<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ทักษะพื้นฐานชีวิต | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 21 Apr 2025 13:38:00 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ทักษะพื้นฐานชีวิต | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“ไทยกำลังเผชิญวิกฤตด้านทักษะ” – มองสถานการณ์ทุนมนุษย์ไทย จากสายตานักเศรษฐศาสตร์ธนาคารโลก ‘Koji Miyamoto’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/koji-miyamoto-interview/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 06 Apr 2025 13:37:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กสศ X 101]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ. x 101]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะพื้นฐานชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[Koji Miyamoto]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาทักษะการเรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาไทย]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[The101.world]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารโลก]]></category>
		<category><![CDATA[World Bank]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=92757</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตด้านทักษะ โดยมีสัดส่วนของเย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/koji-miyamoto-interview/">“ไทยกำลังเผชิญวิกฤตด้านทักษะ” – มองสถานการณ์ทุนมนุษย์ไทย จากสายตานักเศรษฐศาสตร์ธนาคารโลก ‘Koji Miyamoto’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตด้านทักษะ โดยมีสัดส่วนของเยาวชนและประชากรวัยแรงงานจำนวนมากที่มีความสามารถต่ำกว่าเกณฑ์ ในการรู้หนังสือ (ร้อยละ 64.7) และทักษะด้านดิจิทัล (ร้อยละ 74.1) ซึ่งหมายความว่ากลุ่มเยาวชนและประชากรวัยแรงงานไม่สามารถทำงานด้านการอ่านและการใช้คอมพิวเตอร์ขั้นพื้นฐานได้”</p>



<p>นี่คือข้อความที่ปรากฏในรายงาน&nbsp;<a href="https://www.eef.or.th/publication-asat/">‘ทิศทางพัฒนาทักษะพื้นฐานชีวิต เพื่ออนาคตที่เข้มแข็งและยั่งยืนของประเทศ’</a>&nbsp;โดยธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ซึ่งได้สำรวจทักษะความพร้อมของเยาวชนและคนวัยแรงงานในประเทศไทยเมื่อปี 2565 ก่อนจะเผยแพร่ในปี 2567 ข้อความสั้นๆ นี้ทำให้เราได้เห็นภาพว่าทักษะความสามารถของประชากรไทยในภาพใหญ่กำลังย่ำแย่กว่าที่คิดมาก</p>



<p>ตัวชี้วัดด้านทักษะประชากรนี้วัดจาก ‘ทักษะพื้นฐานชีวิต’ (foundational skills) ซึ่งครอบคลุมทักษะที่จำเป็นต่อชีวิต เช่น ทักษะการรู้หนังสือ ทักษะด้านดิจิทัล และทักษะทางอารมณ์และสังคม ซึ่งล้วนเป็นทักษะที่ขาดไม่ได้สำหรับการเผชิญและเติบโตในตลาดแรงงานและสังคม เพราะทักษะพื้นฐานชีวิตนี้ก็เปรียบเหมือนฐานรากของชีวิตมนุษย์ ซึ่งหากไม่แข็งแรงเพียงพอ ก็ย่อมยากที่จะดำเนินชีวิตหรือทำหน้าที่การงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังยากที่จะเดินหน้าต่อยอดทักษะอื่นๆ ที่มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น</p>



<p>จากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ การใช้คำว่า ‘วิกฤต’ มาอธิบายนั้นย่อมไม่เกินจริง เพราะที่สุดแล้วคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ที่กำลังมีปัญหานี้ย่อมส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในภาพรวมอย่างเลี่ยงไม่ได้</p>



<p>ประเทศไทยจะฝ่าวิกฤตทักษะประชากรนี้ไปได้อย่างไร และมีอะไรที่เราต้องรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ทุนมนุษย์ของไทยในตอนนี้อีกบ้าง วันโอวันพาไปสนทนากับ <strong>โคจิ มิยาโมโตะ (Koji Miyamoto)</strong> นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสกลุ่มงานการศึกษา (Education Global Practice) จากธนาคารโลก หัวหน้าทีมผู้จัดทำรายงานดังกล่าวและผู้ที่ติดตามศึกษาประเด็นการพัฒนาทุนมนุษย์มายาวนาน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ee5358"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/1743914551_279060-the101world-1200x800-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong><br>จากที่คุณได้ศึกษาติดตามเกี่ยวกับการพัฒนาทุนมนุษย์ในประเทศไทย คุณเห็นภาพรวมของทุนมนุษย์ประเทศนี้ในปัจจุบันอย่างไรบ้าง</strong><strong></strong></h3>



<p>หากพูดถึงภาพรวมของภาวะทุนมนุษย์ของประเทศไทยในปัจจุบัน เมื่อพิจารณาในด้านผลผลิตที่ออกมาจากระบบการศึกษาและระบบการฝึกอบรมแรงงาน ซึ่งหมายถึงทักษะและสมรรถนะของประชากร ผลการประเมินสะท้อนให้เห็นว่ายังมีประชากรวัยเยาว์และวัยผู้ใหญ่จำนวนมากที่ไม่สามารถแสดงทักษะพื้นฐานชีวิตในระดับขั้นต่ำได้ โดยสถานการณ์นี้สามารถเรียกได้ว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับ ‘วิกฤตด้านทักษะ’ (skill crisis)</p>



<p>เมื่อพูดถึงคำว่าวิกฤตด้านทักษะนี้ ผมกำลังหมายถึง ‘ทักษะพื้นฐานชีวิต’ โดยยังไม่ได้หมายถึงทักษะด้านวิชาชีพ ทักษะด้านเทคนิค หรือทักษะในสายอาชีพเฉพาะทางแต่อย่างใด</p>



<p>ทักษะพื้นฐานชีวิตนี้ประกอบด้วยสามส่วน ได้แก่ ทักษะด้านการรู้หนังสือ ทักษะด้านดิจิทัล และทักษะทางอารมณ์และสังคม ทักษะที่หนึ่งคือ<strong>ทักษะด้านการรู้หนังสือ</strong>&nbsp;ซึ่งหมายถึงความสามารถในการอ่านเขียนและทำความเข้าใจข้อความสั้นๆ เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน เช่น การทำตามคำแนะนำที่ระบุไว้ในใบสั่งยา ทักษะที่สองคือ<strong>ทักษะดิจิทัล</strong>&nbsp;ซึ่งหมายรวมถึงความสามารถในการใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อทำภารกิจต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ในชีวิตประจำวัน เช่น การซื้อของออนไลน์ การส่งข้อความสื่อสารกับคนอื่น และทักษะที่สามคือ<strong>ทักษะทางอารมณ์และสังคม</strong>&nbsp;ซึ่งหมายรวมถึงความสามารถในการสื่อสารกับผู้อื่น การแสดงความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น การมีความคิดสร้างสรรค์</p>



<p>ทั้งสามทักษะนี้ถือเป็นพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับคนทุกคนไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไร อยู่ในภาคเศรษฐกิจแบบใด หรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ใดก็ตาม และทักษะเหล่านี้คือส่วนที่ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งเสริมสร้าง เนื่องจากนายจ้างทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ต่างชี้ให้เห็นว่าทักษะเหล่านี้เป็นทักษะหลักที่ขับเคลื่อนผลิตภาพและนวัตกรรมขององค์กร ซึ่งนายจ้างยังประสบปัญหาในการหาคนทำงานที่มีทักษะเหล่านี้ให้เพียงพอ</p>



<p>ถ้าดูจากผลการสำรวจทักษะและความพร้อมของเยาวชนและประชากรวัยแรงงาน (Adult Skills Assessment in Thailand: ASAT) ที่ธนาคารโลกดำเนินการสำรวจร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จะพบว่าประชากรมากกว่าสองในสามไม่สามารถแสดงทักษะการรู้หนังสือขั้นพื้นฐานได้ นอกเหนือไปกว่านั้น สามในสี่ของประชากรไม่สามารถแสดงทักษะดิจิทัลในระดับพื้นฐานได้ ขณะเดียวกันเมื่อเราดูเจาะไปที่กลุ่มเยาวชนในอายุ 15 ปี ซึ่งดูได้จากผลของโครงการการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (PISA) ในปี 2022 ก็พบว่าผลสอดคล้องกัน คือประชากรวัย 15 ปีประมาณสองในสามมีทักษะต่ำกว่ามาตรฐาน ทั้งในทางด้านการอ่านและคณิตศาสตร์ ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงมากเช่นกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ตัวเลขที่คุณว่ามานี้ฟังดูน่าตกใจ แล้วคุณว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ประชากรวัยแรงงานของไทยขาดทักษะพื้นฐานชีวิตได้มากขนาดนี้</strong><strong></strong></h3>



<p>นี่เป็นคำถามที่ดีแต่ก็เป็นคำถามที่ตอบยาก เพราะมันมีหลายเหตุผลประกอบกัน ซึ่งผมกล่าวได้ว่ามันเป็นผลมาจากกระบวนการทางการศึกษาและการฝึกหัดคนตลอดทั้งกระบวนการที่ทำให้ไม่สามารถบรรลุผลในการพัฒนาทุนมนุษย์ได้ คือมันไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นแค่ในระดับการศึกษาระดับใดระดับหนึ่งเพียงลำพัง ไม่ว่าจะในระดับโรงเรียน ระดับมหาวิทยาลัย ไปจนถึงระดับหลังเข้าสู่ตลาดแรงงานซึ่งต้องมีการพัฒนาทักษะเดิมและเพิ่มทักษะใหม่ (upskill and reskill) แต่มันเป็นปัญหาในทุกระดับขั้นการศึกษาและในตลอดทั้งกระบวนการของการพัฒนาคนที่ไม่สามารถส่งเสริมและหล่อหลอมให้เกิดทักษะพื้นฐานชีวิตที่แข็งแรงได้ จนในที่สุดก็นำประเทศไทยมาสู่วิกฤตด้านทักษะ เพราะฉะนั้นเราถึงไม่สามารถโทษไปที่ส่วนใดส่วนหนึ่งเพียงลำพังได้</p>



<p>นอกจากนี้ มันอาจต้องย้อนไปดูถึงกระบวนการพัฒนาคนตั้งแต่ระดับปฐมวัย เพราะถือเป็นช่วงวัยที่สำคัญมากในการจะพัฒนาทักษะเพื่อให้เติบโตเป็นแรงงานที่มีทักษะที่ดี ถ้าหากพวกเขาไม่ได้รับการพัฒนาทักษะที่ดีเพียงพอตั้งแต่ช่วงแรกเริ่ม มันก็จะยิ่งทำให้พวกเขาประสบความยากลำบากในการพัฒนาทักษะต่อไปในอนาคต และในที่สุดก็จะนำมาสู่วิกฤตด้านทักษะ</p>



<p>อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มักใช้อธิบายสาเหตุที่ผู้เรียนไม่สามารถพัฒนาทักษะพื้นฐานชีวิตได้ในแต่ละช่วงของการศึกษาและฝึกอบรม คือความพร้อมของบุคลากรครูหรือผู้สอน ที่ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญที่สุดส่วนหนึ่งของระบบการศึกษาและการพัฒนาคน โดยทั่วไปครูหรือผู้สอนมักมีหน้าที่ในการถ่ายทอดความรู้ในสาขาวิชาหรือสายวิชาชีพเฉพาะทาง แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการมีความสามารถในการปลูกฝังทักษะพื้นฐานชีวิตให้ผู้เรียนได้ด้วย ซึ่งถ้าครูหรือผู้สอนไม่ได้มีความสามารถในการทำเรื่องนี้เพียงพอหรือขาดการเตรียมพร้อมที่มากเพียงพอ มันก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะพัฒนาให้เด็กๆ มีทักษะพื้นฐานพร้อมที่จะเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0aac81"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/1743914632_480487-the101world-1200x800-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong><br>สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เรียกได้ว่ากำลังวิกฤตอย่างที่คุณบอก แล้วถ้าเราปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไป มันจะส่งผลอะไรต่อเศรษฐกิจและสังคมไทยบ้าง</strong><strong></strong></h3>



<p>ถ้าอ้างอิงจากรายงานที่ธนาคารโลกทำร่วมกับ กสศ. เราพบว่าการที่ประเทศไทยมีแรงงานที่ขาดทักษะพื้นฐานในสัดส่วนที่สูงขนาดนี้ เราได้ทำการประมาณความสูญเสียทางเศรษฐกิจโดยคร่าว คิดเป็นมูลค่า 3.3 ล้านล้านบาทโดยประมาณ หรือประมาณร้อยละ 20 ของจีดีพีประเทศในปี 2022 และตัวเลขนี้ถือว่าเป็นเพียงประมาณการขั้นต่ำเท่านั้น เนื่องจากการประเมินนั้นคำนวนเฉพาะจากในส่วนโอกาสทางรายได้ที่แรงงานขาดไปจากการที่พวกเขายังไม่มีทักษะที่เพียงพอ โดยประโยชน์ในมิติที่กว้างขึ้นของทักษะพื้นฐานชีวิตจะสูงมากกว่านี้ หากเรารวมผลกระทบของการขาดทักษะที่ส่งผลให้พลาดโอกาสในการดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีขึ้น และการมีส่วนร่วมทางสังคมที่มากขึ้นในรูปแบบของการอาสาสมัครหรือการลงคะแนนเสียง</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เพื่อจะแก้ปัญหานี้ คุณมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายอย่างไรบ้างต่อผู้มีส่วนกำหนดนโยบายต่างๆ รวมถึงรัฐบาลไทย</strong><strong></strong></h3>



<p>ก่อนอื่น ผมขอเน้นย้ำว่าการพัฒนาทักษะเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน อันที่จริงไม่ใช่แค่ภาครัฐที่ต้องตอบสนองต่อปัญหานี้ แต่ยังรวมถึงภาคเอกชน ภาคประชาสังคม หรือแม้แต่พ่อแม่ผู้ปกครอง และผู้เรียนเองด้วยเช่นกัน</p>



<p>ในส่วนข้อเสนอแนะของผมนั้น ประการแรกคือต้องเริ่มต้นลงทุนกับการพัฒนาทักษะตั้งแต่ระดับปฐมวัย การพัฒนาทักษะก็เหมือนกับการเตรียมก้อนหิมะก้อนใหญ่ ถ้าเด็กคนหนึ่งเริ่มต้นการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยมีก้อนหิมะ (หรือทักษะพื้นฐานชีวิต) ที่มีขนาดเหมาะสมอยู่แล้ว ก้อนหิมะนี้ก็จะสามารถสะสมหิมะเพิ่มขึ้นได้เรื่อยๆ ผ่านการศึกษาระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา อุดมศึกษา และการเรียนรู้ตลอดชีวิต หิมะก้อนที่ใหญ่ขึ้นจะดึงดูดหิมะมากขึ้น เช่นเดียวกับทักษะพื้นฐานชีวิตที่จะต่อยอดไปสู่ทักษะที่สูงขึ้น</p>



<p>ประการที่สอง ครูและผู้สอนในทุกระดับของระบบการศึกษาและการฝึกอบรมจะได้รับประโยชน์มากขึ้น หากพวกเขาได้รับโอกาสในการฝึกอบรมด้านวิธีการสอน (pedagogical training) เพื่อให้สามารถพัฒนาขีดความสามารถในการปลูกฝังทักษะพื้นฐานชีวิตให้แก่ผู้เรียนได้</p>



<p>ประการที่สามคือต้องพัฒนาการศึกษาในแต่ละระดับให้สอดประสานกัน และทำให้แต่ละระดับชั้นสามารถเติมเต็มหรือชดเชยทักษะระหว่างกันและกันได้ เช่นกรณีที่ผู้เรียนคนหนึ่งอาจไม่ได้รับการพัฒนาทักษะในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ดีพอ เขาก็ควรได้รับการเติมเต็มทักษะชดเชยเมื่อเข้าสู่ระดับชั้นที่สูงขึ้น</p>



<p>ประการที่สี่ ระบบการศึกษาเชิงพื้นที่สามารถมีบทบาทที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นในการพัฒนาทักษะ ตัวอย่างเช่น รัฐบาลระดับจังหวัดหรือระดับตำบลสามารถใช้ประโยชน์จากความรู้และความเข้าใจในท้องถิ่น รวมถึงความร่วมมือกับภาคีในพื้นที่เพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานชีวิตให้แก่ประชากรได้ รัฐบาลท้องถิ่นยังสามารถเข้ามาเติมเต็มบริการด้านการศึกษาและทรัพยากรที่ภาครัฐส่วนกลางจัดให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p>และสุดท้ายคือภาคเอกชนก็สามารถเข้ามามีบทบาทที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาทักษะและการศึกษาโดยการทำงานร่วมกับภาครัฐอย่างใกล้ชิด อย่างที่ผ่านมาผมได้เห็นบริษัทเอกชนจำนวนมากเข้าไปให้การสนับสนุนระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน วิทยาลัยอาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการพัฒนาครูผู้สอน การมอบอุปกรณ์ทางการศึกษา และโอกาสในการฝึกหัดงาน ผมว่าเราต้องส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องนี้มากขึ้น ซึ่งมันจะไม่ได้เป็นประโยชน์แค่ต่อสถาบันการศึกษาเท่านั้นแต่จะมีประโยชน์ต่อภาคเอกชนด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ กลไกที่ใช้ส่งเสริมควรทำให้มั่นใจว่าภาคเอกชนเองก็ได้รับประโยชน์จากการลงทุนนี้ด้วยเช่นกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ทุกวันนี้เราเห็นเทรนด์การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีใหญ่ๆ เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องเอไอ คุณคิดว่าการเปลี่ยนผ่านที่กำลังเกิดขึ้นนี้จะถือได้ว่าเป็นความท้าทายใหม่ของการพัฒนาทุนมนุษย์ไหม หรือคุณมองว่ามันเป็นโอกาส</strong></h3>



<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่าเอไอเข้ามาเกี่ยวข้องกับแทบทุกแง่มุมของชีวิตของเรา รวมถึงในเรื่องการเรียนรู้ เช่นเดียวกับเมกะเทรนด์อื่นๆ ที่กำลังกำหนดรูปแบบของสังคม ผมคิดว่าการเข้ามาของเอไอมีแนวโน้มที่จะนำมาซึ่งทั้งโอกาสและความเสี่ยง และเราจำเป็นต้องช่วยกันให้แน่ใจว่าโอกาสเหล่านี้จะนำไปสู่ผลลัพธ์ในการเรียนรู้ที่ดีขึ้น และสามารถป้องกันและลดความเสี่ยงลงได้</p>



<p>มีตัวอย่างที่น่าสนใจมากมายเกี่ยวกับการใช้เอไอเพื่อสนับสนุนการสอนและการเรียนรู้  โดยสำหรับผู้สอน เอไอสามารถนำมาใช้ในการสร้างแผนการสอน สื่อการเรียนการสอน และแบบฝึกหัด และสำหรับผู้เรียน เอไอสามารถทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยสอน และเป็นหนังสือเรียนดิจิทัลที่มีเนื้อหารายบุคคล อย่างรัฐบาลเกาหลีใต้ก็เพิ่งเปิดตัวหนังสือเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ โดยการใช้ระบบอัลกอริทึมของเอไอเชิงสร้างสรรค์ (generative AI) นั้น ทำให้หนังสือเรียนนี้สามารถปรับเนื้อหาให้เหมาะสมกับระดับทักษะของผู้เรียนแต่ละคนได้แม้ว่าสิ่งนี้จะเปิดโอกาสให้เกิดประสบการณ์การเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคล แต่ก็ทำให้เกิดความจำเป็นที่ครูจะต้องได้รับการฝึกอบรมอย่างดี ทั้งในด้านทักษะดิจิทัลและทักษะการสอน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-df2f5c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/1743914674_429938-the101world-1200x800-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในขณะเดียวกันก็มีตัวอย่างมากมายที่แสดงให้เห็นว่าเอไออาจก่อให้เกิดความเสี่ยง เช่น ความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล รวมไปถึงการทุจริตทางการศึกษา นอกเหนือไปจากนั้น ยังมีความเสี่ยงที่ผู้เรียนจะพึ่งพาเอไอมากเกินไป ซึ่งอาจส่งผลให้พวกเขาไม่ได้รับการส่งเสริมให้ใช้ความคิดอย่างแท้จริง เมื่อตอนที่ผมยังเป็นนักเรียนในระดับประถมและมัธยมศึกษาในกรุงโตเกียว ผมเรียนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์โดยที่เราไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องคิดเลขเลย เพราะการคำนวณพื้นฐานถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ในทำนองเดียวกัน ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจที่ครูคณิตศาสตร์หลายคนในปัจจุบันดูเหมือนจะยังลังเลที่จะให้นักเรียนใช้เอไอในการแก้โจทย์คณิตศาสตร์ จึงอาจมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการพึ่งพาเครื่องมือเอไอที่มากเกินไประหว่างการเรียนรู้ จนขัดขวางพัฒนาการด้านการแก้ปัญหา การคิดเชิงวิพากษ์ และความคิดสร้างสรรค์</p>



<p>นอกจากนี้ ผู้เรียนยังจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมสำหรับกรณีที่แอปพลิเคชันเอไอเชิงสร้างสรรค์มักสร้างข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรือแม้กระทั่งข้อมูลที่ชี้นำในทางที่ผิด หนึ่งในวิธีที่ชัดเจนที่สุดในการลดความเสี่ยงนี้คือการสอนให้นักเรียนรู้จักตรวจสอบและประเมินผลลัพธ์ที่ได้จากเอไออย่างมีวิจารณญาณ แม้ว่าครูและผู้สอนส่วนใหญ่จะตระหนักถึงความเสี่ยงเหล่านี้แล้ว แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าพวกเขามีอำนาจหรือทรัพยากรเพียงพอที่จะรับมือกับความเสี่ยงเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากข้อเสนอแนะที่คุณว่ามาทั้งหมด เมื่อคุณมองไปที่รัฐบาล ผู้กำหนดนโยบาย และภาคการศึกษาของไทย คุณคิดว่าแนวทางที่พวกเขากำลังดำเนินมาอยู่นี้มาถูกทางหรือสอดคล้องกับข้อเสนอแนะของคุณหรือไม่</strong><strong></strong></h3>



<p>ผมเชื่อว่ารัฐบาลและผู้กำหนดนโยบายในประเทศไทยตระหนักถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างทักษะพื้นฐานชีวิต และได้แสดงเจตนารมณ์ผ่านเอกสารเชิงยุทธศาสตร์ แผนงาน และกรอบนโยบายต่างๆ เพื่อส่งเสริมทักษะเหล่านี้ในแต่ละช่วงของการศึกษาและการฝึกอบรม ขั้นตอนสำคัญถัดไปคือการจัดทำแผนปฏิบัติการที่สามารถนำไปใช้ได้จริง และดำเนินการให้เกิดผลในลักษณะที่มีความสอดประสานกัน โดยแผนปฏิบัติการเหล่านี้อาจมีความซับซ้อน เนื่องจากมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายแห่งในแต่ละช่วงของระบบการศึกษาและการฝึกอบรม เช่น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงแรงงาน ซึ่งจำเป็นต้องกำหนดแผนปฏิบัติการร่วมกันอย่างมีบูรณาการเพื่อให้เกิดพัฒนาการด้านทักษะพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง หรือที่เรียกว่า ‘การเชื่อมโยงแนวนอน’</p>



<p>ในขณะเดียวกัน สถาบันหรือหน่วยงานที่ทำงานอยู่ในแต่ละท้องที่ เช่น รัฐบาลท้องถิ่น สำนักงานส่วนภูมิภาคของหน่วยงานจากส่วนกลาง ภาคเอกชน และองค์กรภาคประชาสังคม ก็จำเป็นต้องทำงานร่วมกันอย่างสอดคล้องเพื่อให้เกิดพลังร่วมสูงสุด หรือที่เรียกว่า ‘การเชื่อมโยงแนวตั้ง’ นอกจากนี้ความท้าทายที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการจัดหาเงินทุนเพื่อให้การดำเนินการสามารถทำได้จริง ซึ่งการลงทุนในการพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อตอบโจทย์วิกฤตทักษะนี้ จะต้องเป็นการลงทุนเพิ่มเติมในระดับที่สูง และควรกำหนดการแบ่งปันภาระการลงทุนนี้ร่วมกัน ระหว่างกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่หลากหลาย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>พูดถึงตัวอย่างที่ดีจากประเทศอื่นๆ คุณว่ามีตัวอย่างไหนที่น่าสนใจและไทยสามารถเรียนรู้ได้บ้าง&nbsp;</strong></h3>



<p>มีตัวอย่างที่น่าสนใจมากมายจากทั่วโลกที่สามารถให้บทเรียนแก่ประเทศไทยได้ บางตัวอย่างอาจเหมาะสำหรับการพิจารณาในระยะกลางและระยะยาว ในขณะที่บางตัวอย่างสามารถนำมาปรับใช้ได้ทันที</p>



<p>ถ้าจะให้ยกตัวอย่างประเทศหนึ่งที่ผมว่าประสบความสำเร็จอย่างมากในการปฏิรูประบบการศึกษาโดยอาศัยการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล นั่นคือเอสโตเนีย ประเทศเล็กๆ ในทวีปยุโรป ที่เริ่มต้นกระบวนการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลในภาคการศึกษาตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1990 โดยมีการนำคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเข้าไปในโรงเรียนทุกแห่งทั่วประเทศ และมีการฝึกอบรมครูให้สามารถสนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียน รวมถึงในด้านทักษะพื้นฐาน ในประเด็นของเอไอกับการศึกษา เอสโตเนียเพิ่งเปิดตัวโครงการขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า AI Leap 2025 ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้นักเรียนและครูสามารถเข้าถึงเครื่องมือการเรียนรู้ที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอและเรียนรู้วิธีการใช้งานเครื่องมือเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือเอสโตเนียได้ลงทุนในเงื่อนไขพื้นฐานที่เอื้อต่อความสำเร็จของการดำเนินงานที่ทะเยอทะยานนี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว นอกจากนี้เอสโตเนียยังได้จัดตั้งกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อร่วมกันออกแบบรูปแบบการดำเนินงานที่ดีที่สุดเพื่อให้เกิดความสำเร็จ</p>



<p>อีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจมาจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีเขตการศึกษาจำนวนมากที่ได้บูรณาการเรื่องการเรียนรู้ด้านทักษะทางอารมณ์และสังคม (Social and Emotional Learning: SEL) เข้าไว้ในหลักสูตรและกิจกรรมนอกห้องเรียน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้เรียนทักษะด้านสังคมและอารมณ์ที่สมดุล ลองนึกถึงนักเรียนที่เรียนวิทยาศาสตร์หรือประวัติศาสตร์ในสภาพแวดล้อมที่พวกเขาไม่ได้เรียนแค่เนื้อหาหรือทฤษฎีในวิชาเหล่านั้นเท่านั้น แต่ยังได้ฝึกการแสดงความคิดเห็นของตนเอง การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และการอภิปรายหรือโต้แย้งอย่างให้เกียรติและมีเหตุผล โปรแกรม SEL หลายแห่งในสหรัฐอเมริกาไม่ได้เพียงช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้เรียนเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการทางอ้อมอีกด้วย ขณะนี้ ธนาคารโลกกำลังร่วมมือกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อจัดทำโครงการนำร่องขนาดใหญ่ที่มีเป้าหมายเพื่อบูรณาการ SEL เข้ากับวิทยาลัยอาชีวศึกษาในประเทศไทย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c86577"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/1743914745_852640-the101world-1200x800-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าขยับออกมามองกว้างขึ้นกว่าประเทศไทย คุณมองเห็นเทรนด์การพัฒนาทุนมนุษย์ในระดับโลกอย่างไรบ้าง</strong><strong></strong></h3>



<p>อันที่จริงมันก็สอดคล้องกับหลายประเด็นที่ผมได้พูดไปแล้ว เทรนด์แรกคือระบบการศึกษาของหลายประเทศหันมาให้ความสำคัญกับการปรับตัวให้สอดรับกับการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลมากขึ้น</p>



<p>เทรนด์ที่สองคือหลายประเทศเริ่มนำกระบวนการเรียนรู้ที่ปรับให้เหมาะกับระดับและความต้องการของผู้เรียนแต่ละคนเข้ามาใช้ในระบบการศึกษา โดยหนึ่งในโครงการที่ประสบความสำเร็จในเรื่องนี้คือ Teaching at the Right Level (TaRL) ซึ่งพัฒนาโดยองค์กรไม่แสวงหากำไรในอินเดียชื่อว่า Pratham</p>



<p>เทรนด์ที่สามคือมีการตระหนักเพิ่มมากขึ้นถึงความสำคัญของการที่ไม่เพียงคัดเลือกครูและผู้สอนที่มีความสามารถเท่านั้น แต่ยังต้องเตรียมความพร้อมและสร้างแรงจูงใจให้พวกเขาอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับผลลัพธ์ด้านการเรียนรู้ของผู้เรียน</p>



<p>สุดท้าย ผมยังเห็นว่ามีจำนวนประเทศและเขตการศึกษาที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ได้บูรณาการ SEL เข้ามาในระบบการศึกษา ซึ่งสะท้อนถึงการตระหนักถึงความจำเป็นในการดูแลสุขภาวะของผู้เรียน และการพัฒนาทักษะในลักษณะองค์รวมมากขึ้น แน่นอนว่านี่ไม่ใช่รายการที่ครอบคลุมแนวโน้มทั้งหมดของการพัฒนาทุนมนุษย์ในระดับโลก แต่โครงการริเริ่มเหล่านี้ช่วยฉายภาพให้เห็นถึงแนวโน้มสำคัญบางประการในระดับสากล ซึ่งมีนัยสำคัญอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างทักษะพื้นฐานชีวิตในประเทศไทยเช่นกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ตอนนี้คุณมีแผนที่จะทำการสำรวจสถานการณ์ทุนมนุษย์ในประเทศไทยขึ้นมาใหม่อีกหรือไม่ และคุณคาดหวังว่าเราจะได้รู้อะไรมากขึ้นจากรายงานฉบับก่อนหน้าบ้าง</strong><strong></strong></h3>



<p>หลังจากที่ในรายงานฉบับก่อนหน้าซึ่งทำการสำรวจในปี 2022 เราได้วัดผลในระดับประเทศไปแล้ว รายงานฉบับถัดไปนั้นจะมีการวัดทักษะพื้นฐานชีวิตของประชากรวัยแรงงานลงไปในระดับจังหวัด ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในระหว่างกระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลในสามจังหวัด ได้แก่ พะเยา ระยอง และปัตตานี ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีบริบทต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยผลการสำรวจที่จะออกมานี้จะช่วยให้เราเข้าใจภาพในระดับท้องถิ่นมากขึ้น และจะได้มีข้อเสนอแนะในการตอบสนองต่อการขาดแคลนทักษะที่เหมาะสมกับแต่ละบริบทพื้นที่ และผมคาดว่ารายงานฉบับนี้น่าจะพร้อมเผยแพร่ได้ในช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายนปีนี้ โปรดติดตามการทำงานของเราด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สุดท้ายนี้ อยากให้คุณย้ำให้เห็นว่าการพัฒนาทุนมนุษย์และทักษะพื้นฐานชีวิตมีความสำคัญมากขนาดไหน</strong></h3>



<p>ทุนมนุษย์โดยเฉพาะทักษะพื้นฐานชีวิตคือรากฐานของสังคมของเรา คุณสามารถเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานชีวิตกับวัสดุก่อสร้างพื้นฐานของไซต์งานก่อสร้าง มันก็เปรียบเหมือนการสร้างอาคาร ถ้าหากใช้วัสดุที่ไม่ดีในการก่อสร้างหรือไม่ได้วางโครงสร้างไว้อย่างแข็งแกร่ง อาคารก็อาจไม่แข็งแรงพอที่จะรองรับภัยธรรมชาติหรือแรงสั่นสะเทือนต่างๆ และไม่สามารถรองรับกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในตัวอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในลักษณะเดียวกัน หากผู้เรียนไม่มีระดับทักษะพื้นฐานชีวิตที่เพียงพอ พวกเขาก็จะไม่สามารถรับมือกับวิกฤตที่อาจสั่นสะเทือนชีวิตประจำวันของเรา เช่น แผ่นดินไหวหรือโรคระบาด รวมทั้งไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติของงานที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาซึ่งบีบให้ต้องเรียนรู้งานใหม่ๆ และเปลี่ยนรูปแบบการทำงานอยู่เสมอ เช่น การทำงานเป็นทีม การทำงานทางไกล และท้ายที่สุดคือจะไม่สามารถมีส่วนร่วมในการสร้างนวัตกรรม การเติบโต และความมั่งคั่งของประเทศได้อย่างเต็มศักยภาพ</p>



<p>ประเทศไทยและธนาคารโลกได้สร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งและก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมตลอดระยะเวลากว่า 75 ปีที่ผ่านมา ความพยายามล่าสุดของเราในภาคการศึกษาและการพัฒนาทักษะในประเทศไทย มุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนให้ลงทุนในทักษะพื้นฐานของเด็ก เยาวชน และผู้ใหญ่ โดยอาศัยองค์ความรู้และประสบการณ์ของเราในการสนับสนุนระบบการศึกษาในประเทศต่างๆ ทั่วโลก</p>



<p>ในประเทศไทย ขณะนี้เราร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ของกระทรวงศึกษาธิการ รัฐบาลระดับจังหวัดของระยอง ปัตตานี และพะเยา รวมถึงภาคเอกชน เราพร้อมที่จะสนับสนุนประเทศไทยในการยกระดับประสิทธิภาพและความเสมอภาคในการเสริมสร้างทักษะพื้นฐานชีวิตให้กับเด็ก เยาวชน และผู้ใหญ่</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a042aa"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/1743914803_113582-the101world-1200x800-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>ผลงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่าง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และ The101.world</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/koji-miyamoto-interview/">“ไทยกำลังเผชิญวิกฤตด้านทักษะ” – มองสถานการณ์ทุนมนุษย์ไทย จากสายตานักเศรษฐศาสตร์ธนาคารโลก ‘Koji Miyamoto’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สอศ. ร่วมมือ กสศ. และธนาคารโลก เสริมสร้างทักษะทางสังคมและอารมณ์ในอาชีวศึกษา ยกระดับศักยภาพแรงงานไทยรับมือศตวรรษที่ 21</title>
		<link>https://www.eef.or.th/new-270125/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Jan 2025 07:58:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[Adult Skills Assessment in Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะพื้นฐานชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[World Bank]]></category>
		<category><![CDATA[สอศ.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=90148</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2568 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/new-270125/">สอศ. ร่วมมือ กสศ. และธนาคารโลก เสริมสร้างทักษะทางสังคมและอารมณ์ในอาชีวศึกษา ยกระดับศักยภาพแรงงานไทยรับมือศตวรรษที่ 21</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2568 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมมือกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และธนาคารโลก (World Bank) <strong>ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาแกนนำเพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ทางสังคมและอารมณ์</strong></p>



<p>การจัดประชุมครั้งนี้ เป็นการดำเนินงานต่อเนื่องจากผลสำรวจ <strong><em>“โครงการวิจัยสำรวจทักษะและความพร้อมของกลุ่มประชากรวัยแรงงานของประเทศไทย (Adult Skills Assessment in Thailand)”</em></strong> ภายใต้ความร่วมมือของ กสศ. ธนาคารโลก (World Bank) สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) และคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งพบว่า เยาวชนและผู้ใหญ่ยังจำเป็นต้องเพิ่มศักยภาพของตนเอง เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างเต็มที่ เรียกว่า <strong><em>“ทักษะพื้นฐานชีวิต”</em></strong> ซึ่งประกอบด้วยทักษะด้านการอ่านออกเขียนได้ ทักษะด้านดิจิทัล และทักษะทางสังคมและอารมณ์ เพื่อเสริมสร้างการพัฒนาทักษะพื้นฐานชีวิตของแรงงานไทย ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อขับเคลื่อนความสามารถในการแข่งขัน นวัตกรรม และความเป็นอยู่ที่ดีของแรงงาน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2d5b5a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/1-3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.สุรพงษ์ เอิมอุทัย</strong> <strong>ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา</strong> กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้&nbsp; คือการกำหนดเป้าหมายสำคัญในการร่วมกันหาแนวทางเสริมสร้างการเรียนรู้ทางสังคมและอารมณ์ในสถาบันอาชีวศึกษา (SELVT) โดยได้ร่วมกันพัฒนาแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดระดับสากล ในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ทางสังคมและอารมณ์ (Socio-Emotional Skill &#8211; SEL) และพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ที่ดีขึ้นสำหรับนักศึกษาในวิทยาลัยอาชีวศึกษาของไทย ผ่านการเสริมหลักสูตรและการพัฒนาสมรรถนะสำหรับครูและบุคลากรเพื่อพัฒนาสมรรถนะแกนนำ Master Trainer ด้านแนวทางการจัดการเรียนการสอนเสริมสร้างการเรียนรู้ทาง SEL และพัฒนาเครือข่ายด้านการเรียนรู้ทางสังคมและอารมณ์ ของประเทศไทย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-62066f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/2-3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.สุรพงษ์ เอิมอุทัย</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ สอศ.</strong> กล่าวว่า การพัฒนาทักษะทางสังคมและอารมณ์สำหรับอาชีวศึกษา ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่นับเป็นความต้องการเร่งด่วนในระบบการศึกษา เพราะประเด็นนี้ ส่งผลโดยตรงต่ออนาคตของกำลังแรงงานและเศรษฐกิจของประเทศไทย และถือเป็นความท้าทายอีกส่วนหนึ่งของแรงงานไทย ในการตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ ด้านการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจ&nbsp;</p>



<p>“งานวิจัย Adult Skills Assessment in Thailand ทำให้เราทราบว่า ไม่สามารถละเลยความสำคัญของทักษะทางสังคมและอารมณ์ได้ socio-emotional skills หรือ soft skills ได้ ซึ่งงานวิจัยดังกล่าว ได้วัดใน 5 ส่วน คือ 1. การมีส่วนร่วมกับคนอื่น 2. ใส่ใจผู้อื่น 3. การทำงานเพื่อเป้าหมาย 4. การจัดการอารมณ์ 5. การค้นหาสิ่งใหม่ และระบุอีกว่า ในขณะนี้ ทักษะที่มีความสำคัญในการส่งเสริมกลุ่มแรงงาน คือ ข้อ 1. การมีส่วนร่วมกับคนอื่น ความสามารถในการเข้ากันและสร้างความสัมพันธ์ กับผู้อื่น และ ข้อ 5. การค้นหาสิ่งใหม่ ความสามารถในการขยายมุมมองความคิด หาความรู้ใหม่ และเข้าใจมุมมองใหม่ ๆ ซึ่งทักษะเล่านี้ ทางรายงานวิเคราะห์ว่ามีความสำคัญในการช่วยให้ผู้คนได้รับการจ้างงาน และประสบความสำเร็จในสถานที่ทำงานในศตวรรษที่ 21 ดังนั้นการบูรณาการหลักสูตรเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ SEL ไม่ใช่แค่การพัฒนาสติปัญญาทางอารมณ์เท่านั้น แต่ยังเป็นการฝึกฝนทักษะที่จำเป็นต่อความสำเร็จในชีวิตส่วนตัวและอาชีพ เพื่อรับมือกับความท้าทาย และมีส่วนร่วมในการทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิผลอีกด้วย”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-20ecd3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/3-3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ สอศ.</strong> กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ในบริบทของโรงเรียนอาชีวศึกษา การบูรณาการ SEL เข้ากับหลักสูตร และการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเป็น 1 ในตัวชี้วัดที่ควรระบุอย่างชัดเจน และสนับสนุน หลักการด้านการศึกษายุคใหม่ VASK ของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเสริมสร้างการพัฒนาทักษะพื้นฐานชีวิตของแรงงานไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อขับเคลื่อนความสามารถในการแข่งขัน นวัตกรรม และความเป็นอยู่ที่ดีของแรงงาน&nbsp;</p>



<p>การประชุมครั้งนี้ คือการช่วยกันเสริมสร้างการเรียนรู้ทางสังคมและอารมณ์ในสถาบันอาชีวศึกษา (SELVT) โดยโครงการนำแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดระดับสากลในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ทางสังคมและอารมณ์ และพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ที่ดีขึ้นสำหรับนักศึกษาในวิทยาลัยอาชีวศึกษาของไทยผ่านการเสริมหลักสูตรและการพัฒนาสมรรถนะสำหรับครูและบุคลากร เพื่อแลกเปลี่ยนและให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับเนื้อหาการฝึกอบรม online course module ที่จะนำเข้าสู่ระบบ hrd training และแนวทางปฏิบัติสำหรับการอบรม เพื่อให้แน่ใจว่าครูและบุคลากรอาชีวศึกษาเข้าใจ และพัฒนาสำหรับการเสริมสร้างทักษะทางสังคมและอารมณ์ของกำลังแรงงานในอนาคต</p>



<p>“ความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้เกิด Master Trainer ขึ้นมา 1 ชุด เพื่อขยายผลให้เห็นว่าเรื่อง SEL ที่เรากำลังร่วมมือกันพัฒนาขึ้นเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยมาสเตอร์เทรนเนอร์จะช่วยกระตุ้นเรื่องนี้ให้กับวิทยาลัยนำร่อง 56 แห่ง โดยแบ่งการสอนเรื่องนี้ในวิทยาลัยนำร่องออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกสอนโดยใช้สอนวิธีแบบออนไลน์ และแบบออนไลน์บวกกับ on site&nbsp; และนำผลการสอนมาวิเคราะห์และเก็บข้อมูลการวิจัยว่าการสอนแบบไหนมีประสิทธิภาพมากกว่า ก่อนนำเนื้อหาทั้งหมดไปเผยแพร่ผ่านช่องทางของสำนักพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชีวศึกษา เพื่อขยายผลไปยังสถานศึกษาต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยจะเชื่อมโยงไปที่ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาของรัฐ ทั้ง 433 แห่ง และวิทยาลัยอาชีวศึกษาของเอกชน 444 แห่ง ให้ทุกสถานศึกษาเห็นว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ และส่งต่อไปให้คุณครูอาชีวะนำเรื่องจุดเน้นทั้ง 5 ด้านไปสู่ห้องเรียน ทุกวิชาจะบูรณาการเรื่องนี้ไปสู่การเรียนการสอนต้องปลูกฝังเรื่องเหล่านี้ร่วมกันต่อไป”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-17eff3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/11-3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(กลาง) โคจิ มิยาโมโตะ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>คุณโคจิ มิยาโมโตะ (Koji Miyamoto) นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสด้าน Global Practice จากธนาคารโลก </strong>กล่าวว่าการประชุมวันนี้ เป็นการประชุมต่อเนื่องจากเมื่อเดือนสิงหาคมปี 2567 ซึ่งได้เชิญทีมแกนนำ Master Trainer มาร่วมกันกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนยิ่งขึ้น รวมทั้งชี้แจงและวางแผนการเชิงปฏิบัติเพื่อพัฒนาแกนนำเพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ทางสังคมและอารมณ์เพื่อพัฒนาสมรรถนะของสถาบันอาชีวศึกษา และพัฒนาความสามารถของผู้ฝึกสอนทีมแกนนำ ให้สามารถถ่ายทอดแนวทางปฏิบัติระดับนานาชาติที่ดีที่สุดในการเรียนรู้เรื่อง SEL และสามารถนำไปใช้ในสถาบันอาชีวศึกษาของไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p>“ธนาคารโลกตระหนักว่า ภาคส่วนอาชีวศึกษาของเรานั้นได้ทำงานเรื่อง SEL มาก่อนหน้านี้แล้ว ธนาคารโลก และ กสศ. เข้ามาช่วยให้เกิดกลไกการเรียนการสอนเรื่องนี้ที่เข้มแข็งขึ้นยิ่งขึ้น และเป็นการทำงานที่ครบถ้วนรอบด้านทั้งระบบ เราจำเป็นต้องลงทุนในเรื่อง SEL เพราะจากผลการศึกษาพบว่าตลาดแรงงานและสังคม จำเป็นจะต้องให้ความสำคัญเรื่อง SEL เพราะเห็นได้ชัดว่า เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุน และเมื่อมีทักษะเรื่อง SEL ที่เข้มแข็งขึ้นแล้ว การเพิ่มทักษะทางการเรียนรู้ที่เป็นวิชาการหรือวิชาชีพ ก็จะกลายเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายขึ้น”</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" data-id="90157" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/10-5.jpg" alt="" class="wp-image-90157" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/10-5.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/10-5-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/10-5-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/10-5-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/10-5-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="855" height="569" data-id="90158" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/9-3.jpg" alt="" class="wp-image-90158" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/9-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/9-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/9-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/9-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/9-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-3 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="855" height="569" data-id="90160" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/4-3.jpg" alt="" class="wp-image-90160" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/4-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/4-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/4-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/4-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/4-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="90161" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/5-3.jpg" alt="" class="wp-image-90161" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/5-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/5-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/5-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/5-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/5-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-5 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="90163" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/6-2.jpg" alt="" class="wp-image-90163" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/6-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/6-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/6-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/6-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/6-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="90164" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/7-2.jpg" alt="" class="wp-image-90164" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/7-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/7-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/7-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/7-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/7-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p><strong>คุณโคจิ </strong>กล่าวว่าแวดวงการศึกษาทั่วโลกต่างตระหนักดีว่า การพัฒนาทักษะทางสังคมและอารมณ์ กับทักษะทางวิชาการ เป็นเรื่องที่ต้องพัฒนาไปพร้อมกัน และถือเป็นหัวใจสำคัญของโครงการพัฒนาทักษะอารมณ์สังคมในอาชีวะศึกษา ซึ่งเราได้มีการหารือกับนายจ้างมากมายหลายฝ่ายทั่วประเทศไทย และทำให้ทราบว่า หลายแห่งประสบปัญหาในการดูและทั้งแรงงานที่จบการศึกษาใหม่ ๆ หรือกระทั่งวัยผู้ใหญ่ ให้มีทักษะทางอารมณ์และสังคมที่ดี อย่างเช่น การทำงานอย่างไม่ย่อท้อเมื่อเผชิญกับปัญหาในสถานที่ทำงาน การบ่มเพราะความคิดสร้างสรรค์ หรือการปรับตัวให้พร้อมสำหรับการเรียนรู้ที่หลากหลายทั้งหมดเป็นทักษะอารมณ์และสังคมหลัก ๆ ที่นายจ้างเชื่อว่า ลูกจ้างจะต้องมี</p>



<p>“ความคิดเห็นจากนายจ้างในหลายพื้นที่ที่เราได้รวบรวมมา ทำให้ทราบว่ากลุ่มนายจ้างมีความคาดหวังเรื่องของการพัฒนาทักษะด้านอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง และพบด้วยว่า สัดส่วนของแรงงานจำนวนมากไม่มีทักษาะด้านนี้ แม้กระทั่งในระดับต่ำสุด&nbsp; 1 ใน 3&nbsp; ของเยาวชนและแรงงาน ขาดทักษะการพัฒนาเครือข่ายด้านการเรียนรู้ทางสังคมและอารมณ์ ตัวเลขนี้จึงเป็นสัญญาณที่ชัดเจนมากในการส่งเสริมและพัฒนาทักษะเรื่องนี้ และเชื่อว่าโครงการและการประชุมวิชาการในครั้งนี้ จะมีส่วนในการช่วยเหลือการเรียนระดับอาชีวะเป็นอย่างมาก”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-63b226"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/8-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(ซ้าย) ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>คุณธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ.</strong> กล่าวว่า จากข้อค้นพบจากการสำรวจทักษะและความพร้อมเยาวชนและประชากรวัยแรงงาน (Adult Skills Assessment in Thailand) เมื่อปี 2567 ที่ผ่านมาที่ทาง กสศ. ธนาคารโลก สำนักงานสถิติแห่งชาติ และคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้สำรวจและวิเคราะห์มา พบว่า กลุ่มประชากร 15 – 64 ปี มีช่องว่างในทักษะพื้นฐานชีวิต ซึ่งเป็นสมรรถนะที่กลุ่มเยาวชนและประชากรวัยแรงงานจำเป็นต้องมี เพื่อเผชิญกับความท้าทายและใช้ประโยชน์จากโอกาสในศตวรรษที่ 21&nbsp;</p>



<p>รายงานฉบับดังกล่าวยังพบอีกว่า ประมาณร้อยละ 65 และร้อยละ 74 ของกลุ่มประชากรวัยแรงงานยังต้องการเพิ่มสมรรถนะในด้านการรู้หนังสือเพื่อที่จะตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในศตวรรษที่ 21 ในช่องว่างเหล่านี้ ถือเป็นเรื่องน่ากังวลโดยเฉพาะเมื่อได้พิจารณาด้านทักษะที่จำเป็นที่มากกว่าความรู้ทางด้านวิชาการ และทางด้านสายอาชีพมากขึ้นเรื่อย ๆ</p>



<p>“ข้อค้นพบจากการสำรวจทักษะและความพร้อมเยาวชนและประชากรวัยแรงงาน ปี 2567 กลุ่มประชากรอายุ 15 – 64 ปี ที่ กสศ. ธนาคารโลก สำนักงานสถิติแห่งชาติ และคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พบช่องว่างทางทักษะพื้นฐานชีวิต ซึ่งถือเป็นสมรรถนะที่กลุ่มเยาวชนและประชากรวัยแรงงานจำเป็นต้องมี ทำให้ กสศ. ธนาคารโลก และ สอศ. ริเริ่มการพัฒนาแกนนำผู้บริหารสถานศึกษา ครูในสถานศึกษาอาชีวศึกษาและการบูรณาการหลักสูตรเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ทางสังคมและอารมณ์ โดยจะนำแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดระดับสากลในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ทางสังคมและอารมณ์ และพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ที่ดีขึ้นสำหรับนักศึกษาในสถานศึกษาอาชีวศึกษาของไทยเพื่อเป็นตัวแบบในการทำงานและจะมีการประเมินผลลัพธ์ในระดับสากลอีกด้วย” คุณธันว์ธิดากล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/new-270125/">สอศ. ร่วมมือ กสศ. และธนาคารโลก เสริมสร้างทักษะทางสังคมและอารมณ์ในอาชีวศึกษา ยกระดับศักยภาพแรงงานไทยรับมือศตวรรษที่ 21</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กู้วิกฤตทักษะคนไทย หลุดพ้นความยากจน “ลงทุนให้เต็มที่และทำอย่างชาญฉลาดด้วยสูตร 3 ชั้น”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-120324-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 12 Mar 2024 05:55:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[โลกยุคใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[หลุดพ้นความยากจน]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะพื้นฐานชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สมชัย จิตสุชน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=78490</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทักษะพื้นฐานชีวิต ช่วย ‘หลุดพ้นความยากจน’ ในโลกยุคใหม่  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-120324-2/">กู้วิกฤตทักษะคนไทย หลุดพ้นความยากจน “ลงทุนให้เต็มที่และทำอย่างชาญฉลาดด้วยสูตร 3 ชั้น”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 class="wp-block-heading"><strong>ทักษะพื้นฐานชีวิต ช่วย ‘หลุดพ้นความยากจน’ ในโลกยุคใหม่</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-800a54"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/21century-info.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ถ้าถามว่าทักษะอะไรที่สำคัญกับการ </strong><strong>‘หลุดพ้นความยากจน’</strong> ต้องเข้าใจก่อนว่าความยากจนเกิดขึ้นจากอะไร ข้อเท็จจริงคือ<strong>คนยากจนจะมีทักษะที่น้อยกว่า และมีทรัพยากรสำหรับจับจ่ายเพื่อเพิ่มทักษะน้อยกว่า</strong> เช่น การเรียนในระดับสูง หรือเรียนในสถาบันดี ๆ รวมถึงยังมีความเปราะบางเรื่องอื่น ๆ เช่นปัญหาสุขภาพความเจ็บป่วย ตกงาน ซึ่งทำให้ยิ่งไม่มีเวลาสะสมหรือเพิ่มพูนทักษะ</p>



<p><strong>แล้วทักษะที่เป็น ‘ทุนพื้นฐานชีวิต’ สำคัญอย่างไรกับคนยากจนใน ‘มิติใหม่’ หรือต่างจากทักษะเดิม ๆ ที่คุ้นเคยกันอย่างไร</strong></p>



<p>“เราคุ้นเคยกันดีกับชุดความคิดที่ว่าในตลาดแรงงาน คนจนจะหายจนได้ต้องทำงานเก่งขึ้น ต้องพัฒนาตัวเองจนเป็นแรงงานฝีมือชั้นดี มีความสามารถเฉพาะทางระดับสูง หรือในตลาดการค้า ก็ต้องมีทักษะเช่น ทำอาหารเก่ง ทำขนมอร่อย ซึ่งนำไปใช้พาตัวเองหลุดพ้นความจนได้ เหล่านี้คือทักษะเฉพาะทาง เป็นเรื่อง ๆ ไป แต่ในโลกยุคใหม่ที่โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทักษะเฉพาะทางเหล่านี้เริ่มมีความสำคัญน้อยลง สิ่งที่เคยคิดกันว่าใช้ได้ดีในวันนี้ เวลาผ่านไปอาจใช้ไม่ได้หรือไม่มีความสำคัญอีกต่อไป โดยสิ่งที่กล่าวนี้ไม่ได้จำกัดแค่ในกลุ่มคนยากจน เพราะความเปลี่ยนแปลงของโลกนั้นกระทบกับคนทุกคนทั้งหมด อย่างไรก็ตาม สำหรับคนยากจนที่มีต้นทุนชีวิตที่น้อยกว่า การปรับตัวรับมือกับปัญหาด้วยการพัฒนาทักษะใหม่ ๆ จึงไม่มีมีโอกาสมากเท่ากับกลุ่มคนที่มีต้นทุนสูงกว่า&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7c3ac9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0312_สูตร-3-ชั้น-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>“ความสำคัญของทักษะพื้นฐานชีวิต คือ เป็นทักษะพื้นฐาน การอ่านออกเขียนได้ (Literacy) ทักษะดิจิทัล (Digital Skill) ทักษะทางสังคมและอารมณ์ (Socio emotional Skill) จะเห็นว่าไม่มีเรื่องของ ทำขนม&nbsp; ทำข้าวแกงได้อร่อย&nbsp; หรือทักษะเฉพาะทางรวมอยู่ด้วยเลย แต่สามอย่างนี้คือทักษะที่ถ้าคุณเก่งแล้ว &nbsp;จะไปได้ในทุก ๆ ทาง คุณอ่านหนังสือรู้เรื่องเข้าใจและมีทักษะดิจิทัล คุณตามโลกทัน &nbsp;พร้อมปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลง ขยับตัวเองไปเรียนรู้ในสิ่งใหม่ได้ สุดท้ายคือทักษะที่สำคัญมาก คืออารมณ์และสังคม ซึ่งผมพูดเสมอว่า EQ สำคัญกว่า IQ หรือ ‘ทัศนคติ’ สำคัญกว่า ‘ความรู้’ สังเกตได้ว่าคนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่จะมาจากทัศนคติมากกว่าทักษะเฉพาะทาง เพราะคนกลุ่มแรกจะมีความเพียร มีการตั้งเป้าหมายในชีวิตและวางแผนเพื่อไปให้ถึง คือถ้าใครมีสามทักษะที่เป็นทุนชีวิตนี้ ทักษะเฉพาะทางอื่น ๆ จะตามมาได้ไม่ยาก เนื่องจากมันมีความสัมพันธ์โดยตรงกับความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ (Learn How to Learn)”</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-841b98"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0312_สูตร-3-ชั้น-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กสศ. ธนาคารโลก (World Bank)และคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ &nbsp;ได้เผยแพร่ผลสำรวจทักษะและความพร้อมเยาวชนและประชากรวัยแรงงาน (ASAT) ในประเทศไทย พ.ศ. 2565 โดยพบว่า&nbsp; ไทยเผชิญวิกฤตเยาวชนและประชากรวัยแรงงานขาดแคลนทักษะหรือมีทักษะพื้นฐานชีวิต ได้แก่ 1) การอ่านออกเขียนได้ (literacy) 2) ทักษะด้านดิจิทัล (digital skill) และ 3) ทักษะทางสังคมและอารมณ์ (sociomotional skill)&nbsp;&nbsp; ต่ำกว่าเกณฑ์ (Threshold Level) ‘ในสัดส่วนที่สูง’ โดยปัญหาดังกล่าวคาดว่าได้สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจสูงถึง 3.3 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 20.1%</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ประเทศไทยต้องลงทุนกับการกู้วิกฤตทักษะมากแค่ไหน?</strong></h2>



<p>คำถามที่ว่าเราต้องลงทุนอย่างไรหรือใช้ทรัพยากรเท่าไหร่ เพื่อกู้วิกฤตทักษะประชากร คำตอบคือ <strong>‘ใช้ให้เต็มที่ที่สุด’ </strong>ยิ่งเมื่อมองไปที่ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมที่ทุกคนต่างทราบดีว่าอยู่ใน<strong>สภาวะ </strong><strong>‘รวยกระจุก จนกระจาย’</strong> คือคนจนมีเยอะมาก ดังนั้นคนที่ต้องการการช่วยเหลือด้านทรัพยากรก็ยิ่งมีจำนวนมาก เรื่องนี้จึง “ไม่ควรจะอั้น มีเท่าไหร่ต้องใส่ไปให้หมด” แต่ใจความสำคัญคือ<strong>เราต้องใส่อย่างชาญฉลาด ไม่ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ</strong></p>



<p>“อย่าง ‘Soft Power’ ผมมองว่าเป็นเรื่องของ ‘กลุ่มทักษะ’ แต่สังเกตว่า งบประมาณให้น้อยเกินไป&nbsp;อย่างไรก็ตาม soft power &nbsp;ก็ยังแคบไป และผมคิดว่า ทักษะที่เป็นพื้นฐานชีวิต ผมมองว่ายิ่งตอบโจทย์มากขึ้นไปอีก&nbsp;ต้องใช้เงินเท่าไหร่ ต้องลงไม่อั้น ผมคำนวณดู&nbsp; อินโดนีเซีย ใช้ 9,000 บาทต่อคน ลองใช้ตัวเลขนี้กับคนไทย ด้วยตัวเลขผู้ที่การศึกษาต่ำกว่า ม.3 ราว 20 ล้านคน ใช้เงินน่าจะไม่ถึงแสนล้าน&nbsp;งบประมาณ จริงๆอาจไม่ต้องใช้ถึงแสนล้าน เพราะทักษะแบบนี้โดยหลักการไม่จำเป็นต้องถูกฝึกใหม่ทุกปี ดังนั้น งบประมาณจะใช้ราว 60,000 ล้าน”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>หมดยุคเรียน 16 ปี ถึงทำงานหาเงินได้</strong><br><strong>ลงทุนสร้าง 3 ทักษะ สร้างคนหาความรู้ด้วยตัวเอง&nbsp;สร้างงาน สร้างเงินได้เร็ว</strong></h2>



<p>ส่วนประเด็นเรื่องเวลาในการศึกษาเรียนรู้ ผมเปรียบเทียบให้เห็นเลยว่า สมัยก่อนจะหาเงินได้เป็นเรื่องเป็นราว พอจะมีชีวิตแบบชนชั้นกลางได้คุณต้องจบปริญญาตรี กว่าจะเรียนจบปริญญาตรีได้ต้อง 16 ปี&nbsp; ถึงกล้าเข้าตลาดแรงงาน หาเงินได้ แต่ทักษะพื้นฐานชีวิต &nbsp;ถ้าสอนกันดี ๆ มี Learning Platform ดี ๆ ดีไม่ดี เด็กอายุ 12-13 &nbsp;เก่งพวกนี้ได้แล้ว ยิ่งถ้าเริ่มต้นตั้งแต่อายุ 6-7 ปี หรือตั้งแต่อนุบาลยิ่งดี&nbsp;หมายความว่า เด็กซัก 10-12 ปี เริ่มหาความรู้ด้วยตัวเองได้แล้ว&nbsp;แทนที่จะลงทุนถึง 16 ปีกว่าจะทำงาน หาเงินได้ในตลาดแรงงาน</p>



<p><strong>“ประเด็นเรื่องเวลา คนจนไม่มีเวลา เรียนถึง 16 ปี ถ้าเราทำ platform ดี ๆ เด็กจากครอบครัวยากจน เรียน 6 ปี ไม่ถึง 10 ปี สามารถเก่งเรื่องทักษะพื้นฐานชีวิต ก็สามารถหาความรู้ด้วยตัวเองได้ ดังนั้น การลงทุนกับทักษะพื้นฐานทุนมนุษย์ย่อม ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ามากกว่าและเร็วกว่าการลงทุน 16 ปีเพื่อสร้างคนเข้าตลาดแรงงานแน่นอน”</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>National Skill Program เริ่มต้นที่คนไทย 20 ล้านคนไม่จบ ม.3</strong><br><strong>จากสูตรสำเร็จของอินโดนีเซีย สู่การกู้วิกฤตทักษะของประเทศไทย&nbsp; </strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-89982e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0312_สูตร-3-ชั้น-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>การกู้วิกฤตทักษะคนไทย ต้องทำเป็นระบบใหญ่ ต้องเอาจริงและทุ่มเททรัพยากร&nbsp; ตัวอย่างรูปธรรมสำคัญ&nbsp;เช่น&nbsp;<strong>การทำ National Skill Program เป็นวาระแห่งชาติ โดยโปรแกรมนี้ต้อง มีลักษณะเป็นขนมชั้น&nbsp;3 ชั้น</strong> เริ่มจากชั้นกลาง คล้ายๆที่อินโดนีเซียทำ คือมีคูปอง มีระบบกลไกตลาด ให้คนที่รู้เรื่องทักษะจริงหรือรู้ว่าตลาดต้องการอะไรเป็น Suply Side เป็นผู้แจกคูปอง&nbsp;เป็นทักษะเฉพาะทาง ทักษะอาชีพต่างๆ&nbsp; เรื่องนี้ต้องทำขนานใหญ่ ต้องกล้าลงทุน&nbsp;ของอินโดนีเซียทำ เริ่มต้น 5 ล้านคน ของไทยต้องวางเป้าหมายมากกว่านั้น&nbsp; อาจกำหนดกลุ่มเป้าหมายเลยว่าคนไทยทุกคนที่เรียนไม่เกิน ม.3 ความรู้ไม่มากนัก ตามโลกไม่ทัน เข้าใจว่าน่าจะมีอยู่ไม่ต่ำกว่า 20-30 ล้านคน&nbsp;แน่นอนว่าต้องค่อยๆเริ่ม และมีการประเมินระหว่างทาง&nbsp;โดยประเภทของทักษะอาจเป็นเฉพาะทางก็ได้ แต่ต้องมีความหลากหลายรองรับเพียงพอ”</p>



<p>ส่วนชั้นล่าง หรือชั้น 1 ควรมีโครงการที่เป็น Skill Program ที่ส่งเสริมเรื่องทักษะพื้นฐานชีวิตให้กับทุกคน ซึ่งในกระบวนการอาจมีการประเมินระดับทักษะทุนชีวิตในระดับบุคคล บางคนอาจจะมีอยู่แล้ว&nbsp;ก่อนจะไปใน ‘ชั้นกลาง’ ต้องแน่ใจว่า&nbsp;3 ทักษะดี แต่ถ้า ทักษะพื้นฐานยังไม่ดี&nbsp; การจะให้กลุ่มเป้าหมายข้ามไปเรียนรู้ทักษะเฉพาะทางเลย ผู้เรียนรู้จะไปไม่ได้ไกล หรือเรียนรู้ออกมาแล้วอาจไม่ได้ทำให้การสร้างรายได้เพิ่ม สร้างเนื้อสร้างตัวได้</p>



<p>สำหรับ ‘ชั้นบน’ ต้องเป็นพื้นที่เฉพาะของกลุ่มเปราะบาง เช่น ประชากรนอกระบบ เด็กที่ออกนอกระบบ กลุ่มคนจน 15% ล่างสุดของประเทศ คนพิการ ผู้สูงอายุ ฯลฯ เป็นกลุ่มนี้ต้องการการดูแลพิเศษ ด้วยโปรแกรมที่ออกแบบเฉพาะ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เสริมทักษะพื้นฐาน 3+2 เพื่อกลุ่มยากจนขาดแคลนโอกาสที่สุด</strong></h2>



<p>“การเสริม Foundation Skills ที่โยงกับกลุ่มคนนยากจนขาดแคลนโอกาสที่สุด ถ้าเป็นไปได้ควรเป็น 3+2 คือเรื่อง ‘ความรู้ทางการเงิน’ financial literacy และมีตัวย่อยคือ ‘ความรู้ในการลงทุน’&nbsp;Investment literacy&nbsp;เราอาจจะคิดว่า คนจนไม่มีเงิน ไปลงทุน แต่เรา คนที่กึ่งจน กึ่งไม่จน ถ้ามีความรู้ทางการเงิน ลดการใช้จ่ายเงิน ลดการซื้อหวย ลดการกินเหล้า เงินที่มากขึ้น&nbsp;ถ้ามีความรู้ในการลงทุน จะทำให้เงินนี้ออกดอกออกผลได้ ไม่ว่าจะลงทุนในเรื่องอะไร&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ตัวแถมที่สาม คือเรื่อง สุขภาพ คนจนจำนวนมาก หลุดพ้นความยากจนไม่ได้เพราะปัญหาสุขภาพ&nbsp;เพราะมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กินอาหารไม่ถูกต้อง&nbsp;นำไปสู่โรค หัวใจ ความดัน เบาหวาน NCD สุขภาพไม่ดีทำงานได้แย่ลง บางทีติดเตียงไป&nbsp; เป็นภาระของครอบครัว หรือเสียชีวิตทั้งที่อยู่วัย เป็นกำลังหลักของครอบครัว กลายเป็นวังวนความยากจน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c32d52"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0312_สูตร-3-ชั้น-09.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>มาตราเสริมอีกเรื่องที่ควรต้องทำ คือเรื่องอินเทอร์เน็ต</strong>&nbsp;ทักษะหลายเรื่อง ทั้งทักษะเฉพาะทาง และทักษะพื้นฐานทุนชีวิต ทักษะด้านสุขภาพ มาในรูปของดิจิตัล แต่ว่าปัญหาของประเทศไทย กลุ่มคนที่จนจริง ๆ จำนวนไม่น้อย เข้าไม่ถึงอินเทอร์เน็ต หรือในพื้นที่ห่างไกล ติดเขา ติดชายแดน สัญญาณไม่มี เป็นสิ่งที่ผมพยายามผลักดันผ่านมาหลายรัฐบาล ยังไม่สำเร็จ คือ ช่วยทำอินเทอร์เน็ตให้ฟรีได้มั้ย โดยเฉพาะฟรีสำหรับคนกลุ่มเปราะบาง จะเปิดโอกาสให้คนกลุ่มนี้ อย่างมากเลย ทำเรื่องนี้ผนวกกันกับโปรแกรม 3 ชั้น ความจำเป็นที่ต้องคุยว่า สวัสดิการเท่าไหร่ เบี้ยยังชีพพอมั้ย เงินไม่พอต้องหาเงินจะหาจากไหนดี จะหายไป&nbsp;&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-120324-2/">กู้วิกฤตทักษะคนไทย หลุดพ้นความยากจน “ลงทุนให้เต็มที่และทำอย่างชาญฉลาดด้วยสูตร 3 ชั้น”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
