<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ทักษะในศตวรรษที่ 21 | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-21/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 21 Jul 2023 08:51:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ทักษะในศตวรรษที่ 21 | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ถอดกระบวนการสร้างสรรค์ ‘บอร์ดเกม’ เพื่อเรียนรู้แบบ Active Learning</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-12412/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Jul 2023 08:51:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะในศตวรรษที่ 21]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[Active Learning]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการเรียนรู้เชิงรุก]]></category>
		<category><![CDATA[นักจัดการเรียนรู้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=70356</guid>

					<description><![CDATA[<p>การนำ ‘บอร์ดเกม’ มาใช้ในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Activ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-12412/">ถอดกระบวนการสร้างสรรค์ ‘บอร์ดเกม’ เพื่อเรียนรู้แบบ Active Learning</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การนำ ‘บอร์ดเกม’ มาใช้ในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ถือว่ามีบทบาทสำคัญกับในห้องเรียนศตวรรษที่ 21 โดยเป็นการสร้าง ‘โลกย่อส่วน’ ที่ระบบ กฎเกณฑ์ หรือสถานการณ์ของโลกจริง จะถูกจำลอง หรือแทนที่ (Representation) ด้วยเกม เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหารายละเอียดที่ซับซ้อน ภายใต้องค์ประกอบที่ลดทอนลง</p>



<p>บอร์ดเกมยังเป็นเครื่องมือสำคัญ ที่ช่วยให้ครูสามารถเปลี่ยนตนเองเป็น ‘นักจัดการเรียนรู้’ ที่สามารถบูรณาการบทเรียนข้ามสาระวิชา และเติมทักษะที่จำเป็นให้กับผู้เรียนได้มากกว่าการ ‘ให้ความรู้’ เพียงอย่างเดียว โดยช่วยสร้างการเรียนรู้ผ่าน ‘การลงมือทำ’ และเปลี่ยนแปลงทักษะวิธีคิดผู้เรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งยังแฝงด้วยบรรยากาศการเรียนที่มีความสุข สนุกสนาน อันเป็นการ ‘กระตุ้นเร้า’ ผู้เรียนให้ค่อย ๆ พัฒนาตนเองเป็น ‘นักเรียนรู้’ ที่ไม่หยุดนิ่งต่อการค้นคว้าหาความรู้ในระดับที่สูงขึ้นต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-98034e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/1LinkThumbnail-ถอดกระบวนการสร้างสรรค์-‘บอร์ดเกม-เพื่อเรียนรู้แบบ-Active-Learning.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>กสศ. ชวนคุยกับนักจัดการเรียนรู้ที่นำกิจกรรมวิธีการ ‘เกมเป็นฐาน’ (Game Based Learning: GBL) หรือการใช้บอร์ดเกมมาเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning&nbsp; มาใช้จนประสบความสำเร็จ โดยคุณครูแกนนำทั้ง 4 ท่าน จาก ‘โครงการพัฒนาทักษะการจัดการการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21’ จะมาเล่าถึงขั้นตอนและเทคนิคการพัฒนาบอร์ดเกม ที่ตั้งต้นไอเดียจาก ‘โจทย์ปัญหา’ หรือ ‘ข้อจำกัดทางสภาพแวดล้อม’ ในชั้นเรียน ก่อนจะหยิบจับเอาสิ่งที่มีรอบตัวมาพลิกแพลง ประกอบเป็นบอร์ดเกมที่น่าสนใจ และสอดแทรกไว้ด้วยเนื้อหาที่ครอบคลุมสาระวิชาสำคัญ ๆ ต่าง ๆ ทั้งยังแฝงด้วยการพัฒนาทักษะความรู้จำเป็น ที่ผู้เรียนในแต่ละระดับชั้นควรได้รับ&nbsp;&nbsp;</p>



<p>&#8230;มาดูกันว่าครูแต่ละท่านมีขั้นตอนสร้างสรรค์บอร์ดเกมกันอย่างไร และเมื่อนำไปใช้จริงแล้ว ‘บอร์ดเกม’ จะสามารถช่วยคลี่คลายปัญหาและข้อจำกัดของนักเรียนในแต่ละระดับชั้นได้จริงแค่ไหน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3a906a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/2LinkThumbnail-ถอดกระบวนการสร้างสรรค์-‘บอร์ดเกม-เพื่อเรียนรู้แบบ-Active-Learning.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ดัดแปลงจากเกมฮิตในงานวัด</strong></h2>



<p>ลงใต้ไปที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่โรงเรียนตะกุกใต้ศึกษา โรงเรียนขนาดกลางซึ่งมีนักเรียน 260 คน ครูพัสนันท์ เดชมณี ได้พัฒนา ‘การ์ดเกม’ สำหรับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ที่จำลองภาพการเขียนคำสั่ง (Coding) โปรแกรม ‘Scratch’ เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้แบบ Unplugged โดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ ด้วยแรงบันดาลใจจากเกมบิงโกในงานวัดที่เด็ก ๆ คุ้นเคย</p>



<p>เป้าหมายการทำบอร์ดเกมของครูพัสนันท์คือต้องเล่นง่าย ไม่ซับซ้อน เป็นเกมที่เด็ก ๆ จะเรียนรู้และเข้าใจการเขียนโปรแกรม Scratch ได้แม้ไม่มีคอมพิวเตอร์เพียงพอสำหรับทุกคน ครูจึงตั้งต้นไอเดียจากสิ่งที่เด็ก ๆ คุ้นเคย คือเอาโครงสร้างการเล่นเกมบิงโกในงานวัดมาพัฒนาเป็น ‘เกมบัตรคำ’ โดยการ์ดแต่ละใบจะระบุคำสั่งและรายละเอียดวิธีการเขียน Scratch Coding เอาไว้ แล้วใช้วิธีเล่นแบบบิงโก เริ่มจากแจกกระดานคนละแผ่น ให้ผู้เล่นสุ่มหยิบบัตรคำ จากนั้นอ่านข้อความคำสั่ง พร้อมให้เพื่อนในวงช่วยบอกความหมาย ใครมีภาพตรงกับบัตรคำก็วางเบี้ยลงตามช่อง เล่นวนไปจนใครมีเบี้ยเรียงตามช่องที่กติกาตั้งไว้ก็พูด ‘บิงโก’ เป็นอันจบเกม  </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cada76"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/4LinkThumbnail-ถอดกระบวนการสร้างสรรค์-‘บอร์ดเกม-เพื่อเรียนรู้แบบ-Active-Learning.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เมื่อทดสอบเล่นจริงหลายครั้ง ครูพัสนันท์พบว่า บิงโกเป็นเกมที่มีประสิทธิภาพ แต่ยังมีข้อจำกัดในการเล่นคือต้องใช้เวลาต่อเกมยาวนาน จึงได้ลองปรับวิธีเล่นโดยใช้บัตรคำที่มีอยู่มาเพิ่มกติกาแบบโดมิโน่เข้าไป เพื่อความหลากหลาย และให้มีทางเลือกของรูปแบบการเล่นในช่วงเวลาสั้น ๆ มากขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0ec0d3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/3LinkThumbnail-ถอดกระบวนการสร้างสรรค์-‘บอร์ดเกม-เพื่อเรียนรู้แบบ-Active-Learning.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ครูพัสนันท์เล่าผ่านประสบการณ์ว่า การออกแบบการ์ดเกมที่มีวิธีการเล่นหลากหลายไม่ตายตัว พลิกแพลงกติกาได้ตามจำนวนผู้เล่น จะทำให้การ์ดเกมชุดเดิมได้รับการเล่นบ่อยขึ้น และหมายถึงการกล่าวย้ำเนื้อหาสาระที่ผู้เรียนควรรู้ได้บ่อยครั้งเช่นเดียวกัน โดยการพัฒนาให้มีวิธีเล่นหลากหลาย สามารถทำได้โดยปรับเพิ่มจำนวนการ์ด หรือเพิ่มการ์ดเงื่อนไขเข้าไป เช่นมีการ์ดคำสั่งที่บล็อคผู้เล่นคนอื่นได้ หรือมีการ์ดคำสั่งให้ผู้เล่นจั่วการ์ดเพิ่ม ซึ่งเป็นไอเดียผสมผสานที่เอามาจากไพ่ UNO เพียงเท่านี้ก็ทำให้เกมเดิม ๆ สนุกตื่นเต้นขึ้น</p>



<p>นอกจาก ‘บิงโก’ และ ‘โดมิโน่’ ครูพัสนันท์ยังได้ออกแบบกระดานแม่เหล็ก ที่เสมือนถอดแบบหน้าจอคอมพิวเตอร์ในการเขียน Coding โปรแกรม Scratch เพื่อใช้คู่กับการ์ดเครื่องมือคำสั่ง ทำให้เด็ก ๆ สามารถนำชุดกระดานและการ์ดกลับไปฝึกฝนเพิ่มเติมที่บ้าน ซึ่งเป็นการช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงเครื่องมืออย่างได้ผล โดยคุณครูกล่าวว่า</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c81ba0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/5LinkThumbnail-ถอดกระบวนการสร้างสรรค์-‘บอร์ดเกม-เพื่อเรียนรู้แบบ-Active-Learning.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>“การถอดอุปกรณ์ในคอมมาให้เด็กเห็น รู้จัก จับต้อง เข้าใจการทำงาน ถือเป็นการเพิ่มโอกาสให้เด็กนักเรียนในโรงเรียนขนาดกลางและขนาดเล็กที่ขาดความพร้อมทางทรัพยากร</strong> <strong>เราเห็นผลว่าพอเด็กได้เรียนแล้วไปจับคอมพิวเตอร์จริง ๆ เขาไม่ตื่นเต้นแล้วเรียนต่อได้เลย เพราะเข้าใจวิธีการทั้งหมดแล้ว”</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ขึ้นแบบจากวัสดุอุปกรณ์ที่มีบนโต๊ะทำงาน</strong></h2>



<p>ขึ้นเหนือไปพบครูผู้ผุดไอเดียออกแบบบอร์ดเกมสำหรับนักเรียนชั้น ป.3 จากวัสดุใกล้ตัว ครูทวีศักดิ์ ธิมา ที่โรงเรียนแม่ตะละวิทยา อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ที่มีนักเรียนเพียง 139 คน โดยคุณครูเล่าถึงแรงบันดาลใจว่า มาจากปัญหาที่พบในชั่วโมงภาษาอังกฤษ ที่เด็กส่วนใหญ่แม้จะขึ้น ป.3 แล้ว แต่ยังจำพยัญชนะ A-Z ไม่ได้ ซึ่งส่งผลต่อการจดจำคำศัพท์ต่าง ๆ อันเป็นพื้นฐานของการเรียนภาษาอังกฤษในระดับต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c86249"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/6-LinkThumbnail-ถอดกระบวนการสร้างสรรค์-‘บอร์ดเกม-เพื่อเรียนรู้แบบ-Active-Learning.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ครูจึงมีไอเดียว่าจะออกแบบเกมกระดาน ที่ถอดโครงสร้างรูปแบบและกติกาจากเกมคลาสสิคที่ใคร ๆ ก็รู้จักและเล่นได้ คือเกม ‘บันไดงู’ แล้วเสริมเทคนิคพิเศษเข้าไป โดยครูทวีศักด์บอกว่าตั้งแต่ร่างไอเดีย ออกแบบ ผลิต จนประกอบขึ้นรูปเป็น Prototype ล้วนใช้ต้นทุนจากวัสดุที่มีบนโต๊ะทำงานในห้องพักครู ส่วนกติกาการเล่นก็ค่อย ๆ พัฒนาปรับปรุงจากการให้นักเรียนทดลองเล่นจริง เพื่อเติมสีสันและทำให้รูปแบบเกมสนุกสนานลงตัวมากที่สุด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-30dd47"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/7LinkThumbnail-ถอดกระบวนการสร้างสรรค์-‘บอร์ดเกม-เพื่อเรียนรู้แบบ-Active-Learning.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ครูทวีศักดิ์ย้ำว่า ไม่ว่าใครก็สามารถทำบอร์ดเกมเล่นเองได้ ด้วยวัสดุสำนักงานที่มีอยู่รอบตัว เช่นกระดาษแข็ง เครื่องเคลือบบัตร ปากกาไฮไลท์ หรือสีเมจิก ขณะที่ตัวเดินหมากกับลูกเต๋าก็ยืมได้จากเกมกระดานเก่า ๆ ที่ทุกโรงเรียนมีอยู่แล้ว ก่อนระบุผลลัพธ์ของการจัดการเรียนรู้ด้วย GBL ว่า</p>



<p><strong>“เกมทำให้เกิดพลังการมีส่วนร่วมของเด็ก บรรยากาศในห้องเรียนก็เปลี่ยน แล้วยิ่งทำต่อเนื่อง ก็ยิ่งเห็นผลลัพธ์ว่าเด็กมีสมาธิ ความคิดสร้างสรรค์ รู้จักวางแผน ที่สำคัญคือเป็นไปตามจุดประสงค์ตั้งต้น คือเด็ก ๆ จำพยัญชนะและคำศัพท์ภาษาอังกฤษได้มากขึ้น โดยไม่ใช่จากการท่องจำ แต่เป็นการลงมือปฏิบัติจนเกิดการบันทึกความจำที่ติดตัวไปเองโดยอัตโนมัติ”</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ให้เกมช่วยคลี่คลายข้อมูลอันซับซ้อน</strong></h2>



<p>ไปดูเกมสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมที่เพิ่มความซับซ้อนในรายละเอียดยิ่งขึ้น และยังบูรณาการสาระวิชาวิทยาศาสตร์เข้าไปได้อย่างน่าสนใจ โดยครูอภิไธย ทองใบ จากโรงเรียนอนุบาลมหาสารคาม ในอำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม บอกว่า จุดเริ่มต้นการออกแบบมาจากความคิดว่า อยากถอดเนื้อหาจากตำราเรียนมาไว้บนเกม จึงลองนำเรื่องความสัมพันธ์ของสิ่งทีชีวิตและห่วงโซ่อาหาร มาบรรจุลงในเกมชื่อ ‘Food Chain Matching’ ซึ่งเป็นการ์ดเกมที่เล่นได้หลายรูปแบบ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3bb698"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/8-LinkThumbnail-ถอดกระบวนการสร้างสรรค์-‘บอร์ดเกม-เพื่อเรียนรู้แบบ-Active-Learning.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โดยวิธีหลักคือให้ผู้เล่นเปิดการ์ดครั้งละสองใบ เพื่อจับคู่อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างกันของสิ่งมีชีวิต ถ้า ‘matching’ ก็ได้การ์ดไปเก็บไว้ จบเกมใครมีการ์ดในมือมากกว่าก็เป็นผู้ชนะไป หรืออีกวิธี เกมนี้ยังพลิกแพลงให้เล่นง่ายขึ้น จบเร็วขึ้น โดยให้ผู้เล่นสุ่มหยิบการ์ดคนละใบ แล้วอธิบายถึงสิ่งมีชีวิตที่ปรากฎบนการ์ดว่าอยู่ตรงจุดไหนของห่วงโซ่อาหาร</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0ffd6e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/9-LinkThumbnail-ถอดกระบวนการสร้างสรรค์-‘บอร์ดเกม-เพื่อเรียนรู้แบบ-Active-Learning.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ครูอภิไธย กล่าวว่า เกมที่เล่นได้หลากวิธีจะทำให้นำไปใช้ได้ในหลายสถานการณ์ ตั้งแต่ใช้เล่นแบบ speed game เพื่อ check in นำสู่ห้องเรียน การใช้เล่นเพื่อเรียนรู้แทนการบรรยายเนื้อหาข้อมูลที่ยากและซับซ้อน หรืออีกวิธีหนึ่งคือการใช้เกมเพื่อทดสอบความเข้าใจของผู้เรียนหรือสรุปบทเรียน</p>



<p><strong>“เกมคือเครื่องมือที่ช่วยกระตุ้นเร้านักเรียนได้ตั้งแต่ขั้นนำ ขั้นเรียนรู้ และขั้นขมวดจบ ซึ่งจากผลที่เอามาลองใช้ เราเห็นเลยว่าผู้เรียนค่อย ๆ เข้าใจและเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตมากขึ้นในทุกครั้งที่เล่น จนในที่สุดเขาก็สามารถวาดภาพใหญ่ของโครงสร้างห่วงโซ่อาหารได้”</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-13588a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/10-LinkThumbnail-ถอดกระบวนการสร้างสรรค์-‘บอร์ดเกม-เพื่อเรียนรู้แบบ-Active-Learning.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ปลุกความเป็น ‘นักเรียนรู้’ จากภายใน</strong></h2>



<p>อีกโรงเรียนขนาดใหญ่ที่อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก กับโรงเรียนนครนายกวิทยาคม ของคุณครูวิวัฒน์ สุภพิทักษ์กุล ที่พัฒนาเกมขึ้นมาเพื่อใช้อธิบายสาระวิทยาศาสตร์ขั้นสูง แบ่งเป็นเกมสำหรับชั้น ม.ต้น เป็นการ์ดเกมจับคู่ในธีม ‘ชั้นบรรยากาศโลก’ ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนทำความเข้าใจศัพท์ยาก ๆ และมองเห็นภาพของแต่ละระดับชั้นบรรยากาศที่สูงขึ้นไปจากพื้นโลก เป็นเกมสไตล์เล่นง่ายจบเร็ว แต่ช่วยให้เด็ก ๆ เห็นภาพชั้นบรรยากาศได้อย่างรวดเร็วและช่วยบันทึกความจำได้ในระยะยาว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0cd7a2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/11-LinkThumbnail-ถอดกระบวนการสร้างสรรค์-‘บอร์ดเกม-เพื่อเรียนรู้แบบ-Active-Learning.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>กับอีกเกมหนึ่งสำหรับชั้น ม.ปลาย คือเกมชื่อ ‘Cell Travel’ ซึ่งจะพาผู้เรียนไปสู่เนื้อหาวิทยาศาสตร์เชิงลึก ผ่านการจำลองบทบาทเป็น ‘เซลล์’ ที่มีหน้าที่คอยลำเลียงสารต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกาย โดยครูวิวัฒน์อธิบายว่าเกมนี้ทำขึ้นสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมปลายสายศิลป์ เพื่อให้สามารถมองเห็นโครงสร้างการทำงานของเซลล์ ว่าในการนำสารแต่ละอย่างเข้าไปในร่างกายต้องผ่านกระบวนการและปฏิกิริยาใดบ้าง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-200f9c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/12-LinkThumbnail-ถอดกระบวนการสร้างสรรค์-‘บอร์ดเกม-เพื่อเรียนรู้แบบ-Active-Learning.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ครูวิวัฒน์อธิบายว่า การที่ผู้เล่นได้สวมบทเซลล์แล้วแข่งขันกันนำสารเข้าสู่ร่างกาย จะทำให้เข้าใจวิธีการ ความซับซ้อน การเปลี่ยนแปลง หรือการควบรวมกันของสารต่าง ๆ ซึ่งโดยปกติเนื้อหาเหล่านี้ผู้เรียนต้องอ่านหนังสือเป็นเล่ม เพื่อท่องจำคำศัพท์และผังกระบวนการแล้วนำไปสอบ ขณะที่หลาย ๆ คนพอสอบเสร็จแล้วส่วนใหญ่ก็ทิ้งความรู้เอาไว้ตรงนั้น หมายถึงส่วนใหญ่เด็กจะลืมสิ่งที่ท่องมาเกือบทั้งหมดในเวลาอันรวดเร็วเนื่องจากไม่ได้เอาไปใช้ต่อ หรือไม่ได้เกิดจากการทำความเข้าใจตัวเนื้อหาจริง ๆ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1bdf44"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/14-LinkThumbnail-ถอดกระบวนการสร้างสรรค์-‘บอร์ดเกม-เพื่อเรียนรู้แบบ-Active-Learning.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ต่อเมื่อเกมมากระตุ้นให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหาจากภายใน ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงกลายเป็นว่าสามารถดึงความสนใจได้มากกว่า ฝังความรู้ในตัวผู้เรียนได้ดีกว่า อีกทั้งยังเร้าให้เกิดความสนใจใคร่รู้ในเนื้อหาที่เชื่อมโยงสู่วิทยาศาสตร์ขั้นสูงต่อไป</p>



<p><strong>“เด็กไม่ได้แค่ความรู้ แต่มันมีเรื่องความสนุกและความสุขที่กระตุ้นให้เขาอยากเรียนรู้ต่อไป ส่วนหนึ่งเพราะเขาเข้าใจแล้วว่าเนื้อหาที่เรียนมันเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันยังไง ถือเป็นการเปิดประตูในใจให้ไปสู่การค้นพบมุมมองใหม่ ๆ ว่าวิทยาศาสตร์นั้นไม่ได้ยากเกินเรียนรู้ และยังมีเรื่องราวมากมายที่น่าสนใจกว่าที่คิด” </strong>ครูวิวัฒน์สรุป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-12412/">ถอดกระบวนการสร้างสรรค์ ‘บอร์ดเกม’ เพื่อเรียนรู้แบบ Active Learning</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ข้อเสนอ กสศ. ปลดล็อกความเหลื่อมล้ำ ยกระดับทักษะเยาวชนสู่ตลาดแรงงานคุณภาพสูง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/foundation-skills-for-21st-century/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Jan 2023 04:57:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะในศตวรรษที่ 21]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=64124</guid>

					<description><![CDATA[<p>1.3 ล้านคน คือตัวเลขประมาณการของเยาวชนกลุ่ม NEETs (Not  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/foundation-skills-for-21st-century/">ข้อเสนอ กสศ. ปลดล็อกความเหลื่อมล้ำ ยกระดับทักษะเยาวชนสู่ตลาดแรงงานคุณภาพสูง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>1.3 ล้านคน คือตัวเลขประมาณการของเยาวชนกลุ่ม NEETs (Not in Education, Employment or Training) หรือเยาวชนอายุ 15-24 ปี ที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา การพัฒนา หรือการจ้างงาน และแม้อัตราการขยายตัวของประชากรกลุ่มนี้จะมีเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ของแต่ละปี แต่กลับส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างใหญ่หลวง</p>



<p>UNESCO รายงานว่า เยาวชนกลุ่ม NEETs คิดเป็น 10 เปอร์เซ็นต์ของฐานผู้เสียภาษีทั้งหมด 11 ล้านคน และมีสัดส่วน 3 เปอร์เซ็นต์ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท</p>



<p>หากพิจารณาในกลุ่มประชากรวัยแรงงานที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป จะพบผู้ที่มีวุฒิการศึกษาภาคบังคับหรือต่ำกว่า มากถึง 16 ล้านคน ซึ่งได้รับค่าแรง สวัสดิการ และคุณภาพชีวิตระดับต่ำ ฉะนั้น หากสังคมมุ่งให้ความสนใจต่อกลุ่มประชากรที่อยู่ในวัยผลัดเปลี่ยนจากรั้วโรงเรียนสู่ชีวิตการทำงาน อาจช่วยให้ประชากรกลุ่มนี้สามารถกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ การศึกษา หรืออย่างน้อยทำให้พวกเขาเติมเต็มศักยภาพของตนเองได้</p>



<p>คำถามสำคัญคือ ทักษะใดเล่าที่จะทำให้พวกเขาสามารถแข่งขันในตลาดแรงงานและใช้ชีวิตของตนอย่างเปี่ยมความหมาย แม้การมีทักษะที่สอดรับกับความต้องการของตลาดแรงงานจะรับประกันการมีงานทำ มีรายได้ที่มั่นคง และมีศักยภาพดูแลตนเองและผู้อื่น แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างโรคระบาดหรือการรุกคืบของเทคโนโลยีที่เข้ามาแทนที่แรงงานอย่างกะทันหัน นโยบายใดเล่าจะทำให้ประเทศไทยมีความพร้อมที่จะปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลง&nbsp;</p>



<p>ด้วยเหตุนี้ ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจต่อความท้าทายใหม่ในการพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงาน ตลอดจนทักษะและการเรียนรู้ที่จำเป็นเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการพัฒนาทักษะและการเรียนรู้ของเยาวชนและประชากรวัยแรงงาน</p>



<p><strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>จัดการประชุม <a href="https://www.eef.or.th/news-200123/?fbclid=IwAR21mcKoOho9dgwkXMfij9uGGcoufeIyULgKTEy-Ha8IV88OvMRBWUwM0E8">‘เวทีนโยบายการพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงานสู่ความพร้อมรับมือตลาดแรงงานยุคใหม่’</a> ในหัวข้อปลดล็อกความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและการศึกษาผ่านการพัฒนา ‘ทักษะพื้นฐานของการทำงานในโลกยุคใหม่’ ในวันที่ 18 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา โดยมีเข้าร่วมเสวนาดังนี้</p>



<ul><li><strong>โคจิ มิยาโมโตะ (Koji Miyamoto)</strong> นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากธนาคารโลก</li><li><strong>ผศ.ดร.ศุภชัย ศรีสุชาติ</strong> คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์</li><li><strong>ดร.สมชัย จิตสุชน</strong> ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงานนอกระบบ กสศ. และผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)</li><li><strong>เรืออากาศโท สมพร ปานดำ</strong> รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา</li><li><strong>สรรชัย ชอบพิมาย</strong> ผู้อำนวยการกองพัฒนาผู้ฝึกและเทคโนโลยีการฝึก กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน</li></ul>



<h3 class="gb-headline gb-headline-7aad2f29 gb-headline-text">ทักษะพื้นฐาน: กุญแจสู่โลกอนาคต</h3>



<p>การแพร่ระบาดของโควิด-19 ไม่เพียงทำให้จังหวะของทุกชีวิตชะงักลง แต่ยังส่งผลให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยเลวร้ายขึ้น ทว่าหากมองในอีกมุมหนึ่ง นับเป็นโอกาสอันดีที่ประเด็นการศึกษาและแรงงานจะได้รับการผลักดันเป็นวาระทางสังคมอีกครั้ง และการแก้ไขปัญหาทั้งมวลอาจเริ่มจากการทบทวนทักษะมูลฐานบางประการ</p>



<p><strong>โคจิ มิยาโมโตะ</strong> นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากธนาคารโลก ระบุว่า ทักษะพื้นฐาน (foundational skill) ในศตวรรษที่ 21 ได้แก่</p>



<ul><li><strong>ทักษะการอ่านเขียน (literacy skill)</strong> เกี่ยวข้องกับการใช้ตรรกะ ความคิดริเริ่ม ความคิดสร้างสรรค์ การแก้ไขปัญหา ความสามารถทางการพูด การคำนวณ รากฐานของการเรียนรู้ในระยะยาว</li><li><strong>ทักษะดิจิทัล (digital skill)</strong> ความเข้าใจ การจัดการ และสังเคราะห์ข้อมูลด้าน ICT (Information and Communication Technology) อย่างเหมาะสมและปลอดภัย</li><li><strong>ทักษะอารมณ์สังคม (socio-emotional skill)</strong> ความสามารถด้านอารมณ์ ความเห็นอกเห็นใจ ความมั่นคงทางอารมณ์ ความยืดหยุ่น ความอดทนและการปรับตนเองเข้ากับสถานการณ์ได้</li></ul>



<p>ความสำคัญของทักษะ 3 ประการข้างต้น อาจเริ่มจากงานศึกษาในแคนาดาขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (2015) ที่เผยว่า กลุ่มตัวอย่างอายุ 25 ปี ที่มีคะแนนข้อสอบ PISA อยู่ในเกณฑ์ดี (วัดจากทักษะการอ่าน การเขียน และทักษะอารมณ์สังคม) เมื่อครั้งอยู่ในวัย 15 ปี จะมีโอกาสเรียนต่อระดับอุดมศึกษาสูงถึง 50-60 เปอร์เซ็นต์ กล่าวคือ ทักษะการอ่านเขียนที่ดีจะส่งผลต่อการเรียนต่อและเรียนจบในระดับสูง&nbsp;</p>



<p>อีกหนึ่งหลักฐานยืนยันถึงความสำคัญของทักษะอ่านเขียนก็คือ ผลสำรวจแรงงานในช่วงอายุ 35-54 ปี ใน 32 กลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ระบุว่า หากค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของตัวแปรทักษะการอ่านเขียนเพิ่มขึ้น 1 หน่วย แรงงานจะมีรายรับเพิ่มขึ้นถึง 18 เปอร์เซ็นต์</p>



<p>ขณะที่การศึกษาระยะยาวในสวิตเซอร์แลนด์ (2015) ชี้ว่า ทักษะการอ่านเขียนยังสัมพันธ์กับสุขภาพ กล่าวคือ ยิ่งมีคะแนนทักษะอ่านเขียนมากขึ้น ความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าจะน้อยลง และมีพฤติกรรมก่อกวนสังคมลดลงด้วยเช่นกัน</p>



<p><strong>โคจิ</strong>พยายามแสดงให้เห็นว่า ทักษะการอ่านเขียน ทักษะดิจิทัล และทักษะอารมณ์สังคม แม้ดูเหมือนสิ่งธรรมดาสามัญ แต่กลับมีผลต่อทั้งระดับปัจเจก สังคม และประเทศอย่างมีนัยสำคัญ เขาเน้นย้ำว่า การพัฒนาทักษะเหล่านี้ต้องอาศัยการพัฒนาแบบองค์รวม ไล่เลียงตั้งแต่ชั้นเรียนประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา ทั้งในและนอกระบบ กระทั่งการเรียนเสริม การฝึกอบรม และงานอาสาสมัคร ล้วนต้องดำเนินอย่างต่อเนื่องและจำเป็นต้องมีเป้าหมายในทิศทางเดียวกัน สิ่งสำคัญคือต้องได้รับการปลูกฝังตั้งแต่เด็ก</p>



<p>หากทรัพยากรมนุษย์ได้รับการเติมเต็มทักษะพื้นฐานครบทั้ง 3 ด้านแล้ว นอกจากจะสามารถดูแลตนเอง พวกเขาย่อมมีศักยภาพดูแลผู้อื่น ช่วยให้ภาครัฐสามารถลดค่าใช้จ่ายในการดูแลประชากรที่มีปัญหา ขณะเดียวกัน ภาคผู้ประกอบการก็สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมและเพิ่มผลผลิตได้มากขึ้น คนเหล่านี้จะสามารถขยับฐานะทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการพัฒนาประเทศและเพิ่มโอกาสในการก้าวพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลางในที่สุด</p>



<p>อย่างไรก็ดี งานศึกษาเรื่อง<em> Building on Solid Foundations: Prioritising Universal, Early, Conceptual and Procedural Mastery of Foundational Skills</em> (2020) ค้นพบว่า เด็กในประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่ยังขาดทักษะพื้นฐาน ฉะนั้น การจัดลำดับความสำคัญของการเรียนรู้เสียใหม่จึงมีความจำเป็น เพื่อเพิ่มพูนทักษะขั้นพื้นฐาน นำไปสู่การศึกษาที่ไม่ทิ้งใครไว้ด้านหลังอย่างแท้จริง โดยสรุปแนวทางไว้ดังนี้</p>



<ul><li><strong>ความเป็นสากล (universal)</strong> เด็กทุกคนบนโลกควรได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน</li><li><strong>เริ่มเร็ว (early)</strong> เด็กทุกคนต้องได้รับการฝึกฝนทักษะพื้นฐานตั้งแต่ช่วงต้นของการเข้าโรงเรียน</li><li><strong>แนวคิด (conceptual)</strong> เด็กทุกคนต้องเข้าใจแนวคิดเบื้องหลังของสิ่งที่ตนกำลังเรียนรู้ ไม่ใช่ท่องจำเนื้อหาเพียงอย่างเดียว</li><li><strong>เป็นขั้นเป็นตอน (procedal)</strong> เด็กทุกคนต้องฝึกฝนการแก้ไขปัญหาและสามารถนำทักษะไปใช้ได้จริง</li><li><strong>เชี่ยวชาญ (mastery)</strong> เด็กทุกคนสามารถบรรลุศักยภาพตามเกณฑ์ และสามารถนำทักษะพื้นฐาน เช่น การรู้หนังสือ การคำนวณ และการจัดการอารมณ์ไปต่อยอดในสิ่งที่ตนเลือกและตัดสินใจ</li></ul>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="819" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/21century-info-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-64127" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/21century-info-819x1024.jpg 819w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/21century-info-240x300.jpg 240w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/21century-info-768x960.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/21century-info.jpg 1200w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>



<h3 class="gb-headline gb-headline-177029e8 gb-headline-text">จากงานวิจัยสู่ข้อเสนอนโยบายทางการศึกษา</h3>



<p><strong>ผศ.ดร.ศุภชัย ศรีสุชาติ</strong> ขยายความงานศึกษาข้างต้น โดยมีข้อค้นพบที่น่าสนใจว่า เด็กในประเทศกำลังพัฒนาร้อยละ 52 ไม่สามารถอ่านหนังสือได้ และครึ่งหนึ่งของเด็กผู้หญิงที่สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษา ไม่สามารถอ่านประโยคง่ายๆ ได้ กล่าวคือ เด็กทั่วโลกกำลังขาดแคลนทักษะขั้นพื้นฐาน มากไปกว่านั้น ทักษะการเชื่อมโยงเหตุผลยังประสบปัญหาอย่างมีนัยสำคัญ เช่น ผลสำรวจในอินเดียระบุว่า เด็กร้อยละ 86 สามารถตอบได้ว่า กุญแจมีความยาวเท่าไร หากเริ่มวัดสเกลตั้งแต่ 0 แต่เมื่อตั้งคำถามถึงความยาวของดินสอโดยเริ่มวัดสเกลตั้งแต่เลข 2 ขึ้นไป เด็กเกือบร้อยละ 40 กลับไม่สามารถตอบได้&nbsp;</p>



<p>ดังนั้น งานศึกษาชิ้นนี้จึงมองว่า เด็กควรเรียนรู้การอ่าน เพื่อสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง (Learn to read, so you can read to learn) พร้อมเสนอว่า ผู้กำหนดนโยบายต้องมีความแน่วแน่ว่า เด็กทุกคนควรบรรลุการอ่าน การเขียน และการคำนวณตามเกณฑ์อายุ ส่วนหน่วยงานด้านการศึกษาควรปฏิรูปหลักสูตร อบรม และควรสนับสนุนการเรียนการสอน เพื่อให้เด็กมีทักษะที่ครอบคลุมทุกด้านของชีวิต</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1224" height="863" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/image.png" alt="" class="wp-image-64125" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/image.png 1224w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/image-300x212.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/image-768x541.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/01/image-140x100.png 140w" sizes="(max-width: 1224px) 100vw, 1224px" /><figcaption><em>&nbsp;ที่มา</em><a href="https://riseprogramme.org/sites/default/files/2020-11/202011_UECPMFS_Infographic_detailed.pdf"><em>: Universal, Early, Conceptual and Procedural Mastery of Foundational Skills</em></a> (2020)&nbsp;</figcaption></figure>



<p>ขณะที่งานวิจัยเรื่อง<em> Education and Employability: The Critical Role of Foundational Skills</em> (2022) ระบุว่า แม้ทักษะพื้นฐานจะมีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคม แต่เด็กส่วนใหญ่ในประเทศกำลังพัฒนากลับไม่ได้รับทักษะพื้นฐานตามที่คาดหวัง จึงทำให้การพัฒนาทักษะเชิงเทคนิค (Technical and Vocational Education Training: TVET) หรือทักษะกลุ่มอาชีวศึกษา มีความติดขัดหรือไม่คุ้มค่าที่จะลงทุน</p>



<p>แต่สำหรับ <strong>ผศ.ดร.ศุภชัย</strong> กลับมองว่า รัฐจำเป็นต้องลงทุนในการพัฒนาทักษะพื้นฐาน ทั้งการเรียนการสอนในสายสามัญก็ดี หรือในสายอาชีพก็ดี ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าให้กับแรงงาน และส่งผลเชิงบวกต่อตลาดการจ้างงานทั้งสายอาชีพและสายสามัญ</p>



<p>งานวิจัยล่าสุดของ The Research on Improving Systems of Education (RISE) ยังเสนอว่า การเสริมรากฐานของ TVET ต้องเริ่มจากการลงทุนในการศึกษาระดับปฐมวัย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการเรียนรู้ทักษะการอ่าน การเขียน และการคำนวณ</p>



<p>เมื่อขยับจากภาพใหญ่ทั่วโลกเข้ามาในสังคมไทย <strong>ผศ.ดร.ศุภชัย </strong>ตั้งข้อสังเกตว่า ประเทศไทยขาดการพัฒนาทักษะพื้นฐานอย่างเป็นระบบ การเติมเต็มทักษะพื้นฐานมักขึ้นอยู่กับทักษะการสอนของครูแต่ละคนเสียมากกว่า ขณะเดียวกัน ประเทศไทยใช้งบประมาณจำนวนมากช่วยเหลือผู้พิการ เด็ก ผู้สูงอายุ และวัยแรงงาน หากแต่ยังขาดการเติมเต็มนโยบายด้านการพัฒนาทักษะพื้นฐาน เพราะฉะนั้น การลงทุนเพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานโดยการจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นระบบ (resource allocation) จึงเป็นเรื่องเร่งด่วน</p>



<p><em>“ถ้าเรายังไม่หลุดพ้นจากการใช้งบประมาณเพื่อสนับสนุนการบริโภค โดยไม่ได้ใช้เพื่อการลงทุน และไม่ได้เป็นการลงทุนระยะยาวในการพัฒนาคน จะทำให้เราหลุดออกจากกับดักประเทศรายได้ปานกลางหรือก้าวพ้นความเหลื่อมล้ำได้ยาก” </em>ผศ.ดร.ศุภชัย สรุป</p>



<p>หากต้องศึกษาวิจัยเรื่องนี้เพิ่มเติม<strong> ดร.สมชัย จิตสุชน</strong> ชวนมองต่อไปว่า การมีนโยบายรูปธรรมอาจต้องเริ่มจากการออกแบบงานศึกษาที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรประชาการ (ฐานะ ที่อยู่อาศัย และระดับการศึกษา) กับตัวแปรทักษะต่างๆ เพื่อหาคำตอบว่าทักษะใดสามารถสร้างรายได้ได้ดีที่สุดสำหรับแต่ละกลุ่มประชากร</p>



<p>นอกจากนี้ <strong>ดร.สมชัย</strong> ยังเสนอว่า ควรทำวิจัยเชิงนิเวศการเรียนรู้ (learning ecosystem) เพื่อหาปัจจัยที่ส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็ก เขายกตัวอย่างว่า การใช้เวลาของผู้ปกครองมีผลต่อพัฒนาการเด็ก แต่ปัญหาคือผู้ปกครองซึ่งเป็นกลุ่มประชากรวัยแรงงาน จะมีเวลาอยู่กับครอบครัวมากน้อยเพียงใด</p>



<p>มากไปกว่านั้น การเพิ่มขึ้นของ ‘ครอบครัวแหว่งกลาง’ หรือครอบครัวที่เด็กต้องอยู่อาศัยกับผู้สูงอายุ ยังส่งผลต่อระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ต่างออกไป ทักษะที่จำเป็นจึงอาจครอบคลุมไปถึงทักษะการเลี้ยงดูเด็กของผู้สูงอายุด้วยเช่นกัน&nbsp;</p>



<p>ข้อสรุปของ <strong>ดร.สมชัย</strong> คือรัฐไทยไม่ควรกำหนดนโยบายที่ชี้ชัดว่า ทักษะใดคือทักษะที่จำเป็น เพราะโลกหมุนเร็วเกินกว่าจะตามทัน แต่สามารถกำหนดนโยบายเชิง ‘market-based’ หรือส่งเสริมให้กลไกตลาดทำหน้าที่ขับเคลื่อนสังคม เช่น คนที่มีวุฒิการศึกษาต่ำกว่ามัธยมต้น จะได้รับคูปองมูลค่า 6,000 บาท ทุกรอบ 3 ปี สำหรับการฝึกอบรมทักษะใหม่ๆ ตามศูนย์อบรมของเอกชน ซึ่งแต่ละศูนย์จะต้องแข่งขันกันจัดอบรมเพื่อค้นหาทักษะที่จำเป็นในช่วงนั้นๆ โดย<strong> ดร.สมชัย </strong>คาดการณ์ว่า นโยบายนี้อาจใช้งบประมาณเทียบเท่ากับโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเป็นโครงการเชิงสงเคราะห์มากกว่าการลงทุนเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์</p>



<h3 class="wp-block-heading">พัฒนาหลักสูตรอาชีวศึกษา เสริมทักษะการเป็นผู้ประกอบการ</h3>



<p>ทางด้านอาชีวศึกษา <strong>ร.ท.สมพร ปานดำ</strong> ยอมรับว่า เด็กที่เรียนในระบบอาชีวศึกษา ส่วนใหญ่มาจากครอบครัวฐานะยากจนและมีปัญหา นำมาสู่ปัญหาด้านค่าใช้จ่าย การเรียนการสอน และการผลิตผลงานวิชาการ ฉะนั้น หากเด็กในรั้วอาชีวศึกษาได้รับการปลูกฝังทักษะพื้นฐานตั้งแต่ต้น จะทำให้เด็กอยู่ในบรรยากาศของการเรียนรู้ สามารถเรียนจบและมีงานทำได้</p>



<p>ปัจจุบัน อาชีวศึกษาเปิดสอน 3 หลักสูตร ได้แก่ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)</p>



<p>ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ (ทล.บ.) รวมเป็น 66 สาขาวิชา เนื้อหาสอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น ผู้ประกอบการ และภาคอุตสาหกรรม โดยเน้น hard skills หรือทักษะเชิงเทคนิคเป็นหลัก<strong> ร.ท.สมพร</strong> กล่าวด้วยว่า คณะกรรมการการอาชีวศึกษาพยายามออกแบบหลักสูตรระยะสั้นเพื่อเพิ่ม soft skills ซึ่งเป็นทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น เพื่อสอดรับกับความเปลี่ยนแปลงทางสังคม และปฏิเสธไม่ได้ว่า ทักษะการอ่านและการสื่อสารภาษาต่างประเทศ อาจเป็นโจทย์สำคัญของอาชีวศึกษาในอนาคต เพราะลำพังทักษะภาคปฏิบัติการ อาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดในระยะยาว</p>



<p>ในมุมของการออกแบบหลักสูตรเพื่อป้อนตลาดแรงงาน <strong>ร.ท.สมพร</strong> เน้นย้ำว่า การทำงานร่วมกันระหว่างอาชีวศึกษา การศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือกระทั่งเครือข่ายผู้ประกอบการ เป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาอาชีวศึกษาที่อาจสลัดคราบด้านลบได้หมดจด และทักษะผู้ประกอบการและทักษะการเงินการลงทุน อาจทำให้เด็กอาชีวะไม่จำเป็นต้องเป็นลูกจ้างเสมอไป&nbsp;</p>



<p>นอกเหนือจากแรงงานที่มาจากระบบการศึกษา <strong>สรรชาย ชอบพิมาย</strong> กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมามีแรงงานจำนวนมากหลุดออกจากระบบการศึกษานับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งกรมพัฒนาแรงงานได้จัดฝึกอบรมยกระดับแรงงานในสถานประกอบการ และฝึกอบรมอาชีพเสริมให้กลุ่มรัฐวิสาหกิจอย่างต่อเนื่องเสมอมา</p>



<p>นอกจากนี้ยังมีการฝึกอบรมให้แก่กลุ่มแรงงานที่เตรียมเข้าทำงานใหม่ ประกอบด้วย เด็กจากสถานพินิจ เด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา หรือเด็กที่จบการศึกษาภาคบังคับ โดยผลจากการฝึกอาชีพ ร้อยละ 85 ของแรงงานกลุ่มนี้ล้วนมีงานทำ สิ่งนี้คือบทบาทหนึ่งของกระทรวงแรงงาน</p>



<p><em>“ศักดิ์ศรี ความปลอดภัย คุณภาพการทำงาน และวินัย”</em> เป็นสิ่งที่สรรชัยเห็นว่า จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับแรงงานยุคใหม่ ซึ่ง กสศ. หน่วยงานระดับจังหวัด หรือหน่วยงานอื่นๆ สามารถร่วมกันบูรณาการเพื่อออกแบบนโยบายสำหรับประชากรกลุ่มเปราะบางได้ เช่น การให้ทุน การศึกษาดูงาน การฝึกอบรม เป็นต้น</p>



<p>นอกจากการประสานงานกันภายในกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และกรมจัดหางาน ยังประสานงานกับกระทรวงศึกษาธิการ และภาคเอกชน ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายการเมืองจะปรับใช้และผลิตเป็นนโยบายอย่างไร</p>



<h3 class="wp-block-heading">เสมอภาค: ความฝันที่รอวันเติมเต็ม&nbsp;</h3>



<p><strong>ผศ.ดร.ศุภชัย</strong> ย้ำว่า การจัดสรรทรัพยากรโดยคัดเลือกกลุ่มเป้าหมาย (targeting) ที่ชัดเจน จะนำไปสู่การเข้าถึงทรัพยากรอย่างเสมอภาค (equity) เกิดการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ที่ยั่งยืนและแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้อย่างตรงจุด&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh6.googleusercontent.com/d0_WmLo31y4zoA2YI4g2BOADftWTFLJh54O5tJtNpa8OG1fgUijqWdf-Aojr2eJ7T2SxLyhUCHAGVf42IAIl4tcl9_Xazo2dzuu6pl6o_9PYOFPP55iv2b9J4XOry_TwHwoe_lx_Y3dDILbl0D5khu8gXE0up_t32T23_SwatRU81QSxXUFiUN7DfVy4pQ" alt=""/><figcaption><em>ที่มา: </em><a href="https://www.eef.or.th/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84/"><em>https://www.eef.or.th/ความเสมอภาค/</em></a></figcaption></figure>



<p>กระนั้น ข้อถกเถียงที่มักตามมาคือ สัดส่วนของการจัดสรรทรัพยาการในประชากรแต่ละกลุ่มควรเป็นเท่าไรจึงจะเหมาะสม ซึ่งหากสังคมก้าวไม่พ้นข้อถกเถียงนี้และลงเอยด้วยการจัดสรรให้ทุกคนได้รับเท่าเทียมถ้วนหน้า (equality) การแก้ไขปัญหาก็จะมีคนถูกทิ้งไว้ข้างหลังเสมอ ดังนั้น <strong>ผศ.ดร.ศุภชัย</strong> จึงคาดหวังว่า ในอนาคตสังคมอาจไม่จำเป็นต้องมีการจัดสรรทรัพยากร เพราะทุกคนในสังคมสามารถเอื้อมถึงโอกาสในชีวิตของตนไม่ว่าจะมีเงื่อนไขแบบใด หรือที่เรียกว่า สังคมที่เป็นธรรม (justice) ในทุกมิติของทุกชีวิต</p>



<p>เช่นเดียวกับ <strong>ดร.สมชัย</strong> เห็นด้วยกับแนวคิดข้างต้น แต่จากบทเรียนที่ผ่านมาพบว่า การจัดสรรทรัพยากรด้วยวิธีคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายมักไม่ค่อยได้ผล และเมื่อใดที่มีความพยายามจัดสรรทรัพยากรด้วยวิธีดังกล่าว จะพบว่ามีคนตกหล่นเสมอ เพราะเงื่อนไขสำคัญเพื่อให้วิธีการนี้สัมฤทธิ์ผล คือการพัฒนาเครื่องมือและฐานข้อมูล เพื่อเพิ่มความแม่นยำและเพิ่มความมั่นใจว่า จะไม่มีใครถูกซ้ำเติมให้เปราะบาง</p>



<p>และเมื่อระบบฐานข้อมูลได้รับการพัฒนา นโยบายบางอย่างก็ต้องมีลักษณะสากล (universal) แทนวิธีการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมาย เช่น หากมีโครงการพัฒนาทักษะการอ่านการเขียน ทักษะดิจิทัล และทักษะอารมณ์สังคม ในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 ปี <strong>ดร.สมชัย</strong> เสนอว่า ภาครัฐก็ควรทุ่มทรัพยากรอย่างเท่าเทียมเพื่อป้องกันการตกหล่น และแม้จะใช้งบประมาณมหาศาล แต่ย่อมเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า</p>



<p>ถึงที่สุดแล้ว <strong>ดร.สมชัย</strong> กล่าวว่า ระบบการประเมินหรือการให้คุณค่าแก่ทักษะที่จำเป็นก็นับว่ามีความสำคัญ เช่น ใบปริญญาหรือเกียรติบัตร อาจไม่ใช่เครื่องมือที่ใช้ประเมินเงินเดือนหรือค่าตอบแทนอีกต่อไป ซึ่งหากมีเครื่องมืออื่นสำหรับตรวจสอบทักษะความสามารถได้โดยตรง ก็อาจเป็นวิธีหนึ่งในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและนำไปสู่ความเท่าเทียมของรายได้ด้วยเช่นกัน</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<h5 class="wp-block-heading">ที่มา</h5>



<ul><li><a href="https://fb.watch/ifRT4Di67Z/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">การประชุมเวทีนโยบายการพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงาน</a></li><li><a href="https://riseprogramme.org/blog/what-do-we-mean-foundational-skills" target="_blank" rel="noreferrer noopener">What Do We Mean By ‘Foundational Skills’?</a></li></ul><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/foundation-skills-for-21st-century/">ข้อเสนอ กสศ. ปลดล็อกความเหลื่อมล้ำ ยกระดับทักษะเยาวชนสู่ตลาดแรงงานคุณภาพสูง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นักเรียนทุนนวัตกรรม ขอนายก ฯ ไม่ทิ้งเด็กสายอาชีพ หนุนให้ทุนการศึกษาทุกปี</title>
		<link>https://www.eef.or.th/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%82%e0%b8%ad-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 28 Jun 2019 07:38:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[สอศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันอุดมศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[Net Present Value : NPV]]></category>
		<category><![CDATA[มูลค่าปัจจุบันสุทธิ]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราผลตอบแทนการลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[IRR]]></category>
		<category><![CDATA[Internal Rate of Return]]></category>
		<category><![CDATA[ปวช.]]></category>
		<category><![CDATA[ทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ปวส.]]></category>
		<category><![CDATA[ทุน 2 ปี]]></category>
		<category><![CDATA[ทุน 5 ปี]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาลัยเทคโนโลยีชลบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[มจธ.]]></category>
		<category><![CDATA[นางสาวกัลยาภรศ์ เตาวะโต]]></category>
		<category><![CDATA[สถานศึกษาสายอาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.สุภกร บัวสาย]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีวศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ปลุกพลัง สร้างโอกาสแห่งอนาคต กับทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[Youth Talk]]></category>
		<category><![CDATA[นายนภัทร อินทร์ใจเอื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[กัน เดอะสตาร์]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิตลิขิตเอง]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล]]></category>
		<category><![CDATA[นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างคน สร้างโอกาส สร้างงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะในศตวรรษที่ 21]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะอาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[STEM]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[S Curve]]></category>
		<category><![CDATA[New S Curve]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายรัฐบาล]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาลัยเทคโนโลยีอาชีวศึกษาทางรถไฟหลิ่วโจว]]></category>
		<category><![CDATA[Liuzhou Railway Vocational Technical College]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=3840</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2562 กสศ.จัดงาน "ปลุกพลัง สร้างโอกาสแห่งอนาคต กับทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง" โดยมีผู้นำนักศึกษาทุนฯ รุ่นที่ 1 และผู้บริหาร ครู อาจารย์ จากสถานศึกษาสายอาชีพ จำนวน 36 แห่ง เข้าร่วมกว่า 300 คน</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%82%e0%b8%ad-2/">นักเรียนทุนนวัตกรรม ขอนายก ฯ ไม่ทิ้งเด็กสายอาชีพ หนุนให้ทุนการศึกษาทุกปี</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3843" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/06/65687142_2660132980687361_5345149845696937984_o.jpg" alt="" width="2048" height="1367" /></p>
<p>เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่อาคารเดอะ พอร์ทอล ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดงาน &#8220;ปลุกพลัง สร้างโอกาสแห่งอนาคต กับทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง&#8221; โดยมีผู้นำนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง รุ่นที่ 1 และผู้บริหาร ครู อาจารย์ จากสถานศึกษาสายอาชีพ จำนวน 36 แห่ง เข้าร่วมกว่า 300 คน ภายในงานมีกิจกรรม Youth Talk ตัวตน ความฝัน ความหวังและอนาคต โดยตัวแทนนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง รุ่นที่ 1 โดยมี นายนภัทร อินทร์ใจเอื้อ หรือ ‘กัน เดอะสตาร์’ ได้ร้องเพลง &#8220;ชีวิตลิขิตเอง&#8221; ให้กำลังใจนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงด้วย</p>
<p>ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวปาฐกถา ในหัวข้อ &#8220;ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง: สร้างคน สร้างโอกาส สร้างงาน&#8221; ว่า การเรียนสายอาชีพนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงประเทศได้จริง ประเทศชั้นนำของโลก เช่น เยอรมนี ไต้หวัน สิงคโปร์ ล้วนให้ความสำคัญกับคุณภาพแรงงานในระดับสายอาชีพชั้นสูง โดยถือเป็นกำลังแรงงานกลุ่มสำคัญที่ทำให้มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจได้มากกว่าแรงงานในระดับการศึกษาอื่นๆ โครงการ ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงของ กสศ. มีการพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่สร้างกำลังคนสายอาชีพ ให้มีสมรรถนะและทักษะในศตวรรษที่ 21 ที่ให้ความสำคัญกับสาขา STEM (วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี) รวมถึงเทคโนโลยีดิจิทัล และทักษะอาชีพการทำงานตาม 10 อุตสาหกรรม S Curve และ New S Curve เป้าหมายตามนโยบายรัฐบาลและความต้องการตลาดแรงงานในท้องถิ่น</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-3844" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/06/64866673_2660144184019574_5270785368889753600_o.jpg" alt="" width="1692" height="1128" /></p>
<p>ดร.ประสาร กล่าวว่า สถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการมีรูปแบบการทำงานที่เป็นนวัตกรรมกับสถานประกอบการและมีความร่วมมือกับต่างประเทศ เช่น วิทยาลัยเทคโนโลยีชลบุรี มีโครงการความร่วมมือการจัดการศึกษาระดับ ปวส. สาขาระบบขนส่งราง สาขาบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าและสาขาเทคนิคเครื่องกลในระบบขนส่งทางราง ร่วมกับวิทยาลัยเทคโนโลยีอาชีวศึกษาทางรถไฟหลิ่วโจว (Liuzhou Railway Vocational Technical College) ประเทศจีน ที่สอดคล้องกับนโยบายประเทศไทย 4.0 พัฒนาประเทศและพื้นที่ EEC ด้านคมนาคมขนส่งระบบราง นักเรียนที่เรียนจบได้วุฒิการศึกษา 2 ใบจากทั้งไทยและจีน ถือเป็นนวัตกรรมการเรียนการสอนที่จะทำให้นักศึกษามีประสบการณ์อย่างรอบด้าน นอกจากความร่วมมือกับต่างประเทศแล้วหลายสถานศึกษายังมีความร่วมมือทวิภาคีกับสถานประกอบการ ภาคเอกชน ซึ่งจากงานวิจัยระดับนานาชาติ พบว่าประเทศที่ประสบความสำเร็จด้านการจัดการศึกษาสายอาชีพ การพัฒนาความร่วมมือกับสถานประกอบการและภาคเอกชนในการพัฒนาทักษะที่ทำให้นักศึกษาสามารถปฏิบัติงานได้จริง มีทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของนายจ้างเป็นแนวทางการพัฒนาที่สำคัญอย่างยิ่ง</p>
<p>&#8220;คาดว่าโครงการนี้จะมีความคุ้มทุนอย่างมาก เพราะเป็นการลงทุนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศให้มีศักยภาพสูงขึ้น สามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อย่างทั่วถึง ช่วยแก้ปัญหาแรงงานได้ตรงจุด รวมถึงทำให้สถาบันการศึกษาสายอาชีพได้พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน โดยหากนักเรียนที่ได้รับทุนนวัตกรรมสายอาชีพขั้นสูงจำนวน 2,053 ทุน ในปีแรก ออกไปสู่ตลาดแรงงาน ข้อสมมติฐานที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ก็คือ เมื่อพวกเขาเข้าสู่ตลาดแรงงาน ทำงานหลังจบการศึกษาจนถึงเกษียณอายุ 60 ปี พวกเขาจะสามารถสร้างมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (Net Present Value : NPV) ในรูปตัวเงินถึงประมาณ 1 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนการลงทุน (IRR หรือ Internal Rate of Return) อยู่ที่ร้อยละ 10&#8221; ดร.ประสาร กล่าว</p>
<p>นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการ กสศ.กล่าวว่า ตามสถิติพบว่าแต่ละปีเด็กประมาณ 7 แสนคน ในจำนวนนี้ 1 แสนคนมีฐานะยากลำบากและมีเพียง 5,000 คนมีโอกาสศึกษาต่อในระดับสูงกว่ามัธยมศึกษาปีที่ 6 เกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา กสศ.ต้องการเข้ามาลดช่องว่างจุดนี้เกิดเป็นโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สนับสนุนให้เรียนต่อในสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศ ซึ่งปีการศึกษา 2562 เป็นปีแรกและได้คัดเลือกผู้รับทุนรุ่น 1 เรียบร้อยแล้ว โดยมีสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สถาบันอุดมศึกษา เข้าร่วมโครงการ 36 สถาบัน 26 จังหวัด ครอบคลุมทั้ง 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ มีผู้รับทุน 2,053 คน</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-3845" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/06/65560613_2660132294020763_6004397595869315072_o.jpg" alt="" width="2048" height="1367" /></p>
<p>“แบ่งเป็น ผู้รับทุนในประเภทประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ต่อเนื่อง ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)/อนุปริญญา (ทุน 5 ปี) จำนวน 922 ทุน และประเภท ปวส./อนุปริญญา (ทุน 2 ปี) จำนวน 1,131 ทุน เข้าศึกษาต่อใน 30 สาขาวิชาขาดแคลนและเป็นที่ต้องการของประเทศ โดยสาขาวิชาวิชาที่มีจำนวนผู้รับทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สาขาเครื่องกล จำนวน 286 ทุน สาขาเกษตรศาสตร์ จำนวน 220 ทุน สาขาการท่องเที่ยวและการโรงแรม จำนวน 200 ทุน สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จำนวน 163 ทุน และสาขาไฟฟ้า จำนวน 161 ทุน” นพ.สุภกร กล่าว</p>
<p>นพ.สุภกร กล่าวว่า นักศึกษาผู้รับทุนทุกคนมาจากครอบครัวยากลำบาก ซึ่งเราก็พบว่านอกจากปัญหาทางเศรษฐกิจก็ยังมีปัญหาอื่นๆแฝงมาด้วย จุดนี้ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อการเรียน ซึ่ง กสศ.มีเป้าหมายให้ทุกคนจบการศึกษาและทำงานเป็นกำลังสำคัญของประเทศ ดังนั้น การดูแลเมื่อเข้ามาในสถาบันจะต้องมีอาจารย์ช่วยดูแลแทนพ่อแม่ด้วย กสศ.ก็จะมีทีมอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ทำหน้าที่ในการติดตามดูแลนักศึกษาทุนจนจบการศึกษาด้วย ส่วนการเตรียมความพร้อมคัดเลือกนักศึกษาทุน รุ่นที่ 2 นั้น ก็อยู่ระหว่างการเริ่มเตรียมการ แต่ กสศ.ยังมีความห่วงใยในเรื่องของงบประมาณ เพราะร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ยังไม่ผ่านความเห็นชอบ ซึ่งอาจจะทำให้การอนุมัติงบประมาณล่าช้า จึงกังวลว่าอาจจะกระทบต่อการเชิญชวนเด็กมาร่วมโครงการ</p>
<p>นางสาว กัลยาภรศ์ เตาวะโต ชั้น ปวส.1 สาขาวิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรม วิทยาลัยชุมชนสตูล นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงรุ่นที่ 1 กล่าวว่า ตนมีชีวิตที่ลำบาก ไม่มีพ่อแม่ที่คอยดูแลไม่ได้รับความอบอุ่นอย่างคนอื่นๆ ฐานะทางบ้านยากจน เป็นพี่คนโตในบ้าน ที่ต้องดูแลน้องๆ อีก 3 ชีวิต น้องคนแรกอายุ 15 ปี คนที่ 2 อายุ 4 ขวบ คนที่ 3 อายุเพียง 2 ขวบ ไม่มีเสาหลักที่พึ่งพิงได้ แต่มีความฝันเหมือนกับคนอื่นๆ รักงานบริการที่ต้องใช้ภาษาต่างประเทศ ฝันอยากเป็นแอร์โฮสเตส สอบติดมหาวิทยาลัย 3 แห่ง แต่ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม ภาระที่บ้านมากมายที่ต้องรับผิดชอบ นอนร้องไห้คนเดียวทุกคืน จนได้เห็นข่าวประชาสัมพันธ์ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงของ กสศ. จึงตัดสินใจสมัครโดยที่ไม่ลังเล เพราะนี่คือโอกาสที่จะได้เรียนต่อในระดับอนุปริญญา และจะได้ทำตามความฝันของตัวเองให้เป็นจริงเพื่อจะดูแลทุกคนในครอบครัวได้</p>
<p>&#8220;ขอให้รัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรี ลุงตู่ สนับสนุนทุนนี้ให้แก่รุ่นน้อง ๆ หนูทุกปี ท่านอย่าทิ้งพวกเรานะคะ ยังมีเด็กด้อยโอกาสอีกมาก ที่มีความฝัน อยากมีงานที่ดีทำ แต่ความยากจนเป็นอุปสรรค ไม่ได้เรียนต่อ ต้องมีชีวิตอยู่กับความยากจนไม่มีจบสิ้น มันทุกข์มากนะคะ คนที่มีฝันแต่ทำให้เป็นจริงไม่ได้ ส่วนหนูได้โอกาสในชีวิตแบบนี้แล้ว จะทำความฝันให้เป็นจริง และเป็นตัวอย่างที่ดีให้รุ่นน้องต่อไปค่ะ&#8221; นส.กัลยาภรศ์ กล่าว</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-3847" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/06/65456437_2660138500686809_5463441469891149824_o.jpg" alt="" width="1692" height="1128" /></p>
<p><a class="_58cn" href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%A8%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B9%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AA?source=feed_text&amp;epa=HASHTAG&amp;__xts__%5B0%5D=68.ARAjw1Cdq0k70ioatZbgaHezSFCQgrQn4_OZzbf52qXURSIsVVEiFgBLtG1rpVM8UOo07Jdq2LZCo5LXfnq3kVPXhZLy6NBNLibOskhoGEKj_rC3cuAUkyaG2O5UCoj7lY8hU0Ts0IlPZYOMMLf_TUkqhxpAmpJot-0soIPtJ48U1r1BhEuwFUFKnRkZq6SxfjE2ceuSNfpJe_bMvqHfL84OLtG5jQLZy0ktAxPSRfejAvYqSqdk0wbYMCHZjvOIWePRRKJcyQCu3hJHLwvSswYofbQis5DVve0a-Dv8rjFkSYvV7c7xw9Js6ItCv3tzSUxyDQpIQJ4mDy16n6sOb2A0BQ&amp;__tn__=%2ANK-R" data-ft="{&quot;type&quot;:104,&quot;tn&quot;:&quot;*N&quot;}"><span class="_5afx"><span class="_58cl _5afz" aria-label="แฮชแท็ก">#</span><span class="_58cm">กสศเปิดประตูสู่โอกาส</span></span></a> <a class="_58cn" href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87?source=feed_text&amp;epa=HASHTAG&amp;__xts__%5B0%5D=68.ARAjw1Cdq0k70ioatZbgaHezSFCQgrQn4_OZzbf52qXURSIsVVEiFgBLtG1rpVM8UOo07Jdq2LZCo5LXfnq3kVPXhZLy6NBNLibOskhoGEKj_rC3cuAUkyaG2O5UCoj7lY8hU0Ts0IlPZYOMMLf_TUkqhxpAmpJot-0soIPtJ48U1r1BhEuwFUFKnRkZq6SxfjE2ceuSNfpJe_bMvqHfL84OLtG5jQLZy0ktAxPSRfejAvYqSqdk0wbYMCHZjvOIWePRRKJcyQCu3hJHLwvSswYofbQis5DVve0a-Dv8rjFkSYvV7c7xw9Js6ItCv3tzSUxyDQpIQJ4mDy16n6sOb2A0BQ&amp;__tn__=%2ANK-R" data-ft="{&quot;type&quot;:104,&quot;tn&quot;:&quot;*N&quot;}"><span class="_5afx"><span class="_58cl _5afz" aria-label="แฮชแท็ก">#</span><span class="_58cm">ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง</span></span></a> <a class="_58cn" href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2?source=feed_text&amp;epa=HASHTAG&amp;__xts__%5B0%5D=68.ARAjw1Cdq0k70ioatZbgaHezSFCQgrQn4_OZzbf52qXURSIsVVEiFgBLtG1rpVM8UOo07Jdq2LZCo5LXfnq3kVPXhZLy6NBNLibOskhoGEKj_rC3cuAUkyaG2O5UCoj7lY8hU0Ts0IlPZYOMMLf_TUkqhxpAmpJot-0soIPtJ48U1r1BhEuwFUFKnRkZq6SxfjE2ceuSNfpJe_bMvqHfL84OLtG5jQLZy0ktAxPSRfejAvYqSqdk0wbYMCHZjvOIWePRRKJcyQCu3hJHLwvSswYofbQis5DVve0a-Dv8rjFkSYvV7c7xw9Js6ItCv3tzSUxyDQpIQJ4mDy16n6sOb2A0BQ&amp;__tn__=%2ANK-R" data-ft="{&quot;type&quot;:104,&quot;tn&quot;:&quot;*N&quot;}"><span class="_5afx"><span class="_58cl _5afz" aria-label="แฮชแท็ก">#</span><span class="_58cm">อาชีวศึกษา</span></span></a><a class="_58cn" href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99?source=feed_text&amp;epa=HASHTAG&amp;__xts__%5B0%5D=68.ARAjw1Cdq0k70ioatZbgaHezSFCQgrQn4_OZzbf52qXURSIsVVEiFgBLtG1rpVM8UOo07Jdq2LZCo5LXfnq3kVPXhZLy6NBNLibOskhoGEKj_rC3cuAUkyaG2O5UCoj7lY8hU0Ts0IlPZYOMMLf_TUkqhxpAmpJot-0soIPtJ48U1r1BhEuwFUFKnRkZq6SxfjE2ceuSNfpJe_bMvqHfL84OLtG5jQLZy0ktAxPSRfejAvYqSqdk0wbYMCHZjvOIWePRRKJcyQCu3hJHLwvSswYofbQis5DVve0a-Dv8rjFkSYvV7c7xw9Js6ItCv3tzSUxyDQpIQJ4mDy16n6sOb2A0BQ&amp;__tn__=%2ANK-R" data-ft="{&quot;type&quot;:104,&quot;tn&quot;:&quot;*N&quot;}"><span class="_5afx"><span class="_58cl _5afz" aria-label="แฮชแท็ก">#</span><span class="_58cm">ตลาดแรงงาน</span></span></a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%82%e0%b8%ad-2/">นักเรียนทุนนวัตกรรม ขอนายก ฯ ไม่ทิ้งเด็กสายอาชีพ หนุนให้ทุนการศึกษาทุกปี</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
