<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>นนทบุรี | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 01 Feb 2022 12:23:56 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>นนทบุรี | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เสนอแนวทางทำ “ห้องเรียนฉุกเฉิน”  Emergency Classroom สร้างระบบดูแลช่วยเหลือฟื้นฟู  ปรับหลักสูตรยืดหยุ่น</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-emergency-classroom-flexible-course-adjustments-161221/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-emergency-classroom-flexible-course-adjustments-161221</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Dec 2021 07:43:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[วิทิต เติมผลบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[นราธิวาส]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[อนรรฆ พิทักษ์ธานิน]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์แม่โขงศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริพร พรมวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการคลองเตยดีจัง]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[นนทบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนไทรน้อย]]></category>
		<category><![CDATA[ปิติ ยางกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[​รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์การเรียนซี วาย เอฟ]]></category>
		<category><![CDATA[รังษินี นุ้ยพริ้ม]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านค่าย]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับหลักสูตรยืดหยุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=49498</guid>

					<description><![CDATA[<p>เครือข่ายการศึกษา ร่วมกับ กสศ. สำรวจสถานการณ์ปัญหาเด็กเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-emergency-classroom-flexible-course-adjustments-161221/">เสนอแนวทางทำ “ห้องเรียนฉุกเฉิน”  Emergency Classroom สร้างระบบดูแลช่วยเหลือฟื้นฟู  ปรับหลักสูตรยืดหยุ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เครือข่ายการศึกษา ร่วมกับ กสศ. สำรวจสถานการณ์ปัญหาเด็กเสี่ยงหลุดนอกระบบในพื้นที่ พบยากจนฉับพลัน – ย้ายถิ่นจากการตกงาน &#8211; เรียนออนไลน์ไม่มีประสิทธิผล&nbsp; ต้นเหตุเด็กไทยเสี่ยงหลุดระบบการศึกษาในช่วงโควิด-19 ศ. ดร.สมพงษ์ห่วง 3 เดือนอันตรายเด็กหลุดนอกระบบ อาจเข้าสู่วงจรสีเทา ชี้ต้องเร่งหยุดวิกฤตด้วยมาตรการเร่งด่วน&nbsp; เสนอแนวทางทำ “ห้องเรียนฉุกเฉิน” Emergency Classroom สร้างระบบดูแลช่วยเหลือฟื้นฟู ปรับหลักสูตรยืดหยุ่น จับมือหลายหน่วยงานทดลองทั้งระดับจังหวัด ท้องถิ่น และโรงเรียน</strong></p>



<p>เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2564 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับเครือข่ายการศึกษา <strong>จัดเสวนา “หยุดวงจรเด็กหลุดออกนอกระบบจากวิกฤตโควิด-19 เจาะลึกกระบวนการช่วยเหลือฟื้นฟูจากพื้นที่ต้นแบบ” </strong>เพื่อสำรวจสถานการณ์เด็กจากผลกระทบโควิด-19 และระดมสมองจากพื้นที่และองค์กรต้นแบบ ที่สามารถแก้ปัญหาเด็กหลุดนอกระบบในระยะเร่งด่วน เพื่อเร่งหาแนวทางการรับมือป้องกันและแก้ปัญหาเด็กกลุ่มเปราะบางในระยะฟื้นฟูหลังการระบาดของโควิด-19<strong>&nbsp;</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-958a5c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/15-เด็กหลุดนอกระบบ-วิกฤตที่ยังไม่จบ-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ​กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันมีเด็กเสี่ยงที่จะหลุดจากระบบการศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากผลกระทบของโควิด-19 ช่วงสองปีเศษ ทำให้ครอบครัวคนไทยที่มีรายได้เป็นเงินเดือน ลูกจ้างรายวันทั้งหลาย เกิดสภาพ ‘ตายดิบ’ หรือ ‘ตายครึ่งตัว’ มีนักเรียนยากจนพิเศษเพิ่มขึ้นสูงเป็นสถิติใหม่ถึง 1,244,591 คน หรือคิดเป็น 19.98% ของนักเรียนทั้งหมด สร้างสถิติสูงสุดจากที่ผ่านมา เปรียบเทียบจากเทอม 1/2563 ที่มีนักเรียนยากจนพิเศษจำนวน 994,428 คน หรือเพิ่มขึ้นจำนวน 250,163 คน&nbsp;</p>



<p>กสศ.และเครือข่ายภาคีในพื้นที่ ได้รวบรวมสาเหตุการหลุดจากระบบการศึกษาในช่วงที่ผ่านมา พบว่ามาจาก 2 ประเด็นหลักคือ&nbsp;</p>



<ol><li><strong>&nbsp;หลุดจากความยากจนฉับพลัน </strong>จากสึนามิไวรัสโควิด-19 สองปีสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำกลับมาหนักขึ้น ทั้งคนตกงาน ต้องย้ายถิ่นฐาน ไม่มีรายได้&nbsp;</li><li><strong>หลุดจากเรียนออนไลน์ ออนแฮนด์ </strong>ทำให้เกิดความถดถอยทางการศึกษาไปถึง 50% เด็ก ป.1-ป.3 อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ คิดเลขไม่ได้ การเรียนรู้จากระบบออนไลน์มีประสิทธิภาพแค่ 50% มีความเหลื่อมล้ำในประเด็นอุปกรณ์ไอที การสำรวจของ กสศ. พบว่าเด็กนักเรียนใน​ 29​ จังหวัด ประสบปัญหาไม่มีไฟฟ้าและอุปกรณ์ถึง 87% เมื่อเรียนไม่ทัน เด็กติดศูนย์ ติด ร. เปิดเทอมไม่มาเรียน หายตัวไปจากระบบการศึกษาแบบเงียบๆ แม้จะยังมีชื่ออยู่ในระบบก็ตาม&nbsp;</li></ol>



<p>ศ.ดร.สมพงษ์กล่าวว่า การช่วยเหลือเด็กคนหนึ่งให้รอด ไม่ใช่แค่เรื่องทุนการศึกษาอย่างเดียว ต้องมองให้ครบมิติเพื่อป้องกันไม่ให้หลุดจากระบบซ้ำอีก&nbsp;</p>



<ol><li><strong>สุขภาพกาย</strong> เช่น การเข้าถึงวัคซีน ภาวะโภชนาการ&nbsp;</li><li><strong>สุขภาพใจ </strong>เด็กกลุ่มนี้ มีแนวโน้มเครียด ซึมเศร้า มีแรงกดดัน ความกังวลในช่วงการกลับเข้ามาเรียนอีกครั้ง&nbsp;</li><li><strong>สังคม</strong> ภาวะโดดเดี่ยวไม่มีเพื่อน การทำงานที่เสี่ยงอันตราย หรือถูกเอาเปรียบค่าแรง&nbsp;</li><li><strong>ด้านการศึกษา</strong> ความรู้ที่ถดถอย เรียนไม่ทันเพื่อน&nbsp;</li></ol>



<p>“ที่น่าเป็นห่วงคือช่วงสามเดือนอันตราย ถ้าเด็กหลุดจากระบบการศึกษานานถึงสามเดือนจะเสี่ยงที่พวกเขาจะเข้าสู่วงจรสีเทา ทั้งติดเพื่อน ติดเกม ติดยาเสพติด หรือถ้าเราไม่ทำอะไรแล้วพวกเขาเข้าไปในสถานพินิจ พอออกมาสามเดือนก็มีโอกาสกลับเข้าไปซ้ำได้อีก ตรงนี้เป็นบทเรียนที่เราเริ่มเห็นแล้วว่า สังคมไม่อาจปล่อยให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปแบบลำพัง ต่างคนต่างทำไม่ได้ แต่ต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาเด็กยากจนด้อยโอกาส ช่วยกันซ่อมชีวิต ซ่อมจิตวิญญาณให้เขากลับมาใช้ชีวิตตามปกติ” ศ.ดร.สมพงษ์กล่าว&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-10ab29"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/15-เด็กหลุดนอกระบบ-วิกฤตที่ยังไม่จบ-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศิริพร พรมวงศ์ ผู้จัดการโครงการคลองเตยดีจัง</strong> กล่าวถึงสถานการณ์เด็กกลุ่มเสี่ยงในชุมชนเมืองว่า ความเหลื่อมล้ำในสังคมเมืองมีหลายด้าน กลายเป็นความยากจนครบวงจร ทั้งที่อยู่ การศึกษา รายได้ หาเช้ากินเช้า หาค่ำกินค่ำ หลายครอบครัวตกงานถาวร&nbsp;</p>



<p>การที่จะให้เด็กคนหนึ่งหลุดพ้นความยากจนนั้นยากมาก เด็กต้องออกมาช่วยพ่อแม่ทำงาน งานแรกคือแจกไพ่ ขายลอตเตอรี่ เรียงเบอร์ ยิ่งมีการระบาดของโควิด-19 ความเหลื่อมล้ำยิ่งมาก เด็กหลุดออกจากระบบมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>จากการสำรวจสถานการณ์เด็กและเยาวชนใน 4 ชุมชนที่มีประชากรกว่า 5,000 คน ในจำนวนนี้มีกลุ่มที่อายุ 0-20 ปี ราว 1,400 คน พบว่ามีจำนวนกลุ่มเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา 200 คนที่ยังมีชื่ออยู่ในโรงเรียน แต่ผลกระทบจากการเรียนออนไลน์ทำให้เด็กเบื่อหน่ายการเรียน เรียนไม่ทันเพื่อน ไม่เข้าใจ ทำให้ไม่มีจุดหมายในการเรียนต่อ มีแนวโน้มหลุดจากระบบ</p>



<p>ขณะที่ในจังหวัดยะลา หนึ่งในจังหวัดที่มีความยากจนสูงที่สุด <strong>นางสาว</strong><strong>​</strong><strong>รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา</strong> กล่าวว่า ในจังหวัดมีปัญหาเรื่องทุพโภชนาการเป็นอันดับสองของประเทศ เด็กแคระแกร็น เด็กปฐมวัยไม่ใช่หลุดจากระบบการศึกษา แต่เข้าไม่ถึงการศึกษา ส่วนเด็กในระบบการศึกษาอยู่ในครอบครัวยากจน มีพี่น้องหลายคน มีความยากลำบากในการมาเรียน ที่ผ่านมามีเด็กหลุดจากระบบก็ดึงกลับมาพัฒนาทักษะชีวิต สร้างแรงบันดาลใจ แต่ก็ยังหลุดไปอีก ส่วนหนึ่งเพราะระบบการศึกษาไม่ได้ตอบโจทย์ชีวิต โมเดลการศึกษาจริงๆ ต้องตอบโจทย์สิ่งที่เด็กต้องการ คือเรื่องรายได้ ปากท้อง ทำให้พยายามสอดแทรกทักษะอาชีพเข้าไปในหลักสูตร&nbsp;</p>



<p>จากข้อมูลในพื้นที่มีเด็กหลุดจากระบบการศึกษาจำนวนมาก โดยใน 3 อำเภอนำร่องมีเด็กนอกระบบและต้องการความช่วยเหลือกว่า 2,800 คน​ และยังมีเด็กในระบบการศึกษาอีกประมาณ 1,000 คนต้องการความช่วยเหลือ แต่ด้วยงบประมาณที่จำกัดทำให้ช่วยได้เพียงแค่ 377 คน&nbsp;</p>



<p>สะท้อนให้เห็นว่าเป็นปัญหาที่หนัก และเป็นเรื่องที่​กระทรวงศึกษาธิการ เจ้าภาพหลัก ไม่สามารถทำงานได้เพียงหน่วยงานเดียว แต่ต้องทำงานร่วมกันกับกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย ต้องมาร่วมมือกันแก้ปัญหา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหนึ่งในกระทรวงมหาดไทย ต้องทำงานแบบบูรณาการร่วมกับทุกองคาพยพ ซึ่งยะลามีต้นทุนที่ดีในเรื่องความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ที่ช่วยหนุนเสริมการทำงาน&nbsp;</p>



<p>“แค่เด็กออกจากโรงเรียนหนึ่งเดือนก็อันตรายแล้ว เราจะทำอย่างไรให้เด็กไม่หลุดไปจากระบบ เปรียบเทียบกับโรงพยาบาลที่มีห้อง ER Emergency Room หรือห้องฉุกเฉิน โรงเรียนก็น่าจะมี Emergency Classroom หรือห้องเรียนฉุกเฉิน ที่เมื่อรับเด็กกลับเข้ามาเรียนแล้วจะใช้กระบวนการสอนเสริมอย่างไร เรียกเด็กมาคุยเพื่อเก็บงานวิธีใดก็ได้ แต่ให้คุณรับเด็กไว้ก่อน แล้วกระบวนการจัดการภายในให้เป็นเรื่องของโรงเรียน และต้องขอฝากไปถึงกระทรวงศึกษาธิการ ให้ไปขบคิดต่อยอดคิดค้นหลักสูตรวิธีการที่เป็น Emergency Classroom เมื่อรับเด็กกลับมาเรียนแล้วจะมีรูปแบบในลักษณะแบบใดต่อไป”​ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลากล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a14fc5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/15-เด็กหลุดนอกระบบ-วิกฤตที่ยังไม่จบ-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายอนรรฆ พิทักษ์ธานิน ศูนย์แม่โขงศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญ สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย </strong>กล่าวว่า แม้สถานการณ์โควิด-19 ในภาพรวมจะมีบรรยากาศที่เป็นไปในทางดีขึ้น แต่ผลกระทบจากวิกฤตยังคงเข้มข้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงโจทย์สำคัญ โดยเฉพาะเรื่องของเด็กและเยาวชนนอกระบบที่ขาดแคลนโอกาสในการเข้าศึกษาต่อ เนื่องจากการย้ายถิ่นฐานเพราะพ่อแม่ตกงาน และปัญหาการขาดความพร้อมในการเรียนออนไลน์&nbsp;</p>



<p>“เมื่อผู้ปกครองเด็กขาดรายได้ บางส่วนเขาก็ต้องย้ายกลับภูมิลำเนา หรือบ้างโยกย้ายไปหางานทำที่อื่น ทำให้มีเด็กจำนวนมากต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน สิ่งที่เกิดขึ้นคือเคสของเด็กที่ไม่ได้เข้าเรียนต่อด้วยปัญหาต่างๆ เช่น ความไม่รู้ขั้นตอนในการพาลูกเข้าโรงเรียน หรือโรงเรียนไม่มีระบบรองรับนักเรียนกลางเทอม ประเด็นเหล่านี้เราไม่สามารถโยนภาระการดูแลแก้ไขให้กับหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องมีการเชื่อมร้อย-ประสานชุมชน ท้องถิ่น ภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน เพราะคนที่รู้สถานการณ์หรือคะแนนตัวเลขได้คือหน่วยงานที่ทำงานในพื้นที่ จากนั้นถ้ามีการส่งต่อข้อมูลและออกแบบการทำงานระหว่างหน่วยงานตามความถนัดได้ เราจะสามารถสร้างแพลตฟอร์มที่ส่งต่อถึงกันได้หมด ถ้ามีเด็กออกกลางคันที่ กทม. เขาไปอยู่ที่อื่น จะเข้าเรียนต่อได้อย่างไร มีวิธีไหนช่วยให้เขาไม่ต้องหลุดไปเฉยๆ ได้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b4fe60"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/15-เด็กหลุดนอกระบบ-วิกฤตที่ยังไม่จบ-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายวิทิต เติมผลบุญ ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนซี วาย เอฟ </strong>กล่าวว่า จังหวัดนครพนมได้พัฒนาโมเดลจังหวัด โดยรวมหน่วยงานต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาช่วยกันสร้างกลไก เชื่อมกันเป็นวงจรเพื่อไปสู่เป้าหมายว่า จะทำอย่างไรให้เด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาหมดจากจังหวัดได้ภายในสามปี ปีแรกของการทำงานเร่งให้ความสำคัญกับฐานข้อมูลเด็ก และทรัพยากรของแต่ละหน่วยงาน เพื่อแบ่งปันและเชื่อมโยงงานกัน&nbsp;</p>



<p>เราพบว่าเด็กแต่ละกลุ่มมีวิธีจัดการต่างกัน คือ 1. ต้นน้ำ หมายถึง กลุ่มเสี่ยงในโรงเรียน 2. กลางน้ำ คือเด็กแขวนลอย-หลุดนอกระบบ 3. ปลายน้ำ คือเด็กในกระบวนการยุติธรรม พอได้ฐานข้อมูลมาแล้ว เราจึงพัฒนาหลักสูตรและการประเมินใหม่ เช่น กลุ่มปลายน้ำ ทำงานร่วมกับสถานพินิจฯ เป้าหมายคือทำให้เด็กได้วุฒิก่อนกลับสู่สังคม นำตัวชี้วัดจำเป็นมาออกแบบให้เด็กได้เรียนในสิ่งที่เขา ‘ต้องรู้’ มีเจ้าหน้าที่สถานพินิจฯ ช่วยเสริมในสิ่งที่ ‘ควรรู้’ และมีกรมฝีมือแรงงานหรือสถาบันอาชีวะมาช่วยต่อยอดในสิ่งที่เขา ‘อยากรู้’ จนเด็กในสถานพินิจฯ ได้รับวุฒิการศึกษาร้อยเปอร์เซ็นต์ เตรียมนำโมเดลไปขยายผลเพิ่มในอีก 6 จังหวัด&nbsp;</p>



<p>“สำหรับกลุ่มเสี่ยง ก่อนเด็กจะหลุดจะมีสัญญาณเตือน เช่น ติด 0 ติด ร. หลายวิชา ขาดเรียนบ่อย สุดท้ายเด็กก็หายตัวไปจากโรงเรียนเต็มตัว ส่วนใหญ่เด็กกลุ่มนี้แต่ละโรงเรียนมีจำนวนราว 5-10% เท่านั้น วิธีการแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบคือ ต้องทำห้องเรียนพิเศษขึ้นมารองรับเด็กกลุ่มนี้ จัดเป็นห้องเรียนตามอัธยาศัย แก้ปัญหาเป็นรายคน เช่น เด็กอยากซ่อมรถก็ให้ไปเรียนซ่อมที่อู่รถหนึ่งชั่วโมง ให้เจ้าของอู่ช่วยประเมิน หรือจัดการฝึกฝีมือแรงานในสิ่งที่เด็กอยากเรียน เพื่อป้องกันไม่ให้หลุดออกจากระบบ&nbsp;</p>



<p><strong>นายปิติ ยางกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรน้อย</strong> <strong>จังหวัดนนทบุรี </strong>กล่าวว่า “ไทรน้อยโมเดล” เป็นการทำงานร่วมกันกับ กสศ. ในการช่วยเหลือนักเรียนเพื่อให้เด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาได้กลับเข้ามาเรียนต่อ&nbsp;</p>



<p>การรับเด็กกลับเข้ามาเรียนจะมีระบบดูแลช่วยเหลือ ต้องยอมรับว่าเมื่อออกไปจากระบบหนึ่ง เทอมแล้ว ​แต่ยังต้องมีกระบวนการวัดผล ประเมินผลในช่วงที่หายไป โดยให้มาเรียนซ่อมเสริมเพิ่มเติม ใช้การประเมินแบบแบบยืดหยุ่น ทั้งนี้เพื่อให้เด็กรู้สึกมีความสุขและปลอดภัยเมื่ออยู่ในโรงเรียน มีคุณครูคอยช่วยเหลือ ที่สำคัญคือเราจะต้องรักษาพลังบวก​ให้เขาผ่านไปตลอดรอดฝั่ง มีระบบดูแลช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหา อุปสรรค การเรียนก็ต้องเข้าไปช่วยเหลือ ไม่ให้พลังด้านลบมาบั่นทอนให้พวกเขาออกจากโรงเรียนไปอีก แล้วการดึงกลับเข้ามาจะยากลำบาก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2e3305"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/15-เด็กหลุดนอกระบบ-วิกฤตที่ยังไม่จบ-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>น.ส.รังษินี นุ้ยพริ้ม ครูโรงเรียนบ้านค่าย จังหวัดนราธิวาส</strong> กล่าวว่า การที่มีเครือข่ายที่เข้มแข็งทำให้เกิดการติดตามและสกัดเด็กหลุดจากระบบได้เป็นอย่างดี ทั้งเครือข่ายชุมชน พ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อนร่วมโรงเรียน กรรมการสถานศึกษา ซึ่งการติดตามเด็กต้องไม่ใช่แค่การเรียน แต่ต้องครอบคลุมทั้งจิตใจ ความเครียด สุขภาพกาย ความปลอดภัย เพราะความเครียดก็มีผลต่อการหลุดจากระบบการศึกษา&nbsp;</p>



<p>เมื่อดึงเด็กกลับเข้ามาในระบบ เราจะต้องมีวิธีฟื้นฟู ทั้งการลงไปเยี่ยมบ้านเด็ก พูดคุยกับผู้ปกครอง บางคนเรียนออนไซต์เก่ง แต่พอเรียนออนไลน์ก็หายไป พอเยี่ยมบ้านก็พบว่าไม่มีอุปกรณ์ แต่สุดท้ายทางชุมชนได้เข้าไปช่วยเหลือจนกลับมาเรียนได้ เมื่อกลับมาเรียนก็ต้องสร้างบรรยากาศในชั้นเรียนที่ดี ให้เด็กมีตัวตน มีการตั้งคำถามที่เขาอยากตอบ เน้นเรื่องที่เขาสนใจ&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-emergency-classroom-flexible-course-adjustments-161221/">เสนอแนวทางทำ “ห้องเรียนฉุกเฉิน”  Emergency Classroom สร้างระบบดูแลช่วยเหลือฟื้นฟู  ปรับหลักสูตรยืดหยุ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เก็บเด็กด้วยรอยยิ้ม! ศพด.เพิ่มมาตรฐานดูแลเด็กปฐมวัย เตรียมพร้อมก่อนการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a1-%e0%b8%a8%e0%b8%9e-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2581%25e0%25b9%2587%25e0%25b8%259a%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%2587%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b4%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25a1-%25e0%25b8%25a8%25e0%25b8%259e-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Aug 2019 04:23:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[พรศิริ นรโคตร]]></category>
		<category><![CDATA[ศพด.]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[นนทบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กปฐมวัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=6856</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากเดิมที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (ศพด.) เคยถูกมองว่าเป็นเพี [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a1-%e0%b8%a8%e0%b8%9e-2/">เก็บเด็กด้วยรอยยิ้ม! ศพด.เพิ่มมาตรฐานดูแลเด็กปฐมวัย เตรียมพร้อมก่อนการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-6857" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68751343_2751276774906314_8642070817754054656_o-1.jpg" alt="" width="2048" height="1536" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68751343_2751276774906314_8642070817754054656_o-1.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68751343_2751276774906314_8642070817754054656_o-1-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68751343_2751276774906314_8642070817754054656_o-1-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68751343_2751276774906314_8642070817754054656_o-1-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p>จากเดิมที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (ศพด.) เคยถูกมองว่าเป็นเพียงแค่สถานรับฝากเลี้ยงเด็กก่อนวัยเรียน แต่ปัจจุบันด้วยความมุ่งมั่นเอาจริงเอาจังทำให้ทาง ศพด. พยายามยกระดับมาตรการการดูแลเด็กในช่วงปฐมวัยให้มีพัฒนาการการทั้งด้านร่างกายและจิตใจเพื่อเป็นพื้นฐานที่สำคัญก่อนการศึกษาในช่วงวัยที่สูงขึ้น</p>
<p>พรศิริ นรโคตร รักษาการหัวหน้าศพด.นครนนท์ 12 ประชานิเวศน์ 3 จังหวัดนนทบุรี อธิบายว่า ช่วงวัยของ “เด็กปฐมวัย” ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของเด็กแต่ละคน เพราะเป็นช่วงเวลาที่เด็กมีการพัฒนาเตรียมความพร้อมในด้านต่าง เมื่อเขาได้รับการถ่ายทอดสิ่งใดในช่วงวัยนี้ก็จะไปสะท้อนในช่วงวัยที่โตขึ้นเช่นหากได้รับสัมผัสความรุนแรงก็มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นเด็กหัวรุนแรงในอนาคต ทางศูนย์เน้นให้การดูแลเป็นเหมือนกับโรงเรียนอนุบาล ไม่ใช่เพียงแค่สถานรับเลี้ยงเด็กอย่างที่เคยถูกมองว่าเป็นเช่นนั้นในอดีต</p>
<p>ปัจจุบันมีการพัฒนามาตรฐานการเรียนใช้หลักสูตรปฐมวัย ปี 2560 เหมือนอนุบาลทั่วไป ที่เน้นพัฒนาการ 4 ด้าน คือ ร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และ สังคม ปัจจุบัน ศพด.นครนนท์ 12 ประชานิเวศน์ 3 จ.นนทบุรี มีเด็กทั้งหมด 128 คน มีครูทั้งหมด 7 คน เปิดรับเด็กตั้งแต่ 2 ขวบครึ่งถึง 5 ขวบ ชั้นเตรียมอนุบาลถึงอนุบาล 3 แต่เนื่องจากทางศูนย์เพิ่งเปิดมาได้สองปีจึงยังไม่มีการสอนชั้นอนุบาล 3 ในปัจจุบัน โดยจะเปิดสอนได้ในปี 2563</p>
<p>“ที่ศูนย์จะไม่มีการตีเด็ก จะเก็บเด็กด้วยรอยยิ้ม เสียงเพลง เพราะเด็กแต่ละคนมีที่มาแตกต่างกันเมื่อมาอยู่ที่นี่เราก็อยากให้เด็กรู้สึกมีความสุขที่สุด เด็กบางคนมีปัญหาเพราะพ่อแม่สมัยนี้สปอยล์ให้เล่นโทรศัพท์ บางคนก็จะมีอาการออทิสติกเทียม ไม่ปฏิสัมพันธ์กับครู กับเพื่อนคนอื่น พูดไม่ได้วิ่งอย่างเดียว เราก็ต้องสอนให้เขาเข้าสังคมต้องคอยเอาใจใส่ดูแล บางคนถ้าอาการหนักก็ต้องแจ้งผู้ปกครองให้ไปรักษา หากรักษาเร็วก็จะแก้ไขง่าย แต่บางคนพ่อแม่ผู้ปกครองไม่ยอมรับ เราก็ต้องใช้วิธีคุยอ้อมๆ หากเขายอมรับก็ค่อยบอกให้พาไปหาหมอ แต่ก็มีบางคนไม่ยอมรับ บางเคสก็บอกไม่ว่างไม่มีเวลา” พรศิริ กล่าว</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-6861" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67954756_2751276974906294_8111506914904375296_o-1.jpg" alt="" width="2048" height="1536" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67954756_2751276974906294_8111506914904375296_o-1.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67954756_2751276974906294_8111506914904375296_o-1-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67954756_2751276974906294_8111506914904375296_o-1-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67954756_2751276974906294_8111506914904375296_o-1-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p>ในด้านการพัฒนาบุคลากร รักษาการหัวหน้าศูนย์ฯ ระบุว่า แม้บางคนจะไม่มีวุฒิแต่ก็มีประสบการณ์ ซึ่งเราจะจัดอบรมตลอด เพราะเราจะทำให้ศูนย์พัฒนาฯเป็นเหมือนโรงเรียนแต่ก็ไม่ง่ายเพราะโรงเรียนอื่นเขามีครูกัน 20 คน แต่ที่นี่มี 7 คน ใจรักต้องอยู่กับเด็กโดยตรง เราก็จะบอกครูแต่ละคนว่ามีโอกาสก็ให้ไปเรียนเพราะมีประสบการณ์ขาดแค่ใบวุฒิมาเติมเต็มหลายคนก็เตรียมที่จะไปเรียนเพิ่ม</p>
<p>ด้าน ชริวรรณ หงษ์ทอง ครูผู้ดูแลเด็กผู้มีทักษะ ศพด.นครนนท์ 12 กล่าวว่า เราได้ปรับการเรียนการสอนให้ตรงกับมาตรฐานการศึกษาให้เหมาะสมตามช่วงวัย ผ่านกิจกรรม 6 หลัก คือ 1.กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ 2.กิจกรรม สร้างสรรค์ 3.กิจกรรมเสรี 4.กิจกรรมเสริมประสบการณ์ 5.กิจกรรมกลางแจ้ง และ 6.กิจกรรมเกมการศึกษา โดยเด็กแต่ละคนจะมาจากครอบครัวที่แตกต่างกัน เราไม่ได้มองว่าเด็กคนไหนฐานะดีไม่ดี เราไม่ได้มองจุดนั้น เมื่อเขาก้าวเข้ามาในศูนย์ฯเราคิดแค่จะทำยังไงให้เขามีพัฒนาการและต้องดูแลให้เหมือนกันทุกคนไม่แบ่งแยกจะรวยจะจนก็ตาม</p>
<p>สำหรับค่าใช้จ่าย ทางศูนย์จะเก็บค่าใช้จ่ายประจำตัวเด็กครั้งเดียว ปีละ 2,300 บาท ครอบคลุมทุกอย่าง ทั้งอุปกรณ์ ผ้าปูที่นอน หมอน ของใช้ส่วนตัว อาหาร นม นักเรียนจะเรียนตั้งแต่ 7.30 -14.30 น. แต่บางกรณีหากผู้ปกครองติดภารกิจไม่สามารถมารับได้ครูก็จะดูแลเด็กต่อให้ไปจนถึง 16.00 น. โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-6862" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68358247_2751277478239577_8071328427858198528_o-1.jpg" alt="" width="2048" height="1536" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68358247_2751277478239577_8071328427858198528_o-1.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68358247_2751277478239577_8071328427858198528_o-1-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68358247_2751277478239577_8071328427858198528_o-1-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68358247_2751277478239577_8071328427858198528_o-1-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p>“การศึกษาปฐมวัยถือเป็นสิ่งสำคัญ หากได้รับการปลูกฝังสิ่งที่ดีๆ เขาก็จะจดจำ นำไปใช้ต่อยอดตอนโตขึ้น เราก็ต้องปลูกฝังพัฒนาการที่ดีให้เขาในช่วงวัยนี้ เช่นเล่นยังไงให้ได้ความรู้เรียนยังไงให้มีความสุข คุณครูมีความสุขเด็กก็มีความสุข เชื่อว่าเด็กทุกคนที่จบจากที่นี่ไปจะไปเข้า ป.1 ได้ทุกคนแน่นอน แต่เป้าหมายที่สำคัญคือการที่เด็กจบจากที่นี่ไปจะเข้าสังคมได้สามารถอยู่กับเพื่อนคนอื่นได้ ปฏิบัติหน้าที่ภารกิจของตัวเองได้“ ชริวรรณกล่าว</p>
<p>ชริวรรณ กล่าวว่า การสอนของศพด.นครนนท์ 12 จะไม่เน้นว่าต้องให้เขียนหนังสือให้ได้ แต่จะปล่อยไปตามธรรมชาติของเด็ก ฝึกการเข้าสังคม ฝึกการใช้กล้ามเนื้อ บางคนก็จะถามว่าไม่สอนให้เขียนอะไรบ้างหรือ เราก็บอกว่าต้องเป็นไปตามวัยของเขา บางทีเด็กรุ่นนี้จับดินสอก็จับไม่ถูก แต่พอไปถึง ป.1 เขาก็เขียนชื่อตัวเองได้อัตโนมัติเราอย่าเพิ่งไปใส่ในเรื่องวิชาการอะไรให้เด็กมากให้เขาได้เล่นสนุกกับการเล่นแล้วสอดแทรกความรู้ไประหว่างเล่น เช่นเล่นไม้บล็อคก็จะสอนศัพท์ภาษาอังกฤษแทรก วงกลม สามเหลี่ยม สีเขียว สีเหลือง เขาก็ไม่รู้ตัวว่าได้รับความรู้แต่พอมาถามครั้งต่อไปเขาก็จำได้</p>
<p>“ความแตกต่างของเด็กที่เข้ามาที่นี่ก็มีหลากหลายเราก็ต้องดูแลเรื่องระเบียบวินัย มารยาทที่ไม่เหมือนกัน บางคนมาจากชุมชนพูดจาห้วนภาษาพ่อขุนรามฯ มาเลย เราก็ต้องมาฝึกจนตอนหลังเขาดีขึ้นไหว้สวยเท้าชิด พนมมือ ก้มศรีษะ จนพ่อแม่เขายังแปลกใจ เราเองก็ภูมิใจ” ครูผู้ดูแลเด็กผู้มีทักษะกล่าว</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-6859" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68468937_2751277391572919_347978675523682304_o-1.jpg" alt="" width="2048" height="1536" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68468937_2751277391572919_347978675523682304_o-1.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68468937_2751277391572919_347978675523682304_o-1-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68468937_2751277391572919_347978675523682304_o-1-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68468937_2751277391572919_347978675523682304_o-1-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a1-%e0%b8%a8%e0%b8%9e-2/">เก็บเด็กด้วยรอยยิ้ม! ศพด.เพิ่มมาตรฐานดูแลเด็กปฐมวัย เตรียมพร้อมก่อนการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส้มตำสู้ชีวิต ! ทุกลมหายใจขอ&#8217;ตำ&#8217; ส่งลูกเรียนหนังสือ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/papaya-salad/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=papaya-salad</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 11 Aug 2019 08:19:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[น้องปิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ส้มตำไก่ย่าง]]></category>
		<category><![CDATA[นนทบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่งฟ้า ประสงค์สุข]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=6758</guid>

					<description><![CDATA[<p>รุ่งฟ้า ประสงค์สุข คุณแม่ลูกสอง วัย 43 ปี ถือเป็นอีกตัว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/papaya-salad/">ส้มตำสู้ชีวิต ! ทุกลมหายใจขอ’ตำ’ ส่งลูกเรียนหนังสือ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-6759" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68358245_2745672065466785_7793507433229320192_o-1.jpg" alt="" width="2048" height="1536" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68358245_2745672065466785_7793507433229320192_o-1.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68358245_2745672065466785_7793507433229320192_o-1-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68358245_2745672065466785_7793507433229320192_o-1-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68358245_2745672065466785_7793507433229320192_o-1-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p>รุ่งฟ้า ประสงค์สุข คุณแม่ลูกสอง วัย 43 ปี ถือเป็นอีกตัวอย่างของคุณแม่สู้ชีวิต ที่ต้องทำงานสู้ชีวิตขี่รถพ่วงขายส้มตำไก่ย่างไปตามที่<wbr />ต่าง ๆ กับสามี เพื่อนำเงินมาจุนเจือครอบครัวและดูแล “น้องปิ่น” บุตรสาววัย 3 ขวบที่อยู่ในวัยกำลังซน</p>
<p>ทุกวัน พ่อของน้องปิ่นจะทำหน้าที่เ<wbr />ป็นคนไปจ่ายตลาด จะออกจากบ้านตั้งแต่ตี 1 เพื่อไปจับจ่ายซื้อสิ่งของวัตถุดิบต่าง ๆ และกลับ<span class="text_exposed_show">มาเตรียมตัวก่อนจะเริ่มออกต<wbr />ระเวนขายประมาณ 10 โมงเช้าจนถึงเวลาบ่ายสองโมง<wbr />ครึ่ง </span></p>
<p>ทุกวันก่อนออกไปขายของ คุณแม่จะพาน้องปิ่นไปส่งยัง<wbr />ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กนครนนท์ 12 ประชานิเวศน์ 3 จังหวัดนนทบุรี ใกล้บ้าน เพื่อให้ช่วยดูแลในระหว่างที่ออกไปขาย จะเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 2,300 บาทต่อปี ซึ่งจะเห็นว่าคุณครูดูแลน้อ<wbr />งปิ่นเป็นอย่างดี มีพัฒนาที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ</p>
<p>ช่วงวันเสาร์ อาทิตย์ หรือบางวันที่ไม่มีคนเลี้ยง<wbr /> ต้องพาน้องปิ่นไปตระเวนขายส้มตำด้วย แต่น้องปิ่นเลี้ยงง่าย บางทีช่วงที่ต้องไปตำส้มตำ ย่างไก่ ลูกค้าก็น่ารัก มาช่วย เลี้ยงน้องปิ่นบนรถพ่วงไปด้<wbr />วย</p>
<p>รุ่งฟ้า เล่าให้ฟังว่า ทุกวันนี้เธอ สามี และ ลูกสาว เช่าบ้านอยู่ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ค่าใช้จ่ายเดือนละ 2,200 บาท ไม่รวมค่าน้ำค่าไฟ ยึดอาชีพขายส้มตำไก่ย่างมานับ 10 ปี แต่มาช่วงปีนี้เศรษฐกิจไม่ดี ของแพงขึ้น ทำให้ขายได้น้อย รายได้ลดลง บางวันก็ชักหน้าไม่ถึงหลัง</p>
<p>“บางครั้งก็ต้องไปหาอาชีพเส<wbr />ริมช่วย เช่น รับจ้างขนของ คนที่จะย้ายหอ ก็ไปช่วยเขาขนตู้ ขนเตียง หรือบางทีก็หาของมาขายเสริม<wbr />เพิ่มจากส้มตำ ไก่ย่างที่ขายอยู่ให้พอมีรา<wbr />ยได้เสริมเข้ามา เพราะหากหยุดขายก็จะไม่มีเง<wbr />ินเข้ามา เราเป็นอาชีพค้าขาย หยุดขายรายได้ก็สะดุดไปด้วย<wbr /> ดังนั้นต่อให้ป่วยก็ยังต้อง<wbr />ออกไปขายของ แต่ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็ยอมหยุด<wbr />” รุ่งฟ้ากล่าว</p>
<p>รุ่งฟ้ากล่าวว่า หากไม่ไหวจริงก็จะไปหยิบยืม<wbr />เงืนหรือขอความช่วยเหลือจาก<wbr />พี่ๆ น้องๆ พยายามหลีกเลี่ยงไม่ไปกู้เงินนอกระบบ ซึ่งยังโชคดีที่มีพี่สาวคอย<wbr />ช่วยเหลือ อย่างค่านม ค่าแพมเพิร์ส น้องปิ่นที่ได้พี่สาวช่วยมา<wbr />ตั้งแต่เกิด</p>
<p>“ถามว่าทุกวันนี้เหนื่อยไหม<wbr /> ก็ต้องยอมรับว่าเหนื่อย แต่พอเห็นหน้าลูกก็หายเหนื่<wbr />อย โชคดีที่น้องปิ่นเป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย อยู่กับใครก็อยู่ได้ โชคดีตอนคลอดออกมาใหม่ ๆ ก็ได้คุณตา คุณยาย ที่เป็นข้าราชการเกษียณที่อ<wbr />ยู่ข้างบ้านไม่มีลูกมาช่วยเ<wbr />ลี้ยงจนถึงสองขวบครึ่ง ทำให้ไม่ต้องไปจ้างเขาเลี้ย<wbr />งเวลาออกไปขายของ คุณตาคุณยายก็เลี้ยงเหมือนลูกเหมือนหลานเขาเอง เหมือนเป็นสิ่งที่เติมเต็มชีวิตเขา” รุ่งฟ้ากล่าว</p>
<p>ย้อนไปก่อนหน้านี้ด้วยความที่รุ่งฟ้า ทำงานอย่างหนักต้องตระเวนขา<wbr />ยส้มตำตอนตั้งครรภ์ ทำให้น้ำคร่ำรั่ว น้องปิ่นคลอดก่อนกำหนดในช่ว<wbr />งอายุครรภ์ได้ 7 เดือน และ ต้องอยู่ในตู้อบอีกประมาณ 1 เดือน โชคดีที่สุดท้ายก็ปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูก</p>
<p>คุณแม่ตั้งใจว่าจะเลี้ยงน้อ<wbr />งปิ่นให้ดีที่สุด จนกว่าชีวิตจะหมดลมหายใจ แต่ก็เป็นห่วงอนาคตเขาไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร ยิ่งเป็นเด็กผู้หญิง ต้องพยายามเอาใจใส่ให้เต็มที่ไม่อยากให้เป็นเด็กมีปัญห<wbr />า พยายามดูแล สอนเรื่องธรรมะ ปลูกฝังพาไปวัดรู้จักความเม<wbr />ตตา ตอนนี้เริ่มสวดมนต์ได้แล้ว</p>
<p>“เราก็สอนเขาไม่อยากให้เขาเ<wbr />อาเปรียบคนอื่น ไม่ให้ไปรังแกคนอื่น อันไหนทำไม่ดีเราก็เตือนเขา<wbr /> ต้องปลูกฝังตั้งแต่ยังเด็ก ๆ<wbr />” รุ่งฟ้ากล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/papaya-salad/">ส้มตำสู้ชีวิต ! ทุกลมหายใจขอ’ตำ’ ส่งลูกเรียนหนังสือ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
