<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%99%e0%b8%9e-%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%88-%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%98%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 23 Jan 2024 08:42:25 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“แว่นตาเด็ก” ความสุขในการเรียนที่ท้องถิ่นออกแบบได้</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-230124-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Jan 2024 08:42:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี]]></category>
		<category><![CDATA[สปสช.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=76390</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัญหาด้านสายตา อาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญของการศึกษาที่ขวา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-230124-2/">“แว่นตาเด็ก” ความสุขในการเรียนที่ท้องถิ่นออกแบบได้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปัญหาด้านสายตา อาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญของการศึกษาที่ขวางกั้นโอกาสในการเรียนรู้ เป็นข้อจำกัดของร่างกายที่มีส่วนทำให้เด็กบางคนหลุดออกจากระบบการศึกษา หากไม่ได้รับการแก้ไขหรือดูแลอย่างเหมาะสม และปัญหานี้เป็นเรื่องที่<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> และ<strong>สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)</strong> ตระหนักดี เราจึงริเริ่ม<a href="https://www.eef.or.th/news-080124/" target="_blank" rel="noopener" title=""><strong>โครงการ I SEE THE FUTURE แค่มองเห็นก็เปลี่ยนอนาคต</strong></a> เพื่อส่งเสริมการสร้างกลไกท้องถิ่นช่วยให้เด็กทุกคนเข้าถึงสิทธิด้านสุขภาพเกี่ยวกับบริการตรวจวัดสายตา ไปจนถึงระบบส่งต่อเด็กที่มีปัญหาให้ได้รับการรักษา ได้รับแว่นสายตาแบบไม่มีค่าใช้จ่าย และได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี</p>



<p><strong>กสศ.</strong> สนทนากับ <strong>นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารีเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)</strong> พบว่า ปัญหาสายตาบกพร่องในเด็ก เป็นปัญหาที่มีมานาน จากการศึกษาของโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (Health Intervention and Technology Assessment Program) หรือ HITAP พบว่าเด็ก โดยเฉพาะเด็กเล็ก ๆ ที่มีปัญหาสายตาโดยเฉพาะยิ่งสายตาสั้น หากไม่ได้รับการดูแล ในอนาคตจะมีเด็กจำนวนหนึ่งที่ตาบอด นี่จึงเป็นปัญหาที่น่ากังวลมาก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8aab6a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/Photo1-สัมภาษณ์-นพ.จเด็จ-สายตา-ปัญหาสุขภาพที่ท้องถิ่นร่วมกันออกแบบการดูแลได้.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เชื่อว่าปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ โดยการจัดระบบการให้บริการสุขภาพกับเด็ก เมื่อเด็กกลุ่มนี้เข้าสู่วัยเรียนหรือการศึกษา เมื่อเขาไปเรียนหนังสือ บางครั้งจะสังเกตว่าเขาเรียนหนังสือไม่ค่อยดี สืบไปสืบมาบางทีจะพบว่าเป็นเพราะว่าเขามองไม่เห็น และไม่ทราบว่าภาวะการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นกับตัวเอง คือภาวะสายตาผิดปกติที่สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้แว่น ตรงนี้อาจจะต้องใช้ความร่วมมือของหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมกัน อย่างเช่น คุณครูที่พบว่าเด็กเรียนไม่ดี ต้องดูว่าจะเป็นปัญหาเรื่องสายตาหรือไม่ ถ้าสามารถดูแลเรื่องปัญหาสายตาได้ เด็กส่วนหนึ่งก็กลับมาเรียนดีขึ้น สามารถดำรงชีวิตหรือว่าเข้าสู่ระบบการศึกษาอย่างมีความมั่นใจขึ้น”</p>



<p><strong>นพ.จเด็จ </strong>กล่าวถึงสวัสดิการสุขภาพถ้วนหน้าที่มีอยู่ว่าทาง สปสช. เองก็ได้กำหนดเรื่องนี้เป็นสิทธิประโยชน์ตั้งแต่ปี 2564 ด้วยความที่อยากให้เด็กทุกคนที่อยู่ในวัยเรียนตั้งแต่อนุบาลและประถมศึกษาได้รับการตรวจคัดกรองเบื้องต้น ถ้าพบความผิดปกติหรือสงสัยว่าเป็นปัญหาสายตา ก็ให้ส่งไปตรวจอย่างละเอียดกับผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง&nbsp;</p>



<p>สปสช. ทำงานร่วมกับราชวิทยาลัยจักษุ เพื่อให้หน่วยงานนี้เข้ามาช่วยในกรณีที่เด็กเล็กหรือเด็กที่มีความจำเป็นต้องใช้จักษุแพทย์ในการคัดกรอง ก็จะระดมจักษุแพทย์ทั่วประเทศเข้ามาช่วยเหลือ นั่นคือระบบดูแลสายตาของเด็กที่มี กับอีกส่วนหนึ่งคือใช้กลไกเข้าไปจัดระบบให้บริการผ่านกองทุนที่เรียกว่า <strong>“กองทุนสุขภาพตำบล”</strong> ซึ่งเป็นกองทุนที่เป็นเงินของ สปสช. กับเงินของท้องถิ่นเข้ามารวมกัน ซึ่งกลไกการบริหารที่ใช้กลไกท้องถิ่น ถือเป็นกลไกสำคัญที่เข้าไปช่วยค้นหาเด็กหรือคัดกรองได้ดี จึงกำหนดให้ส่วนหนึ่งใช้กองทุนสุขภาพตำบลเข้าไปดำเนินการ โดยที่ท้องถิ่นจะจัดระบบในการเข้าไปคัดกรอง จัดระบบในการหาแว่นตาให้หากเด็กมีความผิดปกติ มีการติดตามประเมินผล และเด็กเหล่านั้นต้องได้รับการตรวจสายตาทุกปี เพราะสายตาเปลี่ยนทุกปี&nbsp;</p>



<p>“เท่าที่ทดลองระบบที่กล่าวมาก็เป็นไปได้ดี ทาง สปสช. พยายามจะสื่อสารกับท้องถิ่นที่อยากให้เน้นปัญหานี้เป็นปัญหาหนึ่งในการใช้งานกองทุนในการขับเคลื่อน นอกเหนือไปจากส่วนกลางที่เรากำหนดงบประมาณไว้ส่วนหนึ่งสำหรับลงไปปิดจุดอ่อนสำหรับบางพื้นที่ และเท่าที่ประเมินมา กองทุนสุขภาพระดับพื้นที่หรือกองทุนตำบลเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะว่าใกล้ชิดกับประชาชนที่สุด เข้าใจปัญหา มีกลไกการบริหารในลักษณะกรรมการ มีการทำโครงการเป็นเรื่องเป็นราว มีกลไกการติดตามประเมินผลอย่างดี ตรงนี้ก็คิดว่าทั้งในเรื่องกลไกการลงไปบริหารจัดการกับเรื่องปัญหาสุขภาพตาของเด็ก ก็จะได้รับการแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพและได้ประสิทธิผล”</p>



<p><strong>นพ.จเด็จ</strong>ย้ำว่าเด็กทุกคนควรได้รับการตรวจคัดกรองสายตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่อาจจะด้อยโอกาสจำเป็นต้องมีการดำเนินการเป็นพิเศษ เพราะว่าเด็กด้อยโอกาสไม่เพียงแค่ด้อยโอกาสทางการศึกษา แต่อาจจะรวมไปถึงการเข้าถึงบริการสุขภาพด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-09f769"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/Photo8-เรื่องเล่าจากห้องเรียน-แก้ไขปัญหาสายตา-เพิ่มโอกาสมองหาอนาคต.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-130686"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/Photo2-เรื่องเล่าจากห้องเรียน-แก้ไขปัญหาสายตา-เพิ่มโอกาสมองหาอนาคต.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>แว่นตาที่ดีที่สุด คือแว่นที่เด็กมีความสุขในการสวมใส่</strong></h2>



<p><strong>นพ.จเด็จ</strong>บอกว่า สปสช. มีการกำชับกับหน่วยให้บริการตัดแว่นว่าให้ลงไปดูสินค้าที่มีคุณภาพ เมื่อซื้อจำนวนมากน่าจะมีการต่อรองราคาได้ ต้องได้ของคุณภาพดี และอยากให้เน้นในเรื่องของความสวยงามของแว่นด้วย เพราะว่าเด็กบางคน เมื่อยังเป็นเด็กเล็กอาจจะยังไม่สนใจเรื่องความสวยงามเท่าไหร่ แต่เมื่อเริ่มรู้หนังสือหรือเริ่มมีความเข้าใจว่าการใส่แว่นในวัยเด็กจะให้เขาถูกมองว่าแตกต่างจากคนอื่น ทำให้เด็กเขินอาย ดังนั้นอยากให้ทุกฝ่ายมองว่าแว่นตาที่มอบให้เด็ก เป็นสิ่งที่ช่วยเสริมความงามและเสริมศักยภาพความมั่นใจกับเด็กด้วย ไม่ให้เด็กที่มีปัญหาสายตา มองว่าเป็นความผิดปกติหรือเป็นจุดด้อยของชีวิต</p>



<p>“เคยมีประสบการณ์ตรงในการลงไปพูดคุยกับเด็ก บางครั้งกรอบแว่นที่ไม่สวย ทำให้เด็กไม่อยากใส่ แล้วก็เวลาเราคุยกับหน่วยบริการให้แว่นก็จะพูดเสมอว่าอยากให้มีกรอบแว่นให้เลือกอย่างหลากหลาย บางครั้งกรอบแว่นที่เด็กวัยรุ่นชอบก็อยากให้นำเข้ามาให้บริการกับเด็กด้วย อยากทำให้การใส่แว่นไม่ใช่เรื่องน่าอาย หรือไม่ใช่เรื่องที่เป็นความผิดปกติ แต่เป็นเรื่องปกติแล้วก็เป็นส่วนเสริมที่จะทำให้การเรียน การใช้ชีวิตของเด็กมีประสิทธิภาพสูงขึ้น หากเป็นอย่างนี้เชื่อว่าจะทำให้ในอนาคตจะมีเด็กเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง และใส่แว่นสายตาในการเรียนหนังสือจนเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าเด็กจะอยู่ส่วนไหน เด็กทุกกลุ่มจะได้ใช้บริการตรงนี้เพื่อเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำหรับการเรียน ทำให้การเรียนดีขึ้น”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e7dce7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/Photo4-สัมภาษณ์-นพ.จเด็จ-สายตา-ปัญหาสุขภาพที่ท้องถิ่นร่วมกันออกแบบการดูแลได้.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>“สายตา” ปัญหาสุขภาพที่ท้องถิ่นร่วมกันออกแบบการดูแลได้</strong></h2>



<p><strong>นพ.จเด็จ</strong> ย้ำว่า ท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญในการดูแลเรื่องนี้ ด้วยการออกแบบระบบการเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ เพื่อดูแลสุขภาพด้านนี้</p>



<p>งบประมาณที่ดูแลเรื่องนี้ ใช้งบประมาณที่ สปสช. ส่งไป แล้วท้องถิ่นจะใช้ระบบไหนนั้น สปสช. เปิดโอกาสให้ท้องถิ่นออกแบบการดูแล เนื่องจากเด็กในชุมชน 90% อยู่ในโรงเรียน การจัดระบบเข้าไปคัดกรองในโรงเรียนไม่ยาก แต่อาจจะมีเด็กตกหล่น ต้องจัดระบบพิเศษในการดูแล เช่นประชาสัมพันธ์ว่าหากสมาชิกในชุมชนเห็นเด็กที่ตกสำรวจ ก็ติดต่อผ่านหน่วยบริการในระบบของเรา แล้วจัดงบประมาณพิเศษสำหรับเด็กกลุ่มนี้ในการเข้ารับบริการ ซึ่งเราก็ให้อำนาจท้องถิ่นออกแบบตรงนี้ อยากจะให้เกิดโมเดลการดูแล เช่น มีนักทัศนมาตรเข้ามาดูแล หรือให้ร้านแว่นช่วยเป็นกลไกกลางในการคัดกรอง</p>



<p>“เชื่อว่าการใช้กลไกที่ใกล้ชิดกับประชาชนที่สุดมาดูแล คือสิ่งที่มีประสิทธิภาพที่สุด เพราะเวลาเรากำหนดกลไกที่มาจากส่วนกลาง แล้วบอกให้ทุกคนปฏิบัติตาม ก็จะติดปัญหาว่าแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน ร้านแว่นที่อยู่พื้นที่ทุรกันดาร จะให้บริการราคาเดียวกับร้านแว่นในพื้นที่เขตเมืองไม่ได้ อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะมีความแตกต่างกัน สปสช. จึงออกกติกาหลวม ๆ เพื่อให้ท้องถิ่นพื้นที่เข้าไปออกแบบโครงการเพราะเราไม่สามารถไปดูได้ 7,000 กว่าตำบลทั่วประเทศได้ แต่บอกกติกา ออกนโยบาย แล้วก็ให้แต่ละแห่งไปออกแบบการทำงานที่เหมาะสมกับตัวเอง”<strong>นพ.จเด็จ</strong>ทิ้งท้ายว่า ท้องถิ่นบวกกับ สปสช. มีงบประมาณที่ได้รับต่อปีประมาณ 3,000 กว่าล้านบาท เมื่อมีงบประมาณแล้ว ก็ต้องมีกรรมการเพื่อส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ซึ่งการทำงานอาจเกิดนวัตกรรมในพื้นที่หลากหลาย เรื่องนี้ต้องตามต่อด้วยงานวิจัย กสศ. เพื่อไปดูว่า หลังจากที่ได้ขยายการทำงานไประยะหนึ่ง ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเด็ก ๆ เป็นอย่างไรต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-230124-2/">“แว่นตาเด็ก” ความสุขในการเรียนที่ท้องถิ่นออกแบบได้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แว่นตาเปลี่ยนโลก ห้องเรียนที่เปลี่ยนไปของน้องแพท</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-pat-glasses-240222/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Feb 2022 07:48:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[Area Based Education]]></category>
		<category><![CDATA[ปรีณาพรรณ จันทร์เกษม]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนสองคลอง]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี]]></category>
		<category><![CDATA[สปสช.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=52068</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ในห้องจะนั่งเรียงตามเลขที่ค่ะ หนูเลยได้นั่งหลังห้อง แต [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-pat-glasses-240222/">แว่นตาเปลี่ยนโลก ห้องเรียนที่เปลี่ยนไปของน้องแพท</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“ในห้องจะนั่งเรียงตามเลขที่ค่ะ หนูเลยได้นั่งหลังห้อง แต่มองกระดานไม่เห็น มันจะเบลอ ๆ ก็เลยลุกเดินไปดูหน้ากระดานเลยถึงจะชัด จนคุณครูบางวิชาจะให้สลับที่นั่งกับเพื่อน แต่เพื่อนของหนูมองไม่เห็นยิ่งกว่าหนูอีกนะคะ ต้องเดินไปติดด้านหน้าเลย”</strong></p>



<p>‘น้องแพท’ ปรีณาพรรณ จันทร์เกษม นักเรียนชั้นป.6 โรงเรียนสองคลอง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา&nbsp; เป็นหนึ่งในเด็กหลายแสนคน&nbsp; ที่มีโอกาสได้ตรวจวัดสายตา และได้รับแว่นสายตาจากโครงการ &#8220;แว่นตาสำหรับเด็กสายตาผิดปกติ&nbsp; ของขวัญเพื่อเด็กไทยสายตาดี&#8221;&nbsp;</p>



<p>แต่ก่อนหน้าที่ได้รับการตรวจสายตา น้องแพทได้ไปเล่าอาการดังกล่าวให้คุณยายฟัง และขอให้ยายซื้อแว่นให้ แต่ด้วยครอบครัวที่มีฐานะยากจนจึงไม่สามารถทำได้ ทำให้โลกผ่านสายตาของน้องแพทจึงยังไม่ชัดเจนต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-40356d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/17Photo1-แว่นตาเปลี่ยนโลก.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ตอนหลานมาขอให้ซื้อแว่นให้ก็ยังถามอยู่เลยว่าตัวแค่นี้สายตาไม่ดีแล้วหรอ เราดูไม่รู้หรอกว่าหลานเป็นอะไร แต่ก็บอกหลานให้ทนอีกหน่อย เพราะเราคนเดียวต้องเลี้ยงหลานถึง 3 คน ก็ยังไม่มีเงิน”</p>



<p>ผ่านไปเป็นเดือนจึงมีข่าวดีมาถึงบ้าน เจ้าหน้าที่ อสม.มาเยี่ยมบ้านเพื่อไถ่ถามอาการของน้องแพท และแนะนำให้ไปตรวจที่โรงเรียน</p>



<p>โดยทางโรงเรียนสองคลอง และ อบต. สองคลอง ร่วมกับ รพ.สต.แสมขาว&nbsp; และ รพ.สต.สองคลอง ช่วยกันค้นหาเด็กสายตาผิดปกติ ผ่านเจ้าหน้าที่ อสม. ของ 10 หมู่บ้าน พบมีประมาณ 1,300 คน&nbsp; จากนั้นได้ให้จักษุแพทย์ เข้ามาช่วยตรวจวัดสายตาเด็กๆอีกครั้ง ก่อนพาไปตัดแว่นตา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e0d144"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/17Photo3-แว่นตาเปลี่ยนโลก.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) บอกว่าได้จัดชุดสิทธิประโยชน์สนับสนุนค่าแว่นตาให้กับหน่วยบริการที่ตรวจวัดค่าสายตา และสั่งตัดแว่นตาให้กับเด็กที่มีสายตาผิดปกติทุกสิทธิการรักษา เพื่อสนับสนุนให้เด็กอายุ 3-14 ปีทุกคนที่มีสายตาผิดปกติ สามารถเข้าถึงแว่นตาได้&nbsp;</p>



<p>“ตอนนี้ได้เจรจากับหน่วยงานที่ตัดแว่นให้คิดในราคาเดียวกันหมด ไม่ว่าจะสายตาสั้น สายตาเอียง หรือใช้เลนน์แบบไหนก็ตาม โดยขอให้จักษุแพทย์ตรวจให้ชัดเจน แล้วส่งไปที่ร้านตัดแว่น พร้อมแนะนำว่าเด็กๆควรเข้ารับการตรวจวัดสายตาอย่างน้อยปีละครั้ง&nbsp; ไม่ใช่วัดครั้งนี้แล้วจบเลย ปีหน้าก็ต้องมาวัดใหม่ คุณหมอก็ต้องมาตรวจใหม่&nbsp; ทั้งนี้ต้องขอบคุณทางราชวิทยาลัยจักษุแพทย์ที่ระดมจักษุแพทย์ทั่วประเทศมาช่วยกัน”</p>



<p>สำหรับโครงการนี้ เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ สปสช. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์ มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็กและสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ในการขยายการเข้าถึงสิทธิและบริการตามชุดสิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่ต้องการดูแลสุขภาพของเด็กและเยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสไปพร้อมกัน ซึ่งคาดว่ามีเด็กประมาณ 50,000-70,000 คนทั่วประเทศที่ต้องตัดแว่นอย่างเร่งด่วน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ช่วยให้เด็กๆกลุ่มนี้ได้เรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-93020d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/17Photo7-แว่นตาเปลี่ยนโลก.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา​(กสศ.) กล่าวว่า การบูรณาการความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยให้เกิดการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพของเด็กและเยาวชนในครัวเรือนที่ยากลำบาก​ ซึ่งมี 15% ของทั้งประเทศ เด็กกลุ่มนี้มีปัญหาสายตาไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสมตั้งแต่เนิ่น จนอาจส่งผลต่อการดำเนินชีวิตและการพัฒนาศักยภาพในระยะยาว&nbsp;</p>



<p>โดย กสศ.ให้ความสำคัญกับการในการช่วยเหลือนักเรียนและวางแผนแก้ปัญหาได้อย่างถูกจุดเป็นรายบุคคล โดยเน้นการทำงานแบบ Area Based Education ร่วมมือกันระหว่าง ภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ขณะเดียวกัน กสศ.ยังใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาหรือระบบ iSEE ซึ่งเป็นฐานขนาดใหญ่ (Big Data) ที่ครอบคลุมข้อมูลกลุ่มเป้าหมายนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษ 1.9 ล้านคน เพื่อการค้นหาและแก้ไขปัญหาภาวะสายตาผิดปกติ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการ เรียนรู้แก่เด็กและเยาวชนที่มีคุณภาพได้ต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0fa3d0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/17Photo5-แว่นตาเปลี่ยนโลก.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>วันนี้ภาพวาดฝีมือของน้องแพทชัดเจนขึ้น โลกแห่งจินตนาการจึงถูกเติมแต่งสีสันได้อย่างเต็มที่ แว่นตาได้เข้ามาเปลี่ยนโลกของเด็กหญิงตัวน้อย และจะเปลี่ยนโลกของเด็กไทยอีกหลายแสนคนให้ชัดเจนได้เช่นกัน</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-pat-glasses-240222/">แว่นตาเปลี่ยนโลก ห้องเรียนที่เปลี่ยนไปของน้องแพท</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สปสช.- กสศ.จับมือ แก้ปมเหลื่อมล้ำ ช่วยเด็กยากจนพิเศษ กลุ่มเปราะบางและครอบครัวกว่า 5.2 ล้านคน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-040222/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Feb 2022 08:14:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบหลักประกันสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กนิษฐ์ ศรีเคลือบ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี]]></category>
		<category><![CDATA[สปสช.]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเปราะบาง]]></category>
		<category><![CDATA[ล้านพลังคนไทย มอบโอกาสทางการศึกษาเป็นของขวัญ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=51334</guid>

					<description><![CDATA[<p>สุขภาพที่ไม่ดี เป็นหนึ่งในอุปสรรคที่ทำให้เด็กและเยาวชนไ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-040222/">สปสช.- กสศ.จับมือ แก้ปมเหลื่อมล้ำ ช่วยเด็กยากจนพิเศษ กลุ่มเปราะบางและครอบครัวกว่า 5.2 ล้านคน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<ul><li>สุขภาพที่ไม่ดี เป็นหนึ่งในอุปสรรคที่ทำให้เด็กและเยาวชนไม่สามารถพัฒนาการเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;&nbsp; เช่น ปัญหาทุพโภชนาการ&nbsp; หรือปัญหาผิดปกติทางสายตา จากข้อมูลพบว่าในบรรดาเด็กยากจนและยากจนพิเศษในช่วงอายุ 3-14 ปี มีกลุ่มที่ต้องได้รับการตัดแว่นอย่างเร่งด่วน จำนวนประมาณ 50,000-70,000 คน โดยที่ครอบครัวไม่เคยรู้เลยว่าเด็กมีปัญหาสายตา</li><li>มากกว่า 50% ของครอบครัวยากจนพิเศษ ที่มีรายได้เฉลี่ย 1,094 บาทต่อครัวเรือน หรือราว วันละ 36 บาท&nbsp; มีสมาชิกครอบครัวที่มีภาระพึ่งพิง อายุเกิน 60 ปี -ว่างงาน-พิการ&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;ซึ่งมักปรากฏข่าวเด็กๆ ต้องออกจากระบบการศึกษาทั้งชั่วคราว และถาวร เพื่อหาเลี้ยงสมาชิกที่มีภาระพึ่งพิง เช่น พ่อแม่ที่ป่วยติดเตียง หรือ ปูย่าตายายที่แก่เฒ่า</li><li>งานวิจัยในพื้นที่จังหวัดเชียงรายพบ ปัญหาสุขภาพเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ของ เด็กยากจนพิเศษ 3 ด้าน ได้แก่ ฟันผุ ทุพโภชนาการ และขาดสุขอนามัย</li><li>สปสช.-กสศ. ร่วมมือ ช่วยเด็กๆ และเยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส รวมถึงคนในครอบครัวกว่า 5.2 ล้านคน มีโอกาสเข้าถึงสิทธิ สวัสดิการและชุดสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อการมีสุขภาพที่ดีควบคู่กับการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา</li></ul>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9f72d5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/07-พิธีลงนามฯเพื่อสร้างหลักประกันสาธารณสุข-01.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ</strong> กล่าวว่า กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสนับสนุนการจัดบริการทางด้านสุขภาพให้กับคนไทยทั่วประเทศ โดยมีสิทธิประโยชน์บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค เพื่อดูแลคนไทยทุกคนทุกสิทธิทุกวัย แม้ว่าที่ผ่านมาการบริการจะเป็นไปอย่างครอบคลุมและทั่วถึง แต่ยังมีประชากรบางกลุ่ม อาทิ เด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส รวมถึงคนในครอบครัวเป็นกลุ่มเปราะบางเข้าไม่ถึงบริการสุขภาพ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5c7512"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/07-พิธีลงนามฯเพื่อสร้างหลักประกันสาธารณสุข-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จากความมุ่งมั่นของ สปสช. ในการขยายการเข้าถึงสิทธิและบริการตามชุดสิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้ครอบคลุมและทั่วถึง และด้วยบทบาทของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ที่ดูแลกลุ่มเด็กและเยาวชนในด้านทางการศึกษา นำมาสู่ความร่วมมือระหว่าง 2 หน่วยงานในครั้งนี้ เพื่อเพิ่มเติมการดูแลด้านสุขภาพภายใต้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติไปพร้อมกัน&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-583fc4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/07-พิธีลงนามฯเพื่อสร้างหลักประกันสาธารณสุข-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“นับจากวันนี้ทั้ง 2 หน่วยงานจะร่วมมือกันขับเคลื่อนเพื่อให้เด็กๆ และเยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส รวมถึงคนในครอบครัวมีโอกาสเข้าถึงสิทธิ สวัสดิการและชุดสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ สู่การมีสุขภาพที่ดีควบคู่กับการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา ซึ่งจะเป็นพื้นฐานการดำเนินชีวิตในอนาคต&nbsp; พร้อมกันนี้ สปสช.จะสนับสนุนภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทุกระดับ อาทิ เครือข่าย อปท. ภาคประชาสังคม สปสช.เขต เพื่อมาร่วมขับเคลื่อนการดำเนินการต่างๆ ภายใต้ความร่วมมือกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษานี้” เลขาธิการ สปสช. กล่าว&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2a15f1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/07-พิธีลงนามฯเพื่อสร้างหลักประกันสาธารณสุข-02.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> กล่าวว่า กสศ. ให้ความสำคัญกับการทำงานเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา มุ่งเหนี่ยวนำความร่วมมือให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมช่วยเหลือเด็ก เยาวชนจากครัวเรือนยากลำบากร้อยละ 15 ล่างสุดของประเทศ อย่างตรงจุดเป็นรายบุคคล&nbsp; ในการทำงานที่ผ่านมาเราพบ ว่าสุขภาพที่ไม่ดี เป็นหนึ่งในอุปสรรคที่ทำให้เด็กและเยาวชนไม่สามารถพัฒนาการเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพ เช่น ปัญหาทุพโภชนาการ&nbsp; หรือปัญหาผิดปกติทางสายตา จากข้อมูลพบว่าในบรรดาเด็กยากจนและยากจนพิเศษในช่วงอายุ 3-14 ปี มีกลุ่มที่ต้องได้รับการตัดแว่นอย่างเร่งด่วน จำนวนประมาณ 50,000-70,000 คน โดยที่ครอบครัวไม่เคยรู้เลยว่าเด็กมีปัญหาสายตา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bb388c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/07-พิธีลงนามฯเพื่อสร้างหลักประกันสาธารณสุข-11.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จากการทำงานร่วมกันของ กสศ. และหน่วยงานต้นสังกัดทางการศึกษา 4 สังกัด ได้แก่ สพฐ. อปท. บช.ตชด. และ พศ. &nbsp;พบว่าในปีการศึกษา 2564 ประเทศไทยมีเด็กเยาวชนที่ครัวเรือนมีสถานะยากจนพิเศษเพิ่มขึ้นสูงถึง 1,244,591 คน น้องๆกลุ่มนี้ อยู่ในครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยเพียง&nbsp; 1,094 บาทต่อครัวเรือน หรือราว วันละ 36 บาท&nbsp; เท่านั้น&nbsp; เมื่อเปรียบเทียบกับภาระค่าใช้จ่ายปากท้อง สุขภาพ การศึกษา ของสมาชิกทุกคนในครัวเรือนย่อมไม่เพียงพอ &nbsp;จากฐานข้อมูลพบว่าจำนวนสมาชิกครัวเรือนของนักเรียนยากจนพิเศษทั้งหมดราว&nbsp; 5,228,536 คน&nbsp; โดยรวมครัวเรือนของนักเรียนครึ่งหนึ่งไม่มีปัญหาภาระพึ่งพิง&nbsp; ร้อยละ 48.05&nbsp;&nbsp; ส่วนที่มีภาระพึ่งพิง นั้นในหนึ่งครัวเรือนอาจมีภาระพึ่งพิงหลายรูปแบบ โดยมีสัดส่วนผู้สูงอายุเกิน 60 ปี ร้อยละ 27.95 &nbsp;ผู้ว่างงานอายุ 15-65 ปี ร้อยละ 21.53 พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว ร้อยละ 14.55 &nbsp;คนพิการ ร้อยละ 7.01&nbsp;&nbsp; ซึ่งมักปรากฏข่าวเด็กๆ ต้องออกจากระบบการศึกษาทั้งชั่วคราว และถาวร เพื่อหาเลี้ยงสมาชิกที่มีภาระพึ่งพิง เช่น พ่อแม่ที่ป่วยติดเตียง หรือ ปูย่าตายายที่แก่เฒ่า</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-13a92a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/07-พิธีลงนามฯเพื่อสร้างหลักประกันสาธารณสุข-10.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง กสศ.และ สปสช. ถือเป็นประสานพลังระหว่างหน่วยงานที่มีภารกิจสร้างเสริมหลักประกันสุขภาพและความเสมอภาคทางการศึกษา&nbsp; ช่วยให้เด็ก เยาวชนและครอบครัวที่ยากจนด้อยโอกาสกลุ่มนี้ ได้เข้าถึงสิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ อย่างครอบคลุมและทั่วถึง &nbsp;ช่วยขจัดอุปสรรคต่อการเรียนรู้การพัฒนาศักยภาพ และการดำเนินชีวิตในระยะยาว ผ่านการชี้เป้าของกสศ. โดยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ ระบบ iSEE ซึ่งเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ที่ครอบคลุมข้อมูลกลุ่มเป้าหมายนักเรียนยากจนพิเศษ 1.2 ล้านคนรวมทั้งครอบครัวด้วย &nbsp;นับเป็นการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ยั่งยืน&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b7df6b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/07-พิธีลงนามฯเพื่อสร้างหลักประกันสาธารณสุข-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากนี้ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาหลายฝ่ายจะเห็นได้ว่าสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลต่อสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาผ่านปัญหาการว่างงานและรายได้ที่ลดลงของครัวเรือนในระบบการศึกษาทั้งในระยะสั้น เช่น สถานการณ์การหลุดจากการศึกษาของนักเรียนกลุ่มรอยต่อสูงถึง 43,060 คน ในปีการศึกษา 2564 รวมทั้งผลกระทบในระยะยาวผ่านปัญหาความถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) หรือ ภาวะลองโควิด (Long Covid) ที่จะส่งผลกระทบต่อการศึกษาเด็กเยาวชนและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ไปอีกระยะหนึ่ง หากปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เกิดขึ้นจากโควิด-19 ได้รับการแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ ย่อมช่วยสนับสนุนหลักประกันสุขภาพและความเสมอภาคทางการศึกษาของเด็กเยาวชนและครอบครัวในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน เพราะ ตามกฎบัตรอ๊อตตาวาเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ขององค์การอนามัยโลก ชี้ว่าการศึกษาเป็นหนึ่งในปัจจัยทางสังคมที่กำหนดสุขภาพ (Social Determinants of Health)</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-805846"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/07-พิธีลงนามฯเพื่อสร้างหลักประกันสาธารณสุข-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กนิษฐ์ ศรีเคลือบ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> กล่าวว่า&nbsp; งานวิจัยการคัดกรองปัญหาด้านสุขภาพที่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ของนักเรียน ซึ่งคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับกสศ. สำรวจนักเรียนจำนวน 4,674 คน ที่ศึกษาในระดับชั้นอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนต้น ในโรงเรียนที่ตั้งอยู่ ณ ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย จำนวน 11 โรงเรียน โดยการคัดกรองครั้งนี้ดำเนินการโดยครูประจำชั้นของนักเรียน สามารถจำแนกปัญหาออกเป็น 8 กลุ่ม ได้แก่ 1) การมองเห็น 2) การได้ยิน 3) ช่องปาก 4) ผิวหนัง 5) ทางเดินอาหาร 6) ทุพโภชนาการ 7) การเคลื่อนไหว และ 8) สุขอนามัย &nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a90593"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/07-พิธีลงนามฯเพื่อสร้างหลักประกันสาธารณสุข-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เมื่อวิเคราะห์ในภาพรวมของปัญหา พบนักเรียนที่มี<a>ปัญหาด้านสุขภาพที่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ คิดเป็นร้อยละ 32.28 ของนักเรียนทั้งหมด </a>โดยนักเรียนหนึ่งคนอาจจะพบปัญหาด้านสุขภาพตั้งแต่ 1 ปัญหาขึ้นไป ปัญหาที่พบในนักเรียนเป็นจำนวนมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ปัญหาในด้านช่องปาก (ร้อยละ 12.60) รองลงมา คือ ปัญหาด้านทุพโภชนาการ (ร้อยละ 10.36) และปัญหาสุขอนามัย (ร้อยละ 7.16)</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-86d0e0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/07-พิธีลงนามฯเพื่อสร้างหลักประกันสาธารณสุข-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สำหรับปัญหาด้านช่องปากที่พบเป็นอันดับหนึ่ง นักเรียนจะมีอาการปวดฟันบ่อย/ฟันผุ มากที่สุด (ร้อยละ 10.16) และมีแผลในปาก/ร้อนใน/เจ็บลิ้นบ่อย (ร้อยละ 3.70) ในส่วนของปัญหาด้านทุพโภชนาการจะพบนักเรียนที่มีน้ำหนัก/ส่วนสูงต่ำกว่าเกณฑ์ (ร้อยละ 8.94) และตัวซีด/ตัวเหลือง ตาเหลือง (ร้อยละ 1.39) และผิวหยาบ/ผมร่วง/ผมซีดกว่าปกติในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน (ร้อยละ 1.48) สำหรับปัญหาด้านผิวหนัง นักเรียนจะมีเหาในจำนวนมากที่สุด (ร้อยละ 7.02) นอกจากนั้นยังพบนักเรียนที่มีอาการคัน/มีตุ่ม ผื่น ตกสะเก็ดตามผิวหนัง/ซอกนิ้ว/ศีรษะ (ร้อยละ 3.06) ละ 10.36)</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-040222/">สปสช.- กสศ.จับมือ แก้ปมเหลื่อมล้ำ ช่วยเด็กยากจนพิเศษ กลุ่มเปราะบางและครอบครัวกว่า 5.2 ล้านคน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
