<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ทุนการศึกษา | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 29 May 2026 07:07:22 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ทุนการศึกษา | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>จากเด็กทุนเสมอภาค จ.น่าน สู่ทุน ODOS รุ่นแรก ที่ประเทศอังกฤษ ‘อิ่ม’ เลือกเรียนสิ่งแวดล้อม เพื่อกลับมาปกป้องลมหายใจของบ้านเกิด</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-290526/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 May 2026 06:47:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[หลักประกันโอกาสทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ODOS]]></category>
		<category><![CDATA[ทุน ODOS]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[เอกหทัย ญาณะนันท์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=102722</guid>

					<description><![CDATA[<p>“หนูมาจากจังหวัดน่าน ที่ทุกปีจะมีฤดูแล้งโหดร้ายมาก ฝุ่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-290526/">จากเด็กทุนเสมอภาค จ.น่าน สู่ทุน ODOS รุ่นแรก ที่ประเทศอังกฤษ ‘อิ่ม’ เลือกเรียนสิ่งแวดล้อม เพื่อกลับมาปกป้องลมหายใจของบ้านเกิด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“หนูมาจากจังหวัดน่าน ที่ทุกปีจะมีฤดูแล้งโหดร้ายมาก ฝุ่นหนาคลุมเมืองจนอยู่ในบ้านก็ยังไม่ปลอดภัย แล้วความเปลี่ยนแปลงนี้ก็กำลังหนักขึ้น เหตุผลนี้ทำให้เราตั้งใจอยากเรียนด้านสิ่งแวดล้อม การได้ไปเรียนต่อครั้งนี้ หนูจึงบอกตัวเองว่าจะพยายามเต็มที่ เพื่อหาหนทางกลับมาทำให้บ้านเราน่าอยู่เหมือนเดิมให้ได้”&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>‘อิ่ม’ เอกหทัย ญาณะนันท์</strong> อดีตนักเรียนทุนเสมอภาคของ กสศ. ตั้งแต่ช่วงมัธยมศึกษาตอนต้น เล่าถึงเป้าหมายในชีวิตของเธอ ระหว่างเตรียมตัวเดินทางไปศึกษาต่อที่ Lancaster University ประเทศอังกฤษ ในสาขา STEM ด้าน Environmental Science ผ่านโครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ หรือ ODOS รุ่นแรก</p>



<p>อิ่มเพิ่งสำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม (SMTE) โรงเรียนสตรีศรีน่าน โดยเส้นทางการเรียนรู้ของเธอเติบโตขึ้นท่ามกลางวิกฤตฝุ่นควันที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนในพื้นที่รุนแรงขึ้นทุกปี จนกลายเป็นแรงผลักสำคัญที่ทำให้เธอเลือกศึกษาต่อด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม เพื่อกลับมาแก้ปัญหาให้บ้านเกิดของตัวเองในอนาคต</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/04-5.jpg" alt="" class="wp-image-102723" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/04-5.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/04-5-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘อิ่ม’ เอกหทัย ญาณะนันท์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p><strong>Environmental Science</strong> หรือ <strong>วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม</strong> เป็นศาสตร์ที่บูรณาการองค์ความรู้หลายแขนง ทั้งเคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ และธรณีวิทยา เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ มุ่งทำความเข้าใจระบบนิเวศ ประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงพัฒนาแนวทางจัดการมลพิษและทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน</p>



<p>ส่วน <strong>‘ODOS’</strong> หรือ Outstanding Development Opportunity Scholarship คือทุนรัฐบาลที่มุ่งเปิดโอกาสให้เยาวชนที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะในสาขา STEM และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ได้ก้าวข้ามข้อจำกัดทางเศรษฐกิจและการเข้าถึงการศึกษา เพื่อไปศึกษาต่อในสถาบันคุณภาพสูงทั้งในและต่างประเทศ และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/02-7.jpg" alt="" class="wp-image-102724" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/02-7.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/02-7-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/02-7-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/02-7-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/02-7-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“เรากำลังเจอผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมมากขึ้นทุกปี ไม่ว่าจะที่เกิดจากธรรมชาติเอง หรือการกระทำของมนุษย์ ซึ่งการจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นคงไม่อาจทำสำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียว หรือแค่คนกลุ่มเดียว แต่เราก็เชื่อมั่นว่าถ้าได้โอกาสไปเรียนรู้ในสถาบันที่มีชื่อเสียงระดับโลก ในด้านการเรียนการสอนและวิจัยเกี่ยวกับด้านสิ่งแวดล้อมโดยตรง จะทำให้เรามีวิธีคิด มีเครื่องมือ หรือมีบทเรียนต้นแบบ ที่จะเอามาปรับใช้ทั้งเชิงนโยบายและภาคปฏิบัติ เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนตระหนักถึงปัญหา และช่วยกันทำให้วิกฤตบรรเทาลงได้ &#8230;เพราะที่นี่คือบ้านของเรา คือเมืองของทุกคน ถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไป ในอนาคตเราอาจจะอาศัยอยู่กันไม่ได้แล้ว”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>อิ่มเล่าด้วยความมุ่งมั่น ก่อนกล่าวขอบคุณ “โอกาส” ที่คอยผลักดันและประคับประคองเด็กธรรมดาคนหนึ่ง ให้กล้าฝัน กล้าพยายาม และกล้าตัดสินใจเดินทางไปยังสถานที่ที่ “ไม่รู้จักอะไรเลย” เพื่อเก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์ กลับมาดูแลบ้านเกิดของตัวเอง ให้ผู้คนได้กลับมาหายใจอย่างเต็มปอดอีกครั้ง&nbsp;</p>



<p>“หนูคิดมาตลอดว่า กว่าจะผ่านช่วง ม.ต้น มาถึง ม.ปลาย จนมาอยู่ตรงจุดนี้ ทั้งหมดเกิดขึ้นได้เพราะโอกาสที่พยุงเราไว้เมื่อวันนั้น”</p>



<p>อิ่มย้อนเล่าถึงช่วงชีวิตในวัยมัธยม ที่แม้จะตั้งใจเรียนและเชื่อมั่นในเป้าหมายของตัวเองมากแค่ไหน แต่ข้อจำกัดด้านทุนทรัพย์ก็ทำให้เธอรู้สึกเสมอว่า ความฝันอาจอยู่ไกลเกินเอื้อม กระทั่งวันหนึ่งในช่วง ม.ต้น ครูได้แจ้งว่าเธอได้รับ <strong>“</strong><a href="https://www.eef.or.th/fund/support-poor-students/" target="_blank" rel="noopener" title=""><strong>ทุนเสมอภาค</strong></a><strong>”</strong> ของ กสศ. ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต</p>



<p>“ทุกเทอม หนูรับรู้มาตลอดว่าที่บ้านพยายามมากแค่ไหนเพื่อส่งเราเรียน ยิ่งเรียนสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายก็ยิ่งเพิ่มขึ้น จนบางครั้งหนูไม่แน่ใจเลยว่าจะได้เรียนต่อถึงชั้นไหน แต่วันหนึ่งตอน ม.ต้น ครูก็บอกว่าเราได้ทุนเสมอภาคของ กสศ. จากนั้นชีวิตหนูก็เปลี่ยนไปเลย หนูมีทุนช่วยเรื่องการเรียน มีค่าอาหารกลางวัน มีเงินซื้อหนังสือ ทำให้การเรียนกลับกลายเป็นสิ่งที่วางแผนต่อได้ เหมือนจุดเล็ก ๆ ตรงนั้น ค่อย ๆ ต่อยอดเรามาจนถึง ม.ปลาย และมาถึงทุน ODOS ในวันนี้”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/03-6.jpg" alt="" class="wp-image-102725" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/03-6.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/03-6-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/03-6-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/03-6-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/03-6-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>อิ่มยังเล่าถึงความประทับใจ เมื่อพบว่าเส้นทางการศึกษาของเธอไม่ได้เป็นเรื่องบังเอิญ เพราะในใบสมัครทุน ODOS มีการระบุชัดเจนถึงความตั้งใจที่จะเปิดโอกาสให้กับนักเรียนทุนเสมอภาค ซึ่งทำให้เธอรู้สึกว่า “ทุนเล็ก ๆ” ที่เคยช่วยประคับประคองเด็กคนหนึ่งไว้ในระบบการศึกษา กำลังกลายเป็น “สะพานโอกาส” ที่พาเธอไปได้ไกลกว่าเดิม</p>



<p>“ตอนสมัครทุน ODOS เราเห็นว่าทุนนี้ตั้งใจจริง ๆ เพื่อเปิดโอกาสสำหรับเด็กที่มาจากทุนเสมอภาค ก็แอบประหลาดใจว่าทุนหนึ่งที่เคยได้ กำลังพาเราไปไกลขึ้น และโอกาสตรงนี้ไม่ได้จะเปลี่ยนแค่ชีวิตเราคนเดียว เพราะพอมองถึงทุน ODOS ที่เราเชื่อว่าเพื่อน ๆ ทุกคนก็มีเป้าหมายในใจเช่นกัน ว่าจะเอาความรู้ความสามารถกลับมาพัฒนาบ้านของเรา<br>“หนูจึงคิดว่าทุนการศึกษา คือสิ่งที่เติมเต็มความหมายของคำว่า ‘สะพานโอกาส’ อย่างเต็มที่สำหรับเด็ก ๆ มากมายที่เคยไม่กล้าคิดถึงการเรียนในระดับสูง ด้วยเพราะความห่างไกล ความขาดแคลนทุนทรัพย์ แต่ตอนนี้เรากลับมีทุนที่พร้อมสนับสนุนให้คนที่มีศักยภาพด้านวิศวกรรม ชีววิทยา วิทยาศาสตร์เคมี สิ่งแวดล้อม และอีกหลายสาขา ให้ได้เรียนต่อจนสุดทาง ซึ่งมันคือโอกาสสำคัญจริง ๆ ของการพัฒนาประเทศ”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/01-8.jpg" alt="" class="wp-image-102726" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/01-8.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/01-8-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/01-8-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/01-8-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/01-8-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ก่อนเดินทางไปศึกษาต่อ อิ่มได้เข้าร่วมค่ายกิจกรรมเตรียมความพร้อมสำหรับนักเรียนทุน ODOS ซึ่งจัดขึ้นเพื่อช่วยให้นักเรียนรับมือกับสภาพแวดล้อมใหม่ ลดความกังวลเรื่องการปรับตัว และเป็นพื้นที่สร้างความทรงจำร่วมกัน ก่อนแต่ละคนจะแยกย้ายไปตามเส้นทางการเรียนรู้ของตัวเองในต่างประเทศ&nbsp;</p>



<p>“การมาค่ายครั้งนี้เป็นเวลาสั้น ๆ แต่ทำให้เราเติบโตขึ้นมากมาย ที่สำคัญคือช่วยลดความกังวลก่อนเดินทางไปเรียน เพราะเราทุกคนต่างต้องเจอสิ่งแวดล้อมใหม่ทั้งหมด ฉะนั้นจึงต้องช่วยกันเติมกำลังใจ และย้ำเตือนกันไม่ให้ลืมโฟกัสว่าเป้าหมายของการไปครั้งนี้คืออะไร&nbsp;</p>



<p>“&#8230;และสำหรับผู้ใหญ่ทุกท่านที่มีส่วนทำให้เกิดทุน ODOS หนูอยากบอกว่า ขอบคุณ และสัญญาว่าจะเปลี่ยนแปลงโอกาสที่ได้รับให้เกิดคุณค่ามากที่สุด ทั้งต่อตัวเอง ต่อน้อง ๆ รุ่นต่อไป และต่อบ้านเมืองของเราดังเป้าหมายที่ตั้งไว้ในวันนี้ค่ะ”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-290526/">จากเด็กทุนเสมอภาค จ.น่าน สู่ทุน ODOS รุ่นแรก ที่ประเทศอังกฤษ ‘อิ่ม’ เลือกเรียนสิ่งแวดล้อม เพื่อกลับมาปกป้องลมหายใจของบ้านเกิด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จากเด็กทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ก้าวสู่ทุน ODOS รุ่นแรก บนเส้นทางสู่ออสเตรเลีย ‘ก้อง’ ฝันพาไทยขึ้นขบวนเทคโนโลยีโลก</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-280526/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 May 2026 08:10:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรี]]></category>
		<category><![CDATA[ออสเตรเลีย]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ODOS]]></category>
		<category><![CDATA[พนต์พิพัฒน์ กันฉาย]]></category>
		<category><![CDATA[แผนกอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[วิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=102679</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ตอนจบ ม.ต้น ชีวิตผมไม่มีอะไรแน่นอนเลย แค่ได้ทุนเรียน ป [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-280526/">จากเด็กทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ก้าวสู่ทุน ODOS รุ่นแรก บนเส้นทางสู่ออสเตรเลีย ‘ก้อง’ ฝันพาไทยขึ้นขบวนเทคโนโลยีโลก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ตอนจบ ม.ต้น ชีวิตผมไม่มีอะไรแน่นอนเลย แค่ได้ทุนเรียน ปวช. ก็คือที่สุดแล้ว เรื่องเรียนต่อต่างประเทศนี่บอกได้ว่าเกินเอื้อมครับ แต่ใครจะรู้ว่าโอกาสที่ส่งต่อมาจากตรงนั้น กำลังจะพาผมไปถึงจุดที่เคยเป็นแค่ความฝันแล้วในวันนี้”</p>



<p><strong>‘ก้อง’ พนต์พิพัฒน์ กันฉาย </strong>นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง รุ่นที่ 5 ของ กสศ. ระดับ ปวช. แผนกอิเล็กทรอนิกส์ วิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรี พูดถึงเส้นทางการศึกษาที่ครั้งหนึ่งเขาไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นได้จริง เพราะปลายปีนี้ ก้องกำลังจะเดินทางไปศึกษาต่อสาขาวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ (Mechatronics Engineering) ณ สถาบันชั้นนำที่ประเทศออสเตรเลีย ในฐานะผู้ได้รับ ‘ทุน ODOS รุ่น 1’ หรือทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศของรัฐบาล&nbsp;</p>



<p>เหตุผลที่เขาเลือกออสเตรเลีย เพราะที่นั่นคือแหล่งรวมสถาบันด้านวิศวกรรมศาสตร์ระดับแนวหน้า ซึ่งเขาเชื่อว่าจะเป็นพื้นที่สำคัญในการต่อยอดความฝันครั้งใหญ่ นั่นคือการนำความรู้และประสบการณ์กลับมาช่วยพัฒนาประเทศไทยด้านนวัตกรรม ให้สามารถก้าวทันประเทศชั้นนำของโลกได้&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ผมเชื่อว่าประเทศไทยมีศักยภาพสูงพอ โดยเฉพาะต้นทุนเรื่องบุคลากร ยิ่งเรียนสายอาชีพทำให้ผมเห็นว่ารอบตัวล้วนเต็มไปด้วยคนมีความสามารถ แต่ที่ผ่านมายังขาดการผลักดันมากพอเพื่อไปสู่การแข่งขันระดับนานาชาติ</p>



<p>“ในฐานะนักเรียนทุน ODOS รุ่นแรกที่กำลังจะได้ไปเรียนต่อต่างประเทศด้วยทุนรัฐบาล ผมตั้งใจจะใช้โอกาสนี้อย่างคุ้มค่า พาตัวเองไปเก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์จากสถาบันที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกด้านการผลิตกำลังคนสายวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ แล้วเอาทุกอย่างที่ได้รับกลับมาพัฒนาประเทศไทย ให้มีศักยภาพพอจะร่วมขบวนรถไฟแห่งเทคโนโลยี ไปพร้อมกับประเทศอื่น ๆ ได้โดยไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-03.jpg" alt="" class="wp-image-102683" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-03.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-03-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-03-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-03-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-03-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘ก้อง’ พนต์พิพัฒน์ กันฉาย</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ก่อนจะเดินหน้าไปสู่ความฝัน ก้องชวนย้อนกลับไปมองจุดเริ่มต้นของตัวเอง เพื่อสะท้อนว่า ‘ฝันยิ่งใหญ่’ ในวันนี้ อาจไม่มีวันเกิดขึ้น หากวันนั้นไม่มีใครยื่นโอกาสแรกเข้ามา ในช่วงเวลาที่เขายังไม่แน่ใจเลยว่าเส้นทางการเรียนรู้ของตัวเองจะไปได้ไกลแค่ไหน</p>



<p>เพียงไม่กี่ปีก่อน ตอนเรียนอยู่ชั้น ม.3 ก้องยังมองตัวเองเป็นเด็กที่มีผลการเรียนระดับปานกลาง ไม่มีฝันหรือเป้าหมายแน่ชัด จนวันที่เริ่มคิดว่าอยากมีทักษะอาชีพเพื่อดูแลครอบครัว เด็กที่เคยเรียนปานกลางคนนั้น จึงเริ่มตั้งใจเปลี่ยนตัวเอง และมองหาเส้นทางที่จะช่วยให้ไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น นั่นคือ <strong>‘การเรียนสายอาชีพ’</strong></p>



<p>“ตั้งแต่ ม.ต้น ผมเรียนปานกลางค่อนไปทางไม่ดีเลย มีเกเร ไม่เข้าเรียนบ้าง จนมาถึงจุดเปลี่ยนตอน ม.3 คือแม่ออกจากงาน ครอบครัวเริ่มลำบากขึ้น ผมเลยเริ่มคิดว่าเส้นทางการเรียนของเราอาจหยุดลงได้ทุกเมื่อ ก็เลยอยากมีทักษะเอาไว้ทำงานช่วยแม่ อยากหาเงินได้เร็ว ๆ เลยตั้งใจทำผลการเรียนให้ดีขึ้น เพื่อเรียนต่อสายอาชีพ</p>



<p>“ผมได้ยินครูแนะแนวพูดถึงทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ก็เลยลองสมัครดู จนได้ทุนเรียนสาขาอิเล็กทรอนิกส์ ที่วิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรี แล้วหลังจากนั้นชีวิตก็เปลี่ยนไปมาก พอได้มาเรียนภาคปฏิบัติเต็มตัว ผมกลับเข้าใจบทเรียนมากขึ้น รู้สึกว่าได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ทุกวัน และเริ่มจับทางตัวเองได้จากตรงนั้น”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-02.jpg" alt="" class="wp-image-102684" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-02-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>จากวันนั้น เส้นทางชีวิตของก้องก็เปลี่ยนไปอย่างก้าวกระโดด ภายในเวลาไม่ถึงสองปี เขาพัฒนาผลการเรียนจนขึ้นมาอยู่ระดับหัวแถวของสาขา ได้รับเลือกเป็นตัวแทนสถาบันเข้าแข่งขันทักษะวิชาชีพ กวาดรางวัลทั้งระดับภาคและระดับประเทศ ก่อนที่ผลการเรียนและทักษะอันโดดเด่น จะพาเขาไปสู่ก้าวสำคัญอีกครั้งของชีวิต เมื่อได้รับคัดเลือกเข้าสู่โครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ หรือ ODOS (Outstanding Development Opportunity Scholarship) ทุนรัฐบาลที่มุ่งค้นหาและสนับสนุน ‘เยาวชนกลุ่มช้างเผือก’ ให้สามารถก้าวข้ามข้อจำกัด และเปิดประตูสู่การศึกษาคุณภาพสูงทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในสาขา STEM และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อพัฒนากำลังคนคุณภาพของประเทศ </p>



<p>ก้องเล่าถึงโอกาสครั้งสำคัญนี้ว่า</p>



<p>“วันที่เราเริ่มเข้าใจศักยภาพของตัวเองมากขึ้น สิ่งที่ตามมาคือความเชื่อมั่น ว่าถ้าข้ามรอยต่อการศึกษาไปได้อีกระดับ เราน่าจะทำประโยชน์ให้สังคมและประเทศได้มากกว่านี้ โดยเฉพาะถ้าได้ไปเรียนต่อในที่ที่เป็นที่สุดจริง ๆ ในสายงานของเรา</p>



<p>“เอาจริง ๆ อย่างที่บอกครับว่าแค่ได้ทุนเรียนต่อ ปวช. ก็คิดว่าดีมาก ๆ แล้ว ส่วนเรื่องเรียนต่อต่างประเทศคงได้แค่คิด เพราะรู้ดีว่าใช้ต้นทุนสูงมาก แต่พออาจารย์แนะนำว่ามีทุน ODOS ผมถึงเริ่มกล้าฝัน และเมื่อฝันแล้ว ก็อยากลองลุยให้เต็มที่ ว่าถ้าพยายามสุดทางแล้ว เราจะไปได้ไกลแค่ไหน</p>



<p>“จนวันที่สอบผ่าน ก.พ. มาได้ ตอนนี้ผมพร้อมแล้วครับที่จะไปอีกระดับ และจะกลับมาทำฝันที่ตั้งใจไว้ให้เป็นจริง”</p>



<p>ขณะที่เราคุยกับก้อง เป็นช่วงเวลาของค่ายเตรียมความพร้อมสำหรับนักเรียนทุน ODOS รุ่น 1 ก่อนออกเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ ซึ่งก้องบอกว่าการมาค่ายครั้งนี้สำคัญมากต่อการปรับสภาพจิตใจ ช่วยลดความตื่นเต้นกดดันจากความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึง ทั้งเรื่องการเรียน วัฒนธรรม ภาษา การใช้ชีวิตประจำวัน และความคาดหวังสูงลิบที่ตั้งไว้ต่อตัวเอง</p>



<p>“ผมรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก เมื่อได้ฟังประสบการณ์จากพี่ ๆ วิทยากรหลายท่าน และเชื่อว่าจะเอามาปรับใช้ได้จริงแน่นอนเมื่อวันนั้นมาถึง&nbsp;</p>



<p>“กิจกรรมที่ได้ร่วมทำกับเพื่อนนักเรียนโรงเรียนนานาชาติ ยังทำให้เราได้ปรับพื้นฐานการใช้ภาษาจนมั่นใจ เริ่มคุ้นเคยกับการสื่อสารมากขึ้น เพราะเป็นเรื่องที่เรากังวลว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตหรือการเรียนรู้มากที่สุด</p>



<p>“ยิ่งเราเป็นรุ่น 1 ก็มีครับที่กดดัน ผมอยากให้ความสำเร็จของรุ่น 1 สามารถส่งต่อไปถึงน้อง ๆ อีกหลายรุ่นจากนี้ นั่นหมายถึงเราไม่เพียงกำลังพยายามเพื่อตัวเอง แต่การเดินทางครั้งนี้ ยังหมายถึงการเพิ่มความเป็นไปได้ของโอกาสที่จะตกไปถึงคนรุ่นต่อไปด้วย”&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-01.jpg" alt="" class="wp-image-102685" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-01.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-01-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-01-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-01-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/ก้อง-พนต์พิพัฒน์-กันฉาย-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>บนเวที ‘รุ่นน้องถามรุ่นพี่’ ก้องยังได้เป็นตัวแทนนักเรียนทุน ODOS รุ่น 1 เพื่อแบ่งปันประสบการณ์และส่งต่อกำลังใจให้รุ่นน้อง โดยเขาทิ้งท้ายไว้ว่า</p>



<p>“ดีใจครับที่ได้ขึ้นไปให้กำลังใจน้อง ๆ มันเหมือนเราได้จุดไฟและส่งต่อคบเพลิงจากรุ่นสู่รุ่น ยิ่งถ้าเรื่องของเราจะเป็นแรงผลักดันหรือจุดประกายให้ใครได้ก็จะดีใจมาก ๆ ครับ&nbsp;</p>



<p>“ผมรู้ว่าการไปเรียนต่อในที่ที่ทุกอย่างใหม่ทั้งหมดไม่ง่ายเลย แต่ก็อยากให้ทุกคนสู้ให้เต็มที่ และสำหรับเพื่อน ๆ ODOS รุ่น 1 ผมอยากบอกว่า อย่าลืมชื่นชมยินดีกับชีวิต ว่าจากหลายสิ่งที่ผ่านมา เราพยายามกันเท่าไหร่เพื่อก้าวมาถึงตรงนี้&nbsp;</p>



<p>“หลังจากนี้ก็จะยังมีโอกาสอีกมากมายให้ไขว่คว้า ขอให้ทุกคนทำปัจจุบันให้คุ้มค่า มีความสุขกับการเรียน การเดินทาง เก็บความรู้และประสบการณ์ให้มากที่สุด เพื่อวันข้างหน้าเราจะกลับมาช่วยกันพาประเทศไทยไปยืนตรงหัวแถวบนเวทีโลกด้วยกันครับ”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-280526/">จากเด็กทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ก้าวสู่ทุน ODOS รุ่นแรก บนเส้นทางสู่ออสเตรเลีย ‘ก้อง’ ฝันพาไทยขึ้นขบวนเทคโนโลยีโลก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘การบริจาค’ ความปรารถนาดีที่อาจไม่ใช่ทางออกสุดท้ายของความเหลื่อมล้ำ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-290623/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Jun 2023 04:31:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การบริจาค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=69659</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘สอบติดแต่ไม่มีเงินเรียน’ คือปรากฏการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-290623/">‘การบริจาค’ ความปรารถนาดีที่อาจไม่ใช่ทางออกสุดท้ายของความเหลื่อมล้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>‘สอบติดแต่ไม่มีเงินเรียน’ คือปรากฏการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดังเช่นหลายกรณีที่มีเด็กนักเรียนและครอบครัวต้องออกมาประกาศวิงวอนขอรับเงินบริจาคจากผู้ใจบุญเพื่อเป็นทุนการศึกษา แต่ก็ไม่วายมีดรามาตามมาเสมอ</p>



<p>ด้านหนึ่ง สังคมมักตั้งคำถามกับผู้ขอรับบริจาคว่า พวกเขาจนจริงหรือไม่ ขณะเดียวกันก็ตั้งคำถามกับผู้บริจาคว่า ความเอื้ออาทรเช่นนี้จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้จริงหรือ&nbsp;</p>



<p>กระนั้น หากมองในมุมของคนที่อยู่ในภาวะ ‘สอบติดแต่ไม่มีเงินเรียน’ พวกเขาต้องเผชิญกับการถูกสังคมจับตาและยังต้องพิสูจน์ความจนกับผู้ให้ทุนการศึกษา แต่จะดีกว่าไหม ถ้าระบบการศึกษาโอบอุ้มเด็กทุกคนไปพร้อมๆ กับสังคมที่มีความเห็นอกเห็นใจอย่างสมดุล</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สังคมแห่งการบริจาค สวัสดิการจากความใจบุญ</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e42fec"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/1-1-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><a href="https://www.scbeic.com/th/detail/product/6245?fbclid=IwAR3dwldfrLawX3rf4X7_xaFJ1jWyTbfd76GkGg5ohcGDtPOud56ozDOMFwc" target="_blank" rel="noreferrer noopener">SCB Economic Intellignence Center</a> วิเคราะห์ข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมครัวเรือนไทยในปี 2552-2560 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ร้อยละ 96 ของครัวเรือนไทยมีรายจ่ายเพื่อการกุศล ประกอบด้วย ค่าอาหาร ของถวายพระ ไหว้เจ้า และเงินทำบุญซื้อของให้องค์กรต่างๆ ซึ่งรายจ่ายเพื่อการกุศลรวมทั้งประเทศในปี 2560 มีมูลค่าประมาณ 130,000 ล้านบาท หรือ 6,200 บาทต่อครัวเรือนต่อปี</p>



<p>เมื่อเปรียบเทียบรายจ่ายเพื่อการทำบุญต่อรายได้ของครัวเรือน จะพบว่า ในปี 2560 ครัวเรือนที่มีรายได้สูงสุด 10 เปอร์เซ็นต์แรก มีสัดส่วนรายจ่ายเพื่อการกุศลอยู่ที่ 1.4 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำสุด 10 เปอร์เซ็นต์สุดท้าย มีสัดส่วนรายจ่ายดังกล่าวอยู่ที่ 5.1 เปอร์เซ็นต์ กล่าวคือ ครัวเรือนที่มีรายได้น้อยมีสัดส่วนรายจ่ายเพื่อการกุศลมากกว่าครัวเรือนที่มีรายได้สูง</p>



<p>นอกจากนี้ ครัวเรือนที่มีผู้สูงอายุจะมีรายจ่ายเพื่อการกุศลมากกว่าครัวเรือนที่ไม่มีผู้สูงอายุ โดยครัวเรือนที่มีสมาชิกอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปอย่างน้อย 1 คน จะมีสัดส่วนรายจ่ายเพื่อการกุศลอยู่ที่ 3.2 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ ขณะที่ครัวเรือนที่ไม่มีผู้สูงอายุจะมีสัดส่วนของรายจ่ายดังกล่าวอยู่ที่ 2.3 เปอร์เซ็นต์</p>



<p>คำถามคือ เหตุใดคนมากมายถึงเชื่อในเรื่องการบริจาค โดยเฉพาะครัวเรือนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจเป็นรอง</p>



<p>ในภาพใหญ่ <strong>เจมส์ แอนเดรโอนี (James Andreoni)</strong> นักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกัน เสนอคำตอบข้างต้นไว้ประการหนึ่ง เขามองว่า การบริจาคมีฐานจากแนวคิด Warm-glow giving หรือ ‘แสงมลังเมลืองของการให้’ กล่าวคือ การบริจาคมักเกิดจากแรงจูงใจ 2 ด้าน ได้แก่ แรงจูงใจที่เห็นแก่ผู้อื่น และแรงจูงใจที่เห็นแก่ตัวเอง กล่าวให้ชัดคือ การบริจาคเป็นความรู้สึกเชิงศีลธรรมที่เจือปนด้วยแรงปรารถนาส่วนตัว</p>



<p>แต่ในมุมของประสาทวิทยา ระบุว่า การให้สิ่งของแก่ผู้อื่น มีผลต่อระบบการให้รางวัลของสมอง (brain’s reward system)<strong> แดน แคมป์เบล-ไมเคิลจอห์น (Dan Campbell-Meiklejohn)</strong> นักประสาทวิทยาจากมหาวิทยาลัยซัสเซกซ์ (University of Sussex) อธิบายว่า แม้ความมีน้ำใจของมนุษย์จะมีต้นทุน แต่การรู้จักให้คนอื่นก็มักมีผลตอบแทนเป็นความรู้สึกดีๆ กลับมา เหมือนเวลาเรากินอาหารรสชาติอร่อย ประสบการณ์เชิงบวกจะกระตุ้นให้สมองจดจำและแสดงพฤติกรรมนั้นซ้ำๆ</p>



<p>เมื่อขยับเข้าใกล้บริบทสังคมไทย <strong>ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี</strong> อาจารย์ประจำวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขียนบทความเรื่อง<em> </em><a href="https://thematter.co/thinkers/why-seeking-poor-people-for-donation-is-failed/132751#_ftnref1" target="_blank" rel="noreferrer noopener"><em>จากเทวดา เจ้าสัว ชนชั้นกลาง ถึงรากหญ้า: การบริจาคและหาคนจนเพื่อรับสวัสดิการที่ล้มเหลว</em></a><em> </em>(2021)</p>



<p>โดยสรุปฐานการคิดของคนไทยเกี่ยวกับการบริจาคไว้ 3 ประการ ได้แก่</p>



<p>1) ประเทศไทยมีทรัพยากรจำกัด ดังนั้น แนวคิดการช่วยเหลือคนที่จนที่สุดจึงได้รับการขานรับของคนในสังคม ทว่าทรัพยากรที่จำกัดของประเทศก็มีรากฐานมาจากความเชื่อที่ว่า ประเทศไทยไม่มีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ อยู่ในช่วงกำลังพัฒนา กระทั่งอยู่ในกลุ่มประเทศที่ยากจน&nbsp;</p>



<p>2) อิทธิพลของแนวคิดเศรษฐศาสตร์แบบเสรีนิยมกระแสหลัก ที่มองว่าสวัสดิการที่มากเกินไปจะส่งผลเชิงลบต่อพฤติกรรมของประชาชน แนวคิดนี้ถูกนำไปกำหนดเป็นนโยบายของรัฐ ตลอดจนการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่รัฐและเอกชน ดังนั้นสวัสดิการจึงควรให้แบบกำหนดกลุ่มเป้าหมาย เช่น แม้จะมีทุนการศึกษาของมหาวิทยาลัยจำนวนมาก แต่กระบวนการสัมภาษณ์ผู้ได้รับทุนกลับเต็มไปด้วยเงื่อนไขและมีมูลค่าเพียงน้อยนิดพอให้ผู้ได้รับทุนประทังชีวิต กล่าวคือ ความคิดเช่นนี้ทำให้แนวคิดสวัสดิการถูกผูกติดกับความเป็นผู้ยากไร้</p>



<p>3) ผลจากฐานคิดทั้งสองข้างต้น ทำให้สวัสดิการของรัฐ ภาคธุรกิจ หรือภาคประชาชนที่จัดหาและช่วยเหลือกันเองมีคุณภาพต่ำกว่ากลไกตลาด เพราะกลไกตลาดไม่ได้ยึดติดกับความยากจนหรือการสนองผู้ด้อยโอกาส แต่สัมพันธ์กับความพึงพอใจในการบริโภค ดั่งภาพของโรงเรียนเทศบาลที่ไม่มีคุณภาพเท่ากับโรงเรียนนานาชาติ&nbsp;</p>



<p>ข้อสรุปของษัษฐรัมย์ ทำให้เข้าใจทั้งความใจบุญผ่านการบริจาค รวมถึงความไม่คุ้นชินของสังคมไทยกับความหมายของสวัสดิการ สอดคล้องกับ<a href="https://www.cafonline.org/docs/default-source/about-us-research/caf_world_giving_index_2022_210922-final.pdf">ผลสำรวจดัชนีผู้ให้บริจาคในปี 2021</a> ของ Charities Aid Foundation ที่พบว่า ไทยติดอันดับ 7 จาก 119 ประเทศที่บริจาคเงินเพื่อการกุศลมากที่สุดในโลก แต่กลับยังเป็นสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาสูง&nbsp;</p>



<p>ขณะเดียวกัน บทวิเคราะห์หัวข้อ <a href="https://www.scbeic.com/th/detail/file/product/8622/gf3havik2n/EIC_In-Focus_Household-Machine-learning_20221104.pdf">‘2 ล้านครัวเรือนไทยเปราะบางจากปัญหาหนี้หนัก เสี่ยงใช้เวลาเกินทศวรรษในการหลุดพ้น’</a> ของ SCB Economic Intellignce Center ปี 2565 พบว่า ครัวเรือนไทยที่ประสบภาวะเปราะบางทางการเงิน หรือครัวเรือนที่มีปัญหาหนี้สูงเมื่อเทียบกับรายได้และทรัพย์สิน มีจำนวนถึง 2.1 ล้านครัวเรือน ทำให้มีปัญหารายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 30 นับจากก่อนการแพร่ระบาดโควิด-19 ในปี 2562</p>



<p>ข้อค้นพบที่น่าสนใจไม่แพ้กันในรายงานฉบับนี้คือ การเพิ่มขึ้น 1 เปอร์เซ็นต์ ของสัดส่วนรายจ่ายที่ไม่จำเป็น (discretionary) ต่อรายจ่ายรวม ส่งผลให้โอกาสการเกิดปัญหาการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.15 ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ประกอบด้วย รายจ่ายสินค้าฟุ่มเฟือย เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ บริการท่องเที่ยว สันทนาการ ค่าใช้จ่ายด้านการบริจาค ค่าสลากกินแบ่งรัฐบาล ฯลฯ</p>



<p>กล่าวอย่างง่าย ดูเหมือนว่าผู้บริจาคก็อาจได้รับผลกระทบทางอ้อมจากการบริจาค ไม่ผิดแผกไปจากผู้ขอรับบริจาคที่ประสบฐานะทางการเงิน</p>



<p>คำถามจึงไม่ใช่ว่า เด็กที่สอบติดแต่ไม่มีเงินเรียน ‘จน’ จริงหรือไม่ เพราะข้อพิสูจน์นั้นเป็นเพียงการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริจาค ซึ่งเป็นการผลิตซ้ำให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาต้องถูกแก้ไขด้วยการบริจาค</p>



<p>ดังนั้น สิ่งที่น่าขบคิดคือ ภายใต้ทรัพยากรที่จำกัด เงินบริจาคมีความจำเป็นในขอบเขตบริบทแบบใด เพื่อไม่ให้บดบังปัญหาใหญ่ของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘ค่าสมัครสอบ’ ปราการดับฝัน ตอกย้ำความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2b3039"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/2-1-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ก่อนจะสอบติดมหาวิทยาลัย ค่าสมัครสอบในระบบ TCAS66 อาจทำให้เด็กหลายคนหยุดความฝันตั้งแต่ด่านแรก ไล่เลียงตั้งแต่วิชาเฉพาะ กสพท. (สำหรับสายแพทย์) 800 บาท ข้อสอบ TGAT/TPAT วิชาละ 140 บาท ข้อสอบ A-Level วิชาละ 100 บาท และวิชาเฉพาะอื่นๆ ตามมหาวิทยาลัยกำหนด (อาทิ การสอบตรงเข้าคณะต่างๆ)</p>



<p>นอกจากนี้ เด็กจะต้องเสียค่าสมัคร TCAS เพื่อนำคะแนนสอบที่ได้ เข้าไปในระบบกลางในการคัดเลือกผู้มีสิทธิเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2566 โดยระบบ TCAS มีทั้งหมด 4 รอบ นั่นหมายความว่า เด็กที่ติดรอบสุดท้าย อาจต้องเสียค่าสมัครทุกรอบ&nbsp;</p>



<p>สำหรับค่าสมัคร TCAS แต่ละรอบ แบ่งเป็น รอบที่ 1 ‘Portfolio’ มีค่าสมัครประมาณ 200-1,000 บาท รอบที่ 2 ‘Quota’ มีค่าสมัครประมาณ 200-600 บาท รอบที่ 3 ‘Admission’ มีค่าสมัครตั้งแต่ 150-900 บาท ตามจำนวนสาขาวิชาที่ยื่นไป และรอบที่ 4 ‘Direct Admission’ มีค่าสมัครประมาณ 200-1,000 บาท (ราคาขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละมหาวิทยาลัย)</p>



<p>ข้างต้นคือค่าใช้จ่ายอย่างคร่าวๆ และอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในบางสาขาวิชา เช่น หากต้องการยื่นสมัครสอบเข้าคณะสายแพทย์ตั้งแต่รอบ Portfolio การใช้คะแนนสอบเฉพาะทางจะมีน้ำหนักมากกว่าเกรดเฉลี่ย อาทิ ข้อสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ IELTS ราคา 7,350 บาท หรือ BMAT (BioMedical Admissions Test) ราคา 3,200 บาท ดังนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความรู้ที่จะนำใช้ทำข้อสอบต้องขึ้นอยู่กับการค้นคว้านอกห้องเรียนหรือเรียนพิเศษกับติวเตอร์ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายหลักหมื่นต่อคอร์ส มากไปกว่านั้น ค่าใช้จ่ายข้างต้นอาจไม่ได้อยู่ในสมการรายจ่ายสำหรับหลายครอบครัว&nbsp;</p>



<p>ในงานเสวนา ‘Children from Covid-19 เด็กหลุดขอบ’ <strong>ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค</strong> ผู้อํานวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (วสศ.) เผยว่า ภายใต้สถานการณ์โควิด รายได้ครัวเรือนของเด็กยากจนและยากจนพิเศษ ลดลงเหลือเพียง 1,094 บาทต่อเดือน (ภาคเรียนที่ 1/2564) จากเดิมเคยมีรายได้อยู่ที่ 1,289 บาทต่อเดือน (ภาคเรียนที่ 2/2561) และผลสำรวจล่าสุดยังพบว่า รายได้ครัวเรือนลดลงเหลือเพียง 1,044 บาทต่อเดือน (ภาคเรียน 1/2565) ทำให้กลุ่มเด็กยากจนและยากจนพิเศษมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่า 300,000 คน ในรอบ 2-3 ปี</p>



<p>สอดคล้องกับผลสำรวจความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในประเทศไทยของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่พบว่า เมื่อขึ้นไปสู่ระดับการศึกษาที่สูงขึ้น โอกาสศึกษาต่อของเด็กเยาวชนก็จะลดน้อยลง โดยเด็กจากครอบครัวที่มีรายได้น้อยที่สุดของประเทศ (รายได้ครัวเรือนต่ำกว่า 3,000 บาทต่อคน/เดือน) จะมีโอกาสได้เรียนต่อชั้นมัธยมต้น 80 เปอร์เซ็นต์ ได้เรียนต่อระดับมัธยมปลาย 52.9 เปอร์เซ็นต์ และได้เรียนต่อในระดับอุดมศึกษาเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหากเทียบกับค่าเฉลี่ยของเด็กเยาวชนทั้งประเทศที่ได้เรียนในระดับอุดมศึกษาหรือเทียบเท่า จะอยู่ที่ 30 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจากปัจจัยรายได้ครัวเรือนราว 6-7 เท่า</p>



<p>จาก<a href="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/EEF-2022-year-report.pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener">รายงานสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ปี 2565</a> ระบุว่า การคัดกรองนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษเพื่อรับทุนจาก กศส. เมื่อช่วงปี 2561 มีผู้ยืนยันสิทธิ์ผ่านระบบ TCAS ในปีการศึกษา 2565 จำนวน 20,018 คน หรือคิดเป็น 13.52 เปอร์เซ็นต์ของเด็กทั้งหมดที่ได้รับทุนเสมอภาค เพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในหลากหลายสาขาวิชา เช่น กฎหมาย ศิลปะ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ แพทย์ สุขภาพ หรือสาธารณสุข ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลต่อโอกาสในการสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตในอนาคต&nbsp;</p>



<p>กล่าวโดยสรุป นอกจากค่าใช้จ่ายในการสมัครสอบจะตัดโอกาสทางการศึกษาของเด็กจำนวนไม่น้อยแล้ว รายได้ที่ลดลงในช่วงโควิดและภาวะยากจนเรื้อรัง ก็ทำให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาก่อนจะเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย และเมื่อสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษายังไม่มีการเปลี่ยนแปลง การระดมเงินช่วยเหลือหรือการบริจาคจึงกลายเป็นการปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับบรรเทาปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไทย</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สร้างเครือข่ายให้ข้อมูล ชี้ช่องรับทุนการศึกษาอย่างทั่วถึง</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3a742d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/3-2-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>School of Changemakers เว็บไซต์การศึกษา เปิดประเด็นการพูดคุยว่า ทุนทรัพย์ที่เด็กทุกคนมีไม่เท่ากัน ทำให้ช่วงรอยต่อระหว่างภาคการศึกษาเป็นช่วงเวลาที่เด็กจะตัดสินใจเรียนต่อหรือไม่ ฉะนั้น การออกแบบระบบเครือข่ายเพื่อให้คำแนะนำ ระบุความเสี่ยง ช่วยวางแผนการเรียนต่อ และทำให้ครอบครัวที่มีหนี้สินเห็นความสำคัญและผลตอบแทนของการศึกษา อาจช่วยลดความรุนแรงของปัญหาได้ทางหนึ่ง</p>



<p>ดังนั้น โจทย์สำคัญคือทำให้เด็กที่เสี่ยงหลุดออกจากระบบเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับการให้ทุนการศึกษา เพื่อเพิ่มทางเลือก เพิ่มปัจจัยการตัดสินใจ และโอกาสของชีวิต ซึ่งคนที่มีบทบาทใกล้ชิดที่สุดคือ ครู บุคลากรการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</p>



<p>ภายหลังสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 UNICEF Thailand รวบรวม<a href="https://www.unicef.org/thailand/th/stories/%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%99" target="_blank" rel="noreferrer noopener">แหล่งทุนการศึกษาสำหรับวัยรุ่นและเยาวชน</a> ซึ่งประกอบด้วยทุนการศึกษาระดับมัธยมไปจนถึงทุนระดับปริญญาเอก ทุนเรียนต่อต่างประเทศและทุนจากหน่วยงานในไทย ทุนให้เปล่าและทุนแบบมีเงื่อนไขซึ่งครอบคลุมหลายสาขาวิชา ตลอดจนการชี้ช่องทางหาข้อมูลของแหล่งทุนต่างๆ&nbsp;</p>



<p>เนื่องจากทุนการศึกษามีความหลากหลายทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ด้วยเหตุนี้การสร้างความสัมพันธ์ภายในรั้วโรงเรียนระหว่างตัวครูและนักเรียน จึงเป็นกลวิธีอย่างง่ายที่สุดในการแนะแนวการศึกษา เพื่อส่งต่อความฝันของเด็กให้ทอดยาวออกไปให้มากที่สุด&nbsp;</p>



<p>สำหรับสังคมไทยแล้ว หากต้องการบริจาคเพื่อช่วยเหลือเด็กที่สอบติดแต่ไม่มีเงินเรียน การบริจาคเงินเข้ามูลนิธิหรือหน่วยงานที่ดูแลประเด็นให้ทุนการศึกษาโดยตรง จึงตอบโจทย์มากกว่าการบริจาคเงินเข้ากระเป๋าของเด็กคนใดคนหนึ่ง ไม่ใช่เพราะเขา ‘จนจริงหรือไม่’ แต่เงินบริจาคที่มีวัตถุประสงค์ที่ดี ควรกระจายถึงทุกคนที่สมควรได้รับอย่างเท่าเทียม&nbsp;</p>



<p></p>



<p><strong>อ้างอิง</strong></p>



<ul><li><a href="https://www.cafonline.org/docs/default-source/about-us-publications/caf_wgi_10th_edition_report_2712a_web_101019.pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener">CAF WORLD GIVING INDEX</a></li><li><a href="https://thematter.co/thinkers/why-seeking-poor-people-for-donation-is-failed/132751#_ftnref1" target="_blank" rel="noreferrer noopener">จากเทวดา เจ้าสัว ชนชั้นกลาง ถึงรากหญ้า: การบริจาคและหาคนจนเพื่อรับสวัสดิการที่ล้มเหลว</a></li><li><a href="https://plus.thairath.co.th/topic/everydaylife/102357" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ดาบสองคมของการให้ เมื่อสังคมเปลี่ยนไป และ ‘การบริจาค’ ≠ ‘ทำดี’</a></li><li><a href="https://themomentum.co/economics-of-giving/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เศรษฐศาสตร์ของการให้ ไขปัญหาแรงจูงใจในการบริจาค</a></li><li><a href="https://www.bbc.com/future/article/20210921-what-we-do-and-dont-know-about-kindness" target="_blank" rel="noreferrer noopener">What we do and don&#8217;t know about kindness</a></li><li><a href="https://www.eef.or.th/article-unequal-access-to-higher-education-070322/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ปิดโอกาสเด็กเรียนต่อมหาวิทยาลัย</a></li><li><a href="https://www.schoolofchangemakers.com/knowledge/25959/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">[Problem Insight] สถานการณ์ปัญหาเด็กไม่เรียนต่อ</a></li><li><a href="https://www.eef.or.th/article121022/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เด็กหลุดจากระบบการศึกษายังน่าห่วง รายได้ผู้ปกครองคือปัจจัยสำคัญที่สุด</a></li><li><a href="https://www.eef.or.th/news-221222/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">&nbsp;ข่าวสารความรู้ กสศ. เปิดรายงานความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาปี 65 พบรายได้ครัวเรือนนร.ยากจนพิเศษเหลือ 34 บาทต่อวัน</a></li></ul><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-290623/">‘การบริจาค’ ความปรารถนาดีที่อาจไม่ใช่ทางออกสุดท้ายของความเหลื่อมล้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำไม ‘จังหวะเวลา’ การให้ทุนการศึกษาจึงสำคัญ?: ข้อค้นพบจากเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม</title>
		<link>https://www.eef.or.th/timing-of-conditional-cash-transfer/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 30 Nov 2022 08:40:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กสศ X 101]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิสิทธิ์ มหาสุวีระชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภนิจ ปิยะพรมดี]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[The101.world]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[เนื้อแพร เล็กเฟื่องฟู]]></category>
		<category><![CDATA[นรชิต จิรสัทธรรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=63075</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในบทความเรื่อง&#160;จากห้องทดลอง สู่โลกจริง: เศรษฐศาสตร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/timing-of-conditional-cash-transfer/">ทำไม ‘จังหวะเวลา’ การให้ทุนการศึกษาจึงสำคัญ?: ข้อค้นพบจากเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในบทความเรื่อง&nbsp;<a href="https://www.the101.world/experimental-economics-and-growth-mindset/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">จากห้องทดลอง สู่โลกจริง: เศรษฐศาสตร์เชิงทดลองกับการใช้ Growth Mindset และมุมมองด้านอาชีพเพื่อเปลี่ยนอนาคต</a>&nbsp;ได้เล่าถึงการออกแบบทดลองด้วยวิธีการ randomized controlled trials (RCTs) และแสดงผลว่าการได้รับหลักสูตร growth mindset สามารถส่งเสริมพัฒนาการด้านทักษะการคิดรู้และด้านอารมณ์ของนักเรียนได้ แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมดที่เราทำ โครงการวิจัยนี้ได้ตั้งคำถามด้วยว่า ‘จังหวะเวลา’ หรือ ‘timing’ ในการให้ทุนของโครงการจัดสรรทุนอย่างมีเงื่อนไข (conditional cash transfer – CCT) มีผลต่อพฤติกรรมของผู้ปกครองและนักเรียนที่รับทุนหรือไม่ อย่างไร ทั้งนี้เพื่อหาคำตอบว่าการให้ทุนกับผู้ปกครองในช่วงเวลาไหนจึงจะส่งผลต่อการนำเงินไปใช้จ่ายในกิจกรรมที่เกี่ยวกับการศึกษาของเด็กโดยตรง</p>



<p>คำถามนี้นำไปสู่การทดลองเรื่อง ‘จังหวะเวลา’ คู่ขนานไปกับการดำเนินงานในโครงการ CCT ของกองทุนเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ทำไมต้องพิจารณา ‘จังหวะเวลา’?</strong></h2>



<p>เศรษฐศาสตร์ตามขนบ (conventional economics) วางอยู่บนสมมติฐานว่ามนุษย์มีพฤติกรรมที่มีเหตุผล (rational) โดยจะตัดสินใจ ‘เลือก’ กระทำกิจกรรมที่เห็นว่าได้ประโยชน์มากที่สุดภายใต้ข้อจำกัดด้านการเงินที่เผชิญอยู่ พอมาปรับใช้กับกรณีของการให้ทุน CCT อาจสามารถตีความได้ว่า ผู้รับทุนย่อมนำเงินไปใช้จ่าย (หรือเก็บออม) ตามกิจกรรมต่างๆ ที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ตามลำดับความสำคัญ ถ้าหากปริมาณเงินที่ได้รับมากขึ้น ข้อจำกัดก็ลดลง จึงทำให้บรรลุระดับการใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น หากผู้ปกครองในครัวเรือนยากจนคิดแบบมีเหตุผล เขาก็จะสามารถประเมินจำนวนของรายได้ที่เขาจะได้รับในห้วงเวลาหนึ่ง (เช่น รอบ 6 เดือน หรือ 1ปี) ได้แม่นยำและทำการ ‘จัดสรร’ รายได้นั้นเพื่อการบริโภคในกิจกรรมต่างๆ ที่ถูกจัดลำดับความสำคัญไว้แล้วอย่างสมดุล (consumption smoothing) ซึ่งถ้าหากครัวเรือนยากจนคิดแล้วว่าการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าผู้ปกครองจะได้รับทุนตอนไหน ผลลัพธ์ก็ไม่น่าจะต่างกัน เพราะพวกเขาย่อมจัดสรรเงินไปยังกิจกรรมด้านการศึกษาที่จะเกิดขึ้นไม่ว่าอยู่ช่วงไหนของห้วงเวลาได้อย่างตรงวัตถุประสงค์</p>



<p>แต่ความเป็นจริงไม่เป็นเช่นนั้น การศึกษาที่ผ่านมาพบว่า ครัวเรือนยากจนต้องเผชิญกับข้อจำกัดมากมายทั้งด้านรายได้และสังคม ซึ่งอาจทำให้พวกเขาตัดสินใจแบบติดกรอบ สองนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล อภิจิต แบนเนอร์จี (Abhijit Banerjee) และ เอสเธอร์ ดูโฟล (Esther Duflo) อธิบายว่า คนจนมักมีการตัดสินใจที่ไม่เป็นเหตุผล (ในสายตาของชนชั้นกลาง) เช่น เมื่อมีเงินเพิ่มขึ้นก็จะไปใช้จ่ายในอาหารที่ไม่ได้ประโยชน์และสารอาหารเพิ่มขึ้นในราคาที่แพงขึ้น หรือไปซื้อสิ่งบันเทิง แทนที่จะนำเงินส่วนเพิ่มไปใช้กับสิ่งจำเป็นอื่น (ทั้งๆ ที่ในหมู่บ้านไม่มีแม้แต่สุขาภิบาลและน้ำดื่มที่ถูกสุขลักษณะ) หรือ คนจนหลายคนพึ่งไสยศาสตร์ในการรักษาโรคมากกว่าการรักษาตามหลักการแพทย์ ตรงนี้ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่รู้เรื่อง หากแต่เป็นความเคยชินกับข้อจำกัดที่ตนเองเผชิญ</p>



<p>แบเนอร์จีและดูโฟลให้คำอธิบายว่า สำหรับคนที่ตกอยู่ในกับดักความจนและมีชีวิตที่แสนลำบาก &nbsp;การได้กินอาหารที่มีรสชาติจัดๆ ที่แม้ไม่เป็นประโยชน์นัก แต่อย่างน้อยก็ทำให้ชีวิตได้รับรู้ถึงรสชาติ หรือการมีสิ่งบันเทิงเล็กๆ น้อยๆ ก็อาจบรรเทาชีวิตน่าเบื่อในหมู่บ้าน และฆ่าเวลาจากการไม่มีงานทำได้ ในขณะที่การพึ่งไสยศาสตร์เพื่อรักษาโรคก็เป็นเหมือนกับความหวังที่ยังพอหาซื้อได้ เพราะการไปหาหมอที่โรงพยาบาลต้องใช้ทั้งเวลาและเงินอย่างมาก<a href="https://www.the101.world/timing-of-conditional-cash-transfer/#_ftn1">[1]</a>&nbsp;&nbsp;</p>



<p>พูดอีกแบบคือ เมื่อใดที่ผู้คนตกอยู่ในกับดักความจน สิ่งที่ให้ประโยชน์ในระยะยาวอาจไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับพวกเขาในระยะสั้น</p>



<p>สำหรับกลุ่มผู้ปกครองยากจนในโครงการ CCT ที่ต้องเผชิญกับชีวิตที่ยากลำบาก พวกเขาย่อมไม่คุ้นชินและอาจไม่สามารถประเมินรายได้และการใช้จ่ายได้อย่างแม่นยำ และบ่อยครั้งก็มีพฤติกรรมใช้จ่ายที่เอนเอียงมายังปัจจุบันมาก (present bias) ดังนั้น ผู้ปกครองกลุ่มนี้อาจนำรายได้ส่วนที่เพิ่มขึ้นจากทุนการศึกษาไปใช้จ่ายกับอะไรก็ตามที่เห็นว่าจำเป็นหรือเดือดร้อน ณ ตอนนั้นมากกว่าการวางแผนระยะยาว ถึงแม้จะตระหนักดีว่า หากเขาจัดสรรเงินเหล่านั้นไปยังกิจกรรมทางการศึกษาโดยตรงจะเกิดประโยชน์ในระยะยาวมากกว่า</p>



<p>จริงอยู่ที่ปัญหาการจัดสรรที่ไม่เหมาะสมอาจแก้ไขได้ ถ้าหากผู้ปกครองได้รับทุนในปริมาณที่ ‘มากพอ’ จนทำให้พวกเขาใช้จ่ายได้ตามความต้องการอย่างครบถ้วน และยังเหลือพอสำหรับการศึกษาของบุตรหลาน หากแต่ว่า นโยบายสนับสนุนใดๆ ย่อมมีงบประมาณจำกัด ซึ่งการให้ทุนโดย กสศ. ก็จำกัดอยู่ที่ 3,000 บาท/ปี/ครัวเรือน เท่านั้น คงไม่สามารถช่วยครัวเรือนยากจนทุกครัวเรือนให้มีเงินใช้สอยเหลือเฟือได้</p>



<p>แน่นอนว่า ผู้ปกครองมีสิทธิ์ที่จะนำทุน กสศ. ไปใช้จ่ายในสิ่งจำเป็นอื่นๆ (ตราบที่บุตรหลานยังเข้าเรียนตามเงื่อนไขของทุน) ทุนก้อนที่ได้นี้จะมีส่วนช่วยปลดเปลื้องภาระได้บ้าง แต่งานวิจัยที่ผ่านมาชี้ไว้ชัดว่า การที่ผู้ปกครองสามารถจัดสรรเงินที่ได้รับเพื่อการศึกษาของบุตรหลานมากขึ้น จะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนของเด็กมากกว่า และส่งเสริมให้เกิดการสร้างและลงทุนในทุนมนุษย์ในระยะยาวได้อีกด้วย</p>



<p>ดังนั้น เมื่อไม่สามารถจะเพิ่มจำนวนเงินทุนให้ผู้ปกครองและนักเรียนได้ ตัวแปรเรื่องจังหวะเวลา &nbsp;จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่น่าสนใจ เพราะเป็นปัจจัยที่ผู้วางนโยบายสามารถจะปรับเปลี่ยนได้อยู่บ้าง&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ให้เร็ว ให้ช้า</strong></h2>



<p>ทีมวิจัยออกแบบการทดลองโดยเลือกผู้ปกครองที่อยู่ในโครงการ CCT จำนวน 502 คน ที่มาจากกลุ่มการทดลองที่ได้รับหลักสูตรส่งเสริมพัฒนาการของลูก (หรือ Parents ที่กล่าวถึงในบทความที่แล้ว) ดังนั้น นอกเหนือจากคุณลักษณะทางประชากรที่ใกล้เคียงกันระหว่างกลุ่มตัวอย่างด้วยกันแล้ว ผู้ปกครองยังอยู่ภายใต้ intervention ในด้านหลักสูตรแบบเดียวกันด้วย &nbsp;</p>



<p>จากการสำรวจพบว่า มากกว่าร้อยละ 80 ของผู้ปกครองมีภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาสูงในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเปิดภาคการศึกษา เมื่อทราบข้อมูลดังกล่าว เราจัดให้ผู้ปกครองแต่ละคนได้รับเงิน 500 บาท เพื่อเป็นทุนเสริมจากส่วนของที่ได้รับจาก CCT โดยแบ่งผู้ปกครองเป็น 2 กลุ่มให้ได้รับเงินคนละช่วงเวลากัน เรียกว่า ‘ให้เร็ว’ และ ‘ให้ช้า’</p>



<p><em>กลุ่มทดลองแบบให้เร็ว&nbsp;</em>คือ ผู้ปกครอง 226 คน ที่ได้รับเงิน 500 บาทภายในสองสัปดาห์หลังจากกิจกรรมของหลักสูตรเสร็จสิ้น ซึ่งอยู่ระหว่างกลางเดือนถึงสิ้นเดือนเมษายน 2564 หรืออีกนัยหนึ่งคือ ผู้ปกครองกลุ่มนี้ได้รับเงิน ‘ก่อน’ การเปิดภาคเรียนของบุตรหลานพอสมควร ข้อสันนิษฐานหลักคือ ผู้ปกครองกลุ่มนี้อาจไม่ได้นำเงินไปใช้จ่ายในเรื่องการศึกษาก็ได้ เนื่องจากยังมีเวลาเหลืออยู่พอควรก่อนเปิดภาคเรียน</p>



<p><em>กลุ่มทดลองแบบให้ช้า&nbsp;</em>คือ ผู้ปกครอง 276 คน ที่ได้รับเงิน 500 บาท ใกล้การเปิดภาคการศึกษา (ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงต้นมิถุนายน 2564 หรือประมาณ 1-2 สัปดาห์ก่อนเปิดภาค) ด้วยความที่ช่วงเวลาดังกล่าวใกล้กับการเปิดภาคการศึกษามาก ข้อสันนิษฐานคือผู้ปกครองกลุ่มนี้อาจนำเงินที่ได้รับไปใช้จ่ายด้านการศึกษาของบุตรหลาน</p>



<p>ทีมวิจัยวัดผลการทดลองด้วยสมการถดถอยกับ 2 ผลลัพธ์คือ สมการที่ 1 วัดมูลค่าการใช้จ่ายของผู้ปกครองที่ ‘ไม่เกี่ยว’ กับการศึกษาของผู้ปกครอง ส่วนสมการที่ 2 เป็นการวัดมูลค่าการใช้จ่ายที่ ‘เกี่ยวข้อง’ กับการศึกษา การประมาณค่าพารามิเตอร์ของสมการมีลักษณะของกลุ่มทดลอง (ให้เร็ว ให้ช้า) เป็นตัวแปรหลัก ร่วมด้วยตัวแปรควบคุมอื่นๆ (เช่น เพศ รายได้ รายจ่าย ฯลฯ)&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ให้ถูกเวลา เพื่อการศึกษา</strong></h2>



<p>ผลการวิเคราะห์พบว่า โดยเฉลี่ยผู้ปกครองในกลุ่มให้เร็ว (ได้เงินก่อนการเปิดเทอมนานพอสมควร) ใช้จ่ายประมาณ 105 บาท ในกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวกับการศึกษาของบุตรหลานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และพบว่า ผู้ปกครองในกลุ่มให้เร็วมีการใช้จ่ายเงินที่ได้รับไปยังด้านการศึกษาของบุตรหลานต่ำกว่ากลุ่มให้ช้า โดยกลุ่มผู้ปกครองที่ได้รับเงินแบบให้เร็ว (ล่วงหน้านาน) ใช้จ่ายด้านการศึกษาเป็นจำนวน 262 บาท (ร้อยละ 52.4 ของเงิน 500 บาท ที่ได้รับ) และกลุ่มให้ช้า (ได้เงินตอนใกล้เปิดเทอม) ใช้จ่ายด้านการศึกษาเป็นจำนวน 315 บาท (รูปที่ 1) คิดเป็นร้อยละ 62.4 ของเงินที่ได้รับ</p>



<p>เมื่อดูรายละเอียดของรายจ่ายเปรียบเทียบกันพบว่า ผู้ปกครองกลุ่มให้ช้า มีการใช้จ่ายในเรื่องอาหารและการซื้ออุปกรณ์การเรียนมากกว่ากลุ่มให้เร็ว แต่ทั้งสองกลุ่มมีภาระการใช้จ่ายในเรื่องชุดนักเรียนไม่แตกต่างกันโดยคิดเป็นมูลค่า 190 บาท หรือ ร้อยละ 38 ของเงินที่ได้รับ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e3d463"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/12/education-expense.png" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รูปที่ 1 การใช้จ่ายด้านการศึกษาของผู้ปกครอง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ผลการศึกษาแสดงว่า ‘จังหวะเวลา’ ให้เงินมีผลทำให้การใช้จ่ายเงินของผู้ปกครองในเรื่องการศึกษาแตกต่างกัน ตรงนี้อาจไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ เพราะว่าผู้ปกครองครัวเรือนยากจนมีความลำบาก จึงมักมีสภาพคล่องทางการเงินต่ำ เมื่อได้รับเงินมาพวกเขาก็นำไปใช้จ่ายตามความจำเป็นเฉพาะหน้า และหากความจำเป็นเฉพาะหน้าที่ว่าคือช่วงเปิดเทอม การรับเงินในเวลาดังกล่าวก็ย่อมทำให้ผู้ปกครองนำไปใช้ในกิจกรรมด้านการศึกษา</p>



<p>แม้ข้อค้นพบข้างต้นจะไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ (เพราะทฤษฎีได้กล่าวไว้แล้ว) แต่มันคือหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ยืนยันสภาพความจริงนี้ ที่สำคัญกว่านั้นคือผลการศึกษาจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการคิดและถกเถียงเชิงนโยบายต่อว่า การจัดสรรเงินช่วยเหลือต่างๆ (รวมทั้งในโครงการ CCT ของ กสศ.) อาจจำเป็นต้องคำนึงถึงจังหวะเวลาเป็นพิเศษหรือไม่ อย่างไร &nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จังหวะเวลาที่ดีของใคร?</strong></h2>



<p>การให้ทุนตามจังหวะเวลาอาจฟังดูง่าย แต่ไม่ง่ายที่จะทำ เพราะการขับเคลื่อนโครงการ CCT หนึ่งๆ ย่อมเกี่ยวข้องกับผู้คนและหน่วยงานหลายฝ่าย ดังนั้น การให้ทุนตามจังหวะของผู้รับทุนอาจไม่สอดคล้องกับจังหวะที่ดีของผู้ดำเนินนโยบายได้ เช่น การให้ทุนตามโครงการ CCT ของ กสศ. มักจะเกิดขึ้นหลังเปิดเทอมมาแล้วสักระยะหนึ่ง (2-3 สัปดาห์) เพราะมีความสะดวกสำหรับโรงเรียนและครูในการสำรวจข้อมูลความยากจนของนักเรียน ซึ่งจะช่วยให้ติดตามผู้ปกครองมารับทุนได้ง่ายและตกหล่นน้อย ในขณะที่ผู้ปกครองเองก็มีความสะดวก เพราะต้องมารับ-ส่งบุตรหลานที่โรงเรียนอยู่แล้ว แต่หากยึดผลการศึกษาเป็นแหล่งอ้างอิง การให้ทุนด้วยกรอบเวลานี้อาจมองได้ว่า ‘ให้ช้าเกินไป’ ซึ่ง เป็นการได้รับทุนที่อาจเลยจังหวะเวลาที่คิดถึงความจำเป็นด้านการศึกษาในช่วงเตรียมเปิดเทอมไปแล้ว เป็นต้น</p>



<p>ด้วยเงื่อนไขต่างๆ นี้ การปรับเวลาให้ทุนจึงไม่อาจทำได้ดั่งใจในทันที แต่ไม่อยู่ในวิสัยที่ทำไม่ได้ โจทย์สำคัญที่ต้องคิดต่อคือ จะออกแบบการจัดการอย่างไรเพื่อให้โครงการ CCT สามารถให้ทุนใน ‘จังหวะเวลา’ ที่เหมาะสม โดยที่ไม่เพิ่มต้นทุนธุรกรรมในการดำเนินนโยบายเกินไป</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สิ่งที่ควรทำต่อเพื่ออนาคต</strong></h2>



<p>แม้เราจะทราบว่า ‘จังหวะเวลา’ มีผลต่อพฤติกรรมการจัดสรรทุนของผู้รับทุน แต่ก็ยังมีเรื่องที่ต้องศึกษาต่ออีกมาก การเพิ่มกลุ่มทดลองให้ใหญ่ขึ้นและกระจายตัวไปยังภูมิภาคต่างๆ น่าช่วยให้ผลลัพธ์หนักแน่นขึ้น รวมถึงการติดตามผลการรับทุนของผู้ปกครองแบบให้ช้า (ใกล้กับช่วงเวลาที่ต้องใช้จ่าย) และให้เร็ว (ไกลจากช่วงเวลาที่ต้องใช้จ่าย) ในระยะยาว โดยตรวจสอบเปรียบเทียบผลที่มีต่อพัฒนาการของบุตรหลานด้านทักษะการคิดรู้ และ/หรือ อารมณ์ของแต่ละกลุ่มก็เป็นสิ่งที่ควรติดตามต่อไป</p>



<p>องค์ความรู้เกี่ยวกับผลลัพธ์ต่างๆ ในระยะยาวนี้จะกลายเป็นทรัพยากรสำคัญที่ช่วยทำให้การออกแบบนโยบาย CCT มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในด้านการทำหลักสูตรสร้างเสริมทักษะที่ได้ผลและจังหวะเวลาการให้ทุนที่ลงตัว</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p><a href="https://www.the101.world/timing-of-conditional-cash-transfer/#_ftnref1">[1]</a>&nbsp;อภิจิต เบเนอร์จี และ แอสเตร์ ดูโฟล (2563).&nbsp;<em>เศรษฐศาสตร์ความจน</em>&nbsp;แปลจาก [Poor Economics] (ฉันทวิทย์ ตัณฑสิทธิ์ ผู้แปล). กรุงเทพฯ. SALT.</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/timing-of-conditional-cash-transfer/">ทำไม ‘จังหวะเวลา’ การให้ทุนการศึกษาจึงสำคัญ?: ข้อค้นพบจากเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ระบบ iSEE เครื่องมือชี้เป้าความช่วยเหลือเด็ก         ‘เพิ่มโอกาสการศึกษา ให้น้องได้เรียน’ ปี 65</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-mitsubishi-motors-100822/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Aug 2022 10:39:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.​]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ให้น้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[เอกอธิ รัตนอารี]]></category>
		<category><![CDATA[ขวัญฤทัย ชัยภิบาล]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนอนุบาลบางละมุง]]></category>
		<category><![CDATA[สุภารัตน์ จันทรประทักษ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=59176</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เราเชื่อเรื่องการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ว่าคือส่วน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-mitsubishi-motors-100822/">ระบบ iSEE เครื่องมือชี้เป้าความช่วยเหลือเด็ก         ‘เพิ่มโอกาสการศึกษา ให้น้องได้เรียน’ ปี 65</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“เราเชื่อเรื่องการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ว่าคือส่วนสำคัญที่สุดที่จะพัฒนาประเทศของเราในระยะยาว งานพัฒนาสังคมที่มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เน้นเป็นอันดับหนึ่ง จึงเป็นเรื่อง ‘การศึกษา’</p>



<p>“เพราะ<strong>ถ้าเด็กเยาวชนไทยมีโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมกันมากขึ้น เขาจะมีรากฐานที่ดีในการประกอบอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคงในอนาคตตามมา ซึ่งผลลัพธ์ย่อมหมายถึงการเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตตนเอง คนในครอบครัว รวมไปถึงสังคมของเขาด้วย”</strong></p>



<p><strong>เอกอธิ รัตนอารี รองประธาน มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย</strong> กล่าวถึงปณิธานการทำงานของ มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เนื่องในพิธีมอบทุนการศึกษานักเรียนในพื้นที่จังหวัดชลบุรี และปทุมธานี จำนวน 100 ทุน ภายใต้โครงการ ‘มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ให้น้องได้เรียน’ ปี 2565</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d68baa"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/Photo1-หลักสูตรหยุดวงจรความยากจนข้ามชั่วรุ่น-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">เอกอธิ รัตนอารี รองประธาน มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ปีนี้นับเป็นปีที่ 3 แล้ว ที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมมือกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พิจารณาให้ทุนนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ต่อเนื่อง เพื่อลดโอกาสที่น้อง ๆ กลุ่มนี้จะหลุดไปจากระบบการศึกษากลางคัน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘ปักหมุดจากฐานที่ตั้ง’</strong> <strong>ระบุพิกัดกลุ่มเป้าหมายรับทุนด้วยระบบ iSEE</strong></h2>



<p>จากงานที่เริ่มในปี 2563 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ตั้งใจสนับสนุนงานลดความเหลื่อมล้ำของ กสศ. ในทุก ๆ ปี ด้วยเห็นแล้วว่ามีเด็กนักเรียนที่เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาเพิ่มขึ้น เนื่องจากครอบครัวขาดแคลนทุนทรัพย์ ยิ่งสถานการณ์โควิด &#8211; 19 เข้ามาซ้ำเติม ความเสี่ยงของเด็กกลุ่มนี้ยิ่งสูงตามมา ทั้งนี้ทุนที่มอบจะครอบคลุมนักเรียนระดับชั้น ม.1 &#8211; ม.3 อันเป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อ เพราะหากเด็กไปไม่สุด ต้องหลุดกลางคัน ทั้งครอบครัวก็จะสูญเสียโอกาสไปพร้อม ๆ กัน</p>



<p>“ปี 63 เราเริ่มมอบทุน 70 ทุน ปี 64 เพิ่มเป็น 100 ทุน และปี 65 นี้ อีก 100 ทุน ข้อดีของความร่วมมือกับ กสศ. คือเราสามารถใช้ระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ ‘iSEE’ ช่วยค้นหาคัดกรองเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือ จนแน่ใจว่าเจอตัวจริง คือเป็นเด็กที่ผลการเรียนดี มีความตั้งใจจะเรียน ยากลำบาก หรือเดือดร้อนด้วยผลกระทบจากวิกฤตจนเสี่ยงออกจากโรงเรียนกลางคัน ซึ่งยืนยันได้จากครูผู้ติดตามเด็กใกล้ชิด เพราะเขามีข้อมูลรายคนเลยว่าคนไหนควรได้รับความช่วยเหลือเร่งด่วน แล้วถ้าไม่ยื่นมือเข้าไปช่วย เด็กไม่ได้ไปต่อแน่นอน”</p>



<p>รองประธานมูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย กล่าวว่า การมอบทุนการศึกษาในโครงการ ‘ให้น้องได้เรียน’ เป็นการเริ่มจากเด็กนักเรียนในพื้นที่ใกล้เคียงฐานที่ตั้งของ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ซึ่งปีนี้แบ่งเป็นพื้นที่จังหวัดชลบุรี 74 ทุน และ พื้นที่จังหวัดปทุมธานีอีก 26 ทุน</p>



<p>“ที่ตั้งต้นจากเด็กในพื้นที่ใกล้เคียงก่อน เพราะ<strong>ชลบุรีเป็นที่ตั้งโรงงานใหญ่ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีข้อมูลจาก กสศ. ระบุว่าเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือมีจำนวนเป็นหมื่นคน ทั้งในอำเภอศรีราชา สัตหีบ บ้านบึง หรือบ่อทอง ส่วนที่ปทุมธานีคือฐานของสถาบันการศึกษาและฝึกอบรม หรือ Education Academy ของมิตซูบิชิ</strong></p>



<p><strong>“เราอยากสนับสนุนเด็กรอบรั้วบ้านของเรา เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างและพัฒนาบุคลากร ให้เขาได้ทุน ได้โอกาส และในระยะยาว มูลนิธิจะขยายงานออกไปในระดับประเทศ ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดอื่นต่อไป”</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘ทุน’ คือแรงเสริมให้ฟื้นยืนได้อีกครั้ง</strong></h2>



<p>ครูขวัญฤทัย ชัยภิบาล โรงเรียนอนุบาลบางละมุง ผู้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันน้อง ๆ ให้ได้รับทุนการศึกษา กล่าวว่า หลังสถานการณ์โควิด-19 โรงเรียนมีเด็กกลุ่มเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาเพิ่มขึ้น กับอีกส่วนหนึ่งต้องออกกลางคันเพราะครอบครัวตกงาน ต้องย้ายกลับภูมิลำเนา หรือไปทำงานในพื้นที่อื่น นอกจากนี้ยังมีเด็กที่จบชั้น ป.6 หรือ ม.3 จำนวนหนึ่งต้องหยุดเรียนชั่วคราวไปทำงานช่วยผู้ปกครอง ในฐานะครูผู้ใกล้ชิดเด็ก ๆ คิดว่า หากไม่มีความช่วยเหลือมาถึงเด็กกลุ่มเสี่ยง เชื่อว่าจะมีอีกจำนวนมากที่หลุดตามออกมา เพราะเขาไม่มีทางไปต่อแล้ว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e34ee8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/Photo2-หลักสูตรหยุดวงจรความยากจนข้ามชั่วรุ่น-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(ขวา) ครูขวัญฤทัย ชัยภิบาล และ (ซ้าย) ครูสุภารัตน์ จันทรประทักษ์<br>โรงเรียนอนุบาลบางละมุง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้าน ครูสุภารัตน์ จันทรประทักษ์ โรงเรียนอนุบาลบางละมุง กล่าวว่า เดิมทีสภาพครอบครัวเด็กไม่พร้อมอยู่แล้ว พอเจอโควิด ผู้ปกครองหลายคนไม่ไหว จะเอาลูกออกกลางคัน ‘ทุน’ จึงเป็นสิ่งที่จะช่วยเด็กและครอบครัวเขาได้เยอะ โดยนอกจากเรื่องเรียน เงินนี้ยังช่วยได้เรื่องชีวิตความเป็นอยู่ประจำวัน</p>



<p>“เราเองเป็นครูที่คอยเก็บข้อมูลของเด็ก เห็นอยู่ว่าหลายคนเขาตั้งใจเรียน อยากเรียนมาก ๆ แต่ทางบ้านเขาไม่มีเงินแล้ว ไม่รู้จะทำยังไงต่อ เงินทุนนี้จึงเหมือนเข้ามาต่อชีวิตเขา เป็นแรงเสริมให้กับทั้งตัวเด็กและผู้ปกครอง ให้เขาได้ลุกขึ้นมาสู้อีกครั้ง”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สร้าง ‘ต้นแบบ’ ความร่วมมือ</strong> <strong>‘ลดความเหลื่อมล้ำ ตัดวงจรความยากจนข้ามรุ่น’</strong></h2>



<p>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคประชาสังคม กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า ตัวเลขจากปี 2564 ระบุว่า มีเด็กประสบภาวะฉุกเฉินต้องหลุดจากระบบมากถึง 238,707 คน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะการ ‘เติมเต็ม’ ของภาคเอกชน ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระและข้อจำกัดของหน่วยงานราชการได้ อีกทั้งทุนการศึกษา ถือเป็นหลักประกันว่าเด็กเยาวชนและคนอีกหลายชีวิตที่อยู่เบื้องหลังเขา จะยังคงมีแรงมีกำลังที่จะไปต่อบนเส้นทางการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4a8f38"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/Photo3-หลักสูตรหยุดวงจรความยากจนข้ามชั่วรุ่น-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคประชาสังคม กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>งานด้านสังคมที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทำในวันนี้ คือต้นแบบของการทำงานระดมความร่วมมือ ที่ภาครัฐ เอกชน และ กสศ. ช่วยกันหาทางเยียวยา และพัฒนาเด็กกลุ่มนี้ให้ผ่านพ้นวิกฤต และไปถึงปลายทางได้ตลอดรอดฝั่ง&nbsp;</p>



<p>“ทุนนี้เราไม่ได้มอบให้แค่ครั้งเดียวแล้วจบ แต่จะมีการติดตามน้อง ๆ ตั้งแต่ชั้น ม.1 จนถึง ม.3 ดูพัฒนาการความเปลี่ยนแปลง หรือปัญหาที่ประสบ เพื่อช่วยกันประคองเด็กไปจนเรียนจบได้</p>



<p>“ผมเชื่อว่า<strong> ‘โอกาส’ คือการต่อยอดชีวิตที่มหัศจรรย์ที่สุด โดยเฉพาะกับนักเรียนชั้น ม.ต้น ซึ่งเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ ที่มีสถิติบ่งชี้ว่า ม.1 &#8211; ม.3 เป็นช่วงที่เด็กหลุดออกจากระบบมากที่สุด ดังนั้น การที่เรามีครูดูแลใกล้ชิด มีระบบข้อมูลคอยติดตามไม่ให้เด็กหลุดหายระหว่างทาง มีทุนที่พร้อมเติมเต็ม รวมถึงวิธีการดูแลช่วยเหลือในรูปแบบอื่น ๆ จึงเชื่อมั่นได้ว่า การทำงานครั้งนี้จะเกิดผลลัพธ์ในระยะยาว นอกเหนือไปจากกู้วิกฤตเฉพาะหน้า</strong></p>



<p>“โดยหลังจากนี้ กสศ. มีแนวทางที่จะทำงานร่วมกับ มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในการสนับสนุนโครงการให้ทุนการศึกษาในระดับสูง ในรูปแบบ ‘ทวิภาคี’ เพื่อผลักดันให้พื้นที่จังหวัดชลบุรีเป็นต้นแบบการระดมความร่วมมือ สร้างพื้นที่การศึกษาเพื่ออนาคต สร้างโอกาส สร้างอาชีพ ผ่านการประสานการทำงานระหว่าง กสศ. ภาคเอกชน รวมถึงเขตพื้นที่การศึกษา และสถาบันการศึกษาสายอาชีพในจังหวัด”</p>



<p>กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ. กล่าวว่า ถ้าสามารถต่อยอดให้เด็กมองเห็นความก้าวหน้า มีอาชีพมั่นคง มีรายได้ดีขึ้นกว่าคนรุ่นพ่อแม่ เราจะตัดวงจรความยากจนข้ามรุ่น ฉุดครอบครัวของเขาให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน</p>



<p>“เราต่างทราบดีว่าภารกิจลดความเหลื่อมล้ำ คือการทำงานกับประเด็นปัญหาความยากจนที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น แล้ววันนี้ เรายังมีเด็กอีกราว 1.3 ล้านคนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง มีเด็กอีกมากถึง 17,000 คน ที่เรายังต้องช่วยกันตามกลับเข้ามาสู่ระบบการศึกษา <strong>ทุนการศึกษาเป็นเพียงการทำงานเบื้องต้น เพื่อให้เขายังอยู่ ไปต่อได้ มีค่ารถ ค่าอาหาร ค่าอุปกรณ์การศึกษา ค่าชุดนักเรียน หรือในอีกทางหนึ่งคือเติมเรี่ยวแรง เติมความหวัง เติมกำลังใจ และเสริมทัศนคติให้ผู้ปกครองไม่ตัดสินใจเอาลูกหลานออกจากระบบกลางคัน ให้เขายังคงเชื่อว่าถ้าอดทนฝ่าฟันไปได้ ถึงวันหนึ่งการศึกษาจะเปลี่ยนแปลงอนาคตของครอบครัวเขาได้ในที่สุด”</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-mitsubishi-motors-100822/">ระบบ iSEE เครื่องมือชี้เป้าความช่วยเหลือเด็ก         ‘เพิ่มโอกาสการศึกษา ให้น้องได้เรียน’ ปี 65</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อเด็กวันนี้จะอายุ 105 ปี เจาะเทรนด์การศึกษาไทย โตไปทางไหนดี?</title>
		<link>https://www.eef.or.th/infographic-090322/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Mar 2022 06:09:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อินโฟกราฟิก]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=53026</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเกษียนอายุที่ 60 ปี ทำให้ผู้ใหญ่วันนี้เติบโตมากับการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/infographic-090322/">เมื่อเด็กวันนี้จะอายุ 105 ปี เจาะเทรนด์การศึกษาไทย โตไปทางไหนดี?</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การเกษียนอายุที่ 60 ปี ทำให้ผู้ใหญ่วันนี้เติบโตมากับการรีบเรียน รีบจบ รีบทำงาน แต่สำหรับเด็กที่เกิดวันนี้จะมีอายุยืนขึ้นมาก การศึกษาจะไปต่ออย่างไร?<br><br>โดยเฉพาะในห้วงวิกฤตที่ทั่วโลกเผชิญกับการเปลี่ยนผ่าน (Disruption) ยิ่งทำให้ทิศทางการศึกษาจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ดร. กาญจนา วานิชกร รองผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ในการประชุม “เข็มทิศการศึกษา พัฒนาประเทศไทย” EdCompass : Empowered Education ที่จัดโดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา<br><br>จะมาชี้ปัจจัยที่มีผลต่อการศึกษา และแนวทางที่ประเทศไทยต้องเดินต่อจากนี้</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เจาะเทรนด์โลกที่มีผลต่อการศึกษา</strong></h2>



<ul><li>อนาคตเราจะใช้ชีวิตหลากหลายขั้น (Multi-stage Life) เด็กที่เกิดในวันนี้มีโอกาสมากกว่า 50% ที่จะมีอายุยืนเกิน 105 ปี รูปแบบการศึกษาจะเปลี่ยนเป็นการเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ไม่ต้องเร่งเรียนเร่งจบ อย่างในสหรัฐอเมริกาหรือประเทศในยุโรป เมื่อจบมัธยมก็ออกไปค้นหาตัวเอง ไปทำงาน แล้วค่อยกลับมาเรียนปริญญาตรี จึงทำให้ในช่วงชีวิตของเราควรมีหลายอาชีพ ควรมีการเรียนรู้ตลอดชีวิต การศึกษาจึงจำเป็นต้องปรับทั้งระบบ</li><li>ความสามารถในเรื่อง Digital Literacy ทั้งในเรื่อง AI, Hyperautomation, Cloud Solution, Metaverse หรือ Data Analysis การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ก็ทำให้บางอาชีพหายไปและมีอาชีพใหม่ ๆ เกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงอาชีพในด้านสังคมใหม่ ๆ ด้วย เช่น คนให้คำปรึกษาด้านอาชีพ, ผู้สนับสนุนด้านอารมณ์, นักพูด, ผู้บำบัดเรื่องคู่ชีวิตคู่สมรส รวมถึงงานด้านสุขภาพจิต</li><li>ความเหลื่อมล้ำที่เกิดจากวิกฤตทางเศรษฐกิจที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลก และไม่สามารถหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ซึ่งเป็นผลมาสู่ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาด้วย โดยงานวิจัยสะท้อนชัดเจนว่ายิ่งเด็กอยู่ในระบบการศึกษาได้นานขึ้นเท่าไหร่ พวกเขาจะมีโอกาสหลุดพ้นจากวงจรความยากจนข้ามรุ่นได้มากขึ้น</li><li>การเปลี่ยนขั้วอำนาจของโลกที่ไม่เฉพาะเจาะจงที่ฝั่งตะวันตก แต่ย้ายขั้วมายังฝั่งตะวันออก ภาคการศึกษาจะเตรียมคนให้พร้อมได้อย่างไร? เช่น การเลือกเรียนภาษาต่างประเทศ หรือการทำให้ประเทศไทยซึ่งอยู่ในภูมิศาสตร์ที่ได้เปรียบ จะกลายเป็นศูนย์กลางการเดินทางในฝั่งซีกโลกตะวันออกนี้</li><li>สงครามการแย่งชิงคนเก่ง (The Talent War) ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ประเทศจีนเรียกคนเก่งให้กลับมาทำงานในประเทศ ส่วนคนเก่งของไทยถูกดูดไปทำงานยังประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศไทยเองจะทำอย่างไรเพื่อดึงดูดคนเก่งกลับมา หรือทำให้การเดินทางระหว่างประเทศสะดวกขึ้นเพื่อให้พวกเขาสามารถเดินทางไปทำงานได้หลายประเทศ</li><li>การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศของโลก Climate Change ที่ส่งผลโดยตรงต่อทั้งการบริโภคและเศรษฐกิจ ต้องเน้นการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า สิ่งเหล่านี้จะมีผลอย่างมากในการที่จะออกแบบทักษะในการเรียนรู้ของคนในอนาคต หรือ Skill Set</li><li>การเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้เกิดธรรมาภิบาล Opened Access ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลในการออกแบบชีวิตตัวเองได้ เช่น เด็กต้องการรู้ว่าอาชีพไหนจบไปแล้วได้เงินเดือนเท่าไหร่ เพื่อให้พวกเขาเลือกหลักสูตรที่เรียนได้ถูกต้อง ใช้ในการคำนวนค่าเล่าเรียน หรือเลือกใช้ระบบกู้ยืมเงินเพื่อเรียนต่อได้อย่างเหมาะสม</li></ul>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การศึกษาไทยจะเดินต่ออย่างไร?</strong></h2>



<ul><li>Competency-based การสร้างการเรียนรู้ที่เน้นผลลัพธ์การเรียนรู้หรือความสามารถของผู้เรียนเป็นหลัก มากกว่าเนื้อหาตามหลักสูตร</li><li>Co-Creation การออกแบบการศึกษาที่ดึงภาคเอกชน ผู้จ้างงาน หรือชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมกับการออกแบบการศึกษา</li><li>Employability-oriented การปรับรูปแบการสอนให้สอดคล้องกับความต้องการแรงงานของภาคอุตสาหกรรมมากกว่าให้ความสำคัญกับปริญญา เช่น การพัฒนาระบบธนาคารหน่วยกิตดิจิทัล (Digital Credit Bank System)</li><li>Global-Perspective การสร้างเมืองให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพไปสู่ระดับสากล การเตรียมคนไทยให้มีความเป็นพลเมืองโลก และมีโอกาสออกไปหางานทำในต่างประเทศ</li><li>กระจายโอกาสทางการศึกษา เพิ่มการเข้าถึงการศึกษาทั้งในเชิง Accessibility และ Affordability</li><li>ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาได้ง่ายและจ่ายไหว</li><li>ซึ่งสุดท้ายนโยบายของภาครัฐจะต้องสร้างกลไกให้การศึกษาไทยสามารถเปลี่ยนผ่านการเปลี่ยนแปลงนี้ไปให้ได้ และต้องผลักดันนโยบายผลิตคนให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน และจากที่เคยอุดหนุนทุนการศึกษาในรูปแบบเฉลี่ยรายหัวเท่า ๆ กัน ก็ควรเพิ่มการสนับสนุนเป็น Demand-Directed Finance เพื่อแบ่งทุนอุดหนุนตามความต้องที่แตกต่างกันอีกด้วย</li></ul><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/infographic-090322/">เมื่อเด็กวันนี้จะอายุ 105 ปี เจาะเทรนด์การศึกษาไทย โตไปทางไหนดี?</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แคลิฟอร์เนียเล็งปรับเกณฑ์ในการให้ทุนสนับสนุนการศึกษาแก่โรงเรียนรัฐ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-california-lawmakers-may-stop-tying-k-12-schools-funding-to-daily-attendance-170122/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 15 Jan 2022 08:14:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[แคลิฟอร์เนีย]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=50519</guid>

					<description><![CDATA[<p>รัฐบาลท้องถิ่นในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ เล็งพิจารณาปรั [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-california-lawmakers-may-stop-tying-k-12-schools-funding-to-daily-attendance-170122/">แคลิฟอร์เนียเล็งปรับเกณฑ์ในการให้ทุนสนับสนุนการศึกษาแก่โรงเรียนรัฐ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>รัฐบาลท้องถิ่นในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ เล็งพิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบด้านการให้ทุนการศึกษาสนับสนุนโรงเรียนรัฐทุกแห่งในพื้นที่รับผิดชอบด้วยการยกเลิกหนึ่งในเงื่อนไขการให้ทุนด้วยการวัดจำนวนการเช็กชื่อเข้าเรียนทุกวัน</strong></p>



<p>ลอสแอนเจลิสไทมส์ (Los Angeles Times) สื่อท้องถิ่นในแคลิฟอร์เนียรายงานว่า หลังจากบังคับใช้เงื่อนไขการเช็กชื่อเข้าเรียนทุกวันเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาให้ทุนแก่โรงเรียนรัฐทุกแห่งในพื้นที่ ในที่สุดบรรดาสมาชิกสภาท้องถิ่นของรัฐแคลิฟอร์เนียก็เตรียมพิจารณายกเลิกเงื่อนไขดังกล่าว พร้อมกับหาวิธีการใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มจำนวนเด็กเข้าเรียนในโรงเรียนมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่เขตการศึกษาขนาดใหญ่อย่างกรุงลอสแอนเจลิส (L.A.)</p>



<p>แอนโทนี ปอร์ตันติโน (Anthony Portantino) วุฒิสมาชิกรัฐแคลิฟอร์เนียกล่าวว่า ตนเองจะยื่นข้อเสนอดังกล่าวต่อทางสภา โดยจะเชื่อมโยงเกณฑ์ให้ทุนการศึกษากับการลงทะเบียนประจำปีมากกว่าบันทึกการเข้าเรียนรายวัน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวน่าจะช่วยให้รัฐสามารถจัดสรรทุนให้กับทางโรงเรียนได้เพิ่มเติมอีก 3,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี</p>



<p>ทั้งนี้ รัฐบาลท้องถิ่นแคลิฟอร์เนียได้จัดสรรทุนการศึกษาให้แก่โรงเรียนในเขตการศึกษาที่มีมากกว่า 1,000 แห่งในทุกปีมาอย่างยาวนาน โดยพิจารณาจากความถี่ที่นักเรียนมาเข้าร่วมเรียนชั้นเรียนแทนที่จะนับจำนวนผู้ที่ลงทะเบียนเรียนทั้งหมด ซึ่งนโยบายดังกล่าวมีขึ้นเพื่อให้โรงเรียนรับผิดชอบต่อการขาดเรียนของนักเรียน และกระตือรือร้นที่จะตามเด็กที่ขาดเรียนมาเข้าเรียน</p>



<p>อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขดังกล่าวก็มีข้อจำกัด โดยกลุ่มที่สนับสนุนข้อเสนอใหม่ของวุฒิสมาชิกปอร์ตันติโน อย่างเขตการศึกษา Los Angeles Unified School District ระบุว่า นโยบายที่อิงกับการลงทะเบียนมีความผันผวนน้อยกว่าและจะช่วยให้โรงเรียนสามารถใช้เงินได้มากขึ้น เพราะวางแผนการใช้จ่ายได้ดีขึ้น</p>



<p>ขณะเดียวกัน เพื่อแก้ไขข้อกังวลในเรื่องของการขาดเรียน ปอร์ตันติโนได้เสนอข้อกำหนดให้อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของกองทุนใหม่ใดๆ ที่โรงเรียนได้รับภายใต้นโยบายใหม่จะต้องนำไปใช้ต่อเพื่อจัดการกับการขาดเรียน ไม่ยอมทำหน้าที่นักเรียนทั้งแบบชั่วคราวและเรื้อรัง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cc9ccf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/04-แปล-แคลิฟอร์เนียเล็งปรับเกณฑ์-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ปอร์ตันติโนย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการให้ทุนการศึกษาไม่ควรถูกมองว่าเป็นความพยายามที่จะลดทอนความสำคัญของการเข้าเรียนในห้องเรียนของเด็ก แต่เป็นการมองบริบทแวดล้อมตามความเป็นจริง</p>



<p>ทั้งนี้ จากฐานข้อมูลของรัฐแคลิฟอร์เนียพบว่า 12% ของนักเรียนในภาคการศึกษาปกติ (ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 &#8211; มัธยมศึกษาปีที่ 6) กว่า 6 ล้านคนในแคลิฟอร์เนีย ถูกระบุว่า &#8220;ขาดเรียนประจำ&#8221; (“chronically absent”) ในช่วงปีการศึกษา 2018-2019 ซึ่งหมายความว่า เด็กกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ขาดเรียนอย่างน้อย 10% อยู่แล้ว และอัตราการขาดเรียนประจำสำหรับนักเรียนผิวสีมีมากกว่านักเรียนผิวขาวถึง 2 เท่า</p>



<p>ขณะเดียวกัน ข้อเสนอปรับกฎในครั้งนี้ยังมีขึ้นหลังจากที่สำนักวิเคราะห์กฎหมายอิสระ หรือ Legislative Analyst’s Office คาดการณ์ว่าโรงเรียนสายสามัญและวิทยาลัยชุมชนจะได้การจัดสรรทุนมากกว่า 102,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีงบประมาณปัจจุบัน ซึ่งมากกว่าเดิมที่รัฐบาลท้องถิ่นเคยตั้งงบจัดสรรไว้ที่ 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงฤดูร้อนที่แล้ว ส่งผลให้โรงเรียนของรัฐได้รับการรับรองส่วนแบ่งรายได้กองทุนทั่วไปที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ที่รัฐบาลท้องถิ่นอนุมัติแนวทางจัดสรรเงินทุนสนับสนุนเพื่อการศึกษาในปี 1988</p>



<p>ทั้งนี้ ฝ่ายที่สนับสนุนข้อเสนอแก้ไขเงื่อนไขของปอร์ตันติโนกล่าวว่า การขาดเรียนของนักเรียนในช่วงที่เกิดวิกฤตโควิด-19 ระบาดทำให้โรงเรียนในเขตการศึกษาหลายแห่งทั่วแคลิฟอร์เนียประสบปัญหาการเช็กชื่อเข้าเรียน จนไม่สามารถดำเนินการด้านเอกสารเพื่อทำเรื่องขอรับทุนอุดหนุนการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการรายงานตัวเข้าเรียนที่ห้องเรียนได้</p>



<p>“ระบบการให้เงินสนับสนุนตามการเข้าชั้นเรียนในปัจจุบันทำให้โรงเรียนในพื้นที่รายได้น้อยเสียเปรียบ เนื่องจากพวกเขาประสบกับอัตราการขาดเรียนที่ค่อนข้างสูง ทำให้ไม่สามารถได้รับเงินช่วยเหลือในส่วนนี้ และความจริงก็คือ เงินสนับสนุนโดยวัดจากการเข้าเรียนกลายเป็นการลงโทษนักเรียนในโรงเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือทางการเงินจากรัฐมากที่สุด” เชน ดิชแมน (Shane Dishman) ประธานสมาคมพนักงานโรงเรียนแห่งแคลิฟอร์เนียระบุในแถลงการณ์สนับสนุน</p>



<p>แม้ว่าการเปลี่ยนไปใช้เงินทุนตามการลงทะเบียนอาจสร้างช่องว่างที่กว้างขึ้นระหว่างเขตขนาดเล็กและขนาดใหญ่ แต่ร่างกฎหมายระบุว่า ไม่มีโรงเรียนใดจะได้รับเงินทุนน้อยกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยที่โรงเรียนแต่ละแห่งจะยังคงได้รับทุนสนับสนุนในระดับเดียวกับเงินช่วยเหลือที่ได้ในปัจจุบัน เพียงแต่ข้อเสนอใหม่จะอนุญาตให้ทางโรงเรียนสามารถสมัครขอรับทุนเสริม หากยอดรวมการลงทะเบียนมากกว่าการเข้าชั้นเรียนเฉลี่ยรายวัน</p>



<p>หากผ่านการพิจารณา ร่างกฎหมายนี้จะมีผลบังคับใช้ในปีการศึกษา 2023-2024 ต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0986f8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/04-แปล-แคลิฟอร์เนียเล็งปรับเกณฑ์-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“สิ่งที่เราต้องการจะสื่อก็คือ การให้ตัวเลขการลงทะเบียนที่แท้จริงเป็นหลักในการแปลงเป็นเงินดอลลาร์พิเศษสำหรับเขตต่างๆ โดยจะไม่มีเขตการศึกษาใดสูญเสียเงินช่วยเหลือ เพียงแต่เป็นการเปิดโอกาสให้โรงเรียนมีช่องทางในการเพิ่มผู้เรียนและได้รับเงินทุนที่มากขึ้น” ปอร์ตันติโนกล่าว</p>



<p>แคลิฟอร์เนียเป็นหนึ่งในไม่กี่รัฐ รวมทั้งรัฐเท็กซัสและรัฐเคนทักกีที่ทางรัฐมีทุนสนับสนุนโรงเรียนโดยวัดจากจำนวนการเข้าเรียนรายวันของนักเรียน โดยข้อเสนอของปอร์ตันติโนมีขึ้นหลังจากที่กวิน นิวซัม (Gavin Newsom) ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียระงับการใช้การให้ทุนโดยพิจารณาจากการเข้าเรียนเป็นการชั่วคราว เพราะนักเรียนถูกบังคับไม่ให้เรียนหนังสือที่ห้องเรียนจากการระบาดของโควิด-19 ทำให้นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา กฎการเข้าชั้นเรียนที่มีมายาวนานได้ถูกกำหนดขึ้นใหม่เพื่อเป็นแนวทางในการส่งเสริมการสอนแบบตัวต่อตัว</p>



<p>ทั้งนี้ ปีที่ผ่านมา ข้อมูลจากกระทรวงศึกษาธิการแคลิฟอร์เนียรายงานว่า จำนวนการลงทะเบียนของเด็กนักเรียนลดลงมากที่สุดในรอบ 20 ปี โดยมีนักเรียนน้อยกว่าปีก่อนหน้าประมาณ 160,000 คน โดยชั้นเรียนที่มีเด็กนักเรียนลดลงมากที่สุดก็คือ เด็กอนุบาล เพราะครอบครัวเลือกที่จะไม่ส่งเด็กเข้าเรียนในระบบ นับเป็นช่วงปีการศึกษาที่น่าวิตกมากที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์การศึกษาของรัฐแคลิฟอร์เนีย</p>



<p>กระนั้น แม้จะไม่มีปัญหาการขาดเรียนที่เกี่ยวเนื่องจากการระบาดของโควิด-19 บรรดาเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนก็ยังได้รับคำเตือนถึงผลกระทบทางการเงินที่ตามมาจากจำนวนนักเรียนที่ลงทะเบียนเรียนลดลงเพราะอัตราการเกิดที่ลดลง โดยข้อมูลของนักวิจัยในสังกัดกระทรวงการคลังรัฐแคลิฟอร์เนียพบว่า จำนวนประชากรของรัฐแคลิฟอร์เนียลดลงในปี 2020 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของรัฐ อันเนื่องมาจากอัตราการเกิดที่ลดลง โดยเด็กอายุ 5 &#8211; 17 ปีคิดเป็นสัดส่วนประชากรที่น้อยลงในทุกปี</p>



<p></p>



<p><strong>ที่มา :</strong> <a href="https://www.latimes.com/california/story/2022-01-03/california-lawmakers-may-stop-funding-k12-schools-based-on-daily-attendance" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://www.latimes.com/california/story/2022-01-03/california-lawmakers-may-stop-funding-k12-schools-based-on-daily-attendance">California lawmakers may stop tying K-12 schools’ funding to daily attendance</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-california-lawmakers-may-stop-tying-k-12-schools-funding-to-daily-attendance-170122/">แคลิฟอร์เนียเล็งปรับเกณฑ์ในการให้ทุนสนับสนุนการศึกษาแก่โรงเรียนรัฐ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
