<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ทักษะทางอารมณ์และสังคม | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 15 Dec 2021 10:01:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ทักษะทางอารมณ์และสังคม | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ความสำคัญของทักษะทางอารมณ์และสังคมต่อกระบวนการเรียนรู้ &#8220;กรณีศึกษาเมืองเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์&#8221;</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-social-and-emotional-skills-171221/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Dec 2021 10:01:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟินแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนเปลี่ยนใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะทางอารมณ์และสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[เฮลซิงกิ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=49489</guid>

					<description><![CDATA[<p>รอยต่อการเริ่มกลับมาเรียนที่โรงเรียนหลังปิด lock down ม [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-social-and-emotional-skills-171221/">ความสำคัญของทักษะทางอารมณ์และสังคมต่อกระบวนการเรียนรู้ “กรณีศึกษาเมืองเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>รอยต่อการเริ่มกลับมาเรียนที่โรงเรียนหลังปิด lock down มายาวนานหลายเดือน คือโจทย์ใหญ่ของห้องเรียนทุกห้อง ทั้งความรู้ที่ต้องประเมิน ทักษะสังคมที่อาจพร่องไปบ้าง ความเครียดสะสมที่นักเรียนแสดงออกมาในหลากหลายรูปแบบ&nbsp;</p>



<p>ประเด็นเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่<strong> การตั้งคำถามถึงทักษะทางอารมณ์และสังคมที่ส่งผลต่อกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นมาในห้องเรียนมีมานานมากแล้ว&nbsp;</strong></p>



<p>ทักษะทางอารมณ์และสังคมที่มีสำคัญต่อนักเรียนทุกคนจะช่วยให้นพวกเขาฟื้นฟูตัวเองจากสถานการณ์นี้ได้อย่างไรบ้าง ติดตามอ่านงานวิจัยกรณีศึกษาจากเมืองเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ กันค่ะ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ทักษะทางอารมณ์และสังคม (Social and Emotional Skills) คืออะไร?</h2>



<p>ทักษะสองอย่างนี้คือความสามารถและคุณลักษณะที่สำคัญต่อความสำเร็จด้านวิชาการ การจ้างงาน การเป็นพลเมือง และสุขภาพกายและใจที่ดี การฝึกฝนและส่งเสริมสมรรถนะชุดนี้ช่วยพัฒนาทักษะทางปัญญา หรือทักษะการรู้คิด (Cognitive Skills) แม้จะมีความสำคัญทั้งในแง่การส่งเสริมเด็กๆ ทั้งด้านวิชาการและกระบวนการคิด แต่ทักษะทางอารมรณ์และสังคมนี้เองคือรากฐานสำคัญของสุขภาพจิตที่ดีและความพึงพอใจในชีวิตของตนเอง เป้าหมายนี้จะช่วยให้มนุษย์คนหนึ่งดำรงชีวิตได้ราบรื่นขึ้น</p>



<p>OECD จึงพัฒนาแบบสอบถามซึ่งกล่าวถึงทักษะทางอารมณ์และสังคม 17 ด้าน เช่น</p>



<p>หากจะวิเคราะห์ว่านักเรียนเปิดใจ เปิดกว้างรับประสบการณ์ใหม่ๆ (Open-mindedness) นั้นต้องวิเคราะห์ว่าพวกเขามีทักษะเกี่ยวกับ</p>



<ul><li><strong>ความใคร่รู้ (Curiosity)</strong> เขาสนใจอยากเรียนรู้ อยากตั้งคำถาม และสำรวจสิ่งต่างๆ มากน้อยเพียงใด</li><li><strong>ความอดกลั้น (Tolerance)</strong> เขาเปิดรับมุมมองใหม่ ความหลากหลาย และยอมรับในวัฒนธรรมของคนต่างชาติต่างภาษามากน้อยเพียงใด</li><li><strong>ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)</strong> เขาหาวิธีใหม่เพื่อทำสิ่งเดิม หรือมีการคิดผ่านการสำรวจ เรียนรู้จากความผิดพลาด และมีวิสัยทัศน์มากน้อยเพียงใด</li></ul>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">วิเคราะห์อย่างไร?</h2>



<p>เมืองเฮลซิงกิได้เข้าร่วมงานวิจัยชุดนี้จาก OECD โดยวิเคราะห์ทักษะทางอารมณ์และสังคมของนักเรียนอายุ 10 และ 15 ปี โดยหลักสูตรแกนกลางของประเทศฟินแลนด์ได้ให้ความสำคัญกับทักษะเหล่านี้ แต่ไม่ได้ออกแบบวิชาเฉพาะเพื่อให้นักเรียนได้ฝึกฝน แต่ออกแบบสมรรถนะต่างๆ ที่ได้เพิ่มทักษะทั้งสองเข้าไปเพื่อให้ครูได้นำไปปรับใช้กับทุกวิชา ตามหลักการที่ว่า &#8220;นักเรียนต้องดูแลจัดการชีวิตประจำวันของตนเองได้&#8221; และยังมีข้อมูลเกี่ยวกับทักษะด้านนี้ในนักเรียนน้อยมาก งานวิจัยชุดนี้จึงช่วยไขข้อกังขาหลายประการต่อความสำคัญของทักษะชุดนี้ได้</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ผลการวิจัยจากนักเรียนในเมืองเฮลซิงกิ</h2>



<p>ทักษะทางอารมณ์และสังคมของนักเรียนในเฮลซิงกินั้นน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น</p>



<ul><li>นักเรียนในเฮลซิงกิมีทักษะด้านนี้สูงกว่านักเรียนวัยเดียวกันในประเทศอื่นๆ ที่เข้าร่วมวิจัยชุดนี้</li><li>นักเรียนชายวัย 15 ปีมีทักษะเกี่ยวกับการความคุมอารมณ์ (การจัดการความเครียด การมองโลกเชิงบวก การจัดการอารมณ์) รวมถึงทักษะเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกับผู้อื่น (ทักษะการเข้าสังคม ความแน่วแน่ และพลังในการทำสิ่งต่างๆ) มากกว่าเด็กชายวัยเดียวกันในเมืองอื่น</li><li>นักเรียนหญิงวัย 15 ปีมีทักษะโดดเด่นด้านความรับผิดชอบ การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ความร่วมมือกับผู้อื่น และความร่วมมือกับผู้อื่น</li><li>นักเรียนวัย 15 ปีมีทักษะทางอารมณ์และสังคมต่ำกว่านักเรียนวัย 10 ปี และเป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนกันทุกเมืองที่ทำวิจัย</li></ul>



<p>จะเห็นได้ว่านักเรียนหญิงและนักเรียนชายมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป และยิ่งอายุมากขึ้น ทักษะบางอย่างจะลดต่ำลง เช่น ทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ซึ่งนักเรียนวัย 10 ปีมีมากกว่า และสูงกว่าในกลุ่มนักเรียนชาย แต่กลับกันในทักษะด้านความใคร่รู้ที่</p>



<p>ประสิทธิภาพในการเรียน การประสบความสำเร็จในการเรียนสัมพันธ์กับทักษะทางอารมณ์และสังคม ในกลุ่มนักเรียนอายุ 15 ปี ความมานะพยายาม ความเชื่อใจ ความใคร่รู้ สัมพันธ์กับประสิทธิภาพในการเรียนรู้ กล่าวคือ ถ้ามีทักษะทางอารมณ์และสังคมดีเท่าไหร่ ประสิทธิภาพการเรียนรู้ก็ยิ่งดีขึ้นตาม</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">การโดนกลั่นแกล้งทำให้ทักษะทางอารมณ์และสังคมถดถอย</h2>



<p>นักเรียนวัย 10 ปีในเมืองเฮลซิงกิรายงานประสบการณ์โดนกลั่นแกล้ง (bully) ถึงร้อยละ 17 โดยรายงานว่าโดนกลั่นแกล้งเดือนละ 2-3 ครั้ง ซึ่งสัดส่วนนี้ลดลงในกลุ่มนักเรียนที่มีอายุ 15 ปี เหลือร้อยละ 14 ซึ่งประสบการณ์โดนกลั่นแกล้งของนักเรียนวัย 15 ปีนั้นทั้งหญิงและชายโดนล้อเลียนมากที่สุด และนักเรียนชายโดนนักเรียนคนอื่นผลักมากกว่านักเรียนหญิงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนั้นพฤติกรรมการกลั่นแกล้งอย่างการถูกขโมยและทำลายของใช้ส่วนตัว และการถูกข่มขู่ก็มีรายงานจากนักเรียนชายมากกว่า</p>



<p>ถ้ามีประสบการณ์การณ์โดนกลั่นแกล้ง ทักษะด้านนี้ก็จะลดลง โดยทักษะกลุ่มที่จะเป็นปัญหามากที่สุดได้แก่ทักษะด้านการควบคุมอารมณ์ ทั้งการจัดการความเครียด การมองโลกแง่บวก และการจัดการอารมณ์ รองลงมาคือทักษะที่เกี่ยวกับแรงจูงใจในการประสบความสำเร็จและความเชื่อว่าตนเองจะสามารถทำตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้ เหล่านี้คือผลกระทบที่ตามมาจากการโดนกลั่นแกล้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักเรียนวัย 15 ปี ซึ่งเป็นผลกระทบระยะยาว</p>



<p>ส่วนนักเรียนอายุ 10 ปีนั้นรายงานว่าถูกกลั่นแกล้งมากกว่าวัย 15 ปีเล็กน้อย แต่พบการโดนล้อเลียนในหมู่นักเรียนชายและนักเรียนหญิงมากที่สุด รองลงมาคือการผลักกัน โดยนักเรียนชายพบเจอประสบการณ์เช่นนี้มากกว่า</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ความเหลื่อมล้ำส่งผลต่อทักษะทางอารมณ์และสังคม</h2>



<p>นักเรียนที่มีสถานะทางเศรษฐกิจในครอบครัวดีมักมีทักษะทางอารมณ์และสังคมที่สูงนักเรียนที่อยู่ในครอบครัวที่มีสถานะทางเศรษฐกิจในครอบครัวย่ำแย่ โดยนักเรียนในครอบครัวฐานะดีจะมีความเปิดกว้างสูงกว่านักเรียนที่อยู่ในครอบครัวที่มีฐานะแย่กว่า</p>



<p>นักเรียนที่ทำกิจกรรมด้านกีฬาและศิลปะมีทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์และความใคร่รู้สูงกว่านักเรียนที่ไม่ได้ทำกิจกรรมด้านนี้ นั่นหมายความว่า หากโอกาสการเข้าถึงกิจกรรมเหล่านี้ทั้งในและนอกห้องเรียนแตกต่างกันย่อมส่งผลต่อทักษะทางอารมณ์และสังคมของเด็กไม่มากก็น้อย</p>



<p>ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูและนักเรียนช่วยพัฒนาทักษะทางอารมณ์และสังคม</p>



<p>ทักษะด้านความเพียรพยายาม การมองโลกแง่บวก ความร่วมมือ ความใคร่รู้ แรงจูงใจในการประสบความสำเร็จและความเชื่อว่าตนเองจะสามารถทำตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้ จะสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหากครูและนักเรียนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักเรียนวัย 15 ปี</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ความกดดันจากผู้ปกครองส่งผลต่อความพึงพอใจในชีวิตนักเรียน</h2>



<p>ความพอใจในชีวิตนักเรียนวัย 10 ปี สูงกว่าวัย 15 ปีอย่างชัดเจน โดยแม้ว่าจะเจอความกดดันจากผู้ปกครองและครู นักเรียนวัยนี้กลับยังมี well-being ที่สูงอยู่อยู่เมื่อเทียบกับนักเรียนวัย 15 ปี</p>



<p>นักเรียนกลุ่มอายุ 15 ปี ที่อยู่บรรยากาศโรงเรียนแข่งขันสูง ถูกผู้ปกครองกดดัน และถูกคาดหวังจากครู รายงานความพอใจในชีวิตติดลบจากการถูกผู้ปกครองกดดันมากที่สุด ซึ่งเป็นสถานการณ์เดียวที่นักเรียนรายงานความพึงพอใจในชีวิตต่ำจนติดลบและมี well-being จากความกดดันประเภทนี้ต่ำที่สุด</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p><strong>อ้างอิง :</strong> Survey on Social and Emotional Skills (SSES) 2021: Helsinki (Finland) OECD</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-social-and-emotional-skills-171221/">ความสำคัญของทักษะทางอารมณ์และสังคมต่อกระบวนการเรียนรู้ “กรณีศึกษาเมืองเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
