<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%98%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%B2-%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 30 Apr 2026 16:46:26 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วันแรงงานในโลกทักษะใหม่: เด็กทุกคนจะไปถึงงานที่ดีและมีศักดิ์ศรีได้อย่างไร</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-010526/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Apr 2026 13:17:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[วันแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=101647</guid>

					<description><![CDATA[<p>สนทนากับ ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวั [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-010526/">วันแรงงานในโลกทักษะใหม่: เด็กทุกคนจะไปถึงงานที่ดีและมีศักดิ์ศรีได้อย่างไร</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>สนทนากับ ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ. ถึงบทบาทของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ในฐานะกลไกสร้างกำลังคน ลดความยากจนข้ามรุ่น และยกระดับทุนมนุษย์ไทย</em></p>



<p>ทุกวันที่ 1 พฤษภาคม เรานึกถึงแรงงาน แต่มักนึกถึงในฐานะ “คนที่มีงานทำแล้ว” หรือผู้ที่เข้าสู่ตลาดแรงงาน มีสัญญาจ้าง มีรายได้ มีสวัสดิการ</p>



<p>แต่จริงๆ แล้ว อาจถึงเวลาที่สังคมไทยควรทบทวนนิยาม หรือมองแรงงานในมุมใหม่ ที่ครอบคลุมภาพรวมทั้งชีวิตของมนุษย์คนหนึ่ง ซึ่งรวมถึงช่วงที่เขาอยู่ในระบบการศึกษาด้วย</p>



<p>สำหรับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา แรงงานที่มีคุณค่าไม่ได้เกิดขึ้นในวันสมัครงาน แต่ฝังรากอยู่ในวันที่เด็กคนหนึ่งได้รับ (หรือไม่ได้รับ)โอกาสการเรียนรู้ที่ดี ในระบบที่ออกแบบมาเพื่อเขา ในเส้นทางที่พาเขาไปถึงอาชีพ รายได้ และศักดิ์ศรีที่เขาสมควรได้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/2-4.jpg" alt="" class="wp-image-101657" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/2-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/2-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/2-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/2-4-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/2-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ. พูดถึงเรื่องนี้ในฐานะคนที่ทำงานด้านการศึกษา โดยมาพร้อมกับมุมมองของงานวิจัย ข้อมูลช่องว่างในระบบการศึกษาที่มองเห็นได้ชัด พูดถึงตัวเลขและสถิติที่บอกเล่าชะตากรรมของแรงงานหลากหลายรุ่น และพูดถึงทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงในฐานะกลไกที่พิสูจน์แล้วว่าเปลี่ยนชีวิตได้จริง ไม่ใช่แค่ในตัวเด็กหนึ่งคน แต่ในครอบครัว และในรุ่นถัดไป</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>วันแรงงานปีนี้ กสศ. อยากชวนสังคมมอง “แรงงาน” ใหม่อย่างไร ในมุมไหนบ้าง</strong></h3>



<p>ถ้าพูดถึงนิยามใหม่ของแรงงาน คิดว่ามีอยู่ 2 เรื่องที่ต้องมองพร้อมกัน <strong>หนึ่ง</strong>คือการให้โอกาสในการพัฒนาและฝึกทักษะ <strong>สอง</strong>คือทำอย่างไรให้โอกาสที่เข้าถึงนั้นเป็นการเรียนรู้ที่มีคุณภาพด้วย ไม่ใช่แค่ได้เข้าถึง</p>



<p>แต่มีอีกมิติหนึ่งที่คนมักมองข้าม ในภาพรวมของประเทศ การลงทุนเรื่องการเรียนรู้สำหรับ “วัยแรงงาน” ยังมีน้อยมาก เพราะเรามักนึกถึงแต่วัยเรียน ซึ่งก็มีความสำคัญ แต่ต้องใช้เวลายาวนานถึง 12 ปีกว่าจะเห็นผล</p>



<p>ในขณะที่คนอายุ 18 ปีขึ้นไปที่อยู่ในตลาดแรงงานแล้ว ถ้าเราใช้หลักสูตรที่ใช่ ส่งเสริมทักษะที่ใช่ เพียงแค่ 6 เดือนหรือ 1 ปี เขาก็สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ทันที กลายเป็นกำลังสำคัญให้กับตัวเอง ครอบครัว และชุมชนได้เลย นี่คือนัยยะของการพัฒนาที่รวดเร็วของกลุ่มวัยแรงงาน ที่เรายังให้ความสำคัญน้อยเกินไป</p>



<p>แต่ถึงแม้จะลงทุน ก็ยังมีโจทย์สำคัญเรื่องการจับคู่ระหว่างฝั่งซัพพลายกับดีมานด์ (supply / demand) ที่ผ่านมาเรารู้ว่าสถานศึกษามีหลักสูตรอะไร ตั้งอยู่ที่ไหน แต่เราไม่ค่อยรู้ว่าตลาดแรงงานต้องการอะไรจริงๆ ช่องว่างตรงนี้ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่ดีสำหรับทุกฝ่าย ทั้งตัวแรงงานเอง ทั้งนายจ้าง และทั้งต่อประเทศไทยในภาพรวม</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ทำไมแรงงานที่มีคุณค่าจึงต้องเริ่มจากโอกาสการเรียนรู้ที่เสมอภาค</strong></h3>



<p>เด็กและเยาวชนใช้ชีวิตในสถานศึกษาเป็นเวลา 9 &#8211; 12 ปี นั่นคือเวลาส่วนใหญ่ของช่วงที่สำคัญที่สุดในชีวิต และนั่นคือหน้าต่างที่ระบบการศึกษามีโอกาสส่งเสริมเขา ก่อนที่เขาจะออกไปเผชิญโลก</p>



<p><strong>แต่บทบาทที่แท้จริงของการศึกษาไม่ใช่แค่การให้ทักษะทางเทคนิค สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการสร้างจินตภาพใหม่ให้เด็ก</strong> โดยเฉพาะเด็กที่ยากจนด้อยโอกาส ว่าชีวิตสามารถดีกว่าที่เป็นอยู่ได้ คือระบบการศึกษาต้องทำให้เขาเชื่อมั่นในตัวเอง ค้นพบตัวเอง และเห็นทางเลือกในชีวิตที่หลากหลาย ไม่ใช่แค่รู้ว่าต้องทำงานอะไร</p>



<p>เราไม่ได้ส่งเสริมเขาเพราะเขายากจนแล้วสงสาร แต่เพราะเราเห็นศักยภาพของเขา ถ้าระบบการศึกษาทำงานตรงนี้ได้ แนวคิดเรื่องการพึ่งพาตัวเองและมีศักดิ์ศรีในชีวิตก็จะเป็นไปได้จริง ไม่ใช่แค่ฝัน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/1-2.jpg" alt="" class="wp-image-101648" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/1-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/1-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/1-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/1-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/1-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ในมุม กสศ. คำว่า “งานที่มีคุณค่า” หมายถึงอะไร</strong></h3>



<p>บางทีเราเผลอมองแคบไป คิดว่างานที่มีคุณค่าคือ “การได้เข้าสู่ตลาดแรงงาน” แต่จริงๆ แล้ว ปลายทางของการเรียนรู้ที่แท้จริงต้องนำไปสู่สองสิ่ง หนึ่งคือการค้นพบศักยภาพของตัวเอง และสองคือพึ่งพาตัวเองได้ มีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง และมีศักดิ์ศรี</p>



<p>คำว่า “ศักดิ์ศรี” นี้สำคัญมาก เราไม่ได้มองเขาเป็นแรงงานชั้นสอง ไม่ว่าเขาจะประกอบอาชีพอะไร ทุกคนมีคุณค่าหมด และการเรียนรู้มีความหมาย</p>



<p>แรงงานที่มีคุณค่าจึงหมายถึงคนที่มีทักษะวิชาชีพ มีทักษะวิชาการ และมีทักษะชีวิตที่ดีไปพร้อมกัน เป็นการบูรณาการทั้งสามเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่เรียนจบแล้วไปทำงานได้ แต่ต้องมีชีวิตที่ดีด้วย</p>



<p>แล้วยังมีเรื่องที่หลายคนมองข้ามอีกอย่างหนึ่ง ก็คือเรื่องการเรียนรู้ที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เราเจอเด็กที่เรียน 4 ปีจบมาแล้วทักษะตกยุคไปแล้ว (outdated) เพราะหลักสูตรไม่ทันโลก นั่นคือการสูญเปล่า ทั้งของเขาและของระบบ เพราะฉะนั้นแรงงานที่มีคุณค่าต้องได้รับการเรียนรู้ที่อัปเดต ที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง และที่ช่วยให้เขาค้นพบว่าตัวเองชอบอะไร ถนัดอะไร ก่อนที่จะก้าวสู่ตลาดแรงงาน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/3-2.jpg" alt="" class="wp-image-101659" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/3-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/3-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/3-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/3-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/3-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>กสศ. เห็นช่องว่างอะไรบ้างในระบบที่ทำให้เด็กจำนวนหนึ่งยังไปไม่ถึงงานที่มีคุณค่า</strong></h3>



<p><strong>ช่องว่างแรก</strong>ที่เห็นชัดคือคุณภาพของการเรียนรู้และฝึกอบรม มีผลสำรวจจากทั้งยูนิเซฟ สภาพัฒน์ และ TDRI พบว่าเกือบ 39% ของคนที่ผ่านการฝึกอบรมบอกว่าหลังจบแล้วเอาไปใช้ไม่ค่อยได้ หรือไม่ได้นำไปสู่การมีงานทำ นั่นแปลว่าเกือบครึ่งหนึ่งของการลงทุนเรื่องนี้ยังไม่ตอบโจทย์ชีวิตจริง</p>



<p><strong>ช่องว่างที่สอง</strong>คือมายาคติเรื่องการศึกษาสายอาชีพ สังคมยังมองว่าสายอาชีพเป็น “แรงงานชั้นสอง” ทั้งที่ความจริงแล้วโลกของสายอาชีพเปลี่ยนไปเยอะมากแล้ว มันไม่ได้เป็นงานสายพานแบบเดิมอีกต่อไป แต่ต้องการทักษะ STEM แบบประยุกต์ใช้จริง ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับที่ประเทศที่ปฏิรูปการศึกษาสำเร็จอย่างจีน ไต้หวัน สิงคโปร์ และแม้แต่เวียดนาม กำลังเดินอยู่ กลุ่มคนที่เรียนสายอาชีพสามารถเป็นนวัตกรในอุตสาหกรรม เช่น EV โซลาร์เซลล์ ดิจิทัล ได้เลย งานฝีมือก็ไม่ได้เป็นแค่งานฝีมืออีกต่อไป แต่กลายเป็นงานคราฟต์และงานสร้างสรรค์ที่มีมูลค่าสูง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/2-3.jpg" alt="" class="wp-image-101650" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/2-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/2-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/2-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/2-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/2-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>ช่องว่างที่สาม</strong>คือซัพพลายกับดีมานด์ไม่สอดคล้องกัน เรารู้ว่าสถานศึกษามีหลักสูตรอะไร แต่ไม่รู้ว่าตลาดต้องการอะไร ทำให้เด็กเรียนจบมาแล้วทำงานต่ำกว่าวุฒิ หรือทักษะที่เรียนมาล้าสมัยไปแล้วก่อนจะเริ่มทำงาน มันเป็นวงจรที่ไม่ดีเลย ทั้งสำหรับตัวแรงงานและประเทศ</p>



<p><strong>และช่องว่างที่สี่</strong> ซึ่งเชื่อมกับทุกอย่างที่พูดมา คือระบบยังไม่มีความเชื่อมโยงที่ชัดเจนระหว่างวุฒิการศึกษา ใบรับรองสมรรถนะ และระบบค่าตอบแทน ถ้าระบบสามารถบอกได้ว่า “ถ้าคุณมีทักษะระดับนี้ คุณจะได้ค่าตอบแทนแบบนี้” มันจะสร้างแรงจูงใจและความชัดเจนให้กับทั้งเด็กและนายจ้างได้อย่างมาก ตรงนี้ยังเป็นโจทย์การปฏิรูปที่ยังค้างอยู่</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงเข้ามาเป็นคำตอบของช่องว่างนี้อย่างไร และทำอย่างไรให้ทุนการศึกษาไม่ได้หยุดแค่ “การได้เรียน” แต่พาเด็กไปถึงการมีทักษะ มีงานทำ และมีเส้นทางเติบโตจริง</strong></h3>



<p>สิ่งที่ กสศ. พยายามทำกับทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงก็คือ เราไม่ได้เอาหลักสูตรที่มีอยู่แล้วมาเป็นตัวตั้ง แต่เริ่มจากดีมานด์ (demand) ก่อน ลงไปดูในแต่ละจังหวัด แต่ละพื้นที่ว่ามีอาชีพอะไรที่กำลังเปลี่ยน อะไรที่ตลาดต้องการจริงๆ แล้วค่อยชวนสถานศึกษามาร่วมออกแบบหลักสูตร</p>



<p>เพราะถ้าทำแบบเดิม คือส่งเด็กยากจนเข้าไปเรียนหลักสูตรที่มีอยู่แล้วออกมาตกงาน มันก็คือการซ้ำเดิม ไม่ต่างจากวงจรความยากจนที่ไม่หลุดออกไป</p>



<p><strong>ตัวอย่างที่ชัดมากคือสายสุขภาพ</strong> เราพบว่าความต้องการบุคลากรด้านนี้สูงมาก ทั้งจากปัญหาสังคมสูงวัย โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และความต้องการดูแลผู้ป่วยระยะยาว เราจึงนำทุนมาเปิดหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาลและผู้ช่วยทันตแพทย์ ระยะเวลาเพียง 1 ปี สำหรับเยาวชนที่จบ ม.6 หรือ ปวช.3 ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ผลที่ได้คือน้องกลุ่มนี้มีงานทำ 100% หลังเรียนจบ รายได้เฉลี่ย 12,000 &#8211; 26,000 บาทต่อเดือน</p>



<p>แต่ที่เราทำไม่ได้หยุดแค่ “ได้วุฒิ” เราส่งเสริมให้เขามีสิ่งที่เรียกว่า “1 + X” คือวุฒิประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาลบวกกับใบรับรองจากสภาวิชาชีพ มาตรฐานฝีมือแรงงาน และความเชี่ยวชาญเฉพาะทางตามความต้องการของพื้นที่ บางพื้นที่เน้นการดูแลผู้สูงอายุ บางพื้นที่เน้นผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย บางพื้นที่มีปัญหายาเสพติดก็เน้นผู้ป่วยจิตเวช ไอ้ X ตัวนี้แหละที่สร้างมูลค่าเพิ่มจริงๆ และในบางกรณีก็สามารถแปลงตรงๆ เป็นรายได้ที่สูงขึ้นด้วย เช่น มีภาษาอังกฤษระดับหนึ่งก็ได้เพิ่มอีกสองพันบาทต่อเดือน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/3-1.jpg" alt="" class="wp-image-101651" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/3-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/3-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/3-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/3-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/3-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>อีกตัวอย่างที่น่าสนใจคืออาชีพใหม่อย่าง “ช่างบริหารอาคาร”</strong> ที่เกิดจากการที่ธุรกิจโรงแรมและอพาร์ตเมนต์บอกว่าเขาไม่ต้องการช่างไฟ ช่างทีวี ช่างแอร์แยกกัน 3 คน แต่ต้องการคนคนเดียวที่ทำได้หมด ซึ่งเป็นทักษะบูรณาการที่หลักสูตรเดิมไม่มี กสศ. จึงเข้าไปช่วยออกแบบหลักสูตรนี้ร่วมกับสถาบันและสถานประกอบการ โดยนำร่องอยู่ใน 5 จังหวัดแล้ว ได้แก่ ขอนแก่น ภูเก็ต กำแพงเพชร ฉะเชิงเทรา และนครราชสีมา ร่วมกับหอการค้าไทย หอการค้าภาค และหอการค้าจังหวัด</p>



<p>กระบวนการทำงานคือเราเริ่มจากยุทธศาสตร์จังหวัด ดูว่าพื้นที่นั้นกำลังขับเคลื่อนอะไร มีอะไรที่กำลังเติบโต แล้วค่อยชวนสถานประกอบการในพื้นที่เข้ามาร่วมตั้งแต่วันแรก ทั้งช่วยออกแบบหลักสูตร ช่วยคัดเลือกเยาวชน รับนักศึกษาไปฝึกงาน และรับเข้าทำงานหลังจบ ทำให้เด็กที่ได้ทุนเป็นเด็กในพื้นที่ ทำงานในพื้นที่ ไม่ต้องย้ายถิ่น เป็นวินวิน (win-win) สำหรับทุกฝ่าย ทั้งจังหวัด สถานประกอบการ และเยาวชน</p>



<p>ปัจจุบัน ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงดำเนินมาถึงปีที่ 7 แล้ว นักศึกษาประมาณ 2,500 ทุนต่อปี ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงได้สนับสนุนนักศึกษาทุนสะสมแล้ว 15,278 ทุน ครอบคลุมสถานศึกษาสายอาชีพทั้งภาครัฐและเอกชน 150 แห่ง ใน 60 จังหวัดทั่วประเทศ และจากการศึกษาผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคม จากการลงทุน (Social Return on Investment : SROI) ในโครงการนี้ โดยประเมินรายได้ตลอดช่วงชีวิต พบว่า ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง โดยเฉลี่ย SROI ส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 2 &#8211; 4 เท่า</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>กสศ. มองความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษา งาน รายได้ กับการลดความยากจนข้ามรุ่นอย่างไร โดยเฉพาะเมื่อเด็กยากจนหนึ่งคนได้เข้าถึงทักษะและงานที่มีอนาคต</strong></h3>



<p>มีข้อมูลที่น่าสนใจมากจากนักศึกษาทุนกลุ่มนี้ ตอนที่เขาเข้ามา รายได้เฉลี่ยของครัวเรือนอยู่ที่ 3,000 บาทต่อเดือน หลังเรียนจบในวุฒิเทียบเท่า ม.6 หรือ ปวส.เพียง 1 ปี รายได้ของเขาสูงกว่าพ่อแม่ถึง 4-8 เท่า</p>



<p>และนักศึกษากลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นคนแรกในครอบครัวที่เรียนสูงที่สุด และมีรายได้สูงที่สุดในบ้าน พ่อแม่ส่วนใหญ่จบไม่เกิน ม.3</p>



<p>นอกจากนี้ เรายังพบด้วยว่า เมื่อมีคนใดคนหนึ่งได้ทุนและเรียนจบจนได้งานทำ สิ่งที่ตามมาคือผลกระทบที่เกิดนั้นจะกระจายออกไปเกินกว่าตัวเขา ส่งผลทางบวกไปถึงน้องชายหรือน้องสาวในครอบครัวด้วย โดยอาจจะทำให้น้องๆ ไม่ต้องหลุดจากระบบการศึกษา หรือมีโอกาสอยู่ในระบบการศึกษาได้นานขึ้น บ้านได้รับการซ่อมแซม คุณภาพชีวิตของคนทั้งบ้านเปลี่ยน ในทางวิชาการนั้น เมื่อรายได้และระดับการศึกษาของคนรุ่นนี้สูงขึ้นแล้ว รุ่นต่อไปก็มีแนวโน้มจะเรียนสูงกว่าและมีรายได้สูงกว่าขึ้นไปอีก</p>



<p>ลองคิดภาพดูว่าถ้าคนพี่ได้รับโอกาส แล้วคนน้องก็ตามมา รายได้ในบ้านก็จะสะสม โอกาสก็เพิ่ม วงจรความยากจนก็จะไม่ซ้ำรอยเดิมอีก นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่าการลดความยากจนข้ามรุ่น ผ่านการลงทุนในทักษะที่ใช้งานได้จริง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/4-2.jpg" alt="" class="wp-image-101652" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/4-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/4-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/4-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/4-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/4-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โลกแรงงานวันนี้เปลี่ยนเร็วมาก ทั้งจากเทคโนโลยี สังคมสูงวัย และเศรษฐกิจใหม่ ในมุมของ กสศ. ระบบการศึกษาควรเตรียมเด็กและเยาวชนอย่างไร โดยเฉพาะการสร้าง Foundational skills หรือหรือทักษะพื้นฐานชีวิตที่ทำให้เขาเรียนรู้ต่อ ทำงานได้ และปรับตัวได้ตลอดชีวิต</strong></h3>



<p>มีข้อค้นพบสำคัญจากการทำงานร่วมกับธนาคารโลก ซึ่งเราสำรวจขีดความสามารถของเยาวชนและแรงงานไทย แล้วพบว่าปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่การขาดทักษะเฉพาะด้าน แต่อยู่ที่ “ทักษะพื้นฐานชีวิต” หรือ Foundational Skills ซึ่งเป็นทักษะที่ทุกอาชีพ ทุกบริบทการทำงาน ต้องการเหมือนกันหมด และมี 3 ด้านด้วยกัน</p>



<p><strong>ด้านแรกคือทักษะการรู้หนังสือ</strong> ซึ่งไม่ได้หมายถึงอ่านออกเขียนได้ แต่หมายถึงการจับใจความ วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูลเป็น ตอนนี้เรายังตกเกณฑ์ถึง 60% ของประชากร</p>



<p><strong>ด้านที่สองคือทักษะดิจิทัล</strong> ไม่ใช่แค่ใช้สมาร์ทโฟนได้ แต่คือรู้เท่าทันข้อมูลออนไลน์ สามารถเปรียบเทียบราคาสินค้าได้ ไม่ถูกหลอก มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาในชีวิตจริง ตรงนี้น่าเป็นห่วงที่สุด เพราะเรามีเยาวชนและแรงงานไทยที่ทักษะดิจิทัลต่ำกว่าเกณฑ์ถึง 74.1%</p>



<p><strong>ด้านที่สามคือทักษะสังคมและอารมณ์</strong> ซึ่งรวมถึงการมีส่วนร่วมกับผู้อื่น การใส่ใจคนรอบข้าง การทำงานเพื่อเป้าหมาย การจัดการอารมณ์ และการค้นหาสิ่งใหม่ เราก็ตกเกณฑ์ตรงนี้เช่นกันถึง 30%</p>



<p>ที่น่าสนใจมากคือจากข้อมูลที่เราเก็บ <strong>พบว่าคนที่มีทักษะพื้นฐานชีวิตสูงกับต่ำนั้นมีรายได้ต่างกันถึง 6,300 บาทต่อคนต่อเดือน</strong> <strong>ซึ่งพอรวมกันเป็นรายปีแล้วสูงมาก</strong> ทักษะ 3 ด้านนี้จึงไม่ใช่แค่ทักษะสำหรับอนาคต แต่ส่งผลต่อรายได้ปัจจุบันทันที และที่สำคัญกว่านั้น เมื่อเจอวิกฤต ไม่ว่าจะเป็นโควิด น้ำท่วม หรือการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ คนที่มีทักษะพื้นฐานชีวิตสูงก็จะปรับตัวและรับมือได้เร็วกว่ามาก</p>



<p>ดังนั้นโจทย์ของระบบการศึกษาในวันนี้จึงไม่ใช่แค่สอนให้เรียนจบ แต่ต้องสร้างทักษะพื้นฐานที่ทำให้เขาเรียนรู้ต่อได้เอง ทำงานได้ และปรับตัวได้ตลอดชีวิต</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>หากมองไปอีก 1-2 ปีข้างหน้า ประเทศไทยต้องการแรงงานคุณภาพแบบใด และวันนี้เราควรเริ่มลงทุนกับใคร ลงทุนอย่างไร&nbsp; นโยบายที่จำเป็นเร่งด่วน&nbsp; เพื่อให้การสร้างกำลังคนเป็นทั้งวาระด้านเศรษฐกิจและวาระด้านความเสมอภาคไปพร้อมกัน</strong></h3>



<p>ถ้าถามว่าแรงงานที่ประเทศไทยต้องการมีลักษณะอย่างไร คิดว่าต้องมีทักษะพื้นฐานชีวิตทั้ง 3 ด้านที่พูดไปก่อนหน้านี้ (รู้หนังสือ ดิจิทัล และทักษะสังคมอารมณ์) นอกจากนี้ ควรมีความรู้รอบด้านวิชาชีพ มีทักษะสูงที่ตลาดต้องการและทำงานได้ทันที รู้จักใช้เทคโนโลยี และที่สำคัญที่สุดคือมีความสามารถยกระดับตัวเอง ครอบครัว และขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ ไม่ใช่แรงงานที่ต้องรอให้คนอื่นมาออกแบบชีวิตให้</p>



<p>กลุ่มที่สำคัญที่สุดและยังขาดการลงทุนอยู่มากคือเยาวชนรุ่นใหม่อายุ 15-24 ปี ถ้าเราปล่อยให้กลุ่มนี้ตกราง มีการศึกษาน้อย ทักษะน้อย รายได้น้อย เขาจะกลายเป็นแรงงานนอกระบบตลอดชีวิต นั่นคือปัญหาไม่ใช่แค่ของตัวเขา แต่ของประเทศด้วย แต่ถ้าลงทุนกับคนกลุ่มนี้วันนี้ เขาสามารถเป็นกำลังสำคัญได้อีกกว่า 40 ปีจนถึงวัยเกษียณ ซึ่งระยะยาวผลตอบแทนนั้นคุ้มมาก ถ้าเราลงทุนกับกลุ่มเยาวชน การลงทุนนี้สามารถพลิกชีวิตเขาได้เลย แล้วก็ยังพลิกชีวิตประเทศไทยได้ด้วย&nbsp;</p>



<p>นอกจากนั้นยังมีแรงงานนอกระบบที่อายุ 24-64 ปีอีกกว่า 20 ล้านคน ที่หลังจบการศึกษา แทบไม่เคยได้รับการฝึกอบรมเพิ่มเติมอีกเลย มีข้อมูลว่ากลุ่มนี้มีโอกาสได้รับการฝึกอบรมหลังจบการศึกษาเพียง 4% เท่านั้น แปลว่าวันสุดท้ายที่เขาได้เรียนอาจเป็นวันที่เขาจบ ม.3 หรือ ม.6 และหลังจากนั้นก็ไม่มีโอกาสพัฒนาตัวเองอีกเลยตลอดช่วงชีวิตการทำงานของเขา ทั้งๆ ที่โลกเปลี่ยนไปแล้วมากมายแล้ว โลกอาจต้องการทักษะใหม่ๆ แล้ว ซึ่งเขาควรต้องเติมตรงนี้เพิ่ม</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/6-2.jpg" alt="" class="wp-image-101653" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/6-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/6-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/6-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/6-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/6-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ในส่วนนโยบายที่จำเป็นเร่งด่วน คิดว่ามี 3 เรื่อง นั่นคือ</p>



<p><strong>หนึ่งคือลงทุนกับกลุ่มวัยแรงงานอย่างจริงจัง</strong> โดยเฉพาะเยาวชนรุ่นใหม่ และถ้างบมีจำกัดก็เน้นตรงนี้ก่อน เพราะผลตอบแทนระยะยาวสูงที่สุด</p>



<p><strong>สองคือออกแบบการยกระดับทักษะที่ตอบโจทย์อนาคต</strong> ไม่ใช่ทักษะ sunset อย่างอุตสาหกรรมสันดาปที่กำลังจะหายไป แต่เน้นไปที่ภาคเศรษฐกิจที่กำลังเติบโต เช่น เกษตรอัจฉริยะ บริการดิจิทัล เศรษฐกิจสุขภาพ และยังต้องกระจายไปยังพื้นที่ด้อยโอกาส เพื่อลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองและชนบทด้วย</p>



<p><strong>สามคือดึงนายจ้างและภาคเอกชนเข้ามาร่วมตั้งแต่ต้น</strong> ไม่ใช่แค่มารับแรงงานตอนจบ เพราะท้ายสุดแล้ว ถ้าไม่มีส่วนนี้เข้ามาร่วม การเปลี่ยนแปลงภาพรวมของระบบแรงงานไทยก็จะเกิดขึ้นได้ยากมาก<br><strong>ท้ายที่สุด สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือการเปลี่ยนจินตภาพของสังคมว่าประชาชนทุกคน</strong> ไม่ว่าจะยากจน ด้อยโอกาส หรือพิการ ไม่ใช่ภาระ แต่เป็นทรัพยากรที่มีศักยภาพ ถ้าเราร่วมกันส่งเสริม ไม่ใช่สงเคราะห์ ประเทศไทยก็จะเดินออกจากกับดักรายได้ปานกลางได้ในที่สุด และการสร้างกำลังคนที่มีคุณค่าก็จะเป็นทั้งวาระด้านเศรษฐกิจและวาระด้านความเสมอภาคไปพร้อมกัน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-010526/">วันแรงงานในโลกทักษะใหม่: เด็กทุกคนจะไปถึงงานที่ดีและมีศักดิ์ศรีได้อย่างไร</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. เชื่อมความร่วมมือนานาชาติ ต้อนรับ 4 มหาวิทยาลัย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระบบพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-270226/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Feb 2026 04:35:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อุดม วงษ์สิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=100196</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-270226/">กสศ. เชื่อมความร่วมมือนานาชาติ ต้อนรับ 4 มหาวิทยาลัย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระบบพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ให้การต้อนรับคณะอาจารย์และนักศึกษาดูงานจาก 4 มหาวิทยาลัย ได้แก่ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยฮิโรชิมา (Hiroshima University) ประเทศญี่ปุ่น, มหาวิทยาลัยเป่ย์จิงนอร์มัล (Beijing Normal University) สาธารณรัฐประชาชนจีน และมหาวิทยาลัยฮันกุก (Hankuk University of Foreign Studies) สาธารณรัฐเกาหลีใต้</p>



<p>โดยมี <strong>ดร.อุดม วงษ์สิงห์</strong> ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา และ <strong>นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</strong> ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ ให้การต้อนรับ <strong>ผศ.ดร.วันดี เกษมสุขพิพัฒน์</strong> ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมด้วย <strong>Prof. Maki Takayoshi (ศาสตราจารย์ มากิ ทาคะโยชิ)</strong> และคณะ</p>



<figure class="gb-block-image gb-block-image-3ca2918f"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" class="gb-image gb-image-3ca2918f" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/02.jpg" alt="" title="02" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/02-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้ มุ่งเน้นการนำเสนอบทบาท ภารกิจ และกลไกการทำงานของ กสศ. ในการขับเคลื่อนความเสมอภาคทางการศึกษาของประเทศไทย โดยเฉพาะการพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ ผ่านโครงการสำคัญ อาทิ</p>



<ul>
<li>โครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข (CCT)</li>



<li>โครงการขับเคลื่อนโรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQM)</li>



<li>โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น</li>



<li>การพัฒนานวัตกรรมความร่วมมือและงานวิจัยระดับนานาชาติ</li>



<li>เครือข่ายพันธมิตรเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (EEA)</li>
</ul>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/10.jpg" alt="" class="wp-image-100206" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/10.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/10-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/10-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/10-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/10-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>นอกจากนี้ คณะผู้เข้าร่วมยังได้เยี่ยมชมนิทรรศการ Thailand Zero Dropout ซึ่งสะท้อนการทำงานเชิงรุกของ กสศ. ในการติดตาม ค้นหา และช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานในทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อพาเด็กและเยาวชนกลับเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้ในรูปแบบที่เหมาะสม และป้องกันการหลุดออกซ้ำ ภายใต้ความเชื่อร่วมกันว่า “เด็กและเยาวชนไทยทุกคนมีสิทธิในการเรียนรู้ที่มีคุณภาพอย่างเต็มศักยภาพ”</p>


<div class="gb-grid-wrapper gb-grid-wrapper-2e763357">
<div class="gb-grid-column gb-grid-column-73d6864a"><div class="gb-container gb-container-73d6864a">

<figure class="gb-block-image gb-block-image-6b8ac183"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" class="gb-image gb-image-6b8ac183" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/01.jpg" alt="" title="01" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/01.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/01-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/01-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/01-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>

</div></div>

<div class="gb-grid-column gb-grid-column-0943f92c"><div class="gb-container gb-container-0943f92c">

<figure class="gb-block-image gb-block-image-cce473ae"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" class="gb-image gb-image-cce473ae" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/03.jpg" alt="" title="03" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/03.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/03-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/03-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/03-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/03-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>

</div></div>
</div>


<p>การแลกเปลี่ยนครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติ ที่เปิดโอกาสให้เกิดการเรียนรู้ข้ามพรมแดน และต่อยอดองค์ความรู้ด้านการพัฒนาคุณภาพครู โรงเรียน และระบบสนับสนุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</p>



<p>กสศ. ขอขอบคุณคณะอาจารย์และนักศึกษาทุกท่านที่ให้เกียรติเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และยินดีเปิดพื้นที่สำหรับความร่วมมือทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง หากหน่วยงานหรือสถาบันใดสนใจเข้าศึกษาดูงานหรือแลกเปลี่ยนแนวทางการทำงาน สามารถติดต่อ กสศ. เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการเรียนรู้เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</p>


<div class="gb-grid-wrapper gb-grid-wrapper-9a26bf86">
<div class="gb-grid-column gb-grid-column-f68a19fa"><div class="gb-container gb-container-f68a19fa">

<figure class="gb-block-image gb-block-image-311edf5d"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" class="gb-image gb-image-311edf5d" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/04.jpg" alt="" title="04" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/04.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/04-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/04-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/04-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/04-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>

</div></div>

<div class="gb-grid-column gb-grid-column-aacd5e07"><div class="gb-container gb-container-aacd5e07">

<figure class="gb-block-image gb-block-image-a84d7924"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" class="gb-image gb-image-a84d7924" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/05.jpg" alt="" title="05" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/05.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/05-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/05-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/05-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/05-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>

</div></div>
</div>

<div class="gb-grid-wrapper gb-grid-wrapper-163559ad">
<div class="gb-grid-column gb-grid-column-d6515841"><div class="gb-container gb-container-d6515841">

<figure class="gb-block-image gb-block-image-e732dd2c"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" class="gb-image gb-image-e732dd2c" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/07.jpg" alt="" title="07" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/07.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/07-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/07-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/07-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/07-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>

</div></div>

<div class="gb-grid-column gb-grid-column-2e3a91b2"><div class="gb-container gb-container-2e3a91b2">

<figure class="gb-block-image gb-block-image-9d8ccdcd"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" class="gb-image gb-image-9d8ccdcd" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/06.jpg" alt="" title="06" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/06.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/06-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/06-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/06-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/06-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>

</div></div>
</div>

<div class="gb-grid-wrapper gb-grid-wrapper-3dfe5d2e">
<div class="gb-grid-column gb-grid-column-c81df2a7"><div class="gb-container gb-container-c81df2a7">

<figure class="gb-block-image gb-block-image-2816a5a1"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" class="gb-image gb-image-2816a5a1" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/09.jpg" alt="" title="09" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/09.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/09-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/09-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/09-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/09-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>

</div></div>

<div class="gb-grid-column gb-grid-column-6e12f4bc"><div class="gb-container gb-container-6e12f4bc">

<figure class="gb-block-image gb-block-image-e16c14a9"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" class="gb-image gb-image-e16c14a9" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/08.jpg" alt="" title="08" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/08.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/08-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/08-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/08-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/08-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>

</div></div>
</div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-270226/">กสศ. เชื่อมความร่วมมือนานาชาติ ต้อนรับ 4 มหาวิทยาลัย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระบบพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ลับแล ไม่แลลับ” ความร่วมมือโอบอุ้มเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาในจังหวัดอุตรดิตถ์ สร้างโมเดลการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-0100824/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Aug 2024 04:46:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ชัชวาลย์ บุตรทอง]]></category>
		<category><![CDATA[อุตรดิตถ์]]></category>
		<category><![CDATA[ลับแล ไม่แลลับ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.เมตตา แสวงลาภ]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษายืดหยุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.วีระเทพ ปทุมเจริญวัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ภัทระ คำพิทักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=85393</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2567 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-0100824/">“ลับแล ไม่แลลับ” ความร่วมมือโอบอุ้มเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาในจังหวัดอุตรดิตถ์ สร้างโมเดลการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2567 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับพื้นที่ <strong>“ลับแล…ไม่แลลับ” กลไกโอบอุ้มคุ้มคุ้มครองเด็กและเยาวชน จังหวัดอุตรดิตถ์</strong> ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์เขต 1 อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้โมเดลพัฒนาการศึกษาสำหรับเด็กเยาวชนทั้งในและนอกระบบการศึกษาในจังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมกับวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุตรดิตถ์ และศูนย์การเรียนสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสังคม จังหวัดอุตรดิตถ์</p>



<p>ที่ผ่านมา กสศ. ได้ร่วมกับภาคีหลายภาคส่วนในจังหวัดอุตรดิตถ์ สร้างโอกาสทางการศึกษา ต่อยอดงานในพื้นที่ไปสู่เป้าหมาย Thailand Zero Dropout อันเป็นนโยบายรัฐบาลในการพาเด็กเยาวชนที่ไม่มีชื่ออยู่ในระบบการศึกษา ให้กลับสู่การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น มีทางเลือก และตอบโจทย์ชีวิต พร้อมวางแนวทางพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน สร้างหลักประกันโอกาสในการเข้าสู่การศึกษา ไม่หลุดซ้ำ มีทางเลือกที่เหมาะสมกับผู้เรียนที่มีความหลากหลายและข้อจำกัดแตกต่างกัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c8b84d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0815_ข่าว-177_PHOTO1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-58619b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0815_ข่าว-177_PHOTO2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(กลาง) ดร.เมตตา แสวงลาภ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.เมตตา แสวงลาภ</strong> <strong>รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์เขต 1</strong> กล่าวว่า จังหวัดอุตรดิตถ์ มีความตั้งใจที่จะจัดการศึกษาที่ครอบคลุมความต้องการของเด็กในพื้นที่ พร้อมทั้งพยายามหามาตรการมาช่วยทำให้เด็กและเยาวชนกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งยังตกหล่นอยู่ ให้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นด้วยโมเดลการศึกษา 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ สร้างพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนทั้งในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย สามารถเรียนรู้ร่วมกันได้</p>



<p>“จังหวัดอุตรดิตถ์มีการประชุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ความต้องการของเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาในจังหวัด ตั้งใจที่จะขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมในปีการศึกษา 2568 ทุกฝ่ายมาพูดคุยกันว่าจะทำอย่างไรให้เด็กและเยาวชนกลุ่มนี้มีโอกาสได้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาอีกครั้ง“โดยที่ผ่านมาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์เขต 1 ได้ติดตามการทำงานของศูนย์การเรียนสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสังคม จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งดูแลโดยครูติ๊ก ชัชวาลย์ บุตรทอง เพื่อหาช่องทางในการทำงานร่วมกัน ส่งเสริมและพัฒนากลไกที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ให้ครอบคลุมปัญหาให้ได้มากที่สุด เพื่อช่วยสร้างโมเดลให้พวกเขากลับมาเรียนได้อย่างมีความสุข และกลับมาสู่สังคมได้ต่อไป” ดร.เมตตา<strong> </strong>กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-085149"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0815_ข่าว-177_PHOTO3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.ดร.วีระเทพ ปทุมเจริญวัฒนา</figcaption></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-26e7dd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0815_ข่าว-177_PHOTO4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>รศ.ดร.วีระเทพ ปทุมเจริญวัฒนา</strong> <strong>ผู้จัดการโครงการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา กสศ.</strong> กล่าวว่า กสศ. พยายามหาจุดสำคัญของการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น เป็นโจทย์ที่ท้าทายในการพยายามค้นหาว่าจะทำอย่างไร ที่จะออกแบบระบบการศึกษาที่ตอบโจทย์ความต้องการของเด็กแต่ละกลุ่ม แต่ละพื้นที่ ซึ่งมีความจำเป็นและความต้องการที่หลากหลายแตกต่างกัน</p>



<p>“กสศ. ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เครือข่ายศูนย์การเรียนโดยสถาบันทางสังคมตามมาตรา  12 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และภาคีเครือข่าย โดยเฉพาะสถานประกอบการ ภาคเอกชน นักวิชาชีพสาขาต่าง ๆ และชุมชน ในการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา ให้พวกเขามีโอกาสได้กลับมาเรียนตามความสนใจและความถัด พร้อมทั้งมีวุฒิการศึกษารองรับสำหรับนำไปประกอบอาชีพหรือศึกษาต่อ ซึ่งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่โดยเฉพาะชุมชน มีบทบาทอย่างมากในการขับเคลื่อนรูปแบบการศึกษาที่เข้าใจปัญหาในพื้นที่ โดยโมเดลสำคัญที่ได้จากศูนย์การเรียนสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสังคมจังหวัดอุตรดิตถ์ คือ ศูนย์นี้ ไม่เพียงแต่สามารถโอกาสทางการเรียนรู้ได้ แต่ยังสามารถตอบโจทย์เรื่องของการสร้างกลไกให้เด็กและเยาวชนที่เข้ามาเรียนกับศูนย์กลับมามองเห็นคุณค่าในตัวเอง</p>



<p>“กลไกในเรื่องนี้ ถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะเด็กและเยาวชนที่ต้องไปอยู่นอกระบบการศึกษาส่วนใหญ่ มักจะเป็นผู้ที่สูญเสียในเรื่องนี้ ซึ่งการสร้างให้กลับมามองเห็นในส่วนนี้ ถือเป็นพลังสำคัญที่ดึงเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาในพื้นที่ จังหวัดอุตรดิตถ์ กลับมาสู่การเรียนรู้ได้อย่างยั่งยืน” รศ.ดร.วีระเทพ กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fb00de"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0815_ข่าว-177_PHOTO5.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ชัชวาลย์ บุตรทอง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายชัชวาลย์ บุตรทอง หรือ ครูติ๊ก ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสังคม </strong>กล่าวว่า ศูนย์การเรียนของเราซึ่งเราเรียกตัวเองว่าโรงเรียน 4 ตารางวา เป็นพื้นที่ที่จัดตั้งขึ้น เพื่อออกแบบการเรียนรู้สำหรับเด็กทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่ขาดโอกาสทางการศึกษา เยาวชนนอกระบบการศึกษาและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม จัดการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบการศึกษาทางเลือกที่ยืดหยุ่น ออกแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนซึ่งมีความหลากหลายมีความพร้อมและศักยภาพที่แตกต่างกัน</p>



<p>“การจัดการเรียนการสอนของศูนย์ เป็นการพยายามสร้างหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อโอบรับกับเด็กทุกคนที่มีความต้องการที่แตกต่างกัน เรามองว่า หากเด็กหลุดจากระบบการศึกษาไปแล้วก็เป็นเรื่องยากที่จะทำให้เด็กกลับเข้าสู่ระบบได้อีกครั้ง เพราะเด็กกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่กลัวห้องเรียน หากบังคับให้กลับมาเรียนแบบเดิม ก็อาจเสี่ยงหลุดซ้ำซ้อนได้ จึงจำเป็นต้องช่วยพวกเขาหาเส้นทางการศึกษาให้กับตัวเองใหม่ โดยต้องไม่ตีกรอบว่าต้องกลับมาเรียนเฉพาะในห้องเรียนเท่านั้น</p>



<p>“การจัดการศึกษาของเรา เป็นการจัดโดยอาศัยความร่วมมือของภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ทำงานร่วมกันตั้งแต่จุดเริ่มต้น คือ ค้นหาตัวและพยายามเข้าให้ถึงตัวเด็ก ๆ ในทุกพื้นที่ เพื่อรับทราบถึงปัญหาและสร้างความไว้ใจ รวมถึงสร้างความร่วมมือกับส่วนราชการในจังหวัด ซึ่งมีส่วนสำคัญในการทำงานความร่วมมือกับสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดอุตรดิตถ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์เขต 1 สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดอุตรดิตถ์ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดอุตรดิตถ์ เครือข่ายผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุตรดิตถ์ รวมถึงโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาในพื้นที่ ที่ทำหน้าที่ดูแล เด็กเยาวชนตั้งแต่ต้นทางก่อนหลุดจากระบบการศึกษา ถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนกลไกของพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-14ff69"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0815_ข่าว-177_PHOTO6.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ในปี 2564 มีข้อมูลระบุว่า มีเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาที่มีอายุระหว่าง 12 ถึง 17 ปี ประมาณ 9,069 คน หรือประมาณ 1 ใน 4 ของเยาวชนทั้งหมดที่มีอยู่ในพื้นที่ เด็กกลุ่มนี้มาจากหลายพื้นที่ ทั้งจากชุมชนห่างไกลและชุมชนแออัด ส่วนใหญ่มีปัญหาความยากจน บางครอบครัวมีปัญหาความรุนแรงในเด็กและปัญหายาเสพติด พวกเขาส่วนใหญ่ เป็นเด็กที่อยู่ในกลุ่มเปราะบางที่ปฏิเสธระบบโรงเรียน</p>



<p>“โจทย์การทำงานของเรา คือ การสร้างพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งชุมชน ครอบครัว มีส่วนช่วยกันสร้างขึ้น ให้กลายเป็นพื้นที่ที่สามารถช่วยฟื้นฟูให้เด็กยินดีที่จะกลับเข้าสู่ระบบ โดยแต่ละฝ่ายช่วยเขาหาเส้นทางที่ตรงกับโจทย์ชีวิตของแต่ละคน เราช่วยกันทำให้ท้องถิ่นเป็นพลังสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ไว้รองรับเด็ก ๆ กลุ่มนี้ได้ ผ่านศูนย์การเรียนรู้ในชุมชน มีภาคส่วนต่าง ๆ ช่วยกันเสริมแรงหนุนจนเกิดพื้นที่ในการพัฒนาร่วมกัน ช่วยกันพาเยาวชนกลับมาเป็นเป็นกำลังในการดูแลท้องถิ่น” ครูติ๊กกล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-494a5a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0815_ข่าว-177_PHOTO7.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</strong> <strong>ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ.</strong> กล่าวว่า เมื่อเห็นตัวเลขเด็กเยาวชนที่ไม่มีชื่ออยู่ในระบบการศึกษาจำนวนกว่า 1.02 ล้านคนทั่วประเทศ หลายพื้นที่อาจเกิดความวิตกกังวลว่า จะจัดการแก้ปัญหาหรือช่วยเหลือเด็กจำนวนดังกล่าวได้อย่างไร แต่สิ่งที่เห็น จากโมเดลการทำงานขับเคลื่อนการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ความต้องการของเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาในจังหวัดอุตรดิตถ์ ทำให้มองเห็นโอกาสในการจัดการกับปัญหานี้ ซึ่งแม้ในภาพรวมจะมีตัวเลขเป็นจำนวนมาก ว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปได้</p>



<p>“กสศ. พยายามอย่างมากที่จะส่งเสริมให้เกิดกลไกดูแลเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาที่เกิดจากความร่วมมือในแต่ละพื้นที่ จึงเป็นที่มาของการเปิดโอกาสให้หน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม มาออกแบบแนวทางที่สอดคล้องกับกลไกที่มีอยู่ในแต่ละพื้นที่ ซึ่งจังหวัดอุตรดิตถ์ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า สามารถสร้างพลังของความเชื่อมโยงในการทำงานให้เกิดขึ้นในพื้นที่ได้ เกิดเป็นคำตอบระดับชุมชน ที่สามารถนำไปขยายความไปสู่กรอบทำการทำงานในระดับประเทศได้” ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ. กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6bfa0e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0815_ข่าว-177_PHOTO8.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-91d6ca"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/08/0815_ข่าว-177_PHOTO9.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption"><strong>ภัทระ คำพิทักษ์</strong></figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายภัทระ คำพิทักษ์</strong> <strong>ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร กสศ.</strong> กล่าวว่า โมเดลโอบอุ้มคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดอุตรดิตถ์ คือกลไกที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญ ของการทำงานที่สอดคล้องกันของการจัดการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบ</p>



<p>“พื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ สามารถสร้างบทเรียนในการจัดการเรียนรู้ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการประสานการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่สอดคล้องกัน เกิดเป็นโมเดลการศึกษาที่ยืดหยุ่น สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ซึ่งสมควรที่จะถูกนำมาขยายสเกลให้เห็นว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่สามารถหาแนวทางในการทำงานร่วมกัน ดำเนินการตามบทบาทและหน้าที่จนเกิดโมเดลที่สามารถผลักดันการศึกษาที่ยืดหยุ่นตอบโจทย์ชีวิตให้เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา และสามารถถ่ายทอดไปยังพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดประโยชน์และเป็นตัวอย่างของการเรียนรู้แก่ชุมชนและพื้นที่อื่น ๆ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ กสศ. สนับสนุนมาโดยตลอด” นายภัทระทิ้งท้าย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-0100824/">“ลับแล ไม่แลลับ” ความร่วมมือโอบอุ้มเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาในจังหวัดอุตรดิตถ์ สร้างโมเดลการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. จับมือ KBTG และ AI Fund ของ Andrew Ng ปรมาจารย์ด้าน AI ระดับโลก ทำ MOU ร่วมพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในประเทศไทย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-230721/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Jul 2024 10:56:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Andrew Ng]]></category>
		<category><![CDATA[AI Fund]]></category>
		<category><![CDATA[KBTG]]></category>
		<category><![CDATA[ปวรินทร์ พันธุ์ติเวช]]></category>
		<category><![CDATA[เรืองโรจน์ พูนผล]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=84814</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2567 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางกา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-230721/">กสศ. จับมือ KBTG และ AI Fund ของ Andrew Ng ปรมาจารย์ด้าน AI ระดับโลก ทำ MOU ร่วมพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในประเทศไทย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2567 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) และ AI Fund ร่วมกันพัฒนานวัตกรรมและงานวิจัยเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สู่การมีผู้ช่วยเอไอ (AI Assistant) ด้านการศึกษา เป็นเสมือนเพื่อนคู่คิดที่ช่วยเติมเต็มการเรียนรู้ สนับสนุนการสอน และส่งเสริมสุขภาวะ (Well-being) ให้กับเด็ก เยาวชน และบุคลากรทางการศึกษาในประเทศไทย</p>



<p>การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ มี <strong>คุณแอนดรูว์ อึ้ง</strong> <strong>(Mr.Andrew Ng) </strong>คณะกรรมการบริหารบริษัทแอมะซอน (Amazon.com, Inc.) ผู้ก่อตั้งบริษัท AI Fund ผู้ทรงอิทธิพลในแวดวง AI ที่มีชื่อเสียงระดับโลก <strong>คุณเรืองโรจน์ พูนผล</strong> ประธานกลุ่มบริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป และ <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการ กสศ. ร่วมในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ และหารือถึงแนวทางการพัฒนางานวิจัย นวัตกรรม และองค์ความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-585960"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">แอนดรูว์ อึ้ง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>คุณแอนดรูว์ อึ้ง</strong> <strong>(Mr.Andrew Ng)</strong> <strong>ผู้ก่อตั้งบริษัท AI Fund</strong> กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของ AI ต่อการศึกษา โดยมีจุดเน้นสำคัญใน 2 เรื่อง คือการสอนให้ทุกคนรู้จักและเข้าใจเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และการนำมาใช้แก้ปัญหาทางการศึกษา ซึ่งในประเด็นหลังนำมาสู่ความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง KBTG AI Fund และ กสศ. ที่จะนำเทคโนโลยี AI มาพัฒนาและปรับใช้ในด้านการศึกษาและสุขภาพจิต โดยเริ่มจากนักเรียนระดับชั้น ม.ต้น</p>



<p>“ผมมองว่าเอไอจะเข้ามามีบทบาทอย่างสำคัญต่อการศึกษาและอนาคตของเด็ก ๆ ผมเชื่อว่าเด็กทุกคนควรมีโอกาสที่จะได้เรียนรู้เรื่องการเขียนโค้ด (Coding) ในด้านเอไอ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการใช้งานเอไอ ให้เอไอช่วยทำงานตามที่พวกเขาต้องการ รวมทั้งเป็นการพัฒนาทักษะรองรับการทำงานของพวกเขาในอนาคตที่เอไอจะเข้ามาอยู่ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ นอกจากนี้ เอไอยังสามารถเข้ามามีบทบาทในการแก้ปัญหาด้านการศึกษาได้อีกด้วย” คุณแอนดรูว์กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3d817c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6f53cc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">เรืองโรจน์ พูนผล</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>คุณเรืองโรจน์ พูนผล ประธานกลุ่มบริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป หรือ KBTG</strong> กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นการรวมความแข็งแกร่งของระบบนิเวศทางเทคโนโลยีขั้นสูงของ KBTG เข้ากับกองทุน AI Fund และช่วยขับเคลื่อนความสามารถด้านดิจิทัลของไทย ปลดล็อกข้อจำกัดด้านศึกษา และการลงนามครั้งนี้ คือการแสดงเจตนาว่า KBTG, AI Fund และ กสศ.&nbsp; ต่างให้ความสำคัญในการใช้นวัตกรรมและองค์ความรู้ที่มี ใช้การศึกษาวิจัยเป็นฐาน เพื่อต้องการสร้างสังคมการอยู่ร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ และการผลักดันการพัฒนาและการปรับใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาขึ้นในประเทศไทย</p>



<p>“การลงนามครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เห็นศักยภาพของเอไอ มาดูกันว่าเทคโนโลยีเอไอ จะสามารถช่วยด้านการศึกษาในแง่ใดได้บ้าง ที่ผ่านมา เคยมีการใช้เอไอเป็นเพื่อนช่วยเรียน เป็นเพื่อนช่วยสอน เป็นเสมือนผู้ช่วยของครู ที่สามารถช่วยเสริมศักยภาพในการสอนของครู ทั้งการสอนในหลักสูตร นอกหลักสูตร ช่วยได้กระทั่งสอนเด็ก ๆ เรื่องวิธีคิด ยิ่งน่าสนใจว่าเราจะนำคุณสมบัติต่าง ๆ ที่เอไอมี มาพัฒนาคุณภาพการศึกษาในแง่ใดได้บ้าง และการช่วยให้เด็ก ๆ เข้าถึงเอไอ จะช่วยให้เด็ก ๆ เห็นการศึกษาในมุมมองใหม่” คุณเรืองโรจน์กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-69fe66"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO4.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(ซ้ายไปขวา) ดร.ไกรยส ภัทราวาท / เรืองโรจน์ พูนผล / แอนดรูว์ อึ้ง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าวว่า การลงนาม MOU ร่วมกันนี้ เป้นการร่วมกันหาโอกาสและความเป็นไปได้ในการทำงานร่วมกันระหว่าง KBTG&nbsp; AI Fund และ กสศ.&nbsp; เป็นเรื่องที่ทั้ง 3 หน่วยงาน จะต้องช่วยกันสร้างความเป็นไปได้ร่วมกัน ในการใช้เทคโนโลยีอย่างเอไอซึ่งมีบทบาทและศักยภาพในการความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ มาช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและช่วยสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา</p>



<p>“เอ็มโอยูครั้งนี้ ถือเป็นก้าวแรกและก้าวสำคัญในการใช้เทคโนโลยีอย่างเอไอ ซึ่งมีบทบาทและศักยภาพในการสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ มาช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและช่วยสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา คุณแอนดรูว์ อึ้ง เป็นผู้บุกเบิกนวัตกรรมทางเอไอหรือปัญญาประดิษฐ์ในช่วงหลาย 10 ปีที่ผ่านมา งานวิจัยของเขา ช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงมหาศาล เทคโนโลยีด้านเอไอที่ถูกคิดค้นขึ้น สามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์บริการแล้วก็นวัตกรรมอะไรหลาย ๆ อย่างสำหรับการเรียนรู้ กสศ. จึงคิดว่าน่าจะใช้หัวใจของการพัฒนาตรงนี้ มาช่วยสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา และมีกลุ่มเป้าหมายร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ ในการหาเครื่องมือที่ช่วยเด็กและเยาวชนด้านต่าง ๆ เช่น&nbsp; ช่วยเด็กที่มีความจำเป็นที่จะต้องวางแผนเส้นทางในการศึกษา เส้นทางในการประกอบอาชีพ เส้นทางในการจัดการชีวิตในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ</p>



<p>“เด็กในช่วง ม.ต้น หลาย ๆ คน อาจจะตัดสินใจที่จะออกจากระบบการศึกษา หลุดจากระบบการศึกษา หรือว่าตัดสินใจที่จะไปเรียนสายอาชีพ ตัดสินใจที่จะไปเรียนนอกระบบ การตัดสินใจเหล่านี้ หลาย ๆ คนอาจจะนึกไม่ออกว่าจะปรึกษาใคร คุยกับใคร หาข้อมูลจากไหน และอาจจะไม่รู้ว่าตัวเองเข้าใจตัวเองจริง ๆ หรือเปล่า หากนึกถึงเด็กในชนบท ซึ่งเป็นนักเรียนยากจนยากจนพิเศษ เด็กที่ได้รับทุนเสมอภาค พวกเขาอาจจะมีช่องทางที่จะพูดคุยปรึกษาหารือค่อนข้างจำกัด จึงอยากจะช่วยกันหาว่าจะมีเทคโนโลยีอย่างเอไอในรูปแบบไหน ที่จะช่วยต่อให้เด็ก ๆ มีโอกาสในการหาคำตอบให้กับตัวเองและหาอนาคตให้ตัวเองได้ เข้าใจตัวเองมากขึ้น มีข้อมูลที่พร้อมสำหรับในการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดในชีวิต</p>



<p>“ปัญญาประดิษฐ์ ที่ถูกคิดค้นขึ้นจะช่วยให้เด็ก ๆ ตัดสินใจบนข้อมูลที่ดีที่สุด และช่วยให้มีโอกาสทัดเทียมกับเด็กที่มีรายได้ของครัวเรือนที่แตกต่างจากพวกเขา เพราะฉะนั้น หากถามว่าเอไอช่วยความเสมอภาคอย่างไร สิ่งที่จะช่วยได้ก็คือการสร้างโอกาสที่จะเข้าถึงข้อมูล โอกาสที่จะเข้าถึงความรู้ ประสบการณ์ เพื่อมาประกอบการตัดสินใจ และหาช่องทางที่ดีที่สุดอย่างเสมอภาคกับคนอื่น” ดร.ไกรยสกล่าว</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="931" data-id="84822" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO5-1400x931.jpg" alt="" class="wp-image-84822" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO5-1400x931.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO5-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO5-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO5-1536x1022.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO5-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO5-272x182.jpg 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO5.jpg 1781w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="931" data-id="84823" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO6-1400x931.jpg" alt="" class="wp-image-84823" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO6-1400x931.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO6-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO6-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO6-1536x1022.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO6-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO6-272x182.jpg 272w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO6.jpg 1781w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>
</figure>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9c9baa"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0723_ข่าว-161_PHOTO7.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>คุณปวรินทร์ พันธุ์ติเวช หัวหน้าฝ่ายข้อมูลและติดตามสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำ สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. </strong>&nbsp;กล่าวว่า ภายหลังจากที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (บอร์ด กสทช.) มีมติเห็นชอบ เรื่อง อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงฟรีสำหรับนักเรียนยากจนพิเศษและผู้พิการ โดยจะสนับสนุนซิมการ์ดอินเทอร์เน็ตให้กับนักเรียนทุนเสมอภาคชั้น ม.ต้น เริ่มจากกลุ่มตัวอย่าง 300,000 คน เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 Equity Lab โดย กสศ. ก็มาช่วยคิดเรื่องที่การสร้างเครื่องมือเพื่อจะช่วยนักเรียนกลุ่มนี้ ในรูปแบบที่เป็นเหมือนเพื่อนช่วยคิดของนักเรียน</p>



<p>“หากอินเทอร์เน็ต เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้เด็กมีโอกาสเข้าถึงการศึกษา ซึ่งเราเคยพบว่า นักเรียนทุนเสมอภาคคือกลุ่มที่มีโอกาสเข้าถึงอินเทอร์เน็ตอย่างจำกัด เพราะมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย แต่หลังจากนักเรียนทุนเสมอภาคในทุกสังกัด 300,000 คน ได้ซิมฟรีแล้ว เอไอจะกลายเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาของพวกเขาได้ เพราะเอไอ เป็นเสมือนผู้ช่วยด้านต่าง ๆ เราสามารถออกแบบเอไอให้ช่วยพัฒนาและเสริมสร้างทักษะทางด้านการศึกษาได้หลายด้าน ทั้งด้านสื่อการสอนที่น่าสนใจ แนวทางช่วยเพิ่มทักษะการเรียนรู้ ช่วยประเมินผลการเรียน ประเมินทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ทราบถึงจุดที่เรียนเข้าใจ หรือยังไม่เข้าใจ ปรับเปลี่ยนแนวทางการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับระดับทักษะของผู้เรียน สามารถช่วยเพิ่มทักษะของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นหากผู้เรียน ต้องการเรียนด้านทักษะอาชีพ เอไอก็จะสามารถช่วยแนะแนวทาง ด้านทักษะอาชีพได้อย่างเหมาะกับความสามารถของแต่ละคน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8f0d93"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/IMG_3622.jpeg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ปวรินทร์ พันธุ์ติเวช</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“นอกจากนี้ เอไอยังสามารถเป็นผู้ช่วยด้านสุขภาวะ ที่ผ่านมา กสศ.พบว่า สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาด้านอื่น ๆ ของนักเรียนนั้น นอกเหนือไปจากด้านเศรษฐกิจ ยังมีปัญหาอื่น ๆ ในอีกหลากหลายมิติ จึงได้มีการประสานกับ หน่วยงานต่าง ๆ อย่าง สพฐ. กรมสุขภาพจิต เก็บข้อมูลและประมวลผล สำหรับสร้างเครื่องมือที่จะช่วยทำให้ครูทราบความเสี่ยงหรือปัญหาด้านสุขภาวะที่นักเรียนมี เพื่อที่จะให้ครูได้ดำเนินการสนับสนุนป้องกันหรือส่งต่อนักเรียนได้ เอไอจะเข้ามาช่วยในส่วนนี้ได้ โดยอาจจะเป็นเหมือนเพื่อนช่วยคิด ที่ปรึกษา เป็นเพื่อนคุย หรือกระทั่งช่วยนักเรียนหาทางออก ดูแลด้านสุขภาพจิตได้</p>



<p>“ในส่วนของการทำงาน การสร้างความร่วมมือครั้งนี้ KBTG จะเข้ามาช่วยในเรื่องของการพัฒนานวัตกรรมและต่อยอดงานวิจัย AI Fund จะมาช่วยด้านเทคนิค ด้านความเป็นไปได้ ในการออกแบบเอไอเพื่อใช้งานตามเงื่อนไข และความต้องการด้านต่าง ๆ เช่น อาจจะช่วยสร้างหรือพัฒนา Generative AI Chatbot หรือ ซอฟต์แวร์ปัญญาประดิษฐ์ที่พัฒนาไว้สำหรับตอบคำถาม ตอบโต้ คอยให้คำแนะนำหรือคำปรึกษากับผู้ใช้ในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการเรียนรู้ ด้านโอกาสในการศึกษาและการประกอบอาชีพ และด้านสุขภาวะ หรือว่าอาจจะต่อยอดไปไกลกว่าแชตบอต เป็นเรื่องที่จะต้องมาหาความเป็นไปได้ร่วมกัน”&nbsp; คุณปวรินทร์ กล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-230721/">กสศ. จับมือ KBTG และ AI Fund ของ Andrew Ng ปรมาจารย์ด้าน AI ระดับโลก ทำ MOU ร่วมพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในประเทศไทย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. เปิดรับสมัครนักศึกษาที่เรียนจบ ปวช. ปวส. อนุปริญญา เพื่อรับ “ทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ ปีการศึกษา 2567”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-070724-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 07 Jul 2024 07:36:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[ภัทราภรณ์ ไทยเอื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[นพเก้า พรหมอินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ฐิติพร พันธุ์ท่าช้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.ปานเพชร ชินินทร]]></category>
		<category><![CDATA[นพพร สุวรรณรุจิ]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=84339</guid>

					<description><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เดินหน้าสร้างโ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-070724-2/">กสศ. เปิดรับสมัครนักศึกษาที่เรียนจบ ปวช. ปวส. อนุปริญญา เพื่อรับ “ทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ ปีการศึกษา 2567”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เดินหน้าสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนที่มีศักยภาพ แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้ได้รับการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก เชิญชวนผู้สนใจสมัครรับทุน<strong>โครงการทุนพัฒนาเต็มศักยภาพสายอาชีพ “ทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ” ปีการศึกษา 2567 </strong>เพื่อศึกษาต่อสายอาชีพซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน</p>



<p>สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีได้พระราชทานชื่อ “ทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ” ซึ่ง กสศ.​ จัดตั้งขึ้นเพื่อให้ทุนนักศึกษาในสายอาชีวศึกษา (ปวช. หรือ ปวส.) ที่มีศักยภาพและความสามารถพิเศษ หรือ “ช้างเผือก” โดยเจาะจงให้ทุนในสาขาที่เป็นสายอาชีพชั้นสูงระดับปริญญาตรีขึ้นไป ในหลักสูตรที่ตอบโจทย์นโยบายประเทศไทย 4.0 และสร้างคนรุ่นใหม่ให้มีสมรรถนะและทักษะในศตวรรษที่ 21 ตามความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อเป็นกำลังสำคัญให้ประเทศไทยไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง โดยทุนนี้เป็นทุนแรกของรัฐบาลที่ส่งเสริมการศึกษาสายอาชีวศึกษาเป็นการเฉพาะและมุ่งให้แก่กลุ่มยากจนและด้อยโอกาส</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d2fe27"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0707_กสศ.-เปิดรับสมัคร-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในงานประชุมชี้แจงการเปิดรับสมัครทุนโครงการทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2567 <strong>คุณพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> กล่าวว่า “กสศ. มีเป้าหมายในการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้นักเรียนที่มาจากครัวเรือนยากจนที่จบสายอาชีวะได้ศึกษาต่อในระดับสูง เป็นการพัฒนาโมเดลและยกระดับภาพลักษณ์การเรียนสายอาชีพ พร้อมส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาต่อเต็มศักยภาพอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเสริมสร้างสมรรถนะของกำลังคนเพื่อตอบสนองความต้องการสายอาชีพและสาขาที่ขาดแคลน รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยที่เชื่อมโยงกับโลกและชุมชนท้องถิ่น”</p>



<p>จึงได้ดำเนินโครงการทุนพัฒนาเต็มศักยภาพสายอาชีพ “ทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ” ปีการศึกษา 2567 ให้แก่ นักเรียนหลักสูตรทวิศึกษา นักศึกษาสายอาชีวศึกษา ผู้บริหาร บุคลากรในสถาบันอาชีวศึกษา สถาบันอุดมศึกษาสถาบันอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้นักศึกษาสายอาชีวศึกษา เห็นคุณค่าของการศึกษาต่อ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2222d7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/พัฒนะพงษ์-สุขมะดัน-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">คุณพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จากการทำงานของ กสศ. ได้ทำการให้ทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ ตั้งแต่ปี 2562 มาแล้ว 5 รุ่น มีผู้ได้รับทุนไปแล้ว 157 คน เข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาและสถาบันการอาชีวศึกษาชั้นนำภายในประเทศ จำนวน 47 แห่ง ใน 29 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาค</p>



<ul>
<li style="font-size:16px">รุ่นที่ 1 จำนวนนักศึกษา 13 คน โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จำนวน 7 คน และศึกษาต่อระดับปริญญาโท จำนวน 6 คน</li>



<li style="font-size:16px">รุ่นที่ 2 จำนวนนักศึกษา 25 คน โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จำนวน 21 คน และศึกษาต่อระดับปริญญาโท จำนวน 4 คน</li>



<li style="font-size:16px">รุ่นที่ 3 จำนวนนักศึกษา 60 คน โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จำนวน 49 คน&nbsp;</li>



<li style="font-size:16px">รุ่นที่ 4 จำนวนนักศึกษา 40 คน โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จำนวน 11 คน&nbsp;</li>



<li style="font-size:16px">รุ่นที่ 5 จำนวนนักศึกษา 19 คน โดยกำลังศึกษาอยู่ชั้นระดับปริญญาตรี</li>
</ul>



<p>ด้าน <strong>คุณธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์&nbsp; ผู้อำนวยการสำนักนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ. </strong>บอกว่า “ระดับการศึกษา คือหนึ่งในทุนมนุษย์สำคัญที่ถูกส่งต่อข้ามรุ่น ดังนั้นทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพมีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริม สนับสนุนเยาวชนสายอาชีพที่มีศักยภาพและความสามารถพิเศษให้ได้รับการพัฒนาและโอกาสทางการศึกษาอย่างเต็มศักยภาพต่อเนื่องตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป มากกว่านั้นกิจกรรมสำหรับนักศึกษาผู้รับทุนฯ คือ การส่งเสริมการเรียนรู้เชิงลึกและกว้าง ให้นักศึกษามีความรู้และประสบการณ์ทักษะเพื่อให้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-037e14"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0707_กสศ.-เปิดรับสมัคร-06.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">คุณธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</figcaption></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cc83c8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0707_กสศ.-เปิดรับสมัคร-02.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">คุณนพพร สุวรรณรุจิ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>คุณนพพร สุวรรณรุจิ อนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการศึกษาระดับสูงกว่าภาคบังคับ</strong> เผยถึงคุณสมบัติของผู้ขอรับทุน ดังนี้</p>



<ol>
<li style="font-size:16px">เป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์โดยมีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อเดือน ไม่เกิน 6,000 บาท หรือเป็นผู้ด้อยโอกาส ตามหลักเกณฑ์ที่ กสศ. กำหนด และมีอายุไม่เกิน 24 ปี นับถึงวันที่เปิดภาคการศึกษา</li>



<li style="font-size:16px">เป็นผู้สำเร็จการศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)/อนุปริญญา ในปีการศึกษา 2566 จากสถานศึกษาที่จัดการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)/อนุปริญญา&nbsp;</li>



<li style="font-size:16px">เป็นผู้มีศักยภาพในการเรียนและความสามารถพิเศษ
<ul>
<li>มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรไม่ต่ำกว่า 3.00 และมีผลการเรียนอยู่ในลำดับไม่เกินร้อยละ 20 ของสาขาที่สำเร็จการศึกษา เมื่อเปรียบเทียบในชั้นเรียนเดียวกันของสถานศึกษา หรือ ในกรณีสาขาของนักศึกษา มีจำนวนนักศึกษาน้อยกว่า 20 คน ต้องเป็นผู้มีผลการเรียนอยู่ในลำดับไม่เกินร้อยละ 30&nbsp;</li>



<li>มีประวัติดีเด่นโดยมีหลักฐานเชิงประจักษ์ และมีสถานศึกษาที่สำเร็จการศึกษา เป็นผู้รับรอง ทั้งนี้ หากมีผลงานนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับชาติหรือระดับภาคหรือมีความสามารถพิเศษด้านเทคโนโลยีดิจิทัล จะได้รับการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ&nbsp;</li>
</ul>
</li>



<li style="font-size:16px">เป็นผู้ที่มีความประพฤติดี และเป็นผู้ที่มีความเป็นผู้นำ มีจิตสาธารณะและมีเจตคติที่ดีต่อสายอาชีพ</li>
</ol>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c19e1f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0707_กสศ.-เปิดรับสมัคร-09.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ผศ.ดร.ปานเพชร ชินินทร</figcaption></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-21affc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0707_กสศ.-เปิดรับสมัคร-08.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ฐิติพร พันธุ์ท่าช้าง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากนี้ <strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปานเพชร ชินินทร อนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการศึกษาระดับสูงกว่า ภาคบังคับ</strong> กล่าวว่า หลักสูตรที่เข้าศึกษาระดับปริญญาตรีต้องมีความเกี่ยวเนื่องกับสาขาเดิมที่สำเร็จการศึกษาและได้รับการรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัด พร้อมเป็นหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับองค์กรวิชาชีพที่ได้รับการรับรอง โดยมุ่งเน้นที่&nbsp;</p>



<ol>
<li style="font-size:16px">10 เป้าหมายสาขาหลักในการพัฒนาประเทศ ประกอบด้วย อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ (First S-curve) และ อุตสาหกรรมอนาคต (New S-curve)&nbsp;</li>



<li style="font-size:16px">สาขาด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและเทคโนโลยีดิจิทัล ประกอบด้วย สาขาประเภทกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก สาขาประเภทกลุ่มอุตสาหกรรมส่งเสริม สาขาประเภทกลุ่มอุตสาหกรรมการเกษตร และสาขาประเภทกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยว</li>
</ol>



<p><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฐิติพร พันธุ์ท่าช้าง ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา </strong>และ<strong>คุณนิตย์นิรันดร์ พิลาไชย อาจารย์วิทยาลัยเทคนิคอำนาจเจริญ</strong> ได้ชวนแลกเปลี่ยนให้คำแนะนำแนวการเรียนระดับอุดมศึกษาที่มีความสำคัญ และสร้างการเปลี่ยนแปลงในการเดินทางตามความฝัน กล่าวว่า การศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาไม่เพียงแค่เปิดประตูสู่ความรู้ แต่ยังเป็นก้าวแรกในการก้าวผ่านความยากจน ทำให้เราสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัวให้สูงขึ้น นอกจากนี้ การศึกษายังเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการสร้างฝันของนักเรียนให้กลายเป็นจริง สร้างความเข้มแข็งให้กับครอบครัวและชุมชนอย่างยั่งยืน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ef1b50"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0707_กสศ.-เปิดรับสมัคร-07.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(จากซ้าย) คุณภัทราภรณ์ ไทยเอื้อ / คุณนพเก้า พรหมอินทร์</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>คุณภัทราภรณ์ ไทยเอื้อ ครูสาขาวิชาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคอำนาจเจริญ และอดีตนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง รุ่น 1 และทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ รุ่น 3</strong> และ<strong>คุณนพเก้า พรหมอินทร์ นักศึกษาทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ รุ่น 4 สาขาวิชาสัตวศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้</strong> รุ่นพี่ตัวแทนผู้รับทุนทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ ได้ร่วมแชร์ประสบการณ์ “โอกาสและเส้นทางสู่ความสำเร็จ” และเชิญชวนนักศึกษาอาชีวศึกษารุ่นน้องที่สนใจสมัครเข้ารับทุนไว้ว่า การได้รับโอกาสจากทุนพระกนิษฐาสมัมมาชีพเป็นเหมือนแสงสว่างที่ปลายทางอุโมงค์ ความพยายามที่เราได้ทุ่มเทมาเพื่อเดินตามความฝันก็เริ่มเห็นผลชัดเจน สู่การส่งต่อโอกาสดี ๆ ให้กับผู้อื่น การได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว ‘ทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ’ ทำให้เราพร้อมที่จะก้าวหน้าไปอีกขั้น พวกเขาไม่เพียงแค่ให้โอกาสทางด้านการศึกษา แต่ยังเป็นที่พักพิงเมื่อเราต้องการ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5b0a9a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0707_กสศ.-เปิดรับสมัคร-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>และในช่วงท้าย<strong>นางสาวจรัสจันทร์ สุนทรวิจิตร นักวิชาการอาวุโส สำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ. </strong>ได้แนะนำระบบและช่องทางในการสมัครทุนพระกนิษฐา โดยนักศึกษาและสถานศึกษาที่สนใจสามารถกรอกข้อมูลการสมัครและแนบเอกสารตามรายละเอียด ผ่านทางระบบออนไลน์เพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://www.eef.or.th/notice/true-potential-scholarship-06-24" target="_blank" rel="noopener" title="คลิก">คลิก</a> ทั้งนี้ระบบปิดรับสมัครออนไลน์ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2567</p>



<p>*****</p>



<p>สายด่วนทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ 02-079-5475 กด 4 หรือ 099-365-3645<br>และ Line สมัครทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ</p>



<p><img decoding="async" loading="lazy" width="143" height="143" src="https://lh7-us.googleusercontent.com/docsz/AD_4nXe6Ylsf9nqeo8Au_AfgUHkbTrN_VETp2OnCvDPlyQNaVdOs6p5r0oMSEjIy1m0Xmn9zsWugBbVnT2exrJUd8Ery0aSHLKrBZLNIZcwfUElU0fkPWnlNAhtkM9-iKUL7crTuUWA4xGnQ1z1T58k1dQGXGD46YYkZ4usu8shajMJlgezA?key=4x7hs6rzcHNHvaH0wm-Crw"></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-070724-2/">กสศ. เปิดรับสมัครนักศึกษาที่เรียนจบ ปวช. ปวส. อนุปริญญา เพื่อรับ “ทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ ปีการศึกษา 2567”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ยินดีต้อนรับนักศึกษาผู้ช่วยทันตแพทย์ ม.เชียงใหม่” กสศ. ขยายความร่วมมือพัฒนาหลักสูตรระยะสั้น 1 ปี</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-030724/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Jul 2024 12:54:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ทพ.ยุทธการ อัศว์ไชยตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ทพ.ดร.นฤมนัส คอวนิช]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล]]></category>
		<category><![CDATA[ณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=84151</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-030724/">“ยินดีต้อนรับนักศึกษาผู้ช่วยทันตแพทย์ ม.เชียงใหม่” กสศ. ขยายความร่วมมือพัฒนาหลักสูตรระยะสั้น 1 ปี</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2567<strong> กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>ร่วมกับ<strong>คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</strong> จัดงานปฐมนิเทศนักศึกษาผู้ช่วยทันตแพทย์หลักสูตร 1 ปี ปีการศึกษา 2567 ณ ห้องประชุมสุทธาสิโนบล คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้บริหาร คณาจารย์คณะทันตแพทยศาสตร์ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและคลินิกทันตกรรมที่เป็นแหล่งเรียนรู้ พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจาก กสศ. ร่วมแสดงความยินดีกับนักศึกษาใหม่ที่ได้รับโอกาสทางการศึกษา ผ่านความร่วมมือในการผลิตและพัฒนาเพื่อยกระดับทักษะใหม่ด้วยทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง หลักสูตรผู้ช่วยทันตแพทย์ 1 ปี เป็นรุ่นแรกของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-820125"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0703_ข่าว-143_PHOTO1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ตั้งแต่ปี 2563 กสศ. ได้ดำเนินโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ประเภททุน 1 ปี หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล/ประกาศนียบัตรผู้ช่วยทันตแพทย์ เพื่อส่งเสริมนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส ให้ได้รับการศึกษาต่อในสายอาชีพ ทั้งนี้ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ประเภททุน 1 ปีหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล/หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยทันตแพทย์ของ โดยได้สร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนชั้น ม.6 ปวช. หรือเทียบเท่า มาแล้ว 6 รุ่น ในสถานศึกษา 21 แห่งใน 15 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาค ผลที่เกิดขึ้นจากหลักสูตรระยะสั้นที่สามารถส่งเสริมผู้เรียนให้ประกอบอาชีพได้ทันทีหลังจบการศึกษา ทำให้ กสศ. ร่วมกับภาคีขยายความร่วมมือกับคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาและผลิตผู้ช่วยทันตแพทย์รุ่นใหม่เพื่อเข้าไปเติมเต็มในระบบสาธารณสุขเพิ่มขึ้น โดยในปีแรกนี้มีนักศึกษาจากหลายพื้นที่ในจังหวัดภาคเหนือได้รับทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงจำนวน 30 คน&nbsp;&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-78d0b9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0703_ข่าว-143_PHOTO2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่</strong> กล่าวว่า ยินดีที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้จัดทำหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยทันตแพทย์ร่วมกับทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ยินดีกับนักศึกษาทุกคนที่ได้รับโอกาสเตรียมเป็นบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ สาขาผู้ช่วยทันตแพทย์มีความต้องการเป็นจำนวนมากในระบบสาธารณสุข นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสพิเศษที่ทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ร่วมมือกับ กสศ. ในการสร้างเส้นทางการศึกษาเพื่อไปสู่การประกอบอาชีพที่เสมอภาค สำหรับเยาวชนผู้ขาดแคลนโอกาสจากพื้นที่ห่างไกล ไม่เพียงเป็นการยกระดับผู้เรียน 30 คนด้วยหลักสูตรที่ใช้เวลา 1 ปีการศึกษาเท่านั้น หากยังหมายถึงการยกระดับรายได้ครัวเรือนของนักศึกษาทุน และเป็นการมอบบุคลากรคุณภาพคืนสู่ชุมชนสังคม ที่จะกลับไปเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาภูมิลำเนาของตนต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1e7833"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0703_ข่าว-143_PHOTO3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ในนามมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอขอบคุณ กสศ. ที่ร่วมสนับสนุนหลักสูตรผู้ช่วยทันตแพทย์ ขอบคุณโรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตลอดจนโรงพยาบาลและคลินิกทันตกรรมที่ให้ความร่วมมือในฐานะแหล่งเรียนรู้ภาคปฏิบัติของนักศึกษา และเป็นส่วนเติมเต็มให้การฝึกอบรมเรียนรู้ของนักศึกษาในช่วงเวลา 1 ปีข้างหน้า สามารถดำเนินไปได้ตามหลักสูตร”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>ผศ.ทพ.ดร.นฤมนัส คอวนิช คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</strong> กล่าวว่า สาขาวิชาผู้ช่วยทันตแพทย์เป็นหลักสูตรที่ได้รับอนุมัติจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในปี 2562 จัดทำขึ้นตามหลักเกณฑ์กลางของทันตแพทยสภา มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตบุคลากรเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนผู้ช่วยทันตแพทย์ สำหรับภาครัฐและเอกชน ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ โดยหลักสูตรผู้ช่วยทันตแพทย์เป็นหลักสูตรทวิภาค แบ่งเป็น 2 ภาคการศึกษาในระยะเวลา 1 ปี มีการสอนทั้งภาคทฤษฎีและฝึกปฏิบัติกับคนไข้จริง และเมื่อนักศึกษาสำเร็จการศึกษาจะได้รับประกาศนียบัตรผู้ช่วยทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) รับรองคุณวุฒิให้ปฏิบัติงานราชการได้ตามอัตราเงินเดือนที่กำหนด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2a45cb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0703_ข่าว-143_PHOTO4.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ผศ.ทพ.ดร.นฤมนัส คอวนิช</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“หลักสูตรผู้ช่วยทันตแพทย์ มช. เป็นหลักสูตรที่มีคณาจารย์ภาควิชาการและเจ้าหน้าที่จากคลินิกต่าง ๆ ในสังกัดโรงพยาบาลทันตกรรม รวมถึงอาจารย์พิเศษจากภายนอกร่วมจัดการเรียนการสอน ตลอด 5 ปีที่เปิดหลักสูตร มีผู้สำเร็จการศึกษาแล้ว 157 คน เฉลี่ยปีละ 30 คน ขณะที่ในปีการศึกษา 2567 นี้ ทางคณะแพทยศาสตร์ มช. ได้เพิ่มเติมรูปแบบการจัดการเรียนรู้สำหรับนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง กสศ. จำนวน 30 คน มีจุดประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่ภาคเหนือ สามารถเข้าถึงการเรียนรู้ที่สูงกว่าการศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยหลักสูตรระยะสั้นที่นำไปใช้ประกอบอาชีพได้ทันทีเมื่อจบการศึกษา รวมถึงสามารถนำทักษะความรู้และประกาศนียบัตรผู้ช่วยทันตแพทย์ที่ได้รับไปใช้ต่อยอด ทั้งในการศึกษาต่อและการเรียนรู้ศาสตร์ทันตกรรมเฉพาะทางในระดับที่สูงขึ้นต่อไป”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. </strong>กล่าวว่า กสศ. ยินดีอย่างยิ่งที่มีโอกาสได้ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บนความตั้งใจในการพัฒนาหลักสูตรผู้ช่วยทันตแพทย์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานแก้ไขสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ข้อมูล ณ ปัจจุบันชี้ว่า การก้าวข้ามรอยต่อสู่การศึกษาที่สูงขึ้นหลังจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ไม่ใช่ทุกคนจะพร้อมเรียนในระดับอุดมศึกษาเป็นเวลา 4-6 ปี หลักสูตรระยะสั้นจะเป็นบันไดไปสู่การประกอบอาชีพและมีรายได้ในเวลาอันรวดเร็ว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f8dae2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0703_ข่าว-143_PHOTO5.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ข้อแม้ของการพัฒนาหลักสูตรระยะสั้นคือไม่ใช่ทุกสถาบันที่มีความพร้อม ขณะที่คณะทันตแพทย์ มช. ถือเป็นสถาบันที่มีความพร้อมต่อจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่เปิดโอกาสให้ กสศ. เข้ามาทำงาน ในความร่วมมือครั้งนี้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จึงเปรียบได้กับ ‘ประภาคารแห่งความหวัง’ ของน้อง ๆ เยาวชนในพื้นที่ภาคเหนือ ผู้สนใจงานด้านสาธารณสุขและต้องการเรียนรู้ในเวลา 1 ปี เพื่อจะนำทักษะประสบการณ์ไปตอบโจทย์การมีรายได้ได้ทันที อีกทั้งโดยตัวหลักสูตรนี้ยังเอื้อให้ผู้สำเร็จการศึกษาทำได้ทั้งงานประจำ และมีช่องทางหลากหลายในการมีรายได้เสริม”</p>



<p><strong>ผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าวว่า ที่ผ่านมา กสศ. ได้เปิดหลักสูตรระยะสั้นในหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล และผู้ช่วยทันตแพทย์มาแล้วหลายรุ่น รวมผู้สำเร็จการศึกษาราว 1,500 คน ซึ่งเกือบ 100% สามารถเข้าสู่เส้นทางอาชีพได้ทันทีหลังจบการศึกษา กสศ. จึงเชื่อว่าด้วยหลักสูตรระยะสั้นที่ออกแบบร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และสถานประกอบการในครั้งนี้ จะสร้างผลตอบแทนทางสังคม และเป็นต้นแบบให้ กสศ. นำไปพัฒนาต่อยอดในฐานะต้นแบบการทำงานได้ในพื้นที่อื่น ๆ ในอนาคต</p>



<p>“วันนี้น้อง ๆ พบกับความสำเร็จก้าวแรก เมื่อได้รับโอกาสเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรผู้ช่วยทันตแพทย์ ซึ่งเป็นการศึกษาที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศเป็นอย่างมาก ขอให้น้อง ๆ มีความภาคภูมิใจและตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ใช้เงินทุนเพื่อการพัฒนาตนเองให้มีความรู้ เพิ่มทักษะความสามารถ เป็นบุคลากรสายวิทยาศาสตร์สุขภาพที่มีสมรรถนะสูง พร้อมประกอบอาชีพที่ตนใฝ่ฝัน&nbsp;</p>



<p>“และจากวันนี้ไปอีกประมาณ 1 ปี จะเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางชีวิตของทุกคน ที่จะค้นหา เรียนรู้ และพัฒนาตัวเอง ไขว่ขว้าความฝันของแต่ละคน โดยน้อง ๆ จะมีครอบครัวขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษา คณาจารย์ และแหล่งเรียนรู้ที่จะคอยหนุนเสริม ดูแลช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด เพื่อเติมเต็มทักษะความสามารถ นอกจากนี้ยังมีพี่ ๆ จาก กสศ. ที่จะคอยสนับสนุนดูแลส่งเสริมในด้านต่าง ๆ รวมถึงรุ่นพี่และเพื่อน ๆ นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงจากทุกสถาบัน ที่จะคอยช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้กัน เพื่อให้ทุกคนประสบความสำเร็จในเส้นทางการศึกษาและการประกอบอาชีพในวันข้างหน้า”</p>



<p><strong>ผศ.ทพ.ยุทธการ อัศว์ไชยตระกูล ประธานหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยทันตแพทย์ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ </strong>กล่าวแสดงความยินดีกับนักศึกษาทุกคนที่ได้เข้ามาเป็นครอบครัวคณะทันตแพทยศาสตร์ หลักสูตรผู้ช่วยทันตแพทย์ ถือเป็นหลักสูตรที่ช่วยเตรียมความพร้อม พัฒนา และฝึกฝนเฉพาะทางในศาสตร์ต่าง ๆ เพื่อผลิตผู้ช่วยทันตแพทย์ที่มีคุณภาพเข้าไปเติมเต็มส่วนที่ขาดแคลนในสายงานสาธารณสุขของประเทศไทย หลักสูตรนี้ไม่ได้มุ่งเน้นที่ภาควิชาการและการฝึกฝนเท่านั้น หากยังต้องการพัฒนาศักยภาพนักศึกษา ให้เป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่พร้อมด้วยความรู้ ทักษะ จริยธรรม มีความสามารถในการแข่งขันในตลาดวิชาชีพ และตอบสนองความต้องการของสังคมได้เป็นอย่างดี &nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0ade67"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0703_ข่าว-143_PHOT6.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ผศ.ทพ.ยุทธการ อัศว์ไชยตระกูล</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ปีนี้เป็นปีแรกที่คณะทันตแพทยศาสตร์ มช. รับนักศึกษาสาขาวิชาผู้ช่วยทันตแพทย์มากถึง 59 คนต่อรุ่น เราหวังอย่างยิ่งว่าทุกคนจะผ่านการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองในเวลา 1 ปี จนเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ เพราะข้อเท็จจริงหนึ่งของวิชาชีพนี้คือในแต่ละปีเราผลิตคนไม่เคยพอ ขณะที่หากเปรียบเทียบกับแนวโน้มการเติบโตของสายงาน สามารถพูดได้ว่าประเทศไทยมีคลินิกทันตกรรมเกิดขึ้นใหม่ในแทบทุกสัปดาห์ ฉะนั้นผู้ช่วยทันตแพทย์จึงเป็นสายงานที่ตลาดต้องการบุคลากรมากที่สุดสาขาหนึ่ง นอกจากนี้ความพิเศษของหลักสูตรคณะทันตแพทย์ มช. ยังหมายถึงนักศึกษาทุกคนจะสามารถเข้าถึงสิทธิและการดูแลสวัสดิภาพเช่นเดียวกับนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ทุกคน ไม่ว่าบริการด้านสาธารณสุข หรือบริการด้านอื่น ๆ ที่มหาวิทยาลัยเตรียมไว้สำหรับนักศึกษา รวมถึงในภายภาคหน้าทางคณะทันตแพทย์ยังมองถึงการต่อยอดหลักสูตร เพื่อสร้างบุคลากรตอบสนองการเติบโตของคณะทันตแพทย์ ที่จะเปิดสอนในสาขาวิชาใหม่ ๆ ที่ซับซ้อนและเฉพาะทางยิ่งขึ้น”&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>คุณธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมและส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ กสศ.</strong> กล่าวเสริมว่า เยาวชนที่เข้าสู่หลักสูตรผู้ช่วยทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในวันนี้ ถือเป็นนักศึกษา 30 คน จาก 2,500 คน ที่ กสศ. จัดสรรทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงในปีการศึกษา 2567 ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง มุ่งสนับสนุนเยาวชนที่เรียนจบ ม.3 และ ม.6 ที่ต้องการเรียนรู้ในสายอาชีพชั้นสูง ขณะที่หลักสูตร 1 ปีที่เปิดในสาขาผู้ช่วยพยาบาลและผู้ช่วยทันตแพทย์ เป็นสาขาที่เปิดขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อรองรับคนที่ตั้งใจมีอาชีพสร้างรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ในเวลาอันรวดเร็ว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f02889"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/07/0703_ข่าว-143_PHOTO7.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“การได้นักศึกษาทุนทั้ง 30 คน เป็นความสำเร็จที่เกิดจากความพยายามที่จะส่งมอบโอกาสของคณาจารย์คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งดั้นด้นเดินทางไปในพื้นที่ห่างไกลเพื่อค้นหาน้อง ๆ จนทุกคนได้เข้าสู่การศึกษาในวันนี้ จากวันนี้จึงอยากให้น้อง ๆ ทุ่มเทและตั้งใจพัฒนาตัวเอง เพื่อไปให้ถึงปลายทางที่หวังไว้ในอีกหนึ่งปีข้างหน้า การที่ทุกคนคือนักศึกษาทุนรุ่นแรกของคณะทันตแพทย์ มช. ยังมีความหมายสำคัญในฐานะต้นแบบ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับน้องในรุ่นต่อไปว่า แม้แต่ละคนจะมีเส้นทางชีวิตที่ไม่ได้ราบเรียบ หรือแม้จะต้องเผชิญกับปัญหาอุปสรรคใดมาก็ตาม แต่ทุกคนสามารถมานะพยายาม และใช้การศึกษาเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตของตนเองได้”&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-030724/">“ยินดีต้อนรับนักศึกษาผู้ช่วยทันตแพทย์ ม.เชียงใหม่” กสศ. ขยายความร่วมมือพัฒนาหลักสูตรระยะสั้น 1 ปี</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ออกแบบการศึกษายืดหยุ่นสำหรับพ่อแม่วัยรุ่น” กสศ. สนับสนุนเครือข่าย สร้างพื้นที่ปลอดภัย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-170624-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Jun 2024 09:57:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.วีระเทพ ปทุมเจริญวัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=82905</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากงานวิจัยเชิงสํารวจเพื่อศึกษาข้อมูลของเด็กนอกระบบการศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-170624-2/">“ออกแบบการศึกษายืดหยุ่นสำหรับพ่อแม่วัยรุ่น” กสศ. สนับสนุนเครือข่าย สร้างพื้นที่ปลอดภัย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากงานวิจัยเชิงสํารวจเพื่อศึกษาข้อมูลของเด็กนอกระบบการศึกษาที่ กสศ. ร่วมกับเครือข่าย พบว่า <strong>การไม่สามารถเรียนต่อได้เพราะการตั้งครรภ์ ต้องดูแลลูกและหารายได้เลี้ยงลูก เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เด็กเยาวชนหลุดจากระบบการศึกษา</strong> เพื่อหาทางออกให้กับปัญหานี้ กสศ. ได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการแนวทางการทำงานเพี่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกับกลุ่มพ่อแม่วัยรุ่น ที่โรงแรมอมารีดอนเมือง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 15-16 มิถุนายน 2567 เพื่อให้หน่วยจัดการเรียนรู้ที่สนใจการทำงานกับกลุ่มพ่อแม่วัยรุ่น มาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจ มุมมองแนวคิด และแนวทางการทำงานกับกลุ่มพ่อแม่วัยรุ่น ร่วมกันพัฒนาแนวทางการขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตในมิติด้านการศึกษาและอาชีพสำหรับพ่อแม่วัยรุ่นในระดับพื้นที่</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0be7f8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/Photo4-ข่าว-กสศ.เร่งออกแบบแนวทางดูแลพ่อแม่วัยรุ่น.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ</strong> <strong>กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาสังคม กสศ. และประธานอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงานนอกระบบ</strong> กล่าวว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ที่เคยมีประสบการณ์ในการทำงานเพี่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกับกลุ่มพ่อแม่วัยรุ่น จำเป็นที่จะต้องมาพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแนวทางในการทำงานร่วมกัน เพื่อหาแนวทางดูแลเยาวชนกลุ่มนี้ที่เข้าถึงปัญหาจริง ๆ เพราะปัญหาของเยาวชนพ่อแม่วัยรุ่นมีความซับซ้อน เข้าถึงยากและปัญหาเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา บางพื้นที่มีรายงานว่า พบเยาวชนที่ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรมีอายุเพียง 9 ขวบเท่านั้น</p>



<p>“จากที่ได้ฟังประสบการณ์การทำงานจากหน่วยจัดการเรียนรู้ที่ทำงานกับกลุ่มพ่อแม่วัยรุ่น พบว่า รากลึกของสถานการณ์กลุ่มวัยรุ่นตั้งครรภ์นั้นมีความซับซ้อนและสามารถแตกแขนงไปยังจุดที่สังคมมองไม่เห็น และไม่ยอมรับว่าเกิดขึ้นจริง เมื่อเด็กคนหนึ่งตั้งครรภ์ ในที่สุดก็ต้องออกจากโรงเรียน สิ่งที่จะได้รับผลกระทบไปด้วย ก็คืออนาคตของเด็กคนนั้น เมื่อไม่มีระบบที่รองรับ อนาคตของเด็กกลุ่มนี้ก็จะดับสูญไปทันที</p>



<p>“ต้องพยายามหาแนวทางช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ ทำอย่างไรที่จะดูแลปัญหาที่ยังเต็มไปด้วยอคติ และการตีตรา จนทำให้ปัญหานี้แก้ได้ยากหรือไม่มีทางออก ประกอบกับเมื่อเกิดขึ้นกับกลุ่มเด็กที่อยู่ในครอบครัวยากจน ก็ยิ่งกลายเป็นปัญหาที่ซ้ำซ้อน</p>



<p>“ลองคิดดูว่า ถ้าเด็กกลายเป็นคุณแม่ที่ต้องเลี้ยงเด็กภายใต้ครอบครัวที่ขาดแคลนแทบทุกอย่าง ทั้งสองชีวิตจะไปต่อท่ามกลางภาวะเปราะบางนี้ได้อย่างไร หากไม่ช่วยกันหาวิธีดูแลที่เหมาะสมยั่งยืน ช่วยกันออกแบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นสำหรับพวกเขา ปัญหานี้ก็จะอยู่ในวังวนเดิมของครอบครัวเด็กกลุ่มนี้อย่างไม่รู้จบ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-006fd1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/Photo5-ข่าว-กสศ.เร่งออกแบบแนวทางดูแลพ่อแม่วัยรุ่น.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาสังคม กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์</strong> กล่าวอีกว่า ถึงเวลาที่จะต้องช่วยกันออกแบบการดูแล กลุ่มพ่อแม่วัยรุ่นทั่วประเทศซึ่งมีประมาณ 5-6 หมื่นคนอย่างเป็นระบบ หรือเป็นนโยบายที่ชัดเจนจากภาครัฐ&nbsp; โดยคำนึงถึงปัญหาที่พวกเขาเผชิญอยู่ ให้ครบถ้วนทุกมิติ</p>



<p>“ปัจจุบันการดูแลเยาวชนกลุ่มนี้ ยังมีรูปแบบการทำงานด้านการช่วยเหลือเป็นรายบุคคลหรือรายกลุ่มจากคณะทำงานในพื้นที่ทั้งภาครัฐและเอกชน&nbsp; ยังไม่ใช่นโยบายที่เข้มแข็งจากจากภาครัฐหรือระบบหลักของสังคม ทำให้ดูแลเยาวชนกลุ่มนี้ได้เพียง 6-700 คน แต่ยังมีอีกประมาณ 5-6 หมื่นคนที่ยังต้องการความช่วยเหลือ พ่อแม่วัยรุ่นจำนวนมากเรียนจบเพียงระดับชั้นประถมศึกษา ไม่มีความรู้&nbsp; ไม่กล้า หรือยังเข้าไม่ถึง หรือไม่ทราบเรื่องสวัสดิการที่รัฐจัดสรรให้ สำหรับพวกเขาสวัสดิการที่มีจึงอาจจะกลายเป็นศูนย์</p>



<p>“จะต้องผลักดันเรื่องนี้ให้เป็นนโยบายที่มีกลไกการทำงานที่เข้าถึงปัญหาที่ละเอียดอ่อนนี้ จะปล่อยให้ปัญหานี้ เป็นปัญหาที่เงียบๆ เป็นปัญหาที่ไม่ใส่ใจ หรือไม่ยอมรับต่อไปไม่ได้ จะต้องช่วยกันสร้างพื้นที่ที่ดีและปลอดภัยสำหรับเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยกำหนดบทบาทให้ครอบครัว ชุมชน และโรงเรียนหรือสังคมรอบตัวเด็ก เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยกันออกแบบการช่วยเหลือเด็ก โดยไม่ทอดทิ้งหรือผลักไสพวกเขาเข้าไปสู่มุมมืด ต้องช่วยกันตัดวงจรการส่งต่อปัญหานี้ไปสู่รุ่นต่อไปเป็นวังวนให้ได้” ศ.ดร.สมพงษ์กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6873ca"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/Photo8-ข่าว-กสศ.เร่งออกแบบแนวทางดูแลพ่อแม่วัยรุ่น.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ed9127"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/Photo7-ข่าว-กสศ.เร่งออกแบบแนวทางดูแลพ่อแม่วัยรุ่น.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</strong> <strong>ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ.</strong> กล่าวว่า กลุ่มพ่อแม่วัยรุ่น คือผู้ที่มักจะขาดโอกาสในหลายส่วน ทั้งด้านการศึกษา ด้านสุขภาพและด้านเศรษฐกิจ โจทย์ของการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น ต้องมองให้ครบในทุกมิติปัญหา</p>



<p>“การจัดการศึกษาให้กลุ่มพ่อแม่วัยรุ่นในรูปแบบปัจจุบัน เน้นที่เรื่องของการศึกษาเท่านั้น ยังขาดความยืดหยุ่นที่เอื้อกับมิติปัญหาที่พวกเขาเผชิญอยู่จริง ซึ่งยังต้องการทั้งความยืดหยุ่นด้านเวลาและรูปแบบการเรียนที่สอดคล้องกับความจำเป็นในแต่ละรายบุคคล แนวทางการดูแลสุขภาพของเด็กทารก แนวทางการประกอบอาชีพ ที่ช่วยให้ประคับประคองตัวเองได้ เพราะเด็กกลุ่มนี้จะไม่ใช่กลุ่มที่ดูแลเพียงแค่ตัวเองเท่านั้น พวกเขามีแนวทางที่จะต้องดูแลสมาชิกในบ้านที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย การศึกษาที่ยืดหยุ่นสำหรับพวกเขา จะต้องมีมุมมองแบบบูรณาการการศึกษาที่ตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาได้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4d0445"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/Photo6-ข่าว-กสศ.เร่งออกแบบแนวทางดูแลพ่อแม่วัยรุ่น.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-3 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="82917" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/Photo2-ข่าว-กสศ.เร่งออกแบบแนวทางดูแลพ่อแม่วัยรุ่น.jpg" alt="" class="wp-image-82917" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/Photo2-ข่าว-กสศ.เร่งออกแบบแนวทางดูแลพ่อแม่วัยรุ่น.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/Photo2-ข่าว-กสศ.เร่งออกแบบแนวทางดูแลพ่อแม่วัยรุ่น-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/Photo2-ข่าว-กสศ.เร่งออกแบบแนวทางดูแลพ่อแม่วัยรุ่น-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/Photo2-ข่าว-กสศ.เร่งออกแบบแนวทางดูแลพ่อแม่วัยรุ่น-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/Photo2-ข่าว-กสศ.เร่งออกแบบแนวทางดูแลพ่อแม่วัยรุ่น-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="82918" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/Photo3-ข่าว-กสศ.เร่งออกแบบแนวทางดูแลพ่อแม่วัยรุ่น.jpg" alt="" class="wp-image-82918" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/Photo3-ข่าว-กสศ.เร่งออกแบบแนวทางดูแลพ่อแม่วัยรุ่น.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/Photo3-ข่าว-กสศ.เร่งออกแบบแนวทางดูแลพ่อแม่วัยรุ่น-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/Photo3-ข่าว-กสศ.เร่งออกแบบแนวทางดูแลพ่อแม่วัยรุ่น-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/Photo3-ข่าว-กสศ.เร่งออกแบบแนวทางดูแลพ่อแม่วัยรุ่น-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/Photo3-ข่าว-กสศ.เร่งออกแบบแนวทางดูแลพ่อแม่วัยรุ่น-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p><strong>ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ. </strong>กล่าวว่า เยาวชนพ่อแม่วัยรุ่น อาจจะไม่สามารถไปเรียนในโรงเรียนหรือสถานที่จัดการศึกษาได้ ก็ต้องมองว่าจะออกแบบการศึกษาให้บางชั่วโมงเรียนสามารถเรียนผ่านอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตที่บ้านหรือที่ทำงานได้หรือไม่ และต้องออกแบบการแนะนำการดูแลทารกให้กับทั้งพ่อและแม่ ออกแบบกลไกให้พวกเขาเข้าถึงสวัสดิการของรัฐ กลไกความช่วยเหลือในระดับพื้นที่หรือในระดับชุมชน ที่เข้าใจความละเอียดอ่อนของปัญหานี้ ซึ่งมากกว่าเรื่องของการศึกษา อย่างเช่น ปัญหาสุขภาพจิต ปัญหาครอบครัว ปัญหาความเครียด ฯลฯ</p>



<p>“อย่างไรก็ตาม แม้จะมีโจทย์การทำงานซ้อนกันหลายโจทย์ เราเชื่อว่าหลาย ๆ ภาคส่วนที่มาร่วมกันในวันนี้ มีศักยภาพในการทำงาน หรือออกแบบกลไกนี้ขึ้นได้ เพราะทุกคนเชื่อมั่นตรงกันว่า เราไม่ได้เพียงแค่ดูแลพ่อหรือแม่วัยรุ่น แต่เรากำลังดูแลอนาคตของชาติ ดูแลคนรุ่นลูก ที่กำลังเติบโตขึ้นมาอีกด้วย หากเราทำงานอย่างถูกจุด ไม่มองปัญหาเป็นปัญหาเชิงเดี่ยว วิธีการทำงานและผลลัพธ์ที่ได้ จะไม่ใช่แค่การดูแลคน ๆ เดียว แต่จะทำให้ได้ตัวคูณที่ครอบคลุมการดูแลทั้งระบบ” ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ. กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-dea507"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/Photo1-ข่าว-กสศ.เร่งออกแบบแนวทางดูแลพ่อแม่วัยรุ่น.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(ซ้าย) รศ.ดร.วีระเทพ ปทุมเจริญวัฒนา หัวหน้าภาควิชาการศึกษาตลอดชีวิต คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>รศ.ดร.วีระเทพ ปทุมเจริญวัฒนา</strong> <strong>หัวหน้าภาควิชาการศึกษาตลอดชีวิต คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้จัดการโครงการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา</strong> กล่าวว่า โจทย์สำคัญของการออกแบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ปัญหาของกลุ่มพ่อแม่วัยรุ่น ไม่เพียงแต่ต้องคำนึงถึงความต้องการและความจำเป็นเฉพาะบุคคลเท่านั้น แต่จะต้องออกแบบวิธีการช่วยเหลือรอบๆ ตัว หรือสร้างระบบนิเวศการดูแลที่มาจากสหวิชาชีพต่าง ๆ</p>



<p>“หากจะออกแบบการเรียน โดยไม่คำนึงถึงชีวิตความเป็นอยู่ด้านต่าง ๆ เช่นอาชีพที่ทำให้อยู่รอดได้ หรือมีเงินไปเรียน ไม่นานพวกเขาก็อาจจะหลุดจากการศึกษาซ้ำอีก เพื่อดูแลเด็กกลุ่มนี้ เราไม่เพียงแต่อยากเห็นโรงเรียน 3 ระบบ สร้างพื้นที่การศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ให้เรียนร่วมกันได้ เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาและลดอัตราการออกกลางคัน แต่ต้องมีรูปแบบการส่งเสริมด้านอาชีพ และแนวทางที่สามารถใช้ประสบการณ์ในการทำงานมาเทียบเคียงศักยภาพของแต่ละวงการวิชาชีพ เพื่อต่อยอดการพัฒนาทักษะแต่ละวิชาชีพอย่างเป็นระบบ หากแต่ละพื้นที่ สามารถออกแบบการเทียบโอนผลการเรียนจากการฝึกอาชีพหรือประสบการณ์การทำงานได้ จะทำให้เกิดรูปแบบการศึกษาที่สอดคล้องกับความจำเป็นของแต่ละคนมารองรับได้ ก็จะสามารถขยับกรอบจำกัดเดิม ๆ ออกไปสู่การศึกษาที่มีทางเลือกมากขึ้นในอนาคต”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-170624-2/">“ออกแบบการศึกษายืดหยุ่นสำหรับพ่อแม่วัยรุ่น” กสศ. สนับสนุนเครือข่าย สร้างพื้นที่ปลอดภัย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. ได้รับประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติเครือข่ายสนับสนุนงานกรมพินิจฯ Thanks Giving Opportunities จากกระทรวงยุติธรรม</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-290524/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 May 2024 07:43:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[DJOP CONNECT]]></category>
		<category><![CDATA[พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล]]></category>
		<category><![CDATA[พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง]]></category>
		<category><![CDATA[Thanks Giving Opportunities]]></category>
		<category><![CDATA[กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=82146</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2567&#160; กรมพินิจและคุ้มครองเด [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-290524/">กสศ. ได้รับประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติเครือข่ายสนับสนุนงานกรมพินิจฯ Thanks Giving Opportunities จากกระทรวงยุติธรรม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2567&nbsp; กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม จัดงานมอบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติเครือข่ายที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของกรมพินิจฯ (Thanks Giving Opportunities) ภายใต้กิจกรรมการสร้างการรับรู้และยกระดับความร่วมมือของเครือข่ายในกระบวนการยุติธรรมเด็กและเยาวชน (DJOP CONNECT) โดยมี <strong>พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม</strong> เป็นประธานมอบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติ พร้อมด้วย <strong>พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน</strong></p>



<p><strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> นำโดย <strong>นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้</strong> เป็นตัวแทนรับมอบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติ ซึ่งสะท้อนว่า กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา มีส่วนสำคัญต่อการส่งเสริมผลักดันโครงการบูรณาการความร่วมมือเครือข่ายในการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชน ประจำปีงบประมาณ 2567 ของกรมพินิจฯ&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-359252"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/3005_กสศ.-ได้รับประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติเครือข่ายสนับสนุนงานกรมพินิจฯ-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม</strong> ได้ขอบคุณเครือข่ายภาคีทุกหน่วยงานที่ร่วมกันสร้างอนาคตให้กับเด็กเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม เพราะสิ่งที่ยากและสำคัญที่สุดของการฟื้นฟูเยียวยา คือการให้โอกาสเปลี่ยนแปลงตัวเองสำหรับผู้ก้าวพลาด โดยใช้การศึกษานำพาไปสู่การมีปัญญาและความคิด ทุกฝ่ายในที่นี้จึงถือว่าเข้ามาทำงานที่ยาก และเป็นภารกิจสำคัญที่กระทรวงยุติธรรมต้องทำร่วมไปกับทุกหน่วยงาน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือให้เข้มแข็งและขยายขอบเขตงานออกไปให้กว้างขึ้น โดยเฉพาะการเชื่อมต่องานกับ กสศ. ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการดูแลเด็กเยาวชน 1.2 ล้านคนที่อยู่นอกระบบการศึกษา กับกรมคุมประพฤติที่รับผิดชอบดูแลเยาวชนผู้พ้นโทษกลับไปอยู่ในสังคมราวปีละ 400,000 กว่าคน โดยในกลุ่มนี้มีเยาวชนถึง 80% ที่มีการศึกษาต่ำกว่าขั้นพื้นฐาน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7307e2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/พ.ต.อ.ทวี-สอดส่อง2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เพราะการศึกษาคือตัวแปรสำคัญต่อจำนวนผู้กระทำผิดหรือผู้มีแนวโน้มกระทำผิด ดังนั้นพื้นฐานแรกของการลดจำนวนผู้ต้องโทษในกระบวนการยุติธรรม จึงต้องสนับสนุนให้การศึกษามีคุณภาพและทั่วถึง เพื่อให้ความรู้เข้าไปเปลี่ยนทัศนคติ และพาคนไปสู่การประกอบอาชีพ” <strong>พ.ต.อ.ทวี </strong>กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-87c22f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/3005_กสศ.-ได้รับประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติเครือข่ายสนับสนุนงานกรมพินิจฯ-05.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(ขวา) พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน</strong> กล่าวว่า กรมพินิจฯ ตระหนักและให้ความสำคัญกับการทำงานบูรณาการร่วมกับเครือข่าย ทั้งนี้เครือข่ายถือเป็นกลไกที่มีบทบาทสำคัญที่สามารถสนับสนุนช่วยเหลือในทุกมิติของการดูแลเด็กและเยาวชนกลุ่มเสี่ยงในสังคม รวมถึงเด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยสามารถสนับสนุนช่วยเหลือให้เด็กเยาวชนเหล่านี้กลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างเป็นปกติสุขด้วยการให้การศึกษา ทักษะวิชาชีพ และมีกระบวนการแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูที่เหมาะกับสภาพปัญหาของกลุ่มเป้าหมายเป็นรายคน ซึ่งการได้รับทักษะที่จำเป็นในการดำรงชีวิต จะทำให้สามารถดูแลตนเองและประกอบอาชีพได้ การทำงานที่ผ่านมา กรมพินิจฯ จึงแสวงหาความร่วมมือในทุกมิติของการดูแลเด็กและเยาวชน ตั้งแต่การสาธารณสุขทั้งสุขภาพกายและจิต การบำบัดแก้ไขฟื้นฟูตามลักษณะปัญหา การสนับสนุนการศึกษา การฝึกวิชาชีพ จนถึงการสงเคราะห์ช่วยเหลือภายหลังปล่อยตัว และการส่งต่อไปสู่การทำงาน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f5156a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/3005_กสศ.-ได้รับประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติเครือข่ายสนับสนุนงานกรมพินิจฯ-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>กรมพินิจฯ ยังได้รับความร่วมมือด้านวิชาการจากทุกเครือข่าย บนความมุ่งหวังว่าจะช่วยเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนสามารถกลับสู่สังคมได้อย่างภาคภูมิ งานสร้างการรับรู้และยกระดับความร่วมมือของเครือข่ายในกระบวนการยุติธรรมเด็กและเยาวชน (DJOP CONNECT) ที่จัดขึ้นครั้งนี้ จึงถือเป็นการยกระดับการทำงาน และเชิดชูเกียรติเครือข่ายที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของกรมพินิจฯ ไปพร้อมกัน โอกาสนี้ ขอขอบคุณไปยังทุกหน่วยงานเครือข่ายที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเสมอมา และขอขอบคุณอย่างยิ่งที่ทุกท่านได้มอบโอกาสที่ดีให้กับเด็กและเยาวชน เพื่อการเติบโตอย่างมีคุณภาพและเป็นคนดีของสังคมและประเทศ ทั้งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกท่านต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-290524/">กสศ. ได้รับประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติเครือข่ายสนับสนุนงานกรมพินิจฯ Thanks Giving Opportunities จากกระทรวงยุติธรรม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยินดี นศ.ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงเพื่อผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ สำเร็จการศึกษารุ่นที่ 3</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-310324/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Apr 2024 07:10:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักจัดหางานจังหวัดชลบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัลเรสตอรองส์กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[Café Amazon]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท สยามมิชลิน จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.ชนิศา ตันติเฉลิม]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[สอศ.]]></category>
		<category><![CDATA[พิษณุเวช โพธิ์เพ็ชร]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=79363</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 29-31 มีนาคม 2567 ที่โรงแรมเวลคัมเวิร์ลบีช  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-310324/">ยินดี นศ.ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงเพื่อผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ สำเร็จการศึกษารุ่นที่ 3</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 29-31 มีนาคม 2567 ที่โรงแรมเวลคัมเวิร์ลบีช รีสอร์ทแอนด์สปา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดกิจกรรมปัจฉิมนิเทศและพิธีมอบเกียรติบัตรให้กับนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ จำนวน 107 คน ซึ่งสำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) 2 ปี จาก 11 สถาบันการศึกษาสายอาชีพที่ร่วมโครงการ ได้แก่ วิทยาลัยการอาชีพพุทธมณฑล, วิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก, วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา, วิทยาลัยบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยวกรุงเทพ, วิทยาลัยสารพัดช่างเชียงใหม่, วิทยาลัยเทคนิคบางแสน, วิทยาลัยสารพัดช่างสุรินทร์ วิทยาลัยสารพัดช่างอุดรธานี, วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ และ วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง ร่วมด้วยเครือข่ายองค์กรภาครัฐในการดูแลคนพิการระดับพื้นที่จังหวัด และเครือข่ายสถานประกอบการภาคเอกชน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9f9c88"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/01-ข่าว-มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา-นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของภาพสะท้อนการทำงานโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ จากการทำงานร่วมกันบนโจทย์พัฒนาการศึกษาสายอาชีพเพื่อการสร้างงาน สร้างอาชีพให้แก่กลุ่มผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ หนุนเสริม ‘การศึกษาสู่การมีงานทำ’ ผ่านการวิจัยและระดมทรัพยากรตลอดจนความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงผลักดันให้เกิดการรับรู้และยอมรับในศักยภาพและความสามารถของผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ อันเป็นหนึ่งแนวทางสร้างความเสมอภาคบนฐานของความแตกต่างหลากหลาย โดยใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือเปิดประตูโอกาสสร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิตผู้เรียน&nbsp;</p>



<p>โดยตลอดทั้งสามวัน นักศึกษาทุนผู้สำเร็จการศึกษาได้ทำกิจกรรม Workshop เตรียมความพร้อมสู่การมีงานทำ อาทิ การเสริมประสบการณ์การสัมภาษณ์งาน การรับฟังตัวแทนสถานประกอบการเกี่ยวกับความคาดหวังของผู้จ้างงานต่อพนักงาน อีกทั้งมีการตั้งบูธแนะนำสถานประกอบการและตำแหน่งงานต่าง ๆ รวมถึงเปิดรับสมัครและพิจารณารับนักศึกษาทุนฯ เข้าร่วมงานทันทีจากภาคเอกชนที่สนับสนุนการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาร่วมกับ กสศ. มาตั้งแต่เริ่มต้นอย่าง Café Amazon, บริษัท สยามมิชลิน จำกัด, เซ็นทรัลเรสตอรองส์กรุ๊ป และ สำนักจัดหางานจังหวัดชลบุรี</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-5 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="79367" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/05-ข่าว-มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา-นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง.jpg" alt="" class="wp-image-79367" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/05-ข่าว-มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา-นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/05-ข่าว-มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา-นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/05-ข่าว-มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา-นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/05-ข่าว-มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา-นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/05-ข่าว-มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา-นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="79368" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/04-ข่าว-มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา-นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง.jpg" alt="" class="wp-image-79368" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/04-ข่าว-มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา-นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/04-ข่าว-มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา-นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/04-ข่าว-มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา-นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/04-ข่าว-มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา-นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/04-ข่าว-มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา-นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-7 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="79371" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/02-ข่าว-มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา-นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง.jpg" alt="" class="wp-image-79371" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/02-ข่าว-มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา-นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/02-ข่าว-มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา-นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/02-ข่าว-มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา-นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/02-ข่าว-มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา-นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/02-ข่าว-มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา-นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="79372" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/03-ข่าว-มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา-นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง.jpg" alt="" class="wp-image-79372" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/03-ข่าว-มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา-นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/03-ข่าว-มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา-นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/03-ข่าว-มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา-นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/03-ข่าว-มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา-นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/03-ข่าว-มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา-นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p><strong>ผศ.ดร.ชนิศา ตันติเฉลิม</strong> <strong>หัวหน้าโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ จากคณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> กล่าวว่า งานในวันนี้มีเป้าหมายคือสร้างความสุขความประทับใจ และแสดงความยินดีกับการสำเร็จการศึกษาของนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ รุ่นที่ 3 ทั้งยังถือเป็น ‘โค้งสุดท้าย’ สำหรับการเอื้อให้เกิดคุณค่าที่จะติดตัวนักศึกษาทุกคนไปในโลกของการทำงาน นั่นคือความพร้อมที่จะช่วยให้ทุกคนแน่ใจว่า จะสามารถปรับตัวเข้ากับการทำงานในโลกปัจจุบันได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ebe68e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/06-ข่าว-มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา-นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ผศ.ดร.ชนิศา ตันติเฉลิม หัวหน้าโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ จากคณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“สิ่งสำคัญที่คณะทำงานจะช่วยให้น้อง ๆ ค้นพบ คือความเข้าใจตนเองว่ามีความชอบอะไร หรือทำอะไรได้ดี ซึ่งจะพาไปสู่ความมั่นใจ ภูมิใจ สร้างให้เกิดทักษะสังคมต่าง ๆ ในโลกการทำงาน โดยเป้าหมายของเราไม่ใช่แค่ ‘อยู่ได้’ แต่ทุกคนจะต้องอยู่ได้อย่างยืนยาว และเติบโตในอาชีพ ส่วนอีกประเด็นหนึ่งคือนักศึกษาทุนฯ ทุกคน จะเป็นกระบอกเสียงสำคัญ ที่จะทำให้สังคมไทยดีขึ้น โดยเฉพาะในฐานะครูการศึกษาพิเศษผู้ผลิตครูไปสอนเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เราต้องรู้ว่าผู้เรียนต้องการอะไร มีความคิด ความเชื่อ หรือปัญหาอุปสรรคอะไร แล้วสังคมก็จำเป็นต้องรับฟังและเรียนรู้จากเสียงเหล่านี้ให้ลึกที่สุด เพื่อค้นหาให้พบว่าการช่วยเหลือและการให้กำลังใจที่ตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของน้อง ๆ คืออะไร แม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อยอย่างห้องน้ำหรือทางลาดสำหรับผู้พิการ ไปจนถึงการทำความเข้าใจ การสื่อสาร หรือการมองเห็นว่ามีคนที่แตกต่างอยู่ร่วมกับพวกเราทุกคน สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้สังคมเราเปลี่ยนแปลงได้ทั้งหมด และยังจะทำให้คนที่ทำงานเกี่ยวข้องรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ต้องทำ วันนี้สิ่งที่คณะทำงานโครงการฯ ได้เปลี่ยนแปลงร่วมกันไปแล้ว คือการเกิดขึ้นของทัศนคติของการอยู่ร่วมกันแบบ ‘inclusive society’ (สังคมของคนทุกคน) ซึ่งภาพเหล่านี้จะค่อย ๆ ต่อกันเป็นจิ๊กซอว์ ที่มีน้อง ๆ นักศึกษาทุนเป็นชิ้นส่วนสำคัญ ที่จะช่วยสานฝันให้สังคมของเราดีขึ้นกว่านี้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5ef896"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/07-ข่าว-มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา-นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายพิษณุเวช โพธิ์เพ็ชร ผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานการศึกษาพิเศษอาชีวศึกษา สอศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายพิษณุเวช โพธิ์เพ็ชร</strong> <strong>ผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานการศึกษาพิเศษอาชีวศึกษา สอศ. </strong>กล่าวว่า ผลผลิตจากโครงการฯ คือการจุดประกายให้กับเยาวชนผู้มีความต้องการพิเศษ ว่าความมานะความพยายามคือต้นทางของความสำเร็จ โดยแม้ต้องผ่านปัญหาอุปสรรคมากมาย แต่สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงแค่บททดสอบหนึ่ง ก่อนที่นักศึกษาทุนฯ จะก้าวไปสู่ทางแยก 3 ทาง ที่มีทางเลือกแรกคือการเข้าทำงานในสถานประกอบการ ซึ่งหลายแห่งมาร่วมงานในวันนี้และพร้อมรับเข้าทำงานทันที ส่วนสองคือคนที่สนใจตั้งตัวเป็นผู้ประกอบการ ทางเครือข่ายยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการ ได้มีทุนตั้งต้นสำหรับการกู้เงินเพื่อประกอบธุรกิจให้กับนักศึกษาทุนฯ ในวงเงิน 40,000-120,000 บาท โดยไม่คิดดอกเบี้ย ผ่านสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์<em>จังหวัด</em> (<em>พมจ</em>.) หรือทางเลือกที่สามสำหรับผู้สนใจศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น สอศ. และ กสศ. จะเป็นผู้สนับสนุนผลักดันให้นักศึกษาเข้าถึงทุนการศึกษาในรูปแบบต่าง ๆ&nbsp;</p>



<p>“ความภาคภูมิใจที่เกิดขึ้นกับทุกฝ่าย ณ ตรงนี้ คือการส่งผ่านแนวคิดที่ว่า คนทุกคนล้วนมีความสำคัญกับสังคมของเรา เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่า มีศักยภาพ มีทัศนคติที่พร้อมพัฒนาเติบโต ซึ่งถ้าได้รับโอกาส ไม่ว่าใครก็ตามก็สามารถใช้การศึกษาเพื่อพาตัวเองไปสู่การมีงานทำได้ พึ่งพาตนเองได้ การตั้งศูนย์การศึกษาพิเศษในวันนั้น ได้พิสูจน์ให้เห็นผลสัมฤทธิ์แล้วว่าน้อง ๆ ทุกคนทำได้ เมื่อนักศึกษาผู้มีความต้องการพิเศษของเราเตรียมจบการศึกษาอีกรุ่นหนึ่ง และกำลังจะก้าวไปเป็นกำลังสำคัญของครอบครัว และแม้ว่าหลังจากนี้สิ่งที่น้อง ๆ จะได้เจออาจไม่ใช่เส้นทางที่ราบเรียบสมบูรณ์ เพราะแต่ละคนจะต้องเรียนรู้ปรับตัวเพื่อรับมือกับอุปสรรคปัญหาอีกมาก อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านั้นจะเป็นเพียงประสบการณ์ชีวิตที่หล่อหลอมให้ทุกคนเติบโต พัฒนาศักยภาพ และประสบความสำเร็จ เช่นเดียวกับที่ทุกคนแสดงให้เห็นแล้วในพิธีจบการศึกษาวันนี้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-33abe8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/10-ข่าว-มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา-นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</strong> ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ. กล่าวว่า ภาพที่เห็นในวันนี้ คือความเป็นนักสู้ของนักศึกษาทุกคน ทั้งในด้านการเรียน และการฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคในชีวิต ซึ่งถือเป็นความสำเร็จอีกขั้นหนึ่ง ก่อนที่ทุกคนจะก้าวไปสู่โลกของการทำงานต่อไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“เราไม่ได้พูดถึงแค่นักศึกษาทุนผู้มีความต้องการพิเศษ 107 คนในห้องนี้ หรือแค่จำนวนนักศึกษาทุนฯ ที่รวมกัน 5 รุ่น ราว 500 กว่าคน แต่ความสำคัญของงานที่ทุกฝ่ายร่วมกันทำ กำลังส่งไปถึงคนทุกช่วงวัยที่ต้องการการศึกษาพิเศษทั้งประเทศไทยราว 2 ล้านคน ซึ่ง&nbsp; 60% จบการศึกษาสูงสุดแค่ชั้นประถมศึกษา งานวันนี้จึงถือเป็นภาพตัวอย่างของความสำเร็จอีกขั้นหนึ่ง ที่น้อง ๆ เหล่านี้แสดงให้เห็น และแม้ว่าจำนวนนักศึกษาทุนฯ ต่อรุ่นของโครงการจะยังไม่มาก แต่การเติบโตของน้อง ๆ 107 คนในระยะเวลาสองปี ก็ทำให้เราเชื่อมั่นแล้วว่าการศึกษาสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตคนได้จริง นี่คือการพิสูจน์พลังที่อยู่ข้างในตัวเยาวชนทุกคน และสะท้อนไปถึงพลังของสังคมที่จะเข้ามาช่วยผลักดัน และลดทอนอุปสรรคของการเข้าถึงการเรียนรู้พัฒนาตนเอง อุปสรรคของการเข้าถึงการประกอบอาชีพ และเป็นสิ่งที่เราต้องช่วยกันทำงานต่อไป โดยมีน้อง ๆ เหล่านี้เป็นตัวแบบ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-31dded"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/09-ข่าว-มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา-นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการบริหาร กสศ.<br>และอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการศึกษา<br>ระดับสูงกว่าภาคบังคับ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ</strong> กรรมการบริหาร กสศ. และอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการศึกษาระดับสูงกว่าภาคบังคับ กล่าวว่า การสร้างและส่งต่อเยาวชนผู้มีความต้องการพิเศษเข้าไปสู่สังคมไม่ใช่เรื่องง่าย หลักการสำคัญไม่ใช่แค่มีทุนที่เป็นตัวเงิน แต่จำเป็นต้องมีหลายฝ่ายมาเกี่ยวข้อง เหนือไปกว่านั้น กสศ. มีข้อค้นพบว่า เยาวชนผู้มีความต้องการพิเศษที่จบการศึกษาระดับ ปวส. จะสามารถพาครอบครัวให้พ้นไปจากความยากจนข้ามรุ่นได้สำเร็จ โอกาสครั้งนี้จึงเป็นรากฐานสำคัญของทั้งตัวนักศึกษา และต่อแนวทางการพัฒนาการศึกษาสำหรับผู้มีความต้องการพิเศษต่อไป</p>



<p>“ลักษณะพิเศษของเยาวชนกลุ่มนี้คือความพยายาม ความอดทน ความตั้งใจที่จะต่อสู้ฝ่าฟันกับปัญหา มีพลังของการเรียนรู้หรือ Growth Mindset ที่คอยผลักดันให้ก้าวไปข้างหน้า และนั่นคือสิ่งที่ กสศ. จะเป็นฝ่ายสนับสนุนให้เส้นทางพัฒนาตนเองทอดยาวออกไปไม่สิ้นสุด ที่สำคัญคือเราต้องขอบคุณคณาจารย์จากทุกสถาบัน ที่เป็นทั้งผู้ค้นพบ สร้างกำลังใจ และเชื่อมโยงน้อง ๆ ให้ไปถึงแหล่งทุน แสดงถึงหัวใจของความเป็นครูที่ทุ่มเททำงานอยากให้ศิษย์ประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ครอบครัวก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่หากมีทัศนคติเชิงบวกอยากให้ลูกหลานได้รับการศึกษา ก็จะทำให้เด็กก้าวเดินอย่างมั่นใจยิ่งขึ้น และที่ขาดไม่ได้ที่จะต้องขอบคุณ คือผู้ประกอบการภาคเอกชน ที่มีนโยบายเห็นความสำคัญของการรับผู้มีความแตกต่างหลากหลายเข้าทำงาน นี่เป็นบทพิสูจน์ว่าไม่ว่าใครก็ตามที่มีศักยภาพ เขาจะสามารถทำงานและพัฒนาตนเองต่อไปได้ โดยจากบทเรียนความร่วมมือนี้ กสศ. จะพยายามสร้างเครือข่ายความร่วมมือให้ขยายออกไปมากขึ้น”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-aacbcb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/13-ข่าว-มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา-นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้านตัวแทน นักศึกษาทุนฯ ที่จบการศึกษาเป็นรุ่นที่ 3 ในปีนี้ ได้กล่าวถึงโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพซึ่งเชื่อมต่อไปถึงการทำงาน</p>



<p>โดย <strong>นายคมชาญ แดนกาไสย </strong>นักศึกษาทุนฯ ผู้พิการทางการได้ยิน จากวิทยาลัยสารพัดช่างสุรินทร์ กล่าวว่า ปัญหาจากรายได้ครอบครัวที่ไม่เพียงพอ ทำให้เกือบไม่ได้ศึกษาต่อหลังจบ ม.6 จนเมื่อได้เข้ามาเป็นนักศึกษาทุนที่วิทยาลัยสารพัดช่าง จึงตั้งใจเรียนได้อย่างเต็มที่ ส่วนการอยู่ร่วมกับเพื่อนในวิทยาลัยก็ช่วยเรื่องการเรียนรู้ปรับตัวเข้าสังคม จนขึ้นชั้น ปวส.2 การเป็นนักศึกษาทุน กสศ. ผนวกกับแนวทางการจัดการเรียนรู้ของสถาบัน ที่มีการเชื่อมต่อโอกาสให้ได้เรียนรู้และฝึกงานที่ Café Amazon ทำให้เริ่มมองเห็นว่าตนเองจะไปทางไหนต่อได้เมื่อจบการศึกษา โดยหลังจากเรียนและฝึกงานมาเป็นเวลา 1 ปีจนจบการศึกษาชั้น ปวส. ทาง Café Amazon ได้รับเข้าทำงาน และจะเริ่มงานในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c18b70"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/12-ข่าว-มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา-นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ผมคิดว่าการได้ทดลองงานทำให้เราเห็นโลกของการทำงานมากขึ้น ลดความตื่นเต้น ความประหม่า ความไม่มั่นใจต่าง ๆ การทำงานทุกวันช่วยให้เราจำสูตรการชงกาแฟ เรียนรู้ทักษะการบริการลูกค้า และปฏิบัติงานได้โดยไม่มีความกังวล สามารถพัฒนาตัวเองและทำงานได้ดีขึ้น อีกทั้งการที่เห็นว่าตัวเองทำได้และเกิดความชอบในงานที่ทำ ทำให้เราเห็นเส้นทางประกอบอาชีพในอนาคต ภูมิใจในตัวเองได้ทั้งในการเรียนจนจบการศึกษา และยิ่งภูมิใจมากขึ้นเมื่อเห็นว่าการศึกษาพาเราไปสู่การทำงานได้จริง ๆ”</p>



<p><strong>นายวรพงษ์ ไชยกันต์ </strong>นักศึกษาทุนฯ ผู้มีความบกพร่องทางการมองเห็น<strong> </strong>จากวิทยาลัยสารพัดช่างเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัญหาด้านสายตาทำให้ไม่สามารถเรียนหนังสือได้เต็มที่ เมื่อเรียนจนจบ ม.6 จึงยังไม่รู้ว่าตนเองต้องเลือกเรียนต่อในสาขาใด จนหลังมาเจอกับวิทยาลัยสารพัดช่างเชียงใหม่ ได้เข้าเรียนในสาขาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัลในฐานะนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง จึงเริ่มค้นพบว่าตนเองชอบด้านการออกแบบ และคอมพิวเตอร์กราฟิก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7647a6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/11-ข่าว-มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา-นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-14f694"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/08-ข่าว-มอบเกียรติบัตรจบการศึกษา-นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ผมพบว่าการได้ทำในสิ่งที่ชอบทำให้เรามีความสุข จุดเปลี่ยนสำคัญคือตอนที่ขึ้นปีสองได้โอกาสไปฝึกงานที่สำนักงานสรรพากรเชียงใหม่ เขต 1 ได้รับผิดชอบงานเกี่ยวกับระบบข้อมูลและงานประชาสัมพันธ์ ผมมาพบอีกว่าการได้นำความรู้จากที่เรียนในวิทยาลัยมาปรับใช้ จนผู้ใหญ่ในที่ทำงานและเพื่อนร่วมงานยอมรับ ทำให้รู้สึกดีใจ ว่าตนเองสามารถทำงานได้ในมาตรฐานเดียวกับคนทั่วไป ต่อมาหลังฝึกงานเสร็จ ผมก็เอาความรู้จากที่ทำงานมาต่อยอดด้วย จนวันนี้ผมเรียนจบแล้วและได้งานทำทันทีที่สำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด สภากาชาดไทย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งงานก็ทำให้ผมได้ข้อค้นพบอีกหนึ่งอย่างว่า หัวหน้างานหรือเพื่อนร่วมงาน เขาไม่ได้มองว่าเราเป็นคนพิการหรือมีความแตกต่างใด ๆ ตราบที่คุณภาพงานของเราอยู่ในมาตรฐานเดียวกัน หรือสูงกว่างานที่คนอื่น ๆ ทำได้ นั่นทำให้ผมต้องพยายามในทุก ๆ วันเพื่อเรียนรู้ เพื่อรับผิดชอบงานและพัฒนาตนเองยิ่งขึ้นไป แล้วเมื่อผมทำได้ ก็รู้สึกภูมิใจว่าตัวเราไม่ได้ด้อยค่าไปกว่าใคร ๆ เลย”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-310324/">ยินดี นศ.ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงเพื่อผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ สำเร็จการศึกษารุ่นที่ 3</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“Digital Family Card” แพลตฟอร์มอัจฉริยะ เพื่อเข้าถึงสวัสดิการการศึกษาและคุณภาพชีวิตของประเทศคาซัคสถานถึงประเทศไทย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-190324/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 Mar 2024 09:51:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[พม. SMART]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณรัฐคาซัคสถาน]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.นพ.ดร.ศุภสิทธิ์ พรรณารุโณทัย]]></category>
		<category><![CDATA[ดมิทรี มุน]]></category>
		<category><![CDATA[วิทาลี อเล็กซานดรอฟ]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Family Card]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=78764</guid>

					<description><![CDATA[<p>คาซัคสถานตระหนักถึงพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-190324/">“Digital Family Card” แพลตฟอร์มอัจฉริยะ เพื่อเข้าถึงสวัสดิการการศึกษาและคุณภาพชีวิตของประเทศคาซัคสถานถึงประเทศไทย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>คาซัคสถานตระหนักถึงพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัล ได้เปิดตัวโครงการริเริ่มที่เรียกว่า <strong>Digital Family Card (DFC)</strong> เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลและเพิ่มศักยภาพให้กับกลุ่มผู้เปราะบาง โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท แพลตฟอร์มนวัตกรรมนี้เปิดตัวท่ามกลางกระแสการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อใช้ประโยชน์จากทรัพยากรดิจิทัลเพื่อการยกระดับสภาพความเป็นอยู่ของประชาชน</p>



<p>เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2567 <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> ได้จัดสัมมนาออนไลน์ที่ให้ข้อมูลเชิงลึกจากวิทยากรหลัก 3 ท่าน ได้แก่ <strong>คุณวิทาลี อเล็กซานดรอฟ</strong> เลขานุการเอก สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐคาซัคสถานประจำราชอาณาจักรไทย <strong>คุณดมิทรี มุน</strong> รองประธานคณะกรรมการ National Information Technologies JSC และ <strong>ศ.นพ.ดร.ศุภสิทธิ์ พรรณารุโณทัย</strong> ประธานมูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ (มศธส.) โดยมี <strong>คุณธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</strong> ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้ กสศ. รับหน้าที่ดำเนินรายการ และ <strong>คุณพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน</strong> ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. เป็นประธานการสัมมนา</p>



<p><strong>คุณธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</strong> เกริ่นนำถึงบริบทของคาซัคสถาน ซึ่งจัดอยู่อันดับที่ 28 ของโลกตามดัชนี UN E-Government โดยเฉพาะความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมดิจิทัล และความสำเร็จในการบูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ภาครัฐ เพื่อส่งเสริมและส่งมอบบริการต่าง ๆ ให้กับพลเมืองของตนผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ หนึ่งในพัฒนาการด้านดิจิทัลของคาซัคสถานคือโครงการ Digital Family Card ที่เน้นการมอบความช่วยเหลือเชิงรุกให้กับประชากรกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท โครงการนี้ใช้ตัวบ่งชี้ที่ครอบคลุมมิติที่หลากหลายเพื่อประเมินและจัดการกับความท้าทายต่าง ๆ ที่ครอบครัวเหล่านี้ประสบอยู่</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ad6ccf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/ธันว์ธิดา-วงศ์ประสงค์-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption"><strong>คุณธันว์ธิดา วงศ์ป</strong>ร<strong>ะสงค์</strong> ผอ.สำนักนวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-43f97a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/คุณวิทาลี-อเล็กซานดรอฟ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">คุณวิทาลี อเล็กซานดรอฟ เลขานุการเอก สถานเอกอัครราชทูต<br>สาธารณรัฐคาซัคสถานประจำราชอาณาจักรไทย</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>คุณวิทาลี อเล็กซานดรอฟ</strong> กล่าวถึงศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก อันเป็นผลจากการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของประเทศในวงกว้าง และย้ำถึงความสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคมของนวัตกรรมดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาแพลตฟอร์ม e-government ในคาซัคสถาน ซึ่งเป็นโซลูชันที่ครบวงจร ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ผ่านโทรศัพท์มือถือ ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานต่าง ๆ อาทิ การยื่นเรื่องร้องเรียนที่จะได้รับการตอบสนองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในกรอบเวลา 14 วัน การประเมินการให้บริการของรัฐ และการขอใบอนุญาตต่าง ๆ แนวทางที่ได้รับการปรับปรุงนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดเวลาในการดำเนินการและบูรณาการการทำงานของกระทรวงต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงให้กับประชาชน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-97676f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/20240320_Digital-Family-Card-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หัวใจของแพลตฟอร์ม Digital Family Card อยู่ที่ใช้ตัวบ่งชี้ 80 รายการที่ครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ เช่น สถานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว สถานภาพความเป็นอยู่ และสภาพโดยรวม แพลตฟอร์มนี้ใช้อัลกอริธึมขั้นสูงที่สามารถประเมินสถานการณ์ของครอบครัวได้โดยอัตโนมัติ สามารถระบุปัญหาที่เกี่ยวข้องและเสนอความช่วยเหลือเชิงรุกที่เหมาะสม กระบวนการเหล่านี้ดำเนินไปโดยแพลตฟอร์ม จึงขจัดขั้นตอนที่ผู้ที่เดือดร้อนจะต้องทำเรื่องขอรับความช่วยเหลือด้วยตนเองทำให้เกิดความคล่องตัว และเพิ่มประสิทธิภาพในการตอบสนองความต้องการของประชากรกลุ่มเปราะบางได้อย่างตรงเป้า</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5d0265"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/20240320_Digital-Family-Card-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5d5481"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/คุณดมิทรี-มุน.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">คุณดมิทรี มุน รองประธานคณะกรรมการ<br>National Information Technologies (JSC)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>คุณดมิทรี มุน</strong> <strong>รองประธานคณะกรรมการ National Information Technologies (JSC)</strong> ได้กล่าวถึงเส้นทางการพัฒนาของคาซัคสถานสู่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่ครอบคลุมประชากรทุกกลุ่ม โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่แพลตฟอร์ม Digital Family Card (DFC) ซึ่งเป็นโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วยฐานข้อมูลมหาศาล (Smart Data Ukimet) เป็นการปฏิวัติการกำกับดูแล จัดการกับความท้าทายต่างๆ เช่น การเป็นเจ้าของข้อมูลที่กระจัดกระจายในแต่ละหน่วยงาน อุปสรรคของระบบราชการ ด้วยการออกกฎหมายกำกับดูแลข้อมูลที่ครอบคลุมและการแต่งตั้งผู้ดำเนินการข้อมูล คาซัคสถานตั้งเป้าที่จะบรรลุการบูรณาการข้อมูลที่ราบรื่นทั่วทุกหน่วยงานของรัฐ</p>



<p><strong>คุณดมิทรี</strong> ยังกล่าวถึงบทบาทสำคัญของกฎระเบียบการเข้ารหัสเพื่อรับรองความปลอดภัยของข้อมูลและความเป็นส่วนตัว ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีโอเพ่นซอร์สมาใช้ร่วมกับกระบวนการบูรณาการที่เรียบง่ายเพื่อปรับปรุงความลื่นไหลของงาน เขาชี้ถึงผลสัมฤทธิ์ของ Digital Family Card ในการส่งมอบบริการจากรัฐด้วยความโปร่งใสและตรงเป้าหมาย ด้วยการแปลงข้อมูลครอบครัวกว่า 6 ล้านครอบครัวให้เป็นข้อมูลดิจิทัล และใช้อัลกอริธึมขั้นสูงในการจำแนกครอบครัวออกเป็น 5 ระดับเพื่อให้บริการเชิงรุก เช่น การตรวจสอบและส่งการแจ้งเตือนอัตโนมัติไปยังผู้รับบริการโดยตรง ซึ่งช่วยเสริมประสิทธิภาพและความเท่าเทียมในการกระจายทรัพยากร และสุดท้ายยังเน้นถึงศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงของการกำกับดูแลที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ซึ่งสื่อถึงอนาคตที่สดใส มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และครอบคลุม ในบริบทต่าง ๆ ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมของคาซัคสถาน</p>



<p>ประเทศไทยเองมีความก้าวหน้าทางดิจิทัลโดยวัดจากการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ของครัวเรือน การพัฒนาแพลตฟอร์ม เช่น พม. SMART แอปพลิเคชัน และ ESS Help Me สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับการบริการสาธารณะ</p>



<p><strong>ศ.นพ.ดร.ศุภสิทธิ์</strong> กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการริเริ่มด้านดิจิทัลของประเทศไทย โดยอ้างถึงความจำเป็นในการปรับปรุงการดำเนินงานของรัฐบาลและรวบรวมข้อมูลของประชาชน “เราไม่ได้ต้องการพัฒนาแอปพลิเคชันขึ้นมาอีกเนื่องจากปัจจุบันก็มีแอปพลิเคชั่นจำนวนมากอยู่แล้ว แต่หน่วยงานภาครัฐมักขาดการประสานงานในส่วนของข้อมูล”&nbsp;</p>



<p>ปัญหาดังกล่าวทำให้ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง (รัฐ และองค์กรเอกชน) ไม่มีข้อมูลที่ดีพอในการแก้ปัญหา ให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนกลุ่มเปราะบาง (เด็กและเยาวชน สตรีและครอบครัว ผู้พิการ ผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ เป็นต้น) ดังนั้น จึงจำเป็นที่เราต้องมีฐานข้อมูลดิจิทัลแบบครบวงจรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ “พม. SMART” แอปพลิเคชัน จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อปรับปรุงแก้ไขปัญหาการบันทึกข้อมูลที่ซ้ำซ้อน และความไม่เชื่อมโยงกันของข้อมูลทางสังคม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5f482d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/ศ.นพ.ดร.ศุภสิทธิ์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศ.นพ.ดร.ศุภสิทธิ์ พรรณารุโณทัย ประธาน มศธส.</figcaption></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a76e9c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/20240320_Digital-Family-Card-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โครงการ พม. SMART แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ในการพัฒนาและวิธีการที่มีความคล่องตัว โดยมุ่งเป้าไปที่การอำนวยความสะดวกในการนำไปใช้และการขยายผล แตกต่างจากแนวทางดั้งเดิมที่เน้นไปที่เด็ก เยาวชน และครอบครัวเพียงอย่างเดียว พม. SMART ได้ขยายขอบเขตเพื่อครอบคลุมประชากรกลุ่มเปราะบางอื่น ๆ ทั้งยังคำนึงถึงความยั่งยืนโดยเน้นการลดการใช้กระดาษและการดำเนินงานที่รวดเร็วผ่านทีมงานสหวิชาชีพ ใช้กรอบแนวทางการประเมินเชิงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถเข้าถึงทรัพยากรที่มีศักยภาพจากหน่วยงานภาครัฐที่หลากหลาย โดยเฉพาะในบริบทของประเทศที่กำลังพัฒนาภายใต้งบประมาณที่จำกัด การใช้ข้อมูลเพื่อการดูแลประชากรกลุ่มเปราะบาง จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้ กล่าวคือ “พม. SMART” แอปพลิเคชันจะช่วยให้ข้อมูลเพื่อใช้ในการวินิจฉัยให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง หรือผู้ประสบปัญหาทางสังคมได้อย่างถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น คาดว่าการใช้ประโยชน์จากข้อมูล พม. SMART อย่างจริงจังจะนำไปสู่ความสำเร็จในอนาคตในวงกว้างทั่วประเทศ โดยเฉพาะระบบจ่ายเงินตามกลุ่มปัญหาสังคมของกลุ่มเปราะบางซ้ำซ้อน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-383083"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0319_ข่าว-56_PHOTO5.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">คุณพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>แม้ว่าคาซัคสถานและไทยจะใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างกันในความพยายามในการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล แต่ก็มีวัตถุประสงค์ร่วมกัน นั่นคือการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดข้อผิดพลาด ปรับปรุงความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และส่งมอบบริการสำคัญให้กับประชากรของตน ไม่ว่าจะเป็นคำแนะนำทางกฎหมายหรือส่งมอบความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน ความพยายามเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการไม่แบ่งแยกและการเสริมศักยภาพในโลกดิจิทัลที่เพิ่มมากขึ้น <strong>คุณพัฒนะพงษ์</strong> กล่าวสรุป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-190324/">“Digital Family Card” แพลตฟอร์มอัจฉริยะ เพื่อเข้าถึงสวัสดิการการศึกษาและคุณภาพชีวิตของประเทศคาซัคสถานถึงประเทศไทย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
