<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ตชด. | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%95%e0%b8%8a%e0%b8%94/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 21 Jun 2022 10:29:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.14</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ตชด. | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เปิดเทอมใหม่ ยังมีเด็กไปไม่ถึง&#8230;โรงเรียน กสศ. ศธ. ปตท. ผนึกกำลังครูทั่วประเทศ ติดตามเด็กยากจนพิเศษชั้นรอยต่อที่เสี่ยงหลุดจากระบบ  ปิดช่องว่างพาน้องกลับมาเรียน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-210622/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-210622</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Jun 2022 10:27:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[ศธ.]]></category>
		<category><![CDATA[อปท.]]></category>
		<category><![CDATA[ตชด.]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[สช.]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนไทรน้อย]]></category>
		<category><![CDATA[ปิติ ยางกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดเทอมใหม่ ยังมีเด็กไปไม่ถึง...โรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=57146</guid>

					<description><![CDATA[<p>เด็กทุกคนต้องได้เรียนต่อ กสศ. ศธ. ตชด. อปท. สช. สร้างกล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-210622/">เปิดเทอมใหม่ ยังมีเด็กไปไม่ถึง…โรงเรียน กสศ. ศธ. ปตท. ผนึกกำลังครูทั่วประเทศ ติดตามเด็กยากจนพิเศษชั้นรอยต่อที่เสี่ยงหลุดจากระบบ  ปิดช่องว่างพาน้องกลับมาเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เด็กทุกคนต้องได้เรียนต่อ กสศ. ศธ. ตชด. อปท. สช. สร้างกลไกช่วยเหลือและติดตามนักเรียน ในช่วงชั้นรอยต่อ ป.6 และ ม.3 ที่เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาให้กลับมาเรียน ภายใต้โครงการพาน้องกลับมาเรียน</p>



<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</strong> เปิดเผยในเวทีเสวนา “เปิดเทอมใหม่ ยังมีเด็กไปไม่ถึง&#8230;โรงเรียน” ซึ่งจัดขึ้นโดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาและกระทรวงศึกษาธิการ ว่าในปีการศึกษา 2563-2564 พบมีเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษามากถึง 238,000 คน จึงได้ร่วมกับทุกภาคส่วนเดินหน้าติดตามพาน้องกลับมาเรียน ส่งผลให้ปัจจุบันเหลือเพียง 17,000 คนเท่านั้นที่ยังตามกลับเข้ามาไม่ได้ กระทรวงศึกษาธิการได้ตั้งศูนย์ประสานงานตามน้องกลับมาเรียน ติดตามเด็กกลุ่มนี้ให้กลับสู่ระบบการศึกษาอีกครั้ง </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8bb9b5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/Photo2_New-เปิดเทอมใหม่-ยังมีเด็กไปไม่ถึง...โรงเรียน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“การตามนักเรียนให้กลับมาถือว่ายากแล้ว แต่ที่สำคัญกว่าคือทำอย่างไรไม่ให้ต้องหลุดออกไปอีกครั้ง เพราะปัญหาของเด็กที่มีความซับซ้อนมากกว่าแค่ 1 เรื่อง จึงมองแต่ตัวเด็กไม่ได้ แต่ต้องมองไปถึงผู้ปกครองด้วย ทั้งเรื่องของปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาสังคม ถ้าจะให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จทุกหน่วยงาน ทั้ง กระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ฯลฯ จะต้องร่วมกันดูแลอย่างเป็นระบบไปจนถึงตัวผู้ปกครอง ซึ่งโรงเรียนเองก็จะเป็นหัวใจหลักในการประสานกับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่”</p>



<p><strong>ในเวทีเสวนา ยังได้ยกกรณีตัวอย่างกลไกการช่วยเหลือ “น้องนนท์” (นามสมมติ) นักเรียนชั้น ม.1 อายุ 14 ปี ซึ่งเคยเรียนอยู่ในโรงเรียนเอกชนสองภาษา มีผลการเรียนระดับดีมาก จากวิกฤติโควิด-19 ส่งผลให้ครอบครัวเกิดปัญหาความยากจนเฉียบพลัน ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม จึง ทำให้ “น้องนนท์”&nbsp; ไม่มีสิทธิสอบ ไม่มีสิทธิเข้าเรียน จนในที่สุดต้องหลุดจากระบบไป 1 ปีการศึกษา&nbsp; เปิดเทอมปีการศึกษา 2565 มาหนึ่งเดือนแล้วยังไม่ได้กลับไปเรียน</strong></p>



<p><strong>นายปิติ ยางกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี</strong> เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ปัญหาและนำ “น้องนนท์” กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ด้วยการใช้ “ไทรน้อยโมเดล” โดยทำงานร่วมกันกับศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤติทางการศึกษา กสศ. &nbsp; ด้วยแนวทางรับเด็กเข้าเรียนทันที&nbsp; แม้จะเปิดเทอมมาแล้วกว่า 1 เดือน&nbsp; เพราะเวลาที่ผ่านไปในแต่ละวันที่ยิ่งทำให้เด็กเสียโอกาส ปัญหาที่โรงเรียนเก่าค่อยมาหาทางแก้ไขกันทีหลัง ขอให้เด็กได้กลับมาเรียนก่อน ส่วนค่าใช้จ่ายรายหัว ค่าหนังสือ และอื่นๆ ทางโรงเรียนไม่ได้คำนึงถึงตรงนี้ เพราะสามารถนำไปเฉลี่ยกับเด็กทั้งหมดได้</p>



<p>“ไทรน้อยโมเดล เป็นระบบการดูแลช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่มีปัญหา โดยไม่ใช่แค่การพาเด็กกลับเข้าระบบมาแล้วส่งเข้าห้องเรียนแค่นั้น แต่จะมีการสำรวจความพร้อม และความต้องการของเด็กหลังจากหยุดเรียนไป 1 ปี และจัดทำโปรแกรมการฟื้นฟูทุกด้าน โดยความร่วมมือของทุกฝ่ายในโรงเรียน  และมีการประสานนักจิตวิทยาเข้ามาดูแลเพราะการหยุดเรียนไปนานส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจพอสมควร ซึ่งโรงเรียนของเรามีความเชื่อว่าเมื่อเด็กอยากเรียนแล้วเขาก็จะมีพลังบวกในตัวเอง โดยตอนนี้ น้องนนท์ได้กลับมาเข้าเรียนต่อในระดับ ม.2 แล้ว”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a23cb3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/Photo1_New-เปิดเทอมใหม่-ยังมีเด็กไปไม่ถึง...โรงเรียน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.)</strong> เปิดเผยว่า การพาน้องกลับมาโรงเรียนได้ จะได้รับการดูแลและสวัสดิการต่างๆ ที่รออยู่ที่โรงเรียน เช่น ทุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน ทุนเสมอภาค นมโรงเรียน อาหารกลางวัน&nbsp; ซึ่งครอบครัวก็ได้รับประโยชน์ตรงนี้ด้วย โรงเรียนจึงเป็นพื้นที่ที่มีความหมายมากกว่าการไปเรียนหนังสือ ดังนั้นการพาเด็กกลับมาได้นับแสนคนจึงถือว่าเป็นคุณูปการต่อตัวเด็ก ครอบครัว และสังคม ซึ่งช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้ในระยะยาว&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>กสศ. ร่วมกับโรงเรียน 17,432 แห่ง 4 สังกัด (สพฐ. ตชด. อปท. สช.) ซึ่งเป็นโรงเรียนเดิมที่นักเรียนยากจนพิเศษ ช่วงชั้นรอยต่อ เคยศึกษาในภาคเรียนที่ 2 /2564 เพื่อติดตามสถานะการศึกษาต่อของนักเรียน และให้กลับมารับทุนการศึกษาลมหายเพื่อน้องที่โรงเรียน เนื่องจากคุณครูมีประสบการณ์ลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน ติดตามนักเรียนกลุ่มดังกล่าวอย่างใกล้ชิด</p>



<p><strong>ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ</strong> <strong>กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ.</strong> กล่าวว่า หลังเปิดเทอมยังมีเด็กจำนวนมากที่ไปไม่ถึงโรงเรียน หนึ่งในปัญหาที่สำคัญคือปัญหาความยากจนเฉียบพลัน โดยข้อมูลจากการสำรวจพบว่าเด็กนักเรียนใน กทม.ผู้ปกครองจะมีค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมประมาณ 37,000 บาทต่อคน  ต่างจังหวัดจะอยู่ที่ 17,800 บาทต่อคน ดังนั้นถ้าเราไม่ช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจให้กับผู้ปกครอง โอกาสที่เด็กกลุ่มนี้จะได้ไปต่อก็ยากขึ้น และยังพบว่าเด็กที่มีความเสี่ยงหลุดสูงนั้นจะมีปัญหามากกว่า 1 เรื่องทั้งเศรษฐกิจ ครอบครัว การหย่าร้าง และสุขภาพ โดยตัวอย่างการทำงานในหลายพื้นที่ของโครงการพาน้องกลับมาเรียนในวันนี้ทำให้เห็นว่าสามารถลดความเหลื่อมล้ำได้จริง แต่หลังจากนี้จะต้องมีนโยบายเข้ามาช่วยป้องกันไม่ให้เด็กหลุดซ้ำ เพราะตอนนี้เราดึงกลับมาได้แล้วกว่า 2 แสนคน ต้องหาทางประคับประคองไม่ให้กลุ่มนี้หลุดซ้ำ สิ่งที่ช่วยได้ก็คือเรื่องของทุน การมีงานทำ และการมีครูที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือเด็กในภาวะวิกฤติ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-293331"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/Photo3_New-เปิดเทอมใหม่-ยังมีเด็กไปไม่ถึง...โรงเรียน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ทุกปัญหาในครอบครัวทั้งปัญหาเศรษฐกิจ การมีงานทำ ปัญหาสังคม ผลกระทบทุกอย่างจะตกไปอยู่ที่ตัวเด็กทั้งหมด ดังนั้นการแก้ปัญหา จึงต้องเข้าไปแก้ปัญหาถึงพ่อแม่ผู้ปกครอง จึงมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วนที่ต้องมีการกำหนดเป็นแผนยุทธศาสตร์ร่วมกันในการดูแล และในภาวะแบบนี้ควรจะต้องพลิกมุมมองจากการดูแลเด็กจากเด็กเก่งและดี เป็นดูให้เด็กรอด และต้องบูรณาการการทำงานของ 4 กระทรวงในทุกๆ พื้นที่ โดย กสศ.จะทำหน้าที่ป้องกันให้พ้นวิกฤติ แล้วส่งต่อให้จังหวัดดูแลต่อในระยะยาว”</p>



<p>“โครงการพาน้องกลับมาเรียน” เป็นการทำงานร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐ 14 องค์กร และเอกชน เพื่อสร้างกลไกการค้นหาและติดตามเด็กที่ประสบปัญหาความยากจน พิการซ้ำซ้อน ไม่มีค่าเดินทาง ต้องเสียสละให้น้องเรียน ไม่ได้จ่ายค่าเทอม ไม่มีวุฒิไปเรียนต่อ จนทำให้หลุดออกจากระบบการศึกษา ด้วยการร่วมกันพาน้องกลับโรงเรียน&nbsp; โดยมีบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ร่วมสมทบเงินบริจาค 150 ล้านบาท จากโครงการลมหายใจเพื่อน้อง เพื่อช่วยนักเรียนช่วงชั้นรอยรอยต่อที่หลุดนอกระบบ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-210622/">เปิดเทอมใหม่ ยังมีเด็กไปไม่ถึง…โรงเรียน กสศ. ศธ. ปตท. ผนึกกำลังครูทั่วประเทศ ติดตามเด็กยากจนพิเศษชั้นรอยต่อที่เสี่ยงหลุดจากระบบ  ปิดช่องว่างพาน้องกลับมาเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. ร่วมกับ สพฐ. สถ. และ ตชด. ยึด “6 แนวทางสำคัญ” ลดความเสี่ยงเด็กหลุดระบบการศึกษาช่วงโควิด-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-6-key-guidelines-231121/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-6-key-guidelines-231121</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Nov 2021 04:02:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[ตชด.]]></category>
		<category><![CDATA[บช.ตชด.]]></category>
		<category><![CDATA[พล.ต.ต.พันธุ์พงษ์ สุขศิริมัช]]></category>
		<category><![CDATA[สถ.]]></category>
		<category><![CDATA[ทวี เสริมภักดีกุล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=48177</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ.ร่วมกับ สพฐ. สถ. และ ตชด. ยึด 6 แนวทางสำคัญ ลดความเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-6-key-guidelines-231121/">กสศ. ร่วมกับ สพฐ. สถ. และ ตชด. ยึด “6 แนวทางสำคัญ” ลดความเสี่ยงเด็กหลุดระบบการศึกษาช่วงโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กสศ.ร่วมกับ สพฐ. สถ. และ ตชด. ยึด 6 แนวทางสำคัญ ลดความเสี่ยงเด็กหลุดระบบการศึกษาช่วงโควิด-19 พร้อมบูรณาการส่งต่อข้อมูลคุณภาพ ติดอาวุธเครื่องมือติดตามนักเรียนและมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน ผ่านระบบสารสนเทศเพิ่มหลักประกันโอกาสทางการเรียนรู้ให้เด็กนักเรียนยากจนพิเศษได้รับทุนการศึกษาเพื่อดำรงชีพต่อเนื่อง&nbsp;</strong></p>



<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ครูและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ เข้าร่วมการประชุมชี้แจงการดำเนินโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข หรือนักเรียนทุนเสมอภาค ประจำภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ผ่านระบบ Zoom Meeting เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจการช่วยเหลือเด็กที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้ได้รับการจัดสรรทุนเพื่อให้มีค่าครองชีพ ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และไม่เสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา&nbsp;</p>



<p><strong>นายสุรินทร์  สว่างอารมณ์  ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</strong> กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้สถานศึกษาได้เกิดความเข้าใจในแนวทางการดำเนินงานคัดกรองเด็กนักเรียนยากจนพิเศษ เพื่อเข้ารับทุนนี้ตามที่ สพฐ. และ กสศ.ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อดำเนินโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข ในสถานศึกษาสังกัด สพฐ. การดำเนินงานในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ที่ผ่านมา ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิค-19 ซึ่งมีความเสี่ยงสูง ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของครู บุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศนั้น สพฐ.และ กสศ.เล็งเห็นถึงผลกระทบดังกล่าว จึงได้ปรับแนวทางการดำเนินงานโครงการเพื่อลดภาระงานที่ไม่จำเป็น เช่น การปรับเปลี่ยนแนวทางการคัดกรอง ไม่ต้องลงเยี่ยมบ้านนักเรียนสนับสนุนการดำเนินงานผ่านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและช่องทางสอบถามข้อมูลแบบออนไลน์ในการเข้าถึงข้อมูลและเพิ่มโอกาสช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาสอย่างต่อเนื่อง </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c7ffb8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/20-กสศ.ร่วมกับ-สพฐ.-สถ.-และ-ตชด-03.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายสุรินทร์  สว่างอารมณ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน<br>สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ จากการใช้ข้อมูลจากความร่วมมือของทุกฝ่าย สามารถให้ความช่วยเหลือแก่นักเรียนผ่านการจัดสรรเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจนของ สพฐ.ได้จำนวน 1,689,64 1คน รวมไปถึงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไขจาก กสศ.เพิ่มเติมให้กลุ่มนักเรียนยากจนพิเศษ ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 1,208,367 คน ครอบคลุมโรงเรียน 27,834 แห่ง จากการดำเนินงานโครงการร่วมกันในภาคเรียนที่ 2<br>ปีการศึกษา 2564 นี้ สพฐ. และ กสศ.ยังคงยึดแนวทางการทำงานที่สำคัญและลดความเสี่ยงต่อไป&nbsp;</p>



<p><strong>นายทวี เสริมภักดีกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น</strong> กล่าวว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและ กสศ.ได้จัดสรรเงินแก่นักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข ประจำปีการศึกษา 2564 ในการดำเนินงานในช่วงภาคเรียนที่ 1 ได้รับความร่วมมือจากสำนักงานการปกครองท้องถิ่นจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ครูอาจารย์ในท้องถิ่น ระดมความช่วยเหลือแก่เด็กนักเรียนทุนเสมอภาคให้ได้รับการศึกษาไม่หลุดออกนอกระบบการศึกษา และเข้าสู่ในระดับชั้นที่สูงขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 และมาตรการควบคุมความปลอดภัยของแต่พื้นที่ ซึ่งในภาคเรียนที่ 1/2564 มีนักเรียนทุนเสมอภาคที่ได้รับจัดสรรเงินภายใต้สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จำนวนทั้งหมด 16,463 คน จากสถานศึกษา 659 แห่ง เป็นการสะท้อนให้เห็นว่า โรงเรียนในสังกัด อปท.มีนักเรียนยากจนที่ประสงค์ขอรับทุนการศึกษาอย่างมาก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ae1ace"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/20-กสศ.ร่วมกับ-สพฐ.-สถ.-และ-ตชด-01.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายทวี เสริมภักดีกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สำหรับการดำเนินงานภาคเรียนที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2564 ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและ กสศ.ได้วางแนวทางการทำงานเพื่อขับเคลื่อนโครงการให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาการส่งต่อข้อมูล มาตรการป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษาของนักเรียนกลุ่มช่วงชั้นรอยต่อ เพื่อเข้าถึงข้อมูลนักเรียนที่มีความเสี่ยง พร้อมสนับสนุนฐานข้อมูลและเครื่องมือติดตามนักเรียน มีมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน พัฒนาศักยภาพบุคลากรที่เกี่ยวข้องผ่านการอบรมในระบบออนไลน์ และสนับสนุนงบประมาณสำหรับการพัฒนากลไก และสนับสนุนการทำงานของหน่วยกำกับติดตามระดับพื้นที่ ทั้งในระดับท้องถิ่น จังหวัด อปท. เพื่อสนับสนุนสร้างความเข้าใจ สนับสนุนการจัดสรรเงินที่มีเงื่อนไข ใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลในระดับสถานศึกษา เพื่อวางแผนชี้เป้าให้มีประสิทธิภาพ</p>



<p>ขณะที่ <strong>พล.ต.ต.พันธุ์พงษ์ สุขศิริมัช รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน</strong> กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่มีความเสี่ยงสูงกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของครูและนักเรียน ทาง ตชด. ได้เล็งเห็นผลกระทบและปรับการดำเนินการลดงานที่ไม่จำเป็น เช่น การปรับเปลี่ยนการคัดกรองที่ไม่ต้องลงเยี่ยมบ้าน พร้อมสนับสนุนการดำเนินการผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศและช่องทางการสอบถามข้อมูลผ่านออนไลน์ เพื่อเพิ่มโอกาสการช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับความร่วมมือจากกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือนักเรียนไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษา ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 โดยเทอม 1/2564 โรงเรียนในสังกัด ตชด. สามารถจัดเงินอุดหนุนให้นักเรียน 18,376 คน ในสถานศึกษา 220 แห่ง  </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8b2c0f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/20-กสศ.ร่วมกับ-สพฐ.-สถ.-และ-ตชด-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากนี้ ยังได้วางแนวทางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน​ทั้งพัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลสถานศึกษา ใช้สนับสนุนการวางแผนปฏิบัติงาน เชื่อมโยงระบบคัดกรองนักเรียนทุน ทำให้การคัดกรองนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์พร้อมส่งต่อความช่วยเหลือได้อย่างเร่งด่วน ทาง ตชด.หวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือสนับสนุนให้นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้รับการช่วยเหลือทันเวลา พร้อมทั้งขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเป็นกลไกช่วยเหลือสนับสนุนนักเรียนกลุ่มนี้ให้ได้มีโอกาสศึกษาต่อ</p>



<p>ด้าน <strong><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา </strong>กล่าวว่า  ตั้งแต่มีการระบาดของโควิด-19 ในช่วง 2 ปีนี้ แนวโน้มของรายได้เฉลี่ยต่อสมาชิกของบุคคลในครัวเรือนลดลงอย่างต่อเนื่อง จากการสำรวจนักเรียนยากจนพิเศษที่เพิ่มสูงขึ้น พบว่า นักเรียนซึ่งอยู่ในพื้นที่สีแดงเข้ม 29 จังหวัด มีปัญหาขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนกว่า 200,000 คน ทั้งการขาดโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ จึงได้ส่งข้อมูลไปยังต้นสังกัด เพื่อให้ผู้บริหารนำไปใช้ประโยชน์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามากขึ้น ส่วนการกลับมาเรียนของนักเรียนยากจนพิเศษนั้น พบว่า ทุกหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือเด็กที่อยู่ในช่วงชั้นรอยต่อ ตั้งแต่ชั้นอนุบาล 3 ประถมศึกษาปีที่ 3 ประถมศึกษาปีที่ 6 ไปจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้จัดสรรเงิน พร้อมการสอบถามด้วยว่าจะมีการศึกษาต่อหรือไม่ พบว่า มีเด็กจำนวนกว่า 43,000 คน ยังไม่พบข้อมูลการเรียนต่อ ส่วนใหญ่อยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เนื่องจากต้องช่วยครอบครัวทำงาน เพื่อลดผลกระทบจากโควิด-19 หรือดูแลผู้ปกครองที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งได้ส่งข้อมูลไปยังต้นสังกัดทั้งหมดแล้ว หากผู้บริหารได้พบข้อมูลทั้งหมดนี้ หรือมีโอกาสได้ติดตามเด็กกลุ่มนี้ ขอให้นำเด็กกลับมาสู่ระบบการศึกษาต่อไป  </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-89f446"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/20-กสศ.ร่วมกับ-สพฐ.-สถ.-และ-ตชด-02.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดังนั้น กสศ.จึงร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้ง สพฐ. สถ. ตชด. หน่วยงานในภาครัฐ และภาคเอกชน ให้เด็กยากจนพิเศษสามารถเข้าถึงการจัดสรรทุนของ กสศ. ด้วยการใช้ระบบสารสนเทศเพื่อเพิ่มหลักประกันโอกาสทางการเรียนรู้ ให้เกิดการคัดกรองนักเรียนที่มีความยากจนได้รับทุนทางการศึกษา ส่งความช่วยเหลือได้อย่างรอบด้าน โดยการทำงานในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 จะต้องดำเนินการภายใต้นโยบายทั้งหมด 6 ข้อ คือ 1. เฝ้าระวังและติดตามภาวะทุพโภชนาการเป็นรายบุคคล ขอให้ครูช่วยบันทึกข้อมูลเหล่านี้เข้าสู่ระบบสารสนเทศมาด้วย เพื่อให้ตรวจสอบได้ว่าเด็กมีผลกระทบอย่างไรหลังจากที่ปิดโรงเรียนไปเป็นเวลานาน 2. เฝ้าระวังติดตาม และส่งต่อเด็กที่มีความเครียดและซึมเศร้าเป็นรายบุคคล เพื่อให้มีความพร้อมทางสภาพจิตใจในการเรียน 3. เฝ้าระวังติดตามภาวะถดถอยทางการเรียนรู้เป็นรายบุคคล เพราะบางส่วนอาจจะไม่ได้เรียนอย่างเต็มที่ในช่วงที่หยุดเรียนไป แม้จะมีการเรียนออนไลน์ 4. ติดตาม ค้นหา และส่งต่อเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาในช่วงรอยต่อ 5. วางแผนและบริหารจัดการความเสี่ยงจากการเปิดเรียนอย่างปลอดภัย ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ทำงานด้วยกระบวนการจัดการเชิงพื้นที่ บูรณาการทั้งในระดับท้องถิ่นและภาคประชาชน เพื่อดูสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และ 6. การบูรณาการระบบสารสนเทศให้เป็นแบบ ONE Application เชื่อมโยงระบบ CCT ของ กสศ. และ DMC ของ สพฐ.เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อติดตามและให้มีความสะดวกในการให้เด็กยังอยู่ในระบบการศึกษาต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b65e5a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/20-กสศ.ร่วมกับ-สพฐ.-สถ.-และ-ตชด-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ขณะที่<strong>นายจีรศักดิ์&nbsp; กาสรศิริ&nbsp; นักวิชาการ สำนักบริหารเงินอุดหนุนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ กสศ.&nbsp; กล่าวว่า&nbsp; </strong>ปฏิทินการดำเนินโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไขโดยให้กับนักเรียนทุนเสมอภาคในครั้งนี้จะเป็นค่าครองชีพจำนวน 1,500 บาท/คน โดยจัดสรรเงินเข้าบัญชีเพียงรอบเดียว ในช่วงวันที่ 20-24 ธันวาคมนี้ ซึ่งจะแจ้งผ่าน SMS ไปยังครูผู้รับผิดชอบและผู้บริหาร ซึ่งสถานะการเงิน โอนเงินจะตรวจสอบได้ในวันที่ 10 มกราคม 2565 โดยตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม เป็นต้นไป สถานศึกษาต้องเร่งจ่ายเงินไปยังนักเรียนทุนเสมอภาคและบันทึกแบบรายการจ่ายเงินภายใน 20 วันทำการ โดยให้ครูประจำชั้นบันทึกแบบรายการจ่ายเงินรายห้องเรียน โดยครูแอดมินสถานศึกษาติดตามตรวจสอบการจ่ายเงินของครูประจำชั้นแล้วบันทึกรายงานส่งมายัง กสศ. โดยหากพบว่ามีเด็กไม่สามารถรับทุนได้ ทั้งลาออก ย้ายออก หรือเสียชีวิต ให้คืนเงินในรูปแบบ e-payment เพียงช่องทางเดียวเท่านั้น พร้อมกันนี้ กสศ.ขอความร่วมมือสถานศึกษาให้ความสำคัญของ 2 เงื่อนไขการรับเงินทุนเสมอภาค คือ เงื่อนไขการบันทึกน้ำหนักส่วนสูงและการมาเรียนของเด็กนักเรียนทุนเสมอภาค&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-6-key-guidelines-231121/">กสศ. ร่วมกับ สพฐ. สถ. และ ตชด. ยึด “6 แนวทางสำคัญ” ลดความเสี่ยงเด็กหลุดระบบการศึกษาช่วงโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ชูครูเป็น ‘ผู้ก่อการ’ ร่วมพัฒนาระบบการศึกษาในทุกระดับ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-teacher-is-agency-151121/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-teacher-is-agency-151121</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Nov 2021 05:23:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[อปท.]]></category>
		<category><![CDATA[ตชด.]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[สช.]]></category>
		<category><![CDATA[Learning Loss]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ก่อการ]]></category>
		<category><![CDATA[empowerment]]></category>
		<category><![CDATA[ความสัมพันธ์แนวราบ]]></category>
		<category><![CDATA[Learning Gap]]></category>
		<category><![CDATA[งานเสวนา โรงเรียนเปลี่ยนใหม่ ครั้งที่ 1 ปิด Gap ห้องเรียนในยุคโควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=47886</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ถ้าการศึกษาใดครูไม่เป็นผู้ก่อการ หวังยากมากที่จะทำให้ก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-teacher-is-agency-151121/">ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ชูครูเป็น ‘ผู้ก่อการ’ ร่วมพัฒนาระบบการศึกษาในทุกระดับ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“ถ้าการศึกษาใดครูไม่เป็นผู้ก่อการ หวังยากมากที่จะทำให้การศึกษานั้นมีคุณภาพสูง หัวใจสำคัญคืออยู่ที่ความเป็นผู้ก่อการ (agency) ในระดับปฏิบัติ แต่แน่นอนว่าระดับนโยบายมีความสำคัญด้วย นโยบายที่ทำให้เกิดขึ้นได้ คือนโยบายแบบ empowerment หรือความสัมพันธ์แนวราบ”</strong></p>



<p>ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และประธานอนุกรรมการพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบ กล่าวว่า Learning Loss ภาวะการเรียนรู้ถดถอย หรือ Learning Gap ช่องว่างการเรียนรู้เกิดขึ้นในระบบการศึกษาไทยมานานและมากกว่าที่เกิดขึ้นจากโควิด-19 แต่หลายฝ่ายไม่รู้ตัว เป็นช่องว่างที่ทำให้เด็กไม่ได้รับการพัฒนาโดยใช่เหตุ ไม่บรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้เต็มศักยภาพ&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f78c7c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/13-หมอวิจารณ์_FB_0-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นักเรียนแต่ละคนมีพื้นฐานแตกต่างกัน ถ้าไม่ระวังจะมีเด็กจำนวนหนึ่งที่ไม่บรรลุเป้าหมายการเรียนรู้และไม่ได้รับการดูแล เป็นช่องว่างที่ต้องปิดเพื่อทำให้อย่างน้อยนักเรียนทุกคนต้องบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ขั้นต่ำ นี่เป็นเป้าหมายที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรง&nbsp;</p>



<p>ประเทศที่คุณภาพการศึกษาดีทำได้ แต่ไม่ใช่ที่ประเทศไทยทำอยู่ในปัจจุบัน ต้องเปลี่ยนวิธีคิด ความเชื่อ และเปลี่ยนระบบ เรื่องนี้เป็นเป้าหมายของโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเองที่ กสศ.ร่วมกับ สพฐ. ตชด. อปท. สช. และ 11 เครือข่ายโรงเรียนพัฒนาตนเอง&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-773bbf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/13-หมอวิจารณ์-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“GAP หรือช่องว่างมีมากกว่าและใหญ่กว่า COVID GAP เกิดขึ้นจากวิวัฒนาการของการศึกษาของเรา ไม่ใช่แค่ประเทศไทย อีกกว่าครึ่งโลกก็เป็น แต่หลายประเทศรู้ตัวและหาทางแก้ไข ประเทศฟินแลนด์ใช้เวลากว่า 30 ปี จัดระบบที่ให้นักเรียนไม่ว่าอยู่ห่างไกลแค่ไหน แต่ต้องได้รับการศึกษาที่คุณภาพเท่าเทียมกัน เรื่องนี้สามารถทำได้ในประเทศไทย แต่ต้องเป็นนโยบาย นโยบายของไทยขณะนี้ แม้ว่าต้องการให้เท่าเทียม แต่วิธีปฏิบัติสร้างความแตกต่าง สร้างความไม่เท่าเทียม สร้างความด้อยโอกาสให้แก่โรงเรียนที่อยู่ห่างไกล นี่คือปัญหา เช่น ทุกโรงเรียนได้รับงบประมาณแบบเดียวกัน เหมือนกันหมดทั้งประเทศ นโยบายนี้สร้างช่องว่าง โดยไม่รู้ตัว ในนามของความหวังดี แต่จริง ๆ แล้วคือนโยบายที่ไม่ดี” ศ. นพ.วิจารณ์กล่าว&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-937b07"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/13-หมอวิจารณ์-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ศ.นพ.วิจารณ์กล่าวว่า การเรียนรู้ที่ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าครูไม่เรียนรู้จากการทำหน้าที่ของตน นี่คือหัวใจในโลกปัจจุบันการศึกษา การเรียนรู้เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนมาก ทั้งมุมของเด็กและครู ดังนั้นแม้ครูเรียนมาจากสถาบันที่เก่งเท่าไหร่ พอมาทำงาน ความรู้ประสบการณ์เหล่านั้นไม่พอ ต้องเรียนรู้เพิ่ม ต้องเรียนรู้จากการทำหน้าที่ครู ครูต้องเป็นนักเรียน เรียนจากการทำงานในหน้าที่ครู เรียนร่วมกัน ดังนั้นโรงเรียนต้องเป็นชุมชนการเรียนรู้ (learning community) ทั้งของครูและของศิษย์&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-78595b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/13-หมอวิจารณ์-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ผมเชื่อว่าผลลัพธ์การเรียนรู้ของเด็กไม่มีวันเต็ม 100% เด็กแต่ละคนเต็มไม่เท่ากัน ผมเข้าใจว่า ขณะนี้โดยเฉลี่ยของเด็กไทย น่าจะไม่ถึง 30% เด็กเก่งอาจไม่ถึง 80-90% แต่จะมีเด็กบางคนอาจได้แค่ 10-20% ไม่ใช่พูดให้ท้อถอย หรือตำหนิใคร แต่ชี้ให้เห็นว่า ครู โรงเรียน มีโอกาสที่จะพัฒนาอีกมากมาย ช่วยกันหาทางเพื่อให้นักเรียนเรียนรู้เต็มศักยภาพยิ่งขึ้น” ศ. นพ.วิจารณ์กล่าว&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5ae44e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/13-หมอวิจารณ์-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ศ.นพ.วิจารณ์กล่าวว่า ถ้าปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนดี หลายครั้งนักเรียนที่หงอย ไร้แรงบันดาลใจ กลายเป็นคนมีชีวิตชีวา เท่ากับว่าครูได้ชุบชีวิตของนักเรียนขึ้นมา กรณีเด็กเกเร ครูก็สามารถช่วยได้ โดยการใช้เรื่องของปฏิสัมพันธ์เชิงบวก นอกจากนี้ยังมีช่องว่างที่เกิดขึ้นจากการใช้ปฏิสัมพันธ์แบบนายกับลูกน้องระหว่างครูกับผู้บริหาร ปฏิสัมพันธ์แบบแนวดิ่ง เชิงอำนาจ เป็นตัวบั่นทอนคุณภาพการศึกษา เป็นคำพูดของนักการศึกษาทั่วโลกที่ทำวิจัยมา และชี้ให้เห็นว่า การสร้างเงื่อนไข กติกา ออกข้อบังคับ ออกหลักสูตรให้ดีอย่างไร แต่ครูไม่เป็นครูผู้ก่อการ ทำงานเพื่อสนองนาย สนองคำสั่ง ระบบการศึกษาไม่มีวันที่มีคุณภาพได้ นี่คือผลการศึกษาวิจัยจากทั่วโลก&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ef8b06"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/13-หมอวิจารณ์-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดังนั้นความเป็นกัลยาณมิตร ระหว่างผู้บริหารกับครูนั้นหมายความว่า ปฏิสัมพันธ์เน้นความเป็นแนวราบ ผู้บริหารต้อง Empower ครู ไม่ใช่สั่งการครู ทำให้ครูมีพลังขึ้นมา เพื่อจะทำงานพัฒนา ครูนั้นไม่ใช่เป็นเพียงผู้ทำงานเชิงเทคนิคหรือสอนเท่านั้น แต่เป็นผู้ทำงานพัฒนาในทุกระดับ จนถึงระดับจังหวัดระดับประเทศ ครูเป็นผู้ส่วนร่วมพัฒนาระบบการศึกษาในทุกระดับ ไม่ใช่แค่ผู้รอรับคำสั่งจากเบื้องบนเท่านั้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-df640d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/13-หมอวิจารณ์-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สำหรับช่องว่างหรือ GAP ระหว่างต้นสังกัดใหญ่ โรงเรียนและครู นั้นต้องร่วมกันสร้างสัมพันธ์แนวราบในระบบการศึกษา เป็นเครือข่ายสร้างสรรค์ ไม่ใช่สายการบังคับบัญชา เพื่อให้ทุกจุดของระบบมีพลังสร้างสรรค์ เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ระบบการศึกษาไทยไปถูกทาง เป็นระบบที่เรียนรู้และปรับตัว การศึกษาไทยปัจจุบันเป็นระบบที่ไม่มีการเรียนรู้ เพราะสั่งการจากเบื้องบนหมด ข้างล่างปฏิบัติตามคำสั่งและมีการมาตรวจวัด ไม่มีวันที่เราจะทำให้การศึกษามีคุณภาพอย่างแท้จริง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ab1eed"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/13-หมอวิจารณ์-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ถ้าการศึกษาใดครูไม่เป็นผู้ก่อการ หวังยากมากที่จะทำให้การศึกษานั้นมีคุณภาพสูง หัวใจสำคัญคือ อยู่ที่ความเป็นผู้ก่อการ (agency) ในระดับปฏิบัติ แต่แน่นอนว่า ระดับนโยบายมีความสำคัญด้วย นโยบายที่ทำให้เกิดขึ้นได้ คือนโยบายแบบ empowerment หรือความสัมพันธ์แนวราบ” ศ.นพ.วิจารณ์กล่าว</p>



<p></p>



<p><strong>ที่มา :</strong> <br>สรุปสาระสำคัญ<br>งานเสวนา โรงเรียนเปลี่ยนใหม่ ครั้งที่ 1 ปิด Gap ห้องเรียนในยุคโควิด-19<br>วันที่ 6 พฤศจิกายน 2564</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="งานเสวนา : โรงเรียนเปลี่ยนใหม่ &quot;ปิด Gap ห้องเรียนในยุคโควิด-19&quot; ครั้งที่ 1" width="750" height="422" src="https://www.youtube.com/embed/1jat9qkrb6Y?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
</div></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-teacher-is-agency-151121/">ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ชูครูเป็น ‘ผู้ก่อการ’ ร่วมพัฒนาระบบการศึกษาในทุกระดับ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เชื่อมโยงฐานข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย วางระบบป้องกันระยะยาว</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-28-04-21/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-28-04-21</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Apr 2021 08:15:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.สุภกร บัวสาย]]></category>
		<category><![CDATA[อปท.]]></category>
		<category><![CDATA[ตชด.]]></category>
		<category><![CDATA[ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=39939</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ.จับมือ สพฐ. ตชด. อปท. ออกมาตรการพิเศษช่วยนักเรียนทุ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-28-04-21/">เชื่อมโยงฐานข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย วางระบบป้องกันระยะยาว</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กสศ.จับมือ สพฐ. ตชด. อปท. ออกมาตรการพิเศษช่วยนักเรียนทุนเสมอภาคช่วงชั้นรอยต่ออ.3 ป.6 ม.3 ราว 3 แสนคน สู้ผลกระทบโควิด ป้องกันหลุดออกนอกระบบ &nbsp; </strong><strong>เร่งเชื่อมโยงฐานข้อมูลกลุ่มเป้าหมายกับทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางระบบป้องกันการหลุดออกจากการศึกษาระยะยาว</strong><strong> </strong><strong>พร้อมผนึกกำลังเขตพื้นที่การศึกษา รร.และครูทั่วประเทศติดตามเฝ้าระวังเข้มข้นช่วงเปิดเทอม 64&nbsp; เพื่อให้เด็กยากจน-ด้อยโอกาสทุกคนได้เรียน&nbsp;</strong></p>



<p><strong>นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหาร กสศ. ได้มีการประชุมพิจารณามาตรการพิเศษเพื่อช่วยลดผลกระทบให้แก่นักเรียนทุนเสมอภาคกลุ่มช่วงชั้นรอยต่อ ได้แก่ อ.3 ป.6 ม.3 และม.6 เฉพาะสังกัด บก.ตชด. ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอมค่อนข้างสูงเนื่องจากต้องเปลี่ยนสถานศึกษา  และมีความเสี่ยงหลุดออกนอกระบบการศึกษามากกว่าช่วงชั้นอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญทุกปี คณะกรรมการบริหารกสศ. จึงได้มีมติเห็นชอบมาตรการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนทุนเสมอภาคเพิ่มเติม ให้แก่นักเรียนทุนเสมอภาค ครอบคลุม 3 สังกัด สพฐ. อปท. บก.ตชด. ประกอบด้วยระดับชั้นอนุบาล 3  ป.6  ม.3 และ ม.6 เฉพาะสังกัด บก.ตชด.     จำนวน 294,928 คน ในอัตราคนละ 800 บาท รวมงบประมาณราว 235,942,400 บาทเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา เช่น ค่าธรรมเนียมการสมัครเรียน ค่าเดินทางมาสมัครเรียน  หรือการเตรียมความพร้อมในการเรียนต่อ โดยมีเงื่อนไขให้นักเรียนและผู้ปกครองแสดงหลักฐานการสมัครเรียนต่อในปีการศึกษา 2564   ทั้งนี้ กสศ. สพฐ. อปท. และบก.ตชด. จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลตรวจสอบการมาเรียนของนักเรียนทุกคนหลังเปิดภาคเรียนวันที่  1  มิถุนายนนี้  </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-deba47"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/19-ข่าวมาตรการพิเศษสู้โควิด-06.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</figcaption></figure></div></div></div>



<p>น.พ.สุภกร กล่าวว่า เงินอุดหนุนเพิ่มเติมนี้ไม่ได้เป็นเพียงมาตรการเดียวที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้แก่กลุ่มเป้าหมายในสถานการณ์โควิด-19 ได้ &nbsp; กสศ. สพฐ. อปท. บช.ตชด. ร่วมกันพัฒนาระบบติดตามกลุ่มเป้าหมายนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษเป็นรายบุคคลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ระดับอนุบาลจนสำเร็จการศึกษาภาคบังคับเพื่อป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษา&nbsp; นอกจากนี้ ในปีการศึกษา 2564 กสศ.มีแผนจะจัดเงินอุดหนุนสำหรับนักเรียนทุนเสมอภาคในทุกสังกัดจำนวนรวม 1.17 ล้านคน&nbsp; เป้าหมายเพื่อป้องกันมิให้ครอบครัวของนักเรียนกลุ่มที่ยากจนที่สุดต้องเผชิญกับสภาวะ “ฟางเส้นสุดท้าย”ทางเศรษฐกิจจนต้องนำบุตรหลานออกจากการศึกษากลางคัน&nbsp; โดย กสศ.ประมาณการว่าภาวะวิกฤตโควิตจะส่งผลให้ครอบครัวยากจนและทำให้จำนวนนักเรียนยากจนพิเศษมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 5&nbsp; เมื่อเทียบกับปีการศึกษา 2563 &nbsp; &nbsp; อีกมาตรการคือการส่งต่อนักเรียนที่มีศักยภาพให้ได้ศึกษาต่อในระดับสูงต่อไปด้วยทุนการศึกษาจากแหล่งทุนต่างๆ เช่น ความร่วมมือระหว่างกสศ.และกยศ. ในการส่งข้อมูลนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษที่กำลังจบม.3 เพื่อให้ได้ทุนกยศ.ศึกษาต่อ &nbsp; หรือความร่วมมือกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยในอนาคต เพื่อส่งต่อข้อมูลให้มหาวิทยาลัยจัดหาทุนการศึกษาให้กับเด็กกลุ่มนี้ สามารถเรียนต่อระดับอุดมศึกษาได้</p>



<p>“จากข้อมูลการติดตามกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง 3 ปีชี้ว่า มีนักเรียนยากจนพิเศษราว 4 ช่วงชั้นและอนุบาลที่มีความเสี่ยงสูงสุดจำนวนรวมประมาณ 400,000 คน แต่เนื่องจาก กสศ. มีงบประมาณที่จำกัดเพียงพอจะช่วยเหลือได้เพียงราว 290,000 คนใน 3 ช่วงชั้นเท่านั้น  อย่างไรก็ดี กสศ. จะส่งข้อมูลกลุ่มเป้าหมายที่มีวิกฤตในระดับรองลงมาอื่นๆ ให้แก่หน่วยงานต้นสังกัด และหน่วยงานอื่นๆ ที่มีภารกิจลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาช่วยเหลือด้วยงบประมาณของหน่วยงานอื่นๆ  ” ผู้จัดการกสศ.กล่าว    </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-700791"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/19-ข่าวมาตรการพิเศษสู้โควิด-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ผู้จัดการกสศ.  กล่าวว่า กสศ.จะพยายามอย่างถึงที่สุดในการช่วยลดผลกระทบให้แก่กลุ่มเป้าหมายแต่ยอมรับว่า กสศ.จำเป็นต้องจัดลำดับความสำคัญของกลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยงสูงสุดที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษาภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ในช่วงเปิดเทอมปีการศึกษา 2564 นี้เนื่องด้วยปัจจุบัน กสศ. ได้รับการจัดสรรงบประมาณคิดเป็นร้อยละ 1 ของงบประมาณด้านการศึกษาของประเทศ ซึ่งค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับขนาดของปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และจำนวนกลุ่มเป้าหมายนักเรียนยากจนพิเศษทุกระดับชั้นและสังกัดซึ่งมีจำนวนรวมราว 1 ล้านคน ประกอบกับความไม่แน่นอนของงบประมาณที่ กสศ. จะได้รับจัดสรรในแต่ละปี เช่น ล่าสุดในปีงบประมาณ 2565 คณะกรรมการบริหาร กสศ. ได้เสนอของบประมาณจากคณะรัฐมนตรีไปที่ 7,635.67 ล้านบาท แต่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของสำนักงบประมาณที่ 5,652.29 โดยปรับลดลง 2 ครั้ง ราว 2,000 ล้านบาท</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-466279"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/19-ข่าวมาตรการพิเศษสู้โควิด-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“อย่างไรก็ดีในชั้นการพิจารณาร่าง พรบ.งบประมาณ 2565 ของสภาผู้แทนราษฎร กสศ.จะเตรียมจัดทำคำขอแปรญัตติงบประมาณในส่วนที่สามารถขอแปรคืนกลับมาได้ไม่เกิน 900 ล้านบาทเพื่อสนับสนุนมาตรการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเพื่อรองรับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังไม่มีความแน่นอนในระหว่างปีการศึกษา 2564-2565 ต่อไป” ผู้จัดการกสศ.กล่าว</p>



<p>ด้าน<strong>ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</strong> กล่าวว่า การป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษามีความสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะในช่วงวิกฤติการระบาดของโรคโควิด-19  ระลอกใหม่ขณะนี้   สพฐ.ร่วมกับ กสศ. ได้ติดตามผลกระทบนักเรียนยากจนพิเศษอย่างใกล้ชิด  มีการสำรวจกลุ่มตัวอย่างจำนวน 4,394 คน  ผ่านการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์  พบว่า นักเรียนกลุ่มรอยต่อที่จะต้องเปลี่ยนช่วงชั้นหรือเปลี่ยนสถานศึกษาใหม่ ร้อยละ 97.82 ต้องการจะเรียนต่อ  และขอให้มีการสนับสนุนช่วยเหลือดังนี้ (1) ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการศึกษา ร้อยละ 87.95 (2) อุปกรณ์การเรียน ร้อยละ 54.91 และ(3) ค่าสมัครเรียน ร้อยละ 51.34</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a84f91"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/19-ข่าวมาตรการพิเศษสู้โควิด-05.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</figcaption></figure></div></div></div>



<p>ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวว่า&nbsp; การจัดสรรเงินอุดหนุนทุนเสมอภาคเพิ่มเติมสำหรับนักเรียนช่วงชั้นรอยต่อจึงถือว่าเรื่องสำคัญ เป็นข่าวดี ที่ตอบโจทย์ความเดือดร้อนของผู้ปกครองและความต้องการของนักเรียนกลุ่มนี้ได้ &nbsp; สพฐ.ขอความร่วมมือ สถานศึกษา คุณครู ชี้แจงวัตถุประสงค์ของการใช้จ่ายเงินแก่นักเรียนและผู้ปกครอง&nbsp; รวมทั้งดำเนินการจัดสรรเงินอุดหนุนเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ของกสศ.&nbsp; ที่สำคัญคือสอบถามผู้ปกครองหรือนักเรียน เพื่อบันทึกข้อมูลการคงอยู่ในระบบการศึกษาของนักเรียนผ่านระบบสารสนเทศ ให้เราสามารถติดตามประสิทธิภาพในทำงานเรื่องนี้ได้อย่างต่อเนื่อง ป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษาได้จริง โดยสพฐ.และกสศ.จะร่วมกันติดตามเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นช่วงเปิดเทอมปีการศึกษา 2564&nbsp; นี้</p>



<p>“ภาวะวิกฤติปัจจุบัน ผมขอขอบคุณเขตพื้นที่การศึกษา โรงเรียน คณะครู &nbsp; ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้&nbsp; นักเรียนกลุ่มยากจนพิเศษเป็นกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางสังคมและการศึกษา ซึ่งทางสพฐ.และกสศ.ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เราต้องช่วยเหลือ ป้องกันไม่ให้หลุดออกนอกระบบการศึกษา &nbsp; ในวงการสุขภาพบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาลกำลังเสียสละอย่างใหญ่หลวง เพื่อช่วยชีวิตประชาชน&nbsp; ในวงการศึกษา ผมต้องขอยกย่องบุคลากรทางการศึกษาที่กำลังทำงานอย่างทุ่มเทเสียสละเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กของเราหลุดออกนอกระบบการศึกษา ซึ่งคือการเสียโอกาสทั้งชีวิตของพวกเขาไปจากวิกฤติครั้งนี้” รองเลขาสพฐ. กล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-28-04-21/">เชื่อมโยงฐานข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย วางระบบป้องกันระยะยาว</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อ่านออกเขียนได้ &#8220;ภาษาไทย&#8221; พัฒนาการก้าวกระโดดของนร.โรงเรียนตชด.บ้านห้วยสลุง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/articlr-karen-pgaqueno/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=articlr-karen-pgaqueno</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Apr 2021 06:30:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ครูฮีโร่]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ตชด.]]></category>
		<category><![CDATA[ตาก]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาครูโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเพื่อส่งเสริมคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนท้องถิ่นทุรกันดาร]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนตชด.บ้านห้วยสลุ]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.วชิระ วิชชุวรนันท์]]></category>
		<category><![CDATA[สมศักดิ์ เลิศรัตนพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนสรรพวิทยาคม]]></category>
		<category><![CDATA[ดต.วิไล ธนวิภาศรี]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.ถิรวิท ไพรมหานิยม]]></category>
		<category><![CDATA[ลัดดาวัลย์ แก้วใส]]></category>
		<category><![CDATA[วรดา วิทูรผลธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ทิตัส วรุณวิริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[วรัญญา อนุกรเดียร์]]></category>
		<category><![CDATA[อรทัย อนุรักษ์วัฒนะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=39796</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความร่วมมือจาก กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.)  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/articlr-karen-pgaqueno/">อ่านออกเขียนได้ “ภาษาไทย” พัฒนาการก้าวกระโดดของนร.โรงเรียนตชด.บ้านห้วยสลุง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ความร่วมมือจาก กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) ครูโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน(ตชด.) และมหาวิทยาลัยราชภัฎ ที่มีความมุ่งมั่นทุ่มเท ก่อให้เกิดผลผลิตอันล้ำค่าต่อเด็กนักเรียนที่ส่วนใหญ่เป็นชาวปกาเกอะญอซึ่งอพยพมาจากพื้นที่ดอยสูง สามารถ อ่าน ออก เขียน “ภาษาไทย”ได้</strong></p>



<p><strong>“โครงการพัฒนาครูโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเพื่อส่งเสริมคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนท้องถิ่นทุรกันดาร”</strong> นับเป็นความร่วมมือสามฝ่าย กสศ. กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน มหาวิทยาลัยหลายแห่ง ได้ทำให้นักเรียนใน <strong>โรงเรียนตชด.บ้านห้วยสลุง อ.แม่ระมาด จ.ตาก</strong> มีพัฒนาการเรียนรู้อย่างก้าวกระโดด อันเป็นการลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจากความยากจนทุรกันดารในพื้นที่ห่างไกล</p>



<p><strong>รศ.ดร.วชิระ วิชชุวรนันท์ คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร</strong> กล่าวถึงโครงการพัฒนาครูโรงเรียนตชด.ว่า โครงการหลักมุ่งพัฒนาศักยภาพครู 4 เรื่อง ความรู้ในศาสตร์เชิงเนื้อหา ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ เพิ่มเติมทักษะการเรียนการสอน เทคนิควิธีการสอน การเสริมสร้างคุณลักษณะความเป็นครูที่ดี จิตวิญญาณความเป็นครู กิจกรรมเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับชุมชน แต่เป้าหมายทั้งหลายทั้งปวงมุ่งพัฒนาคุณภาพนักเรียนนั่นเอง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-884e44"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/รศ.ดร.วชิระ-วิชชุวรนันท์-ที่ปรึกษาคณบดีคณะครุศาสตร์-มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.ดร.วชิระ วิชชุวรนันท์ คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร</figcaption></figure></div></div></div>



<p>สำหรับรูปแบบวิธีการ ได้กำหนดแผนการดำเนินงานสองเรื่องหลัก หนึ่ง พิจารณาถึงความต้องการของโรงเรียน จุดอ่อนจุดแข็งโรงเรียนคืออะไร ครูกับครูใหญ่อยากเห็นภาพอะไรนำมาวิเคราะห์ปัญหาร่วมกัน สอง เมื่อได้ข้อมูลแล้วกำหนดกิจกรรมการพัฒนา โดยอาจารย์มหาวิทยาลัยหลายส่วนจะร่วมกันออกแบบสื่อการสอน แผนการสอน</p>



<p>“โครงการดังกล่าวมี โรงเรียนในพื้นที่กองกำกับตชด.จำนวน 6 โรงเรียนเข้าร่วม ในส่วนโรงเรียน ตชด. บ้านห้วยสลุง พบว่า ต้องการให้นักเรียนสามารถพูดภาษาไทยได้เป็นลำดับแรก สองต้องการเสริมสร้างคุณลักษณะที่ดี&nbsp; จึงได้นำปัญหาดังกล่าวไปคิดวิเคราะห์ ปรับปรุงการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย ป.4- ป.6 และให้ครูทดลองใช้&nbsp;จากนั้นนำมาใช้ในห้องเรียน เรียนรู้ด้วยการนิเทศติดตามผล เพื่อดูว่ามีจุดอ่อนอะไร เพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนาดำเนินกิจกรรมรอบต่อไป ”&nbsp; รศ.ดร.วชิระ วิชชุวรนันท์</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-3143df76 gb-headline-text">6 โรงเรียนตชด.มีพัฒนาการเรียนการสอนเชิงประจักษ์</h3>



<p>ตลอดระยะเวลา 4 เดือน ที่ได้ขับเคลื่อนโครงการฯ ได้เห็นพัฒนาการเรียนการสอนอย่างมีนัยยะสำคัญ <strong>สมศักดิ์ เลิศรัตนพันธุ์ อดีตผอ.โรงเรียนสรรพวิทยาคม จ.ตาก</strong>&nbsp; ได้รับความไว้วางใจจากกสศ. ทำหน้าที่เป็นโค้ชลงพื้นที่ทำการนิเทศติดตามการพัฒนาครูโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เปิดเผยว่า พบการเปลี่ยนแปลงครูสู่การพัฒนาผู้เรียนด้านภาษาไทย</p>



<p>“แต่เดิม นักเรียนสื่อสารภาษาไทยไม่ค่อยชัดเจน ส่วนใหญ่เป็นภาษาถิ่น การเปลี่ยนแปลงที่พบ คุณครูพัฒนาการจัดการเรียนการสอนใช้สื่อที่ผลิตร่วมกันกับมหาวิทยาลัย และประยุกต์ใช้สื่อ อิเล็กทรอนิกส์ การใช้รูปแบบแอคทีฟเลินนิ่ง การเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมทำให้เด็กกล้าสื่อสารภาษาไทย รู้ความหมายของคำมากขึ้น”&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ขณะเดียวกันได้ทำการนิเทศด้านการบริหารโรงเรียน ซึ่งครูใหญ่ไม่ได้จบด้านนี้ ได้แนะนำเรื่องความสัมพันธ์กับชุมชน การจัดพื้นที่ บริหารหลักสูตร&nbsp; ด้านสิ่งแวดล้อมให้โรงเรียนจัดเป็นสัดส่วนสวยงาม พบว่า มีการเปลี่ยนแปลงตามลำดับ&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-829b13"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/สมศักดิ์-เลิศรัตนพันธุ์-อดีตผอ.โรงเรียนสรรพวิทยาคม-จ.ตาก.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">สมศักดิ์ เลิศรัตนพันธุ์ อดีตผอ.โรงเรียนสรรพวิทยาคม จ.ตาก</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>โรงเรียนตชด.บ้านห้วยสลุง</strong> ก่อตั้งเมื่อปี 2560จนมาถึงปัจจุบัน ระยะเวลาเพียง 4 ปี มีพัฒนาอย่างก้าวกระโดด โดยครูใหญ่รับการเปลี่ยนแปลงดีมาก เด็กชนเผ่า สื่อสารภาษากระเหรี่ยง ปกาเกอะญอ แต่ตอนนี้ภาษาไทยดีขึ้นตามลำดับ</p>



<p>นอกจากโรงเรียนตชด.บ้านห้วยสลุง ยังพบว่า บรรดา 6 โรงเรียนตชด. แม้อยู่บนพื้นที่สูงขึ้นไป การเดินทางเต็มไปด้วยความยากลำบากทุรกันดาร แต่หลังจากเข้าร่วมโครงการก็มีพัฒนาการที่ดีขึ้นเช่นเดียวกัน</p>



<p>“หลายโรงเรียนต้องการด้านภาษาและวัฒนธรรม หลายโรงเรียนต้องการวิชาคณิตศาสตร์ ทุกโรงเรียนที่ผมเดินทางไปนิเทศสองรอบสามรอบ แต่ละโรงเรียนจะเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านวิชาการ มีกระบวนการเรียนรู้โดยใช้สื่อ ใช้นวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนมากขึ้น นักเรียนเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ทำให้เห็นว่าโครงการฯนี้ดีมาก ครูไม่ต้องนำตัวออกจากนอกโรงเรียนไปอบรมสัมมนา ไม่ต้องใช้เวลาเดินทาง ลดปัญหาครูไม่อยู่โรงเรียน เป็นเพราะเกิดจากความร่วมมือของกสศ. ตชด.และ มหาวิทยาลัย คือ การนำความรู้มาถึงโรงเรียนทุกโรงเรียนที่ได้รับการสนับสนุนให้มีโอกาสในการพัฒนาดีขึ้นมาก”</p>



<p>ด้าน<strong>ครูใหญ่รร.ตชด.บ้านห้วยสลุง&nbsp;“ดต.วิไล ธนวิภาศรี”</strong>&nbsp; กก.ตชด.34&nbsp; กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ศูนย์ฯ ได้รับคัดเลือกจากกสศ.เป็นโรงเรียนนำร่อง 50 โรงเรียนพัฒนาครู เพิ่มผลสัมฤทธิการเรียนในถิ่นทุรกันดาร ได้ประชุมร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร มีทีมงานมาสืบสภาพปัญหาเกี่ยวกับโรงเรียน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6fef41"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/ดต.วิไล-ธนวิภาศรี-กก.ตชด.34-ครูใหญ่รร.ตชด.บ้านห้วยสลุง.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดต.วิไล ธนวิภาศรี ครูใหญ่โรงเรียนตชด.บ้านห้วยสลุง</figcaption></figure></div></div></div>



<p>“ได้ข้อสรุปว่าเราอยากมุ่งเน้นทักษะการใช้ภาษาไทย ผู้ปกครองอยากให้ลูกหลานได้ใช้ภาษาไทย เพราะนักเรียนที่นี่เป็นเด็กชนเผ่า เดิมเขาใช้ภาษาท้องถิ่น ภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง เราจึงอยากพัฒนาตรงนี้ก่อน”</p>



<p>ครูใหญ่โรงเรียนตชด.บ้านห้วยสลุง&nbsp; ยกตัวอย่างความสำเร็จ จากที่ครูนำสื่อที่ได้รับการพัฒนาจากมหาวิทยาลัยและกสศ.มาใช้ สังเกตการสอน และนิเทศติดตามแต่ละชั้นเรียน เห็นสิ่งที่น่าประทับใจ นักเรียนได้มีการเปลี่ยนแปลงฝึกพูดภาษาไทย ใช้ประโยคในการสื่อสาร โดยนำบัตรคำไปบูรณาการเล่าเรื่อง แต่งเรื่องจากภาพ ทำให้คำที่ใช้บ่อยๆจำได้&nbsp; กล้าพูด บางครั้งเด็กอ่านไม่ได้ จึงอาศัยคำในการจำ และชอบเล่นเกม เด็กๆ จะชอบมากเกี่ยวกับบัตรคำ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c6b49d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/การใช้สื่อการสอนภาษาไทยให้ง่ายขึ้น.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">การใช้สื่อการสอนภาษาไทยให้ง่ายขึ้น</figcaption></figure></div></div></div>



<p>“ภาษาไทยเป็นเรื่องที่ใช้ระยะเวลาเปลี่ยนแปลงเด็ก อย่างน้อยการได้ใช้สื่อการสอนจากโครงการความร่วมมือดังกล่าว เป็นจุดเริ่มต้นให้เด็กกล้าพูด กล้าแสดงออกในการใช้ภาษาไทย สุดท้ายการใช้ภาษาไทยได้คล่องต้องอาศัยประสบการณ์และสิ่งแวดล้อม”&nbsp; ดต.วิไล ครูใหญ่จากโรงเรียนตชด.บ้านห้วยสลุง กล่าว</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-cdbc247f gb-headline-text">เบื้องหลังความสำเร็จ ผลิตสื่อการสอนคุณภาพ</h3>



<p>ความพยายามทุ่มเทให้นักเรียนตชด.บ้านห้วยสลุง เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด ไม่เพียง ครูตชด.เท่านั้น หากแต่มีกลุ่มคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยที่ได้ร่วมกันพัฒนาสื่อการเรียนการสอนให้ตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่นั้นๆ</p>



<p><strong>ผศ.ดร.ถิรวิท ไพรมหานิยม ตัวแทนคณาจารย์ คณะครุศาสตร์ ฝ่ายประสานงาน</strong> กล่าวถึงคณาจารย์มหาวิทยาลัยทุกท่านมีบทบาทสำคัญในการร่วมโครงการนี้&nbsp; แรกเริ่มเราสำรวจความต้องการพัฒนาอย่างเร่งด่วนของโรงเรียนบ้านห้วยสลุง&nbsp; ได้พบปะคุณครู นักเรียน ผู้นำท้องถิ่น ปราชญ์ชาวบ้าน ชาวบ้าน หาข้อสรุปร่วมกันว่าสิ่งที่ต้องการคืออะไรซึ่งพบปัญหาหลายด้าน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-166693"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(คนกลาง) ผศ.ดร.ถิรวิท ไพรมหานิยม และคณาจารย์ คณะครุศาสตร์ ฝ่ายประสานงาน</figcaption></figure></div></div></div>



<p>“แต่ประเด็นที่คุณครู นักเรียนต้องการเร่งด่วน คือ ภาษาไทย ทำไมต้องเป็นภาษาไทย บริเวณนี้ อาจไม่ใช่เฉพาะภาษาไทย&nbsp; อาจเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาเมียนมาร์&nbsp; จากการคุยกันอย่างเร่งด่วน คือ การสื่อสารของเด็กๆให้ได้ก่อน นับปัจจุบัน เด็กเล็กอาจพูดไม่ค่อยได้ ด้วยบริบทครอบครัวเป็นชาวกระเหรี่ยง สถานการณ์จึงต้องฝึกษาภาษาก่อน และเด็กๆ โต้ตอบได้ แต่ที่หนักคือการพูด การสะกดคำไม่ชัด จึงสรุปพัฒนาทักษะภาษาไทย และต่อไปพัฒนาทักษะด้านอื่นๆต่อไป”</p>



<p><strong>อรทัย อนุรักษ์วัฒนะ อาจารย์ประจำโปรแกรมวิชาการศึกษาปฐมวัย ม.ราชภัฎกำแพงเพชร&nbsp;</strong> กล่าวว่า ในกลุ่มจะมีอาจารย์ภาควิชาภาษาไทยโดยตรง และทีมวิชาการพัฒนาเป็นชุดนวัตกรรมการเรียนการสอนให้ครูได้สอนง่ายขึ้น อันดับแรก คู่มือในการสอนออกเสียงคำภาษาไทย แนวการสอน เทคนิคการสอน&nbsp; ลำดับที่สอง คือ คลังคำศัพท์ ที่เราสำรวจป.4-ป.6 ครูสามารถสรรหาได้นำไปประยุกต์ใช้ ลำดับที่สาม ตัวชาร์จเป็นแม่เหล็ก คำศัพท์ประกอบรูปภาพ&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6c2b4e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/บรรยากาศการสอนโดยใช้สื่ออิเลคทรอนิกส์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">บรรยากาศการสอนโดยใช้สื่ออิเลคทรอนิกส์</figcaption></figure></div></div></div>



<p>ทั้งนี้ทั้งนั้น โรงเรียนมีสมาร์ททีวี มีอินเตอร์เน็ต จึงจัดทำไฟล์ข้อมูลให้คุณครูด้วย&nbsp; อยากให้คุณครูกระตุ้นให้เด็กพูด เพราะเรามุ่งเน้นฟังพูด ถ้าเกิดความคุ้นชิน การเรียนการสอน ถึงป.6 นำไปสู่การเขียน แต่งประโยค แล้วแต่คุณครูบูรณาการเพิ่มเติม&nbsp; เมื่อได้สื่อเราจะเทรนนิ่งการใช้สื่อเหล่านี้ด้วย</p>



<p><strong>ลัดดาวัลย์ แก้วใส อาจารย์ประจำโปรแกรมพลศึกษา ม.ราชภัฎกำแพงเพชร </strong>กล่าวเสริมว่า เมื่อได้นำสื่อนำไปแนะแนวให้กับคุณครูว่าใช้อย่างไรบ้าง พอนำมาใช้ครั้งแรก เด็กสนุก มีสื่อการเรียนการสอนแบบใหม่ เขาสามารถนำคำมาใช้ได้ เป็นการประเมินว่าเด็กทำได้ถูกต้อง เด็กสามารถพัฒนาจากเดิม กล้าพูด ออกเสียงโดยไม่ต้องอาย ทั้งที่ก่อนหน้านั้นลงพื้นที่เขาอาย พูดภาษาถิ่นกับคุณครู แต่ตอนนี้กล้าพูดภาษาไทยมากยิ่งขึ้น</p>



<p></p>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><em>“ขอบคุณคุณครูที่ทำให้หนูพูดภาษาไทยได้”</em></h2>



<p>ก่อนหน้านี้ นักเรียนโรงเรียนตชด.บ้านห้วยสลุงแทบร้อยเปอร์เซนต์พูดภาษาถิ่นหรือภาษากระเหรี่ยง แต่เมื่อ”โครงการพัฒนาครูโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเพื่อส่งเสริมคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนท้องถิ่นทุรกันดาร” ได้เข้าไปปรับรูปแบบการเรียนการสอน ผ่านไปเพียงแค่ 4 เดือน ทำให้น้องๆ พูดภาษาไทยได้อย่างคล่องแคล่ว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-86d9a3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/ดช.ทิตัส-วรุณวิริยะ-นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่4.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดช.ทิตัส วรุณวิริยะ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>ดช.ทิตัส วรุณวิริยะ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4</strong> :<br>“ผมชอบวิชาภาษาไทย เรียนตั้งแต่ตอนเด็กทำให้ผมอ่านภาษาไทยได้ ผมรู้จักภาษาถิ่นดี ก็พูดได้ทั้งภาษาถิ่นและภาษาไทย สำหรับภาษาไทยมีความสำคัญ เมื่ออยู่เมืองไทยจะได้ฟังออกและพูดกับเขาได้ อ่าน ออก เขียนได้&nbsp; ที่นี่คุณครูสอนดี ตอนอยู่ในห้อง ผมถามครู ผมอยากมาโรงเรียน มีเพื่อนเล่น มีครูสอนได้อ่านหนังสือ ผมมีความสุขที่ได้มีเพื่อนเล่นครับ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9ad2f3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/ด.ญ.วรดา-วิทูรผลธรรม-นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่-5.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ด.ญ.วรดา วิทูรผลธรรม นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>ด.ญ.วรดา วิทูรผลธรรม นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5</strong>&nbsp; : <br>“หนูมาเรียนครั้งแรกพูดไม่เป็นเนื่องจากทางบ้านพูดภาษาถิ่น&nbsp; เริ่มเป็นภาษาไทยตอนป. 3 การที่หนูพูดได้ เพราะความตั้งใจ และคุณครูสอนได้ชัดเจน ตอนแรกสอน สระอะ สระอา หนูจะตอบคุณครูบ่อยในห้อง แล้วตอนนี้เพื่อนในห้องพูดภาษาไทยได้หมด”</p>



<p>“อยากบอกว่า ขอบพระคุณคุณครูมากที่สอนพวกหนู ครูใจดี เรียนอย่างมีความสุข หนูมีความสุขที่ได้เจอเพื่อนได้เจอครูและ เมื่อหนูโตขึ้นอยากเป็นพยาบาลค่ะ”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cb28fb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/ด.ญ.วรัญญา-อนุกรเดียร์-นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่-6.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ด.ญ.วรัญญา อนุกรเดียร์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>ด.ญ.วรัญญา อนุกรเดียร์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6&nbsp;:</strong> “รู้สึกดีใจที่ได้มาเรียน มีกิจกรรมเยอะแยะให้ความรู้ หนูชอบวิชาศิลปะ ได้เรียนงานเขียน ระบายสีแรเงา เพราะครูสอนดี เข้าใจทำให้หนูพูดภาษาไทย ครูถามในห้อง ให้เขียน และอ่าน และในห้องได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น&nbsp; หนูฝันอยากเป็นพยาบาล&nbsp; ดีใจที่มาร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันกับเพื่อนๆ ครูเป็นครูที่ดีสอนหนูได้ดีมาก มีความสุข”</p>



<p></p>



<p class="has-text-align-center">เหล่านี้คือเสียงสะท้อนอันบริสุทธิ์ที่ถ่ายทอดออกมาด้วยสำเนียง”ภาษาไทย”อย่างชัดถ้อยชัดคำ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/articlr-karen-pgaqueno/">อ่านออกเขียนได้ “ภาษาไทย” พัฒนาการก้าวกระโดดของนร.โรงเรียนตชด.บ้านห้วยสลุง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ.รายงานสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ประจำภาคเรียนที่ 2/2563</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-16-03-2012/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-16-03-2012</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Mar 2021 12:07:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[อปท.]]></category>
		<category><![CDATA[ตชด.]]></category>
		<category><![CDATA[Culture and Education’]]></category>
		<category><![CDATA[CCE]]></category>
		<category><![CDATA[creativity]]></category>
		<category><![CDATA[พอล คอลลาร์ด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=28025</guid>

					<description><![CDATA[<p>16 มีนาคม 64 &#8211; กสศ.รายงานสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-16-03-2012/">กสศ.รายงานสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ประจำภาคเรียนที่ 2/2563</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-28028" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/รายงานสถานการณ์.png" alt="" width="1110" height="583" /></p>
<p><strong>16 มีนาคม 64 &#8211; กสศ.รายงานสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาล่าสุด ประจำภาคเรียนที่ 2/2563 ชี้โควิด-19 ยังส่งผลกระทบครัวเรือนยากจนที่สุดอย่างต่อเนื่อง  พบรายได้เฉลี่ยครัวเรือนนักเรียนยากจนพิเศษลดลงเหลือเพียง 1,021 บาทต่อเดือน 60% รายได้ลดลง ถูกออกจากงาน ชี้แม้เข้าถึงมาตรการความช่วยเหลือของภาครัฐ แต่สถานการณ์ภาพรวมยังคงถดถอย เปิดตัวเลขนักเรียนยากจนพิเศษภาคเรียนล่าสุดเพิ่มขึ้นถึง 18% ชี้ทางออกระยะสั้นเร่งแก้ปัญหาวิกฤตการเรียนรู้ Pandemic Wall ก่อนปิดภาคเรียน พร้อมชู 5 มาตรการระยะยาวแก้ปัญหาความยากจนข้ามชั่วคน</strong></p>
<p><strong>ดร</strong><strong>.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> กล่าวว่า  จากสถานการณ์ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อจำนวนกลุ่มเป้าหมาย ของ กสศ. ในปีการศึกษา  2/2563 เพิ่มขึ้นกว่า 18% จากปีการศึกษา 1/2563 ซึ่งในปีการศึกษา 2/2563 มีนักเรียนยากจนพิเศษที่คัดกรองใหม่เข้ามา จำนวน 195,558 คน  โดยยอดรวมตั้งแต่เริ่มเข้าไปช่วยเหลือนักเรียนยากจนพิเศษหรือนักเรียนทุนเสมอภาค เมื่อปีการศึกษา 2/2561 ครบ 3 ปีการศึกษา กสศ.ให้การช่วยเหลือเด็กยากจนพิเศษแล้ว 1,173,752 คน</p>
<p><figure id="attachment_28026" aria-describedby="caption-attachment-28026" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-28026 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/รายงานสถานการณ์_1.png" alt="" width="855" height="569" /><figcaption id="caption-attachment-28026" class="wp-caption-text">ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกสศ.</figcaption></figure></p>
<p>ทั้งนี้ จากข้อมูลล่าสุดพบว่ารายได้เฉลี่ยครัวเรือนของนักเรียนยากจนพิเศษมีอัตราลดลง 5% โดยในภาคการศึกษา 2/2563 อยู่ที่ 1,021 บาท/เดือน หรือประมาณ 34 บาท/วัน ลดลงจากภาคการศึกษา 1/2563 ซึ่งอยู่ที่  1,077 บาท/เดือน โดยแหล่งที่มาของรายได้ยังมาจากเงินเดือนและค่าจ้าง สวัสดิการจากรัฐ/เอกชน และการเกษตร ขณะที่สมาชิกครัวเรือนอายุ 15-65 ปี ว่างงานที่ไม่ใช่นักเรียนนักศึกษาอยู่ที่ 31.8%  และเป็นผู้ปกครองที่ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ 32%</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>3 ปีกสศ.สร้าง BIG DATA จับชีพจรความเหลื่อมล้ำรายพื้นที่</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-28031" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/รายงานสถานการณ์_4.png" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า จากการทำงานร่วมกับคุณครูทั่วประเทศกว่า 4 แสนคน ในสถานศึกษา 3 สังกัดคือ สพฐ. อปท.และตชด. เพื่อลงพื้นที่เก็บข้อมูลเด็กนักเรียนเป็นรายบุคคลทำให้ กสศ. มีข้อมูลเชิงลึกของครัวเรือนที่ยากจน 15% ล่างสุดของประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาได้ส่งข้อมูลดังกล่าวไปให้กับหน่วยงานรัฐทั้ง สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ​กระทรวงการคลัง เพื่อดำเนินมาตรการแก้ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนการนำข้อมูลไปให้หน่วยงานต้นสังกัดที่ดูแลนักเรียน ไม่ว่าจะเป็น สพฐ. อปท.และตชด. ใช้ในการพิจารณาจ่ายเงินอุดหนุนรายหัวมากกว่า 1.7 ล้านคน</p>
<p>“ด้วยข้อมูลเชิงลึกรายภาคเรียนการศึกษาที่กสศ.จัดเก็บทำให้สามารถจับชีพจรวัดความเหลื่อมล้ำรายพื้นที่ พร้อมทั้งมีข้อมูลเชิงลึกถึงระดับตำบลหมู่บ้านที่หน่วยงานต่างๆ สามารถนำไปใช้ประโยชน์เพื่อแก้ปัญหาฟื้นฟูประเทศหลังผลกระทบ COVID-19 ตลอดจนการแก้ปัญหาเศรษฐกิจประเทศในเชิงโครงสร้าง ด้วยการรู้ถึงรายละเอียดกลุ่มเป้าหมายที่ซึ่งเป็นจุดสำคัญของการลดความเหลื่อมล้ำ  และนำไปสู่การช่วยเหลือที่ไม่ใช่แค่ตัวเด็กนักเรียน แต่เริ่มนำร่องให้การช่วยเหลือถึงครอบครัวผู้ปกครอง เพื่อขจัดความยากจนข้ามชั่วคนซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดของกสศ. เนื่องจาก กสศ.มีงบประมาณจำกัด แต่เรามีข้อมูลเชิงลึกที่มีประโยชน์ซึ่งหน่วยงานต่างๆจะได้มีโอกาสใช้ข้อมูลเพื่อลดผลกระทบต่างๆ ได้” ดร.ไกรยส กล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ชี้ “ครัวเรือนยากจนพิเศษ” และ “นักเรียนยากจนพิเศษ” เผชิญภาวะเสี่ยง</h3>
<p><figure id="attachment_28030" aria-describedby="caption-attachment-28030" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-28030 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/รายงานสถานการณ์_2.png" alt="" width="855" height="569" /><figcaption id="caption-attachment-28030" class="wp-caption-text">นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์​ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมและทุนการศึกษา</figcaption></figure></p>
<p><strong>นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</strong><strong>​</strong><strong> ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมและทุนการศึกษา</strong>  กล่าวว่า สถานการณ์โควิดดิสรัปชัน (COVID Disruption) ส่งผลกระทบทั้งสุขภาพและเศรษฐกิจ  ทั้งนักเรียนและผู้ปกครอง  โดยผลกระทบของเด็กนอกจากเรื่องการเรียนแล้วยังกระทบเรื่องสภาพจิตใจ ไม่มีค่าใช้จ่ายไปเรียน ไม่มีหน้ากากอนามัย โรงเรียนอยู่ในพื้นที่เสี่ยง  ขณะที่ผลกระทบฝั่งของผู้ปกครอง จากการสำรวจพบว่า 60% ของผู้ปกครองมีรายได้ลดลง รวมทั้งมีสมาชิกในครอบครัวที่ต้องดูแลมากขึ้น และจำนวนมากต้องออกจากงาน   นอกจากนี้ยังพบว่ากลุ่มผู้ปกครองที่สามารถปรับตัวได้ยังมีจำนวนน้อย ส่วนใหญ่ปรับตัวไม่ได้ต้องกลับภูมิลำเนา ​ที่ผ่านมากสศ.ได้เข้าไปช่วยเหลือภายใต้โครงการ “ทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน” ส่งเสริมให้เป็นผู้ประกอบการ เกิดการรวมกลุ่ม ทำให้เขามีรายได้ที่สูงขึ้น โดยไม่ใช่ตั้งต้นจากหลักสูตร แต่เริ่มจากให้กลับไปสำรวจ ในหมู่บ้านว่ามีฐานทรัพยากรอะไร มีศักยภาพอะไร และค่อยพัฒนาส่งเสริมในสิ่งเหล่านั้นโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน</p>
<p>“ยกตัวอย่างกลุ่มเกษตรกรอินทรีย์ ต.หนองสนิท จ.สุรินทร์ ที่ทางอบต.ลงไปเก็บข้อมูล ดูต้นทุนในพื้นที่และยกระดับอาชีพ พบว่าการเกษตรที่ใช้สารเคมีเริ่มไม่เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค เราชวนเขามาทำเกษตรอินทรีย์  ผ่านไป 6 เดือนเขาสามารถขายในท็อปซูเปอร์มาร์เก็ต  แม้ในช่วง COVID-19 ได้รับผลกระทบก็ขยับไปทำดีลิเวอรี่ (delivery) เสริม ด้านหนึ่งสามารถช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายของตัวเอง1,800 บาทอีกด้านก็ช่วยเพิ่มรายได้ 5,000 บาทต่อเดือน ”</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-28033" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/รายงานสถานการณ์_5.png" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p>การดำเนินโครงการยังพบว่าการที่พ่อแม่มีรายได้สูงขึ้นช่วยทำให้เด็กมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย จากกลุ่มตัวอย่างที่หนองสนิท 100 คน เป็นเพ่อแม่ของเด็กนักเรียนยากจนพิเศษ 30 คน จากเดิมที่ครอบครัวยากลำบากทำให้เด็กๆ ไม่ได้ไปโรงเรียน เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษามากขึ้น  การช่วยเหลือจึงต้องช่วยทั้งสองด้านทั้งช่วยพ่อแม่ และช่วยเด็กๆ โดยขณะนี้ทางกสศ.กำลังจะพัฒนาโมเดลช่วยเหลือเด็กออกจากความยากจนเพื่อนำไปสู่การพัฒนาเป็นนโยบายต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>เร่งออกจากวิกฤต เมื่อเด็กไทยเผชิญภาวะ Pandemic Wall</h3>
<p>จากการประมวลสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาล่าสุด ยังพบว่า ประเด็นเร่งด่วนที่จำเป็นต้องเร่งแก้ไขจากผลกระทบของการปิดเรียนจากภาวะวิกฤต COVID-19 โดยรองผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า เด็กไทยกำลังเผชิญสถานการณ์ “ม่านกั้นการเรียนรู้ (Pandemic Wall) หรือ ภาวะที่ต้องเจอโรคระบาด” เด็กจะเริ่มรู้สึกเหนื่อย เบื่อ จากการที่ชีวิตถูก Disrupt โดยโควิด-19  พร้อมกับเกิด “ภาวะสมองเต็ม” หรือ Cognitive Overload ซี่งเกิดจากสมองส่วน Working Memory เต็มเพราะความเครียดเกิดการเบื่อ ขาดสารอาหาร พักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้สมาธิหาย เรียนไม่รู้เรื่อง หลายคนจึงมีปัญหาเรื่องการจัดการตัวเองโดยไม่รู้จะสื่อสารความรู้สึกกดดันวิตกกังวลออกมาอย่างไร ปัญหานี้ผู้ใหญ่จำเป็นต้องช่วยพูดคุยกับเด็ก ๆ ถึงความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์โควิด-19 และควรเปิดพื้นที่ให้เด็กได้เล่าถึงความรู้สึก ความกังวล ของตัวเด็กที่เกิดขึ้นได้</p>
<p>ในขณะที่ตอนนี้คือช่วงโค้งสุดท้ายของปีการศึกษา 2563 เหลืออีกเพียงไม่กี่สัปดาห์จะถึงการสอบและปิดเทอมใหญ่ ช่วงเวลานี้เด็กจะต้องรับเนื้อหาการเรียนที่หนักและเยอะกว่าปกติ มีทั้งการสอบปลายภาคและการสอบในระดับที่สูงกว่านั้น ในภาวะที่เด็กต้องเผชิญปัญหาม่านการเรียนรู้อย่างนี้ ถ้าผู้ใหญ่ไม่เข้าใจ ท้ายที่สุดเด็กจะมีภาวะความเครียดเกินกว่าจะรับได้ เกินกว่าที่ผู้ปกครองจะรับได้ แล้วจะมีผลต่อการจัดการอารมณ์และความวิตกกังวลต่อไปในระยะยาว ดังนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองและครูต้องสร้างพื้นที่ให้เขาได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ของภาวะตรงนี้ แล้วช่วยให้เด็กเยาวชนของเรามีโค้งสุดท้ายของปีการศึกษา 2563 ที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น สามารถทำให้เด็กบริหารจัดการความเครียดและเนื้อหาวิชาที่ต้องรับเข้าไปในช่วงนี้ให้ได้ สิ่งเหล่านี้จะทำให้พวกเราผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปด้วยกันได้ในที่สุด</p>
<p>ในเทอม 2/2563 ที่ผ่านมา แนวโน้มของนักเรียนยากจนพิเศษและยากจนยังเพิ่มขึ้นอยู่ในประเทศไทย แม้ว่าเป็นอัตราเพิ่มที่ลดลงแล้ว แต่ก็ยังคงเพิ่มขึ้นอยู่ รายได้ครัวเรือน อัตราการว่างงานยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอยู่ ปัญหา COVID-19 ทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยเฉพาะเชิงคุณภาพที่การเปิดผลวิจัยทำให้เราเห็นว่าปรากฏการณ์ COVID Slide หรือภาวะถดถอยทางการเรียนรู้มีอยู่จริงในประเทศไทย โดยเฉพาะในเด็กปฐมวัย เราจึงต้องนำเอาข้อมูลเหล่านี้มาร่วมกันคิด และหาทางออกว่าเราจะช่วยให้เด็กเยาวชนของไทยเกือบ 10 ล้านคนผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากในปีการศึกษานี้ไปได้อย่างไร ที่จะไม่มีผลกระทบในระยะยาวต่อตัวเด็กและต่อครอบครัว</p>
<p><figure id="attachment_28029" aria-describedby="caption-attachment-28029" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-28029 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/รายงานสถานการณ์_3.png" alt="" width="855" height="569" /><figcaption id="caption-attachment-28029" class="wp-caption-text">(กลาง) พอล คอลลาร์ด นักการศึกษาผู้เชี่ยวชาญการจัดการศึกษาในภาวะวิกฤต และนักปฏิรูปการเรียนรู้ระดับโลก ผู้ก่อตั้ง Creativity, Culture and Education (CCE)</figcaption></figure></p>
<p><strong>พอล คอลลาร์ด นักการศึกษาผู้เชี่ยวชาญการจัดการศึกษาในภาวะวิกฤต และนักปฏิรูปการเรียนรู้ระดับโลก ผู้ก่อตั้ง Creativity, Culture and Education (CCE)</strong> กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์หลังเปิดเรียนเนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 มีนักเรียนกลุ่มหนึ่งต้องปิดเรียนไปเกือบ 3 เดือนเต็ม ดังนั้น การศึกษาจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่น เปิดโอกาสให้โรงเรียนและผู้เรียนได้ร่วมกันมองหาวิธีการประเมินผลการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละกลุ่ม โดยอาจมีทั้งการสอบหรือการวัดผลด้วยวิธีอื่นร่วมกัน เช่นการประเมินจากผลงานของนักเรียน เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีทางเลือกไหนที่เป็นทางออกที่ดีที่สุด ซึ่งสุดท้ายแล้วหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องช่วยหาทางออกสำหรับเด็กทุกกลุ่มร่วมกัน</p>
<p>จากสถานการณ์ COVID-19 ทำให้เรารู้ว่ามีเด็กมากมายที่ยังเข้าไม่ถึงเทคโนโลยี ดังนั้นการจัดรูปแบบการเรียนการสอนที่หลากหลาย อย่างไรก็ตามเด็กอาจยังไม่เข้าใจวิธีการเรียนรู้ด้วยตนเอง เนื่องจากเขาไม่เคยได้รับการเตรียมตัวให้พร้อมมาก่อน</p>
<p>ทำให้เรามองเห็นโอกาสอีกมากที่จะได้มองและปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอน โดยคำนึงถึงข้อเท็จจริงที่ว่า วิชาการหรือสิ่งที่เรียนรู้ในหลักสูตรเหล่านี้มีความจำเป็นต่อชีวิตมากน้อยแค่ไหน เราจำเป็นต้องเรียนจริงๆ หรือไม่ และบทเรียนที่สำคัญเราได้เรียนรู้จากโควิด-19 ก็คือการปฏิรูปบ่มเพาะผู้เรียนให้เป็นเด็กที่เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง พึ่งพาตนเองในการเรียนรู้ให้ได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>5 ข้อเสนอปลดล็อคปัญหา “ความเหลื่อมล้ำ”</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-28032" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/03/รายงานสถานการณ์_6.png" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p>อย่างไรก็ตามสำหรับแนวทางการแก้ปัญหานะยะยาว รองผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า กสศ.มีความตั้งใจจะนำบทเรียนนี้มาสู่การบูรณาการการทำงานทั้งครัวเรือน เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนข้ามชั่วคน โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบาย 5 ข้อเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำฯ ได้แก่ <strong>1.บูรณาการข้อมูลสถานการณ์ความยากจนรายครัวเรือนระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ</strong> เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพและความต่อเนื่องของการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและความยากจนในระยะยาว <strong>2.บูรณาการงบประมาณและทรัพยากรระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีภารกิจแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและความยากจน</strong> ซึ่งปัจจุบันมีมาตรการแก้ไขปัญหาความยากจนของประเทศไทยมากกว่า 40 มาตรการที่สามารถทำงานร่วมกันเพื่อเป้าหมายการแก้ไขปัญหาความยากจนที่ยั่งยืน <strong>3.แก้ไขปัญหาความยากจนโดยใช้ครัวเรือนเป็นฐาน(Household-based Anti-poverty Intervention)</strong> ในการดำเนินการมาตรการต่อเนื่อง 5-10 <strong>ปี 4.แก้ไขปัญหาภาวะ COVID Slide และ Pandemic Wall ในประเทศไทย</strong> เพื่อป้องกันผลกระทบของ COVID-19 ต่อพัฒนาการของเด็กเยาวชนในระยะยาว และ <strong>5.Build Back Better</strong> ข้อเสนอเชิงนโยบายเหล่านี้จะมีส่วนช่วยให้ประเทศไทยกลับมาสู่เส้นทางของการแก้ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืนได้ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งวสหประชาชาติหรือ SDGs ได้ภายใน 10 ปีข้างหน้า</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-16-03-2012/">กสศ.รายงานสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ประจำภาคเรียนที่ 2/2563</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครม.ไฟเขียวปรับค่าอาหารกลางวันตั้งแต่เด็กเล็ก-ป.6 ในอัตรา 21 บาท</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-09-02-21/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-09-02-21</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Feb 2021 04:38:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[อว.]]></category>
		<category><![CDATA[ศธ.]]></category>
		<category><![CDATA[อปท.]]></category>
		<category><![CDATA[ตชด.]]></category>
		<category><![CDATA[สถ.]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[คณะรัฐมนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[สช.]]></category>
		<category><![CDATA[อนุชา บูรพชัยศรี]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองพัทยา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=27098</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 9  ก.พ. 2564  การประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ซึ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-09-02-21/">ครม.ไฟเขียวปรับค่าอาหารกลางวันตั้งแต่เด็กเล็ก-ป.6 ในอัตรา 21 บาท</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27100" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/18-ครม.ไฟเขียว-ปรับค่าอาหารกลางวันนักเรียน_th.jpg" alt="" width="864" height="454" /></p>
<p><b>เมื่อวันที่ 9  ก.พ. 2564  การประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติเห็นชอบในหลักการของการปรับค่าอาหารกลางวันของนักเรียน</b></p>
<p><strong>นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong> เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักการของการปรับค่าอาหารกลางวันของนักเรียนเพิ่มอีกร้อยละ 5 เป็นอัตราละ 21 บาท/คน/วัน ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565</p>
<p>สำหรับโครงการอาหารกลางวันของนักเรียน ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1 ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งมีจำนวนโรงเรียน 49,861 โรงเรียน และจำนวนนักเรียน 5,894,420 คน งบประมาณทั้งสิ้น 25,436,304,000 ล้านบาท ซึ่งจะแบ่งอุดหนุนให้<strong>องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)</strong> 23,561,921,200 ล้านบาท และจัดสรรให้สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำหรับนักเรียนเอกชนอีก 1,874,382,800 บาท</p>
<p>นายอนุชา กล่าวเพิ่มเติมว่า ค่าอาหารกลางวันของนักเรียนครั้งนี้ปรับเพิ่มเฉลี่ยร้อยละ 5 เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ ค่าใช้จ่าย และค่าวัตถุดิบในการประกอบอาหารที่มีราคาสูงขึ้น และคำนึงถึงปริมาณและคุณค่าทางโภชนาการในการประกอบอาหารกลางวันให้แก่นักเรียน ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการปรับค่าอาหารกลางวันของนักเรียนอัตราใหม่ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้ และจะทันต่อการเปิดเทอมครั้งที่ 2 ในปีการศึกษา 2564 ในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ด้วย</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27101" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/18-ครม_0.ไฟเขียว-ปรับค่าอาหารกลางวันนักเรียน_Ph.jpg" alt="" width="864" height="575" /></p>
<p>ทั้งนี้ ตามมติครม.เห็นควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้รับจัดสรรงบประมาณเป็นค่าอาหารกลางวัน ปรับมาใช้ในอัตราดังกล่าวด้วยเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียนดังกล่าว มีค่าบริหารจัดการในการประกอบอาหารในสัดส่วนที่เพียงพอที่หน่วยงานจะสามารถบริหารจัดการโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียนให้มีคุณภาพ มีความคุ้มค่า และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<p>โดยแต่ละหน่วยงานสามารถบริหารจัดการได้ตามความเหมาะสมสอดคล้องกับขนาดโรงเรียนและจำนวนนักเรียนในขั้นตอนการบริหารงบประมาณ</p>
<p>การขอปรับค่าอาหารกลางวันของนักเรียนในครั้งนี้ จะมีผลต่อภาระงบประมาณรายจ่ายประจำเพิ่มสูงขึ้น และสัดส่วนเงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p>ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และมีความคุ้มค่า โดยคำนึงถึงความเสมอภาคตามความจำเป็นของกลุ่มเป้าหมายในทุกสังกัด และความซ้ำซ้อนกับการจัดสวัสดิการของรัฐในกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน เห็นควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาการใช้จ่ายให้ครอบคลุมจากทุกแหล่งเงิน</p>
<p>อาทิ ดอกผลของเงินกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา การสนับสนุนจากกองทุนเสมอภาคทางการศึกษา และรายได้/เงินสะสม ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาสมทบค่าอาหารกลางวันในส่วนที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการกำหนดแนวทางให้ชัดเจนในทุกขั้นตอนสำหรับการบริหารโครงการอาหารกลางวันให้มีคุณภาพทางโภชนาการ มีความปลอดภัย มีการวางแผนการผลิตทางการเกษตร เพื่อใช้ในทุกหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณค่าอาหารกลางวัน ตลอดจนให้ทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในทุกมิติสำหรับการสนับสนุนโครงการดังกล่าวด้วย ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27102" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/18-ครม.ไฟเขียว-ปรับค่าอาหารกลางวันนักเรียน_Ph.jpg" alt="" width="864" height="575" /></p>
<p>ทั้งนี้ <strong>กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)</strong> เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติให้<strong>กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)</strong> และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งงบประมาณ พิจารณาปรับเพิ่มการเสนอขอจัดสรรงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 สำหรับโครงการอาหารกลางวันของนักเรียน ให้แก่นักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1 ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวนโรงเรียน 51,637 โรงเรียน จำนวนนักเรียน 6,147,469 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 10 สิงหาคม 2563) ค่าอาหารกลางวันที่เสนอเพิ่มขึ้นตามจำนวน และขนาดโรงเรียน จำนวน 200 วัน</p>
<p>สำหรับโรงเรียนในสังกัด สพฐ. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สถ. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) และเมืองพัทยา และจำนวน 252 วัน</p>
<p>สำหรับโรงเรียนในสังกัด สถ. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และเมืองพัทยา ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เนื่องจากราคาวัตถุดิบและต้นทุนที่ใช้ในการประกอบอาหารมีราคาสูงขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ ส่งผลให้อัตราค่าอาหารกลางวันที่รัฐบาลสนับสนุนอยู่ในปัจจุบันนั้นไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งการประกอบอาหารกลางวันให้แก่นักเรียนจะต้องคำนึงถึงปริมาณและคุณค่าทางโภชนาการเป็นสำคัญ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-09-02-21/">ครม.ไฟเขียวปรับค่าอาหารกลางวันตั้งแต่เด็กเล็ก-ป.6 ในอัตรา 21 บาท</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผนึกกำลัง กสศ. ร่วมพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน รร.ตชด.</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-29-01-2021/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-29-01-2021</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Jan 2021 04:32:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ตชด.]]></category>
		<category><![CDATA[รร.ตชด.]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[ครูตชด.]]></category>
		<category><![CDATA[สายชล ใจซื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน​ตำรวจตระเวนชายแดนตะโกปิดทอง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=26447</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากเด็กตัวเล็กๆ ที่เคยมีโอกาสได้เรียนหนังสือกับ ครู ตชด [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-29-01-2021/">ผนึกกำลัง กสศ. ร่วมพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน รร.ตชด.</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">จากเด็กตัวเล็กๆ ที่เคยมีโอกาสได้เรียนหนังสือกับ ครู ตชด. ก่อเกิดเป็นแรงบันดาลใจพร้อมความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเรียนหนังสือให้เก่งเพื่อกลับมาเป็นครูสอนเด็กๆ ในหมู่บ้าน ส่งต่อโอกาสให้เด็กคนอื่นๆ เหมือนอย่างที่เธอเคยได้รับในวัยเด็ก</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้ <strong>ครูสายชล ใจซื่อ</strong> ครูจาก<strong>โรงเรียน​ตำรวจตระเวนชายแดนตะโกปิดทอง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี</strong> เดินทางมาไกลเกินเป้าหมาย เพราะนอกจากจะได้กลับมาเป็นครู ตชด.สอนเด็กๆ ในโรงเรียนที่เธอเคยจบมาแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ 22 ปี ในการทำหน้าที่ครู เธอได้สร้าง “ลูกโซ่” ส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ ในพื้นที่ จนหลายคนเลือกเดินตามเส้นทางที่เคยเดิน  กลับมาเป็น ครูตชด. ช่วยกันพัฒนาพื้นที่บ้านเกิด และพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า คุณภาพการศึกษาของเด็กที่จบไปจากโรงเรียน ตชด. มีประสิทธิภาพไม่ต่างจากโรงเรียนทั่วไป​</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-26450" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/EEF_photo_ครูตชด_บทความกสศ-thumbnail-copy-10.jpg" alt="" width="865" height="648" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูยุ้ย เล่าย้อนถึงเส้นทางกว่าจะมาถึงวันนี้ว่า ตั้งเป้าหมายในชีวิตว่าอยากเป็นครูและเลือกเรียนด้านนี้โดยตรงแต่ไม่คิดว่าจะได้กลับมาเป็นครูในพื้นที่บ้านเกิด เพราะการเป็นครู ตชด. ก่อนหน้านี้ต้องสอบเข้าเป็นตำรวจตระเวนชายแดนนก่อน แต่จังหวะดีช่วงที่จบปริญญาตรีมีการเปิดรับสมัครครูคุรุทายาทรุ่นที่ 1 รับศิษย์เก่าที่จบจาก รร.ตชด.ให้มาสอบกลับมาเป็นครู เลยสมัครเข้ามาจนมีโอกาสได้กลับมาเป็นครูที่บ้านเกิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">​</span><span style="font-weight: 400;">“เรามีเป้าหมายในชีวิตเลยว่าอยากเป็นครูเพราะตอนเด็กๆ พ่อแม่ฐานะยากจนพอได้เรียนกับ ครูตชด.แล้วรู้สึกเป็นเหมือนไอดอล ทั้งสอนให้อ่านออกเขียนได้ สอนให้ทำแปลงเกษตร ปลูกผัก มีรายได้ แต่ในใจก็คิดว่าอาจเอื้อมไปไม่ถึงเพราะก่อนหน้านั้นถ้าเป็นครูตชด. ต้องไปสอบเป็น ตชด. เลยไม่คิดว่าจะมาเป็นครูในจุดนี้ที่ครูเคยอยู่นี้ได้ เผชิญมีโครงการสอบคุรุทายาทเลยไปสมัครเราจบครูมาแล้วได้ไปฝึกตำรวจ 1 ปี ฝึกครู 6 เดือนแล้วก็มาเริ่มต้นที่โรงเรียนเดิมของเรา”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ครู ตชด. สมัยก่อน มีข้อจำกัด<br />
แต่สร้างนักเรียนออกไปแข่งขันกับคนข้างนอกได้</h3>
<p><figure id="attachment_26451" aria-describedby="caption-attachment-26451" style="width: 865px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-26451 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/EEF_photo_ครูตชด_บทความกสศ-thumbnail-copy-11.jpg" alt="" width="865" height="649" /><figcaption id="caption-attachment-26451" class="wp-caption-text">ครูสายชล ใจซื่อ โรงเรียน​ตำรวจตระเวนชายแดนตะโกปิดทอง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มองย้อนไปตอนนั้นการที่ ครูยุ้ย มีวันนี้ได้ก็เพราะครู ตชด. ที่ช่วยสอนปูพื้นฐานความรู้อ่านออกเขียนได้ให้ สมัยก่อนครูตชด.อาจไม่ได้จบครู มีข้อจำกัดหลายอย่าง แต่ก็สามารถสอนให้เราอ่านออกเขียนได้ มีความรู้ไปแข่งขันกับคนข้างนอกได้ ทำให้ครูยุ้ยเรียนจนจบปริญญาตรีได้ ทั้งที่สมัยที่ยังเด็กนักเรียนมีประมาณ 30 คน ครูมี 4 คนต้องสอนทุกวิชา ต้องทำกับข้าว ต้องปลูกผัก ทำหมดทุกอย่าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนเย็นๆ เด็กๆ ก็จะมานอนกันที่วัดก็จะจุดเทียนอ่านหนังสือ ครูก็จะมาสอนเสริม เล่านิทาน สอนความรู้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย จนกลายเป็นแรงบันดาลใจทำให้เราอยากเป็นครู สมัยก่อนครูเก่งมาก เทคนิคการสอนหาสิ่งที่อยู่รอบตัวมาสอนได้หมด พอเราได้กลับมาสอนก็ดีใจที่ได้อยู่ในจุดนี้ ก็ต้องใช้โอกาสจากที่เคยเป็นศิษย์และได้รับแรงบันดาลใจจนมีวันนี้ ถ่ายทอดไปให้ลูกศิษย์ได้รับโอกาสนั้นและอยากกลับมาอยู่ในจุดที่เราอยู่บ้าง”</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-26455" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/EEF_photo_ครูตชด_บทความกสศ-thumbnail-copy-16.jpg" alt="" width="865" height="649" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวลาสอน ครูยุ้ย จะบอกเด็กๆ ว่า ​ ​ครูก็คือนักเรียน ตชด.​ในสมัยนั้น เหมือนพวกเธอทุกอย่าง ครูมีความฝันเล็กๆ ว่าวันหนึ่งครูต้องกลับมาเป็นครูให้ได้ จึงตั้งใจเรียน ออกไปสอบ กลับมาเป็นครู ช่วยพัฒนาท้องถิ่น ​พัฒนาพวกเธอให้อ่านออกเขียนได้ พอเราถามเด็กๆ ว่าโตขึ้นเขาอยากเป็นอะไร เขาก็จะบอกว่าอยากเป็นครู ตชด. เพราะมีเราเป็นแบบอย่างสร้างแรงบันดาลใจแค่นี้เราก็รู้สึกภูมิใจ ดีใจ ไม่ได้ต้องการรางวัลอะไรตอบแทนแล้ว เห็นเขาอ่านออกเขียนได้ ไม่ถูกเขาหลอกแค่นี้ก็คือความภูมิใจของเราแล้ว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ผนึกกำลัง กสศ. พัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน<br />
เพิ่มสมรรถนะเด็กชาติพันธุ์อ่านออกเขียนได้</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-26452" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/EEF_photo_ครูตชด_บทความกสศ-thumbnail-copy-12.jpg" alt="" width="865" height="649" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันมีลูกศิษย์ของครูยุ้ยที่เคยสอนที่โรงเรียนตะโกปิดทองนี้ จบออกไปและกลับมาเป็นครู ตชด. ที่โรงเรียนนี้ สองคนแล้ว ถือเป็นการส่งต่อโอกาสรุ่นต่อรุ่น ที่มีตัวอย่างให้เห็นเป็นรูปธรรมจับต้องได้ บางคนจบออกไปเรียนโรงเรียนสวนผึ้งวิทยา ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำอำเภอ แล้วยังสามารถสอบได้ที่ 1 ในชั้น ม.1  ม. 2 ตรงนี้สร้างความปลาบปลื้มให้ครูอย่างเราที่เขาออกไปจาก รร.ตชด. แล้วสามารถทำได้ดี เพราะเมื่อก่อนคนอาจมองว่า จบ รร.ตชด. จะไปแข่งอะไรได้ แต่ตอนนี้แสดงให้เห็นแล้วว่า รร.ตชด. ก็สร้างเด็กที่มีคุณภาพได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในแนวคิดที่สำคัญคือการให้เด็กเป็นศูนย์กลางไม่ใช่ครูเป็นศูนย์กลาง ปัจจุบันทางโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนตะโกปิดทอง ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อมความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ซึ่งทำงานร่วมกับ มรภ.หมู่บ้านจอมบึง มรภ.เพชรบุรี​ ​ยกระดับคุณภาพการเรียนการสอน ซึ่งที่ผ่านมาได้มีเข้าไปจัดกิจกรรม</span><span style="font-weight: 400;">รการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาสมรรถนะครูโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน​ตามความต้องการของโรงเรียน</span><span style="font-weight: 400;"> เสริมให้เด็กอ่านออกเขียนได้ดีขึ้น เพราะเด็กส่วนใหญ่เป็นเด็กชาติพันธุ์ที่ไม่ได้ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาหลัก</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-26453" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/EEF_photo_ครูตชด_บทความกสศ-thumbnail-copy-13.jpg" alt="" width="865" height="649" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ครู ตชด. ทั้งโรงเรียนจะได้รับการอบรม จากนั้นจะเลือก “ครูอาสา” เพื่อมาทำหน้าที่สอนเสริมให้กับเด็กที่มีปัญหาเรื่องการอ่านออกเขียนได้ เพิ่มเติมวันละ 1 ชม. โดยใช้เครื่องมือ บันได 4 ขั้น ของ อ.ศิวกานท์ ปทุมสูตร โดยทางครู ตชด. ได้ปรับรูปแบบให้เข้ากับนักเรียนเพิ่มเติมเช่นบางคนสมาธิสั้น ไม่สนใจก็จะใช้เพลง นิทาน มาเป็นสื่อช่วยให้เด็กกลับมาสนใจเนื้อหา จากเด็กหลังห้องที่ไม่สนใจตอนนี้กลับมาเริ่มอ่านออกเขียนได้ และทำให้การเรียนวิชาอื่นๆ ดีขึ้นตามไปด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>สื่อการสอนสามารถหาได้รอบตัว</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-26454" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/EEF_photo_ครูตชด_บทความกสศ-thumbnail-copy-14.jpg" alt="" width="865" height="648" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูยุ้ย ประเมินว่า สื่อการสอนสามารถหาได้จากสิ่งรอบตัว สามารถปรับใช้จากสิ่งที่มี สามารถเปิดหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตแล้วนำมาปรับใช้  อย่างแปลงเกษตรของโรงเรียนก็เป็นเครื่องมือการเรียนรู้ของเด็กได้เป็นอย่างดี  เพราะเด็กทุกคนต้องลงมือทำทั้งปลูกผัก เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ด ซึ่งเด็กสามารถเรียนรู้คณิตศาสตร์จากบัญชีฟาร์มสหกรณ์ หรืออะไรก็ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ทุกอย่างเป็นสื่อการสอนให้กับเด็กได้หมดถ้ารู้จักใช้ เด็กก็จะได้เรียนรู้รู้ตามวุฒิภาวะ ตามที่ควรได้รับเต็มที่ ซึ่งการสอนของ รร.ตชด. ที่นี่ไม่ใช่แค่การสอนตามตำรา แต่เป็นการสอนจากสื่อรอบตัว ได้ลงมือปฏิบัติจริง เป็นแอคทีฟเลิร์นนิ่ง เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เป้าหมายจากนี้ครูอยากให้เด็กที่จบจาก รร.ตชด. ออกไปมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กลับออกไปสามารถพัฒนาท้องถิ่นตัวเอง แล้วกลับมาให้โอกาสน้องๆ เหมือนที่ตัวเองได้รับโอกาส เมื่อน้องรุ่นต่อไปได้รับโอกาสก็จะเป็นลูกโซ่แห่งความดี ลูกโซ่แห่งการพัฒนา ลูกโซ่ที่จะทำให้เด็กชายแดนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นทุกคน” ครูยุ้ยกล่าวทิ้งท้าย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-29-01-2021/">ผนึกกำลัง กสศ. ร่วมพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน รร.ตชด.</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดกล่องของขวัญวันเด็ก ส่งมอบ “คุณภาพการศึกษา” สู่โรงเรียนพื้นที่ห่างไกล</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-09-01-21/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-09-01-21</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 09 Jan 2021 14:23:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ตชด.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อุดม วงษ์สิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนการบินไทย]]></category>
		<category><![CDATA[วันเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.จิตติมา เจือไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.นิตยา เรืองมาก]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ปุณรัตน์ พิพิธกุล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=25928</guid>

					<description><![CDATA[<p>ช่วงเทศกาลวันเด็ก หลายคนเคยเลือกที่จะนำสิ่งของ เครื่องใ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-09-01-21/">เปิดกล่องของขวัญวันเด็ก ส่งมอบ “คุณภาพการศึกษา” สู่โรงเรียนพื้นที่ห่างไกล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงเทศกาลวันเด็ก หลายคนเคยเลือกที่จะนำสิ่งของ เครื่องใช้ ชุดนักเรียน แบบเรียน  อุปกรณ์การเรียน ข้าวสารอาหารแห้ง ไปมอบให้กับเด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร โดยเฉพาะโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ เพื่อ​เป็นของขวัญวันเด็กที่ถือเป็นการส่งมอบกำลังใจ​ และสร้างรอยยิ้มให้กับพวกเขาได้เป็นอย่างดี แม้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันทำให้รูปแบบของการจัดงานวันเด็กจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนไปจากเดิมทั้งรูปแบบและวิธีการ ซึ่งเชื่อว่าเด็กๆ ทุกคนต่างมีความหวังต่อการให้จากผู้ใหญ่ทุกคนเช่นเคย</p>
<p>วันนี้เราได้เห็นความร่วมแรงร่วมใจของคนในสังคมที่​ออกมาช่วยกันลดช่องว่างทางการศึกษาสำหรับนักเรียนทั้งในเมืองและพื้นที่ห่างไกล แต่นอกจาก <strong>“ของขวัญ”</strong> ​ที่เป็นสิ่งของเครื่องใช้อุปกรณ์การเรียนแล้ว <strong>“คุณภาพการศึกษา”</strong> เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เด็กๆ ทุกคนอยากได้เป็นของขวัญในวันเด็ก  ไม่แพ้ข้าวของเครื่องใช้ แม้ว่าจะไม่ใช่สิ่งที่เขาจะจับต้องหรือนำไปใช้ได้ในทันทีทันใด แต่วิชาความรู้ที่เกิดขึ้นจากคุณภาพการศึกษาเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่ติดตัว มีประโยชน์และยั่งยืนสำหรับพวกเขาต่อไปในอนาคต</p>
<p>ด้วยหัวใจที่ทุ่มเท แต่ด้วยข้อจำกัดหลายด้าน​ รวมทั้งบุคลากรที่มาทำหน้าที่ครูในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน หลายคนไม่ได้จบครูมาโดยตรง และมีภารกิจหลายด้านที่ต้องรับผิดชอบ จนอาจเป็นข้อจำกัดที่ส่งผลต่อคุณภาพการเรียนรู้ในห้องเรียนของเด็กๆ</p>
<h3>นำการศึกษาที่มีคุณภาพ ไปสู่ 50 โรงเรียน 15 จังหวัดชายแดนห่างไกล “เพราะการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนนั้นหยุดไม่ได้”</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-25934" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/Childrens-day-1_banner-3-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1704" /></p>
<p><strong>ดร.อุดม วงษ์สิงห์</strong> ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครู นักศึกษาครู และสถานศึกษา กสศ. กล่าวว่า กสศ. ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่ ได้แก่ มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย และมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี สนับสนุน การพัฒนาสมรรถนะครูสู่การพัฒนาศักยภาพของเด็กที่เหมาะสมตามช่วงวัย ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนำร่อง 50 โรงเรียน ในพื้นที่ 15 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เลย อุดรธานี บึงกาฬ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ ตาก สงขลา ตรัง สตูล และพัทลุง ซึ่งจะมีคุณครูได้รับการพัฒนา รวม 485 คน และมีนักเรียนได้รับประโยชน์ระยะต้น 5,335 คน โดยโครงการนี้เริ่มดำเนินงานในปีการศึกษา 2563 และจะสามารถขยายผลไปยังนักเรียนรุ่นอื่นๆ ได้อีกต่อไป</p>
<p>“ที่ผ่านมาการทำงานในระดับพื้นที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ 3 ฝ่ายอย่างเป็นรูปธรรมและลงตัวจนเป็นโมเดลการพัฒนาโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลได้อีกรูปแบบหนึ่ง ได้แก่ สถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่ ทีมโค้ชในพื้นที่ และนายตำรวจนิเทศ ตชด. โดยได้เข้าไปสำรวจความต้องการจำเป็นของครูใหญ่ ครูผู้สอน นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน ในโรงเรียน ตชด. นำร่อง ทั้ง 50 โรงเรียน ว่ามีความต้องการพัฒนาสมรรถนะการเรียนรู้ของผู้เรียนในเรื่องใด จากนั้นจึงนำโจทย์การพัฒนาผู้เรียนที่เกิดขึ้นจากความต้องการของทุกฝ่าย ไปสู่การออกแบบกิจกรรมเพื่อพัฒนาสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้ของครูในโรงเรียน ตชด. โดยเน้นการพัฒนาสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้เชิงบูรณาการจากภาระงานที่ปฏิบัติโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน” นับเป็นมิติใหม่ของการพัฒนาคุณภาพครูและโรงเรียน ตชด. ของประเทศไทยที่สามารถต่อยอดจากฐานการทำงานเดิมที่มีอยู่แล้วได้อย่างลงตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>พัฒนาจากโจทย์จริงของแต่ละโรงเรียน ไม่ดึงครูออกจากพื้นที่มาอบรมด้วยวิธีเดิมๆ</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-25936" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/Childrens-day-1_banner-6-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1704" /></p>
<p><strong>ดร.จิตติมา เจือไทย</strong> ผู้จัดการโครงการพัฒนาครูในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร  กสศ. กล่าวว่า แนวคิดสำคัญในการดำเนินงานโครงการ คือ ไม่ต้องการดึงครูออกมาจากพื้นที่ เนื่องจากโรงเรียน ตชด. ส่วนใหญ่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร การเดินทางออกมาแต่ละครั้งย่อมสร้างความไม่สะดวกให้กับคุณครู และยังต้องใช้เวลานาน จนอาจส่งผลกระทบไปถึงการเรียนการสอนของนักเรียน ดังนั้น คณาจารย์จากสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่ ทีมโค้ชในพื้นที่ และนายตำรวจนิเทศ ตชด. จึงเป็นผู้เข้าไปจัดกิจกรรมพัฒนาสมรรถนะครูในโรงเรียน ตชด. นำร่อง 50 แห่ง เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายที่ครู นักเรียน และชุมชนได้ร่วมกันสะท้อนความต้องการ เพราะนอกจากจะได้ประโยชน์ ในแง่ของการพัฒนาสมรรถนะของครู ตชด. ในการจัดการเรียนรู้เพื่อศิษย์แล้ว ยังทำให้ผู้จัดกิจกรรมการพัฒนา ได้เข้าใจบริบท สภาพปัญหา และข้อจำกัดของโรงเรียน ตชด. จนนำไปสู่ความร่วมมือในการพัฒนาและช่วยเหลือในมิติอื่นๆ ที่ได้พบเห็นจากสภาพจริง</p>
<p>“ความต้องการในการพัฒนาผู้เรียนในโรงเรียนนำร่อง 50 แห่ง ส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 60 ต้องการให้พัฒนาทักษะภาษาไทยและการอ่านออกเขียนได้  เพราะโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเกือบทั้งหมดตั้งอยู่ในเขตแนวชายแดน นักเรียนจำนวนมากเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ไม่ได้ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาหลัก ทำให้มีปัญหาเรื่องการอ่านออกเขียนได้จำนวนมาก โดยภายหลังจากการไปจัดกิจกรรมพัฒนาสมรรถนะครู เพื่อให้ครูไปจัดกระบวนการเรียนรู้สู่การพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน พบว่า ในหลายโรงเรียนสามารถเห็นผลความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน”</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ร่วมกันออกแบบ ยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง แก้ปมปัญหาถูกจุด</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-25938" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/Childrens-day-1_banner-7-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1704" /></p>
<p>โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนตะโกปิดทอง และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านถ้ำหิน อ.สวนผึ้ง  จ.ราชบุรี เป็นอีกหนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จ ที่เด็กๆ สามารถอ่านออกเขียนได้เพิ่มมากขึ้น ​​ <strong>ดร.นิตยา เรืองมาก</strong> รองคณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง  ซึ่งทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี กล่าวว่า ทีมคณาจารย์ได้เข้าไปช่วยจัดกิจกรรมการพัฒนาทักษะภาษาไทย เริ่มต้นจากการเข้าไปคุย สำรวจความต้องการ และทำ SWOT ทั้งกลุ่มโรงเรียนและศิษย์เก่าว่า อยากให้พัฒนาอะไรมากที่สุด ซึ่งสองกลุ่มพูดตรงกันว่าอยากให้พัฒนาการอ่านออกเขียนได้ เพราะเด็กส่วนใหญ่เป็นเด็กชาติพันธุ์</p>
<p>จากนั้นทางคณาจารย์จึงได้ร่วมกันวางแผนและออกแบบการจัดกิจกรรมเพื่อเพิ่มสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้เพื่อการอ่านออกเขียนได้ ให้กับครู ตชด. ในโรงเรียน ตชด.ตะโกปิดทอง 12 คน และโรงเรียน ตชด.บ้านถ้ำหิน อีก 14 คน โดยใช้โมเดลการอ่านออกเขียนได้ของ อ.ศิวกานท์ ปทุมสูติ  ซึ่งก่อนจัดกิจกรรมการพัฒนา จะจัดการทดสอบนักเรียนทั้งการอ่านออกเสียง การเขียนตามคำบอกและดูผล ก่อนจะออกแบบฝึกว่าครูจะต้องสอนอะไรบ้าง ในแต่ละครั้งจะต้องทำอย่างไร ซึ่งส่วนใหญ่ตัวโมเดลการสอนจะมีครบทั้ง หลักสูตร นวัตกรรม สื่อการสอน</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-25940" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/Childrens-day-1_banner-4-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1704" /></p>
<p>ในช่วงของการเข้าไปจัดกิจกรรม คุณครูจะได้พัฒนาศักยภาพทั้งรูปแบบ วิธีการสอน ไปจนถึงเทคนิคการสอน เช่น การยืนหน้าชั้นเรียน การใช้ตัวอักษร การทำสื่อให้เกิดความน่าสนใจ แม้แต่วิธีการเขียนกระดานของคุณครูที่จะส่งผลต่อเด็กเวลาให้เด็กเขียนตามที่คุณครูเขียน ซึ่งตัวอย่างเหล่านี้สามารถนำไปปรับใช้ในวิชาภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ได้ด้วย จากนั้นจึงให้คุณครูได้นำสิ่งที่ได้ไปจัดการสอนให้เด็กจริง  ​</p>
<p>“ตรงนี้ช่วยครูได้มากเพราะเข้าใจว่าครู ตชด. จำนวนมากไม่ได้จบครูมาโดยตรง เราจึงเข้าไปช่วยพัฒนาการสอนให้ดีขึ้นได้ สร้างการเรียนรู้ให้เกิดขึ้น บางทีเกิดปัญหาเมื่อไปนิเทศก็ช่วยแก้ปัญหาจากของจริง ซึ่งสุดท้ายก็สามารถเกิดผลการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน เด็กอ่านออกเขียนได้ กล้าพูดมากขึ้น จากแต่ก่อนพูดไม่ชัด ไม่กล้าพูดเพราะกลัวโดนเพื่อนล้อ จนได้ฝึกแล้วทำให้เกิดการพัฒนา ครูเองได้รับการพัฒนาไปพร้อมกันด้วย”​ดร.นิตยา กล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>โค้ชถูกจุด ก็เปลี่ยนได้ทันที ครูและเด็กๆ ตชด. ไม่กลัวภาษาอังกฤษอีกแล้ว</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-25935" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/Childrens-day-1_banner-5.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>อีกกิจกรรมที่เห็นผลความสำเร็จชัดเจน คือ การพัฒนาการสอนภาษาอังกฤษ ซี่งมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี  ไปจัดกิจกรรมพัฒนาการสอนภาษาอังกฤษให้กับ ​2 โรงเรียน คือ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้าน คำชมภู จังหวัดบึงกาฬ และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านห้วยเวียงงาม จังหวัดอุดรธานี  โดย <strong>ดร.ปุณรัตน์ พิพิธกุล</strong> คณบดีคณะครุศาสตร์  มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี กล่าวว่า จากการสำรวจ 10 โรงเรียนที่รับผิดชอบ ได้ข้อสรุปโดยจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาภาษาอังกฤษ 2 โรงเรียน และการอ่านออกเขียนได้อีก 8 โรงเรียน</p>
<p>การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษได้เน้นการเรียนรู้แบบประยุกต์เข้ากับ Farm School หรือใช้โรงเรียนเป็นฐาน ออกแบบการเรียนการสอนจากสิ่งที่โรงเรียนมี โดยใช้กระบวนการไปจัดกิจกรรมพัฒนาครูที่โรงเรียนในแต่ละด้าน รวมทั้งการผลิตสื่อการสอน ปรับวิธีการสอน การเขียนแผนการสอน เน้นไปที่การใช้แหล่งเรียนรู้ของโรงเรียนและชุมชน และการประเมินผลผู้เรียน</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-25932" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/Childrens-day-1_banner-2-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1703" /></p>
<p>สำหรับการจัดกิจกรรม 3 วัน จะเริ่มจาก โฟนิคส์ (Phonics) หรือการฝึกออกเสียงที่มีงานวิจัยระบุว่า โรงเรียนที่ใช้วิธีนี้จะได้ผลมากกว่าโรงเรียนที่ไม่ได้ใช้ถึงสามเท่า จากนั้นจึงมาต่อที่การสอนภาษาอังกฤษโดยบูรณาการกับ Farm School ใช้สิ่งรอบตัวมาเป็นบทเรียน กิจกรรม ให้กล้าใช้ภาษาอังกฤษ โดยมีกิจกรรมที่สลับสับเปลี่ยนไป เช่น เช็คอินความรู้สึก ปิดตาทายกลิ่นผลไม้  เมื่อได้คำศัพท์ ก็ขยับไปเป็นวลีและประโยค รวมทั้งนำเกมมาประยุกต์ใช้ เช่น ทำแผนที่โรงเรียน​​ ซี่งจะได้ทักษะการบอกทิศทาง การอธิบายรายละเอียด</p>
<p>ทั้งหมดต้องเริ่มไปสร้างความมั่นใจให้คุณครูว่า อย่ากลัวภาษาอังกฤษ ภาษาอังกฤษเริ่มได้จากสิ่งรอบตัวที่เขามี เมื่อครบเดือนที่คุณครูเริ่มปรับวิธีการสอนแล้วต้องไปนิเทศ จะพบว่า เด็กรู้สึกว่าภาษาอังกฤษไม่น่ากลัว คำศัพท์เขาอาจไม่รู้ทั้งหมด หรือตัวอักษรบางตัวอาจยากสำหรับเขา แต่ก็มีบางตัวที่เขาจำได้ เขากล้าที่จะลองมากขึ้น  กล้าเล่นเกมไม่กลัวที่จะผิด กล้าผสมคำ ครูเองก็มีความสุข สนุกไปกับเด็ก จนไปค้นหาเกมจากในอินเตอร์เน็ตมาสอนเพิ่ม</p>
<p>นี่เป็นเพียงแค่ตัวอย่างความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น กับทั้งตัวคุณครูและนักเรียนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน​​ ซี่งยังมีอีกหลายตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ จาก 50 โรงเรียนนำร่องทั่วประทศ เพื่อนำการศึกษาที่มีคุณภาพไปให้ถึงเด็กทุกคนอย่างเสมอภาค</p>
<p>&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-09-01-21/">เปิดกล่องของขวัญวันเด็ก ส่งมอบ “คุณภาพการศึกษา” สู่โรงเรียนพื้นที่ห่างไกล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เพราะความร่วมมือจากกสศ. สร้างความเสมอภาคทุกมิติ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-02-12-20/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-02-12-20</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Nov 2020 06:58:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[ตชด.]]></category>
		<category><![CDATA[DMC]]></category>
		<category><![CDATA[สนิท แย้มเกษร]]></category>
		<category><![CDATA[Data Management Center]]></category>
		<category><![CDATA[ฉก.ชน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=24183</guid>

					<description><![CDATA[<p>เกือบสามปี ที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-02-12-20/">เพราะความร่วมมือจากกสศ. สร้างความเสมอภาคทุกมิติ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-24186" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/thumbnail-11.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/thumbnail-11.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/thumbnail-11-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/thumbnail-11-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/thumbnail-11-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เกือบสามปี ที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และโอกาส รวมถึงการเติมเต็มด้านต่างๆ ให้อนาคตของชาติได้รับโอกาสทางการศึกษาเติบโตไปสู่การดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ลำพังเพียง กสศ.หน่วยงานเดียวไม่สามารถทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วงไปได้หากปราศจากความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะ สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. ถือเป็นหน่วยงานสำคัญหนุนเสริมการทำงานในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลของเด็กนักเรียน สถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา จนครอบคลุมลงลึกไปทุกพื้นที่ทั่วประเทศ</span></p>
<p><b>นายสนิท แย้มเกษร</b><span style="font-weight: 400;">  รองเลขาธิการ สพฐ. ได้สะท้อนภาพการทำงานร่วมกันระหว่างกสศ.และสพฐ.ไว้อย่างน่าสนใจว่า  สพฐ.มีโอกาสทำงานร่วมกับกสศ. ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมาสองปีกว่า ความร่วมมือเริ่มแรก เราได้ทำการแลกเปลี่ยนข้อมูลในการดูแลเด็กนักเรียนยากจนเป็นพิเศษ โดยที่สพฐ.มีระบบจัดเก็บข้อมูลนักเรียนรายบุคคล หรือ Data Management Center (DMC) กสศ. ได้ผสานความร่วมมือการใช้ข้อมูล  และเพื่อให้เกิดความแม่นยำ กสศ. ได้ลงพื้นที่จริง ทำให้พบว่า มีเด็กจำนวนไม่น้อยที่อยู่ในกลุ่มยากจนพิเศษ เมื่อเทียบกับข้อมูลของสพฐ. เรามีเด็กยากจนพิเศษเป็นล้านคน  และข้อมูลเชิงประจักษ์ดังกล่าว ทำให้เราเริ่มทำงานร่วมกัน ซึ่งเป็นความโชคดีของเด็กๆ จากการเข้าไปให้ความช่วยเหลือ  </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-24187" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/c-19.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/c-19.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/c-19-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/c-19-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/c-19-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รองเลขาธิการ สพฐ. ยังกล่าวถึงกสศ. ที่ได้เข้ามาช่วยเหลือเด็กนักเรียนผู้ด้อยโอกาสในสถานการณ์ต่างๆว่า  หากเพียงการทำงานของหน่วยงานเดียวอย่าง สพฐ. อาจทำให้เกิดความล่าช้าในการช่วยเหลือ การเข้าถึงข้อมูลการสนับสนุนต่างๆอาจมีน้อย แต่เมื่อได้ทำงานกับ กสศ.ตั้งแต่เริ่มต้นไม่ว่าจะเป็นทุนเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข หรือทุนนักเรียนเสมอภาค ทำให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อมา เมื่อเกิดภาวะการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19  กสศ.ยังได้ช่วยเหลือเด็กกลุ่มที่ไม่ได้มาโรงเรียน ขาดอาหารช่วงหนึ่ง ที่เดิมต้องทานอาหารกลางวันโรงเรียนจัดให้พอเพียง แต่เมื่อไม่ได้มาโรงรียน กสศ.ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยและสำรวจข้อมูล และบางพื้นที่จริงๆ ได้ช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้ไปอีกจำนวนมาก ถามว่าจำนวนเงินมากหรือไม่สำหรับการทำงานในภาพรวมอาจไม่มาก แต่รายบุคคล สามารถเลี้ยงตัวดำรงชีวิตในช่วงปิดเทอมที่ยาวนานที่สุด เด็กที่เคยมาทานอาหาร ดื่มนมจะอยู่ที่บ้านจะเป็นการเติมเต็มให้</span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">ความสำคัญ คือ ถ้าสพฐ.และกสศ. ไม่ได้ทำงานอย่างใกล้ชิด สิ่งเหล่านี้จะไม่เห็น ตอนนี้เราทำงานร่วมกันในเชิงข้อมูล มีระบบโปรแกรมผ่านพื้นที่จริงๆ  ถามว่าความร่วมมือเกิดขึ้นเพราะอะไร เพราะความตั้งใจของสองฝ่ายทำให้ต่อมามีอีกหลายเรื่องที่มากกว่าเรื่องของความยากจน </span></p></blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ เมื่อลงพื้นที่จะพบปัญหาอื่นอีก  จึงทำให้เรามีโครงการร่วมกันในการเยี่ยมบ้านนักเรียน ซึ่งสพฐ.มีนโยบายอยู่แล้ว ให้ทำการเยี่ยมบ้านร้อยเปอร์เซนต์ทุกปี  เราจะมีการออกเยี่ยมบ้านโดยคุณครู  แต่วันนี้ กสศ.เข้ามาร่วมกับเรา โดยที่สพฐ.ที่มีศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน หรือ “ฉก.ชน”  อยู่แล้วได้ทำงานร่วมกันอีก ในเชิงของการเก็บข้อมูล ลงพื้นที่ร่วมกัน ไม่ได้ต้องลงพื้นที่หลายครั้ง เนื่องจากภาวะคุณครูและเด็กขณะนี้ เวลาการเรียนการสอนหายไปจำนวนมากจึงต้องทำการเรียนการสอนให้ครบตามชั่วโมงที่กำหนดไว้ในหลักสูตร รวมทั้งเวลาสอนชดเชย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี ถ้าเราต่างคนต่างเก็บข้อมูลเดียวกัน หรือต่างกันเล็กน้อย ก็สามารถบูรณาการด้วยกันได้ ฉะนั้นการลงไปเก็บข้อมูลนักเรียนครั้งเดียวกันจะได้ข้อมูลทั้งฝั่งสพฐ.และกสศ. นอกจากนี้กสศ.ยังได้ช่วยให้ข้อเสนอแนะ และความช่วยเหลือ ว่าเด็กที่ไม่ใช่ยากจนเพียงอย่างเดียว ยังมีเด็กที่มีฐานะแต่มีปัญหาอื่นๆ จากการคัดกรองตกหล่นไปบ้าง กสศ.จะช่วยเหลือเติมเต็มเข้าไปอีก </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-24188" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/a-20.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/a-20.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/a-20-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/a-20-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/a-20-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ สพฐ.มีสำนักบริหารการศึกษาพิเศษ ดูแลเด็กพิการ เด็กด้อยโอกาส ที่อยู่ในศูนย์การศึกษาพิเศษ  ราชประชานุเคราะห์ รวมทั้งศึกษาสงเคราะห์ เด็กเหล่านี้มีความขาดแคลนอยู่แล้ว แต่มีองค์ประกอบอื่นๆที่เราต้องช่วยเหลือ กสศ.ได้เข้ามาเพิ่มในส่วนนี้ทำให้การทำงานช่วยเหลือมีประสิทธิภาพมากขึ้น  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ท่านเลขาสพฐ.ได้มอบนโยบายว่า เด็กทุกคนต้องได้รับการดูแลอย่างทัดเทียมกัน ฉะนั้น เด็กทุกคนเราต้องดูแลอย่างปกติ รวมถึงเด็กพิการทั้งหมดด้วย นับเป็นโอกาสที่ดีที่เราทำงานร่วมกัน เอาข้อมูลมาแชร์ร่วมกัน โดยมีระบบการเก็บข้อมูลที่ดีซึ่งกสศ.มีแอปพลิเคชันที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ถามว่า ตรงนี้เป็นประโยชน์ต่อคุณครูในการใช้ข้อมูลมากน้อยแค่ไหน เพราะผู้กรอกข้อมูลคือคุณครู  ครูก็ได้ใช้ข้อมูลนี้ด้วย ถ้าหน่วยงานที่เก็บข้อมูล แล้วนำไปใช้หน่วยงานของตนเอง เพราะในที่สุดครูอาจนำมาใช้ในการดูแลอบรมเด็ก เพียบพร้อมทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>รองเลขาสพฐ. ยังได้กล่าวถึงการมี “ฉก.ชน.” ส่งผลให้เราได้รับทราบข้อมูลเชิงลึกอื่นๆว่า  ข้อมูลเด็กที่เราทำการเก็บร่วมกัน</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่จริงโรงเรียนเก็บไว้ใช้บริหารเพื่อดูแลเด็กรายบุคคลอย่างไร  แต่วันนี้ ข้อมูลที่ได้มาถูกใช้ในระดับที่สูงขึ้น  โดยสพฐ.ใช้ในภาพรวม หรือ กสศ.กำลังนำไปใช้เป็นข้อมูลเดียวกันเพื่อตอบโจทย์เดียวกัน เพียงแต่ เดิมเราไม่ได้ทำทั้งหมดอาจทำแค่เรื่องความยากจน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“คราวนี้ เราไปเจอเด็กที่อยู่อาศัยไม่ดีพอ สังเกตจากการจัดแคมเปญใหญ่ๆในการช่วยเหลือที่ผ่านมา เพราะเราไปเจอสภาพที่อยู่อาศัยไม่ใช่บ้านที่เด็กอาศัยได้ นอนฝนตกก็อยู่ไม่ได้เปียกไปหมด  ข้อมูลตรงนี้อยากทำให้เห็นสภาพเป็นแบบนี้ รวมทั้งข้อมูลที่เราบอกมีการคัดกรองแล้ว มีความแม่นยำแล้ว บางครั้งเจอเด็กที่ต้องสนับสนุนเพิ่มเติมให้เขา”</span></p>
<p><figure id="attachment_24189" aria-describedby="caption-attachment-24189" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-24189 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/b-19.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/b-19.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/b-19-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/b-19-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/b-19-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-24189" class="wp-caption-text">นายสนิท แย้มเกษร  รองเลขาธิการ สพฐ.</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รองเลขาสพฐ.ยอมรับว่า เป็นความตั้งใจดีของกสศ.ที่จะเข้ามา โดยไม่มองเรื่องความยากจนอย่างเดียว “เพราะความเสมอภาค ไม่ใช่เรื่องความยากจน ความเสมอภาค คือเด็กทุกคนได้โอกาสที่ควรได้รับเท่ากัน  ไม่ว่าจะเป็นโอกาสทางการเรียน โอกาสทางอยู่ในสังคม โอกาสที่ควรได้รับการพัฒนาในเชิงความสามารถของตนเอง อันนี้เป็นประเด็นสำคัญ ถ้าตรงนี้ เราไม่ได้มุ่งไปที่ความยากจน ซึ่งคนเข้าใจผิดว่าความเสมอภาค คือความยากจน ซึ่งจริงๆไม่ใช่  เราเจอปัญหาเด็กที่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ หรืออยู่กับญาติ มีไม่น้อยที่ไม่มีพ่อแม่ ไม่มีญาติผู้ใหญ่  พี่คนโตต้องดูแลน้อง สิ่งเหล่านี้พอเราเห็นสภาพความจริงจะได้แก้ปัญหาถูกจุดและร่วมกันแก้ปัญหา”  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากสถานการณ์โควิด -19 ประเมินกันว่าจะมีการระบาดรอบสอง สร้างความห่วงกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจไม่ฟื้นตัวส่งผลไปถึงครอบครัวขาดรายได้ เด็กอาจหลุดจากระบบการศึกษา ประเด็นปัญหาตรงนี้  รองเลขาธิการ สพฐ. เผยว่า ได้มีการเตรียมการรับมือไว้แล้ว </span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">เราติดตามกลุ่มนี้ตลอด เด็กที่มีปัญหา ไม่ได้อยู่กับครอบครัว เพียงแต่วันนี้ สถานการณ์ ภาวะไม่ปกติ แต่การเรียนการสอนเปิดปกติได้ เด็กกลุ่มที่ได้รับการดูแลคือทุกกลุ่ม  เด็กที่ขาดแคลน ไม่มีผู้ใหญ่ดูแล ถ้าให้ดี กสศ. มาช่วยกันดูแล เหมือนที่ทำกันอยู่จะเห็นข้อมูล กองทุนกสศ.มีส่วนสนับสนุนได้</span></p></blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">เรายังมั่นใจอยู่ว่า สถานการณ์แพร่ระบาดไม่ถึงกลางเมือง ยังอยู่ชายแดนสามารถรับมือป้องกันได้ จึงฝากให้กสศ. มีอะไรก็มาแชร์ข้อมูลกัน เช่น จากการพัฒนาระบบสารสนเทศระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน หรือ CCT APP โดยทดลองนำร่อง 8 จังหวัด เป็นรูปแบบที่ดี ถ้าทำไปแล้ว เกิดขยายผลไปได้ ขอให้ช่วยกันแบบนี้  แม้ว่าโควิด-19 หมดไป มีวัคซีนมา กสศ. และสพฐ.ก็ทำงานร่วมกันต่อไป เช่นเรื่องอื่นๆ  เรื่องความยากจน ขาดแคลนทุนทรัพย์ ความไม่เท่าเทียมกันในการจัดการศึกษา  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระนั้นก็ตาม สิ่งที่ สพฐ. มีความเป็นห่วง คือ อยากให้ กสศ.มองไปถึง กลุ่มโรงเรียนในสังกัดตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ตามที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงมีความห่วงใยว่า อยากให้ดูแลคุณภาพดี ให้สพฐ.ช่วย ถ้าอยากจะฝากก็อยากให้กสศ.ช่วยตรงนี้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โอกาสนี้  รองเลขาธิการสพฐ. ยังกล่าวถึงผู้บริหารสถานศึกษา ครู ในพื้นที่ด้วยว่า  เราไม่อาจลงพื้นที่ได้โดยตรง หรือสุ่ม หรือไปติดตามสถานการณ์ แต่คนที่อยู่ใกล้พื้นที่มาก คือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยเฉพาะภายใต้การนำของผอ.เขตพื้นที่การศึกษา  ทุกคนต้องช่วยเหลือกัน และคนอยู่พื้นที่จริงๆ คือ ครู ผู้บริหารโรงเรียน  </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-24190" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/d-13.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/d-13.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/d-13-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/d-13-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/d-13-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้น สำนักงานเขตพื้นที่ต้องมีความเอาใจใส่ มีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับเขตพื้นที่ตลอด มีการสื่อสารที่รวดเร็ว เมื่อมีสถานการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นต้องเตรียมการแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่ใช่เฉพาะการแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างเดียว โดยเฉพาะกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา และการศึกษานิเทศก์  ที่จะลงพื้นที่ประจำจะนำข้อมูลมาใช้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รองเลขาสพฐ. ฝากถึงผู้บริหารเขตการศึกษา ไม่ต้องกลัวว่าทำงานโดยลำพัง ยังมีหน่วยงานอื่น เช่น  กสศ. เหมือนเป็นทีมงานพาร์ทเนอร์ ต่อไปนี้ท่านที่ได้พบทีมงานกสศ. นั่นหมายความว่า เป็นทีมงานร่วมกันทำ หน่วยงานกลางรับรู้รับทราบแล้ว ขอให้ความร่วมมือกับกสศ.ด้วย  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ขอบคุณคณะผู้บริหารกสศ.   เราทำงานร่วมกันอย่างนี้ ความสำเร็จจะเกิดและช่วยดึงเด็กกลุ่มหนึ่งให้มีโอกาสเรียนมากกว่า ภาคบังคับที่เรากำหนด เขาอาจมีอนาคตที่ไปมากกว่านี้ เชื่อว่า กสศ.มีความสามารถในการผลักดันเรื่องเหล่านี้มาก” สนิท แย้มเกษร  กล่าวทิ้งท้าย ถึงความร่วมมือทำงานกับกสศ.มาตลอดสองปี</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-02-12-20/">เพราะความร่วมมือจากกสศ. สร้างความเสมอภาคทุกมิติ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดรายงานสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำ ทางการศึกษา หลัง COVID-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/09-10-2020/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=09-10-2020</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Oct 2020 10:35:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[อปท.]]></category>
		<category><![CDATA[ตชด.]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[วสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐชา ก๋องแก้ว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=22275</guid>

					<description><![CDATA[<p>รายงานสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา พบ ครัวเรือนยา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/09-10-2020/">เปิดรายงานสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำ ทางการศึกษา หลัง COVID-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-22293" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/thumbnailA.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/thumbnailA.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/thumbnailA-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/thumbnailA-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/thumbnailA-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="color: #008000;"><span style="font-weight: 400;">รายงานสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา พบ </span><span style="font-weight: 400;">ครัวเรือนยากจนพิเศษรายได้เฉลี่ยลดลงเหลือเพียง </span><span style="font-weight: 400;">36</span><span style="font-weight: 400;"> บาทต่อวันและพึ่งพาสวัสดิการจากรัฐเป็นแหล่งรายได้หลักมากขึ้น พบสมาชิกครัวเรือน กลับภูมิลำเนาเพิ่มขึ้น  ชี้ ความร่วมมือระหว่าง กสศ. สพฐ. ตชด. อปท. จะช่วยบรรเทาปัญหาให้เบาลง โดยเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไขช่วยลดผลกระทบ เพิ่มอัตราการมาเรียนในกลุ่มเสี่ยงหลุดออกนอกระบบได้   พร้อมเดินหน้าช่วยเหลือนักเรียนยากจนพิเศษปี </span><span style="font-weight: 400;">63</span><span style="font-weight: 400;"> เพิ่มเป็น </span><span style="font-weight: 400;">1</span><span style="font-weight: 400;"> ล้านคน</span></span></p>
<p class="p1">เมื่อวันที่<span class="s1"> 9 </span>ตุลาคม<span class="s1"> 2563 </span>ที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา<span class="s1"> (</span>กสศ<span class="s1">.) </span>ได้จัดแถลงข่าวรายงานสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา หลัง<span class="s1"> COVID-19 </span>ภาคเรียนที่<span class="s1"> 1/2563 </span>โดย สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา<span class="s1"> (</span>วสศ<span class="s1">.) </span>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ได้รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ถึงผลกระทบจากสถานการณ์<span class="s1"> COVID-19 </span>ต่อรายได้และการมีงานทำของครัวเรือนนักเรียนยากจนและนักเรียนยากจนพิเศษ ภายหลังสถานการณ์<span class="s1"> COVID-19 </span>ในช่วงที่ผ่านมา</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-22312" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/d.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/d.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/d-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/d-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/d-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p class="p1">ดร<span class="s1">.</span>ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา<span class="s1"> (</span>กสศ<span class="s1">.) </span>กล่าวว่า สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา หลัง<span class="s1"> COVID-19 </span>ภาคเรียนที่<span class="s1"> 1/2563 </span>พบว่ามีนักเรียนยากจน<span class="s1"> 1.7 </span>ล้านคน แบ่งเป็นนักเรียนยากจนพิเศษ<span class="s1"> 1 </span>ล้านคน ซึ่งสูงกว่าภาคเรียน<span class="s1"> 2/2562 </span>มากกว่า<span class="s1"> 1.7 </span>แสนคน</p>
<p><figure id="attachment_22286" aria-describedby="caption-attachment-22286" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-22286 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/aa.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/aa.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/aa-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/aa-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/aa-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-22286" class="wp-caption-text">ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้หากเปรียบเทียบก่อนเกิดสถานการณ์แพร่ระบาด </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19</span><span style="font-weight: 400;"> ในภาคเรียนที่ </span><span style="font-weight: 400;">1/2562</span><span style="font-weight: 400;"> เทียบกับการสถานการณ์การเกิดแพร่ระบาดแล้วในภาคเรียนที่ </span><span style="font-weight: 400;">1/2563</span><span style="font-weight: 400;"> พบว่ามีนักเรียนยากจนพิเศษ (นักเรียนทุนเสมอภาค) ที่ผ่านการคัดกรองใหม่ จำนวน </span><span style="font-weight: 400;">652,341</span><span style="font-weight: 400;"> คน ประกอบไปด้วย กลุ่มเป้าหมายใหม่คือนักเรียนอนุบาลสังกัด สพฐ. ทั่วประเทศ </span><span style="font-weight: 400;">146,693</span><span style="font-weight: 400;"> คน นักเรียนกลุ่มเดิมที่คัดใหม่เนื่องจากครบ </span><span style="font-weight: 400;">3</span><span style="font-weight: 400;"> ปีการศึกษา </span><span style="font-weight: 400;">313,361</span><span style="font-weight: 400;"> คน นักเรียนสังกัดอปท.และตชด. </span><span style="font-weight: 400;">14,834</span><span style="font-weight: 400;"> คน และกลุ่มใหม่ที่คาดว่ายากจนเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจผนวกกับสถานการณ์ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19</span><span style="font-weight: 400;"> จำนวน </span><span style="font-weight: 400;">177,453</span><span style="font-weight: 400;"> คน หรือ เพิ่มขึ้นราวร้อยละ </span><span style="font-weight: 400;">50</span><span style="font-weight: 400;"> ของนักเรียนยากจนพิเศษ ก่อนมีสถานการณ์แพร่ระบาดของ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-large wp-image-22306" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Design_กสศ_Slide_เหลื่อมล้ำทางการศึกษาหลัง-COVID19_Embed_Final-03-1400x788.png" alt="" width="640" height="360" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Design_กสศ_Slide_เหลื่อมล้ำทางการศึกษาหลัง-COVID19_Embed_Final-03-1400x788.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Design_กสศ_Slide_เหลื่อมล้ำทางการศึกษาหลัง-COVID19_Embed_Final-03-300x169.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Design_กสศ_Slide_เหลื่อมล้ำทางการศึกษาหลัง-COVID19_Embed_Final-03-768x432.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Design_กสศ_Slide_เหลื่อมล้ำทางการศึกษาหลัง-COVID19_Embed_Final-03-1536x864.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Design_กสศ_Slide_เหลื่อมล้ำทางการศึกษาหลัง-COVID19_Embed_Final-03-2048x1153.png 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Design_กสศ_Slide_เหลื่อมล้ำทางการศึกษาหลัง-COVID19_Embed_Final-03-750x422.png 750w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นส.ณัฐชา ก๋องแก้ว นักเศรษฐศาสตร์การศึกษา สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (วสศ.) นำเสนอผลการวิเคราะห์เชิงลึกข้อมูลครัวเรือนนักเรียนยากจนพิเศษมากกว่า </span><span style="font-weight: 400;">600,000</span><span style="font-weight: 400;"> ครัวเรือนพบว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19</span><span style="font-weight: 400;"> ยังได้ส่งผลกระทบต่อรายได้ของครอบครัวนักเรียนยากจนพิเศษกลุ่มใหม่ ทำให้รายได้เฉลี่ยลดลง จาก </span><span style="font-weight: 400;">1,205</span><span style="font-weight: 400;"> บาท/คน/ครัวเรือน เหลือเพียง </span><span style="font-weight: 400;">1,077</span><span style="font-weight: 400;"> บาท/คน/ครัวเรือน หรือเฉลี่ยเหลือเพียงวันละ </span><span style="font-weight: 400;">36</span><span style="font-weight: 400;"> บาท ลดลงร้อยละ </span><span style="font-weight: 400;">10</span><span style="font-weight: 400;"> เมื่อเทียบกับช่วงก่อนสถานการณ์ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19</span><span style="font-weight: 400;"> เมื่อปลายปี </span><span style="font-weight: 400;">2562</span><span style="font-weight: 400;"> เฉลี่ยวันละ </span><span style="font-weight: 400;">40</span><span style="font-weight: 400;"> บาท</span></p>
<p><figure id="attachment_22279" aria-describedby="caption-attachment-22279" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-22279 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/b-2.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/b-2.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/b-2-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/b-2-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/b-2-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-22279" class="wp-caption-text">นส.ณัฐชา ก๋องแก้ว นักเศรษฐศาสตร์การศึกษา วสศ.</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะที่หลังสถานการณ์ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19</span><span style="font-weight: 400;"> จากการสำรวจข้อมูลครัวเรือนนักเรียนยากจน พบว่า สมาชิกในครัวเรือนอายุ </span><span style="font-weight: 400;">15 &#8211; 65</span><span style="font-weight: 400;"> ปี ว่างงานเพิ่มขึ้นจากร้อยละ </span><span style="font-weight: 400;">44</span><span style="font-weight: 400;"> เป็นร้อยละ </span><span style="font-weight: 400;">73</span><span style="font-weight: 400;"> ของนักเรียนยากจนพิเศษที่คัดกรองใหม่หลังสถานการณ์ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19</span><span style="font-weight: 400;"> และส่งผลให้สมาชิกครัวเรือนเฉลี่ยของครอบครัวนักเรียนยากจนพิเศษเพิ่มขึ้น จาก </span><span style="font-weight: 400;">4</span><span style="font-weight: 400;"> เป็น </span><span style="font-weight: 400;">5</span><span style="font-weight: 400;"> คน หรืออย่างน้อย </span><span style="font-weight: 400;">1</span><span style="font-weight: 400;"> คน จึงคาดว่าเป็นผลมาจากการกลับภูมิลำเนาเนื่องจากว่างงานในช่วง </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19</span><span style="font-weight: 400;">  ที่สำคัญยังพบว่าผู้ปกครองนักเรียนลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐถึงร้อยละ </span><span style="font-weight: 400;">42</span><span style="font-weight: 400;"> และยังพบว่า มีการประกอบอาชีพเกษตรเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ </span><span style="font-weight: 400;">44</span><span style="font-weight: 400;"> หากเทียบกับช่วงก่อน </span><span style="font-weight: 400;">covid-19</span><span style="font-weight: 400;"> ที่มีประมาณร้อยละ </span><span style="font-weight: 400;">36</span><span style="font-weight: 400;"> โดยท่านที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลและความเคลื่อนไหวของงานวิชาการเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาเพิ่มเติม ได้ที่ </span><a href="https://research.eef.or.th/" target="_blank" rel="noopener noreferrer"><span style="font-weight: 400;">https://research.eef.or.th/</span></a></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-large wp-image-22308" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Design_กสศ_Slide_เหลื่อมล้ำทางการศึกษาหลัง-COVID19_Embed_Final-16-1400x788.png" alt="" width="640" height="360" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Design_กสศ_Slide_เหลื่อมล้ำทางการศึกษาหลัง-COVID19_Embed_Final-16-1400x788.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Design_กสศ_Slide_เหลื่อมล้ำทางการศึกษาหลัง-COVID19_Embed_Final-16-300x169.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Design_กสศ_Slide_เหลื่อมล้ำทางการศึกษาหลัง-COVID19_Embed_Final-16-768x432.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Design_กสศ_Slide_เหลื่อมล้ำทางการศึกษาหลัง-COVID19_Embed_Final-16-1536x864.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Design_กสศ_Slide_เหลื่อมล้ำทางการศึกษาหลัง-COVID19_Embed_Final-16-2048x1152.png 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Design_กสศ_Slide_เหลื่อมล้ำทางการศึกษาหลัง-COVID19_Embed_Final-16-750x422.png 750w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.ไกรยส กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คณะกรรมการบริหาร กสศ. ได้พิจารณาปรับแผนการช่วยเหลือเด็กนักเรียนยากจนพิเศษทั้งกลุ่มเดิม จำนวน </span><span style="font-weight: 400;">414,688</span><span style="font-weight: 400;"> คน และกลุ่มใหม่ จำนวน </span><span style="font-weight: 400;">652,341</span><span style="font-weight: 400;"> คน รวมเป็น </span><span style="font-weight: 400;">1,067,029</span><span style="font-weight: 400;"> คน จากเดิมที่เคยให้ความช่วยเหลือนักเรียนทุนเสมอภาค </span><span style="font-weight: 400;">761,729</span><span style="font-weight: 400;"> คน ในปีการศึกษา </span><span style="font-weight: 400;">2562</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-large wp-image-22296" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Design_กสศ_Slide_เหลื่อมล้ำทางการศึกษาหลัง-COVID19_Embed_Final-08-1400x788.png" alt="" width="640" height="360" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Design_กสศ_Slide_เหลื่อมล้ำทางการศึกษาหลัง-COVID19_Embed_Final-08-1400x788.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Design_กสศ_Slide_เหลื่อมล้ำทางการศึกษาหลัง-COVID19_Embed_Final-08-300x169.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Design_กสศ_Slide_เหลื่อมล้ำทางการศึกษาหลัง-COVID19_Embed_Final-08-768x432.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Design_กสศ_Slide_เหลื่อมล้ำทางการศึกษาหลัง-COVID19_Embed_Final-08-1536x864.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Design_กสศ_Slide_เหลื่อมล้ำทางการศึกษาหลัง-COVID19_Embed_Final-08-2048x1153.png 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Design_กสศ_Slide_เหลื่อมล้ำทางการศึกษาหลัง-COVID19_Embed_Final-08-750x422.png 750w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ ไม่ได้อยู่ที่การขยายกลุ่มเป้าหมาย แต่กสศ.ได้วิเคราะห์ผลลัพธ์ในเชิงคุณภาพ ยืนยันว่า เมื่อนักเรียนยากจนพิเศษ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีอัตราการมาเรียนต่ำกว่าร้อยละ </span><span style="font-weight: 400;">80</span><span style="font-weight: 400;"> ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไข หรือทุนเสมอภาคอย่างต่อเนื่องสามารถช่วยลดผลกระทบ ป้องกันไม่ให้หลุดออกนอกระบบการศึกษา  ได้ โดยเด็กกลุ่มนี้มีอัตราการมาเรียนที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากมาเรียนร้อยละ </span><span style="font-weight: 400;">69.4</span><span style="font-weight: 400;"> หรือราวสามวันต่อสัปดาห์ เพิ่มสูงขึ้นเป็นร้อยละ </span><span style="font-weight: 400;">89.4</span><span style="font-weight: 400;"> หรือราวสี่วันครึ่ง และเมื่อเด็กได้รับเงินอุดหนุนต่อเนื่องอีกหนึ่งภาคเรียน อัตราการมาเรียนเฉลี่ยก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">ยอมรับว่า COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19</span><span style="font-weight: 400;"> ส่งผลกระทบหนักมาก แต่ความร่วมมือระหว่าง กสศ. และหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สพฐ. ตชด. อปท. จะช่วยบรรเทาปัญหานี้ให้เบาลงได้ไม่มากก็น้อย  ส่วนหนึ่งต้องขอขอบคุณสภาผู้แทนราษฎรที่พิจารณาแปรญัตติเพิ่มงบประมาณกลับมาให้กับ กสศ.จนสามารถให้ความช่วยเหลือนักเรียนยากจนพิเศษได้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ปัญหานี้มีขนาดใหญ่มาก และยังมีกลุ่มนักเรียนยากจนพิเศษที่เรียนจบชั้น ป.</span><span style="font-weight: 400;">6</span><span style="font-weight: 400;"> ขึ้น ม.</span><span style="font-weight: 400;">1</span><span style="font-weight: 400;">  และ ม.</span><span style="font-weight: 400;">3</span><span style="font-weight: 400;"> ขึ้น ม.</span><span style="font-weight: 400;">4</span><span style="font-weight: 400;"> หรือ ปวช. ที่มีความเสี่ยงหลุดนอกระบบการศึกษา เพราะสถานการณ์ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19</span><span style="font-weight: 400;"> รวมทั้งเรื่องรายได้ของครอบครัวที่อาจเป็นอุปสรรคทำให้เด็กๆต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา จึงอยากเชิญชวนภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามาร่วมเติมเต็มความช่วยเหลือให้กับน้อง ๆ กลุ่มเสี่ยงเหล่านี้มิให้หลุดออกจากระบบการศึกษาก่อนวัยอันควร เพื่อให้เด็กเยาวชนในระบบการศึกษาผ่านพ้นสถานการณ์ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19</span><span style="font-weight: 400;"> ไปได้ด้วยกันทุกคน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">* </span><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ </span><a href="https://research.eef.or.th/" target="_blank" rel="noopener noreferrer"><span style="font-weight: 400;">https://research.eef.or.th/ </span></a><span style="font-weight: 400;">หรือ </span><a href="https://dashboard.eef.or.th/" target="_blank" rel="noopener noreferrer"><span style="font-weight: 400;">https://dashboard.eef.or.th/</span></a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/09-10-2020/">เปิดรายงานสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำ ทางการศึกษา หลัง COVID-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>​​มีแต่ “ใจ” กับ “กำลัง”​ แต่ยังขาดยุทธวิธีชั้นเชิงที่จะไปถ่ายทอด</title>
		<link>https://www.eef.or.th/teacher-31-07-20/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=teacher-31-07-20</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Jul 2020 04:16:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ครูฮีโร่]]></category>
		<category><![CDATA[ตชด.]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[พ.ต.ท.วัชรินทร์ ยศรุ่งโรจน์]]></category>
		<category><![CDATA[รร.ตชด.บ้านหนองแขม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=18775</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากที่ไม่เคยมีความคิดว่าจะเป็นครูมาก่อน แม้จะได้โควตาเร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/teacher-31-07-20/">​​มีแต่ “ใจ” กับ “กำลัง”​ แต่ยังขาดยุทธวิธีชั้นเชิงที่จะไปถ่ายทอด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-18788" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์-1.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์-1.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์-1-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์-1-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์-1-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากที่ไม่เคยมีความคิดว่าจะเป็นครูมาก่อน แม้จะได้โควตาเรียนครูที่ราชภัฏลำปาง แต่ก็ตัดสินใจเข้าเป็นนักเรียนพลตำรวจปี 2532 และเริ่มต้นอาชีพเป็นตำรวจตระเวนชายแดน 2533 อยู่ชุดป้องกันและปราบปรามยาเสพติด แต่จากการที่ต้องจับกุมผู้กระทำผิด ก็จะเห็นภาพเด็กๆ มาร้องไห้เวลาไปจับพ่อแม่ญาติพี่น้องเขา ทำให้สุดท้ายต้องขอย้ายตัวเองมาทำงานเป็นครู ตชด.</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เวลาเห็นเด็กๆ มาร้องไห้ตอนไปจับพ่อแม่เขาบ่อยๆ  เราก็เกิดความรู้สึกไม่ดี รู้ตัวเลยว่าเราใจไม่แข็งพอ ตอนนั้นพอดีทราบว่า มีรร.ตชด. เราก็ขอย้ายไปเป็นครูช่วยพัฒนาเด็กตรงนั้น ช่วยให้ความรู้ตั้งแต่ต้นทางไม่ให้เด็กกระทำผิดเรื่องยาเสพติด ทำผิดกฎหมาย ตัดไม้ทำลายป่า ตรงนั้นน่าจะเป็นประโยชน์กว่า”  พ.ต.ท.วัชรินทร์ ยศรุ่งโรจน์ ครูใหญ่ รร.ตชด.บ้านหนองแขม อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่กล่าว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">วางปืนมาจับชอล์กสอนหนังสือเด็ก</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-18779" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์1.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์1.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์1-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์1-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์1-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากต้องวางปืนมาจับชอล์กสอนหนังสือเด็กที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมป์ 2 อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ รับผิดชอบสอนหนังสือเด็กชั้น ป.3  ครูใหญ่วัชรินทร์ เล่าให้ฟังว่า ไม่เคยสอนหนังสือมาก่อน ก็อาศัยไปศึกษาจากคู่มือครูที่เป็นหนังสือ เพราะยุคนั้นยังไม่มีสื่อให้ศึกษามาก ยังไม่มีอินเตอร์เน็ต ไม่มี Google ให้หาข้อมูลตัวอย่างได้เหมือนปัจจุบัน  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับวิชาที่สอนในตอนนั้นก็มีไม่เยอะมาก แค่ประมาณ 5 กลุ่มวิชา ภาษาไทย ภาษอังกฤษ กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต-สปช. ​กลุ่มสร้างเสริมลักษณะนิสัย-สลน. ​​กลุ่มการงานพื้นฐานอาชีพ-กพอ. พอสอนแล้วเด็กมีความรู้มากขึ้นพูดภาษาอังกฤษง่ายๆ ได้ ตอนนั้นก็ภูมิใจ และคิดว่าตัวเองเริ่มเป็นครูแล้ว และพยายามฝึกฝนทักษะการสอนของตัวเองให้มากขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">ตระเวนอบรมเพิ่มทักษะการสอน</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-18780" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์2.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์2.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์2-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์2-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์2-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><b>“ตอนนั้น​มีจัดฝึกอบรมครูที่ไหน ผมก็สมัครไปอบรมกับเขาหมด เพราะต้องการเพิ่มทักษะให้ตัวเองจะได้สอนเด็กให้ดีขึ้น เพราะการไปสอนเด็ก เด็กจะยึดเราเป็นต้นแบบ ถ้าเราสอนผิดมันก็ผิดไปเลย เด็กก็จะจำ​และเรียนรู้อะไรที่ผิด สมมติเราไปสอนว่าโลกแบน เขาก็จะเชื่อว่าโลกแบน ดังนั้นการที่เราจะถ่ายทอดความรู้ให้ลูกศิษย์เราต้องรู้ว่ามันเป็นเรื่องจริงไม่ให้เขาจำหรือเรียนรู้ในสิ่งที่ผิด”</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งได้ไปอบรมบ่อยครั้ง ทักษะการสอนก็ดีขึ้น ได้นำเอาความรู้ เทคนิคต่างๆ มาช่วยในการสอน อย่างการเขียนแผนการสอน การประเมินนักเรียน จากแต่เดิมที่ประเมินเด็กแค่เด็กอ่านได้ เขียนได้ นิสัยดี แต่พอได้ไปอบรมก็จะรู้วิธีการประเมินแบบเป็นระบบ มีการใช้เกณฑ์เข้ามาประกอบ และยืดหยุ่นกับสภาพความเป็นจริง ผลลัพธ์ก็จะเกิดกับเด็กมีพัฒนาการที่ดีขึ้นทั้งทักษะชีวิตและวิชาการ​โดยเด็กนักเรียน ตชด. ส่วนมากเขามีทักษะชีวิตอยู่แล้ว เราก็เข้าไปเติมวิชาการให้เขาเชื่อมโยงกับวิถีชีวิต</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">เริ่มต้นเป็นครูใหญ่เร่งแก้ไขปัญหาตกเขียว​</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-18781" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์3.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์3.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์3-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์3-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์3-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จนกระทั่งปี 2548 ตำแหน่งครูใหญ่ที่ โรงเรียนตชด.บ้านหนองแขมว่างลง ผู้บังคับบัญชามอบหมายให้ พ.ต.ท.วัชรินทร์ มารับหน้าที่ครูใหญ่ในพื้นที่สีแดงเวลานั้น ซี่งมีทั้งปัญหายาเสพติด และการตัดไม้ทำลายป่า เด็กจำนวนมากไม่ได้เรียนหนังสือ เพราะปัญหาตกเขียว งานแรกที่ทำคือ เรียกผู้ปกครองมาคุยเพื่อแก้ปัญหาตกเขียว ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากญาติๆ ที่เห็นแก่เงินค่านายหน้า เราก็เอากฎหมายไปบอกเขาเลยว่าอายุไม่ถึง 15 ปี ยินยอม หรือไม่ก็มีความผิด รวมทั้งประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาดูแล พอรู้ว่าเราเอาจริงก็เริ่มหายไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เด็กบางคนพอไปเรียนต่อที่อื่น เขาก็โทรศัพท์ไปชวนเด็กให้หยุดเรียนมาทำงานที่ร้านคาราโอเกะ เราก็ใส่เครื่องแบบไปตามที่ร้านเลย บอกว่าผมมาตามลูกศิษย์ผม อายุไม่ถึง 18 ปี ผิดกฎหมายทำแบบนี้ไม่ได้  ถึงจะจบจากโรงเรียนเราไปแล้วแต่ก็ยังคอยเอาใจใส่ติดตามความเป็นอยู่เขาเพราะความเป็นห่วง”​</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">ครูตชด. มีใจ มีไฟ ต้องเติมเต็มยุทธวิธีการสอน</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-18782" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์4.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์4.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์4-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์4-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์4-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับโครงการพัฒนาครูในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่ผนึกกำลังกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อร่วมกันพัฒนาครู ตชด. นั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พ.ต.ท.วัชรินทร์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดี เพราะครู ตชด.​ มีแต่ใจกับกำลัง แต่ยังขาดยุทธวิธีชั้นเชิงที่จะไปถ่ายทอด ที่ผ่านมาจะใช้แผนการสอนแบบสำเร็จ หรือใช้หนังสือเป็นหลัก หากไม่มีประสบการณ์ ก็จะบูรณาการการสอนได้ยากโดยเฉพาะครู ตชด. ใหม่ๆ เพราะครูที่เขาจบมาทางด้านครูโดยตรง เขาจะเรียนทั้งเรื่องจิตวิทยา หลักสูตรการบริหารจัดการ การเขียนแผนการสอน การประเมินมาครบถ้วน นักเรียนก็จะมีพัฒนาการที่ไว เพราะใช้กระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย ประยุกต์ใช้สื่อได้</span></p>
<p><b>“ตรงนี้เหมือนเป็นการเติมเต็มให้ครู ตชด. ที่มีไฟ มีกำลัง แต่ต่อยเหมือนมวยวัด คือมีแรง แต่จะให้น็อคคู่ต่อสู้ก็ต้องใช้แรงเยอะ ใช้หัวใจสู้ อาจต้องเจ็บหน่อย แต่หากมีชั้นเชิง เอาชั้นเชิงไปสอนให้เขา การต่อยก็จะมีชั้นเชิง ก็จะช่วยผ่อนแรง รู้จังหวะและเดินหน้าสู่เป้าหมายได้ดีขึ้น”</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">ทุ่มเทเรียน 10 ปีจนจบ ดร.ด้านวิจัยและพัฒนา</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-18783" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์5.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์5.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์5-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์5-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์5-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในฐานะที่มีประสบการณ์การเรียนจนจบปริญญาเอกในระหว่างการสอนอยู่ที่โรงเรียน ตชด. พ.ต.ท.วัชรินทร์ เล่าให้ฟังว่า ไม่ใช่เรื่องที่ยากแต่ต้องมีความตั้งใจ เริ่มจากที่เรียนจบปริญญาตรีด้านนิติศาสตร์ พอมาเป็นครูก็อยากไปเรียนปริญญาโทด้านบริหารการศึกษาแต่หลักสูตรให้เรียนเฉพาะคนที่จบมาสายการศึกษาเท่านั้น จึงหันไปเรียนด้านวิจัยและพัฒนาที่ มรภ.เชียงใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยใช้เวลาวันเสาร์ อาทิตย์ ไปเรียน ให้เพื่อนเข้าเวรแทน ส่วนวันธรรมดาก็กลับมาเข้าเวรแทนเพื่อน เป็นอย่างนี้จนเรียนจบใน 4 ปี ​แม้จะเหนื่อยหน่อยแต่ก็เป็นเป้าหมายที่อยากเดินไปให้ถึง​ อีกทั้งยังต้องยอมลงทุนเองโดยกู้เงินมาเรียน ​ส่วนปริญญาเอกนั้น เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ด้านการบริหารและการพัฒนาซึ่งใช้เวลา 5 ปีกว่า ในการเรียนจนจบปริญญาเอก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">มุ่งมั่นตั้งใจเป็นครูทดแทนบุญคุณแผ่นดิน</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-18784" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์6.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์6.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์6-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์6-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร-พตท.วัชรินทร์6-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมด พ.ต.ท.วัชรินทร์ มองว่าสิ่งที่ทำทั้งหมดเป็นความภูมิในที่ได้ทำเพื่อเด็กๆ เป็นการทดแทนบุญคุณแผ่นดิน เพราะสมัยเด็กๆ ก็เคยเป็นเด็กเกเร ท้าตีท้าต่อยกับคนอื่นไปเรื่อยจน ม.​5 ก็โดนให้ออกจากโรงเรียน มาอยู่บ้านทำนา เพื่อนที่เคยเที่ยว เคยเกเรด้วยกันก็หายหมด ชีวิตเริ่มไม่สนุก จึงไปขอแม่กลับไปเรียนอีกครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราเลยได้รู้สัจธรรมการใช้ชีวิต และตั้งใจว่าจะเอาประสบการณ์ตรงนั้นมาสอนเด็ก สอนให้เด็กๆ ที่มีชีวิตยากลำบาก ยากจน ทำไร่ ทำสวน หลายคนได้เป็นตำรวจ เพียงแค่เราอย่าไปดูถูกตัวเอง ต้องให้โอกาสตัวเอง​”  พ.ต.ท.วัชรินทร์ กล่าว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/teacher-31-07-20/">​​มีแต่ “ใจ” กับ “กำลัง”​ แต่ยังขาดยุทธวิธีชั้นเชิงที่จะไปถ่ายทอด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
