<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ต้นแบบเด็กชาติพันธุ์ทุกคน | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B8/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 23 Dec 2024 11:29:56 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ต้นแบบเด็กชาติพันธุ์ทุกคน | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘ครูฝน’ กัญญารัตน์ แซ่เฮ่อ ครูรัก(ษ์)ถิ่นที่ขอเป็นต้นแบบให้เด็กชาติพันธุ์ทุกคน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-211224/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Dec 2024 11:29:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นแบบเด็กชาติพันธุ์ทุกคน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนไตรมิตรวิทยา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=89202</guid>

					<description><![CDATA[<p>“คนในหมู่บ้านเคยบอกกับครอบครัวของหนูว่า เรียนหนังสือไปก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-211224/">‘ครูฝน’ กัญญารัตน์ แซ่เฮ่อ ครูรัก(ษ์)ถิ่นที่ขอเป็นต้นแบบให้เด็กชาติพันธุ์ทุกคน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote class="wp-block-quote">
<p>“คนในหมู่บ้านเคยบอกกับครอบครัวของหนูว่า เรียนหนังสือไปก็เท่านั้นแหละ สุดท้ายก็ต้องกลับมาอยู่บ้าน ทำไร่ทำสวน แต่หนูอยากเป็นตัวอย่างให้กับน้อง ๆ ให้คนในหมู่บ้านได้รู้ว่า เรามีทางเลือกให้เดินได้มากมาย”</p>



<p><strong>กัญญารัตน์ แซ่เฮ่อ (ครูฝน) </strong><br>ครูรัก(ษ์)ถิ่น โรงเรียนไตรมิตรวิทยา ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย</p>
</blockquote>



<p><strong>‘ครูฝน’ กัญญารัตน์ แซ่เฮ่อ </strong>ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการตำแหน่งครูผู้ช่วย เมื่อเดือนตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ โรงเรียนไตรมิตรวิทยา ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ตามโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ภายใต้ความร่วมมือของ กสศ. และหน่วยงานภาคีต่าง ๆ ที่ได้ฟูมฟักจน ‘ครูฝน’ สามารถสานฝันตามความตั้งใจในการเป็นครูของตนเองตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่ 5&nbsp;</p>



<p>ครูฝน เป็นครูเพียงคนเดียวของโรงเรียนที่มีเชื้อสายชาติพันธุ์ เป็นชาวม้งที่ได้รับโอกาสทางการศึกษา เรียนต่อในระดับปริญญาตรีเป็นคนที่ 3 ของหมู่บ้าน ต้องฝ่าฟันกับค่านิยมของชาวม้งที่ไม่ต้องการให้ลูกสาวเรียนจบสูง มากไปกว่าการได้แต่งงาน ทำหน้าที่ของผู้หญิงให้สมบูรณ์ตามธรรมเนียมเดิม</p>



<p>“คนในหมู่บ้านเคยบอกกับครอบครัวของหนูว่า เรียนหนังสือไปก็เท่านั้นแหละ ยังไงสุดท้ายก็ต้องกลับมาอยู่บ้าน เพราะเขามีความเชื่อว่า เป็นผู้หญิงต่อให้ทำงานมั่นคงขนาดไหน ก็ต้องออกจากงานกลับมาทำหน้าที่ภรรยา อยู่บ้าน ทำไร่ทำสวน แค่นั้น</p>



<p>“แต่หนูอยากเป็นตัวอย่างให้กับน้อง ๆ ให้คนในหมู่บ้านได้รู้ว่า เราไม่จำเป็นต้องจบการศึกษาแค่ ม.3 หรือ ม.6 แล้วไปแต่งงานเท่านั้น เรามีทางเลือกให้เดินได้มากมาย” ครูฝนสะท้อนการตัดสินใจของตนเองที่อาจเป็นแบบอย่างให้ชาวม้ง ในการเลือกเดินบนเส้นทางที่แตกต่างไปจากธรรมเนียมปฏิบัติเดิม โดยมีแม่เป็นหนึ่งในผู้ผลักดันอยู่เบื้องหลัง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7fa75a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/1223_ครูฝน-กัญญารัตน์-แซ่เฮ่อ-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-25818a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/1223_ครูฝน-กัญญารัตน์-แซ่เฮ่อ-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้วยใจที่อยากเรียนต่อในระดับปริญญาตรี ไม่ว่าจะมีทุนรอนหรือไม่ จุดนี้ทำให้ครูฝนเริ่มมองหาโอกาสจากแหล่งทุนการศึกษาต่าง ๆ ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยคุณครูชาวม้งที่โรงเรียนได้แนะนำให้รู้จักทุนการศึกษาจากโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ด้วยเห็นว่าครูฝนนั้นเป็นเด็กที่มีผลการเรียนดี และเป็นเด็กกิจกรรม จนในที่สุดครูฝนก็ได้รับเลือกเข้าเป็นนักศึกษาทุนของ กสศ.&nbsp;</p>



<p>หลังร่ำเรียนจนจบคณะครุศาสตร์ สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ครูฝนได้รับการบรรจุเข้ารับราชการครูเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โรงเรียนของครูฝนถือเป็นโรงเรียนบนพื้นที่สูง นักเรียนส่วนใหญ่คือเด็กชาติพันธุ์ราว 8 ชาติพันธุ์ ใช้ภาษาที่แตกต่างกันสิ้นเชิง ทำให้เป็นอุปสรรคไม่น้อยในการสื่อสารระหว่างกัน ทำให้ครูฝนต้องพยายามปรับตัว หาวิธีลดปัญหาในการสื่อสารลง&nbsp;</p>



<p>“หนูต้องเรียนรู้ภาษาชาติพันธุ์อื่น ๆ เช่น กินข้าว ในภาษาของเขาพูดว่าอย่างไร แล้วค่อยสอดแทรกด้วยภาษาไทยเพื่อให้เขาได้รู้ด้วย” ครูฝนกล่าว พร้อมเสริมว่า ตนเองมีความตั้งใจในการแก้ไขปัญหานี้อย่างมาก จึงพยายามหาวิธีสื่อสารเพื่อให้เด็กทุกชาติพันธุ์เข้าถึงการเรียนการสอนให้ได้มากที่สุด</p>



<p>อีกหนึ่งปัญหาที่น่ากังวลของชุมชนบนดอยที่ครูฝนต้องประสบพบเจออยู่เสมอคือ ปัญหายาเสพติด และปัญหาภายในครอบครัวของนักเรียน ในหลายกรณียาเสพติดยังนำไปสู่การทำร้ายร่างกายเด็ก การหย่าร้างของผู้ปกครอง ละทิ้งเด็กให้อยู่กับคนเฒ่าคนแก่ เป็นต้น โดยทางโรงเรียนพยายามประสานกับผู้นำชุมชน ให้ผู้ใหญ่บ้านเข้าไปจัดการดูแลในเบื้องต้น ในบางกรณีที่เด็กอยู่กับผู้ปกครองที่ติดยาเสพติดและทำร้ายร่างกายเด็ก อีกทั้งครอบครัวหย่าร้างกัน ครูฝนเคยแนะนำให้แม่ของเด็กรับเด็กไปเลี้ยงดูแทนพ่อ เพื่อป้องกันความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นซํ้าซาก</p>



<p>“การให้ความรู้ในเรื่องโทษของยาเสพติด และการส่งมอบโอกาสทางการศึกษา คือหนทางที่ดีที่สุดสำหรับเด็ก เพื่อให้เด็ก ๆ ในพื้นที่ตระหนักรู้ สามารถป้องกันตนเองจากภัยของยาเสพติดได้” ครูฝนแสดงความตั้งใจในฐานะครูที่จะช่วยแก้ปัญหาครอบครัวและชุมชนด้วยการศึกษา </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c2c850"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/1223_ครูฝน-กัญญารัตน์-แซ่เฮ่อ-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ความตั้งใจยิ่งยวดของครูฝน คือการให้โอกาสทางการศึกษาแก่เด็กชาติพันธุ์ รวมไปถึงเป้าหมายที่ใหญ่กว่าการให้ความรู้คือ การเปลี่ยนแปลงทัศนคติและความเชื่อของกลุ่มชาติพันธุ์ให้หันมาสนใจในการศึกษาของบุตรหลานมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>“มีผู้ปกครองจากกลุ่มชาติพันธุ์หลายคนเข้ามาพูดคุยกับหนู เพราะหนูเป็นครูคนเดียวที่เกิดและเติบโตในพื้นที่ ได้ไปเรียนจนจบปริญญาตรีแล้วกลับมาสอนที่บ้านเกิด เขาชื่นชมเรา เอาเราเป็นตัวอย่างให้ลูก ๆ พอคนในหมู่บ้านเขาเห็นเราเป็นต้นแบบ ได้เล่าเรียน ได้ทำงานที่มั่นคง เขาก็อยากให้ลูกหลานได้รับการศึกษามากขึ้น”&nbsp;</p>



<p>ครูฝนกล่าวด้วยความภาคภูมิใจที่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเปลี่ยนแปลง ทำให้คนในชุมชนตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษามากขึ้น อย่างน้อยที่สุดเส้นทางชีวิตของเธอก็เป็นแบบอย่างให้คนชาติพันธุ์รุ่นหลังได้เห็นแล้วว่า การเป็นครูนอกจากจะเป็นผู้ให้ความรู้แล้ว ยังสามารถกลับพัฒนาชุมชนบ้านเกิดของตนเองได้</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-211224/">‘ครูฝน’ กัญญารัตน์ แซ่เฮ่อ ครูรัก(ษ์)ถิ่นที่ขอเป็นต้นแบบให้เด็กชาติพันธุ์ทุกคน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
