<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ธีร์ธวัช นภาคีรีรมย์ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%98%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%8A-%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 28 Oct 2025 08:19:00 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ธีร์ธวัช นภาคีรีรมย์ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“ผมรู้จักบ้านเด็กทุกหลัง” 1 ปีที่ได้กลับไปเป็นครูบ้านเกิด ของ “ครูโย” ครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่น 1</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-281025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Oct 2025 08:18:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่น 2]]></category>
		<category><![CDATA[ธีร์ธวัช นภาคีรีรมย์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=97085</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เวลาหนึ่งปีที่ผ่านไป อาจจะยังมีสิ่งที่ผมต้องเรียนรู้อี [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-281025/">“ผมรู้จักบ้านเด็กทุกหลัง” 1 ปีที่ได้กลับไปเป็นครูบ้านเกิด ของ “ครูโย” ครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่น 1</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“เวลาหนึ่งปีที่ผ่านไป อาจจะยังมีสิ่งที่ผมต้องเรียนรู้อีกมากมาย แต่สิ่งที่ถือว่าประสบความสำเร็จไปแล้วขั้นหนึ่ง คือการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเด็ก ผู้ปกครอง และชุมชน จนค้นพบแนวทางที่ทำให้เด็กในห้อง รักการเรียนและอยากมาโรงเรียนทุกวัน”</p>



<p>‘ครูโย’ หรือ ธีร์ธวัช นภาคีรีรมย์ ครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 1 จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ปัจจุบันสอนอยู่ที่โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ ต.แม่วิน อ.วาง จ.เชียงใหม่ เคยเล่าว่า ตัวเขา คือเด็กคนหนึ่งที่เคยเติบโตมาจากพื้นที่ที่ได้เห็นเด็กมากมายขาดโอกาสทางการศึกษา ได้อยู่ในห้องเรียนที่มองเห็นเพื่อนรวมชั้นค่อย ๆ เดินออกจากจากห้องเรียน หลายคนหลุดออกจากระบบการศึกษาเพราะมีฐานะทางบ้านยากจน  </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ecad80"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/ครูโย-ธีร์ธวัช-นภาคีรีรมย์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption"> ‘ครูโย’ หรือ ธีร์ธวัช นภาคีรีรมย์ ครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 1 จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สำหรับครูโย ความเหลื่อมล้ำการศึกษาบนพื้นที่สูงที่พบมาตั้งแต่เด็ก ถือเป็นแรงบันดาลใจและเป้าหมายสำคัญที่ทำให้อยากมีส่วนในการแก้ไขเรื่องนี้ให้ได้</p>



<p>ครูโย เคยตั้งเป้าหมายที่จะเป็นครูตั้งแต่เริ่มเรียนชั้นมัธยมปีที่ 4 และตัวเองว่าจะต้องเป็นครูที่กลับมาสอนในพื้นที่บ้านเกิดให้ได้ ความมุ่งมั่นในเรื่องนี้ ทำให้เขาพยายามมองหาโอกาสและมองเห็นโอกาสนั้นจากโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น กสศ. และได้รับทุนนี้จนกระทั่งเรียนจบและบรรจุเป็นครู ชีวิตการทำงานรับราชการก้าวเข้ามาเป็นครูเต็มตัว กำลังจะครบรอบหนึ่งปีในวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ปี</p>



<p>ผ่านไปหนึ่งปี ครูโย สามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้ มากมาย ความรู้ที่เรียนมา อาจจะครอบคลุมการทำงานในชีวิตจริงในหลายเรื่อง แต่ก็มีอีกหลายเรื่อง ที่จะต้องเรียนรู้ และ อาศัยประสบการณ์ที่ได้จากห้องเรียน ชุมชน นักเรียน และผู้ปกครอง</p>



<p>“ตอนยังเป็นนักศึกษาครูรัก(ษ์) ถิ่นได้เรียนรู้ด้านทฤษฎีและปฏิบัติมากมาย แต่มีหลายเรื่องก็ไม่เคยรู้ บางอย่าง ไม่ได้เป็นไปตามที่เราคิด ต้องมาปรับใหม่ให้มีความยืดหยุ่น สอดคล้องกับโรงเรียน ห้องเรียน บริบทของชุมชน ความต้องการของผู้ปกครองและ ที่สำคัญที่สุด คือ ต้องยืดหยุ่นพอที่จะเข้าใจปัจเจกบุคคลของเด็กแต่ละคนให้ได้มากที่สุด”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b59fe9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/1028_ครูโย-โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ-10.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1192cd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/1028_ครูโย-โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ-09.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“มหาวิทยาลัยสอนหลากหลายทฤษฎี หลากหลายกระบวนการ สำหรับใช้รับมือกับปัญหาการเรียนรู้ของเด็ก เก็บข้อมูลจากชุมชน หรือแก้ปัญหาต่างๆ&nbsp; แต่การหยิบมาใช้อย่างเหมาะสมเป็นเรื่องที่ต้องพลิกแพลงและใช้ไหวพริบหลายด้านประกอบกัน สิ่งที่เคยประสบมากับตัวเอง คือ ตอนเป็นครูใหม่ๆ ต้องลงไปเก็บข้อมูลกับชุมชน ผมพบว่า หากถือแฟ้ม ถือเอกสาร แล้วเดินทางไปพูดคุยกับพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กที่บ้าน อาจจะไม่ได้ความร่วมมือ หรือได้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง เพราะผู้ปกครองเด็กกลัวการเข้ามาพบอย่างเป็นทางการ และพยายามสร้างระยะห่างกับคนที่พวกท่านยังไม่คุ้นเคย ผมต้องกลับมาตั้งหลักใหม่ และคิดว่าทำอย่างไรถึงจะให้ผู้ปกครองไว้ใจ และยอมพูดคุยกับเรา”</p>



<p>“แล้วผมก็พบว่า จะเข้าถึงเด็กแต่ละคนได้ จะต้องสร้างความสัมพันธ์ ทั้งกับนักเรียนและผู้ปกครอง พร้อมเปลี่ยนวิธี ในการเข้าถึงผู้ปกครองและเด็กใหม่ โดยใช้วิธี ให้เด็กนักเรียนพาไปที่บ้านตอนหลังเลิกเรียน เข้าไปพูดคุยซักถามสารทุกข์สุกดิบ กับผู้ปกครองด้วยภาษาถิ่น ซึ่งก็คือภาษากะเหรี่ยง จนทำให้ผู้ปกครองแต่ละบ้านไว้ใจและเห็นว่า เราไม่ได้ต้องการเพียงแค่ข้อมูล แต่เราเป็นครูที่มีปฏิสัมพันธ์กับเด็กอย่างใส่ใจและใกล้ชิด พอผู้ปกครองเห็นว่า เรามาพบปะพูดคุยแบบเป็นกันเอง แต่ละบ้านก็เริ่มเปิดใจ และกล้าพูดคุยกับเรามากขึ้น”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-570b66"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/1028_ครูโย-โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" data-id="97092" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/1028_ครูโย-โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ-07.jpg" alt="" class="wp-image-97092" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/1028_ครูโย-โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ-07.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/1028_ครูโย-โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ-07-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/1028_ครูโย-โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ-07-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/1028_ครูโย-โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ-07-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/1028_ครูโย-โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ-07-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="855" height="569" data-id="97093" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/1028_ครูโย-โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ-08.jpg" alt="" class="wp-image-97093" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/1028_ครูโย-โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ-08.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/1028_ครูโย-โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ-08-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/1028_ครูโย-โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ-08-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/1028_ครูโย-โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ-08-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/1028_ครูโย-โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ-08-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p>ครูโยบอกว่า การสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเด็กและผู้ปกครอง คือ ประตูบานสำคัญบานแรกๆ ที่จะช่วยให้ครูสามารถเข้าไปพบเจอ ข้อมูลจริงๆ ว่าเด็กแต่ละคน กำลังประสบปัญหาอะไรอยู่</p>



<p>“ตอนนี้ ผมเป็นครูประจำชั้น ป. 3 เด็กนักเรียนในห้องผม มี 22 คน ผมรู้จักและคุ้นเคยกับเด็กและผู้ปกครองทุกคน รู้จักบ้านทุกหลัง รู้สภาพปัญหาของทุกบ้าน และสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาปรับใช้ในการเรียนการสอนของตัวเอง ความคุ้นเคยกับบ้านเด็ก ทำให้ผมพบและเข้าใจว่า ทำไมเด็กคนหนึ่ง ถึงมีทักษะชีวิตสูงมาก แต่ทักษะในการเรียนกลับค่อนข้างอ่อน เพราะเมื่อไปที่บ้านเด็ก แล้วได้เห็น ว่า น้องไม่ได้อาศัยอยู่กับพ่อแม่ แต่อาศัยอยู่กับตากับยาย ทักษะชีวิตของน้องที่สูงกว่าคนอื่น เกิดขึ้นจากการที่ต้องช่วยทำงานบ้านทุกอย่าง ช่วยทำเกษตร แต่ไม่มีคนช่วยสอนทำการบ้านหรือแนะนำเรื่องการเรียนเลย ผมก็เลยเอาข้อมูลที่พบจากบ้านน้อง กลับมาหาแนวทาง หาวิธีที่ทำให้น้องมีทักษะการเรียนเพิ่มขึ้น ด้วยการเรียนการสอนไม่ให้ยากเกินไป เปิดโอกาสให้น้องเรียนรู้ทีละนิด จนทำให้เขาเห็นว่าการเรียนเป็นเรื่องสนุก ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1520c5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/1028_ครูโย-โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-3 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="855" height="569" data-id="97095" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/1028_ครูโย-โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ-03.jpg" alt="" class="wp-image-97095" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/1028_ครูโย-โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ-03.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/1028_ครูโย-โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ-03-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/1028_ครูโย-โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ-03-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/1028_ครูโย-โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ-03-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/1028_ครูโย-โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ-03-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="97096" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/1028_ครูโย-โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ-04.jpg" alt="" class="wp-image-97096" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/1028_ครูโย-โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ-04.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/1028_ครูโย-โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ-04-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/1028_ครูโย-โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ-04-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/1028_ครูโย-โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ-04-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/10/1028_ครูโย-โรงเรียนบ้านห้วยข้าวลีบ-04-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p>“เด็กๆ บนพื้นที่ดอย มักจะประสบปัญหาหลุดจากระบบการศึกษา หลายคนจบเพียงแค่ ป. 6 ก็ตัดสินใจไม่ไปต่อไม่เรียนต่อจนจบกระทั่งการศึกษาภาคบังคับ เพราะต้องออกไปทำงาน เป็นแรงงานให้กับที่บ้าน ผมอยากช่วยให้เด็กๆ ที่นี่ รู้สึกรักการเรียนไม่มองว่า การเรียนเป็นส่วนเกินของชีวิต การเรียนคือโอกาสที่จะช่วยให้พวกเขา เดินไปหาทางเลือกใหม่ๆ ให้ตัวเองได้ ทักษะที่ได้จากชุมชน อาจจะยังไม่พอที่จะใช้รับมือกับโลกที่กว้างขึ้นซึ่งพวกเขาจะพบเจอในอนาคต”</p>



<p>“เวลาหนึ่งปีที่ผ่านไป อาจจะยังมีสิ่งที่ผมต้องเรียนรู้อีกมากมาย แต่สิ่งที่ถือว่า ประสบความสำเร็จไปแล้วขั้นหนึ่ง คือการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเด็ก ผู้ปกครอง และชุมชน จนค้นพบแนวทางที่ทำให้เด็กในห้อง รักการเรียนและอยากมาโรงเรียนทุกวัน ความตั้งใจที่ผมยังมีอยู่เสมอ คือ พยายามช่วยให้เด็กๆ มีเป้าหมายในชีวิต มีความฝันและลุกขึ้นมาทำความฝันนั้นให้เป็นจริงโดยใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือ ผมยังบอกพวกเขาว่า ไม่ว่าพวกเขาจะเผชิญอะไรอยู่ในปัจจุบัน แต่ในที่สุด การศึกษา ความมุ่งมั่นและตั้งใจเรียนจะช่วยให้พวกเขาสามารถสร้างโอกาสให้กับตัวเอง สร้างโอกาสที่จะหลุดพ้นจากกับดักความยากจนได้”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-281025/">“ผมรู้จักบ้านเด็กทุกหลัง” 1 ปีที่ได้กลับไปเป็นครูบ้านเกิด ของ “ครูโย” ครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่น 1</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
