<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>นครศรีธรรมราช | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Sat, 30 Jul 2022 07:42:49 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>นครศรีธรรมราช | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ความน่ากลัวของภาษาอังกฤษจงหายไป ! PLC Coaching : ออกแบบใหม่ เรียนรู้ได้ด้วย Active Learning</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-plc-coaching-active-learning-300722/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 30 Jul 2022 07:42:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[พิมพ์พลอย กิติโชติ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านนาเส]]></category>
		<category><![CDATA[PLC Coaching]]></category>
		<category><![CDATA[นครศรีธรรมราช]]></category>
		<category><![CDATA[Active Learning]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=58737</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงเรียนบ้านนาเส อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นโรง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-plc-coaching-active-learning-300722/">ความน่ากลัวของภาษาอังกฤษจงหายไป ! PLC Coaching : ออกแบบใหม่ เรียนรู้ได้ด้วย Active Learning</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โรงเรียนบ้านนาเส อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นโรงเรียนชนบทขนาดเล็ก แม้จะเปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 จนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แต่ก็มีเด็กนักเรียนทั้งหมดเพียง 283 คนเท่านั้น ซึ่งกว่าร้อยละ 90 ของครอบครัวเด็กนักเรียนมีรายได้ไม่มากนัก ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรทำสวนยางหรือรับจ้างกรีดยาง มีเพียงร้อยละ 10 เท่านั้นที่ประกอบอาชีพพ่อค้าแม่ค้าและเป็นข้าราชการ</p>



<p>ด้วยบริบทอันเนิบช้าแบบชนบทอันเรียบง่าย จึงไม่แปลกหากมุมมองความคิดของผู้ปกครองและเด็กนักเรียนส่วนหนึ่งจะไม่มีความกระตือรือร้นต่อผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษามากนัก ขณะเดียวกันรูปแบบการเรียนการสอนในโรงเรียนที่ผ่านมาก็ยังคงเป็นรูปแบบเดิม ๆ ไม่ได้สร้างความน่าสนใจหรือดึงดูดใจให้นักเรียนเกิดความกระหายเรียนรู้ จึงทำให้คุณครูในโรงเรียนค่อนข้างกังวลต่อผลลัพธ์การศึกษาท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงมากมายในกระแสโลก โดยเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษที่ค่อนข้างมีความสำคัญต่อโอกาสใหม่ ๆ ในวันข้างหน้า  เพราะวิชานี้ก็เหมือนเป็นประตูบานแรกที่จะพาเด็ก ๆ เปิดออกไปสู่โลกกว้างได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a965b3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/02-ความกลัวภาษาอังกฤษจงหายไป.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เพื่อมองหาปรึกษาทางความคิดและการออกแบบการเรียนการสอนใหม่ ๆ ให้เกิดศักยภาพสูงสุดต่อนักเรียนทางผู้บริหารโรงเรียนบ้านนาเสและคุณครูส่วนหนึ่งจึงตัดสินใจได้เข้าร่วมโครงการ ‘ครูเพื่อศิษย์’ และกระบวนการ  PLC Coaching กับทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในเวลาต่อมา</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>Open Mind เปิดใจ ยอมรับการเปลี่ยนแปลง</strong></h2>



<p>“เราอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในห้องเรียนหรือการศึกษาของเด็กไทยมากกว่า นี่คือสิ่งที่สนใจ เราคิดว่าน่าจะมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงได้แล้ว เมื่อโลกมันเปลี่ยนไปแล้ว การเรียนของเด็กในยุคนี้เมื่อเทียบกับเรา ย้อนกลับไปเรารู้สึกว่ามันแทบจะไม่ต่างกันเลย ซึ่งมันผ่านมา 20 &#8211; 30 ปีแล้ว”</p>



<p>ครูบิ้ว &#8211; พิมพ์พลอย กิติโชติ ครูสอนภาษอังกฤษ โรงเรียนบ้านนาเส อธิบายถึงจุดเริ่มต้น เมื่อผู้บริหารโรงเรียนเข้ามาพูดคุยเกี่ยวกับการเข้าอบรม PLC กับทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งต่อมามีการแนะนำให้ใช้กระบวนการวิทยาศาสตร์เข้าไปประยุกต์และจัดการเรียนการสอนแบบเอาเด็กเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ หรือ Active Learning ในชั้นเรียน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-819e1b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/05-ความกลัวภาษาอังกฤษจงหายไป.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ครูบิ้ว &#8211; พิมพ์พลอย กิติโชติ ครูสอนภาษอังกฤษ โรงเรียนบ้านนาเส</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ตอนแรกคือไม่เข้าใจว่ากระบวนการวิทยาศาสตร์ จะมาใช้กับวิชาภาษาอังกฤษได้อย่างไร แต่เมื่อได้ไปอบรมก็เข้าใจว่ากระบวนการวิทยาศาสตร์ พื้นฐานก็คือ การสังเกตและการคิดวิเคราะห์ ที่นักเรียนสามารถรวบรวมข้อมูลได้ด้วยตัวเอง เมื่อเราจับจุดได้ก็เอาสิ่งเหล่านี้ไปออกแบบกับการสอนภาษาอังกฤษ&nbsp;</p>



<p>“สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญของการ PLC คือที่เราต้องปรับมุมมองความคิดเราว่า มันคือการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความรู้ ประสบการณ์ของแต่ละคน ไม่มีการผิดหรือถูก และเราก็เอากลยุทธ์หัวใจสำคัญตรงนี้มาใช้ในห้องเรียนด้วย”</p>



<p>ด้วยความที่เป็นมือใหม่ ครู บิ้ว ยอมรับว่า เมื่อเริ่มปรับการสอนโดยใช้หลักคิดแบบวิทยาศาสตร์ ในรูปแบบการเรียนของ Active Learning ก็พบปัญหาและมีความกังวลอยู่บ้าง ว่าสิ่งที่ทำมาถูกทางหรือไม่ แต่การมี Coaching จาก มอ. มาช่วยดู ช่วยแนะนำ เมื่อได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันมากขึ้นก็ทำให้ผ่านพ้นปัญหาตรงจุดเริ่มต้นมาได้</p>



<blockquote class="wp-block-quote"><p>“อุปสรรคแรกเลยคือ เราต้องเปลี่ยนมุมมองความคิดตัวเองใหม่ ในครั้งแรกที่เราจะเปลี่ยนมาใช้การสอนแบบนี้ สำคัญที่สุดคือเราต้องเชื่อว่าเด็กทุกคนมีศักยภาพเท่ากัน”</p></blockquote>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>Active Learning Classroom คิดแบบวิทยาศาสตร์ ในวิชาภาษาอังกฤษ ทำอย่างไร ?</strong></h2>



<p>“อย่างเช่นถ้าจะสอนเด็ก ป.2 เรื่อง this กับ that ใช้อย่างไร เราไม่ต้องบอกว่า this ใช้กับของอยู่ใกล้ that ใช้กับของอยู่ไกล เราปรับเป็นไม่บอกก่อน เราวาดรูปให้เขาเห็น แล้วให้เขาสังเกตจากรูปวาดที่เราวาดให้ดู”</p>



<p>ครูบิ้ว เล่าถึงบรรยากาศการเรียนการสอนที่ใช้รูปแบบ Active Learning ให้ฟัง โดยอธิบายอีกว่า เธอมักจะวาดรูปหรือใช้การตั้งโจทย์ปัญหา เพื่อให้นักเรียนในชั้นได้มีส่วนร่วมค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการตั้งสมมุติฐาน คิด วิเคราะห์ และเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงความคิดเห็น ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับทั้งคุณครูและเพื่อน ๆ ในชั้นเรียน โดยจะยังไม่ตัดสินว่าความคิดเหล่านั้นจะผิดหรือถูก แต่จะค่อยมาสรุปบทเรียนกันอีกรอบช่วงท้ายคาบ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-810cf0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/04-ความกลัวภาษาอังกฤษจงหายไป.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“พอสุดท้ายเราก็มาถามเขาต่อว่า สรุปแล้วจากที่แลกเปลี่ยนกันของใครน่าจะใช่ที่สุด เขาก็คิดกันว่าจะเป็นแบบนี้ ๆ แล้วเขาจะสรุปกันได้ว่า this กับ that ใช้อย่างไร โดยที่ครูไม่ต้องเริ่มจากการอธิบายก่อน”</p>



<p>ครูภาษาอังกฤษ แห่งโรงเรียนบ้านนาเส เล่าอีกว่า การเรียนการสอนภาษาอังกฤษที่ส่งเสริมให้เด็กนักเรียนค้นคว้าหาความรู้ได้ด้วยตัวเอง ทำให้เด็กเกิดความสนุกสนาน มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น เพราะเขารู้สึกว่าเพื่อนและคุณครูรับฟังความคิดเห็นของเขา สามารถลดอคติความกลัว ที่มีต่อภาษาอังกฤษลงได้ เมื่อสิ่งนี้หายไป ทักษะการพูด การเขียน วิชาภาษาอังกฤษก็จะดีขึ้นเองตามลำดับ</p>



<p>“เราเห็นชัดนะว่าเด็ก ๆ มั่นใจในตัวเองมากขึ้น การสอนแบบ Active Learning ทำให้เด็ก ๆ รู้สึกว่าความรู้ไม่ใช่สิ่งที่ต้องแบก ต้องจด ต้องจำ และไม่ต้องรู้สึกว่าเป็นเรื่องเครียด แต่เขาทำได้ด้วยตัวเขาเอง ค้นพบความรู้ด้วยตัวเอง และสุดท้ายคือเด็ก ๆ ภูมิใจที่เขาทำออกมาได้ด้วยตัวเอง หลายคนเลยมาสะท้อนให้เราฟังว่า วันนี้สนุก วันนี้รู้สึกว่าได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับเพื่อนในกลุ่ม สนุกที่ได้ข้อมูลใหม่ ๆ จากเพื่อน เขารู้สึกตื่นเต้นว่าวันนี้ครูจะให้ทำอะไร นี่คือเสียงตอบรับของเขา”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9c0bb9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/03-ความกลัวภาษาอังกฤษจงหายไป.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ครูบิ้ว ยังมองว่า กระบวนการ PLC ที่ทำให้เกิดรูปแบบการเรียนการสอนแบบ Active Learning รวมถึงการได้รับคำปรึกษาเป็นระยะจากโค้ช เป็นทั้งการทบทวนตัวเองจากภายใน และการได้รับเสียงสะท้อนจากภายนอกที่จะเข้ามาพร้อมกับข้อแนะนำและไอเดียดี ๆ เป็นสิ่งที่จะสามารถนำพาโรงเรียนบ้านนาเสไปสู่การเป็นโรงเรียนคุณภาพมาตรฐาน TSQP &#8211; Teacher and School Quality Program ได้ เพราะการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อชี้ให้เห็นว่าปัญหาคืออะไร หรือเรามีจุดแข็งอะไร จะถูกนำคิดเพื่อปรับแก้ในระบบของโรงเรียน ซึ่งก็คือการพัฒนาทั้งคุณภาพของระบบบริหารจัดการ และผลลัพธ์ที่จะเกิดเป็นการเรียนการสอนที่มีคุณภาพสูงในชั้นเรียน เพราะการค้นพบใหม่ ๆ ของเราหรือของเพื่อนครู สุดท้ายก็จะถูกถ่ายทอดระหว่างกันในการ PLC แล้วลงไปสู่นักเรียนเพื่อให้พัฒนาเกิดสมรรถนะใหม่ทางการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องติดอาวุธให้เขา ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนเล็กหรือไกลแค่ไหนก็ตาม</p>



<p>“เรามี PLC กันเพื่อมาเห็นปัญหา และมาพัฒนาแก้ไข หรือมาเพิ่มเติมแต่ละโรงเรียน หรือบุคลากรทางการศึกษา หรืออะไรก็แล้วแต่ เมื่อมาแลกเปลี่ยนคุยกัน เปิดใจคุยกัน หากมีเป้าหมายเดียวกันเพื่อการพัฒนา เราก็ทำมันได้สำเร็จ” ครูบิ้ว สรุปทิ้งท้ายอย่างมั่นใจ&nbsp;</p>



<p><strong><em>Yes . Keep going, we &#8216;ll support you.&nbsp;</em></strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-plc-coaching-active-learning-300722/">ความน่ากลัวของภาษาอังกฤษจงหายไป ! PLC Coaching : ออกแบบใหม่ เรียนรู้ได้ด้วย Active Learning</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผนึกกำลังท้องถิ่น ลงพื้นที่เคาะประตูบ้าน จับมือสัญญาพาเด็กกลับมาเรียนหนังสือ เร่งด่วน !!!</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-bring-the-children-back-to-school-080222/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Feb 2022 04:23:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[พาเด็กกลับมาเรียนหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[รังสรรค์ โพธิจิญญาโน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนชุมชนบ้านบางโหนด]]></category>
		<category><![CDATA[สกัดเด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[นครศรีธรรมราช]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=51612</guid>

					<description><![CDATA[<p>ช่วงล็อกดาวน์จากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 การจัดการเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-bring-the-children-back-to-school-080222/">ผนึกกำลังท้องถิ่น ลงพื้นที่เคาะประตูบ้าน จับมือสัญญาพาเด็กกลับมาเรียนหนังสือ เร่งด่วน !!!</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงล็อกดาวน์จากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ ออนแฮนด์ ออนดีมานด์ กลายเป็นช่องทางการเรียนรู้ของนักเรียนที่ไม่อาจเดินทางไปเรียนที่โรงเรียนตามปกติ แต่ด้วยข้อจำกัดหลายด้านทำให้การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นไม่อาจเทียบเท่ากับการเรียนในห้องเรียน</p>



<p>หลายพื้นที่พบปัญหาที่คล้ายกันคือสถานการณ์ “ความรู้ถดถอย” ​ ตามมาด้วยปัญหาเรื่องการหลุดไปจากระบบการศึกษาที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นจนหลายฝ่ายเริ่มเอาจริงเอาจังเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a7a31e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/Photo1_ผนึกกำลังท้องถิ่น.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>โรงเรียนชุมชนบ้านบางโหนด</strong> จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นอีกตัวอย่างของพลังความร่วมมือในพื้นที่ ที่คนในพื้นที่เริ่มมองเห็นปัญหาและไม่อาจปล่อยให้โรงเรียนแก้ไขได้ตามลำพังนำมาสู่ความร่วมมือ​​ในท้องถิ่นที่เอาจริงเอาจังถึงขั้นลงพื้นที่เคาะประตูบ้าน กำชับผู้ปกครองให้พาบุตรหลานกลับเข้าเรียนพร้อมกับการจัดชั้นเรียนพิเศษรองรับในช่วงที่ทางโรงเรียนยังไม่อาจเปิดการสอนได้ตามปกติ</p>



<p><strong>รังสรรค์ โพธิจิญญาโน ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านบางโหนด</strong> เล่าย้อนให้ฟังถึงที่มาที่ไปของปัญหาที่เกิดขึ้นว่าโรงเรียนมีนักเรียน 450 คน จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ อนุบาล 2 ถึง ป. 6  ช่วงโควิด-19 ระบาดได้ปรับการเรียนมาเป็นระบบออนไลน์ ออนแฮนด์ และ ออนดีมานด์แล้วแต่นักเรียนจะสะดวกแบบใด ซึ่งดำเนินการมาได้ดีต่อเนื่องจนช่วงต้นเทอมสองจากเด็กที่หายไปไม่เข้าเรียน คนสองคนกลายเป็น 34 คน ทำให้เห็นว่าต้องหาทางเอาจริงกับการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-231b71"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/Photo2_ผนึกกำลังท้องถิ่น.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สาเหตุส่วนใหญ่เป็นเพราะผู้ปกครองมีอาชีพรับจ้าง หาเช้ากินค่ำ ประมงไม่ได้เอาใจใส่กวดขันให้บุตรหลานมาเรียน บางบ้านมีโทรศัพท์มือถือแต่ผู้ปกครองก็ไม่มีเวลามาดูแล บางบ้านมีมือถือเครื่องเดียวผู้ปกครองไปทำงานก็เอาไปด้วยกลับมาค่ำมืดเด็กก็ไม่ได้เรียน หลายครอบครัวก็บังคับลูกให้เรียนไม่ได้ หลายสาเหตุปะปนกันไป</p>



<p>“ตอนเด็กหายไปช่วงแรก  ๆ  ครูประจะชั้นจะมีข้อมูลตลอดเพราะเช็คชื่อในระบบ  Q-info ทำให้รู้ว่าวันไหนใครขาดเรียนชั่วโมงไหน หรือเด็กบางคนเช็คชื่อต้นชั่วโมงแต่พอเรียน ๆ ไปก็หายไปตรงก็พยายามติดตามให้กลับมาเรียน แต่หลัง ๆ หลายคนเริ่มไม่กลับมาเรียน พอคนอื่นเห็นเพื่อนไม่มาก็ไม่มาบ้าง ติดต่อไปก็ติดต่อไม่ได้ ไม่มาส่งใบงาน ครูเคยลงพื้นที่ไปคุยกับผู้ปกครองเขารับปากว่าจะช่วยกวดขันให้ลูกกลับมาเรียนแต่ก็ทำไมได้”​</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d1b1e8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/Photo4_ผนึกกำลังท้องถิ่น.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทางคณะกรรมการสถานศึกษาจึงนำเรื่องนี้ไปหารือกับทางท้องถิ่นได้พูดคุยกับนายกเทศมนตรี ก็เห็นว่าปัญหานี้ต้องรีบแก้ไขโดยด่วน นำรายชื่อเด็กทั้ง 34 คนที่หายไม่มาเรียนมาให้ทางสมาชิกเทศบาล ผู้นำชุมชนช่วยดูว่าบ้านอยู่ที่ไหนแล้วก็กำหนดวันที่จะยกทีมลงไปพูดคุยกับผู้ปกครองให้เขาพาลูกหลานกลับมาเรียน</p>



<p>“วันนั้นไปกันทีมใหญ่ตั้งแต่นายกเทศบาลตำบลขนอม สมาชิกเทศบาล ผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารโรงเรียน ครู ลงไปเคาะประตูบ้านพูดคุยกับผู้ปกครอง เพราะผู้นำชุมชนเขารู้ว่าบ้านไหนอยู่ตรงไหน ไปถึงนายกฯ ก็พูดกับผู้ปกครองให้เขาเห็นความสำคัญของการเรียน ไปจับมือสัญญาบอกเขาแกมบังคับว่าต้องพาเด็กกลับมาเรียน“</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-151ae3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/Photo5_ผนึกกำลังท้องถิ่น.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สำหรับเด็กกลุ่มนี้​ประเมินแล้วว่าถ้าหากยังให้เรียนตามปกติก็อาจจะหลุดหายไปจากระบบอีก ทางคณะกรรมการสถานศึกษา เทศบาล และโรงเรียนจึงเห็นตรงกันว่าควรจะให้มาเรียนออนไซต์ที่โรงเรียนเพื่อชดเชยความรู้ที่หายไปตอนหยุดเรียน ดีกว่าให้เรียนออนไลน์ หรือ ออนแฮนด์อยู่ที่บ้านเหมือนเดิม</p>



<p>รูปแบบห้องเรียนจะจัดคล้ายชั้นเรียนปกติชั้น ป.1-6  โดย มีมาตรการรักษาระยะห่าง มีอุปกรณ์ความปลอดภัย มีการตรวจ ATK อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์จากเทศบาล ครูก็จะมาสอนเป็นเวลาครึ่งวันให้เด็กแต่ละชั้น ควบคู่ไปกับการสอนนักเรียนคนอื่นยังเรียนออนไลน์ ออนแฮนด์  และ ออนดีมานด์อยู่ที่บ้าน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9a11c3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/Photo3_ผนึกกำลังท้องถิ่น.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ตอนนี้เปิดเรียนชั้นพิเศษมาได้ประมาณครึ่งเดือนเด็กทั้ง 34 คนกลับมาเรียนปกติทั้งหด ซึ่งทางผู้อำนวยการได้เน้นไปยังคุณครูว่า ให้เน้นการทำกิจกรรมสร้างการเรียนรู้ อย่าใช้วิธีการพูดให้เด็กฟังเป็นชั่วโมงเพราะเด็กจะเบื่อไม่อยากเรียน และอย่าให้มีการบ้านกลับไป มีอะไรให้ทำให้เสร็จในชั้นเรียน โดยชั้นเรียนนี้ผู้ปกครองจะต้องมารับมาส่งเพราะไม่อยากให้เด็กต้องรวมกลุ่มกับกันเองจะเพิ่มความเสี่ยงการติดเชื้อได้มากกว่า ที่ผ่านมาจะเห็นว่าผู้ปกครองให้ความเอาใจใส่มารับส่งบุตรหลานสม่ำเสมอ</p>



<p>อีกด้านหนึ่งทางโรงเรียนต้องเริ่มวางแผนให้เด็กกลุ่มนี้ได้ กลับมาเช็คเวลาเรียนเพราะไม่รู้ว่าเกณฑ์การเลื่อนชั้นจะเป็นอย่างไร ก็พยายามทำให้เขาพอมีเวลาเรียน มีงานส่ง มีชิ้นงานให้เห็นบ้าง เพราะตอนนี้ก็เหลือเวลาอีกแค่สองเดือนก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด หรือหากโรงเรียนยังเปิดไม่ได้ก็อาจจะเพิ่มชั้นเรียนให้เด็ก ป.1 เพิ่มเติมเพื่อให้เขามาเรียนเรื่องการอ่านการเขียนที่ตอนนี้กำลังมีปัญหาพอสมควรช่วงเรียนที่บ้าน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3ecde7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/Photo6_ผนึกกำลังท้องถิ่น.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เป็นความร่วมมือของทั้งชุมชนที่ต้องการเห็นลูกหลานมีอนาคตที่ดี เรื่องเด็กหลุดจากระบบการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญที่หากไม่แก้ไข เด็กคนอื่นเห็นเพื่อนไม่เรียนได้ก็ไม่อยากเรียนบ้าง ทำตามกันมากขึ้นก็คุมไม่อยู่ทำให้ต้องเร่งมาช่วยกันแก้ปัญหา ไม่ให้เขาหลุดไปสู่สิ่งไม่ดีเพราะพื้นที่ขนอมเป็นพื้นที่เปิดมีทั้งสิ่งดีไม่ดี การพาพวกเขากลับมาในระบบการศึกษาอย่างน้อยก็เป็นเกราะป้องกันให้กับพวกเขาไม่ก้าวไปสู่สิ่งไม่ดี” ผอ.รังสรรค์กล่าวทิ้งท้าย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-bring-the-children-back-to-school-080222/">ผนึกกำลังท้องถิ่น ลงพื้นที่เคาะประตูบ้าน จับมือสัญญาพาเด็กกลับมาเรียนหนังสือ เร่งด่วน !!!</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“กระบวนกร” ประจุ “พลังคิด” เปิดแนวคิดใหม่ช่วยผู้ด้อยโอกาสแบบยั่งยืน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/64145-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 26 Jan 2020 19:03:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนพัฒนาอาชีพทีใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[นครศรีธรรมราช]]></category>
		<category><![CDATA[ธนิตศักดิ์ อนังคพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[นพมาศ พรหมศิลป์]]></category>
		<category><![CDATA[จรินทร์ เฉยเชยชม]]></category>
		<category><![CDATA[เทพกร พิทยาภินันท์]]></category>
		<category><![CDATA[สมพงษ์ หลีเคราะห์]]></category>
		<category><![CDATA[นายโชคชัย ลิ้มประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนพัฒนาอาชีพที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[ประจวบคีรีขันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[นราธิวาส]]></category>
		<category><![CDATA[ปัตตานี]]></category>
		<category><![CDATA[สุราษฎร์ธานี]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=10815</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ปรับวิธีคิดให้สามารถจัดการปัญหาตัวเองได้ ค้นหาศักยภาพต [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/64145-2/">“กระบวนกร” ประจุ “พลังคิด” เปิดแนวคิดใหม่ช่วยผู้ด้อยโอกาสแบบยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-10820" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/49533.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/49533.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/49533-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/49533-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/49533-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p>
<blockquote><p>“ปรับวิธีคิดให้สามารถจัดการปัญหาตัวเองได้ ค้นหาศักยภาพตัวเองบนฐานทรัพยากรชุมชน และ เข้าถึงโอกาสด้านเงินทุนไปพัฒนายกระดับทักษะอาชีพ โดย กสศ.จะช่วยประสานภาคีเครือข่ายส่งเสริมสนับสนุนตลอดเส้นทางจนหยัดยืนด้วยลำแข้งตัวเอง” นายโชคชัย ลิ้มประดิษฐ์ อดีตผู้ใหญ่บ้านหนองกลางดง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการพัฒนาระบบทดลองฯ กล่าวถึงมิติใหม่ในการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม</p></blockquote>
<p>มิติใหม่ในการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางสังคมของ <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ </strong><strong>“กสศ.”</strong> จุดเริ่มต้นต้อง “เปลี่ยนความคิด” ให้มีความเชื่อมั่นกล้าดึง “ศักยภาพภายใน” ตัวเองออกมา โดยนำความรู้ทางวิชาการประสบการณ์ชีวิตผนึกกับความรู้ใหม่จากผู้เชี่ยวชาญเข้ามาเป็น “พี่เลี้ยง” จัดกระบวนความคิดวิเคราะห์หาทางแก้ปัญหาด้วยตัวเองโดยมี “ชุมชน” เป็นแหล่งเรียนรู้และรวมกลุ่มสร้างพลังบนฐานทรัพยากรที่มีอยู่ พร้อมกับเข้าถึง “ทุน” พัฒนาทักษะอาชีพมาเป็นเครื่องมือสนับสนุน ในที่สุดผู้ด้อยโอกาสจะสามารถก้าวข้ามปัญหาและอุปสรรคชีวิตของตนเองได้สำเร็จ</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-10821 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/P1010793.jpg" alt="" width="1800" height="2397" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/P1010793.jpg 1800w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/P1010793-225x300.jpg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/P1010793-768x1023.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/P1010793-769x1024.jpg 769w" sizes="(max-width: 1800px) 100vw, 1800px" />นายโชคชัย ลิ้มประดิษฐ์ อดีตผู้ใหญ่บ้านหนองกลางดง
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และอนุกรรมการกำกับทิศทาง
โครงการพัฒนาระบบทดลองฯ</pre>
<p>นี่คือหลักการทำงานโครงการพัฒนาระบบทดลองการพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสที่บ่มเพาะ “<strong>นักจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีชีวิต</strong>” เรียกสั้นๆ ว่า “<strong>กระบวนกร</strong>”  ให้มาทำหน้าที่เป็น “<strong>พี่เลี้ยง</strong>” กระตุ้นความคิดกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ด้อยโอกาสที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้ก้าวข้ามปัญหาโดยไม่แบมือรอรับการช่วยเหลือแบบเดิม</p>
<p>เด็กเร่ร่อน เด็กติดยาเสพติดหรือเด็กที่ถูกกักขังในสถานพินิจเพราะหลงผิดเพียงชั่ววูบ แรงงานนอกระบบ คนตกงาน ผู้สูงอายุ คนพิการ หรือเกษตรกรฐานะยากจนเข้าไม่ถึงทุนทรัพย์ คือ กลุ่มเป้าหมาย แม้คนเหล่านี้บางส่วนอาจได้รับการดูแลจากภาครัฐ ที่มุ่งให้ความช่วยเหลือแบบ “สงเคราะห์” ทุ่มงบประมาณและโครงการฝึกอาชีพลงไปช่วยบรรเทาความยากไร้ได้เพียงชั่วคราว เพราะปัญหาลึกๆ ของผู้ด้อยโอกาสไม่ใช่แค่ขาดโอกาสฝึกอาชีพ หรือ เงินทุนเท่านั้น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-10823" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/49536.jpg" alt="" width="1108" height="1477" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/49536.jpg 1108w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/49536-225x300.jpg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/49536-768x1024.jpg 768w" sizes="(max-width: 1108px) 100vw, 1108px" /></p>
<h6><strong>ทุกโครงการทำได้จริงมี </strong><strong>“บันไดผลลัพธ์” ประเมินเข้มข้น</strong></h6>
<p>กสศ.เริ่มต้นโครงการฯโดยเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไป สถาบันการศึกษาหรือองค์กรชุมชนที่มีจิตสาธารณะไประดมกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ด้อยโอกาสเสนอแนวทางการพัฒนาคนและทักษะอาชีพให้ กสศ.พิจารณาสนับสนุน ก่อนลงพื้นที่ไปทำงานจะเข้าสู่กระบวนการบ่มเพาะความคิดเป็น “<strong>กระบวนกร</strong>” โดยมี “<strong>พี่เลี้ยง</strong>” จาก กสศ.และภาคีเครือข่ายค่อยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง  ปัจจุบัน กสศ.ขยายเครือข่ายไปแล้ว 41 จังหวัดมีโครงการที่ได้รับการสนับสนุนกว่าร้อยโครงการ ทุกโครงการที่ผ่านความเห็นชอบทำได้จริงและมีกลุ่มเป้าหมายชัดเจน มีระบบกลั่นกรอง “<strong>บันไดผลลัพธ์</strong>” ติดตามตรวจสอบประเมินผลอย่างเข้มข้น</p>
<p><strong>นายโชคชัย ลิ้มประดิษฐ์</strong> ในฐานะอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการฯ กล่าวถึงที่มาของโครงการให้ฟังว่าที่ผ่านมาการให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสของภาครัฐมุ่งเน้นช่วยเหลือแบบสังคมสงเคราะห์พอโครงการหรืองบประมาณหมดก็จากไป มิได้สานต่อพัฒนาคนเหล่านี้ให้พึ่งตัวเองได้ ส่วนใหญ่จะรอการช่วยเหลือรอบใหม่จากภาครัฐไปเรื่อย ๆ ทาง กสศ.จึงมีแนวคิดใหม่ว่าหากจะช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสแบบยั่งยืน ต้องทำ 2 เรื่อง คือ 1. “<strong>กระตุ้นปัญญา</strong>” ให้ลุกขึ้นต่อสู้กับปัญหาตัวเองโดยมีการรวมกลุ่มกันภายในชุมชนผ่านการผนวกความรู้ด้านวิชาการจากสถาบันการศึกษากับประสบการณ์จากผู้ด้อยโอกาสเองหรือภูมิปัญญาชุมชนผนึกกับความรู้ใหม่ที่ กสศ.ทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายเข้าไปหนุนเสริมโดยยึดชุมชนเป็นฐานการพัฒนา</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-10825" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/49529.jpg" alt="" width="1108" height="1477" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/49529.jpg 1108w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/49529-225x300.jpg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/49529-768x1024.jpg 768w" sizes="(max-width: 1108px) 100vw, 1108px" /></p>
<p>และ 2.สนับสนุน “<strong>ทุน</strong>” พัฒนาทักษะอาชีพเป็นรายบุคคลตามศักยภาพตัวเองถนัด หรือจับกลุ่มขอรับทุน อาทิ ช่างตัดผม ช่างปูน ช่างไฟฟ้า ช่างยนต์ ช่างซ่อมโทรศัพท์มือถือ หรือในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน ฯลฯ สิ่งที่ย้ำแก่กลุ่มเป้าหมายเสมอ คือ ทุนทักษะอาชีพเป็นเพียง “<strong>เครื่องมือ</strong>” เป้าหมายสูงสุดของโครงการ คือ “<strong>ปรับวิธีคิดให้สามารถจัดการปัญหาตัวเองได้ ค้นหาศักยภาพตัวเองบนฐานทรัพยากรชุมชน และ เข้าถึงโอกาสด้านเงินทุนไปพัฒนายกระดับทักษะอาชีพ โดย กสศ</strong><strong>.จะช่วยประสานภาคีเครือข่ายส่งเสริมสนับสนุนตลอดเส้นทางจนหยัดยืนด้วยลำแข้งตัวเอง</strong>”</p>
<p><em>“</em>งบประมาณที่ กสศ<em>.</em>สนับสนุนไม่ได้เยอะมากสู้งบประมาณภาครัฐไม่ได้ แต่สามารถสร้างสิ่งใหม่ ๆ ผ่านการฝึกกระบวนกรให้ฝังตัวอยู่ในพื้นที่นำความรู้ด้านวิชาการจากคนทำงานการศึกษา หรือ ประสบการณ์จากปราชญ์ชาวบ้านที่มีองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือความรู้ใหม่ที่ทาง กสศ<em>.</em>เข้าไปช่วยเสริมให้ผู้ด้อยโอกาสได้ก้าวข้ามปัญหาด้วยตัวเอง<em>” </em>โชคชัย กล่าวถึงหลักการงาน กสศ<em>.</em></p>
<p>หัวใจกระบวนการฝึก “<strong>โค้ช</strong>” หรือ “<strong>กระบวนกร</strong>” คือ ต้องจุดไฟพลังความคิดให้ลุกโชนโดยใช้กิจกรรมตามความชำนาญและสถานการณ์ปัญหาของกลุ่มเป้าหมายหรือตามลักษณะพื้นที่ อาจเป็น เกม คลิป วาดรูป ทายปริศนาคำ หรือการละเล่น ฯลฯ ที่สร้างแรงบันดาลใจ ก่อให้เกิดปฏิกิริยา “ถาม” และ “ตอบ” จุดหัวเชื้อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หรือรับฟังความเห็นของกันและกัน ทำให้ผู้ด้อยโอกาสกล้าขุดปมปัญหาออกมาคลี่ให้ “<strong>กระบวนกร</strong>” เข้าไปช่วยเหลือแก้ไข และ เป็นหัวเชื้อประจุพลังความคิดให้ระเบิดออกมา</p>
<h6><strong>โค้ชชิ่ง </strong><strong>“กระบวนกร” เน้นทักษะเป็นนักเรียนรู้</strong></h6>
<p>กระบวนการ “<strong>โค้ชชิ่งทีม</strong>” ให้เป็น “<strong>กระบวนกร</strong>” เป็นกิจกรรมเสริมทักษะชวนคิดโดยใช้กิจกรรมนำร่องให้เกิดการมีส่วนร่วมแบบกระตุ้น ฟัง คิด พูด อ่าน เขียน ปลุกเร้าให้ผู้ด้อยโอกาสกล้าถามและกล้าตอบ ถือเป็นทักษะสำคัญช่วยดึงศักยภาพข้างในให้พรั่งพรูออกมา โดย กสศ.เข้าไปหนุนเสริมผ่านการให้การศึกษา ความรู้ทางวิชาการและประสบการณ์จากภูมิปัญญาชุมชนท้องถิ่นเข้าไปเสริม</p>
<p><em>“</em>ในการจัดกระบวนการกับกลุ่มเป้าหมาย คนเป็นกระบวนกรต้องขยันตั้งคำถาม เพราะจะช่วยยกระดับการมีส่วนร่วมให้กล้าคิดกล้าแสดงความเห็นช่วยเสริมด้วยทักษะให้กลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนรู้ไม่ใช่ฝึกฟังเลคเชอร์ หรือท่องจำเป็นการเรียนรู้แบบเดิมๆ ที่ใช้ไม่ได้อีกแล้ว<em>” </em>นาย<strong>สมพงษ์ หลีเคราะห์</strong> หนึ่งในทีมพี่เลี้ยง <em>11 </em>จังหวัดภาคใต้ บอกถึงเทคนิคจุดไฟความคิดให้ลุกติด</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-10826" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/49530.jpg" alt="" width="1108" height="1477" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/49530.jpg 1108w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/49530-225x300.jpg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/49530-768x1024.jpg 768w" sizes="(max-width: 1108px) 100vw, 1108px" /></p>
<p>ทันทีที่จุดชนวนพลังความคิดระเบิดออก กระสุนไอเดียดีๆ จะพุ่งตามมา เช่น กลุ่มของ นาย<strong>เทพกร พิทยาภินันท์</strong> แกนนำกลุ่มปัญหาแรงงานตำบลจะรัง อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ที่มาร่วมฝึกอบรมเสริมทักษะ “<strong>กระบวนกร</strong>” ต้องไปทำงานกับคนด้อยโอกาสกว่า 150 ชีวิต ส่วนใหญ่เป็นแรงงานนอกระบบ คนตกงาน ผู้สูงอายุและเกษตรกรยากไร้ พอมาฝึกอบรมได้ไอเดียใหม่ๆ กลับไปทำงาน ความตั้งใจสูงสุด คือ จะไประดมความคิดเพื่อดึง “<strong>ศักยภาพชุมชน</strong>” ของกลุ่มเป้าหมายให้ระเบิดออกมาให้ได้</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-10827" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/P1010804.jpg" alt="" width="3448" height="4592" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/P1010804.jpg 3448w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/P1010804-225x300.jpg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/P1010804-768x1023.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/P1010804-769x1024.jpg 769w" sizes="(max-width: 3448px) 100vw, 3448px" />นายเทพกร พิทยาภินันท์ แกนนำกลุ่มปัญหาแรงงานตำบลจะรัง
อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี</pre>
<p><em>“</em>ระหว่างร่วมกิจกรรมปิ๊งไอเดียขึ้นมาได้ว่าทรัพยากรชุมชนใกล้ตัว เช่น ใบจาก ทำไมไม่นำมาผลิตเป็นสินค้าชุมชน แทนที่จะฝึกอาชีพตามที่หน่วยงานรัฐบอกให้ทำ บอกให้ไปซื้อวัตถุดิบจากต่างถิ่นซึ่งต้นทุนก็สูงในที่สุด ก็ขายไม่ได้เพราะไปก๊อบปี้สินค้าจากท้องถิ่นอื่นที่เขาประสบความสำเร็จแล้ว วันนี้จึงถึงบางอ้อว่า ทำไมเราไม่ดึงศักยภาพชุมชนตัวเองออกมา<em>” </em>เทพกร กล่าวถึงไอเดียดีๆ ที่ได้จากเวทีฝึกอบรม</p>
<p>เช่นเดียวกับ นาย<strong>จรินทร์ เฉยเชยชม</strong> ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เห็นพ้องเช่นกันกับ กสศ.ว่า การฝึกอาชีพเป็นเพียงเครื่องเคียง ชาวบ้านต้องคิดให้เป็นก่อนว่า “<strong>คุณค่าภูมิปัญญาท้องถิ่นวิถีชาวเล</strong>” ยิ่งใหญ่เพียงใด จึงดึงปราชญ์ชาวบ้านที่เป็นผู้เฒ่าผู้แก่ซึ่งมีภูมิปัญญาดั่งเดิมในการแปรรูปอาหารทะเลแบบโบราณมาเป็นโค้ชในทีมประสานความรู้ระหว่างคนรุ่นใหม่กับรุ่นเก่า เช่น ทำปูจ๋า ปลาอินทรีย์เค็มฝังทราย ปลาหวาน กุ้งแห้ง ฯลฯ ล้วนจากภูมิปัญญาคนรุ่นเก่ามารวมกับความรู้การบรรจุหีบห่อและจำหน่ายทางโซเซียลมิเดียด้วยฝีมือคนรุ่นใหม่ โดยยึด “<strong>บันไดผลลัพธ์</strong>” ขั้นสุดท้าย คือ ชุมชนเป็นฐานในการทำงาน</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-10828" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/P1010808.jpg" alt="" width="1800" height="2397" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/P1010808.jpg 1800w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/P1010808-225x300.jpg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/P1010808-768x1023.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/P1010808-769x1024.jpg 769w" sizes="(max-width: 1800px) 100vw, 1800px" />นายจรินทร์ เฉยเชยชม
ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านพุมเรียง
อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี</pre>
<h6><strong>ก้าวถัดไป</strong><strong>! เพิ่มเป้า – </strong><strong>ขยายผล</strong><strong>-ผนึกท้องถิ่นปั้น “กระบวนกร”</strong></h6>
<p>เช่นเดียวกับโครงการฝึกอาชีพแก่แม่บ้านโดย นางสาว<strong>นพมาศ พรหมศิลป์</strong> วิสาหกิจชุมชนสวนเกษตรอินทรีย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ทำงานกับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นแรงงานนอกระบบฐานะยากจนและอายุมาก แต่อยากมีรายได้และอาชีพจึงขอฝึกทักษะแปรรูปสินค้าเกษตร กระบวนการคิดที่ “นพมาศ” จะใส่เข้าไปไม่ใช่แค่ของบฝึกอบรมทำขนม หรือ ทำน้ำพริก ตามคำแนะนำหน่วยงานรัฐที่เคยทำโครงการ แต่คือการ “<strong>ยกเครื่องความคิดใหม่</strong>” ให้กับเครือข่ายชาวบ้าน 50 ชีวิต ให้คิดเป็นว่าหากจะแปรรูปสินค้าเกษตรต้องเป็นผู้ผลิตตั้งแต่ต้นน้ำไปถึงปลายน้ำจึงจะสู้กับสินค้าชุมชนข้างๆ ได้ เช่น ผลิตภัฑณ์เห็ดแครง กล้วยฉบาบ น้ำผึ้งรวง หรือมะพร้าวสกัดเย็น สินค้าทุกตัวต้องปลูกหรือเลี้ยงเองโดยมีชุมชนเป็นฐานการผลิต และรายได้ทั้งหมดย่อมหมุนเวียนหล่อเลี้ยงคนในชุมชน สำหรับการจัดกระบวนกร ต้องทำให้ชาวบ้านสลัดความคิดเก่าๆ ที่เห็นแก่ตัวออกไป เช่น ถ้าไม่มีค่าเดินทางหรือเบี้ยเลี้ยงจะไม่มาร่วมกิจกรรม หรือเห็นปัญหาส่วนตัวสำคัญกว่าปัญหากลุ่ม ทั้งๆ ที่หากมารวมกลุ่มกันสามารถช่วยเหลือดูแลกันได้ โดยมี “<strong>กระบวนกร</strong>” และพี่เลี้ยงจาก กสศ.เข้ามาหนุนเสริม</p>
<p>อีกกลุ่มผู้ด้อยโอกาสที่ท้าทายที่สุดก็ว่าได้ คือ <strong>กลุ่มเด็กติดยาเสพติด </strong>ในสถานพินิจ “นาย<strong>ธนิตศักดิ์ อนังคพันธ์</strong>” นักวิชาการอบรมฝึกอาชีพชำนาญการ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จังหวัดนราธิวาส ที่เสียสละก้าวออกจากกำแพงรั้วลวดหนามยกทีมเยาวชนมาทำงานกับ กสศ.เพราะเห็นตรงกันว่า หากจะทำให้เด็กไม่หลงผิดติดยา เข้า ๆ ออก ๆ สถานพินิจฯอีกต่อไป ต้องมีกระบวนการเปลี่ยนความคิด วิธีการบำบัด หรือ กักขัง ในสถานพินิจฯ ทำได้เพียงรั้งตัวและหัวใจไว้ชั่วคราวจนกว่าพวกเขาอายุเกิน 18 ปี หลังจากนั้น “คุก” ของกรมราชทัฑณ์ คือ สถานีถัดไป</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-10829" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/49531.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/49531.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/49531-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/49531-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/49531-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p>
<p>นี่คือเห็นผลที่ สถานพินิจฯมาทำงานร่วมกับ กสศ.โดยเน้นให้การศึกษาและเสริมทักษะอาชีพแก่เด็กผ่านการแบ่งกลุ่มฝึกอาชีพ โดยมีกระบวนการติดตามผล “<strong>บันไดผลลัทธ์</strong>” อย่างใกล้ชิดหลังจบโครงการฯไปแล้ว มีงานทำไม่หวนคืนวงจรยาเสพติดอีก หรือจิตใจเข้มแข็งมากขึ้น เพราะปัญหาของเด็กกลุ่มนี้เกิดจากปัญหาครอบครัวแตกแยกพ่อแม่หย่าร้าง คือ ปมด้อยที่ทำให้เด็กหลงเสพยาแล้วลุกลามไปก่ออาชญากรรม ดังนั้นในช่วง 3 เดือนที่เด็กอยู่ในสถานพินิจฯระหว่างรอขึ้นศาลเยาวชนและครอบครัว ต้อง “ประจุพลังความคิด” ให้เด็กเหล่านี้กลับตัวกลับใจก้าวข้ามภาพลวงตาไปให้ได้ไม่หวนกลับไปเสพยาอีก</p>
<p>จากนี้ไป กสศ.ตั้งใจ “<strong>เพิ่มเป้า</strong>” และ “<strong>ขยายผลความสำเร็จ</strong>” ของกลุ่มเป้าหมายที่หลุดพ้นความด้อยโอกาส พร้อมเร่งประสานความร่วมมือกับ “<strong>ชุมชนท้องถิ่น</strong>” ให้ลึกถึงระดับองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) หรือทุกระดับ เพื่อวางรากฐานการพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสโดยมีชุมชนเป็นฐาน นี่คือก้าวต่อไปของโครงการปั้น “<strong>กระบวนกร</strong>” เพื่อขจัดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมให้เบาบางหรือลดน้อยถอยลงให้มากที่สุด</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/64145-2/">“กระบวนกร” ประจุ “พลังคิด” เปิดแนวคิดใหม่ช่วยผู้ด้อยโอกาสแบบยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
