<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ทักษะพื้นฐาน | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 18 Jan 2022 09:06:34 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ทักษะพื้นฐาน | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>การจัดการเรียนรู้เมื่อทักษะพื้นฐาน (Literacy) ถดถอยเพราะโควิด-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-literacy-190122/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Jan 2022 09:03:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนเปลี่ยนใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[Literacy]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะพื้นฐาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=50663</guid>

					<description><![CDATA[<p>เพียงช่วงระยะเวลา 6 เดือน หากเด็กๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีคว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-literacy-190122/">การจัดการเรียนรู้เมื่อทักษะพื้นฐาน (Literacy) ถดถอยเพราะโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เพียงช่วงระยะเวลา 6 เดือน หากเด็กๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่างๆ ในการเข้าถึงการไปเรียน&nbsp; ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงและความผันผวนในวิถีชีวิต เช่น ไม่ได้ไปโรงเรียน ทักษะพื้นฐานที่จำเป็นอย่างทักษะการอ่านออกเขียนได้ (Reading skills) และทักษะการคำนวณ (Numerical skills) จะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&nbsp;</p>



<p>จากการประเมินของ UNICEF ในปี 2020 ช่วงที่การแพร่ระบาดของโควิด-19 สูงที่สุด เด็กจำนวน 1.6 พันล้านคนไม่ได้ไปโรงเรียนโดยปริยาย และอีก 463 ล้านคนไม่สามารถเรียนแบบทางไกลในรูปแบบใดๆ ได้เลย</p>



<p>ทักษะพื้นฐานทั้งสองเป็นส่วนหนึ่งของความเสียหายที่เกิดจากภาวะความรู้ถดถอย หรือ Learning Loss เมื่อโรงเรียนปิดต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานจะมีนักเรียนเพียงร้อยละ 70 เท่านั้นที่ได้ประโยชน์จากการเรียนรู้ทักษะการอ่าน และอีกร้อยละ 50 เท่านั้น&nbsp; สามารถฝึกฝนจนได้ทักษะการคำนวณ&nbsp;</p>



<p>ส่วนนี้หมายความถึงนักเรียนที่สามารถเข้าถึงการเรียนการสอนทางไกลในรูปแบบต่างๆ ได้เท่านั้น ส่วนนักเรียนที่เข้าไม่ถึงกระบวนการเรียนรู้ใดๆ ทักษะเหล่านี้อาจได้รับความเสียหายมากกว่านี้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบางช่วงชั้นทักษะการคำนวณอาจถดถอยได้ถึงเกือบหนึ่งปี&nbsp;</p>



<p>นอกจากนั้นการปิดโรงเรียนยังทำให้จำนวนนักเรียนในช่วงชั้นมัธยมต้นที่มีทักษะต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานประมาณร้อยละ 25 และนักเรียนในช่วงชั้นเล็ก ได้รับผลกระทบจากภาวะความรู้ถดถอยมากกว่า ท้ายที่สุดคือทักษะการคำนวณมักได้รับผลกระทบจากสภาวะถดถอยทางการเรียนรู้มากกว่าทักษะการอ่าน</p>



<p><strong>ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดคือ การระบุปัญหาทางการเรียนรู้ของนักเรียน</strong> โดยทักษะทั้งสองประเภทนั้น สามารถใช้แบบฝึกหัดเก่าที่นักเรียนเคยทำได้ หรือเรียนไปแล้วในช่วงก่อนให้นักเรียนทดลองทำ&nbsp; ซึ่งสามารถวิเคราะห์ได้ทั้งในแง่ความรู้ และความสามารถหรือสมรรถนะ (ทำได้หรือไม่ เร็วช้าขนาดไหน)&nbsp;</p>



<p>และต้องไม่ลืมว่า การดูแลสภาพจิตใจและสุขภาวะทางกายและทางใจ (well-being) เป็นเงื่อนไขพื้นฐานในการฟื้นฟูภาวะความรู้ถดถอย ดังนั้นระหว่างที่ประเมินด้านงานวิชาการ การประเมินสุขภาวะของนักเรียนก็สำคัญไม่แพ้กัน </p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ตัวอย่างวิธีการประเมินด้านวิชาการไปพร้อมๆ กับการประเมินด้านสุขภาวะและสภาวะด้านทักษะอารมณ์และสังคม</h2>



<p><strong>-การประเมินการอ่านแบบรายคนพร้อมกับการประเมินทั้งชั้นเรียน</strong><br>หากมีการประเมินทักษะการคำนวณทั้งชั้นเรียนอยู่ ในช่วงนั้นครูสามารถเรียกนักเรียนทีละคนมาประเมินทักษะการอ่านจากแบบฝึกหัดสั้นๆ รวมถึงการประเมินสภาวะด้านอารมณ์และสังคมผ่านการพูดคุยตัวต่อตัวได้ </p>



<p><strong>-การฝึกทำแบบฝึกหัดเป็นกลุ่ม </strong><br>เพื่อให้ครูสังเกตทักษะพื้นฐานของนักเรียนอย่าง การจัดการสถานการณ์ที่เป็นปัญหา การใช้อุปกรณ์เทคโนโลยี (ถ้ามี) ทักษะการจัดการตนเอง และการสื่อสารในกลุ่มย่อย (เช่น การสื่อสารความต้องการของตนเอง)</p>



<p>ข้อมูลที่ได้มาจากการประเมินนี้ ครูสามารถนำผลมาวิเคราะห์เพื่อประเมินภาพรวมของความเข้มข้นของปัญหาภายในชั้นเรียนของตนทั้ง 3 ด้าน ได้แก่&nbsp;</p>



<p>1. ทักษะพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับวิชาการอย่างการอ่านและการคำนวณ <br>2. ทักษะด้านอารมณ์และสังคม <br>3. ทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยี ผ่านทั้งแบบทดสอบ การทำโครงงาน แบบฝึกหัดต่างๆ ทั้งแบบเดี่ยวและแบบกลุ่ม </p>



<p>ทักษะทางวิชาการนั้น คุณครูสามารถทดสอบนักเรียนทั้งชั้นเรียนเพื่อหา Baseline หรือการประมาณการพื้นฐานเกณฑ์ภาพรวมของความรู้ ทักษะที่นักเรียนส่วนใหญ่ในห้องมีเพื่อระบุจำนวนนักเรียนที่ต้องได้รับการฟื้นฟูทักษะพื้นฐาน</p>



<p>เมื่อได้ข้อมูลส่วนนี้มาแล้ว โรงเรียนต้องประเมินทรัพยากรที่มีอยู่ในมือ ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณ โครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และหลักสูตร เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพิ่มเติมที่เหมาะสมกับนักเรียนและปัญหาที่นักเรียนกำลังเผชิญอยู่&nbsp;</p>



<p>โดยส่วนใหญ่วิธีการจัดการปัญหาภาวะถดถอยทางการเรียนรู้นี้คือการทำ Remedial programme หรือโครงการฟื้นฟูทักษะและความรู้ที่หายไปของนักเรียน และต้องไม่ลืมว่าเมื่อมีการใช้ทรัพยากรที่เพิ่มขึ้น โรงเรียนอาจทำไม่ได้ทุกอย่าง การมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชนจะช่วยทำให้การทำงานของโรงเรียนนั้นเป็นไปได้ตามเป้าหมายมากขึ้น โรงเรียนจึงต้องสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาเมื่อต้องการความช่วยเหลือจากครอบครัวหรือชุมชน</p>



<p>การออกแบบการเรียนซ่อมเสริมนั้นทำผ่านหลักการสามอย่าง ได้แก่&nbsp;</p>



<p>1. การเพิ่มเวลาเรียน เช่น ชั่วโมงเรียนในแต่ละวัน เลื่อนวันเปิดหรือปิดเทอม หรือการเรียนภาคพิเศษหรือภาคฤดูร้อน <br>2. การโฟกัสที่ปัญหาเฉพาะจุด <br>3. การลดเนื้อหาให้เหลือเฉพาะเนื้อหาที่จำเป็น</p>



<p>วิธีการที่น่าสนใจอย่างแรกคือ การใช้การเรียนซ่อมเสริมเป็นกลุ่มย่อยตามลักษะปัญหาที่พบผ่านเนื้อหาที่นักเรียนต้องเรียนอยู่แล้ว เพียงแต่เพิ่มความเข้มข้นในแง่ของเวลาและลดจำนวนนักเรียนในกลุ่มลง&nbsp;</p>



<p>วิธีนี้จะช่วยให้ทักษะพื้นฐานทั้งสองประเภทที่หายไปกลับคืนมาได้รวดเร็วขึ้น เช่น การเรียนซ่อมเสริมวันละ 2 ชั่วโมง 4 วันต่อสัปดาห์ สำหรับนักเรียนมัธยมปลาย ส่วนนักเรียนชั้นเล็กกว่านี้อาจพิจารณาให้เรียนซ่อมเสริมสั้นลงและจำนวนวันต่อสัปดาห์น้อยลงลดหลั่นกันไป&nbsp;</p>



<p>วิธีที่สองคือ การใช้การเรียนซ่อมเสริมเป็นเป้าหมายและออกแบบการเรียนเสริมให้ตรงตามทักษะที่หายไปเป็นระยะเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ โดยให้ครูผู้ที่เชี่ยวชาญในวิชาภาษาและคณิตศาสตร์เป็นผู้ที่ออกแบบและจัดกระบวนการเรียนการสอน&nbsp;</p>



<p>ระหว่างที่ใช้สองวิธีก็ต้องสำรวจสภาวะและสุขภาวะทางจิตใจของนักเรียนโดยเฉพาะความเครียดที่อาจเกิดขึ้นได้จากการเรียนซ่อมเสริมที่มีความเข้มข้นเพิ่มเติมจากการมาเข้าชั้นเรียนปกติเพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่สนับสนุนนักเรียนให้พยายามก้าวข้ามผ่านอุปสรรคในช่วงนี้ไปได้&nbsp;</p>



<p>ในการประเมินด้านนี้ครูสามารถสังเกตจากการส่งการบ้าน การมาโรงเรียน (เข้าเรียนตรงเวลาหรือไม่ หายออกไปจากชั้นเรียนกลางคันหรือไม่ การมีส่วนร่วมในห้องเรียน) การตัดสินใจต่างๆ เมื่ออยู่กับเพื่อน และสัญญาณความเครียด ความกังวลต่างๆ ส่วนนี้สามารถทำได้ตั้งแต่ก่อนกลับมาจัดการเรียนการสอนที่โรงเรียน เช่น ประเทศเอกวาดอร์นั้นใช้การสำรวจทางโทรศัพท์เป็นเวลาสั้นๆ เพื่อประเมินสภาพการเรียนทางไกลและความเครียดของนักเรียนก่อนกลับมาเรียนเพื่อให้ข้อมูลพื้นฐานในการออกแบบการทดสอบอื่นๆ ล่วงหน้า</p>



<p>นอกจากโรงเรียนจะสามารถสำรวจจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แล้ว ยังสามารถสัมภาษณ์ผู้ปกครองเพิ่มเติมได้ในประเด็นวิชาการ เช่น รู้สึกว่าลูกหลานนับเลขได้อยู่หรือไม่ อ่านหนังสือเล่มนี้เป็นอย่างไร รวมถึงการสอบถามถึงสถานการณ์ในครอบครัวไปพร้อมกัน</p>



<p>ตัวอย่างในต่างประเทศ เช่น ประเทศฝรั่งเศส ครูจะเป็นผู้ประเมินความต้องการด้านวิชาการก่อนอย่างไม่เป็นทางการ ประเทศอินเดียจะใช้การทดสอบการอ่านข้อความสั้น การทำโจทย์คณิตศาสตร์สั้นเพื่อประเมินทักษะพื้นฐานทางการอ่านและการเขียนของนักเรียนทั่วประเทศกว่า 700,000 คน ประเทศเคนย่า แทนซาเนีย และอูกันดา มีการสำรวจทักษะพื้นฐานของเด็กอายุ 5-16 ปีทั่วประเทศโดยครึ่งหนึ่งของการสำรวจทำผ่านแบบสำรวจง่ายๆ ที่ครัวเรือนช่วยกันทำได้</p>



<p></p>



<p>อย่างไรก็ดี มีข้อพึงระวังในการจัดการเรียนการสอนซ่อมเสริมให้แก่นักเรียนดังต่อไปนี้</p>



<ul><li>ต้องมอนิเตอร์การจัดการเรียนซ่อมเสริมและปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับนักเรียนเสมอ</li><li>การเรียนซ่อมเสริมเพื่อฟื้นฟูทักษะเป็นการแก้ไขปัญหาระยะสั้น ไม่ควรนำมาใช้ในระยะยาว เพราะอาจส่งผลเสียถาวรต่อสภาวะด้านจิตใจของนักเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักเรียนช่วงชั้นประถมศึกษาตอนต้นที่จะได้รับผลกระทบมากกว่า</li><li>การพยายามจัดเนื้อหาให้นักเรียนเรียนในระยะเวลาสั้นลงโดยไม่มีการสนับสนุนอื่นๆ ให้แก่นักเรียน ส่งผลเสียมากกว่าผลดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักเรียนที่ผลการเรียนไม่ดีอยู่แล้ว</li><li>โรงเรียนสื่อสารกับครูอย่างสม่ำเสมอถึงเป้าหมายของการจัดการเรียนซ่อมเสริม&nbsp;</li><li>โรงเรียนสื่อสารกับผู้ปกครองอย่างสม่ำเสมอถึงเป้าหมายและบทบาทของผู้ปกครองในการสังเกตและช่วยเหลือนักเรียนในช่วงนี้</li></ul>



<p></p>



<p><strong>อ้างอิง :</strong> </p>



<ul><li><a href="https://annenberg.brown.edu/sites/default/files/EdResearch_for_Recovery_Brief_1.pdf" title="https://annenberg.brown.edu/sites/default/files/EdResearch_for_Recovery_Brief_1.pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Schwartz, N. &amp; Allensworth, E. (2020). <em>School practices to address student learning loss. </em>Web.</a></li><li><a href="https://en.unesco.org/news/literacy-teaching-and-learning-covid-19-crisis-and-beyond-heart-international-literacy-day" title="https://en.unesco.org/news/literacy-teaching-and-learning-covid-19-crisis-and-beyond-heart-international-literacy-day" target="_blank" rel="noreferrer noopener">(2020). <em>Literacy teaching and learning in the COVID-19 crisis and beyond at heart of the International Literacy Day.</em> UNESCO. Web.</a></li><li><a href="https://www.mckinsey.com/~/media/mckinsey/about%20us/covid%20response%20center/overview/covid-19%20education%20response%20toolkit/202010_unesco-mckinsey%20response%20toolkit_remediation_vf.pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://www.mckinsey.com/~/media/mckinsey/about%20us/covid%20response%20center/overview/covid-19%20education%20response%20toolkit/202010_unesco-mckinsey%20response%20toolkit_remediation_vf.pdf">(2020). <em>COVID-19 Response – remediation: Helping students catch up on lost learning with a focus on closing equity gaps. </em>UNESCO. Web.</a></li></ul><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-literacy-190122/">การจัดการเรียนรู้เมื่อทักษะพื้นฐาน (Literacy) ถดถอยเพราะโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
