<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ตลาดการเรียนรู้ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 26 May 2023 08:39:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ตลาดการเรียนรู้ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>นวัตกรรม “Free From School” ปิดช่องโหว่ปัญหาจากตลาดการเรียนรู้ไปสู่ตลาดแรงงาน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-free-from-school-240523/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 May 2023 10:20:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริพร พรมวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[คลองเตยดีจัง]]></category>
		<category><![CDATA[Free From School]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดการเรียนรู้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=67943</guid>

					<description><![CDATA[<p>แนวทางการช่วยเหลือเด็กนอกระบบในระยะยาวนั้น ระบบการศึกษา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-free-from-school-240523/">นวัตกรรม “Free From School” ปิดช่องโหว่ปัญหาจากตลาดการเรียนรู้ไปสู่ตลาดแรงงาน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แนวทางการช่วยเหลือเด็กนอกระบบในระยะยาวนั้น ระบบการศึกษาควรต้องปรับปรุงให้สอดรับกับความต้องการของผู้เรียน ยึดเด็กเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ เพื่อสลายเส้นแบ่งของคำว่า ‘ในระบบ-นอกระบบ’ ให้หมดไป</p>



<p>กสศ. ร่วมกับเครือข่ายนวัตกรรมการศึกษาทางเลือก ได้ทำงานวิจัยเชิงพื้นที่ เพื่อเรียนรู้ ทดลอง พัฒนานวัตกรรม สร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนแสวงหาทางออกใหม่ ๆ เพื่อไม่ให้เด็กคนใดต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา&nbsp;</p>



<p>“นวัตกรรมการศึกษาทางเลือก” นั้นมีความสำคัญมาก เพราะเป็นกลยุทธ์ที่สร้างโอกาสเพื่อเอื้อให้คนหลายภาคส่วนแก้ไขปัญหาและเรียนรู้ร่วมกัน โดยมีปลายทางที่ “เครือข่ายความเสมอภาคที่ยั่งยืนและพึ่งพาตัวเองได้” จะกลายเป็นความจริงในทุกหัวระแหงของเมืองไทย</p>



<p>ชวนอ่านความพยายามสร้าง “Free From School”&nbsp; ห้องเรียนนอกกรอบเพื่อให้เด็กมีทักษะการทำงานและวุฒิการศึกษา&nbsp;อีกหนึ่งนวัตกรรมที่พยายามปิดช่องโหว่ปัญหาจากตลาดการเรียนรู้ไปสู่ตลาดแรงงาน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-425b7f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/5-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>รู้จัก Free From School</strong></h2>



<p><strong>ห้องเรียนนอกกรอบเพื่อให้เด็กมีทักษะการทำงานและวุฒิการศึกษา </strong>ทางเลือกที่จะช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการศึกษาและเศรษฐกิจจนต้องหลุดจากระบบการศึกษาให้กลับเข้าห้องเรียน</p>



<p><strong>กลุ่มเป้าหมาย</strong> : <strong>&nbsp;</strong>เด็กนอกระบบในชุมชนคลองเตย กรุงเทพมหานคร</p>



<figure class="wp-block-table"><table><tbody><tr><td><strong>สลายปมในและนอกระบบ</strong></td><td><strong>ตอบโจทย์ชีวิตจริง</strong></td><td><strong>เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ</strong></td></tr><tr><td><strong>กิจกรรมที่เด็กทำจะเป็นประสบการณ์และนำไปเทียบวุฒิการศึกษาของศูนย์การเรียน</strong> เพื่อใช้เรียนต่อในระบบ&nbsp;&nbsp;</td><td><strong>Learn and Earn</strong><strong> </strong>ฝึกการเป็นผู้ประกอบการและมีรายได้ด้วย ผลจากจากเรียนที่นี่ทำให้เด็กถูกจองตัวเป็นจำนวนมาก ทำให้ตอนนี้ผลิตเด็กไม่ทันกับความต้องการของตลาด</td><td><strong>เด็กต้องมีทักษะที่ทำงานได้จริงและมีคุณภาพ</strong> เป้าหมายนอกจากเด็กต้องได้เงินแล้ว ฐานการเรียนต้องพัฒนาตนเองเป็นกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) ให้ได้&nbsp;</td></tr></tbody></table></figure>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ศิริพร พรมวงศ์&nbsp;หัวหน้าโครงการคลองเตยดีจัง</strong></h2>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สร้าง “นวัตกรรม” เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้ประโยชน์สูงสุด</strong></h2>



<p>การออกแบบนวัตกรรมเริ่มต้นที่การตั้งคำถามว่าพื้นที่ที่เราทำงานนั้นมีปัญหาอะไร เด็กมีปัญหาอะไร เสร็จแล้วออกแบบเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้ประโยชน์สูงสุด&nbsp;</p>



<p>นวัตกรรมที่คลองเตยอาจจะไม่สามารถนำเอาไปใช้ได้ทุกที่ วิธีการคือการทดลองทำ อันไหนไม่ตอบโจทย์ก็ตัดออก อันไหนตอบโจทย์ก็เก็บไว้ เพื่อให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด เพราะฉะนั้นนวัตกรรมจึงไม่ได้ตายตัว เมื่อไหร่ก็ตามที่ปัญหาเปลี่ยน นวัตกรรมก็ต้องเปลี่ยน มุ่งหาแนวทางการหารายได้ที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์เด็กที่มีความแตกต่างกัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8fe454"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/5_ครูอ๋อมแอ๋ม-ศิริพร-03.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศิริพร พรมวงศ์  หัวหน้าโครงการคลองเตยดีจัง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ผลักดันให้เด็กเข้าสู่ระบบการศึกษา</strong></h2>



<p>คลองเตยเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างมีปัญหาความเหลื่อมล้ำอยู่แล้ว เป็นชุมชนที่มีปัญหาเรื่องพื้นที่ทำกิน ยาเสพติด ปัญหาเรื่องครอบครัว ซึ่งส่งผลกระทบต่อเรื่องการศึกษาด้วย ถึงแม้จะมี นโยบายให้เรียนฟรี แต่ก็ไม่ได้ฟรีจริง เพราะสำหรับครอบครัวยากจน แค่ค่าใช้จ่ายเล็กน้อยก็เป็นจำนวนค่อนข้างเยอะสำหรับครอบครัวเขา</p>



<p><strong>เราพยายามปิดช่องโหว่ปัญหาจากตลาดการเรียนรู้ไปสู่ตลาดแรงงาน และผลักดันให้เด็กเข้าสู่ระบบการศึกษา แต่ผลสุดท้ายเด็กไม่สามารถกลับเข้าระบบได้ จึงต้องหาวิธีการคือ ทดลองให้เด็กฝึกทำงาน แต่ก็พบว่าเด็กไม่สามารถทำงานได้ เนื่องจากปัญหาต่าง ๆ เช่น ความรับผิดชอบ การสื่อสาร ขาดทักษะในการทำงาน ฯลฯ ผู้ประกอบการจึงส่งเด็กกลับมา เราจึงพยายามแก้ปัญหาเหล่านี้อีกครั้ง</strong> ค้นหาว่าทักษะอะไรที่เด็กยังขาด และพัฒนาเพื่อให้เด็กเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานคุณภาพ ดังนั้นจึงมีการออกแบบหลักสูตรเพื่อเพิ่มศักยภาพให้เด็ก แต่ก็มีข้อจำกัดด้านการทำงานเชิงลึกเพราะต้องใช้ต้นทุนสูง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครู การจัดการต่าง ๆ แต่ก็ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะเด็กจะกลายเป็นคนที่มีคุณภาพในสังคม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d2c93a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/4-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>มิติความเหลื่อมล้ำมีขนาดใหญ่ สิ่งที่เราทำมันเล็กน้อยมาก เราแค่เพิ่มโอกาสให้เด็กที่ไม่มีทางเลือก ต้องใช้ความเข้าใจปัญหา เข้าใจบริบทของเด็ก เข้าใจต้นทุน และทำเพื่อตอบโจทย์เด็ก เพราะฉะนั้นเด็กบางคนอาจไม่ได้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เรามองว่าการศึกษาไม่ใช่ทั้งหมดของเด็ก ชีวิตรอดต่างหากที่เป็นทางเลือกของเด็ก ถ้าใครอยากเข้าสู่ระบบก็เข้าสู่ระบบ ถ้าใครไม่ได้อยากเข้าสู่ระบบก็ฝึกทักษะอาชีพ ฝึกทักษะชีวิต เพื่อที่จะสามารถมีชีวิตในสังคมต่อไปได้</p>



<p><strong>เป้าหมายนอกจากเด็กต้องได้เงินแล้ว ฐานการเรียนต้องพัฒนาตนเองเป็นกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) ให้ได้ มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาทางสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ยืนอยู่ได้ด้วยตนเอง โครงการไม่ต้องให้เงินสนับสนุนแล้ว เพราะเราไม่มีทุนมากพอที่จะช่วยเด็กได้ตลอดไป</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สำหรับเด็กนอกระบบ: ทางเลือกควรจะมีมากกว่าการศึกษา</strong></h2>



<p>การศึกษาที่ไม่ตอบโจทย์ชีวิตทำให้เด็กไม่รู้ว่าจะเรียนไปเพื่ออะไร ไม่รู้เป้าหมาย เรียนตามหลักสูตรเพื่อให้จบแล้วก็สอบ อาจจะมีความรู้ แต่ไม่รู้ว่าความรู้นั้นนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างไร ทำให้ไม่มีแรงบันดาลใจ หรือเรียนไปแล้วจบออกมาค่าแรงเท่ากับคนที่ไม่ได้เรียน ไม่เห็นความแตกต่างระหว่างเรียนกับไม่เรียน&nbsp;</p>



<p>บางคนอาจจะชอบเรียน อยากจะได้ความรู้ อยากจะเรียนต่อ อยากจะมีความฝัน แต่วิธีการเรียนการสอนอาจไม่สนุก ไม่ทำให้เด็กเกิดความสนใจมากพอ หรือโรงเรียนไม่มีคุณภาพ ไม่มีพื้นที่พอให้เขามีทางเลือกที่ตอบสนองต่อความสนใจ&nbsp;</p>



<p><strong>ฉะนั้นทางเลือกควรจะมีมากกว่าการศึกษา พื้นที่ที่จะให้โอกาสควรมีมากกว่านั้น&nbsp; เป็นพื้นที่ให้เขาได้ทดลองฝึกทักษะต่าง ๆ ถ้ามีทางเลือกให้เด็กโดยไม่ต้องยึดติดค่านิยมแค่ว่าจะต้องได้วุฒิการศึกษาระดับ คิดว่าน่าจะตอบโจทย์ได้มากกว่า</strong> เพราะตอนนี้เด็กเราหลายคนที่เรียนจบ ม.6 แล้วมาขับแกร็บ มาขายข้าวแกง มาอยู่ร้านกาแฟ เป็นพนักงานปั๊ม เป็นพนักงานกวาดขยะ อาจจะมีแค่ขั้นพื้นฐานว่าเขาจะเรียนรู้อะไร แต่การเรียนรู้ชีวิตน่าจะเป็นเรื่องสำคัญที่สุด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-be76d8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/2-5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>หลักสูตรที่ตอบโจทย์ชีวิต</strong></h2>



<p>อันดับแรกต้องจัดเด็กตามลำดับชั้นก่อน หลังจากนั้นเราจะให้เด็กเรียนออนไลน์ผ่านศูนย์การเรียน แต่ถ้าเป็นวิชาการต้องมาเรียนรวมกลุ่มที่โครงการ ระบบการเรียนจะเป็นแบบช่วยกัน โดยมีพี่เลี้ยง และไม่ได้เน้นวิชาการมากเกินไป&nbsp;</p>



<p><strong>ด้านวิชาการ</strong>: ประกอบด้วย 3 วิชา คือ คณิตศาสตร์ อังกฤษ ภาษาไทย&nbsp; เช่น</p>



<p><strong>คณิตศาสตร์</strong> &#8211; เน้นให้เด็กเรียนรู้ในสิ่งที่จำเป็นและใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น เรียนรู้เรื่องเปอร์เซ็นต์ดอกเบี้ยผ่านธนาคาร, เรียนเรื่องแชร์ลูกโซ่ผ่านเลขยกกำลัง, เรียนเรื่องหวยผ่านความน่าจะเป็น ฯลฯ ร่วมออกแบบหลักสูตร&nbsp; โดยอาจารย์ที่จบปริญญาเอกด้านคณิตศาสตร์จากมหาวิทยาลัยมหิดล</p>



<p><strong>อังกฤษ</strong> &#8211; ร่วมมือกับโค้ช Teach for Thailand และ UNICEF ที่เป็นอาสาสมัครต่างชาติมาช่วยสอนหลักสูตรภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน เก็บคะแนนตามระดับต่าง ๆ และให้รางวัลเด็กที่ผ่านเกณฑ์ทำคะแนนได้ดีให้ไปเที่ยวต่างประเทศที่ปีนัง มาเลเซีย และฝึกภาษาไปในตัวด้วย เป็นการกระตุ้นให้เด็กตั้งใจเรียน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a18e81"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/1-4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ทักษะชีวิต: Learn and Earn ฝึกการเป็นผู้ประกอบการและมีรายได้ด้วย</strong></h2>



<p>เด็กจะได้รับค่าแรงตามระดับความสามารถ ตัวอย่างเช่น ฝึกการใช้โปรแกรม Canva (แพลตฟอร์มการออกแบบกราฟิก) ออกแบบโปสเตอร์ได้ชิ้นละ 100 บาท ถ้าทำอย่างอื่นได้ เช่น สัมภาษณ์เพื่อทำคอนเทนต์ด้วย ก็ได้ค่าแรงเพิ่มอีก&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้เรายังร่วมมือกับคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเครือข่ายภาคธุรกิจ สอนเรื่องการขายเสื้อผ้ามือสอง เด็กต้องเรียนการตลาดกับ Shopee มีเวิร์กช็อปและทำระบบการขาย มีทั้งขายส่ง ออนไลน์ และขายในชุมชน เราพบว่าเด็กสามารถบริหารจัดการได้ดี ตอนนี้ทำรายได้ถึงเดือนละแสน ทำให้ไม่ต้องขอทุนโครงการ เหล่านี้เป็นการทำงานเสมือนจริง เพราะมีบริษัทที่เด็กทำงานด้วย เป็นคนแก้งานจริง ๆ เหมือนการทำงานทั่วไป</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ระบบดูแลรายบุคคล</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-493e25"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/6-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>1. เด็กแต่ละคนมีปัญหาต่างกัน</strong><strong> </strong>เราจะมีการพูดคุยก่อนว่าเขาประสบปัญหาอะไร เขาต้องการอะไร แล้วเขามีทางเลือกอะไรบ้าง ต้องวางแผนชีวิตร่วมกับเด็กและพ่อแม่ผู้ปกครอง เช่น เด็กบางคนอยู่ในโรงเรียนติดศูนย์ 24 ตัว เขาก็รู้สึกว่าไม่อยากเรียนในระบบแล้ว เพราะว่าเขาไม่มีความสุข เข้ากับเพื่อนไม่ได้ แต่พ่อแม่ก็ยังอยากให้เรียนอยู่ ทางเลือกของเขาคือ ต้องการที่จะหาเงินไปด้วยเรียนไปด้วย แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเรียนแบบไหน เช่น จะเรียน กศน. หรือจะออกไปเรียนสายอาชีพ หรือจะเรียนกับเราที่ทำ MOU ร่วมกับศูนย์การเรียน ต้องถามความเห็นเด็กก่อนว่าต้องการอะไร</p>



<p><strong>2. ให้โอกาสเด็กได้เลือก</strong> พอเลือกเสร็จแล้วให้เขากลับไปปรึกษากับครอบครัว อย่างเคสนี้น้องเลือกเรียนที่ศูนย์การเรียนเพื่อมีวุฒิการศึกษา และทำงานที่เป็นโปรเจ็กต์กับเรา ทำตารางเรียนร่วมกัน มีระเบียบ มีข้อตกลงร่วมกัน จากนั้นเขาก็ต้องเรียนและทำงานไปด้วย เช่น วันเสาร์เรียนคณิตศาสตร์ ช่วงบ่ายเรียนภาษาอังกฤษ วันจันทร์ อังคาร คือวันหยุด ต้องทำการบ้าน เพราะมีเรียนออนไลน์ด้วย&nbsp;</p>



<p><strong>3. มีระบบผู้จัดการคอย Follow up &nbsp;</strong>ในระยะเวลา 8 เดือนเขาก็สอบ สอบเสร็จก็มาวางแผนกันใหม่ว่าจะเลือกอะไร เรียนจบกับเรา ม.3 แล้วจะไปเรียนอาชีวะต่อหรือจะเข้าสู่ระบบ ต้องมีทางเลือกให้เขาตัดสินใจ ถ้าเด็กขัดแย้งกับครอบครัว ก็ต้องมีการประนีประนอมกับครอบครัว&nbsp;<br><strong>4.ตอบโจทย์ความต้องการเด็กทุกช่วงเวลา </strong>สิ่งที่เขาเลือกไม่ได้หมายความว่าเลือกแล้วเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่ถ้าเลือกแล้วก็ต้องทำตามข้อตกลง ถ้าเขาไม่มีความสุข อยากเปลี่ยน ก็มาทำแผนกันใหม่ ทำซ้ำจนกว่าเขาจะพอใจ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ต้องใช้พลังงานสูงเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-06bc68"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ข้อจำกัดน่าจะเป็นเรื่องจำนวนคนที่จะต้องมาดูแลระบบ เพราะเรามีคนน้อย เนื่องจากเราไม่ได้รับงบจากที่ไหน เราพยายามทำเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด เพราะฉะนั้นการจ้างครูที่มีคุณภาพค่อนข้างยาก</p>



<p>การรับเด็กสักคนมาดูแลจะต้องคุยกันพอสมควรว่าเขาจะตัดสินใจเรียนหรือไม่เรียน พอเราลงทุนกับเขาไปแล้ว เราต้องการเด็กที่มีคุณภาพ เราไม่ต้องการจ่ายเงินรายหัวเป็นทุนการศึกษาแล้วเด็กก็ไปมีชีวิตของเขาเอง แต่เราจะ Follow up เด็กค่อนข้างใกล้ชิด ช่วงแรกที่รับมาก็จะมีการคัดกรองระหว่างทาง เช่น รับมา 30 คน คัดกรองไปแล้วระหว่างทางอาจจะเหลือ 20 คนหรือ 15 คน การขยายจำนวนเด็กจึงยังไม่ได้ ด้วยข้อจำกัดและเงื่อนไขต่าง ๆ</p>



<p>ประเด็นที่เราเป็นห่วงคือการ Follow up ระยะยาว  เพราะการทำงานกับเด็กกลุ่มเปราะบางหรือมีความเสี่ยงที่จะ drop out จากความยากจนต้องใช้พลังงานสูงมาก เราทำงานกับเขามา 9 ปี เหมือนเราเลี้ยงลูก กว่าเราจะมั่นใจได้ว่าเขากลายเป็นคนที่มีคุณภาพในสังคมได้นั้นต้องผ่านอะไรมาเยอะมาก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-796a55"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/infographic-Free-Form-School-1200x-1500-2-01_0.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ภาพฝัน: วันที่เมืองไทยจะไม่มีคำว่าเด็กนอกระบบ</strong></h2>



<p>“<strong>ในอนาคตอยากเห็นภาพที่สังคมมองว่าการไม่อยู่ในโรงเรียน ไม่ใช่เรื่องผิดปกติหรือแปลกอะไร และเด็กสามารถเลือกแหล่งเรียนรู้ที่ไหนก็ได้ </strong>ไม่ว่าจะในระบบ นอกระบบ แหล่งเรียนรู้อื่น ๆ หรือโรงเรียนเฉพาะทางก็ได้ ซึ่งต้องมีมาตรฐานในการออกใบประกาศหรือวุฒิรองรับ ฉะนั้นการออกนอกระบบไม่ใช่ปัญหาของเด็ก แต่สังคมจะต้องมีแหล่งเรียนรู้ที่รองรับความต้องการและความหลากหลายให้ได้มากที่สุด เพื่อทำให้เด็กมีทางเลือกในการใช้ชีวิต และการออกนอกระบบโรงเรียนจะไม่กลายเป็นตราบาปให้กับเด็กได้อีก&#8221;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-free-from-school-240523/">นวัตกรรม “Free From School” ปิดช่องโหว่ปัญหาจากตลาดการเรียนรู้ไปสู่ตลาดแรงงาน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
