปดูกันว่าที่โรงเรียนบ้านยกกระบัตร ต.ท่าทราย จ.สมุทรสาคร เขาทำได้อย่างไร กับจำนวนครูประจำการ 14 คน ในโรงเรียนที่มีนักเรียน 354 คน และแทบพูดได้ว่า ‘ขาดความพร้อมในทุก ๆ ด้าน’</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘วิกฤตลง’ ในดงอุตสาหกรรม</strong><br><strong>บททดสอบคุณภาพ ‘โรงเรียนพัฒนาตนเอง’</strong></h2>



<p>“เราเป็นโรงเรียนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะขณะโรงเรียนอื่นกลับมาเปิดกันแล้ว ตำบลท่าทรายยังถูกสั่งปิดต่อไม่มีกำหนด คือปิดก่อน เปิดทีหลัง ด้วยรอบโรงเรียนคือเขตอุตสาหกรรม โรงงานเยอะมาก หากถามว่าสองปีที่เปิดโรงเรียนไม่ได้ เราพานักเรียนผ่านมาได้อย่างไร ก็ต้องย้อนกลับไปที่การวางรากฐานทั้งครูและนักเรียน จนเรามีเทคนิควิธีในการรับมือ ทุกคนปรับตัวได้ และที่สำคัญคือปรับตัวได้ดีมาก ๆ ด้วย”&nbsp;</p>



<p>ผอ.สมพิศ กอบจิตติ โรงเรียนบ้านยกกระบัตร เผยถึงการข้ามผ่านโจทย์ยาก เนื่องจากสมุทรสาครเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีคนติดเชื้อโควิด-19 สูงสุด และต้องรับผลกระทบจากภาวะการณ์ระบาดรุนแรงที่สุด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f2db6e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/2ปีเต็มในพื้นที่สีแดง-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เราเข้าร่วมโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง หรือ TSQP ของ กสศ. มาถึงปีที่สามแล้ว ย้อนไปวันแรกที่ได้ดูงานที่โรงเรียนบ้านปลาดาว อันเป็นโรงเรียนต้นแบบ เราคิดแต่ว่าคงทำไม่ได้เหมือนเขา เพราะไม่มีความพร้อมสักอย่าง แต่ก็กลับมาลองวางแผนกัน ตั้งใจจะทำให้ดีที่สุด จากนั้นจึงเริ่มเปลี่ยนระบบ นำการเรียนการสอนแบบ Active Learning มาใช้</p>



<p>“ตอนนั้นเราเทออกมากองหมดเลย ว่าครูหรือเจ้าหน้าที่ที่มีใครทำอะไรได้ ถนัดอะไรบ้าง จากนั้นแชร์ข้อมูลแล้วหาแนวทางกัน ต้องขอบคุณมูลนิธิสตาร์ฟิชที่เปิดโอกาสให้เราบริหารจัดการตัวเอง ไม่เคยกำหนดให้ทำตามเขา แต่ช่วยประคองและแนะนำจนโรงเรียนเราค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนวิธีการได้ ในบริบทที่เราเป็น”</p>



<p>จากคิดว่าไม่น่าทำได้ แต่เพียงปีแรกทั้งครูและนักเรียนกลับทำให้เห็นว่า เมื่อความเพียรของการทำซ้ำเริ่มแสดงผล ทุกคนก็สามารถคิดและลงมือทำได้อย่างเป็นขั้นตอน เกิดกระบวนการความคิดสร้างสรรค์ ที่กลายเป็นทักษะติดตัวและงอกเงยดอกผลต่อเนื่อง ให้เด็กได้นำมาใช้เมื่อต้องเรียนรู้กันตามลำพัง</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘Maker Space &amp; Steam Design Process’</strong><br><strong>ถ้าผู้เรียนมีพลังสร้างสรรค์ ‘โรงเรียน’ ก็เพียง ‘สถานที่’</strong></h2>



<p>“ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง คือก่อนหน้านี้เด็กเขาถูกครอบไว้ด้วยความคิดว่าต้องทำตามคำสั่ง ทีนี้พอเราใช้กระบวนการคที่เปิดโอกาสให้คิด ว่าในหนึ่งโจทย์งานสามารถมองไปทางไหนได้บ้าง แล้วลองลงมือปฏิบัติ คราวนี้เห็นเลยว่าเด็กแต่ละคนคิดต่างกัน หลายคนพาความคิดไปได้ไกลกว่าที่ครูคาดการณ์ไว้เสียอีก”</p>



<p>ผอ.สมพิศ เล่าถึงการนำกระบวนการ Maker Space และ Steam Design Process จากโรงเรียนบ้านปลาดาวมาใช้ จนสามารถบ่มเพาะนวัตกรน้อยที่คิดเป็น วางแผนการทำงานได้ ถ่ายทอดอธิบายผลงานของตน และเปรียบเทียบงานกับของเพื่อนได้ว่าดีไม่ดีอย่างไร ต้องปรับแก้ตรงไหน หรือสามารถพลิกแนวทางการทำงานได้เมื่อเห็นทางตัน</p>



<p>Maker Space คือการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ โดยมีครูเตรียมอุปกรณ์เครื่องมือวัสดุ และมีผู้เชี่ยวชาญไว้คอยให้คำแนะนำ ส่วน Steam Design Process คือ 5 ขั้นตอนการทำงานที่เริ่มจาก คำถามกำหนดขอบเขตปัญหา (Asking) จินตนาการรวบรวมข้อมูล (Imagine) วางแผนแก้ปัญหาที่เชื่อมโยงกับข้อจำกัด (Plan) สร้างสรรค์ชิ้นงานตามลำดับขั้น (Create) และ สะท้อนประเมินเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ (Reflect &amp; Redesign)</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fef6d5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/2ปีเต็มในพื้นที่สีแดง-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>“เมื่อเด็กอยู่กับกระบวนการนี้ทุกวัน เขาจะซึมซับการวางแผน พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ พอผ่านมาสองปี มันเห็นผลชัดเลยว่าเด็กมีทักษะเพิ่มขึ้นทุกด้าน จากเมื่อก่อนที่ทำอะไรได้แค่ตามครูบอก ตอนนี้พอได้โจทย์งานไป เขาจะสำรวจทันทีว่าวัสดุมีอะไรบ้าง แล้วจะลำดับขั้นตอน จินตนาการถึงสิ่งที่จะทำคร่าว ๆ ก่อนลงมือทำ ซึ่งระหว่างนั้นถ้าไม่ใช่อย่างที่คิดก็ปรับเปลี่ยน หรือพองานเสร็จก็วิเคราะห์แก้ไขให้ดีขึ้นได้&#8221;</strong></p>



<p>“ทักษะเหล่านี้เอง ที่ทำให้เด็กสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองจากที่บ้านได้ในช่วงโควิด-19 ระบาดหนัก ด้วยโจทย์งานที่ครูส่งไปให้ ด้วยกล่องการเรียนรู้ หรือ Learning Box ที่ช่วยเสริม”</p>



<p>“เราอาจพูดไม่ได้ว่ามันช่วยเด็กได้ 100% แต่ที่เห็นชัดเลยคือแม้เด็กบางคนขาดแคลนเครื่องมือไม่สะดวกเรียนออนไลน์ เขาก็ยังพอประคองตัวไว้ไม่ให้หลุดไปจากการเรียนโดยสิ้นเชิง เพราะเขารู้แล้วว่าตัวเองคือศูนย์กลางของการเรียนรู้ ทีนี้จะที่บ้าน ชุมชน หรือโรงเรียน มันพบบทเรียนในนั้นได้ทั้งหมด”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>บุคลากรเท่าเดิม แต่คุณภาพเพิ่มขึ้น</strong><br><strong>‘ใครมีสิ่งไหน ก็นำสิ่งนั้นมาแบ่งปัน’</strong></h2>



<p>ผอ. โรงเรียนบ้านยกกระบัตร กล่าวว่า แม้จะมีกระบวนการที่ดีเพียงใด แต่ถ้าไม่ได้ขับเคลื่อนผ่านแก่นแกนสำคัญ คือบุคลากรคุณภาพ ที่อาจมีจำนวนน้อย คือครู 14 คน กับเจ้าหน้าที่ตำแหน่งอื่น ที่รวมทั้งหมดมี 19 คน การจัดการศึกษาคุณภาพคงไม่อาจเกิดขึ้นได้</p>



<p><strong>“ความมุ่งมั่นตั้งใจของครูเราคือพลังที่ยิ่งใหญ่กว่านวัตกรรมไหน ๆ ไม่ว่าจะเป็นคนในพื้นที่หรือมาจากที่อื่น ทุกคนรวมใจเป็นหนึ่งเดียว โดยเฉพาะในช่วงวิกฤต ครูจำนวนน้อยนิดของเราจะอยู่ทำงานที่โรงเรียนเสมอ ไม่ว่าช่วงเย็นหรือเสาร์อาทิตย์&#8221;</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-de6397"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/2ปีเต็มในพื้นที่สีแดง-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ทุกเทอมเราจะสำรวจความต้องการครูว่าต้องการพัฒนาทักษะด้านใด แล้วจะเชิญวิทยากรมาจัดอบรมให้ หรือวัฒนธรรมองค์กรอีกอย่างของโรงเรียนคือการแลกเปลี่ยนความรู้ ถ่ายทอดความถนัดเพื่อช่วยเหลือกันในหมู่ครู อย่างช่วงปิดโรงเรียนเราต้องสอนออนไลน์เต็มรูปแบบ ครูหนุ่มสาวของเราที่ถนัดเรื่องเทคโนโลยี ก็อาสาอบรมถ่ายทอดความรู้ให้เพื่อนครูคนอื่น หรือครูอาวุโสเองก็ยินดีเสมอที่จะเป็นครูพี่เลี้ยงดูแลครูบรรจุใหม่ คนที่เพิ่งมาถึงจึงเข้าใจระบบการสอนได้เร็ว นี่คือจุดแข็งของคุณภาพที่เข้ามาทดแทนความด้อยเรื่องปริมาณ ใครถนัดสิ่งไหนก็นำสิ่งนั้นมาแบ่งปัน จึงทำให้ทุกคนสามารถทำงานไปได้อย่างพร้อมเพรียง”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ร่วมมือชุมชน สร้างระบบติดตามที่ช่วยเก็บเด็กไว้ได้ 100%</strong></h2>



<p>อีกสิ่งหนึ่งที่โรงเรียนทำมาตลอด และยิ่งเข้มข้นขึ้นในช่วงปิดเรียนออนไซต์ คือระบบติดตามนักเรียนที่ทำร่วมกับชุมชน โดยเริ่มจากในโรงเรียน ครูประจำชั้นจะรายงาน ผอ. ทุกสัปดาห์ถึงสถานการณ์เด็กแต่ละคน ใครมา ใครขาด ใครไม่ส่งงาน เมื่อมีเด็กหาย ครูประจำชั้นจะติดต่อไปยังผู้ปกครอง แล้วถ้ายังไม่พบตัวเด็ก ผอ. จะลงพื้นที่ติดตามด้วยตนเอง ด้วยความร่วมมือจากเครือข่ายกรรมการสถานศึกษา ประกอบด้วยผู้ใหญ่บ้าน อบต. ผู้นำชุมชน ที่มีข้อมูลเชิงลึก และเครือข่ายชุมชนที่กว้างขวาง</p>



<p>“<strong>ระบบดูแลรายคนคือเหตุผลที่ผ่านสองปี เด็กเรายังอยู่ครบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีใครหลุด ทั้งที่ความเสี่ยงสูง </strong>เพราะผู้ปกครองส่วนใหญ่ทำงานในโรงงาน เด็กอยู่ห้อง เรียนเอง แต่ครูเรารู้พื้นฐานเด็กอยู่แล้ว ใครอ่านได้ไม่ได้ ครอบครัวเป็นอย่างไร มีปัญหาอะไร ซึ่งข้อมูลนี้ครูเขาจะส่งต่อกันเมื่อเด็กเปลี่ยนชั้น เมื่อผนวกรวมกับความช่วยเหลือของชุมชน ก็ยิ่งทำให้เราตามเด็กได้เร็ว และช้อนเขาไว้ทันก่อนจะสายเกินไป”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-93d1e3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/2ปีเต็มในพื้นที่สีแดง-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>“คนเราจะทำงานที่ดีที่สุดได้เมื่อเขาอยากทำ แล้วงานนั้นจะยั่งยืน”</strong></h2>



<p>ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร ประธานมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม กล่าวว่า เข้าสู่ปีที่สามแล้วที่ได้ทำงานกับโรงเรียนบ้านยกกระบัตร สตาร์ฟิชเชื่อว่าทุกโรงเรียนมีจุดเด่นของตัวเอง และเมื่อเข้าร่วมโครงการ ย่อมหมายถึงความตั้งใจอยากสร้างความเปลี่ยนแปลง ซึ่งบทบาทของสตาร์ฟิชจะเป็นโค้ชที่เชื่อในความหลากหลาย ค้นหาจุดดีและสนับสนุนให้กลายเป็นจุดเด่น</p>



<p>“คนเราจะทำงานที่ดีที่สุดได้เมื่อเขาอยากทำ แล้วงานนั้นจะยั่งยืน เหมือนเด็ก ถ้าอยากเรียน เขาจะทำได้ดีและจดจ่อได้นาน สไตล์ของสตาร์ฟิชจึงไม่มีบล็อก ไม่มีแนวปฏิบัติตายตัว แต่เราเน้นให้คำแนะนำ ให้เครื่องมือ เปิดประเด็นชวนคิดชวนคุย และมีโรงเรียนให้ดูเป็นตัวอย่าง ซี่งเราจะบอกเสมอว่าไม่จำเป็นต้องทำตามกัน เพราะไม่มีโรงเรียนไหนเหมือนกัน แม้ทำงานกับเด็กกลุ่มที่ใกล้เคียงกันก็ตาม&#8221;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-383bbc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/2ปีเต็มในพื้นที่สีแดง-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“อย่างโรงเรียนบ้านยกกระบัตร เราเห็นแล้วว่าการทำงานที่ผ่านมาคือเน้นทักษะอาชีพ มี Maker Space ที่เป็นแบบฉบับของตัวเอง และเด็กเป็นเจ้าของการเรียนรู้ <strong>ด้วยระบบการคิดแบบ Steam Design Process เมื่อเด็กทำซ้ำ 1 ปี 2 ปี หรือ 3 ปี มันก็ยิ่งกลายเป็นระบบความคิดอัตโนมัติที่ฝังลงในตัวเด็ก เพราะฉะนั้นจะเจอโควิด โรงเรียนปิด มาไม่ได้ยังไงก็ตาม เขาจะมีต้นทุนติดตัวในการเรียนรู้ด้วยตัวเอง”</strong></p>



<p>และนี่คืออีกหนึ่งแนวทางการทำงานของโรงเรียนและภาคีเครือข่าย ที่แสดงให้เห็นถึงการสร้าง ‘โรงเรียนพัฒนาตนเอง’ ที่เข้มแข็ง และพร้อมรับมือได้กับทุกวิกฤตปัญหา เพื่อให้การเรียนรู้ของเด็กยังคงดำเนินต่อไปได้ ไม่มีใครต้องหลุดไปกลางทาง อันจะเป็นต้นแบบสำคัญของการขยายผลไปยังโรงเรียนในพื้นที่อื่น ที่มีบริบทใกล้เคียงกันในอนาคต</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/self-improvement-school-proof-090622/">บทพิสูจน์โรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQP) ‘สองปีเต็มในพื้นที่สีแดง’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
