<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ตอบโจทย์ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%88%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Sat, 19 Mar 2022 04:58:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.12</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ตอบโจทย์ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เปิดเทอม ‘ยุคโควิด’ ค่าเทอมควรเป็นเลข ‘ศูนย์’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/923-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=923-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Jul 2020 14:23:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[PISA]]></category>
		<category><![CDATA[OECD]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[อำนาจ วิชยานุวัติ]]></category>
		<category><![CDATA[ตอบโจทย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=17814</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันเปิดเทอมที่เด็กหลายคนมีความสุขกับชุดนักเรียนใหม่ ได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/923-2/">เปิดเทอม ‘ยุคโควิด’ ค่าเทอมควรเป็นเลข ‘ศูนย์’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วันเปิดเทอมที่เด็กหลายคนมีความสุขกับชุดนักเรียนใหม่ ได้กลับไปพบหน้าเพื่อน แต่สำหรับผู้ปกครองแล้ว การเปิดเทอมอาจไม่ใช่วันที่มีความสุขนัก เมื่อค่าใช้จ่ายทางการศึกษาถูกสะท้อนผ่านนัยยะทางเศรษฐกิจมากมาย ในภาวะที่ผู้ปกครองหลายคนกลายเป็นคนตกงาน จะรับภาระในวันเปิดเทอมอย่างไร มีข้อเสนอจากนักวิชาการด้านการศึกษาผ่านรายการ ‘ตอบโจทย์’ โดยสถานี ไทยพีบีเอส ว่า ค่าเทอมในปีการศึกษาใหม่นี้ ‘ควรเริ่มด้วยเลข 0’</p>
<p>ศาสตราจารย์.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ คณะคุรุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และที่ปรึกษา กสศ. กล่าวว่า จากสถานการณ์การลงพื้นที่พบครอบครัวที่อยู่ระดับล่างสุดของระบบเศรษฐกิจ ซึ่งแต่เดิมมีรายได้น้อยอยู่แล้ว เมื่อเกิดวิกฤต COVID-19 คนกลุ่มนี้จึงได้รับผลกระทบหนักที่สุด แล้วผลของสิ่งที่เกิดขึ้นก็ได้กระทบเข้าไปในความรู้สึกของเด็กๆ ในชุมชนและกลุ่มเปราะบางเหล่านี้</p>
<p>“จากเดิมที่พวกเขาตกงาน ไม่มีรายได้ ไม่มีอะไรจะกินอยู่แล้ว เมื่อใกล้เปิดเทอมก็มีปัญหาเพิ่มมาอีกคือจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าเสื้อผ้า ค่าอาหาร หรือค่าเดินทางไปโรงเรียน เราจะเห็นภาวะไร้ความหวังอยู่ในสายตาหม่นเศร้าของเด็กๆ ซึ่งเราจะพบได้จากทั้งเด็กจนในเมือง เด็กชนบท หรือกลุ่มชาติพันธุ์”</p>
<p>จากนโยบายที่ว่าเด็กไทยควรจะได้เรียนฟรี 15 ปี แต่ข้อมูลที่ปรากฏบ่งชี้ว่าค่าเฉลี่ยของเงินที่ใช้ในวันเปิดเทอมการศึกษาระดับประถมอยู่ที่ 1,796 บาท มัธยมต้น 3,000 บาท และมัธยมปลายอีกเกือบ 4,000 บาท และหากเป็นโรงเรียนในระดับที่ ‘ดี เด่น ดัง’ ค่าใช้จ่ายก็จะยิ่งสูงขึ้นไปอีก ทั้งนี้ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายประจำวันอีก 180 วันตลอดเทอมการศึกษาอีกราว 100 บาทต่อวัน ดังนั้นหากมองที่เพดานค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาที่สูง จึงเป็นเหมือนกับการตัดโอกาสทางการศึกษาของเด็กระดับล่างสุดออกไปจากระบบโดยอัตโนมัติ</p>
<p>ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการและ กสศ. ได้ร่วมมือกันรวบรวมรายชื่อและที่อยู่ของเด็กๆ ในกลุ่มยากจนพิเศษล่างสุด 20% ของประเทศไว้ในระบบ iSEE เพื่อหาทางช่วยเหลือ และคิดว่ารัฐบาลควรงดเว้นการเก็บเงินจากเด็กกลุ่มนี้</p>
<h4>เด็กเก่งจริงจะสอบเข้าโรงเรียนไหนก็ได้?</h4>
<p>ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษา กสศ. กล่าวเสริมว่า กสศ. ได้สำรวจข้อมูลเด็กยากจนพิเศษโดยเน้นครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่า 3,000 บาทต่อเดือน รวมถึงสภาพแวดล้อมต่างๆ เพื่อประมวลว่าเด็กคนไหนที่เข้าข่ายด้อยโอกาส ขาดแคลนทรัพยากรทางการศึกษา จากนั้นจึงให้ความช่วยเหลือตามความเหมาะสม โดยฐานข้อมูลนี้ หน่วยงานอื่นๆ ยังสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจในการให้ความช่วยเหลือเด็กๆ ได้</p>
<p>ในเรื่องที่ว่าเด็กเรียนเก่งสามารถสอบเข้าเรียนโรงเรียนไหนก็ได้นั้น ดร.ภูมิศรัณย์ กล่าวว่า ยิ่งโรงเรียนที่มีชื่อเสียง มีคุณภาพ จะยิ่งมีการเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษเพิ่มขึ้น เช่น ค่าห้องเรียนหลักสูตรพิเศษ หรือครูภาษาต่างประเทศ ซึ่งถ้าเป็นเด็กที่มาจากครอบครัวยากจนด้อยโอกาส อาจจะสามารถสอบเข้าไปได้ แต่เมื่อมองถึงค่าใช้จ่ายระยะยาวแล้ว ก็ต้องพิจารณาโรงเรียนอื่นที่เหมาะสมมากกว่า</p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-17817" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-2.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-2-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></p>
<p>“มีผลการเก็บข้อมูลจากการสอบ PISA โดย OECD ที่ชี้ถึงความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการแบ่งแยกทางสังคมของนักเรียนสูงติด 1 ใน 5 ของความเหลื่อมล้ำ ซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกับประเทศในแถบละตินอเมริกาที่มีความเหลื่อมล้ำที่สูงมากทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม คือเด็กร่ำรวยจะอยู่ในโรงเรียนที่มีคุณภาพ ส่วนเด็กยากจนก็จะกระจุกตัวอยู่ในโรงเรียนที่ไม่มีความพร้อม ขณะที่เงินที่เราใช้พัฒนารายหัวไม่สามารถทำให้ทุกโรงเรียนมีคุณภาพเท่าเทียมกันได้”</p>
<h4>ระดมทุนและทรัพยากรการศึกษา เพิ่มโอกาสเข้าถึงการศึกษาของคนให้มากขึ้น</h4>
<p>อำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) อธิบายว่า มีหลายปัจจัยที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและสังคมได้ ตัวแปรที่สำคัญที่สุดคือการศึกษาที่จะทำให้คนมีศักยภาพสูงขึ้น โดย ณ วันนี้การศึกษาไทยได้พัฒนาขึ้นเมื่อผู้ปกครองของเด็กหลายคนสามารถส่งลูกมาเรียนในเมืองและยกระดับฐานะของครอบครัวได้</p>
<p>“ผมเชื่อว่าวันนี้ถ้าเด็กมีความรู้ มีการศึกษาที่ดี จะสามารถพัฒนาตัวเองไปสู่ความพร้อมทางด้านสังคมได้ ในส่วนของวิธีคิดเรื่องการลดค่าเล่าเรียนคือตัวแปรหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งเราต้องหาวิธีให้คนได้เข้าถึงการศึกษาได้มากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของทุน ซึ่งหน่วยงานทางการศึกษาต้องช่วยกันระดมทุนและทรัพยากรทางการศึกษา เพื่อเพิ่มโอกาสของคนให้มากขึ้น”</p>
<p>สำหรับกลไกในการเยียวยาทางด้านการศึกษาในช่วง COVID-19 เลขา กพฐ. มองว่าการจะจัดการศึกษาให้มีคุณภาพได้ในช่วงเวลานี้ ต้องมองทั้งองคาพยพ ตั้งแต่เรื่องของโรงเรียน ครู หรือระบบที่รองรับ ทุกวันนี้มีครูที่มีความพร้อมทางด้านศักยภาพจำนวนหนึ่ง ซึ่งหลังจากนี้จำเป็นจะต้องสร้างให้เกิดครูกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น โดยวางระบบพัฒนาให้รองรับ ซึ่ง กพฐ. จะขับเคลื่อนให้ไปสู่กระบวนนี้โดยใช้องค์ประกอบที่มีเพื่อพัฒนาครูต่อไป</p>
<h4>เด็กยากจนพิเศษจะเพิ่มขึ้นถึง 1,000,000 กว่าคนในปีนี้</h4>
<p>ศาสตราจารย์.ดร.สมพงษ์ กล่าวสรุปว่า ปัจจุบันมีเด็กยากจนพิเศษที่มีข้อมูลอยู่ราว 700, 000 กว่าคน โดยจากสถานการณ์ COVID-19 ทำให้มีคนตกงานถึง 2,000, 000 กว่าคน ผลจากเรื่องนี้ทำให้มีแนวโน้มว่าจำนวนเด็กยากจนพิเศษจะเพิ่มขึ้นถึง 1,000, 000 กว่าคนในปีนี้</p>
<p>“สิ่งที่น่ากังวลในอนาคตคือเด็ก 1, 000, 000 กว่าคนนี้ เมื่อเขาเรียนต่อในระดับสูงขึ้น จำนวนเงินที่ต้องใช้จะเพิ่มเป็นเท่าตัว สิ่งที่ตามมาคือค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ต้องใช้ในระหว่างเรียน เช่นค่าอาหารหรือค่าเดินทาง นับเป็นอุปสรรคที่จะทำให้เด็กออกกลางคันเพิ่มขึ้น ดังนั้นถ้าเราไม่ให้การช่วยเหลืออย่างทันท่วงที จะมีเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาอีกถึงประมาณ 20-30% ซึ่งเป็นการออกกลางคันครั้งใหญ่ แล้วจะเกิดเด็กนอกระบบทะลักออกมาอีกมาก กลายเป็นผลต่อเนื่องถึงระบบแรงงานในสังคมไทย เราจะมีแต่แรงงานฝีมือขั้นต่ำ เป็นผลกระทบที่ตกถึงครอบครัว ชุมชน สังคม ตลาดแรงงานทั้งหมด”</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-17818" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-2.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-2-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></p>
<p>ดังนั้นทางออกเฉพาะหน้าที่ควรทำ คือการทำให้ค่าใช้จ่ายในการเรียนของเด็กนอกระบบ 700, 000 คนนี้ให้เป็น ‘0’ โดยใช้เครือข่ายครูในพื้นที่ที่รู้ข้อมูลเด็กช่วยจัดทำให้เป็นระบบ รวมถึงช่วยประคับประคองผู้ปกครองเด็กให้มีงานทำ มีรายได้ ด้วยวิธีการนี้เราจะช่วยป้องกันเด็กหลุดออกนอกระบบได้ถึง 38%</p>
<h4>สำคัญที่สุดคือต้องดึงเด็กไว้ในระบบให้ได้</h4>
<p>ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค กล่าวสรุปว่า จำนวนตัวเลขของเด็กยากจนพิเศษที่จะเพิ่มไปถึง 1,000,000 กว่าคน สะท้อนถึงความน่าเป็นห่วงในเรื่องทุนมนุษย์ในระยะยาว โดยเฉพาะในด้านปัญหาทางสังคมต่างๆ เนื่องจากกลุ่มเด็กที่แก้ปัญหาได้ยากที่สุดคือเด็กที่พ้นออกไปนอกระบบแล้ว</p>
<p>“ถ้าเป็นเด็กในโรงเรียนเราสามารถใช้กระบวนการต่างๆ เข้าไปแก้ไขให้อยู่ในโรงเรียนจนเรียนจบได้ แต่ถ้าเด็กออกจากโรงเรียนไป 2-3 ปี จะเป็นกลุ่มที่ติดตามให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้ยาก ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือต้องทำให้เขาไม่หลุดออกไป ความเร่งด่วนของทุกภาคส่วนที่มีหน้าที่ด้านการศึกษาในตอนนี้ จึงต้องช่วยกันติดตาม คอยเฝ้าระวังให้มีเด็กหลุดออกนอกระบบน้อยที่สุด คนไหนที่มีแนวโน้มที่จะหลุด ทางกระทรวงศึกษาธิการหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะในเรื่องการลดหย่อนผ่อนผันค่าเล่าเรียน หรือให้ทุนต่างๆ เชื่อว่าหากเราร่วมมือกันทุกฝ่าย ก็จะสามารถลดปัญหาในระยะยาวได้ เพราะผลสุดท้ายแล้วการลงทุนเพื่อไม่ให้เด็กหลุดออกนอกระบบนั้น หมายถึงการที่เราช่วยกันกำหนดภาพอนาคตของประเทศไปด้วยกัน” ดร.ภูมิศรันย์ กล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/923-2/">เปิดเทอม ‘ยุคโควิด’ ค่าเทอมควรเป็นเลข ‘ศูนย์’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
