<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ตาก | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 21 Jul 2025 04:50:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ตาก | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ถนนยังไม่ถึง แต่ครูไปถึงแล้ว : บทสัมภาษณ์​ ภัทรชัย สุขุมวัฒนะ โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม กับเส้นทางการศึกษาของเด็กชาติพันธุ์ในพื้นที่ที่รถยังไปไม่ถึง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-1807-170725/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 Jul 2025 11:07:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ตาก]]></category>
		<category><![CDATA[ภัทรชัย สุขุมวัฒนะ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=95038</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ทางเข้าบ้านเราก็แพ้คนอื่นแล้วครับ&#8230;”เด็กชายคนหนึ่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-1807-170725/">ถนนยังไม่ถึง แต่ครูไปถึงแล้ว : บทสัมภาษณ์​ ภัทรชัย สุขุมวัฒนะ โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม กับเส้นทางการศึกษาของเด็กชาติพันธุ์ในพื้นที่ที่รถยังไปไม่ถึง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ทางเข้าบ้านเราก็แพ้คนอื่นแล้วครับ&#8230;”<br>เด็กชายคนหนึ่งพูดขึ้นมาเบา ๆ ในวันฝนตก เสียงของเขาเบาเท่าฝนที่ซึมผ่านดิน แต่ทิ้งร่องรอยไว้ในใจผู้ฟัง</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อทางเข้าบ้านคืออุปสรรคแรกของการศึกษา</strong></h3>



<p>ในพื้นที่อุ้มผาง จังหวัดตาก การเดินทางไปโรงเรียนไม่ใช่เรื่องของระยะทาง แต่มันคือความอดทนระหว่างฝนที่ตกไม่รู้จบ ถนนที่กลายเป็นโคลน รถที่วิ่งไม่ได้ และเด็กที่ก็ยังอยากมาเรียนอยู่ดี</p>



<p>หลายคนต้องเดินเท้าขึ้นลงเขาเป็นชั่วโมง บางคนตื่นตีห้าเพื่อจะทันเข้าแถวแปดโมง และในบางฤดูกาล พวกเขาต้องย้ายมาอยู่หอพักเพราะฝนทำให้กลับบ้านไม่ได้</p>



<p>การมาโรงเรียนไม่ใช่เรื่องปกติที่ใคร ๆ ก็ทำได้ แต่มันคือการตัดสินใจซ้ำ ๆ ทุกเช้าว่า &#8216;จะไปต่อดีไหม&#8217; แม้ไม่มีใครบังคับ แม้ไม่มีรองเท้ากันน้ำ แม้กระเป๋าจะเปียกทุกวัน</p>



<p>และนั่นเอง ที่ทำให้ &#8216;การได้เรียน&#8217; สำหรับเด็กบางคน ไม่ใช่สิทธิ แต่เป็นสิ่งที่ต้องแลกมาด้วยความพยายามทั้งหมดที่เด็กตัวเล็ก ๆ หนึ่งคนจะมี</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="1600" height="1065" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-25.png" alt="" class="wp-image-95046" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-25.png 1600w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-25-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-25-1400x932.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-25-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-25-1536x1022.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-25-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-25-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อห้องเรียนกลายเป็นภูมิประเทศของความหลากหลาย</strong></h3>



<p>โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคมรองรับนักเรียนทั้งแบบไปกลับและหอพัก แต่ละเช้าวันจันทร์ ห้องเรียนที่นี่ไม่ได้เต็มไปด้วยเด็กในเครื่องแบบเหมือนกันหมด หากแต่คือภาพสะท้อนของชนเผ่าหลากหลายที่อาศัยอยู่บนผืนดอยเดียวกัน กะเหรี่ยง ม้ง พม่า และไทยเหนือ</p>



<p>เด็กกะเหรี่ยงเติบโตมากับภูเขาและเสียงลม ใช้ชีวิตเงียบ เรียบง่าย ไม่เร่งรีบ ไม่ทะเยอทะยาน พวกเขาเชื่อในความสงบมากกว่าการแข่งขัน</p>



<p>เด็กม้งมีความเป็นนักเรียนโดยธรรมชาติ พวกเขาอยากรู้อยากเห็น สนุกกับการเรียนรู้ และมีวินัยในการฝึกฝน เป็นกลุ่มที่ครูหลายคนบอกว่า &#8216;ถึงไม่เก่งตอนเริ่มต้น แต่ไม่มีใครหยุดอยู่กับที่&#8217;</p>



<p>เด็กพม่า ส่วนใหญ่อพยพตามครอบครัวมาอยู่ในอุ้มผางด้วยสถานะที่ไม่มั่นคง ชีวิตของพวกเขาคือการดิ้นรนในทุกวัน ทั้งการใช้แรงงานรายวันและการอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีสัญชาติรองรับ พวกเขาอ่อนน้อม ถ่อมตน และใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง</p>



<p>เด็กไทยเหนือ บางส่วนมีพ่อแม่เป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐ บางครอบครัวก็ทำไร่ทำนาในพื้นที่สูง จึงมีฐานะทางสังคมที่หลากหลายกว่าเพื่อนกลุ่มอื่น ๆ ในโรงเรียนเดียวกัน</p>



<p>แม้จะเติบโตจากบริบทที่แตกต่าง พูดกันคนละภาษา นับถือคนละความเชื่อ และฝันกันคนละแบบ แต่เมื่อถึงเวลาขึ้นแถวเคารพธงชาติ เด็กทั้งสี่กลุ่มก็ยืนอยู่ในสนามเดียวกัน ยืนบนความหวังเดียวกันว่าจะมีวันหนึ่งที่ชีวิตของพวกเขาจะดีขึ้น</p>



<p>การรวมตัวของเด็กทั้ง 4 กลุ่มชาติพันธุ์ในโรงเรียนแห่งเดียวกัน ทำให้โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคมไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่การศึกษา แต่เป็นเวทีแห่งการเรียนรู้เรื่อง &#8216;การอยู่ร่วมกันบทความหลากหลาย&#8217; ในทุก ๆ วัน</p>



<p>พวกเขาอาจพูดกันคนละสำเนียง แต่เข้าใจหัวใจกันผ่านการแบ่งข้าวเที่ยง การซักผ้าร่วมกันหลังเลิกเรียน หรือการยืมรองเท้ากันในวันที่ลืมเอามา</p>



<p>ที่นี่คือห้องเรียนที่ไม่ได้สอนแค่ภาษาไทยหรือคณิตศาสตร์ แต่สอนวิชาที่ไม่มีในตำรา วิชาการเติบโตท่ามกลางความแตกต่าง</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" width="1600" height="1065" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-27.png" alt="" class="wp-image-95048" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-27.png 1600w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-27-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-27-1400x932.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-27-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-27-1536x1022.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-27-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-27-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อมากกว่าเรื่องถนนหนทาง คือเรื่องของใจ</strong></h3>



<p>อุ้มผางไม่ได้ขาดเพียงถนนดี ๆ แต่ยังขาดอินเทอร์เน็ต ไฟฟ้า น้ำประปา และโอกาสในการมองเห็นแบบอย่างของความสำเร็จ</p>



<p>บ้านบางหลังไม่มีไฟฟ้าใช้หลังหกโมงเย็น ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ให้โทรกลับบ้าน ไม่มีร้านหนังสือหรืออินเทอร์เน็ตให้เสิร์ชคำว่า &#8220;ความฝัน&#8221; เด็กบางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีอาชีพอะไรบ้างในโลกใบนี้นอกจากสิ่งที่เห็นอยู่รอบตัว ไร่ พรวนดิน แบกของ รับจ้างรายวัน</p>



<p>หลายครอบครัวไม่มีรายได้แน่นอน ฤดูเก็บเกี่ยวดีเท่ากับมีข้าวกินตลอดปี ฤดูแล้งแปลว่าต้องอดออมแม้แต่ค่ารถมาโรงเรียน บางคนไม่มีรองเท้า ไม่มีเงินซื้ออุปกรณ์การเรียน บางคนเลือกหยุดเรียนเพื่อแบ่งเบาภาระที่บ้าน</p>



<p>แต่สิ่งที่ขาดที่สุดในบางครั้ง ไม่ใช่ข้าวของหรือบริการสาธารณะ แต่คือ &#8216;ความหวัง&#8217; ความเชื่อว่าเด็กอย่างเราจะไปได้ไกลกว่านี้ ถ้ามีใครสักคนเชื่อในเรา</p>



<p>เพราะฉะนั้น สิ่งที่โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคมต้องทำ จึงไม่ใช่แค่สอนให้เขียน อ่าน หรือสอบผ่าน แต่ต้อง &#8216;ต่อไฟในใจ&#8217; ให้เด็กกลุ่มนี้ทุกวัน ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่บอกพวกเขาซ้ำ ๆ ว่า “เท่านี้ก็ดีแล้ว”</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" width="1600" height="1065" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-28.png" alt="" class="wp-image-95049" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-28.png 1600w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-28-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-28-1400x932.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-28-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-28-1536x1022.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-28-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-28-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อครูป๋อมคือผู้ที่ไม่ได้แค่สอน แต่ลงมือเย็บปะชีวิตของเด็กด้วยมือเปล่า</strong></h3>



<p>ครูภัทรชัย สุขุมวัฒนะ หรือที่นักเรียนเรียกว่าครูป๋อม ไม่ได้จบครูมาโดยตรง แต่ด้วยแรงขับจากหัวใจ เขาเลือกจะออกจากโรงงาน เพื่อกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในโรงเรียนบนดอย ในพื้นที่ที่หลายคนไม่อยากมา แต่เขากลับรู้สึกว่า &#8220;นี่แหละที่เราควรอยู่&#8221;</p>



<p>ครูป๋อมไม่เคยมีห้องทำงานเป็นของตัวเอง แต่มีห้องนอนเด็กหอที่ต้องดูแล มีถนนลูกรังที่ต้องขี่รถไปเยี่ยมบ้าน และมีชีวิตเล็ก ๆ หลายสิบชีวิตที่ต้องซ่อมแซมด้วยมือเปล่า</p>



<p>เขาไม่ได้สอนแค่ในห้องเรียน แต่สอนผ่านการใช้ชีวิตร่วมกัน ล้างจานด้วยกัน ซักผ้าด้วยกัน พาเด็กไปแสดงหาเงินค่าขนม และฝึกให้เขาเขียนจดหมายขอทุนอย่างภาคภูมิ แม้จะมีแค่ดินสอกับกระดาษธรรมดา</p>



<p>ในวันธรรมดา เขาเป็นครูผู้สอนวิชา ในวันหยุด เขาเป็นครูหอที่ต้องคอยซับน้ำตา และในวันที่เด็กคิดจะลาออกเพราะท้อแท้ เขากลายเป็นคนที่กอดพวกเขาไว้ได้ทัน</p>



<p>สิ่งที่ครูป๋อมทำอาจไม่เปลี่ยนประเทศ แต่เปลี่ยนชีวิตเด็กคนหนึ่งได้ และในพื้นที่ที่รัฐยังมาไม่ถึง &#8220;ครู&#8221; คนหนึ่งแบบเขา คือโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นที่สุดเท่าที่เด็กคนหนึ่งจะมีได้</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" loading="lazy" width="1600" height="1065" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-26.png" alt="" class="wp-image-95047" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-26.png 1600w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-26-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-26-1400x932.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-26-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-26-1536x1022.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-26-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-26-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อทุนอุปถัมภ์และธนาคารโรงเรียน คือ เครื่องมือแห่งความหวัง</strong></h3>



<p>หนึ่งในหัวใจของระบบสนับสนุนเด็กในโรงเรียนนี้คือ &#8220;ทุนพ่อแม่อุปถัมภ์&#8221; ซึ่งครูป๋อมและทีมสร้างขึ้นจากความเชื่อว่า หากรัฐยังมาไม่ถึง บางทีคนธรรมดาก็ส่งต่อโอกาสให้กันได้</p>



<p>หนึ่งในเรื่องที่ครูป๋อมเล่าให้ฟังเสมอ คือเรื่องของ &#8216;ฟ้า&#8217; (นามสมมติ) เด็กหญิงม้งที่เคยเกือบหลุดจากระบบการศึกษา เพราะพ่อแม่ต้องย้ายงานบ่อย ไม่มีรายได้แน่นอน และมีน้องเล็กอีกสามคนที่ต้องดูแล</p>



<p>ฟ้าเคยหายไปจากโรงเรียนหนึ่งสัปดาห์เต็ม ไม่มีใครติดต่อได้ เพราะบ้านของเธอไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มีไฟฟ้าใช้หลังหกโมงเย็น ครูป๋อมขี่มอเตอร์ไซค์ไปตามถึงบ้านกลางป่า ระยะทางที่คนทั่วไปใช้เวลาชั่วโมงกว่า เขาใช้เวลาเกือบครึ่งวัน เพราะฝนตกหนัก ถนนกลายเป็นทางโคลน</p>



<p>เมื่อไปถึง ครูไม่พูดเรื่องการบ้านหรือการขาดเรียน แต่ถามว่า &#8220;หนูยังอยากเรียนอยู่ไหม&#8221; และเด็กหญิงก็ตอบเสียงเบา ๆ ว่า &#8220;หนูอยากเรียนค่ะ แต่หนูไม่มีรองเท้า ไม่มีเงินเลยค่ะครู&#8221;</p>



<p>วันถัดมา ฟ้ากลับมาโรงเรียนพร้อมรองเท้าที่มีรอยซ่อม และทุน 300 บาทจากโครงการพ่อแม่อุปถัมภ์ เธอเริ่มออมเงินกับธนาคารโรงเรียน และกลายเป็นเด็กที่ขยันที่สุดในหอพัก ทุกเย็นจะเห็นเธออ่านหนังสือให้เพื่อนฟังข้างกองไฟ</p>



<p>วันนี้ ฟ้าอยู่ชั้น ม.5 เธอมีเงินออมเกือบ 8,000 บาท และยังส่งจดหมายขอบคุณผู้มีอุปการะคุณทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ</p>



<p>เด็กแต่ละคนจะเขียนจดหมายด้วยลายมือตัวบรรจง บอกเล่าเรื่องราวของตนเอง ชีวิตที่บ้านเป็นอย่างไร พ่อแม่ทำอาชีพอะไร มีพี่น้องกี่คน เคยฝันอะไร และกำลังขาดอะไรอยู่ พวกเขาไม่ได้เขียนเพื่อขอความสงสาร แต่เขียนเพื่อส่งเสียงว่าพวกเขายังอยากไปต่อ</p>



<p>ครูคือสะพานที่คัดเลือกจดหมายนั้น ส่งต่อถึงมือของผู้ที่พร้อมจะอุปการะ บางคนช่วยปีเดียว บางคนช่วยจนจบ ม.6 และบางคนที่เคยเป็นผู้รับทุน กลับมาในวันที่มีงาน มีรายได้ แล้วกลายเป็นผู้ให้รุ่นใหม่</p>



<p>จากทุนเดือนละ 300 บาทที่ดูเหมือนไม่มาก กลับเป็นเหมือนน้ำหยดที่ต่อชีวิตการเรียนไว้ได้อย่างมั่นคง บางคนเก็บสะสมตลอดช่วงมัธยมจนมีเงินหลักหมื่นไว้เป็นทุนเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย ไม่ต้องกู้ ไม่ต้องขอ ไม่ต้องรอพ่อแม่</p>



<p>และเพื่อเติมเต็มการเรียนรู้เรื่องการเงิน โรงเรียนจึงจัดตั้ง &#8220;ธนาคารโรงเรียน&#8221; ที่เปิดให้เด็กได้ออมจริง บริหารจัดการเองจริง มีสมุดบัญชีจริง และมีบทเรียนเรื่องการรู้คุณค่าของเงินทุกบาทที่หามาได้เอง</p>



<p>เมื่อเด็กเห็นตัวเลขในสมุดบัญชีเพิ่มขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงของตนเอง มันไม่ใช่แค่เงิน แต่มันคือเครื่องยืนยันว่าเขากำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่ปลอดภัยกว่าเดิมทีละก้าว</p>



<p>และทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากโครงการใหญ่ของรัฐ แต่มาจากมือครู และหัวใจของคนธรรมดาที่เชื่อว่า โอกาสนั้นผลิตซ้ำได้ ถ้าเราลงมือจริง</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" loading="lazy" width="1600" height="1065" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-24.png" alt="" class="wp-image-95045" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-24.png 1600w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-24-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-24-1400x932.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-24-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-24-1536x1022.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-24-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-24-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อความหวังเดินทางสองทาง</strong></h3>



<p>ครูไม่ได้แค่ให้ความรู้ แต่ให้ความมั่นใจ โดยเฉพาะกับเด็กชาติพันธุ์ที่ต้องเรียนรู้ทุกอย่างในภาษาที่ไม่ใช่ของตัวเอง เด็กหลายคนพูดไทยไม่ชัด เขียนไม่คล่อง อ่านช้า และเมื่อพวกเขาถูกล้อเลียนจากเพื่อน หรือถูกตั้งคำถามจากสังคมว่า “จะเรียนไปทำไม” เสียงเหล่านั้นค่อย ๆ กัดกินความมั่นใจที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด</p>



<p>แต่ครูป๋อมไม่ปล่อยให้เสียงพวกนั้นเป็นของจริง เขาบอกกับเด็กทุกคนว่า ภาษาไทยไม่ใช่ภาษาของพวกเขาตั้งแต่เกิด และไม่มีใครควรถูกตัดสินด้วยสิ่งที่ไม่เคยถูกสอนมาอย่างเท่าเทียม</p>



<p>“ครูยังพูดภาษาอังกฤษไม่ชัดเลย แล้วหนูจะพูดไทยไม่ชัดบ้างไม่ได้หรือ?” เขาหัวเราะเบา ๆ กับเด็กที่กำลังกลั้นน้ำตา นั่นคือวิธีที่ครูเย็บแผลเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในใจเด็กอย่างไม่โอ้อวด</p>



<p>เขาย้ำเสมอว่า ชีวิตไม่ใช่สนามสอบที่วัดกันแค่คะแนน แต่คือเส้นทางที่ต้องใช้ทักษะชีวิตอย่างการฟัง เข้าใจ และยืนหยัดในแบบของตัวเอง</p>



<p>เด็กบางคนเก่งเรื่องดูแลคนอื่น เก่งงานช่าง งานฝีมือ หรือการเป็นผู้นำในกิจกรรมหมู่คณะ ครูป๋องจะย้ำกับพวกเขาว่า &#8220;ความเก่งของหนู อาจไม่ได้อยู่ในห้องสอบ แต่มันอยู่ในมือ อยู่ในหัวใจ และอยู่ในสิ่งที่คนอื่นพึ่งพาได้&#8221;</p>



<p>เมื่อครูมองเห็นแบบนั้น เด็กจึงกล้ากลับมามองตัวเองใหม่ และนั่นทำให้ความหวังไม่เดินทางทางเดียวจากครูสู่เด็ก แต่เดินกลับมาจากเด็ก สู่หัวใจของครูด้วย</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" loading="lazy" width="1600" height="1065" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-23.png" alt="" class="wp-image-95044" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-23.png 1600w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-23-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-23-1400x932.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-23-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-23-1536x1022.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-23-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-23-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อ“ยังมีเด็กดี ๆ ที่รอโอกาสอยู่เสมอ”</strong></h3>



<p>ในวันที่ครูเหนื่อยกับการให้แล้วไม่ได้รับ วันที่บางคนไม่กลับมาเรียนแม้จะมีทุกอย่างให้แล้ว วันที่ความพยายามของครูเหมือนจะไร้เสียงตอบรับ ครูป๋อมบอกตัวเองว่า ยังมีเด็กอีกหลายคนที่พร้อมจะคว้าโอกาสนั้นไว้ แม้ไม่มีใครเรียก แม้ไม่มีใครเห็น</p>



<p>เขาเล่าเรื่องของ &#8220;เอ็ม&#8221; เด็กชายกะเหรี่ยงที่เคยเป็นเด็กหอพักเงียบ ๆ คนหนึ่ง เอ็มไม่พูดมาก ไม่ได้โดดเด่นในห้องเรียน แต่เป็นคนที่ล้างจานเสร็จคนสุดท้ายทุกเย็น คอยเก็บจานของเพื่อนเงียบ ๆ และไม่เคยขออะไรจากใคร</p>



<p>ครูป๋อมเห็นสิ่งเล็ก ๆ นั้น และเลือกให้เอ็มเป็นหนึ่งในคนที่ได้รับทุน แม้เอ็มจะไม่เคยขอ เขาเริ่มมีรอยยิ้มมากขึ้น กล้าพูดในที่ประชุมหอพัก และเป็นคนที่เพื่อนเริ่มหันมาขอคำแนะนำเรื่องงานฝีมือบ้าง</p>



<p>หลังเรียนจบ ม.6 เอ็มไม่ได้ไปมหาวิทยาลัย แต่เลือกทำงานในร้านสะดวกซื้อในตัวอำเภอเพื่อเก็บเงินส่งน้องเรียน และดูแลแม่ที่ป่วย เขายังส่งข้อความมาหาครูป๋อมในวันครูทุกปี พร้อมคำว่า &#8220;ขอบคุณครับ ครูช่วยผมไว้จริง ๆ&#8221;</p>



<p>สำหรับครูป๋อม การได้เห็นเด็กคนหนึ่งยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง แม้จะไม่ใช่บนเวที แต่ยืนอยู่ในชีวิตของเขาเองอย่างมั่นคง คือรางวัลที่ไม่มีคำประกาศเกียรติคุณใดมอบให้ได้เท่า</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" loading="lazy" width="1600" height="1065" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-22.png" alt="" class="wp-image-95043" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-22.png 1600w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-22-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-22-1400x932.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-22-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-22-1536x1022.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-22-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-22-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อเด็กในหุบเขาที่มีหัวใจสูงเทียมฟ้า</strong></h3>



<p>อุ้มผางอาจยังไม่มีถนนลาดยางทุกสาย แต่มีครูอย่างครูป๋อม มีเด็กที่แม้จะไม่มีไฟฟ้าใช้ แต่มีประกายบางอย่างในดวงตา ประกายที่เกิดจากการได้ถูกมองเห็น ได้ถูกยื่นมือ และได้รู้ว่าเขาเองก็สำคัญไม่แพ้ใครในประเทศนี้</p>



<p>บางครั้งแรงบันดาลใจไม่มาจากคำคมในหนังสือ หรือโพสต์ไวรัลในโซเชียลมีเดีย แต่มาจากภาพเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครเห็น เช่น เด็กคนหนึ่งที่เดินลุยโคลนมาถึงโรงเรียน พร้อมเสื้อที่ยังเปียกฝน กับแววตาที่ยังไม่ยอมแพ้</p>



<p>มันอาจเป็นเด็กหญิงที่เขียนจดหมายขอทุนด้วยลายมือที่ยังสะกดไม่คล่อง หรือเด็กชายที่ซ่อมรองเท้าเองเพราะไม่อยากรบกวนพ่อแม่ มันคือสิ่งเล็ก ๆ ที่บอกว่า “หนูยังอยากเรียนอยู่”</p>



<p>และเบื้องหลังภาพเหล่านั้น มีครูอยู่คนหนึ่ง ที่ยอมขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นเขาในวันที่ฝนตกหนัก เพื่อแค่จะถามเด็กว่า “ยังอยากเรียนอยู่ไหม”</p>



<p>ถ้ามีใครสักคน&#8230;ยอมเดินไปกับเด็กคนนั้นแม้เส้นทางจะยังไม่พร้อม เราก็จะได้เห็นเด็กในหุบเขา ก้าวเดินออกมาด้วยหัวใจที่สูงเทียมฟ้า</p>



<p>เพราะบางครั้ง สิ่งที่เปลี่ยนอนาคต ไม่ใช่นโยบายใหญ่โต แต่คือความเชื่อเล็ก ๆ ของใครคนหนึ่ง ว่าเด็กทุกคน&#8230;มีสิทธิจะฝัน</p>



<figure class="wp-block-embed alignfull is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="ภัทรชัย สุขุมวัฒนะ: 1 ใน 7 ผู้เข้าชิงรางวัลบุคคลผู้สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ประจำปี 2568" width="750" height="422" src="https://www.youtube.com/embed/W_7f7tL-gvs?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-1807-170725/">ถนนยังไม่ถึง แต่ครูไปถึงแล้ว : บทสัมภาษณ์​ ภัทรชัย สุขุมวัฒนะ โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม กับเส้นทางการศึกษาของเด็กชาติพันธุ์ในพื้นที่ที่รถยังไปไม่ถึง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรงเรียนเล็กบนดอย กับภารกิจดูแลชีวิตมากกว่าวิชา : บทสัมภาษณ์​ อดิเรก คำเป็กเครือ ผู้อำนวยการโรงเรียนห้วยน้ำนักวิทยา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-1553-170725/</link>
					<comments>https://www.eef.or.th/article-1553-170725/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 Jul 2025 08:55:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ตาก]]></category>
		<category><![CDATA[อดิเรก คำเป็กเครือ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนห้วยน้ำนักวิทยา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=94992</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ครูครับ ผมอยากเป็นช่างตัดผม” เด็กผู้ชายสองคนพูดกับครูป [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-1553-170725/">โรงเรียนเล็กบนดอย กับภารกิจดูแลชีวิตมากกว่าวิชา : บทสัมภาษณ์​ อดิเรก คำเป็กเครือ ผู้อำนวยการโรงเรียนห้วยน้ำนักวิทยา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ครูครับ ผมอยากเป็นช่างตัดผม”</p>



<p>เด็กผู้ชายสองคนพูดกับครูประจำชั้นแบบนั้น หลังจากเห็นคลิปช่างบาร์เบอร์เท่ ๆ ในโซเชียลมีเดีย แล้ววันถัดมา ผู้อำนวยการก็สั่งซื้อปัตตาเลี่ยน 4 ตัว</p>



<p>นั่นไม่ใช่แค่อุปกรณ์ แต่คือคำตอบของโรงเรียนแห่งหนึ่งที่อยู่บนพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมาร์ ในอำเภอพบพระ จังหวัดตาก โรงเรียนที่เลือกจะฟังเสียงเล็ก ๆ อย่างจริงจัง ไม่ได้แค่ยื่นโอกาสให้ตามหน้าที่ แต่กำลังพยายามทำให้คำว่า “โอกาส” มีรูปร่าง มีที่ยืน มีอุณหภูมิที่อบอุ่นพอจะให้เด็กคนหนึ่งรู้สึกว่าชีวิตยังมีทางไปต่อ</p>



<p>โรงเรียนห้วยน้ำนักวิทยา โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาที่ไม่ได้แค่ &#8220;ขยายโอกาส&#8221; ตามคำสั่งนโยบาย แต่ขยายมันลงลึกไปถึงใจของเด็กจริง ๆ</p>



<p>โรงเรียนแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่สูงของอำเภอพบพระ จังหวัดตาก ใกล้ชายแดนไทย-เมียนมาร์ เส้นทางขึ้นสู่โรงเรียนเต็มไปด้วยโค้งคดและภูเขาสลับซับซ้อน ผู้คนในชุมชนส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ เช่น ปกาเกอะญอ และพูดภาษาท้องถิ่นเป็นหลัก การเดินทางไม่สะดวก โรงเรียนจึงกลายเป็นเหมือนศูนย์กลางของทั้งการเรียนรู้และการใช้ชีวิตของเด็ก ๆ ที่นี่ เพราะเมื่อเด็กไม่ได้เดินเข้าเมืองเพื่อเรียนต่อ โอกาสที่จะได้รับการศึกษาจึงต้องถูกสร้างขึ้นตรงที่พวกเขาอยู่ ไม่ใช่รอให้พวกเขาเดินไปหา</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" loading="lazy" width="1600" height="1065" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-10.png" alt="" class="wp-image-95000" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-10.png 1600w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-10-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-10-1400x932.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-10-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-10-1536x1022.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-10-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-10-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เด็กบางคนไม่มีโอกาสได้โตตามวัย เพราะถูกบังคับเร่งโต</strong></h3>



<p>“รายได้ในครอบครัวไม่แน่นอน บางบ้านมีลูกสามสี่คน รายรับปีหนึ่งก็ไม่พอจะส่งเรียนทั้งหมด”</p>



<p>ผอ.อดิเรก คำเป็กเครือ เล่าถึงสภาพพื้นที่ในชุมชนเกษตรกรรมที่เด็กต้องออกไปช่วยทำไร่ รับจ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือบางคนก็เลือกที่จะหยุดเรียนเพราะเห็นว่าไปทำงานแล้วมีเงินมาเลี้ยงตัวเองได้เลย รายได้ที่มาจากแรงงานเด็กเหล่านี้ไม่สูงนัก บางครั้งไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำตามกฎหมาย แต่ในครอบครัวที่ลำพังจะหาค่าข้าวยังลำบาก การมีใครสักคนหาเงินได้แม้เพียงเล็กน้อยก็มีความหมาย นั่นจึงกลายเป็นเหตุผลที่เด็กจำนวนมากไม่ได้อยู่ในโรงเรียน ไม่ใช่เพราะเขาไม่รักการเรียน แต่เพราะการอยู่รอดของครอบครัวมักมาก่อนเสมอ</p>



<p>เด็กบางคนไม่อยู่กับพ่อแม่ แต่อยู่กับตายาย ญาติพี่น้องที่ไม่มีเวลาพาไปโรงเรียน ไม่มีแม้แต่จะหาข้าวเช้าให้กิน</p>



<p>พอหลุดจากห้องเรียนไปสักพัก พอกลับมาไม่ได้ เขาก็จะกลายเป็น &#8220;เด็กนอกระบบ&#8221; โดยไม่รู้ตัว</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" loading="lazy" width="1600" height="1065" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-8.png" alt="" class="wp-image-94998" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-8.png 1600w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-8-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-8-1400x932.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-8-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-8-1536x1022.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-8-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-8-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โรงเรียนยังอยู่ตรงนี้ และอยากให้เด็กๆ มาอยู่ด้วยกัน</strong></h3>



<p>“เราจะไม่ตัดเด็กออกจากระบบ เพียงเพราะเขาขาดเรียนตามเกณฑ์ เราต้องหาทางให้เขากลับมาได้เสมอ”</p>



<p>โรงเรียนใช้การเยี่ยมบ้าน 100% เป็นเครื่องมือสำคัญ เพื่อลงไปเห็นชีวิตจริงของเด็กแต่ละคน บางคนไม่มีอาหารเช้า โรงเรียนก็เตรียมไว้ให้ บางคนไม่มีเงินเรียน โรงเรียนก็หาทุนจาก กสศ. หรือจากกองทุนที่ครูร่วมกันสร้างไว้ให้ ทุกบ้านที่ครูไปถึง ไม่ใช่แค่การเก็บข้อมูล แต่คือการเชื่อมใจ เชื่อมความไว้ใจ เพื่อบอกกับเด็กและผู้ปกครองว่า “โรงเรียนยังอยู่ตรงนี้ และยังอยากให้เด็ก ๆ มาอยู่ตรงนี้ด้วยกัน”</p>



<p>เด็กที่มีปัญหาวัยรุ่น ท้องก่อนวัย ทำงานก่อนจบ ผอ.อดิเรกไม่พูดเรื่อง &#8220;การให้ออกจากระบบ&#8221; แต่พูดเรื่อง &#8220;ทางเลือก&#8221; ว่าจะกลับมาเรียนแบบไหนได้บ้าง จะเรียนออนไลน์ ออนแฮนด์ หรือมีครูไปติดตามเป็นพิเศษก็ได้</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" loading="lazy" width="1600" height="1065" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-9.png" alt="" class="wp-image-94999" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-9.png 1600w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-9-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-9-1400x932.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-9-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-9-1536x1022.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-9-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-9-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เสียงเด็กแค่คนสองคนก็มีความหมาย</strong></h3>



<p>“ผมอยากเป็นช่างตัดผม”</p>



<p>ผอ.อดิเรกจำเสียงเด็กคู่นั้นได้ขึ้นใจ และตัดสินใจทันทีว่าจะหาพื้นที่ให้เด็กฝึก เสียงที่บางที่อาจเบาเกินไปจะถูกได้ยิน กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของคลาสเรียนพิเศษที่เกิดขึ้นนอกตารางวิชา ไม่ต้องมีตำรา ไม่ต้องมีคะแนน แต่มีความภาคภูมิใจของเด็กคนหนึ่งเป็นผลการเรียนที่ดีที่สุด</p>



<p>ทุกวันพฤหัสบดี เด็ก 4-5 คนจะกลายเป็น “ช่างตัดผมจิตอาสา” ให้กับผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงในชุมชน ผอ.บอกว่านี่คือวิธีที่ทำให้เด็กมีศักดิ์ศรี ได้รู้ว่าทักษะของเขามีประโยชน์ และมีคนต้องการ</p>



<p>โรงเรียนยังมีการสอนนวดแผนไทย ทำลูกประคบ ผ้าพิมพ์ใบไม้ ทอผ้ากะเหรี่ยง ทำเบเกอรี่ เกษตรกรรม และอีกหลายกิจกรรมที่เริ่มต้นจากคำว่า “ผมอยากลอง” “หนูอยากทำ”&nbsp; ทุกทักษะอาชีพที่เปิดให้เด็กได้ลงมือทำ ล้วนเป็นการบอกว่า “แม้โลกไม่ให้พื้นที่กับความฝัน แต่โรงเรียนจะหาพื้นที่ตรงนั้นให้ได้”</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" loading="lazy" width="1600" height="1065" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-11.png" alt="" class="wp-image-95001" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-11.png 1600w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-11-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-11-1400x932.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-11-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-11-1536x1022.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-11-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-11-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong></strong></h3>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าอยากให้เด็กอยู่ เราต้องเปลี่ยนโรงเรียนให้เป็นที่ที่เขาอยากมา</strong></h3>



<p>“ถ้าครูอยู่ได้ เด็กก็อยู่ได้”</p>



<p>ผอ.อดิเรกพูดถึงระบบการดูแลครูว่า ถ้าครูอยู่โรงเรียนนี้ได้นานพอ เด็กจะรู้สึกปลอดภัย ผูกพัน และอยากมาโรงเรียน ในโรงเรียนชนบท ครูบางคนย้ายออกภายในเวลาไม่ถึงสองปี ทำให้เด็กต้องเปลี่ยนครูบ่อย ๆ ซึ่งกระทบกับทั้งการเรียนรู้และความไว้วางใจ ผอ.เลือกจะดูแลครูเหมือนที่ครูดูแลเด็ก ลดอุปสรรค ลดความรู้สึกโดดเดี่ยว เพื่อให้ครูอยู่ต่อได้นานพอจะเป็น “ผู้ใหญ่คนหนึ่ง” ที่เด็กพึ่งพาได้จริง</p>



<p>เขาเชื่อว่าครูคือจุดตั้งต้นของความเปลี่ยนแปลงในโรงเรียน และการดูแลครูให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงในพื้นที่ห่างไกล คือการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่าที่สุด เด็กคนหนึ่งอาจลุกขึ้นมาเรียนรู้สิ่งใหม่ เพราะเขารู้ว่าจะมีครูคนเดิมคอยรอ คอยสังเกต คอยถามไถ่ และคอยอยู่ข้างเขาในวันที่ไม่มั่นใจ ผอ.อดิเรกจึงใช้ทุกวิธี ตั้งแต่จัดหาที่พัก ซ่อมแซมบ้านพักครู หาอุปกรณ์ช่วยสอน จัดตารางให้ยืดหยุ่น และออกหน้าให้ครูในทุกปัญหาเล็กน้อย เพราะเขารู้ว่า ถ้าครูรู้สึกว่า &#8220;มีคนอยู่ข้างหลัง&#8221; เขาก็จะอยู่ต่อได้ และนั่นแปลว่า เด็กจะยังมีครูที่เขารู้จักและวางใจได้อยู่</p>



<p>“เราไม่ใช้ครูสอนวิทยาศาสตร์ไปสอนภาษาไทย เราพยายามจัดการให้ครูแต่ละคนได้ใช้ความถนัดตัวเอง แล้วให้เขาออกแบบกิจกรรมกับเด็กเต็มที่”</p>



<p>เพราะความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับครู ไม่ได้เกิดจากการเรียนรู้วิชาเดียวกัน แต่มันเกิดจากการ &#8220;เห็นกันบ่อย ๆ และเห็นว่าเราสำคัญกับกันและกัน&#8221; เด็กบางคนอาจไม่เก่งคณิตศาสตร์ ไม่เก่งภาษาไทย แต่เขายังอยากมาโรงเรียน เพราะเขาได้พูดคุยกับครูคนเดิมทุกวัน ได้ช่วยครูทำขนมในวันพฤหัสบดี ได้เล่นฟุตซอลกับครูหลังเลิกเรียน มันคือความแนบแน่นที่ไม่ต้องมีในตำรา แต่มีอยู่จริงในชีวิตที่ซ้อนอยู่ระหว่างบทเรียน และเป็นสิ่งที่พาเด็กให้อยู่ต่อในโรงเรียน&#8221;</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" loading="lazy" width="1600" height="1065" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-7.png" alt="" class="wp-image-94997" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-7.png 1600w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-7-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-7-1400x932.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-7-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-7-1536x1022.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-7-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-7-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความเปลี่ยนแปลงไม่ได้เริ่มจากนโยบาย แต่เริ่มจากความไว้ใจของชุมชน</strong></h3>



<p>วันนี้ ผู้ปกครองในชุมชนเริ่มเปลี่ยนมาใช้ภาษาไทยกลาง เพื่อให้ลูกไม่มีปมด้อยเรื่องภาษา เริ่มให้ลูกแสดงออกมากขึ้น และเริ่มเห็นว่าการศึกษานั้นเปลี่ยนชีวิตได้ กระบวนการเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ได้เกิดจากคำบรรยายในห้องประชุม แต่จากบทสนทนาระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครองนับครั้งไม่ถ้วน เป็นความร่วมมือเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ ฝังราก เป็นชุมชนที่เริ่มเชื่อว่าเด็กของเรา ไม่จำเป็นต้องซ้ำรอยเดิมของพ่อแม่เสมอไป</p>



<p>เด็กจากโรงเรียนเล็ก ๆ แห่งนี้ เริ่มไปแสดงผลงานทั้งด้านศิลปะ วิทยาศาสตร์ กีฬา และการพูดในเวทีระดับประเทศ</p>



<p>ทั้งหมดไม่ได้เกิดจากสูตรสำเร็จ แต่มาจากการทำงานร่วมกันระหว่างครู ชุมชน และเด็ก ๆ ไปทีละวัน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คำว่ามาสเตอร์พีซในแบบของครู</strong></h3>



<p>“เด็ก 3 คนที่ทำผ้าได้ เด็ก 7 คนที่เก่งฟุตซอล เด็ก 1 คนที่พูดได้ 3 ภาษา ทั้งหมดนี้คือมาสเตอร์พีซของครู”</p>



<p>มาสเตอร์พีซของครูที่นี่ไม่ใช่รางวัล ไม่ใช่ตำแหน่ง แต่คือชีวิตเด็กที่เดินต่อได้ ด้วยแรงบันดาลใจจากใครสักคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง ครูคนหนึ่งที่ไม่ได้หวังให้เด็กเก่งเหมือนกัน แต่ดีใจทุกครั้งที่เห็นเด็กคนหนึ่งรู้สึกว่าตัวเอง “ทำได้” แม้จะไม่ใช่ในบทเรียนที่สอบได้เต็มร้อยก็ตาม</p>



<p>มาสเตอร์พีซในสายตาครู ไม่ได้เกิดจากความสมบูรณ์แบบ แต่เกิดจากรอยยิ้มเล็ก ๆ ของเด็กที่เคยหมดหวัง แล้ววันหนึ่งลุกขึ้นมาเชื่อในตัวเองอีกครั้ง ครูบางคนอาจไม่มีชื่อติดบอร์ด ไม่มีเหรียญเกียรติยศ แต่เขาได้สร้างบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า คือชีวิตเด็กคนหนึ่งที่ไม่ยอมแพ้ เพราะเคยมีผู้ใหญ่คนหนึ่งที่ไม่ยอมปล่อยมือเขาไป</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" loading="lazy" width="1600" height="1065" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-6.png" alt="" class="wp-image-94996" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-6.png 1600w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-6-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-6-1400x932.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-6-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-6-1536x1022.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-6-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-6-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></figure>



<figure class="wp-block-embed alignfull is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="อดิเรก คำเป็กเครือ: 1 ใน 7 ผู้เข้าชิงรางวัลบุคคลผู้สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ประจำปี 2568" width="750" height="422" src="https://www.youtube.com/embed/hR2FvAb1THI?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-1553-170725/">โรงเรียนเล็กบนดอย กับภารกิจดูแลชีวิตมากกว่าวิชา : บทสัมภาษณ์​ อดิเรก คำเป็กเครือ ผู้อำนวยการโรงเรียนห้วยน้ำนักวิทยา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.eef.or.th/article-1553-170725/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ถอดบทเรียน “น่านโมเดล” พื้นที่ทดลอง ปฏิรูปการเรียนรู้ เพื่อเด็กนอกระบบที่มีความต้องการพิเศษ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-nan-model-informal-children-with-special-needs/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 25 Jul 2021 06:38:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ตาก]]></category>
		<category><![CDATA[กศน.]]></category>
		<category><![CDATA[ลำปาง]]></category>
		<category><![CDATA[น่าน]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิรักษ์ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พมจ.]]></category>
		<category><![CDATA[น่านโมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[ศรุตา เจริญพรพานิชกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.มลิวัลย์ เสนาวงษ์]]></category>
		<category><![CDATA[ปวริศา สิงห์อุดร]]></category>
		<category><![CDATA[ศึกษาธิการจังหวัด]]></category>
		<category><![CDATA[กรรณาภรณ์ สอนสมฤทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[Chat BOT น่านสุขใจ]]></category>
		<category><![CDATA[แผนกจิตเวชโรงพยาบาลน่าน]]></category>
		<category><![CDATA[หน่วยบริการต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.เนตรดาว ยั่งยุบล]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการเครือข่ายเชิงพื้นที่เพื่อพัฒนาครูและเด็กนอกระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[เจาะลึกน่านโมเดล พื้นที่ทดลอง ปฏิรูปการเรียนรู้ เพื่อเด็กนอกระบบที่มีความต้องการพิเศษ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=43783</guid>

					<description><![CDATA[<p>เด็กนอกระบบที่มีความต้องการพิเศษ นับเป็นอีกกลุ่มเป้าหมา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-nan-model-informal-children-with-special-needs/">ถอดบทเรียน “น่านโมเดล” พื้นที่ทดลอง ปฏิรูปการเรียนรู้ เพื่อเด็กนอกระบบที่มีความต้องการพิเศษ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เด็กนอกระบบที่มีความต้องการพิเศษ<strong> </strong>นับเป็นอีกกลุ่มเป้าหมายสำคัญ ที่หลายภาคส่วนให้ความสำคัญเข้าไปดูแลช่วยเหลือ&nbsp;</p>



<p><strong>“น่านโมเดล”</strong> นับเป็นอีกตัวอย่างความสำเร็จที่เริ่มเห็นผลชัดเจน  เพราะการผนึกกำลังของภาคส่วนต่าง ๆ ที่หนุนเสริมซึ่งกันและกัน</p>



<p>เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน&nbsp; 2564 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับศูนย์การศึกษาพิเศษจังหวัดน่าน มูลนิธิรักษ์ไทย จัดเสวนาถอดบทเรียน “เจาะลึกน่านโมเดล พื้นที่ทดลอง ปฏิรูปการเรียนรู้ เพื่อเด็กนอกระบบที่มีความต้องการพิเศษ”&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เริ่มจากภาพรวมในพื้นที่<strong> </strong>ดร.เนตรดาว ยั่งยุบล ผู้ประสานงานโครงการเครือข่ายเชิงพื้นที่เพื่อพัฒนาครูและเด็กนอกระบบการศึกษา กล่าวว่า&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ee9dd8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/20-สัมนา-น่านโมเดล-006.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“กสศ. ตระหนักถึงการช่วยเหลือเด็กนอกระบบการศึกษาซึ่งมีอยู่ประมาณ 4 แสนคน จึงได้คิดพัฒนาโครงการพัฒนาครูและเด็กนอกระบบการศึกษา มีทั้งหมด 66 โครงการทำงานใน 74 จังหวัด ตั้งเป้าดูแลเด็ก 35,000 คน ซึ่งดำเนินการไปแล้วกว่า 90%&nbsp; โดยกลุ่มเด็กที่มีความต้องการพิเศษทั้งด้านร่างกายและจิตใจประมาณ 1,300 คน&nbsp; ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ทางโครงการเข้าไปดูแลช่วยเหลือ”&nbsp;</p>



<p>การทำงานเริ่มต้นจาก กระบวนการค้นหากลุ่มเป้าหมาย สร้างเป้าหมายร่วม วิเคราะห์สถานการณ์ความรุนแรงของปัญหาระดับพื้นที่ เก็บข้อมูลเด็กและครู  นำไปสู่การสรุปผล </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3802de"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/ดร.เนตรดาว-ยั่งยุบล.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>โดยจะวิเคราะห์เป็นรายบุคคล เพื่อนำไปสู่การพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ ที่เป็นรูปธรรม สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็ก มีระบบส่งต่อการช่วยเหลือ ทั้งศูนย์การศึกษาพิเศษระดับพื้นที่ สหวิชาชีพ การดูแลความเจ็บป่วยทางด้านร่างกายและจิตใจ ไปจนถึงปัญหาเรื่องการศึกษา  ที่แต่ละพื้นที่จะต้องร่วมกันออกแบบการทำงาน เพราะการทำงานหน่วยเดียวไม่อาจสำเร็จ ต้องใช้หลายหน่วยงานช่วยกัน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">เริ่มต้นจากฐานข้อมูลระบบสารสนเทศ<br>สู่การจัดการศึกษารายบุคคลที่เหมาะสม</h2>



<p>โมเดลการทำงานมีจุดเริ่มต้นจากภาครัฐ คือศูนย์การศึกษาพิเศษ จังหวัดน่าน ภาคประชาสังคมคือมูลนิธิรักษ์ไทย&nbsp; ร่วมกับ กสศ. มีอาสาสมัคร ครูพี่เลี้ยง และที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของโครงการคือครูใน 11 อำเภอ ที่ฝ่าความยากลำบากในช่วงโควิด-19 มาด้วยกัน&nbsp;&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-97e075"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/20-สัมนา-น่านโมเดล-004.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>เริ่มจากฐานข้อมูลสารสนเทศที่นำไปสู่การช่วยเหลือเด็ก 50 คนได้อย่างถูกต้อง โดยที่รูปแบบการช่วยเหลือจะเป็นการศึกษารายบุคคลที่เหมาะสมกับเด็กพิเศษ และอีกส่วนคือกลไกการพัฒนาเด็ก  การฟื้นฟูสุขภาพกายใจ การบำบัดการเรียนที่บ้าน พัฒนาคุณภาพชีวิตของครอบครัว ส่งเสริมอาชีพหลากหลาย </p>



<p>มีหลักสูตรสิทธิเด็กและการคุ้มครอง  กิจกรรมบำบัดพัฒนาสุขภาพจิต หลักสูตรให้พ่อแม่มีความพร้อมดูแลเด็กพิเศษ ​ในฝั่งชุมชนก็ต้องทำให้เป็นชุมชนที่ปราศจากอคติ เป็นพื้นที่ปลอดภัยสร้างสรรค์ให้เด็ก</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">เชื่อมการทำงานกับภาคีเครือข่าย<br>ด้วยเป้าหมายการช่วยเหลือเด็กนอกระบบทั้งครอบครัว</h2>



<p>น.ส.ศรุตา เจริญพรพานิชกุล ผู้ประสานงานพื้นที่จังหวัดน่าน กล่าวว่า เป้าหมายของโครงการเน้นไปที่การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ให้กับกลุ่มเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย สติปัญญา จิตใจ&nbsp; และพฤติกรรม&nbsp; เพื่อช่วยเด็กนอกระบบทั้งครอบครัวและพัฒนาศักยภาพครูในการดูแลเด็ก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d37e64"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/นางสาวศรุตยา-เจริญพรพานิชกุล.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>เริ่มจากการประชุมเชิงปฏิบัติการ  โดยเชิญนักจิตวิทยา ศูนย์การศึกษาพิเศษ ชมรมผู้พิการ อสม. มาประชุมร่วมกัน เพื่อหาแนวทางว่าแต่ละรายจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง   “จังหวัดน่านค้นพบกลุ่มเป้าหมาย 194 คน  ​ 86% ไม่มีอาชีพ  ครอบครัวทำการเกษตร ส่วนใหญ่ไม่มีงานประจำ รับจ้างตามฤดูกาล เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ 26 คน บางส่วนอาศัยอยู่ในพื้นที่ชุมชนไล่รื้อ พื้นที่บุกรุก ทับซ้อน พื้นที่แออัด รายได้ครอบครัวอยู่ที่ประมาณ 1,500-5,000 บาท เป็นเด็กที่ไม่เคยได้รับการศึกษาเลย 37 ครอบครัว ซึ่งมาจากปัญหาความยากจนร่วมกันปัญหาสุขภาพ  การแก้ปัญหาจะเริ่มที่เข้าไปวางแผนช่วยเหลือเด็ก วิเคราะห์​สาเหตุปัญหา ข้อจำกัด  และการช่วยเหลือ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">เปลี่ยนการช่วยเหลือแบบ “สังคมสงเคราะห์”<br>เป็นการพัฒนาเสริมสร้างเชิงอำนาจ Empowerment</h2>



<p>ดร.มลิวัลย์ เสนาวงษ์ หัวหน้าโครงการสนับสนุนการพัฒนาครูและเด็กนอกระบบการศึกษาโดยเครือข่ายเชิงพื้นที่ภาคเหนือ (จังหวัดตาก ลำปาง น่าน) กล่าวว่า จากการทำงานที่ผ่านมา สามารถเรียกได้ว่าเป็นโมเดลการทำงานที่เริ่มเห็นผล โดยเน้นไปที่มิติทางสังคม จิตวิทยา การศึกษา และเศรษฐกิจ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b750d7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/20-สัมนา-น่านโมเดล-005.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>เป้าหมายคือการช่วยเหลือเด็กที่มีความต้องการพิเศษ&nbsp; ซึ่งต่างจากที่ผ่านมา ที่ทำในลักษณะสังคมสงเคราะห์ แต่โครงการนี้เน้นการพัฒนาเสริมสร้างเชิงอำนาจ หรือ Empowerment&nbsp; ด้วยการสนับสนุนเด็กแบบองค์รวม&nbsp;&nbsp;</p>



<p>การทำงานอย่างยั่งยืนได้นั้น จะต้องให้ชุมชนเข้ามีส่วนร่วมดูแลเด็ก การพัฒนาเครือข่าย การช่วยเหลือส่งต่อ และการสร้างความตระหนักเรื่องผู้พิการ ผู้ที่มีความต้องการพิเศษ และนำไปสู่การกำหนดนโยบายของผู้มีอำนาจ  เกิดการสนับสนุนงบประมาณที่มากขึ้น</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ดูแลเด็กเชิงลึกเป็นรายบุคคล<br>พร้อมช่วยเหลือผู้ปกครองให้ดูแลเด็กได้</h2>



<p>นางปวริศา สิงห์อุดร ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดน่าน กล่าวว่า ศูนย์การศึกษาพิเศษทำงานร่วมกับมูลนิธิรักษ์ไทยในการช่วยเหลือเด็ก มีแนวคิดคือ ให้เข้าถึงทั้งโอกาสและความเสมอภาค&nbsp;</p>



<p>โดยงานของศูนย์ ฯ&nbsp; คือ การค้นหาเป้าหมาย/ วิเคราะห์สถานการณ์ความรุนแรงของปัญหา/ สร้างเป้าหมายร่วมในการทำงานร่วมกับเครือข่ายในพื้นที่/ วิเคราะห์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง/ ออกแบบเครื่องมือการทำงาน/ เก็บข้อมูลเด็กและครูเพื่อประมวลสรุปผล /คืนข้อมูลกลับไปยังพื้นที่เพื่อออกแบบการทำงานร่วมกัน จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการพัฒนา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ad28bf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/นางปวริศา-สิงห์อุดร.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ทางศูนย์ ฯ ได้พัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนในหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการให้โอกาสประกอบอาชีพพื้นฐานตามความสนใจ และภารกิจที่สำคัญอีกประการคือช่วยเหลือผู้ปกครอง ให้มีอาชีพ มีรายได้ และมีความสามารถในการดูแลเด็กต่อไป</p>



<p>“เรามีการทำงานที่ก้าวหน้า ลงไปถึงการดูแลเด็กเชิงลึกเป็นรายบุคคล โดยลงไปที่ตัวอำเภอและสร้างกระบวนการเรียนรู้ในแต่ละเคส ส่วนผู้ปกครองที่อยู่ห่างไกล เราจะให้ความช่วยเหลือ เรื่องการพาไปตรวจทางการแพทย์ เพื่อให้มีใบรับรองหรือบัตรประจำตัว การเก็บข้อมูลสารสนเทศจากการลงพื้นที่ ยังทำให้เราได้พบเด็กที่ตกหล่นจากการสำรวจในแต่ละปี ช่วงอายุตั้งแต่แรกเกิดถึง 19 ปี โดยเป็นการร่วมมือกับ พมจ. ศึกษาธิการจังหวัด และ กศน.”  นอกจากนำเด็กที่ตกสำรวจเข้ารับการส่งต่อเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ทางศูนย์ ฯ มีนโยบายช่วยเหลือผู้ปกครองให้มีทักษะการดูแลเด็ก   ในกรณีที่เด็กไม่สามารถเข้าเรียนได้  สำหรับพื้นที่ที่ห่างไกลมาก  ทางศูนย์ ฯ เข้าไปหาเด็กไม่ได้ทุกวัน จึงเน้นที่การให้การศึกษากับผู้ดูแล โดยอาศัยความร่วมมือจาก อบต. อบจ. หรือโรงพยาบาลจังหวัด เพื่อนำเจ้าหน้าที่จากเครือข่ายต่าง ๆ เข้าไปช่วยกันลงพื้นที่ทุกครั้ง</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">‘หน่วยบริการต้นแบบ’<br>มุ่งส่งเสริมชุมชนในพื้นที่ห่างไกลให้สามารถดูแลเด็กได้จากภายใน</h2>



<p>ทางศูนย์ ฯ ได้วางแผนสร้าง ‘หน่วยบริการต้นแบบ’ &nbsp;เพื่อให้ชุมชนมีความพร้อมในการช่วยเหลือเด็กที่มีความต้องการพิเศษด้วยตัวเอง&nbsp; เพราะถ้าชุมชนสามารถดูแลกันเองได้จากภายใน จะสามารถขยายผลความช่วยเหลือ ให้ตรงกับหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานได้ตามมา</p>



<p>ปัญหาใหญ่คือความไม่พร้อมของผู้ปกครอง โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ เช่น ความยากจน ครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว หรือมีลูกหลานในครัวเรือนจำนวนมาก&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6db04a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/20-สัมนา-น่านโมเดล-003.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ทีมงานลงไปเก็บในพื้นที่ จากนั้นจึงรีดข้อมูลต่อมาว่าเด็กคนไหนมีความจำเป็นเร่งด่วน หรือเมื่อเจอเคสที่มีปัญหาหนัก ทางศูนย์ฯ จะประสาน พมจ. รพสต. ที่อยู่ใกล้ เพื่อแบ่งหน้าที่และส่งต่อความช่วยเหลือระหว่างหน่วยงาน แยกออกเป็นการดูแลปัญหาของเด็ก การดูแลปัญหาของผู้ปกครองเด็ก และการดูแลสมาชิกคนอื่น ๆ ในครอบครัว</p>



<p>ผอ.ศูนย์การศึกษาพิเศษ จังหวัดน่าน กล่าวว่านี่คือการสร้างเครือข่าย ที่เริ่มจากกระบวนการคัดกรองเพื่อพัฒนาระบบดูแลเด็กในพื้นที่ห่างไกล  เป้าหมายสำคัญคือต้องทำให้ผู้ปกครองเด็กมีอาชีพ มีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เมื่อนั้นเขาถึงจะพร้อมดูแลเด็กได้ จากนั้นจึงมุ่งไปที่การพัฒนาตัวเด็ก ยกระดับให้เขาช่วยเหลือตัวเองและบอกความต้องการของตัวเองได้ก่อน  แล้วระบบเครือข่ายจะทำให้คณะทำงานไปสู่เป้าหมายได้ มีผลสำเร็จที่ต่อเนื่องยิ่งขึ้น</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">‘ศูนย์การจัดการเรียนรู้ที่บ้าน<br>พัฒนากิจกรรมต่าง ๆ ที่อยู่ในวิถีชีวิตของคนทุกกลุ่ม’</h2>



<p>น.ส.กรรณาภรณ์ สอนสมฤทธิ์ ผู้จัดการมูลนิธิรักษ์ไทยประจำจังหวัดน่าน กล่าวว่า หน้าที่ในการทำงานของมูลนิธิ ฯ คือการพัฒนาการศึกษากลุ่มสตรีนอกระบบ อายุระหว่าง 15-35 ปี ในพื้นที่กลุ่มชาติพันธุ์ 5 อำเภอด้านบนของจังหวัดน่าน ได้แก่ อำเภอปัว อำเภอเชียงกลาง อำเภอทุ่งช้าง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอบ่อเกลือ</p>



<p>โดยใช้วิธีบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของกลุ่มเป้าหมาย  เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายหรือผู้ปกครองมีรายได้เพิ่มขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6bdd68"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/นางสาวกรรณภรณ์-สอนสมฤทธิ์.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“เราให้คำแนะนำผู้ปกครอง เพื่อวิเคราะห์แผนอนาคต ตั้งแต่การออกแบบแผนการเพิ่มรายได้ให้ผู้ปกครอง โดยเริ่มจากสำรวจความต้องการว่ากลุ่มเป้าหมายอยากทำอะไร ในพื้นที่มีทรัพยากรและเครือข่ายสนับสนุนใดบ้าง จากนั้นจึงนำทุนสนับสนุนเด็กและผู้ปกครองเข้าไปร่วมพัฒนาให้ตรงจุด ทางมูลนิธิ ฯ ได้มองถึงการทำโครงการพัฒนาผู้ประกอบการรายย่อย ที่จะช่วยให้ผู้ปกครองต่อยอดทางอาชีพ โดยสร้างความร่วมมือด้านการตลาด และพัฒนาคุณภาพงานให้ได้มาตรฐาน มีเอกลักษณ์ ซึ่งเรามีเครือข่ายกับภาคธุรกิจ เช่น Lazada รองรับอยู่”&nbsp;</p>



<p>ส่วนการพัฒนาเด็กนั้น จากความร่วมมือกับ กสศ. และศูนย์การศึกษาพิเศษ ทางมูลนิธิ ฯ มีข้อมูลที่สามารถนำมาตรวจสอบกับสำนักงานสาธารณสุขและศูนย์การศึกษาประจำหมู่บ้าน เพื่อให้มั่นใจว่า จะสามารถระบุตัวตนของเด็กที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-82c9e3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/20-สัมนา-น่านโมเดล-007.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>คณะทำงานเห็นร่วมกันว่าจำเป็นต้องสนับสนุนให้เกิดการจัดการเรียนรู้ที่บ้าน โดยเป็นหน้าที่หลักของครูศูนย์การศึกษาพิเศษ ขณะที่ต้องเฝ้าระวังเรื่องความรุนแรงในครอบครัว เช่น ผู้เลี้ยงเด็กไม่เข้าใจความบกพร่องทางพัฒนาการ&nbsp; จนเกิดการใช้ความรุนแรงลงโทษเด็ก&nbsp;</p>



<p>อีกกรณีหนึ่งคือเรื่องการสื่อสาร เนื่องจากหลายชุมชนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ จึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องพัฒนาการสื่อสาร</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">Chat BOT น่านสุขใจ สื่อกลางให้คำปรึกษาบรรเทาความเครียด</h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fc6953"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/20-สัมนา-น่านโมเดล-008.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ในช่วงที่ทุกคนต้องเผชิญกับภาวะวิกฤตจากโควิด-19 ทางมูลนิธิรักษ์ไทยได้ร่วมมือกับแผนกจิตเวชโรงพยาบาลน่าน พัฒนาแอปพลิเคชัน Chat BOT ‘น่านสุขใจ’ เพื่อเป็นสื่อกลางในการให้คำแนะนำสำหรับกลุ่มเป้าหมาย บรรเทาความเครียด กังวล อันจะนำไปสู่ปัญหาทางใจที่ใหญ่ขึ้นได้&nbsp; ความตั้งใจของมูลนิธิ ฯ คือการพัฒนาให้เกิดศูนย์การจัดการเรียนรู้ที่บ้าน และพัฒนากิจกรรมต่าง ๆ ที่อยู่ในวิถีชีวิตของคนทุกกลุ่ม ด้วยเชื่อมั่นว่าการทำงานกับเด็กพิเศษ&nbsp; ต้องให้ความสำคัญเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพของผู้ปกครอง โดยช่วยนำความรู้หรือทางเลือกใหม่ ๆ เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิต</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-nan-model-informal-children-with-special-needs/">ถอดบทเรียน “น่านโมเดล” พื้นที่ทดลอง ปฏิรูปการเรียนรู้ เพื่อเด็กนอกระบบที่มีความต้องการพิเศษ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ครู” โรงเรียนในพื้นที่พิเศษ ปรับตัวอย่างไร ช่วงโควิด-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-teachers-in-special-areas-how-to-adjust-in-the-covid-19/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Jun 2021 07:38:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนพัฒนาคุณภาพตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[ตาก]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ฮ่องสอน]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนล่องแพวิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[สยาม เรืองสุกใส]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านตะโกล่าง]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัด อุสาห์รัมย์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านห้วยนกกก]]></category>
		<category><![CDATA[เฉลียว เถื่อนเภา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=41483</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วยสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่แตกต่าง ทั้งเงื่อนไขด้านสถ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-teachers-in-special-areas-how-to-adjust-in-the-covid-19/">“ครู” โรงเรียนในพื้นที่พิเศษ ปรับตัวอย่างไร ช่วงโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ด้วยสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่แตกต่าง ทั้งเงื่อนไขด้านสถานที่ตั้ง และความพร้อมของนักเรียนในพื้นที่ บทบาทของครูที่พยายามจัดการเรียนรู้ของนักเรียนให้สัมฤทธิ์ผลที่สุด ยังทุ่มเทดำเนินอยู่เสมอ เพราะตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษา โดยเฉพาะช่วงภาวะโควิด-19 ที่ครู- ผู้ใกล้ชิดและเข้าใจสภาวะความเป็นจริงมากที่สุดต้องเผชิญความท้าทายอีกครั้ง เรามาดูกันว่า “ครู” ของโรงเรียนในพื้นที่พิเศษ ปรับตัวอย่างไรช่วงโควิด-19 จนได้ชื่อว่าประสบผลสำเร็จอย่างยิ่ง</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-d41043d8 gb-headline-text">1. ครูเคลื่อนที่</h3>



<h4 class="gb-headline gb-headline-1d3c1438 gb-headline-text">โรงเรียนบ้านห้วยนกกก<br>จังหวัดตาก</h4>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-65e38c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/01-ครูเคลื่อนที่.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>จากสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ที่มีแนวโน้มเลื่อนวันเปิดภาคเรียนอย่างไม่มีกำหนด โรงเรียนบ้านห้วยนกกก ตำบลแม่หละ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก เป็นโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลแม้จะไม่น่าห่วงเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ก็ไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ เนื่องจากต้องปิดการเข้าออกตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด</p>



<p>ถึงกระนั้นทางโรงเรียนจัดการศึกษาตามนโยบายในช่วงโควิด-19 แต่ก็ไม่ได้ผลดี ด้วยสภาพภูมิประเทศเป็นพื้นที่สูง มีหมู่บ้านกระจายเป็นหย่อม ครูโรงเรียนจึงได้คิดค้นวิธีแก้ปัญหาหลายรูปแบบ ทั้งให้เด็กพื้นที่ห่างไกลพักนอนและเรียนที่โรงเรียน จัด<strong>ครูเคลื่อนที่สอนตามหมู่บ้าน รวมถึงคัดเลือกและมอบหมายให้ “พี่ครู” ทำหน้าที่สอนน้องในหมู่บ้าน</strong></p>



<p><strong>นายประหยัด อุสาห์รัมย์ ผู้อำนวยการโรงเรียน</strong> กล่าวว่า “โรงเรียนบ้านห้วยนกกก” จังหวัดตาก เราไม่ยอมให้การเรียนรู้ของเด็กต้องสะดุด จึงใช้แนวคิดการจัดการศึกษาแบบ ‘พี่สอนน้อง’ หรือเรียกระบบ ‘พี่ครู’ เพื่อเสริมสร้างทักษะภาษาไทยให้กับน้องซึ่งเป็นชนเผ่ากะเหรี่ยงนั้นมีพื้นฐานที่แน่นขึ้น รุ่นพี่ชั้น ม.ต้น ในหมู่บ้านที่คัดเลือกแล้วว่ามีทักษะภาษาไทยดีมาช่วยปูพื้นฐานให้น้อง ขณะเดียวกันรุ่นพี่ก็ได้ประโยชน์ในการทบทวนวิชาความรู้ไปด้วย</p>



<p>พื้นที่โรงเรียนบ้านห้วยนกกก รองรับนักเรียนจากหลายหมู่บ้านของชุมชนชาวกะเหรี่ยง แต่ละหมู่บ้านมีนักเรียนชั้น ป.1 &#8211; ป.4 ราว 10 &#8211; 20 คน และมีรุ่นพี่มัธยมต้นด้วย ฉะนั้นพอเกิดสถานการณ์โควิด-19 ต้นปี 2563 เมื่อปิดการเข้าออก จึงใช้วิธีการให้ครูคัดเลือกรุ่นพี่มาเป็นตัวแทนสอนน้องช่วงที่โรงเรียนเปิดไม่ได้ “อย่างแรก เราคัดเลือกรุ่นพี่ที่มีพื้นฐานการเรียนดีและมีความสามารถในการถ่ายทอดก่อนแล้วค่อยประสานผู้นำชุมชนช่วยจัดการพารุ่นพี่เหล่านั้นออกมาพบครูที่หน้าหมู่บ้าน จากนั้นครูอบรมซักซ้อมรูปแบบการสอนให้กับรุ่นพี่จนเป็นที่พอใจ แล้วรุ่นพี่ค่อยนำความรู้ไปถ่ายทอดให้กับน้อง” นายประหยัด อุสาห์รัมย์ ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าว</p>



<p></p>



<h4 class="gb-headline gb-headline-55e5ef7a gb-headline-text">“4 จ.” หัวใจขับเคลื่อนการเรียนการสอน</h4>



<p>พอผ่านการอบรมจากพ่อครูแม่ครูแล้ว พี่ครูก็เปิดห้องเรียนซึ่งแวดล้อมด้วยหมู่ไม้ สายลม และทิวเขา เริ่มต้นขึ้นด้วยกิจกรรมสนุกสนานก่อนนำเข้าสู่บทเรียน สร้างบรรยากาศสบาย เป็นกันเอง ก่อนถ่ายทอดวิชาความรู้ด้วยนวัตกรรม “4 จ.”</p>



<ul><li>จ.1 “จำจด” ให้น้องคัดคำลงสมุด</li><li>จ.2 “จำอ่าน” พี่ครูสอนน้องอ่านคำศัพท์</li><li>จ.3 “จำแจก” น้องฝึกแจกแจงลูกสะกดคำตามพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ตามลำดับ</li><li>จ.4 “จำเขียน” น้องเขียนตามคำบอก แต่งเรื่องราวจากคำที่กำหนดให้</li></ul>



<p>หลังผ่านขั้นตอน 4 จ. แล้ว จะมีการทดสอบนักเรียน ผู้ที่ไม่ผ่านจะย้อนกลับไปที่ จ.1 ใหม่ในวันถัดไปจนกว่าจะแก้ไขจุดอ่อน มีความเข้าใจเพิ่มขึ้น ส่วนผู้ที่เข้าใจแล้วก็ขยับสู่บทเรียนที่ยากขึ้น และที่สำคัญต้องเรียนรู้เพื่อนำไปใช้จริงได้</p>



<p>“จากสถานการณ์โควิด-19 จนถึงตอนนี้ เบื้องต้นระบบพี่ครูคือสิ่งที่เรานำมาใช้เพื่อไม่ให้การเรียนของเด็กต้องหยุดโดยสิ้นเชิง อย่างน้อยให้พี่ครูช่วยปูพื้นฐานน้องไว้ก่อน พอเปิดเรียนก็มาเน้นจุดที่ยังไม่เข้าใจ ค่อยตามให้ทันจุดประสงค์การเรียนรู้รายวิชาอีกครั้ง ไม่เพียงน้องชั้นประถมที่ได้เติมเต็มวิชาความรู้ ผลพลอยได้จากระบบการสอนแบบพี่ครูคือ พี่ ๆ ก็ได้ทบทวนบทเรียนไปด้วย ขณะเดียวกันผู้บริหารโรงเรียนและครูก็ช่วยกันหาวิธีการเรียนการสอนแบบใหม่ที่เหมาะสมกับสถานการณ์มาใช้อย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตามประเมินผลรวมถึงมีรับส่งใบงานกันทุกสัปดาห์</p>



<p><strong>“เพราะถึงโรงเรียนจะยังเปิดไม่ได้ แต่ยังไงก็ตาม เด็กจะต้องไม่หยุดการเรียนรู้แม้แต่วันเดียว”</strong></p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-c62433c7 gb-headline-text">2. ครูหลังม้า</h3>



<h4 class="gb-headline gb-headline-2f3b94eb gb-headline-text">โรงเรียนล่องแพวิทยา<br>จังหวัดแม่ฮ่องสอน </h4>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-89376e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/01-ครูหลังม้า.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน โรงเรียนกระจายอยู่ตามเขาสูงทุรกันดาร ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต ประกอบกับคนในพื้นที่มีรายได้น้อย ทำให้เข้าไม่ถึงการเรียนรู้แบบออนไลน์ จึงเกิดโครงการครูหลังม้าขึ้น ซึ่งเป็นนวัตกรรมในอดีตของแม่ฮ่องสอน โดยเปลี่ยนจากพาหนะม้าเป็นมอเตอร์ไซค์เพื่อบรรทุกสื่อการสอนแบบคละชั้นไปตามพื้นที่</p>



<p><strong>นายสยาม เรืองสุกใส ผู้อำนวยการโรงเรียนล่องแพวิทยา</strong> อธิบายถึงครูหลังม้า ว่า “ครูเดินทางโดยมอเตอร์ไซค์เข้าไปกินนอนกับคนในชุมชน นำสื่อการสอนแบบฝึกการเรียนรู้ที่ไม่เหมือนกับแบบเรียนปกติไปด้วย เพราะเด็กส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขา ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง จึงออกแบบเนื้อหาการเรียนรู้โดยเน้นเฉพาะวิชาสำคัญ เช่น ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ใช้สื่อการสอนที่จัดทำขึ้นมาเองเพื่อให้เหมาะกับสภาพของผู้เรียนแต่ละระดับชั้น</p>



<p>บางครั้งก็โหลดสื่อการสอนลงแฟลชไดรฟ์และใช้โน้ตบุ๊กของครูแทนจอทีวี ครูจะไปอยู่ตามหย่อมบ้านละ 1 สัปดาห์ พอครบกำหนดก็มีกลุ่มใหม่มาเปลี่ยนวน แต่ละหย่อมพื้นที่จนครบเนื้อหาที่เตรียมไว้”</p>



<p>ผู้อำนวยการโรงเรียนล่องแพวิทยากล่าวเพิ่มเติมว่า “<strong>สิ่งสำคัญสุดคือความมุ่งมั่นในการสร้างกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง</strong> จึงอยากให้หน่วยงานต้นสังกัดพิจารณาปลดล็อกเรื่องระเบียบการจัดซื้อหนังสือ เพื่อให้สามารถจัดทำแบบฝึกให้สอดคล้องกับการจัดการศึกษา รวมถึงออกแบบการเรียนรู้ที่วัดผลที่แตกต่างออกไป เน้นวัดผลตามสภาพจริง ไม่ยึดตามตัวชี้วัด แต่ยึดสาระที่คิดว่าสำคัญ โดยดูจากสภาพจริง ดูชิ้นงาน ดูพัฒนาการของผู้เรียน</p>



<p>และพิจารณาการเปิด-ปิดสถานศึกษาตามความพร้อม หากพื้นที่ไหนมีความพร้อมก็ให้เปิดออนไซต์ ซึ่งดีกว่าเรียนอยู่ที่บ้านเพราะเรียนได้เต็มที่และใช้มาตรการควบคุมการระบาด หากพื้นที่ไหนไม่พร้อมก็ให้เรียนในรูปแบบอื่น รวมทั้งอยากให้มีการสนับสนุนเรื่องเจลล้างมือ หน้ากากอนามัย และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น เบี้ยเลี้ยง ค่าน้ำมันสำหรับบุคลากรที่ลงพื้นที่</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-32f03b25 gb-headline-text">3. ครูอาสา</h3>



<h4 class="gb-headline gb-headline-420c95a5 gb-headline-text">โรงเรียนบ้านตะโกล่าง<br>จังหวัดราชบุรี  </h4>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5a2905"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/01-ครูอาสา.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>เนื่องจากพื้นที่ตั้งของโรงเรียนบ้านตะโกล่าง ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เป็นพื้นที่ห่างไกลติดขอบชายแดน ทำให้การจัดการศึกษาในช่วงโควิดระบาดเป็นไปด้วยความยากลำบาก</p>



<p>เมื่อมีความไม่พร้อมในเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกและความห่างไกล ผู้บริหารโรงเรียน ครู และชุมชนท้องถิ่นจึงต้องผนึกกำลังกันแก้ปัญหาโดยใช้รูปแบบการจัดการศึกษาแบบหย่อมบ้าน แบ่งออกเป็น 7 หย่อม ใช้พื้นที่ศาลาวัด โบสถ์คริสต์ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงหมู่บ้าน เป็นแหล่งเรียนรู้ เพื่อแยกนักเรียนไม่ให้มารวมตัวกันมากเกินไป ลดการแพร่ระบาด</p>



<p>จากนั้นก็จัดอาสาสมัครด้านการศึกษา หรือครูอาสา ไม่ว่าจะเป็นผู้นำชุมชน อบต. นายอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ผู้นำศาสนา อีกทั้งครูอาสาที่เป็นศิษย์เก่า ปราชญ์ชาวบ้าน คนในท้องถิ่นมาช่วยสอนเด็กๆ ซึ่งมีค่าตอบแทนตามความเหมาะสม</p>



<p><strong>นายเฉลียว เถื่อนเภา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านตะโกล่าง จังหวัดราชบุรี กล่าวว่า</strong> “จากเดิมเข้าใจกันว่าการศึกษาเป็นเรื่องของครูและโรงเรียน แต่เมื่อคนในชุมชนมาร่วมให้การศึกษากับเด็ก บางคนมาช่วยทำอาหารช่วยเลี้ยงเด็ก ช่วยคัดกรองวัดไข้ แจกหน้ากาก ทำให้คนในชุมชนได้มีโอกาสรู้จักกับเด็ก ๆ มากขึ้น เกิดการเชื่อมโยงสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น เกิดการต่อยอด สร้างการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ในชุมชน ช่วยเติมเต็มในจุดที่ครูไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง โดยมีการฝึกอบรมให้กับเหล่าอาสาสมัครก่อนจะออกปฏิบัติหน้าที่”</p>



<p>อาสาสมัครหรือครูพี่เลี้ยงจะคอยช่วยสอนการบ้าน ช่วยตรวจการบ้าน โดยมีการแจกใบงาน พร้อมทั้งมีกิจกรรมสันทนาการบ้างเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ภารกิจเหล่านี้ดำเนินไปด้วยดีเพราะเกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของคนในชุมชนทุกภาคส่วน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-teachers-in-special-areas-how-to-adjust-in-the-covid-19/">“ครู” โรงเรียนในพื้นที่พิเศษ ปรับตัวอย่างไร ช่วงโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อ่านออกเขียนได้ &#8220;ภาษาไทย&#8221; พัฒนาการก้าวกระโดดของนร.โรงเรียนตชด.บ้านห้วยสลุง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/articlr-karen-pgaqueno/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Apr 2021 06:30:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ครูฮีโร่]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ตชด.]]></category>
		<category><![CDATA[ตาก]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาครูโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเพื่อส่งเสริมคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนท้องถิ่นทุรกันดาร]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนตชด.บ้านห้วยสลุ]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.วชิระ วิชชุวรนันท์]]></category>
		<category><![CDATA[สมศักดิ์ เลิศรัตนพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนสรรพวิทยาคม]]></category>
		<category><![CDATA[ดต.วิไล ธนวิภาศรี]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.ถิรวิท ไพรมหานิยม]]></category>
		<category><![CDATA[ลัดดาวัลย์ แก้วใส]]></category>
		<category><![CDATA[วรดา วิทูรผลธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ทิตัส วรุณวิริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[วรัญญา อนุกรเดียร์]]></category>
		<category><![CDATA[อรทัย อนุรักษ์วัฒนะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=39796</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความร่วมมือจาก กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.)  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/articlr-karen-pgaqueno/">อ่านออกเขียนได้ “ภาษาไทย” พัฒนาการก้าวกระโดดของนร.โรงเรียนตชด.บ้านห้วยสลุง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ความร่วมมือจาก กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) ครูโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน(ตชด.) และมหาวิทยาลัยราชภัฎ ที่มีความมุ่งมั่นทุ่มเท ก่อให้เกิดผลผลิตอันล้ำค่าต่อเด็กนักเรียนที่ส่วนใหญ่เป็นชาวปกาเกอะญอซึ่งอพยพมาจากพื้นที่ดอยสูง สามารถ อ่าน ออก เขียน “ภาษาไทย”ได้</strong></p>



<p><strong>“โครงการพัฒนาครูโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเพื่อส่งเสริมคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนท้องถิ่นทุรกันดาร”</strong> นับเป็นความร่วมมือสามฝ่าย กสศ. กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน มหาวิทยาลัยหลายแห่ง ได้ทำให้นักเรียนใน <strong>โรงเรียนตชด.บ้านห้วยสลุง อ.แม่ระมาด จ.ตาก</strong> มีพัฒนาการเรียนรู้อย่างก้าวกระโดด อันเป็นการลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจากความยากจนทุรกันดารในพื้นที่ห่างไกล</p>



<p><strong>รศ.ดร.วชิระ วิชชุวรนันท์ คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร</strong> กล่าวถึงโครงการพัฒนาครูโรงเรียนตชด.ว่า โครงการหลักมุ่งพัฒนาศักยภาพครู 4 เรื่อง ความรู้ในศาสตร์เชิงเนื้อหา ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ เพิ่มเติมทักษะการเรียนการสอน เทคนิควิธีการสอน การเสริมสร้างคุณลักษณะความเป็นครูที่ดี จิตวิญญาณความเป็นครู กิจกรรมเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับชุมชน แต่เป้าหมายทั้งหลายทั้งปวงมุ่งพัฒนาคุณภาพนักเรียนนั่นเอง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-884e44"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/รศ.ดร.วชิระ-วิชชุวรนันท์-ที่ปรึกษาคณบดีคณะครุศาสตร์-มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.ดร.วชิระ วิชชุวรนันท์ คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร</figcaption></figure></div></div></div>



<p>สำหรับรูปแบบวิธีการ ได้กำหนดแผนการดำเนินงานสองเรื่องหลัก หนึ่ง พิจารณาถึงความต้องการของโรงเรียน จุดอ่อนจุดแข็งโรงเรียนคืออะไร ครูกับครูใหญ่อยากเห็นภาพอะไรนำมาวิเคราะห์ปัญหาร่วมกัน สอง เมื่อได้ข้อมูลแล้วกำหนดกิจกรรมการพัฒนา โดยอาจารย์มหาวิทยาลัยหลายส่วนจะร่วมกันออกแบบสื่อการสอน แผนการสอน</p>



<p>“โครงการดังกล่าวมี โรงเรียนในพื้นที่กองกำกับตชด.จำนวน 6 โรงเรียนเข้าร่วม ในส่วนโรงเรียน ตชด. บ้านห้วยสลุง พบว่า ต้องการให้นักเรียนสามารถพูดภาษาไทยได้เป็นลำดับแรก สองต้องการเสริมสร้างคุณลักษณะที่ดี&nbsp; จึงได้นำปัญหาดังกล่าวไปคิดวิเคราะห์ ปรับปรุงการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย ป.4- ป.6 และให้ครูทดลองใช้&nbsp;จากนั้นนำมาใช้ในห้องเรียน เรียนรู้ด้วยการนิเทศติดตามผล เพื่อดูว่ามีจุดอ่อนอะไร เพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนาดำเนินกิจกรรมรอบต่อไป ”&nbsp; รศ.ดร.วชิระ วิชชุวรนันท์</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-3143df76 gb-headline-text">6 โรงเรียนตชด.มีพัฒนาการเรียนการสอนเชิงประจักษ์</h3>



<p>ตลอดระยะเวลา 4 เดือน ที่ได้ขับเคลื่อนโครงการฯ ได้เห็นพัฒนาการเรียนการสอนอย่างมีนัยยะสำคัญ <strong>สมศักดิ์ เลิศรัตนพันธุ์ อดีตผอ.โรงเรียนสรรพวิทยาคม จ.ตาก</strong>&nbsp; ได้รับความไว้วางใจจากกสศ. ทำหน้าที่เป็นโค้ชลงพื้นที่ทำการนิเทศติดตามการพัฒนาครูโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เปิดเผยว่า พบการเปลี่ยนแปลงครูสู่การพัฒนาผู้เรียนด้านภาษาไทย</p>



<p>“แต่เดิม นักเรียนสื่อสารภาษาไทยไม่ค่อยชัดเจน ส่วนใหญ่เป็นภาษาถิ่น การเปลี่ยนแปลงที่พบ คุณครูพัฒนาการจัดการเรียนการสอนใช้สื่อที่ผลิตร่วมกันกับมหาวิทยาลัย และประยุกต์ใช้สื่อ อิเล็กทรอนิกส์ การใช้รูปแบบแอคทีฟเลินนิ่ง การเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมทำให้เด็กกล้าสื่อสารภาษาไทย รู้ความหมายของคำมากขึ้น”&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ขณะเดียวกันได้ทำการนิเทศด้านการบริหารโรงเรียน ซึ่งครูใหญ่ไม่ได้จบด้านนี้ ได้แนะนำเรื่องความสัมพันธ์กับชุมชน การจัดพื้นที่ บริหารหลักสูตร&nbsp; ด้านสิ่งแวดล้อมให้โรงเรียนจัดเป็นสัดส่วนสวยงาม พบว่า มีการเปลี่ยนแปลงตามลำดับ&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-829b13"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/สมศักดิ์-เลิศรัตนพันธุ์-อดีตผอ.โรงเรียนสรรพวิทยาคม-จ.ตาก.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">สมศักดิ์ เลิศรัตนพันธุ์ อดีตผอ.โรงเรียนสรรพวิทยาคม จ.ตาก</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>โรงเรียนตชด.บ้านห้วยสลุง</strong> ก่อตั้งเมื่อปี 2560จนมาถึงปัจจุบัน ระยะเวลาเพียง 4 ปี มีพัฒนาอย่างก้าวกระโดด โดยครูใหญ่รับการเปลี่ยนแปลงดีมาก เด็กชนเผ่า สื่อสารภาษากระเหรี่ยง ปกาเกอะญอ แต่ตอนนี้ภาษาไทยดีขึ้นตามลำดับ</p>



<p>นอกจากโรงเรียนตชด.บ้านห้วยสลุง ยังพบว่า บรรดา 6 โรงเรียนตชด. แม้อยู่บนพื้นที่สูงขึ้นไป การเดินทางเต็มไปด้วยความยากลำบากทุรกันดาร แต่หลังจากเข้าร่วมโครงการก็มีพัฒนาการที่ดีขึ้นเช่นเดียวกัน</p>



<p>“หลายโรงเรียนต้องการด้านภาษาและวัฒนธรรม หลายโรงเรียนต้องการวิชาคณิตศาสตร์ ทุกโรงเรียนที่ผมเดินทางไปนิเทศสองรอบสามรอบ แต่ละโรงเรียนจะเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านวิชาการ มีกระบวนการเรียนรู้โดยใช้สื่อ ใช้นวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนมากขึ้น นักเรียนเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ทำให้เห็นว่าโครงการฯนี้ดีมาก ครูไม่ต้องนำตัวออกจากนอกโรงเรียนไปอบรมสัมมนา ไม่ต้องใช้เวลาเดินทาง ลดปัญหาครูไม่อยู่โรงเรียน เป็นเพราะเกิดจากความร่วมมือของกสศ. ตชด.และ มหาวิทยาลัย คือ การนำความรู้มาถึงโรงเรียนทุกโรงเรียนที่ได้รับการสนับสนุนให้มีโอกาสในการพัฒนาดีขึ้นมาก”</p>



<p>ด้าน<strong>ครูใหญ่รร.ตชด.บ้านห้วยสลุง&nbsp;“ดต.วิไล ธนวิภาศรี”</strong>&nbsp; กก.ตชด.34&nbsp; กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ศูนย์ฯ ได้รับคัดเลือกจากกสศ.เป็นโรงเรียนนำร่อง 50 โรงเรียนพัฒนาครู เพิ่มผลสัมฤทธิการเรียนในถิ่นทุรกันดาร ได้ประชุมร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร มีทีมงานมาสืบสภาพปัญหาเกี่ยวกับโรงเรียน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6fef41"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/ดต.วิไล-ธนวิภาศรี-กก.ตชด.34-ครูใหญ่รร.ตชด.บ้านห้วยสลุง.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดต.วิไล ธนวิภาศรี ครูใหญ่โรงเรียนตชด.บ้านห้วยสลุง</figcaption></figure></div></div></div>



<p>“ได้ข้อสรุปว่าเราอยากมุ่งเน้นทักษะการใช้ภาษาไทย ผู้ปกครองอยากให้ลูกหลานได้ใช้ภาษาไทย เพราะนักเรียนที่นี่เป็นเด็กชนเผ่า เดิมเขาใช้ภาษาท้องถิ่น ภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง เราจึงอยากพัฒนาตรงนี้ก่อน”</p>



<p>ครูใหญ่โรงเรียนตชด.บ้านห้วยสลุง&nbsp; ยกตัวอย่างความสำเร็จ จากที่ครูนำสื่อที่ได้รับการพัฒนาจากมหาวิทยาลัยและกสศ.มาใช้ สังเกตการสอน และนิเทศติดตามแต่ละชั้นเรียน เห็นสิ่งที่น่าประทับใจ นักเรียนได้มีการเปลี่ยนแปลงฝึกพูดภาษาไทย ใช้ประโยคในการสื่อสาร โดยนำบัตรคำไปบูรณาการเล่าเรื่อง แต่งเรื่องจากภาพ ทำให้คำที่ใช้บ่อยๆจำได้&nbsp; กล้าพูด บางครั้งเด็กอ่านไม่ได้ จึงอาศัยคำในการจำ และชอบเล่นเกม เด็กๆ จะชอบมากเกี่ยวกับบัตรคำ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c6b49d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/การใช้สื่อการสอนภาษาไทยให้ง่ายขึ้น.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">การใช้สื่อการสอนภาษาไทยให้ง่ายขึ้น</figcaption></figure></div></div></div>



<p>“ภาษาไทยเป็นเรื่องที่ใช้ระยะเวลาเปลี่ยนแปลงเด็ก อย่างน้อยการได้ใช้สื่อการสอนจากโครงการความร่วมมือดังกล่าว เป็นจุดเริ่มต้นให้เด็กกล้าพูด กล้าแสดงออกในการใช้ภาษาไทย สุดท้ายการใช้ภาษาไทยได้คล่องต้องอาศัยประสบการณ์และสิ่งแวดล้อม”&nbsp; ดต.วิไล ครูใหญ่จากโรงเรียนตชด.บ้านห้วยสลุง กล่าว</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-cdbc247f gb-headline-text">เบื้องหลังความสำเร็จ ผลิตสื่อการสอนคุณภาพ</h3>



<p>ความพยายามทุ่มเทให้นักเรียนตชด.บ้านห้วยสลุง เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด ไม่เพียง ครูตชด.เท่านั้น หากแต่มีกลุ่มคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยที่ได้ร่วมกันพัฒนาสื่อการเรียนการสอนให้ตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่นั้นๆ</p>



<p><strong>ผศ.ดร.ถิรวิท ไพรมหานิยม ตัวแทนคณาจารย์ คณะครุศาสตร์ ฝ่ายประสานงาน</strong> กล่าวถึงคณาจารย์มหาวิทยาลัยทุกท่านมีบทบาทสำคัญในการร่วมโครงการนี้&nbsp; แรกเริ่มเราสำรวจความต้องการพัฒนาอย่างเร่งด่วนของโรงเรียนบ้านห้วยสลุง&nbsp; ได้พบปะคุณครู นักเรียน ผู้นำท้องถิ่น ปราชญ์ชาวบ้าน ชาวบ้าน หาข้อสรุปร่วมกันว่าสิ่งที่ต้องการคืออะไรซึ่งพบปัญหาหลายด้าน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-166693"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(คนกลาง) ผศ.ดร.ถิรวิท ไพรมหานิยม และคณาจารย์ คณะครุศาสตร์ ฝ่ายประสานงาน</figcaption></figure></div></div></div>



<p>“แต่ประเด็นที่คุณครู นักเรียนต้องการเร่งด่วน คือ ภาษาไทย ทำไมต้องเป็นภาษาไทย บริเวณนี้ อาจไม่ใช่เฉพาะภาษาไทย&nbsp; อาจเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาเมียนมาร์&nbsp; จากการคุยกันอย่างเร่งด่วน คือ การสื่อสารของเด็กๆให้ได้ก่อน นับปัจจุบัน เด็กเล็กอาจพูดไม่ค่อยได้ ด้วยบริบทครอบครัวเป็นชาวกระเหรี่ยง สถานการณ์จึงต้องฝึกษาภาษาก่อน และเด็กๆ โต้ตอบได้ แต่ที่หนักคือการพูด การสะกดคำไม่ชัด จึงสรุปพัฒนาทักษะภาษาไทย และต่อไปพัฒนาทักษะด้านอื่นๆต่อไป”</p>



<p><strong>อรทัย อนุรักษ์วัฒนะ อาจารย์ประจำโปรแกรมวิชาการศึกษาปฐมวัย ม.ราชภัฎกำแพงเพชร&nbsp;</strong> กล่าวว่า ในกลุ่มจะมีอาจารย์ภาควิชาภาษาไทยโดยตรง และทีมวิชาการพัฒนาเป็นชุดนวัตกรรมการเรียนการสอนให้ครูได้สอนง่ายขึ้น อันดับแรก คู่มือในการสอนออกเสียงคำภาษาไทย แนวการสอน เทคนิคการสอน&nbsp; ลำดับที่สอง คือ คลังคำศัพท์ ที่เราสำรวจป.4-ป.6 ครูสามารถสรรหาได้นำไปประยุกต์ใช้ ลำดับที่สาม ตัวชาร์จเป็นแม่เหล็ก คำศัพท์ประกอบรูปภาพ&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6c2b4e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/บรรยากาศการสอนโดยใช้สื่ออิเลคทรอนิกส์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">บรรยากาศการสอนโดยใช้สื่ออิเลคทรอนิกส์</figcaption></figure></div></div></div>



<p>ทั้งนี้ทั้งนั้น โรงเรียนมีสมาร์ททีวี มีอินเตอร์เน็ต จึงจัดทำไฟล์ข้อมูลให้คุณครูด้วย&nbsp; อยากให้คุณครูกระตุ้นให้เด็กพูด เพราะเรามุ่งเน้นฟังพูด ถ้าเกิดความคุ้นชิน การเรียนการสอน ถึงป.6 นำไปสู่การเขียน แต่งประโยค แล้วแต่คุณครูบูรณาการเพิ่มเติม&nbsp; เมื่อได้สื่อเราจะเทรนนิ่งการใช้สื่อเหล่านี้ด้วย</p>



<p><strong>ลัดดาวัลย์ แก้วใส อาจารย์ประจำโปรแกรมพลศึกษา ม.ราชภัฎกำแพงเพชร </strong>กล่าวเสริมว่า เมื่อได้นำสื่อนำไปแนะแนวให้กับคุณครูว่าใช้อย่างไรบ้าง พอนำมาใช้ครั้งแรก เด็กสนุก มีสื่อการเรียนการสอนแบบใหม่ เขาสามารถนำคำมาใช้ได้ เป็นการประเมินว่าเด็กทำได้ถูกต้อง เด็กสามารถพัฒนาจากเดิม กล้าพูด ออกเสียงโดยไม่ต้องอาย ทั้งที่ก่อนหน้านั้นลงพื้นที่เขาอาย พูดภาษาถิ่นกับคุณครู แต่ตอนนี้กล้าพูดภาษาไทยมากยิ่งขึ้น</p>



<p></p>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><em>“ขอบคุณคุณครูที่ทำให้หนูพูดภาษาไทยได้”</em></h2>



<p>ก่อนหน้านี้ นักเรียนโรงเรียนตชด.บ้านห้วยสลุงแทบร้อยเปอร์เซนต์พูดภาษาถิ่นหรือภาษากระเหรี่ยง แต่เมื่อ”โครงการพัฒนาครูโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเพื่อส่งเสริมคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนท้องถิ่นทุรกันดาร” ได้เข้าไปปรับรูปแบบการเรียนการสอน ผ่านไปเพียงแค่ 4 เดือน ทำให้น้องๆ พูดภาษาไทยได้อย่างคล่องแคล่ว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-86d9a3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/ดช.ทิตัส-วรุณวิริยะ-นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่4.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดช.ทิตัส วรุณวิริยะ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>ดช.ทิตัส วรุณวิริยะ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4</strong> :<br>“ผมชอบวิชาภาษาไทย เรียนตั้งแต่ตอนเด็กทำให้ผมอ่านภาษาไทยได้ ผมรู้จักภาษาถิ่นดี ก็พูดได้ทั้งภาษาถิ่นและภาษาไทย สำหรับภาษาไทยมีความสำคัญ เมื่ออยู่เมืองไทยจะได้ฟังออกและพูดกับเขาได้ อ่าน ออก เขียนได้&nbsp; ที่นี่คุณครูสอนดี ตอนอยู่ในห้อง ผมถามครู ผมอยากมาโรงเรียน มีเพื่อนเล่น มีครูสอนได้อ่านหนังสือ ผมมีความสุขที่ได้มีเพื่อนเล่นครับ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9ad2f3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/ด.ญ.วรดา-วิทูรผลธรรม-นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่-5.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ด.ญ.วรดา วิทูรผลธรรม นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>ด.ญ.วรดา วิทูรผลธรรม นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5</strong>&nbsp; : <br>“หนูมาเรียนครั้งแรกพูดไม่เป็นเนื่องจากทางบ้านพูดภาษาถิ่น&nbsp; เริ่มเป็นภาษาไทยตอนป. 3 การที่หนูพูดได้ เพราะความตั้งใจ และคุณครูสอนได้ชัดเจน ตอนแรกสอน สระอะ สระอา หนูจะตอบคุณครูบ่อยในห้อง แล้วตอนนี้เพื่อนในห้องพูดภาษาไทยได้หมด”</p>



<p>“อยากบอกว่า ขอบพระคุณคุณครูมากที่สอนพวกหนู ครูใจดี เรียนอย่างมีความสุข หนูมีความสุขที่ได้เจอเพื่อนได้เจอครูและ เมื่อหนูโตขึ้นอยากเป็นพยาบาลค่ะ”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cb28fb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/ด.ญ.วรัญญา-อนุกรเดียร์-นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่-6.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ด.ญ.วรัญญา อนุกรเดียร์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>ด.ญ.วรัญญา อนุกรเดียร์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6&nbsp;:</strong> “รู้สึกดีใจที่ได้มาเรียน มีกิจกรรมเยอะแยะให้ความรู้ หนูชอบวิชาศิลปะ ได้เรียนงานเขียน ระบายสีแรเงา เพราะครูสอนดี เข้าใจทำให้หนูพูดภาษาไทย ครูถามในห้อง ให้เขียน และอ่าน และในห้องได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น&nbsp; หนูฝันอยากเป็นพยาบาล&nbsp; ดีใจที่มาร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันกับเพื่อนๆ ครูเป็นครูที่ดีสอนหนูได้ดีมาก มีความสุข”</p>



<p></p>



<p class="has-text-align-center">เหล่านี้คือเสียงสะท้อนอันบริสุทธิ์ที่ถ่ายทอดออกมาด้วยสำเนียง”ภาษาไทย”อย่างชัดถ้อยชัดคำ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/articlr-karen-pgaqueno/">อ่านออกเขียนได้ “ภาษาไทย” พัฒนาการก้าวกระโดดของนร.โรงเรียนตชด.บ้านห้วยสลุง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“เมคคาทรอนิกส์” แรงงานสาขาใหม่ที่กำลังมาแรงในตลาดอุตสาหกรรม</title>
		<link>https://www.eef.or.th/career-capital-07-03-21/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Mar 2021 11:46:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[เก่งดีมีฝีมือ]]></category>
		<category><![CDATA[ตาก]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรี]]></category>
		<category><![CDATA[อาชัญ แสงว่าง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=27772</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผมก็ไม่คิดว่าจะมีวันนี้จากที่เคยไปบอกที่บ้านว่าจะเรียนส [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/career-capital-07-03-21/">“เมคคาทรอนิกส์” แรงงานสาขาใหม่ที่กำลังมาแรงในตลาดอุตสาหกรรม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">ผมก็ไม่คิดว่าจะมีวันนี้จากที่เคยไปบอกที่บ้านว่าจะเรียนสาขานี้ที่บ้านก็ยังไม่เข้าใจว่าเรียนจบไปแล้วจะไปทำงานอะไร ไม่มีคนรู้จักแต่เมื่อเราเลือกแล้วที่บ้านก็สนับสนุน จนวันนี้เรียนได้ดี ได้รางวัล เขาก็ภูมิใจในตัวผม เพราะตอนม.ต้นผมเรียนไม่เก่งเลยเกรดเฉลี่ยสองนิดๆ แต่พอมาปวช.​ก็ได้เกรด 3.63 เป็นเพราะเราได้เรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบ</span></p></blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">จากเด็กที่เติบโตมาท่ามกลางขุนเขาและธรรมชาติ จ.ตาก “หุ่นยนต์” ที่เคยเป็นของเล่นหายาก แต่ต่อมามันกลับกลายเป็นแรงบันดาลใจทำให้ชีวิตของเด็กคนหนึ่งเริ่มหันมาสนใจเรื่องอิเล็กทรอนิกส์ แล้วได้เข้าเรียนในสาขาอิเล็กทรอนิกส์และเมคคาทรอนิกส์ วิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรี ที่ตั้งเป้าว่าสักวันหนึ่งเขาจะลิตหุ่นยนต์อำนวยความสะดวกช่วยทำงานในบ้านให้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เส้นทางความฝันของ </span><b>อาชัญ แสงว่าง </b><span style="font-weight: 400;"><strong>นักศึกษาปวส.1 วิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรี</strong> <strong>นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)​</strong> เข้าใกล้ความจริงมากขึ้น จากการเก็บเกี่ยวความรู้ ทักษะประสบการณ์ในห้องเรียน และยังออกไปแข่งขันในรายการต่าง หาประสบการณ์นอกห้องเรียน แถมยังสามารถคว้ารางวัลระดับประเทศมากมาย ที่ยิ่งเป็นแรงผลักดันเด็กหนุ่มไฟแรงคนนี้มุ่งมั่นไปสู่เป้าหมาย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>แรงงานสาขาใหม่ที่กำลังมาแรงในตลาดอุตสาหกรรม</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-27776 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/Quote-อาชัญ-เมคคาทรอนิกส์-สิงห์บุรี-1-1024x1024.jpg" alt="" width="640" height="640" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาชัญ เล่าให้ฟังว่า จากความสนใจเรื่องหุ่นยนต์ตอนเด็ก ทำให้เขาสนใจที่เรียนด้านอิเล็กทรอนิกส์ จนมาวันหนึ่งมีรุ่นพี่มาแนะนำว่ามีสาขาที่เปิดใหม่  คือ “เมคคาทรอนิกส์” ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับหุ่นยนต์โดยตรง เราก็ไปหาข้อมูลปรึกษาอาจารย์ อาจารย์ก็บอกว่าเป็นสาขาเปิดใหม่ ตลาดอุตสาหกรรมกำลังต้องการแรงงานสาขานี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนั้นคิดว่าจบไปยังไงก็มีงานทำแน่นอน ยิ่งเราชอบเรื่องหุ่นยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ จึงสมัครมาเรียนที่วิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรี เพราะรู้ตัวว่าไม่ชอบเรียนสายสามัญที่เน้นทฤษฎีเยอะ ชอบสายอาชีวะที่ได้ปฏิบัติมากกว่า เช่นเวลาเราเรียนเรื่องวงจรถ้าเรียนแค่ทฤษฎีก็จะรู้แค่หลักการวงจรทำงานยังไง แต่ถ้าได้ลองปฏิบัติจริงเราจะเข้าใจมากขึ้นจากของจริงว่ามันทำงานยังไง ตอนแรกเข้ามาเรียนใหม่ก็ยังไม่คุ้นต้องปรับตัวและเริ่มทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ จนจบปวช.ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.63”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>รางวัลระดับชาติ การันตีทักษะ ความสามารถ</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27777" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/อาชัญแสงว่าง-ทุนนวัตกรรมสายอาชีพ-6.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกห้องเรียน อาชัญ ได้แสดงศักยภาพได้โดดเด่นไม่แพ้ในห้องเรียน โดยกวาดรางวัลมากมายทั้งรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันฝีมือแรงงานระดับภาคกลาง สาขาเมคคาทรอนิกส์ และ รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 จากการแข่งขันระดับชาติ ปีพ.ศ. 2562 ซึ่งจัดโดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน รวมทั้ง เข้ารอบแปดทีมสุดท้ายในรายการการแข่งขันควบคุมระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรม 4.0 (Competition on Automation Control Technology for Industry 4.0) ซึ่งจัดโดย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา   </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“โจทย์ในการแข่งขันจะมีควบคุมระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรมจะมีการจำลองเครื่องจักรและหุ่นยนต์ให้เราไปเขียนโปรแกรมว่าจะให้หุ่นยนต์ทำอะไรบ้างเราก็เขียนโปรแกรมตามนั้น  ส่วนการแข่งขันฝีมือแรงงานระดับชาติ  จะมีให้เราได้ถอดเครื่องจักรและประกอบใหม่ ต่อสายเองแล้วค่อยเขียนโปรแกรม ซึ่งส่วนตัวถนัดเขียนโปรแกรมแลดเดอร์ควบคุมเครื่องจักรผ่านตัว PLC เพื่อนในทีมก็จะถนัดกันคนละอย่างที่มาช่วยกันทำงานจนสำเร็จ”​</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ช่วยให้ได้เรียนต่อปริญญาตรี</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27778" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/อาชัญแสงว่าง-ทุนนวัตกรรมสายอาชีพ-1.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนหน้านี้ช่วงที่ยังได้ทุนจาก กสศ. อาชัญ ตั้งใจเมื่อจบ ปวส.​ก็จะออกมาทำงานเลย เพราะอยากช่วยแบ่งเบาภาระที่บ้านซึ่งทำเกษตรปลูกข้าวโพด ที่จ.ตาก  ช่วงไหนราคาดีก็พอได้เงิน ถ้าช่วงไหนข้าวโพดราคาตกก็ขาดทุน และการที่ต้องมาเรียนที่สิงห์บุรี ต้องมีค่าใช้จ่ายทั้ง ค่าหอ ค่ากินอยู่ และค่าซื้ออุปกรณ์มาทำโครงงาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จนได้ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทำให้ไม่ต้องขอเงินที่บ้าน โดยตั้งใจว่าจะเก็บเงินเพื่อไปเรียนต่อให้จบปริญญาตรีในสาขาแมคคาทรอนิกส์ ซึ่งจะทำให้มีงานที่ดีขึ้น มีรายได้ที่มากขึ้น และมีอนาคตทีดี่ขึ้น เพราะสาขานี้ยังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน และคนยังเรียนน้อย จบไปก็สามารถทำโรงงาน หรือทำธุรกิจส่วนตัว รับติดตั้งเครื่องจักร ผลิตชิ้นส่วนหุ่นยนต์</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>เปลี่ยนชีวิตด้วย ด้วยการเลือกเรียนในสิ่งที่ชอบ</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27779" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/อาชัญแสงว่าง-ทุนนวัตกรรมสายอาชีพ-5.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมก็ไม่คิดว่าจะมีวันนี้จากที่เคยไปบอกที่บ้านว่าจะเรียนสาขานี้ที่บ้านก็ยังไม่เข้าใจว่าเรียนจบไปแล้วจะไปทำงานอะไร ไม่มีคนรู้จักแต่เมื่อเราเลือกแล้วที่บ้านก็สนับสนุน จนวันนี้เรียนได้ดี ได้รางวัล เขาก็ภูมิใจในตัวผม เพราะตอนม.ต้นผมเรียนไม่เก่งเลยเกรดเฉลี่ยสองนิดๆ แต่พอมาปวช.​ก็ได้เกรด 3.63 เป็นเพราะเราได้เรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบ”​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาชัญ อธิบายว่า ต่อจากนี้คือการเตรียมตัวเข้าเรียนต่อปริญญาตรี  ซึ่งจากที่ฟังรุ่นพี่เล่าเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายสำหรับเด็กอาชีวะ ทำให้ตอนนี้ต้องเร่งเรียนเสริมด้วยตัวเองโดยการหาความรู้ในอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะวิชาพื้นที่ฐาน ทั้ง วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ซึ่งมีให้เลือกเรียนมากมายในอินเตอร์เน็ต โดยส่วนตัวมองว่าการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้เราจบออกไปมีความรู้ความสามารถมีงานดีๆ ทำ มีอนาคตที่ดีกว่าเดิมได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสไปกับ</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/career-capital-07-03-21/">“เมคคาทรอนิกส์” แรงงานสาขาใหม่ที่กำลังมาแรงในตลาดอุตสาหกรรม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“มาลี” สาวม้งที่อยากจบมาเป็นครู กลับมาสอนเด็กม้งด้วยกันที่บ้านเกิด</title>
		<link>https://www.eef.or.th/44737-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Apr 2020 12:37:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตาก]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม]]></category>
		<category><![CDATA[พิษณุโลก]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.เทิน สีนวน]]></category>
		<category><![CDATA[มาลี แสงท้าว]]></category>
		<category><![CDATA[Protected School]]></category>
		<category><![CDATA[Standalone]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=12720</guid>

					<description><![CDATA[<p>“มาลี” กับเส้นทางความฝัน ​ที่อยากสร้าง​ความเท่าเทียมให้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/44737-2/">“มาลี” สาวม้งที่อยากจบมาเป็นครู กลับมาสอนเด็กม้งด้วยกันที่บ้านเกิด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4 style="text-align: center;">“มาลี” กับเส้นทางความฝัน<br />
​ที่อยากสร้าง​ความเท่าเทียมให้กลุ่มเด็กชาติพันธุ์</h4>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-12721" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/33786.jpg" alt="" width="720" height="480" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/33786.jpg 720w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/33786-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/33786-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" />มาลี แสงท้าว<b> <span style="font-weight: 400;">นักเรียนชั้น ม.6ในโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น</span></b></pre>
<p><span style="font-weight: 400;">ก้าวเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่</span><span style="font-weight: 400;">ของ </span><b>“มาลี แสงท้าว”</b><span style="font-weight: 400;"> นักเรียนชั้น ม.6 กำลังจะเริ่มต้นขึ้น หลังผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)  จนได้ไปเรียนต่อที่ ม.ราชภัฏพิบูลสงคราม จ.พิษณุโลก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และด้วยความมุ่งมั่นที่ตั้งใจจะหยิบยื่นโอกาสและความเท่าเทียมทางการศึกษาให้กับเด็กชาติพันธุ์ </span><span style="font-weight: 400;">ทำให้เธอตัดสินใจเลือกเรียนสายนี้ เพื่อที่วันหนึ่งจะได้กลับมาเป็นครูสอนหนังสือในพื้นที่บ้านเกิดที่</span><span style="font-weight: 400;"> ต.ท้องฟ้า อ.บ้านตาก </span><span style="font-weight: 400;">จ.ตาก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">ความฝัน&#8230;ที่เป็นมากกว่าความฝัน</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-12722" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/30785.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/30785.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/30785-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/30785-1024x768.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/30785-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/30785-750x563.jpg 750w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แรงบันดาลใจที่ทำให้ มาลี </span><span style="font-weight: 400;">อยากจบมาเป็นครู </span><span style="font-weight: 400;">มาจากคุณแม่ของเธอที่ไม่เคยได้เรียนหนังสือ อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ แต่ก็พยายามทำทุกวิถีทางให้เธอได้รับการศึกษาที่ดี จนเธอเองอยากส่งต่อโอกาสที่ดีเหล่านี้กลับคืนไปยังเด็กๆ ในหมู่บ้านให้มีโอกาสได้เรียนหนังสือเหมือนกัน เพราะในพื้นที่บ้านเกิดเธอประสบปัญหาขาดแคลนครู ทำให้เด็กที่เติบโตขึ้นมาไม่มีคุณภาพเท่ากับที่อื่น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกทั้งปัจจุบันครูส่วนใหญ่ในพื้นที่เป็นครูต่างถิ่น ซึ่งไม่ได้เข้าใจภาษาหรือวัฒนธรรมชนเผ่าม้งเท่าที่ควร มีบางคนที่อาจอยู่นานหน่อยก็พอสื่อสารกับนักเรียนรู้เรื่องบ้าง แต่เด็กๆ ในพื้นที่เกือบทั้งหมดเป็นม้งและไม่สามารถสื่อสารกับครูได้อย่างเต็มที่ ทำให้การเรียนมีปัญหาตามไปด้วย เด็กบางคนกลัว บางคนอาย เพราะไม่รู้จะบอกครูยังไง จึงเป็นเหตุผลที่มาลีมองว่าเธอเองก็เป็น</span><span style="font-weight: 400;">ม้งเลยอยากจะไปเรียนเป็นครูและกลับมาสอนเด็กๆ ในหมู่บ้านเพื่อแก้ปัญหานี้</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-12723" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/a-2.jpg" alt="" width="1193" height="389" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/a-2.jpg 1193w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/a-2-300x98.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/a-2-1024x334.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/a-2-768x250.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/a-2-750x245.jpg 750w" sizes="(max-width: 1193px) 100vw, 1193px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยตอนแรก มาลีทดลองใช้เวลาว่างสอนหนังสือน้องๆ หรือเมื่อครูต้องการความช่วยเหลือ ทั้งทำการบ้านหรือทำกิจกรรมต่างๆ  ด้วยความเชื่อที่ว่า ถ้าคนเราได้รับการศึกษาที่ดี ก็จะมีอาชีพที่ดีได้ และนั่นคือวิธีการพัฒนาชุมชนที่ดีที่สุด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">ถ้าไม่ได้ทุน ชีวิตจะหมุนไปอีกทาง</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-12724" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/33790.jpg" alt="" width="1080" height="1080" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/33790.jpg 1080w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/33790-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/33790-1024x1024.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/33790-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/33790-768x768.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/33790-750x750.jpg 750w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โชคชะตาของ มาลี เกือบทำให้ไม่ได้เรียนต่อ เมื่อพ่อที่เป็นเสาหลักของครอบครัวต้องมาเสียชีวิต หากไม่ได้ทุนตรงนี้อาจทำให้ตัวเธอต้องออกไปทำงานหรือแต่งงาน ต่างจากเด็กม้งที่เป็นผู้ชายซึ่งจะมีโอกาสมากกว่า ซึ่งถือเป็นอุปสรรคของม้งที่เป็นผู้หญิง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โอกาสในวันนี้สำหรับ มาลี จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่โอกาสในการศึกษาสำหรับตัวเธอเองเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่จะได้เริ่มต้นสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษาให้กับเด็กชาติพันธุ์ในพื้นที่ทุกคนอีกด้วย ​</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">#เสียอย่างได้อย่าง<br />
ยอมสละโอกาสได้ทุนอื่น เพื่อเรียนสายวิชาชีพครู</h4>
<p><b>“ดร.​เทิน สีนวน”</b><span style="font-weight: 400;"> อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จังหวัดพิษณุโลก</span><span style="font-weight: 400;"> เล่าให้ฟังว่า มาลีเป็นเด็กที่เรียนหนังสือเก่งได้เกรดเฉลี่ยสูงมาต่อเนื่อง จนถึงขั้นได้รับทุนให้ไปเรียนที่คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยมิชชั่น ​แต่เธอก็ยังตัดสินใจเลือกเดินตามความฝันที่จะไปเรียนและกลับมาเป็นครูสอนหนังสือในพื้นที่บ้านเกิดของตัวเอง เพราะเชื่อว่าหากมีครูที่รู้เข้าใจภาษาวิถีชีวิตความเป็นม้งอย่างเธอแล้วจะทำให้เด็กม้งสนใจการเรียนและมีความสุขในการเรียนหนังสือมากขึ้น</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-12725" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/33765.jpg" alt="" width="960" height="1280" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/33765.jpg 960w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/33765-225x300.jpg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/33765-768x1024.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/33765-750x1000.jpg 750w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“เมื่อฉันเลือกที่จะเป็นครูที่บ้านเกิดของฉันแล้ว ไม่ว่าจะมีอุปสรรคใดๆ ฉันเชื่อเสมอว่าต้องผ่านไปให้ได้ เพราะยังมีเด็กๆ รออยู่ ฉันจะพัฒนาเด็กๆ เหล่านี้ให้มีคุณภาพ เป็นคนดีของสังคม และมาพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของตนเอง”</span></p></blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยในช่วงที่มาสอบสัมภาษณ์คัดเลือกเข้าโครงการ มาลี แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอยากเป็นครู ​​​มีความตั้งใจสูง รวมทั้งสามารถปรับตัวเข้ากับคนอื่นได้ดี ที่สำคัญยังมีจุดเด่นคือการมองสิ่งต่างๆ ในเชิงบวก และไม่ได้มองแค่เรื่องโรงเรียน นักเรียน ครู แต่ยังมองไปถึงชุมชน เช่น การให้ความสำคัญกับเรื่องความพยายามลดการใช้สารพิษในการปลูกพืช โดยมองว่าตัวเองจะสามารถมีส่วนร่วมแก้ปัญหาตรงไหนได้บ้าง</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-12726" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/33774.jpg" alt="" width="720" height="480" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/33774.jpg 720w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/33774-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/33774-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เมื่อฉันเลือกที่จะเป็นครูที่บ้านเกิดของฉันแล้ว ไม่ว่าจะมีอุปสรรคใดๆ ฉันเชื่อเสมอว่าต้องผ่านไปให้ได้ เพราะยังมีเด็กๆ รออยู่ ฉันจะพัฒนาเด็กๆ เหล่านี้ให้มีคุณภาพ เป็นคนดีของสังคม และมาพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของตนเอง และสุดท้ายนี้ฉันเชื่อเสมอว่าสักวันหนึ่งฉันจะได้เป็นครูที่บ้านเกิดของตัวเอง” ความในใจของมาลี ที่กลั่นผ่านตัวอักษรในเรียงความ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งวันนี้เธอก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าจิตวิญญาณของความรัก ความผูกพันที่มีต่อชุมชนบ้านเกิดนั้น เธอทำมันด้วยหัวใจจริงๆ จนได้ใบเบิกทางสู่การเป็นครู </span><b>แม้หนทางจะยังอีกไกล แต่ก็ไม่ใหญ่เกินจะคว้ามา</b></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-12727" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/33781.jpg" alt="" width="960" height="640" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/33781.jpg 960w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/33781-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/33781-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/33781-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/33781-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญ “มาลี” คืออีกหนึ่งความภาคภูมิใจจาก “โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น” จาก “กสศ.” ที่พร้อมสนับสนุนกลุ่มนักเรียนที่บ้านขาดแคลนทุนทรัพย์ แต่มีผลการเรียนดี มีจิตวิญญาณของความเป็นครู ให้ได้เรียนสายอาชีพครูจนจบปริญญาตรีอย่างมีคุณภาพและได้รับการบรรจุเป็นครูรุ่นใหม่ในโรงเรียนขนาดเล็ก จากพื้นที่ห่างไกล  (Protected School หรือ Standalone) ระดับตำบลกว่า 2,000 แห่ง บ่มเพาะสร้างครูรุ่นใหม่ได้ถึงปีละประมาณ 300 คน จำนวน 5 รุ่นด้วยกัน เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีทรัพยากรครูเพียงพอกับความต้องการ มาจุดประกายความเสมอภาคทางการศึกษาไทย ให้พร้อมลุกโชติช่วงขึ้นมาในวันข้างหน้า</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/44737-2/">“มาลี” สาวม้งที่อยากจบมาเป็นครู กลับมาสอนเด็กม้งด้วยกันที่บ้านเกิด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พิชิตดอยอุ้มผาง 1,219 โค้ง ไกลใกล้แค่ไหนครูก็ไปสอน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/1219-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Jan 2020 05:50:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ความเคลื่อนไหว]]></category>
		<category><![CDATA[ครูฮีโร่]]></category>
		<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[ตาก]]></category>
		<category><![CDATA[พรทิพย์ ไชยโยธา]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนนุเซะโปล้]]></category>
		<category><![CDATA[บอกเล่าความสำเร็จ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=10616</guid>

					<description><![CDATA[<p>เส้นทางคดโค้งถึง 1,219 โค้ง ซึ่งเป็นเส้นทางระหว่างอำเภอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/1219-2/">พิชิตดอยอุ้มผาง 1,219 โค้ง ไกลใกล้แค่ไหนครูก็ไปสอน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-10621" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/342230.jpg" alt="" width="640" height="480" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/342230.jpg 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/342230-300x225.jpg 300w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<blockquote><p>เส้นทางคดโค้งถึง 1,219 โค้ง ซึ่งเป็นเส้นทางระหว่างอำเภอพบพระถึงอำเภออุ้มผาง เพียงแค่ 167 กิโลเมตร แต่ใช้เวลาขับรถอย่างน้อย 4 ชั่วโมงกว่าจะไปถึงโรงเรียนนุเซะโปล้ อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ที่ตั้งอยู่บนยอดดอยสูงและติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้โรงเรียนมีเด็กๆ หลากหลายเชื้อชาติเรียนหนังสือร่วมกัน</p></blockquote>
<p>เส้นทางแสนหฤโหดแบบนี้เรียกว่า ‘ปราบเซียน’ ก็คงไม่แปลก ที่สำคัญมีครูหลายคนสารภาพกับตัวเองมาอำเภออุ้มผางไม่ได้หลายคนถึงกับยอมแพ้ เลือกหันหลังขอเดินทางกลับไม่อยากมาสอนหนังสือในโรงเรียน จากปัจจัยความลำบากสารพัดทั้งเรื่องการสื่อสาร อินเตอร์เน็ต น้ำประปาที่ไม่มีอำนวยความสะดวก ส่วนไฟฟ้าต้องใช้พลังงานแสงอาทิตย์เท่านั้น ครูบรรจุใหม่ที่สอนครบ 4 ปี จึงมักขอย้ายออกจากพื้นที่อยู่ประจำ</p>
<p>แต่ดูเหมือนความลำบากที่กล่าวมาไม่ใช่ปัญหาสำหรับ ‘ครูโอ๋’ พรทิพย์ ไชยโยธา ครูโรงเรียนนุเซะโปล้ อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ทำหน้าที่สอนหนังสืออยู่บนดอยแห่งนี้มา 8 ปี ทุ่มชีวิตดูแลนักเรียนทุนเสมอภาคและนักเรียนคนอื่นๆ ในโรงเรียนอย่างเท่าเทียม ถึงแม้เผชิญบททดสอบทุกอย่าง ไล่เรียงตั้งแต่การเดินทางขึ้น-ลงเขากว่า 1,219 โค้ง จนดูเป็นเรื่องปกติธรรมดา การไปเยี่ยมบ้านเด็ก ยิ่งหน้าฝนคือความทุกข์แสนสาหัส ล้อรถจักรยานต์ต้องใช้โซ่พันล้อให้สามารถขับต่อไปได้ ถนนเป็นดินสีแดง เสี่ยงสไลด์ตกลงข้างทางทุกนาที ชีวิตแขวนอยู่บนความเสี่ยงตลอดเวลา แต่ถึงไกลแค่ไหนครูก็ไปหาไปสอนเด็กๆ นำโอกาส นำความรู้ นำสิ่งดีๆ ไปมอบให้พวกเขา เพราะถ้าเราไม่ทำแล้วใครจะช่วยเด็ก!</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-10622" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/342231.jpg" alt="" width="1080" height="810" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/342231.jpg 1080w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/342231-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/342231-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/342231-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" />‘ครูโอ๋’ พรทิพย์ ไชยโยธา ครูโรงเรียนนุเซะโปล้ และเด็กๆ</pre>
<h6><strong>‘รักษาสัจจะ’สอนทุกที่ทุรกันดารแค่ก็ไป</strong></h6>
<p>“วันแรกที่ได้รับการบรรจุข้าราชการครู คำถามแรกที่พุ่งตรงถามเราว่า ถ้าไปอยู่ในพื้นที่ทุรกันดารจะอยู่ได้หรือไม่ เราตอบกลับไปทันทีว่าอยู่ได้ แต่ถ้าหากวันนี้เราตอบว่าไม่ได้ล่ะ มันจะผิดกับสัจจะที่เราตั้งไว้บอกไว้หรือเปล่า” ครูพรทิพย์ ย้อนวันแรกที่รับบรรจุข้าราชการ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม แม้ ครูพรทิพย์ มีโอกาสหลายครั้งสามารถย้ายไปสอนพื้นที่อื่นได้ แต่ไม่เคยใช้สิทธิ์นั้นเลยเลือกล่ายเบี่ยงไม่สนใจ ปักหลักอาชีพครูบนดอยแห่งนี้อย่างแข็งขันไม่ย่อท้อ กลับกันที่ส่วนใหญ่หลายคนเลือกย้ายตัวเองออกจากพื้นที่ความยากลำบาก เพราะถ้าครูทุกคิดแบบนั้นโรงเรียนบนพื้นที่เหล่านั้นก็จะไม่มีครูสอนหนังสือ  แล้วเด็กที่อยู่ในพื้นที่ทุรกันดารจะอยู่อย่างไร นั่นจึงทำให้เราต้องอยู่ดูแลเด็กๆ แบบนี้</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-10624" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/342232.jpg" alt="" width="608" height="732" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/342232.jpg 608w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/342232-249x300.jpg 249w" sizes="(max-width: 608px) 100vw, 608px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h6><strong>เกือบตัดอนาคตเด็กไปเพราะไม่รู้ข้อมูล</strong></h6>
<p>ครูพรทิพย์ เล่าเหตุการณ์สำคัญเกือบต้องตัดทุนการศึกษาเด็กว่า มีเด็กนักเรียนคนหนึ่งขาดเรียนจนไม่ครบเกณฑ์มาเรียน 80 เปอร์เซ็นต์ จึงสงสัยว่าทำไมไม่มาเรียนเลยตัดสินใจกับเพื่อนครูไปเยี่ยมที่บ้านเด็ก เดินทางลำบากมากแต่ก็ต้องไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ปรากกฎพบว่าน้องเป็นแผลที่ขาไม่สามารถเดินได้ปกติยอมขาดเรียนไป ทั้งที่อยากมาโรงเรียน นั่นก็เป็นเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นว่า หากเราไม่ศึกษาข้อมูลตัวเด็กจริงๆ บางครั้งเด็กๆ อาจขาดโอกาสหมดอนาคตไป</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-10623" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/342235.jpg" alt="" width="1080" height="608" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/342235.jpg 1080w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/342235-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/342235-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/342235-1024x576.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p>การออกเยี่ยมบ้านครั้งนี้ทำให้เห็นคุณประโยชน์ในการออกไปเยี่ยมเด็กๆทุกคน บ้างครั้งไม่สามารถอธิบายได้ต้องมาเห็นด้วยตัวเองจะรู้และทราบปัญหาเด็กๆ อย่างแท้จริง ซึ่งไม่ใช่เพียงน้องคนนี้ที่เป็นแบบนี้ แต่ยังมีนักเรียนคนอื่นๆ บนดอยอีกจำนวนมากรอความช่วยเหลือ หรือได้รับโอกาสดีๆ เหมือนเด็กในเมือง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ควักเงินลงขันอุปถัมภ์เด็กยากจน</strong></p>
<p>หลายครั้งมีเด็กนักเรียนต้องเผชิญความยากจนทำให้สูญเสียโอกาส ทำให้ครูโอ๋ และเพื่อนครูบางคนยอมตัดสินใจเจียดเงินเดือนครู ลงขันอุปถัมภ์ดูแลเด็กๆให้ได้เรียนต่อในระดับชั้นสูงขึ้นแล้วหลายสิบคน เท่านั้นไม่พอครูโอ๋ ยังตระเวนหาสถานศึกษาให้เด็กๆ ได้เรียนต่อโรงเรียนดีๆ พยายามประสานคนรู้จัก หรือเพื่อนครูโรงเรียนต่างๆ ที่พอจะช่วยเหลือเด็กๆ ได้ ยังมีเด็กจำนวนมากเรียนดี มีความสามารถแต่ขาดโอกาส ช่างน่าเสียดายหากเด็กเหล่านั้นต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-10625" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/342236.jpg" alt="" width="1080" height="719" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/342236.jpg 1080w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/342236-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/342236-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/342236-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/342236-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/342236-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></p>
<p>ครูพรทิพย์ ย้ำว่า ยิ่งในโรงเรียนสาขาของโรงเรียนนุเซะโปล้ ค่อนข้างลำบากหนักมาก เราพยายามเข้าไปช่วยเหลือทุกอย่างเท่าที่พอทำได้ ถ้าเด็กคนไหนมีแววมุ่งมั่นอยากเรียนต่อเราจะพยายามสนับสนุนให้พวกเขาได้มีอนาคตทางการศึกษาต่อไป ซึ่งก็ต้องขอบคุณ กสศ.ที่มอบทุนให้กับเด็กๆ บนดอยแห่งนี้ เชื่อว่าถ้าทุกคนได้เดินทางมาโรงเรียนแห่งนี้ทุกคนจะรักโรงเรียนนี้แน่นอน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/1219-2/">พิชิตดอยอุ้มผาง 1,219 โค้ง ไกลใกล้แค่ไหนครูก็ไปสอน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดันหลักสูตร‘นวดแผนไทย’วิชาชีพชุมชนสู่ตลาด วันที่ยูเนสโกขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลก</title>
		<link>https://www.eef.or.th/431-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Dec 2019 09:44:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[เก่งดีมีฝีมือ]]></category>
		<category><![CDATA[ยูเนสโก้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีวศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[ตาก]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา]]></category>
		<category><![CDATA[พิษณุโลก]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาลัยชุมชนตาก]]></category>
		<category><![CDATA[นวดไทย]]></category>
		<category><![CDATA[Nuad Thai]]></category>
		<category><![CDATA[traditional Thai massage]]></category>
		<category><![CDATA[Representative of the Intangible Cultural Heritage of Humanity]]></category>
		<category><![CDATA[มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[แพทย์แผนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[จารุวรรณ จันทร์อินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตร์ของการรักษาด้วยร่างกาย]]></category>
		<category><![CDATA[bodily manipulation]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาลัยสาธารณสุขสิรินธร]]></category>
		<category><![CDATA[วชช.]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาเขตสกลนคร]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช]]></category>
		<category><![CDATA[ดาวรุ่ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=10168</guid>

					<description><![CDATA[<p>การนวดแผนไทยเป็นองค์ความรู้เก่าแก่และเป็นภูมิปัญญาของคน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/431-2/">ดันหลักสูตร‘นวดแผนไทย’วิชาชีพชุมชนสู่ตลาด วันที่ยูเนสโกขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-10172" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576562270056.jpg" alt="" width="720" height="407" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576562270056.jpg 720w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576562270056-300x170.jpg 300w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<blockquote><p>การนวดแผนไทยเป็นองค์ความรู้เก่าแก่และเป็นภูมิปัญญาของคนไทย ที่สืบทอดมายาวนานจากรุ่นสู่รุ่น ถือเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญที่ทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก วันนี้องค์การยูเนสโกได้มีมติให้การ ‘นวดไทย’ (Nuad Thai, traditional Thai massage) ขึ้นบัญชีเป็นตัวแทน ‘มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ’ (Representative of the Intangible Cultural Heritage of Humanity) เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา</p></blockquote>
<p>ในแง่การอนุรักษ์ วิทยาลัยชุมชนตาก ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่บรรจุการนวดแผนไทยไว้ในหลักสูตรสาขาวิชา ‘แพทย์แผนไทย’ ที่เปิดสอนต่อเนื่องมาเป็นเวลา 17 ปี โดย จารุวรรณ จันทร์อินทร์ แพทย์แผนไทยชำนาญการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตาก อาจารย์ผู้สอนในสาขาวิชาแพทย์แผนไทย วิทยาลัยชุมชนตาก ได้อธิบายถึงจุดเริ่มต้นของสาขาวิชาที่ปัจจุบันมีสถาบันเพียงไม่กี่แห่งว่า แพทย์แผนไทยคือศาสตร์ความรู้ประจำชาติที่ส่งต่อมาจากบรรพบุรุษ จึงมีความสำคัญต่อการอนุรักษ์ และจำเป็นต้องสนับสนุนให้ได้รับการพัฒนาต่อ ด้วยการเปิดการเรียนการสอนที่ถูกต้องและเต็มรูปแบบ เพื่อให้ศาสตร์การแพทย์แผนไทย ถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้เต็มศักยภาพ และสืบสานสู่คนรุ่นต่อไปไม่สิ้นสุด</p>
<p>การที่ศาสตร์นวดไทยได้รับยกย่องจากยูเนสโกให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลก แสดงถึงคุณค่าที่ไม่เพียงแค่คนไทยเท่านั้นที่ให้ความสำคัญ หากหมายถึงคนทั่วโลกให้การยอมรับว่า ศาสตร์และศิลป์ในการรักษาโรคแบบดั้งเดิมของไทย ที่ช่วยบำบัดอาการเจ็บป่วยและดูแลสุขภาพในด้านต่างๆ ได้ โดยไม่ต้องใช้ยา แต่เป็นศาสตร์ของการรักษาด้วยร่างกาย (bodily manipulation) ที่อาศัยการนวดจุดต่างๆ บนร่างกายเพื่อปรับสมดุลและโครงสร้างให้เลือดลมตามเส้นไหลเวียนได้ดีขึ้น อันเป็นภูมิปัญญาการดูแลสุขภาพของคนไทยในสังคมเกษตรกรรมแต่ครั้งเก่าก่อน ได้กลายเป็นทักษะและองค์ความรู้ที่ถูกนำไปใช้ในภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลกแล้ว</p>
<p>การบรรจุวิชาแพทย์แผนไทยไว้ในหลักสูตร มีที่มาจากภูมิศาสตร์และลักษณะเชิงสังคมของจังหวัดตาก<br />
ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ ประชากรกระจายตัวอาศัยอยู่ในหลายท้องที่ที่ยังทุรกันดาร การแพทย์ทางเลือกจึงเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับชุมชนมานาน</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-10173" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576562591861.jpg" alt="" width="720" height="479" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576562591861.jpg 720w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576562591861-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576562591861-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<blockquote><p>“ด้วยบริบททางวัฒนธรรมและข้อจัดทางพื้นที่ ศาสตร์แพทย์แผนไทยได้มีบทบาทดูแลรักษาสุขภาพของผู้คนในหมู่บ้านเล็กๆ ห่างไกล หรือในชนเผ่าต่างๆ บนดอยสูง ซึ่งโอกาสเข้าถึงบริการทางการแพทย์แบบคนเมืองยังมีไม่มากมา ทางวิทยาลัยจึงมีแนวคิดเริ่มต้นในการจัดการเรียนการสอนเพื่อรองรับคนในท้องถิ่นหรือชุมชนต่างๆ ให้พวกเขาได้นำองค์ความรู้ที่ได้รับการพัฒนาและมีระบบแบบแผน กลับไปใช้ดูแลสุขภาพของคนในพื้นที่ แต่เมื่อเวลาผ่านมา ความต้องการของตลาดเริ่มมีมากขึ้น วิชาความรู้ในแขนงนี้จึงขยายตัวออกไปสู่สังคมเมืองและเติบโตขึ้นจนถึงความสนใจในระดับนานาชาติ” อาจารย์จารุวรรณ กล่าว</p></blockquote>
<p>อาจารย์จารุวรรณ กล่าวต่อไปว่า หลักสูตรแพทย์แผนไทยประกอบด้วยองค์ความรู้ 4 ด้าน ได้แก่ ผดุงครรภ์ไทย เภสัชกรรมไทย เวชกรรมไทย และ นวดไทย โดยวิทยาลัยชุมชนตากได้แบ่งการเรียนการสอนออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือหลักสูตรอนุปริญญา 3 ปี และ หลักสูตรสำหรับผู้ต้องการใบรับรองในการประกอบอาชีพ ซึ่งรองรับโดยสภาวิชาชีพแพทย์แผนไทย ขณะที่สถาบันที่จะเปิดสอนในสาขาวิชาแพทย์แผนไทยได้ จะต้องได้รับการรับรองจากสภาวิชาชีพฯ ที่มีเกณฑ์กำหนดคุณภาพการสอนไว้หลายขั้นตอน รวมถึงต้องมีครูผู้สอนที่พร้อมด้วยประสบการณ์ ผ่านหลักสูตรอบรม และที่สำคัญคือต้องมีใบประกอบวิชาชีพในองค์ความรู้ทั้ง 4 ด้าน ซึ่งจำนวนคนที่มีคุณสมบัติยังมีไม่มาก ในปัจจุบันการเรียนการสอนแพทย์แผนไทยจึงมีเพียงไม่กี่แห่ง วิทยาลัยชุมชนตากจึงเป็นวิทยาลัยชุมชนแห่งเดียวที่มีหลักสูตรนี้</p>
<blockquote><p>“ในการเรียนการสอนด้านวิชาชีพ ทางวิทยาลัยได้ระดมอาจารย์ผู้สอนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตากและพิษณุโลก วิทยาลัยสาธารณสุขสิรินธร(พิษณุโลก) รวมถึงโรงพยาบาลในเครือข่ายหลายแห่ง เพื่อให้นักศึกษาได้รับการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ทั้งจากบุคลากรผู้ชำนาญการ และได้เรียนรู้ผ่านสถานที่ปฏิบัติงานจริง โดยทาง วชช. ตาก<br />
มุ่งเป้าผลิตนักศึกษาให้ตรงกับความต้องการของตลาดแพทย์แผนไทยปัจจุบัน ที่เน้นทักษะการนวดไทยมากที่สุด”อาจารย์จารุวรรณ</p></blockquote>
<p>สำหรับหลักสูตรอนุปริญญา เมื่อเรียนจบแล้วสามารถต่อยอดไปถึงวุฒิปริญญาตรีได้ โดย วชช. ตาก<br />
ได้ MOU กับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร และ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในหลักสูตรปริญญาตรี 2 ปี นอกจากนั้นในระหว่างเรียนระดับอนุปริญญา นักศึกษาสามารถมีสิทธิ์สอบเพื่อได้ใบรับรองในศาสตร์แพทย์แผนไทยทั้ง 4 ด้าน โดยเรียนครบ 1 ปี สามารถสอบใบรับรองผดุงครรภ์ไทย ครบ 2 ปี สามารถสอบนวดไทยและเภสัชกรรมไทย และเมื่อเรียนครบ 3 ปี ถึงจะมีสิทธิ์สอบเวชกรรมไทย ดังนั้น แม้ในระดับอนุปริญญา หากนักศึกษาเรียนจบและสอบได้ใบรับรองครบ 4 ด้าน เขาก็มีทางเลือกในการทำงานที่มากขึ้น</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-10174" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576562375190.jpg" alt="" width="1478" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576562375190.jpg 1478w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576562375190-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576562375190-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576562375190-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1478px) 100vw, 1478px" /></p>
<p>ในเรื่องความนิยมเรียนในสาขาวิชาแพทย์แผนไทย ที่ประจักษ์ด้วยจำนวนผู้สมัครเข้าเรียนเพิ่มขึ้นทุกปี วิทยาลัยชุมชนตาก ได้มีแผนการรองรับด้วยหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น 330 ชั่วโมง ในด้านการนวดไทย และผู้ช่วยแพทย์แผนไทย ขณะที่หลักสูตรที่ได้รับการรับรองจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพและเปิดสอนแล้ว ได้แก่ หลักสูตรนวดฝ่าเท้า 60 ชั่วโมง และ นวดไทยเพื่อสุขภาพ 150 ชั่วโมง ซึ่งแผนพัฒนาหลักสูตรของวิทยาลัยจะรองรับด้านการนวดไทยโดยตรง ด้วยต้องการผลิตทรัพยากรบุคคลที่สามารถเข้าไปเป็นส่วนต่างๆ ในการขับเคลื่อนธุรกิจและภาพรวมของการแพทย์แผนไทย โดยเฉพาะเรื่องการได้รับใบรับรองการทำงานที่ทำให้ผู้เรียนสามารถเลือกทำงานได้ทั้งในและต่างประเทศ หรือทั้งในระดับปฏิบัติการและงานด้านบริหาร ซึ่งนับว่าเชื่อมโยงกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับศาสตร์การนวดไทยในปัจจุบัน</p>
<blockquote><p>“การได้รับประกาศให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลก จะทำให้ตลาดแรงงานในสาขานี้เปิดกว้างยิ่งขึ้น สำหรับทางวิทยาลัย เราต้องการสนับสนุนให้นักศึกษาได้เรียนรู้ทฤษฎีและนำไปใช้กับการทำงานภาคปฏิบัติตั้งแต่ยังเรียนอยู่ เพราะการสั่งสมความรู้และความชำนาญในศาสตร์แพทย์แผนไทยล้วนขึ้นอยู่กับประสบการณ์ ในขณะนี้เรามีนักศึกษากลุ่มทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง รุ่น 1 ที่เริ่มออกไปทำงานระหว่างเรียนในคลินิกเวชกรรม คลินิกนวดไทย หรือในโรงงานผลิตยาแพทย์แผนไทย ซึ่งเด็กจะได้รับทั้งรายได้ การเรียนรู้ในสถานบริการจริง ได้เข้าไปเห็นว่าบรรยากาศการทำงานเป็นอย่างไร นั่นคือเราต้องการเพิ่มพูนประสบการณ์ให้กับเขา” อาจารย์ผู้สอนแพทย์แผนไทย กล่าว</p></blockquote>
<p>เพราะถึงตอนนี้ โอกาสในการทำงานของเขาจะไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในชุมชนหรือในประเทศอีกแล้ว แต่คุณค่าของวิชาที่เขาเรียนประกอบกับโลกปัจจุบันที่เวิลด์ไวด์เชื่อมต่อกันไม่สิ้นสุด มันเป็นโอกาสดีที่พวกเขาจะได้นำเอามรดกทางภูมิปัญญาของคนไทย ไปเผยแพร่และยึดเป็นวิชาชีพเลี้ยงตัวได้ ไม่ว่าจะไปอยู่ที่มุมไหนบนโลกใบนี้</p>
<p>น้อง ‘ดาวรุ่ง’ นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง รุ่น 1 หลักสูตรอนุปริญญา ปี 1 สาขาแพทย์แผนไทย เผยว่า ได้เห็นและสัมผัสกับองค์ความรู้ด้านแพทย์แผนไทยมาตั้งแต่เด็ก ในชุมชนบนดอยสูงที่ห่างไกลจากตัวเมืองจังหวัดตากร่วม 240 กิโลเมตร ที่นั่น ทุกชีวิตได้รับการดูแลด้านสุขภาพจากแพทย์แผนไทยประจำชุมชน ได้เห็นการรักษาโรคด้วยยาสมุนไพร บำบัดอาการเจ็บป่วยด้วยการนวด ประสบการณ์เหล่านั้นทำให้สนใจอยากมาเรียนในสาขาวิชานี้</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-10175" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576562250181.jpg" alt="" width="1108" height="1478" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576562250181.jpg 1108w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576562250181-225x300.jpg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576562250181-768x1024.jpg 768w" sizes="(max-width: 1108px) 100vw, 1108px" /></p>
<p>จากที่สนใจมาตั้งแต่เด็ก เมื่อได้เข้ามาเรียนจริงๆ จึงได้รู้ว่าศาสตร์ของแพทย์แผนไทยแตกแขนงไปได้หลากหลาย เอาแค่การนวดก็มีทั้งนวดเพื่อรักษา หรือนวดเพื่อผ่อนคลาย แล้วกว่าจะไปถึงการลงมือนวดได้ เราก็ต้องเรียนรู้ตำแหน่งของเส้นสายหรือจุดต่างๆ บนร่างกายเสียก่อน จากนั้นจึงค่อยเรียนรู้ว่าต้องทำอย่างไร</p>
<blockquote><p>“การเรียนในห้องกับไปทำงานจริงแตกต่างกันมาก ทำให้หนูได้รู้ถึงคุณค่าของประสบการณ์<br />
เช่นบางทีการเรียนกับหุ่นหรือร่างกายเพื่อน เราเน้นได้ว่าจะใช้มือหรือศอกเป็นตัวกด แต่ในสถานการณ์จริง เราต้องเจอกับสรีระมนุษย์ที่แตกต่างหลากหลาย มีทั้งเส้นแข็งและนิ่ม มีคนตัวใหญ่และคนตัวเล็ก เราต้องพัฒนาให้สามารถใช้ร่างกายเกือบทุกส่วนในการกด แล้วต้องเรียนรู้ ปรับเปลี่ยน รวมถึงบันทึกไว้เป็นความรู้สำหรับการทำงานครั้งถัดๆ ไปด้วย ส่วนตัวมองว่าการนวดไทยคือคุณค่าที่เกิดจากภูมิปัญญาอย่างแท้จิรง เพราะเป็นการรักษาโดยใช้ร่างกายหลายๆ ส่วน นั่นทำให้รู้สึกยินดีกับการที่วิชานวดไทยได้รับการประกาศให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลก ในฐานะผู้เรียนรู้สึกภูมิใจ เชื่อว่าเกียรติยศนี้จะทำให้คนต่างประเทศรู้จักศาสตร์แขนงนี้มากขึ้น และจะส่งผลให้ทุกคนในวงการแพทย์แผนไทยมีทางเลือกในอาชีพที่หลากหลายยิ่งขึ้น และนำนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้นด้วย” น้องดาวรุ่ง กล่าวปิดท้าย</p></blockquote><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/431-2/">ดันหลักสูตร‘นวดแผนไทย’วิชาชีพชุมชนสู่ตลาด วันที่ยูเนสโกขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชุมชนคือ ‘ครอบครัวใหญ่’ ที่ต้องกลับมาดูแล</title>
		<link>https://www.eef.or.th/245-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 09 May 2020 05:01:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตาก]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4]]></category>
		<category><![CDATA[กมล แซ่ม้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=13767</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เราเชื่อว่าถ้าครูเข้าถึงจิตใจของเด็ก ๆ ให้ความสนิทสนมใ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/245-2/">ชุมชนคือ ‘ครอบครัวใหญ่’ ที่ต้องกลับมาดูแล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13773" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-01-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1358" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-01-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-01-300x159.jpg 300w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“เราเชื่อว่าถ้าครูเข้าถึงจิตใจของเด็ก ๆ ให้ความสนิทสนมใกล้ชิด รู้นิสัยใจคอรู้ความสนใจของเขา ก็จะช่วยเบนความสนใจและสนับสนุนให้เขาทำในสิ่งที่อยากทำได้ มันจะเป็นการดึงเด็กออกจากปัญหาต่างๆ” </span></p></blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยฐานะลูกคนโตของครอบครัวที่ต้องคอยดูแลน้องเล็กๆ สองคนมาเป็นเวลาหลายปี ทำให้ ‘น้องมน’ กมล แซ่ม้า จากโรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4 ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ จ.ตาก ได้เรียนรู้และซึมซับบทบาทหน้าที่ในการเป็น ‘ครู’ มาโดยตลอด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จนถึงวันหนึ่งที่ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต คือการเลือกเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา เธอก็ได้นำเอาความผูกพันคุ้นชินในบทบาทหน้าที่ดังกล่าว มาใช้เป็นแรงผลักดันเป้าหมายหลักในใจที่ว่า หลังเรียนจบ เธอ</span><b>จะต้องกลับมาทำงานในชุมชนบ้านเกิด เพื่อเป็น ‘เสาหลักดูแลครอบครัว’ แทนพ่อแม่ต่อไป </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนั่นทำให้น้องมน เลือกเป็นนักศึกษา ‘ครู’ และเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งใน</span><b>โครงการ ‘ครูรักษ์ถิ่น’</b> <span style="font-weight: 400;">โดย กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) ที่เติมฝันให้นักเรียนในพื้นที่ห่างไกลซึ่งมีใจมุ่งมั่นอยากเป็นครู ได้ก้าวขึ้นมาเป็นครูรุ่นใหม่ และกลับไปพัฒนาคุณภาพโรงเรียนในชุมชนของตนเอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">เลือก ‘วิชาชีพที่มีงานรองรับเมื่อกลับบ้าน’</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13774" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-03-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1613" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-03-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-03-300x189.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-03-1024x645.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-03-768x484.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-03-1536x968.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-03-2048x1291.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-03-750x473.jpg 750w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">น้องมนเล่าว่า ตั้งแต่เรียนชั้น ม.ปลาย เธอก็ตั้งใจไว้ว่าจะต้องดูแลพ่อกับแม่ให้ได้ และด้วยตำแหน่งลูกคนโตของบ้าน เธอคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องตั้งเป้าหมายชีวิตว่าจะไปทางไหนต่อ ปีนี้น้องมนอายุ 18 กำลังจะจบ ม.ปลาย ข้อแม้สำคัญคือ เธอจะเลือกเรียนในวิชาชีพที่มีงานรองรับเมื่อกลับบ้านมาหลังเรียนจบ ซึ่ง ‘ครู’ เป็นอาชีพแรกที่เธอนึกถึง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การเลือกเรียนต่อมีความหมายมากกว่าแค่เปลี่ยนระดับชั้นเรียน แต่มันหมายถึงการเลือกอาชีพในอนาคต เราตัดสินใจแล้วว่าจะต้องดูแลครอบครัวให้ได้ เพราะพ่อแม่ก็แก่แล้ว ส่วนน้องก็ยังเล็กต้องเรียนอีกหลายปี ตอนที่เห็นว่ามีโครงการครูรักษ์ถิ่น ทำให้เรานึกถึงสิ่งที่ทำมาตลอด คือการสอนหนังสือและช่วยน้องทำการบ้าน มันเป็นโอกาสให้เราได้ซึมซับการสอนและการดูแลเข้าไปทุกวัน ๆ เหมือนเป็นสิ่งที่มาปลูกจิตสำนึกให้รักงานสอนโดยไม่รู้ตัว”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">ครูคือคนสำคัญในการแก้ปัญหาชุมชน</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13776" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-04-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1888" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-04-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-04-300x221.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-04-1024x755.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-04-768x566.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-04-1536x1133.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-04-2048x1510.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ครอบครัวใหญ่-04-750x553.jpg 750w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ว่าที่นักศึกษาครูปี 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร อธิบายต่อไปว่า การเป็นครูไม่เพียงแต่จะช่วยต่อเติมเป้าหมายในการดูแลครอบครัวเล็กๆ ของเธอเท่านั้น แต่ยังเป็นอาชีพที่มีส่วนร่วมอย่างยิ่งในการพัฒนาชุมชน ซึ่งนั่นเป็นอีกความมาดหมายหนึ่งที่เธอเผยต่อครูผู้สัมภาษณ์ เมื่อครั้งสอบคัดเลือกเข้าโครงการ  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">น้องมนคิดว่าการเป็นครูจะมีส่วนสำคัญมากในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในท้องถิ่นได้ เธอเติบโตขึ้นมาในหมู่บ้านชาวม้งที่มีวัฒนธรรมประเพณีสืบทอดกันมายาวนาน ในช่วงเวลาที่โตขึ้นมา น้องมนได้เห็นความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่มาพร้อมกับการพัฒนา ในด้านหนึ่งคือทำให้ผู้คนในหมู่บ้านมีชีวิตที่ดีขึ้น มีโอกาสในการเรียนหนังสือหรือทำงานมากขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่งก็มีปัญหาที่ติดตามมาด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นชั้น ม.ต้น-ม.ปลาย ที่เริ่มใช้เวลาไปกับการขี่รถมอเตอร์ไซค์ หรือมีเด็กที่ท้องก่อนวัยเรียนเพิ่มขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราเชื่อว่าถ้าครูเข้าถึงจิตใจของเด็กๆ ให้ความสนิทสนมใกล้ชิด รู้นิสัยใจคอรู้ความสนใจของเขา ก็จะช่วยเบนความสนใจและสนับสนุนให้เขาทำในสิ่งที่อยากทำได้ มันจะเป็นการดึงเด็กออกจากปัญหาต่างๆ ตอนเรียน ม.3 เรามีครูประจำชั้นที่ปรึกษาได้ทุกเรื่อง เป็นครูที่มีเหตุผล แม้เราจะทำอะไรผิดพลาดครูเขาจะไม่ดุว่าด้วยอารมณ์ แต่จะตักเตือนให้กำลังใจ แม้กระทั่งตอนที่เรียน ม.ปลาย เรายังกลับไปปรึกษาครูเขาในหลายๆ เรื่อง รวมถึงตอนจะมาสมัครที่โครงการครูรักษ์ถิ่นด้วย เขาเป็นเหมือนแม่เราอีกคน เป็นครอบครัวที่นึกถึงได้เสมอ ช่วยแก้ปัญหายากๆ ที่เราแก้ไม่ได้ เรามองว่าครูแบบนี้จะช่วยให้เด็กไม่เดินไปในทางผิด หรือแม้ในวันพลาดพลั้งทำเรื่องไม่ดี เด็กจะกล้าคุยกับครู แล้วครูจะเข้าใจ พร้อมให้อภัยและชี้ทางที่ถูกต้อง” </span></p>
<p><b>จากความรักในการสอนที่เริ่มต้นในครอบครัว รวมกับความตั้งใจที่จะกลับมาดูแลบ้าน ได้ก่อเกิดเป็นอุดมการณ์ที่เชื่อมโยงถึงชุมชนที่รัก ซึ่งน้องมนได้กล่าวทิ้งท้ายว่า การเลือกเรียนครู คือย่างก้าวเล็กๆ อันยิ่งใหญ่ ที่จะทำให้เธอสามารถบรรลุความฝันของตนเองได้ทุกข้อ </b><b>“เราคือชาวม้งคนหนึ่ง เข้าใจในสังคมวัฒนธรรมเป็นอย่างดี เราจะนำความรู้กลับมาช่วยเหลือคนในหมู่บ้านของเรา เริ่มจากครอบครัว ญาติพี่น้อง และชุมชนที่ทุกคนเสมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน เพราะ ‘ครอบครัว’ ในความหมายของเราไม่ได้ประกอบด้วยคนในบ้านเท่านั้น แต่ยังรวมถึงชุมชนเล็กๆ ที่อาศัยอยู่มาตลอดชีวิตด้วย”</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/245-2/">ชุมชนคือ ‘ครอบครัวใหญ่’ ที่ต้องกลับมาดูแล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
